วรรณคดสี ำหรบั งานนาฏยศลิ ป์ เร่ือง พญาผานอง
นางสาว จรณพร ศรีแกว้ นวล
รหสั ประจำตัวนกั ศึกษา ๖๑๘๑๑๖๓๐๒๕
รายงานนเ้ี ป็นสว่ นหนึง่ ของการศกึ ษาหลักสตู รครุศาสตรบณั ฑิต
สาขาวิชานาฏยศิลปศ์ ึกษา คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั บา้ นสมเด็จเจา้ พระยา
ปกี ารศึกษา ๒๕๖๓
ก
คำนำ
รายงานเล่มนีเ้ ป็นส่วนหน่ึงของรายวิชานาฏยศิลป์ วิเคราะห์ รหัสวิชา 2151301 เพ่ือใชเ้ ป็นส่ือ
ประกอบการเรียนและการนาเสนอ ภายในรายวิชานีซ้ ่ึงในรายงานเล่มนีม้ ีเนือ้ หาสาระเก่ียวกับเรื่อง
วรรณคดีเร่ือง พญาผานอง เพ่ือใหบ้ คุ ลากรและผทู้ ่ีสนใจไดเ้ รียนรูม้ ีความเขา้ ใจในส่วนของวรรณคดีเรื่อง
พญาผานอง
ผจู้ ดั ทาขอขอบคณุ ผทู้ ่ีมีส่วนเก่ียวขอ้ งทงั้ หลายท่ีไดค้ อยใหค้ าแนะนาและคาปรกึ ษาสาหรบั การทา
รายงาน เล่มนี้ ผูจ้ ัดทาหวังว่ารายงานเล่มนีจ้ ะเป็นประโยชนใ์ นการเรียนการสอนรายวิชาดังกล่าวและ
สามารถนาความรูท้ ่ีได้ ไปใชใ้ นการเรยี นการสอนตอ่ ไป
ผจู้ ดั ทา
นางสาวจรณพร ศรแี กว้ นวล
สารบัญ ข
เรื่อง หน้า
คานา ก
สารบญั ข
สารบญั ภาพ ค
สารบญั ตาราง ง
ประวตั คิ วามเป็นมาของวรรณคดีเรือ่ ง พญาผานอง ๑-๕
ประวตั ิผแู้ ตง่ ๕
เนือ้ เรอ่ื งยอ่ ๖-๑๐
บทประพนั ธ์ ๑๑-๒๗
ตวั ละคร ๒๘
เอกสารอา้ งองิ ๒๙
ภาคผนวก ๓๐
ประวตั ินกั ศกึ ษา ๓๑
ค
สารบญั ภาพ
เร่ือง หน้า
ภาพท่ี ๑ อนสุ าวรยี ์ พญาผานอง อาเภอปัว จงั หวดั นา่ น ๑
ภาพท่ี ๒ อนสุ าวรยี ์ พอ่ ขนุ งาเมอื ง กษัตรยิ ป์ กครองเมืองพะเยาอนั ดบั ท่ี ๙ ๓
ภาพท่ี ๓ การแสดงละครพนั ทางเร่อื งพญาผานอง ตอนนางพญาคาปินขอฝน ๖
ภาพท่ี ๔ : การแสดงละครพนั ทางเรอ่ื งพญาผานอง ตอนเจรญิ วยั ๗
ภาพท่ี ๕ : การแสดงละครพนั ทางเรอ่ื งพญาผานอง ตอนรกั สามเศรา้ ๘
ภาพท่ี ๖ : การแสดงละครพนั ทางเร่อื งพญาผานอง ตอนจากรกั ๙
ภาพท่ี ๗ : การแสดงละครพนั ทางเร่อื งพญาผานอง ตอนรกั เกา่ คนื ชีพ ๑๐
สารบญั ตาราง ง
เร่ือง หน้า
หมายเหตุ การบอกลกั ษณะของบทตา่ งแทนดว้ ยสี ๑๑-๒๗
ตารางวิเคราะหต์ วั ละคร ๒๘
๑
๑. ความเป็ นมาของเรื่องพญาผานอง
ภาพท่ี ๑ : อนสุ าวรยี ์ พญาผานอง อาเภอปัว จงั หวดั นา่ น
ท่ีมา : http://historicallanna01.blogspot.com/2011/05/blog-post_25.html
พญาผากอง หรอื พญาผานอง เป็นโอรสของเจา้ เกา้ เก่ือนหรอื ป่ฟู ้าฟื้น เดมิ ช่ือขนุ ใสหรอื ขนุ ใสย่ ศ สบื เชือ้
สายมาจากพญาภคู า เจา้ เมืองภคู า ขนุ ฟอง ป่ขู องพญาผานองแยกมาตงั้ เมืองพลวั หรอื เมืองปัวครองราชย์
พ.ศ. ๑๘๖๓-๑๘๙๒ เม่ือสวรรคตแลว้ โอรสสององคค์ อื เจา้ ไสและเจา้ กานเมอื งไดค้ รองราชยต์ ่อมา เจา้ กาน
เมืองมีโอรสช่ือพญาผากอง ครองราชย์ พ.ศ. ๑๙๐๔-๑๙๒๙พญาผากองนีเ้ ป็นผสู้ รา้ งเมืองน่านท่ีเวียงกมุ
บา้ นหว้ ยไคร้ เม่ือ พ.ศ. ๑๙๐๙ เชือ้ สายของพญาผากองไดค้ รองเมืองน่านจนถึงเจา้ ผาแสงเป็นองคส์ ุดทา้ ย
ก่อนท่ีทางเชยี งใหม่ จะสง่ คนมาปกครองเมืองนา่ นโดยตรง
ตามตานานเมืองเหนือ และพงศาวดารโยนก บนั ทกึ ไวว้ า่
พระยาภคู า เป็นกษัตรยิ ค์ รองเมืองยาง(หรือเมืองภคู า) ประมาณตน้ พทุ ธศตวรรษท่ี ๑๘ วนั หน่ึง
พรานป่ าคนหน่ึงไปล่าเนือ้ บนภูคา ไดพ้ บไข่ปลาขนาดเท่าผลมะพรา้ ว วางอยู่ใตต้ น้ ไม้ 2 ฟอง จึงนามา
ถวายพระยาภคู า พระองคเ์ ห็นเป็นของประหลาด ก็เอาไขฟ่ องหนง่ึ ใสไ่ วใ้ นกะทองวิ้ (นนุ่ ) อีกฟองหน่งึ ใสไ่ ว้
ในกะทอฝา้ ย อย่มู าไม่นานไข่ท่ีใส่ไวใ้ นกะทอน่นุ ก็แตกออกก่อน ปรากฏเป็นทารกรูปงาม พระยาภคู าจึง
เลีย้ งไว้ ตอ่ มาอีก 2 ปี ไข่ในกะทอฝ้ายก็แตกออกมาอีก เป็นทารกรูปรา่ งงดงามเชน้ กนั พระยาภคู าจงึ ตงั้
๒
ช่ือทารกคนแรกว่า “เจา้ ขนุ น่นุ ” ส่วนองคท์ ่ีกาเนิดในกะทอฝา้ ยตงั้ นามว่า “เจา้ ขนุ ฟอง” จึงเลีย้ งทารกทงั้
สองไวเ้ ป็นราชบตุ รบญุ ธรรม
วนั เวลาผ่านไป ทารกทงั้ สองก็เติบโตเป็นหน่มุ เจา้ ขนุ น่นุ ผพู้ ่ีมีอายยุ ่างเขา้ ๑๘ ปี เจา้ ขนุ ฟอง ๑๖
ปี พระยาภคู าจึงใหร้ าชบตุ รบญุ ธรรมทงั้ สององคไ์ ปตามหาเถรแตงซ่ึงเป็นฤาษีหรือชีผา้ ขาวผูม้ ีฤทธิ์ เพ่ือ
ขอใหเ้ ถรแตงสรา้ งเมืองใหเ้ จา้ สองพ่ีนอ้ ง เถรแตงจึงนาสองพ่ีนอ้ งไปดูทาเลท่ีจะสรา้ งเมือง จึงไดส้ รา้ ง
เมืองขึน้ ณ บริเวณฝ่ังตะวนั ออกของแม่นา้ โขง ใหช้ ่ือว่า เมืองจนั ทรบรุ ี(เวียงจนั ทร)์ แลว้ ใหเ้ จา้ ขุนน่นุ ผพู้ ่ี
ครองเวียงจนั ทร์ จากนนั้ เถรแตงจงึ สรา้ งเมืองห่างจากแม่นา้ นา่ น ๕,๐๐๐ วา ตงั้ ช่ือเมืองวา่ “วรนคร” (คือ
เมืองปัว) แลว้ ใหเ้ จา้ ขนุ ฟองผนู้ อ้ งครองเมือง
ตานานเมืองเหนอื หลายเมือง เม่ือจะกลา่ วถึงการสรา้ งเมือง มกั ยกใหฤ้ าษีเป็นผสู้ รา้ ง คาวา่ ฤาษี
หมายถึงชีผา้ ขาว ผอู้ ย่ตู ามถา้ ตามป่ าเขา มีผคู้ นใหค้ วามเคารพนบั ถือเป็นอย่างสงู จึงเป็นผมู้ ีบารมใี นการ
ชกั ชวนชาวบา้ นชาวเมืองใหช้ ่วยกนั ถางป่าสรา้ งบา้ นแปงเมือง มาในยคุ หลงั กม็ คี รูบาศรวี ิชยั เป็นตวั อยา่ งท่ี
สามารถแลไปเทียบกบั อดีตได้ ก็สมยั โบราณนนั้ พระสงฆย์ งั ไม่มีอิทธิพลในสงั คมมากนกั ชีผา้ ขาวหรือ
ฤาษีจึงได้รับการยอมรับนับถืออย่างสูงจากสังคมยุคนั้น ท่านจึงเป็นผู้นาทางจิตใจ เป็นผู้ประสาน
ประโยชนใ์ นสงั คม ระหว่างคนชนั้ สงู คือผคู้ รองเมือง กบั คนชนั้ ลา่ งคือชาวบา้ นชาวเมือง ตานานการสรา้ ง
เมืองหรภิ ญุ ชยั เมืองเขลางคน์ คร ก็มีฤาษีเป็นผสู้ รา้ งใหเ้ จา้ ชาย ในตานานของพอ่ ขนุ งาเมอื งก็ไปเรยี นวิชา
กบั พระฤาษีท่ีเขาสมอคอน เมืองพิจิต พรอ้ มกบั พระรว่ งเจา้ และเคร่อื งรางของขลงั วตั ถมุ งคลยคุ นนั้ ก็สรา้ ง
ขึน้ โดยฤาษีหรือชีผา้ ขาว ไม่ว่าพระรอดลาพนู หรือพระซุม้ กอ จนถึงพระผงสพุ รรณ ผเู้ ขียนไดร้ ูปฤาษีมา
จากกรุเก่าแก่แห่งหน่งึ ซ่งึ มีคราบกรุเป็นสนิมเหล็กเกาะติดแน่น แบบเดียวกับพระรอดลาพนู พิมพต์ อ้ ก็คง
สรา้ งมาในยุคเดียวกัน ซ่ึงสันนิษฐานว่าเป็นรูปฤาษีนารอด ดังนั้นจึงสามารถกล่าวไดว้ ่า ผูน้ าทางจิต
วิญญาณของชาวไทยยุคโบราณคือฤาษีหรือชีผา้ ขาว ต่อมาเม่ือเจา้ เมืองแต่ละเมืองในยุคราชวงศพ์ ระ
เจา้ มงั ราย รบั เอาพระพทุ ธศาสนาลงั กาวงศเ์ ขา้ มา พระสงฆก์ ็เร่ิมมีบทบาททางสงั คมมากขึน้ และเจริญ
