กติกาการแขง่ ขันวา่ ยนํา
จัดทาํ โดย
นางสาวกุลธิดา ชูดอนหวาย
ชันมธั ยมศึกษาปที 6/2 เลขที 11
เสนอ
คุณครูบรรลือศักดิ จนิ ตนากูล
โรงเรยนบ้านหมากแขง้ จังหวัดอดุ รธานี
ประวตั ิปงปอง
กฬี าปงปอง ไดเ้ รมขึนครังแรกในชว่ งป 1890 โดยมจี ดุ
กาํ เนดิ ในประเทศอังกฤษ (ไม่ใช่ประเทศจนี ) โดยเวลาที
ลกู บอล หรอลูกปงปอง กระทบกบั โตะ๊ และไม้ จะทําให้
เกดิ เปนเสยี ง “ปก-ปอก” จึงทําให้กีฬานี ถูกเรยกชอื ตาม
เสียงทีไดย้ ินนนั เอง ชือตามเสียงนนั กค็ อื “ปงปอง”
(PINGPONG) และไดเ้ รมแพร่หลายในประเทศยุโรปกอ่ น
ซึงวธีการเลน่ ในสมัยยโุ รปตอนตน้ จะเปนการเล่นแบบยนั
หรอต้าน (BLOCKING) และแบบดนั กด (PUSHING)
ซงึ ต่อมาไดพ้ ัฒนามาเปนการเล่นแบบ BLOCKING และ
CROP หรอเรยกวา่ การเล่นถูกตดั ซึงวธีการเลน่ นเี ปนที
นิยมมากแถบยุโรป สว่ นวธีการจับไม้ จะมี 2 ลักษณะ คอื
จับไม้แบบจับมือ (SHAKEHAND) ซึงเราเรยกกันวา่
“จับแบบยโุ รป” และการจับไมแ้ บบจับปากกา (PEN-
HOLDER) ซึงเราเรยกกนั วา่ “จับไมแ้ บบจีน”
กตกิ าการแขง่ ขันปงปอง
เกมการแข่งขนั แมทซก์ ารแข่งขนั
ผู้เลน่ หรอคู่เล่นทีทํา ในหนึงแมทซ์ประกอบ
คะแนนได้ 11 คะแนน ดว้ ยผู้ชนะ 3 ใน 5 เกม
กอ่ น จะเปนฝายชนะ หรอ 4 ใน 7 เกม
ยกเวน้ ถ้าผ้เู ลน่ ทงั สอง การแขง่ ขนั จะต้อง
ฝายทําคะแนนได้ 10 ดําเนินไปอย่างต่อเนอื ง
คะแนนเท่ากันจะต้องเลน่ ยกเวน้ ผ้เู ลน่ ฝายหนงึ
ตอ่ ไป โดยฝายใดทํา ฝายใดหรอทังสองฝาย
คะแนนได้มากกวา่ อีกฝาย ขอสทิ ธใิ นการหยุดพกั
หนงึ 2 คะแนน จะเปน ระหวา่ งจบเกม ซึงการ
พักระหวา่ งจบเกมจะ
ฝายชนะ พกั ได้ไม่เกิน 1 นาที
กตกิ าการแขง่ ขันปงปอง
การดาํ เนินการแข่งขัน
1 ผู้เล่นจะไดร้ ับอนญุ าตให้ฝกซอ้ มบนโตะ๊ แข่งขันเปนเวลาไมเ่ กิน 2 นาที
ก่อนการแขง่ ขัน สําหรับในชว่ งเวลาระหว่างการแข่งขันจะไมส่ ามารถทาํ การ
ฝกซอ้ มได้ ซึงการฝกซอ้ มนอกเหนือจากทกี ลา่ วมาอาจจะขยายออกไปได้โดย
การอนุญาตของผู้ชขี าด
2 ถ้าแมทซ์การแข่งขันไมส่ ามารถเรมได้เนอื งจากผูเ้ ล่นไม่สามารถตกลงกัน
ได้ในการเลือกลกู แข่งขนั ผตู้ ดั สินจะเปนผูเ้ ลือกให้โดยวธกี ารสมุ่ และถ้าผู้เลน่
ยงั ปฏิเสธอย่อู าจจะถกู ปรับเปนแพโ้ ดยผชู้ ีขาด
3 ในระหว่างการแข่งขนั ผู้ตดั สนิ อาจจะอนญุ าตใหห้ ยุดเพือทําการเช็ดเหงอื
ได้ในชว่ งเวลาอันสนั ทสี ุดเทา่ ทจี ําเปนซงึ จะสามารถทําไดเ้ มอื ครบทุกๆ 5
คะแนนเท่านนั และเมือขณะเปลยี นแดนกันในเกมสุดทา้ ย
4 ถ้าไม้เทเบิลเทนนสิ ของผู้เลน่ หักในระหว่างการแขง่ ขัน ผู้เล่นจะตอ้ งเปลียน
ไมอ้ ันใหม่ทันทดี ว้ ยไม้ของผเู้ ล่นทีนําติดตัวเข้ามาในพืนทกี ารแขง่ ขันหรอไม้ที
ถูกสง่ ใหก้ บั ผเู้ ลน่ ในพืนทีการแข่งขนั ก็ได้
5 ผ้เู ล่นจะไดร้ ับอนญุ าตอยา่ งมเี หตุผลทีจะตรวจสอบอุปกรณท์ เี ปลยี นใหม่
