The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา 2566-2570

งานระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา

Keywords: งานระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา

โรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์”ระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570)แผนพัฒพันาคุณคุภาพการศึกศึษาสำ นักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1สำ นักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นขั้พื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ


แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาระยะ 5 ปี (พ.ศ.2566-2570)โรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์”สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกระทรวงศึกษาธิการ


คำนำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาโรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์” เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์” ระยะ 5 ปี (ปีงบประมาณ 2566 – 2570) โดยความร่วมมือจากคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียน ซึ่งได้มีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการจัดทำแผนพัฒนาสถานศึกษา โดยการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมขององค์กร ศึกษาสถานภาพของโรงเรียนทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก ผลการจัดการศึกษาที่ผ่านมา รวมทั้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี(พ.ศ. 2561-2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ.2561-2580) แผนการปฏิรูปประเทศแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) กลยุทธ์การพัฒนา (ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน) นโยบายและแผนแห่งชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติพ.ศ. 2566-2570 แผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2560 – 2579 นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ 2566 นโยบายและจุดเน้นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดนครสวรรค์ (พ.ศ. 2566-2570)เพื่อกำหนดทิศทางการจัด การศึกษาในระยะเวลา 5 ปี โดยกำหนดเป็นวิสัยทัศน์ พันธกิจ และประเด็นยุทธ์ศาสตร์ เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด ค่าเป้าหมาย กลยุทธ์ของแต่ละประเด็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาโรงเรียน มีการจัดทำโครงการและกิจกรรมที่ จะพัฒนาโรงเรียนไปสู่วิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ อันจะทำให้โรงเรียนได้บรรลุเป้าหมายได้คุณภาพมาตรฐานการศึกษา ในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณลักษณะตามที่สังคมและประเทศชาติมุ่งหวังต่อไปโรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์” ขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาเล่มนี้ ประกอบด้วย คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานทุกท่าน ตลอดจน ผู้ปกครองและนักเรียนที่มีส่วนร่วมจัดทำแผนพัฒนาการศึกษาเล่มนี้ ( นายกิตติธัช จันทร์เพียร ) ผู้อำนวยการโรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์”


สารบัญเรื่อง หน้าส่วนที่ 1 สภาพทั่วไปของโรงเรียน 1- ข้อมูลทั่วไปของสถานศึกษา 1- ข้อมูลนักเรียน 2- ข้อมูลครูและบุคลากรทางการศึกษา 3- สภาพชุมชนโดยรอบ 3ส่วนที่ 2 กรอบแนวคิดและทิศทางการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา 4- รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 4- พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 4- ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี(พ.ศ. 2561-2580) 5- แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ(พ.ศ.2561-2580) 6- แผนการปฏิรูปประเทศ 7- แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566-2570) 9- กลยุทธ์การพัฒนา (ฉบับที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน) 11- นโยบายและแผนแห่งชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติพ.ศ. 2566-2570 13- แผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2560 – 2579 14- นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ 2566 14- นโยบายและจุดเน้นสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 15- แผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดนครสวรรค์(พ.ศ. 2566-2570) 18ส่วนที่ 3 สาระสำคัญแผนพัฒนาการศึกษา 22- การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมขององค์กร (SWOT Analysis) 22- อำนาจหน้าที่ของโรงเรียน : ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ 25- ทิศทางการจัดการศึกษาของโรงเรียน 26ส่วนที่ 4 กลยุทธ์การจัดการศึกษา( Strategy ) 27- กลยุทธ์ระดับโรงเรียน ( Strategy ) 27- โครงการที่สนับสนุนกลยุทธ์ 27ส่วนที่ 5 การนำแผนพัฒนาการศึกษาไปสู่การปฏิบัติ ๓7- แนวทางการบริหารแผนสู่การปฏิบัติ 37ภาคผนวก- การให้ความเห็นชอบแผนพัฒนาการศึกษา - คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนพัฒนาการศึกษา


๑ส่วนที่ 1 สภาพทั่วไปของโรงเรียนข้อมูลทั่วไปของสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์ ”ที่ตั้งเลขที่ ๘๖ หมู่ที่ ๒ ตำบลยางตาล อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ สังกัด สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดสอนระดับชั้นอนุบาล ถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เนื้อที่…๙...ไร่……ตารางวา เขตพื้นที่บริการหมู่ที่ ๑, ๒, ๓, ๙ ตำบลยางตาลประวัติโรงเรียนโดยย่อโรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า “ ประชาประสาทวิทย์ ”เดิมชื่อ โรงเรียนประชาบาลยางตาล ๒ ก่อตั้งเมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๔๖๕ ในสมัยของอำมาตย์โทหลวงศรีสิทธิรักษ์เป็นนายอำเภอ ขุนภักดี ศึกษากร (คงใจรัก) เป็นธรรมการอำเภอ อาศัยศาลาการเปรียญวัดบ้านหว้าเป็นสถานศึกษา โดยมีพระภิกษุทอง จันทร์อินทร์เป็นครูผู้สอน เปิดเรียนครั้งแรกมีนักเรียน ๒๑ คน เปิดเรียนเฉพาะชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ เงินค่าจ้างสอนของครูใช้เงินศึกษาพลี ซึ่งเก็บจากประชาชนในท้องถิ่นปี พ.ศ. ๒๔๘๕ ทางราชการได้แต่งตั้งนายคอย น้อยเอี่ยม มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่ มีครู ๔ คน นักเรียน ๑๙๒ คน เปิดสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๔ และยังคงใช้ศาลาการเปรียญวัดบ้านหว้าเป็นสถานศึกษาปี พ.ศ. ๒๔๙๗ พระใบฎีกาเลี่ยม (ฉิมหวังโส) เจ้าอาวาสวัดบ้านหว้าและนายคอย น้อยเอี่ยม ครูใหญ่ได้ประชุมประชาชน เพื่อปลูกศาลาการเปรียญและจัดทำโต๊ะ ม้านั่ง กระดานดำ ตู้เก็บเอกสารและอุปกรณ์ต่างๆปี พ.ศ. ๒๕๐๔ นายคอย น้อยเอี่ยมได้ประชุมวางโครงการปลูกสร้างอาคารเรียนระยะเวลา ๕ ปี พร้อมจัดทำโครงการเสนอ นายมนู เพ็ญศิริ นายอำเภอโกรกพระ พร้อมทั้งจัดหาสถานที่และที่ดินปลูกอาคารเรียน โดยซื้อที่ดินจากนายผูก นางทองก้อน น้อยเอี่ยม เนื้อที่ ๔ ไร่ ๑ งาน ๒๙ ตารางวา ในราคา ๑,๕๐๐ บาท โดยประชาชนร่วมกันบริจาคเงินเพื่อเป็นการเตรียมสร้างหล่อเสา เทคาน ก่ออิฐ เพื่อเป็นการรอเงินงบประมาณ ยอดเงินที่ประชาชนร่วมกันบริจาคครั้งแรกเป็นเงิน ๙,๗๗๕.๗๕ บาทปี พ.ศ. ๒๕๐๕ ได้รับเงินงบประมาณจำนวน ๔๐,๐๐๐ บาท เพื่อสร้างอาคารเรียน ประชาชนได้ร่วมบริจาค ๓๐,๐๐๐ บาทและรายนามผู้บริจาครายมากๆ ดังนี้๑. นายสมาน นาครัตน์ จำนวนเงิน ๕,๐๐๐ บาท๒. นายฟอง นางเท มณฑป จำนวนเงิน ๑,๗๐๐ บาท๓. นายคอย น้อยเอี่ยม จำนวนเงิน ๑,๐๐๐ บาท๔. นายไสว ห่วงสุวรรณ จำนวนเงิน ๑,๐๐๐ บาทรวมเป็นอาคารเรียนหลังนี้สร้างด้วยเงินงบประมาณ ๘๗,๙๒๒.๖๗ บาท ซึ่งเป็นแบบ ป.๑ พิเศษ เริ่มสร้างเมื่อวันที่ ๕ เมษายน ๒๕๐๖ เสร็จเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๐๖ พร้อมขออนุญาตเปลี่ยนชื่อเป็นโรงเรียนวัด บ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์”เมื่อวันที่ ๕ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๐ ได้จัดทำพิธีรับมอบอาคารเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ จาก นายฟอง นางเท มณฑป พร้อมอุปกรณ์ โต๊ะ ม้านั่ง กระดานดำ สิ้นงบประมาณการก่อสร้าง ๒๓,๕๖๑.๕๐ บาท ใช้ชื่อว่าอาคาร ฟอง-เท เพื่อใช้เป็นที่เรียนของชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕


๒ปี พ.ศ. ๒๕๑๑ ได้รับงบประมาณจากทางราชการอีก ๗๐,๐๐๐ บาท เพื่อสร้างต่อเติมอาคารฟอง–เท เพื่อใช้เป็นที่เรียนของชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖,๗ปี พ.ศ. ๒๕๑๓ ได้รับเงินหมวดค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง จำนวน ๒๕,๐๐๐บาท เพื่อสร้างห้องพักครู ๑ หลังปี พ.ศ. ๒๕๑๗ องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดสรรงบประมาณให้ ๔,๐๐๐ บาท สร้างส้วมแบบประหยัดจำนวน ๑ หลัง ๔ ที่นั่งปี พ.ศ. ๒๕๑๘ องค์การบริหารส่วนจังหวัดจัดสรรงบประมาณให้ ๕๐,๐๐๐ บาท สร้างโรงฝึกงาน ๑ หลัง ซึ่งเป็นแบบ ๓๑๒ กรมสามัญปี พ.ศ. ๒๕๑๙ ได้รับเงินค่าที่ดิน สิ่งก่อสร้าง สร้างบ้านพักครู ๑ หลัง เป็นเงิน ๘๐,๐๐๐ บาท พร้อมส้วม ๑ หลัง จำนวน ๑ ที่นั่ง เป็นเงิน ๒,๐๐๐ บาทปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ได้รับงบประมาณจาออนามัยจังหวัดนครสวรรค์ จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท เพื่อสร้างถังน้ำแบบ ผ.๓๐ ซึ่งมีถังน้ำ คสล. จำนวน ๖ ถัง สูง ๓ เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง ๑.๕๐ เมตร และในปีนี้ได้รับงบประมาณจัดสรรอาคารเรียน แบบ ๐๑๗ ใต้ถุนสูง ๓ ห้องเรียน จำนวน ๑ หลัง เป็นเงินงบประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ร้อยตรีเพิ่มสุข โสภาพันธ์ นายอำเภอโกรกพระ ได้จัดสรรงบประมาณให้ ๒๖,๐๐๐ บาท เพื่อสร้างถังน้ำ ฝ.๓๐ ให้ ๖ ถัง ปี พ.ศ. ๒๕๒๑ ทางโรงเรียนได้รับเกียรติ์จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครสวรรค์ ให้โรงเรียนวัดบ้านหว้า เป็นโรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์”ปี พ.ศ. 2555 ได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียน แบบ สปช.1๐5กรมทรัพยากรธรณี ก่อสร้างประปา พร้อมระบบระบายน้ำด้วย รังสีอุลตร้าไวโอเลท งบประมาณ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท จัดผ้าป่าการศึกษาซื้อที่ดินเพิ่ม 3 ไร่ เป็นเงิน 33๐,๐๐๐ บาทได้รับงบประมาณช่วยเหลือโรงเรียนประสบอุทกภัย เป็นเงิน 1,7๐๐,๐๐๐ บาท ทำถนนคอนกรีตรอบสนามโรงเรียน, สร้างรั้วคอนกรีต, ทาสีอาคารเรียนปัจจุบันเปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3ข้อมูลนักเรียนตารางที่ 1 แสดงจำนวนนักเรียน ประจำปีงบประมาณ 2565ระดับชั้น จำนวนนักเรียน(คน) จำนวนห้องเรียนอนุบาล 1 8 1อนุบาล 2 6 1อนุบาล 3 ๑๑ 1รวม อนุบาล ๑๕ 3ป.1 14 1ป.2 12 1ป.3 9 1ป.4 14 1ป.5 11 1


๓ป.6 13 1รวม ประถม 73 6ม.1 16 1ม.2 14 1ม.3 15 1รวม มัธยม 45 3ข้อมูลครูและบุคลากรทางการศึกษาตารางที่ 2 แสดงจำนวนครูและบุคลากรทางการศึกษา ประจำปีงบประมาณ 2565ที่ กลุ่มงาน/กลุ่มสาระการเรียนรู้จำนวนครูและบุคลากรทางการศึกษารวม ประจำการ อัตราจ้าง1. ฝ่ายบริหาร 1 - 12. ปฐมวัย 2 - 23. ประถมศึกษา 1 - 14. ภาษาไทย 3 - 35. คณิตศาสตร์ 2 - 26. วิทยาศาสตร์ 1 - 17. สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม 1 1 28. ภาษาต่างประเทศ 2 - 29. คอมพิวเตอร์ 1 - 1รวมครูและสำนักงาน 14 1 1510. ลูกจ้างชั่วคราว - 1 1รวมลูกจ้าง - 1 1รวมครูและบุคลากรทั้งหมด 14 2 16สภาพชุมชนโดยรอบโรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์”ตั้งอยู่ในเขตตำบลยางตาล อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ชุมชนรอบบริเวณ โรงเรียนมีลักษณะเป็นชุมชนชนบท สภาพพื้นที่เป็นที่ราบลุ่ม ติดแม่น้ำเจ้าพระยาเนื่องจากที่ตั้งของโรงเรียนอยู่ห่างจากถนนสายเอเชียประมาณ 3 กิโลเมตร จึงทำให้การคมนาคมขนส่งสะดวกเอื้อต่อการจัดการศึกษาและเป็นศูนย์กลางของชุมชนด้านภูมิประเทศ เป็นที่ราบเหมาะกับการเพาะปลูกพืช ทำสวน ทำนา และ โรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า “ประชาประสาทวิทย์” ตั้งอยู่ห่างจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานครสวรรค์ เขต 1 ประมาณ 14 กิโลเมตร ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลยางตาล อำเภอโกรกพระ จังหวัดนครสวรรค์ การเดินทางสะดวกถ้าผ่านสี่แยกหน้าค่าย