เฟ่ื องฟูท่ีสุดในสมยั พระเจา้ ติโลกราช รชั กาลท่ี ๙ แห่งเชียงใหม่ เจา้ ขุนฟองครองเมืองวรนครจนสิน้
อายขุ ยั ก็มีพระโอรสนามพระยาเกา้ เก่ือน ครองเมืองสืบมา ต่อมา เม่ือพระยาภคู าผเู้ ป็นป่ ชู ราภาพ ก็ให้
พญาเกา้ เก่ือนไปครองเมืองภคู า พระยาเกา้ เก่ือนจงึ มอบวรนครใหน้ างพญาคาปินมเหสีอย่คู รองแทน ซ่งึ
ตรงกบั สมยั พอ่ ขนุ งาเมือง อาณาจกั รพะเยา (๑๘๐๑-๑๘๖๑)
ต่อมาพ่อขุนงาเมืองก็ยกกองทัพไปตีวรนคร พระนางคาปินจึงแจ้งข่าวศึกไปถึงพระยาเก้า
เกือน พรอ้ มกบั แต่งทพั ออกต่อสกู้ บั กองทพั พะเยา แต่ไม่สามารถตา้ นทพั ของพ่อขนุ งาเมืองได้ นางพญา
๓
คาปินจงึ หลบหนีออกจากเมืองพรอ้ มกบั หญิงรบั ใชค้ นหน่งึ ไปอาศยั กระท่อมกลางป่าแห่งหน่งึ และประสตู ิ
กมุ ารท่ีกระทอ่ มกลางป่านนั้
ในบริเวณป่ าแห่งนัน้ มีแต่หว้ ยท่ีแหง้ แลง้ หานา้ ใชน้ า้ อาบไม่มี นางและบุตรนอ้ ยจึงไดร้ บั ความ
ลาบากมาก นางจึงตัง้ สัจอธิษฐานว่า หากกุมารมีบุญญาธิการจะไดค้ รองเมืองก็ขอใหม้ ีฝนตกลงมา
เถิด ทนั ใดนนั้ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนกั เกิดนา้ ไหลนองพดั เอากอ้ นหินกอ้ นผามากองไวเ้ ป็นอนั มาก พระ
นางเห็นเชน่ นนั้ กม็ พี ระทยั ยินดี อมุ้ เอากมุ ารนอ้ ยไปสรงนา้ และไดอ้ าศยั อย่ทู ่กี ระท่อมหลงั นนั้ สืบมา
เชา้ วนั รุ่งขึน้ ชาวบา้ นซ่ึงเป็นเจา้ ของกระท่อมไร่กลางป่ านัน้ มาทาไร่ปลกู สวน ไดย้ ินเสียงกุมาร
รอ้ งไหจ้ ึงเขา้ ไปดู ครนั้ เห็นนางพญาก็จาได้ เพราะเคยเป็นขา้ เก่าของพระยาเกา้ เก่ือนมาก่อน จึงรบั เอา
นางพญาและกมุ ารไปเลีย้ งไวท้ ่ีบา้ น จนกมุ ารเตบิ ใหญ่ขึน้ อายไุ ด้ ๑๖ ปี นายบา้ นเจา้ ของกระท่อมกลาง
ป่ าดงั กลา่ วนนั้ จึงนากมุ ารไปถวายแด่พอ่ ขนุ งาเมือง พระองคเ์ ห็นหนมุ่ นอ้ ยกน็ กึ รกั เอ็นดู จงึ ขอเอาไปเลยี้ ง
เป็นราชบตุ รบญุ ธรรม ตงั้ ใหเ้ ป็น “ขนุ ใสย่ ศ” ใหไ้ ปกินเมอื งปราด
ภาพท่ี ๒ : อนสุ าวรีย์ พอ่ ขนุ งาเมือง กษัตรยิ ป์ กครองเมืองพะเยาอนั ดบั ท่ี ๙
ท่มี า : http://www.clm.up.ac.th/project/local_database/read.php?record=158
พอ่ ขนุ งาเมืองไดห้ ญิงสาวชาววรนครผหู้ นง่ึ เป็นชายา นามว่า “พระนางอวั้ สิม” มีโอรสดว้ ยกนั องคห์ นง่ึ
นามว่า “เจา้ อาบป้อม” เม่ือพ่อขนุ งาเมืองจะเสด็จกลบั ไปครองเมืองพะเยา จึงมอบใหพ้ ระนางอวั้ สิมและ
โอรสอย่คู รองเมืองวรนคร หลงั จากพ่อขนุ กลบั พะเยาไม่นาน พระนางอวั้ สิมก็พาโอรสไปเย่ียม และเกิดมี
๔
เรื่องแหนงใจกบั พ่อขนุ งาเมือง ก็บงั คมลากลบั เมืองวรนคร ต่อมานางพบกบั ขนุ ใส่ยศก็มีจิตเสน่หากนั
จงึ ไดอ้ ภเิ ษกสมรสกบั ขนุ ใสย่ ศ ครองเมอื งวรนครดว้ ยกนั
ความทราบถึงพ่อขุนงาเมืองก็ทรงพระพิโรธเป็นอนั มาก จึงยกกองทพั มาตีเมืองวรนครอีกครงั้ ขนุ ใส่
ยศเจา้ เมืองปราดจึงยกรีพ้ ลออกสรู้ บ และใหเ้ จา้ อาบป้อม โอรสของพ่อขุนออกรบดว้ ย พ่อขุนเห็นโอรส
ออกมาสรู้ บดว้ ยดงั นนั้ ก็นึกสงสาร จึงถอยรีพ้ ลกลบั เมืองพะเยา ชาวเมืองวรนครจึงพรอ้ มใจกันทาพิธี
ราชาภเิ ศกใหข้ นุ ใสย่ ศเป็น “เจา้ พญาผานอง” ครองเมืองวรนครสืบมา
พระยาผานองไดค้ รองเมืองสืบต่อมาจนถึง พ.ศ. ๑๘๙๓ ก็ถึงพิราลยั ทรงมีโอรสองค์ ๖ องคด์ ว้ ยกนั
ขนุ ไสโอรสองคน์ อ้ ยไดข้ นึ้ ครองเมืองแทน ตอ่ มาปี พ.ศ. ๑๘๙๖ ก็พริ าลยั พระยาการเมืองราชโอรสองคโ์ ตได้
ขึน้ ครองเมืองแทน พระยาการเมืองไดท้ าไมตรีกบั กรุงสโุ ขทยั (เขา้ ใจว่าครงั้ นนั้ เมืองน่านคงจะเป็นเมืองขึน้
ของกรุงสโุ ขทยั ) ในปี พ.ศ. ๑๘๙๖ (จ.ศ.๗๑๕) ทางกรุงสโุ ขทยั มีการทาบญุ ทางศาสนาและไดบ้ อกใหพ้ ระ
ยาการเมืองทราบ พระยาการเมืองจึงลงไปช่วยเหลือและไดเ้ กิดชอบกบั พระยาโสปัตติกันทิ อามาตยช์ นั้
ผใู้ หญ่เมืองสโุ ขทยั หลงั จากท่ีไดท้ าบญุ เสรจ็ แลว้ เม่ือพระยาการเมืองอาลากลบั พระยาโสปัตติกนั ทิไดม้ อบ
พระธาตเุ จา้ ๗ องค์ กบั พระพิมพค์ า(ทองคา) ๒๐ องค์ พระพิมพเ์ งิน ๒๐ องค์ ใหพ้ ระยาการเมืองๆจึงอนั
เชิญพระธาตดุ งั กล่าวนนั้ กลบั มายงั เมืองปัว และไดท้ าพิธีบรรจพุ ระบรมธาตุ และพระพิมพท์ ่ีไดม้ านนั้ ไวท้ ่ี
ดอยภเู พียงแช่แหง้ เม่ือไดอ้ นั เชิญพระธาตเุ จา้ บรรจทุ ่ีนนั้ เรียบรอ้ ยแลว้ พระยาการเมืองก็ไดเ้ สดจ็ กลบั คืนยงั
เมืองปัว อย่ตู ่อมาไม่นานนกั พระยาการเมืองจึงอยากอย่ใู กลช้ ิดพระธาตเุ จา้ เพ่ือจะไดท้ าการสกั การบชู า
โดยสะดวก จึงโปรดใหส้ รา้ งเมืองขึน้ ณ เชิงดอยภเู พียงแช่แหง้ ในปี พ.ศ. ๑๙๐๖ (จ.ศ.๗๒๕) เจา้ ผากอง
ราชบตุ รขนึ้ เสวยราชยแ์ ทน ในปีนนั้ เองเจา้ ผากองครองเวียงแช่แหง้ ได้ ๖ ปีกเ็ กิดแหง้ แลง้ ขาดแคลนนา้ จน
ไม่มีใหส้ ตั วพ์ าหนะกิน เจา้ ผากองจงึ ขยบั ขยายไปสรา้ งเมืองอย่ใู หม่ ทรงทอดพระเนตรเหน็ บา้ นหว้ ยไค้ เป็น
ทาเลท่ีอดุ มสมบูรณด์ ว้ ยพืชพนั ธุ์ ธัญญาหารนา้ ท่าบริบรู ณด์ ี จึงโปรดใหส้ รา้ งเมืองขึน้ คือเมืองน่าน เมือง
นา่ นเกา่ อย่ทู างทิศใตเ้ มืองนา่ นปัจจบุ นั
ในตานานพืน้ เมืองระบปุ ี ท่ีเจา้ ผากองทรงสรา้ งเมืองน่าน(เก่า)นีว้ า่ “ปีรวายสงา้ (มะเมีย) จลุ ศกั ราชได้
๗๓๐ ต๋วั (พ.ศ. ๑๙๑๑) เดือน ๑๒(เหนือ) ขนึ้ ๖ ค่า วนั องั คาร ยามแถร” เจา้ ผากองครองเวียงแชแ่ หง้ ได้ ๖
ปี แลว้ ยา้ ยไปครองเมืองน่าน(เก่า) ครองอยู่ไดน้ าน ๒๑ ปี ลวุ ีรวายยี(ปีขาลสมั ฤทธิศก) จุลศกั ราช ๗๕๐
พ.ศ.๑๙๓๑ กถ็ ึงพริ าลยั เจา้ คาต๋นั ราชบตุ รไดค้ รองเมอื งสืบมา
ตลอดเวลาท่ีพญาผานอง ครองวรนคร(เมืองน่าน) ทรงมีความสจุ ริต ยตุ ิธรรม เป็นนกั รบท่ีเขม้ แข็ง
และปกครองท่ีดี เมืองวรนครเจรญิ รุง่ เรืองมาก ไม่มีเมืองใดเลยท่ีกลา้ มาตเี มืองวรนคร ถึงพ.ศ.1892 เวลา
๕
30ปี ครนั้ พิราลยั พญาผากองนีเ้ ป็นผสู้ รา้ งเมืองนา่ นท่เี วียงกมุ บา้ นหว้ ยไคร้ เม่ือ พ.ศ. ๑๙๐๙ เชือ้ สายของ
พญาผากองไดค้ รองเมืองน่านจนถึงเจา้ ผาแสงเป็นองคส์ ดุ ทา้ ย ก่อนท่ีทางเชียงใหม่จะส่งคนมาปกครอง
เมืองน่านโดยตรง ดว้ ยคณุ งามความดีและอานภุ าพของพญาผานอง ชาวอาเภอปัวจึงสรา้ งอนุสาวรียไ์ ว้
เป็นท่ียึดเหน่ียวจิตใจ และเป็นท่ีสกั การะเม่ือวนั ท่ี ๑๓ เมษายน พ.ศ.๒๕๒๕ และปรบั ปรุงเพิ่มเติม พ.ศ.
