The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สงครามโลกครั้งที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by นายศุภกิจ, 2021-10-02 06:45:24

สงครามโลกครั้งที่ 2

สงครามโลกครั้งที่ 2

รายงาน
เร่ือง สงครามโลกครั้งที่ ๒

เสนอ
ผูช วยศาสตราจารย ดร.วรรณพร บญุ ญาสถติ ย

คณะมนุษยศาสตรแ ละสงั คมศาสตร
จัดทําโดย

นายศุภกกิจ เอกกลาง
รหสั นกั ศึกษา ๖๒๑๐๑๒๑๒๒๘๐๐๓ นกั ศึกษาช้นั ปท่ี ๓

สาขาวชิ าสังคมศึกษา วทิ ยาลยั การฝก หดั ครู
มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏพระนคร

รายงานเลม นเ้ี ปน สวนหนงึ่ ของรายวชิ า ประวตั ิศาสตรส ากล (๑๖๔๒๓๑๔)
ภาคการเรียนที่ ๑ ปการศึกษา ๒๕๖๔





คํานาํ

รายงานเลม นี้เปนสว นหนงึ่ ของรายวชิ า ประวัตศิ าสตรส ากล (๑๖๔๒๓๑๔) ไดทําการศึกษา
เร่ือง สงครามโลกครงั้ ท่ี ๒ เพอ่ื หาความรู และไดศึกษาอยา งเขาใจเพื่อเปนประโยชนก ับการเรยี น

เน้ือหาของรายงานเลมนี้เร่ืองราวประวัติศาสตรสากล เร่ืองสงครามโลกคร้ังท่ี ๒ ประกอบ
ไปดวยประวัติความเปนมาของสงครามโลกครั้งท่ี ๒ ประเทศท่ีมีสวนรวมในสงคราม สาเหตุของ
สงคราม สนธิสัญญาแวรซ าย วิกฤตการณสําคญั กอนสงคราม ชนวนระเบิดของสงคราม เหตุการณ
ของสงคราม ๒ การยตุ ลิ งของสงคราม ผลของสงคราม รายละเอยี ดการสูร บ การเขารว มสงครามของ
ประเทศไทยกับสงครามโลกครั้งท่ี ๒ และบุคคลสําคัญของสหรัฐอเมริกา ความหมายของและ
ความสาํ คัญของเหตกุ ารณต า ง ๆ

ขอขอบคุณทาน ผูชวยศาสตราจารย.ดร.วรรณพร บุญญาสถิตย อาจารยประจําสาขาวิชา
สงั คมศึกษา วทิ ยาลัยการฝกหดั ครู มหาวิทยาลยั ราชภฏั พระนคร ทใี่ หค วามรแู ละคาํ ปรึกษางานจน
บรรลุผลสาํ เรจ็ หวังวา รายงานเลมนี้จะเปน ประโยชนตอ การเรยี นรตู อไป

ผจู ดั ทํา
ศภุ กจิ เอกกลาง



สารบญั

คาํ นาํ ........................................................................................................................................................ก
สารบญั ....................................................................................................................................................ข
บทนาํ .......................................................................................................................................................ก
สงครามโลกคร้งั ที่ ๒ (World War II) ..................................................................................................... ๒

ประเทศท่ีมีสว นรว มในสงครามครงั้ นี้ ............................................................................................................ ๓
สาเหตุของสงคราม........................................................................................................................................ ๔
วิกฤตการณสําคัญกอ นสงคราม..................................................................................................................... ๖
ชนวนระเบดิ ของสงครามโลกคร้ังที่ ๒ ........................................................................................................... ๗
เหตกุ ารณของสงครามโลกครง้ั ท่ี ๒ ............................................................................................................... ๘
การยุติลงของสงครามโลกครง้ั ที่ ๒ ................................................................................................................ ๘
ผลของสงครามโลกครงั้ ท่ี ๒........................................................................................................................... ๙
รายละเอียดการสูร บ....................................................................................................................................๑๑
สรุปภาพ สถานการณก ารรบในยโุ รป.....................................................................................................๑๔
สาเหตทุ ่ไี ทยเขา รว มสงครามโลกครัง้ ท่ีสอง..................................................................................................๑๘
ญี่ปนุ และไทย ..............................................................................................................................................๑๘
บคุ คลสาํ คญั ของสหรัฐอเมรกิ าในสงครามโลกครงั้ ท่ี ๒................................................................................๑๘
ฝา ยสมั พันธมติ ร...........................................................................................................................................๒๐
ลัทธชิ าตนิ ยิ ม(Nationalism).......................................................................................................................๒๐
ลทั ธิฟาสซิสม( Fascism)..............................................................................................................................๒๐
วนั D-Day (Decision Day)........................................................................................................................๒๑
บทสรปุ และผลกระทบของสงครามโลกครั้งที่ ๒.....................................................................................๒๒
บรรณานุกรม.........................................................................................................................................๒๓

บทนํา

สงครามโลกคร้ังท่ี ๒ เปนความขัดแยงในวงกวาง ครอบคลุมทุกทวีปและประเทศสวนใหญในโลก
เร่ิมตนในป พ.ศ. ๒๔๘๒ (ค.ศ.๑๙๓๙) และดําเนินไปจนกระทั่งส้ินสุดในป พ.ศ.๒๔๘๘ (ค.ศ.๑๙๔๕) ไดชื่อวา
เปนสงครามท่ีมขี นาดใหญแ ละทําใหเ กิดความสูญเสียครัง้ ใหญท ส่ี ดุ ในประวัติศาสตรโ ลก

สาเหตุสําคัญเปนผลมาจากประเทศเยอรมนีไมพอใจสนธิสัญญาแวรซาย ซี่งเปนสนธิสัญญาที่เยอรมนี
ตองลงนามเม่ือแพสงครามโลกครัง้ ที่หนง่ึ คือตองจายคาปฏิกรรมสงครามจาํ นวนมาก ถูกลดกําลัง ทหาร อาวุธ
ทําใหเศรษฐกิจตกตํ่า เสียดินแดน ชนวนเกิดข้ึนเมื่อเยอรมนีหาเร่ืองโปแลนดในประเด็นเร่ืองการไมเคารพสิทธิ
ของคนเช้ือสายเยอรมันในโปแลนดนอกจากน้ีเมื่อทางเยอรมนีขอตัดถนนขามจากเยอรมนีฝงตะวันตกเขาไป
ยังปรัสเซีย (ซ่ึงปจจุบันคือดินแดนฝงตะวันออกของเยอรมนี) โดยผานฉนวนโปแลนดซ่ึงในขณะน้ันอยูภายใต
การปกครองของอังกฤษและฝรั่งเศส แตอังกฤษและฝร่ังเศสไมอนุญาต เยอรมนีจึงยกเลิกขอตกลงหยุดยิงและ
บุกเขาโปแลนดทันที ซ่ึงอังกฤษและฝร่ังเศสไดสัญญาไววาจะชวยเหลือทางทหาร จึงส่ังใหเยอรมนี ถอนกําลัง
ออกภายใน ๑๔ ช่ัวโมง แตเยอรมนีปฏิเสธไมถอนกําลัง จึงไดประกาศสงคราม โดยแบงเปน ๒ ฝายคือ ฝาย
อักษะเยอรมนี อติ าลี ญีป่ นุ ฝา ยสมั พันธมิตร องั กฤษ ฝรัง่ เศส ตอ มาจงึ มี จีนสหรฐั อเมรกิ า และสหภาพโซเวียต
ฝายชนะคือฝาย สัมพันธมิตร ทําใหประเทศมหาอํานาจในยุโรปหมดกําลังลง จึงเกิดมหาอํานาจใหมคือ
สหรฐั อเมรกิ าและสหภาพโซเวียต จนนาํ ไปสูส ภาพสงครามเยน็ ในเกอื บจะทันทที ่สี งครามโลกครั้งที่สองส้ินสุด



สงครามโลกคร้งั ท่ี ๒ (World War II)

รปู ภาพที่ ๑ นาซรี ุกโปแลนด
ท่ีมา : https://www.silpa-mag.com
สงครามโลกครัง้ ที่ ๒ (World War II)
กรณีของสงครามโลกคร้ังท่ี ๒ อาจนับไดวาเปนสงครามครั้งรุนแรงและยิ่งใหญที่สุดเทาที่เคยอุบัติขึ้น
เพราะสงครามครั้งน้ีไดขยายสมรภูมิรบออกไปท่ัวโลกในระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยครอบคลุมอาณาบริเวณท้ัง
ในยุโรป แอฟริกาเหนือ เอเชียตะวันออก และมหาสมุทรแปซิฟก เปนความขัดแยงในวงกวาง ครอบคลุมทุก
ทวีปและประเทศสวนใหญในโลก เร่ิมตันในป พ.ศ. ๒๔๘๒ (ค.ศ. ๑๙๓๙) และดําเนินไปจนกระทั่งส้ินสุดในป
พ.ศ. ๒๔๘๘ (ค.ศ.๑๙๔๕) ไดชื่อวาเปนสงครามท่ีมีขนาดใหญและทําใหเกิดความสูญเสียคร้ังใหญที่สุดใน
ประวัตศิ าสตรโลก
ขอ มูลทว่ั ไป
ชวงเวลา : การรบเกิดข้ึนเมื่อ ๑ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๒ (ค.ศ. ๑๙๓๙ ) - ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๔๘๘
(ค.ศ. ๑๙๔๕)
วันเร่มิ ตน สงคราม ท่อี าจเปน ไปไดท้ัง
- วนั ที่ ๑ กนั ยายน พ.ศ. ๒๔๘๒ (ค.ศ. ๑๙๓๙) ที่เยอรมนั รกุ รานโปแลนต
-วนั ที่ ๗ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๐ (ค.ศ. ๑๙๓๗) ท่ญี ป่ี นุ รกุ รานจนี
- ป พ.ศ. ๒๔๗๔ (ค.ศ. ๑๙๓๑) ท่ีญ่ปี ุนบกุ รกุ แมนจูเรีย
วันลิ้นสุดสงคราม
-สงครามในยโุ รปส้ินสดุ เมื่อเยอรมนยี อมจํานนในวนั ที่ ๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๘
-ในเอเชยี ยังดาํ เนินตอไปจนกระทั่งญ่ีปนุ ยอมจํานนในวันที่ ๑๕ สงิ หาคม ปเ ดยี วกนั
สถานท่ีทําการรบ : ยุโรป(ยุโรปตะวันตกและตะวันออก), เอเชียอาคเนย(เอเชียตะวันออกเฉียงใต),
ตะวันออกกลาง, ทะเลเมดเิ ตอรเรเนียน และแอฟรกิ า ตั้งแตม หาสมุทรแอตแลนติก ,มหาสมุทรแปซิฟก,ภมู ภิ าค
ตะวนั ออกกลาง
ผลการรบ : ฝายสัมพนั ธมติ รเปนฝายชนะสงคราม



ประเทศทมี่ สี ว นรว มในสงครามครงั้ น้ี

สองฝายคือ ฝายอักษะ และ ฝายพันธมิตร โดยประเทศเล็ก ๆ สวนใหญแลว ประเทศจะเขารวมฝาย
ตาม ประเทศเพ่ือนบานทแี่ ขง็ แกรงเปน สว นใหญ
ฝา ยอกั ษะ (Axis Powers) ฝา ยพนั ธมิตร
ฝายที่กอ สงครามโลกครงั้ ทส่ี อง ฝายพันธมิตรประกอบไปดวย อังกฤษ ฝร่ังเศส
สหภาพโซเวียด จีน และ สหรัฐอเมริกาซ่ึงประเทศทั้ง ๕ นี้
ฝายอกั ษะประกอบไปดวยแกนนาํ หลกั คอื ตอมาไดเปนสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแหง
เยอรมนี อติ าลี และ ญีป่ นุ ในนามของกลุมอักษะ สหประชาชาติ (UN)
โรม-เบอรล นิ -โตเกยี ว (Rome-Berlin-Tokyo แกนนําหลกั
Axis) ทม่ี ีการแถลงวัตถปุ ระสงคห ลักในตอนตนวา
เพ่อื ตอ ตานขบวนการคอมมิวนสิ ตสากล
ประเทศแกนนาํ แกนนาํ หลัก
- อิตาลี (นาํ โดย เบนโิ ต มสุ โซลิน)ี - สหราชอาณาจกั ร(อังกฤษ)
- นาซีเยอรมนี (นาํ โดย อดอลฟ ฮิตเลอร) - สหภาพโซเวียต (รัสเซียในปจ จบุ ัน)
- ญปี่ ุน (นําโดย สมเดจ็ พระจกั รพรรดิฮโิ ระฮโิ ตะ) - ฝร่งั เศส
ประเทศอื่นที่สนับสนน - สหรัฐอเมรกิ า
- โรมาเนีย - สาธารณรฐั ประชาชนจีน
- ฮังการี ประเทศอ่ืนทส่ี นับสนนุ
- บลั แกเรยี - ออสเตรเลยี
- ประเทศลิเบีย - แคนาดา
ประเทศอน่ื ทีใ่ หค วามรวมมอื - สเปน
- โครเอเชีย - โปรตเุ กส
- ฟนแลนด - ฟล ิปปน ส
- ไทย (นําโดย จอมพล ป. พบิ ูลสงคราม)
- อินเดยี

