ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด และ พระราชบัญ บั ญัติ ญั ติ วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 ของเจ้า จ้ พนัก นั งาน ป.ป.ส. ในรูปแบบ INFOGRAPHIC กองกฎหมาย สำ นัก นั งาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม
ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด และ พระราชบัญ บั ญัติ ญั ติ วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ. 2550 กองกฎหมาย สำ นัก นั งาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม การแต่งตั้ง ตั้ เจ้า จ้ พนัก นั งาน ป.ป.ส. 1. เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. คือใคร 2. คุณสมบัติของผู้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. 3. ขั้นตอนการยื่นขอแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. 4. ลักษณะสำ คัญของการเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. 5. รูปแบบบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. อำ นาจหลัก ลั ของเจ้า จ้ พนัก นั งาน ป.ป.ส. 1. การค้นเคหสถานหรือสถานที่ มาตรา 11/1 (1) 2. การค้นบุคคล ค้นยานพาหนะ มาตรา 11/1 (2) 3. การค้นตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 11/1 (3) 4. การจับบุคคลใด ๆ ที่กระทำ ความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด มาตรา 11/1 (4) 5. การยึดหรืออายัดยาเสพติด หรือ ทรัพย์สิน มาตรา 11/1 (5) 6. การยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่มีเหตุอันควร เชื่อว่าเกี่ยวเนื่องกับการกระทำ ความผิด ร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด มาตรา 11/1 (6) 7. การตรวจสอบทรัพย์สินตามที่คณะกรรมการ ตรวจสอบทรัพย์สินหรือเลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมาย มาตรา 11/1 (7) 8. การสอบสวนผู้ต้องหา มาตรา 11/1 (8) 9. การมีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใด ๆ มาตรา 11/1 (9) อำ นาจในเรื่องอื่น ๆ ของเจ้า จ้ พนัก นั งาน ป.ป.ส 1. การตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจ หรือทดสอบสารเสพติดในร่างกาย มาตรา 11/2 ประกอบมาตรา 114 และมาตรา 115 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด 2. การขอให้บุคคลอื่นช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 11/4 3. การได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสาร มาตรา 11/5 4. การควบคุมตัวผู้ถูกจับซึ่งกระทำ ความผิดร้ายแรง เกี่ยวกับยาเสพติดเพื่อสืบสวนสอบสวนเป็นเวลาไม่เกินสามวัน มาตรา 11/6 เจ้า จ้ พนัก นั งาน ป.ป.ส. กับ กั สถานประกอบการ มาตรา 57 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด กรณี เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พบการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการ และปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ มาตรการประสานงานในคดีความผิดเกี่ยวกับ กั ยาเสพติด ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วยการประสานงานในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2566 การกำ กับ กั ดูแล การปฏิบัติ บั ติ หน้า น้ ที่ การรายงาน การปฏิบัติ บั ติ หน้า น้ ที่ การสิ้น สิ้ สุดการเป็นเจ้า จ้ พนัก นั งาน ป.ป.ส. QR CODE กฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อ ข้ ง
คุณสมบัติ อำ นาจ เรื่องอื่น ๆ การรายงาน การปฏิบัติหน้าที่ อำ นาจ หลัก การกำ กับดูแล การปฏิบัติหน้าที่ การสิ้นสุดการเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ด้านความ คุ้มครอง 1. ข้าราชการพลเรือน/ตำ รวจ/ทหาร 2. ได้รับภารกิจงานด้านยาเสพติด เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. คือ ผู้ซึ่งเลขาธิการ ป.ป.ส. แต่งตั้งโดย ได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการ ป.ป.ส.หรือมอบหมายให้คณะอนุกรรมการ ที่คณะกรรมการ ป.ป.ส. มอบหมาย เพื่อปฏิบัติการตามประมวล กฎหมายยาเสพติด ตาม ป.อาญา และ ป.วิ อาญา 1. ค้นเคหสถาน/สถานที่ 2. ค้นบุคคล/ยานพาหนะ 3. ค้นตาม ป.วิ อาญา 4. จับบุคคลความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด 5. ยึด/อายัดยาเสพติดทรัพย์สิน 6. ยึด/อายัดทรัพย์สินความผิดร้ายแรง เกี่ยวกับยาเสพติด 7. ตรวจสอบทรัพย์สิน 8. สอบสวนผู้ต้องหา 9. หนังสือสอบถาม/เรียกบุคคล 1. ตรวจ หรือทดสอบสารเสพติด 2. ขอให้บุคคลอื่นช่วยเหลือ การปฏิบัติหน้าที่ 3. การได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสาร 4. ควบคุมตัวไม่เกิน 3 วัน 5. ตรวจสถานประกอบการ 1. รายงานการปฏิบัติหน้าที่ กรณีใช้อำ นาจ 2. รายงานหัวหน้าหน่วยงาน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 3. รายงานข่าวสาร/สถานการณ์การแพร่ระบาดยาเสพติด 4. รายงานการให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงาน 1. เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. รายงานภายใน 15 วัน ตามแบบ 2. หัวหน้าหน่วยงาน รายงานความก้าวหน้า อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง 1. เสียชีวิต เกษียณ ลาออก 2. ยกเลิกการแต่งตั้ง 3. บัตรประจำ ตัวสิ้นอายุเกินกว่า 3 เดือน 4. ฝ่าฝืนและมีคำ สั่งยกเลิก ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ตาม QR-CODE เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. คือใคร ?
1. เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. คือใคร 2. คุณสมบัติของผู้รับการแต่งตั้ง เป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. 3. ขั้นตอนการยื่นขอแต่งตั้ง เป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. 4. ลักษณะสำ คัญของการ เป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. 5. รูปแบบบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. การแต่งตั้ง ตั้ เจ้า จ้ พนัก นั งาน ป.ป.ส.
อาศัยอำ นาจตามพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564 มาตรา 11/1 วรรคสอง และมาตรา 11/6 วรรคสอง จึงออกระเบียบ คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติดว่าด้วยการแต่งตั้งการ ปฏิบัติหน้าที่และการกำ กับดูแลการ ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ.2565 เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. คือใคร ? เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. คือ ผู้ซึ่งเลขาธิการ ป.ป.ส. แต่งตั้งโดยได้รับอนุมัติ จากคณะกรรมการ ป.ป.ส. หรือมอบหมายให้ คณะอนุกรรมการที่ คณะกรรมการ ป.ป.ส. มอบหมายเพื่อปฏิบัติการ ตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด คุณสมบัติ และขั้นตอน อย่างไรบ้าง 1. ข้าราชการพลเรือน ระดับชำ นาญงานขึ้นไป 2. ข้าราชการตำ รวจ ข้าราชการทหาร ชั้นสัญญาบัตรขึ้นไป 3. ปลัดกรุงเทพมหานคร 4. ปลัดเมืองพัทยา ทั้งนี้ต้องได้รับ มอบหมาย ให้ปฏิบัติการ ปราบปรามยาเสพติด และไม่มีประวัติมัวหมอง เกี่ยวกับยาเสพติด และไม่ทุจริตและประพฤติ มิชอบในวงราชการ คุณสมบัติ
วิธีการขอแต่งตั้งเป็น เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผ่าน ระบบบริหารจัดการข้อมูล เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. (NEOS) การเข้าใช้ระบบ (1) เข้าผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต https://www.oncb.go.th/ (2) คลิกระบบบริหารจัดการข้อมูล เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. (NEOS) กรณีข้าราชการหน่วยงานอื่น 1. เลขบัตรประชาชน ให้ใส่เลขบัตร ประจำ ตัว 13 หลัก เช่น 0123456789123 2. รหัสผ่าน ให้ใส่รหัสผ่าน เป็นวันเดือนปีเกิด ในรูป DDMMYYYY เช่น 01032526 กรณีเข้าระบบ ฯ ไม่ได้ ให้ลงทะเบียนใหม่ 1. ข้าราชการ ป.ป.ส. ให้ยื่นต่อ ผู้อำ นวยการกองหรือเทียบเท่าขึ้นไป 2. ข้าราชการส่วนราชการอื่น ให้ผู้บังคับบัญชาหัวหน้าหน่วยงาน ระดับอธิบดีหรือเทียบเท่า เป็นผู้เสนอ รายชื่อมายังเลขาธิการ ป.ป.ส. ขั้นตอนการยื่นขอแต่งตั้ง ระบบบริหารจัดการข้อมูล เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. (NEOS) เข้าระบบกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน กรณีข้าราชการสำ นักงาน ป.ป.ส. 1. ดำ เนินการขอเข้าระบบ ระบบบริหารจัดการ ข้อมูลเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. (NEOS) กับ ศทส. 2. เข้าระบบภายในสำ นักงาน INTRANET 3. เข้าระบบงานภายใน และกรอกกรอกข้อมูล ระบบบริหารจัดการข้อมูล เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. (NEOS)
ส่วนยุทธศาสตร์ อำ นวยการ สิทธิประโยชน์ และเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. กองกฎหมาย สำ นักงาน ป.ป.ส. โทร 02245 9087 02247 0901 ต่อ 35057 08 2782 4989 เตรียมพร้อมข้อมูลเพื่อสมัคร (1) ไฟล์คำ สั่งมอบหมายให้มีหน้าที่ในการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด (โดยระบุชื่อผู้ขอ) จัดทำ เป็นไฟล์ นามสกุล .pdf (2) ไฟล์ภาพถ่ายหน้าตรงแต่งชุดเครื่องแบบ ข้าราชการ ไม่สวมหมวก ขนาด 2 นิ้ว จัดทำ เป็นไฟล์เท่ากับรูปถ่ายและบันทึกเป็นไฟล์ นามสกุล .jpg (3) ไฟล์ลายมือชื่อ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม - ยื่นคำ ขอและกรอกข้อมูลให้ ครบถ้วน แนบไฟล์คำ สั่งและ ไฟล์รูปถ่าย จากนั้นกดบันทึก ข้อมูลและกดยืนยันข้อมูล - พิมพ์ แบบ วยส.22 เสนอผู้บังคับบัญชาให้ทราบ ในการลงทะเบียนผ่านระบบฯ ผู้ขอรับการแต่งตั้งกรอกข้อมูล ประวัติส่วนบุคคลในระบบบริหาร จัดการข้อมูลเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พร้อมแนบคำ สั่ง รูปถ่าย และ ลายมือชื่อ สามารถสอบถามใน Line OFFICIAL เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตาม QR code นี้
