โรงเรยี นสาธิตเทศบาลเมอื งราชบรุ ี
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นาํ 10 นาที
1. แจง จดุ ประสงคก ารเรยี นรแู ละการวดั ประเมนิ ผล
2. ทบทวนการหาภาพทไ่ี ดจากการเล่ือนขนาน และการสะทอ น
ข้ันสอน 30 นาที
แผนการจัดการเรยี นรวู ิชาคณติ ศาสตร 3. ใหน ร.พจิ ารณาตย.ที่ 3 - 5 ในหนังสือเรียนหนา 202-204 โดยใหป ฏบิ ัตติ ามคาํ ส่ังในตย.แตละขอ
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 รหสั วิชา ค22101
หนว ยการเรียนรูท่ี 4 เร่อื ง การแปลงทางเรขาคณิต เวลา 12 คาบ (หามดูเฉลย) เพอ่ื ฝก การหาภาพทไ่ี ดจากการหมนุ และฝกการหาพิกดั ของจดุ ยอดของภาพที่เกดิ จาก
การหมุนของรูปตน แบบ (ครคู อยแนะนาํ นร.เปนรายบุคคลตามสถานการณในหอ งเรียน)
แผนการจดั การเรียนรูที่ 11 เร่ือง การหมุน เวลา 4 คาบ 4. นักเรยี นและครรู ว มกนั อภิปรายถึงคําตอบท่ีไดข องตย. 3 - 5
สอนมาแลว 2 คาบ ครงั้ น้สี อน 1 คาบ
เร่ือง การหมุนบนระบบพิกดั ฉาก 5. ครูอธิบายเพม่ิ เติมใหน ร. ดงั น้ี “สาํ หรบั การหมนุ ท่ีกําหนดรูปตนแบบบนระนาบในระบบพิกดั ฉาก
ในบทนีจ้ ะกลาวเฉพาะการหมุนท่ีกาํ หนดใหจุดกาํ เนิด (0, 0) เปนจดุ หมุน ขนาดของมุมท่ใี ชใ นการ
ครผู สู อนนางจนั ทรา บญุ มีประเสรฐิ หมุนเปน 90°, 180° และ 270° และจดุ ยอดของรปู ตน แบบมพี ิกดั ทม่ี สี มาชกิ เปนจาํ นวนเต็ม ทัง้ น้ี
เพื่อใหนกั เรยี นสามารถหาพิกดั ของภาพทไี่ ดจากการหมนุ ท่สี มาชิกของพิกัดเปน จํานวนเต็มดว ย
มาตรฐานการเรยี นรู้ 6. ครใู ช “กิจกรรมเสนอแนะ 4.3 : สาํ รวจพกิ ัดในการหมุน” ในคูมอื ครู หนา 267 เพ่ือใหน ักเรยี นได
ขอ สรปุ เกี่ยวกับความสมั พันธระหวางพิกดั ทห่ี นึ่งและพิกดั ทส่ี องของรปู ตน แบบ และภาพทไี่ ดจ ากการ
มาตรฐาน ค. 2.2 หมุนดวยมมุ 90°, 180° และ 270°
เขา ใจและวเิ คราะหร ูปเรขาคณติ สมบัตขิ องรูปเรขาคณิต 7. ครแู ละนกั เรยี นอภิปรายรวมกันเกย่ี วกบั การหมุนในระบบพิกดั ฉาก เมอ่ื กาํ หนดขนาดของมุมและ
ทิศทางของการหมนุ เพ่ือใหส ามารถเขียนความสมั พนั ธระหวางพกิ ัดของจุดบนรูปตน แบบกบั พิกัดของ
ความสัมพันธระหวา งรูปเรขาคณิตและทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และ จดุ บนภาพท่ไี ดจ ากการหมนุ ดังน้ี
นาํ ไปใช ถา ใหพกิ ดั ของจดุ A บนรูปตน แบบเปน (a, b)
- ถาหมนุ รูปตน แบบรอบจดุ กําเนิด O ดวยมุม 90° ตามเข็มนาฬิกา พิกดั ของจุด Aʹ จะเปน (b, -a) แต
ตัวชี้วัด ถาหมุนดว ยมุม 90° ทวนเข็มนาฬกิ า พิกดั ของจุด Aʹ จะเปน (-b, a)
- ถา หมนุ รปู ตน แบบรอบจดุ กําเนดิ O ดว ยมมุ 180° ตามเข็มนาฬกิ า พิกดั ของจุด Aʹ จะเปน (-a, -b)
ค 2.2 ม.2/3 ซงึ่ เหมอื นกับการหมุนดว ยมุม 180° ทวนเข็มนาฬิกา
เขา ใจและใชความรูเกย่ี วกบั การแปลงทางเรขาคณติ - ถาหมนุ รูปตน แบบรอบจุดกําเนดิ O ดว ยมุม 270° ตามเข็มนาฬิกา พิกดั ของจดุ Aʹ จะเปน (-b, a)
แตถ าหมุนดว ยมมุ 270° ทวนเข็มนาฬิกา พิกดั ของจุด Aʹ จะเปน (b, -a)
ในการแกปญหาคณิตศาสตรป ญ หาในชวี ติ จรงิ 3. ใหนร.ทําแบบฝกหดั 4.3 ในหนังสือเรียนขอ 3 - 5 หนา 208-209เพอ่ื ตรวจสอบความเขา ใจ
จุดประสงค์การเรยี นรู้ 4. นกั เรยี นและครรู ว มกันอภปิ รายเฉลยคําตอบ
ขนั้ สรปุ 10 นาที
• หาจดุ หมนุ ขนาดของมมุ ที่เกิดจากการหมุน ทิศทางการหมนุ เมอ่ื 11. ครแู ละนกั เรยี นรว มกันสรปุ ความรู
K กําหนดรูปตนแบบ และภาพทไ่ี ดจากการหมุน สื่อการเรยี นรู้
• บอกพกิ ัดของจุดบนภาพท่ไี ดจ ากการหมนุ รูปตนแบบท่กี ําหนดให
- แบบฝก หดั 4.3 ในหนงั สอื เรียนขอ 3 - 5 หนา 208-209
P • ส่ือสารสอ่ื ความหมายแนวคิดในการหาคําตอบของปญหา - แบบวัดทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
• การใหเ หตผุ ล - แบบวดั คุณลักษณะอนั พึงประสงคทางคณิตศาสตร
A • มีความรบั ผิดชอบตองานทไี่ ดร บั มอบหมาบ การวดั และประเมินผล
• มีความมุง มัน่ ในการทาํ งาน
- ตรวจแบบฝกหดั 4.3 ในหนังสอื เรยี นขอ 3 - 5 หนา 208-209
สาระสําคัญ เกณฑ์การประเมนิ
การหมนุ ในระบบพิกดั ฉาก เมอื่ กําหนดขนาดของมมุ และทิศทางของการหมุน ลงช่อื ………….…………………..ครูผูสอน
เพือ่ ใหส ามารถเขยี นความสัมพนั ธร ะหวางพิกัดของจุดบนรูปตน แบบกบั พกิ ดั ของจุด (นางจันทรา บญุ มปี ระเสรฐิ )
บนภาพท่ไี ดจากการหมนุ ดงั น้ี ตําแหนง ครู คศ.๑
ถา ใหพ กิ ดั ของจุด A บนรปู ตน แบบเปน (a, b)
- ถาหมนุ รูปตนแบบรอบจดุ กําเนดิ O ดว ยมุม 90° ตามเขม็ นาฬิกา พิกดั ของ
จุด Aʹ จะเปน (b, -a) แต ถาหมุนดว ยมุม 90° ทวนเขม็ นาฬกิ า พิกัดของ
จดุ Aʹ จะเปน (-b, a)
- ถาหมนุ รูปตนแบบรอบจุดกาํ เนดิ O ดวยมมุ 180° ตามเข็มนาฬกิ า พกิ ัดของ
จุด Aʹ จะเปน (-a, -b) ซง่ึ เหมือนกับการหมุนดวยมุม 180° ทวนเข็มนาฬิกา
- ถา หมุนรปู ตน แบบรอบจุดกาํ เนดิ O ดวยมุม 270° ตามเข็มนาฬกิ า พกิ ดั ของ
จดุ Aʹ จะเปน (-b, a) แตถ าหมุนดว ยมุม 270° ทวนเข็มนาฬิกา พกิ ัดของ
จุด Aʹ จะเปน (b, -a)
สมรรถนะของผเู้ รยี น ลงชอ่ื ....................................หวั หนา งานวิชาการ ลงชอ่ื .........................................
(นายรชั ภูมิ อยกู ําเหนิด) (นายอศั วนิ คงเพช็ รศกั ด)ิ์
- ความสามารถในการสือ่ สาร ตาํ แหนง ครู คศ.๓ ผูอ ํานวยการสถานศึกษา
- ความสามารถในการใหเ หตุผล
โรงเรยี นสาธติ เทศบาลเมอื งราชบรุ ี
แผนการจดั การเรยี นรวู ิชาคณติ ศาสตร กจิ กรรมการเรยี นรู้
ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 2 รหัสวชิ า ค22101
หนวยการเรียนรูที่ 4 เรอื่ ง การแปลงทางเรขาคณติ เวลา 12 คาบ ขนั้ นํา 10 นาที
1. แจง จดุ ประสงคก ารเรยี นรูและการวดั ประเมินผล
2. ทบทวนความรเู รือ่ งการหมุนบนระบบพกิ ัดฉากโดยการสมุ ถามนร.
3. ครสู นทนากับนักเรยี นเกี่ยวกับการนาํ ความรูเรื่องการหมนุ มาใชป ระโยชนในงานบางอยา ง เชน ทํา
เครือ่ งตดั กระดาษ ชิงชา กังหันลม ลวดลายบนลอรถยนตเ ปนตน และใหนร.ชวยกันหาตย.หรือ
เครอ่ื งมือหรอื อปุ กรณท ี่สามารถนาํ การแปลงแบบการหมุนไปประยกุ ตใ ช มาอกี 5 อยาง พรอ มระบุ
จุดหมุนของอปุ กรณห รือเคร่ืองมอื นัน้
แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 12 เร่ือง การหมุน เวลา 4 คาบ ขน้ั สอน 30 นาที
สอนมาแลว 3 คาบ คร้ังนี้สอน 1 คาบ
เร่ือง การประยุกตของการสะทอ น
ครูผูสอนนางจันทรา บุญมปี ระเสริฐ 4. ใหนร.พจิ ารณาตย.ท่ี 6 ในหนงั สือเรียนหนา 207 โดยใหป ฏบิ ตั ิตามคาํ ส่ังในตย.แตล ะขอ (หามดเู ฉลย)
เพื่อฝก การนําความรเู รอื่ งการหมนุ มาชวยในการแกปญ หา (ครคู อยแนะนาํ นร.เปนรายบุคคลตาม
สถานการณใ นหองเรียน)
มาตรฐานการเรยี นรู้ 5. นกั เรียนและครูรว มกันอภิปรายถึงคําตอบทีไ่ ดของตย. 6
6. ใหนร.ทาํ แบบฝกหัด 4.3 ในหนงั สือเรียนขอ 6 - 9 หนา 210-211 เพอ่ื ตรวจสอบความเขา ใจ
มาตรฐาน ค. 2.2 7. นักเรยี นและครรู วมกันอภิปรายเฉลยคาํ ตอบ
เขา ใจและวิเคราะหร ูปเรขาคณติ สมบัติของรปู เรขาคณิต ขน้ั สรุป 10 นาที
8. ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั สรุปความรแู ละสรุปบทเรียนเรื่องการแปลง
ความสัมพันธร ะหวา งรูปเรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณิต และ
นาํ ไปใช สือ่ การเรยี นรู้
ตวั ชี้วดั - แบบฝก หัด 4.3 ในหนังสอื เรยี นขอ 6 - 9 หนา 210-211
- แบบวัดทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
ค 2.2 ม.2/3 - แบบวัดคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคทางคณิตศาสตร
เขา ใจและใชค วามรเู กีย่ วกบั การแปลงทางเรขาคณิต
การวดั และประเมินผล
ในการแกปญหาคณิตศาสตรปญหาในชวี ติ จริง
- ตรวจแบบฝก หัด 4.3 ในหนังสือเรยี นขอ 6 - 9 หนา 210-211
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
• บอกไดว า รูปคใู ดเปน รูปตนแบบและภาพทไี่ ดจากการหมนุ เกณฑ์การประเมนิ
K เมือ่ กําหนดรูปเรขาคณติ ท่ีเทา กนั ทุกประการให
• ใชค วามรูเ ก่ียวกบั การหมุนในการแกปญ หา
• สือ่ สารสอ่ื ความหมายแนวคดิ ในการหาคําตอบของปญหา
P • การใหเ หตุผล
• การเชอื่ มโยง
A • มคี วามรบั ผดิ ชอบตองานที่ไดร บั มอบหมาบ
• มีความมงุ ม่ันในการทาํ งาน
สาระสาํ คัญ
การหมนุ เปน การแปลงรปู เรขาคณติ โดยหมุนรปู ตนแบบทําใหจ ดุ บนรูป
ตน แบบเคล่อื นท่ไี ปตามแนวเสนรอบวงของวงกลมซึ่งมีจุดตรึงจุดหนงึ่ เปน
จุดศนู ยกลางและจดุ ทสี่ มนัยกนั ทํามมุ ทจี่ ดุ ศูนยกลางเทา กัน
การแปลงทางเรขาคณิตท้ังสามแบบ คือ การเล่อื นขนาน การสะทอน และการ
หมนุ มีลักษณะที่สาํ คัญเหมอื นกันประการหนึ่งคือ ภาพทไ่ี ดจากการแปลงจะเทากัน
ทกุ ประการกับรูปตนแบบเสมอเปนเพราะวา การแปลงทางเรขาคณติ เหลานี้
เปนการเปล่ยี นตําแหนง ของรูปเรขาคณติ บนระนาบโดยที่ระยะระหวา ง
จดุ สองจดุ ใด ๆ ของรูปเรขาคณิตนนั้ ไมเปลย่ี นแปลง
ลงชอ่ื ………….…………………..ครผู สู อน
(นางจนั ทรา บญุ มปี ระเสริฐ)
ตําแหนง ครู คศ.๑
สมรรถนะของผ้เู รยี น ลงชอื่ ....................................หวั หนางานวชิ าการ ลงชือ่ .........................................
