ธุรกรรมการเงินดิจิทัล
คำ นำ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ธุรกรรมการเงินดิจิทัล (Fintech) เล่มนี้ได้จัดทำ ขึ้นเพื่อให้ ความรู้เกี่ยวกับสิ่งอำ นวยความสะดวกในการทำ ธุรกรรมในธุรกิจดิจิทัลคือการซื้อขาย หรือแลกเปลี่ยนและชำ ระเงินโดยผ่านแอปพลิเคชัน เช่น Net Banking ต่างๆ ทั้งนี้ ระบบธุรกรรมในธุรกิจดิจิทัล มีความสำ คัญที่จะช่วยส่งเสริมให้การทำ ธุรกิจนั้นมีความ มั่นคงขึ้น เพราะได้อำ นวยความสะดวกให้การทำ ธุรกรรมทางการเงินเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุก เวลาและนำ มาซึ่งความเปลี่ยนแปลงทางสังคม พฤติกรรมผู้บริโภค และเศรษฐกิจโลก หากมีข้อผิดพลาดประการใดผู้จัดทำ และเรียบเรียงต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย จัดทำ โดย 1.นางสาว นนทกร ชิมานนท์ เลขที่ 1 ปวส.1/2 2.นางสาว อริษา คำ หล้า เลขที่ 9 ปวส.1/2 3.นางสาว นิศารัตน์ ด่านปาน เลขที่ 6 ปวส.1/1 แผนก การจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชน สาขางาน การจัดการคลังสินค้า
สารบัญ บั ความหมายของ Fintech วิวัฒนาการของธุรกรรมการเงินดิจิทัล ประเภทของธุรกรรมการเงินดิจิทัล ประโยชน์ของธุรกรรมดิจิทัล ผลกระทบของ Fintech ที่มีต่อธนาคาร และอุตสาหกรรมอื่นๆ บทบาทของ fintech กับระบบการเงินของไทยในอนาคต ผลสำ เร็จของธุรกรรมการเงินดิจิทัล (Fintech) Fintech Startup ที่มาของข้อมูล หน้า 1 3 8 13 15 18 21 25 30
ความหมายของ Fintech FinTech คืออะไร Fintech ย่อมาจาก Financial Technology คือ เทคโนโลยี ทางการเงิน โดยนำ เอาเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาทั้งผลิตภัณฑ์ และบริการทางการเงินซึ่งถือ เป็นการ Disrupt ระบบการเงินแบบดั้งเดิมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ความ สะดวก รวดเร็ว รวมถึงลดต้นทุนที่เกิดขึ้น และตอบความสนองให้กับทั้งผู้ใช้บริการ และ ผู้ให้บริการ ซึ่งในปัจจุบันได้มี Fintech startup เกิดขึ้นมากมายในประเทศไทยด้วยเช่น กันและด้วยวิกฤตเศรษฐกิจที่ผ่านมาเป็นตัวผลักดันให้ Fintech ยิ่งเติบโตไวยิ่งขึ้น Financial Technology แปลตรงตัวคือ เทคโนโลยีทางด้านการเงิน ยกตัวอย่างเช่น ธุรกิจแบบเดิมที่มีช่องทางการขายแบบเก่า เก็บแค่เงินสด เกิดวันหนึ่งเขาอยากจะมีช่อง ทางการขายที่มากขึ้น มีช่องทางการจ่ายเงินที่มากขึ้น เลยใช้การโอนผ่านธนาคาร จ่าย ผ่านมือถือ ผ่าน QR Code นั่นแหละเรียกว่า Fintech 1. ตัวอย่าง QR Code สำ หรับชำ ระเงิน
Financial Technology คือการนำ เอาเทคโนโลยีมาใช้กับการเงินในการสร้าง นวัตกรรมใหม่ เพื่อเป็นสินค้า บริการ การแก้ปัญหาทางการเงิน รวมถึงเป็นแนวทางใน การประกอบธุรกิจใหม่ ๆ ทำ ให้การจัดการ และการเข้าถึงทางการเงินเป็นไปได้ง่ายขึ้น ด้วยเทคโนโลยีเทคโนโลยีทางการเงิน มีจุดเริ่มต้นจากการนำ ระบบคอมพิวเตอร์มาใช้ ในระบบงานของธนาคาร เมื่อเทคโนโลยีเติบโตขึ้นพร้อม ๆ กับความสามารถในการเข้า ถึงของบุคคลทั่วไป โดยเฉพาะสมาร์ตโฟนที่ถือเป็น Disrupter แห่งยุค ก็ทำ ให้อำ นาจ ในการทำ ธุรกรรมและเข้าถึงบริการทางการเงินไม่ถูกจำ กัดอยู่กับสถาบันการเงินอีกต่อ ไป เทคโนโลยีทางการเงิน ได้แตกแขนงออกมาเป็นรูปแบบต่าง ๆ กัน เพื่อตอบสนอง ความต้องการทางการเงินของผู้ใช้ 2. FinTech (Financial Technology) คือ กลุ่มธุรกิจที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามา ทำ ให้การบริการที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการลงทุนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น การทำ ธุรกรรมรับ-จ่าย-โอนเงินออนไลน์ของธนาคาร หรือการวิเคราะห์ข้อมูลหุ้นเพื่อ ช่วยการตัดสินใจของนักลงทุน โดยบริการเหล่านี้มักจะอยู่ในรูปแบบของบริการ ออนไลน์แทบทั้งสิ้น