รับเรื่องจาก หน่วยงานภายนอก ตรวจสอบคุณสมบัติ ของผู้ขอรับการแต่งตั้ง ผู้ขอรับการแต่งตั้งเข้าอบรมด้วย วิธีออนไลน์ (ระยะเวลาอบรมภายใน 30 วัน นับแต่มีหนังสือแจ้งให้เข้าอบรม) ผู้อบรมแนบไฟล์ ใบประกาศใน ระบบ Neos เลขาธิการ ป.ป.ส. กำ หนดอำ นาจ และเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุมัติ แต่งตั้งและเห็นชอบกำ หนดอำ นาจ คณะอนุกรรมการฯ ประชุม พิจารณาอนุมัติกติารแต่งตั้ง เลขาธิการ ป.ป.ส. ลงนาม ออกคำ สั่งแต่งตั้ง พิมพ์บัตรและ ส่งมอบบัตรพร้อมซอง
เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีอำ นาจในการปฏิบัติ ตามมาตรการต่าง ๆ เพื่อดำ เนินการป้องกัน และปราบปรามผู้กระทำ ความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด พิจารณาได้ 2 ลักษณะ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมาย ในการดำ เนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ของประเทศ โดยอำ นาจหน้าที่เป็นไปตาม พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 และตามประมวลกฎหมายยาเสพติดกำ หนด เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จึงนับเป็นส่วนสำ คัญต่อ ผลสำ เร็จในการปราบปรามผู้กระทำ ความผิด เกี่ยวกับยาเสพติดเป็นอย่างมาก มีอำ นาจจับกุมบุคคลที่กระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ค้นบุคคลหรือยานพาหนะ ค้นเคหสถานหรือสถานที่ใด สอบสวนผู้ต้องหาที่กระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด สอบถามหรือเรียกบุคคลมา ให้ถ้อยคำ หรือส่งบัญชีเอกสาร หรือวัตถุ แจ้งข้อหา ควบคุมผู้ ถูกจับและยึดยาเสพติดของกลาง การยึดอายัดทรัพย์สินที่ใช้หรือ จะใช้ในการกระทำ ความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด ลักษณะแรก เจ้าพนักงานมีอำ นาจ ตามกฎหมายเช่นเดียว กับพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำ รวจตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา บุคคลที่ได้รับ การแต่งตั้งเป็น เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.มีลักษณะสำ คัญ 1. ด้านอำ นาจ 2. ด้านความ คุ้มครอง ด้านอำ นาจ
1. การยึดหรืออายัดทรัพย์สินเกี่ยวเนื่อง และ ตรวจสอบทรัพย์สินตามที่เลขาธิการ ป.ป.ส. หรือ คตส. มอบหมาย ความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดหรือที่อาจใช้เป็นพยานหลักฐาน 2. เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีอำ นาจตรวจ หรือทดสอบ หรือสั่งให้รับการตรวจหรือ ทดสอบว่าบุคคล หรือกลุ่มบุคคลนั้น มีสารเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่ 3. มีอำ นาจในการจัดทำ รายงานเสนอ คณะอนุกรรมการกลั่นกรองการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นก่อนที่จะนำ เสนอ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ เลขาธิการ ป.ป.ส.พิจารณาว่าควรมีคำ สั่ง ปิดชั่วคราว หรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบการ ของสถานประกอบการแห่งนั้น หรือไม่ ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 57 4. มีอำ นาจในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร กรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเอกสาร หรือข้อมูลข่าวสารอื่นใด ซึ่งส่งทาง ไปรษณีย์ โทรเลข โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องมือ หรืออุปกรณ์ ในการสื่อสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ สื่อทางเทคโนโลยี สารสนเทศ ถูกใช้ หรืออาจถูกใช้เพื่อประโยชน์ในการ กระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ได้ มาตรา 11/5 กรณีเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ใช้อำ นาจโดยชอบด้วยกฎหมาย ย่อมได้รับ ความคุ้มครองโดยชอบด้วยกฎหมายในฐานะเป็นเจ้าพนักงานตาม ประมวลกฎหมายอาญา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากมีบุคคลใดกระทำ ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะต้องรับผิดทางอาญา เช่น ความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ความผิดฐานแจ้งความเท็จ ความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ความผิดฐานข่มขืนใจ เจ้าพนักงาน เป็นต้น และสำ นักงาน ป.ป.ส. จะให้ความช่วยเหลือ ในกรณีที่ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำ เลย เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ลักษณะที่สอง เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีอำ นาจ ตามกฎหมายพิเศษ คือ ประมวลกฎหมายยาเสพติด และพระราชบัญญัติวิธีพิจารณา คดียาเสพติด พ.ศ.2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564 ดังนี้ ด้านความคุ้มครอง เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. กระทำ ความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับ ยาเสพติดเสียเอง ต้องระวางโทษ 3 เท่าของความผิดนั้น
หลักเกณฑ์การยื่นคำ ขอ ให้ยื่นคำ ขอต่ออายุบัตรประจำ ตัว เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ใหม่ได้ ภายใน 30 วัน ก่อนวันที่บัตร ดังกล่าวจะสิ้นอายุ 2. กรณีบัตรชำ รุด/สูญหาย/ถูกทำ ลาย หลักเกณฑ์การยื่นคำ ขอ 1. รายงานให้ผู้บังคับบัญชาหัวหน้า หน่วยงานเพื่อทราบโดยเร็ว 2. ยื่นคำ ขอมีบัตรประจำ ตัวใหม่ มายัง เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมหลักฐานตามระเบียบ ฯ ซองใส่บัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ข้าราชการ ตำ รวจ ข้าราชการ พลเรือน/ทหาร ข้าราชการ ป.ป.ส. การต่ออายุบัตรประจำ ตัว เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. 1. กรณีบัตรประจำ ตัวสิ้นอายุ ขั้นตอนยื่นคำ ขอ (ทั้ง 2 กรณี) ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เสนอคำ ขอมีบัตรประจำ ตัวใหม่ พร้อมหลักฐานต่าง ๆ โดยผ่านผู้บังคับบัญชาของหน่วยงาน 1. ข้าราชการตำ รวจ ยื่นต่อผู้บังคับการตำ รวจขึ้นไป 2. ข้าราชการพลเรือนสามัญ ยื่นต่อผู้อำ นวยการสำ นักขึ้นไป (ส่วนปลัดอำ เภอให้ยื่นต่อ นายอำ เภอขึ้นไป) 3. ข้าราชการทหาร ยื่นต่อ ผู้บังคับการกรม ขึ้นไป โดยผู้บังคับบัญชาจะส่งเรื่องมายัง เลขาธิการ ป.ป.ส. และผู้ขอมีบัตรประจำ ตัว เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ฉบับใหม่ต้องดำ เนินการ กรอกข้อมูลประวัติส่วนบุคคลในระบบบริหาร จัดการข้อมูลเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พร้อมแนบ คำ สั่งปฏิบัติงานยาเสพติด รูปภาพ อายุบัตรประจำ ตัว บัตรประจำ ตัว เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีระยะ เวลา 1 ปี นับตั้งแต่วันที่ออกบัตร ตัวอย่างบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.
1. การค้นเคหสถานหรือสถานที่ มาตรา 11/1 (1) 2. การค้นบุคคล ค้นยานพาหนะ มาตรา 11/1 (2) 3. การค้นตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 11/1 (3) 4. การจับบุคคลใด ๆ ที่กระทำ ความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด มาตรา 11/1 (4) 5. การยึดหรืออายัดยาเสพติด หรือ ทรัพย์สิน มาตรา 11/1 (5) 6. การยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่มีเหตุอันควร เชื่อว่าเกี่ยวเนื่องกับการกระทำ ความผิด ร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด มาตรา 11/1 (6) 7. การตรวจสอบทรัพย์สินตามที่คณะกรรมการ ตรวจสอบทรัพย์สินหรือเลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมาย มาตรา 11/1 (7) 8. การสอบสวนผู้ต้องหา มาตรา 11/1 (8) 9. การมีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใด ๆ มาตรา 11/1 (9) อำ นาจหลัก ลั ของเจ้า จ้ พนัก นั งาน ป.ป.ส.
การเข้าไปในเคหสถาน หรือสถานที่ใด ๆ เพื่อ ตรวจค้น โดยไม่ต้อง มีคำ สั่งหรือหมายศาล มีหลักเกณฑ์อย่างไร 1. ต้องมีเหตุอันควรสงสัยว่ามี ยาเสพติด หรือบุคคลซึ่งมีเหตุ อันควรสงสัยว่า กระทำ ความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด หลบซ่อนอยู่ หรือมีทรัพย์สินซึ่งได้มาโดยการ กระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งอาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ 2. ต้องมีเหตุอันควรเชื่อว่า บุคคล นั้นจะหลบหนี หรือทรัพย์สินนั้นจะ ถูกโยกย้าย ซุกซ่อน ทำ ลาย หรือ ทำ ให้ เปลี่ยนสภาพไปจากเดิม การเข้าไปในเคหสถาน หรือสถานที่ใดๆ เพื่อ ตรวจค้น มีแนวทาง ปฏิบัติอย่างไร 1. ต้องแจ้ง ผู้บังคับบัญชาทราบก่อน 2. ต้องแสดงความบริสุทธิ์ และแสดงบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ต่อผู้ดูแลหรือบุคคล ในครอบครัวของผู้นั้น ก่อนลงมือค้น 3. ต้องทำ การค้นต่อหน้า ผู้ครอบครองสถานที่ หากไม่มี ให้ค้นต่อหน้า ฝ่ายปกครอง กำ นัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือญาติ ผู้ใกล้ชิดกับผู้ครอบครอง สถานที่ ซึ่งเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ร้องขอให้มาเป็นพยาน
