The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือที่ระลึกวันเกษียณอายุราชการพี่สุพิศ กันยายน 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kobsak.na, 2023-09-14 03:50:20

ฝากไว้ให้คิดถึง พี่สุพิศ กันยายน 2566

หนังสือที่ระลึกวันเกษียณอายุราชการพี่สุพิศ กันยายน 2566

สวัสดีค่ะพี่สุพิศ ในที่สุดวันเกษียณอายุราชการที่พี่รอคอยก็มาถึงแล้วจริง ๆ ได้รู้จักชื่อเสียงเรียงนามพี่ตั้งแต่เข้าเรียนปี 39 ในเรื่องความเนี้ยบและเจ้าระเบียบ ที่สำคัญ ดุมาก เพื่อน ๆ บอก ได้ร่วมงานกับพี่จริง ๆ ก็ตอนเป็น นศ.ช่วยงาน ห้องสมุด ต้องอยู่เวรพักเที่ยงด้วยกัน พี่ ๆ ที่อยู่เวรประจำบอกว่า ต้องทำงานด้วย ความระมัดระวังนะ อย่าให้ขาดตกบกพร่อง เพราะพี่สุพิศ เป๊ะมาก เรื่องการเรียงบัตรรายการ การจัดชั้นหนังสือ สรุปเกร็งสิคะ กลัวด้วย น่าจะดุจริง แต่เอาเข้าจริง พี่ใจดีจะตาย คอยแนะนำ คอยสั่งสอน ให้คำปรึกษา ทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว การใช้ชีวิต มีแต่ความหวังดี ให้ทุกคนตั้งใจทำงาน คำสอนของพี่จะไม่จางหายไปจากตัวดาแน่นอน ขอบคุณพี่สำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา และขอโทษพี่จากใจ ที่เคยล่วงเกิน ไม่ว่าด้วยกาย วาจา ใจ ทั้งตั้งใจและไม่ตั้งใจ เชื่อว่าพี่ต้องให้อภัยน้องอยู่แล้ว สุดท้ายนี้นี้น้องขอให้พี่สุพิศ มีความสุขกับบั้นปลายชีวิตที่พี่วาดไว้ ครอบครัวสุขสันต์ สุขภาพแข็งแรง เป็นที่รัก และเป็นร่มโพธิ์ ร่มไทร ให้ทุกคนตลอดไป ด้วยรักและเคารพสุดใจ น้องดา ปรีดาวรรณ สินจรูญศักดิ์


พี่พิศของพวกเรา หรือป้าพิศของเด็ก ๆ ลูก ๆ หลาน ๆ คนห้องสมุด พวกเราขอให้พี่พิศ /ป้าพิศ เกษียณสำราญ และใช้กำไรชีวิตในช่วงหลังเกษียณ อย่างมีความสุขมีสุขภาพที่แข็งแรง และลงมือทำในสิ่งที่อยากจะทำ ให้สำเร็จ พวกเราจะยังคงเคารพรัก และคิดถึงกันและกันเสมอ อาย


ไม่มีอะไรมากหรอกพี่ ถึงเวลาที่พี่จะได้พักสมองแล้ว ทำงานอยู่กับระบบมาหลายสิบปี ถึงเวลาที่จะใช้ระบบของตัวเอง บริหารจัดการชีวิตแบบใหม่ ไม่ต้องรีบมาแต่เช้า ไม่ต้องช่วยใหญ่เปิดประตู ไม่ต้องเดินออกกำลังอยู่หน้าอาคารอีกแล้ว ต่อไปก็ตื่นเช้ามาออกกำลังกายหน้าบ้าน ต่อไปพี่จะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัว มีเวลาเที่ยวกับลูก ๆ หลาน ๆ ใช้ชีวิตวัยหลังเกษียณอย่างมีความสุข ห้องสมุด คงขาดผู้ใหญ่ใจดีไปอีกหนึ่งคน พวกเราก็คงต้องใช้ชีวิตกันไปตามสภาพ ตามสถานการณ์ ขอให้พี่ใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างมีความสุข มีรอยยิ้มทุก ๆ วัน ว่าง ๆ พี่ไม่มา พวกเราค่อยแวะไปหานะพี่ ปิยะ