๔จิรประวัติ ตรงมาประมาณ 10 กิโลเมตร กลับรถตรงสวนสวัสดี เข้าทางแยกวัดบ้านหว้า ตรงเข้ามาประมาณ 2 กิโลเมตรด้านสังคม ประชากรในพื้นที่เขตบริการของโรงเรียนส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ประกอบอาชีพเกษตรอาชีพหลักของประชากรคือ รับจ้าง ทำไร่มัน ไร่ข้าวโพด ทำนาด้านเศรษฐกิจ ประชากรส่วนใหญ่มีฐานะยากจน รายได้ต่ำด้านการปกครอง อยู่ในการปกครองขององค์การบริหารส่วนตำบลยางตาล มีหน้าที่ในการจัดงบประมาณพัฒนาในพื้นที่นี้ จัดเก็บภาษีทุกประเภท เพื่อนำมาพัฒนาตำบลยางตาล


๕ส่วนที่ 2กรอบแนวคิดและทิศทางการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560ได้มีการประกาศใช้ตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 256ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา มีบทบัญญัติไว้ใน มาตรา 54 รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รู้การศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายรัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคที่หนึ่งเพื่อพัฒนาร่างกายจิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วยรัฐต้องดำเนินการให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามความต้องการในระบบต่าง ๆ รวมทั้งส่งเสริมให้มีการเรียนรู้ตลอดชีวิต และจัดให้มีการร่วมมือกันระหว่างรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนในการจัดการศึกษาทุกระดับ โดยรัฐมีหน้าที่ดำเนินการ กำกับ ส่งเสริม และสนับสนุนให้การจัดการศึกษาดังกล่าวมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล ทั้งนี้ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ซึ่งอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดทำแผนการศึกษาแห่งชาติ การดำเนินการและตรวจสอบการดำเนินการให้เป็นไปตามแผนการศึกษาแห่งชาติด้วยการศึกษาทั้งปวงต้องมุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีวินัย ภูมิใจในชาติ สามารถเชี่ยวชาญได้ตามความถนัดของตนและมีความรับผิดชอบต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติในการดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาตามวรรคสอง หรือให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามวรรคสาม รัฐต้องดำเนินการให้ผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาตามความถนัดของตนพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ได้กำหนดคํานิยามการศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึงการศึกษาระดับก่อนอุดมศึกษา และกำหนดในมาตรา 10 การจัดการศึกษา ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความบกพร่องทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ สังคมการสื่อสารและการเรียนรู้ หรือมีร่างกายพิการ หรือทุพพลภาพหรือบุคคลซึ่งไม่สามารถพึ่งตนเองได้หรือไม่มีผู้ดูแลด้อยโอกาส ต้องจัดให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษการศึกษาสำหรับคนพิการ ให้จัดตั้งแต่แรกเกิดหรือพบความพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายและให้บุคคลดังกล่าวมีสิทธิได้รับสิ่งอํานวยความสะดวก สื่อ บริการ และความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่กำหนดในกฎกระทรวงการจัดการศึกษาสำหรับบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ ต้องจัดด้วยรูปแบบที่เหมาะสม โดยคํานึงถึงความสามารถของบุคคลนั้น


๖ยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี(พ.ศ. 2561 – 2580)รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 กําหนดให้รัฐมียุทธศาสตร์ชาติ เป็นเป้าหมายการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล เพื่อใช้เป็นกรอบในการจัดทำแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้อง และบูรณาการกัน ต่อมาได้มีการตราพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2560 ซึ่งกําหนดให้หน่วยงานรัฐทุกหน่วยมีหน้าที่ดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 -2580 โดยมีวิสัยทัศน์ คือ“ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ด้วยการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง”โดยการประเมินผลการพัฒนาตามยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 - 2580 ประกอบด้วย ความอยู่ดีมีสุขของคนไทยและสังคมไทย ขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ความเท่าเทียมและความเสมอภาคของสังคม ความหลากหลายทางชีวภาพคุณภาพสิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ และประสิทธิภาพการบริหารจัดการและการเข้าถึงการให้บริการของภาครัฐการพัฒนาประเทศในช่วงเวลาของยุทธศาสตร์ชาติ จะมุ่งเน้นการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในรูปแบบ “ประชารัฐ” ซึ่งยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ 6 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย 1) ยุทธศาสตร์ชาติด้านความมั่นคง 2) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและ เสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ 4) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม 5) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และ 6) ยุทธศาสตร์ชาติด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐเพื่อให้ทรัพยากรมนุษย์ในทุกมิติและในทุกช่วงวัยสามารถได้รับการพัฒนาและยกระดับได้เต็มศักยภาพและเหมาะสม ยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์จึงได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ที่เน้นทั้งการแก้ไขปัญหาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในปัจจุบันและการเสริมสร้างและยกระดับการพัฒนา ที่ให้ความสำคัญที่ครอบคลุมทั้งในส่วนของการพัฒนาทุนมนุษย์และปัจจัยและสภาพแวดล้อมที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างครอบคลุม ประกอบด้วย การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ควบคู่กับการปฏิรูปที่สำคัญทั้งในส่วนของการปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม เพื่อให้คนมีความดีอยู่ใน ‘วิถี’ การดำเนินชีวิตและมีจิตสํานึกร่วมในการสร้างสังคมที่น่าอยู่ และมีการปฏิรูปการเรียนรู้แบบพลิกโฉม ในทุกระดับตั้งแต่ระดับปฐมวัยจนถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 มีการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครู การเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สามารถกำกับการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างต่อเนื่องแม้จะออกจากระบบการศึกษาแล้ว รวมถึงความตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย ตลอดจนพัฒนาและรักษากลุ่มผู้มีความสามารถพิเศษของพหุปัญญาแต่ละประเภทเพื่อให้การขับเคลื่อนการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ สามารถขับเคลื่อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้มีการกำหนดแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติขึ้นเพื่อให้เห็นกรอบแนวทางในการดำเนินการที่ชัดเจนขึ้น


๗แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580)แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นแผนระดับสองที่จัดทำไว้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยจะมีผลผูกพันต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามนั้น รวมทั้งการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณจะต้องสอดคล้องกับแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งประเด็นแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 23 ประเด็น ประกอบด้วย 1) ความมั่นคง 2) การต่างประเทศ 3) การพัฒนาการเกษตร 4)อุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต 5) การท่องเที่ยว 6) การพัฒนาพื้นที่และเมืองน่าอยู่อัจฉริยะ7) โครงสร้างพื้นฐานระบบโลจิสติกส์และดิจิทัล 8) ผู้ประกอบการและวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมยุคใหม่ 9)เขตเศรษฐกิจพิเศษ 10) การปรับเปลี่ยนค่านิยมและวัฒนธรรม 11) การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต 12)การพัฒนาการเรียนรู้ 13) การสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะที่ดี 14) ศักยภาพการกีฬา 15) พลังทางสังคม 16)เศรษฐกิจฐานราก 17) ความเสมอภาคและหลักประกันทางสังคม 18) การเติบโตอย่างยั่งยืน 19) การบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ 20) การบริการประชาชนและประสิทธิภาพภาครัฐ 21) การต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบ 22)กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และ 23) การวิจัยและพัฒนานวัตกรรม โดยมีแผนแม่บทที่กระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบหมายให้ดำเนินการ 2 แผนแม่บท ดังนี้แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (11) การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิตแผนแม่บทประเด็นศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต ได้กำหนดแผนย่อยไว้ 5 แผนย่อย เพื่อพัฒนาและยกระดับทรัพยากรมนุษย์ในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เต็มศักยภาพและเหมาะสม ดังนี้ 1) การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพมนุษย์2) การพัฒนาเด็กตั้งแต่ช่วงการตั้งครรภ์จนถึงปฐมวัย


๘3) การพัฒนาช่วงวัยเรียน/วัยรุ่น 4) การพัฒนาและยกระดับศักยภาพวัยแรงงาน 5) การส่งเสริมศักยภาพวัยผู้สูงอายุ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานสนับสนุนแผนแม่บทดังกล่าวโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จะมีความเกี่ยวข้องกับแผนแม่บทย่อยที่ 2) และ 3)แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (12) ประเด็น การพัฒนาการเรียนรู้แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ ประเด็น การพัฒนาการเรียนรู้ ได้กำหนดประเด็นยุทธศาสตร์ที่เน้นทั้งการแก้ไขปัญหาในปัจจุบันและการเสริมสร้างและยกระดับการพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 มีการออกแบบระบบการเรียนรู้ใหม่ การเปลี่ยนบทบาทครูการเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการศึกษา และการพัฒนาระบบการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สามารถกำกับการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเองได้อย่างต่อเนื่องแม้จะออกจากระบบการศึกษาแล้ว ควบคู่กับการส่งเสริมการพัฒนาคนไทยตามพหุปัญญาให้เต็มตามศักยภาพ รวมถึงการสร้างเสริมศักยภาพผู้มีความสามารถพิเศษให้สามารถต่อยอดการประกอบอาชีพได้อย่างมั่นคง โดยประกอบด้วย 2 แผนย่อย ดังนี้ 1)การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 และ 2)การตระหนักถึงพหุปัญญาของมนุษย์ที่หลากหลาย โดยกระทรวงศึกษาธิการได้รับมอบหมายให้เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการแผนแม่บทดังกล่าว ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบและปัจจัยภายใต้แผนแม่บทดังกล่าวทุกองค์ประกอบแผนการปฏิรูปประเทศแผนการปฏิรูปประเทศ เป็นแผนระดับสองที่จัดทำขึ้นเพื่อกำหนดกลไก วิธีการ และขั้นตอนการปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ โดยการปฏิรูปประเทศต้องดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญประกอบด้วย ประเทศชาติมีความสงบเรียบร้อย มีความสามัคคี สังคมมีความสงบสุข เป็นธรรม และมีโอกาสอันทัดเทียมกัน เพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศ ทั้งนี้ การปฏิรูปประเทศต้องสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งแผนการปฏิรูปประเทศ ประกอบด้วย12 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการเมือง 2) ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน 3) ด้านกฎหมาย 4) ด้านกระบวนการยุติธรรม 5) ด้านเศรษฐกิจ 6) ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 7) ด้านสาธารณสุข 8) ด้านสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ 9) ด้านสังคม 10) ด้านพลังงาน 11) ด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ 12) ด้านการศึกษา โดยแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษามีแผนงานเพื่อการปฏิรูป5 เรื่อง ได้แก่ 1) การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย 2) การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะ เพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 3) การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐาน 4) การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอื่น ๆ ที่เน้นการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบ นําไปสู่การจ้างงานและการสร้างงาน 5) การ


๙ปฏิรูปบทบาทการวิจัยและระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษา เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืนแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 258 จ. โดยสรุปได้บัญญัติให้มีการดำเนินการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ครอบคลุมให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาเพื่อให้เด็กเล็กได้รับการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัยโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ให้ดำเนินการตรากฎหมายเพื่อจัดตั้งกองทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครูมีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอนรวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพครูให้มีการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัดและปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยสอดคล้องกันทั้งในระดับชาติและระดับพื้นที่ ทั้งนี้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฯมาตรา 261 กําหนดให้การปฏิรูปตามมาตรา 258 จ. ด้านการศึกษามีคณะกรรมการที่มีความเป็นอิสระคณะหนึ่งที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้ง ดำเนินการศึกษาและจัดทำข้อเสนอแนะและร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีดำเนินการต่อไปนอกจากนี้ การปฏิรูปการศึกษายังเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปประเทศเพื่อสนับสนุนการบรรลุตามยุทธศาสตร์ชาติที่กำหนดไว้ในด้านต่างๆ เนื่องด้วยการศึกษาเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาประเทศดังนั้นแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญที่จะสนับสนุนการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของประเทศ ด้านความเท่าเทียมและความเสมอภาคของสังคม และด้านขีดความสามารถในการแข่งขัน การพัฒนาเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ปัญหาและความท้าทายที่สำคัญในการปฏิรูปการศึกษา ปัญหาของระบบการศึกษาของไทยมีความซับซ้อนสูง คุณภาพของการศึกษาต่ำ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาสูง ปัญหาของระบบการศึกษาเป็นอุปสรรคอย่างยิ่งต่อการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การใช้ทรัพยากรทางการศึกษายังไม่มีประสิทธิภาพ การกำกับดูแลและการบริหารจัดการระบบการศึกษาของภาครัฐในด้านธรรมาภิบาลเป็นอุปสรรคสำคัญที่บั่นทอนประสิทธิผลของการนําประเด็นการปฏิรูปการศึกษาสู่การปฏิบัติ รวมถึงบริบทของประเทศและของโลกกําลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากปัญหาและความท้าทายของระบบการศึกษาของไทยที่ได้วิเคราะห์ไว้ในข้อเสนอเพื่อการปฏิรูปการศึกษาจากหน่วยงานต่างๆ ข้อเสนอจากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะในภูมิภาคต่างๆ เวทีทางวิชาการ มาประกอบการพิจารณาปรับปรุงแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ทำให้แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษานี้ประกอบด้วยวัตถุประสงค์ของการปฏิรูป 4 ด้าน 1) ยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา(Enhance quality of education) 2) ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา (Reduce disparity in education)3) มุ่งความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (Leverageexcellence andcompetitiveness) 4) ปรับปรุง