5. ต้องทำ บันทึกระบุเหตุ อันควรสงสัยและเชื่อที่ ทำ ให้สามารถเข้าค้นได้ ไว้ให้แก่ผู้ครอบครอง 4. กรณีลงมือค้น สถานที่ ในเวลากลางวัน ถ้ายังไม่เสร็จ จะค้นต่อไปใน เวลากลางคืนก็ได้ ต้องรายงานให้ ผู้บังคับบัญชาทราบ 6. เมื่อค้นเสร็จแล้ว ให้ทำ บันทึก รายละเอียดแห่งการค้น และบัญชีสิ่งของที่ค้นได้ 7. การค้นในเวลากลางคืน ผู้เป็นหัวหน้าในการค้น ต้องเป็นบุคคลที่กำ หนดไว้ 1. ข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำ แหน่งประเภทบริหาร ตำ แหน่งประเภทอำ นวยการ ตำ แหน่งประเภทวิชาการ ระดับชำ นาญการพิเศษขึ้นไป 2. ข้าราชการตำ รวจ ได้แก่ ตำ แหน่งตั้งแต่ผู้กำ กับการ หรือพันตำ รวจเอกขึ้นไป 3. ข้าราชการทหาร ได้แก่ ตำ แหน่งรองผู้บังคับการกรม หรือพันเอกขึ้นไป 8. ให้รายงานเลขาธิการ ป.ป.ส. ภายใน 15 วันนับแต่ปฏิบัติหน้าที่ ผู้เป็นหัวหน้าในการค้น ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดว่าด้วยการแต่งตั้ง การปฏิบัติหน้าที่และการกำ กับดูแลการ ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ. 2565
2. เมื่อค้นเสร็จแล้วให้บันทึก รายละเอียดแห่งการค้น และบัญชีสิ่งของที่ค้นได้ 1. ต้องมีเหตุอันควรสงสัย การค้นบุคคล หรือ ตามสมควร เช่น ยานพาหนะ มีหลักเกณฑ์ อย่างไร ? 2. ว่ามียาเสพติดซุกซ่อนอยู่ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การค้นบุคคลหรือ ยานพาหนะ มีแนวทางปฏิบัติ อย่างไรบ้าง 1. ต้องแสดงความบริสุทธิ์ และแสดงบัตรประจำ ตัวต่อ ผู้ที่จะถูกค้น หรือผู้ครอบครอง ยานพาหนะนั้นก่อนการตรวจค้น 3. ให้รายงาน เลขาธิการ ป.ป.ส . ภายใน 15 วัน นับแต่ปฏิบัติหน้าที่ ตรวจสอบตาม ข้อร้องเรียน 1386
การค้นบุคคลในที่สาธารณสถาน การค้นบุคคลในที่รโหฐาน 2) ต้องมีเหตุอันควรสงสัย ว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของใน ครอบครองเพื่อจะใช้ใน การกระทำ ผิด หรือได้มา หรือมีไว้เป็นความผิด (ป.วิอาญา ม.93) 2) ต้องมีเหตุอันควรสงสัย ว่าบุคคลนั้นเอาสิ่งของที่ ต้องการพบซุกซ่อนในร่างกาย เจ้าพนักงานจึงสามารถ ค้นตัวบุคคลดังกล่าวได้ (ป.วิอาญา ม.100 วรรค 2) 3. การค้นตัวผู้ถูกจับ เมื่อมีการจับกุมผู้กระทำ ผิด เจ้าพนักงานมีอำ นาจค้นตัว ผู้ถูกจับและยึดสิ่งของที่ อาจใช้เป็นหลักฐานได้ (ป.วิอาญา ม.85) การค้นบุคคล มีกี่ลักษณะ 1. การค้นบุคคล ในที่สาธารณสถาน มียกเว้นอยู่ 2 ประการ การค้นบุคคลในที่สาธารณสถาน 1) ต้องเป็นกรณี เจ้าพนักงานปกครอง หรือ ตำ รวจเป็นผู้ค้น (ราษฎรค้นไม่ได้) 1) ต้องเข้าไปในที่รโหฐานนั้น โดยชอบ หรือโดยถูกต้อง เช่น มีหมายค้นที่รโหฐานนั้น หรือมีเสียงร้องให้ช่วย หรือ ปรากฏความผิดซึ่งหน้า (ป.วิอาญา ม.92) การค้นบุคคลในที่รโหฐาน การค้นตัวผู้ถูกจับ
การปฏิบัติในการตรวจค้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา มีหลักเกณฑ์อย่างไร 1. ต้องแสดงหมายค้น เจ้าพนักงานต้องแสดงหมายค้น ต่อผู้ครอบครองสถานที่ เว้นแต่ ในกรณีค้นโดยไม่มีหมายค้น เจ้าพนักงานผู้ค้นต้องแสดง นามและตำ แหน่ง (ป.วิอาญา ม.92) 2. ต้องทำ การตรวจค้น ต่อหน้าผู้ครอบครอง สถานที่ ก่อนลงมือตรวจค้นต้อง แสดงความบริสุทธิ์ ในการค้น ต้องกระทำ ต่อหน้าผู้ครอบครอง สถานที่หรือครอบครัว กรณีหา บุคคลเช่นว่านั้นไม่ได้ ต้องค้น ต่อหน้าบุคคลอื่นอย่างน้อย 2 คน ซึ่งเจ้าพนักงานได้ ร้องขอมาเป็นพยาน 3. ต้องทำ การค้น ในเวลากลางวัน ในการตรวจต้องทำ การ ระหว่างพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตก (เว้นแต่ในกรณีได้ลงมือ ตรวจค้นในเวลากลางวัน ถ้าการค้นยังไม่เสร็จ สามารถค้นต่อไปใน เวลากลางคืนก็ได้ (ต่อเนื่องกัน)) หรือเป็นกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่งหรือ มีกฎหมายอื่นให้ค้นเป็นพิเศษได้ หรือ กรณีการค้นเพื่อจับผู้ร้ายสำ คัญหรือ ผู้ดุร้ายสามารถค้นเวลากลางคืนก็ได้ (ป.วิ.อาญา ม.96)
4. การปฏิบัติกรณีมีการขัดขวางไม่ยินยอม ให้ทำ การตรวจค้น เจ้าพนักงานมีอำ นาจสั่ง เจ้าของหรือผู้อยู่ในนั้น หรือผู้รักษาสถานที่ ให้อำ นวยความสะดวก และยินยอมให้เข้าไป กรณีจำ เป็นมีอำ นาจใช้กำ ลังเพื่อเข้าไป โดยสามารถเปิดหรือทำ ลายประตูบ้านเรือน หน้าต่าง รั้ว สิ่งขีดขวางได้ (แต่พยายาม มิให้มีการเสียหายกระจัดกระจาย) 5. ต้องจัดทำ บันทึกและบัญชีสิ่งของ ที่ยึดจากการค้น เจ้าพนักงาน ต้องจัดทำ บันทึกรายละเอียดแห่ง การค้น และบัญชีสิ่งของที่ค้นได้ แล้วอ่านให้ผู้ครอบครองฟัง โดยให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน กรณีไม่รับรองว่าถูกต้อง หรือ กรณีไม่รับรอง หรือไม่ยอมรับก็ให้บันทึกไว้ สำ หรับสิ่งของที่ได้จากการตรวจค้นต้อง ทำ การห่อหรือบรรจุหีบห่อ ตีตราไว้ หรือ ทำ เครื่องหมายไว้เป็นสำ คัญ 6. ต้องรายงานผลการปฏิบัติ เจ้าพนักงานผู้ตรวจค้นต้องรีบส่งบันทึก บัญชีสิ่งของที่ยึดมาไปยังพนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานตามกฎหมายกำ หนดไว้ และ ต้องบันทึกรายละเอียดและรายงานไปยังศาล ที่ออกหมายโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่า 15 วัน นับแต่วันจัดการตามหมาย (ป.วิ.อาญา ม. 104) หรือถ้ามี การขัดขวางถึงกับทำ ให้ การค้นไร้ผล มีอำ นาจเอาตัวผู้นั้น ควบคุมไว้ หรือ อยู่ในความดูแลของ เจ้าพนักงานในขณะค้นเท่าที่จำ เป็น (ป.วิ.อาญา ม.9294 99 และ 100)
5. ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เอาตัวผู้ถูกจับไปยัง ที่ทำ การของเจ้าพนักงาน หรือส่งตัวผู้ถูกจับ ไปยังที่ทำ การของพนักงานสอบสวนทันที เว้นแต่มีเหตุจำ เป็นต้องสอบสวนผู้ถูกจับ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเกี่ยวกับการ กระทำ ความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ตามมาตรา 11/6 แห่งพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564 6. ทำ บันทึกการจับกุมและให้ผู้ถูกจับลงลายมือชื่อไว้ หากผู้ถูกจับไม่ยอมลงลายมือชื่อ ให้หมายเหตุไว้ใน บันทึกการจับกุม และรายงานให้ เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันปฏิบัติหน้าที่ การปฏิบัติหน้าที่จับบุคคล ผู้กระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มีแนวทางปฏิบัติอย่างไร 2. กรณีจับโดยไม่มีหมายจับ ตาม ป.วิ.อาญา ม.78 ให้แสดงบัตรประจำ ตัว ต่อผู้นั้นก่อนจับกุม การจับบุคคลใด ๆ ที่กระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มีองค์ประกอบความผิดใดบ้าง 1.ต้องมี ผู้กระทำ 2. ต้องมี การกระทำ 3. ในคดี ความผิด เกี่ยวกับ ยาเสพติด 1. กรณีจับตามหมายจับ เมื่อพบผู้กระทำ ความผิด ตามหมายจับ ให้แสดง หมายจับและบัตรประจำ ตัว ต่อผู้นั้น ก่อนจับกุม 4. ให้แจ้งผู้ถูกจับว่าถ้อยคำ ที่ผู้ถูกจับกล่าวนั้น อาจใช้ เป็นหลักฐานยันเขาในการ พิจารณาคดีได้ 3. ให้แจ้งข้อกล่าวหาและ รายละเอียดแห่งการจับ ให้ผู้ถูกจับทราบ ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำ ให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัด
7. แจ้งข้อกล่าวหาและ รายละเอียดเกี่ยวกับ เหตุแห่งการจับกุมให้ ผู้ถูกจับทราบ ถ้ามี หมายจับให้แจ้งแก่ ผู้ถูกจับทราบและ อ่านให้ฟังและมอบ สำ เนาบันทึกการจับ แก่ผู้ถูกจับ (ป.วิ.อาญา มาตรา 84 วรรคแรก (1)) เมื่อมีการจับกุม ผู้ต้องหาได้แล้ว มีแนวทาง ปฏิบัติอย่างไร ? 1. ต้องแจ้งให้ผู้ถูกจับ ทราบว่าเขาจะถูกจับกุม 2. แจ้งสิทธิจะไม่ให้การ หรือ ให้การก็ได้และถ้อยคำ นั้น อาจใช้เป็นพยานหลักฐาน ในการพิจารณาคดีได้ 3. สิทธิที่จะพบทนายและ ปรึกษาทนายความ หรือ ผู้ซึ่งจะเป็นทนายความ 8. การจัดทำ บันทึกการจับกุมควรที่ จะต้องเขียนให้รัดกุมไม่ควรมีถ้อยคำ รับสารภาพเพราะไม่สามารถใช้ คำ รับสารภาพของผู้กระทำ ความผิด เป็นพยานหลักฐานในศาลได้ ซึ่งมี คำ พิพากษาศาลฎีกาวินิจฉัยเป็น บรรทัดฐานไว้ 4. แจ้งญาติ หรือผู้ซึ่งตนไว้วางใจ ทราบถึงการจับกุม หากสามารถ ดำ เนินการได้ โดยสะดวก และ ไม่เป็นการขัดขวางการจับ หรือ การควบคุมผู้ถูกจับ หรือ ทำ ให้เกิดความไม่ปลอดภัย แก่บุคคลหนึ่งบุคคลใด 5. ผู้จับกุมต้องส่งตัวให้ผู้ถูกจับไปยัง ที่ทำ การของพนักงานสอบสวนแห่ง ท้องที่ที่จับกุม เว้นแต่มีเหตุจำ เป็นต้อง สอบสวนเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน ในความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ให้นำ ตัวไปยังสถานที่ควบคุมของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. 6. ส่งตัวผู้ถูกจับแก่ พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำ รวจของที่ทำ การ ของพนักงานสอบสวน (ป.วิ.อาญา มาตรา 84) ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำ ให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัด
เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผู้จับมีอำ นาจ ค้นตัวผู้ถูกจับ เมื่อพบยาเสพติด ต้องปฎิบัติอย่างไรบ้าง ? ในกรณีการค้น ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผู้ค้นบันทึกรายละเอียด แห่งการค้นและสิ่งของ ที่ค้นนั้นต้องมีบัญชี รายละเอียดไว้ สิ่งของใดที่ยึดไว้เป็นยาเสพติดตามประมวล กฎหมายยาเสพติด ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ดำ เนินการตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณา คดียาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 11/3 และ ประกาศคณะกรรมการ ป.ป.ส. ที่เกี่ยวข้อง โดยให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ส่งยาเสพติด ไปยังพนักงานสอบสวนตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา การยึดหรือการอายัด ทรัพย์สินรายการใดที่มีเหตุอันควร สงสัยว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับ การกระทําความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับ ยาเสพติดให้พิจารณาดำ เนินการตาม มาตรา 11/1 (6) ต่อไป หน้า น้ ที่และอำ นาจเจ้า จ้ พนัก นั งาน ป.ป.ส. ตาม พระราชบัญ บั ญัติ ญัติวิธีพิจารณา คดียาเสพติด พ.ศ. 2550 แก้ไก้ ขเพิ่มเติม (ฉบับ บั ที่ 2) พ.ศ. 2564 เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผู้ค้นต้องปฏิบัติ อย่างไรต่อไป เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่ค้นต้อง รีบส่งบันทึก บัญชีและสิ่งของ ที่ยึดมาไปยังพนักงานสอบสวน