สงครามโลกครง้ั ที่ ๒ เปน สงครามทมี่ ขี นาดใหญและทาํ ใหเกด็ ความสญู เสียครั้งใหญทส่ี ุดในประวัตศิ าสตรโ ลก

จาํ นวนผูเสียชวี ติ จากสงครามโลกครงั้ ที่ ๒

ความสญู เสยี ทหารเสียชวี ิต พลเรอื นเสยี ชวี ิต เสยี ชวี ิตทั้งหมด
ฝายพันธมติ ร ๑๗,๐๐๐,๐๐๐ นาย ๓๓,๐๐๐,๐๐๐ คน ๕๐,๐๐๐,๐๐๐ คน
ฝา ยอักษะ ๘,๐๐๐,๐๐๐ นาย ๔,๐๐๐,๐๐๐ คน ๑๒,๐๐๐,๐๐๐ คน
รวม ๒๑,๐๐๐,๐๐๐ นาย ๓๗,๐๐๐,๐๐๐ คน ๖๒,๐๐๐,๐๐๐ คน


สาเหตขุ องสงคราม
๑ ความไมยุติธรรมของสนธิสัญญา ขอบกพรองของสนธิสัญญาสันติภาพหลังสงครามโลกคร้ังที่ ๑ มี
สาเหตุมาจากประเทศชนะสงคราม และประเทศท่ีแพสงครามตางก็ไมพอใจในขอตกลง เพราะสูญเสีย
ผลประโยชน ไมพอใจในผลประโยชนที่ไดรับ โดยเฉพาะสนธิสัญญาแวรชายสท่ีเยอรมันไมพอใจในสภาพท่ีตน
ตองถูกผูกมัดดวยสัญญาและตองการไดดินแดน ผลประโยชนและเกียรติภูมิท่ีสูญเสียไปกลับคืน (ความไมพใจ
ของฝา ยผแู พใ นสงครามโลกครง้ั ท่ี ๑ ตอขอตกลงสันตภิ าพ โดยเฉพาะสันตสิ นธสิ ญั ญาภาพแวรซ ายส)
สนธิสัญญาสันติภาพที่ไมเปนธรรม ระบุใหประเทศท่ีแพสงครามโลกคร้ังที่ ๑ ชดใชคาเสียหาย คา
ปฏิกรรมสงครามและเสยี ดินแดน เชนสนธสิ ัญญาแวรซายส เยอรมนี ตอ งเสียอาณานคิ มตอ งคนื แควนอลั ซาล –
ลอเรนแกฝร่ังเศส โปเซนและปรัสเซียตะวันตกใหโปแลนด มอรสเนท ยูเพนและมัลเมดีใหเบลเย่ียม ชเลสวิค
และโฮลสไตนใหเดนมารก แควนซูเดเตนใหเชคโกสโลวาเกีย และ เมเมลใหทัวเนีย จายคาปฏิกรรมสงคราม ป
ละ ๕ พันลานดอลลาร ถูกจํากัดกําลังทหารมีทหารไดไมเกิน ๑๐๐,๐๐๐ คน หามเกณฑทหารเปนตน จาก
เหตุการณดังกลาวเปนการกระตุนใหเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ ขี้น ฮิตเลอรและพรรคนาซีไดปลุกระดมตอตาน
การเสียคาปฏิกรรมสงคราม และนาํ ความอดยาก ยากจนมาใหประชาชนอยางตอ เนอ่ื ง
สนธิสัญญาแวรซายส (Versailles Treaty) เม่ือวันท่ี ๒๘ มิถุนายน ค.ศ.๑๙๑๙ ซึ่งนับเปนวันยุติ
สงครามโลกคร้ังที่ ๑ แตสนธิสัญญาฉบับนไ้ี ดร ะบใุ หเ ยอรมนตี อ งรบั ผิดชอบจายคาปฏิกรรมสงครามจาํ นวนมาก
ถกู ลดกําลังทหารและอาวธุ ถูกยดึ ดินแดนอาณานิคม ทาํ ใหเศรษฐกิจเยอรมนั ตกตํา่ ประชาชนตกงานเกิดภาวะ
ขาวยากหมากแพงท่ัวประเทศ ชาวเยอรมันโกรธแคนมาก ฮิตเลอร (Adolf Hitler) ไดกาวข้ึนสูอํานาจในชวงนี้
สรางกระแสชาตินิยม ฉีกสนธิสัญญาแวรซายส และพัฒนาอุตสาหกรรมและการทหาร จนกลายเปนจุดเร่ิมตน
ของ สงครามโลกครั้งท่ี ๒ (World War II)

รูปภาพที่ ๒ สนธิสัญญาแวรซายส
ทม่ี า : https://th.wikipedia.org


เงือ่ นไข ของ สนธิสญั ญาแวรซ าย
เยอรมนตี องรบั ผลจากการสงครามโลกครัง้ ที่ ๑ อยางรุนแรง ดังตอ ไปนี้
๑.๑ เยอรมนตี องสูญเสยี ดินแดนของตนคอื อลั ซาสลอเรน (Alsace Larraine) ใหแกฝ รั่งเศส ตอ งยอม
ยกดินแดนภาคตะวันออกใหโ ปแลนดไ ปหลายแหง
๑.๒ ตองยอมใหสันนบิ าตชาตเิ ขาดแู ลแวรซายสเ ปน เวลา ๑๐ ป
๑.๓ เกิดฉนวนโปแลนด (Polish Corridor) ผานดินแดนภาคตะวันออกของเยอรมนีเพื่อใหโปแลนดมี
ทางออกไปสทู ะเลบอลตกิ ทเี่ มืองดานซกิ ซึง่ เยอรมนีถกู บงั ดบั ใหยกดนิ แดนดังกลาวใหโปแลนดเพ่ือใชประโยชน
ทางเศรษฐกิจ ยังผลใหปรัสเชียตะวันออกถูกแยกออกจากสวนอื่นของเยอรมนี ซ่ึงฮิตเลอรถือวาเปนสิ่งท่ีเขาไม
อาจยอมรับไดตอ ไป
๑.๔ ตองสูญเสียอาณานิคมท้ังหมดของตนใหแกองคการสันนิบาตชาติดูแลฐานะดินแดนในอาณัติ
จนกวาจะเปน เอกราช
๑.๕ ตอ งยอมจาํ กัดอาวธุ และทหารประจาํ การลงอยา งมาก
๑.๖ ตองชดใชค า เสยี หายเปน จาํ นวนมหาศาลใหแกประเทศทชี่ นะสงคราม

๒. ความขัดแยังทางดานอุดมการณทางการเมือง ระหวางระบอบประชาธิปไตยกับระบอบเผด็จการ
ปญหาทางการเมือง และเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งท่ี ๑ ทําใหหลายประเทศหันไปใชระบอบเผด็จการเพื่อ
แกปญหาภายใน เชน เยอรมนีและอิตาลี นําไปสูการแบงกลุมประเทศ เพราะประเทศท่ีมีระบอบการปกครอง
เหมือนกันจะรวมกลมุ กัน ความแตกตางทางดานการปกครอง กลุมประเทศฟาสซิสตมคี วามเขม แขง็ มากขน้ึ ได
รวมกันเปน มหาอํานาจอักษะ (Berin-Rome-Tokyo Axis) จุดประสงคแรก คือเพ่ือตอตานรัสเซีย ซึ่งเปน
คอมมวิ นสิ ต ตอมาไดข ยายไปสูก ารตอ ตานชนชาตยิ ิวและนาํ ไปสคู วามขดั แยังกบั ประเทศฝา ยสมั พันธมิตร

๓. ลัทธิชาตินิยมในประเทศเยอรมนี อิตาลี และญ่ีปุน เนื่องจากความไมเปนธรรมของสนธิสัญญาแวร
ซายส และเยอรมนีพัฒนาตนเองจนแข็งแกรงเปนอาณาจักรเยอรมนีท่ี ๓ และมีนโยบายบุกรุกดินแดน
(นโยบายสรางชาติภายใตร ะบอบเผด็จการฟาสซิสตในอติ าสี นาซีในเยอรมนั และเผด็จการทหารในญป่ี ุน)

๔. ลัทธินิยมทางทหาร ไดแก การสะสมอาวุธเพ่ือประสิทธิภาพของกองทัพ ทําใหเกิดความเครียด
ระหวา งประเทศมากข้ึน และเกิดความไมไ วว างใจซึ่งกนั และกนั

๕. นโยบายตางประเทศที่ไมแนนอนของอังกฤษ การใชนโยบายออมชอมของอังกฤษเมื่อเยอรมนี
ละเมิดสนธิสัญญาแวรซายส เชน การเพ่ิมกําลังทหารและการรกุ รานดินแดนตาง ๆ ทําใหเยอรมนแี ละพนั ธมติ ร
ไดใ จและรุกรานมากข้นึ

๖. ความออนแอขององคการสนั นิบาตชาติ เน่ืองจากไมมีกองทัพขององคก าร ทําใหขาดอํานาจในการ
ปฏิบัติการและอเมริกาไมไดเปนสมาชิกจึงทําใหองคการสันนิบาต เปนเคร่ืองมือของประเทศที่ชนะใชลงโทษ
ประเทศท่ีแพสงคราม (ความลมเหลวขององคการสันนิบาตชาติในการเปนองคกรกลางเพื่อเจรจาไกลเกล่ียขอ
พิพาทระหวางประเทศ) และความออนแอของ องคการสันนิบาตชาติ ที่ไมสามารถบังคับประเทศที่เปนสมาชิก
และไมปฏบิ ตั ิตามสัตยาบันได


๗. บทบาทของสหรัฐอเมริกา สหรัฐปดประเทศโดดเด่ียว สมัยประธานาธิบดีมอนโร ตามแนวคิดในวา
ทะมอนโร (Monroe Doctrine) สหรัฐจะไมแทรกแซงกิจการประเทศอ่ืนและไมยอมใหประเทศอื่นมา
แทรกแซงกิจการของตนเม่ือเกิดวิกฤตเศรษฐกิจหลังสงครามโลกครั้งที่ ๑ และรัฐบาลไมสามารถแกปญหาได
ประชาชนจงึ เลอื กพรรดเดโมแครต (Democratic Party) เขา มาเปน รฐั บาลปกครองประเทศโดยประธานาธิบดี
แฟรงคลิน ดี รสุ เวลท ไดรบั เลือกตอ กันถึงส่ีสมัย ( ค.ศ.๑๙๓๓ - ๑๙๔๕)
๘. สภาวะเศรษฐกิจตกต่ําทั่วโลกในชวงทศวรรษ ๑๙๒๐ - ๑๙๓๐ โดยเฉพาะชวง ในป ค.ศ.๑๙๒๙-
๑๙๓๑ ( ภายหลังสงครามโลกครง้ั ท่ี ๑)
วิกฤตการณสําคัญกอ นสงคราม
๑. เยอรมนยี กเลิกสนธสิ ัญญาแวรซ ายส ค.ศ. ๑๙๓๖ และสนธสิ ัญญาโลคารโดยการเขาครอบครองแด
วันไรน และ การเพม่ิ กําลังอาวธุ ของเยอรมนั
๒. สงครามอิตาลีรุกรานเอธิโอเปย ค.ศ. ๑๙๓๖ (พิพาทระหวางอิตาลีกับอังกฤษ ในกรณีที่อิตาลีบุก
เอธิโอเปย)
๓. สงครามกลางเมอื งสเปน ค.ศ. ๑๙๓๖ - ๑๙๓๙
๔. เยอรมนรี วมออสเตรีย ค.ศ. ๑๙๓๘
๕. เยอรมนีรวมเชคโกสโลวาเกีย ค.ศ. ๑๙๓๘
๖. อติ าลียึดครองแอลเบเนีย ค.ศ. ๑๙๓๙
๗. ปญ หาฉนวนโปแลนด ค.ศ. ๑๙๓๙
๘. การขยายอาํ นาจของญป่ี ุนในเอเชีย ค.ศ. ๑๙๓๑ - ๑๙๓๙ (ญป่ี นุ รุกรานแมนจเู รีย แลว ตงั้ เปน
รัฐแมนจกู วั เพ่ือเปน แหลง อุตสาหกรรมและแหลง ทําทุนใหมสําหรบั ตลาดการดาํ ของญป่ี นุ )