๒๕๓๖
จากท่ีกล่าวมาขา้ งตน้ สรุปว่า พญาผานอง ท่ีมาจากเรื่องจริงของเมืองเหนือ พญาผานอง เป็น
กษัตริยป์ กครองเมืองน่าน พญางาเมือง เป็นกษัตริยป์ กครองเมืองพะเยา พญาผานองมีช่ือเดิมว่า “ขนุ ใส
ยศ” เป็นบตุ รบญุ ธรรม ของพญางาเมือง ต่อมาพญาผานองไดเ้ จอพระนางอวั้ สิมและตกหลมุ รกั กนั จึงได้
ตดั สินใจอภิเษกสมรส พอพญางาเมืองไดท้ ราบข่าวก็โกรธมากจึงนาทบั ไปรบท่ีเมืองวรนคร พ่อออกรบกนั
พอสมควร พญางาเมืองก็สงสารพญาผานองจึงถอยทบั กบั เมืองเยา นบั แต่นนั้ ตอ่ มาพญาผานองก็ไดค้ รอง
เมืองวรนครสบื มา
๒. ประวตั ิผู้แต่ง ประทิน พวงสาลี
องคท์ ่ี ๑ เสยี เมือง ศรอี าภรณ์ นา้ ทพิ ย์
พนิดา สทิ ธิวรรณ
องค์ ๒ ศภุ นมิ ิต บษุ า เศวตนนั ทน์
องคท์ ่ี ๓ เจรญิ วยั สนุ นั ทา บณุ ยเกตุ
องคท์ ่ี ๔ รกั สามเสา้ เสรี หวงั ในธรรม
องค์ ๕ ศกึ รกั ศกึ รบ ประนอม ทองสมบญุ
องคท์ ่ี ๖ รกั เกา่ คืนชพี จดั แบง่ องคแ์ ละประกอบเพลง
มนตรี ตราโมท หม่อมแผว้ สนทิ วงศเ์ สนี และ ครูนาฏศิลป์ ของกรมศิลปากร
ผคู้ รบคมุ และฝึกซอ้ ม
๖
๓. เนื้อเร่ืองย่อ
องคท์ ่ี ๑ เสียเมือง ฉำก : ในพระรำชฐำน เมืองวรนคร
นางพญาคาปิน ผคู้ รองเมืองวรนครกบั สาวคายวงและนางกานลั นางพญาคาปินไดต้ งั้ ครรภบ์ ุญ
โอรส นางพญาคาปินรูจ้ กึ ใจคอไมค่ ่อยดตี อนเหน็ ดาวหาง ต่อมาคาหลา้ ไดม้ าบอกนางพญาคาปินวา่ ไฟไหม้
นางพญาคาปินก็สงสยั ว่าศึกนีใ้ ครเป็นคนยกทับมา คาแมนจึงบอกใหน้ างพญาคาปินหนีเพ่ือไม่ใหเ้ กิด
อนั ตรายแต่นางพญาคาปินไม่อยากหนี เพราะนางพญาคาปินไม่อยากใหเ้ กิดอนั ตรายแกชาวเมือง ถึงตอ้ ง
ตายก็ตายดว้ ยกนั ใหห้ มด คายวงจึงมาขอรอ้ งนางพญาคาปินใหห้ ่วงลกู นอ้ ยในครรภบ์ า้ ง คายวงขอใหน้ ึก
ถึงลกู และหนีไป ทบั ท่ียกมา้ มืองวรนครคือทบั ของพญางาเมือง พญางาเมืองไดม้ าถามคาแมนว่านางพญา
คาปิดนอย่ไู หนแต่คาแมนไม่บอกถามก่ีรอบก็ไม่ยอมบอก นางพญาคาปิดและบุญในครรภไ์ ดห้ นีไปกบั คา
ยวงแลว้ จงึ ไดเ้ สยี เมืองวรนครไปแตบ่ ดั นนั้
องคท์ ี่ ๒ ศุภนิมิต ฉำก : กระท่อมร้ำง กลำงไร่
ภาพท่ี ๓ : การแสดงละครพนั ทางเรอื่ งพญาผานอง ตอนนางพญาคาปินขอฝน
ท่ีมา : https://www.youtube.com/watch?v=Y6gcUEnramo
เวาลาห่างจาก องคท์ ่ี ๑ ประมาณ ๔-๕ เดือน ณ ในป่ าแห่งหน่ึง คายวงเห็นนางพญาคาปินร่าไห้
กลวั นางพญาคคาปิดจะไม่สบายและจะทาใหเ้ จา้ นอ้ ยกุมารพลอยไดร้ บั ความทุกขค์ วามลาบากไปดว้ ย
นางพญาคาปินก็มีสติแลว้ จึงรบั ลกู มาจากคคายวง นางพญาคาปินก็ไดพ้ ดู ว่าเป็นกรรมแทๆ้ ท่ีตอ้ งมารบั
ทุกขแ์ บบนี้ แลว้ นางพญาคาปินก็ไดพ้ ดู ถึงอดีตว่า ตอนอยู่ในครรภ์พระราชาหวงั จะสรา้ งบา้ นเมืองใหเ้ จา้
นอ้ ยกมุ ารแต่มาเกิดเหตเุ ยก่อนแม่แต่หลงั คายงั ไม่มีคมุ หวั เลยและนางพญาคาปินก็ซบหนา้ ลกู พรอ้ งสะอนึ้
คายวงก็ไดบ้ อกกับนางพญาคาปินว่า ใหล้ องเสียงขอพรพ่ึงส่ิงศักดิ์สิทธิ์ผีสางเทวดาถา้ เจา้ นางกุมารมี
บญุ ญาธิการก็ขอใหท้ งั้ สามเรารอดตายดว้ ยเถิด พระวรุณก็ทาใหฟ้ ้าฝนไดต้ กลงกลางหนองนา้ จากนนั้ พระ
วรุณและภาพสรรคไ์ ดห้ ายไป คายวงก็บอกวขา้ พดู ไม่ผดิ จรงิ ๆเจา้ นอ้ ยกมุ ารตอ้ งมีอทิ ธิฤทธิ์กว่าผใู้ ดเพียงแต่
คาอธิษฐานยงั เห็นผล นางพญาคาปินก็พดู ต่อมาว่า ถา้ เจา้ นอ้ ยกมุ ารมีวาสนาก็ขอใหพ้ บคนท่ีเมตรตามา
๗
ช่วยใหพ้ วกเราสบายดว้ ย จากนนั้ แกว้ ก็มาเห็นนึกว่านางพญาคาปินเป็นขโมยจึงส่งั ใหบ้ ่าย ๔ คนมาจบั ตวั
นางพญาคาปินก็อมุ้ เจา้ นอ้ ยกมุ ารมาหลบ คานวงจาไดต้ อ่ สดู่ าบกบั ไหรทงั้ ๔ พอแกว้ สงั เกตดีๆก็รูว้ ่าว่าคน
ท่ีคดิ วา่ เป็นขโมยกค้ อื นางพญาคาปินแลว้ ไดล้ งกราบขอไดโ้ ปรใหอ้ ภยั ขา้ นอ้ ยดว้ ย นางพญาคาปินก็ไดถ้ าม
ว่าเฒ่าแกว้ คือมหาดเล็กใช่ไหม แกว้ ก็ไดต้ อบไปว่าใช่แลว้ แลว้ เกิดเรื่องอะไรถึงไดม้ าอย่ทู ่ีน่ี พอนางพญา
คาปินเล่าจบ แกว้ ก็เกิดอาการสงั สารจึงเชิญนางพญาคาปินไปประทบั ท่ีบา้ นไรข่ องแกว้ พอไปถึงหม่บู า้ น
แกว้ ไดป้ ระกาศว่านางพญาคาปินมเหสีเจา้ เก่ือน เสร็จมาเยือนพวกเราและใหค้ นรีบจดั หาลอ้ และใหน้ า
ดอกไมม้ าประดับรอบๆ แกว้ เชิญนางพญาคาปินมาขึน้ รถลอ้ แลว้ บอกว่าหม่บู า้ นเราถตอ้ นรบั ใหส้ มพระ
เกียรติมีแต่รถลา้ ท่ีประดบั ดว้ ยดอกไมท้ ่ีมาดว้ ยใจ นางพญาก็ไดบ้ อกว่า เท่านีก้ ็ซาบซงึ้ ในความดีของท่าน
และชาวบา้ นไรแ่ ลว้
องคท์ ่ี ๓ เจริญวยั ฉำก : หมู่บำ้ นชำวไร่ ใกลว้ รนคร
ภาพท่ี ๔ : การแสดงละครพนั ทางเร่ืองพญาผานอง ตอนเจรญิ วยั
ท่มี า : https://www.youtube.com/watch?v=D0DhrT7zOdM
เวลาห่างจากองท่ี ๒ ประมาณ ๑๕-๑๖ ปี ณ กลางหมู่บา้ นชาวบา้ นไดช้ ่วยกันสรา้ งบา้ นถวายให้
นางพญาคาปิน เจา้ นอ้ ยกมุ ารไดโ้ ตขนึ้ กช็ วนเพ่ือนๆมาซอ้ มอาวธุ กนั ท่ีลานกวา้ ง เพ่ือนๆก็ถามเจา้ นอ้ ยกมุ าร
ว่า จะเอามวยเอาดาบหรือเอากระบ่ีกระบอง เจา้ น้อยกมุ ารก็ไดตอบไปว่าซอ้ มดาบจะดีกว่า แลว้ เพ่ือนๆก็
ตกลงซอ้ มดาบกนั พญางาเมืองไดเ้ ดินผ่านมาเห็นเจา้ นอ้ ยกุมารซอ้ มดาบแลว้ ประทบั ใจ เจา้ นอ้ ยกุมารได้
เห็นพญางาเมืองคนแปลกหนา้ มาก็ไดห้ ยดุ ซอ้ มแลว้ ไปตอ้ นรบั ถามว่าตอ้ งการสิ่งใดจะไดจ้ ดั หามาให้ พญา
งาเมือก็บอกเจา้ นอ้ ยกุมารไปว่าพวกเราหิวกระหายและขอพกั ตอ้ งนีส้ กั คู่ เจา้ นอ้ ยกมุ ารกเชิญตอนรบั คน
แปลกหนา้ มาน่งั พกั ใหห้ ยายเหน่ือยหายเม่ือย เจา้ นอ้ ยกมุ ารไดพ้ าแม่มาพบพญางาเมืองพรอ้ งจดั หานา้ ด่ืม