(นายรชั ภมู ิ อยกู ําเหนิด) (นายอัศวิน คงเพช็ รศักด)์ิ
- ความสามารถในการสอ่ื สาร ตาํ แหนง ครู คศ.๓ ผูอ ํานวยการสถานศกึ ษา
- ความสามารถในการใหเหตุผล
A
โรงเรยี นสาธิตเทศบาลเมืองราชบรุ ี
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นนํา 10 นาที
1. แจงจดุ ประสงคการเรยี นรแู ละการวัดประเมนิ ผล
2. ครทู บทวนความหมายของเลขยกกาํ ลงั สมบัติของการคูณและการหารเลขยกกําลงั ท่มี ีเลขชี้กําลังเปน
จาํ นวนเต็มบวก และสญั กรณวิทยาศาสตร โดยยกตวั อยา งเลขยกกาํ ลังทม่ี ีฐานเปนจํานวนเต็ม
แผนการจดั การเรยี นรูว ชิ าคณติ ศาสตร เศษสวน และทศนยิ ม เพม่ิ เติมจากทไี่ ดเ รียนในช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ 1 และย้ําวาเลขยกกาํ ลงั เปนจํานวน
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 2 รหสั วิชา ค22101 จึงสามารถนาํ มาบวก ลบ คณู หาร ไดเชนเดยี วกนั กับจํานวนอื่น ๆ โดยใหนกั เรยี นทาํ “กจิ กรรม
หนวยการเรียนรทู ่ี 5 เร่อื ง สมบตั ขิ องเลขยกกาํ ลงั เวลา 8 คาบ เสนอแนะ 5.1 : ทบทวนความหมายและสมบัตขิ องเลขยกกําลัง” เพ่อื ตรวจสอบความเขาใจของ
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 1 เรื่อง การดําเนินการของเลขยกกาํ ลัง เวลา 3 คาบ นกั เรยี นเก่ยี วกบั เลขยกกําลงั ที่เคยเรียนมาแลว
สอนมาแลว - คาบ ครัง้ นส้ี อน 1 คาบ ขน้ั สอน 30 นาที
เรื่อง การดาํ เนนิ การของเลขยกกําลงั (1)
ครผู สู อนนางจันทรา บญุ มปี ระเสริฐ 3. ครูใชชวนคดิ 5.1 ในหนังสือเรียน หนา 231 เพอื่ อภปิ รายกับนักเรียนเกีย่ วกบั ขอตกลงทางคณิตศาสตร
ทีว่ า สําหรบั การหารจํานวนนนั้ ตัวหารตองไมเปน 0 ดงั นน้ั เลขยกกําลงั ที่มีเลขชี้กาํ ลงั เปนจํานวนเตม็ ลบ
ฐานของเลขยกกาํ ลังนนั้ จะตอ งไมเปนศูนย
มาตรฐานการเรยี นรู้ 4. ครูใชตัวอยา งในหนงั สอื เรียนหนา 232–233 เพอ่ื สรางความเขา ใจเก่ยี วกับการประยุกตใชสมบตั ติ าง ๆ
ของเลขยกกาํ ลัง และจากตัวอยา งดงั กลา วครูชใ้ี หน กั เรียนเห็นวา − =
มาตรฐาน ค. 3.2 จึงเขยี น แทน − ได
เขาใจความหลากหลายของการแสดงจาํ นวน ระบบ
จํานวน การดําเนินการของจํานวน ผลทเี่ กิดขน้ึ จากการดําเนินการ 5. ครูใชชวนคิด 5.2 ในหนงั สอื เรียน หนา 233 อภิปรายรวมกบั นกั เรยี น พรอมทงั้ ยกตวั อยางที่
หลากหลายเพ่ือวเิ คราะหและสรุปวิธีการในการเปรียบเทยี บจาํ นวนบวกที่เขียนในรูปสญั กรณ
วทิ ยาศาสตรว า จาํ นวนใดมากกวา
สมบัตขิ องการดําเนนิ การและนาํ ไปใช 6. ครูใหนร.ทาํ แบบฝก หดั 5.1 ก ในหนังสือเรยี น หนา 233 เพื่อฝก ทักษะและตรวจสอบความเขา ใจของ
ตวั ชีว้ ดั นกั เรียนเกี่ยวกับการประยกุ ตใชส มบตั ขิ องเลขยกกําลงั สาํ หรับแบบฝก หัด 5.1 ก ขอ 1 และ 2 น้นั
ครูชแ้ี นะใหน ักเรียนใชน ยิ ามของ − ในการหาคําตอบ และชแ้ี นะใหน กั เรียนเห็นวา สําหรับจาํ นวน
ค 2.2 ม.2/1 บวกใด ๆ เมื่อเขียนในรปู เลขยกกาํ ลงั ท่ีมเี ลขช้กี ําลังเปน จาํ นวนคู สามารถเขยี นในรปู เลขยกกําลงั ท่ีมี
เขา ใจและใชส มบตั ขิ องเลขยกกาํ ลังท่มี เี ลขชก้ี ําลงั เปน ฐานไดส องแบบ คือ ฐานเปนจาํ นวนบวกและฐานเปนจาํ นวนลบ เชน 81 = หรือ 81= −
จาํ นวนเตม็ ในการแกปญหาคณติ ศาสตรแ ละปญหาในชวี ิตจรงิ ได 7. สําหรับแบบฝก หดั 5.1 ก ในหนังสือเรียนหนา 234 ขอ 6 เปน การใชสมบตั ขิ องเลขยกกาํ ลงั ทมี่ ีเลขช้ี
กําลงั เปน จํานวนเตม็ บวก (ครูคอยแนะนาํ นร.เปน รายบุคคลตามสถานการณในหองเรยี น)
8. นกั เรียนและครูชว ยกันเฉลยแบบฝก หัด
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 10 นาที
ขนั้ สรปุ
6. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ ความรโู ดยรวมกันอภิปรายเพอื่ ใหไ ดข อสรุป(ตามสาระสําคญั )
K • หาผลคูณของเลขยกกําลัง เม่อื เลขชกี้ าํ ลังเปน จํานวนเต็ม
• ใชส มบัติของเลขยกกําลงั ในการแกป ญ หา สือ่ การเรยี นรู้
P • การใหเหตผุ ล - กิจกรรมเสนอแนะ 5.1 : ทบทวนความหมายและสมบตั ิของเลขยกกาํ ลัง
A • มีความรบั ผิดชอบตอ งานทไ่ี ดรบั มอบหมาบ - แบบฝกหัด 5.1 ก ในหนงั สือเรียน หนา 233
- แบบวดั ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
• มคี วามมงุ มนั่ ในการทํางาน - แบบวดั คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคทางคณิตศาสตร
การวัดและประเมนิ ผล
- ตรวจแบบฝก หดั 5.1 ก ในหนังสอื เรยี น หนา 233
สาระสําคัญ
เกณฑ์การประเมนิ
ถา a เปน จาํ นวนใด ๆ ทไ่ี มใชศนู ย และ n เปน จํานวนเต็มบวก
1. = × × × ⋯ × คณู กนั ทงั้ หมด n ตัว ลงชือ่ ………….…………………..ครูผูสอน
(นางจันทรา บุญมปี ระเสรฐิ )
เรยี ก วา เลขยกกาํ ลังท่ีมี a เปนฐาน และ n เปนเลขชี้กาํ ลัง ตาํ แหนง ครู คศ.๑
− = =
2. หรือ = −
3.
สมบตั ิการคูณและการหารของเลขยกกําลงั
ถา a เปน จํานวนใด ๆ ทไ่ี มใ ชศ ูนย m และ n เปน จํานวนเต็มบวก จะได
4. × = +
**การคูณเลขยกกําลงั กอ นทีจ่ ะนาํ เลขชก้ี าลังมาบวกกัน ตอ งทําใหต วั ฐาน
ใหเทากันกอ น**
5. ÷ = −
สัญกรณว ทิ ยาศาสตร
เปน การเขียนในรูป × เมอื่ ≤ <
และ n เปน จํานวนเต็ม
สมรรถนะของผเู้ รยี น ลงชอ่ื ....................................หวั หนา งานวิชาการ ลงชอื่ .........................................
(นายรัชภมู ิ อยกู าํ เหนดิ ) (นายอัศวิน คงเพ็ชรศักด)์ิ
- ความสามารถในการสื่อสาร ตําแหนง ครู คศ.๓ ผูอาํ นวยการสถานศึกษา
- ความสามารถในการใหเหตุผล
โรงเรยี นสาธิตเทศบาลเมืองราชบรุ ี
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนาํ 10 นาที
1. แจงจุดประสงคก ารเรยี นรูแ ละการวัดประเมินผล
2. ครูทบทวนความหมายของเลขยกกําลัง สมบตั ิของการคณู และการหารเลขยกกําลังทมี่ ีเลขช้ีกาํ ลังเปน
จาํ นวนเต็มบวก และสญั กรณวิทยาศาสตร
แผนการจัดการเรยี นรวู ิชาคณติ ศาสตร 30 นาที
ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 2 รหัสวิชา ค22101 ข้นั สอน
3. ครใู ช “มุมคณิต” ในหนังสอื เรยี น หนา 235 ซ่งึ เปน ความรูเกยี่ วกับ “คํานําหนา หนวย” มาสนทนา
หนวยการเรยี นรูท ่ี 5 เร่อื ง สมบัติของเลขยกกาํ ลัง เวลา 8 คาบ กับนกั เรียนเพื่อใหเห็นประโยชนของเลขยกกําลงั ในการกาํ หนดหนวยการวดั ที่ใชในทางวิทยาศาสตร
แผนการจดั การเรียนรูท ่ี 2 เรอื่ ง การดําเนินการของเลขยกกําลงั เวลา 3 คาบ
สอนมาแลว 1 คาบ ครงั้ น้ีสอน 1 คาบ และเทคโนโลยี
4. ครูใช “กิจกรรม : การคูณเลขยกกําลงั ” ในหนงั สือเรียน หนา 236–237 เพอ่ื ฝกใหน กั เรยี นใชบทนิยาม
เรอ่ื ง การดาํ เนินการของเลขยกกําลัง(2) และสมบัตขิ องการคณู และการหารเลขยกกําลังทีม่ ีเลขช้ีกาํ ลงั เปนจํานวนเต็มบวกที่ไดเ รียนมาแลว
ครูผสู อนนางจนั ทรา บญุ มีประเสรฐิ ในการหาผลคูณของเลขยกกําลงั ทมี่ ีฐานเปนจาํ นวนเดยี วกัน และมีเลขชก้ี ําลงั เปนจํานวนเตม็ ซึง่
ขน้ั ตอนของการหาผลลัพธข องนักเรียนอาจแตกตางกนั ข้ึนอยกู ับสมบัติทน่ี ักเรียนใช โดยในระหวาง
มาตรฐานการเรยี นรู้ การทาํ กจิ กรรม ครเู นน ใหน กั เรยี นไดสังเกตแบบรูปของความสัมพนั ธระหวางเลขช้ีกําลงั ของตวั ตัง้
เลขช้กี าํ ลังของตวั คูณ และเลขช้กี าํ ลังของผลคูณของเลขยกกาํ ลงั ที่มฐี านเปนจํานวนน้ัน แลวสราง
มาตรฐาน ค. 3.2 ขอ ความคาดการณโ ดยใชภ าษาของตนเอง เพ่อื นําไปสสู มบัติของการคณู เลขยกกําลงั ท่มี เี ลขช้ีกําลัง
เขา ใจความหลากหลายของการแสดงจาํ นวน ระบบ เปน จาํ นวนเต็ม
จํานวน การดาํ เนนิ การของจํานวน ผลทีเ่ กดิ ข้นึ จากการดําเนินการ 5. ครใู ชต ัวอยางในหนังสือเรียน หนา 237–238 เพอ่ื ตรวจสอบและเสริมสรา งความเขาใจของนักเรียน
สมบตั ขิ องการดําเนินการและนาํ ไปใช ในเรอ่ื งการคณู เลขยกกาํ ลังทีม่ เี ลขช้กี าํ ลังเปน จํานวนเตม็ โดยในตย.ที่ 4 ครูช้ใี หน ร.เหน็ ถึงจํานวนลบท่ี
เขยี นในรูปเลขยกกาํ ลงั ไดจะมฐี านของเลขยกกําลังเปนจํานวนลบและเลขช้กี าํ ลังเปนจํานวนเตม็ คี่ เชน
ตวั ชีว้ ัด -81 = 3 × (-27) หรือ 3 × −
6. ครูใหนร.ทาํ แบบฝกหัด 5.1 ข ในหนงั สอื เรียน หนา239–240 เพ่ือฝกทกั ษะในเรอื่ งการคูณเลข
ค 2.2 ม.2/1 ยกกาํ ลังที่มีเลขชี้กาํ ลังเปนจํานวนเต็ม โดยชี้แนะนกั เรียนในประเดน็ ที่สําคญั เชนขอ 4 ครูช้แี นะให
เขาใจและใชสมบตั ขิ องเลขยกกําลังท่มี เี ลขชกี้ าํ ลังเปน นักเรยี นเช่อื มโยงการหาคาํ ตอบโดยใชการแกส มการเชิงเสนตัวแปรเดียวประกอบกบั การใชสมบัติของ
เลขยกกําลงั ขอ 6 และ 7 ครสู นทนาเพิ่มเติมเกย่ี วกับหนว ยงานทเ่ี กย่ี วของกับการปลูกหมอ นเล้ยี ง
จาํ นวนเตม็ ในการแกปญ หาคณติ ศาสตรและปญ หาในชีวิตจริงได ไหม เชน กรมหมอ นไหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ และสามารถหาขอมลู เพม่ิ เตมิ ไดท่เี ว็บไซต
จุดประสงค์การเรยี นรู้ www.qsds.go.thชก้ี ําลงั เปนจาํ นวนเต็มบวก (ครูคอยแนะนาํ นร.เปนรายบุคคลตามสถานการณ
ในหองเรยี น)
7. นกั เรยี นและครชู ว ยกันเฉลยแบบฝก หัด
ข้นั สรุป 10 นาที
K • หาผลคูณของเลขยกกาํ ลงั เมอ่ื เลขชีก้ ําลงั เปน จํานวนเต็ม
• ใชส มบตั ขิ องเลขยกกําลงั ในการแกป ญ หา 6. ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั สรปุ ความรู
P • การใหเ หตผุ ล สือ่ การเรยี นรู้
• การเชอ่ื มโยง
- กจิ กรรม : การคูณเลขยกกาํ ลงั ในหนงั สอื เรียน หนา 236–237
A • มีความรบั ผดิ ชอบตอ งานทไี่ ดร บั มอบหมาบ - แบบฝกหัด 5.1 ข ในหนังสอื เรียน หนา239–240
• มีความมงุ มัน่ ในการทาํ งาน - แบบวดั ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
- แบบวดั คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคทางคณิตศาสตร
สาระสาํ คัญ การวัดและประเมินผล
ถา a เปนจาํ นวนใด ๆ ที่ไมใ ชศ นู ย และ n เปนจํานวนเต็มบวก - ตรวจแบบฝกหดั 5.1 ข ในหนงั สอื เรยี น หนา 239–240
1. = × × × ⋯ × คูณกนั ทง้ั หมด n ตวั
เกณฑก์ ารประเมนิ
เรียก วาเลขยกกาํ ลังทีม่ ี a เปน ฐาน และ n เปนเลขชก้ี าํ ลงั
− = = ลงชือ่ ………….…………………..ครูผสู อน
2. หรือ = − (นางจันทรา บุญมปี ระเสริฐ)
3. ตําแหนง ครู คศ.๑
สมบัตกิ ารคูณและการหารของเลขยกกาํ ลงั
ถา a เปนจาํ นวนใด ๆ ทไี่ มใชศ นู ย m และ n เปนจาํ นวนเตม็ บวก จะได
4. × = +
**การคณู เลขยกกาํ ลงั กอนท่ีจะนาํ เลขชีก้ าลังมาบวกกัน ตองทําใหต วั ฐาน
ใหเ ทากนั กอ น**
5. ÷ = −
สัญกรณว ทิ ยาศาสตร
เปนการเขยี นในรูป × เมอื่ ≤ <
และ n เปน จํานวนเต็ม
สมรรถนะของผเู้ รยี น ลงชือ่ ....................................หัวหนา งานวชิ าการ ลงช่ือ .........................................