ถึงพี่สุพิศ คุณแม่ของพวกเรา แตงขอขอบคุณ สิ่งดี ๆ คำแนะนำ คำสั่งสอน ที่เต็มไปด้วยความห่วงใย ที่พี่พิศมอบให้นะคะ ตั้งแต่มาอยู่ห้องสมุด พวกเราก็มีขุ่นแม่ที่ให้คำปรึกษา มาตลอด รู้สึกใจหายและคิดถึง ถึงพี่พิศจะเกษียณไปแล้ว แต่ความทรงจำของแตง และพวกเราที่ห้องสมุด จะคงอยู่ตลอดไป ดูแลสุขภาพด้วยนะ รักนะคะ ❤❤ แตง


สวัสดีค่ะพี่พิศ (ป้าพิศของพี่เธียรและน้องธีน่า) ใจหายเหมือนกันนะคะที่พี่พิศจะเกษียณอายุราชการ ตุ้มดีใจนะคะที่เราได้รู้จักกัน ตุ้มยังจำวันแรกที่เราเจอกันได้ค่ะ (11 ปีที่แล้ว) วันนั้นตุ้มเอาเอกสารไปยื่นที่ห้องสมุด ตุ้มเดินเข้าไปในห้องแบบตัวลีบเลยค่ะ ตอนนั้นพี่พิศเป็นรองผอ.ห้องสมุด ภาพที่เห็นครั้งแรกคือพี่พิศดูท่าทางขรึม เข้ม มากค่ะ แต่หลังจากที่เราทำงานด้วยการรู้จักกันมากขึ้น รู้เลยว่าจริง ๆ พี่พิศไม่ได้ขรึมเข้มเลย แต่พี่พิศเป็นพี่ เป็นแม่ที่คอยให้คำปรึกษา คอยซัพพอร์ตให้กับทุกคนในห้องสมุดได้ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะปรึกษา เรื่องอะไร เดือดร้อนมาจากไหน พี่พิศจะคอยช่วยเหลือชาวห้องสมุด ทุกครั้งและช่วยเหลือทุกคนมาตลอด พี่พิศคือที่พึ่งของทุกคนในห้องสมุด ตุ้มกับพี่พิศเราเกิดปีเถาะเหมือนกันแต่ห่างกัน 2 รอบ (24 ปี) และเราคุยกันเสมอว่าเรานิสัยคล้าย ๆ กัน ในหลาย ๆ เรื่อง และในหลาย ๆ ครั้งที่ตุ้ม มีเรื่องไม่สบายใจ แต่คุยกับใครไม่ได้ ตุ้มก็จะมาคุยมาเล่าให้พี่พิศฟังเสมอ แล้วทุกครั้งที่ได้คุยกับพี่พิศจะทำให้ตุ้ม สบายใจทุกครั้ง มีหลาย ๆ ครั้งที่เรา ร้องไห้ด้วยกัน หัวเราะสนุก มีความสุขด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกันมันเป็นช่วงเวลา เป็นความทรงจำที่ดีมาก ๆ ค่ะ


ในวาระที่พี่พิศเกษียณอายุราชการ ตุ้มขออวยพรให้พี่พิศ และครอบครัวมีความสุขในทุก ๆ วัน มีสุขภาพจิตและสุขภาพกาย ที่แข็งแรง มีความสุขกับครอบครัวที่อบอุ่นอยู่กับลูกหลานไป นาน ๆ นะคะ โอกาสดี ๆ จะพาพี่เธียรกับน้องธีน่าไปเที่ยวไป วิ่งเล่นที่บ้านสวนป้าพิศค่ะ สุดท้ายนี้ขอบคุณพี่พิศในทุก ๆ เรื่องที่ คอยช่วยเหลือ คอยรับฟังปัญหาทุกอย่างของตุ้มมาตลอด ขอบคุณ มาก ๆ นะคะ ตุ้มดีใจมาก ๆ ที่เราได้รู้จักกันค่ะ รักเสมอนะคะ ตุ้ม