Fintech1.0 ยุคแห่งการวางรากฐาน (ปี 1886-1967) ตั้งแต่ปี 1886-1967 ถือได้ว่าเป็นยุค fintech1.0 เริ่มจากที่สหรัฐอเมริกาได้วาง สายเคเบิลข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นครั้งแรก ทำ ให้เกิดระบบการโอนเงิน อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้เทคโนโลยีอย่างโทรเลขและรหัสมอร์สเป็นครั้งแรก ซึ่งสิ่งนี้ได้ กลายมาเป็นมาตรฐานสำ หรับระบบการเงินการธนาคารของทั้งโลกมาจนถึงยุค ปัจจุบัน ต่อมาในปี 1950 เป็นครั้งแรกที่คนบนโลกได้รู้จักและใช้งานบัตรเครดิตใบ แรกที่ออกโดย Diner’s Club ที่เข้ามาแก้ปัญหาการพกเงินสดจำ นวนเพื่อไปใช้จ่าย ตามสถานที่ต่างๆ และในปี 1958 ทาง American Express ก็ได้นำ เสนอบัตรเครดิต ที่ยังมีการใช้งานไปทั่วโลกมาจนถึงทุกวันนี้ ประวัติศาสตร์ของ Fintech เริ่มต้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ เพื่อให้ผู้อ่านที่สนใจใน fintech เข้าใจถึงเทคโนโลยีทางการเงินและการธนาคารที่ มีวิวัฒนาการตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันอย่างลึกซึ้ง เราจะขออ้างอิงข้อมูลจากบท วิจัยของ Douglas Arner, Janos Barberis และ Ross Buckley จาก University of Hong Kong Faculty of Law ในหัวข้อ “THE EVOLUTION OF FINTECH: A NEW POST-CRISIS PARADIGM?” ที่เผยแพร่เมื่อปี 2015 มาอธิบาย ให้คุณได้เข้าใจง่ายมากขึ้น 3. บัตรเครดิตใบแรกที่ออกโดย Diner’s Club วิวัฒนาการของธุรกรรมการเงินดิจิทัล
Fintech 2.0 ยุคแห่งการธนาคาร (ปี 1967-2008) ยุคนี้คือช่วงเวลาสำ คัญที่ระบบการเงินการธนาคารได้เปลี่ยนแปลงจากระบบ แอนะล็อกไปสู่ระบบดิจิทัล โดยเริ่มต้นเมื่อปี 1967 ที่ธนาคาร Barclays ของ ประเทศอังกฤษ ได้แนะนำ ให้สาธารณชนรู้จักกับตู้ ATM เครื่องแรก และนี่ถือเป็น เหตุการณ์สำ คัญของยุคฟินเทค 2.0 คนที่ทำ งานในธนาคารหรือเคยโอนเงินต่างประเทศมาบ้าง คุณคงคุ้นเคยกับคำ ว่า SWIFT (Society For Worldwide Interbank FinancialTelecommunications) ซึ่งนี่เป็นเทคโนโลยีการเงินและการธนาคารที่ถูกคิดค้น เมื่อปี 1973 และมีการใช้งานมาจนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากเป็นโปรโตคอลการสื่อสาร ระหว่างสถาบันการเงินเพื่อใช้ในการโอนเงินระหว่างประเทศนั่นเอง หลังจากนั้นในระหว่างปี 1980-2018 เป็นช่วงที่ fintech ใหม่ๆ เกิดขึ้น มากมาย ได้แก่ คอมพิวเตอร์เมนเฟรมของธนาคาร ธนาคารออนไลน์, และธุรกิจ อีคอมเมิร์ซ เป็นต้น แต่จุดเปลี่ยนที่สำ คัญที่สุดของยุค fintech 2.0 คือช่วงต้นของ ศตวรรษที่ 21 ที่กระบวนการภายในของธนาคาร, การโต้ตอบกับบุคคลภายนอก และลูกค้ารายย่อยของธนาคาร ได้กลายมาเป็นระบบดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบ ธนาคาร BARCLAYS ตู้ ATM เครื่องแรกของโลก 4.
Fintech 3.0 ยุคแห่งสตาร์ตอัป (ปี 2008-2014) วิกฤตการณ์ทางการเงินที่แผ่ขยายไปทั่วโลกในปี 2008 ได้เปลี่ยนความคิดของ ผู้คนที่มีต่อระบบการเงินการธนาคารไปอย่างมาก และนั่นกลายเป็นจุดกำ เนิดของ Bitcoin ที่มาพร้อมกับคำ ว่า cryptocurrency หรือสกุลเงินดิจิทัลที่ไม่มีตัวกลาง มาคอยควบคุมในปี 2009 ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีปัจจัยด้านเทคโนโลยีที่เข้ามาทำ ให้ fintech สามารถเจาะ เข้าถึงตลาดใหม่ๆ ได้กว้างมากขึ้น จากสมาร์ตโฟนที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตอยู่ ตลอดเวลาได้กลายเป็นอุปกรณ์ที่ทุกคนมีติดไว้กับตัวอยู่เสมอ ทำ ให้เราพบเห็น บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่และบรรดาสตาร์ตอัปด้าน fintech ที่ได้นำ เสนอ โปรดักต์หรือบริการของพวกเขาผ่านทางแอปฯ มือถือและ web application เช่น Google Wallet ในปี 2011 และ Apple Pay ในปี 2014 ตามลำ ดับ 5. ข้อมูลของ BITCOIN