(นายรชั ภูมิ อยูกาํ เหนิด) (นายอัศวิน คงเพ็ชรศกั ด)์ิ
- ความสามารถในการสอ่ื สาร ตาํ แหนง ครู คศ.๓ ผอู ํานวยการสถานศึกษา
- ความสามารถในการใหเหตุผล
โรงเรยี นสาธิตเทศบาลเมอื งราชบรุ ี
กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นาํ 10 นาที
1. แจง จดุ ประสงคการเรียนรแู ละการวัดประเมินผล
2. ครูทบทวนการคณู เลขยกกาํ ลังทมี่ เี ลขชก้ี าํ ลงั เปน จํานวนเต็มบวก โดยใหนร.ทาํ ใบงานเรื่องการคณู
เลขยกกําลังเพื่อตรวจสอบความเขา ใจ
แผนการจัดการเรียนรูว ิชาคณิตศาสตร 30 นาที
ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 2 รหัสวชิ า ค22101 ขนั้ สอน
3. ครใู ช “กจิ กรรม : การหารเลขยกกาํ ลัง” ในหนังสอื เรยี น หนา 241–242 เพ่ือฝกใหน กั เรยี นไดใช
หนวยการเรยี นรูท่ี 5 เรื่อง สมบัติของเลขยกกําลัง เวลา 8 คาบ บทนยิ ามและสมบัตขิ องการคณู และการหารเลขยกกาํ ลังท่ีมีเลขชี้กําลงั เปนจํานวนเตม็ บวกทีไ่ ดเรียน
แผนการจดั การเรียนรูท ี่ 3 เรอื่ ง การดาํ เนนิ การของเลขยกกําลงั เวลา 3 คาบ
สอนมาแลว 2 คาบ คร้งั น้สี อน 1 คาบ มาแลว เพ่อื หาผลหารของเลขยกกาํ ลังทมี่ ีฐานเปนจํานวนเดียวกัน และมีเลขชกี้ าํ ลังเปนจํานวนเตม็
ซง่ึ ขัน้ ตอนของการหาผลลัพธของนักเรียนอาจแตกตา งกนั ขึน้ อยกู ับสมบัติทน่ี กั เรียนใช โดยในระหวาง
เรอ่ื ง การดาํ เนินการของเลขยกกาํ ลงั (3) การทํากิจกรรมครูควรเนนใหนักเรียนไดส ังเกตแบบรูปของความสัมพันธร ะหวางเลขช้ีกาํ ลงั ของตวั ตงั้
ครูผูสอนนางจนั ทรา บุญมปี ระเสรฐิ เลขชก้ี าํ ลังของตวั หาร และเลขชี้กาํ ลงั ของผลหารของเลขยกกําลังทีม่ ฐี านเปนจาํ นวนนนั้ แลว สรา ง
ขอ ความคาดการณโ ดยใชภ าษาของตนเอง เพือ่ นําไปสสู มบัตกิ ารหารเลขยกกาํ ลงั ที่มเี ลขชี้กําลงั
มาตรฐานการเรยี นรู้ เปน จํานวนเต็มเพ่ือนาํ ไปสขู อ สรุปทว่ี า เมอื่ a แทนจาํ นวนใด ๆ ทไ่ี มใช 0 และ n เปนจํานวนเต็ม
n=ด ว ย จําหนรวือน ต า ง ๆ=ให น − กั เ รยี ในนเหหนน็ งัจสรืองิ เเปรยีน นกหรณนาี
มาตรฐาน ค. 3.2 − 243 ครยู กตวั อยา งประกอบดวยการแทน
เขา ใจความหลากหลายของการแสดงจาํ นวน ระบบ a และ ๆ ดว ย
4. ครใู ชตัวอยา งในหนงั สือเรยี น หนา 243 เพ่อื ตรวจสอบและเสรมิ สรา งความเขาใจของนกั เรยี นในเรอ่ื ง
จํานวน การดําเนนิ การของจํานวน ผลทีเ่ กดิ ข้ึนจากการดําเนนิ การ การหารเลขยกกาํ ลังท่มี ีเลขชี้กําลังเปนจํานวนเต็ม และใชแบบฝกหัด 5.1 ค ในหนังสอื เรียน หนา 244
สมบตั ขิ องการดาํ เนนิ การและนําไปใช เพอ่ื ฝก ทกั ษะในเรือ่ งดงั กลา ว โดยช้แี นะนักเรียนในประเด็นท่ีสําคญั เชน ขอ 3 ครชู ีแ้ นะใหน กั เรยี น
เช่อื มโยงการหาคาํ ตอบโดยใชก ารแกสมการเชิงเสน ตัวแปรเดยี วประกอบกับการใชส มบตั ขิ องเลข
ตวั ชีว้ ัด ยกกาํ ลัง (ครคู อยแนะนาํ นร.เปนรายบคุ คลตามสถานการณในหอ งเรยี น)
5. นกั เรยี นและครูชวยกนั เฉลยแบบฝก หดั
ค 2.2 ม.2/1 10 นาที
เขาใจและใชส มบตั ขิ องเลขยกกาํ ลังท่ีมเี ลขช้ีกําลงั เปน ขัน้ สรุป
จาํ นวนเตม็ ในการแกป ญหาคณิตศาสตรแ ละปญหาในชวี ิตจรงิ ได 6. ครูและนกั เรยี นรว มกนั สรปุ ความรู
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ สื่อการเรยี นรู้
K • หาผลหารของเลขยกกาํ ลงั เม่ือเลขชี้กําลงั เปน จํานวนเตม็
- ใบงานเร่อื งการคูณเลขยกกาํ ลัง
• ใชสมบตั ขิ องเลขยกกาํ ลังในการแกปญ หา - กิจกรรม : การคณู เลขยกกําลงั ในหนงั สือเรียน หนา 236–237
- แบบฝก หดั 5.1 ค ในหนังสือเรยี น หนา 244
P • การใหเ หตุผล - แบบวัดทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
• การเชื่อมโยง - แบบวัดคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคทางคณิตศาสตร
A • มีความรบั ผดิ ชอบตอ งานทไี่ ดร ับมอบหมาบ การวัดและประเมนิ ผล
• มคี วามมุง มั่นในการทํางาน
- ตรวจใบงานเรื่องการคณู เลขยกกาํ ลัง
- ตรวจแบบฝก หดั 5.1 ค ในหนงั สอื เรียน หนา 244
สาระสาํ คัญ เกณฑก์ ารประเมนิ
ถา a เปนจาํ นวนใด ๆ ทีไ่ มใชศ ูนย และ n เปนจาํ นวนเต็มบวก ลงชอื่ ………….…………………..ครูผสู อน
1. = × × × ⋯ × คณู กันทัง้ หมด n ตัว (นางจนั ทรา บุญมีประเสริฐ)
ตําแหนง ครู คศ.๑
เรียก วาเลขยกกําลังทีม่ ี a เปน ฐาน และ n เปนเลขชีก้ าํ ลัง
− = =
2. หรอื = −
3.
สมบัตกิ ารคูณและการหารของเลขยกกําลัง
ถา a เปนจาํ นวนใด ๆ ที่ไมใ ชศ ูนย m และ n เปนจาํ นวนเต็มบวก จะได
4. × = +
**การคณู เลขยกกาํ ลัง กอนท่จี ะนําเลขช้กี าลังมาบวกกัน ตองทําใหตวั ฐาน
ใหเ ทากนั กอ น**
5. ÷ = −
สัญกรณว ทิ ยาศาสตร
เปนการเขยี นในรูป × เม่ือ ≤ <
และ n เปน จํานวนเต็ม
สมรรถนะของผู้เรยี น ลงชอ่ื ....................................หวั หนางานวชิ าการ ลงชื่อ .........................................
(นายรัชภมู ิ อยกู าํ เหนิด) (นายอศั วิน คงเพ็ชรศกั ด)ิ์
- ความสามารถในการสือ่ สาร ตําแหนง ครู คศ.๓ ผอู าํ นวยการสถานศกึ ษา
- ความสามารถในการใหเหตุผล
โรงเรยี นสาธติ เทศบาลเมอื งราชบรุ ี
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นํา 10 นาที
1. แจงจุดประสงคก ารเรียนรแู ละการวัดประเมินผล
2. ครูทบทวนการคณู การหารเลขยกกําลงั ที่มีเลขชก้ี าํ ลงั เปนจาํ นวนเตม็ บวก คณู
ขั้นสอน 30 นาที
แผนการจัดการเรียนรวู ิชาคณิตศาสตร 3. ครแู นะนาํ การเขยี นเลขยกกําลงั เม่ือมฐี านเปนเลขยกกาํ ลัง และมเี ลขชกี้ ําลงั เปน จํานวนเตม็ โดยเขียน
ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 2 รหสั วิชา ค22101 ฐานซง่ึ เปน เลขยกกาํ ลงั ไวในวงเลบ็ เพอื่ ใหเกดิ ความชัดเจนในการสอ่ื สารและสือ่ ความหมาย เชน
หนวยการเรียนรทู ่ี 5 เรอ่ื ง สมบัตขิ องเลขยกกาํ ลัง เวลา 8 คาบ เลขยกกําลังทมี่ ี 52 เปน ฐานและ 3 เปน เลขชกี้ ําลัง ใหเ ขยี นเปน
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 4 เรอ่ื ง สมบัตอิ ืน่ ๆ ของเลขยกกําลงั เวลา 5 คาบ
สอนมาแลว - คาบ ครัง้ น้ีสอน 1 คาบ 4. ครใู ช “กจิ กรรม : เลขยกกาํ ลังที่มีฐานเปน เลขยกกาํ ลัง” ในหนงั สอื เรยี น หนา 246–247 เพอ่ื ฝกให
เร่ือง สมบัตอิ ืน่ ๆ ของเลขยกกําลัง (1) เลขยกกาํ ลงั ท่มี ฐี านเปน เลขยกกาํ ลงั นักเรยี นใชบทนิยามและสมบตั ขิ องการคณู และการหารเลขยกกําลังทีไ่ ดเ รยี นมาแลว ในการหาผลลัพธ
ซงึ่ ข้นั ตอนของการหาผลลพั ธข องนักเรียนอาจแตกตา งกนั ข้นึ อยกู ับสมบัติท่นี กั เรียนใช โดยระหวา ง
ครผู สู อนนางจนั ทรา บญุ มีประเสรฐิ การทาํ กจิ กรรม ครเู นน ใหนกั เรียนไดสงั เกตแบบรูปของความสมั พันธระหวางเลขช้ีกาํ ลงั ของเลข
ยกกาํ ลงั ที่เปน ฐานเลขชกี้ ําลงั ของเลขยกกําลัง และเลขชกี้ าํ ลงั ของผลลัพธ แลว สรางขอความ
คาดการณโดยใชภ าษาของตนเอง เพ่ือนําไปสสู มบัติของเลขยกกาํ ลังที่มีฐานเปนเลขยกกําลงั ยกกําลัง
มาตรฐานการเรยี นรู้ 5. ครใู ชตย.1-2ในหนงั สอื เรยี น หนา 247 เพือ่ ตรวจสอบและเสรมิ สรางความเขา ใจของนกั เรียนเพม่ิ เติม
ในเรอ่ื งการนาํ เลขยกกําลงั ทมี่ ฐี านเปนเลขยกกาํ ลังยกกําลงั ไปใช
มาตรฐาน ค. 3.2 6. ครูใหน ร.ใชเ ครื่องคดิ เลขในการคาํ นวณโดยใชมุมเทคโนโลยีในหนังสือเรียน หนา 247 เปน ตย.ในการ
เขา ใจความหลากหลายของการแสดงจาํ นวน ระบบ กดแปนเครอื่ งคดิ เลขเพ่อื หาคาของเลขยกกาํ ลังทีม่ ีฐานเปน เลขยกกําลงั
7. ครูใหนร.ทาํ แบบฝกหดั 5.2 ในหนงั สือเรียน หนา 251 ขอ 1 เพื่อฝกทกั ษะในเรือ่ งสมบัตขิ อง
จํานวน การดาํ เนินการของจาํ นวน ผลทเ่ี กิดขึน้ จากการดําเนนิ การ เลขยกกําลัง (ครูคอยแนะนาํ นร.เปนรายบุคคลตามสถานการณในหองเรยี น)
สมบตั ขิ องการดาํ เนนิ การและนาํ ไปใช 8. นกั เรยี นและครูชว ยกนั เฉลยแบบฝก หดั
10 นาที
ตัวชี้วดั ข้ันสรปุ
6. ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั สรุปความรู
ค 2.2 ม.2/1
เขา ใจและใชส มบตั ขิ องเลขยกกาํ ลังทม่ี เี ลขช้ีกําลงั เปน สือ่ การเรยี นรู้
จํานวนเตม็ ในการแกป ญ หาคณิตศาสตรแ ละปญ หาในชีวติ จรงิ ได - กจิ กรรม : เลขยกกาํ ลังที่มฐี านเปนเลขยกกาํ ลัง” ในหนังสือเรยี น หนา 246–247
- แบบฝกหดั 5.2 ในหนังสือเรียน หนา 251 ขอ 1
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ - แบบวัดทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
- แบบวดั คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคทางคณิตศาสตร
K • เขียนเลขยกกาํ ลัง ใหอ ยใู นรปู ได
• ใชส มบัติของเลขยกกาํ ลงั ในการแกปญ หา การวดั และประเมินผล
P • การใหเหตุผล - กิจกรรม : เลขยกกําลงั ทม่ี ีฐานเปนเลขยกกาํ ลัง” ในหนังสือเรียน หนา 246–247
• การเชื่อมโยง - ตรวจแบบฝกหัด 5.2 ในหนังสอื เรยี น หนา 251 ขอ 1
เกณฑก์ ารประเมนิ
A • มคี วามรบั ผดิ ชอบตองานทไ่ี ดรับมอบหมาบ
• มีความมุงมน่ั ในการทาํ งาน
สาระสําคัญ
เลขยกกาลงั ทีม่ ีฐานเปน เลขยกกาลัง
เม่ือ a เปนจานวนใด ๆ ท่ีไมใ ชศนู ย m และ n เปนจานวนเต็ม
จะได =
ลงชือ่ ………….…………………..ครผู ูสอน
(นางจันทรา บญุ มปี ระเสรฐิ )
ตาํ แหนง ครู คศ.๑
สมรรถนะของผเู้ รยี น ลงช่ือ....................................หัวหนา งานวิชาการ ลงชือ่ .........................................
(นายรชั ภูมิ อยกู ําเหนดิ ) (นายอัศวนิ คงเพ็ชรศกั ด)ิ์
- ความสามารถในการสอื่ สาร ตําแหนง ครู คศ.๓ ผูอํานวยการสถานศึกษา
- ความสามารถในการใหเหตุผล
โรงเรยี นสาธติ เทศบาลเมอื งราชบรุ ี
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันนํา 10 นาที
1. แจง จดุ ประสงคก ารเรียนรแู ละการวดั ประเมินผล
2. ครูทบทวนเลขยกกาลงั ทีม่ ฐี านเปนเลขยกกาลังโดยใหนกั เรียนเติมขอความในชอ งวางใหถ กู ตอง
แผนการจดั การเรียนรูว ิชาคณติ ศาสตร สมบรู ณในใบงานเรื่องสมบัติอ่นื ๆ ของเลขยกกาํ ลัง (1)
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ่ี 2 รหสั วชิ า ค22101
หนวยการเรยี นรูท ่ี 5 เรื่อง สมบตั ิของเลขยกกาํ ลัง เวลา 8 คาบ ขั้นสอน 30 นาที
3. ครูใช “กจิ กรรม : เลขยกกําลงั ที่มีฐานอยใู นรปู การคณู ของจํานวนสองจํานวน” ในหนงั สอื เรียน
แผนการจัดการเรยี นรูที่ 5 เรื่อง สมบตั อิ ่ืนๆ ของเลขยกกาํ ลงั เวลา 5 คาบ หนา 248–249 เพ่อื ฝกใหน ักเรียนใชบทนยิ าม และสมบตั ขิ องการคณู และการหารเลขยกกําลงั ทไ่ี ด
สอนมาแลว 1 คาบ ครง้ั นี้สอน 1 คาบ
เรือ่ ง สมบตั ิอืน่ ๆ ของเลขยกกาํ ลงั (2) เลขยกกําลงั ท่ีมีฐานอยใู นรปู การคูณ เรียนมาแลวในการหาผลลัพธ ซึ่งข้ันตอนของการหาผลลัพธข องนักเรียนอาจแตกตา งกนั ข้ึนอยกู ับ
สมบตั ทิ ี่นกั เรยี นใช โดยระหวา งการทํากจิ กรรมครเู นน ใหน ักเรียนไดส ังเกตแบบรูปของความสมั พันธ
ของจาํ นวนสองจาํ นวน ระหวา งเลขชี้กําลงั ของเลขยกกาํ ลังท่ีมีฐานอยูในรปู การคณู ของจาํ นวนสองจาํ นวน และผลลัพธท่ีอยู
ครผู ูสอนนางจันทรา บุญมีประเสริฐ
ในรูปการคูณของเลขยกกาํ ลัง เพอื่ นําไปสสู มบตั ิของเลขยกกาํ ลังเม่ือฐานอยูในรูปการคูณของจาํ นวน
สองจาํ นวน
มาตรฐานการเรยี นรู้ 4. ครใู ชต ย.3-4ในหนงั สอื เรยี น หนา 249 เพอ่ื ตรวจสอบและเสริมสรางความเขาใจของนักเรียนเพิม่ เติม
ในเร่อื งเลขยกกาํ ลงั เม่อื ฐานอยูในรปู การคูณของจาํ นวนหลายๆจาํ นวนไปใช
มาตรฐาน ค. 3.2 5. ครูใชชวนคดิ 5.3 ในหนังสอื เรียน หนา 249 อภิปรายรว มกบั นกั เรยี นวา จํานวนเต็มสองจํานวน
เขา ใจความหลากหลายของการแสดงจาํ นวน ระบบ ท่นี ํามาคูณกนั แลวไดผลคูณเปนหนงึ่ ลาน มอี ยหู ลายจาํ นวน แตหากจาํ นวนทั้งสองไมเปน จํานวนทหี่ าร
ดวย 10 ลงตวั แตละจํานวนตองมีตัวประกอบเปน 2 หรอื 5 อยา งใดอยา งหนึ่งจาํ นวนเดยี วเทา น้นั
จํานวน การดาํ เนนิ การของจํานวน ผลทีเ่ กิดขึ้นจากการดําเนินการ (ครคู อยแนะนาํ นร.เปน รายบุคคลตามสถานการณในหอ งเรยี น)
สมบัติของการดําเนนิ การและนาํ ไปใช
ตัวชีว้ ดั 6. ครใู หนร.ทําแบบฝกหดั 5.2 ในหนังสือเรียน หนา 252 ขอ 2 เพือ่ ฝกทักษะในเรื่องสมบัติของ
เลขยกกําลัง (ครูคอยแนะนาํ นร.เปน รายบุคคลตามสถานการณใ นหองเรียน)
7. นกั เรียนและครูชวยกนั เฉลยแบบฝกหัด
ค 2.2 ม.2/1 ขั้นสรปุ 10 นาที
เขาใจและใชส มบัตขิ องเลขยกกาํ ลงั ที่มเี ลขชกี้ าํ ลงั เปน 6. ครูและนักเรยี นรวมกนั สรปุ ความรู
จํานวนเตม็ ในการแกปญ หาคณติ ศาสตรแ ละปญหาในชวี ติ จริงได
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ สื่อการเรยี นรู้
• เขียนเลขยกกําลงั ใหอ ยูในรูป ได - ใบงานเร่ืองสมบัติอน่ื ๆ ของเลขยกกาํ ลัง (1)
- กจิ กรรม : เลขยกกําลังทีม่ ีฐานอยใู นรูปการคูณของจาํ นวนสองจาํ นวน” ในหนังสือเรยี นหนา 248–249
K ใหอยูใ นรูป ได - แบบฝกหดั 5.2 ในหนงั สือเรยี น หนา 252 ขอ 2
• ใชสมบตั ิของเลขยกกาํ ลงั ในการแกป ญ หา - แบบวัดทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
- แบบวดั คุณลักษณะอันพงึ ประสงคทางคณิตศาสตร
P • การใหเหตผุ ล
• การเช่ือมโยง การวดั และประเมินผล
• การแกป ญ หา
- ตรวจใบงานเรอ่ื งสมบัตอิ ่นื ๆ ของเลขยกกาํ ลัง (1)
A • มีความรบั ผดิ ชอบตอ งานท่ไี ดร บั มอบหมาบ - ตรวจแบบฝก หัด 5.2 ในหนงั สอื เรียน หนา 252 ขอ 2
• มคี วามมงุ มัน่ ในการทาํ งาน
เกณฑ์การประเมนิ
สาระสําคญั
เลขยกกาลงั ท่ีมฐี านเปน เลขยกกาลัง
เม่ือ a เปน จานวนใด ๆ ทไ่ี มใชศ ูนย m และ n เปนจานวนเต็ม
จะได =
เลขยกกาลังทีม่ ฐี านอยใู นรูปการคูณของจาํ นวนหลายจาํ นวน
จะได =
สมรรถนะของผเู้ รยี น ลงชอ่ื ………….…………………..ครผู สู อน
(นางจนั ทรา บุญมปี ระเสริฐ)
- ความสามารถในการสือ่ สาร ตาํ แหนง ครู คศ.๑
- ความสามารถในการใหเหตุผล
ลงช่อื ....................................หัวหนา งานวชิ าการ ลงชื่อ .........................................