รูปภาพท่ี ๓ การบกุ ครองแมนจูเรียของญปี่ นุ รปู ภาพท่ี ๔ ทต่ี งั้ แมนจูเรยี
ทมี่ า https://th.wikipedia.org/ ท่มี า https://th.wikipedia.org/


ชนวนระเบิดของสงครามโลกครั้งท่ี ๒
ชนวนท่ีนําไปสูสงครามโลกคร้ังท่ี ๒ ฉนวนโปแลนด (Polleh Corridor) มีชาวเยอรมนีอาศัยอยูมาก
เยอรมนีเสียดินแดนสวนน้ีใหแกโปแลนดตามสนธิสัญญาแวรซายส และฉนวนโปแลนดยังแบงแยกดินแดน
เยอรมนีเปนสองสวน คือสวนปรัสเซียตะวันตกและปรัสเซียตะวันออก ฮิตเลอร ขอสรางถนนผานฉนวน
โปแลนดไปปรัสเซีตะวันออก อังกฤษและฝร่ังเศสคัดคาน ฮิตเลอรจึงยกเลิกสัญญาท่ีเยอรมนีจะไมรุกราน
โปแลนด และทําสญั ญาไมร ุกรานกบั สหภาพโซเวยี ด เยอรมนีเริ่มสงครามดวยการบกุ โปแลนด ๑ กนั ยายน ค.ศ.
๑๐๓๙ แบบสายฟา แลบ (Bltizkrieg)
กองทัพเยอรมนีบุกโปแลนดเม่ือ ๑ กันยายน ค.ศ. ๑๙๓๙ เน่ืองจากโปแลนดปฏิเสธที่จะยกเมืองทา
ดานซิก และฉนวนโปแลนดในเยอรมนี อังกฤษและฝรั่งเศส ซึ่งมีสัญญาคาประกันเอกราชของโปแลนดและ
ฝรั่งเศสจึงย่ืนคําขาดใหเยอรมันถอนทหารออกจากโปแลนด เม่ือฮิตเลอรไมปฏิบัติตาม ทั้งสองประเทศจึง
ประกาศสงครามกบั เยอรมนี เม่ือเร่มิ สงครามน้นั ประเทศคูสงครามแบงออกเปน สองฝาย คือ
๑. ฝายอกั ษะ ไดแก เยอรมนี อิตาลีและญีป่ นุ
๒. ฝายสัมพนั ธมิตร ไดแ ก อังกฤษ สหรฐั อเมรกิ า สหภาพโซเวียต ฝรั่งเศสและรัสเซยี

รปู ภาพท่ี ๕ ชาติของฝา ยอักษะและฝายสมั พันธมิตร
ท่มี า : https://t1.bdtcdn.net/photos

ตอมาประเทศตาง ๆ ก็เขากับฝายใดฝายหนึ่งจนสงครามไดแผขยายกลายเปนสงครามโลกในป ค.ศ.
๑๙๔๒ ฝายอักษะ (ญ่ีปุน เยอรมัน อิตาดี) ไดบุกยึดยุทธภูมิสําคัญคือ รัสเซีย แอฟริกาเหนือ และแปซิฟก ซึ่งก็
ประสบดวามสําเร็จเกือบทุกแหง โดยเฉพาะญ่ีปุนซ่ึงไดรับชัยชนะมากท่ีสุดในการยึดครองจักรวรรดิแปซิฟก
ทั้งน้ีอาจเนื่องมาจากอาณานิดมของตะวนั ตกไมต กสูกับญ่ีปนุ เพื่อชาวยุโรป ซึ่งผิดกบั ญป่ี นุ ทถี่ ือประโยชนจ ากคํา
ขวญั ที่วา "เอเชียเพือ่ ชาวเอเชยี "

สําหรับสงครามในโลกตะวันออกน้ันเริ่มตันข้ึนในราว ค.ศ. ๑๐๔๑ เมื่อญ่ีปุนโจมตีฐานทัพเรือของ
สหรัฐอเมริกาที่อาวเพิรลฮาเบอร ในวันท่ี ๗ ธันวาคม ป ค.ศ. ๑๙๔๑ สหรัฐอเมริกาจึงประกาศสงครามกับ
ญ่ีปุน และหลังจากนั้นเพียงไมก่ีวันเยอรมนีและอิตาลีก็ประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกา เน่ืองจากท้ังสอง
ประเทศไดทําสัญญาพันธมิตรกับญี่ปุน จึงเทากับเปนแรงผลักตันใหสหรัฐอเมริกาเขารวมกับฝายสัมพันธมิตร
อยางเต็มตัว รวมทัง้ ประเทศตา ง ๆ ในทวปี อเมรกิ าใต ตางประกาศสงครามตามสหรฐั อเมรกิ าเกือบทัง้ สนิ้



เหตุการณของสงครามโลกครง้ั ท่ี ๒
- เยอรมนีโจมตโี ปแลนด เมือ่ ๑ กนั ยายน ค.ศ. ๑๙๓๙
- วันที่ ๓ กนั ยายน ค.ศ. ๑๙๓๙ อังกฤษและฝร่ังเศสประกาศสงครามกบั เยอรมนี
เยอรมนี้ทําการรบแบบลายฟาแลบ ไดชัยชนะอยางรวดเร็ว ไดดินแดนโปแลนด เนเธอรแลนด
เบลเย่ียม เดนมารก และฝร่ังเศส โจมตีอังกฤษ รัสเซีย ทางอากาศ ซ่ึงเปนสงครามทางอากาศที่ย่ิงใหญท่ีสุด
สงครามในระยะแรกสมั พนั ธมิตรแพท กุ สนามรบ
อังกฤษและฝร่ังเศสประกาศเขารวมสงคราม ดานมหาสมุทรแปซิฟก ญี่ปุนบุกแมนจูเรีย(จีน) ในป
ค.ศ. ๑๙๓๑ และเสนอแผนการที่จะสถาปนา "วงไพบูลยแหงมหาเอเชียบูรพา" เพื่อผลประโยชนทางดาน
เศรษฐกิจและดานอ่ืน ๆ ญ่ีปุนโจมตีฐานทัพเรือสหรัฐอเมริกาท่ี อาวเพิรล ฮารเบอร เมื่อวันท่ี ๗ ธันวาคม
ค.ศ. ๑๙๔๑ สหรัฐจึงเขาสูสงครามโลกครั้งที่สอง โดยประกาศสงครามเขารวมกับฝายพันธมิตร ขณะเดียวกัน
ญี่ปุนเปดสงครามในตะวันออกเฉียงใตหรือเรียกวา "สงครามมหาเอเชียบูรพา" เมื่อเร่ิมสงครามสหรัฐอเมริกา
วางตัวเปนกลาง แตเมื่อญี่ปุนโจมตีฮาวเพิรลฮาเบอรซึ่งเปนฐานทัพของสหรัฐอเมริกา ในมหาสมุทรแปซิฟก
เมอื่ วันที่ ๗ ธนั วาคม ค.ศ. ๑๙๔๑ สหรัฐอเมรกิ าเขารว มสงครามโลกคร้ังท่ี ๒ กับองั กฤษและฝรั่งเศส ทําใหฝาย
พนั ธมิตรมชี ยั ชนะ เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๑๙๔๕
ในระยะแรกของสงครามฝายอกั ษะไดเปรียบอยางเห็นไดช ัด แตห ลังจากวนั D-Day (Decision - Day)
ซ่ึงเปนวันท่ีสัมพันธมิตรยกพลข้ึนบกท่ีนอรมังดี (Nomandy) ประเทศฝรั่งเศสดวยกําลังพลนับลานคน
เคร่ืองบินรบ ๑๑,๐๐๐ เคร่ือง เรือรบ ๔,๐๐๐ ลํา วิถีของสงครามจึงคอย ๆ เปลี่ยนดานกลายเปนฝาย
สัมพันธมติ รไดเ ปรยี บ
การรบในแปซิฟก ญี่ปุนเปนคูสงครามกับสหรัฐอเมริกา สงครามก็ยุติลงอยางเปนรูปธรรมดวยชัยชนะ
ของฝายสัมพันธมิตรโดยการทิ้งระเบิดปรมาณูลูกแรกชื่อลิตเติลบอย ที่เมืองฮิโรชิมา เม่ือวันท่ี ๖ สิงหาดม
ค.ศ.๑๙๔๕ และลูกท่ี ๒ ชื่อแฟตแมน ที่เมืองนางาซากิ เม่ือวันที่ ๙ สิงหาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ และวันที่ ๑๔
สิงหาคม ค.ศ.๑๙๔๕ ประเทศญ่ีปุนประกาศยอมแพ เมื่อญ่ีปุนเซ็นสัญญาสงบศึกกับสหรัฐอเมริกาบนเรือรบ
มิสซรู ี ในวนั ท่ี ๑๔ สงิ หาคม ค.ศ. ๑๙๔๕
การยุติลงของสงครามโลกครง้ั ท่ี ๒
- สัมพนั ธมิตรยกพลข้นึ บกที่ ชายฝง แควน นอรมังดี ในวนั ท่ีเรียกวา " วนั D-DAY "
- สงครามโลกในยโุ รปส้ินสดุ ลงเมอื่ กองทพั สมั พันธมิตรบกุ เขาเบอรลนิ ในเดอื นมถิ นุ ายน ค.ศ. ๑๙๔๔
- เมื่อสหรัฐอเมริกาท้ิงระเบิดปรมาณูท่ีเมืองฮิโรชิมาและเมืองนางาซากิ ในวันที่ ๖ และ ๙ สิงหาคม
ค.ศ.๑๙๔๕
ใน ค.ศ. ๑๙๔๓ สัมพันธมิตรไดประชุมกันท่ีเมืองควิเบก ประเทศแคนาดา ประเด็นสําคัญ การประชุม
คอื กองกาํ ลงั ของสมั พันธมิตรจะบกุ เขาไปถงึ ใจกลางของเยอรมนแี ละทาํ ลายกองทัพเยอรมนีลงใหไ ด โดยมนี าย
พลไอเซนเฮาว (Eisenhower) เปนผูบัญชาการของสัมพันธมิตรในยุโรปตะวันตก การปฏิบัติการโอเวอรลอรด
(Operation Overlord) นับเปนการบุกฝรั่งเศสครั้งสําคัญท่ีสุดในประวัติศาสตรฝายสัมพันธมิตรประกอบดวย
ทหารสหรัฐอเมริกา อังกฤษ แคนาดา และฝร่ังเศส จํานวน ๑๕๕,๐๐๐ คน บุกข้ึนฝงนอรมังดี ทางเหนือของ
ฝรัง่ เศส ในวันที่ ๖ มถิ นุ ายน ค.ศ. ๑๙๔๔ เรยี กวาวัน D - Day (Decision Day)



