นิ ราศภูเขาทอง
By.ครู อาร์
นิ ราศ คือ บทประพันธ์ประเภทหนึ่ ง
ที่แต่งเพื่อบรรยายถึงสภาพการเดินทาง
สภาพภูมิประเทศตลอดไปถึงการรำพัน
ถึงการพลัดพรากจากนางอันเป็ นที่รัก
ประวัติผู้แต่ง
สุนทรภู่ คือ ผู้แต่งนิ ราศภูเขาทอง ซึ่งมีฐานั นดรเป็ น "พระสุนทรโวหาร"
เดิมท่านมีชื่อว่า "ภู่" เกิดเมื่อ 26 มิถุนายน 2329 เป็ นกวีชาวไทยที่ได้รับการ
ยกย่องว่าเป็ น "กวีเอกของโลก" และเมื่อ 26 มิถุนายน 2529 องค์การยูเนสโก
ได้ประกาศให้ท่านเป็ นบุคคลสำคัญของโลกด้านวรรณกรรม
ผลงานของสุ นทรภู่
นิ ราศ 9 เรื่อง นิ ทาน 5 เรื่อง บทเห่กล่อม 4 เรื่อง
วรรณกรรมคำสอน บทละคร 1 เรื่อง
2 เรื่อง
ที่มาเรื่องนิ ราศภูเขาทอง
สุนทรภู่แต่งเรื่องนิ ราศภูเขาทองเมื่อปี 2373 หลัง
จากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยเสด็จ
สวรรณคตไปแล้ว 6 ปี (สวรรคตปี 2367) เพื่อเล่า
เรื่องการเดินทางจากวัดราชบูรณะหรือวัดเลียบ
เพื่อไปนมัสการพระเจดีย์ภูเขาทองที่จังหวัด
พระนครศรีอยุธยาหลังจากออกพรรษาแล้ว
(กระทรวงศึ กษาธิการ, 2554: 13)
คุณด้านวรรณศิ ลป์ ใน
นิ ราศภูเขาทอง
1.มีสัมผัสนอก คือคำสุดท้ายในวรรคสดับ และวรรครองส่งสัมผัสกับคำที่ ๓
ในวรรครับ และวรรคส่งเสมอ ส่วนสัมผัสในจะมีปรากฏภายในวรรคทุกวรรค
ทั้งสัมผัสสระและสัมผัสอักษร ทำให้กลอนมีความไพเราะยิ่งขึ้น เช่น
"ดูน้ำวิ่งกลิ้งเชี่ยวเป็ นเกลียวกรอก
กลับกระฉอกฉาดฉั ดฉวัดเฉวียน
บ้างพลุ่งพลุ่งวุ้งวนเหมือนกงเกวียน
ดูเปลี่ยนเปลี่ยนคว้างคว้างเป็ นหว่างวน"
สัมผัสในวรรคเช่น วิ่ง-กลิ้ง, เชี่ยว-เกลียว, ฉอก-ฉาด-ฉัด-ฉวัด-เฉวียน
2. การเล่นคำ เล่นความ เป็ นกลวิธีใช้คำพ้องรู ป พ้องเสียง พ้องความหมาย
การซ้ำคำ ซ้ำความ ทำให้ได้ความหมายที่ลึกซึ้ง กระทบใจ เช่น
"ถึงบางพลัดพี่พลัดมาขัดเคือง
ทั้งพลัดเมืองพลัดสมรมาร้ อนรน"
3.การกล่าวเชิงเปรียบเทียบ (อุปมาอุปไมย) ไม่กล่าวตรงไปตรงมา เป็ นความ
สามารถในการถ่ายทอดอารมณ์ และความรู้สึกของกวี เช่น การเปรียบเทียบ
ดอกบัวกับดาวที่พร่างพราว
"กระจับจอกดอกบัวบานผกา
ดาษดาดูขาวดังดาวพราย"
หรือตอนที่สุนทรภู่รำพันถึงรัชกาลที่ ๒ ด้วยความโศกเศร้า ว่าเคยเป็ นที่
โปรดปราน แต่เมื่อสิ้นรัชสมัย ก็ต้องตกระกำลำบาก เช่น
"เคยมอบใกล้ได้ กลิ่นสุ คนธ์ตระหลบ
ละอองอบรสรื่นชื่นนาสา
สิ้ นแผ่นดินสิ้ นรสสุ คนธา
วาสนาเราก็สิ้ นเหมือนกลิ่นสุ คนธ์"
4.การใช้โวหารอธิพจน์ คือกล่าวเกินจริง เพื่อเน้ นอารมณ์และความรู้สึก
เช่น สุนทรภู่กล่าวตอนมาถึงตลาดขวัญว่า
"โอ้พสุธาหนาแน่ นเป็ นแผ่นพื้น
ถึงสี่ หมื่นสองแสนทั้งแดนไตร
เมื่อเคราะห์ร้ายกายเราก็เท่านี้
ไม่มีที่พสุธาจะอาศั ย"
5.การใช้โวหารเลียนเสียงธรรมชาติ ทำให้ผู้อ่านนึ กเห็นภาพ และทำให้เกิดเสียงที่
ไพเราะ เช่น ตอนเรือไปถึงราชครามในตอนเย็นและค่ำ ว่า
ไม่เห็นคลองต้องค้างอยู่กลางทุ่ง
พอหยุดยุงฉู่ชุมมารุ มกัด
เป็ นกลุ่มกลุ่มกลุ้มกายเหมือนทรายซัด
ต้องนั่ งปั ดแปะไปมิได้นอน"
(แปะ คือ เสียงตบยุง)
คุณด้านสั งคม
ในนิ ราศภูเขาทอง
1.คติชาวบ้าน การเชื่อเรื่องเกี่ยวกับพระธาตุ คนที่มีบุญวาสนาเท่านั้ นที่จะได้ครอบ
ครองพระธาตุ เช่น
พอกราบพระปะดอกประทุมชาติ
พบพระธาตุสถิตในเกสร
สมถวิลยินดี ชุ ลีกร
ประคองช้อนเชิญองค์ลงนาวา
2.ตำนานสถานที่
ถึงสามโคกโศกถวิลถึงปิ่ นเกล้า
พระพุทธเจ้าบำรุ งซึ่งกรุ งศรี
ประทานนามสามโคกเป็ นเมืองตรี
ชื่อปทุมธานี เพราะมีบัว
3.เกี่ยวกับสภาพบ้านเมืองการประกอบอาชีพ เช่น วิถีชีวิตของชาวญวน
ถึงบ้านญวนล้วนแต่โรงแลสะพรั่ง
มีข้องขังกุ้งปลาไว้ค้าขาย
ตรงหน้ าโรงโพงพางเขาวางราย
พวกหญิงชายพร้อมเพรียงมาเมียงมอง