๑๐ระบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร เพิ่มความคล่องตัวในการรองรับความหลากหลายของการจัดการศึกษา และสร้างเสริมธรรมาภิบาล (Improve Efficiency, agilityand good governance) โดยได้กำหนดแผนงานเพื่อการปฏิรูปการศึกษา 7 เรื่อง 1) การปฏิรูประบบการศึกษาและการเรียนรู้โดยรวมของประเทศ โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่และกฎหมายลำดับรอง 2) การปฏิรูปการพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน 3) การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 4) การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครู และอาจารย์ 5)การปฏิรูปการจัดการเรียนการสอนเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 6) การปรับโครงสร้างของหน่วยงานในระบบการศึกษา เพื่อบรรลุเป้าหมายในการ ปรับปรุงการจัดการเรียนการสอน และยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา 7) การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล (Digitalizationfor Educational and Learning Reform)แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ฉบับปรับปรุง)แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ฉบับปรับปรุง มุ่งเน้นกิจกรรมปฏิรูปที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของภาคการศึกษาที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน ประชาชนอย่างมีนัยสําคัญ 5 กิจกรรมโดยพิจารณาความเชื่อมโยงกับแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่7 พฤษภาคม 2562 ซึ่งหน่วยงานรับผิดชอบได้ขับเคลื่อนการดำเนินการบางกิจกรรมไปแล้ว โดยในแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาฉบับเดิมที่กำหนดเรื่องและประเด็นปฏิรูปไว้ 7 เรื่อง ซึ่งมีสถานะบรรลุเป้าหมายประจำปี 2563 ในระดับใกล้เคียงในการบรรลุเป้าหมาย 3 เรื่อง และอยู่ในระดับที่มีความเสี่ยงในการบรรลุเป้าหมาย 4 เรื่อง นั้น ได้นํามาดำเนินการต่อเนื่องในแผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) ผ่านกิจกรรม Big Rock จำนวน 6 เรื่อง และประเด็นปฏิรูป และอีก 1 เรื่องและประเด็นปฏิรูป เป็นกิจกรรมที่มีส่วนร่วมสนับสนุนการขับเคลื่อนกิจกรรม Big Rock ให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ได้ตามเป้าประสงค์ที่กำหนดไว้กิจกรรมปฏิรูป 5 กิจกรรมที่กำหนดใหม่และแผนงานเดิมยังมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและมุ่งสู่ความเป็นเลิศและสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประกอบด้วย1) การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาตั้งแต่ระดับปฐมวัย 2) การพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสู่การเรียนรู้ฐานสมรรถนะเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 3) การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิตและพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีคุณภาพมาตรฐาน 4) การจัดอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีและระบบอื่นๆ ที่เน้นการฝึกปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบนําไปสู่การจ้างงานและการสร้างงาน 5) การปฏิรูปบทบาทการวิจัยและระบบธรรมาภิบาลของสถาบันอุดมศึกษาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศไทยออกจากกับดักรายได้ปานกลางอย่างยั่งยืนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2566 - 2570)แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566 - 2570) เป็นแผนระดับสอง ซึ่งเป็นพัฒนาที่จัดทำโดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายของรัฐบาล และสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและโลก รวมถึงมีความสำคัญต่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาประเทศในระยะยาวที่จะช่วยสนับสนุนให้การพัฒนาประเทศได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนบนเป้าหมายร่วมที่ชัดเจน และยังเอื้อประโยชน์ต่อการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลความสำเร็จของแผน เพื่อนํามาปรับปรุงกระบวนการและวิธีการดําเนินงานให้บรรลุเป้าหมายตามที่มุ่งหวังได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13


๑๑(พ.ศ. 2566 - 2570) ประกอบด้วย 13 หมุดหมาย ได้แก่ หมุดหมายที่ 1 ไทยเป็นประเทศชั้นนําด้านสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูปมูลค่าสูง หมุดหมายที่ 2 ไทยเป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เน้นคุณภาพและความยั่งยืน หมุดหมายที่ 3 ไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของโลก หมุดหมายที่ 4 ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์และสุขภาพมูลค่าสูง หมุดหมายที่ 5 ไทยเป็นประตูการค้าการลงทุนและยุทธศาสตร์ทางโลจิสติกส์ที่สำคัญของภูมิภาค หมุดหมายที่ 6 ไทยเป็นฐานการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะที่สำคัญของโลก หมุดหมายที่ 7 ไทยมีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมที่เข้มแข็ง มีศักยภาพสูงและสามารถแข่งขันได้ หมุดหมายที่ 8 ไทยมีพื้นที่และเมืองอัจฉริยะที่น่าอยู่ ปลอดภัย เติบโตได้อย่างยั่งยืน หมุดหมายที่ 9 ไทยมีความยากจนข้ามรุ่นลดลง และคนไทยทุกคนมีความคุ้มครองทางสังคมที่เพียงพอ เหมาะสมหมุดหมายที่ 10 ไทยมีเศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ หมุดหมายที่ 11 ไทยสามารถลดความเสี่ยงและผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หมุดหมายที่ 12 ไทยมีกําลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคต และหมุดหมายที่ 13 ไทยมีภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชน โดยหมุดหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานมากที่สุด นั่นคือ หมุดหมายที่ 12 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้หมุดหมายที่12 ไทยมีกําลังคนสมรรถนะสูง มุ่งเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์การพัฒนาแห่งอนาคตหมุดหมายที่12 มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติใน 3 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน ในประเด็นเป้าหมาย ประเทศไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงขึ้น 2) ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ในประเด็นเป้าหมาย คนไทยเป็นคนดี คนเก่ง มีคุณภาพพร้อมสำหรับวิถีชีวิตในศตวรรษที่ 21 และสังคมไทยมีสภาพแวดล้อมที่เอื้อและสนับสนุนต่อการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต 3) ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ในประเด็นเป้าหมาย สร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ และกระจายศูนย์กลางความเจริญทางเศรษฐกิจและสังคมเพิ่มโอกาสให้ทุกภาคส่วนเข้ามาเป็นกําลังของการพัฒนาประเทศในทุกระดับหมุดหมายที่ 12 มุ่งตอบสนองเป้าหมายหลักของแผน 2 เป้าหมาย ได้แก่ 1) การพัฒนาคนสำหรับยุคใหม่ โดยการพัฒนาคนทุกช่วงวัยได้รับการพัฒนาในทุกมิติ การพัฒนากําลังคนสมรรถนะสูงสอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิต เป้าหมาย สามารถสร้างงานอนาคต และสร้างผู้ประกอบการอัจฉริยะที่มีความสามารถในการสร้างและใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม 2) การมุ่งสู่สังคมแห่งโอกาสและความเป็นธรรม ด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้งการพัฒนาระบบนิเวศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต และพัฒนาทางเลือกในการเข้าถึงการเรียนรู้สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเรียนในระบบการศึกษาปกติโดยมีเป้าหมายระดับหมุดหมาย และตัวชี้วัด ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้เป้าหมายที่ 1 คนไทยได้รับการพัฒนาอย่างเต็มศักยภาพในทุกช่วงวัย มีสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคใหม่ มีคุณลักษณะตามบรรทัดฐานที่ดีของสังคม มีคุณธรรม จริยธรรม และมีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกโฉมฉับพลันของโลก สามารถดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุข


๑๒ตัวชี้วัดที่1.1 ดัชนีพัฒนาการเด็กสมวัยเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 88 ณ สิ้นสุดแผนฯตัวชี้วัดที่ 1.2 ร้อยละของนักเรียนที่มีสมรรถนะไม่ถึงระดับพื้นฐานของทั้ง 3 วิชาในแต่ละกลุ่มโรงเรียนลดลงร้อยละ 8 เมื่อสิ้นสุดแผนฯตัวชี้วัดที่1.3 ทุนชีวิตเด็กและเยาวชนไทยเพิ่มขึ้นร้อยละ 3 เมื่อสิ้นสุดแผนฯเป้าหมายที่ 2 กําลังคนมีสมรรถนะสูง สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิตเป้าหมายและสามารถสร้างงานอนาคตตัวชี้วัดที่ 2.1 ดัชนีความสามารถในการแข่งขันของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Form: WEF) 6 ด้านทักษะ คะแนนเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 เมื่อสิ้นสุดแผนฯเป้าหมายที่ 3 ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงการเรียนรู้ตลอดชีวิตตัวชี้วัดที่ 3.2 กลุ่มประชากรอายุ15 – 24 ปี ที่ไม่ได้เรียน ไม่ได้ทำงาน หรือไม่ได้ฝึกอบรม ไม่เกินร้อยละ 5 เมื่อสิ้นแผนฯกลยุทธ์การพัฒนา (เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน)กลยุทธ์ที่ 1 การพัฒนาคนไทยทุกช่วงวัยในทุกมิติกลยุทธ์ย่อยที่ 1.1 พัฒนาเด็กช่วงตั้งครรภ์จนถึงปฐมวัยให้มีพัฒนาการรอบด้าน มีอุปนิสัยที่ดี โดยการเตรียมความพร้อมพ่อแม่ผู้ปกครองและสร้างกลไกประสานความร่วมมือ เพื่อดูแลหญิงตั้งครรภ์ให้ได้รับบริการที่มีคุณภาพ และดูแลเด็กให้มีพัฒนาการสมวัย ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ – 6 ปี การพัฒนาครูและผู้ดูแลเด็กปฐมวัยให้มีความรู้และทักษะการดูแลที่เพียงพอ มีจิตวิทยาการพัฒนาการของเด็กปฐมวัย สามารถทำงานร่วมกับพ่อแม่ผู้ปกครองในการส่งเสริมพัฒนาการด้านการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการสมวัยตามหลักการพัฒนาสมองและกระบวนการเรียนรู้แก่เด็ก ควบคู่กับการพัฒนาการด้านร่างกาย สาธารณสุข และโภชนาการ เพื่อส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการที่ดีอย่างรอบด้านก่อนเข้าสู่วัยเรียน การยกระดับสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยให้ได้มาตรฐาน และจัดสรรทรัพยากรที่เพียงพอสาหรับการดําเนินงาน เพื่อให้เป็นกลไกการพัฒนาเด็กปฐมวัยรายพื้นที่ที่มีคุณภาพ การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการดูแลปกป้องเด็กปฐมวัย ให้มีพัฒนาการที่ดีรอบด้าน สติปัญญาสมวัย โดยการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นภาคประชาสังคม และภาคเอกชน รวมถึงพัฒนาระบบสารสนเทศเด็กรายบุคคลเพื่อการส่งต่อไปยังสถานศึกษาและการพัฒนาที่ต่อเนื่องกลยุทธ์ย่อยที่1.2 พัฒนาผู้เรียนระดับพื้นฐานให้มีความตระหนักรู้ในตนเอง มีสมรรถนะที่จําเป็นต่อการเรียนรู้ การดำรงชีวิตและการทำงาน โดยการพัฒนาหลักสูตรฐานสมรรถนะและขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ การยกระดับการผลิตและพัฒนาครูทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ การปรับปรุงระบบวัดและประเมินผู้เรียนให้มีความหลากหลายตามสภาพจริง ตลอดจนมีการประเมินการเรียนรู้เพื่อปรับปรุงและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนเป็นรายบุคคล การพัฒนาระบบสนับสนุนการเรียนรู้ โดย1) การแก้ไขภาะการถดถอยของความรู้ในวัยเรียน โดยสถานศึกษาพัฒนาแนวปฏิบัติและระบบสนับสนุนที่เหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน และการเรียนรู้ที่บ้านในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2) การพัฒนาระบบแนะแนวให้มีประสิทธิภาพ โดยพัฒนาครูและผู้ประกอบอาชีพแนะแนวให้สามารถร่วมวางแผนเส้นทางการเรียนรู้ การประกอบอาชีพ และการดำเนินชีวิตของผู้เรียนได้ตามความสนใจ ความถนัด