มาให้ เจา้ นอ้ ยกุมารก็ไดแ้ นะนาแม่ใหพ้ ญางาเมือง พญางาเมืองก็หนั ไปกระซิบกับเสนาว่าเด็กนอ้ ยคนนี้
ท่าทางไม่เลวพญางาเมืองจึงอยากขอไปเลีย้ งเป็นลกู นางพญาคาปินจะใหห้ รือไม่ เสนาก็เลยบอกใหล้ อง
ขอดู พญางาเมืองจึงพดู กบั นางพยาคาปินว่า นางพญาคาปินมีบญุ มีลกู สง่าดงั ชายชาตรี แต่เราไม่มีโอรส
๘
จึงอยากเลีย้ งดเู จา้ นอ้ ยกมุ ารใหม้ ียศเกียรติ นางพญาคาปินจะอนญุ าตไหม นางพญาคาปินก็ไดบอกเจา้
นอ้ ยกมุ ารว่าพญางาเมืองจะนาลกู ไปอย่ทู ่ีเมืองดว้ ยเจา้ อย่าขดั พระราชโอการ เจา้ นอ้ ยกมุ ารก็ไดบ้ อกพญา
งาเมืองว่าขา้ ขอใหม้ ารดาไปอย่ดู ว้ ยไดไ้ หม พญางาเมืองก็ตอบตกลง จากนนั้ เพ่ือนคนท่ีหน่งึ ก็พดู ขึน้ มาว่า
ไหนวนั นีเ้ พ่ือนจะจากไปพวกเราจะตามไปส่ง เพ่ือนๆคนอ่ืนก็บอกว่าใหไ้ ปพรอ้ มๆกนั หลงั จากนนั้ เจา้ นอ้ ย
กมุ ารไดเ้ ปล่ยี นช่ือเป็น ขนุ ไสหรอื ขนุ ไสยศ
องคท์ ่ี ๔ รักสำมเศร้ำ ฉำก : สวนดอกไม้ ในวรนคร
ภาพท่ี ๕ : การแสดงละครพนั ทางเรอ่ื งพญาผานอง ตอนรกั สามเศรา้
ท่ีมา : https://www.youtube.com/watch?v=y8T7kumw41o
เวลาห่างจากองค์๓ ประมาณ ๑ หรอื ๒ ปี ณ สวนดอกไมน้ างอวั้ สมิ เดินชมดอกไม้ มีท่าทางกระวน
กระวายบอกหาเจา้ ขนุ ไส ขนุ ไสค่อยๆย่องออกมาจากหลงั ตา้ ไมแ้ ละเด็ดดอกไมห้ น่ึงดอกใหน้ างอวั้ สิม้ นาง
อวั้ สิมตกใจพรอ้ มกบั อทุ านคอ่ ยๆพอเหน้ เป็นขนุ ไสกท็ ากิรยิ างอน นางอวั้ สิมเดินปน่งั ท่ีแทง่ หินขนุ ไสก็ไดเ้ ดิน
ตามไปน่งั ใกลๆ้ สกั คู่ พญางาเมอื งก็เดนิ ผา่ นมาขนุ ไสก็หลบไปและนางอวั้ สมิ แกลง้ ทาเป็นดมดอกไม้ พอเห็น
พญางาเมืองมาใกลก้ ็ลกุ มาหมอบเฝา้ พญางาเมืองก็ไดบ้ อกรกั แม่นางอวั้ สิม แต่แม่นางอวั้ สิมไม่ไดร้ กั พญา
งาเมืองจึงปฏิเสธ ต่อมานางอวั้ สิมเรียกสาวใชเ้ ขา้ มาส่งั ใหไ้ ปตามขนุ ไส สาวใชจ้ ึงไปตามขนุ ไสมา พญางา
เมืองไดม้ าพบกบั ขนุ ไสจงึ บอกใหข้ นุ ไสไปครองเมืองปราดขนุ ไสไม่ปฏิเสธไปตามคาส่งั แต่พญางาเมอื งใหไ้ ป
วนั นีเ้ ลย ขนุ ไสไดเ้ ดนิ จากไปแมน่ างอวั้ สมิ ทาไดแ้ คม่ องตามทงั้ คโู่ ศกเศรา้ เสยี ใจมากท่ีตอ้ งจากคนรกั ไป
๙
องคท์ ่ี ๕ ศกึ รกั ศกึ รบ ตอนท่ี ๑ จากรกั ฉาก : ตาหนกั ฝ่ายใน เมอื งวรนคร
ภาพท่ี ๖ : การแสดงละครพนั ทางเร่อื งพญาผานอง ตอนจากรกั
ท่ีมา : https://www.youtube.com/watch?app=desktop&v=uDv6U_Hqoq0
เวลาห่างจากองค์ท่ี ๔ ประมาณปีเศษ นางอั้วสิมประทับอยู่ท่ีแท่นและนางข้าหลวงเฝ้าอยู่
พอสมควร พญางาเมืองไดเ้ ดินออกมาจากดา้ นหลงั จากนนั้ นางขา้ หลวงจึงหลบหลีกไป พญางาเมืองได้
บอกนางอวั้ สิมว่า มีข่าวไม่ดีท่ีเมืองเยาจงึ จะขอลากบั ไปทาธุระใหเ้ สรจ็ แลว้ จะรีบกลบั มาวรนคร นางอวั้ สิม
ไดพ้ ดู ประมาณวา่ ใหเ้ หน็ แกลกู บญุ ปลกู เยาวน์ กั ไมร่ ูเ้ ดียงเป็นหญิงจะบรหิ ารเหน็ ผดิ ไม่หาญคดิ เป็นเจา้ ใหอ้ ยู่
ปกเฝา้ อย่าหนีไปไหน พญางาเมืองก็ไดบ้ อกอวั้ สิมประมาณว่าพญางาเมือกก็เป็นห่วงแต่เวลานีเ้ มืองเยาไม่
มีกษัตรยิ ป์ กครองจงึ ฝากคาแมนใหช้ ว่ ยดแู ลพญางาเมอื งโศกเศรา้ เสียใจมาก
ตอน ๒ เตรียมรบ ฉำก : สวนหลวง
เวลาห่างจากตอนท่ี ๑ ประมาณ ๑๐ กว่าปี ณ เมืองวรนคร คาแมนไดถ้ ามอาป้อมว่ามีความ
ประสงคจ์ ะหดั ดาบท่ีขา้ สอนไปหรือเจา้ อาป้อมก็ตอบไปวา่ ใช่แลว้ ครูแต่ขา้ ลืมหมดแลว้ ช่วยสอนขา้ ใหม่ได้
ไหมจากนนั้ ทงั้ กไ้ ดฝ้ ึกหดั ดาบกนั อาปอ้ มมีความสขุ ในการราดาบโดยไม่รูส้ กึ กลวั ฝึกดาบไดส้ กั พกั คาแมนก็
ไดค้ ดิ ช่วั กบั อาปอ้ มท่ีเหน็ อาปม้ ระเริงจงึ เขา้ ประชดิ ทาใหอ้ าปอ้ มหมดแรงและสลบลง คาแมนเงือ้ ดาบจะฟัน
อาป้อม คายวงไดม้ าหา้ มไวค้ าแมนก็ถามเจา้ มาทาอะไร คายวงก็ตอบว่ามาทาหนา้ ท่ีเหมือนคาแมน คา
แมนสงสยั วา่ มาหา้ มทาไม คาแมนตอ้ งการใหข้ นุ ไสกลบั มาครองบา้ นเมือง คาแมนเลยคดิ จะกาจดั อาป้อม
รชั ทายาท คายวงก็บอกไปวา่ ทา่ อยา่ พ่งึ รบี ฆา่ อาปอ้ มใหต้ ายตอนนีเ้ พราะจะทาใหค้ นอ่นื รูแ้ ละคาแมนก็จะมี
ชีวิตอย่ยู ากและหากรูถ้ ึงพญางาเมืองก็จะทาใหค้ นอ่ืนเสียหาย คายวงมีอบุ ายมาบอกคาแมน ใหค้ าแมนไป
โกหกพญางาเมืองว่าขุนไสคิดขุ่นเคืองจะยกทพั มาตี พญางาเมืองก็จะรีบยกทพั มาเมืองวรนคร ทางนีค้ า
ยวงรบั หนา้ ท่ีไวเ้ อง พระนางอวั้ สิมเสรจ็ มาแลว้ คาแมนก็หนีไปคายวงก็ไดแ้ อบดู อวั้ สิมตรงเขา้ ประครองอา
ป้อมอวั้ สิมไดโ้ วยวายว่าลกู ขา้ ตายแลว้ โถ ลกู แม่เป็นอะไรไปไม่รูอ้ วั้ สิมจึงเรียกนางเล็กๆมาช่วยกนั พาอา
ปอ้ มไปหอคาพวกนางขา้ หลวงจาตามมหาดเลก็ อมุ้ อาปอ้ มไป คายวงอยกู ็ออกมา อวั้ สินก็เหลือบไปเห็นคา
๑๐
ยวงคนแปลกหนา้ จงึ ถามเป็นคนท่ีไหนทาไมถึงเขามา คายวงจงึ ไดแ้ นะนาตวั วา่ ช่อื คายวงมาจากเมอื งปราด
เป็นขา้ ของเจา้ ขนุ ไส อวั้ สิมไม่ค่อยแน่ใจจึงถามว่าเจา้ มาจากเมืองปราดจริงๆหรอ คายวงก็ตอบกลบั ไปว่า
จรงิ ๆขา้ เจา้ เป็นขา้ หลวงคนสนิทของเจา้ ขนุ ไสแท้ อวั้ สมิ ไดถ้ ามคายวงวา่ ขนุ ไสสขุ สบายดไี หม คายวงตอบไม่
กลมุ้ อกกลมุ้ ใจทงั้ วนั มเหสีก็ไม่มี อวั้ สิมกระตือลือรน้ แลว้ ถามเพราะอะไรหรือหาแม่หญิงท่ียงั ไม่ถกู ใจมงั้ คา
ยวงตอบพอ่ เจา้ ไม่คดิ จะรกั ใครเพราะพอ่ เจา้ ไดม้ อบความรกั ใหห้ ญิงคนหน่ึงไปแลว้ ตงั้ แต่อย่วู รนครน่ีแหละ
อวั้ สิมถามใครหรอ คายวงตอบก็เจา้ แมน่ ่ีแหละ อวั้ สมิ ตอบผดิ ไปละกระมงั คายวงตอบพอ่ เจา้ บอกกบั ขา้ เจา้
แทๆ้ แต่เด๋ียวนีก้ าลงั ห่วงแม่เจา้ หนีกหนาเพาระพ่อเจา้ ไดร้ ูข้ ่าววา่ พญางาเมืองจะยกทพั มาตีเมืองนี้ อวั้ สิมต