นั่งไทม์แมชชีนย้อนเวลาไปด้วยกันนะ ถ้าให้นับจากจำนวนปีที่เติ้งรู้จักกับพี่พิศก็เท่ากับอายุงาน เพราะได้ยินชื่อพี่พิศครั้งแรกวันที่มาสัมภาษณ์งาน มีน้องที่เรียนจบบรรณฯ จากที่นี่บอกว่าไม่กลัวการสัมภาษณ์ แต่กลัว “คุณสุพิศ” เพราะขึ้นชื่อเรื่องความดุ บรรยากาศตอนที่เข้าไปสัมภาษณ์เท่าที่จำได้ ก็เห็นพี่พิศดูเป็นคนนิ่ง ๆ นั่งอมยิ้ม ไม่ถามอะไรเยอะ พอมาทำงานด้วยกันก็ได้รู้จักพี่พิศมากขึ้น จากการขอคำปรึกษา เรื่องงาน เรื่องทำกับข้าว ไปจนถึงเรื่องสุขภาพ พี่พิศใจดี เป็นกันเอง ชอบแบ่งปันขนมและผลไม้ให้น้อง ๆ กินกัน และได้รู้จักพี่พิศมากขึ้นจากเรื่องเล่าของพี่ ๆ ที่ห้องสมุด ทำให้รู้ว่าพี่พิศเป็นคนรักครอบครัว ตื่นเช้ามาก มาทำงานเร็วกว่าใคร ทำกับข้าวเก่ง รักสะอาด ชอบเดินออกกำลังกาย จริงจังกับการทำงาน และเป็นที่ปรึกษา ทั้งเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวให้น้อง ๆ อีกหลายคน ช่วงที่ห้องสมุดเปิดโอทีจนถึงสองทุ่มครึ่ง สมัยนั้นพี่พิศเป็นรอง ผอ.ดูแลห้องสมุด ทุกครั้งที่พวกเราอยู่โอทีก็จะเห็นพี่พิศตั้งแต่สี่โมงครึ่ง จนถึงเวลาดึงประตูม้วนหน้าตึกลงเพื่อกลับบ้านพร้อมกัน เติ้งไม่แปลกใจ เลยว่าทำไมใคร ๆ ถึงมองว่า “คนห้องสมุด” รักกัน สามัคคีกัน ก็เพราะ มีพี่พิศ รวมถึงป้า ๆ พี่ๆ และผอ.รุ่นก่อนร่วมปลูกฝังความรักไว้ให้จน เผื่อแผ่มาถึงน้อง ๆ รุ่นหลัง


เผลอแป๊บเดียวก็ถึงวันที่พี่จะเกษียณอายุราชการแล้ว เหมือนว่าพวกเราเพิ่งช่วยกันขนย้ายชั้นหนังสือ ยกหนังสือ เรียงหนังสือขึ้นชั้นกันอยู่เลย อีกอย่างเดือนที่แล้วพวกเราเกือบหมด ห้องสมุดก็ร่วมหัวจมท้าย ขึ้นรถ ลงเรือ หอบหิ้วสารพัดสิ่งของ ทั้งชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ไปตะลุยจัดห้องสมุดโรงเรียนด้วยกัน บรรยากาศ ทุกครั้งที่ได้พวกเราอยู่พร้อมหน้าทำงานด้วยกันครื้นเครงและเป็น กันเองที่สุด ถึงจะเหนื่อย พวกเราก็เหนื่อยไปด้วยกัน ปวดหลัง ปวดเอวเหมือน ๆ กัน ฟังเรื่องเล่าที่ขำบ้างไม่ขำบ้างไปด้วยกัน ระหว่างอยู่ที่ห้องสมุดโรงเรียน ก็มีความคิดแว้บเข้ามาเรื่อย ๆ ว่าปีต่อไปจะทำยังไง งานนี้จะปรึกษาใคร ใครจะนำพวกเราได้แบบ พี่พิศ แบบที่ทำให้รู้สึกอุ่นใจ ปลอดภัย และสบายใจไปพร้อมกัน แต่ก็มั่นใจว่าพี่ ๆ ที่ห้องสมุดจะทำได้อย่างที่พี่พิศช่วยนำและทำเอาไว้ เอาไว้วันไหนพี่พิศเบื่อ ๆ เหงา ๆ ก็แวะมาคุย มาทักทาย หรือไปลงพื้นที่กับพวกเราได้นะคะ ประตูห้องสมุดเปิดกว้างต้อนรับพี่พิศอยู่เสมอ ขอบคุณความปรารถนาดี คำสอน คำปรึกษาและคำแนะนำที่พี่พิศ มีให้ตลอดมา ขอให้พี่พิศเกษียณอย่างเกษมเปรมปรีดิ์นะคะ รักและเคารพเสมอ เติ้งเองค่ะ