๑๓3) พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของผู้เรียนทุกคน โดยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ สร้างความรู้ความเข้าใจแก่ครู บุคลากรทางการศึกษา และผู้เรียน ถึงแนวทางการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสงบสุขบนหลักของการเคารพ ความหลากหลายทั้งทางความคิด มุมมองของคนระหว่างรุ่น และอัตลักษณ์ส่วนบุคคลเพื่อการวางอนาคต ในการพัฒนาประเทศร่วมกัน การส่งเสริมการเรียนรู้วิชาชีวิตในโรงเรียน และมีแนวปฏิบัติในการคุ้มครอง สวัสดิภาพของผู้เรียน โดยเฉพาะจากการถูกกระทำโดยวิธีรุนแรงทั้งกายวาจา และการกลั่นแกล้ง 4) การปรับปรุงระบบการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษา ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ และอยู่บนหลักความเสมอภาคและเป็นธรรม รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและดิจิทัลให้มีความครอบคลุมในทุกพื้นที่ 5) การกระจายอำนาจ ไปสู่สถานศึกษาและเพิ่มบทบาทของภาคเอกชน และภาคประชาสังคมในการจัดการศึกษา โดยปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ ที่เอื้อให้สถานศึกษามีความเป็นอิสระในการบริหารด้านการจัดการศึกษา ด้านวิชาการ ด้านงบประมาณ และด้านบุคลากร รวมทั้งขับเคลื่อนการสร้างนวัตกรรมทางการศึกษาตามบริบทของโรงเรียนและพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมบทบาทของภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคประชาสังคมในการจัดการเรียนรู้ และการร่วมลงทุนเพื่อการศึกษา 6) การส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษ โดยพัฒนาระบบเสาะหาและกลไกการการบริหารจัดการและส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษตามแนวคิดพหุปัญญาอย่างเป็นระบบ อาทิ การสนับสนุนทุนการศึกษาต่อ ฝึกประสบการณ์ทางานวิจัยในองค์กรชั้นนํา ตลอดจนส่งเสริมการทางานที่ใช้ความสามารถพิเศษอย่างเต็มศักยภาพ7) ผู้มีความต้องการพิเศษได้รับโอกาสและเข้าถึงการศึกษาและแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยสถานศึกษาจัดการศึกษาที่หลากหลายและเหมาะสมเฉพาะกลุ่ม ให้เป็นทางเลือกแก่ผู้เรียนเพื่อยุติการออกกลางคัน และพัฒนากลไกสนับสนุนรวมถึงการปรับกฎระเบียบให้เอื้อต่อภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และองค์การที่ไม่แสวงหากําไรในการดูแลกลุ่มผู้มีความต้องการพิเศษ อาทิ การวางแนวทางให้เอกชนสามารถจัดตั้งสถานฝึกอบรมหรือมีส่วนร่วมรับผิดชอบในการพัฒนาผู้ต้องคําพิพากษากลยุทธ์ที่2 การพัฒนากําลังคนสมรรถนะสูงกลยุทธ์ย่อยที่ 2.1 พัฒนากําลังคนสมรรถนะสูง สอดคล้องกับความต้องการของภาคการผลิตเป้าหมาย และสามารถสร้างงานอนาคต โดยส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนบูรณาการและเชื่อมโยงความร่วมมือด้านการศึกษาฝึกอบรม และร่วมจัดการเรียนรู้ตามโลกสมัยใหม่ที่ครอบคลุมทั้งความสามารถในงาน ทักษะในการใช้ชีวิต สมรรถนะดิจิทัลเพื่อการประกอบอาชีพ การดำเนินชีวิตประจาวัน และการใช้สิทธิในการเข้าถึงบริการพื้นฐานภาครัฐและสินค้าบริการได้อย่างเท่าทัน การแก้ปัญหา การมีแนวคิดของผู้ประกอบการ รวมถึงความสามารถในการบริหารตัวเอง และการบริหารคนเพื่อนําทักษะของสมาชิกทีมที่หลากหลายมาประสานพลังรวมกัน ในการปฏิบัติงานได้อย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งกำหนดมาตรการจูงใจ และกลไกการสนับสนุนการฝึกอบรมและร่วมจัดการเรียนรู้ พัฒนาระบบข้อมูลเพื่อการวางแผนและพัฒนากําลังคน ทั้งข้อมูลอุปสงค์ อุปทานของแรงงาน และการเชื่อมโยงกับสมรรถนะตลอดห่วงโซ่การผลิตและห่วงโซ่คุณค่าตามรายอุตสาหกรรมของการผลิตและบริการเป้าหมาย รวมถึงการเชื่อมโยงระบบสมรรถนะกับค่าจ้าง กำหนดมาตรการในการผลิต


๑๔กำลังคนแบบเร่งด่วน โดยจัดการศึกษารูปแบบจําลอง ในสาขาที่จําเป็นต่อการพัฒนาประเทศ อาทิ ด้านปัญญาประดิษฐ์ และด้านการวิเคราะห์ข้อมูลกลยุทธ์ที่3 การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตกลยุทธ์ย่อยที่ 3.1 พัฒนาระบบนิเวศเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยส่งเสริมให้ภาคส่วนต่างๆสร้างและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย โดยกำหนดมาตรการจูงใจที่เหมาะสมเพื่อให้สถาบันการศึกษาหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคเอกชนโดยเฉพาะผู้ประกอบการstartup สร้างและพัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย มีสาระที่ทันสมัย สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน ทุกกลุ่ม ครอบคลุมทุกพื้นที่ เข้าถึงได้ง่ายทั้งพื้นที่กายภาพ และพื้นที่เสมือนจริง สร้างสื่อการเรียนรู้ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยการสร้างสื่อที่ใช้ภาษาถิ่นเพื่อให้ประชาชนที่ไม่ได้ใช้ภาษาไทยกลางเป็นภาษาหลักเข้าถึงได้ สื่อทางเลือกสำหรับผู้พิการทางสายตาและผู้พิการทางการได้ยิน รวมถึงสนับสนุนกลุ่มประชากรที่มีข้อจํากัดทางเศรษฐกิจให้เข้าถึงสื่อในราคาที่เข้าถึงได้ การพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิต ของประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ที่สามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้ในทุกระดับและประเภททั้งในระบบสายสามัญ สายอาชีพ การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย ตั้งแต่มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา และนอกระบบ เพื่อสร้างความคล่องตัวและเปิดทางเลือกในการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนทุกระดับ กำหนดมาตรการจูงใจให้ประชาชนพัฒนาตนเองด้วยการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยจัดให้มีแหล่งเงินทุนเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต อาทิ การพัฒนาเครดิตการฝึกอบรมสำหรับคนทุกกลุ่ม การจัดสรรสิทธิพิเศษในการเข้ารับบริการฝึกอบรม การเข้าชมแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆส่งเสริมให้เอกชนที่ผลิตนวัตกรรมทางการศึกษา จัดทากิจกรรมความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร โดยกาหนดเงื่อนไขการให้ใช้ผลิตภัณฑ์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายกลยุทธ์ย่อยที่ 3.2 พัฒนาทางเลือกในการเข้าถึงการเรียนรู้สำหรับผู้ที่ไม่สามารถเรียนในระบบการศึกษาปกติโดยจัดทาข้อมูลและส่งเสริมการจัดทำแผนการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่นและหลากหลายของกลุ่มเป้าหมายเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่ม เพื่อให้ผู้เรียนสามารถวางเส้นทางการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อจุดมุ่งหมายในอนาคตของตนเอง และสามารถเทียบโอนประสบการณ์ได้ ทั้งนี้ ให้มีการพัฒนาบุคลากรที่เกี่ยวข้องในทุกระดับให้มีความเข้าใจและมีสมรรถนะในการพัฒนาผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษที่มีความต้องการที่ซับซ้อนนโยบายและแผนแห่งชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ พ.ศ. 2566 - 2570เป็นแผนระดับที่ 2อีกแผนหนึ่ง รองรับยุทธศาสตร์ชาติ ด้านความมั่นคง จัดทำเพื่อเป็นกรอบทิศทางในการป้องกัน แจ้งเตือน แก้ไข ระงับยับยั้งภัยคุกคาม เพื่อธํารงไว้ซึ่งความั่นคงแห่งชาติและรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ ซึ่งมิได้จํากัดเฉพาะความมั่นคงของรัฐ แต่รวมถึงความมั่นคงของมนุษย์และการเสริมสร้างความร่วมมือ ระหว่างประเทศทั้งทวิภาคีและพหุภาคี ซึ่ง(ร่าง)นโยบายและแผนแห่งชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ เสนอร่างโดยสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และได้กําหนดให้มีหมวดประเด็น 2 หมวดประเด็น คือ หมวดประเด็นความมั่นคง ซึ่งประกอบด้วย 13 นโยบายและแผนความมั่นคง ได้แก่ 1) การเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติ 2) การปกป้องอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติและการพัฒนาศักยภาพการป้องกันประเทศ 3) การรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติพื้นที่ชายแดน 4) การรักษาความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติทางทะเล 5) การป้องกันและแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ 6) การบริหารจัดการผู้หลบหนีเข้าเมือง 7)


๑๕การป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ 8) การป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด 9) การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย 10) การป้องกันและแก้ไขปัญหาความมั่นคงทางไซเบอร์ 11) การป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้าย 12) การสร้างดุลยภาพระหว่างประเทศ 13) การบริหารจัดการความเสี่ยงโรคติดต่ออุบัติใหม่ และหมวดประเด็นศักยภาพความมั่นคงประกอบด้วย 4 นโยบายและแผนความมั่นคง ได้แก่ 14) การพัฒนาศักยภาพการเตรียมพร้อมแห่งชาติ และบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ 15) การพัฒนาระบบข่าวกรองแห่งชาติ 16) การบูรณาการข้อมูลด้านความมั่นคง 17) การเสริมสร้างความมั่นคงเชิงพื้นที่แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579เป็นแผนยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาระยะยาว โดยมุ่งจัดการศึกษาให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและความเสมอภาคในการศึกษาที่มีคุณภาพ พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาที่มีประสิทธิภาพพัฒนากําลังคนให้มีสมรรถนะในการทำงานที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงาน และการพัฒนาประเทศเพื่อให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาได้นําไปเป็นกรอบและแนวทาง การพัฒนาการศึกษาและการเรียนรู้สำหรับพลเมืองทุกช่วงวัยตั้งแต่แรกเกิดจนตลอดชีวิต ภายใต้บริบทเศรษฐกิจและสังคมของประเทศและของโลกที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ รวมทั้งความเป็นพลวัตเพื่อให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลางไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วซึ่งภายใต้กรอบแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2579 ได้กำหนดสาระสำคัญสำหรับบรรลุเป้าหมายของการพัฒนาการศึกษาใน 5 ประการ ได้แก่ การเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา (Access) ความเท่าเทียมทางการศึกษา (Equity) คุณภาพการศึกษา (Quality) ประสิทธิภาพ (Efficiency) และตอบโจทย์บริบทเปลี่ยนแปลง (Relevancy) ในระยะ 20 ปีข้างหน้า และมียุทธศาสตร์ 6 ประการ คือ 1) การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคม และประเทศชาติ 2) การผลิตและพัฒนากําลังคน การวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ 3) การพัฒนาศักยภาพคนทุกช่วงวัย และการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ 4) การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา 5) การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6) การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษาและแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติได้กำหนด ประเด็นการพัฒนาไว้ 23 ประเด็น มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยเฉพาะ คือ ประเด็นที่ 11การพัฒนาศักยภาพคนตลอดช่วงชีวิต และประเด็นที่ 12 การพัฒนาการเรียนรู้นโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศนโยบายและจุดเน้นประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ใน 7 เรื่องซึ่งมีความเชื่อมโยงกับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้แก่ 1) การจัดการศึกษาเพื่อความปลอดภัย โดยเร่งสร้างความปลอดภัยให้สถานศึกษา ป้องกันสถานศึกษาจากภัยคุกคามในชีวิตรูปแบบใหม่ และอื่นๆ เร่งปลูกฝังทัศนคติพฤติกรรม และองค์ความรู้บูรณาการในกระบวนการจัดการเรียนรู้ เสริมสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ ความตระหนัก และส่งเสริมคุณลักษณะและพฤติกรรมที่พึงประสงค์ด้านสิ่งแวดล้อม เร่งพัฒนาบทบาทและภารกิจของหน่วยงานด้านความปลอดภัย ให้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพ 2) การยกระดับคุณภาพการศึกษา โดยส่งเสริมสนับสนุนให้


๑๖สถานศึกษานําหลักสูตรฐานสมรรถนะ ไปสู่การปฏิบัติอย่างเต็มรูปแบบ จัดการเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง พัฒนาและบูรณาการกระบวนการจัดการเรียนรู้และวัดประเมินผลฐานสมรรถนะ พัฒนาทักษะดิจิทัลและภาษาคอมพิวเตอร์ พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง และศีลธรรมจัดการเรียนรู้ตามความสนใจรายบุคคลของผู้เรียน ผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มที่หลากหลาย ส่งเสริมการให้ความรู้และทักษะด้านการเงินและการออมให้กับผู้เรียน ส่งเสริมสนับสนุนสถานศึกษาให้มีการนําผลการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ไปใช้ในการวางแผนพัฒนาการจัดการเรียนการสอน 3) การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษาทุกช่วงวัย โดยพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนเป็นรายบุคคล ส่งเสริมสนับสนุนเด็กปฐมวัยที่มีอายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไปทุกคน เข้าสู่ระบบการศึกษาเพื่อรับการพัฒนาอย่างรอบด้าน มีคุณภาพ พัฒนาข้อมูลและทางเลือกที่หลากหลายให้กับผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายพิเศษ และกลุ่มเปราะบาง รวมทั้งกลุ่ม NEETs ในการเข้าถึงการศึกษา การเรียนรู้ และการฝึกอาชีพอย่างเท่าเทียม 4) การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยพัฒนาสมรรถนะอาชีพที่สอดคล้องกับความถนัด ความสนใจโดยการ Re-skill Up-skill และ New skill 5) การส่งเสริมสนับสนุนวิชาชีพครู บุคลากรทางการศึกษา และบุคลากรสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการ พัฒนาสมรรถนะทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลตามกรอบระดับสมรรถนะดิจิทัล สำหรับครูและบุคลากรทางการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พัฒนาครูให้มีความพร้อมด้านวิชาการและทักษะการจัดการเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ รวมทั้งให้เป็นผู้วางแผนเส้นทางการเรียนรู้ การประกอบอาชีพ และการดำเนินชีวิตของผู้เรียนได้ตามความสนใจและความถนัดของแต่ละบุคคล พัฒนาขีดความสามารถของข้าราชการพลเรือนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้มีสมรรถนะที่สอดคล้องและเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและการเปลี่ยนแปลงของโลกอนาคต 6) การพัฒนาระบบราชการและการบริการภาครัฐยุคดิจิทัล โดยขับเคลื่อนการพัฒนาระบบราชการ 4.0 ด้วยนวัตกรรม และการนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นกลไกหลัก ในการดําเนินงาน การเชื่อมโยงและการแบ่งปันข้อมูล การส่งเสริมความร่วมมือ บูรณาการกับภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกปรับปรุงประสิทธิภาพของเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศให้สามารถใช้งานเครือข่ายสื่อสารข้อมูลเชื่อมโยงหน่วยงานภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับระบบราชการ 4.0 สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ในทุกเวลา ทุกสถานที่ ทุกอุปกรณ์และทุกช่องทาง ปรับปรุงระบบการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษา โดยยึดหลักความจําเป็นและใช้พื้นที่เป็นฐาน ที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ นําเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในระบบการคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในตำแหน่งและสายงานต่าง ส่งเสริมสนับสนุนการดําเนินงานของส่วนราชการให้เป็นไปตามกลไกการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดําเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ และ 7) การขับเคลื่อนกฎหมายการศึกษาและแผนการศึกษาแห่งชาติ โดยเร่งรัดการดำเนินการจัดทำกฎหมายลำดับรองและแผนการศึกษาแห่งชาติเพื่อรองรับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติควบคู่กับการสร้างการรับรู้ให้กับประชาชนได้รับทราบอย่างทั่วถึงนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2566สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตระหนักถึงนโยบายด้านการศึกษา ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในทุกด้าน ดังนั้น เพื่อให้การ