6. Fintech 3.5 ยุคโลกาภิวัตน์ (ปี 2014-2017) ในยุค fintech 3.5 นี้ เปรียบเหมือนกับการ แผ่ขยายเทคโนโลยีจากโลกตะวันตกไปสู่ทวีป ต่างๆ ก่อให้เกิด digital banking หรือธนาคาร ดิจิทัลไปทั่วโลก ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยี ทางการเงินและการธนาคารให้ทันสมัยไปพร้อม กัน โดยปัจจัยสำ คัญที่สนับสนุนให้ fintech ในยุคนี้ เติบโตเร็วแบบก้าวกระโดด ก็มาจากการที่ผู้คน ในประเทศขนาดใหญ่ เช่น จีน, อินเดีย, และ ประเทศที่กำ ลังพัฒนาในกลุ่มอาเซียน สามารถ เข้าอินเทอร์เน็ตได้อย่างแพร่หลายมากขึ้น สิ่งนี้ เองที่ทำ ให้ธนาคารและสตาร์ตอัปด้านฟินเทค จำ นวนมาก ได้สร้างโซลูชันที่เป็นโปรดักต์ ทางการเงินใหม่ๆ ให้ผู้บริโภคได้ใช้อย่างรวดเร็ว พัฒนาจนเกิด Mobile Banking
7. Fintech 4.0 ยุคเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี (ปี 2018-ปัจจุบัน) เทคโนโลยีบล็อกเชนได้กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะผลักดัน fintech ไปสู่อนาคต เนื่องจากสิ่งนี้ได้นำ เสนอจุดเด่นที่นอกเหนือจากเรื่องค่าใช้จ่ายและความซับซ้อน ของระบบที่น้อยกว่า อย่างการทำ ให้ผู้บริโภคมีความไว้วางใจเพิ่มขึ้นจากการได้รับ ประสบการณ์การใช้งานผ่านระบบดิจิทัลที่เรียบง่ายและคิดค่าธรรมเนียมต่ำ หรือ ไม่มีเลย Machine learning และ AI เป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำ คัญไม่แพ้กัน เห็นได้จากธนาคาร,ไฟแนนซ์, บริษัทประกันภัย, และสตาร์ตอัปด้าน fintech มากมาย ได้ใช้เทคโนโลยีเข้ามาวิเคราะห์และนำ เสนอข้อเสนอ บริการ รวมถึง โปรโมชันที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละคน
การนำ เทคโนโลยีมาใช้กับระบบธนาคาร ซึ่งเป็น สิ่งแรกที่คนมักคิดถึง เมื่อพูดถึงเทคโนโลยีทางการ เงิน เพราะหลายคนคุ้นเคยกับเทคโนโลยีดังกล่าว อยู่แล้ว และเชื่อว่าในโทรศัพท์ของคนวัยทำ งาน ส่วนใหญ่จะต้องติดตั้งแอปพลิเคชันธนาคาร ซึ่ง ฟินเทคประเภทนี้คือ Mobile Banking ที่มีขึ้นเพื่อ ให้ลูกค้าของธนาคารสามารถทำ ธุรกรรมต่าง ๆ ที่ เป็นการบริหารจัดการเงินของตัวเองได้ด้วยตัวเอง ทำ งานในฟังก์ชันเดียวกับที่ธนาคารแบบดั้งเดิมทำ ทั้งเช็กยอดบัญชี โอนเงิน จ่ายบิล และอื่นๆ 8. ประเภทของธุรกรรมการเงินดิจิทัล 1. Banking Technology
9. 2. Crowdfunding Platfor เทคโนโลยีเพื่อการระดมทุน กล่าวคือ คราวด์ฟันดิงแพลตฟอร์ม เป็นแพลตฟอร์ม ตัวกลาง ระหว่าง ผู้ประกอบการ และนักลงทุน โดยแพลตฟอร์มที่เกิดขึ้น มีจุด ประสงค์เพื่อให้เกิดการขอ และให้เงินทุน แทนที่ผู้ประกอบการจะต้องไปขอกู้สินเชื่อ จากธนาคาร ก็สามารถระดมทุน จากนักลงทุนหลาย ๆ คนได้ และนักลงทุนเอง ก็ สามารถเลือกลงทุนในธุรกิจที่น่าสนใจ ผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าวได้ โดยแพลตฟอร์ม นอกจากจะเป็น ตัวกลางในการเชื่อมต่อแล้ว ยังอำ นวยความสะดวก ในเรื่องการ สมัครขอระดมทุน ตรวจสอบเครดิต และอนุมัติ ด้วยเช่นกัน ซึ่ง เพียร์ พาวเวอร์จัด อยู่ใน ฟินเทคประเภทนี้ โดย การระดมทุนผ่านแพลตฟอร์ม ของเพียร์ พาวเวอร์ จะ อยู่ในรูปแบบของหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง ที่ให้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ย
