The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น THE POLITICAL PARTICIPATION OF CIVIL SOCIETY IN LOCAL GOVERNANCE IN SAM SUNG DISTRICT, KHON KAEN PROVINCE พระพิเชษฐ ธมฺมธโร (เสริมศักดิ์)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น THE POLITICAL PARTICIPATION OF CIVIL SOCIETY IN LOCAL GOVERNANCE IN SAM SUNG DISTRICT, KHON KAEN PROVINCE พระพิเชษฐ ธมฺมธโร (เสริมศักดิ์)

การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น THE POLITICAL PARTICIPATION OF CIVIL SOCIETY IN LOCAL GOVERNANCE IN SAM SUNG DISTRICT, KHON KAEN PROVINCE พระพิเชษฐ ธมฺมธโร (เสริมศักดิ์)

Keywords: การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น THE POLITICAL PARTICIPATION OF CIVIL SOCIETY IN LOCAL GOVERNANCE IN SAM SUNG DISTRICT, KHON KAEN PROVINCE พระพิเชษฐ ธมฺมธโร (เสริมศักดิ์)

๘๕ ตารางที่๔.๒๑ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่ผลการเปรียบเทียบการมีส่วน ร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ผลต่างนัยสําคัญน้อย ที่สุด (LSD.) จําแนกตามอายุ อายุอายุ ๑๘ - ๒๙ ปี๓๐ - ๓๙ ปี๔๐ - ๔๙ ปี๕๐ - ๕๙ ปี๖๐ ปีขึ้นไป ๑๘ - ๒๙ ป - -ี๙.๖๐* -๑๐.๐๕* -๑.๙๗ -๑๕.๕๐* ๓๐ - ๓๙ ป - -.ี๔๕ ๗.๖๓* -๕.๙๑* ๔๐ - ๔๙ ป - ี๘.๐๘* -๕.๔๕* ๕๐ - ๕๙ ป - -ี๑๓.๕๔* ๖๐ ปีขึ้นไป - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๒๑ พบว่า ประชาชนที่มีอายุต่างกัน ผลการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ใน ภาพรวม จําแนกตามอายุแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๘ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๑๘ - ๒๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๓๐ - ๓๙ ปีและ ๔๐ - ๔๙ ปีและ ๖๐ ปีขึ้นไป ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๓๐ - ๓๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมใน การปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๕๐ - ๕๙ ปีและ ๖๐ ปีขึ้นไป ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๔๐ - ๔๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมใน การปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชน ที่มีอายุระหว่าง ๕๐ - ๕๙ ปีและ ๖๐ ปีขึ้นไป ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๕๐ - ๕๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชน ที่มีอายุระหว่าง ๖๐ ปีขึ้นไป นอกนั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมการปกครองท้องถิ่น ไม่แตกต่างกัน


๘๖ ตารางที่๔.๒๒ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่ผลการเปรียบเทียบการมีส่วน ร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามอายุ อายุอายุ ๑๘ - ๒๙ ปี๓๐ - ๓๙ ปี๔๐ - ๔๙ ปี๕๐ - ๕๙ ปี๖๐ ปีขึ้นไป ๑๘ - ๒๙ ปี - -๒.๕๖* -๒.๗๒* -.๔๙ -๓.๘๕* ๓๐ - ๓๙ ปี - -.๑๖ ๒.๐๗* -๑.๒๙* ๔๐ - ๔๙ ปี - ๒.๒๒* -๑.๑๓ ๕๐ - ๕๙ ปี - -๓.๓๕* ๖๐ ปีขึ้นไป - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๒๒ พบว่า ประชาชนที่มีอายุต่างกัน ผลการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ด้าน การบริหาร ในภาพรวม จําแนกตามอายุแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๗ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๑๘ - ๒๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๓๐ - ๓๙ ปีและ ๔๐ - ๔๙ ปีและ ๖๐ ปีขึ้นไป ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๓๐ - ๓๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๕๐ - ๕๙ ปีและ ๖๐ ปีขึ้นไป ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๔๐ - ๔๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชน ที่มีอายุระหว่าง ๕๐ - ๕๙ ปี ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๕๐ - ๕๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชน ที่มีอายุ๖๐ ปีขึ้นไป นอกนั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมการปกครองท้องถิ่น ไม่แตกต่างกัน