๑๗ดำเนินการเกิดผลสัมฤทธิ์และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนการปฏิรูปประเทศร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และแผนอื่นๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงกำหนดนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2566 เป็น 4 ด้าน ได้แก่ ด้านความปลอดภัย ด้านโอกาส ด้านคุณภาพ และด้านประสิทธิภาพ และกำหนดจุดเน้นใน 9 เรื่อง ดังนี้นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 25661. ด้านความปลอดภัย 1.1 พัฒนาสถานศึกษาให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยของผู้เรียนทุกคน พร้อมเสริมสร้างระบบและกลไกในการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มข้น ให้กับผู้เรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา จากโรคภัยต่าง ๆ ภัยพิบัติและภัยคุกคามทุกรูปแบบ 1.2 ส่งเสริมการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการมีสุขภาวะที่ดีและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 1.3 สร้างภูมิคุ้มกัน การรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยี ในการดำเนินชีวิตวิถีใหม่ (New Normal)และชีวิตวิถีปกติต่อไป (Next Normal)2. ด้านโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 2.1 ส่งเสริม สนับสนุน ให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุ 3 - 6 ปีทุกคน เข้าสู่ระบบการศึกษาสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้และการดูแลปกป้อง เพื่อให้มีพัฒนาการครบทุกด้าน โดยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง2.2 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าถึงโอกาส ความเสมอภาคและได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะสำหรับการศึกษาต่อ และการประกอบอาชีพในอนาคตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดงานและการพัฒนาประเทศ 2.3 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้เข้าถึงโอกาส ความเสมอภาค และได้รับโอกาสในการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ 2.4 ส่งเสริมเด็กพิการและเด็กด้อยโอกาส ให้ได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพและจัดหาทางเลือกในการเข้าถึงการเรียนรู้ การฝึกอาชีพ เพื่อให้ทักษะในการดำเนินชีวิต สามารถพึ่งตนเองได้ 2.5 พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศของนักเรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นรายบุคคลเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการบริหารจัดการศึกษา โดยเฉพาะการดูแลและป้องกันไม่ให้นักเรียนออกจากระบบการศึกษา และช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคันให้กลับเข้าสู่ระบบ3. ด้านคุณภาพ 3.1 ส่งเสริม สนับสนุน สถานศึกษาที่มีความพร้อม ให้นําหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้พื้นฐานที่เน้นสมรรถนะไปใช้ตามศักยภาพของสถานศึกษา ให้สามารถออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสมกับความต้องการและบริบท3.2 พัฒนาผู้เรียนให้เกิดสมรรถนะที่เหมาะสมตามช่วงวัย สามารถจัดการตนเอง มีการคิดขั้นสูงมีความสามารถในการสื่อสาร สามารถจัดระบบและกระบวนการทำงานของตนเองและร่วมกับผู้อื่นโดยใช้การรวมพลังทำงานเป็นทีม เป็นพลเมืองที่ดี มีศีลธรรม และอยู่ร่วมกับธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืนรวมทั้งมีความ


๑๘จงรักภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ ยึดมั่นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข3.3 จัดการศึกษาให้ผู้เรียนมีทักษะที่จําเป็นในศตวรรษที่ 21 นําไปสู่การมีอาชีพ มีงานทำและส่งเสริมความเป็นเลิศของผู้เรียนให้เต็มตามศักยภาพ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน3.4 ส่งเสริม และพัฒนาระบบการวัดและประเมินผลคุณภาพผู้เรียน ให้ควบคู่การเรียนรู้นําไปสู่การพัฒนาการเรียนรู้และสมรรถนะของผู้เรียนเป็นรายบุคคล รวมทั้งส่งเสริมการนําระบบธนาคารหน่วยกิตมาใช้ในการเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์ต่าง ๆ ของผู้เรียนในสถานศึกษา3.5 พัฒนา ส่งเสริม ผู้บริหารการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษารวมทั้งบุคลากรสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิชาชีพ4. ด้านประสิทธิภาพ 4.1 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยการกระจายอำนาจและใช้พื้นที่เป็นฐานที่มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ ตามหลักธรรมาภิบาล 4.2 นําเทคโนโลยีดิจิทัลและการจัดการฐานข้อมูล มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และการเรียนรู้ของผู้เรียน 4.3 ส่งเสริม สนับสนุน การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพ ใช้พื้นที่เป็นฐาน ใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อนบริหารจัดการโดยใช้ทรัพยากรร่วมกัน และแสวงหาการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับเพื่อให้ประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม 4.4 ส่งเสริม สนับสนุน การจัดการศึกษาที่มีคุณภาพในโรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะโรงเรียนที่ตั้งในพื้นที่ลักษณะพิเศษ และโรงเรียนในพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา 4.5 เพิ่มประสิทธิภาพการประกันคุณภาพภายในของสถานศึกษา และปรับกระบวนการนิเทศติดตาม และประเมินผลการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้สอดรับกับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) และชีวิตวิถีปกติต่อไป(Next Normal)จุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566จุดเน้นที่ 1 เร่งแก้ปัญหากลุ่มผู้เรียนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19โดยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ฟื้นฟูภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss Recovery)ให้กับผู้เรียนทุกระดับ รวมทั้งลดความเครียดและสุขภาพจิตของผู้เรียนจุดเน้นที่ 2 เสริมสร้างระบบและกลไกในการดูแล ความปลอดภัยนักเรียน ด้วยระบบมาตรฐานความปลอดภัยกระทรวงศึกษาธิการ (MOE Safety Platform)จุดเน้นที่ 3 ส่งเสริมให้เด็กปฐมวัยที่มีอายุ 3 - 6 ปี และผู้เรียนระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา และป้องกันการหลุดออกจากระบบ รวมทั้งช่วยเหลือเด็กตกหล่น เด็กออกกลางคันและเด็กพิการ ที่ค้นพบจากการปักหมุดบ้านเด็กพิการ ให้กลับเข้าสู่ระบบการศึกษา


๑๙จุดเน้นที่ 4 พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่เน้นสมรรถนะ และการจัดทำกรอบหลักสูตร รวมทั้งจัดกระบวนการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมืองและศีลธรรม ให้เหมาะสมตามวัยของผู้เรียนจุดเน้นที่ 5 จัดการอบรมครูโดยใช้พื้นที่เป็นฐานควบคู่กับการให้ความรู้ด้านการวางแผนและการสร้างวินัยด้านการเงินและการออม เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินครูจุดเน้นที่ 6 ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ ผ่านกระบวนการเรียนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและมีปฏิสัมพันธ์ กับกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ ที่หลากหลายรูปแบบ (Active Learning) มีการวัดและประเมินผล เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียน (Assessment for learning) เพื่อให้เกิดสมรรถนะกับผู้เรียนทุกระดับจุดเน้นที่ 7 ยกระดับคุณภาพของนักเรียนประจำพักนอน สำหรับโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่สูงห่างไกล และถิ่นทุรกันดารจุดเน้นที่ 8 มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ทุกระดับจุดเน้นที่ 9 เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการศึกษา โดยการกระจายอำนาจและใช้พื้นที่เป็นฐานเพื่อสร้างความเข้มแข็ง โดยการจัดสรรกรอบวงเงินงบประมาณ (Block Grant) ตามหลักธรรมาภิบาล ให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาแผนพัฒนาการศึกษาจังหวัดนครสวรรค์ (พ.ศ. 2566-2570)วิสัยทัศนการบริหารตามหลักธรรมมาภิบาล มุ่งพัฒนาคุณภาพการศึกษา ใชเทคโนโลยีอย่างสรรค์สรรคสืบสานวัฒนธรรม นอมนําศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนพันธกิจ1. สงเสริม สนับสนุน ประชากรทุกระดับใหไดรับการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเทาเทียม2. สงเสริม สนับสนุน และพัฒนาผู้เรียนใหมีทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 213. สงเสริม สนับสนุน และพัฒนาทักษะด้านแรงงาน เป็นแรงงานสมรรถนะสูง ตรงกับความตองการของตลาดแรงงาน4. สงเสริมศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาด้านเทคโนโลยีทางการศึกษา5.สงเสริมใหผู้เรียนสามารถใชเทคโนโลยีได้อย่างถูกตองและสร้างสรรค์เกิดประโยชนตอตนเองและสังคม6. สงเสริมสถานศึกษาจัดการเรียนรูที่สืบสานวัฒนธรรม น้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การปฏิบัติ7. สงเสริมภาคีเครือขายทุกภาคสวน มีสวนร่วมในการบริหารและการจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาลเป้าประสงค1. ประชากรไดรบั โอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพทุกระดับ ทุกประเภท อย่างต่อเนื่องและพอเพียง2. ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรในศตวรรษที่213. ผู้เรียนมีทักษะทางอาชีพ เป็นแรงงานที่มีคุณภาพ ตรงตามมาตรฐานแรงงาน4. ผู้เรียนสามารถใชเทคโนโลยีได้อย่างถูกตองและสร้างสรรค์เกิดประโยชนตอตนเองและสังคม


๒๐5. ครูและบุคลากรทางการศึกษามีสมรรถนะในด้านเทคโนโลยีในการจัดการเรียนการสอนอยางมีประสิทธิภาพ6. ผู้เรียนได้เรียนรู้สืบสานวัฒนธรรมที่สำคัญของทองถิ่น และนอมนำศาสตร์พระราชามาใชในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข7. สถานศึกษาและสถาบันการศึกษาไดรับการพัฒนาคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา และภาคีเครือข่ายทุกภาคสวนมีสวนร่วม ในการจัดการศึกษาอย่างยั่งยืนประเด็นยุทธศาสตร์1. การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคง2. การสรางขีดความสามารถในการแขงขันของจังหวัดและประเทศ3. การพัฒนาศักยภาพคนทุกชวงวัยใหมีคุณภาพ และสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิต4. การสรงโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา5. การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดลอม6. การพัฒนาการบริหารและการจัดการศึกษาใหมีประสิทธิภาพตัวชี้วัดและคาเป้าหมายยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงเป้าหมาย1. ผู้เรียนมีความจงรักภักดีตอสถาบันหลักของชาติ และเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีคุณธรรม จริยธรรม ในการดำเนินชีวิต2. ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่สามารถสรงเสริมภูมิคุ้มกันจากภัยคุกคามในรูปแบบใหม่แนวทางการพัฒนา1. สงเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความจงรักภักดีตอสถาบันหลักของชาติและการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข2. สงเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และนําแนวคิดตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สูการปฏิบัติในการดำเนินชีวิต3. สงเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาเพื่อปองกันและแกไขปญหาภัยคุกคามในรูปแบบใหม่เชนอาชญากรรมและความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ยาเสพติด ภัยพิบัติจากธรรมชาติ ภัยโรคอุบัติใหม่ภัยจากไซเบอร์เป็นต้นยุทธศาสตร์ที่ 2 การสรางขีดความสามารถในการแขงขันของจังหวัดและประเทศเป้าหมาย1. หน่วยงานทางการศึกษาพัฒนาศักยภาพในการพัฒนาองคความรูนวัตกรรม2. สงเสริมและพัฒนาผู้เรียนใหมีทักษะและสมรรถนะทางอาชีพที่มีคุณภาพสูง ตรงกับความตองการของตลาดแรงงานแนวทางการพัฒนา1. สงเสริมพัฒนาสื่อการเรียนรูผานเทคโนโลยีที่เหมาะสมตอการเขาถึงและพัฒนาการเรียนรู