สกุลเงินดิจิทัลทั้ง Cryptocurrency หรือเทคโนโลยี Blockchain เป็นการสมมติชุดข้อมูลขึ้นมาด้วยวิธีใด วิธีหนึ่งในโลกออนไลน์ แล้วทำ ให้ใช้งานได้เหมือนเงิน จริง สามารถใช้จ่ายได้ รวมถึงเก็งกำ ไรได้ด้วย โดยสกุล เงินดิจิทัลสกุลแรกที่ถือกำ เนิดมาในโลกคือ Bitcoin และที่สั่นสะเทือนวงการการเงินล่าสุดคือการประกาศ เปิดตัว Libra สกุลเงินดิจิทัลของ Facebook ที่จับมือ กับพาร์ทเนอร์เจ้าใหญ่ทั่วโลกซึ่งถูกคาดการณ์ว่าจะ เป็น Technology Disruptive ที่ใหญ่ที่สุดในอนาคต การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีทางการเงิน ประเภทนี้ บ้างก็ ถูกมองเป็นโอกาสที่จะสร้างความเท่าเทียมทางการเงิน บ้างก็ถูกมองว่าเป็นภัยต่อระบบการเงินดั้งเดิมของโลก จึงได้รับทั้งการต้อนรับและขับไล่จากทั่วโลก อย่างไรก็ ดี Cryptocurrency ถือเป็นระบบการเงินแห่งอนาคต ที่มีการขยายขอบเขตความสนใจเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ 10. 3. Cryptocurrency
11. 4. Payment Technology ระบบการจ่ายเงินที่ดำ เนินการด้วยเทคโนโลยี ประเภทนี้คือระบบตัวแทนการใช้ จ่าย ที่ผู้ใช้ต้องเปิดบัญชีกับทางแพลตฟอร์มจึงจะสามารถใช้งานได้ ตัวอย่างเช่น ระบบ E-Wallet ต่าง ๆ เครดิตการ์ด ซึ่งระบบ Payment จะต่างจาก Mobile Banking ตรงที่เจ้าของแพลตฟอร์มไม่ใช่ธนาคาร และให้บริการเฉพาะการใช้จ่าย เท่านั้น 5. Enterprise Financial Software ซอฟต์แวร์สำ หรับองค์กร อีกหนึ่งเครื่องมือเทคโนโลยี ที่จะช่วยผู้ประกอบการใน เรื่อง การจัดการทางด้านการเงิน ไม่ว่าจะเป็น การจัดการบัญชี ระบบจ่ายเงินเดือนภาษีและการจัดการพนักงาน ซึ่งครอบคลุมถึงสวัสดิการด้านการเงิน โดยเทคโนโลยี ดังกล่าวจะช่วยลดเวลา และทรัพยากรที่ต้องใช้งาน ทำ ให้ประสิทธิภาพของ กระบวนการภายในองค์กรดีขึ้น ตัวอย่างระบบ E-Wallet ระบบซอฟต์แวร์สำ หรับองค์กร
12. เทคโนโลยีที่จะช่วยจัดการทางด้านลงทุน ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า มีแพลตฟอร์มการ ลงทุนที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น แอปพลิเคชันลงทุนใน Private fund, ทองคำ , กองทุนรวม รวมถึงแพลตฟอร์มที่ใช้ AI ช่วยในการวิเคราะห์หุ้น หรือแม้แต่ การนำ เทคโนโลยีอย่าง Robo Advisor มาช่วยในการจัดพอร์ตการลงทุน (Asset Allocation) 6. Investment Management 7. Insurance Technology/ Insurtech หลายคนมองว่าการซื้อประกันภัย ประกันชีวิตคือการลงทุนรูปแบบหนึ่ง รวมทั้ง ระบบการคำ นวณเบี้ยประกันมีความซับซ้อน การใช้เทคโนโลยีทางการเงินเข้ามาช่วยทั้ง ด้านการคำ นวณเบี้ยประกัน ผลตอบแทน ความเสี่ยง รวมถึงอัตราส่วนลดอย่างเป็นเหตุ เป็นผล ช่วยให้ทั้งผู้ซื้อและผู้เสนอขายประกันภัย ประกันชีวิตบริหารจัดการระบบ ประกันได้ง่ายขึ้น ตัวช่วยในการลงทุน Insurtech
13. ประโยชน์ของธุรกรรมดิจิทัล บุคคลทั่วไป ได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีทางการเงินในลักษณะการขยายโอกาสการเข้าถึง บริการทางการเงิน (Financial Inclusion) ที่ทำ ให้คนที่ไม่มีบัญชีธนาคาร สามารถใช้จ่าย ทำ ธุรกรรม รวมถึงสามารถขอสินเชื่อ ลงทุนได้ด้วยตนเอง สถาบันการเงิน ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีทางการเงินได้ด้วย การสร้างระบบธนาคารย่อย ๆ แบบ Mobile Banking ลงมาให้อยู่ในโทรศัพท์มือถือ เป็นอีกช่องทางในการเข้าถึง ลูกค้า และเก็บข้อมูลธุรกรรมต่างๆของลูกค้าได้ง่ายขึ้น ผู้ให้บริการ E-Commerce ใช้ประโยชน์ได้ทั้งในรูปแบบของระบบ Payment จากการเชื่อมต่อ API Data และ Banking Technology ทำ ให้ค้าขายในออนไลน์ง่ายขึ้น จากการจ่ายเงินผ่าน แพลตฟอร์มออนไลน์ดังกล่าว
14.นักลงทุน เทคโนโลยีทางการเงิน เอื้อต่อการลงทุนทั้งในรูปแบบตลาด Cryptocurrency, Insurtech และ Crowdfunding Platforms ซึ่งถือเป็นโอกาสสำ หรับนักลงทุนที่ อยากลองลงทุนในรูปแบบใหม่ ๆ ผู้ประกอบการ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น ผ่าน Crowdfunding Platforms รวมถึง สามารถจัดการ บริหารระบบต่างๆในองค์กรได้ดียิ่งขึ้น จากเทคโนโลยีซอฟต์แวร์ ที่พัฒนามาเพื่อใช้กับองค์กรโดยเฉพาะ
