รายงานวจิ ยั ในชั้นเรยี น
การศกึ ษาผลการใช้แบบฝกึ ทกั ษะออนไลนผ์ ่าน Topworksheets
เรื่อง เส้นขนาน
สำหรับนกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2
นายเกรยี งไกร ชว่ ยตระกูล
ตำแหน่ง ครู
โรงเรียนบางดีวทิ ยาคม
อำเภอห้วยยอด จงั หวดั ตรัง
สำนกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่
กระทรวงศกึ ษาธิการ
ชือ่ เรือ่ ง การศกึ ษาผลการใชแ้ บบฝึกทักษะออนไลน์ผ่าน Topworksheets เรอื่ ง เสน้ ขนาน
สำหรับนกั เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2
ชอื่ ผวู้ ิจัย นายเกรยี งไกร ชว่ ยตระกูล
กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์
บทคัดยอ่
การวจิ ยั คร้ังนีเ้ ป็นการวิจัยเชิงปฏบิ ัตกิ ารในชั้นเรยี นมจี ุดประสงคเ์ พ่อื พัฒนาการแก้โจทย์คณิตศาสตร์
และพฒั นาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวชิ าคณิตศาสตร์ เรื่อง เส้นขนาน และเพื่อสร้างแบบฝึกทักษะออนไลน์ผา่ น
Topworksheets
ผ้วู ิจยั ไดจ้ ดั ทำการวิจยั โดยใช้แบบฝกึ ทักษะออนไลนผ์ า่ น Topworksheets ในการเรยี นการสอนและมี
การทดสอบกอ่ นเรียนและหลงั เรียนเพื่อเปรยี บเทียบพฒั นาการใน เรื่องเส้นขนาน ของนกั เรยี น
ผลการวจิ ัยพบว่า นกั เรยี นมีความสามารถในการแกโ้ จทย์และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นวิชาคณติ ศาสตร์
เรอื่ งเส้นขนาน สูงข้นึ หลงั จากได้ใช้แบบฝึกทกั ษะออนไลน์ผ่าน Topworksheets
คำนำ
งานวิจัยเรื่อง การศึกษาผลการใช้แบบฝกึ ทกั ษะออนไลนผ์ า่ น Topworksheets เรื่อง เสน้ ขนาน สำหรบั
นกั เรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 โดยใช้แบบฝกึ ทักษะออนไลน์ผ่าน Topworksheets ของนกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปี
ท่ี 2 ในกลมุ่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ไดจ้ ัดทำขน้ึ เพอื่ แก้ปัญหาใหก้ บั นกั เรยี น ผวู้ ิจัยหวังเป็นอย่างยิ่งวา่ การ
วิจยั เร่อื งนจ้ี ะเปน็ ประโยชนต์ ่อผู้ทีศ่ กึ ษา เพ่อื เปน็ แนวทางในการพัฒนาทางดา้ นการเรียน การสอนใหม้ ี
ประสทิ ธิภาพมากยิ่งข้ึน
ผวู้ ิจัย
นายเกรยี งไกร ช่วยตระกูล
ครูผู้สอน
สารบญั
คำนำ บทนำ หนา้
สารบญั ความเปน็ มาและสภาพของปญั หา
บทท่ี 1 วตั ถปุ ระสงค์ของการวจิ ัย 1
สมมตุ ฐิ านของการวิจัย 1
บทที่ 2 นิยามศัพทเ์ ฉพาะ 1
ขอบเขตของการวจิ ัย 2
บทที่ 3 ความสำคญั ของการวิจยั 2
เอกสารทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง 2
บทที่ 4 การสอนคณติ ศาสตร์ 3
บทที่ 5 ผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น 3
การสรา้ งแบบฝึก 4
บรรณานุกรม วิธีดำเนนิ การวจิ ัย 5
ภาคผนวก ประชากรกลุ่มตวั อย่าง 9
เคร่ืองมอื ที่ใช้ในการวจิ ัย 9
สร้างและหาคุณภาพเครือ่ งมือ 9
วธิ ีการดำเนนิ การ 9
สถิตทิ ่ีใช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล 10
ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล 10
ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล 11
สรปุ อภิปราย และขอ้ เสนอแนะ 11
สรุปผลการวจิ ัย 15
อภิปรายผล 15
ข้อเสนอแนะ 15
15
16
1
บทที่ 1
บทนำ
ความเปน็ มาและสภาพของปญั หา
จากแนวคิดในการพฒั นาคุณภาพของคน พระราชบัญญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พุทธศักราช 2542 ได้กำหนด
ทิศทางการศกึ ษาเก่ียวกับการจดั การศกึ ษาเพอ่ื พฒั นาคนใหม้ คี ณุ ภาพ เปน็ เรื่องทมี่ คี วามจำเป็นอย่างยงิ่ เพื่อทำให้
ศกั ยภาพที่มอี ยูใ่ นตัวคนไดร้ บั การพัฒนาอยา่ งเต็มที่ ทำให้เป็นคนท่ีรูจ้ ักคิด วเิ คราะห์ ร้จู กั แกป้ ญั หา ดงั นั้นขา้ พเจา้
จึงคดิ ว่าการทำวจิ ยั ในชัน้ เรียนน่าจะเป็นแนวทางท่ีดอี กี แนวทาง ในการนำมาปรับปรุงและพฒั นากระบวนการ
จัดการเรยี นการสอนในวชิ าคณิตศาสตร์ ในฐานะที่เปน็ ครสู อนประจำชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 จากการสังเกตไดพ้ บ
ปัญหาวา่ จากการทดสอบหลังจากที่นักเรยี นไดเ้ รยี นเรอ่ื งทบทวนเส้นขนานจบแล้ว ปรากฏว่า นกั เรียนกลุ่มหนึ่งไม่
สามารถแก้โจทย์เส้นขนานได้
เนอื่ งจากสถานการณโ์ รคระบาดโควิด 19 ไดแ้ พร่กระจายไปทัว่ โลกและประเทศไทยกไ็ ดร้ บั ผลกระทบจาก
สถานการโ์ ควิด 19 ทาํ ใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงหลายๆ ด้านในประเทศ เชน่ ดา้ นเศรฐกจิ และสังคม โดยเฉพาะดา้ น
การศึกษาตอ้ งมกี ารปฏิรูป (Disruptive education) อยา่ งรวดเรว็ การจัดการเรยี นการสอนในสถานการณโ์ ควดิ
19 นั้นนกั เรียนไม่สามารถมาเรยี นทโ่ี รงเรียน(Onsite)ไดเ้ ป็นปกติ ครจู ึงจําเป็นจะตอ้ งออกแบบการจัดการเรียนการ
สอนออนไลน์ใหก้ ับนักเรียนแตม่ ีนักเรยี นบางกลุ่มไมส่ ามารถเขา้ ถงึ การเรียนออนไลน์ได้ ซึ่งการเรยี นออนไลนน์ ้นั
นักเรยี นตอ้ งได้ประโยชน์สูงสดุ นกั เรียนมคี วามสุข สนุกสนานกบั การเรยี น ครจู ึงต้องมเี ทคนิคการสอน การ
ออกแบบการเรียน และสือ่ การสอนที่หลากหลาย
จากปัญหาดังกล่าว ผูว้ จิ ยั จึงไดจ้ ดั ทำแบบฝึกทักษะออนไลนผ์ า่ น Topworksheets เรื่อง เสน้ ขนาน