อันเกิดจากการชาํ รุด เช่น ไม้เทเบิลเทนนสิ หรอลูกเทเบิลเทนนิสทชี าํ รุด แตก่ ็
จะไม่มากไปกว่าการฝกตีโต้ 2-3 ครังก่อนการเล่นใหม่
6 ผู้เลน่ จะตอ้ งวางไม้เทเบิลเทนนิสของเขาบนโต๊ะแข่งขนั ระหวา่ งช่วงหยดุ
พักระหว่างเกม
7 ผู้เลน่ จะต้องอยูใ่ นพืนทีการแข่งขันหรอใกลพ้ นื ทกี ารแข่งขันตลอดเวลาการ
แข่งขนั นนั โดยในการหยดุ พักระหว่างเกมผู้เลน่ จะต้องอยูใ่ นระยะไม่เกนิ 3
เมตร ของพนื ทีการแข่งขนั ภายใต้การควบคุมของผตู้ ัดสิน การออกนอก
ระยะดงั กลา่ วสามารถทาํ ไดโ้ ดยตอ้ งไดร้ ับอนุญาตจากผชู้ ขี าด
กตกิ าการแขง่ ขันปงปอง
ระบบการแขง่ ขันเร่งเวลา
1 ระบบการแขง่ เร่งเวลาจะถูกนํามาใช้ถา้ เกมการแข่งขันใน
เกมนนั ไม่เสร็จสินภายในเวลา 10 นาที ยกเวน้ ในกรณีทีผู้เลน่
หรอคเู่ ลน่ ทงั สองฝายมีคะแนนไม่นอ้ ยกวา่ 9 คะแนน จะ
แขง่ ขนั ตามระบบเดมิ หรอจะใช้ระบบการแข่งขนั เร่งเวลากอ่ น
ครบกําหนดเวลาก็ได้ ถ้าผูเ้ ล่นหรอคู่เล่นทงั สองฝายตอ้ งการ
1.1) ถา้ ลูกอยู่ในระหวา่ งการเลน่ และครบกําหนดเวลาแขง่ ขัน
พอดี การเลน่ นนั จะถูกยตุ ิลงโดยกรรมการผ้ตู ดั สินและจะเรม
เล่นใหมด่ ้วยการสง่ ลูก โดยผเู้ ล่นซึงเปนผู้สง่ ลูกอยู่ก่อนทีการ
ตโี ต้นนั ถูกยุตลิ ง
1.2) ถ้าลกู ไมไ่ ดอ้ ยใู่ นระหวา่ งการเลน่ และครบกาํ หนดเวลา
แขง่ ขนั พอดี การเลน่ นนั จะเรมเล่นใหมด่ ้วยการส่งลูก โดยผู้
เล่นทเี ปนฝายรับลกู อย่กู อ่ นทเี วลานนั จะสนิ สดุ ลง
2 หลังจากนัน ผูเ้ ล่นแต่ละคนจะเปลียนกนั ส่งลกู คนละครัง จน
กระทังจบเกมการแข่งขันและในการตโี ตห้ ากผรู้ ับหรอคู่เลน่
ฝายรับสามารถตโี ต้กลับมาอยา่ งถกู ตอ้ งครบ 13 ครัง ฝายสง่
จะเสยี 1 คะแนน
3 เมือระบบการแข่งขนั เร่งเวลานํามาใชใ้ นเกมใดแล้ว ในเกมที
เหลือของแมทซน์ ันๆ ใหใ้ ช้ปฎบิ ัติต่อไปจนกระทังจบแมทซ์นนั
กตกิ าการแข่งขนั ปงปอง
การผดิ ลาํ ดับในการสง่ การรับ และแดน
1 ถ้าผู้เล่นส่งหรอรับลกู ผิดลําดับ กรรมการผู้ตัดสนิ จะยุติการ
เล่นทนั ทีทไี ด้ค้นพบขอ้ ผดิ พลาดและทาํ การเรมเล่นใหม่ โดยผู้
เล่นและผรู้ ับทีควรจะเปนผู้สง่ และผรู้ ับตามลําดับทีได้จัดไว้
ตังแตเ่ รมการแขง่ ขนั ของแมทซน์ นั ตอ่ จากคะแนนทที ําได้
สําหรับในประเภทคหู่ ากไม่สามารถทราบถึงผู้ส่งและผูร้ ับทถี ูก
ต้อง ลําดบั ในการสง่ จะถกู จดั ใหถ้ ูกต้อง โดยคทู่ มี สี ทิ ธสิ ่งใน
ครังแรกของเกมทีค้นพบขอ้ ผดิ พลาดนัน
2 ถ้าผเู้ ลน่ ไมไ่ ดเ้ ปลียนแดนกันเมอื ถงึ คราวตอ้ งเปลยี นแดน
กรรมการผู้ตดั สนิ จะยตุ กิ ารเลน่ ทนั ทที ที ราบ และจะเรมเลน่
ใหม่โดยเปลยี นแดนกนั ให้ถูกต้องตามลําดบั ทีจัดไวต้ ังแตเ่ รม
การแขง่ ขนั ของแมทซ์นนั ต่อจากคะแนนทไี ด้
3 กรณใี ดๆ กต็ าม คะแนนทงั หมดซงึ ทีทาํ ไวก้ ่อนทจี ะค้นพบ
ข้อผดิ พลาดใหถ้ ือวา่ ใชไ้ ด้
Thank you