อบอะไรกนั เมืองนีเ้ ป้ของพญางาเมืองนิ คายวงตอบพญางาเมืองจะยกทพั มาจริงๆข่าวว่าจะมาเอาคืนแม่
เจา้ เอาไปใหก้ มุ ารองคน์ อ้ ยท่ีเกดิ กบั มเหสีองคใ์ หม่ท่พี ะเยาเขาลือกนั วา่ งามหนกั หนา อวั้ สิมตอบท่ีวา่ น่ีเรอ่ื ง
จรงิ หรอ คายวงตอบเรื่องจรงิ พ่อขนุ ไสทรงเป็นห่วงพอรูข้ ่าวก็เลยใหข้ า้ เจา้ มาน่ีก่อนจะมาทรงกระซิบกับขา้
เจา้ ว่ายังรกั และคิดถึงแม่เจา้ ทุกวันครงั้ จะยกทัพมาช่วยก็เกรงครหา คายวงไดป้ รอบอั้วสินไม่ใหร้ อ้ งไห
ปัญหา อวั้ สิมตอบจะแกไ้ ขยงั ไงขา้ เป็นแม่หญิงทกุ วนั นีก้ ็มีแตค่ าแมนน่แี หละท่ีคอยชว่ ย คายวงตอบคาแมน
ตายแลว้ แมเ่ จา้ เลีย้ งลกู เสอื ไวแ้ ทๆ้ คาเปน้ เป็นตวั สาคญั ของพญางาเมือง อวั้ สมิ ตอบชว่ ยขคิดบา้ งจะทายงั ไง
จนปัญญาแลว้ เจา้ อาปอ้ มคมุ กองทพั ขนุ ไสยศออกตรวจเมอื ง
องคท์ ่ี ๖ รกั เก่าคืนชีพ ฉาก : ชายท่งุ หนองเรยี ง เมืองวรนคร
ภาพท่ี ๗ : การแสดงละครพนั ทางเร่อื งพญาผานอง ตอนรกั เก่าคนื ชพี
ท่ีมา : https://www.youtube.com/watch?app=desktop&v=Fadxk3wLcxY
เวลาห่างจากองคม์ ่ี ๕ ตอนท่ี ๒ ณ เมืองวรรณคร ไดม้ ีกองทพั ของพญางาเมืองและอาปอ้ ม ซงึ้ สาเหตุ
เกิดจากกคายวงและคาแมน หมายจะใหข้ นุ ไสยศกลบั มาครองเมืองวรนคร จึงอออกอบุ ายย่วั ยใุ หพ้ ่อ
กบั ลกู มาต่อสกู้ นั และภายกลงั ทงั้ สองพ่อลกู ก็เขา้ ใจกนั รวมไปถึงขนุ ไสยศกบั แม่นางอวั้ สิมไดก้ ลบั มา
ครองรกั กนั และขนุ ไสยศก็ไดค้ รองเมืองวรนรคนบั จากนี้ ก็เลยเป็นท่ีมาของ พญาผานอง
๑๑
๔. บทประพนั ธ์ ฉาก : ในพระราชฐาน เมอื งวรนคร
องค์ท่ี ๑ เสียเมอื ง
-รอ้ งเพลงยวนเคล้า-
หมายเหตุ การบอกลักษณะ เมอื่ นนั้ นางพญาคำบนิ มารศรี
ของบทต่างแทนดว้ ยสี
ครองวรนครธานี ชาวบรุ ถี ้วนหนา้ สามิภกั ดิ์
บทชมดง
บทชมตลาด หวนคะนงึ คดิ ถึงพระภรรดา ท่านพญาเก้าเก่อื นผู้ทรงศกั ด์ิ
บทแต่งองค์ ห่วงลกู น้อยในครรภ์อนั สุดรกั เกรงวา่ จกั มิใช้เปน็ ชายชาญ
บทชมโฉม
บทชมอ่นื ๆ -รอ้ งเพลงฟ้อนดวงดอกไม-้
ชมดอกไม้เบง่ บานสลอน ฝงู ภมรวะวอ่ นใฝห่ า
ดอกพิกลุ ย์สิ ่นุ จำปา ลมพัดมาพารำเพยขจร
เกดกะถิน่ ส่งกล่ินหอมฟ้งุ กำจายจรงุ ระรน่ื เกสร
จันกะพ้อช่างล่อภมร ใหห้ ลงเริงรอ่ นบินว่อนตอม
-ปพ่ี าทยส์ อด-
โอ้ดอกไม้ก็ได้ใชก้ ลน่ิ อวดประทินทแ่ี สนสดุ หอม
เร้าฤทยั เราให้ใฝด่ อม ชา่ งนา่ ถนอมจรงิ เนอ
-ป่ีพาทย์รับ-
พวงดอกไม้ก็ไมง่ ามเทา่ พกั ตรแ์ ม่เจา้ ท้าวคำบนิ
สำรวยเลิศชา่ งเฉิดโฉมฉิน บ่มีมลทนิ ทั่วสรรพางค์
-ปี่พาทย์สอด-
๑๒
กลิน่ ดอกไม้กไ็ มร่ ะรื่น หอมชุม่ ช่ืนเท่าคณุ พรนาง
หมายเหตุ การบอกลักษณะ ข้าเจ้าภกั ดีบม่ จี ดื จาง จนชีวิตวางวายเนอ
ของบทตา่ งแทนดว้ ยสี
-ร้องเพลงท้ายซมุ้ ลาวแพน-
บทชมดง
บทชมตลาด บดั นนั้ สาวคำยวงอกส่ันขวัญหาย
บทแตง่ องค์
บทชมโฉม เหน็ ดาวหางกลางฟ้าอาภาพราย โฉมฉายกราบทลู ทันใด
บทชมอื่นๆ
-ขบั เสภาลาว-
บัดนน้ั คำแมนนายทหาร ลนลานทูลแจ้งแถลงไข
ดว้ ยบดั นี้ศึกประชดิ ตดิ เวยี งชัย รกุ ลำ้ เขา้ ในทวารวงั
กำลังให้รบรอตอ่ ตา้ น ขอประทานนางพญาอย่าห่วงหลงั
เชิญเสด็จเลด็ ลอดแต่ลำพัง พร้อมท้งั แมส่ าวคำยวง
-ขบั เสภาลาว-
ฟงั วา่ นางพญาเหน็ งามดามขา้ หลวง
แสนวิโยคโศกศลั ยต์ นื้ ตนั ทรวง สดุ าดวงจำพรากจากนคร
หักอารมณข์ ่มหทยั ไคลคลา สั่งเสนาอย่หู ลังระวังกอ่ น
เหลยี วดขู า้ หญิงยงิ่ อาวรณ์ บังอรจรพลางทางโศกี
-ร้องเพลงลางพงุ ดำ-
เมื่อนน้ั ทา่ นพญางำเมืองเรอื งศรี
นำทหารชาญยทุ ธร์ ดุ ราวี ย่ิงได้ธานีดงั ใจจง
ร้องส่ังไพรพ่ ลเรง่ ค้นหา นางพญามิง่ เมอื งเรอื งระหง
๑๓
เหลา่ ทหารรับคำดังจำนง มุง่ ตรงค้นหาเทวี
หมายเหตุ การบอกลกั ษณะ จบั ได้คำแมนแสนกล้า ฉดุ ครา่ มาแทบพระแทน่ ท่ี
ของบทตา่ งแทนดว้ ยสี
ทา่ นพญางำเมืองเรอื งฤทธ์ิ จงึ เอย่ วาทีถามไป
บทชมดง
บทชมตลาด -ขบั เสภาลาว-
บทแตง่ องค์
บทชมโฉม แสนเคอื ง ทา่ นพญางำเมอื งเปน็ ใหญ่
บทชมอ่ืนๆ
ร้องส่งั เหลา่ ทหารรว่ มใจ จะเอามนั ไปลงทณั ฑ์
ตวั เราน้มี ีอำนาจยง่ิ ใหญ่ จะครองเวยี งชยั ใหส้ ขุ สนั ต์
จงป่าวร้องผองประชามาพร้อมกนั ใหเ้ คารพอภิวันทซ์ งึ่ ตัวเรา
-ร้องเพลงลาวดวงเดือนชนั้ เดยี ว-
บัดนนั้ เสนีบังคมกม้ เกลา้
ออกไปสั่งพลไพรไ่ ม่ดูเบา แบง่ เหลา่ ป่าวรอ้ งทวั่ พารา
องคท์ ี่ ๒ ศภุ นิมิตร ฉาก : กระท่อมสรา้ ง กลางไร่
-ร้องเพลงโอ้ลาวครวญ-
เมอ่ื นนั้ คำบินเยาวยอดเสน่หา
ตอ้ งพลัดพรากจากญาตจิ ากพารา อยูเ่ อกากลางไรใ่ ห้อาวรณ์
ครุ่นคะนึงคดิ ถงึ พระจอมราช สดุ อนาถหมน่ ไหม้ทหยั ถอน
คงจะเป็นเวรกรรมมาตามรอน ดวงสมรสะอนึ้ โอโ้ ศกี
๑๔
-ขบั เสภาลาว-
หมายเหตุ การบอกลักษณะ สาวคำยวงเหน็ พระนางบ่สร่างเสร้า จงึ คลานเขา้ กล่าวปลอบมารศรี
ของบทตา่ งแทนดว้ ยสี
อย่ากำสรดโศกศลั ย์พนั ทวี พระฉวผี ุดผอ่ งจะหมองนวล
บทชมดง
บทชมตลาด เร่ืองร้ายร้ายผ่านไปใหผ้ า่ นลับ ผวิ กลบั คิดถึงคะนึงหวง
บทแต่งองค์
บทชมโฉม ความเศรา้ จะเขา้ มาก่อกวน จงใครค่ รวญไตร่ตรองเถดิ กัญญา
บทชมอื่นๆ
กบั อนึงเลานกี้ ็มเี หตุ อาเพศวิปริตผิดหนักหนา
พระวรณุ ไม่โปรยโรยลงมา ธาราเหอื ดแหง้ แลง้ ไป
แมเ้ ป็นดงั นไี้ มก่ ี่วนั เราท้ังนั้นคงส้นิ ชีพดักษัย
พระนางจะคดิ อา่ นประการใด เรง่ ตรองไวไวอยา่ เน่ินนาน
-รอ้ งเกรนิ่ ลาว-
ฟังวา่ นางพญาตรองตามท่ีรำ่ ขาน
เห็นจรงิ เช่นถ้อยของนางคราญ เยาวมาลยเ์ สียงสัจจวาจา
-รอ้ งลาวเชญิ ผี-
นบเอ๋ยนบเกศ ไหวเ้ ทเวศทุกทิศา
ทวั่ สวรรคช์ ้ันฟา้ ท้ังเจ้าปา่ ทกุ ตำบล