ขอบคุณพี่สุพิศที่คอยช่วยเหลือผม มาตลอดทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน และเรื่องอื่น ๆ พี่คอยให้คำแนะนำปรึกษาในการทำงาน เป็นแบบอย่างในการทำงานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ขยันหมั่นเพียร มีน้ำใจ รักองค์กร เนื่องในโอกาสที่พี่ได้เกษียณอายุราชการ ขอให้พี่และครอบครัวมีแต่ความสุข ความเจริญ คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนา สุขภาพ แข็งแรง มีความสุขทุกวัน ร่ำรวยเงินทอง และ คอยเป็นที่พึ่งที่ปรึกษาให้น้อง ๆ ตลอดไป กอบ


ถึง พี่สุพิศ ก็รู้สึกใจหายเหมือนกันครับ ทำงานด้วยกันมา ก็นานมาก ตลอดระยะเวลาที่ร่วมงานกับพี่ พี่เป็นคนที่เก่ง น้อง ๆ สามารถทำตามและสามารถเรียนรู้งานได้ ผมก็ขอขอบคุณพี่พิศมากนะครับสำหรับทุกอย่าง ขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่ดีเสมอมา ถ้าหากที่ผ่านมา ผมทำอะไรให้พี่ไม่สบายใจ ผมก็ต้องขออภัยพี่ด้วยครับ สุดท้ายนี้ผมก็ขอให้พี่พิศ มีความสุขมาก ๆ สุขภาพแข็งแรง สุข สดใส ในวัยเกษียณครับ สมโชค


ด้วยรักและคิดถึง...พี่พิศ สาวเข้ามาทำงานที่ห้องสมุด เมื่อ พ.ศ. 2546 ได้รู้จักกับพี่พิศ เป็นเวลา 20 ปี 6 เดือนแล้ว พี่พิศจะทุ่มเทกับงานที่รับผิดชอบ ทำอะไร ทำจริง ต้องทำให้สำเร็จ ตั้งใจทำงานมาก ๆ ทุ่มเททั้งกำลัง กายและกำลังใจ เพื่อให้งานออกมาดีที่สุด เวลามีกิจกรรมอะไรพี่พิศ ก็จะให้ความช่วยเหลือทุกคน และคอยให้คำแนะนำปรึกษาที่ดีกับพวกเรา ชาวห้องสมุดมาตลอด นอกจากนั้น พี่พิศก็มาทำงานตั้งแต่เช้า ขยัน อดทน และถ้าทีมงานห้องสมุดเดือดเนื้อร้อนใจพี่พิศก็คอยช่วยเหลือ ทุกคนเสมอ และที่สำคัญพี่พิศทำแกงไตปลา อร่อยมาก ๆ ใครได้กิน รับรองจะติดใจ ว่าง ๆ ทำแกงไตปลามาขายบ้างนะคะ ทุกคนคงคิดถึง แกงไตปลาพี่พิศ