Fintech มีผลกระทบอย่างไรกับธนาคารและอุตสาหกรรมอื่น ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าเทคโนโลยีทางการเงิน คือการทำ ให้คนทั่วไปมีอำ นาจจัดการ การเงินของตัวเองมากพอกับที่ธนาคารสามารถทำ ได้ ประกอบกับมีหลาย ๆ รูปแบบ ในการให้บริการ นอกจากประโยชน์ที่เกิดขึ้นแล้ว เราจะพบการตั้งคำ ถามกับ เทคโนโลยีทางการเงิน ในลักษณะการ Disruption ระบบการเงินแบบดั้งเดิมด้วย โดยกลุ่มที่มองว่าอาจได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีทางการเงิน มีอยู่ 2 – 3 กลุ่มคือ ธนาคารหรือสถาบันการเงิน ด้วยความเป็นเจ้าเก่าที่ครองอำ นาจทางการเงินมาโดยตลอด ทำ ให้เมื่อเทคโนโลยี ทางการเงินกำ เนิดขึ้นมาโดยมีลักษณะที่คล้ายกับการให้บริการของทางธนาคาร จึงมี การตั้งคำ ถามว่าธนาคารจะอยู่ได้หรือไม่ หากคนหันไปใช้เทคโนโลยีทางการเงินกัน มากขึ้นจากข้างต้น เราจะพบว่าแม้เทคโนโลยีทางการเงิน จะมีหลายประเภทเพื่อตอบ สนองความต้องการในการบริหารจัดการการเงิน แต่ไม่ได้มีที่ไหนรับฝากเงินเหมือนที่ ธนาคารทำ การได้รับเงินสดจากเทคโนโลยีทางการเงินนั้นเป็นไปได้ยาก เราเห็น ตัวเลขแต่ไม่ได้เห็นตัวเงินจริง ๆ จนกว่าจะมีการแลกเปลี่ยนผ่านทางสถาบันการเงิน ในที่สุด 15. ผลกระทบของ Fintech ที่มี ที่ ต่ มีต่ อธนาคาร และอุตสาหกรรมอื่นๆ
ดังนั้นธนาคารไม่ได้มีบทบาทลดลงจากการเข้ามาของเทคโนโลยีทางการเงิน พร้อมกันนั้น ธนาคารก็ย้ายตัวเองลงไปอยู่ในโทรศัพท์มือถือที่ใกล้ชิดกับผู้ใช้มาก ขึ้นได้ด้วยเทคโนโลยีเช่นกัน การที่สาขาของธนาคารปิดตัวลง อาจมีผลกระทบ ต่อคนทำ งานด้านปฏิบัติการในธนาคาร แต่หากมองในแง่สถานะและความมั่นคง ของธนาคารแล้ว นี่อาจเป็นข้อดีมากกว่าก็ได้ธนาคารเองก็เป็นหนึ่งในผู้ได้รับ ประโยชน์จากเทคโนโลยีทางการเงิน ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ธนาคารขนาดใหญ่ หลายแห่งทั่วโลก จะเลือกหนุนหลังธุรกิจที่พัฒนาเทคโนโลยีทางการเงิน เพราะ เป็นโอกาสดีที่จะได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีโดยไม่ต้องลงมือพัฒนาเอง ห้างสรรพสินค้า เมื่อมีการซื้อขายออนไลน์แบบครบขั้นตอนในแพลตฟอร์มเกิดขึ้นด้วยความ ช่วยเหลือจากเทคโนโลยีทางการเงิน การซื้อขายสินค้าที่ต้องเดินทางออกไปเพื่อ ค้นหาจึงมีความจำ เป็นลดลง รวมถึงขณะนี้ ปนะเทศไทยมีอัตราการใช้จ่าย ออนไลน์สูงที่สุดในเอเชีย ห้างสรรพสินค้าจึงเป็นส่วนหนึ่งที่อาจได้รับผลกระทบ แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชอบซื้อของที่ได้สัมผัสด้วยมือ มองเห็นด้วยตา รวม ถึงต้องการที่นั่งเล่น พบเจอกับเพื่อนก็ยังมีอยู่เช่นกันเทคโนโลยีทางการเงิน มีมุม ที่เป็นประโยชน์อยู่ไม่น้อย รวมทั้งมีโอกาสและอัตราการเติบโตไปในทางที่ดีขึ้น เรื่อย ๆ ทั้งในแง่การใช้จ่าย และการขยายโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน 16.
17.Fintech คืออะไร ข้อดี ข้อเสีย มีอะไรบ้าง? ข้อดีของ Fintech คือ ช่วยประหยัดเวลา ลดค่าใช้จ่าย ทำ ให้เราเข้าถึงบริการ ทางการเงินได้ดียิ่งขึ้น ไม่ต้องรอคิวนาน อีกทั้ง Fintech ยังช่วยเปิดโอกาสให้คน ทั่วไปที่มีรายได้ต่ำ เข้าถึงบริการสินเชื่อต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น ทั้งจากสถาบันทางการ เงิน รวมไปถึงเหล่าธุรกิจ Non-bank ที่ออกผลิตภัณฑ์มาเพื่อจูงใจให้สมัคร นี่จึง เป็นข้อดีของฟินเทค ข้อเสียของ Fintech คือ ความไม่เสถียรของระบบ แม้จะกล่าวได้ว่ายุคนี้ เทคโนโลยีนั้นก้าวล้ำ ซะขนาดไหนก็ตาม เรายังพบถึงปัญหาต่าง ๆ โดยเฉพาะ เรื่องที่หลายคนคงเคยพบเจอ นั่นก็คือปัญหา ระบบขัดข้อง มีผู้ใช้บริการเป็น จำ นวนมาก ส่งผลให้ไม่สามารถโอนเงิน หรือทำ ธุรกรรมอื่น ๆ ได้ เป็นต้น ตัวอย่างข้อดีข้อเสียของระบบ Fintech