สำหรับช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนกล่มุ สาระการเรยี นรูค้ ณติ ศาสตร์เพื่อให้
นกั เรยี นมผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นในระดบั ทีด่ ขี ึ้นจนเปน็ ทนี่ า่ พอใจและมคี ะแนนเฉลยี่ อย่ใู นระดบั สงู ข้ึนพร้อมท้ัง
ปลกู ฝงั ให้นักเรยี นมเี จตคติท่ดี ี มคี วามสนใจและชอบท่จี ะเรียนวิชาคณติ ศาสตรอ์ ย่างมคี วามสุขมากขึ้น
วตั ถปุ ระสงคใ์ นการวิจยั
1. เพอ่ื สร้างและการแก้ปัญหาการเรยี นคณิตศาสตรใ์ ห้กับนกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2
ทไี่ ด้คะแนนจากการทดสอบความร้พู ื้นฐานไมถ่ ึงเกณฑ์ 49 คน
2. เพ่อื พัฒนาทกั ษะความสามารถ เรอื่ ง เส้นขนานของนกั เรียน
3. เพือ่ ใช้เป็นส่อื เผยแพร่การจดั กิจกรรมการเรียนรูค้ ณิตศาสตรใ์ นระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 2
สมมตุ ฐิ านของการวจิ ัย
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นและศักยภาพในการเรียนร้วู ชิ าคณติ ศาสตรข์ องนกั เรียน
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 เรอื่ งเส้นขนาน อยใู่ นระดับทีส่ ูงกวา่ กอ่ นใช้แบบฝึกทกั ษะออนไลน์ผ่าน Topworksheets
2
นยิ ามศัพท์เฉพาะ
1. แบบฝึกหัดออนไลน์ Topworksheets หมายถึง แบบฝกึ ทกั ษะทผคู้ น้ คว้าสร้างขึน้ โดยใช้เน้อื หาวิชา
คณติ ศาสตร์ เรือ่ ง เสน้ ขนาน ในระดบั ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2 ผ่าน www.topworksheets.com
2. ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนหมายถึง คะแนนทนี่ กั เรยี นทำไดจ้ ากแบบทดสอบทค่ี รูสร้างขึ้น
3. นกั เรยี นหมายถงึ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 โรงเรยี นบางดวี ิทยาคม อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง
ขอบเขตของการวิจยั
1. สรา้ งแบบฝกึ ทกั ษะออนไลนผ์ า่ น Topworksheets เรือ่ ง เส้นขนาน สำหรบั นกั เรยี นชัน้ มธั ยมศึกษา
ปีที่ 2
2. ประชากรในการวจิ ยั ครงั้ นคี้ ือ นกั เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 โรงเรยี นบางดวี ิทยาคม อำเภอหว้ ยยอด
จังหวดั ตรงั จำนวน 85 คน ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
3. กลุม่ เป้าหมายในการวิจัยครง้ั น้ีได้แก่ นกั เรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
โรงเรยี นบางดวี ทิ ยาคม อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรงั จำนวน 49 คน
ตวั แปร
1.ตวั แปรอสิ ระ การเรียนการสอน ซงึ่ แบ่งเป็น ก่อนใช้แบบฝกึ ทักษะออนไลนผ์ า่ น Topworksheets
เรือ่ ง เส้นขนาน และหลังใช้แบบฝกึ ทักษะออนไลน์ผา่ น Topworksheets เรอ่ื ง เสน้ ขนาน
2.ตวั แปรตาม ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนของนกั เรยี น ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 2 เร่ือง เส้นขนาน โดยใช้
แบบฝกึ ทักษะออนไลนผ์ ่าน Topworksheets
ความสำคัญของการวจิ ัย
1. เป็นแนวทางในการพัฒนาการจดั การเรียนรวู้ ิชาคณิตศาสตร์ ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2
2. นักเรียนมผี ลสมั ฤทธิท์ างการเรียนวชิ าคณิตศาสตร์ เร่อื งเสน้ ขนานสูงขึน้
3
บทที่ 2
เอกสารทีเ่ ก่ยี วข้อง
ในการศึกษาวจิ ยั ครงั้ นี้ ผู้วิจัยไดศ้ กึ ษาเอกสารทเ่ี กยี่ วข้อง ดังน้ี
1. การสอนคณิตศาสตร์
2. ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน
3. การสรา้ งแบบฝกึ
4. www.topworksheets.com
โดยมรี ายละเอียดดังนี้
การสอนคณิตศาสตร์
1. ทฤษฎีที่เกีย่ วขอ้ งกับการสอนคณิตศาสตร์
การพัฒนาการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ครูควรศึกษาทฤษฏีทางจิตวิทยาเพ่ือนำมาใช้ในการจัดวธิ กี าร
สอนของตนเอง ดังนัน้ การศกึ ษาทฤษฏีทางจิตวิทยาซ่งึ จำเปน็ สำหรบั ครทู ี่ต้องทำความเขา้ ใจในตวั นักเรียน เขา้ ใจ
ระบบพฒั นาการทางด้านสตปิ ัญญาเพ่อื ไปใชใ้ หเ้ หมาะสมกับวยั และความสามารถของนักเรยี น การจัดกิจกรรมการ
เรยี นการสอนจงึ จะสมั ฤทธ์ผิ ล
ทิศนา แขมมณี (2550 : 64-65) กล่าวถงึ ทฤษฏีการเช่อื มโยงของธอร์นไดด์ (Thorndike) กับการเรยี น
การสอนคณติ ศาสตร์ ดังนี้ การเรียนรูเ้ กดิ จากการเชือ่ มโยงระหว่างส่ิงเรา้ กับการตอบสนองซึ่งมีหลายรปู แบบ
บคุ คลจะมกี ารลองผิดลองถกู ปรับเปลย่ี นไปเรอื่ ยๆ
รูปแบบการตอบสนองทีส่ ามารถใหผ้ ลที่พงึ พอใจมากทีส่ ุด กฎของธอรน์ ไดด์ สรปุ ไดด้ งั นี้
1. กฎแหง่ ความพร้อม (Law of Readiness) การเรยี นร้จู ะเกิดข้ึนได้ถา้ ผเู้ รียนมคี วามพร้อมท้ังร่างกาย
และจติ ใจ
2. กฎแหง่ การฝกึ หดั (Law of Exercise) การฝึกหดั หรือการทำบอ่ ยๆ ด้วยดว้ ยความเข้าใจจะทำให้เกิด
การเรยี นร้อู ย่างถาวร
3. กฎแห่งการใช้ (Law of Use and Disuse) การเรียนรู้เกิดจากการเช่ือมโยงระหวา่ งส่ิงเรา้ กับการ
ตอบสนอง
4. กฎแห่งความพงึ พอใจ (Law of Effect) เมือ่ บคุ คลไดร้ บั ผลท่พี งึ พอใจย่อมอยากเรียนรู้ตอ่ ไป
สุคนธ์ สินธพานนท์ (2553 : 98-99) กล่าวถงึ ทฤษฏีการสอนของบรเู นอร์ (Bruner)ว่าการจะจัดการ
เรยี นการสอนใหเ้ ดก็ นัน้ จะต้องพจิ ารณาหลกั 4 ประการคอื
1. แรงจูงใจ (Motivation) ครตู ้องทำให้เดก็ เกิดความปรารถนาทจี่ ะรู้โดยการจัดการทำใหเ้ ด็กมแี รงจงู ใจ