2. ในการจัดทํารายงานเพื่อเสนอ ตรวจสอบทรัพย์สินให้ตรวจสอบ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอาชีพรายได้ หรือการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่จะ ยึดหรืออายัด 1. รายงานมายังเลขาธิการ ป.ป.ส. ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ยึดหรือ อายัดพร้อมข้อมูลเกี่ยวกับข้อเท็จจริง รายละเอียดหรือพฤติการณ์ในการ กระทําความผิดและข้อมูลทรัพย์สิน ที่มีเหตุอันควรสงสัย เมื่อเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ยึดหรืออายัด ทรัพย์สินรายการใดที่มีเหตุอันควรสงสัย ว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทํา ความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ตามอนุมาตรานี้ ต้องปฏิบัติอย่างไร ? เพื่อชี้แจง พร้อมทั้งนําหลักฐานมาแสดง ว่าทรัพย์สินนั้นไม่เกี่ยวเนื่องกับการกระทํา ความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดหรือ เจ้าของทรัพย์สินได้รับโอนทรัพย์สินนั้น มาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทน หรือได้มา ตามสมควรในทางศีลธรรมอันดี หรือ ในทางกุศลสาธารณะ เพื่อประกอบการพิจารณามีคําสั่ง ตรวจสอบทรัพย์สินและมอบหมาย ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ดําเนินการ ตรวจสอบทรัพย์สิน โดยจะตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงาน หรือมีหนังสือแจ้งให้บุคคลผู้เกี่ยวข้อง ติดต่อกับสํานักงาน ป.ป.ส. ส่วนกลาง หรือส่วนภูมิภาคตามแต่พื้นที่ หน้า น้ ที่และอำ นาจเจ้า จ้ พนัก นั งาน ป.ป.ส. ตาม พระราชบัญ บั ญัติ ญัติวิธีพิจารณา คดียาเสพติด พ.ศ. 2550 แก้ไก้ ขเพิ่มเติม (ฉบับ บั ที่ 2) พ.ศ. 2564
การใช้อำ นาจในการตรวจสอบทรัพย์สิน การยึดหรืออายัดทรัพย์สินของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. และเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผู้ได้รับ มอบหมายตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 71 ต่างกันอย่างไร ? เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีหน้าที่ และอำ นาจยึดหรืออายัดสิ่งของ หรือทรัพย์สินใดได้บ้าง และตาม บทบัญญัติแห่งกฎหมายใด เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีอำ นาจทั่วไป ตาม พ.ร.บ. วิธิพิจารณาคดี ยาเสพติด พ.ศ.2550 มาตรา 11/1 (5) (6) แต่สำ หรับอำ นาจตาม มาตรา 11/1 (7) ต้อง เป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผู้ได้รับมอบหมายในการ ตรวจสอบทรัพย์สิน ตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 71 หน้าที่และอำ นาจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตามอนุมาตรานี้ เป็นการตรวจสอบทรัพย์สิน ยึดหรืออายัดทรัพย์สินและประเมินราคา ทรัพย์สินตามที่คณะกรรมการตรวจสอบ ทรัพย์สิน หรือ เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมาย เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะดำ เนินการ ตรวจสอบทรัพย์สิน (ประมวลกฎหมาย ยาเสพติดมาตรา 71 ) ซึ่งเป็นอำ นาจ เฉพาะตัวของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผู้ที่ได้รับมอบหมายเท่านั้น หน้า น้ ที่และอำ นาจเจ้า จ้ พนัก นั งาน ป.ป.ส. ตาม พระราชบัญ บั ญัติ ญัติวิธีพิจารณา คดียาเสพติด พ.ศ. 2550 แก้ไก้ ขเพิ่มเติม (ฉบับ บั ที่ 2) พ.ศ. 2564
มาตรา 71 คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน หรือ เลขาธิการ ป.ป.ส. แล้วแต่กรณี อาจมอบหมายให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ดำ เนินการตรวจสอบทรัพย์สินแทน แล้วรายงาน ให้ทราบก็ได้ ในการดำ เนินการตรวจสอบทรัพย์สินให้แจ้งผู้ถูกตรวจสอบ หรือผู้ซึ่งอ้าง เป็นเจ้าของทรัพย์สินทราบเพื่อพิสูจน์ว่าทรัพย์สินนั้นไม่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำ ความ ผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ในกรณีที่พบว่า การดำ เนินการตรวจสอบต่อไปจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ทางราชการ ให้เจ้าพนักงาน ฯ แจ้งผลการตรวจสอบพร้อมกับความเห็นต่อคณะกรรมการ ฯ เพื่อ พิจารณา หากคณะกรรมการฯ เห็นด้วยอาจสั่งให้ยุติการตรวจสอบทรัพย์สินนั้นก็ได้ ในกรณีที่คณะกรรมการ ฯ สั่งให้ยุติการตรวจสอบทรัพย์สิน หากเห็นสมควรจะสั่งให้คืน ทรัพย์สินที่มีการยึด หรืออายัดไว้ชั่วคราวในระหว่างการตรวจสอบให้แก่เจ้าของทรัพย์สิน ก็ได้ การตรวจสอบทรัพย์สินและการแจ้งตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่ รมว.ยธ. กำ หนดในกฎกระทรวง การยุติการตรวจสอบทรัพย์สินและการคืน ทรัพย์สินที่ยึดหรืออายัดไว้ชั่วคราวตามวรรคสอง ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการ ฯ กำ หนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา หน้า น้ ที่และอำ นาจเจ้า จ้ พนัก นั งาน ป.ป.ส. ตาม พระราชบัญ บั ญัติ ญัติวิธีพิจารณา คดียาเสพติด พ.ศ. 2550 แก้ไก้ ขเพิ่มเติม (ฉบับ บั ที่ 2) พ.ศ. 2564
เมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว มีแนวทางปฏิบัติอย่างไร ? 1. ต้องเป็นผู้ต้องหา 2. ในคดีความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด การปฏิบัติหน้าที่สอบสวนผู้ต้องหา ในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มีแนวทางปฏิบัติอย่างไร ? 1. ให้แจ้งข้อกล่าวหา และรายละเอียด แห่งการจับให้ ผู้ต้องหาทราบ ถ้ามีหมายจับ ให้แจ้งผู้ต้องหาทราบ 3. ขอให้แจ้งญาติหรือผู้ซึ่ง ตนไว้วางใจทราบถึงการ ถูกจับและสถานที่ควบคุมตัว 4. แจ้งสิทธิพบและปรึกษา ทนายความเป็นการเฉพาะตัว สิทธิในการรักษาพยาบาล เมื่อเกิดการเจ็บป่วย หรือ ได้รับการเยี่ยมตามสมควร 2. แจ้งสิทธิผู้ต้องหาที่จะไม่ให้ ถ้อยคำ เป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง อันอาจทำ ให้ตนถูกฟ้องคดีอาญา
6. เมื่อผู้ถูกจับประสงค์ให้ข้อมูล ที่สำ คัญตามมาตรา 153 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด ให้ผู้ถูกจับบันทึกรายละเอียด ข้อมูลด้วยตนเองและลงลายมือ ชื่อไว้ในบันทึกจับกุม การมีหนังสือสอบถาม หรือ เรียกบุคคลหรือส่งข้อมูลเอกสาร มีแนวทางปฏิบัติอย่างไรบ้าง ? 1. ทำ หนังสือ โดยระบุชื่อ ตำ แหน่งเลขประจำ ตัว เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. สังกัด 2. ระบุอำ นาจที่ ได้รับ มอบหมายมอบให้กับ ผู้เกี่ยวข้องทุกครั้ง 5. ทำ บันทึกรายละเอียดแห่ง การสอบสวน โดยระบุสิทธิ ให้ผู้ต้องหาทราบ พร้อม รายละเอียดเกี่ยวกับข้อเท็จจริง หรือพฤติการณ์ในการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำ ให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัด ยึดหรืออายัดยาเสพติดที่มี ไว้โดย ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือทรัพย์สินอื่น ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วยการแต่งตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ และการกำ กับดูแล การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ.2565 ข้อ 12, 13 (1) แจ้งให้ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปหนึ่งระดับทราบ ก่อนดำ เนินการ (2) ก่อนลงมือตรวจค้น ต้องแสดงบัตรประจำ ตัวต่อผู้ครอบครอง (3) การค้นให้ค้นต่อหน้าบุคคลใน (2) หากไม่มีบุคคลดังกล่าว ให้ค้นต่อหน้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือญาติใกล้ชิด (4) ทำ บันทึกระบุเหตุอันควรสงสัยให้ไว้ แก่ผู้ครอบครองเคหสถาน กรณีลงมือค้นในเวลากลางวันยังไม่เสร็จ สามารถค้นต่อเนื่อง ได้ และรายงานให้ผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปหนึ่งระดับทราบ (5) เมื่อค้นเสร็จให้บันทึกรายละเอียดแห่งการค้นและบัญชีสิ่งของ ที่ค้นได้ แล้วอ่านให้บุคคลตาม (2) หรือพยานบุคคลตาม (3) ฟังและลงลายมือชื่อรับรองไว้ (6) การค้นในเวลากลางคืน นอกจากต้องปฏิบัติตาม (1) - (5) แล้วผู้เป็นหัวหน้าเข้าค้นต้องเป็น - ขรก. พลเรือนสามัญ ระดับชำ นาญการพิเศษขึ้นไป - ขรก.ตำ รวจ ตั้งแต่ผู้กำ กับการพ.ต.อ. ขึ้นไป - ขรก.