18.บทบาทของ fintech กับระบบ การเงินของไทยในอนาคต การเข้ามาของ FinTech กระตุ้นให้เกิดความเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมากใน อุตสาหกรรมการเงิน โดยในระยะหลังๆเราจะเห็นได้ชัดว่าธนาคาร สถาบันการเงิน หรือ แม้กระทั่งหน่วยงานกำ กับดูแล (Regulator) ต่างก็ต้องปรับตัวและเตรียมพร้อมมากขึ้น สำ หรับนวัตกรรมการเงินรูปแบบใหม่ๆ และโมเดลธุรกิจการเงินใหม่ๆที่เกิดขึ้นเพราะ สตาร์ทอัพ FinTech ในช่วงแรกของกระแส FinTech หลายฝ่ายมองว่าคลื่นลูกใหม่ของวงการการเงินนี้ อาจเข้ามาทำ ลายและแทนที่การให้บริการของธนาคารแบบเก่าอย่างสิ้นเชิง แต่ในวันนี้ เราได้เห็นแล้วว่า FinTech นั้นไม่ได้ทำ ลาย แต่เปลี่ยนแปลงการให้บริการหลายๆอย่าง ของธนาคารไป และนอกจากการแข่งขันกับธนาคารแล้ว บริษัท FinTech จำ นวนไม่ น้อยก็ได้ปรับแนวทางมาเป็นการร่วมมือกับสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมเพื่อส่งมอบ เทคโนโลยีที่ดีและครอบคลุมยิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้งาน ปรับปรุงการให้บริการของธนาคารให้ สะดวกขึ้น ดีขึ้น และเป็นมิตรกับผู้ใช้มากยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบัน หากผู้บริโภคหรือธุรกิจใดสนใจนำ FinTech เข้ามาใช้งานก็สามารถ ติดต่อผ่านทางธนาคารที่เป็นลูกค้าอยู่ได้ทันที ซึ่งธนาคารส่วนมากจะมีความร่วมมือกับ สตาร์ทอัพ FinTech อยู่แล้วอย่างต่อเนื่อง และสามารถให้คำ แนะนำ ได้ในระดับหนึ่ง
19.ความร่วมมือและการแข่งขันไปพร้อมๆกันของธนาคารและสตาร์ทอัพ FinTech เช่นนี้ เป็นแนวโน้มที่เราจะได้เห็นกันไปเรื่อยๆในอนาคตอย่างแน่นอน ก็ต้องมารอ ลุ้นกันว่าสถาบันการเงินและบริษัท FinTech จะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงและยก ระดับบริการทางการเงินไปในทิศทางไหนต่อไป เทรนด์ของ fintech จะเป็นไปอย่างไรในอนาคต Fintech ยังคงมีการพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ โดยแปรเปลี่ยนไปตามเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามา รวมถึงความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างไม่เคยหยุดนิ่งของผู้บริโภค จะ เป็นปัจจัยสำ คัญที่ผลักดันให้บรรดาสตาร์ตอัปและสถาบันการเงินต่างๆ พยายาม มากกว่าเดิมในการพัฒนาเทคโนโลยีการเงินและการธนาคารใหม่ๆ ออกสู่ตลาด ในอนาคตเราอาจเห็น AI และ machine learning ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงที่มีความซับซ้อนได้มากขึ้น รวมถึงสร้างฐานข้อมูล ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อช่วยให้ผลลัพธ์ที่มีคุณค่าต่อทั้งบริษัทผู้คิดค้นระบบ และผู้บริโภคอย่างพวกเราที่เป็นคนที่ใช้งานโปรดักต์และบริการเหล่านั้น ทางฟากฝั่งของบล็อกเชนและสกุลเงินดิจิทัล เราอาจเห็น DeFi เข้ามามีบทบาทมาก ขึ้นในด้านการเงินที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้งานกลุ่มทั่วไป แน่นอนว่าสิ่งนี้ ไม่ได้เข้ามาแทนที่ ระบบธนาคารดั้งเดิมแต่อย่างใด ทว่าเป็นทางเลือกใหม่ที่ช่วยเพิ่มโอกาสเข้าถึงโป รดักต์ทางการเงินยุคดิจิทัลให้กับลูกค้ากลุ่มต่างๆ ทั้งนี้ ยังสามารถช่วยให้ธนาคารลด ต้นทุนในการดำ เนินงาน พร้อมกับใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ไปกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทางการเงินรูปแบบใหม่ได้อย่างเต็มที่
ปิดท้ายกันด้วยเทรนด์ ESG investing หรือการลงทุนอย่างยั่งยืน สิ่งนี้คือ การลงทุน รูปแบบใหม่ที่ผสมผสานระหว่าง conventional investment และ philanthropy investment ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การสร้างผลตอบแทนทางการเงินให้กับผู้ลงทุน รวมถึง ใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาลของบริษัทที่ได้เข้าไปลงทุนอย่าง จริงจัง พร้อมกันนี้ยังเป็นการลงทุนที่มุ่งเน้นการสร้างผลตอบแทนระยะยาวอีกด้วย 20.