ในโอกาสที่พี่พิศเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2566 นี้ จะยังคงระลึกถึงคุณงามความดีที่พี่พิศได้ทำไว้ สาวขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ที่พี่พิศเคารพนับถือ จงดลบันดาลให้พี่พิศและครอบครัว มีแต่ความสุขความเจริญในชีวิต สุขภาพร่างกายที่แข็งแรง เงินทองไหลมาเทมา เป็นที่รักและเคารพของลูก ๆ หลาน ๆ ตลอดไป สุขสันต์วันเกษียณ ถึงตัวจะไป แต่ใจยังผูกพัน ด้วยรักและเคารพ รัชณี จารุธรรม (สาว)


ด้วยรัก และเคารพ...ทำงาน จนวันเกษียณอายุราชการ ไม่เคยคิดที่จะลา หรือ หยุดพัก ทุ่มเทพลังกาย พลังสติปัญญา ด้วยความเสียสละในการปฏิบัติหน้าที่ ตลอดเวลาอันยาวนาน โชคดีของหน่วยงานที่มีคนแบบพี่เป็นต้นแบบ ตลอดเวลาของการทำงาน ที่ยาวนานของพี่ ได้สร้าง คุณประโยชน์ ได้ร่วมกันพัฒนาองค์กรอย่าง มากมาย รวมถึงได้ผ่านอุปสรรคและได้สะสมประสบการณ์ที่มีคุณค่า อย่างยิ่งต่อองค์กร อีกทั้งการเกษียณเป็นเพียงกำหนดเวลาของการปฏิบัติราชการ เท่านั้น แต่พี่ยังคงมีภาระงานหรือสาระงานที่จะเลือกทำอย่างอิสระเสรี ดูว่าเป็นการเริ่มชีวิตใหม่อีกช่วงหนึ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัว สังคม ต่อจากนี้ไปพี่จะมีเวลา ทำในสิ่งที่ชอบ เช่นว่า ทำกับข้าว (แกงพุงปลาที่แสนอร่อย) -ก๋วยเตี๋ยว -ต้มขาหมู- เที่ยวกับ เพื่อนฝูง -ร้องเพลง–เยี่ยมลูก ๆ ที่ทำงานต่างจังหวัด– ปลูกผักสวนครัว -งานเย็บปักถักร้อย -เปย์ แต่ลูกหลาน อย่าลืมเปย์ตนเองด้วยนะคะคุณพี่ ขอบคุณที่พี่ได้ให้คำแนะนำและเป็นแบบอย่างที่ดี ทั้งเรื่องงาน ที่ทำ เรื่องความประพฤติ เป็นที่ปรึกษาปัญหา ทุก ๆ อย่าง ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ดลบันดาลให้พี่ ครอบครัวประสบแต่ความสุข มีสุขภาพพลานามัย แข็งแรง และประสบโชคดีตลอดไป จารึก คงเปีย บรรณารักษ์


สวัสดีค่ะ...พี่สุพิศ/ขุ่นแม่ ย้อนนึกถึงสมัยเรียนก่อนออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ บรรณารักษ์ ทุกคนจะต้องมาฝึกงานที่ห้องสมุด กันก่อน เวียนไปแต่ละงานจนครบจบกระบวนการ และหนึ่งในนั้นก็คือการจัดหาทรัพยากรเข้าห้องสมุด ซึ่งมีพี่สุพิศเป็นคนสอน เห็นแว็บแรก โอ้วแม่เจ้า..สาท่าดุหนัด พี่คนนี้ทำให้หัวใจเต้นแรง ใช่ว่าเขินนะ แต่กลัวหนัด กลัวทำ ผิดแล้วถูกด่า 5555555 และแล้วทุกอย่างก็ผ่านไปด้วยดี ได้ออกฝึกเรียบร้อย เมื่อจบการศึกษา และได้เข้าทำงาน ที่ห้องสมุด ในปี 2544 นับเป็นความโชคดีของเราที่ตอนนั้นสร้าง ตึกใหม่เสร็จพอดี และกำลังรับคนเพิ่ม และเราก็เป็นหนึ่งใน นั้นที่ถูกเลือก อิอิ (ก่อนที่จะถูกเลือกเกือบทำให้อาจารย์ใน ภาคเขาทะเลาะกันเลยทีเดียว หนึ่งในนั้นที่เลือกเราก็คือ แม่อีกคน อิอิ แม่บุญยืนจ้า) ทำงานมาเรื่อย ๆ เริ่มสนิทชิดเชื้อกับพี่สุพิศ อืม!! พี่เค้าก็ดีนะดูแลเอาใจใส่ ทุกคนเปรียบดั่งขุ่นแม่ที่คอยสอนลูก ๆ ด่ากันมั่ง ทะเลาะกันมั่ง แต่ไม่เคยคิดจะโกรธขุ่นแม่เลยนะ มีครั้งนึง ถึงขั้นน้ำตาตกกันเลยทีเดียว...อย่าเล่าเลยเนาะเรารู้กันสองคน เดี๋ยวร้องหล่าว อิอิ