(นายรชั ภูมิ อยกู ําเหนดิ ) (นายอัศวิน คงเพ็ชรศักด)์ิ
ตําแหนง ครู คศ.๓ ผอู าํ นวยการสถานศกึ ษา
โรงเรยี นสาธิตเทศบาลเมืองราชบรุ ี
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นํา 10 นาที
1. แจง จดุ ประสงคก ารเรยี นรแู ละการวัดประเมินผล
2. ครูทบทวนสมบัตอิ ่นื ๆ ของเลขยกกาํ ลังเลขยกกําลังที่มฐี านเปนเลขยกกาลงั ที่เรยี นมาแลว เชน
แผนการจัดการเรียนรวู ิชาคณิตศาสตร =
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 2 รหัสวชิ า ค22101
หนวยการเรยี นรทู ่ี 5 เรื่อง สมบัตขิ องเลขยกกาํ ลงั เวลา 8 คาบ =
ขัน้ สอน 30 นาที
แผนการจัดการเรียนรูท่ี 6 เรือ่ ง สมบัติอน่ื ๆ ของเลขยกกําลงั เวลา 5 คาบ 3. ครูอภปิ รายรวมกับนกั เรยี นถึงความหมายของเลขยกกาํ ลงั และพิจารณาเลขยกกําลงั ท่ีมฐี านอยูใน
สอนมาแลว 2 คาบ ครงั้ นสี้ อน 1 คาบ
เรือ่ ง สมบัติอนื่ ๆ ของเลขยกกําลัง (3) เลขยกกาํ ลังท่มี ฐี านอยูในรูปการหาร รผปูลกลาพั รธหท าี่เรกขดิ อขง้นึ จเาํ พน่ือวนนาํ สไอปงสจูกาํ านรวเรนยี นเชเกนี่ยวก ับ ส ม ,บตั ิข อง−เล ข แยลกะกําล งั เม อ่ื ฐโาดนยอใหยนูในักรเรูปยี กนาไรดหสาังรเขกอตง
ของจาํ นวนสองจํานวน จํานวนสองจาํ นวน
ครูผูสอนนางจันทรา บญุ มีประเสริฐ
4. ครูใชต ย.5-6ในหนงั สอื เรยี น หนา 251 เพอ่ื ตรวจสอบและเสริมสรา งความเขา ใจของนกั เรียนเพิม่ เตมิ
มาตรฐานการเรยี นรู้ ในเรื่องเลขยกกาํ ลังเมื่อฐานอยูในรปู การคณู ของจาํ นวนหลายๆจาํ นวนไปใช
5. ครใู หนร.ทําแบบฝกหดั 5.2 ขอ 3 ในหนงั สอื เรยี น หนา 252 เพื่อฝก ทกั ษะในเรอ่ื งสมบัตขิ อง
มาตรฐาน ค. 3.2 เลขยกกาํ ลงั โดยครชู ้แี นะใหนักเรียนหาคําตอบโดยใชความรเู ร่ืองการแยกตัวประกอบกับสมบัตขิ อง
เขาใจความหลากหลายของการแสดงจาํ นวน ระบบ เลขยกกําลงั (ครคู อยแนะนํานร.เปนรายบุคคลตามสถานการณในหอ งเรยี น
6. นกั เรียนและครูชว ยกันเฉลยแบบฝกหัด
จาํ นวน การดําเนนิ การของจํานวน ผลท่ีเกดิ ข้ึนจากการดําเนินการ 10 นาที
สมบัตขิ องการดาํ เนินการและนําไปใช ข้ันสรุป
ตัวชีว้ ดั 6. ครูและนกั เรียนรวมกนั สรุปความรู
ค 2.2 ม.2/1 สื่อการเรยี นรู้
เขาใจและใชส มบัตขิ องเลขยกกําลงั ทม่ี เี ลขชกี้ าํ ลงั เปน
- แบบฝกหดั 5.2 ในหนงั สือเรยี น หนา 252 ขอ 3
จํานวนเต็มในการแกป ญหาคณติ ศาสตรแ ละปญ หาในชวี ติ จรงิ ได - แบบวดั ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
- แบบวัดคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคทางคณิตศาสตร
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
การวดั และประเมินผล
• เขยี นเลขยกกาํ ลัง ใหอยใู นรปู ได
- ตรวจแบบฝกหัด 5.2 ในหนงั สือเรยี น หนา 252 ขอ 3
K ใหอ ยใู นรปู ได
• ใชส มบตั ขิ องเลขยกกํา ล งั ใ น ใกหาอ รยแูใกนปรญูปห า ได เกณฑก์ ารประเมนิ
P • การใหเหตผุ ล
• การเช่อื มโยง
• การแกปญ หา
A • มีความรบั ผดิ ชอบตองานท่ีไดรบั มอบหมาบ
• มคี วามมุงม่นั ในการทาํ งาน
สาระสาํ คญั
เลขยกกาลงั ทมี่ ฐี านเปนเลขยกกาลัง
เมือ่ a เปน จานวนใด ๆ ทไี่ มใชศูนย m และ n เปน จานวนเตม็
จะได =
เลขยกกาลงั ที่มฐี านอยใู นรูปการคณู ของจาํ นวนหลายจาํ นวน
จะได =
เลขยกกาํ ลงั ทม่ี ีฐานอยูในรูปการหารของจํานวนสองจาํ นวน
จะได
=
สมรรถนะของผู้เรยี น ลงชอื่ ………….…………………..ครูผูสอน
(นางจันทรา บญุ มปี ระเสรฐิ )
- ความสามารถในการสอื่ สาร ตําแหนง ครู คศ.๑
- ความสามารถในการใหเหตุผล
ลงชอ่ื ....................................หัวหนา งานวชิ าการ ลงช่อื .........................................
(นายรชั ภมู ิ อยูกาํ เหนดิ ) (นายอศั วิน คงเพช็ รศักด)ิ์
ตําแหนง ครู คศ.๓ ผูอํานวยการสถานศกึ ษา
โรงเรยี นสาธติ เทศบาลเมอื งราชบรุ ี
กิจกรรมการเรยี นรู้
แผนการจัดการเรียนรูวิชาคณติ ศาสตร ข้ันนาํ 10 นาที
ช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี 2 รหัสวชิ า ค22101
1. แจง จดุ ประสงคการเรียนรแู ละการวดั ประเมินผล
2. ครทู บทวนการดาํ เนนิ การของเลขยกกาํ ลัง สมบัตอิ ืน่ ๆ ของเลขยกกําลงั เลขยกกําลงั กท่ีเรียนมาแลว
โดยใหน ร.ชว ยกนั หาผลลัพธแ ละออกมานําเสนอหนา ช้ันเรียน ดงั น้ี
หนวยการเรยี นรทู ่ี 5 เรอื่ ง สมบัตขิ องเลขยกกาํ ลัง เวลา 8 คาบ
แผนการจัดการเรยี นรูท ี่ 7 เร่อื ง สมบตั อิ ื่นๆ ของเลขยกกําลัง เวลา 5 คาบ
สอนมาแลว 3 คาบ ครั้งนส้ี อน 1 คาบ ขน้ั สอน 30 นาที
3. ครูใหน กั เรียนรว มกันอภิปรายถึงวธิ ีการหาคําตอบของปญหาในสถานการณขอ 4-5 ของแบบฝกหัด
เรอ่ื ง การนาํ สมบัติอืน่ ๆ ของเลขยกกําลังไปใชในการแกป ญ หา (1) 5.2 ในหนังสือเรียนหนา 252 วานร.ใชว ธิ ีการใด หาไดอยา งไร สมบตั ิใดท่นี ร.นํามาใช
ครผู ูสอนนางจนั ทรา บุญมปี ระเสริฐ
ในการแกปญหาและในการหาคาํ ตอบ
4. สมุ ตัวแทนนร.ออกมานาํ เสนอวธิ กี ารหาคําตอบท่ีได (ครคู อยแนะนาํ นร.เปนรายบคุ คลตามสถานการณ
ในหองเรยี น)
มาตรฐานการเรยี นรู้ 5. นักเรยี นและครชู ว ยกนั เฉลยแบบฝก หดั
ขน้ั สรุป 10 นาที
มาตรฐาน ค. 3.2 6. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปความรู
เขาใจความหลากหลายของการแสดงจาํ นวน ระบบ
จํานวน การดาํ เนินการของจํานวน ผลทเี่ กิดขน้ึ จากการดําเนนิ การ
สมบตั ิของการดําเนินการและนําไปใช
ตัวชีว้ ัด
ค 2.2 ม.2/1 สือ่ การเรยี นรู้
เขาใจและใชส มบตั ขิ องเลขยกกําลงั ทมี่ เี ลขชี้กาํ ลงั เปน
- แบบฝกหัด 5.2 ในหนังสอื เรียน หนา 252 ขอ 3
จาํ นวนเต็มในการแกปญ หาคณิตศาสตรแ ละปญ หาในชีวติ จริงได - แบบวัดทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ - แบบวัดคุณลักษณะอนั พึงประสงคทางคณิตศาสตร
การวดั และประเมินผล
• เขยี นแทนจํานวนท่ีมีคานอย ๆ หรอื มคี ามาก ๆ ใหอยใู นรูปสญั กรณ - ตรวจแบบฝกหดั 5.2 ในหนังสือเรียน หนา 252 ขอ 3
K วทิ ยาศาสตรไ ด
• นาํ สมบตั ิของเลขยกกําลังไปใชในการคํานวณและแกปญ หาได เกณฑก์ ารประเมนิ
• การใหเ หตผุ ล
P • การสอ่ื สารสอ่ื ความหมายแนวคดิ ในการหาคําตอบของปญหา
• การเช่ือมโยง
A • มีความรบั ผิดชอบตอ งานทไี่ ดร บั มอบหมาบ
• มคี วามมุงมนั่ ในการทาํ งาน
สาระสาํ คัญ
เลขยกกาลังทีม่ ีฐานเปนเลขยกกาลัง
เมื่อ a เปนจานวนใด ๆ ทไ่ี มใ ชศ ูนย m และ n เปน จานวนเตม็
จะได =
เลขยกกาลังทมี่ ีฐานอยูในรปู การคูณของจํานวนหลายจํานวน
จะได =
เลขยกกําลังทม่ี ีฐานอยใู นรปู การหารของจํานวนสองจาํ นวน
จะได
=
สมรรถนะของผ้เู รยี น ลงชอ่ื ………….…………………..ครูผูสอน
(นางจนั ทรา บุญมปี ระเสรฐิ )
- ความสามารถในการสอ่ื สารสื่อความหมาย ตําแหนง ครู คศ.๑
- ความสามารถในการใหเหตุผล
- ความสามารถในการแกปญหา
ลงชอ่ื ....................................หวั หนา งานวิชาการ ลงชอ่ื .........................................