21. ผลสำ เร็จ ร็ ของธุรกรรมการเงินดิจิทัล (Fintech) ผลสำ เร็จธุรกรรมการเงินดิจิทัล fintech 1. ตอบสนองความต้องการของตลาดได้ อย่างรวดเร็ว การบริการที่ดีควรจะปรับตัวให้ทันกับ สถานการณ์ เพื่อรักษากลุ่มลูกค้า นอกจาก การนำ feedback มาพัฒนาและปรับปรุง บริการแล้ว การเห็นปัญหาและความ ต้องการในอนาคต ก็จะทำ ให้บริการของเรา ทันสมัยอยู่เสมอ ความสำ เร็จของ FinTech อาจจะวัดได้- จากหลายด้าน แต่สิ่งที่สำ คัญที่สุดก็คือ การ มุ่งที่จะแก้ปัญหาให้กับลูกค้า สามารถเป็นคำ ตอบในระยะยาวให้กับลูกค้าได้ โดยที่ลูกค้า ไม่เลิกหรือเปลี่ยนไปใช้บริการเจ้าอื่น และใน ขณะเดียวกันก็สามารถที่จะดึงดูดกลุ่มลูกค้า ใหม่ ๆ เข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย ระบบบริการลูกค้า
22. 2. แก้ปัญหาได้ตรงจุด ต้องมองให้ออกว่าลูกค้ามีปัญหาอะไร แล้วเสนอ วิธีการแก้ไขอย่างสร้างสรรค์ เราสามารถใช้ เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยสร้างพฤติกรรมการ ใช้บริการใหม่ ๆ ให้ผู้บริโภคได้ โดยดูจากตัวอย่าง ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เช่น ตัด ปัญหาเวลาทำ การของธนาคารด้วยการทำ ธุรกรรม บน iBanking หรือลดเวลาการเดินทางไปห้าง สรรพสินค้าด้วยการ Shopping Online 3. ใช้งานง่าย เพราะการใช้ชีวิตทุกวันนี้ก็ยากพอแล้ว ลูกค้าจึง มองหาบริการที่ใช้งานได้ง่าย และให้ประสบการณ์ ที่ดีระหว่างการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ เว็บไซต์ที่เรียบง่าย เข้าถึงได้ทั้งจากเดสก์ท็อปและ มือถือ ความสะดวกรวดเร็วในการติดตั้ง แอปพลิเคชัน การใช้งานผ่าน user interface ที่ เข้าใจง่าย สามารถใช้งานได้อย่างสะดวกไม่ว่าจะ เป็นลูกค้าในช่วงอายุใด ๆ ก็ตาม ตัวอย่างแอพพลิเคชั่น Shopping Online
4. มีความปลอดภัย เนื่องจาก FinTech เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางด้านการเงินไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง ความปลอดภัยในการใช้บริการย่อมเป็นปัจจัยพื้นฐานสำ คัญที่ระบบจะต้องมี ทั้งใน ด้านการรักษาข้อมูลของลูกค้ารวมไปถึงความปลอดภัยในการทำ ธุรกรรมต่าง ๆ 5. ลูกค้าเข้าถึงการบริการได้ง่าย ความสะดวกในการเข้าถึงการบริการถือเป็นสิ่งสำ คัญอย่างหนึ่ง ตัวอย่างที่เห็นชัด ในปัจจุบันนี้ เช่น การสร้าง Mobile application เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการ ได้ง่าย และสามารถเข้าใช้งานจากที่ใดก็ได้ เปรียบเสมือนจับเอาบริการหน้าร้านใส่ใน มือของลูกค้า ซึ่งทุกวันนี้ ใคร ๆ ก็ใช้ smartphone ดังนั้น การสร้าง Mobile application จึงเป็นอีกหนึ่งบริการที่ไม่ควรมองข้าม 6. ตรง life style ของกลุ่มเป้าหมาย ยกตัวอย่างเช่น หากกลุ่มลูกค้าเป็นนักวิเคราะห์ ชอบอ่านตัวเลข ตีเส้นราคาหุ้น และวิเคราะห์ข้อมูลในเชิงลึก การใช้บริการผ่านเว็บไซต์หรือโปรแกรมบนเครื่อง คอมพิวเตอร์ก็ดูจะเป็นสิ่งที่เหมาะสม เนื่องจากการใช้งานบนแท็บเล็ตหรือมือถืออาจ จะมีข้อจำ กัดในหลาย ๆ ด้าน แต่หากเป็นบริการง่าย ๆ เช่น การชำ ระเงิน โอนเงิน หรือธุรกรรมอื่น ๆ ที่ต้องใช้ในชีวิตประจำ วัน การทำ ธุรกรรมเหล่านี้บนมือถือก็จะให้ ความคล่องตัวกับผู้ใช้งานมากกว่า 23.
24. 7. มีระบบรองรับที่มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการบริการด้านใดก็ตาม ระบบจะต้องมีความสามารถในการ นำ เสนอข้อมูลอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และสามารถรองรับการใช้งานของ ลูกค้าจำ นวนมากได้อย่างเหมาะสม จะต้องมั่นใจว่าระบบยังสามารถให้ บริการลูกค้าได้ แม้จะมีจำ นวนลูกค้าหลาย ๆ ท่านเข้าใช้งานพร้อม ๆ กัน ก็ตาม อีกทั้งควรมีแผนสำ รอง ในกรณีระบบหลักเกิดมีปัญหาใช้งานไม่ได้ ด้วย
25. Fintech Startup Startup คือ บริษัทที่ก่อตั้งเพื่อค้นหาโมเดลการทำ ธุรกิจแบบใหม่ ซึ่งสามารถ ทำ ซ้ำ ได้และขยายตัวเพื่อรองรับการเจริญเติบโตได้ โดยมีความคาดหวังที่จะมี รายได้เติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคต ส่วนใหญ่แล้วสินค้าหรือบริการของ Startup จะทำ ให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์มากขึ้นและเจ้าของธุรกิจเดิมเสีย ประโยชน์ ตัวอย่างเช่น Uber ทำ ให้ผู้โดยสารทั่วโลกเดินทางได้สะดวกขึ้น ส่ง ผลให้ผู้ให้บริการรถ Taxi อาจมีลูกค้าลดลง FinTech มากจากคำ ว่า (Finance + Technology) หมายถึง การใช้ เทคโนโลยีเพื่อช่วยให้ตลาดการเงินหรือบริการใดๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องการเงินมี ประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวอย่างเช่น ระบบ Algorithmic Trading ช่วยให้นัก ลงทุนตอบสนองความเคลื่อนไหวของหุ้นทั้งตลาดได้เร็วขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นมี ประสิทธิภาพมากขึ้น หรือ Crowdfunding ช่วยให้การจัดสรรเงินทุนในตลาด การเงินมีประสิทธิภาพ ทั่วถึง และเป็นธรรมมากขึ้น เมื่อเราเอา 2 คำ นี้มารวมกัน ก็จะได้ FinTech Startup ซึ่งหมายถึง Startup ที่ค้นหาโมเดลการทำ ธุรกิจด้านการเงินโดยเน้นการใช้ IT เป็นตัวหลัก ในการขับเคลื่อน