๒๑อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต2. ผลิตและพัฒนากําลังคนใหมีสมรรถนะในสาขาที่ตรงตามความตองการของตลาดแรงงานและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ3. สงเสริมและพัฒนาผู้เรียนใหมีคุณภาพและมีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21ยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาศักยภาพคนทุกชวงวัยใหมีคุณภาพ และสงเสริมการเรียนรูตลอดชีวิตเป้าหมาย1. หน่วยงานทางการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท จัดการศึกษาและกระบวนการเรียนรูตามหลักสูตรอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน2. ผู้เรียนมีทักษะการเรียนรูในศตวรรษที่ 21 สมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษา และมาตรฐานวิชาชีพ สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตไดเต็มตามศักยภาพแนวทางการพัฒนา1. สงเสริม สนับสนุนใหคนทุกชวงวัยมีทักษะ ความรูความสามารถ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างเหมาะสม เต็มตามศักยภาพในแต่ละช่วงวัย2. พัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่สงผลตอการพัฒนาทักษะที่จำเป็นในศตวรรษที่ 21ด้วยรูปแบบที่หลากหลาย3. สงเสริมสนับสนุนการจัดการศึกษาผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลและเครือข่ายสังคมรูปแบบต่างๆเพื่อสร้างสังคมแหงการเรียนรูและการเรียนรตลอดชีวิตของคนทุกชวงวัยยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษาเป้าหมาย1. หน่วยงานทางการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท จัดการศึกษาและกระบวนการเรียนรูตามหลักสูตรอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน2. ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและเสมอภาคตามศักยภาพด้วยรูปแบบที่หลากหลายแนวทางการพัฒนา1. สร้างโอกาสการจัดการศึกษาทุกระบบ (ในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย) ใหผูเรียนสามารถเขาถึงการเรียนรูอย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตทุกบริบทพื้นที่2. ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษายุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดลอมเป้าหมายหน่วยงานและสถานศึกษามีการสงเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดลอมแนวทางการพัฒนาสงเสริมสนับสนุนการสร้างสังคมคุณภาพชีวิตจิตสํานึกรักษสิ่งแวดลอมยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาการบริหารและการจัดการศึกษาใหมีประสิทธิภาพเป้าหมาย1. หน่วยงานทางการศึกษาและสถานศึกษา พัฒนาการจัดการศึกษาและพัฒนาระบบบริหารได้อย่างมี


๒๒ประสิทธิภาพ2. การจัดการศึกษาตอบสนองความตองการของผู้เรียนและประชาชนในทุกพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์โดยภาคีเครือขายทุกภาคสวนมีสวนร่วมสนับสนุนการจัดการศึกษาแนวทางการพัฒนา1. พัฒนาระบบบริหารจัดการศึกษาและองคกรตามหลักธรรมาภิบาล2. สงเสริมใหทุกภาคสวนเขามามีสวนร่วมในการจัดการศึกษา


๒๓ส่วนที่ 3สาระสำคัญแผนพัฒนาการศึกษา1. การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมขององค์กร (SWOT Analysis) 1.1 สภาพแวดล้อมภายนอกสถานศึกษาสภาพแวดล้อมภายนอกของโรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์” จาก 4 ปัจจัย คือ1.1.1 ปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรม ที่ตั้งของโรงเรียนอยู่ในชนบท และสภาพแวดล้อมทางกายภาพเป็นชุมชนขนาดเล็ก แนวโน้มของประชากรที่จะต้องได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่บริการ มีจำนวนลดน้อยลง เนื่องจากอัตราการเกิดของเด็กและค่านิยมของผู้ปกครองในการส่งเด็กเข้าไปเรียนในโรงเรียนยอดนิยมภายในตัวเมืองทำให้จำนวนนักเรียนในสถานศึกษามีจำนวนน้อยลง ผู้ปกครองและชุมชน ให้ความสำคัญต่อการจัดกิจกรรมการศึกษาของโรงเรียน ทำให้การดำเนินงานต่างๆเป็นไปด้วยความราบรื่น ถือได้ว่าปัจจัยด้านสังคมและวัฒนธรรมเป็นปัจจัยที่ เป็นโอกาสมากกว่าอุปสรรคต่อการดำเนินภารกิจของโรงเรียน กล่าวคือคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้นำชุมชน ผู้ปกครองเห็นความสำคัญของการศึกษา สนับสนุนการจัดกิจกรรมต่างๆโรงเรียน จึงจัดการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง ผู้ปกครองมีการประกอบอาชีพต่างๆอย่างหลากหลายสามารถใช้เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นให้นักเรียนได้ศึกษาและเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ส่วนปัจจัยที่เป็นอุปสรรคในการจัดการศึกษาคือ ผู้ปกครองบางส่วนมีอาชีพที่ไม่มั่นคง มีฐานะยากจน ครอบครัวหย่าร้างและต้องย้ายที่อยู่เพื่อประกอบอาชีพบ่อยๆ ทำให้นักเรียน เรียนไม่ต่อเนื่อง บางส่วนต้องอยู่กับญาติพี่น้อง ส่งผลกระทบต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนโดยรวม ตลอดจนปัญหาด้านสังคมที่ทำให้นักเรียนอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการเกี่ยวข้อง เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาการพนัน ปัญหาการติดเกม เป็นต้น1.1.2 ปัจจัยทางด้านเทคโนโลยี โครงสร้างพื้นฐานและการแพร่กระจายของเทคโนโลยีในชุมชนไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ ไฟฟ้า เครือข่ายการสื่อสารและอินเทอร์เน็ต ทำให้การเข้าถึงเทคโนโลยีของนักเรียนและผู้ปกครองทำได้ง่ายและสะดวก ตลอดจนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทั้งในการบริหารจัดการ การให้บริการและการพัฒนาการศึกษาให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น สามารถช่วยลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ประสิทธิภาพในการติดต่อสื่อสาร รวดเร็วขึ้น โดยไม่มีข้อจำกัดด้านสถานที่และเวลา สำหรับด้านการศึกษา สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนรู้ของนักเรียน การให้บริการแก่ผู้ปกครอง ประชาชน ชุมชนและสังคม ให้เกิดองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสังคมและคุณภาพชีวิต เป็นปัจจัยที่เป็นโอกาสต่อการดำเนินภารกิจของโรงเรียนเป็นอย่างมาก โดยโรงเรียนได้ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีมาพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของนักเรียนให้เกิดประสิทธิภาพตอบสนองต่อความต้องการของผู้ปกครองชุมชนและสังคม ที่ต้องการให้นักเรียนได้เรียนรู้และทันต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีเพื่อโอกาสที่ดีในอนาคต ประกอบกับการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้เกิดการเรียนรู้และประสบการณ์ต่างๆอย่างหลากหลาย ส่วนปัจจัยที่เป็นอุปสรรค คือ ระบบสัญญาณของเครือข่ายผู้ให้บริการไม่เสถียรทำให้สัญญาณอินเตอร์เน็ตไม่ดีพอ นอกจากนี้ การซ่อมบำรุง วัสดุ อุปกรณ์ ด้านเทคโนโลยี มีราคาค่อนข้างสูงทำให้การดำเนินการมีค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก1.1.3 ปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ ภาวะทางเศรษฐกิจและฐานะทางเศรษฐกิจ ได้แก่ รายได้ของผู้ปกครองและประชากรกลุ่มเป้าหมาย ผู้ปกครอง นักเรียนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป มีผู้ปกครองส่วนหนึ่งอพยพมาจากต่างจังหวัดเพื่อมารับจ้างทำงาน การกระจายรายได้ในชุมชนจึงเป็นไปในลักษณะที่มีนายจ้างและลูกจ้าง แหล่งทรัพยากรทางเศรษฐกิจที่เอื้ออำนวยต่อการจัดการศึกษาของโรงเรียนคือ ภาวะของการมีงานทำ/การว่างงานของผู้ปกครอง/ครัวเรือน กลุ่มเป้าหมายความต้องการของตลาดแรงงานและช่องทางการประกอบ


๒๔อาชีพ เป็นปัจจัยที่เป็นโอกาสในการจัดการศึกษา ประกอบกับนโยบายเรียนฟรี 15 ปี ไม่เสียค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ทำให้แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง นักเรียนมีโอกาสมากขึ้น ผู้ปกครองส่วนใหญ่ มีฐานะทางเศรษฐกิจในระดับยากจนถึงปานกลาง จึงช่วยส่งเสริมและสนับสนุนด้านสื่อ อุปกรณ์ อาคารสถานที่ ที่เอื้อต่อการจัดการเรียนการสอนและการดำเนินการของโรงเรียนได้ไม่มากนัก ส่วนอุปสรรคในการดำเนินงานคือ งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรจากรัฐในการจัดการศึกษามีจำนวนจำกัดและผู้ปกครองมีฐานะยากจน 1.1.4 ปัจจัยทางด้านการเมืองและกฎหมาย เป็นปัจจัยที่ เป็นโอกาสต่อการดำเนินงานของโรงเรียนเป็นอย่างมากเพราะ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ .ศ. 2542 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2545 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2553 ทำให้ครูมีการพัฒนาตนเองและจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลายมากขึ้น นักเรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ ตลอดจนการได้รับการสนับสนุนในด้านต่างๆจากองค์กรส่วนท้องถิ่นและชุมชน อันเนื่องมาจากพระราชบัญญัติการกระจายอำนาจส่งผลให้เกิดการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการศึกษามากยิ่งขึ้น ส่วนอุปสรรคในการดำเนินงานตามภารกิ จ คือ ความไม่ต่อเนื่องของนโยบายจัดการศึกษาเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารจัดการศึกษาและการปฏิรูปการศึกษาที่ยังไม่แล้วเสร็จผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกตามปัจจัย 4 ด้าน ดังกล่าวข้างต้น สรุปได้ว่า โรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์” มีปัจจัยที่เป็นโอกาสมากกว่าปัจจัยที่เป็นอุปสรรค กล่าวคือ มีความพร้อมในการจัดการศึกษา โดยได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนจากชุมชนและหน่วยงานต้นสังกัด สามารถพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนให้เกิดผลตามเป้าหมายของโรงเรียน แต่ก็ยังมีอุปสรรคอยู่ บ้างคือ การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมและวัฒนธรรม เทคโนโลยีการสื่อสาร ทำให้พฤติกรรมของเยาวชนปรับเปลี่ยนตามไปด้วย1.2 การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษาสภาพแวดล้อมภายในสถานศึกษาโรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์” พิจารณาจากจุดแข็งและจุดอ่อน จาก 6 ปัจจัย ดังนี้1.2.1 ปัจจัยทางด้านโครงสร้างและนโยบาย เป็นจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อน กล่าวคือ โรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์” มีการบริหารงาน กำหนดวิสัยทัศน์ นโยบาย เป้าหมาย และภารกิจที่ชัดเจน ทำให้บุคลากรมีการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ เน้นการทำงานเป็นหมู่คณะ ทุกคนมีส่วนร่วมรับผิดชอบ สร้างขวัญและกำลังใจลดการขัดแย้ง ทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ แต่ยังมีจุดอ่อนอยู่ บ้างในเรื่องของการปฏิบัติตามนโยบายบางส่วน ยังไม่ได้ประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ เนื่องจากการมีครู จำนวนจำกัดและมีความจำเป็นที่ครูส่วนหนึ่งต้องทำการสอนไม่ตรงกับสาขาวิชาเอก แต่ก็ได้รับการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนต้องปฏิบัติหน้าที่อื่นๆไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอนควบคู่ไปด้วย 1.2.2 ปัจจัยด้านผลผลิตและการให้บริการ ถือว่าเป็นจุดแข็ง มากกว่าจุดอ่อน กล่าวคือ คุณภาพของนักเรียนซึ่งถือว่าเป็นผลผลิตจากการให้บริการโดยเฉลี่ยมีคุณภาพตามมาตรฐาน นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์และผลการทดสอบระดับชาติอยู่ ในเกณฑ์ที่ น่าพึงพอใจ อัตราการเรียนต่อของนักเรียนในระดับที่ สูงขึ้น ผู้ปกครองพึงพอใจ รวมไปถึงการให้บริการทางด้านปริมาณ ถือว่า เป็นจุดแข็ง เนื่องจากสามารถให้บริการได้ครอบคลุมพื้นที่เขตบริการ และประชากรทุกกลุ่มเป้าหมาย จุดอ่อนอยู่ที่จำนวนนักเรียนในเขตพื้นที่บริการมีน้อย เนื่องจากประชากรวัยเรียนลดลง ค่านิยมการเข้าไปเรียนในโรงเรียนยอดนิยม การประกอบอาชีพและการอพยพย้ายถิ่นของผู้ปกครอง เป็นต้น1.2.3 ปัจจัยด้านบุคลากร เป็นปัจจัยที่ มีจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อนเนื่องจากผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ สามารถบริหารจัดการครูและบุคลากรให้จัดการเรียนการสอนแก่นักเรียนได้อย่างเต็มศักยภาพ ครูและบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ความสามารถเฉพาะด้านและมีการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง สามารถจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