ผลของสงครามโลกครงั้ ท่ี ๒
๑. มีการจัดต้ังองคการสหประชาชาติ (UN : United Nations) เพ่ือดําเนินงานแทนองคการสันนิบาต
ชาติ ดวยวัตถุประสงคเพ่ือรักษาสันติภาพของโลกและใหกลุมสมาชิกรวมมือชวยเหลือกัน และสนับสนุน
สนั ติภาพของโลก รวมทงั้ การพัฒนาประเทศในดา นตาง ๆ ซ่ึงนับวา มีความเขม แข็งกวาเดมิ เพราะสหรัฐอเมริกา
เขารวมเปน สมาชิกผูกอ ตง้ั และมีกองทหารของสหประชาชาติ (UN)
๒. ทําใหเกิดสงครามเย็น (Cold war) ต้ังแตหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ โดยที่ประเทศสหภาพโชเวียด
(SSR) ในสมยั สตารล นิ มีนโยบายขยายลทั ธิคอมมิวนิสตไปสู ยโุ รปตะวันออก และเยอรมนีตะวนั ออก ซ่งึ มีทหาร
รัสเซียเขาปลดปลอยดินแดนเหลาน้ีจากอํานาจฮิตเลอรในสงครามโลกครั้งท่ีสองขณะที่สหรัฐอเมริกาตองการ
สกัดก้ันการขยายตัวดังกลาว และเผยแผการปกครองแบบเสรีประชาธิปไตยในประเทศตาง ๆ โดยเฉพาะ
ดินแดนอาณานิคมที่ประกาศเอกราช เปนประเทศใหมหลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ จนเกิดสภาวการณที่เรียกวา
สงครามเยน็ (Cold War)
๓. มีการนําอาวุธที่ทันสมัยและระเบิดปรมาณูมาใชทําใหเกิดความเสียหายตอชีวิตและทรัพยสิน
มากกวา สงครามโลกคร้งั ท่ี ๑
๔. การเกิดประเทศเอกราชใหม ๆ (ประเทศที่เคยตกเปนอาณานิคมของชาติตะวันตกตางประกาศเอก
ราชของตนเอง ท่ัวโลก โดยเฉพาะในเอเชีย และ แอฟริกา และบางประเทศถูกแบงออกเปน ๒ สวน เชน
เยอรมนี เกาหลี เวยี ดนาม
๕. สภาพเศรษฐกจิ ตกต่ําทวั่ โลก (Great Depression)
๖. ความสญู เสียทางดานสงั คมและทางจติ วิทยา อยางกวา งขวาง
๗. เกิดมหาอํานาจของโลกใหม คือ สหรัฐอเมริกา และ สหภาพโซเวียต (USSR) หลังจากสงครามโลก
ครั้งที่ ๒ ซ่ึงยืดเย้ือยาวนานเกือบ ๖ ปยุติลง ลัทธิเผด็จการฟาสซิสตในอิตาลี นาชีในเยอรมัน และเผด็จ
การทหารในญี่ปุนก็ลมสลายลงอยางสิ้นเชิง ขณะเดียวกัน ตําแหนงชาติผูนํามหาอํานาจของโลกก็มีการ
ปรับเปล่ียนไปดวยเชนกัน กลาวคือ ในโลกเสรีหรือโลกประชาธิปไตยนั้น สหรัฐอเมริกาไดกาวขึ้นสูความเปน
อภิมหาอํานาจเหนืออังกฤษและฝรั่งเศส มิใชเพียงเพราะสหรัฐอเมริกามียุทโธปกรณท่ีทรงอานุภาพเทานั้น แต
เพราะอังกฤษและฝรั่งเศสไดรับความบอบช้ําจากผลพวงของสงครามคร้ังน้ีอยางมหาศาล จึงไมอาจจรรโลง
โครงสรา งความสมั พันธเ ชิงอํานาจเดมิ เอาไวไดอ ีกตอ ไป
อยางไรก็ตาม สหรัฐอเมริกาก็มิไดเปนอภิมหาอํานาจเด่ียวโดยปราศจากคูแขง เพราะอีกข้ันหน่ึง คือ
สหภาพโซเวียต (USSR) ก็ไดกาวขึ้นสูตําแหนงมหาอํานาจในคายดอมมิวนิสต (โลกสังคมนิยม) ท้ังยังเปนแกน
นําในการเผยแพรอดุ มการณก ารเมอื งแบบสงั คมนิยมออกไปยงั พื้นทต่ี างๆ
๘. เกิดการแบงขั้วอยางชัดเจนของสองมหาอํานาจจนนําไปสู ภาวะสงครามเย็นและการเกิดการแบง
ขั้วอยางขัดเจนของสองมหาอํานาจจนนําไปสูเกิดภาวะสงครามเย็นและการแบงกลุมประเทศระหวางโลกเสรี
ประชาธิปไตยกับโลกคอมมิวนิสต สงครามโลกคร้ังที่ ๒ ส้ินสุดลงดวยความพายแพของฝายอุดมการณฟาสต
สิสต ท้ังในยุโรปและเอเชีย และไดเกิดอุตมการณไหมขึ้นเม่ือมีการเผชิญหนากันระหวางสหรัฐอเมริกาและ
สหภาพโซเวียต โลกถูกแบงแยกออกเปนสองคาย กลาวคือสหรัฐอเมริกาเปนผูนําคายประชาธิปไตย สวน
สหภาพโซเวียดเปนผูนําคายคอมมิวนิสต ตางฝายตางพยายามนําเสนอระบบการเมืองที่ตนยึดมั่น เพ่ือให
ประเทศอ่ืน ๆ รับไปใชเปนแมแบบการปกครอง และพยายามแขงขันกันเผยแพรอุดมการณทางลัทธิการเมือง

๑๐
ของตนในกลุมประเทศท่ีเกิดใหมหลังสงครามเงื่อนไขน้ีเองจึงตอใหเกิดการแขงขัน ขัดแยงทางอุดมการณ
การเมอื งการปกครอง และคอย ๆ ลุกลามรนุ แรงจนอยูใ นสภาพท่เี รียกวา "สงครามเยน็ " (Cold War)

๙. เกดิ ปญ หาเก่ียวกับประเทศทีแ่ พสงคราม หลังสงครามโลกครัง้ ท่ี ๒ ไดเ กิดปญหาข้ึนในกลมุ ประเทศ
ที่แพลงคราม เชนเยอรมนีถูกแบงแยกออกเปน ๑) เยอรมนีตะวันตก ใหอยูในอารักขาของชาติสัมพันธมิตร
ไดแ ก สหรัฐอเมรกิ า อังกฤษ และฝร่งั เศส ฝายหน่ึง ๒) เยอรมนตี ะวนั ออกใหอยูในความอารกั ขาของสหภาพโซ
เวียด จนกระท่ัง ค.ศ. ๑๙๔๙ ฝายสหรัฐอเมริกาไดจัดใหมีการเลือกต้ังเสรีข้ึนในเยอรมนีตะวันตกและต้ังเปน
สหพันธสาธารณรัฐเยอรมัน (เรียกเยอรมันนีตะวันตก) สวนสหภาพโซเวียตก็ไดจัดตั้งรัฐสภาประชาชนขึ้นใน
เยอรมนีตะวันออกและปกครองดวยระบอบคอมมิวนิสต จัดตั้งเปนสาธารณะรัฐประชาธิปไตยเยอรมัน ทําให
เยอรมนีถูกแบงออกเปน ๒ ประเทศ ซ่ึงปจจุบันไดตกลงมารวมกันเปนประเทศเยอรมนีนับแตป ค.ศ. ๑๙๙๐
เปนตนมาและถูกยึดครองจากกลุมประเทศที่แบงเปน ๒ ฝาย คือ สหรัฐฯ อังกฤษ และฝร่ังเศส ฝายหน่ึง และ
สหภาพโซเวียต อีกฝายหน่ึงความขัดแยงเรื่องผลประโยชนของสหภาพโซเวียตกับสหรัฐฯ สงผลใหเยอรมันถูก
แบง ออกเปน ๒ สว นคือ เยอรมนั ตะวันตก และเยอรมนั ตะวนั ออก

๑๐. สหรัฐฯไดเขาปกครองญ่ีปุนเปนเวลานานถึง ๖ ป ญี่ปุนท่ีถูกยึดครองโดยฝายสัมพันธมิตร ที่มี
สหรัฐอเมริกาเปนผูมีอํานาจเต็มแตเพียงผูเดียวในการวางนโยบายครองญ่ีปุน แตยังคงใหญี่ปุนมีรัฐบาลและมี
จกั รพรรดเิ ปน ประมขุ ของประเทศสหรัฐอเมรกิ าประสบความสําเรจ็ ในการเปล่ียนอุดมการณข องคนญีป่ นุ ใหหัน
มายอมรับฟง ระบอบการปกครองแบบประชาธปิ ไตยและสนั ติภาพ ในชว งทเ่ี กดิ สงครามเกาหลีสหรัฐอเมริกาได
เขาไปชวยฟนฟูพัฒนาเศรษฐกิจญ่ีปุน และชวยเหลือใหญ่ีปุนเปลี่ยนเปนประเทศอุตสาหกรรม จนกลายเปน
มหาอาํ นาจทางเศรษฐกิจของโลกในปจจุบนั

๑๑. ประเทศที่เคยเปนอาณานิคมไดรับเอกราช บรรดาดินแดนท่ีเคยเปนอาณานิคมของชาติ
มหาอํานาจตะวันตกและญี่ปุนตางก็ทยอยไดรบั เอกราชและแสวงหาลทั ธิการเมืองของตนเอง ท้ังในเอเชีย และ
แอฟริกา เชน ยุโรปตะวันออกอยูในคายคอมมิวนิสต ยุโรปตะวันตกเปนกลุมประชาธิปไตยสวนในเอเชียนั้นจีน
และเวียดนามอยใู นคายคอมมวิ นสิ ต แตก ารไดร บั เอกราชของชาตติ าง ๆ ไดก อใหเ กดิ ปญหามากมาย เชน

เกาหลีภายหลงั ไดร ับเอกราชภายหลังสงครามโลกครั้งท่ี ๒ ถูกแบงเปนเกาหลีเหนอื และเกาหลีใต และ
ไดทําสงครามระหวางกัน ค.ศ. ๑๙๕๐ - ๑๙๕๓ (สงครามเกาหลี) โดยเกาหลีเหนือซึ่งไดรับความชวยเหลือจาก
สหภาพโซเวียตและจีนคอมมิวนสิ ตเปนผูร กุ รานเกาหลีใต องคก ารสหประชาชาติ (UN) ไดส งทหารสัมพันธมิตร
ท่ีนําโดยสหรัฐอเมริกาเขาปกปองเกาหลีใตไวได จนตอมาไดมีการลงนามในสัญญาสงบศึกท่ีหมูบานปนมุนจอม
ในเขตเกาหลีเหนือ ปจจุบันเกาหลีเหนือและเกาหลีใตไดแยกออกเปน ๒ ประเทศ โดยแบงกันท่ีเสนขนานที่
๓๘ องศาเหนอื

เวียดนามตองทําสงครามเพ่ือกูอิสระภาพของตนจากฝรั่งเศส และถึงแมจะชนะฝรั่งเศสในการรบที่
เดียนเบียนฟูใน ค.ศ. ๑๙๕๔ แตเวียดนามก็ถูกแบงออกเปนเวียดนามเหนือและเวียดนามใต ท้ังสองประเทศได
ตอสูกันเพราะความขัดแยงในอุดมการณที่แตกตางกันระหวางคอมมิวนิสตกับเสรีประชาธิปไตย ในที่สุดเม่ือ
สหรัฐอเมริกาสนับสนุนเวียดนามใต ยุติการใหความชวยเหลือและถอนทหารกลับประเทศเวียดนามก็รวม
ประเทศไดสําเร็จใน ค.ศ. ๑๙๗๕ ในเวลาเดียวกันลาวและกัมพูชาซึ่งปกครองโดยรัฐบาลคอมมิวนิสตก็ตกอยู
ภายใตอ ทิ ธพิ ลทางการเมืองของเวยี ดนาม แตสามารถจดั ตั้งรฐั บาลของตนเองไดใ นเวลาตอ มา