26. ตัวอย่างเช่น KickStarter ที่ช่วยให้ผู้ที่มีไอเดียในการสร้างสินค้าใหม่ๆ ระดมทุนผ่านการขายสินค้าล่วงหน้าให้กับผู้บริโภค หากได้เงินทุนถึงระดับที่ ต้องการสินค้านั้นจะถูกผลิตขึ้นจริงและส่งให้กับผู้ที่สั่งไว้ เมื่อเข้าใจความหมายกันแล้ว คำ ถามคือทำ ไมตอนนี้จึงเป็นยุคทองของ FinTech Startup สำ หรับคนไทย ซึ่งผมขอตอบด้วยเหตุผล 3 ด้านนี้ 1) Demand for Innovations: พัฒนาการของ FinTech ในประเทศไทย ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ในขณะที่คนไทยมีความ ก้าวหน้าเรื่องการใช้ Smart Phone และ Social Network เป็นอันดับต้นๆ ของโลก ทำ ให้เรามีความต้องการใช้บริการเรื่องที่เกี่ยวกับการเงินในระดับที่ ทัดเทียมกับต่างประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจทำ Startup ศึกษา Success Story จากต่างประเทศและนำ มาปรับใช้ในประเทศไทยได้
2) Supply of Capital: การที่มี Venture Capital เกิดขึ้นมากมายช่วย ให้ Startup มีโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่กว้างขึ้น ซึ่ง Venture Capital เหล่านี้จะมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการลงทุนใน Startup โดยตรง และยังสามารถให้คำ ปรึกษากับ Founder ได้อีกด้วย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งสำ หรับ Venture Capital ที่เป็นธนาคารจะช่วยสนับสนุน FinTech Startup ได้เป็นอย่างดี 3) Regulations and Infrastructures: หน่วยงานภาครัฐของหลาย ประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยได้ออกมาตรการส่งเสริม Startup อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เช่น การยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 5 ปีแรกให้ กับ Startup นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์ กลต. ธนาคารแห่งประเทศไทย ต่างก็ตื่นตัวเกี่ยวกับ FinTech เช่นเดียวกัน ส่วนด้านโครงสร้างพื้นฐานนั้น การมี 4G ที่ครอบคลุมอย่างทั่วถึงจะช่วยทำ ให้เกิดบริการใหม่ๆ ขึ้นอีกมาก 27. สนับสนุน Stratup
28. ปัจจัยที่จะทำ ให้ FinTech Startup ประสบความสำ เร็จ Marketingoops เคยสัมภาษณ์ กระทิง พูนผล เผยเคล็ดลับในการพิชิตใจ นักลงทุน โดยมีหลักการง่ายๆ 5 ข้อ คือ พัฒนาสินค้าให้ดี, มีคนใช้บริการ จำ นวนหนึ่ง, มองหาสถานที่ทำ งาน Co-Working Space,ทำ ความรู้จักบุคคล อ้างอิง และ เข้าร่วมประกวดโครงการ แต่ถ้าจะขยายความให้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้ง FinTech Startup และรวมถึง Startup ในสาขาอื่นๆ อันดับแรกขยายจากการพัฒนาสินค้าให้ดี นั่นคือ ต้องเป็นสินค้าหรือบริการที่เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคหรือ เกาให้ถูกที่คัน ถ้าสามารถแก้ปัญหาให้ผู้ใช้ได้ จะทำ ให้เกิดการใช้ต่อ บอกต่อให้ เพื่อนใช้ด้วย ถือเป็นการตลาดขั้นสุดยอด ซึ่งการจะพัฒนาสินค้าที่ดีและแก้ โจทย์ให้ผู้ใช้ได้นั้น แสดงว่า ต้องมีความเข้าใจสินค้าที่มีอยู่ในปัจจุบัน มองเห็น จุดอ่อน จุดบกพร่อง กระทิง เรืองโรจน์ พูนผล
29. ต่อมาคือ การทดลองตลาด จะมีผู้ใช้บริการจำ นวนหนึ่งได้ ต้องทดลองตลาด เพราะ Startup คือ การลองผิดลองถูก ส่วนสำ คัญคือ ต้องล้มให้ไวและลุกให้เร็ว คนที่ไม่เคย ผิดพลาดคือคนที่ไม่เคยทำ อะไรเลย การเริ่มให้บริการจะทำ ให้ได้ทดสอบความต้องการ ปรับปรุงเพื่อนำ ไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ส่วนการทำ งานที่ Co-Working Space จะทำ ให้ได้มุมมองจากคน Startup ด้วยกัน รวมถึงได้บุคคลอ้างอิงที่ดี ที่จะขยายธุรกิจต่อไปในอนาคต ส่วนการเข้าร่วมประกวด จะเข้าโครงการต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว หรือจะรอร่วมมือกับธนาคารใหญ่ อันนี้แล้วแต่ ทิศทางของ FinTech Startup แต่ละรายที่จะตัดสินใจ ความแตกต่างของ Start-Up กับ SMEs
30. ที่ม ที่ าของข้อ ข้ มูล มู ความหมายของFintech: https://www.krungsri.com/th/plearnplearn/what-is-fintech-startups วิวัฒนาการของธุรกรรมการเงินดิจิทัล: https://techsauce.co/tech-andbiz/fintechs-growing-influence-on-financial-world ประเภทของธุรกรรมการเงินดิจิทัล: https://www.peerpower.co.th/blog/fintech-technology ประโยชน์ของธุรกรรมการเงินดิจิทัล: https://www.refinn.com/blog/fintech ผลกระทบของFintech: https://www.peerpower.co.th/blog/fintechtechnology บทบาทของFintech: https://sevenpeakssoftware.com/th/blog/fintech-ultimate-guidefor-everyone ผลสำ เร็จของธุรกรรมการเงินดิจิทัล: https://pubhtml5.com/wrnu/jofz/basic/ Fintech Startup: https://www.marketingoops.com/news/techupdate/startups/fintech-startup-boom/