(นายรัชภูมิ อยูก าํ เหนดิ ) (นายอศั วนิ คงเพ็ชรศักด)ิ์
ตาํ แหนง ครู คศ.๓ ผูอ ํานวยการสถานศกึ ษา
โรงเรยี นสาธติ เทศบาลเมอื งราชบรุ ี
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นาํ 10 นาที
1. แจง จุดประสงคก ารเรยี นรูและการวัดประเมนิ ผล
2. ครทู บทวนการดาํ เนินการของเลขยกกาํ ลัง สมบตั อิ ืน่ ๆ ของเลขยกกําลงั การเขียนจาํ นวนท่มี คี า มากๆ
แผนการจดั การเรียนรวู ชิ าคณิตศาสตร หรอื มคี านอ ยๆ ในรปู สญั กรณว ิทยาศาสตร ทีเ่ รยี นมาแลวโดยใหน ร.ชว ยกันหาผลลัพธในใบงาน
ช้นั มัธยมศึกษาปท่ี 2 รหัสวชิ า ค22101
หนวยการเรยี นรูท ี่ 5 เรอื่ ง สมบัตขิ องเลขยกกําลงั เวลา 8 คาบ ขั้นสอน 30 นาที
3. ครใู หนกั เรยี นแตล ะคนทํา “กิจกรรมทา ยบท : รหสั คํา ของขวัญวนั เกดิ ” ในหนงั สือเรยี น หนา 255
แผนการจัดการเรียนรูท ี่ 8 เรอื่ ง สมบัตอิ นื่ ๆ ของเลขยกกําลงั เวลา 5 คาบ เพือ่ ตรวจสอบความเขาใจเรอื่ งสมบัตขิ องเลขยกกาํ ลงั นกั เรยี นตองใชก ารคิดคํานวณในการหาคําตอบ
สอนมาแลว 4 คาบ คร้งั นี้สอน 1 คาบ
เรอ่ื ง การนาํ สมบัตอิ ่ืนๆ ของเลขยกกาํ ลังไปใชใ นการแกปญ หา (2) ของกระเบอ้ื งปริศนาแตละแผน จากนัน้ จงึ หาทางเดินไปในทิศทางของลูกศรท่ีมคี ําตอบทถ่ี ูกตอง
พรอมเกบ็ รหัสคาํ ที่เปน คําศัพทภาษาอังกฤษและแปลความหมาย
ครผู สู อนนางจนั ทรา บุญมปี ระเสริฐ 4. ครูใหน ักเรยี นชวยกันเฉลยคาํ ตอบของกระเบื้องปริศนาแตล ะแผน พรอมทง้ั อธิบายวิธคี ดิ จากน้ัน
ชว ยกนั สรปุ รหสั คําพรอมท้งั แปลความหมายของคํา สมุ ตัวแทนนร.ออกมานาํ เสนอวิธีการหาคาํ ตอบ
ทีไ่ ด
มาตรฐานการเรยี นรู้ 10 นาที
ขั้นสรปุ
มาตรฐาน ค. 3.2
เขาใจความหลากหลายของการแสดงจาํ นวน ระบบ 6. ครแู ละนักเรยี นรวมกนั สรุปความรู
จํานวน การดาํ เนนิ การของจาํ นวน ผลที่เกดิ ขึ้นจากการดําเนนิ การ สือ่ การเรยี นรู้
สมบตั ิของการดําเนินการและนาํ ไปใช
- ใบงานเร่ือง การเขยี นจํานวนในรูปสญั กรณวทิ ยาศาสตร
ตัวชีว้ ัด - กจิ กรรมทา ยบท : รหสั คาํ ของขวญั วันเกิด” ในหนงั สอื เรยี น หนา 255
- แบบวดั ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
ค 2.2 ม.2/1 - แบบวดั คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคทางคณิตศาสตร
เขาใจและใชส มบัตขิ องเลขยกกาํ ลังทีม่ เี ลขช้กี าํ ลงั เปน
การวัดและประเมนิ ผล
จาํ นวนเต็มในการแกป ญหาคณิตศาสตรแ ละปญ หาในชวี ิตจริงได - ใบงานเรอ่ื ง การเขยี นจํานวนในรูปสญั กรณวิทยาศาสตร
จุดประสงค์การเรยี นรู้ - ตรวจกิจกรรมทา ยบท : รหัสคํา ของขวัญวนั เกิด” ในหนังสือเรียน หนา 255
• เขียนแทนจํานวนทม่ี ีคานอย ๆ หรือมคี า มาก ๆ ใหอ ยูในรปู สัญกรณ เกณฑ์การประเมนิ
K วทิ ยาศาสตรไ ด
• นาํ สมบัติของเลขยกกําลงั ไปใชในการคํานวณและแกป ญ หาได
• การใหเหตุผล
P • การสอ่ื สารสอ่ื ความหมายแนวคดิ ในการหาคาํ ตอบของปญ หา
• การเชื่อมโยง
A • มีความรบั ผดิ ชอบตอ งานที่ไดรบั มอบหมาบ
• มคี วามมุง มัน่ ในการทาํ งาน
สาระสาํ คัญ
เลขยกกาลังทีม่ ีฐานเปนเลขยกกาลัง
เมือ่ a เปนจานวนใด ๆ ทีไ่ มใชศ นู ย m และ n เปน จานวนเต็ม
จะได =
เลขยกกาลังทมี่ ีฐานอยูใ นรปู การคณู ของจํานวนหลายจํานวน
จะได =
เลขยกกําลังทม่ี ีฐานอยใู นรปู การหารของจาํ นวนสองจํานวน
จะได
=
สมรรถนะของผเู้ รยี น ลงชอื่ ………….…………………..ครผู ูสอน
(นางจันทรา บญุ มีประเสริฐ)
- ความสามารถในการสอื่ สารสื่อความหมาย ตําแหนง ครู คศ.๑
- ความสามารถในการใหเหตุผล
- ความสามารถในการแกป ญหา
ลงช่ือ....................................หวั หนางานวิชาการ ลงช่อื .........................................
(นายรัชภูมิ อยูกําเหนิด) (นายอศั วนิ คงเพ็ชรศกั ด)ิ์
ตําแหนง ครู คศ.๓ ผอู ํานวยการสถานศึกษา
A
โรงเรยี นสาธิตเทศบาลเมืองราชบรุ ี
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นํา 10 นาที
1. แจงจุดประสงคการเรียนรแู ละการวดั ประเมินผล
2. ครทู บทวนเกย่ี วกบั นิพจน ทน่ี กั เรยี นเคยไดร ูจกั มาแลวจากบทสมการเชิงเสนตวั แปรเดยี ว ในชั้น
แผนการจดั การเรยี นรูวชิ าคณิตศาสตร มธั ยมศึกษาปท ี่ 1 เพอื่ นาํ ไปสูการแนะนาํ ใหนกั เรียนรจู ักเอกนาม
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 รหัสวชิ า ค22101
หนว ยการเรียนรทู ี่ 6 เร่อื ง พหุนาม เวลา 10 คาบ ข้ันสอน 30 นาที
3. ครใู หนักเรียนทาํ “กิจกรรมเสนอแนะ 6.1 : เขยี นไดอ ยา งไร” เพือ่ ใหนักเรียนเห็นตวั อยางการเขียน
แผนการจัดการเรียนรูท่ี 1 เรือ่ ง การบวกและลบเอกนาม เวลา 2 คาบ เอกนามแทนปริมาณในสถานการณตาง ๆ เหน็ การเชื่อมโยงระหวา งพีชคณิตกับเรขาคณิตอีกทง้ั ชว ยให
สอนมาแลว - คาบ ครัง้ น้สี อน 1 คาบ
เร่อื ง เอกนาม การเรียนรใู นเรือ่ งน้ีมีความหมายมากขึน้
4. ครูอธิบายใหน ักเรียนทราบวาเอกนามบางเอกนาม หรอื นพิ จนบ างนพิ จนอาจไมม ีตวั แปรปรากฏอยู
ครผู สู อนนางจนั ทรา บญุ มีประเสริฐ เชน -5 หรือไมมคี า คงตวั ปรากฏอยู เชน x ทั้ง -5 และ x เปนเอกนาม เพราะ -5 สามารถเขยี นอยใู นรปู
-5x0 ไดแ ละ x สามารถเขียนอยูในรูป × ได
มาตรฐานการเรยี นรู้ 5. ครคู วรยกตย.เอกนามท่ีคลา ยกนั เปน คู ๆ โดยเริ่มจากเอกนามทเ่ี ปนคาคงตัว เอกนามทม่ี ีตัวแปรเดยี ว
มดี ีกรีเปน 1, 2 หรือ 3 กอ น แลวจึงเพม่ิ ตัวแปรเปน สองตัวแปรและมดี ีกรสี ูงข้นึ เชน
มาตรฐาน ค. 1.2 6. ครใู ชการซักถาม จนนกั เรยี นสามารถสรปุ และยกตวั อยางเอกนามที่คลา ยกนั ได
เขาใจและวเิ คราะหแ บบรปู ความสัมพนั ธ ฟง กชนั ลําดับ 7. ครูช้ใี หน ักเรียนเห็นวา การหารูปทั่วไปในเรอ่ื งแบบรปู เปนอีกตัวอยา งหนง่ึ ของการนําเอกนามไปใช
ดังที่ปรากฏในชวนคดิ 6.1 ในหนงั สือเรยี น หนา 264 และครใู หน ักเรยี นไดฝก หารูปท่ัวไปท่ีอยใู นรูป
และอนุกรม และนาํ ไปใช ของเอกนามของแบบรูปตา ง ๆ ทห่ี ลากหลายนอกเหนอื จากในหนังสือเรยี น และยกตวั อยา งท่ีไมย าก
จนเกนิ ไป เพ่ือใหนกั เรยี นเกิดความคนุ เคย และเปน แนวทางในการหารปู ท่วั ไปของแบบรูปที่ยากข้ึน
8. ครใู ช “กจิ กรรม : ม…ี รูปอะไรบา ง” ในหนังสือเรยี น หนา 265 เพ่อื ใหน กั เรียนเกิดความคลองแคลวใน
ตวั ชีว้ ัด การพจิ ารณาวา เอกนามใดเปนเอกนามทคี่ ลายกัน ซึ่งเปนพ้นื ฐานท่สี ําคัญในการบวกและการลบ
เอกนามตอไป
ค 1.2 ม.2/1 9. ใหน ร.ทําใบงานที่ 1.1 เรื่อง เอกนาม และ1.2 เรอ่ื งสัมประสทิ ธิข์ องเอกนามเพ่อื ตรวจสอบความเขาใจ
เขาใจหลกั การการดําเนนิ การของพหนุ ามและใชพ หนุ าม 10. นกั เรียนและครชู วยกันเฉลยแบบฝกหัด
ขัน้ สรปุ 10 นาที
ในการแกป ญ หาคณติ ศาสตร
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 6. ครูและนักเรียนรว มกนั สรุปความรู
• บอกสัมประสิทธแิ์ ละตวั แปรของเอกนาม สื่อการเรยี นรู้
K • บอกไดว า เอกนามใดเปนเอกนามที่คลายกนั - กิจกรรมเสนอแนะ 6.1 : เขยี นไดอ ยางไร
- กจิ กรรม : มี…รปู อะไรบา ง” ในหนงั สอื เรยี น หนา 265
• การใหเหตุผล - ใบงานท่ี 1.1 เรือ่ ง เอกนาม และใบงาน 1.2 เรอ่ื งสมั ประสิทธ์ิของเอกนาม
- แบบวดั ทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
P • การสอ่ื สารสอ่ื ความหมายแนวคดิ ในการหาคาํ ตอบของปญ หา - แบบวดั คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคทางคณิตศาสตร
• การเชือ่ มโยง
- กใบางารนทว่ี 1.ัด1 เรแอื่ งลเอกะนาปม แรละะใบเงามน 1นิ .2 ผเรอ่ื งลสัมประสิทธข์ิ องเอกนาม
A • มีความรบั ผดิ ชอบตอ งานทีไ่ ดรบั มอบหมาบ
• มคี วามมงุ ม่นั ในการทาํ งาน เกณฑ์การประเมนิ
สาระสาํ คญั ลงชื่อ………….…………………..ครูผสู อน
(นางจนั ทรา บญุ มปี ระเสริฐ)
ขอ ความในรูปสญั ลกั ษณของการบวก การลบ การคูณ หรือการหาร ตาํ แหนง ครู คศ.๑
ของคาคงตัวและตวั แปรตางๆ เรียกวา นพิ จน
ลงชือ่ ....................................หัวหนา งานวชิ าการ ลงช่ือ .........................................
เอกนาม(monomial) คอื นิพจนท่ีสามารถเขียนไดใ นรูปการคูณ (นายรชั ภมู ิ อยกู ําเหนดิ ) (นายอัศวิน คงเพช็ รศักด)์ิ
ของคาคงตวั และตวั แปรตั้งแตห น่ึงตวั ขึ้นไป โดยท่เี ลขชีก้ าํ ลังของตวั แปรแตล ะตัว ตาํ แหนง ครู คศ.๓ ผอู ํานวยการสถานศึกษา
เปนศูนยหรือจาํ นวนเตม็ บวก
เอกนามประกอบดว ยสองสวน คือ สวนทีเ่ ปนคา คงตัวและสว นทอ่ี ยู
ในรูปของตัวแปรหรือการคณู กันของตัวแปรและเรียกสวนที่เปนคา คงตวั วา
สัมประสิทธิ์ของเอกนามและเรียกผลบวกของเลขชก้ี าลงั ของตวั แปรแตละตัวใน
เอกนามวา ดีกรีของเอกนาม
สมรรถนะของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการสอ่ื สารสอ่ื ความหมาย
- ความสามารถในการใหเหตุผล
โรงเรยี นสาธติ เทศบาลเมืองราชบรุ ี
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นํา 10 นาที
1. แจง จดุ ประสงคก ารเรยี นรูและการวดั ประเมนิ ผล
2. ครทู บทวนเกีย่ วกับสมั ประสิทธ์ิและดกี รขี องเอกนามที่เรยี นมาในชัว่ โมงทแ่ี ลววา สวนท่เี ปนคาคงตวั
แผนการจดั การเรียนรูวิชาคณติ ศาสตร เรียกวา สัมประสิทธิ์ และผลบวกของของเลขชก้ี าลังของตวั แปรทกุ ตัว เรียกวา ดีกรีของเอกนาม โดย
ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 2 รหัสวิชา ค22101
หนวยการเรยี นรูที่ 6 เร่อื ง พหุนาม เวลา 10 คาบ การยกตัวอยา งใหน ักเรยี นตอบ
แผนการจัดการเรียนรูท่ี 2 เร่อื ง การบวกและลบเอกนาม เวลา 2 คาบ 30 นาที
ขนั้ สอน
3. สําหรับการบวกเอกนาม ครูทบทวนการบวกจาํ นวนเตม็ กอ น หลังจากน้ันจึงยกตย. การบวกเอกนาม
สอนมาแลว 1 คาบ คร้งั นี้สอน 1 คาบ ทคี่ ลายกันดงั ตย.ที่ 1-2 หนา 266-267 ในหนังสือเรียน เพ่อื นําไปสกู ารสรปุ หลักเกณฑก ารบวกเอกนาม
เร่อื ง การบวกและการลบเอกนาม
ครูผสู อนนางจันทรา บญุ มีประเสริฐ ทคี่ ลา ยกันและใชก ารซกั ถามจนนักเรียนไดข อสรุปวา เอกนามท่สี ามารถบวกกันและไดผลบวกเปนเอก
นาม ตองเปนเอกนามท่ีคลายกนั และใชส มบัตกิ ารแจกแจงหาผลบวกเชน + =
+ = ครูอธิบายใหน ักเรียนทราบวา เนื่องจากเอกนามแทนจาํ นวน ดงั นัน้ จงึ ใช
สมบัติการสลบั ท่ี และสมบตั ิการเปลี่ยนหมูสาํ หรบั การบวกจาํ นวนใด ๆ มาใช ในการบวกเอกนามดว ย
มาตรฐานการเรยี นรู้ 4. สาํ หรบั การลบเอกนาม ครูทบทวนการลบจํานวนใด ๆ โดยกลาวถงึ การลบของจํานวนทั้งที่เปน
จํานวนเตม็ เศษสวน และทศนยิ ม แลว ครูจึงยกตย.การลบเอกนามที่คลายกนั ดังตย.ที่ 1-2 หนา 268-
มาตรฐาน ค. 1.2 269 ในหนงั สือเรยี น เพือ่ นาํ ไปสกู ารสรุปหลกั เกณฑก ารลบเอกนามทคี่ ลา ยกัน
เขาใจและวเิ คราะหแ บบรปู ความสมั พันธ ฟง กช ัน ลาํ ดับ 5. (ครแู จงใหนร.ทราบวา ถา นร.สามารถบวกลบเอกนามไดค ลอ งแลว นร.กไ็ มจําเปน ตองใชส มบัติการแจก
แจงก็ได)เชน นกั เรียนอาจเขียนไดเ ลยวา − = )
และอนกุ รม และนําไปใช
6. ใหนร.ทําใบงานที่ 2.1 เรอ่ื ง เอกนามคลายโดยใหนกั เรยี นจับคูเ อกนามท่คี ลายกันและใบงานที่ 2.2
เร่ือง การบวกและการลบเอกนามโดยใหน ักเรียนเติมคาํ ตอบการบวกและการลบเอกนามใหถูกตอ ง
ตวั ชี้วัด 7. นักเรียนและครชู ว ยกนั เฉลยแบบฝก หดั
10 นาที
ค 1.2 ม.2/1 ข้นั สรุป
เขาใจหลกั การการดาํ เนินการของพหุนามและใชพหนุ าม 3. ครูและนกั เรยี นรว มกันสรุปความรูโดยครูซักถามนักเรียนจากการสงั เกตการหาคาตอบของการบวกและ
การลบเอกนามคลา ย จนไดขอสรปุ ดงั ทีป่ รากฎในสาระสําคญั
ในการแกปญ หาคณิตศาสตร
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สือ่ การเรยี นรู้
K • หาผลบวกและผลลบของเอกนามได
- ตย.ที่ 1-2 หนา 266-267 ในหนังสือเรยี น
P • การใหเหตผุ ล - ตย.ที่ 1-2 หนา 268-269 ในหนังสือเรียน
• การสอ่ื สารสอ่ื ความหมายแนวคดิ ในการหาคําตอบของปญ หา - ใบงานที่ 2.1 เรอ่ื ง เอกนามคลา ยและใบงานท่ี 2.2 เรอ่ื ง การบวกและการลบเอกนาม
• การเช่ือมโยง - แบบวัดทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
- แบบวดั คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคทางคณิตศาสตร
A • มคี วามมุงมั่นในการทํางาน
- กใบางารนทว่ี 2.ดั 1 เรแื่องลเอกะนาปมครลายะแลเะมใบงนิ านทผี่ 2.ล2 เร่อื ง การบวกและการลบเอกนาม
เกณฑ์การประเมนิ
สาระสาํ คญั
เอกนามสองเอกนามคลา ยกนั ก็ตอ เมือ่
1) เอกนามทั้งสองมตี ัวแปรชุดเดยี วกัน และ
2) เลขชกี้ ําลังของตวั แปรตัวเดยี วกันในเอกนามเทากนั
ผลบวกของเอกนามที่คลา ยกนั
=(ผลบวกของสมั ประสทิ ธ)์ิ × (สว นท่อี ยูใ นรูปของตวั แปรหรอื การคณู กนั ของตวั แปร)
ผลลบของเอกนามทคี่ ลายกัน
=(ผลลบของสมั ประสทิ ธ)ิ์ × (สวนท่อี ยูใ นรปู ของตัวแปรหรือการคูณกนั ของตวั แปร)
ลงชอ่ื ………….…………………..ครูผสู อน
(นางจนั ทรา บญุ มปี ระเสรฐิ )
ตําแหนง ครู คศ.๑
สมรรถนะของผเู้ รยี น ลงชอ่ื ....................................หัวหนางานวชิ าการ ลงชื่อ .........................................