ทหาร รองผู้บังคับการกรม/พันเอกขึ้นไป มาตรา 11/1 (1) ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดว่าด้วยการแต่งตั้ง การปฏิบัติ หน้าที่ และการกำ กับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ.2565 ข้อ 14 1) ก่อนลงมือตรวจค้น ต้องแสดงความบริสุทธิ์และแสดงบัตรประจำ ตัวต่อผู้ที่จะถูกค้น (2) เมื่อค้นเสร็จให้บันทึกรายละเอียดแห่งการค้นและบัญชีสิ่งของที่ค้นได้ แล้วอ่านให้บุคคล ตาม (1) ฟังและลงลายมือชื่อรับรองไว เข้าไปในเคหสถานหรือสถานที่เพื่อตรวจค้น มาตรา 11/1 (2) ค้นบุคคล หรือยานพาหนะใด ๆ ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วย การแต่งตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ และการกำ กับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ.2565 ข้อ 15 (1) กรณีจับตามหมายจับ ให้แสดงหมายจับและบัตรประจำ ตัว ก่อนจับกุม (2) กรณีไม่มีหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 78 ให้แสดงบัตรประจำ ตัวก่อนจับกุม (3) ให้แจ้งข้อกล่าวหาและรายละเอียดแห่งการจับ ให้ผู้ถูกจับทราบ ถ้ามีหมายจับให้แจ้งผู้ถูกจับทราบ และอ่านให้ฟัง (4) ให้แจ้งผู้ถูกจับว่า ถ้อยคำ ที่ผู้ถูกจับกล่าวนั้น อาจใช้เป็นพยาน หลักฐานยันเขาในการพิจารณาคดีได้ (5) ให้เอาตัวผู้ถูกจับ ไปยังที่ทำ การของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือให้ส่งตัวไปยังที่ทำ การของพนักงานสอบสวนโดยทันที (6) ทำ บันทึกการจับกุมและลงลายมือชื่อไว้ หากผู้ถูกจับไม่ยอม ลงลายมือชื่อ ให้หมายเหตุไว้ในบันทึกการจับกุม มาตรา 11/1 (4) จับกุมบุคคลใด ๆ ที่กระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มาตรา 11/1 (5) ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วย การแต่งตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ และการกำ กับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ.2565 ข้อ 16 (1) ทำ บันทึกการยึด หรืออายัด (2) ทำ บัญชีเกี่ยวกับยาเสพติดที่มีไว้และทรัพย์สินอื่นใดที่ได้ใช้หรือ จะใช้ในการกระทำ ความผิด หรือที่ได้รับมาจากการกระทำ ความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด หรือที่อาจใช้เป็นพยานหลักฐาน มาตรา 11/1 (6) ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน ที่มีเหตุอันควร สงสัยว่าเป็นทรัพย์สินเกี่ยวเนื่อง ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วยการแต่งตั้ง การปฏิบัติ หน้าที่ และการกำ กับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ.2565 ข้อ 17 (1) ให้ผู้ทำ การยึดหรืออายัดจัดทำ รายละเอียดแห่งทรัพย์สิน ตามลำ ดับและให้แสดง เครื่องหมายไว้ที่ทรัพย์สินนั้น ให้เห็นโดยประจักษ์ (2) เมื่อดำ เนินการตามข้อ 1 แล้วให้รายงานให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบภายใน 7 วัน พร้อมข้อมูลรายละเอียดพฤติการณ์แห่งคดี และข้อมูลทรัพย์สิน (3) การเก็บรักษาทรัพย์สินระหว่างก่อนมีคำ สั่งตรวจสอบทรัพย์สิน ให้พนักงานสอบสวน ดำ เนินการดูแลเบื้องต้น หากมีเหตุจำ เป็น ให้รายงาน ป.ป.ส. เพื่อจัดหาสถานที่หรือ วิธีการเก็บรักษาชั่วคราวตามความเหมาะสม มาตรา 11/1 (7) ตรวจสอบทรัพย์สิน ยึดหรืออายัดทรัพย์สิน ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วยการแต่งตั้ง การปฏิบัติ หน้าที่ และการกำ กับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ.2565 ข้อ 18 (1) ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สิน ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด หรือ เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมาย (2) ขั้นตอนตามกฎกระทรวงกำ หนด มาตรา 11/1 (8) สอบสวนผู้ต้องหา ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วยการแต่งตั้ง การปฏิบัติ หน้าที่ และการกำ กับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ.2565 ข้อ 19 (1) ให้แจ้งข้อกล่าวหาและรายละเอียดแห่งการจับ ถ้ามีหมายจับให้แจ้งผู้ต้องหาทราบ (2) แจ้งสิทธิของผู้ต้องหาที่จะไม่ให้ ถ้อยคำ เป็นปฏิปักษ์ ต่อตนเองอันอาจทำ ให้ตน ถูกฟ้องคดีอาญา (3) แจ้งสิทธิ แจ้งให้ญาติหรือผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาไว้วางใจ ทราบถึงการถูกจับและ สถานที่ที่ถูกควบคุมในโอกาสแรก (4) แจ้งสิทธิการพบและปรึกษาทนายความเป็นการเฉพาะตัว สิทธิการเยี่ยมและสิทธิ ได้รับการรักษาพยาบาล (5) ทำ บันทึกการสอบสวน โดยระบุ สิทธิของผู้ต้องหาตาม (1) - (4) พร้อมทั้งระบุว่า ผู้ต้องหาปฏิเสธหรือยินยอมให้สอบปากคำ ด้วยความสมัครใจ (6) เมื่อผู้ถูกจับ ประสงค์จะให้ข้อมูลที่สำ คัญและเป็นประโยชน์ ตามมาตรา 153 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด ให้ผู้ถูกจับบันทึกรายละเอียดของข้อมูลด้วยตนเองและลง ลายมือชื่อไว้ในบันทึกการจับกุม มาตรา 11/1 (3) ค้นตามบทบัญญัติแห่งประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ต้องปฏิบัติตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กำ หนดไว้อย่างเคร่งครัด ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วยการแต่งตั้ง การปฏิบัติ หน้าที่ และการกำ กับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ.2565 ข้อ 20 ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ทำ หนังสือโดยระบุชื่อ ตำ แหน่ง เลขบัตรประจำ ตัวเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. สังกัด และอำ นาจที่ได้รับมอบหมายมอบให้กับผู้เกี่ยวข้องทุกครั้ง มาตรา 11/1 (9) การมีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใด ๆ มาตรา 11/2 อำ นาจตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบ ว่าบุคคล หรือกลุ่มบุคคลนั้นมีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วยการแต่งตั้ง การปฏิบัติ หน้าที่ และการกำ กับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ.2565 ข้อ 21 (1) ให้มีการจัดเตรียมสถานที่เพื่อการตรวจหรือทดสอบที่มิดชิดจากภายนอก (2) กรณีต้องการให้มีผู้ช่วยในการตรวจ ต้องคำ นึงถึงหลักเกณฑ์ใน (1) ด้วย (3) การปฏิบัติหน้าที่ให้ใช้กิริยาวาจาที่สุภาพ ละเว้นการใช้กริยาท่าทางล้อเลียนในเรื่องเพศ
1. การตรวจหรือทดสอบหรือสั่งให้รับการตรวจ หรือทดสอบสารเสพติดในร่างกาย มาตรา 11/2 ประกอบมาตรา 114 และมาตรา 115 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด 2. การขอให้บุคคลอื่นช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ มาตรา 11/4 3. การได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสาร มาตรา 11/5 4. การควบคุมตัวผู้ถูกจับซึ่งกระทำ ความผิดร้ายแรง เกี่ยวกับยาเสพติดเพื่อสืบสวนสอบสวนเป็นเวลา ไม่เกินสามวัน มาตรา 11/6 อำ นาจในเรื่องอื่น ๆ ของเจ้า จ้ พนัก นั งาน ป.ป.ส.
โดยหลัก ใช้วิธี การตรวจหรือ ทดสอบหาสาร เสพติดในปัสสาวะ กรณีจำ เป็นเพื่อ ตรวจสอบย้อนหลัง สามารถตรวจหา สารเสพติด ได้จากเส้นผม เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะใช้อำ นาจดังกล่าว ได้เมื่อมีเหตุ พฤติการณ์ อันควรสงสัย การตรวจหรือทดสอบหาสารเสพติดในร่างกาย ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. โดยหลักจะตรวจหรือ ทดสอบจากปัสสาวะ เว้นแต่ในกรณีจำ เป็น เพื่อการตรวจสอบประวัติการเสพสารเสพติด ย้อนหลังให้ตรวจหรือทดสอบจากเส้นผม ทั้งนี้ ตามที่กำ หนดไว้ในข้อ 3 ของประกาศ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เรื่อง กำ หนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการ ตรวจหรือทดสอบว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใด มีสารเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่ ลงวันที่ 9 มี.ค.2565 “ ข้อ 3 การตรวจหรือทดสอบหาสารเสพติด ให้ตรวจหรือทดสอบจากปัสสาวะหรือในกรณี จำ เป็น เพื่อการตรวจสอบประวัติการเสพ สารเสพติดย้อนหลังให้ตรวจหรือทดสอบจาก เส้นผม โดยให้ปฏิบัติตามวิธีการตรวจหรือ ทดสอบของชุดน้ำ ยาตรวจสอบ อุปกรณ์หรือ เครื่องมือแต่ละชนิด สำ หรับการตรวจหรือ ทดสอบแล้วแต่กรณี...” ข้อสังเกต เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ไม่มีอำ นาจตรวจหรือทดสอบหา สารเสพติดในร่างกายจากเลือด น้ำ ลายหรือทางผิวหนัง เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตรวจหรือทดสอบว่าบุคคล เสพสารเสพติดได้อย่างไรบ้าง เมื่อตรวจ หรือทดสอบเบื้องต้นแล้ว และหากผลการตรวจให้ผลเป็นบวก ผู้เข้ารับการตรวจหรือทดสอบสามารถ เข้ารับการบำ บัดรักษาได้ หากเป็น ไปตามเงื่อนไขตามกฎหมาย ตามนโยบาย “ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย” เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะตรวจ หรือทดสอบหาสารเสพติด ในร่างกายด้วยวิธีการใด
พวกคุณมีสิทธิอะไร ในการสั่งผมให้ต้องตรวจ หาสารเสพติดในปัสสาวะ !!! ทางหน่วยงานได้รับการ ร้องเรียนว่ามีกลุ่มบุคคล มามั่วสุมใช้ยาเสพติด พฤติการณ์ของคุณมี เหตุอันควรสงสัยว่า จะมีการเสพยาเสพติด โปรดให้ความร่วมมือ กับเจ้าหน้าที่ด้วยครับ !!! เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีอำ นาจสั่งให้บุคคลหรือ กลุ่มบุคคลเข้ารับการ ตรวจหรือทดสอบหา สารเสพติดในร่างกาย ตามมาตรา 11/2 แห่ง พ.ร.บ.วิธีพิจารณา คดียาเสพติด พ.ศ.2550 หากไม่ยอมให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตรวจ หรือ ทดสอบหาสารเสพติด ในร่างกายจะมีความผิดหรือไม่ อย่างไร กรณีที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. สั่งให้ผู้ใด เข้ารับการตรวจหรือทดสอบหาสารเสพติด ในร่างกาย หากผู้นั้นฝ่าฝืน ไม่ยอมให้มี การตรวจหรือทดสอบ มีบทลงโทษตาม ประมวล กฎหมายยาเสพติด มาตรา 176 ต้องระวางโทษจำ คุก ไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 20,000 บาท หรือ ทั้งจำ ทั้งปรับ “ มาตรา 176 ผู้ใดไม่ให้ถ้อยคำ หรือไม่ส่งบัญชี เอกสารหรือวัตถุใด ๆ หรือไม่ยอมให้มีการตรวจ หรือทดสอบว่าผู้ใดมียาเสพติดอยู่ในร่างกายหรือไม่ ในการปฏิบัติหน้าที่ของเลขาธิการ ป.ป.ส. รองเลขาธิการ ป.ป.ส. หรือเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการสืบสวน สอบสวนหรือตรวจสอบทรัพย์สิน ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ต้องระวางโทษจำ คุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 20,000 บาทหรือทั้งจำ ทั้งปรับ ” การฝ่าฝืนไม่ยอมให้มีการตรวจ หรือทดสอบจะมีความผิดตาม มาตรา 176 แห่งประมวล กฎหมายยาเสพติด ระวางโทษ จำ คุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ ไม่เกิน 20,000 บาท หรือ ทั้งจำ ทั้งปรับ