๑๑

รายละเอียดการสูรบ
๑) สมรภมู ิทางตะวันตกสมรภมู ทิ างตะวนั ตก ซึง่ มีเยอรมนเี ปนฝายรบั ผิดชอบ โดยยังสามารถแยกยอย
ใหเ ปนกลุม ยอยไดอกี คือ
๑.๑ สมรภูมใิ นทวีปยุโรปตะวนั ตก
การรบแบบสายฟาแลบของเยอรมนี เปนการพุงเปาหมายการบุกของเยอรมนีไปยังประเทศตาง ๆ
เยอรมนีโจมตีท้ิงระเบิดเคร่ืองบินของฝายขาศึกจํานวนมาก หนวยจูโจมท่ีเรียกวา panzer division ของ
เยอรมนีนประกอบตัวย รถถงั ทหารมา และทหาราบ
กองทัพนาซีเขาถลมออสเตรียและผนวกเขากับเยอรมนี ลมลางระบอบกษัตริยในออสเตเรียลงและนํา
กองทัพเขาโจมตีฮังการี ฮังการีเกรงกลัวจึงประกาศยอมแพแกนาซี บุกโจมตีประเทศเบเนลักซ(เบลเยียม
เนเธอรแ ลนด และลักเชมเบอรก)
- เนเธอรแลนดถกู กองทัพนาซีบกุ ทําใหสมเด็จพระราชินีนาถวลิ เฮลมีนาแหงเนเธอรแ ลนดเ สด็จลี้ภัยไป
ยงั อังกฤษ
- นาซบี ุกวังเบลเยยี่ มและลักเซมเบิรก และทําการผนวก
- นาซีสามารถเขาผนวกฝรั่งเศสไดอยางงายดาย จากนั้นเขาถลมเมืองเกอเออนีคาแหงสเปนที่เปน
กลางดวยระเบดิ รวมถึงโปรตเุ กสดว ย
- ในสแกนดิเนเวียโดยการบุกโจมตีเตนมารกและนอรเวย และบีบบังคับใหสวีเคนท่ีเปนกลางมอบ
ทรัพยากรทางธรรมชาติใหเยอรมนี สวนฟนแลนดเขารวมกับนาซีเพ่ือเขาโจมตีดินแดนท่ีเสียใหกับสหภาพโซ
เวียต ซ่ึงเยอรมนปี ระสบความสาํ เรจ็ ในการยดึ ครอง
- การยทุ ธแหง เกาะบริเตน (กาะอังกฤษ) ทไ่ี มประสบความสําเรจ็ เน่อื งจากการเปลีย่ นยุทธศาสตรของ
ฮติ เลอรท ีห่ ันไปใหความสาํ คัญกับยุโรปตะวนั ออกและสหภาพโซเวียต
- สมรภูมิสําคัญของสงครามอีกคร้ังหลังจากการยกพลข้ึนบกที่นอรมังดี ประเทศฝร่ังเศส และการยก
พลข้ึนบกที่อิตาลีของกองทัพฝายสัมพันธมิตรตามปฏิบัติการถอนชิโอเคลื่อนพลอยางชา ๆ เขาบุกประเทศ
เดนมารก นอรเ วย เนเธอรแลนด เบลเย่ียม ลกั เซมเบิรก และฝรัง่ เศส สวนองั กฤษยืนหยดั ตอ ตานการทิ้งระเบิด
จากฝา ยเยอรมนไี ดสําเร็จ โดยเยอรมนไี มส ามารถบุกเกาะอังกฤษได
๑.๒ สมรภมู ใิ นทวปี ยโุ รปตะวันออก
ไดแก ในโปแลนด กรีช (บางสวน) ยูโกสลาเวีย โรมาเนีย และสหภาพโซเวียด โรมาเนียนั้นเขารวมกับ
นาซแี ละเขาผนวกบลั แกเรียโดยนายพลเชาเชสดแู หงโรมาเนีย ซึง่ ถาไมนบั รวมโปแลนดแ ลวประเทศเหลานี้ตอง
เผชิญการรุกรานจากเยอรมนีหลังจากสมรภูมใิ นทวีปยุโรปตะวันตก ซ่ึงเยอรมนีไดบุกเขาไปจนกินเน้ือที่จาํ นวน
มาก แตทวาก็ไมอาจเอาชนะฝายสัมพันธมิตรในสมรภูมินี้อยางถาวร เน่ืองจากแนวรบที่กวางขวางตั้งแตทะเล
บอลติก (เลนินกราด หรือ เซนตปเตอรสเบิรก) จนถึงสุมแมน้ําโวลกา (สตาลินกราด) และแหลมไครเมีย สภาพ
อากาศท่ีโหดราย และการตอบโตอยางหนักจากสหภาพโซเวียต จนทําใหโดนฝายสหภาพโซเวียต ตีโตกลับไป
จนถึงกรงุ เบอรล นิ ในท่ีสดุ สว นอติ าลไี ดท าํ การผนวกแอลเบเนยี แตไ มส ามารถผนวกกรีชได

๑๒
ฮิตเลอรยกทัพเขาบุกสหภาพโซเวียตตามแผนปฏิบัติการรบท่ีมีช่ือวาบารบารอสสา peration
Barbarossa) ปรากฏวาในเดือนมกราคม ค.ศ. ๑๙๔๒ อากาศหนาวเยือกเย็นของมอสกระหนํ่าซ้ําเติมกองทัพ
เยอรมนีเหมือนกับที่กองทัพของจักพรรดิ โปเลียนท่ี ๑ เคยเผชิญ ใน ค.ศ. ๑๘๑๒ และตองพายแพรัสเซียใน
สมยั พระเจา ซารและอะเล็กชานเดอรท่ี ๑

๑.๓ สมรภมู ริ มิ ขอบของทะเลเมดิเตอรเ รเนยี น
ไดแก ในไซปรัส กรีช (บางสวน) ลิเบีย และอียิปต ซึ่งพื้นที่เหลานี้เคยอยูในอทิ ธิพลของอังกฤษมากอน
แตวาอิตาลีและเยอรมนีตองการ จึงไดเกิดสมรภูมิทะเลทรายอันลือลั่นขึ้นจากการท่ีกองทัพอิตาลี ภายใตจอม
เผด็จการเบนนิโต มุสโสลินี ปราชัยจากการยึดครองกรีชและแอฟริกาเหนือ ฮิตเลอรจึงจัดกองทัพเชาชวยทันที
ในป ค.ศ. ๑๙๔๑ ไดเ คลื่อนพลจากแนวเกาะประเทศตา ง ๆ ในแอฟรกิ าเหนอื และตะวันออกกลาง ฯลฯ
ในตอนแรกนั้น ฝายอิตาลีไมสามารถเอาชนะอังกฤษได แตวาตอมาฮิตเลอรไดสง จอมทัพเออรวิน รอม
เมล อันโดงดังและกองกําลัง Afika Korp เขามาทําใหสถานการณของฝายอักษะกลายเปนฝายรุก แตในที่สุด
เนื่องดวยฝายอักษะไมสามารถสงกําลังบํารุงและทหารมาประจําการในสมรภูมิทะเลเมเตอรเรเนียนไดมาก
เนอ่ื งจากติดพนั อยกู ับสมรภูมิในทวปี ยุโรปตะวนั ออก และฝายสัมพนั ธมติ รตองการฐานสนบั สนุนการยกพลขน้ึ
บกท่ีอิตาลีตามขอเสนอของนายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอรซิลล ดวยความสนับสนุนของสหรัฐอเมริกา จึงไดเกิด
ปฏบิ ตั กิ ารทอรชขึน้ และสามารถขบั ไลฝ ายอกั ษะออกจากแอฟริกาเหนือได
.

๑.๔ การรบในมหาสมุทรแอตแลนตกิ
การรบในมหาสมุทรแอตแลนติก นับเปนการรบที่นองเลือด เน่ืองจากเรือ U - boata ของฝาเยอรมนี
สามารถจมเรือสินคาของสัมพันธมิตรไดถึง ๓ ลานตัน ไปจนถึงกลางป ค.ศ. ๑๐๔๑ ท่ีทางฝายสัมพันธมิตร
สามารถสงเรอื บินคุมกนั เรอื สนิ คา ของตนจากการทิง้ ระเบดิ ของเรอื U - boata ของเยอรมณี
๒) สมรภูมิทางตะวันออก(เอเชยี )
สมรภูมิทางตะวันออก ซึ่งรับผิดชอบโดยญ่ีปุนเปนหลัก โดยมีช่ือเรียกยังสามารถแยกเปนกลุมยอยได
อีกคอื
๒.๑ สมรภูมิในจนี
ซ่ึงกองทัพบกญี่ปุนไดดําเนินการมานานกอนท่ีจะเกิดสงครามโลกครง้ั ที่ ๒ อยางเปนทางการโดยไดทํา
การยึดครองเมืองและบริเวณชายฝงของจีนเปนสวนใหญ รวมถึงการจัดต้ังประเทศแมนจูกัวซ่ึงมีจักรพรรดิปูยี
เปนประมุข และไดทําการยึดครองกรุงหนานจิง (นานกิง) ที่เปนเมืองหลวงของจีน (ของรัฐบาลกกมินตั๋นในยุค
น้นั ) และไดท ําการสังหารหมชู าวจีนทีโดงดงั ข้ึน ซ่ึงรนุ แรงมากจนกระทง่ั ทําใหส มาชกิ พรรดคอมมิวนิสตใ นเมือง

๑๓
นานกิงยังรับไมได ญ่ีปุนตองเผชิญกับแนวรวมตอตา นญ่ีปนุ ซึง่ เปนการรวมมือระหวางพรรคคอมมิวนสิ ตจนี ซ่ึงมี
เหมาเจอตุงเปนผูนําและพรรคกกมินต๋ัน (ประชาธิปไตย) ที่มีเจียงไคเชก็ เปนผนู ําหลังจากเกิดกรณีนี้ขึ้น ทั้งท่ี ๒
พรรดนี้เคยเปนศัตรูกันมากอนโดยพรรดคอมมิวนิสตไดทําการสูรบและดําเนินการ "สงครามกองโจร" ที่
กลายเปนแบบอยางของสงครามกองโจรยุคใหมขึ้นโดยมีฐานท่ีม่ันหลักอยูท่ีเยนอาน ตามเขตตอนเหนือและ
แมนจูเรียสวนพรรคกกมินตั๋นไดยายเมืองหลวงไปอยูที่ฉงซิ่ง (จุงกิง) และไดรับการสนับสนุนจากสัมพันธมิตรที่
อยูในอินเดีย บทบาทของพรรคกกมินตั๋นและพรรคคอมมิวนิสดจีนในเรื่องบทบาทความสําเร็จในการตอตําาน
ญ่ปี ุน พรรคกก มนิ ตน๋ั มงุ การปราบคอมมิวนิสตม ากกวา การรบกับญ่ีปุน

การรบชนะจีนซึ่งเปนประเทศที่ไดช่ือวาย่ิงใหญท่ีสุดในเอเชียน้ัน ยิ่งทําใหชาติญี่ปุนมีความเช่ือม่ันใน
การทหารของตนเอง ทําการรุกรานประเทศอื่นๆ อยางไมเกรงกลัว และยังประกาศสงครามกับสหรัฐอเมริกา
โดยการสงเคร่ืองบินไประเบิดเรืออรีโซนาที่ฮาวเพิรล เปนชนวนจุดระเบิดสงครามโลกครั้งท่ีสองในภูมิภาค
เอเชีย

๒.๒ สมรภมู ิในแปชีฟคและเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต
สมรภูมิดานน้ีไดเร่ิมตนข้ึนเมื่อญี่ปุนโจมตีฐานทัพเรือหลัก ของกองทัพเรือสหรัฐอเมริกาท่ีฮาวเพิรลฮา
เบอร และการบุกยึดประเทศตาง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใตรวมถึงไทยในเดือนธันวาคม ค.ศ.๑๙๔๑ ซ่ึง
กองทัพญี่ปุนไดบุกไปถึงพมา นิวกินี และเกาะกัวดาดาแนล ซ่ึงปรากฏวาหลังจากสมรภูมิที่มิดเวยการรบทาง
ทะเลแถวหมูเกาะโซโลมอนและทะเลปะการัง และการรบท่ีกัวดาดาแนลแลว ปรากฎวากองทัพเรือญี่ปุนตอง
สูญเสียอยางหนัก สวนกองทัพบกก็ไมสามารถหากําลังพลและยุทโธปกรณไดเพียงพอเพื่อปกปองดินแดนที่ยึด
ไดใหม ในท่ีสุดจึงถูกกองกําลังพันธมิตรที่มีสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และออสเตรเลียตีโดกลับไปจนนําไปสูความ
พายแพใ นที
๒.๓ รายละเอยี ดการรบคร้งั สําคัญ ๆ ในเอเชยี แปซิฟก

๑. กองทัพจากกวางตุงของญ่ีปุน ๑๐,๐๐๐ คน เขายึดครองสิทธิเหนือดินแดนแมนจูเรียใกลัเมืองมุก
เดน ใน ค.ศ. ๑๙๓๑ อกี ๒ ปต อมา ทหารญ่ปี ุน กวา 100,000 คนเขา มาเสรมิ กาํ ลังในแมนจูเรยี ของจนี มากขึน้

๒. พลเรือเอกเซลเตอร นิมมิช ไดน าํ กองกาํ ลงั เขาตีเกาะกัวดาดานัลอยางดเุ ดอื ด และปฏบิ ตั กิ ารรบท่ีมี
ชอ่ื วา คารต เวลล (Operation Cartwhel) ทําใหลามารถยึดเกาะโซโลมอนได ในขณะที่นายพลดกั ลาส แมกอา
เธอร ที่ถูกญี่ปุนขับออกจาก ฟลิปปนสไดยกกองกําลังมาสกัดญ่ีปุนท่ีเกาะนิวกีนีตามแผนปฏิบัติการดารตเวลล
ทาํ ใหส ัมพนั ธมิตรลามารถยึดฐานทพั ญ่ปี นุ ท่ีเมืองราโบลได