มากขนึ้ เพอื่ เดก็ จะไดพ้ ยายามสำรวจทางเลือกอย่างเหมาะสมและพึงพอใจ
4
2. โครงสรา้ งของความรู้ (Structure of Knowledge) เสนอเนอื้ หาให้กับเดก็ ในรูปแบบท่ีงา่ ยและ
เพยี งพอที่ผ้เู รยี นสามารถเข้าใจได้ เชน่ ให้ทำจรงิ ใชร้ ูปภาพ สญั ลักษณ์ มกี ารเสนอข้อมลู กระชบั
3. ลำดับขั้นตอนการเสนอเนื้อหา (Sequnce) ควรเสนอตามข้ันตอน ควรเสนอในรปู แบบ
การกระทำมากทีส่ ดุ ใช้คำพดู นอ้ ย และต่อมาค่อยเสนอเปน็ รูปภาพ ขน้ั สดุ ทา้ ยคอ่ ยเสนอเป็นสญั ลกั ษณห์ รือคำพดู
4. การเสริมแรง (Reinforcement) การเรยี นรู้จะมีประสิทธิภาพถา้ มีการให้การเสรมิ แรง เมอ่ื เด็ก
แก้ปญั หาได้ตามเป้าหมายทก่ี ำหนดไว้
พรอ้ มพรรณ อุดมสนิ (2544 : 30) กล่าวถึงทฤษฏีการสอนคณิตศาสตร์ที่สำคัญ 1ใน 3 ทฤษฏีแห่งการ
ฝกึ ฝน ใช้เปน็ หลักการสอนคณิตศาสตรม์ าชา้ นานเนน้ เรื่องการฝึกฝนให้ทำ
แบบฝกึ หัดมากๆซ้ำๆ จนกว่าเด็กจะเคยชินกบั วชิ าน้ันๆ เพราะเชื่อว่าเดก็ จะเรียนร้ไู ด้โดยการฝึกฝนหลายๆครงั้
ดงั นน้ั การเรียนรจู้ ึงเร่ิมดว้ ยครูใหต้ วั อยา่ งบอกสตู รหรือกฎเกณฑ์ แล้วใหน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หัดมากๆจนชำนาญ
จากทก่ี ล่าวมาทงั้ หมดสรุปได้ว่า การจดั การเรียนการสอนในระดบั ประถมศกึ ษา ควรใหน้ กั เรยี นได้รับ
ประสบการณ์หรอื กจิ กรรมทไี่ ด้ลงมอื ปฏิบัติด้วยตนเอง โดยใชส้ ่อื รูปธรรมกอ่ น แลว้ นกั เรยี นจะเกิดการเรยี นรู้เกิด
มโนคติทางคณิตศาสตร์
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน
ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นของนกั เรียน เปน็ ผลลพั ธ์ของการดำเดินการจัดการศึกษาเปน็ ตัวบง่ ช้ี (Lnden)
ถึงความรู้ ความสามารถทางสติปญั ญาของผเู้ รยี น และด้านอืน่ ๆที่สามารถกำหนดขึ้นได้ นอกจากนีย้ ังแสดงถึง
คุณค่าของหลักสูตร การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน ตลอดจนความรู้ ความสามารถของผบู้ ริหาร ครผู ู้สอน
และผูท้ ีเ่ ก่ยี วขอ้ งอ่ืนๆ
ความหมายของผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี น
ความหมายของผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียนมผี ใู้ หไ้ วห้ ลากหลาก ท่ีน่าสนใจและสอดคลอ้ งกบั การวิจยั ครัง้ น้ี
ได้แก่ ความหมายของอายสเ์ นค และไมลี (Eysneck and Meile 1986 : 16 อ้างในนพดล เจนอักษร ,
2544 : 143- 146 ) ก็คือ ดัชนีช้ีประสิทธภิ าพและคณุ ภาพการจัดการศกึ ษา ผลสัมฤทธิ์ในการเรยี นอาจเกิด
กระบวนการวัดผล หลังกิจกรรมการเรยี นการสอน หรือระหว่างจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนกไ็ ด้ สอดคลอ้ งกบั
ความหมายที่ ไพศาล หวงั พานิช (2536 : 139 ) ใหไ้ ว้วา่ คือคณุ ลกั ษณะความสามารถของบคุ คลอันเกดิ จาก
การเรยี นการสอน เป็นผลของการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและประสบการณ์การเรียนรทู้ เี่ กิดจากการอบรมหรอื
การสัง่ สอน
จากความหมายทีก่ ล่าวมาแล้ว เราอาจจะประมวลความหมายของผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนไดว้ ่า คือ
ความรู้ ความเขา้ ใจ ทักษะ และทัศนคติอันเกิดจากการเรยี นรู้ ซ่ึงอาจวัดได้จากการทดสอบระหวา่ งหรอื หลงั จัด
กิจกรรมการเรยี นการสอน ด้วยการทดสอบหรอื วิธกี ารอ่นื ๆนอกจากผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนจะบอกคณุ ภาพของ
ผเู้ รยี นแล้วยงั แสดงใหเ้ ห็นถงึ คุณค่าของหลกั สตู ร คณุ ภาพในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน ตลอดจนความรู้
ความสามารถของครูผสู้ อนและผบู้ ริหารอีกดว้ ย
5
องค์ประกอบทีม่ อี ทิ ธิพลต่อผลสมั ฤทธใ์ิ นการเรียน
การท่ผี เู้ รียนจะเกดิ ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นในการเรียนเพียงใดนนั้ ขึ้นอยกู่ ับองค์ประกอบหลายปัจจัยอยู่
เหมอื นกนั ดงั ท่ีมนี ักวิชาการได้ให้ความเห็นไวต้ ่างๆดงั ตอ่ ไปน้ี ในปี ค.ศ. 1969 ฮาวกิ เฮิรส์ และนกู าเทน
(Harvighurst and Neugarten 1969 : 157 ) ไดก้ ลา่ วถงึ องค์ประกอบของผลสมั ฤทธใ์ิ นการเรียนว่า
ประกอบดว้ ยความสามารถทีต่ ิดตัวมาแต่กำเนิดชีวติ และการอบรมในครอบครัว ประสิทธิภาพของโรงเรยี น และ
ความเขา้ ใจเก่ยี วกับตนเองและการม่งุ หวงั ในอนาคต เจ็ดปีตอ่ มา ปลูม (Bloom 1976 : 160 ) เสนอวา่
องคป์ ระกอบท่ีมอี ทิ ธติ ่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นไดแ้ ก่ตัวแปรสำคัญสามตวั คอื คุณสมบัติด้านความรู้คณุ ลักษณะ
ดา้ นจติ พสิ ยั และคณุ ภาพของการสอน ซึง่ ประกอบดว้ ยการชแี้ นะ การบอกจดุ มุ่งหมายของการเรียน การมีส่วน
ร่วมในการเรยี นการสอนการเสรมิ แรงจากคุณครู การให้ขอ้ มูลยอ้ นกลบั ถึงความบกพร่องหรอื ความเหมาะสม
และการแกไ้ ขข้อบกพร่อง
การสร้างแบบฝกึ
ความหมายและความสำคัญของแบบฝึก
ขจรี ัตน์ หงษป์ ระสงค์ (2534 : 15) กล่าววา่ แบบฝึกเปน็ อปุ กรณก์ ารเรียนการสอนอยา่ งหนงึ่ ทคี่ รูใช้ฝกึ
ทักษะหลงั จากท่นี ักเรียนไดเ้ รียนเนอ้ื หาจากแบบเรียนแลว้ โดยสรา้ งขึ้นเพ่ือเสรมิ ทกั ษะ ใหแ้ ก่นกั เรียนมลี กั ษณะ