ผปู้ ระสาทหล่งั สายฝน
ไหว้พระวรุณราช ดำรงรัฐสวัสดี
หากโอรสจะยืนชนม์ ดลบันดาลดว้ ยฤทธ์ิ
แกข่ า้ นอ้ ยและกุมาร
โปรดเอย๋ โปรดประทาน
ทรงเมตตาโปนดปรานี
๑๕
โปรดดลให้ฝนถัง่ ตกไหลหล่งั ดงั่ ท่อธาร
หมายเหตุ การบอกลกั ษณะ โปรยปรายให้สำราญ ได้อาบกินสนิ้ ทกุ ขภ์ ัย
ของบทตา่ งแทนด้วยสี
-รอ้ งเพลงลาวพงุ ขาว-
บทชมดง
บทชมตลาด เมอ่ื นั้น พระวรณุ อุทกราชเปน็ ใหญ่
บทแต่งองค์
บทชมโฉม ประทับเหนอื เทพอาสน์อำไพ ภวู ไนยทอดพระเนตรนางพญา
บทชมอน่ื ๆ
รา่ ยรำขอน้ำจากสวรรค์ ธรรมณโ์ ปรดประสาทดงั ปรารถนา
บัดดลน้ำทพิ ธารา หลั่งลงพสธุ าทนั ที
-รอ้ งเพลงลงสรงลาว-
เมอื่ นนั้ แมท่ า้ วคำบนี มารศรี
คร้นั ฝนถ่งั ยงั พื้นปฐพี เทวีบงั คมเทพไท
แลว้ โอบอุ้มพระราชกมุ าร สรงสนามวารีเยน็ ใส
สาวคำยวงเอมอิม่ กระหย่มิ ใจ ย้ิมนอ้ ยย้มิ ใหญไ่ ปมา
-ร้องเพลงขนุ บนม-
จะกล่าวถงึ เฒ่าแกว้ จมกู ใหญ่ เจา้ ของไรห่ นวดโงง้ ทง้ั ซ้ายขวา
ขอบตาแดงก่ำดงั ชาดทา กายาสกั ดำไปทงั้ ตน
ขอ้ ยเปน็ ขา้ เกา่ ของเจ้าเมือง ออกชือ่ ลือเลือ่ งทุกแห่งหน
นามพญาเก้าเกอ่ื นจอมคน ครองชนเมื่อวรนคร
เฒ่าแก้วออกจากราชฐาน จากภูบาลมาอยใู่ กลส้ งิ ขร
หกั ร้างถางพงอย่ดู งดอน หลับนอนกลางไรใ่ จสำราญ
๑๖
-ร้องแอ่วซอ-
เดินทางมากลางไพร พร้อมสมนุ ชาวไรใ่ จหาญ
หมายเหตุ การบอกลักษณะ ครั้นถึงหนองน้ำใหญ่ พอเล็งแลไปกไ็ ด้พบพาน
ของบทตา่ งแทนด้วยสี
หญิงใดนำ้ ใจกลา้ ล่วงล้ำเขา้ มาถึงในถน่ิ ฐาน
บทชมดง
บทชมตลาด หรอื วา่ มาลกั ถัว่ ไม่มีเกรงกลวั เราเจา้ ของบา้ น
บทแตง่ องค์
บทชมโฉม ร้องสั่งพวงบ่าวไพร่ จงเร่งเข้าไปอย่าไว้ชวี านต์
บทชมอน่ื ๆ
ตดั หวั ใจเรียบเสยี บประจาน ผรู้ ้ายใจพาลเปน็ โจรเอย
-รอ้ งเพลงลาวลอดค่าย-
บดั นน้ั สาวคำยวงควา้ ดาบกระโจนโผน
ปดั ดาบไพร่ไปมใิ ห้โดน ปากตะโกนร้องทา้ ว่าไป
-ขับเสภาลาว-
ครานั้นเฒา่ แก้วใหก้ ังขา ถอยมายนื มองเขม้นอยู่
ฟงั ถอ้ ยคำยวงโฉมตรู พศิ ดูพระนางไม่วางตา
จำไดว้ า่ องค์มเหสี ราชนิ เี หนอื เกล้าเกศา
จงึ ร้องสง่ั บ่าวไพร่ให้รอรา แลว้ เข้าไปวนั ทาเทวี
-รอ้ งเพลงลานนา ๑-
เมือ่ นนั้ แม่ทา้ วคำบีนโฉมศรี
สองกรข้อนทรวงโศกี แจง้ คดีทุกส่ิงตามจรงิ ไป
-ปีพ่ าทยร์ ับเบาๆ-
๑๗
อันองค์เกา้ เกื่อนภสั ดา ไปครองเวียงภคู าเปน็ ใหญ่
หมายเหตุ การบอกลกั ษณะ ใหข้ า้ ครองวรนครเวียงชยั ขา้ มีครรภ์มาไดช้ า้ นาน
ของบทต่างแทนดว้ ยสี
จึงมสี ดั รูจ่โู จม หกั โหมนิเวศน์วังสถาน
บทชมดง
บทชมตลาด คนของเราป้องกนั ประจัญบาน ไมอ่ าจดา้ นต่อสหู่ ม่ไู พรี
บทแต่งองค์
บทชมโฉม ขา้ จึงหลบลีหนเี ข้าปา่ ประสตู โิ อรสาในไพรศรี
บทชมอ่ืนๆ
เมอื่ มีเหตนุ ัน้ พระสวามี อยภู่ ูคาชาน้บี ร่ กู้ นั
-ขบั เสภาลาว-
นางพญาคำบีนบนี บุรี แสนยินดีปรีดเิ์ ปรมเกษมสนั ต์
ตรัสตอบขอบใจไปพลัน คุณทา่ นนน้ั เหลอื ลน้ คณนา
เรานีห้ ่อนลืมบญุ คณุ ทเี่ มตตาการุณแกช่ ้า
จะจดจำใส่จิตตดิ ตรึงตรา ไปกวา่ ชีวนั จะบรรลยั
องค์ท่ี ๓ เจรญิ วัย ฉาก : หมู่บา้ นชาวไร่ ใกลว้ รนคร
-ร้องเพลงฝง่ั โขง-
เมอ่ื น้ัน โอรสเกา้ เกอ่ื นอดศิ ร
เจริญชนม์เตบิ ใหญใ่ นดงดอน ไดค้ รสู อนเพลงอาวุธสดุ ว่องไว
-ร้องเพลงลาวกระแซ-
เมื่อนั้น ท่าพญางำเมอื งเปน็ ใหญ่
พรอ้ มอำมาตยเ์ สนาคลาไคล จนล่วงเลยเข้าในท่ชี ุมนุม
ทอดพระเนตรเห็นกุมารคราญตา ดูทวงทา่ คล่องแคลว่ แววสขุ ุม
๑๘
พลางเสร็จเย้อื งยา่ งกลางประชมุ เหลา่ เดก็ รมุ กันจอ้ งมองไม่วาง
หมายเหตุ การบอกลกั ษณะ -รอ้ งเพลงใบค้ ลงั่ -
ของบทต่างแทนด้วยสี
ด้วยวา่ บญุ หนุนนำทำใหร้ กั ทรงศกั ด์มิ ีจิตคิดสงสาร
บทชมดง
บทชมตลาด ชะตาตอ้ งปองอย่ทู กี่ ุมาร จึงกล่าวขานกบั แมท่ า้ วนางพญา
บทแตง่ องค์
บทชมโฉม เรานีค้ อื พญางำเมอื ง ลือเลื่อนเป็นท้าวจา้ วหล้า
บทชมอน่ื ๆ
มีจติ คดิ รักกมุ ารา อยากพาไปเลย้ี งในเวียงวงั
-รอ้ งเพลงสาวกระตุกก-่ี
นางดแู ลดลู กู น้อยใหส้ รอ้ ยเศรา้ แม้นอย่ดู ว้ ยเราจะหมองศรี
หากใหไ้ ปอยใู่ นบูรี ลกู คงมที างสกู้ ูพ้ ารา
จึงหกั ใจกราบทูลภธู เรศ ท่โี ปรดเกศเปน็ พระคุณอุ่นเกศา
แตต่ ้องถามความสมคั รกมุ ารา แมน้ ลกู ยาเตม้ ใจไมต่ ดั รอน
-รอ้ งเพลงดอกไม้เหนอื -
เม่ือนั้น โอรสเรืองฤทธ์อิ ดศิ ร
โอว้ า่ โอ๋ อกข้าเอย
ได้ฟังคำมารดาวา่ วอน แสนห่วงทรวงสะทอ้ นถอนอุรา
กม้ เกลา้ กราบบาทชนนี หากขา้ นี้จำพรากจากเคหา
โอว้ ่าโอ๋ แมเ่ จา้ เอย
ขอแมไ่ ด้ไปอยู่ด้วยลูกยา พออบอ่นุ ชวี าสขุ ารมณ์
๑๙
-ร้องเพลงลานนา ๒-
หมายเหตุ การบอกลกั ษณะ เม่อื นนั้ งำเมอื งสำเร็จเสรจ็ สม
ของบทต่างแทนด้วยสี
กระหยม่ิ จิตแย้มสรวลชวนชม ตรัสปรานมภก์ ับแมท่ ้าวนางพญา
บทชมดง
บทชมตลาด เราขอขนานนามโอรส ให้ปรากฏเกียรติไกลไปทั่วหลา้
บทแต่งองค์
บทชมโฉม ชือ่ เขา้ ขุนไสไวปัญญา เตรยี มดว้ ยตราอย่าร้ังรอ
บทชมอ่นื ๆ
-รอ้ งเพลงละวา้ -
บดั น้นั พวกเด็กลอ้ มเขา้ มาหน้าปอ๋ หลอ
เฝ้าซักถามกุมารามาเคลียคลอ ครง้ั นห้ี นอต้องพรากจากเพอื่ นรกั
เมอ่ื เจา้ ไปได้ดีทวยี ศ เรากห็ มดความห่วงหนว่ งหนัก
แตน่ ้ไี ปจะไมพ่ บประสพพกั ตร์ ละล่ำลักยน่ื หนา้ พาที
-ร้องเพลงลาวเจา้ ซ-ู
ภบู ดึงำเมือง ชำเลืองไถงคลอ้ ยเคล่อื น
เล่อื นลับเหล่ยี มสิงขร ภธู รจึงกวักหัตถ์
ดำรัสชวนขุนไส เชญิ ออ่ นไทม้ ารดา
ใหย้ าตราส่นู คร ส่งั นิกรอำมาตย์เต้า
ลีลาศมงุ่ มาดเข้า สแู่ ควน้ พารา
๒๐
องค์ที่ ๔ รกั สามเส้า ฉาก : สวนดอกไม้ ในวรนคร
-ร้องเพลงลาวรำพงึ -