ในการทำงานก็คอยให้คำแนะนำต่าง ๆ มากมาย ชี้แนะฝึกฝนให้เรามีความรับผิดชอบต่อหน้าที่การงาน เวลาไปติดต่อ ประสานงานตึกไหนก็มักจะพาเราไปเป็นผู้ติดสอยห้อยตามเสมอ จน ทำให้เราได้รู้จักคนเยอะแยะมากมายไปด้วย และยังเป็นพี่ใหญ่ในการ นำทัพจัดห้องสมุดโรงเรียนให้มีชีวิตตามโครงการพระบรมราโชบายให้ ผ่านสำเร็จไปด้วยดี การทำงานทุก ๆ อย่าง ขุ่นแม่จะคอยซัพพอร์ตอยู่ข้างหลัง ตลอด (รู้นะว่ารักและเอ็นดูเรา อิอิ) ผลักดันให้เราได้บรรจุเป็น พม. (อันนี้ต้องขอขอบคุณ อ.วิ ในสมัยนั้นด้วยค้าบ) มีสมัยนึงที่เราได้ไปศึกษาดูงานขุ่นแม่ก็ได้พาครอบครัวไปด้วย สนุกสนานเฮฮามาก เด็ก ๆ ก้อชอบตามเราไอ้เราก็นึกอยากแกล้ง เด็ก ๆ พอเด็กมาเราหนี5555555 จนเด็กร้องให้ (น้ามี่ขอโทดดดด...น้ามี่แค่แกล้งนิดเดียวเอง อิอิ) ดีนะไม่โดนขุ่นแม่ด่า55555


เมื่อมีแฟนแต่แฟนไม่มาขอสักที เอาไงละทีนี้ เดือดร้อนถึงขุ่นแม่สิจัดแจงให้เรียบร้อยทั้งป้าอุ๊ ป้ากำไล ผนึกกำลังกัน เลยได้ ผั_ เลยทีนี้555555 (บอยว่าไม่ได้แล้วถ้าทีมนี้มาตายแน่ถ้ายังไม่มาขอลูกสาว เค้า) เรียบร้อยไป 1 ราย อิอิ จากนั้นก็มีลูกสิรอไรกันละ ยังมิวายที่จะต้องถึงมือขุ่นแม่อีก 9 เดือนแล้วถึงกำหนดไป รอคลอด นัตตี้ก็ไม่ออกมาสักที จนขุ่นแม่ร้อนรนต้องตาม ไปดูกันเลยทีเดียว หวางจิได้ออกมาเกือบขิตหมอกันเลย ทีเดียว และแล้วก็ออกมาอย่างปลอดภัย ในทุกวินาทีของการเดินทางจะต้องมีขุ่นแม่คอย ดูแลอยู่ตลอดเส้นทาง ไม่ว่าจะทุกข์หรือสุข ปรึกษาได้ ทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงิน งาน ต่าง ๆ ได้หมด เปรียบเหมือนคนหนึ่งในครอบครัวไปละ แม้แต่แม่ก็ยังฝากฝังไว้กับขุ่นแม่ถ้าดื้อจัดการได้เลย เสียงว่า หึหึ แม่ก็ช่างฝากถูกคนซะเหลือเกิ๊น555555