๓. การรบท่ีอาวเลเต ท่ีซ่ึงทหารญ่ีปุนพลีชีพเพือ่ ชาตถิ ึง ๕๐,๐๐๐ คน ฝายทหารอเมริกนั เสยี ชีวิตเพียง
๓๐,๐๕๔ คน การรบทางเรือที่อาวเลเตนั้น ถือวาเปนการรบท่ีสําคัญมากท่ีสุด ญ่ีปุนตองสูญเสียเรือพิฆาตถึง
๔ ลํา ทหารญี่ปุนเร่ิมปฏบิ ตั ิการคามกิ าเซะ (Kamikaze) ที่นักบนิ ยอมสละชวี ิตนําเรอื บนิ ท่บี รรทกุ ระเบิดเขาชน
เรือของฝายสมั พนั ธมิตร

๔. การท้ิงระเบิดปรมณูของสหรัฐอเมริกา ท่ีเมืองฮิโรชิมา ในวันท่ี ๖ สิงหาคม ค.ศ. ๑๙๔๕ และวันที่
๙ สิงหาดม ค.ศ. ๑๙๔๕ ท่ีเมืองนางาซากิ ทําใหคนญ่ีปุนเสียชีวิตทันทีถึง ๑๐๐,๐๐๐ คน และทําใหญ่ีปุนตอง
ยอมจํานน สัมพันธมิตรไดต้ังขอหาทหารญ่ีปุนจํานวน ๕๐๐๐ คน เปนอาชญากรสงครามปรากฏวาทหารญีป่ นุ
จํานวน ๙๐๐ คน ถูกตัดสินประหารชีวติ ในขอ หาทารณุ โหดรายและคมุ ขงั เชลยศกึ

๑๔

สรุปภาพ สถานการณก ารรบในยุโรป

สงครามโลกคร้ังท่ีหนึ่งยุตลิ งในป ค.ศ. ๑๙๑๘ ดว ยความพายแพของเยอรมนั ฝายพันธมิตรในขณะน้ัน
ประกอบดวย อิตาลี ฝร่ังเศส อังกฤษและสหรัฐอเมริกา ไดรวมกันรางสนธิสัญญาแวรซายส (the Varsalles
treaty) เพื่อจํากัดสิทธิของเยอรมัน ในอันที่จะเปนภัยดุกคามอีกคร้ัง สนธิสัญญาแวรซายส ลงนามในวันที่ ๒๘
มิ.ย. ค.ศ. ๑๙๑๙ สงผลใหกองทัพเยอรมันถูกจํากัดขนาดใหเล็กลง ดินแดนตาง ๆ ถูกริบ หรือยึดครอง อาทิ
ฝร่ังเดสเขาครอบครองอัลซาส ลอเรนน (AIsace-Lorranine) เบลเยี่ยมยึดอูเปนและมาลเมดี (Eupen,
Malmedy) โปแลนดเขาครอง Posen และปรัสเซียตะวันออกบางสวน ดานซิก (Danzig) กลายเปนรัฐอิสระ
ฝร่ังเศสเขาควบคุมเหมืองถานหินในแควนซาร (Saar) แลกกับการท่ีเยอรมันทําลายถานหินของตน ทาง
ตะวันออกเฉียงเหนือ ระหวางสงครามโลกคร้ังท่ีหนึ่ง ฝงตะวันออกของแมนํ้าไรน กลายเปนเขตปลอดทหาร
(Demilitarized) และยึดครองโดยฝายพันธมิตรลึกเขาไป ๓๐ ไมลนอกจากน้ีเยอรมันยังตองชดใชคา
ปฏิกรรมสงครามปนเงนิ อีก ๖,๖๐๐ ลา นปอนด

ในเดือนมกราคม ค.ศ. ๑๙๙๓ อดอฟ ฮิตเลอร ผูนําพรรคนาซี ไดขึ้นดํารงตําแหนง Chancellor ของ
ประเทศเยอรมัน และเปนผูนําสูงสุดของประเทศในท่ีสุด (Fuhrer) ในป ค.ศ. ๑๙๓๕ ฮิตเลอรไดเริ่มฟนฟู
เศรษฐกิจของประเทศที่กําลังตกตํ่าอยางรวดเร็ว และในวันที่ ๑๖ มีนาคม ค.ศ. ๑๙๓๕ ฮิตเลอรก็ประกาศ
เสริมสรา งกองทัพเยอรมนั ข้นึ ใหม ซงึ่ เทากบั เปน การฉกี สนธิสัญญาแวรซายส แตเน่ืองจากนโยบายทางประเทศ
ของเขา ท่ีพยายามแสดงใหพันธมิตรเห็นวา เขาไมใชภัยคุกคามตอพันธมิตร และเปนผูท่ีตองการสันติภาพ
เชนเดียวกับอังกฤษและฝร่ังเศส เพียงแตตองการฟนฟูประเทศเยอรมันท่ีตกต่ําเทานั้นทําใหพันธมิตรน่ิงเฉยตอ
การดําเนินการของฮิตเลอรในเดือนมีนาคม ค.ศ. ๑๙๓๖ ก็สงทหารกลับเขาไปยึดครองแควนไรน ท่ีตาม
สนธิสัญญาแวรช ายสก ําหนดใหเ ปน เขตปลอดทหาร

- สงทหารเยอรมันเขาสนับสนนุ กองกําลงั ชาตนิ ิยมของนายพลฟรงั โก ในสงครามกลางเมอื งในสเปน
- ลงนามเปน พันธมิตรกับมุสโสลนิ ขี องอิตาลี
- เดอื นมนี าคม ค.ศ. ๑๙๓๘ ผนวกออสเตรียเขา เปนสวนหนึ่งของเยอรมัน ซ่ึงถอื เปนจดุ กําเนดิ
อาณาจักรใหมของเยอรมัน นนั่ คอื อาณาจกั รไรซท่ีสาม (the Third Reich - new German Empire)
- เขา ยดึ ครองตอนเหนือของเชดโกสะโลวะเกียในเดือนกนั ยายน ค.ศ. ๑๙๓๘ และยึดครองทั้งประเทศ
ใน มนี าคม ๑๙๓๙
- เขายึดดองเมืองทา เมเมล (Memel) ของลิชวั เนีย ซง่ึ ประชากรสวนใหญเ ปน คนเช้อื สายเยอรมนั
- ยึดดานชิกและสว นทแี่ บง แยกเยอรมนั กบั ปรสั เชยี ตะวันออกของโปแลนด
เชา ของวันที่ ๑ กนั ยายน ค.ศ. ๑๙๓๙ เครือ่ งบินของกองทพั อากาศเยอรมัน หรือลุฟวาฟ (Luffwaffe)
ก็เร่ิมตันการท้ิงระเบิดถลมจุดยุทธศาสตรในประเทศโปแลนด พรอมๆกับกําลังรถถังและทหารราบ ก็เคลื่อน
กําลงั ผานชายแดนโปแลนดเ ขาไปอยางรวดเร็ว เปน ครงั้ แรกทโ่ี ลกไดเ ห็นสงครามสายฟา แลบ (Blitzkeieg)
วันท่ี ๒ กันยายน อังกฤษและฝร่ังเศส ในฐานะประเทศพันธมิตรของโปแลนด ย่ืนคําขาดตอฝาย
เยอรมนั ใหถ อนทหารออกจากโปแลนด แตฮ ิตเลอรปฏิเสธ
วันที่ ๓ กันยายน ๑๙๓๙ ฝร่ังเศสและอังกฤษ ประกาศสงครามกับเยอรมัน ซึ่งถือเปนจุดเร่ิมตนของ
สงครามโลกคร้ังที่สอง
ทหารเยอรมัน กําลังรุกเขาสูโปแลนด ภาพน้ีถายเม่ือวันที่ ๑๘ กันยายน ค.ศ. ๑๙๓๙ โดยกองทัพ
เยอรมันแปงออกเปนสองสวน คือ กลุมทองทัพเหนือ (Amy Group North) รุกลงใตจาก Pomerania และ

๑๕
จากปรัสเชียตะวันออก และ กลุมกองทัพใต (Army Group South) รุกเขาไปทางชายแดนดานตะวันตกของ
โปแลนด ภายในเวลาสองวัน กองทพั อากาศเยอรมนั กส็ ามารถครองนา นฟาเหนอื โปแลนด

กองทหารโปแลนดถูกเยอรมันรุกแบบลายฟาแลบ โปแลนดประกาศยอมแพในวันท่ี ๒๗ กันยายน
ค.ศ. ๑๙๓๙ สงครามคร้ังน้ี ชาวโปแลนดท้ังทหารและพลเรือนเสยี ชีวิตกวา ๖๖,๐๐๐ คน บาดเจ็บ ๒๐๐,๐๐๐
คน ถูกจับเปนเชลย ๗๐๐,๐๐๐ คน ฝายเยอรมันสูญเสียนอยกวามาก โดยมีผูเสียชีวิต ๑๐,๕๐๐ คน และ
บาดเจบ็ ๓๐,๐๐๐ คน

อยางไรก็ตาม ฝนรายของชาวโปแลนดเพิ่งจะเร่ิมตัน เพราะตอจากน้ีไปอีก ๕ ปแหงการยืดครอง ชาว
โปแลนดจะถูกปฏิบัติเยี่ยงทาส เพราะแนวความคิดของนาซีเยอรมันท่ีมีตอชาวโปแลนด )คือชนชาติชั้นทาส
(a slave nation) ดังน้ันการยึดครองโปแลนดจึงไมใชแคการยึดครองแตเพียงดินแดน หากแตตองการทําลาย
เอกลักษณของชาติโปแลนดอยางสิ้นเชิงอีกดวย การสวนสนามท่ีเห็นน้ี นาซีเยอรมันใชในการโฆษณา
ประชาสัมพันธ หรือท่ีฝายสัมพันธมิตรเรียกวา การโฆษณาชวนเช่ือ (propaganda) เพื่อแสดงใหเห็นถึงความ
เข็มแข็งของทหารเยอรมัน ซึ่งผลจากการเผยแพรภาพเหลาน้ี ทําใหประเทศตาง ๆเกิดความเกรงกลัวศักยภาพ
ของนาซีเยอรมันเปนอยางมาก อยางไรก็ตามคงไมมีใครปฏิเสธวา ตามความเปนจริงแลว กองทัพนาชีเยอรมัน
ในขณะนั้น นบั เปน กองทัพที่มคี วามเขมแขง็ ท่ีสดุ กองทัพหนงึ่ ของโลก

ภายหลงั ทีพ่ ิชิตโปแลนดแ ลว ฮิตเลอรก ม็ องตอ ไปท่ีนอรเวย ในฐานะทีจ่ ะใชเ ปน ฐานของกองทพั อากาศ
สงเครอื่ งบินเขา โจมตีเกาะอังกฤษ

๔ เมษายน ค.ศ. ๑๙๔๐ เยอรมันกร็ กุ เขากรุงออสโล เมืองหลวงของนอรเวย ทา มกลางการตอตาน
อยางเหนยี วแนน แตไมน านออสโลกย็ อมแพ

วันท่ี ๑๔ พฤษภาคม ค.ศ. ๑๙๔๐ กองทพั เยอรมนั ก็รุกขา มแมน ้าํ เมริ ส (Meuse) ท่เี มอื งซดี าน
(Sedan) ลอ มทหารองั กฤษและฝร่ังเศส ท่อี ยูในเบลเยย่ี มและฝร่ังเศสตอนเหนือ

ในการโจมตีเกาะอังกฤษของฮิตเลอร ตามแผนยุทธการสิงโตทะเล (Sea-Lion) ซ่ึงเริ่มข้ึนเม่ือ
วันที่ ๑๐ กรกฎาคม ค.ศ. ๑๙๔๐ ในแนวรบดานรัสเซีย ภายหลังยกเลิกยุทธการสิงโตทะเลในการบุกเกาะ
องั กฤษแลว ฮติ เลอรเตรยี มบกุ รัสเซีย แตกต็ อ งสง กําลังเขาบุกยูโกสลาเวียใน ๖ เมษายน ค.ศ. ๑๙๔๑ และกรซี
(Greece) กอนเพราะรัฐบาลยูโกลลาเวียที่เปนฝายเยอรมันถูกโคนลม โดยฝายปฏิวัติที่สนับสนุนโดยทหาร
อังกฤษทกี่ รีซซึ่งทาํ ใหแ ผนการบุกรัสเซียตองลาชาออกไป

เยอรมันใชเวลาเพียง ๑๐ วันในการยึดยูโกลลาเวีย และใชเวลากวาสองสัปดาห ยึดกรีชไดสําเร็จ
หลังจากตองเสียเวลาในการจัดการกับประเทศในบอลขานแลว ฮิตเลอรก็เปดฉากบุกรัสเซียในเวลา ๐๓.๓๐
รุงอรุณของวนั ท่ี ๒๒ มถิ ุนายน ค.ศ. ๑๙๔๑ ในยทุ ธการบารบารอส