หมายเหตุ การบอกลกั ษณะ เม่อื นัน้ โฉมนางอ้ัวสมิ เสนห่ า
ของบทต่างแทนดว้ ยสี
ได้เวลานดั หมายขุนไสมา กัญญาแสนถวิลยนิ ดี
บทชมดง
บทชมตลาด -ร้องเพลงลาวชมดง-
บทแตง่ องค์
บทชมโฉม รินรื่นชน่ื กล่ินสุคนธ์ตลบ ละอองอบบปุ ผชาตสิ ะอาดศรี
บทชมอน่ื ๆ
(สร้อย)รืน่ ใจเรา้ หอมยัว่ เยา้ ยวนฤดี กลนิ่ มาลี ชื่นชวี เี ผอื เอย
กรรณกี าร์แกว้ แกมแซมจำปี มลุลขี าวกลาดดาษดา(สร้อย)
อันกัญญาเฉกมาลที ส่ี ดสวย กลิน่ ระรวยรสรืน่ ชื่นนาสา(สรอ้ ย)
มติ อ้ งไหวเอนตน้ ปนมายา ภุมรายังเฝา้ ตอมดอมสคุ ันธ์(สรอ้ ย)
-ร้องเพลงลาวเจริญศรี-
สดุ รกั ไยเบอ่ื นพกั ตร์หรอื เคยี งคิดเดยี ดฉนั ท์
หรอื หน่ายรักจากพด่ี วงชีวัน จึงไมผ่ ันนผนิ หน้ามาพาที
หรือนอ้ ยใจว่าพีน่ ี้มาช้า จิตพยี่ าจอดจอ่ มารศรี
พ่แี อบพมุ่ ฟังขับจบั ฤดี ขวญั พจี่ งตระหนกั ประจกั ษ์ใจ
-ชบั เสภาลาว-
นวลนางอั้วสมิ ใด้ฟังว่า กานดาเปรมปรีดจิ์ ะมไี หม
แต่มายาหญงิ แสรง้ แกล้งทำไป คอ้ นควักผลกั ไสไมใ่ ยดี
ทกี่ ล่าวแก้ล้วนชอบขอบใจเหลอื ไมร่ เู้ ช่นกจ็ ะเชอ่ื ลมปากพี่
๒๑
หมายเหตุ การบอกลกั ษณะ บดั นนี้ ้องตอ้ งทุกขม์ ับทวี โปรดปรานีคดิ ด้วยได้ช่วยกัน
ของบทต่างแทนดว้ ยสี วา่ พลางรำ่ ไห้พิไรบอก เหมือนหนามยอกในอุราแทบอาสัญ
บทชมดง ท่านงำเมอื งกวนใจไมว่ ายวนั สุดจกั ผันผอ่ นกลมุ้ รุมฤดี
บทชมตลาด
บทแต่งองค์ ธ บงั คับให้นอ้ งปรองดองรกั อภเิ ษกครองศักดิม์ เหสี
บทชมโฉม รบั สนองรองบาทพระภมู ิ เป็นสุดทีปลกี ตนพ้นทรงธรรม์
บทชมอื่นๆ
-รอ้ งเพลงกระแตเล็ก-
เจา้ ขนุ ไสครง้ั เห็นนางมวั หมอง กอดประครองเชยปรางทางรับขวญั
ปลอบทรามวัยให้คลายหายจาบัลย์ อยา่ โศกศลั ย์พักตรน์ ้องจะหมองนวล
อนั เร่อื งน้ีใชพ่ ่ีจะไมค่ ดิ แต่จนจติ คบั ใจให้กำสรวล
เหมอื นประทะเขาใหญ่ใหเ้ ซซวน ตอ้ งใครค่ รวญคดิ แกน้ ะแก้วตา
-ร้องเพลงลาวแพนน้อย-
คร้ันถงึ ซึ่งสวนอทุ ยาน พระภบู าลเปรมจิตคดิ หรรษา
ทอดพระเนตรอ้วั สมิ กัญญา มาวันทาหมอบเฝา้ ท้าวไท
กำเริบรักสุดหักหทยั ข่ม หวังสมเชยชดิ พิศสมยั
ค่อยขยับจับหัตถอ์ รไท ทรามวยั หลบเสยี งเบียงอิทรยี ์
-รอ้ งเพลงลาวเสยี่ ง-
เม่อื น้ัน ขนุ ไสยศบังคมก้มเกศา
หมอบสดบั รบั สง่ั พระบดิ า อดั อ้นั ตนั อรุ าเป็นพ้นคิด
จำใจจำรับพระบรรหาร ดว้ ยเกรงพระโองการประกาศิต
ชำเลื่องพบสบเนตรเยาวมิตร รันทดจติ โศกสะอ้ึนผืนจำนรรจ์
๒๒
องคท์ ี่ ๕ ศกึ รักศกึ รบ ตอนท่ี ๑ จากรัก ฉาก : ตำหนกั ฝ่ายใน เมอื งวรนคร
-ร้องเพลงลาวสมเดจ็ -
หมายเหตุ การบอกลักษณะ โฉมนางอว้ั สิมเสาวลักษณ์ ดำรงศกั ด์ิมเหสีอดิศัย
ของบทต่างแทนด้วยสี
เกรยี รเกริกไกร เปน็ จอมนางใน วรนครเอย
บทชมดง
บทชมตลาด มโี อรสยศยงกับทรงชยั เจริญวัยไมถ่ งึ กึ่งปี
บทแต่งองค์
บทชมโฉม ร่นื ฤดี ชนื่ ชชู ีวี ของแมน่ เ่ี อย
บทชมอน่ื ๆ
-รอ้ งเกริ่นลาว-
ครนั้ ถึงจึงเสดจ็ กรตระกองอัคราชมเหสี
เอ้ือมสุนทรมธรุ ถ้อยพาที มารศรีอยา่ แหนงงแคลงวญิ ญาณ์
ดว้ ยพจ่ี ะตอ้ งไปไกลขวญั เจา้ กลบั พนะเยาเวยี งวงั ฟังพ่ีว่า
จำเปน็ จำพรากจำจากจำลา ใชว่ ่าจะตัดรักใหห้ ักรอน
-ขบั เสภาลาว-
อนิจจา จอมหล้าบพติ รอตศิ ร
ไฉนธจะค่วนเสดจ็ กระไรเลยภูธรห่อนปรานี
พระโอรสของเรายงั เยาวนัก ทรงศักด์ิแรมร้างบรุ ีศรี
เศวตฉัตรไพร่ฟา้ ประชาชี จะขาดที่พกพึ่งพระโพธท์ิ อง
หากว่าเป็นพระจะจรเผอื หอ่ นขัด บ่ทานทดั ถว่ งไทใ้ หข้ นุ่ ขอ้ ง
จงโปรดทน่ี ิจนึกกตรกึ ตรอง ใครจะครองเขตแควน้ แทนภูมิ
๒๓
-ร้องเพลงลาวสวยรวย-
หมายเหตุ การบอกลกั ษณะ ช่วยถนอมกล่อมเกลรย้ งเลี้ยงโอรส ใหป้ รากฏยศศักดิอ์ ันย่งิ ใหญ่
ของบทตา่ งแทนดว้ ยสี
ปลอบประโลมโฉมสุดาอาลัย พฤทยั รอ้ นร่มุ เฝา้ จุมพติ
บทชมดง
บทชมตลาด -รอ้ งเพลงลาวเสยี่ งเทยี น-
บทแตง่ องค์
บทชมโฉม ยรุ ยาตรยบั ยง้ั ยงั พระอู่ พศิ ดูโอรสรนั ทดจิต
บทชมอ่ืนๆ
เจ้าหลบั พรึม้ พกั ตรป์ ล่งั ดังนิมติ อามป้อมเอ๋ยเคยสนิทแนบอยุรา
สดุ จักเสยี งเปน็ งบ่ายจำผ้ายจาก พลัดพรากแต่เจา้ เยาวช์ ันษา
ผเี ติบใหญไ่ ด้ประสพพบบดิ า คงแปลกตาบ่รจู้ ักพักตรบ์ ิดา
-รอ้ งเพลงตอ้ ยตริง่ -
หวนจติ คิดถงึ เจา้ ยุพเยาวยอดกญั ญา
พรน่ั พัน่ หวั่นผวา ในอุราแสนอาลัย
แต่ตอ้ งจำหกั
ใจพ่ีสดุ รกั พรากรกั แรมไกล
ใจพสี่ ุดรัก ท้งิ ขวา้ งอรไท
เหมือนแสรง้ แกลง้ รา้ ง ดงั ไมใ่ ยดี
ทอดทิ้งลกู ไป ตรอมตรมพนั ทวี
ปกบุรีรมยา
อกพแ่ี สนรทม ต้องไม่อาทวา
แตด่ ้วยหนา้ ท่ี หักวญิ ญาณ์คลาไคล
ห่วงหลังอยา่ งไร
คิดข่มอรุ า
๒๔
ตอนที่ ๒ เตรยี มรบ ฉาก : สวนหลวง
-ร้องเพลงเซเลเมา-
หมายเหตุ การบอกลกั ษณะ บัดนัน้ คำแมนขา้ เกา่ เจ้าขนุ ไส
ของบทตา่ งแทนดว้ ยสี รบั ตำแหน่งแตง่ ตัง้ จากวังใน ใหเ้ ป็นใหญใ่ นบรรดาข้าแผ่นดนิ
คนง่ึ ถึงงำเมืองยงั เคียงขดั ต้องกำจัดวงศป์ ระยูรใหส้ ญู ส้ิน
บทชมดง รบั เจา้ ไสยศหมดมลทิน มาเป็นปนิ ปกเกล้าเหลา่ ประชา
บทชมตลาด
บทแตง่ องค์ -ขบั เสภาลาว-
บทชมโฉม
บทชมอน่ื ๆ เจา้ อามปอ้ ม งามพร้อมเลศิ ลกั ษณ์ศกั ด์สิ งา่
เสด็จถงึ อทุ ยาอุทยานตระการตา จึงวา่ ทา่ นครผู รู้ ใู้ จ
อนั เพลงตามที่สอนยอกย้อนนกั ยังเบอื้ งยกเหลอื ลา่ จบได้
แตล่ ะท่าลำบากยากกระไร ช่วยสอนให้แม่นยำจำกครา
-ร้องเกรน่ิ ลาวเรว็ -
บดั นน้ั คำแมนเคลมิ้ จติ ตดิ ชั่ว
เหน็ กมารหลงระเรงิ ลมื ตัว แสร้งยัวรกประชดตดิ พัน
อาปอ้ มถอยรน่ บม่ ีหลกั ดาบหนักแขนล้ากายาสั่น
หมดกำลังล้มซบสลบพลัน คำแมนหมายฟันให้บรรลัย
๒๕
-ร้องเพลงลาวหวั เรือ-
หมายเหตุ การบอกลักษณะ บดั นนั้ คำยวงจึงบอกอบุ ายวา่