เปน็ แบบฝกึ หัดท่ีมีกจิ กรรมให้นกั เรียนทำโดยมีจุดมงุ่ หมายเพอ่ื พฒั นาความสามารถของนักเรียน
วรสดุ า บญุ ยไวโรจน์ (2436 : 37)กล่าว่า แบบฝกึ หดั เป็นส่ือการสอนท่ีจัดทำขน้ึ เพือ่ ใหผ้ ู้เรยี นไดศ้ กึ ษา ทำ
ความเข้าใจ และฝึกฝนจนเกดิ ความคิดทถี่ กู ตอ้ ง และเกดิ ทกั ษะในเรื่องใดเร่ืองหนึ่ง นอกจากน้ัน แบบฝึกหดั ยังเป็น
เครอื่ งช่วยบง่ ชีใ้ ห้ครูทราบวา่ ผูเ้ รยี น หรอื ผ้ใู ช้ แบบฝึกหดั มีความรูค้ วามเขา้ ใจในบทเรียน และ สามารถนำ
ความรู้นน้ั ไปใช้ไดม้ ากนอ้ ย เพยี งใด ผูเ้ รยี นมจี ดุ เด่นท่คี วรสง่ เสริม หรือมีจดุ ด้อยที่ตอ้ งปรับปรงุ แก้ไขตรงไหน
อยา่ งไร แบบฝึกหัดจงึ เป็นเคร่อื งมือสำคัญ ที่ครทู ุกคนใช้ในการตรวจสอบความรคู้ วามเขา้ ใจ และพฒั นาทักษะ
ของนกั เรียนในวิชาต่าง ๆ
จากความหมาย และ ความสำคัญของแบบฝกึ ตามทีก่ ล่าวขา้ งตน พอสรุปได้ว่า แบบฝึกหดั เป็น
เครอ่ื งมือของครอู ยา่ งหน่ึง ในการทจี่ ะให้นักเรยี นฝึกปฏิบัติท่จี ะช่วยสง่ เสริมสร้างทักษะใหก้ ับนักเรยี นไดเ้ กดิ การ
เรียนรู้ และเขา้ ใจในสงิ่ ท่เี รยี นได้ชัดเจน และรวดเรว็ ข้ึน ทำให้การสอนของครู และการเรยี นของนักเรียน ประสบ
ผลสำเร็จอย่างดี และ มีประสทิ ธิภาพ
ประโยชนข์ องแบบฝึก
แบบฝึกมปี ระโยชน์มาในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนในวชิ าทกั ษะท่ตี อ้ งการให้นักเรียน มคี วามรู้
ความสามารถจนแตกฉาน
ศศธิ ร สุทธแิ พทย์ (2527 : 72) ได้สรปุ วา่ แบบฝกึ ช่วยใหก้ ารสอนของครูประสบผลสำเร็จ และถา้ แบบฝึก
นนั้ ครอบคลมุ เนื้อหาทง้ั หมดจะชว่ ยใหท้ ่นุ เวลาในการสอนด้วย
ยุพา ยิม้ พงษ์ (2522 : 18) ไดก้ ล่าวถึงประโยชน์ของแบบฝึกไวด้ ังน้ี
1. เปน็ สว่ นเพิ่มเติมหรือเสรมิ หนงั สอื ในการเรยี นทกั ษะเปน็ อุปกรณ์การสอนทชี่ ว่ ยลดภาระครู
6
ได้มากเพราะแบบฝกึ เป็นสิง่ ท่จี ัดทำข้นึ อย่างเปน็ ระบบและมีระเบียบ
2. ชว่ ยเสริมทักษะ แบบฝึกหัดเปน็ เครื่องมือทชี่ ว่ ยเด็กในการฝึกทกั ษะ แตท่ ัง้ น้จี ะต้องอาศัยการ
ส่งเสริม และความเอาใจใสจ่ ากครูผสู้ อนดว้ ย
3. ชว่ ยในเร่อื งความแตกตา่ งระหว่างบคุ คล เนื่องจากเด็กมคี วามสามารถทางภาษาแตกต่างกัน
การใหเ้ ด็กทำแบบฝึกหดั ท่ีเหมาะสมกับความสามารถของเขา จะชว่ ยใหเ้ ด็กประสบผลสำเร็จในดา้ นจติ ใจมากขึน้
ดังนัน้ แบบฝึกหัดจึงไม่ใชส่ มดุ ฝกึ ท่ีครจู ะให้แกเ่ ด็กบทต่อบท หรือหนา้ ต่อหน้า แต่เป็นแหลง่ ประสบการณเ์ ฉพาะ
สำหรบั เดก็ ท่ตี ้องการความชว่ ยเหลอื พิเศษ และเป็นเคร่ืองช่วยที่มีคา่ ของครู ท่ีจะสนองความตอ้ งการเป็นรายบคุ คล
ในชนั้
4. แบบฝกึ หดั ชว่ ยเสรมิ ใหท้ ักษะคงทน
ลักษณะการฝึกหรือช่วยให้เกดิ ผลดงั กลา่ วนั้น ไดแ้ ก่
1. ฝึกทนั ทีหลงั จากทเ่ี ดก็ ไดเ้ รียนรูใ้ นเรื่องนัน้
2. ฝกึ ซ้ำหลาย ๆ คร้งั
3. เน้นเฉพาะในเร่อื งท่ผี ดิ
5. แบบฝกึ หัดที่ใช้จะเปน็ เครอ่ื งมือวดั ผลการเรียนหลังจากจบบทเรยี นในแต่ละครง้ั
6. แบบฝึกหัดทจ่ี ะจัดทำขน้ึ เป็นรปู เล่ม เดก็ สามารถเก็บไว้ใช้เปน็ แนวทาง เพอ่ื ทบทวนด้วยตนเอง
ได้ต่อไป
7. การใหเ้ ดก็ ทำแบบฝึกหดั ช่วยให้ครูมองเห็นจดุ เด่น หรอื ปัญหาตา่ ง ๆ ของเด็กได้ชัดเจน ซง่ึ จะ
ชว่ ยให้ครดู ำเนินการปรับปรงุ แกไ้ ขปญั หาต่าง ๆ นน้ั ไดท้ ันทว่ งที
8. แบบฝึกหัดที่จัดขึ้นนอกจากทม่ี อี ยใู่ นหนงั สอื แบบเรียนจะช่วยใหเ้ ดก็ ไดฝ้ กึ ฝนอย่างเต็มท่ี
9. แบบฝึกท่ีจัดพิมพไ์ วเ้ รยี บรอ้ ยแลว้ จะชว่ ยทำใหค้ รูประหยดั ทงั้ แรงงาน และเวลาในการท่ี
จะตอ้ งเตรียมสรา้ งแบบฝกึ อยู่เสมอในดา้ นผเู้ รยี นก็ไม่ตอ้ งเสียเวลาในการลอกแบบฝึกหดั จากตำราเรยี น หรอื
กระดานดำ ทำให้มีเวลาและโอกาสได้ฝกึ ฝนทักษะตา่ ง ๆ มากขน้ึ
10. แบบฝกึ หัดช่วยประหยดั ค่าใช้จา่ ย เพราะ การจัดพมิ พ์ขนึ้ เป็นรปู ที่แน่นอน ยอ่ มลงทนุ ตำ่ กวา่
การที่จะใช้วิธีพิมพ์ลงกระดาษไขทกุ คร้งั นอกจากนย้ี งั มีประโยชนใ์ นการที่ ผู้เรียนสามารถบันทกึ และมองเหน็
ความกา้ วหนา้ ของตนเองไดอ้ ยา่ งมรี ะบบ และเป็นระเบยี บ
จากท่กี ล่าวมา จะเหน็ วา่ แบบฝึกเปน็ เครอ่ื งมือที่มีประโยชน์ ท่ีจะชว่ ยทำใหก้ ารจัด กจิ กรรมการเรียน
การสอนประสบความสำเรจ็ และช่วยให้ครทู ราบผลการเรยี นของนักเรยี นไดอ้ ย่างใกล้ชิด เพ่อื นำไปสู่การ
พัฒนาการเรยี นการสอนใหป้ ระสบความสำเรจ็ มาก ยงิ่ ข้ึน
ลักษณะของแบบฝกึ ท่ดี ี
วรสดุ า บุญยไวโรจน์ (๒๕๓๖ : ๓๗) กลา่ วแนะนำให้ผสู้ ร้างแบบฝึกไดส้ รา้ งลกั ษณะของแบบฝกึ ท่ีดีไว้ ดังน้ี
7
1. แบบฝึกหดั ท่ีดคี วรมีความชดั เจนทั้งคำส่งั และวธิ ที ำ คำสั่งหรอื ตัวอย่างแสดงวิธีทำ ที่ใชไ้ ม่
ควรยากจนเกนิ ไป เพราะจะทำใหเ้ ขา้ ใจยาก ควรปรบั ให้งา่ ยเหมาะสมกับ ผู้ใช้ ทัง้ นเี้ พือ่ ใหน้ ักเรียนสามารถศกึ ษา
ได้ดว้ ยตนเอง
2. แบบฝึกหัดที่ดีควรมคี วามหมายต่อผู้เรยี น และตรงตามจุดมงุ่ หมายขอแบบฝึก ลงทนุ นอ้ ย
ใชไ้ ดน้ าน และทันสมัยอยู่เสมอ
3. ภาษาและภาพทีใ่ ช้ในแบบฝึกหดั ควรเหมาะสมกบั วัย และพ้ืนฐานความรขู้ องผู้เรยี น
4. แบบฝึกหดั ที่ดคี วรแยกฝกึ เป็นเรื่อง ๆ แต่ละเรือ่ งไมค่ วรยาวเกินไป แตค่ วรมกี ิจกรรมหลาย