โดยเบื้องต้น ต้องดำ เนินการตรวจสอบก่อน ว่าเป็นผู้เคยหลบหนีกระบวนการบำ บัดรักษา หลบหนีคดีหรือมีพฤติการณ์อื่นที่ไม่สามารถ เข้ารับการบำ บัดหรือไม่ กรณีผลการตรวจหา สารเสพติด ในร่างกาย “ เป็นผลบวก ” โดยผู้รับการตรวจ ฯ ต้อง ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ ความผิดฐานอื่นให้ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. สอบถามความสมัครใจ เข้ารับการบำ บัด หากสมัครใจเข้ารับการบำ บัดรักษา ให้ส่งตัวผู้เข้ารับการตรวจนั้นไปยัง สถานพยาบาลยาเสพติดหรือศูนย์คัดกรอง เพื่อเข้ารับกระบวนการ คัดกรองและลงประวัติ ผู้ป่วยก่อนเข้ารับ การบำ บัดรักษา หากเข้ารับการบำ บัดรักษาครบถ้วน ตามหลักเกณฑ์ ผู้นั้นก็จะพ้นความผิด ไม่ติดประวัติและกลับไปใช้ชีวิตในสังคม ได้อย่างปกติสุข
กรณีที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตรวจปัสสาวะผู้ใดแล้วให้ ผลบวก ผู้นั้นสามารถสมัครใจ เข้ารับการบำ บัดรักษาได้ “มาตรา 114 ในกรณีที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำ รวจตรวจพบ ผู้ที่มีพฤติการณ์อั ณ์อั นควรสงสัยว่ากระทำ ความผิดฐานเสพยาเสพติดตามมาตรา 162 หรือ มาตรา 163 หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพตามมาตรา 164 ถ้าไม่ปรากฏว่าผู้นั้น เป็นผู้ต้องหา หรืออยู่ในระหว่างถูกดำ เนินคดีในความผิดอื่น ซึ่งเป็นความผิดที่มีโทษจำ คุก หรืออยู่ในระหว่างรับโทษจำ คุกตามคำ พิพากษาของศาล ไม่มีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิด อันตรายแก่ผู้อื่น หรือสังคม หรือมีพฤติกรรมที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น หรือสังคมที่ เกิดจากโรคทางจิตและประสาท หรืออาการที่เกิดจากฤทธิ์ของยาเสพติดที่ใช้ และสมัครใจ เข้ารับการบำ บัดรักษา ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำ รวจส่งตัว ผู้นั้นไปสถานพยาบาลยาเสพติดหรือศูนย์คัดกรองต่อไป กรณีที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตรวจ หรือทดสอบหา สารเสพติดในปัสสาวะผู้ใดแล้วให้ผลบวก หากผู้นั้น สมัครใจเข้ารับการบำ บัดรักษา และไม่มีลักษณะ ต้องห้ามตามที่ประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 114 กำ หนด เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะส่งตัวผู้นั้นไปเข้ารับ การบำ บัดรักษาและไม่มีการดำ เนินคดี ทั้งนี้ เมื่อผู้นั้น เข้ารับการบำ บัดรักษา จนครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ ที่กำ หนด ผู้นั้นก็จะพ้นจากความผิด แต่หากผู้นั้นไม่สมัครใจเข้ารับการบำ บัด รักษา เช่น ประสงค์จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ตามขั้นตอนในกระบวนการยุติธรรม หรือ มีลักษณะต้องห้ามตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา 114 เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ก็จะส่งตัวผู้นั้นไปยังพนักงานสอบสวนเพื่อ ดำ เนินคดีกับบุคคลนั้นตามกฎหมายต่อไป เมื่อผู้สมัครใจเข้ารับการบำ บัดรักษาตามวรรคหนึ่ง เข้ารับการบำ บัดรักษาและปฏิบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการบำ บัด รักษาและฟื้นฟู ผู้ติดยาเสพติดกำ หนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา จนได้รับการรับรองเป็นหนังสือว่าเป็นผู้ผ่านการบำ บัด รักษาเป็นที่น่าพอใจจากหัวหน้าสถานพยาบาลยาเสพติด หรือสถานฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ให้ผู้นั้น ไม่มีความผิดในมาตราดังกล่าว...”
เมื่อมีการตรวจยืนยันปัสสาวะ โดยสถานตรวจพิสูจน์ แล้วหากพบว่ามีสารเมตาบอไลต์ของสารในกลุ่ม แอมเฟตามีน (Amphetamines) อยู่ในปัสสาวะ ตั้งแต่ 1 ไมโครกรัม/มิลลิลิตรขึ้นไป จะถือว่าเป็น ผู้มีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย ทั้งนี้ ตามที่กำ หนดไว้ ในข้อ 10 (1) ของประกาศคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติด เรื่อง กำ หนดหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการตรวจหรือทดสอบว่าบุคคล หรือกลุ่มบุคคลใด มีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย หรือไม่ ลงวันที่ 9 มีนาคม 2565 พบสารเมท แอมเฟตามีน ในปัสสาวะตั้งแต่ 1 ไมโครกรัม/ มิลลิลิตร ขึ้นไป ถือว่าเป็น ผู้มีสมีารเสพติด อยู่ในร่างกาย “ข้อ 10 เมื่อสถานตรวจพิสูจน์ โรงพยาบาลหรือมหาวิทยาลัย ของรัฐได้รับขวดปัสสาวะตามข้อ 9 และได้ดำ เนินการตรวจ ยืนยัน แล้วให้ถือเกณฑ์การตัดสินผลการตรวจพิสูจน์ว่าเป็น ผู้มีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย ดังต่อไปนี้ (1) กลุ่มแอมเฟตามีน (Amphetamines) และกลุ่มเอ็กซ์ตาซี (Ecstasy - Group Substances) เมื่อตรวจพบว่ามีสาร หรือเมตาบอไลต์ของสารในกลุ่มดังกล่าวอยู่ในปัสสาวะ ตั้งแต่ 1 ไมโครกรัม/ มิลลิลิตร ขึ้นไป… ” นอกจากนี้ กรณีพบสารเสพติดในปัสสาวะชนิดอื่น ในปริมาณดังต่อไปนี้ ถือว่าเป็นผู้มีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย มีปริมาณสาร เมทแอมเฟตามีน ในร่างกายเท่าใด จึงจะถือว่าเป็นผู้มี สารเสพติด อยู่ในร่างกาย หากผู้เข้ารับการตรวจหรือทดสอบมีผลการตรวจหรือทดสอบเบื้องต้นว่าเป็น ผู้มีสารเสพติดอยู่ในร่างกาย ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ฝ่ายปกครองหรือตำ รวจ แจ้งให้ผู้นั้นทราบถึงการเข้ารับการบำ บัดรักษาการติดยาเสพติด โดยตรวจสอบ เงื่อนไขและดำ เนินการนำ ตัว ผู้นั้นส่งไปยังหน่วยคัดกรองผู้ติดยาเสพติดต่อไป
การเป็นผู้ช่วยเหลือ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นั้น ตราบเท่าที่ระยะเวลา ปฏิบัติการ ในครั้งนั้นเสร็จสิ้นลง จะแต่งตั้งเป็นการถาวรมิได้ ขอให้บุคคลอื่นช่วยเหลือ ในการปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส ได้หรือไม่ !!! ได้ครับ โดยจะต้อง เป็นการปฏิบัติหน้าที่ ตามมาตรา 11/1 อาทิ เรื่องตรวจค้น หรือ 11/2 เรื่องตรวจปัสสาวะ เป็นต้น มาตรา 11/1 หรือมาตรา 11/2 แห่งพระราชบัญญัติ วิธีพิจารณาคดียาเสพติด พ.ศ.2550 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564 ผู้ช่วยเหลือเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. - เจ้าพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำ รวจ - เจ้าพนักงาน ข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น พนักงานองค์การ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ - บุคคลทั่วไป ผู้ช่วยเหลือ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีขอบเขตในการ ใช้อำ นาจอย่างไร บ้างครับ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะต้องอยู่ ในขณะที่ผู้ช่วยเหลือปฏิบัติหน้าที่ ด้วยทุกครั้ง
1. ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า เอกสารหรือข้อมูลข่าวสารอื่นใด ซึ่งส่งทางโทรศัพท์ ฯลฯ ถูกใช้ หรืออาจถูกใช้เพื่อประโยชน์ ในการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดได้ พิจารณาถึงผลกระทบ ต่อสิทธิส่วนบุคคล หรือ สิทธิอื่นใด ประกอบกับเหตุผล และความจำ เป็น 2. ต้องได้รับ อนุมัติจาก เลขาธิการ ป.ป.ส. ก่อน 3. ยื่นคำ ขอฝ่ายเดียว ต่อศาลอาญา เพื่อ มีคำ สั่งอนุญาตให้ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ได้มาซึ่งข้อมูลข่าวสาร ดังกล่าวได้ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีอำ นาจในการ เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ได้อย่างไร อำ นาจในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร หน้าที่ของผู้พิพากษาศาลอาญา 1. มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการกระทำ ความผิด หรือ จะมีการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด 2. มีเหตุอันควรเชื่อว่า จะได้ข้อมูลข่าวสารฯ จากการเข้าถึงข้อมูล 3. ไม่อาจใช้วิธีการอื่นใดที่เหมาะสมหรือ มีประสิทธิภาพมากกว่าได้ 4. คำ สั่งอนุญาตได้คราวละไม่เกิน 90 วัน โดยกำ หนดเงื่อนไขใด ๆ ก็ได้ 5. เมื่อเจ้าพนักงานดำ เนินการที่ได้รับอนุญาต แล้วให้ รายงานการดำ เนินการให้ศาลทราบ 6. บรรดาข้อมูลข่าวสารที่ได้มา ให้เ ห้ ก็บรักษา และใช้ประโยชน์ ในการสืบสวนและใช้เป็น พยานหลักฐานในการดำ เนินคดีเท่านั้น เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ขอเข้าถึง ข้อมูลข่าวสาร (ดักฟัง) ตาม ระเบียบคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วยการได้มา การใช้ประโยชน์ และการเก็บรักษาข้อมูลข่าวสาร ตามแบบเอกสาร การขอเข้าถึง ข้อมูลข่าวสาร พ.ศ.2564
ในข้อหา ดังนี้ 1. ผลิต 2. นำ เข้า ส่งออก 3. จำ หน่าย 4. มีไว้ในครอบครอง 5. สมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือ และรวมถึงพยายามกระทำ ผิด ในข้อหาดังกล่าวข้างต้น เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีอำ นาจในการควบคุมตัว ผู้ถูกจับหรือไม่ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีอำ นาจควบคุมตัว ผู้ถูกจับซึ่งกระทำ ความผิด ร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ตามประมวลกฎหมาย ยาเสพติด แล้วมีอำ นาจ ในการควบคุมตัว ผู้ถูกจับอย่างไรบ้าง ? เพื่อประโยชน์ ในการสอบสวน เพื่อรวบรวมพยาน หลักฐานเกี่ยวกับ การกระทำ ความผิด ควบคุมตัว ได้ไม่เกิน 3 วัน ไม่ถือว่าเป็นการควบคุมตัว ของพนักงานสอบสวน ตาม ป.วิ.อาญา ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำ ให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัด
ระเบียบคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด ว่าด้วยการ แต่งตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ และการกำ กับดูแลการ ปฏิบัติหน้าที่ของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ.2565 - ข้าราชการพลเรือนสามัญ ระดับชำ นาญการ ครองตำ แหน่งตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป - ตำ รวจ ยศ สารวัตร หรือ พ.ต.ต. ขึ้นไป - ทหาร ผู้บังคับกองร้อย หรือ พ.ต. ขึ้นไป ให้บันทึกการควบคุม ไว้ท้ายบันทึกการจับกุม มีหลักเกณฑ์ การควบคุมอย่างไร ? 1. การนับวันและเวลา การนับวันและเวลาของวันใด ต้องนับตามประกาศเวลาของ ราชการ พ.ศ.2460 กล่าวคือ ให้เริ่มนับวันใหม่ตั้งแต่เที่ยงคืนล่วงไป เรียกว่า 0 นาฬิกา กับเศษนาที 2. สถานที่ควบคุม 1. ณ ที่ทำ การของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. (สังกัดของหน่วยงานนั้น ๆ ) 2. กรณีที่ไม่สามารถควบคุมตัว ผู้ถูกจับไว้ ณ ที่ทำ การ ฯ ให้นำ ส่ง ที่สถานีตำ รวจเพื่อฝากให้ควบคุม ผู้ถูกจับไว้เป็นการชั่วคราวก่อน ส่งมอบแก่พนักงานสอบสวน เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ระดับใด เป็นผู้มีอำ นาจ ควบคุมตัวเพื่อสอบสวน ขยายผลไม่เกิน 3 วัน ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำ ให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 อย่างเคร่งครัด
สถานีบริการบรรจุก๊าซ เจ้า จ้ พนัก นั งาน ป.ป.ส. กับ กั สถานประกอบการ มาตรา 57 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด กรณี เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พบการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรการ และ ปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำ ความผิด เกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ สถานีบริการน้ำ มันเชื้อเพลิง สถานีบริการ ที่พักอาศัยเชิงพาณิชย์ สถานที่จัดให้มีการเล่น บิลเลียด สนุกเกอร์ โรงงาน สถานที่เก็บสินค้า หรือพัสดุภัณฑ์
มีหน้าที่ในการปฏิบัติตาม มาตรการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหาการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในสถานประกอบการ อันประกอบด้วยมาตรการ เกี่ยวกับบุคคล หรือสถานที่ และมาตรการเฉพาะ (สถานประกอบการ ประเภทที่ 7) ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการ ปฏิบัติตามมาตรการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหา การกระทำ ความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดในสถานประกอบการ มีบุคคลใดบ้าง ? บุคคลที่เกี่ยวข้อง ก. เจ้าของ หรือผู้ดำ เนินกิจการ 3. ให้ความร่วมมือกับเจ้าของ หรือผู้ดำ เนินกิจการสถานประกอบการในการจัดทำ บันทึก ประวัติ หรือในการให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พนักงานฝ่ายปกครอง หรือ ตำ รวจในการแจ้ง เมื่อพบว่ามีการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือให้ข้อมูลข่าวสาร หรือพฤติการณ์ต่าง ๆ ของบุคคลซึ่งมีเหตุอันควรสงสัย หรือควรเชื่อได้ว่าจะกระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ หรือในการให้ความสะดวกแก่เจ้าพนักงาน ในการตรวจ หรือทดสอบหาสารเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดียาเสพติด ข. พนักงานหรือลูกจ้างของสถานประกอบการ หน้าที่จะต้องปฏิบัติ 1. ไม่มั่วสุมกันกระทำ ความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดในหรือบริเวณสถาน ประกอบการ ซึ่งตนเป็นพนักงาน หรือลูกจ้างของสถานประกอบการ 2. เข้ารับการฝึกอบรม ให้มีความเข้าใจ ในการป้องกันการใช้ยาเสพติดที่ เจ้าของหรือผู้ดำ เนินกิจการสถาน ประกอบการจัดให้มีขึ้น
1 . ตรวจสถานประกอบการว่าได้ปฏิบัติตาม มาตรการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไข ปัญหาการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในสถานประกอบการถูกต้องครบถ้วนหรือไม่ 3. รายงานต่อ เลขาธิการ ป.ป.ส. เมื่อตรวจพบว่า สถานประกอบการ ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรการ ป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหา การกระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ในสถานประกอบการ หรือ เมื่อพบว่า มีการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดในสถานประกอบการ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีหน้าที่จะต้อง ปฏิบัติเกี่ยวกับสถานประกอบการ ดังนี้ 5. ปิดคำ สั่งชั่วคราวสถานประกอบการ หรือพักใช้ใบอนุญาตสถานประกอบการ กรณีเจ้าของหรือผู้ดำ เนินกิจการ สถานประกอบการไม่ยอมรับคำ สั่งให้ ปิดคำ สั่งไว้ในที่เปิดเผยและ เห็นได้ง่าย ณ สถานประกอบการนั้น โดยให้ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ต้องนำ เจ้าหน้าที่ ตำ รวจแห่งท้องที่นั้นไปร่วมเป็นพยาน อย่างน้อย 2 คน 6. ประสานตรวจสอบ การปฏิบัติตามคำ สั่ง ปิดชั่วคราว หรือพักใช้ ใบอนุญาตประกอบการ และรายงานการปฏิบัติ ต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. 4. ให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงหรือหลักฐาน อื่นใด เพื่อประกอบการพิจารณา ของ ลปส. หรือคณะอนุกรรมการ ในการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดในสถานประกอบการ แล้วแต่กรณี ค. เจ้าพนักงาน ป.ปส. 2. ตรวจตราสดับ รับฟัง หรือสืบสวนว่าได้มี การกระทำ ความผิด เกี่ยวกับยาเสพติดใน สถานประกอบการหรือไม่
2. ทำ บันทึกรายงานเลขาธิการ ป.ป.ส เพื่อมีคำ สั่งให้ดำ เนินการ เพื่อมิให้ กระทำ ความผิดซ้ำ อีก กรณีที่เจ้าของหรือผู้ดำ เนินกิจการ สถานประกอบการมีการฝ่าฝืนหรือ ไม่ปฏิบัติตามคำ สั่ง ดังกล่าว เจ้าพนักงาน ป.ป.ส ต้องดำ เนินการอย่างไร 1. เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตรวจพบ ว่าเจ้าของ หรือผู้ดำ เนินกิจการ สถานประกอบการฝ่าฝืน 3. เลขาธิการ ป.ป.ส. มีคำ สั่งให้เจ้าของ หรือผู้ดำ เนินกิจการ สถานประกอบ การปฏิบัติตามคำ สั่งหากภายหลัง ตรวจพบว่าเจ้าของ หรือผู้ดำ เนิน กิจการสถานประกอบการนั้นยังมิได้ ปฏิบัติตามคำ สั่งให้ถือว่าเป็นการ ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำ สั่ง ฯ 5. ผู้ฝ่าฝืนคำ สั่งยอมชำ ระเงินค่าปรับ ที่สำ นักงาน ป.ป.ส. ภายในระยะเวลา กำ หนด ให้ถือว่าคดีนั้นเป็นอันเลิกกัน ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณา ความอาญา 6. ผู้ฝ่าฝืนคำ สั่ง ไม่ยอมชำ ระเงินค่าปรับ ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ร้องทุกข์ หรือ กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อ ให้ดำ เนินคดีอาญากับเจ้าของ หรือ ผู้ดำ เนินกิจการสถานประกอบการนั้น 4. เลขาธิการ ป.ป.ส. พิจารณาปรับเจ้าของหรือ ผู้ดำ เนินกิจการสถานประกอบการที่ฝ่าฝืน ตามหลักเกณฑ์และจำ นวนเงินค่าปรับ ดังนี้ ครั้งแรก ให้ปรับเป็นจำ นวนเงินหนึ่งหมื่นบาท ครั้งที่สอง ให้ปรับเป็นจำ นวนเงินห้าหมื่นบาท และ ครั้งที่สามขึ้นไป ให้ปรับเป็นจำ นวนเงินหนึ่งแสนบาท
1. เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตรวจพบ ว่ามีการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดในสถานประกอบการ กรณีที่เจ้าของหรือผู้ดำ เนินกิจการ สถานประกอบการปล่อยปละ ละเลยให้มีการกระทำ ความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด ในสถาน ประกอบการ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีแนวทางปฏิบัติอย่างไร 2. เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ทำ บันทึก รายงานพร้อมความเห็นเสนอ ต่อ เลขาธิการ ป.ป.ส. ภายใน 3 วัน นับแต่ วันตรวจพบ 8. ผู้ฝ่าฝืนคำ สั่งยอมชำ ระเงิน ค่าปรับที่สำ นักงาน ป.ป.ส. ให้ถือว่าคดีเป็นอันเลิกกัน ตามประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญา 4. เจ้าของหรือผู้ดำ เนิน กิจการสถานประกอบการ สามารถชี้แจงหรือพิสูจน์ว่า ตนไม่ปล่อยปละละเลย และ ได้ใช้ความระมัดระวังตาม สมควรแล้ว เลขาธิการ ป.ป.ส. เห็นควรสั่งยุติ 3. เลขาธิการ ป.ป.ส. มีหนังสือ เรียกให้เจ้าของหรือผู้ดำ เนิน กิจการสถานประกอบการ มาชี้แจงหรือพิสูจน์ว่าตนได้ ใช้ความระมัดระวังตามสมควร 5. เจ้าของหรือผู้ดำ เนินกิจการสถานประกอบการ ไม่สามารถชี้แจงหรือพิสูจน์ว่าตนได้ใช้ความ ระมัดระวังตามสมควร เลขาธิการ ป.ป.ส. เห็นควรสั่งปิดชั่วคราวหรือสั่งพักใช้ใบอนุญาต ประกอบการให้เลขาธิการ ป.ป.ส. มีคำ สั่งเป็น หนังสือและแจ้งให้เจ้าของหรือผู้ดำ เนินกิจการ สถานประกอบการนั้นทราบโดยเร็ว 6. ในกรณีเจ้าของหรือผู้ดำ เนินกิจการ สถานประกอบการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามคำ สั่งปิดชั่วคราวหรือสั่งพักใช้ ใบอนุญาตประกอบการ 7. ให้ เลขาธิการ ป.ป.ส. พิจารณาปรับตาม เกณฑ์และกำ หนดจำ นวนเงินค่าปรับ ดังนี้ ครั้งแรก ให้ปรับจำ นวนเงินหนึ่งหมื่นบาท ครั้งที่สอง ให้ปรับจำ นวนเงินห้าหมื่นบาท และ ครั้งที่สามขึ้นไป ให้ปรับจำ นวนเงินหนึ่งแสนบาท 9. ผู้ฝ่าฝืนคำ สั่ง ไม่ยอม ชำ ระเงินค่าปรับภายใน กำ หนดเวลา ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวน เพื่อดำ เนินคดีต่อไป