30 กันยายน 2566 นี้ ไม่อยากนึกถึงวันนั้นเลย คิดแล้วเศร้า คิดแล้วเราจะทำอย่างไรในยาม มีปัญหา ใครจะคอยเป็นกำลังใจให้เรา คอยให้เราเข้าไป ปรึกษาหารือ แล้วถ้าอยากแกงน้ำเคยจิทำพรื่อทีนี้ แล้วถ้า โทรศัพท์พังใครจิพาไปรูดบัตร อยากได้เครื่องใช้ไฟฟ้า ใครจิทำให้... อ้อลืมไป เรารู้จักบ้านขุ่นแม่นี่นา งานนี้ ตามถึงบ้านเลย55555 แต่ทุกอย่างต้องดำเนินต่อไป ฮึบ!! สู้โว้ย สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด ขอให้พี่สุพิศและครอบครัว สุขกาย สุขใจ พระคุ้มครอง มีความสุขในยามเกษียณ คิดถึง คิดถึง และคิดถึง รักและเคารพดั่งแม่คนหนึ่ง รักนะแต่ไม่แสดงออก อิอิ มีมี่


นับตั้งแต่เข้ามาเรียนในปี พ.ศ.2534 หลักสูตรบรรณารักษ์ ที่สถาบันราชภัฏสงขลาในเวลานั้น ก็ได้รู้จักผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อสุพิศ มีรูปร่างผอม สูง บอบบาง หน้าบึ้ง ยิ้มยาก หน้าดุตลอดเวลา จนเพื่อน ๆ ในรุ่นเดียวกันกลัวพี่กันทุกคน (แต่เมื่อได้รู้จักตัวตนที่แท้จริง คือใจดีและ จริงใจ) ตลอดการเรียนหลักสูตรบรรณารักษ์ก็เข้าห้องสมุดทุกวัน ได้เจอกัน ทุกวัน จนเรียนจบปริญญา และในปี 2538 ได้มีโอกาสเข้ามาทำงาน ที่ห้องสมุด ตั้งแต่นั้นมาจนถึงปีปัจจุบัน (2566) ย้อนเวลา...ผ่านไปแล้ว 28 ปี นานมาก ๆ สำหรับชีวิตการทำงาน ทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน มีทั้งปัญหาและอุปสรรคมากมายที่ต้องพบเจอ และต้องอดทนลุยงานกันไป เพื่อให้งานทุกอย่างสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ต่อมาปี พ.ศ. 2548 ได้ปฏิบัติงานในฝ่ายจัดการทรัพยากรสารสนเทศ รับผิดชอบงานวิเคราะห์หมวดหมู่หนังสือ ก็มีพี่เป็นที่ปรึกษา ให้คำแนะนำ เพื่อช่วยในการตัดสินใจให้เลขหมู่และหัวเรื่องหนังสือ กว่าจะสามารถทำงาน ได้ราบรื่น กว่าจะมีประสบการณ์มาถึงทุกวันนี้ ถือว่าพี่คือครูคนหนึ่งที่ให้ คำปรึกษาตลอดมา พี่เป็นแบบอย่างของคนทำงานด้านบรรณารักษ์ ทำงาน ด้วยความเข้มแข็ง ทุ่มเท เอาจริงเอาจังในการทำงานทุกอย่าง และในปีนี้ก็ได้ร่วมงานกิจกรรมหนักอึ้งของโครงการพัฒนาห้องสมุด ออกพื้นที่จัดห้องสมุดโรงเรียนต่าง ๆ ในจังหวัดสงขลา สตูล พัทลุง ทำงานร่วมกันเป็นทีม 1 เดือนเต็ม สำหรับตะลอนเดินทางปฏิบัติราชการ แต่ก็อุ่นใจ เพราะเรามีพี่สุพิศคนนี้เป็นผู้ให้คำแนะนำและนำทีมทำงานได้ลุล่วง เป็นความประทับใจมาก ๆ บรรยายได้ไม่หมด แม้ว่าพี่จะไม่ได้มีตำแหน่งเป็นผู้บริหารระดับสูง แต่พี่สามารถวางตัวเป็น ผู้นำน้อง ๆ ได้ พี่เป็นผู้ร่วมงานที่เข้าใจเพื่อนร่วมงานทุกคน เมื่อมีปัญหาใด ๆ ก็สามารถปรึกษาและได้รับคำตอบกลับไปแก้ปัญหาได้เสมอ