รปู แบบ เพื่อเร้าให้นกั เรียนเกดิ ความสนใจ และไม่นา่ เบอ่ื หน่ายในการทำ และเพอื่ ฝึกทกั ษะใด ทกั ษะหน่งึ จนเกิด
ความชำนาญ
5. แบบฝึกหัดท่ีดีควรมที ั้งแบบกำหนดคำตอบให้ แบบให้ตอบโดยเสรี การเลือกใชค้ ำ ขอ้ ความ
หรือรปู ภาพในแบบฝกึ หัด ควรเป็นสิ่งที่นกั เรียนคุ้นเคยและตรงกับความสนใจของนกั เรียน เพ่อื ว่าแบบฝกึ หดั ที่
สรา้ งขนึ้ จะไดก้ อ่ ให้เกดิ ความเพลดิ เพลนิ และความพอใจแก่ผู้ใช้ ซงึ่ ตรงกับหลักการเรยี นรทู้ ่วี ่า เดก็ มกั จะเรยี นรูไ้ ด้
เรว็ ในการกระทำทกี่ ่อใหเ้ กิดความพงึ พอใจ
6. แบบฝึกหัดทด่ี ีควรเปิดโอกาสให้ผเู้ รียนไดศ้ กึ ษาด้วยตนเองใหร้ จู้ กั ค้นควา้ รวบรวมสงิ่ ที่พบ
เห็นบ่อย ๆ หรอื ทต่ี นเองเคยใช้ จะทำให้นักเรียนเข้าใจเรือ่ งน้นั ๆ มากขนึ้ และจะรู้จกั นำความรไู้ ปใช้ใน
ชวี ติ ประจำวนั ไดอ้ ย่างถกู ต้อง มีหลกั เกณฑ์ และมองเหน็ วา่ ส่ิงท่ีเข้าได้ฝึกฝนน้ันมีความหมายตอ่ เขาตลอดไป
7. แบบฝกึ หัดทดี่ ีควรตอบสนองความแตกต่างระหว่างบคุ คลผ้เู รยี นแต่ละคน มีความแตกต่างกัน
ในหลาย ๆ ด้าน เชน่ ความต้องการความสนใจ ความพร้อม ระดบั สตปิ ญั ญาและประสบการณ์ ฯลฯ ฉะน้ันการทำ
แบบฝึกหดั แตล่ ะเรื่องควรจัดทำให้มากพอ และมี ทุกระดับ ตง้ั แต่ง่าย ปานกลาง จนถงึ ระดับค่อนข้างยาก
เพ่ือว่าทัง้ เด็กเก่ง กลาง และอ่อน จะได้เลอื กทำได้ตามความสามารถ ทัง้ นีเ้ พอ่ื ให้เดก็ ทุกคน ประสบความสำเรจ็ ใน
การทำแบบฝกึ หัด
8. แบบฝกึ หัดท่ีดี ควรสามารถเรา้ ความสนใจ ของนักเรยี นได้ต้ังแต่หน้าปก ไปจนถงึ หนา้ สุดทา้ ย
9. แบบฝึกหัดท่ดี ีควรไดร้ บั การปรับปรุง ควบค่ไู ปกับหนังสือแบบเรยี นอยเู่ สมอ และควรใชไ้ ดด้ ีทั้ง
ในและนอกห้องเรียน
10. แบบฝกึ หัดท่ีดี ควรเปน็ แบบฝกึ หัดท่ีสามารถประเมินและจำแนกความเจริญงอกงามของเดก็
ได้ด้วย
จากที่กล่าวมาจะเหน็ ได้วา่ แบบฝึกท่ดี ี ตอ้ งมคี วามเหมาะสมกับความในใจ และพัฒนาการของเดก็ แตล่ ะวัย
แบบฝกึ ต้องสมั พันธก์ ับจุดประสงค์ทีว่ างไว้ และสอดคลอ้ งกับลำดบั ข้ันการเรียนรู้ แบบฝึกควรมีลักษณะยวั่ ยุ ท้า
ทายความรู้ ความสามารถของนกั เรียน เพอ่ื ฝกึ ให้นกั เรยี นรจู้ ักในการแกป้ ัญหา และหาคำตอบได้ถูกตอ้ ง และครู
ตอ้ งตดิ ตามผลการทำแบบฝึกของนกั เรียนโดยมกี ารตรวจแบบฝกึ ด้วย นอกจากน้เี ดก็ จะได้รับประโยชนห์ รอื คุณค่า
จากการฝกึ หรือไม่นนั้ ยอ่ มขึน้ อยกู่ บั ความใจใส่ และการดูแลจากครูเปน็ สำคญั
8
Topworksheets
Topworksheets คอื เว็บไซตท์ ใี่ ห้ครูหรือบคุ คลที่สนใจสามารถสรา้ งใบงานแบบฝกึ หดั ออนไลน์ และให้
นักเรียนเขา้ มาทาํ ใบงานออนไลนไ์ ด้โดย ไม่ต้องพมิ พ์เปน็ กระดาษออกมา อีกทัง้ ยงั สามารถตรวจคะแนนหรอื สง่
คําตอบให้ครผู ่านทางอีเมลและยงั มีความสามารถอื่น ๆ อกี มากมาย
ตัวอยา่ งรูปแบบใบงานใน Topworksheets เชน่
- แบบใหน้ ักเรยี นเติมคาํ ตอบเอง
- แบบโยงหรอื จับคู่คําตอบ
- แบบเลือกตอบจรงิ /เท็จ
- แบบลากคําตอบมาเตมิ
- แบบทําเครือ่ งหมาย ✓
- แบบเลอื กคําตอบจากตัวเลือก
Topworksheets มีขอ้ ดี ดังน้ี
1. ระบบตรวจคาํ ตอบใหท้ นั ที นักเรยี นรผู้ ลทันที สะดวกต่อการเก็บคะแนน
2. สามารถออกแบบให้นา่ รัก ดึงดดู ความสนใจโดยใช้ canva ออกแบบได้
3. ใบงานมคี วามหลากหลาย ไมจ่ าํ เจ
4. สามารถนาํ ใบงานของครูทา่ นอนื่ มาปรบั แกไ้ ด้
9
บทท่ี 3
วธิ กี ารดำเนินการวจิ ยั
วธิ ดี ำเนนิ การวจิ ยั
ในการวิจัยคร้ังน้ี ผูว้ จิ ัยได้ดำเนนิ การตามขนั้ ตอนดงั น้ี
1. กำหนดประชากร
2. กำหนดเครือ่ งมอื ทีใ่ ชใ้ นการวิจยั
3. การเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู
4. ดำเนินการวจิ ัย
5. รวบรวมขอ้ มูลและสถิติท่ใี ช้ในการรวบรวมข้อมูล
1. การกำหนดประชากร
ประชากรทใี่ ชใ้ นการวจิ ยั ครงั้ น้ี เปน็ นกั เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ทศี่ ึกษาในภาคเรียนท่ี 2
ปกี ารศกึ ษา 2564 โรงเรยี นบางดวี ทิ ยาคม อำเภอห้วยยอด จังหวดั ตรงั สังกัดสำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศึกษา
มัธยมศกึ ษาตรงั กระบ่ี จำนวน 85 คน
กลุม่ เป้าหมายในการวิจยั คร้ังนี้ได้แก่ นกั เรียนชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ทศี่ ึกษาภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา
2564 โรงเรียนบางดีวทิ ยาคม อำเภอหว้ ยยอด จังหวัดตรงั จำนวน 49 คน
2. เครือ่ งมอื ทใ่ี ช้ในการวจิ ัย
1. แบบฝกึ ทกั ษะออนไลนผ์ ่าน Topworksheets เร่ือง เส้นขนาน จำนวน 5 ชดุ
2. แบบทดสอบก่อน-หลงั เรียน แบบฝกึ ทักษะเสน้ ขนาน สำหรับนกั เรียนช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 2
3. แผนการจดั การเรยี นรูเ้ รอ่ื ง เส้นขนาน จำนวน 4 แผน่
3. การเก็บรวบรวมขอ้ มลู
ผู้คน้ ควา้ ได้ดำเนินการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล ดงั น้ี
1. ชแ้ี จงวัตถุประสงค์
2. ทดสอบก่อนเรียน โดยใชแ้ บบทดสอบกอ่ นและหลงั เรยี นกับกล่มุ เป้าหมาย
3. เร่ิมดำเนินการสอน โดยใช้แผนการจดั การเรียนรู้และแบบฝึกหดั ออนไลน์ที่สร้างข้ึนใช้เวลา
ทง้ั หมด จำนวน 5 ช่ัวโมง โดยใช้แบบฝกึ หัดออนไลน์ท้ังหมด จำนวน 5 ชุด
4. เมอื่ สอนเสร็จแตล่ ะแผนการจัดการเรยี นรู้ จะมกี ารประเมนิ ผลโดยใชแ้ บบฝกึ หัดออนไลน์ มี