(นายรัชภูมิ อยูกําเหนิด) (นายอศั วิน คงเพช็ รศกั ด)์ิ
- ความสามารถในการส่ือสารสอื่ ความหมาย ตาํ แหนง ครู คศ.๓ ผอู ํานวยการสถานศึกษา
- ความสามารถในการใหเหตุผล
โรงเรยี นสาธิตเทศบาลเมอื งราชบรุ ี
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนํา 10 นาที
1. แจง จดุ ประสงคก ารเรียนรแู ละการวัดประเมินผล
2. ครูทบทวนการบวกเอกนาม โดยใชค าํ ถามใหนกั เรยี นแสดงความคดิ เหน็ เชน
แผนการจัดการเรยี นรูวชิ าคณติ ศาสตร 1) นกั เรียนสามารถหาผลบวกของ 5a กับ -2a แลว ไดค าํ ตอบเปนเอกนาม ไดหรอื ไม
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ี่ 2 รหัสวิชา ค22101
หนวยการเรยี นรทู ี่ 6 เรอ่ื ง พหุนาม เวลา 10 คาบ 2) นักเรยี นสามารถหาผลบวกของ 2x กับ 3y แลว ไดค าํ ตอบเปน เอกนาม ไดหรอื ไม
3) แตล ะนพิ จนตอไปน้ีจะเขยี นเปนเอกนามไดห รือไม เพราะเหตุใด
แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 3 เรื่อง การบวกและลบพหนุ าม เวลา 3 คาบ หลงั จากทนี่ กั เรยี นสงั เกตและบอกไดวา เอกนามทไี่ มคลายกัน
สอนมาแลว - คาบ ครงั้ น้ีสอน 1 คาบ
เรอื่ ง พหนุ าม เมอื่ นํามาบวกหรอื ลบกนั ผลลพั ธท ี่ไดจะไมเปนเอกนาม
ครูจึงใหค วามหมายของพหุนาม
ครูผูส อนนางจนั ทรา บุญมีประเสรฐิ 30 นาที
ข้ันสอน
3. เพือ่ ใหนกั เรียนเห็นตวั อยางทเี่ ปน รูปธรรมของพหนุ าม ครูยกตวั อยา งความยาวรอบรูปของรูปสเ่ี หลีย่ ม
มุมฉากที่มีความกวาง เปน x หนวยและความยาว เปน y หนว ยจะไดความยาวรอบรปู ของรปู สี่เหล่ียม
มาตรฐานการเรยี นรู้ มมุ ฉากเปน 2x + 2y หนว ย ซึง่ อยูในรูปพหนุ าม
4. ครูแนะนาํ ใหนักเรียนเขยี นพหุนามในรปู ผลสําเร็จ พรอ มท้ังยกตวั อยางดังตย.ที่ 1 หนา 271 จากนั้นครู
มาตรฐาน ค. 1.2 แนะนาํ ใหน ักเรยี นรูจักดกี รขี องพหุนาม
เขาใจและวเิ คราะหแ บบรูป ความสัมพันธ ฟงกช ัน ลาํ ดับ 5. ครูแบง นกั เรียนเปน กลมุ ละ 3-4 คน คละความสามารถ เกง ปานกลาง ออนและใหนักเรียนศึกษา
ใบความรทู ี่ 3 เรอ่ื ง พหุนาม และใหนกั เรยี นแตละกลุมระดมความคิดเห็นและรวมกันสรุปเก่ียวกับ
และอนุกรม และนําไปใช
นพิ จน ความหมายของเอกนาม สมั ประสิทธิ์และดีกรีของเอกนาม ทําลงในกระดาษปรุฟที่ครูแจกให
6. ครใู หตวั แทนกลุมแตละกลุมนําเสนอผลการอภิปรายหนาชัน้ เรยี นโดยครเู ช่ือมโยงแนวคิดของนักเรียน
ตวั ชี้วดั แตล ะกลุมและเพิม่ เตมิ ในสวนท่ียงั มขี อ บกพรอ ง
7. ใหน ักเรยี นแตละกลุมนาํ ขอ มลู ท่ีไดจ ากการอภิปรายมาอธิบายเกี่ยวกับเอกนามจนไดว า
ค 1.2 ม.2/1 1) นิพจนท ่เี ขียนในรูปเอกนามหรือในรูปการบวกของเอกนามตง้ั แตส องเอกนามข้ึนไปเรยี กวาพหุนาม
เขา ใจหลักการการดําเนินการของพหนุ ามและใชพ หุนาม 2) ผลบวกของเอกนาม คอื (ผลบวกของคา คงตวั ) คณู ดวย (สวนทอี่ ยใู นรปู การคูณของตัวแปร)
3) ผลลบของเอกนาม คอื (ผลลบของสมั ประสิทธ)์ิ คณู ดวย (สวนทีอ่ ยูในรปู การคณู ของตวั แปร)
ในการแกป ญ หาคณิตศาสตร 8. นักเรยี นทุกคนทําใบงานที่ 3 เร่อื ง พหุนามเพอ่ื ตรวจสอบความเขา ใจ
10 นาที
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ข้นั สรุป
3. ครูและนกั เรียนรว มกนั สรปุ ความรโู ดยครซู ักถามนักเรยี นดงั ที่ปรากฎในสาระสาํ คัญ
K • เขยี นพหุนามในรูปผลสาํ เร็จได สื่อการเรยี นรู้
P • การใหเหตผุ ล - ตย.ที่ 1 หนา 271 ในหนงั สือเรยี น
• การส่อื สารสือ่ ความหมายแนวคดิ ในการหาคาํ ตอบของปญหา - ใบความรูท ่ี 3 เร่ือง พหุนาม
• การเชื่อมโยง - ใบงานท่ี 3 เรือ่ ง พหุนาม
- แบบวัดทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
A • มีความมุง มนั่ ในการทํางาน - แบบวดั คุณลักษณะอันพึงประสงคทางคณิตศาสตร
การวัดและประเมินผล
- ใบงานท่ี 3 เรือ่ ง พหนุ าม
สาระสาํ คญั เกณฑ์การประเมนิ
นพิ จนท่อี ยใู นรูปเอกนาม หรอื เขยี นอยใู นรปู การบวกกันของเอกนาม
ตง้ั แตสองเอกนามข้ึนไปเรยี กวาพหุนาม (polynomial)
เราจะเรยี กเอกนามแตล ะตัวในพหุนาม วา พจน
กรณีทพี่ หุนามมีเอกนามทค่ี ลา ยกนั จะเรยี กเอกนามที่คลา ยกันวา
พจนทค่ี ลา ยกนั (like terms)
เรยี กพหุนามที่รวมพจนท ่ีคลายกันเขา ดวยกนั วา พหนุ ามในรปู ผลสาํ เรจ็
และเรยี กดีกรสี งู สดุ ของพจนใ นพหุนามในรปู ผลสําเร็จวา ดีกรขี องพหนุ าม
ลงชอื่ ………….…………………..ครผู ูสอน
(นางจนั ทรา บญุ มปี ระเสริฐ)
ตาํ แหนง ครู คศ.๑
สมรรถนะของผูเ้ รยี น ลงชอื่ ....................................หวั หนางานวชิ าการ ลงชือ่ .........................................
(นายรัชภูมิ อยูกําเหนิด) (นายอัศวิน คงเพ็ชรศกั ด)ิ์
- ความสามารถในการสอ่ื สารส่อื ความหมาย ตาํ แหนง ครู คศ.๓ ผอู าํ นวยการสถานศกึ ษา
- ความสามารถในการใหเ หตุผล
โรงเรยี นสาธิตเทศบาลเมอื งราชบรุ ี
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขนั้ นาํ 10 นาที
1. แจงจุดประสงคก ารเรียนรูและการวัดประเมนิ ผล
แผนการจดั การเรียนรวู ชิ าคณติ ศาสตร 2. ครสู นทนากับนักเรียนเพ่ือทบทวนเรื่องหลักเกณฑก ารบวกเอกนามพรอมยกตวั อยางประกอบ
ขนั้ สอน 30 นาที
ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 2 รหัสวชิ า ค22101 3. ครแู นะนาํ นักเรียนวา การหาคาตอบของพหนุ ามตามแนวนอน คือ การนําพหุนามท่คี ลา ยกนั มารวมกัน
หนว ยการเรียนรทู ่ี 6 เรอ่ื ง พหนุ าม เวลา 10 คาบ
แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี 4 เร่อื ง การบวกและลบพหนุ าม เวลา 3 คาบ โดยนาํ สัมประสิทธม์ิ าบวกหรือลบกันตามเคร่ืองหมาย จากนน้ั ครนู ําเสนอตวั อยา งที่ 1 และใหน ักเรียน
สงั เกตวธิ กี ารหาคาํ ตอบดงั น้ี
สอนมาแลว 1 คาบ ครั้งน้ีสอน 1 คาบ
เร่อื ง การบวกพหนุ าม
ครูผสู อนนางจันทรา บญุ มปี ระเสรฐิ
มาตรฐานการเรยี นรู้ 4. ครใู หน กั เรยี นสังเกตความสัมพันธการบวกในแนวตง้ั โดยจะตองใหพ จนท่ีคลายกนั อยูต รงกัน
ครูนาํ เสนอตวั อยา งท่ี 2 ดงั น้ี
มาตรฐาน ค. 1.2
เขาใจและวิเคราะหแบบรปู ความสมั พันธ ฟงกชนั ลําดับ
และอนกุ รม และนําไปใช
ตัวชี้วดั 5. ใหน ักเรียนสังเกตและชว ยกันคดิ แสดงวิธที ําตามโจทยใ นตัวอยางท่ี 3 ดังน้ี
ค 1.2 ม.2/1 6. ครแู บง นกั เรยี นเปนกลมุ ละ 3-4 คน คละความสามารถ เกง ปานกลาง ออน ใหน กั เรยี นศึกษาใบความรู
เขา ใจหลักการการดาํ เนนิ การของพหนุ ามและใชพหุนาม ท่ี 4 เร่ือง การบวกพหุนาม และระดมความคิดเห็นและรวมกันสรปุ เก่ยี วกับหลกั เกณฑก ารบวกพหุนาม
7. ครใู หต ัวแทนกลมุ แตละกลมุ นาเสนอผลการอภิปรายหนาช้นั เรยี นโดยครูเชอ่ื มโยงแนวคิดของนักเรียน
ในการแกป ญ หาคณิตศาสตร แตละกลมุ และเพิม่ เติมในสวนทยี่ ังมีขอบกพรอ ง
8. ใหน ักเรยี นแตละกลุม นําขอ มูลที่ไดจ ากการอภิปรายมาอธิบายเกี่ยวกับพหุนามจนไดวาการนําพจน
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ทีค่ ลายกนั มาบวกกนั โดยการนาํ สมั ประสิทธมิ์ าบวกกนั แลวคณู ดวยสวนทีอ่ ยใู นรปู ของตัวแปร จะ
เทากับการหาผลบวกของพหุนาม
K • นกั เรียนสามารถหาผลบวกของพหนุ ามทีก่ ําหนดใหได 9. ใหนกั เรียนทุกคนทําใบงานที่ 4 เรื่อง การบวกพหนุ ามเพอ่ื ตรวจสอบความเขา ใจ
ข้ันสรุป 10 นาที
P • การใหเหตผุ ล 10. ครูและนกั เรียนรว มกนั สรปุ ความรู
• การส่อื สารส่ือความหมายแนวคดิ ในการหาคาํ ตอบของปญ หา
• การเช่อื มโยง สื่อการเรยี นรู้
A • มคี วามมงุ มั่นในการทาํ งาน - ใบความรูท่ี 3 เรื่อง พหนุ าม
- ใบงานที่ 4 เร่ือง การบวกพหุนาม
- แบบวดั ทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
- แบบวัดคุณลกั ษณะอันพึงประสงคทางคณิตศาสตร
สาระสาํ คัญ การวดั และประเมินผล
นิพจนท ี่เขียนในรูปเอกนามหรอื ในรปู การณบ วกของเอกนามต้ังแต - ใบงานท่ี 4 เร่อื ง การบวกพหนุ าม
สองเอกนามข้นึ ไปเรียกวา พหุนาม
เกณฑ์การประเมนิ
การนาํ พจนท ีค่ ลา ยกันมาบวกกนั โดยการนาํ สมั ประสทิ ธิ์
มาบวกกนั แลว คูณดวยสว นทอ่ี ยูในรปู ของตัวแปรจะเทากบั การหาผลบวก
ของพหุนาม
การหาผลบวกของพหุนาม ทาไดโดยนาํ พหนุ ามมาเขยี นในรูปการ
บวกและถามีพจนท่ีคลา ยกัน ใหบ วกพจนท ่คี ลา ยกันเขาดว ยกัน
ลงชอ่ื ………….…………………..ครูผสู อน
(นางจันทรา บญุ มปี ระเสริฐ)
ตาํ แหนง ครู คศ.๑
สมรรถนะของผู้เรยี น ลงชอื่ ....................................หวั หนา งานวชิ าการ ลงชอ่ื .........................................