มาตรการประสานงานในคดี ความผิดเกี่ยวกับ กั ยาเสพติด ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วย การประสานงานในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2566
4. การจับกุมและการควบคุมตัวผู้กระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ให้ผู้จับกุม ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาพระราชบัญญัติป้องกันและ ปราบปรามการทรมานและการกระทำ ให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 และ กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง 2. ให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำ รวจ ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เมื่อได้รับการร้องขอในการสืบสวน การตรวจค้น การจับกุม และการ สอบสวนผู้ต้องหาในคดีความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด 6. ผู้จับกุมถูกจำ เลยอ้างเป็นพยาน ในศาลให้ทำ บันทึกรายงานข้อเท็จจริง ต่อผู้บังคับบัญชาเพื่อทราบ และส่ง สำ เนาบันทึกให้พนักงานอัยการทราบ ล่วงหน้าหนึ่งวันก่อนวันสืบพยาน หรือ ไปพบพนักงานอัยการในกรณีได้รับแจ้ง ให้ไปพบ 1. ในชั้นสืบสวนและจับกุม 7. การให้ข้อมูลที่สำ คัญและเป็น ประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปราม การกระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด 1. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะขอรับการ สนับสนุนค่าตอบแทนในการปฏิบัติการ สืบสวนจับกุมหรือยึดอายัดทรัพย์สิน ในคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด จากสำ นักงาน ป.ป.ส. ให้ปฏิบัติตาม แนวทางที่ สำ นักงาน ป.ป.ส. กำ หนด 5. การจัดทำ บันทึกจับกุม และการตรวจสอบก่อน ลงลายมือชื่อในบันทึกจับกุม 3. ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ฝาก ผู้ถูกจับไว้ที่ทำ การของพนักงาน ตำ รวจเป็นการชั่วคราวได้ก่อน ส่งมอบแก่พนักงานสอบสวน เพื่อดำ เนินคดี
6. ระยะเวลาการส่งสำ นวนการสอบสวน ผู้ต้องหาที่ถูกขังอยู่ไปยังพนักงานอัยการ ในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งอยู่ใน อำ นาจการพิจารณาของศาลแขวง และ เกินกว่าอำ นาจการพิจารณาของศาลแขวง 3. เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หรือพนักงาน ฝ่ายปกครองหรือตำ รวจตกเป็น ผู้ต้องหาหรือจำ เลย ให้รายงานต่อ เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบโดยเร็ว 5. การบันทึกภาพและเสียง อย่างต่อเนื่อง ขณะสอบคำ ให้การผู้ต้องหาหรือพยาน หรือผู้ต้องหาในฐานะพยาน ในคดีความผิดร้ายแรง เกี่ยวกับยาเสพติด 7. การอนุมัติแจ้งข้อหาแก่ผู้กระทำ ความผิดตามมาตรา 125 หรือ มาตรา 127 แห่งประมวลกฎหมาย ยาเสพติด ซึ่งมี หมายจับและยัง จับกุมตัวไม่ได้ ให้แจ้งผู้อำ นวยการ ป.ป.ส. ภาคทราบโดยเร็ว 8. การให้ข้อมูล ที่สำ คัญและ เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ในการปราบปราม การกระทำ ความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด 4. เลขาธิการ ป.ป.ส. ส่งเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เข้าฟังการสอบสวน 2. ให้หัวหน้าพนักงานสอบสวนรายงาน การจับกุม ผู้กระทำ ความผิดร้ายแรง เกี่ยวกับยาเสพติด ต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. 2. ในชั้นสอบสวน 1. ให้พนักงานสอบสวนเก็บรักษา ยาเสพติดของกลางหรือทรัพย์สิน ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำ ความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด ของพนักงาน สอบสวน เมื่อได้รับการร้องขอ จากเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.
2. เมื่อมีคำ พิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้อง คดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ให้สำ นักงานอัยการสูงสุดแจ้ง เลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อปรับปรุง การดำ เนินคดีให้ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 1. พนักงานอัยการมีคำ สั่งเด็ดขาด ไม่ฟ้องคดีความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับ ยาเสพติดให้รายงาน ต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. เพื่อปรับปรุง การดำ เนินคดี ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 3. ให้พนักงานอัยการระบุ ในคำ ฟ้องหรือการยื่น คำ ร้องต่อศาล เพื่อขอให้ ศาลพิจารณาลงโทษ ผู้ต้องหาน้อยกว่า อัตราโทษที่กำ หนดไว้ กรณีผู้ต้องหาให้ข้อมูล ที่สำ คัญและเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งในการปราบปราม การกระทำ ความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด 2. ให้ผู้จับกุมและพนักงานสอบสวน เตรียมความพร้อมก่อนที่จะสืบ พยานของผู้จับกุมหรือพนักงาน สอบสวน หรือให้ไปพบพนักงาน อัยการ เมื่อต้องการซักถาม ข้อเท็จจริง 3. ในชั้นพนักงานอัยการ 4. การปล่อยชั่วคราว กำ หนดแนวทางการคัดค้าน การปล่อยชั่วคราวของผู้ต้องหา ในชั้นพนักงานสอบสวน และ พนักงานอัยการ 5. ในชั้นศาล 1. ให้หัวหน้าพนักงานสอบสวนแจ้งหมายเลข โทรศัพท์ของผู้ที่จัดส่ง หมายเรียกแก่พยาน และติดตามพยาน และการรายงานผลการ ส่งหมายให้พนักงานอัยการทราบภายใน 15 วัน และติดตามพยาน ให้ไปพบพนักงานอัยการ 3. การร้องขอให้ศาลมีคำ สั่ง ให้สืบพยานหลักฐานไว้ล่วงหน้า ตามมาตรา 173/2 วรรคสอง และมาตรา 237 ทวิ แห่งประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
2. ให้รายงานสถิตินักโทษ ในคดีความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดรายเดือนมายัง เลขาธิการ ป.ป.ส. 1. เมื่อผู้ถูกจับประสงค์จะให้ข้อมูลที่สำ คัญและเป็นประโยชน์ อย่างยิ่งในการปราบปรามการกระทำ ความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดต่อเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผู้จับกุมตามมาตรา 153 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด หากผู้ถูกจับไม่อาจบันทึก ข้อมูลเองได้ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ผู้จับกุมเป็นผู้บันทึก ข้อมูลแล้วให้ผู้ถูกจับลงลายมือชื่อ ผู้บันทึก และพยาน (ถ้ามี) โดยให้แนบบันทึกข้อมูลดังกล่าวไว้กับบันทึกการจับกุม 3. ในกรณีผู้กระทำ ความผิดได้ให้ข้อมูลต่อ ผู้จับกุมดังกล่าวแล้วให้พนักงานสอบสวน ทำ การสอบสวนหรือสอบปากคำ ผู้จับกุม และบันทึกไว้ในสำ นวนการสอบสวน รวบรวม พยานหลักฐานทั้งหมดในการพิสูจน์ความผิดและ พยานหลักฐานที่เกี่ยวกับการให้ข้อมูลที่สำ คัญ และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปราม การกระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และบันทึกไว้ในสำ นวนการสอบสวนและทำ ความเห็นเกี่ยวกับการให้หรือเปิดเผยข้อมูล ของผู้ต้องหาไว้ในสำ นวนการสอบสวน แล้ว ส่งสำ นวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการ เพื่อพิจารณาดำ เนินการต่อไป 6. ในชั้นราชทัณฑ์ 1. ให้รายงานข้อเท็จจริง เกี่ยวกับสภาพการ รับโทษ ประวัติการต้องโทษหรือข้อเท็จจริง ประการอื่น ของนักโทษคดีความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติด ต่อเลขาธิการ ป.ป.ส. เมื่อร้องขอ เพื่อรายงาน คณะกรรมการ ป.ป.ส. ทราบ การให้ข้อมูลสำ คัญและ เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง 2. ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.ผู้จับกุมรวบรวม พยานหลักฐานเท่าที่จำ เป็นในการพิสูจน์ หรือยืนยันว่าเป็นการให้ข้อมูลที่สำ คัญและ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการปราบปราม การกระทำ ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ส่งบันทึกรายละเอียดการให้ข้อมูลของ ผู้ถูกจับและบันทึกการจับกุมพร้อมพยาน หลักฐานจากการนำ ข้อมูลที่ให้หรือเปิดเผย ไปใช้ขยายผลให้พนักงานสอบสวนในคดีนั้น เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะดำ เนินการอย่างไร
การกำ กับ กั ดูแล การปฏิบัติ บั ติ หน้า น้ ที่
เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เมื่อปฏิบัติหน้าที่ในการปราบปรามผู้กระทำ ความผิด เกี่ยวกับยาเสพติดแล้ว ภารกิจหนึ่งที่สำ คัญ คือ การรายงานการใช้อำ นาจ หรือ เรียกว่า การรายงานการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ให้เลขาธิการ ป.ป.ส. ทราบตามแบบที่เลขาธิการ ป.ป.ส. กำ หนด 3. รายงานข่าวสารและสถานการณ์ การแพร่ระบาดยาเสพติดในสถาน ประกอบการหรือกรณีที่ได้รับข้อมูล ข่าวสารเกี่ยวกับพฤติการณ์ของ ผู้ค้ายาเสพติด 1. รายงานการปฏิบัติหน้าที่ กรณีเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ใช้อำ นาจ เช่น เข้าไปใน เคหสถาน ค้นบุคคลหรือ ยานพาหนะ จับกุมผู้กระทำ ผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ยึด อายัดยาเสพติดหรือทรัพย์สิน และเรียกบุคคลหรือให้ส่งบัญชี เอกสาร และควบคุมตัวไว้ 3 วัน และการตรวจสารเสพติดใน ร่างกายหรือการขอให้บุคคล ช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ หรือการเข้าถึงข้อมูล ข่าวสาร 4. รายงานการให้ความร่วมมือ ในการปฏิบัติงาน กรณีที่ได้รับ การร้องขอจากเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ต่างสังกัด 2. รายงานความก้าวหน้าของหัวหน้า หน่วยงานที่มีหน้าที่กำ กับดูแลการ บังคับบัญชาการปราบปรามยาเสพติด ในหน่วยงานอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
การรายงาน การปฏิบัติ บั ติ หน้า น้ ที่