ภายหลังจากท่ีเยอรมันพิชิตเบลเย่ียม เนเธอรแลนด และฝร่ังเศสแลว กองทัพเยอรมันก็รุกมาอยูที่
ชายฝงของฝร่ังเศสตรงขามกับเกาะอังกฤษ ฮิตเลอรก็วางแผนที่จะบุกเกาะอังกฤษ เปนขั้นตอนตอไปโดยมุงบุก
ไปทางตอนใตของเกาะ ภายใตช ่ือยทุ ธการ สงิ โตทะเล (Sea-Lion)

การโจมตีท่ีหนักที่สุดมีขึ้นในวันที่ ๑๖ เมษายน ค.ศ. ๑๙๔๑ จนเกิดคําศัพทใหมในพจนานุกรมวา
Blitz ซ่ึงการโจมตีครั้งนี้สงผลใหถนนหนง่ึ ในสามของลอนดอนถูกทาํ ลาย ครอบครัว ๑๖๐,๐๐๐ ครอบครัวไมม ี
นํ้าปะปา ไฟฟา และแกสใช

ปลายเดือนมิถุนายน ภายหลังจากสูญเสียเครื่องบินไปเปนจํานวนมาก เยอรมันก็เริ่มออนลาประกอบ
กับฮติ เลอรเริม่ มองไปทีแ่ นวรบดานตะวนั ออก พรอ มทัง้ เตรยี มการบุก

๑๖
๑๒ ตุลาคม ค.ศ.๑๙๔๑ ฮิตเลอรก็เลื่อนยุทธการสิงโตทะเลออกไปอยางไมมีกําหนด และหันไปเปด
แนวรบดา นตะวนั ออก กับรัสเซียแทน ปลอยใหอ งั กฤษมเี วลาฟน ตัว และกลายเปนฐานทพั ของฝายพันธมิตรใน
การสงกองทัพอากาศเขาโจมตีเยอรมัน และเปนฐานในการยกพลข้ึนบกคร้ังสําคัญใน วัน ดีเดย ซึ่งสงผลให
เยอรมนั ตกเปน ฝา ยพายแพในที่สดุ

รปู ภาพที่ ๖ ยทุ ธการสิงโตทะเล
ทม่ี า https://f.ptcdn.info/
ไทย กบั สงครามโลกคร้ังที่ ๒
ทางดานเอเชีย ญี่ปุน ประกาศสงครามกับ สัมพันธมิตร เมื่อ วันท่ี ๗ ธันวาดม พ.ศ. ๒๔๘๔
(ค.ศ. ๑๙๔๑) ตอมาวันท่ี ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ (ค.ศ. ๑๙๔๑) กองทหารญ่ีปุนก็เขาเมืองไทยทางสงขลา
ปต ตานี ประจวบครี ีขนั ธ นครครีธรรมราช สรุ าษฎร และ สมุทรปราการ ขณะ เดยี วกัน ญีป่ นุ กเ็ ขา โจมตี เกาะ
ฮาวาย, ฟล ปิ ปนส และสง ทหารขนึ้ บกทมี่ ลายูและโจมตี สิงคโปร ทางเครื่องบิน
สงครามโลกคร้ังที่สองเกิดข้ึนในเดือนกันยายน พ.ศ. ๒๔๘๒ (ค.ศ. ๑๙๓๙) ในรัชสมัยของรัชกาลท่ี ๘
(ขณะน้ันเสด็จประทับอยูในประเทศสวิตเซอรแลนด) หลวงพิบูลสงคราม (จอมพล ป. พิบูล สงคราม) เปน
นายกรฐั มนตรี

รปู ภาพที่ ๖ หลวงพบิ ลู สงคราม(จอมพล ป. พบิ ูล สงคราม)
ที่มา http://www.lib.buu.ac.th

๑๗

รปู ภาพท่ี ๗ นายปรีดี พนมยงด
ท่ีมา https://lh3.googleusercontent.com/proxy/
เมื่อเริ่มสงครามน้ันไทยประกาศตนเปนกลาง แตในวันที่ ๘ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๔ (ค.ศ. ๑๙๔๑) ญี่ปุน
นําเรือรบบุกข้ึนชายทะเลภาคใตของไทยโดยไมทันรูตัว รัฐบาลตองยอมใหญ่ีปุนผานทําพิธีเคารพเอกราชกัน
และกัน กลุมคนไทยบางสวนโดยเฉพาะในตางประเทศไทยไดจัดต้ังขบวนการเสรีไทย (Free Thai
Movement) ดําเนินชวยเหลือฝายสัมพันธมิตร จึงชวยใหไทยรอดพันจากการแพสงคราม ซ่ึงใน
วันท่ี ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๔๘๕ (ค.ศ. ๑๙๔๒) ไทยไดประกาศสงครามกับอังกฤษและอเมริกา แตทูตไทยใน
สหรัฐอเมริกา ท่ีนําโดยหมอมราชวงศเสนีย ปราโมช ไมยอมรับทราบในการกระทําของรัฐบาล จึงไดรวมมือกัน
ตั้งเสรีไทยข้ึนติดตอกับ นายปรีดี พนมยงด ในเมืองไทย เมื่อสงครามสงบในวันท่ี ๑๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๘๘
(ค.ศ. ๑๙๔๕) ไทยประกาศสงครามเปนโมฆะ ซึ่งสหรัฐอเมริการับรอง ตอมาไทยไดเจรจาเลิกสถานะสงคราม
กับอังกฤษ เมื่อวันท่ี ๑ มกราดม พ.ศ. ๒๔๘๙ (ค.ศ. ๑๙๔๖) และกับฝรั่งเศสเมื่อวันท่ี ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ.
๒๔๘๙ (ค.ศ.๑๙๔๖)

รูปท่ี ๘ ขบวนการเสรไี ทยเดินสวนสนาม
ทมี่ า https://mpics.mgronline.com
ความมุงหวังท่ีญี่ปุนจะอาศัยประเทศไทยเปนทางผานไปยังพมาเพ่ือยึดครองอินเดียกอใหเกิดโดย
โศกนาฏกรรมครั้งย่ิงใหญข้ึนเหนือแมนํ้าแคว จังหวัดกาญจนบุรี เมื่อเร่ิมสรางทางรถไฟสายมรณะในเดือน
กันยายน พ.ศ.๒๔๘๕ (ค.ศ. ๑๙๔๒) ท้ังคนงานและเชลยศึกจํานวนหมื่นถูกเกณฑมาสรางทางรถไฟยาว ๔๑๕
กิโลเมตร ตองโหมทํางานตลอดวันตลอดคืน บุกเบิกเขาไปในปากวางที่เต็มไปดวยสัตวรายและโรคภัย คนงาน

๑๘
และเชลยศึกน้ันมีทั้งพมา ชวา มลายู อังกฤษ ออสเตรเลีย ฮอลแลนด ตองประสบความทุกขทรมาน เจ็บปวด
ลมตายเปนจํานวนมาก ทางรถไฟพังทลายเพราะน้ําเซาะดันดินและสะพานขามแมน้ําแควถูกระเบิดครั้งแลว
ครง้ั เลา จนถึงวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ (ค.ศ. ๑๔๙๓) กองทพั ญีป่ ุน จึงไดทําพิธีเปดทางรถไฟสายน้ีอยาง
เปน ทางการ

สาเหตุทไ่ี ทยเขารวมสงครามโลกครงั้ ที่สอง
อทิ ธิพลของญ่ีปุนในดานเศรษฐกิจและการเมอื งเหตุเพราะเรามีกาํ ลังนอ ยเมอ่ื ญ่ีปนุ บุกจึงไมส ามารถ
ตอ ตานได และเพ่อื ปอ งกนั มีใหตกอยูใตผลของสงครามตอ ไทย คอื
๑. ไทยตองสงทหารไปชวยญี่ปนุ รบ
๒. ไดดินแดนเชียงตุง และสี่จังหวดั ภาคใตที่ตองเสยี แกองั กฤษกลบั มา แตตอ งคนื กลบั คนื ให
สงครามสงบลง
๓. เกิดขบวนการเสรไี ทย ซง่ึ ใหพน จากการยึดครอง
๔. ไทยไดรับเกยี รตเิ ปน สมาชิกองคก ารสหประชาชาติ
สําหรับประเทศไทยน้ัน เราไดเขารวมสงครามโลกคร้ังที่สอง เปนเพียงประเทศเดียวในทวีปเอเชียและ
แปซิฟกไมนับรวมญี่ปุน ท่ีเขารวมกับพวกอักษะ สาเหตุการเขารวมนั้น สืบเนื่องมาจากการลาอาณานิคมของ
ชาติตะวันตกในสมัย รัชกาลที่ ๕ ทุกประเทศในฝงทะเลแปซิฟกและทะเลอันดามัน ถูกเปนเมืองขึ้นกันหมด
เหลือแตไทยและญี่ปุนเทาน้ัน และจากการท่ีสยามโดนยึดดินแดนรอบนอกสวนตาง ๆ (ซ่ึงเดิมเปนของไทย)
เชน เขมร ลาว บางสว นของพมา บางสว นของจนี และสวนเหนอื ของมาเลเซีย ท่ีคร้ังหน่งึ เคยเปน ของสยาม ทาํ
ใหเกิดความรูสึกชาตินิยมขึ้นมา ประกอบกับจอมพล ป. พิบูลยสงคราม ที่ตองการนําสวนท่ีเคยเสียไปกลับคืน
มา จงึ ทําใหเ ราโจมตอี นิ โดจีนของฝรง่ั เศส เราจงึ รว มกบั ฝายญ่ปี ุน

ญ่ปี ุนและไทย
มมุ มองของญป่ี ุนตอไทยสมยั นนั้ ถอื วาเราเปน เมืองท่คี อนขางเจรญิ และไมเคยถกู ชาวตา งชาตคิ รอบงํา
เหมือนประเทศหลาย ๆ ประเทศในแถบนี้ จึงตองการใหไทยเขารวมกับฝายอักษะเพราะนโยบายของญี่ปุนคือ
ตอตานและชบั ไลช าวตะวนั ตก ใหออกไปจากแผน ดินเอเชยี ใหหมด ประเทศตางๆ ท่ีเปน เมอื งขึน้ จึงถูกโจมดี
บุคคลสาํ คัญของสหรัฐอเมรกิ าในสงครามโลกครงั้ ที่ ๒
แฟรงคลิน ดี. รูสเวลท (Frankin D. Roosovat) เปนประธานาธิบดีคนท่ี ๓๒ แหงสหรัฐอเมริกาตั้งแต
ป ค.ศ. ๑๙๓๓ แนวคิดของเขากอใหเกิดองคกรระหวางประเทศ คือ สหประชาชาติถึงแมวาเขาจะประสบ
ปญหาตานสุขภาพในชวงวิกฤตของประเทศก็ตาม รูสเวลทเสียชีวิตขณะยังดํารงตําแหนงเมื่อป ค.ศ. ๑๙๔๕
ของสัปดาหกอนการยอมแพของเยอรมนี

๑๙
แฮรรี เอส. ทรูแมน (Harry ๘. Truman) เปนประธานาธิบดีคนท่ี ๓๓ ของสหรัฐอเมริกาต้ังแตป
ค.ศ. ๑๙๔๕ ถงึ ๑๙๕๑ เขาเปนคนอนมุ ัตใิ หท ิ้งระเบิดปรมาณูท่ีประเทศญ่ีปนุ เปนผนู าํ ในแผนการมารแชลเพ่ือ
พน้ื ฟูทวปี ยโุ รปหลังสงคราม และเปนผูน าํ ในการกอตง้ั สหประชาชาติ (Unitef Nations: UN)
ดไวค ดี. ไอเซนราวร (Dwight D. Eisenhower) เปนผูบัญชาการสูงสุดของฝายผมพันธมิตรในทวีป
ยุโรป และเปนผูวางแผนและควบคุมการบุกฝร่ังเศสและเยอรมนี (ตอมาไดเปนประธานาธิบดีคนท่ี ๓๔ ของ
อเมริกา)
จอรจ มารแชลล (George Marshall) เปนจอมพลแหงกองทัพบกสหรัฐฯและหัวหนานายทหาร และ
หลังจากสงคราม เขาดํารงตําแหนงรัฐมนตรีวาการกระทรวงการตางประเทศแหงสหรัฐอเมริกา ช่ือเสียงโดงดัง
ในฐานะเปนผูนําชัยชนะมาสูกองทัพพันธมิตรในสงครามโลกคร้ังท่ี ๒ และเปนผูริเริ่มแผนการมารแชลส
(Marshall Plan)
ตักลาส แมกอารเทอร (Douglas Mac Arthur) เปนจอมพลแหงกองทัพบกสหรัฐฯ ในภาคพื้น
มหาสมุทรแปซิฟก และเปนผูบัญชาการกองกําลังสหรัฐฯ ในการรบในตะวันออกไกล เขาบัญชาการกองกําลัง
สหรัฐในฟลิปปนสกอนท่ีจะยายไปบัญชาการกองกําลังที่ออสเตรเลีย เจาของวาทะที่วา "ทหารแกไมมีวันตาย
เพยี งแตจ ะคอยๆ เลอื นรางหายไป" (The old soldiere never die, They just fade away.)
โอมาร แบรคลีย (Omar Bradley) เปนจอมพลแหงกองทัพบกสหรัฐฯ ในแอฟริกาเหนือและยุโรป
และเปน ผูน ํากองทัพสหรฐั ทห่ี น่งึ ระหวา งยทุ ธการโอเวรค อรด และระหวางการบุกยุโรป