(นายรชั ภมู ิ อยูกําเหนิด) (นายอัศวนิ คงเพ็ชรศกั ด)์ิ
- ความสามารถในการส่อื สารสื่อความหมาย ตําแหนง ครู คศ.๓ ผูอํานวยการสถานศกึ ษา
- ความสามารถในการใหเ หตุผล
โรงเรยี นสาธิตเทศบาลเมอื งราชบรุ ี
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้นั นํา 10 นาที
1. แจงจุดประสงคก ารเรยี นรแู ละการวดั ประเมินผล
แผนการจัดการเรยี นรวู ชิ าคณิตศาสตร 2. ทบทวนการลบจํานวนเตม็ และการบวกพหนุ าม
ชัน้ มธั ยมศึกษาปท่ี 2 รหสั วิชา ค22101 30 นาที
ขน้ั สอน
3. ครแู บง นกั เรยี นเปน กลุมละ 3-4 คน คละความสามารถ เกง ปานกลาง ออ น ใหน ักเรยี นศึกษาใบความรู
หนว ยการเรยี นรทู ี่ 6 เรื่อง พหนุ าม เวลา 10 คาบ ท่ี 5 เรอ่ื ง การลบพหุนาม และระดมความคิดเหน็ และรว มกันสรปุ เกยี่ วกับหลักเกณฑก ารลบพหนุ าม
แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 5 เรอ่ื ง การบวกและลบพหนุ าม เวลา 3 คาบ
สอนมาแลว 2 คาบ คร้งั น้ีสอน 1 คาบ 4. ครูใหต ัวแทนกลมุ แตล ะกลมุ นําเสนอผลการอภิปรายหนา ชน้ั เรยี นโดยครเู ชอ่ื มโยงแนวคิดของนักเรียน
แตล ะกลมุ และเพ่ิมเติมในสว นที่ยังมีขอบกพรอง
เรอื่ ง การลบพหุนาม 8. ใหนกั เรยี นแตล ะกลมุ นาํ ขอมูลที่ไดจ ากการอภิปรายมาอธิบายเก่ียวกับการลบพหุนามจนไดว า
ครูผสู อนนางจนั ทรา บญุ มปี ระเสริฐ
การหาคาํ ตอบของการลบพหุนามดว ยพหนุ าม สามารถทําไดโ ดยการบวกพหุนามทเ่ี ปน ตัวตงั้ ดว ย
จํานวนตรงขามของพจนแ ตละพจนข องพหุนามที่เปน ตัวลบ
9. ใหนกั เรยี นทุกคนทําใบงานที่ 5 เรอ่ื ง การลบพหุนามเพอื่ ตรวจสอบความเขา ใจ
มาตรฐานการเรยี นรู้ ขน้ั สรปุ 10 นาที
10. ครูและนักเรียนรวมกนั สรปุ ความรู
มาตรฐาน ค. 1.2
เขา ใจและวิเคราะหแบบรูป ความสัมพันธ ฟง กช นั ลาํ ดับ
และอนกุ รม และนาํ ไปใช
ตวั ชี้วดั สื่อการเรยี นรู้
ค 1.2 ม.2/1 - ใบความรทู ี่ 5 เรอื่ ง การลบพหุนาม
เขา ใจหลกั การการดาํ เนินการของพหุนามและใชพหนุ าม - ใบงานท่ี 5 เรอื่ ง การลบพหุนาม
- แบบวัดทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
ในการแกปญ หาคณติ ศาสตร - แบบวัดคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคทางคณิตศาสตร
จุดประสงค์การเรยี นรู้ การวดั และประเมินผล
- ใบงานที่ 5 เร่ือง การลบพหนุ าม
K • นกั เรยี นสามารถหาผลลบของพหนุ ามที่กําหนดใหไ ด เกณฑก์ ารประเมนิ
P • การใหเหตุผล
• การสอ่ื สารส่อื ความหมายแนวคดิ ในการหาคาํ ตอบของปญหา
• การเชอื่ มโยง
A • มคี วามมงุ มนั่ ในการทาํ งาน
สาระสาํ คัญ ลงชือ่ ………….…………………..ครผู สู อน
(นางจนั ทรา บญุ มปี ระเสรฐิ )
นิพจนที่เขยี นในรูปเอกนามหรือในรปู การบวกของเอกนามตง้ั แตส อง ตําแหนง ครู คศ.๑
เอกนามขนึ้ ไปเรยี กวา พหนุ าม
การนําพจนที่คลายกันมาบวกกัน โดยการนําสมั ประสิทธ์มิ าบวกกนั แลว คูณดวย ลงช่อื ....................................หวั หนา งานวิชาการ ลงช่ือ .........................................
สว นท่ีอยใู นรูปของตวั แปร จะเทากบั การหาผลบวกของพหนุ าม (นายรัชภูมิ อยกู าํ เหนิด) (นายอัศวิน คงเพช็ รศกั ด)์ิ
ตาํ แหนง ครู คศ.๓ ผูอํานวยการสถานศกึ ษา
การหาคาํ ตอบของการลบพหนุ ามดวยพหุนาม สามารถทาํ ไดโ ดย
การบวกพหุนามท่เี ปนตัวตั้งดวยจํานวนตรงขามของพจนแตละพจนข อง
พหุนามท่ีเปน ตวั ลบ
การหาผลลบของพหนุ าม
พหนุ ามตัวตงั้ –พหนุ ามตวั ลบ = พหนุ ามตัวตั้ง+พหนุ ามตรงขามของพหนุ ามตัวลบ
สมรรถนะของผเู้ รยี น
- ความสามารถในการส่อื สารสอื่ ความหมาย
- ความสามารถในการใหเหตุผล
โรงเรยี นสาธติ เทศบาลเมอื งราชบรุ ี
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นาํ 10 นาที
1. แจง จดุ ประสงคการเรียนรแู ละการวดั ประเมนิ ผล
2. ครทู บทวนการคูณจํานวนเต็มและสมบัติของการคูณเลขยกกําลัง เพื่อเตรียมความพรอมใหกับนักเรียน
แผนการจดั การเรยี นรวู ชิ าคณิตศาสตร สาํ หรับนําไปใชในการหาผลคณู ของพหุนาม
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท ่ี 2 รหสั วิชา ค22101
หนว ยการเรียนรูท่ี 6 เร่ือง พหนุ าม เวลา 10 คาบ ขั้นสอน 30 นาที
3. ครอู ธิบายการคูณเอกนามกับเอกนาม พรอ มทั้งยกตวั อยางประกอบ เพ่ือใหไดข อ สรุปวา ในการหา
แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 6 เรื่อง การคูณพหุนาม เวลา 3 คาบ ผลคูณระหวา งเอกนามกับเอกนามนัน้ ใหนาํ คาคงตวั ในแตล ะเอกนามมาคูณกัน และนาํ ตัวแปรในแตละ
สอนมาแลว - คาบ คร้งั น้ีสอน 1 คาบ
เรื่อง การคณู ระหวางเอกนามกบั เอกนามและเอกนามกบั พหนุ าม เอกนามมาคูณกนั โดยใชส มบตั ิของเลขยกกําลงั
เชน
ครูผูสอนนางจนั ทรา บญุ มปี ระเสรฐิ
มาตรฐานการเรยี นรู้ 4. ครอู ภิปรายรว มกับนักเรียนเก่ียวกบั การคูณเอกนามกบั พหุนาม พรอ มท้งั ยกตวั อยางประกอบ เพ่อื ใหได
มาตรฐาน ค. 1.2 ขอ สรปุ วาในการหาผลคูณระหวางเอกนามกับพหุนามทําไดโ ดยใชส มบตั กิ ารแจกแจง และใชห ลกั การ
คณู เอกนาม เชน
เขา ใจและวิเคราะหแ บบรปู ความสมั พนั ธ ฟง กชนั ลาํ ดบั
และอนกุ รม และนําไปใช
5. ใหน ักเรยี นศึกษาใบความรทู ี่ 6 เร่อื ง การคณู พหนุ ามและระดมความคดิ เหน็ และรว มกนั สรปุ เก่ียวกบั
หลกั เกณฑก ารคูณพหนุ ามและครูสมุ ใหต วั แทนนร.นาํ เสนอผลการอภิปรายหนา ช้ันเรียนโดยครู
ตวั ชีว้ ัด เชอ่ื มโยงแนวคดิ ของนกั เรียนเพิม่ เติมในสวนทย่ี ังมีขอ บกพรอง
6. ใหน กั เรยี นทุกคนทาํ นักเรียนทกุ คนทาํ ใบงานที่ 6 เพ่อื ตรวจสอบความเขา ใจ
ค 1.2 ม.2/1 7. ครูและนร.รวมกันเฉลย
เขาใจหลักการการดาํ เนนิ การของพหุนามและใชพ หุนาม ขั้นสรปุ 10 นาที
10. ครูและนกั เรยี นรว มกนั สรปุ ความรู
ในการแกปญ หาคณติ ศาสตร
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ สื่อการเรยี นรู้
- ใบความรทู ี่ 6 เรอ่ื ง การคณู พหุนาม (1)
K• - ใบงานท่ี 6 เร่ือง การคณู พหนุ าม (1)
นักเรยี นสามารถหาผลคณู ระหวา งเอกนามกับพหุนามท่ีกําหนดใหได - แบบวัดทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
- แบบวดั คุณลกั ษณะอันพึงประสงคทางคณิตศาสตร
P • การใหเหตุผล การวดั และประเมินผล
• การส่อื สารส่ือความหมายแนวคดิ ในการหาคําตอบของปญหา
• การเชือ่ มโยง - ใบงานที่ 6 เรือ่ ง การคณู พหุนาม (1)
A • มคี วามมงุ มน่ั ในการทาํ งาน เกณฑ์การประเมนิ
สาระสําคญั ลงช่ือ………….…………………..ครูผูส อน
(นางจนั ทรา บญุ มีประเสรฐิ )
นพิ จนท ีเ่ ขยี นในรปู เอกนามหรอื ในรปู การบวกของเอกนามตั้งแตสอง ตําแหนง ครู คศ.๑
เอกนามขึ้นไปเรียกวา พหนุ าม
ลงช่ือ....................................หัวหนา งานวิชาการ ลงชอื่ .........................................
การคูณพหุนาม จะใชสมบตั ติ างๆ ในระบบจาํ นวนจรงิ เชน สมบัติ (นายรัชภูมิ อยกู าํ เหนดิ ) (นายอัศวิน คงเพช็ รศกั ด)์ิ
การแจกแจง สมบตั กิ ารสลบั ท่ี สมบัตกิ ารเปลยี่ นหมู ซึ่งมีคา เทา กบั การนาํ ตําแหนง ครู คศ.๓ ผอู ํานวยการสถานศึกษา
แตล ะพจนข องพหุนามหนึ่งไปคูณทุกพจนของอีกพหุนามหนึง่ แลว นําพจน
ที่คลา ยกนั มารวมกนั
การคณู เอกนามกับเอกนามทาํ ไดโดยนําคาคงตวั ในแตละเอกนาม
มาคูณกันและนําตวั แปรแตละเอกนามมาคณู กันโดยใชสมบตั ขิ องเลขยกกาํ ลัง
การหาผลคณู ระหวางเอกนามกับพหุนาม ทาํ ไดโ ดยใชสมบัติ
การแจกแจงและหลกั การคณู เอกนาม
สมรรถนะของผ้เู รยี น
- ความสามารถในการส่อื สารส่อื ความหมาย
- ความสามารถในการใหเ หตุผล
โรงเรยี นสาธิตเทศบาลเมอื งราชบรุ ี
กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นาํ 10 นาที
1. แจงจดุ ประสงคการเรียนรแู ละการวดั ประเมนิ ผล
2. ครูทบทวนการคูณระหวา งเอกนามกับเอกนามและการคณู ระหวางเอกนามกับพหุนาม
แผนการจัดการเรยี นรูว ิชาคณติ ศาสตร ขั้นสอน 30 นาที
ช้ันมัธยมศกึ ษาปท่ี 2 รหัสวชิ า ค22101
หนว ยการเรยี นรทู ่ี 6 เรื่อง พหนุ าม เวลา 10 คาบ 3. ครอู ภิปรายรวมกบั นกั เรยี นเก่ียวกบั การคูณพหุนามกับพหุนามพรอมทงั้ ยกตวั อยา ง 3-6 หนา 286-287
ประกอบ เพอ่ื ใหไดขอสรปุ วา ในการหาผลคณู ระหวางพหุนามกับพหุนามทาํ ไดโ ดยใชสมบัติ
แผนการจดั การเรียนรูท ่ี 7 เรื่อง การคูณพหุนาม เวลา 3 คาบ การแจกแจง และใชห ลกั การคณู เอกนามกบั พหนุ ามนอกจากนี้ ครชู ้ใี หน ักเรียนสังเกตวิธีใชพหนุ ามใด
สอนมาแลว 1 คาบ ครง้ั น้สี อน 1 คาบ
เร่อื ง การคูณระหวา งพหนุ ามกับพหนุ าม พหนุ ามหน่ึงเปน ตัวตัง้ และอีกพหุนามหนึ่งเปนตวั คูณโดยใชสมบัตกิ ารแจกแจง ทั้งน้ี ครใู ชเ สนโยง
ใหเ ห็นพจนท ่ีคณู กันโดยแยกพจิ ารณาการคณู ทีละขั้นตอน แลวนําผลคณู ที่ไดม าบวกกนั
ครูผูสอนนางจันทรา บุญมปี ระเสรฐิ เชน การหาผลคณู ของ x + 2 กับ x – 5 ดงั น้ี
มาตรฐานการเรยี นรู้ 3. ครูใหน ักเรยี นฝก ทกั ษะการคูณ โดยดาวนโหลดไฟล GSP ท่มี ุมเทคโนโลยี ในหนงั สอื เรยี น หนา 288
มาตรฐาน ค. 1.2 เพื่อใชเ ปน ส่อื การสอนในการฝก การคูณพหุนาม แลวใหน ักเรียนสงั เกตวาผลคูณของพหุนามดกี รีหน่ึง
แตล ะพจนเ กี่ยวขอ งกับจํานวนใดทค่ี ณู กัน ครูชใ้ี หน ักเรยี นเห็นแบบรูปการคณู จากผลคณู
เขา ใจและวิเคราะหแ บบรูป ความสัมพันธ ฟง กช นั ลําดบั เชน (x – 3)(x + 4) ดงั น้ี
และอนุกรม และนําไปใช
ตวั ชีว้ ดั 5. ใหนักเรียนใหน ักเรยี นทกุ คนทาํ นักเรยี นทกุ คนทาํ แบบฝกหัด6.3 ข. ขอ 1-2 (ขอค)ู ในหนงั สือเรียน
หนา 288 เพอ่ื ตรวจสอบความเขา ใจ
ค 1.2 ม.2/1 6. ครแู ละนร.รวมกนั เฉลย
เขา ใจหลกั การการดาํ เนนิ การของพหุนามและใชพ หนุ าม ข้ันสรุป 10 นาที
10. ครูและนักเรียนรว มกนั สรปุ ความรู
ในการแกปญ หาคณิตศาสตร
สื่อการเรยี นรู้
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- แบบฝก หดั 6.3 ข. ขอ 1-2 (ขอค)ู ในหนังสือเรียนหนา 288
K • นักเรียนสามารถหาผลคูณของพหนุ ามทีก่ าํ หนดใหได - แบบวัดทกั ษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
- แบบวัดคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคทางคณิตศาสตร
P • การใหเ หตผุ ล การวัดและประเมนิ ผล
• การส่อื สารส่อื ความหมายแนวคดิ ในการหาคาํ ตอบของปญ หา
• การเชื่อมโยง - ใบงานที่ 6 เรอื่ ง การคูณพหุนาม (1)
A • มีความมุงมน่ั ในการทํางาน เกณฑก์ ารประเมนิ
สาระสําคญั
การหาผลคณู ระหวา่ งพหนุ ามกบั พหนุ าม ทาํ ไดโ้ ดยคณู แตล่ ะพจน์
ของพหนุ ามหนึง่ กบั ทกุ ๆพจนข์ องพหนุ ามหนง่ึ แลว้ นาํ ผลคณู เหลา่ นนั้ มาบวกกนั
ลงช่อื ………….…………………..ครผู ูสอน
(นางจนั ทรา บญุ มีประเสรฐิ )
ตําแหนง ครู คศ.๑
สมรรถนะของผู้เรยี น ลงช่ือ....................................หวั หนา งานวชิ าการ ลงชื่อ .........................................