ในปีนี้ 2566 ครบวาระที่พี่เกษียณอายุราชการ ขอให้พี่มีแต่ความสุข สุขภาพแข็งแรง และจะเก็บความทรงจำที่ดีเอาไว้เป็นแนวทางสำหรับ การทำงานต่อไป หมุ้ย


ถึง พี่สุพิศที่เคารพ ขอบคุณพี่สุพิศ ที่ให้คำแนะนำในการทำงาน และการใช้ชีวิตมาโดยตลอด ขอให้พี่สุพิศ มีความสุข สดชื่นในทุกวัน หลังเกษียณกับครอบครัว มีสุขภาพที่แข็งแรง ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง อุไรพรรณ มูสิกรัตน์ (อุ๊)


ถึงพี่สุพิศ....... ถ้าจะพูดถึงพี่สุพิศแล้ว ครั้งแรกที่เจอ ตอนเข้ามาทำงานที่หอสมุดใหม่ๆ ผมกลัวแกมาก กลัวทำงานไม่เรียบร้อย เพราะพี่สุพิศ เป็นคนที่มี ระเบียบ และจริงจังกับงาน แต่พอได้ทำงานด้วยกัน พี่แกเป็นคนที่ใจดี เป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำ ตลอดทุก ๆ เรื่อง จากที่ทำไปทำมาก็รักพี่สุพิศ เหมือนแม่คนหนึ่ง ใหญ่ก็รู้ว่าพี่รักและเอ็นดูเหมือน ญาติคนหนึ่ง ตอนนี้ถึงวาระที่พี่ต้องเกษียณแล้ว ใจหนึ่ง ก็ดีใจ ใจหนึ่งก็ใจหาย แต่ใจหายมากกว่า มาทำงานตอนเช้า แล้วไม่เจอพี่ที่ห้องทำงาน แค่คิดรู้สึกแปลก ๆ เลย แต่พี่มีอะไรให้ช่วยบอกได้ ตลอดนะครับ สุดท้ายนี้ขอให้พี่มีความสุข ในวัยเกษียณ มีสุขภาพที่แข็งแรงตลอดไปนะครับ ด้วยรักและเคารพ ใหญ่


พี่สุพิศ พี่สาวที่แสนดี พี่สุพิศ คุณแม่ คุณนาย คำนิยามที่หลาย ๆ คนใช้เรียกกัน ในแต่ละวัน ระยะเวลา 30 กว่าปี ที่ได้ทำงานร่วมกันในสำนักวิทย บริการ ร่วมทุกข์ ร่วมสุขด้วยกัน พี่สุพิศเป็นผู้หญิงต้นแบบ ที่ทำงานขยัน อดทน ไม่ท้อถอยแม้จะเหน็ดเหนื่อย เป็นผู้มีน้ำใจ คอยดูแลช่วยเหลือน้องในทุก ๆ เรื่อง มีความรักและห่วงใย คอยว่ากล่าวตักเตือนน้อง ๆเมื่อกระทำความผิด และในวันนี้เป็น วันที่พี่ต้องเกษียณอายุแล้ว พี่ได้พักผ่อน ได้ทำงานในสิ่งที่อยากทำ ด้วยคุณความดีที่พี่มีต่อน้อง ๆ ชาวสำนักวิทยบริการขออาราธนา คุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงบันดาลให้พี่สุพิศ และครอบครัวจงประสบความสุข ความเจริญ สุขภาพแข็งแรง และมีความสุขตลอดไป. ...พี่คือคนดีในดวงใจ... เพลิน จันทวงศ์


Click to View FlipBook Version