๒๕1.2.4 ปัจจัยด้านการเงิน เป็นปัจจัยที่มีจุจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อน กล่าวคือ ผู้บริหารโรงเรียนมีความสามารถในการบริหารงบประมาณและการเงินแบบมุ่งเน้นผลงาน ทำให้เกิดความโปร่งใส คล่องตัว ตรงตามความต้องการของนักเรียน ผู้ปกครองและครู มีการจัดทำบัญชีการเงินอย่างเป็นระบบ ทำให้สะดวกต่อการค้นหาและตรวจสอบได้ มีการระดมทรัพยากรเพื่อใช้ในการบริหารจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่อง1.2.5 ปัจจัยด้านวัสดุอุปกรณ์ มีจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อน คือ การสำรวจความต้องการวัสดุอุปกรณ์อย่างมีระบบส่งผลให้ครูผู้สอนได้รับวัสดุอุปกรณ์ตามที่ต้องการอย่างมีคุณภาพ การจัดสถานที่แหล่งเรียนรู้ภายในสถานศึกษาที่พร้อมสำหรับจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเป็นอย่างดี ส่วนที่เป็นจุดอ่อนคือ วัสดุ ครุภัณฑ์บางอย่างต้องใช้งบประมาณการซ่อมบำรุง ดูแลรักษาเป็นจำนวนมาก เช่น ระบบเครือข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ต เครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องปริ๊นเตอร์ เป็นต้น 1.2.6 ปัจจัยด้านการบริหารจัดการ มีจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อน คือ โรงเรียนมีการมอบอำนาจและหน้าที่ทำให้ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน มีการจัดทำแผนปฏิบัติการและโครงการประกอบการบริหารงานทั้งระยะสั้นและระยะยาว ทำให้บุคลากรปฏิบัติงานได้ตรงตามเป้าหมาย คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีส่วนร่วมในการวางแผนการจัดการศึกษาทุกขั้นตอน ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน ตามปัจจัยทั้ง 6 ด้านข้างต้น สรุปได้ว่าโรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์” มีจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อน กล่าวคือ คุณภาพของนักเรียนซึ่งถือว่าเป็นผลผลิตจากการให้บริการโดยเฉลี่ยมีคุณภาพตามมาตรฐานนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์และผลการทดสอบระดับชาติอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพึงพอใจ อัตราการศึกษาต่อของนักเรียนในระดับที่ สูงขึ้น ผู้ปกครองพึงพอใจ มีการบริหารและปฏิบัติงานอ ย่างเป็นระบบ บุคลากร มีความสามารถเฉพาะด้าน การบริหารงบประมาณตรงตามความต้องการของการจัดการศึกษา มีความพร้อมในด้านวัสดุ อุปกรณ์ และสามารถระดมทุนทรัพยากรต่างๆมาสนับสนุนกิจกรรมการเรียนการสอนได้เป็นอย่างดี แต่มีจุดอ่อนคือ จำนวนประชากรวัยเรียนลดลง งบประมาณได้รับการจัดสรรตามจำนวนนักเรียน ทำให้มีผลกระทบต่อการจัดเรียนการสอนพอสมควร 1.3 การประเมินสถานภาพของโรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์” จากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและภายในของโรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์” ที่ได้นำเสนอไปในเบื้องต้นแล้วนั้น กล่าวโดยสรุปว่า โรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์” มีปัจจัยที่เป็นโอกาสจากสภาพแวดล้อมภายนอกที่เอื้อต่อการดำเนินภารกิจในการจัดการศึกษาของโรงเรียนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการส่งเสริมและสนับสนุนกิจกรรมต่างๆจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง ชุมชนและองค์กรส่วนท้องถิ่น ปัจจัยที่เป็นอุปสรรค คือ การเปลี่ยนแปลงทางด้านสังคมและวัฒนธรรม ประชากรวัยเรียนลดลง ผู้ปกครองมีฐานะยากจน ครอบครัวหย่าร้าง ส่งผลกระทบต่อการเรียนของนักเรียน และผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในมีจุดแข็งมากกว่าจุดอ่อน กล่าวคือ นักเรียนมีคุณภาพตามมาตรฐาน มีการบริหารและปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ ครูและบุคลากรทางการศึกษามีศักยภาพต่อการจัดการเรียนรู้ แต่มีจุดอ่อนคือ ข้าราชการครูส่วนใหญ่อยู่ในช่วงวัยใกล้เกษียณอายุ ดังนั้นสถานภาพของโรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์” จึงอยู่ในลักษณะ “ เอื้อและแข็ง ”


๒๖1.4 ผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม/SWOT โรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์” จุดแข็ง ( strengths )- คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีส่วนร่วมวางแผนการจัดการศึกษา- การบริหารงาน กำหนดวิสัยทัศน์ นโยบาย เป้าหมาย และภารกิจที่ชัดเจน การปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ ทำงานเป็นหมู่คณะ - มอบอำนาจหน้าที่ ลดขั้นตอนการทำงาน- นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ และผลการทดสอบระดับชาติเป็นที่น่าพอใจ- ให้บริการครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย-ได้รับการสนับสนุนทั้งจาก ท้องถิ่นและชุมชนจุดอ่อน ( weekness )-จำนวนประชากรวัยเรียนลดลงและผู้ปกครองบางส่วนมีค่านิยมในการส่งนักเรียนไปเรียนโรงเรียนยอดนิยม - ความเจริญด้านเทคโนโลยี ทำให้พฤติกรรม ค่านิยมในการใช้เทคโนโลยีที่ไม่เหมาะสม เช่น การเล่นเกมออนไลน์ ของนักเรียนส่งผลต่อการเรียน- วัสดุอุปกรณ์ ด้านเทคโนโลยี ใช้งบประมาณซ่อมบำรุงและดูแลรักษา จำนวนมาก- การใช้เทคโนโลยีมากขึ้นทำให้ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคสูงโอกาส ( opportunities )- ผู้ปกครองประกอบอาชีพหลากหลาย / มีภูมิปัญญาท้องถิ่นและแหล่งเรียนรู้ที่ใช้จัดการเรียนการสอนเพียงพอ- นโยบายการปฏิรูปการศึกษา ทำให้ครูมีการพัฒนาตนเองและจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่หลากหลายมากขึ้น นักเรียนได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ - คณะกรรมการสถานศึกษา ชุมชน ผู้ปกครองให้ความสำคัญพร้อมสนับสนุนการจัดการศึกษา อุปสรรค ( threats )- ผู้ปกครองส่วนหนึ่งมีอาชีพไม่มั่นคง ย้ายที่อยู่บ่อย ครอบครัวหย่าร้าง ส่งผลกระทบต่อการเรียนของนักเรียนพอสมควร- เสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมไม่แน่นอนผู้ปกครองมีฐานะยากจน- นโยบายการศึกษาเปลี่ยนแปลงบ่อย2. อำนาจหน้าที่ของโรงเรียน : ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติเพื่อให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติสถานศึกษามีบทบาทหน้าที่ดังนี้1) จัดทานโยบาย แผนพัฒนาการศึกษาของสถานศึกษาให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนของกระทรวงศึกษาธิการ สานักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา ตลอดจนบริบทและความต้องการของชุมชนและท้องถิ่น2) จัดตั้งงบประมาณ และรับผิดชอบการใช่จ่ายงบประมาณของสถานศึกษา3) พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และความต้องการของนักเรียน ชุมชน และท้องถิ่น4) จัดการเรียนการสอน สภาพแวดล้อม บรรยากาศการเรียนการสอนที่เหมาะสม และส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ตลอดจนการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาอย่างต่อเนื่อง5) ออกระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศและแนวปฏิบัติต่าง ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด6) กำกับ ติดตาม ประเมินผลงานตามแผนงาน โครงการและประเมิน ผลการปฏิบัติงานตลอดจนการพิจารณาความดีความชอบ การพัฒนา และการดาเนินการทางวินัยกับครูและบุคลากร ทางการศึกษาในสถานศึกษาตามที่กฎหมายกำหนด7) ระดมทรัพยากรเพื่อการศึกษา รวมทั้งปกครอง ดูแล บำรุงรักษา ใช้และจัดหาผลประโยชน์จากทรัพย์สินของสถานศึกษา


๒๗8) จัดให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและให้ความร่วมมือในการประเมินคุณภาพการศึกษาจากหน่วยงานภายนอกสถานศึกษา รวมทั้ง การรายงานผลการประเมินต่อคณะกรรมการสถานศึกษาและสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา3. ทิศทางการจัดการศึกษาวิสัยทัศน์(Vision)โรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า “ประชาประสาทวิทย์”จัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ คู่คุณธรรม สำนึกความเป็นไทย ก้าวไกลเทคโนโลยีน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่การปฏิบัติพันธกิจ (Mission)1. ส่งเสริมการจัดการศึกษาทุกระดับให้มีคุณภาพเป็นไปตามหลักสูตรสถานศึกษา2. ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์และค่านิยมหลักคนไทย 12ประการ3. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นครูมืออาชีพ4. พัฒนาและส่งเสริมการผลิตการใช้สื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษา5. พัฒนาระบบบริหารจัดการสู่มาตรฐานสากลบนความร่วมมือของทุกภาคส่วนตามหลักธรรมาภิบาล6. ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล กระทรวงและหน่วยงานต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเป้าประสงค์(Goal)1. ผู้เรียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาปฐมวัยและมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน มาตรฐานการศึกษาชาติ2. ผู้เรียนมีคุณธรรมจริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ค่านิยมหลักคนไทย 12 ประการและมีคุณภาพชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง3. ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีสมรรถนะตรงตามสายงานและมีวัฒนธรรมการทำงานที่มุ่งเน้นสัมฤทธิ์ผล มีความก้าวหน้าในอาชีพ4. ผู้เรียนใช้สื่อเทคโนโลยีทางการศึกษาให้เกิดประสิทธิผลและมีประสิทธิภาพอย่างสูงสุด5. สถานศึกษามีระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ แบบมีส่วนร่วมตามหลักธรรมาภิบาล สู่คุณภาพระดับมาตรฐานสากล6. สถานศึกษาสามารถขับเคลื่อนการดำเนินงานตอบสนองนโยบายของรัฐบาล กระทรวงและหน่วยงานต้นสังกัดที่เกี่ยวข้องกับการศึกษากลยุทธ์(Strategy)1. พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา2. เพิ่มโอกาสการถึงบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึงเท่าเทียม3. ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์และวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง4. เพิ่มศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพ5. สนับสนุนการผลิตและการใช้สื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษา6. พัฒนาระบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมตามหลักธรรมาภิบาล


๒๘ส่วนที่ 4กลยุทธ์การจัดการศึกษา( Strategy )4.1 กลยุทธ์ระดับโรงเรียน ( Strategy ) โรงเรียนชมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์” มีกลยุทธ์หลัก 6 กลยุทธ์ ดังนี้1. พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา2. เพิ่มโอกาสการถึงบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึงเท่าเทียม3. ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์และวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง4. เพิ่มศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพ5. สนับสนุนการผลิตและการใช้สื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษา6. พัฒนาระบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมตามหลักธรรมาภิบาล๕.2 โครงการที่สนับสนุนกลยุทธ์ลำดับที่ กลยุทธ์ งาน/โครงการ1 พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา1. โครงการพัฒนาห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้2. โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน3. โครงการส่งเสริมทักษะอาชีพ4. โครงการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา2 เพิ่มโอกาสการถึงบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึงเท่าเทียม1. โครงการส่งเสริมสุขภาพนักเรียน2. โครงการอาหารกลางวัน3. โครงการส่งเสริมแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น4. โครงการพัฒนาอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมภายใน สถานศึกษา5. โครงการส่งเสริมพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน3 ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์และวิถีชีวิตตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง1. โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม2. โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง4 เพิ่มศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพ1. โครงการพัฒนาครูและบุคลากร


๒๙ลำดับที่ กลยุทธ์ งาน/โครงการ5 สนับสนุนการผลิตและการใช้สื่อนวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษา1. โครงการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ6 พัฒนาระบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมตามหลักธรรมาภิบาล1. โครงการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการสู่ คุณภาพการศึกษา2. โครงการพัฒนาระบบงานธุรการ การเงิน พัสดุ3. โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ของคณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชน4. โครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายใน สถานศึกษา5. โครงการโรงเรียนสุจริต


๕.3 กรอบกลยุทธ์และแนวทางการพัฒนา กลยุทธ์ที่ 1 พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาที่ โครงการ ตัวชี้วัดตัวชี้วัดค1. โครงการพัฒนาห้องสมุดเพื่อการเรียนรู้ ๑. ร้อยละของนักเรียนเป็นบุคคลแห่งการ ค้นคว้า เกิดการใฝ่รู้และนำไปสู่การป๒. ร้อยละของนักเรียนมีทักษะกระบวนก และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง3. ร้อยละของนักเรียนใช้เวลาว่างให้เกิดป4. ร้อยละของนักเรียนรู้จักเลือกอ่านหนัง นำไปพัฒนาทักษะการเขียนบันทึกควาของนักเรียน๒. โครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ๑. ร้อยละของนักเรียนมีระดับผลการเรีย หลักสูตรสถานศึกษา ๒. ร้อยละของนักเรียนชั้น ม.๓ และ ม.๖ สูงขึ้นไม่น้อยกว่า0.5 ในทุกกลุ่มสาร๓. ร้อยละของนักเรียนทุกคนผ่านเกณฑ์ก ด้านตามเกณฑ์ที่โรงเรียนกำหนด4. ร้อยละของนักเรียนมีทักษะการท่องสูต เกณฑ์5. ร้อยละของนักเรียนมีทักษะการสื่อสาร


๒๙ความสำเร็จ เป้าหมาย2566 2567 25๖8 25๖9 2570รเรียนรู้ มีนิสัยรักการอ่าน รักการปฏิบัติในชีวิตประจำวันการแสวงหาความรู้ รักการเรียนรู้ประโยชน์งสือที่ดีมีประโยชน์อย่าหลากหลายามรู้จากเรื่องที่อ่านตามความคิด80 82 84 86 ๘8ยนทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ตาม๖ มีผลการทดสอบระดับชาติเฉลี่ยระการประเมินสมรรถนะสำคัญ ๕ตรคูณและการคิดคำนวณตามรภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน75 77 79 81 82


ที่ โครงการ ตัวชี้วัดตัวชี้วัดค6. ร้อยละของนักเรียนมีความสามารถใน7. ร้อยละของครูจัดการเรียนรู้ให้นักเรียน โดยการปฏิบัติจริง8. ร้อยละของครูมีเครื่องมือในการวัด ปร เป้าหมาย9. ร้อยละของครูมีการแลกเปลี่ยนเรียนร3. โครงการส่งเสริมทักษะอาชีพ ๑. ร้อยละของนักเรียนมีความรู้และทักษะ อาชีพ๒. ร้อยละของนักเรียนมีความสามารถใน๓. ร้อยละของนักเรียนทำงานอย่างมีควาผลงานของตนเอง๔. ร้อยละของนักเรียนสามารถทำงานร่วม5. ร้อยละของนักเรียนมีความรู้สึกที่ดีต่ออ อาชีพที่ตนเองสนใจ4. โครงการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา 1. ระดับคุณภาพของหลักสูตรสถานศึกษ กับท้องถิ่น2. ระดับคุณภาพของการจัดรายวิชาเพิ่ม เรียนตามความถนัด ความสามารถและ3. ระดับคุณภาพของการจัดกิจกรรมพัฒ ความต้องการ ความสามารถ ความถน4. ระดับคุณภาพของการสนับสนุนให้ครูจ