(นายรัชภูมิ อยูกําเหนิด) (นายอัศวิน คงเพช็ รศักด)์ิ
- ความสามารถในการส่ือสารสอ่ื ความหมาย ตาํ แหนง ครู คศ.๓ ผอู ํานวยการสถานศกึ ษา
- ความสามารถในการใหเหตุผล
โรงเรยี นสาธิตเทศบาลเมอื งราชบรุ ี
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นํา 10 นาที
1. แจง จดุ ประสงคการเรยี นรแู ละการวัดประเมินผล
2. ครทู บทวนการคณู ระหวา งเอกนามกบั เอกนามและการคูณระหวา งเอกนามกับพหุนาม
แผนการจัดการเรยี นรูวชิ าคณิตศาสตร ขัน้ สอน 30 นาที
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที่ 2 รหัสวชิ า ค22101
หนวยการเรยี นรทู ี่ 6 เร่ือง พหนุ าม เวลา 10 คาบ 3. ครใู ช “กิจกรรมเสนอแนะ 6.3 ก : พหนุ ามกับพน้ื ท่”ี ในคมู อื ครู หนา 396 ประกอบการเรยี นการสอน
เพื่อใหน กั เรยี นเห็นภาพการคูณพหุนามเปนรปู ธรรมโดยใชพ ้ืนท่ีของรูปสี่เหลี่ยมมมุ ฉาก หลังจากนนั้ จึง
แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 8 เรอ่ื ง การคณู พหนุ าม เวลา 3 คาบ ใหน ักเรยี นทาํ แบบฝก หดั 6.3 ข ขอ 4 หนา 289 ขอ 1-2 ซงึ่ เปน การหาพน้ื ท่ขี องรูปท่ซี ับซอนมากขึน้
สอนมาแลว 2 คาบ คร้งั นสี้ อน 1 คาบ
เร่อื ง การคณู พหนุ าม 4. ครใู ช ชวนคิด 6.7 ในหนังสอื เรยี น หนา 290 โดยใหนักเรยี นสงั เกตแบบรปู ท่กี าํ หนดให จากนน้ั รวมกนั
อภิปรายวาเพราะเหตใุ ดขา วสวยและขา วหอมจึงตอบเชนนั้น โดยครูอาจชวยชปี้ ระเด็นใหนักเรยี นเหน็
ครูผูสอนนางจันทรา บญุ มีประเสรฐิ วา เราสามารถจัดเรียงชิ้นสว นในแตละรปู ใหอยูในลักษณะท่ตี า งไปจากเดมิ โดยทีจ่ าํ นวนช้นิ สว น
ในแตละรูปยงั คงเดมิ ได ซ่งึ การจัดเรียงชิ้นสว นใหมน ้ี ในบางครง้ั จะชว ยใหเราหารูปทั่วไปของแบบรูป
นนั้ ไดง ายข้ึน เชน อาจจัดเรียงชิ้นสว นใหอยูในรปู แบบใหมไดเปน
มาตรฐานการเรยี นรู้
จะพบวา เม่อื จัดเรยี งชน้ิ สวนในลักษณะนจี้ ะทาํ ใหม องไดง ายวา ในรูปท่ี n จะมชี นิ้ สวน
มาตรฐาน ค. 1.2
เขา ใจและวิเคราะหแ บบรูป ความสัมพันธ ฟง กช ัน ลําดบั
และอนุกรม และนําไปใช
ทงั้ หมด + รปู
5. ใหน ักเรยี นทกุ คนทําแบบฝกหดั 6.3 ข ขอ 4 (ขอ 3-4) หนา 289ในหนงั สือเรยี น เพอ่ื ตรวจสอบ
ตัวชีว้ ดั ความเขา ใจ
6. ครูและนร.รวมกันเฉลย
ค 1.2 ม.2/1 ขน้ั สรปุ 10 นาที
เขา ใจหลกั การการดาํ เนนิ การของพหุนามและใชพ หุนาม 10. ครแู ละนักเรยี นรวมกันสรุปความรู
ในการแกปญ หาคณติ ศาสตร
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ สือ่ การเรยี นรู้
K • นกั เรียนสามารถหาผลคณู ของพหนุ ามที่กาํ หนดใหได
- แบบฝกหดั 6.3 ข ขอ 4 (ขอ 3-4) หนา 289
- แบบวดั ทกั ษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
- แบบวัดคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคทางคณิตศาสตร
P • การใหเ หตุผล การวัดและประเมินผล
• การส่อื สารสอื่ ความหมายแนวคดิ ในการหาคําตอบของปญ หา
• การเชอื่ มโยง - แบบฝกหัด 6.3 ข ขอ 4 (ขอ 3-4) หนา 289
A • มีความมุง มัน่ ในการทํางาน เกณฑก์ ารประเมนิ
สาระสาํ คญั
การหาผลคณู ระหวา่ งพหนุ ามกบั พหนุ าม ทาํ ไดโ้ ดยคณู แตล่ ะพจน์
ของพหนุ ามหนึง่ กบั ทกุ ๆพจนข์ องพหนุ ามหนงึ่ แลว้ นาํ ผลคณู เหลา่ นน้ั มาบวกกนั
ลงช่อื ………….…………………..ครูผสู อน
(นางจนั ทรา บญุ มีประเสริฐ)
ตําแหนง ครู คศ.๑
สมรรถนะของผู้เรยี น ลงช่ือ....................................หวั หนางานวิชาการ ลงช่ือ .........................................
(นายรชั ภูมิ อยูกําเหนดิ ) (นายอัศวิน คงเพช็ รศักด)์ิ
- ความสามารถในการสอ่ื สารส่ือความหมาย ตาํ แหนง ครู คศ.๓ ผอู าํ นวยการสถานศึกษา
- ความสามารถในการใหเ หตุผล
โรงเรยี นสาธิตเทศบาลเมอื งราชบรุ ี
กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขน้ั นํา 10 นาที
1. แจงจดุ ประสงคก ารเรยี นรแู ละการวัดประเมนิ ผล
2. ครูทบทวนการหารจํานวนเต็มและสมบัติของการหารเลขยกกําลัง เพื่อเตรียมความพรอมใหนักเรียน
แผนการจดั การเรียนรวู ชิ าคณิตศาสตร นาํ ความรูนน้ั มาใชในการหารพหุนาม
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปท ่ี 2 รหสั วิชา ค22101
หนว ยการเรียนรูท่ี 6 เรอ่ื ง พหุนาม เวลา 10 คาบ ขั้นสอน 30 นาที
3. ครูอธิบายการหารเอกนามดวยเอกนาม พรอมทั้งยกตัวอยางประกอบ เพ่ือใหไดขอสรุปวา การหาร
แผนการจดั การเรยี นรูท่ี 9 เรือ่ ง การหารพหนุ าม เวลา 2 คาบ เอกนามดวยเอกนามทําไดโดยการนําคาคงตัวในแตละเอกนามมาหารกันและและนําตัวแปรในแตละ
สอนมาแลว - คาบ ครงั้ น้สี อน 1 คาบ
เร่ือง การหารเอกนามดว ยเอกนามและการหารพหนุ ามดว ยเอกนาม เอกนามมาหารกันโดยใชส มบัตขิ องเลขยกกาํ ลัง
4. ครูทบทวนการบวก และการลบเศษสวนที่มีตัวสวนเทากัน เพราะการหารพหุนามดวยเอกนามตองมี
กพาหรุนเาปมลด่ียวนยรเูอปกขนอางมพหพุนรอามมทเัง้ ชยนกต ัว + อ ย าง=ปร ะ ก+อบ เ พ่อื ,ใ ห − ไ ด ข อ=สร ุป ว−าใน กาจราหกานรั้พนคหรุนูอาธมิบดาวยยกเอากรนหาามร
ครผู ูส อนนางจนั ทรา บุญมีประเสริฐ นัน้ จะหารแตล ะพจนดว ยเอกนาม แลว นําผลหารเหลา น้ันมาบวกกัน เชน
มาตรฐานการเรยี นรู้ ครูแนะนําใหน กั เรียนตรวจสอบคําตอบท่ไี ดจากการหารพหนุ ามโดยใชความสัมพันธ ดังน้ี
ตัวหาร × ผลหาร = ตัวตัง้
มาตรฐาน ค. 1.2
เขา ใจและวิเคราะหแ บบรูป ความสัมพนั ธ ฟงกชัน ลาํ ดบั
และอนกุ รม และนําไปใช
ตวั ชี้วัด 5. ใหนกั เรียนทุกคนทําแบบฝกหัด 6.4 ก ในหนังสอื เรยี น หนา 292 เพ่ือตรวจสอบความเขาใจ
6. ครแู ละนร.รว มกนั เฉลย
ค 1.2 ม.2/1 ข้นั สรุป 10 นาที
เขาใจหลกั การการดาํ เนนิ การของพหุนามและใชพหุนาม 10. ครแู ละนักเรยี นรว มกันสรุปความรู
ในการแกป ญ หาคณติ ศาสตร
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สื่อการเรยี นรู้
K • หาผลลัพธจากการหารพหุนามดวยเอกนามท่กี ําหนดใหไ ด - แบบฝก หัด 6.4 ก ในหนงั สือเรียน หนา 292
P • การใหเหตผุ ล - แบบวัดทักษะและกระบวนการทางคณติ ศาสตร
- แบบวัดคุณลกั ษณะอนั พึงประสงคทางคณิตศาสตร
• การส่อื สารสื่อความหมายแนวคดิ ในการหาคําตอบของปญ หา
• การเชือ่ มโยง การวัดและประเมนิ ผล
A • มีความมุง มน่ั ในการทํางาน - แบบฝกหัด 6.4 ก ในหนงั สอื เรยี น หนา 292
สาระสาํ คญั เกณฑ์การประเมนิ
นิพจนท์ ี่เขียนในรูปเอกนามหรือในรูปการบวกของเอกนามตง้ั แต่สอง ลงชอื่ ………….…………………..ครผู ูสอน
เอกนามขนึ้ ไปเรยี กวา่ พหนุ าม (นางจันทรา บุญมีประเสริฐ)
ตําแหนง ครู คศ.๑
การหารเอกนามดว้ ยเอกนาม
ถา้ ไดผ้ ลหารเป็นเอกนามจะกลา่ ววา่ การหารนน้ั เป็นการหารลงตวั ลงชื่อ....................................หวั หนางานวิชาการ ลงช่ือ .........................................
ซง่ึ เป็นไปตามความสมั พนั ธ์ ดงั นี้ (นายรชั ภมู ิ อยกู าํ เหนดิ ) (นายอศั วนิ คงเพช็ รศักด)ิ์
ตําแหนง ครู คศ.๓ ผูอํานวยการสถานศึกษา
ตวั หาร × ผลหาร = ตวั ตง้ั
การหารพหนุ ามดว้ ยเอกนาม
เป็นการหารแตล่ ะพจนข์ องพหนุ ามดว้ ยเอกนาม แลว้ นาผลหาร
เหลา่ นน้ั มาบวกกนั และเมือ่ ไดผ้ ลหารเป็นพหนุ าม จะกลา่ ววา่ การหารนน้ั เป็น
การหารลงตวั ซง่ึ เป็นไปตามความสมั พนั ธ์ ดงั นี้
ตวั หาร × ผลหาร = ตวั ตง้ั
การหารพหนุ ามดว้ ยเอกนาม ใหน้ าํ ตวั หารไปหารทกุ พจนข์ องตวั ตง้ั
แลว้ นาํ ผลท่ีไดม้ ารวมกนั ขน้ั ตอนการหารจะสิน้ สดุ ลงเม่ือตวั ตงั้ ใหมม่ ีดีกรีนอ้ ยกวา่
ตวั หารซง่ึ ถือวา่ เป็นเศษ ถา้ หารพหนุ ามแลว้ ไดเ้ ศษเป็นศนู ย์ เรียกวา่ หารลงตวั
ถา้ หารพหนุ ามแลว้ ไดเ้ ศษไมเ่ ป็นศนู ย์ เรยี กวา่ หารไมล่ งตวั
สมรรถนะของผู้เรยี น
- ความสามารถในการส่ือสารสือ่ ความหมาย
- ความสามารถในการใหเหตุผล
โรงเรยี นสาธิตเทศบาลเมอื งราชบรุ ี
กิจกรรมการเรยี นรู้
ข้นั นํา 10 นาที
1. แจง จดุ ประสงคการเรยี นรูและการวดั ประเมนิ ผล
2. ครทู บทวนการหารพหนุ ามโดยใหนกั เรยี นหาคาํ ตอบจากชวนคดิ 6.8 ในหนงั สือเรียนหนา 293
แผนการจดั การเรยี นรวู ชิ าคณติ ศาสตร ขน้ั สอน 30 นาที
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที่ 2 รหัสวิชา ค22101
หนว ยการเรียนรทู ี่ 6 เร่อื ง พหนุ าม เวลา 10 คาบ 3. ใหนักเรียนศึกษาใบความรทู ่ี 8 เรื่อง การหารพหนุ ามและใหนร.ระดมความคิดเห็นและรวมกันสรุป
เก่ยี วกับหลักเกณฑก ารหารพหุนามและครูสุมใหตวั แทนนร.นาํ เสนอผลการอภปิ รายหนาช้ันเรียนโดย
แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 10 เร่อื ง การหารพหนุ าม เวลา 2 คาบ ครเู ชอื่ มโยงแนวคิดของนกั เรียนเพม่ิ เตมิ ในสวนท่ยี งั มขี อบกพรอง
สอนมาแลว 1 คาบ ครงั้ นส้ี อน 1 คาบ
เรือ่ ง การหารพหนุ าม 4. ใหนักเรยี นทกุ คนทาํ นักเรียนทุกคนทาํ ใบงานที่ 8 เพ่ือตรวจสอบความเขาใจ
5. ครแู ละนร.รวมกันเฉลย
ครูผูสอนนางจนั ทรา บญุ มีประเสรฐิ ขั้นสรปุ 10 นาที
6. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ ความรู
มาตรฐานการเรยี นรู้ สื่อการเรยี นรู้
มาตรฐาน ค. 1.2
เขาใจและวิเคราะหแ บบรูป ความสมั พนั ธ ฟง กชัน ลําดบั - ใบความรูท ่ี 8 เรื่อง การหารพหนุ าม
และอนกุ รม และนําไปใช - ใบงานที่ 8 เรอื่ ง การหารพหนุ าม
- แบบวัดทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร
ตวั ชี้วัด - แบบวดั คุณลกั ษณะอันพึงประสงคทางคณิตศาสตร
ค 1.2 ม.2/1 การวดั และประเมินผล
เขาใจหลกั การการดาํ เนนิ การของพหุนามและใชพ หนุ าม - ตรวจใบงานที่ 8 เรอื่ ง การหารพหนุ าม
ในการแกป ญ หาคณติ ศาสตร
เกณฑก์ ารประเมนิ
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
K • หาผลลัพธจ ากการหารพหุนามดว ยเอกนามท่กี ําหนดใหได
P • การใหเ หตุผล
• การส่อื สารสอ่ื ความหมายแนวคดิ ในการหาคาํ ตอบของปญ หา
• การเช่อื มโยง
A • มีความมุง มัน่ ในการทาํ งาน
สาระสาํ คญั ลงชือ่ ………….…………………..ครูผสู อน
(นางจันทรา บุญมปี ระเสรฐิ )
นิพจนท์ ี่เขียนในรูปเอกนามหรือในรูปการบวกของเอกนามตง้ั แต่สอง ตาํ แหนง ครู คศ.๑
เอกนามขนึ้ ไปเรียกวา่ พหนุ าม
ลงช่อื ....................................หัวหนา งานวิชาการ ลงช่ือ .........................................
การหารเอกนามดว้ ยเอกนาม (นายรชั ภมู ิ อยูกําเหนิด) (นายอศั วิน คงเพ็ชรศักด)์ิ
ถา้ ไดผ้ ลหารเป็นเอกนามจะกลา่ ววา่ การหารนน้ั เป็นการหารลงตวั ตาํ แหนง ครู คศ.๓ ผูอํานวยการสถานศกึ ษา
ซงึ่ เป็นไปตามความสมั พนั ธ์ ดงั นี้
ตวั หาร × ผลหาร = ตวั ตงั้
การหารพหนุ ามดว้ ยเอกนาม
เป็นการหารแตล่ ะพจนข์ องพหนุ ามดว้ ยเอกนาม แลว้ นาผลหาร
เหลา่ นน้ั มาบวกกนั และเมื่อไดผ้ ลหารเป็นพหนุ าม จะกลา่ ววา่ การหารนน้ั เป็น
การหารลงตวั ซงึ่ เป็นไปตามความสมั พนั ธ์ ดงั นี้
ตวั หาร × ผลหาร = ตวั ตงั้
การหารพหนุ ามดว้ ยเอกนาม ใหน้ าํ ตวั หารไปหารทกุ พจนข์ องตวั ตง้ั
แลว้ นาํ ผลที่ไดม้ ารวมกนั ขน้ั ตอนการหารจะสิน้ สดุ ลงเมอื่ ตวั ตง้ั ใหมม่ ีดีกรนี อ้ ยกวา่
ตวั หารซง่ึ ถือวา่ เป็นเศษ ถา้ หารพหนุ ามแลว้ ไดเ้ ศษเป็นศนู ย์ เรยี กวา่ หารลงตวั
ถา้ หารพหนุ ามแลว้ ไดเ้ ศษไมเ่ ป็นศนู ย์ เรียกวา่ หารไมล่ งตวั
สมรรถนะของผู้เรยี น
- ความสามารถในการสอ่ื สารสอ่ื ความหมาย
- ความสามารถในการใหเ หตุผล
โรงเรยี นสาธิตเทศบาลเมืองราชบรุ ี
สงั กดั ทม.เมืองราชบรุ ี อ.เมืองราชบรุ ี จ.ราชบรี กระทรวงมหาดไทย