เกณฑก์ ารให้คะแนน ถา้ ไมผ่ ่านเกณฑ์ก็สอนซอ่ มเสรมิ
5. เม่อื ทดลองใช้แบบฝึกหดั ออนไลน์จนครบทง้ั 5 ชุดแล้ว ก็ทดสอบหลงั เรยี น โดยใช้
แบบทดสอบกอ่ นและหลงเรยี นชุดเดิม
10
4. วิธีการดำเนนิ การ
1. ขัน้ เตรียมการ
1.1. ศึกษาสภาพปญั หาในการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ของนักเรยี น จากการบันทึกหลังการสอน,
แบบฝกึ หัด และผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนเร่ืองการแกโ้ จทย์ท่ีผา่ นมา
1.2 ศกึ ษาเอกสารและงานวิจัยที่เกย่ี วข้อง และศึกษาการสรา้ งแบบฝกึ ทกั ษะ และแบบทดสอบ
เก่ยี วกับเสน้ ขนาน จากหนังสอื แบบเรยี นคณติ ศาสตรพ์ ้ืนฐานชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 2 และหนงั สือคู่มือคณติ ศาสตร์ช้นั
มธั ยมศึกษาปีท่ี 2
2. รปู แบบการแกป้ ญั หา
เม่อื ผู้วจิ ยั ได้ศึกษาขอ้ มูลจากเอกสารต่างๆ ทีก่ ล่าวมาแลว้ จึงต้งั จุดประสงคข์ ้นึ มาวา่ จะทำเคร่ืองมอื
แกป้ ญั หา เพ่อื ปรบั ปรุงการเรยี นการสอนใหก้ ับนกั เรยี นเรือ่ งเส้นขนาน เพือ่ ให้นกั เรียนได้ฝกึ แบบฝึกทกั ษะนี้
อกี ทัง้ ตอ้ งการใหน้ ักเรยี นมีความรับผดิ ชอบในงานที่ได้รบั มอบหมาย ฝึกใหน้ ักเรยี นทำงานเปน็ ระเบียบสะอาด
เรียบร้อย ผู้วจิ ัยจึงสรา้ งแบบฝกึ ทักษะออนไลน์ผ่าน Topworksheets เร่อื ง เส้นขนาน จำนวน 5 ชุด และ
แบบทดสอบก่อนเรยี น และแบบทดสอบหลงั เรยี น
5. สถติ ิท่ใี ช้ในการวเิ คราะห์ขอ้ มลู
วิเคราะหข์ ้อมูลจากผลคะแนนทไี่ ดจ้ ากการทำแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรยี น ผู้วิจยั กำหนดเกณฑ์
การประเมินไว้ดงั นี้
คะแนน ( ร้อยละ ) เกณฑท์ ีไ่ ด้
รอ้ ยละ 80 ขึน้ ไป ดมี าก
ร้อยละ 70 – 79 ดี
ร้อยละ 50 – 69
ต่ำกว่ารอ้ ยละ 50 ปานกลาง
ปรบั ปรุง
สถติ ทิ ี่ใชเ้ ปน็ สถติ ิบรรยายร้อยละ เปรียบเทยี บความแตกตา่ งระหวา่ งคะแนนกอ่ นเรียนและหลงั เรียนโดย
ยดึ เกณฑ์ประเมนิ ท่ีผวู้ ิจัยสร้างขึ้น และ นำเสนอโดยความเรียงประกอบตาราง และแผนภมู ิรูปกราฟ
11
บทที่ 4
ผลการวิเคราะหข์ ้อมูล
ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล
การวิจยั เร่อื ง การศึกษาผลการใช้แบบฝึกทกั ษะออนไลน์ผ่าน Topworksheets เร่อื ง เส้นขนาน สำหรับ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 49 คน ของโรงเรียนบางดีวิทยาคม อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง มี
วตั ถุประสงค์เพื่อพฒั นาการแกโ้ จทยป์ ัญหาและเพื่อช่วยให้ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นวิชาคณติ ศาสตร์ เร่ืองเส้นขนาน
สูงขึ้น มีรายละเอยี ดของผลการวิเคราะห์ข้อมลู
1. สญั ลกั ษณ์ที่ใชใ้ นการวิเคราะหข์ อ้ มูล
2. ลำดับขัน้ ในการวิเคราะห์ข้อมูล
3. ผลการวิเคราะห์ขอ้ มูล
สัญลักษณท์ ใี่ ช้ในการวิเคราะหข์ ้อมูล
เพ่ือให้เกดิ ความเขา้ ใจตรงกันในการอา่ นผลการวเิ คราะหข์ ้อมลู และแปลความของผลการวเิ คราะห์
ขอ้ มูล ผวู้ ิจยั ได้ใช้สัญลักษณ์ในการวิเคราะหข์ ้อมูล ดงั นี้
n แทน จำนวนนกั เรยี นของกลมุ่ เป้าหมาย
ลำดบั ขัน้ ในการวิเคราะหข์ ้อมูล
การวิเคราะหข์ อ้ มลู ได้เสนอตามลำดับข้ันดังนี้
หาคา่ รอ้ ยละของคะแนนผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นวชิ าคณิตศาสตร์ เร่ืองเสน้ ขนาน นกั เรยี นก่อนและหลงั
การจัดการเรยี นการสอนโดยใช้แบบฝึกทกั ษะออนไลน์ผา่ น Topworksheets เรอ่ื ง เสน้ ขนาน
การวจิ ยั เรือ่ งการศึกษาผลการใชแ้ บบฝึกทักษะออนไลนผ์ า่ น Topworksheets เรือ่ ง เส้นขนาน สำหรับ
นกั เรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 จำนวน 49 คน ของโรงเรยี นบางดีวิทยาคม อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรงั มี
วตั ถปุ ระสงคเ์ พ่ือพฒั นาการแกโ้ จทยป์ ญั หาและเพ่ือช่วยให้ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นวิชาคณิตศาสตร์ เรือ่ งเสน้ ขนาน
สูงขน้ึ ปรากฏผลการวจิ ัยดังนี้
ผลการทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนและหลังเรียนเรอ่ื งเส้นขนาน เมื่อใชเ้ กณฑ์ระดบั คุณภาพที่ผ้วู จิ ัยสร้างขนึ้
ปรากฏดงั ตารางที่ 1 ดงั น้ี
12
ตารางท่ี 1 วเิ คราะห์ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เร่อื งเสน้ ขนาน ของนกั เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
จำนวน 49 คน
คะแนนสอบกอ่ นเรียน คะแนนสอบหลังเรยี น
คนที่ ชอ่ื - สกุล คะแนน รอ้ ยละ แปลผล คะแนน ร้อยละ แปลผล
(20) (20)
1 เดก็ ชายกฤษฎา ชว่ ยศรี 11 55 ปานกลาง 15 75 ดี
2 เดก็ ชายชยั ยนนั ต์ รอดดำ 10 50 ปานกลาง 16 80 ดีมาก
3 เด็กชายพทั ธดลน์ ดว้ งศรี 9 45 ปรับปรงุ 13 65 ปานกลาง
4 เดก็ ชายวงศกร คดิ ถูก 6 30 ปรับปรงุ 12 60 ปานกลาง
5 เด็กชายศวิ ะกร บญุ ภาฦทธ์ิ 5 25 ปรับปรุง 12 60 ปานกลาง
6 เดก็ ชายณรงคเ์ ดช เกื้อชู 6 30 ปรบั ปรุง 14 70 ดี
7 เด็กหญิงจารุวรรณ อนิ ทร์พูด 9 45 ปรับปรุง 16 80 ดีมาก
8 เดก็ หญิงญาดาวดี สายทองแท้ 10 50 ปานกลาง 17 85 ดีมาก
9 เดก็ หญงิ สุธนั ย์ชนก รอดกลู 5 25 ปรบั ปรุง 14 70 ดี
10 เด็กหญงิ อจั ราพรรณ ดำนาคแก้ว 5 25 ปรบั ปรงุ 12 60 ปานกลาง