รูปที่ ๙ แฮรรี เอส. ทรแู มน เปนประธานาธิบดคี นท่ี ๓๓ ของสหรฐั อเมรกิ า
ทีม่ า https://t1.bdtcdn.net/photos

จอรจ เอส. แพตตัน (George s. Patton) เปน หัวหนานายพลระหวา งยุทธนาการในแอฟริกา
เหนือ, เกาะซิซลิ ,ี ฝรั่งเศส, เยอรมนแี ละทะเลเมติเตอรเรเนยี น

ชารลส ดับบลิว. นิมิทช (Charles W. Nimitz) เปนพลเรือเอกบัญชาการกองเรือแปซิฟกแหง
สหรฐั อเมรกิ า และเปนผูบัญชาการทหารสงู สดุ ของกองกาํ ลงั ภาดพ้ืนแปซฟิ กของสหรัฐอเมรกิ าและ

๒๐

ฝา ยสมั พันธมติ ร
สหรัฐอเมริกาเขารวมฝายพันธมิตรหลังจากการโจมตีเพิรลฮาเบอร เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ค.ศ. ๑๙๔๑
ในแถลงการณข องสหประชาชาติ เมอื่ ๑ มกราคม ค.ศ. ๑๙๔๒ มปี ระเทศตา งๆ เขารวมฝา ยพนั ธมติ รอยางเปน
ทางการจาํ นวน ๒๖ ประเทศ (แถลงการณนเี้ ปนพน้ื ฐานของการกอ ตง้ั สหประชาชาตใิ นภายหลัง)

ลทั ธชิ าตินยิ ม(Nationalism)
ลัทธิชาตินยิ มในชวงคริสตวรรษท่ี ๒๐ ซง่ึ ไดเกดิ ขึ้นในหลายๆ ประเทศรวมท้ังเยอรมนดี วยเปนลักษณะ
ของลัทธิชาตินิยมมีลักษณะยํ้าการดําเนินนโยบายของชาติของตน การดํารงไวซ่ึงบูรณภาพของชาติ การเพ่ิม
อํานาจของชาติ ขณะเดียวกันเนนความยิ่งใหญของอารยธรรมของตน มีความพยายามท่ีจะรักษาและเพิ่มพูน
ความไพศาล ศักด์ิศรีและผลประโยชนของชาติตนไว มีการเนนความสําคัญของเชื้อชาติ เผาพันธุของตน วา
เหนอื เชื้อชาติหรือเผา พนั ธุอ่นื
ลทั ธฟิ าสซสิ ม(Fascism)

เปนคําท่ีมาจากภาษาละติน "fasces" มีความหมายกวางๆ วาเปนลัทธิชาตินิยมขวาจัดกับการใช
อํานาจสูงสูด ของผูนําท่ีรับผิดชอบแตผูเดียว พรรคฟาสซิสมที่รูจักกันมาก คือ พรรคของมุสโสลินีที่เริ่มตนการ
ปกครองแบบสาธารณรัฐ ตอตานนายทุน เคลื่อนไหวทางศาสนาอยางแข็งขันมากแลวเปล่ียนไปสกู ารสนับสนุน
ระบบตลาดเสรี ระบอบกษัตริย และยังรวมถึงศาสนาดวยอยางไรก็ตาม ขบวนการณฟาสซิสมท้ังหลาย
(Oswald Mosley's Black-shirts ในบริเทน Iron Guard ในโรมาเนีย Croix de Feu ในฝร่ังเศส และที่มี
แนวทางคลายกันในยุโรป) จะมีนโยบายท่ีไมตางกัน คือ การคุกคามกับการสรางลัทธิชาตินิยมอยางไมจํากัด
ขอบเขต ไมยอมรับสถาบันประชาธิปไตย และเสรีใดๆ ที่ไมยินยอมใหพวกตนใชอํานาจเบ็ดเสร็จ แตถาเปน
หนทางที่จะไดมาซึ่งอํานาจ แลวผูปกครองฟาสซิสมจะไมสนใจเรื่องการปกครองระบอบใดมากนัก
ลัทธิฟาสซิสม เปนศัตรูสําคัญของลัทธิสังคมนิยม มีลักษณะการเนนท่ีบทบาทของผูนําคนเดียว และมี
ความสัมพันธกับกองทัพอยางลึกซึ้ง พรรคฟาสซิสมกับนาซีจะมีแนวนโยบายเหมือนกันมากและพรรคนาซีนั้น
ไดใชรูปแบบของพรรคฟาสชิสม มาพัฒนาใหผูนํามีอํานาจสูงสุด อยางไรก็ตามแมพรรคฟาสซิสมจะมีนโนบาย
ตอตานตางชาติ แตฟาสซิสมอิตาลีไมไดตอตานพวกเซมิติค อยางจริงจังเหมือนนาซีพรรคฟาสซิสมออนแอลง
มากหลังสงครามโลกคร้ังที่สอง แตก็ยังมีพรรคการเมืองที่มีแนวนโยบายคลายคลึง คือพรรคสังคมอิตาเลียน
(Italian Social Movement) กับพรรดแนวหนารักชาติในอังกฤษกับฝรั่งเศส (National Front in Britain
and France)

๒๑
วนั D-Day (Decision Day)
วันท่ี ๖ มิถุนายน ค.ศ.๑๙๔๔ ถือวาเปนวันดี เดย เปนวันท่ีฝายสัมพันธมิตรกองทัพอเมริกันและ
สัมพันธมิตรยกพลข้ึนบกท่ีชายฝงนอรมังดีของฝร่ังเศส ซ่ึงถือเปนยุทธศาสตรสําคัญมากของสงครามตอนนั้น
โจมตีปอมปราการยุโรปของฮิตเลอร (Fortress Europe) ดวยกําลังมหาศาลเทาที่เคยมีมา เพื่อเปดสงคราม
ดานท่ีสองของเยอรมัน ซงึ่ กาํ ลงั เผชิญกับรัสเซยี ทางดา นตะวันออก โดยกาํ ลงั ของฝายสัมพันธมติ รทั้งหมดก็ออก
จากอังกฤษ มุงหนา สูน อรม ังดี (Normandy) นบั จากวันดี เดยเ ปนตน ไป เยอรมนั ก็เริ่มเปนฝายถอย ชยั ชนะทมี่ ี
มาแตตน การเริ่มตนของการปลดปลอย ฝร่ังเศส ก็เร่ิมตนขึ้นพรอมๆ กับการเริ่มตนของการลมสลายของ
ระบอบนาซี
อดอลฟ ฮิตเลอร (Adolf Hitler)
อดอลฟ ฮิตเลอร เกิด ๒๐ เม.ย. ป ค.ศ. ๑๘๘๙ ที่เมืองเบราเนา ประเทศออสเตรีย ติดชายแดน
เยอรมนี ท้ังพออาลัวส และแมคารา มาจากครอบครัวเกษตรกรที่ยากจน แตพอเปนคนฉลาดและ
ทะเยอทะยาน จึงกาวข้ึนมาเปนเจาหนาที่ภาษี "สงครามเย็น" (Cold War) สงครามลัทธิท่ีเปนการตอสูกัน
ระหวางฝายโลกเสรีประชาธิปไตยกับฝายคอมมิวนิสตในทุก ๆ วิถีทาง ยกเวนการเผชิญหนากันทางทหาร
ดังน้นั ลกั ษณะของสงครามเย็นจึงเปนการแสวงหาพรรคพวกรวมอุดมการณ และแขงขนั กนั เปน มหาอาํ นาจทาง
การเมือง การทหาร และเศรษฐกจิ โดยไมต องการทาํ สงครามกันอยา งเปด เผย

รูปภาพท่ี ๑๐ อดอลฟ ฮิตเลอร
ท่ีมา https://cdn.clearnotebooks.com

๒๒

บทสรุปและผลกระทบของสงครามโลกครัง้ ที่ ๒

ผลกระทบจากสงครามโลกครั้งที่ ๒ ทําใหนาซีเยอรมนีลมสลาย เม่ือสงครามจบลง เยอรมนีจึงอยูใน
สถานะท่ีไรผูนํา ฝายสัมพันธมิตรซึ่งเปนผูชนะสงครามจึงแบงแยกกันปกครองเยอรมนี โดย เยอรมนีตะวันตก
ถูกปกครองโดยสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และฝรั่งเศส สวนเยอรมนีตะวันออกอยูภายใตการปกครองของสหภาพ
โซเวียต ขณะท่ีกรุงเบอรลินก็ถูกแบงกันปกครองโดยประเทศผูชนะเชนกันจากความลมเหลวขององคการ
สันนิบาตชาติในการรักษาสันติภาพของโลก ทําใหองคการสันนิบาตชาติถูกยุบ และมีการกอต้ัง องคการ
สหประชาชาติ (United Nations - UN) ขึ้นมาแทนดวยกฎกติกาที่รัดกุมยิ่งขึ้น นอกจากการสูรบและความ
สูญเสียท่ีเกิดข้ึนทั่วโลก สงครามโลกครั้งท่ี ๒ ยังมีอิทธิพลตอสื่อและวิถีชีวิตของผูคนทั่วโลกอีกมากมาย
นอกจากน้ียังมีเหตุการณอ่ืน ๆ อยางเชนการฆาลางเผาพันธุ (Holocaust) ที่ถือวาเปนบทเรียนสําคัญที่
มนุษยชาติควรเรียนรูและตระหนักถึงความเลวรายท่ีเกิดข้ึนอยูเสมอ สงครามโลกครั้งที่ 2 ยังสงผลให
สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต กาวข้ึนเปนมหาอํานาจใหญของโลก แตความขัดแยงดานอุดมการณของทั้ง
สองกลบั กลายเปนจุดเรม่ิ ตน ของสงครามเยน็ ในเวลาตอ มา

๒๓

บรรณานุกรม

flukky_handsome. (2017). สงครามโลกครง้ั ท่ี 2. สืบคน 28 กรกฎาคม 2564, จาก
https://km.nssc.ac.th/files/.pdf

พ.อ. ศนิโรจน ธรรมยศ. (2018). ประวตั ศิ าสตรสงครามโลก. พมิ พค รัง้ ที่ 2. กรงุ เทพ : ยปิ ซี กรปุ , บจก.
วิกพิ ีเดยี สารานุกรมเสร.ี (2564). สงครามโลกครัง้ ทีส่ อง. สบื คน 28 กรกฎาคม 2564, จาก

https://th.wikipedia.org
เผด็จ ขําเลศิ สกลุ . (2020). สงครามโลกครง้ั ท่ี 2 : สหภาพโซเวยี ตมีบทบาทอยา งไรท่เี รงใหญ่ีปนุ ยอมแพ.

สบื คน 28 กรกฎาคม 2564, จาก https://www.bbc.com/thai
THE STANDARD TEAM. (2020). 2 กนั ยายน 1945 – สน้ิ สุดสงครามโลกครั้งที่ 2 อยางเปน ทางการ.

สืบคน 28 กรกฎาคม 2564, จาก https://thestandard.com
สถานเอกอคั รราชทูตไทย ณ กรุงวอชงิ ตัน. (2020). จากสนธิสญั ญาไมตรแี ละการพาณชิ ยถงึ สงครามโลก

ครงั้ ที่ 2. สืบคน 28 กรกฎาคม 2564, จาก https://thaiembdc.org/
โรงเรยี นสาธติ มหาวิทยาลยั พะเยา. (2561). สงครามโลกครง้ั ที่ 2. สบื คน 28 กรกฎาคม 2564,

จาก https://km.nssc.ac.th/files/


Click to View FlipBook Version