๘๗ ตารางที่๔.๒๓ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่ผลการเปรียบเทียบการมีส่วน ร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามอายุ อายุอายุ ๑๘ - ๒๙ ปี๓๐ - ๓๙ ปี๔๐ - ๔๙ ปี๕๐ - ๕๙ ปี๖๐ ปีขึ้นไป ๑๘ - ๒๙ ป - -ี๑.๖๖* -๑.๙๙* -.๒๔ -๓.๕๕* ๓๐ - ๓๙ ป - -.ี๓๓ ๑.๔๒* -๑.๘๙* ๔๐ - ๔๙ ป - ี๑.๗๕* -๑.๕๖* ๕๐ - ๕๙ ป - -ี๓.๓๑* ๖๐ ปีขึ้นไป - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๒๓ พบว่า ประชาชนที่มีอายุต่างกัน ผลการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ด้าน การจัดทํานโยบาย ในภาพรวม จําแนกตามอายุแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มี จํานวน ๘ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๑๘ - ๒๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๓๐ - ๓๙ ปีและ ๔๐ - ๔๙ ปีและ ๖๐ ปีขึ้นไป ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๓๐ - ๓๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๕๐ - ๕๙ ปีและ ๖๐ ปีขึ้นไป ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๔๐ - ๔๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชน ที่มีอายุระหว่าง ๕๐ - ๕๙ ปีและ ๖๐ ปีขึ้นไป ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๕๐ - ๕๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมใน การปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชน ที่มีอายุ๖๐ ปีขึ้นไป นอกนั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมการปกครองท้องถิ่น ไม่แตกต่างกัน


๘๘ ตารางที่๔.๒๔ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่ผลการเปรียบเทียบการมีส่วน ร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตาม ข่าวสาร ผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามอายุ อายุอายุ ๑๘ - ๒๙ ปี๓๐ - ๓๙ ปี๔๐ - ๔๙ ปี๕๐ - ๕๙ ปี๖๐ ปีขึ้นไป ๑๘ - ๒๙ ป - -ี ๒.๒๖* -๒.๗๓* -.๓๙ -๔.๒๐* ๓๐ - ๓๙ ป - -.ี๔๖ ๑.๘๗* -๑.๙๔* ๔๐ - ๔๙ ป - ี ๒.๓๓* -๑.๔๘* ๕๐ - ๕๙ ป - -ี๓.๘๑* ๖๐ ปีขึ้นไป - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๒๔ พบว่า ประชาชนที่มีอายุต่างกัน ผลการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ด้าน การติดตามข่าวสาร ในภาพรวม จําแนกตามอายุแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มี จํานวน ๘ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๑๘ - ๒๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตามข่าวสาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๓๐ - ๓๙ ปีและ๔๐ - ๔๙ ปีและ ๖๐ ปีขึ้นไป ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๓๐ - ๓๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตามข่าวสาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๕๐ - ๕๙ ปีและ ๖๐ ปีขึ้นไป ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๔๐ - ๔๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตามข่าวสาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชน ที่มีอายุระหว่าง ๕๐ - ๕๙ ปีและ ๖๐ ปีขึ้นไป ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๕๐ - ๕๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมใน การปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตามข่าวสาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชน ที่มีอายุ๖๐ ปีขึ้นไป นอกนั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมการปกครองท้องถิ่น ไม่แตกต่างกัน


๘๙ ตารางที่๔.๒๕ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่ผลการเปรียบเทียบการมีส่วน ร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามอายุ อายุอายุ ๑๘ - ๒๙ ปี๓๐ - ๓๙ ปี๔๐ - ๔๙ ปี๕๐ - ๕๙ ปี๖๐ ปีขึ้นไป ๑๘ - ๒๙ ป - -ี๓.๑๑* -๒.๖๒* -.๘๕ -๓.๙๐* ๓๐ - ๓๙ ป - .ี๔๙ ๒.๒๗* -.๗๙ ๔๐ - ๔๙ ป - ี๑.๗๗* -๑.๒๙* ๕๐ - ๕๙ ป - -ี๓.๐๖* ๖๐ ปีขึ้นไป - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๒๕ พบว่า ประชาชนที่มีอายุต่างกัน ผลการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ด้าน การตรวจสอบ ในภาพรวม จําแนกตามอายุแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มี จํานวน ๗ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๑๘ - ๒๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๓๐ - ๓๙ ปีและ๔๐ - ๔๙ ปีและ ๖๐ ปีขึ้นไป ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๓๐ - ๓๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม การปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๕๐ - ๕๙ ปีและ๖๐ ปีขึ้นไป ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๔๐ - ๔๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชน ที่มีอายุระหว่าง ๕๐ - ๕๙ ปีและ ๖๐ ปีขึ้นไป ประชาชนที่มีอายุระหว่าง ๕๐ - ๕๙ ปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีอายุ๖๐ ปีขึ้นไป นอกนั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมการปกครองท้องถิ่น ไม่แตกต่างกัน สมมติฐานที่๓ ประชาชนที่มีการศึกษาต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองการปกครอง ท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น แตกต่างกัน การเปรียบเทียบใช้สถิติ F-test (One-way ANOWA) ในการทดสอบความแปรปรวน แบบทางเดียวเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยที่มากกว่าสองกลุ่ม ใช้ระดับความเชื่อมั่น ๙๕% จะยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ก็ต่อเมื่อค่า Sig. น้อยกว่า ๐.๐๕