11 เดก็ หญิงกนกพร จนี ศรคี ง 6 30 ปรับปรุง 14 70 ดี
12 เดก็ หญงิ บุษบาวรรณ ดัชถยุ าวตั ร 6 30 ปรบั ปรงุ 15 75 ดี
13 เด็กชายจัตรุ งค์ เเกลว้ กลา้ 7 35 ปรบั ปรุง 16 80 ดมี าก
14 เด็กชายธนวฒั น์ ทองมาก 8 40 ปรบั ปรงุ 14 70 ดี
15 เด็กชายปรมนิ ทร์ ทองปรวน 5 25 ปรบั ปรงุ 12 60 ปานกลาง
16 เด็กชายพรี วัส เพชรสุทธิ์ 5 25 ปรบั ปรุง 13 65 ปานกลาง
17 เดก็ ชายภาสกร สามแกว้ 6 30 ปรบั ปรุง 12 60 ปานกลาง
18 เดก็ ชายวีรภทั ร หลงละเลงิ 11 55 ปานกลาง 14 70 ดี
19 เดก็ ชายสทิ ธโิ ชค ศรที อง 5 25 ปรับปรงุ 12 60 ปานกลาง
20 เดก็ ชายอนุชติ คำสวา่ ง 11 55 ปานกลาง 17 85 ดีมาก
21 เด็กชายอภิสิทธ์ิ ภัตศรี 10 50 ปานกลาง 15 75 ดี
22 เด็กหญิงธนชั ชา วรรณบวร 12 60 ปานกลาง 14 70 ดี
23 เด็กหญงิ มณสี ร ทองฉำ่ 8 40 ปรับปรุง 12 60 ปานกลาง
13
คะแนนสอบกอ่ นเรียน คะแนนสอบหลงั เรียน
คนที่ ช่อื - สกุล คะแนน รอ้ ยละ แปลผล คะแนน รอ้ ยละ แปลผล
(20) (20)
24 เดก็ หญิงรตั นาวดี ขุนทอง
25 เด็กหญิงสโรชา ทองประดบั 8 40 ปรับปรุง 12 60 ปานกลาง
26 เดก็ ชายกฤษกร พรมขวัญ
27 เด็กชายณฐั นนท์ เมืองสุด 7 35 ปรบั ปรงุ 12 60 ปานกลาง
28 เด็กชายทนิ ภัทร บญุ พาฤทธ์ิ
29 เด็กชายธเนศ ศรีชัย 6 30 ปรับปรงุ 13 65 ปานกลาง
30 เดก็ ชายธรี ภัทร หมื่นเดช
31 เด็กชายนพเกา้ สขุ สนาน 9 45 ปรับปรุง 14 70 ดี
32 เด็กชายปฏภิ าค แบนเสมอ
33 เดก็ ชายพิชยั ภษู ิต ดวงเเก้ว 9 45 ปรับปรุง 16 80 ดีมาก
34 เด็กชายศิรวรรธน์ ยหี วันนิ
35 เด็กชายสิทธชิ ัย บวั แก้ว 8 40 ปรับปรุง 12 60 ปานกลาง
36 เด็กชายสุปญั ญา รัตนาศกั ด์ิ
37 เด็กชายปยิ พงศ์ กลอดแกว้ 9 45 ปรบั ปรงุ 15 75 ดี
38 เดก็ ชายยวิษฐา บวั ศรี
39 น.ส.ปน่ิ มณี ชเู มอื ง 9 45 ปรบั ปรงุ 15 75 ดี
40 เด็กหญงิ จิรชั ญา ยอดศรี
41 เดก็ หญงิ จฬุ าลกั ษณ์ ศรสี ม 5 25 ปรับปรุง 13 65 ปานกลาง
42 เดก็ หญงิ ชตุ ิกาญจน์ ฉนุ้ ลิ้ม
43 เด็กหญงิ ฐติ กิ านต์ ปานาตี 12 60 ปานกลาง 16 80 ดีมาก
44 เดก็ หญงิ ธนภัทร ยนประสิทธ์ิ
45 เด็กหญิงนริ าพร ขนุ ทอง 6 30 ปรบั ปรงุ 12 60 ปานกลาง
46 เด็กหญงิ ภทั รวดี วรรณบวร
47 เดก็ หญงิ ศริ ดา รัตนแก้ว 5 25 ปรบั ปรงุ 12 60 ปานกลาง
48 เด็กหญิงสชุ าดา คงบำรงุ
49 เดก็ หญิงศศภิ ัทร แบนเสมอ 5 25 ปรบั ปรงุ 11 55 ปานกลาง
5 25 ปรบั ปรุง 12 60 ปานกลาง
7 35 ปรับปรงุ 13 65 ปานกลาง
6 30 ปรบั ปรงุ 12 60 ปานกลาง
6 30 ปรับปรุง 14 70 ดี
11 55 ปานกลาง 15 75 ดี
10 50 ปานกลาง 14 70 ดี
10 50 ปานกลาง 14 70 ดี
9 45 ปรบั ปรุง 14 70 ดี
9 45 ปรบั ปรงุ 12 60 ปานกลาง
11 55 ปานกลาง 15 75 ดี
10 50 ปานกลาง 14 70 ดี
10 50 ปานกลาง 14 70 ดี
7 35 ปรับปรุง 12 60 ปานกลาง
14
จาก ตารางที่ 1 แสดงใหเ้ ห็นว่าก่อนใช้แบบฝึกทักษะออนไลนผ์ ่าน Topworksheets เรอ่ื ง เส้นขนานน้อย
มาก เมื่อเปรยี บเทียบกับผลคะแนนระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน พบวา่ นักเรียนทั้ง 49 คน มีผลคะแนนเพ่ิมข้ึน
คดิ เป็น 100 จากกลมุ่ ทดลองท้งั หมด
นักเรยี นทม่ี ีผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นอยู่ในระดบั ทด่ี ีมาก ซ่งึ คิดเป็น ร้อยละ 31 ของนักเรียนทง้ั หมด
นักเรยี นทีม่ ีผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นอยใู่ นระดับท่ดี ี ซงึ่ คดิ เปน็ ร้อยละ 33 ของนักเรียนทง้ั หมด
นักเรียนทม่ี ีผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นอยใู่ นระดบั ท่ีปานกลาง ซึ่งคดิ เปน็ รอ้ ยละ 37 ของนกั เรยี นทั้งหมด
สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมลู จากตารางที่ 1 โดยกราฟเสน้ ได้ดังนี้
20 ก่อนเรียน
18 หลงั เรียน
16
14
12
10
8
6
4
2
0
1 3 5 7 9 11 13 15 17 19 21 23 25 27 29 31 33 35 37 39 41 43 45 47 49
15
บทที่ 5
สรุป อภปิ ราย และข้อเสนอแนะ
สรุปผลการวจิ ยั
สรุปผลการวจิ ยั ได้ดังน้ี ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นวิชาคณิตศาสตรพ์ ืน้ ฐาน เรอื่ งเส้นขนาน โดยใช้
แบบฝกึ ทักษะออนไลนผ์ า่ น Topworksheets เรอื่ ง เส้นขนาน จำนวน 49 คน หลังเรียน สงู กวา่ ก่อนเรียน ซ่ึง
เป็นไปตามสมมุติฐานท่ีตงั้ ไว้ นกั เรยี นส่วนใหญม่ ีผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นอยู่ในระดับทีด่ ี ซึ่งคดิ เป็น ร้อยละ 33 ของ
นกั เรียนทงั้ หมด แต่มนี ักเรยี นบางสว่ นมผี ลสัมฤทธิท์ างการเรยี นอยใู่ นระดับทด่ี มี าก ซ่งึ คดิ เป็น ร้อยละ 31 ของ
นกั เรยี นทั้งหมดและนักเรยี น ร้อยละ 37 ของนกั เรียนทง้ั หมดมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยใู่ นระดบั ปานกลาง
อภปิ รายผล
ผลการศึกษาค้นควา้ ในครัง้ นี้ปรากฏว่า ผลสมั ฤทธิ์การเรียนร้ขู องนกั เรยี นหลงั การใช้แบบฝึกมคี ุณภาพและ
ประสทิ ธภิ าพอย่างดียงิ่ ส่งผลให้มาตรฐานการเรยี นรู้คณิตศาสตรม์ ีระดบั สงู ข้ึน เปน็ ไปตามสมมุติฐานท่ตี ัง้ ไว้ ดว้ ย
เหตผุ ลดงั ต่อไปน้ี
1. แบบฝกึ ทักษะออนไลน์ผา่ น Topworksheets เร่อื ง เสน้ ขนาน สำหรบั นักเรียนช้นั มัธยมศึกษาปี