๓๐ความสำเร็จ เป้าหมาย2566 2567 25๖8 25๖9 2570นการสร้างนวัตกรรมนเรียนรู้ระเมินผลนักเรียนที่สอดคล้องกับรู้ในรูป PLC ะพื้นฐานและเจตคติที่ดีต่องานนการจัดการและทำงานจนสำเร็จามสุข มุ่งมั่นพัฒนาและภูมิใจในมกับผู้อื่นได้อาชีพสุจริตและหาความรู้เกี่ยวกับ80 82 84 86 ๘8ษาเหมาะสมและสอดคล้องมเติมที่หลากหลายให้ผู้เรียนเลือกะความสนใจฒนาผู้เรียนที่ส่งเสริมและตอบสนองนัดความสนใจของผู้เรียนจัดกระบวนการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียน80 82 84 86 ๘8


กลยุทธ์ที่ 2 เพิ่มโอกาสการถึงบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึงเท่าเทียม ได้ลงมือปฏิบัติจริงจนสรุปความรู้ได้ด้ว5. ระดับคุณภาพของการนิเทศภายใน กำ ไปปรับปรุงการเรียนการสอนอย่างสมที่ โครงการ ตัวชี้วัดตัวชี้วัดค1. โครงการส่งเสริมสุขภาพนักเรียน ๑. ร้อยละของนักเรียนมีสุขภาพร่างกายแ๒. ร้อยของนักเรียนสามารถอยู่ร่วมกับคุณ๓. ร้อยละของนักเรียนไม่เกี่ยวข้องกับย๒. โครงการอาหารกลางวัน 1. ร้อยละของนักเรียนได้รับประทานอาห คุณค่าครบทางโภชนาการ๒. ร้อยละของนักเรียนมีน้ำหนัก ส่วนสูงแ เกณฑ์๓. ร้อยละของนักเรียนมีสุขภาพอนามัยท ไข้เจ็บ3. โครงการส่งเสริมแหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น๑. 1. ร้อยละของนักเรียนมีทักษะกระบวนก จริงจากแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลาย๒. ร้อยละของนักเรียนได้รับประสบการณ


๓๑วยตนเองำกับ ติดตามตรวจสอบ และนำผลม่ำเสมอความสำเร็จ เป้าหมาย2566 2567 25๖8 25๖9 2570แข็งแรงณครูและเพื่อนๆอย่างมีความสุขยาเสพติด80 82 84 86 ๘8หารและอาหารเสริม (นม) ที่มีและมีสมรรถภาพทางกายตามที่สมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคภัย80 82 84 86 ๘8การแสวงหาความรู้ ได้ศึกษาสภาพณ์และความรู้ใหม่ๆ80 82 84 86 ๘8


ที่ โครงการ ตัวชี้วัดตัวชี้วัดค4. โครงการพัฒนาอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมภายในสถานศึกษา1. 1.โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมที่ดี สะอาดบร๒. อาคารเรียนได้รับการดูแลให้อยู่ในสภา การสอน5. โครงการส่งเสริมพัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน1. นักเรียนโรงเรียนบ้านม่วงยายทุกคน ไ ผู้ปกครอง ครู และบุคคลที่เกี่ยวข้อง อ ทักษะชีวิตที่ดี ตามคุณลักษณะอันพึงป2. ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรป้องกัน และแก้ไขปัญหาให้กับนักเรีย


๓๒ความสำเร็จ เป้าหมาย2566 2567 25๖8 25๖9 2570รรยากาศร่มรื่นาพดีเหมาะในการจัดการเรียนได้รับการดูแลช่วยเหลือจากอย่างทั่วถึงตรงตามสภาพปัญหา มีประสงค์รียนมีประสิทธิภาพสามารถยนได้อย่างเหมาะสม80 82 84 86 ๘8


กลยุทธ์ที่ 3 ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์และวิถีชีวิตตามหลที่ โครงการ ตัวชี้วัดตัวชี้วัดค1. โครงการส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม ๑. ร้อยละของนักเรียนมีคุณลักษณะที่พึง 12 ประการ ๒. ร้อยละของนักเรียนมีความภาคภูมิใจใ๓. ร้อยละของนักเรียนยอมรับที่จะอยู่ร่วม หลากหลาย๔. ร้อยละของนักเรียนทุกคนมีส่วนร่วมก กิจกรรมประเพณีท้องถิ่น5. ร้อยละของนักเรียนมีจิตอาสาช่วยงาน ผลประโยชน์ของส่วนรวมและของชาต๒. โครงการส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพียง ๑.ร้อยละของผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้๒. ร้อยละของผู้เรียนไปสามารถปลูกพืชผ ในการเกษตรของโรงเรียนได้๓. ร้อยละของผู้เรียนมีความขยัน อดทน การปลูกผัก คัดแยกขยะและทำปุ๋ยชีว๔. ร้อยละของผู้เรียนมีการออมทรัพย์สม่ำ


๓๓ลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงความสำเร็จ เป้าหมาย2566 2567 25๖8 25๖9 2570งประสงค์ตามหลักสูตรและค่านิยมในท้องถิ่นและความเป็นไทยมกันบนความแตกต่างและกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์และนโรงเรียนและชุมชน คำนึงถึงติ80 82 84 86 ๘8จหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงผักคัดแยกขยะและทำปุ๋ยชีวภาพนมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ในวภาพได้ำเสมอ80 82 84 86 ๘8


กลยุทธ์ที่ 4 เพิ่มศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาตามมาตรฐานวิชาชีพกลยุทธ์ที่ 5 สนับสนุนการผลิตและการใช้สื่อ นวัตกรรม เทคโนโลยีทางการศึกษาที่ โครงการ ตัวชี้วัดตัวชี้วัดค1. โครงการพัฒนาครูและบุคลากร ๑. ร้อยละของครูนำความรู้ไปพัฒนาผู้เรีย๒. ร้อยละของครูและบุคลากรทุกคนได้รับ๓. ร้อยละของครูได้ขวัญและกำลังใจในกที่ โครงการ ตัวชี้วัดตัวชี้วัดค1. โครงการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ 1. โรงเรียนมีห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร สามารถจัดการเรียนรู้แก่นักเรียนในโรง2. นักเรียนได้รับบริการสารสนเทศในการ3. นักเรียนมีความสามารถในการใช้เทคโ


๓๔ความสำเร็จ เป้าหมาย2566 2567 25๖8 25๖9 2570ยนได้เต็มศักยภาพของแต่ละบุคคลบการพัฒนาทางวิชาชีพการปฏิบัติหน้าที่80 82 84 86 ๘8ความสำเร็จ เป้าหมาย2566 2567 25๖8 25๖9 2570ร์ที่มีระบบการอินเทอร์เน็ตที่งเรียนได้รสืบค้นข้อมูลบนระบบเครือข่ายได้โนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร80 82 84 86 ๘8


กลยุทธ์ที่ 6 พัฒนาระบบการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมตามหลักธรรมาภิบาลที่ โครงการ ตัวชี้วัดตัวชี้วัดค1. โครงการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการสู่คุณภาพการศึกษา๑. โรงเรียนมีการจัดโครงสร้างงาน แผนง ทำงาน๒. โรงเรียนดำเนินภารกิจงานมีประสิทธิภ2. โครงการพัฒนาระบบงานธุรการ การเงิน พัสดุ๑. การบริหารการเงิน พัสดุ มีคุณภาพตร และความจำเป็นสามารถตรวจสอบได3. โครงการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษาและชุมชน๑. คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกค บทบาทหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ แล๒. คณะกรรมการสถานศึกษากำกับ ติดต ดำเนินงานของสถานศึกษาให้บรรลุผล๓. ผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมใ4. โครงการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา๑. ระดับคุณภาพของมาตรฐานการศึกษา2. ระดับคุณภาพของการจัดระบบข้อมูลส การบริหารจัดการเพื่อพัฒนา คุณภาพ3. ระดับคุณภาพของการติดตามตรวจสอ ตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษ


๓๕ความสำเร็จ เป้าหมาย2566 2567 25๖8 25๖9 2570งานโครงการเป็นเครื่องมือในการภาพและประสิทธิผลเป็นที่น่าพอใจ80 82 84 86 ๘8รงตามความต้องการด้100 100 100 100 100ครอง ชุมชน ปฏิบัติงานตามละเกิดประสิทธิผลตาม ดูแล และขับเคลื่อนการลสำเร็จตามเป้าหมายในการพัฒนาสถานศึกษา80 82 84 86 ๘8า ของสถานศึกษาสารสนเทศและใช้สารสนเทศในพสถานศึกษาอบ และประเมินคุณภาพภายในษา80 82 84 86 ๘8


4. ระดับคุณภาพของการนำผลการประเม ไปใช้วางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา5. ระดับคุณภาพของการจัดทำรายงานป คุณภาพภายใน5. โครงการโรงเรียนสุจริต 1. ร้อยละของนักเรียนชั้นอนุบาล 1 – ม มีวินัย ซื่อสัตย์สุจริต อยู่อย่างพอเพียง2. ร้อยละของนักเรียนชั้นอนุบาล 1 – ม ร่วมสร้างเครือข่ายในชุมชน สังคม ใน3. ร้อยละของนักเรียนชั้นอนุบาล 1 – มกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ สามา ชีวิตประจำวัน4. ร้อยละของนักเรียนชั้นอนุบาล 1 – ม สังคม ได้แก่ การอยู่ร่วมกัน การทำงา ซึ่งกันและกัน


๓๖มินคุณภาพทั้งภายในและภายนอกาประจำปีที่เป็นรายงานการประเมินมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีทักษะการคิดง และมีจิตสาธารณะมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีจิตสำนึกและนการต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีทักษะารถนำกระบวนการคิดไปใช้ในมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีทักษะทางานร่วมกัน ยอมรับฟังความคิดเห็น80 82 84 86 ๘8


๓๗ส่วนที่ 5การขับเคลื่อนแผนพัฒนาการศึกษาสู่การปฏิบัติแนวทางการบริหารแผนสู่การปฏิบัติโรงเรียนกำหนดแนวทางในการบริหารแผนสู่การปฏิบัติดังนี้การนำแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปีสู่การปฏิบัตินับเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากเพราะเป็นความสามารถที่จะผลักดันการทำงานสำคัญทั้งหมดให้สามารถบรรลุผลลัพธ์ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้การดำเนินงานจะเกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องผลักดันให้มีการปรับแนวคิด ค่านิยม เป้าหมาย รวมถึงวิธีและกระบวนการทำงาน การนำแผนไปสู่การปฏิบัติจะต้องทำให้หน่วยงาน บุคลากร ชุมชน องค์กรต่าง ๆ ยอมรับแนวทาง แผนงาน โครงการนั้น และพร้อมที่นำแนวทางนั้นไปดำเนินการได้อย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและวิธีการปฏิบัติงานของตน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการระดมกำลังแสวงหาการสนับสนุน เพื่อให้เกิดการปฏิบัติและสร้างความเป็นปึกแผ่นให้เกิดขึ้น เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องมีความรู้สึกเป็นเจ้าของและมีส่วนร่วม ดังนั้นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาจึงกำหนดแนวทาง การนำแผนไปสู่ปฏิบัติโดยสังเขปดังนี้1. ผู้บริหารการศึกษาต้องเข้าใจและผลักดันให้มีการดำเนินงานตามแผนพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพและสม่ำเสมอ2. สร้างการรับรู้และความเข้าใจ โดยการประชุม ชี้แจงให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียด้านการจัดการศึกษา (Stakeholders) ร่วมกันวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทางการศึกษาตามบริบทของโรงเรียน ที่เป็นจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค ของการจัดการศึกษาเพื่อนนำมา ประกอบการกำหนดทิศทางการพัฒนา การกำหนดวิสัยทัศน์พันธกิจ เป้าประสงค์กลยุทธ์ตัวชี้วัด เป้าหมาย โครงการ/กิจกรรมแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2566 - 2570) โรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์”สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์เขต 13. สร้างความเชื่อมโยงระหว่างแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน (พ.ศ. 2566 - 2570) โรงเรียนชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์” สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์เขต 1กับนโยบายรัฐบาล, จุดเน้นและนโยบายกระทรวงศึกษาธิการ, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน4. โรงเรียนวัดชุมชนวัดบ้านหว้า“ประชาประสาทวิทย์” สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์เขต 1 จัดทำแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระยะ 5 ปี(พ.ศ.2566 - 2570) และดำเนินการตามแผน มีการกำกับติดตาม ประเมินผลคุณภาพ ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ประสบผลสำเร็จตามที่มุ่งหวังไว้5. เร่งรัดดำเนินงาน เพื่อเผยแพร่และเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับสาระสำคัญของแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม ให้ครูและบุคลากรที่เกี่ยวข้องได้ทราบ และมีส่วนร่วมตลอดจนให้การสนับสนุนอย่างกว้างขวางเพื่อให้การนำสู่การปฏิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดความเป็นปึกแผ่นต่อเนื่องมีการกำหนดภารกิจ ความรับผิดชอบให้ชัดเจน สอดคล้องกับแผนงาน โครงการ และเกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน6. วางแนวปฏิบัติเพื่อให้เกิดความคล่องตัวและชัดเจนแก่ผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งลดขั้นตอนที่ซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น7. พัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศทางการศึกษาให้เป็นปัจจุบัน และสามารถให้บริการได้ตรงกับความต้องการและทันต่อการเปลี่ยนแปลง


Click to View FlipBook Version