๙๐ ตารางที่๔.๒๖ ผลการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น จําแนกตามระดับการศึกษา การมีส่วนร่วมทางการ เมืองของภาคประชาสงคมั แหล่งความ แปรปรวน SS df MS F Sig. ด้านการบริหาร ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๗๘๔.๒๘ ๕๓๐๗.๔๗ ๖๐๙๑.๗๕ ๕ ๓๙๔ ๓๙๙ ๑๕๖.๘๖ ๑๓.๔๗ ๑๑.๖๔ ๐.๐๐* ด้านการจัดทํานโยบาย ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๗๐๔.๘๒ ๔๔๓๑.๐๗ ๕๑๓๕.๙๐ ๕ ๓๙๔ ๓๙๙ ๑๔๐.๙๗ ๑๑.๒๕ ๑๒.๕๓ ๐.๐๐* ด้านการติดตามข่าวสาร ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๗๙๓.๖๘ ๕๑๒๙.๐๓ ๕๙๒๒.๗๑ ๕ ๓๙๔ ๓๙๙ ๑๕๘.๗๔ ๑๓.๐๒ ๑๒.๑๙ ๐.๐๐* ด้านการตรวจสอบ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๑๑๘๘.๔๔ ๕๕๑๓.๙๕ ๖๗๐๒.๓๙ ๕ ๓๙๔ ๓๙๙ ๒๓๗.๖๙ ๑๔.๐๐ ๑๖.๙๘ ๐.๐๐* รวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๘๖๗.๘๑ ๕๐๙๕.๓๘ ๕๙๖๓.๑๙ ๕ ๓๙๔ ๓๙๙ ๑๗๓.๕๗ ๑๒.๙๔ ๑๓.๓๔ ๐.๐๐* *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๒๖ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ในภาพรวม จําแนกตามระดับการศึกษา พบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น แตกต่างกัน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ซึ่งเป็นไป ตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษาการมีส่วนร่วมทางการ เมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ด้านการบริหาร ด้านการจัดทํานโยบาย ด้านการติดตามข่าวสาร และด้านการตรวจสอบแตกต่างกัน อย่างมีนัยสําคัญ ทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ดังนั้น จึงทําการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่การมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวม และ ๔ ด้านด้วยวิธีผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (Least Significant Difference : LSD) รายละเอียดดังแสดงในตารางที่๔.๒๗-๔.๓๑


๙๑ ตารางที่๔.๒๗ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่ผลการเปรียบเทียบการมีส่วน ร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ผลต่างนัยสําคัญน้อย ที่สุด (LSD.) จําแนกตามระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ประถม ศึกษา มัธยมศึกษา ตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย, ปวช. อนุปริญญา, ปวส. ปริญญา ตรี สูงกว่า ปริญญาตรี ประถมศึกษา - ๙.๐๑* ๑๖.๒๒* .๕๕ ๔.๙๒ ๘.๒๕* มัธยมศึกษาตอนต้น - ๗.๒๑* -๘.๔๖* -๔.๐๙ -.๗๖ มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. - -๑๕.๖๗* -๑๑.๓๐* -๗.๙๗* อนุปริญญา, ปวส. - ๔.๓๗ ๗.๗๐* ปริญญาตร - ี๓.๓๓ สูงกว่าปริญญาตร - ี *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๒๗ พบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษาต่างกันการมีส่วนร่วมทางการ เมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ในภาพรวม จําแนกตามระดับการศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๙ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีระดับการศึกษาประถมศึกษาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษา ตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. และสูงกว่าปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาค ประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษา ตอนปลาย, ปวช. และอนุปริญญา, ปวส. ประชาชนที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย,ปวช.การมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีระดับการศึกษา อนุปริญญา, ปวส. และปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษาอนุปริญญา, ปวส.การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาค ประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีระดับการศึกษาสูงกว่า ปริญญาตรี นอกนั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ไม่ แตกต่างกัน