ท่ี 2 เป็นแบบฝกึ ที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพตามผลของการวเิ คราะห์ข้อมูลดังกล่าว
2. แบบฝึกนส้ี รา้ งขนึ้ อย่างถูกวิธี ได้ผา่ นข้นั ตอนการสร้างและพัฒนาอยา่ งเป็นระบบ เร่มิ ตั้งแต่
เอกสารหลกั สตู รและเอกสารและเอกสารท่ีเก่ยี วข้องในการใชห้ ลักสูตร และยงั ไดร้ บั การแนะนำ ข้อเสนอแนะจาก
ผเู้ ชีย่ วชาญและมปี ระสบการณ์ด้านเน้อื หาการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ ความเหมาะสมของเนอ้ื หา และรูปแบบท่ี
นำเสนอในแบบฝกึ ทักษะออนไลน์ผ่าน Topworksheets เร่อื ง เสน้ ขนาน สำหรบั นกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 2
รวมทั้งการนำแบบฝึกไปทดลองใช้
3. การสอนโดยใชแ้ บบฝกึ นกั เรยี นเกดิ ความสนุกสนานในการเรยี นรู้
4. แบบฝึกเรยี งลำดับความยากงา่ ยสอดคล้องตามธรรมชาตกิ ารเรยี นรู้ ให้ผเู้ รียน รูผ้ ลการทำแบบ
ฝึกของตนเองทุกคร้ัง ทำให้นกั เรยี นรสู้ กึ วา่ ตนเองประสบความสำเรจ็ ในการเรียนรู้ จึงสรปุ ได้วา่ แบบฝึกทกั ษะ
ออนไลน์ผ่าน Topworksheets เรอื่ ง เส้นขนาน สำหรบั นักเรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 มปี ระสทิ ธิภาพอย่างย่งิ
สามารถนำไปใช้ในการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ และมีผลสมั ฤทธสิ์ งู ขนึ้ ตามเกณฑ์ทางการเรียนรูท้ ี่โรงเรยี นตั้งไว้
ขอ้ เสนอแนะ
1. แบบฝึกทักษะ มปี ระสทิ ธิภาพพอท่ีใช้ในการแกไ้ ขปัญหานกั เรยี นท่มี ผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นต่ำ
และสามารถใชส้ อนซอ่ มเสริมในวชิ าคณติ ศาสตร์ได้
2. ในการวิจัยคร้ังตอ่ ไปควรมกี ารสรา้ งแบบฝกึ ทกั ษะ ในเรอื่ งอน่ื ๆเพ่มิ เตมิ เช่น การแก้โจทยป์ ัญหา
เป็นตน้
16
บรรณานุกรม
กรมวิชาการ. กระทรวงศกึ ษาธิการ. การสอนทเ่ี นน้ นกั เรยี นเป็นศนู ย์กลาง.กรงุ เทพมหานคร:กรมวชิ าการ , 2539
กองวิจยั ทางการศึกษา กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. การวจิ ยั เพื่อพัฒนาการเรียนรตู้ ามหลักสูตรการศึกษา
ขั้นพ้ืนฐาน , 2544 . เอกสารอัดสำเนา .
กาญจนา วฒั ายุ . (2548) . การวิจัยเพ่ือพัฒนาคณุ ภาพการศึกษา. กรงุ เทพฯ : สถาบนั พัฒนาผบู้ ริหารการศกึ ษา.
ขจีรัตน์ หงษ์ประสงค์.การสร้างแบบฝึกการเขยี นคำพอ้ ง สำหรับนกั เรียนประถมศกึ ษาปที ่ี4.ปรญิ ญานิพนธ์ศษ.ม.
กรงุ เทพฯ : มาหวทิ ยาลยั เกษตร์ศาสตร์,2534. อดั สำเนา.
ไพฑรู ย์ สลิ ารตั น์. ปฏิรปู การศกึ ษา : แนวคิดและหลักการตามพระราชบัญญตั ิการศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ.2542.
กรงุ เทพฯ:วิญญูชน, 2543. 240 หน้า
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. วิธกี ารทางสถติ ิสำหรับการวจิ ยั . พมิ พ์คร้งั ที่ 4. กาฬสนิ ธุ์ : สำนักพิมพป์ ระสานการ
พิมพ์, 2551. 168 หน้า
วรสุดา บญุ ไวโรจน์. การพฒั นาทักษะทางคณติ ศาสตรใ์ นระดับประถมศึกษาเร่ืองนา่ รู้สำหรบั ครูคณติ ศาสตร์.
พิมพ์คร้งั ที่ 2. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานชิ ,2536.
ไสว ฟักขาว. การจัดการเรยี นการสอนทเี่ นน้ ผูเ้ รยี นเปน็ ศูนยก์ ลาง. กรงุ เทพฯ.: บริษทั สำนักพิมพเ์ อมพนั ธ์
จำกดั , 2542. 310 หน้า.
17
ภาคผนวก
18
บนั ทกึ ข้อความ
สว่ นราชการ โรงเรียนบางดีวทิ ยาคม
ท่ี ศธ ๐๔๓๐๒.๑๖/พเิ ศษ วันที่ 24 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2565
เรือ่ ง รายงานการสง่ วจิ ยั ในช้ันเรยี น
เรยี น ผู้อำนวยการโรงเรียนบางดวี ิทยาคม
ดว้ ยข้าพเจ้า นายเกรยี งไกร ชว่ ยตระกูล ตำแหนง่ ครู ไดจ้ ัดทำรายงานวจิ ยั ในชั้นเรียน เรือ่ งการศึกษา
ผลการใช้แบบฝึกทักษะออนไลนผ์ ่าน Topworksheets เรื่อง เส้นขนาน สำหรับนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 2
รายวิชาคณิตศาสตร์ 4 รหัสวิชา ค 22102 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
กลุ่มสารระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ รายละเอียดตามเอกสารแนบ
จึงเรียนมาเพอื่ โปรดพจิ ารณา
ลงช่อื .................................................
(นายเกรียงไกร ช่วยตระกลู )
ตำแหน่ง ครผู สู้ อน
ความเหน็ ของหัวหน้ากลมุ่ การบริหารงานวชิ าการ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ................................................
(นางวรรณา จหู อ้ ง)
ครชู ำนาญการ
ความเหน็ ของผอู้ ำนวยการโรงเรียน
..........................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ................................................
(นางรัตนี ลมิ่ พานชิ )
ผู้อำนวยการโรงเรยี นบางดวี ทิ ยาคม
19
https://www.topworksheets.com/custom/a8d https://www.topworksheets.com/custom/86f
8b176-f9e7-4b40-b59f-ae0ac6f1ad8d 329fb-efea-4059-a71f-41cf22be2f5c
https://www.topworksheets.com/custom/c8b https://www.topworksheets.com/custom/16c
59807-0ed5-4f0f-9120-f90c56c266eb b629c-349a-456e-8c7f-03387e4a1f2e
20
https://www.topworksheets.com/custom/c86 https://www.topworksheets.com/custom/069
c78a6-d17f-4381-844b-5037b9dfef37 40151-480b-422e-8549-4d1da06cd6e1