ของบทตา่ งแทนดว้ ยสี
จงหลบหนไ้ี ปเรง่ ไคลคลา ยงั พะเยาเขา้ หาเจา้ งำเมือง
บทชมดง
บทชมตลาด รีบไปเขา้ เฝ้าเจา้ หลา้ กลา่ วมสกุลขา่ วราวเรอื ง
บทแตง่ องค์
บทชมโฉม ว่าขนุ ไดผ้ กู จติ คดิ ขนุ่ เคอื ง วางอุบายยกั เยมิ้ ยกมาตี
บทชมอนื่ ๆ
-รอ้ งเพลงลอ่ งนา่ นเล็ก-
เมื่อนน้ั อั้วสิมฟังแจง้ แถลงไข
เห็นดเี ห็นจรงิ ทุกสิง่ ไป อรไทคอยสรา่ งโศกา
จึงวา่ คำยวงเทวี เรานี้จะทำตามเจา้ วา่
เจ้าจงรบั กลบั หลังยงั พารา เชิญไสยศกรธี าทพั ชัย
มาช่วยปอ้ งกนั วรนคร เป็นการรอ้ นรบี มาอยา่ ชา้ ได้
ตรสั เสรจ็ นางเสดจ็ คลาไคล กลับไปปราสาทรตั นา
องค์ที่ ๖ รกั เกา่ คนื ชพี ฉาก : ชายทุ่งหนองเรียง เมืองวรนคร
-ร้องเพลงลาวดอย-
คร้ังถึงซง่ึ สมรภมู ชิ ัย แลเห็นทัพใหญ่อยเู่ บือ่ งหน้า
จงึ รอ้ งสง่ั พลไพร่มไิ ด้ช้า รุกหน้ารบรุกบกุ ประจัญ
๒๖
-รอ้ งเพลงลำปางเลก็ -
หมายเหตุ การบอกลกั ษณะ พลางสำรวลใสห่ นา้ ว่าตาเฒ่า สกู่ บั เราก่อนเถิดอย่าขดั ขวาง
ของบทตา่ งแทนดว้ ยสี แม้นรักตัวกลัวชวี ิตจะวายวาง รบี เดนิ ทางกลับนเิ วศน์คนื เขตคัน
เราน้ีถงึ เด็กก็ชาติเสอื ขอตอ่ ต้านกับเช่อื บห่ ่อนพรั่น
บทชมดง ครู่เเดยี วกจ็ ะรู้ฝมี อื กนั เราจะบนั่ เศียรกลิ้งกลางพนา
บทชมตลาด
บทแตง่ องค์ -ขบั เสภาลาว-
บทชมโฉม
บทชมอ่นื ๆ งำเมอื งเดียงานหนหนั ทรงธรรมแกวง่ อาวุธเงอ้ื ง่า
นอ้ ยหรอื เดก็ นอ้ ยพาลา อวดกล้ามาหมน่ิ ฝมี ือกู
ไมร่ หู รอื งำเมืองเลอ่ื งลือยศ ปรากฏสิบทิศมาคดิ สู้
จองหองพองขนเปน็ พันรู้ วันนกั จะหา้ หนั ใหบ้ รรลัย
ว่าพลางทางขบั พาชีชาติ องอาจเผ่นโผนกระโจนใส่
อามปอ้ มปัดป้องงวอ่ งไว แกว่งตาวรุกได้รอนราญ
-ร้องเพลงลาวเซงิ้ - เขา้ ประชิดพันดู
สองหาญสองเหิมจิต แคน้ เคอื งแสนสาหัส
ภธู เรศงำเมือง ขกผ็ ูกพยาบาท
บ่แจง้ ชดั วา่ ลูก กรแกวง่ พระแสงดาบ
หวังพฆิ าตมว้ ยมรณ์ แลว้ ธกลบั ออมแรงไว้
แปลบปลาบวะวาบวับ
๒๗
หมายเหตุ การบอกลกั ษณะ ล่อไล่ใหร้ กุ ลอ้ ม อามป้อมไปรู้กล
ของบทตา่ งแทนดว้ ยสี ทะนงตนรุกหกั โหม จู่โจมคนองฤทธ์ิ
เข้าประชิดเลย้ี วลัด บดั ใจอ่อนแรงลง
บทชมดง
บทชมตลาด งำเมืองบงเหน็ ลา้ -อามปอ้ มเซ-
บทแต่งองค์ อามปอ้ มไปทนั ปอ้ ง
บทชมโฉม รุดเขา้ จึกเกศา เจ้าหล้าธรกุ ไล่
บทชมอ่นื ๆ หวงั ฟนั อามปอ้ มลา้ ง ธฟันตอ้ งดาบหลดุ
เงอ้ื ศกั สตราวธุ ง้าง
ชีพให้บรรลัย ลาญเนอ
-รอ้ งเพลงลำปางใหญ-่ ขอสมมติสมัญญาใหย้ ่งิ ใหญ่
เมอ่ื เธอเปน็ จอมนรนิ ทรป์ นื พารา ครองเวยี งชยั ปกประชาสถาพร
วา่ พญาผานองก้องเกียรตไิ กร นริ าศทุกยภญิ โญสโมสร
ขอทัง้ สามอยดุ มความสขุ คนนครพะเยาเนาสำราญ
สง่ั เสรจ็ เลิกพหลพลนกิ ร
๒๘
๕. ตวั ละคร
➢ พญาผานอง (ขุนไส,ขุนไสยศ)
➢ อั้วสิม
➢ นางพญาคิปิน
➢ พญาเกา้ เก่ือน
➢ พญางำเมือง
➢ คำยวง
➢ อาป้อม
➢ คำแมน
➢ เฒา่ แกว้
๕.๑ วเิ คราะหต์ ัวละคร
ตัวละคร ลกั ษณะ
พญาผานอง(ขุนไส,ขนุ ไสยศ) เป็นลกู ของแมน่ างพญาคำปินและพญาเกา้ เกื่อนเปน็ ลูกบุญธรรมของพญางำเมอื งมคี นรัก
คืออ้ัวสมิ เปน็ เจา้ ปกครองเมืองวรนคร(นา่ น)
พญางำเมอื ง เปน็ พ่อบุญธรรมของขนุ ไสและอว้ั สมิ มีลกู กับอั้วสมิ ช่อื อาป้อม เป็นเจา้ ปกครองเมอื ง
พะเยา
นางพญาคำปนิ เปน็ แม่ของขุนไสเปฝน้ มเหสขี องพญาเกา้ เกอ่ื นปละเคยปกครองเมอื่ นวรนคร(นา่ น)
คำยวง เป็นสนมคนสนทิ ของนางพญาคำปิน
อว้ั สมิ เปน็ ลกู บุญธรรมของพญางำเมืองและได้มีลกู ด้วยกันชื่ออามปอ้ ม เป็นคนรกั ของขนุ ไส
และได้อยเู่ มืองวรนค(นา่ น)รดว้ ยกนั
ตางราง ๑ : วิเคราะหต์ วั ละคร
๒๙
เอกสำรอำ้ งอิง
ประวตั คิ วามเป็นมาละครพนั ทางเรอ่ื ง พญาผานอง. (n.d.) [Online]. Available from :
http://historicallanna01.blogspot.com/2011/05/blog-post_25.html
วรรณคดเี รอื่ งพญาผานอง (ประวตั ผิ แู้ ตง่ ). หาจากหนงั สือหอ้ งสมดุ แหง่ ชาติ
บทละครพนั ทาง เร่อื ง พญาผานอง กรมศลิ ปากรสรา้ งบทใหม่ เม่ือเดอื น กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๐๑
วรรณคดีเรื่องพญาผานอง (เนือ้ เรือ่ งย่อไกรทอง). หาจากหนงั สอื หอ้ งสมดุ แหง่ ชาติ
บทละครพนั ทาง เรอ่ื ง พญาผานอง กรมศลิ ปากรสรา้ งบทใหม่ เม่ือเดือน กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๐๑
วรรณคดีเรอ่ื งไกรทอง (บทประพนั ธ)์ . หาจากหนงั สอื หอ้ งสมดุ แหง่ ชาติ
บทละครพนั ทาง เรอ่ื ง พญาผานอง กรมศลิ ปากรสรา้ งบทใหม่ เม่ือเดือน กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๐๑
วรรณคดีเรื่องไกรทอง (ตวั ละคร). หาจากหนงั สือหอ้ งสมดุ แหง่ ชาติ
บทละครพนั ทาง เรือ่ ง พญาผานอง กรมศลิ ปากรสรา้ งบทใหม่ เม่ือเดือน กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๐๑
๓๐
ภาคผนวก
๓๑
ประวตั สิ ว่ นตวั
ข้อมลู สว่ นตวั : นางสาวจรณพร ศรแี กว้ นวล ชอ่ื เลน่ : มกุ เกิดวนั ท่ี : 18 มนี าคม 2542
สญั ชาติ : ไทย เชือ้ ชาติ : ไทย ศาสนา : พทุ ธ กำลงั ศกึ ษา : สาขาวชิ านาฏยศิลป์ศกึ ษา
คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ หลักสตู รครุศาสตรบณั ฑิต
สถานศึกษา : มหาวิทยาลยั ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
ทอ่ี ยปู่ ัจจุบนั : 28/2ม.7 ซ.พทิ ักษ์ธรรม ถ.ป่เู จา้ สมงิ พราย ต.สำโรงใต้ อ.พระประแดง
จ.สมทุ รปราการ 10130
การตดิ ตอ่ : โทรศพั ท์ : 0619128895
Facebook : Jaranaporn Srikaewnuan
Instagram : mookmik_71
Line: mookmik20
E-mail : [email protected]