๙๒ ตารางที่๔.๒๘ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่ผลการเปรียบเทียบการมีส่วน ร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ประถม ศึกษา มัธยมศึก ษาตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย, ปวช. อนุปริญญา, ปวส. ปริญญาตรีสูงกว่า ปริญญาตรี ประถมศึกษา - ๒.๑๖* ๔.๐๓* .๒๒ ๑.๕๐* ๒.๐๕* มัธยมศึกษาตอนต้น - ๑.๘๗* -๑.๙๔* -.๖๗ -.๑๑ มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. - -๓.๘๐* -๒.๕๓* -๑.๙๘* อนุปริญญา,ปวส. - ๑.๒๗ ๑.๘๓* ปริญญาตร - .ี๕๖ สูงกว่าปริญญาตรี๑๙.๑๙ - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๒๘ พบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษาต่างกันการมีส่วนร่วมทางการ เมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ด้านการบริหาร ในภาพรวม จําแนกตามระดับการศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๑๐ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีระดับการศึกษาประถมศึกษาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีระดับการศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. และปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอน ต้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาค ประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหารมัธยมศึกษาตอนต้นในภาพรวมแตกต่างจาก ประชาชนที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. และอนุปริญญา, ปวส. ประชาชนที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มี ระดับการศึกษาอนุปริญญา, ปวส. และปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษาอนุปริญญา, ปวส. การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาค ประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีระดับ การศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี นอกนั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ไม่ แตกต่างกัน


๙๓ ตารางที่๔.๒๙ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่ผลการเปรียบเทียบการมีส่วน ร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ประถม ศึกษา มัธยมศึกษา ตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย, ปวช. อนุปริญญา, ปวส. ปริญญาตรีสูงกว่า ปริญญา ตรี ประถมศึกษา - ๑.๕๒* ๓.๕๖* -.๐๒ .๑๖ ๒.๒๙* มัธยมศึกษาตอนต้น - ๒.๐๕* -๑.๕๔* -๑.๓๖* .๗๗ มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. - -๓.๕๘* -๓.๔๐* -๑.๒๗ อนุปริญญา, ปวส. - .๑๘ ๒.๓๑* ปริญญาตร - ี ๒.๑๓* สูงกว่าปริญญาตร - ี *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๒๙ พบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษาต่างกันการมีส่วนร่วมทางการ เมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ด้านการจัดทํา นโยบายในภาพรวม จําแนกตามระดับการศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มี จํานวน ๑๐ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีระดับการศึกษาประถมศึกษาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีระดับ การศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. และสูงกว่าปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาค ประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มี ระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. และอนุปริญญา, ปวส. และปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวมแตกต่างจาก ประชาชนที่มีระดับการศึกษาอนุปริญญา, ปวส. และปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษาอนุปริญญา, ปวส. การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาค ประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มี ระดับการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษาปริญญาตรีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีระดับการศึกษา สูงกว่าปริญญาตรี


๙๔ นอกนั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ไม่ แตกต่างกัน ตารางที่๔.๓๐ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่ผลการเปรียบเทียบการมีส่วน ร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตาม ข่าวสารผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ประถม ศึกษา มัธยมศึกษา ตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย, ปวช. อนุปริญญา, ปวส. ปริญญาตรีสูงกว่า ปริญญาตรี ประถมศึกษา - ๒.๕๒* ๓.๙๒* .๓๓ .๙๕ ๑.๕๕ มัธยมศึกษาตอน ต้น - ๑.๔๐* -๒.๑๙* -๑.๕๗* -.๙๗ มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. - -๓.๕๙* -๒.๙๗* -๒.๓๘* อนุปริญญา, ปวส. - .๖๓ ๑.๒๒ ปริญญาตร - .ี๕๙ สูงกว่าปริญญาตร - ี *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๐ พบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษาต่างกันการมีส่วนร่วมทางการ เมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ด้านการติดตาม ข่าวสาร ในภาพรวม จําแนกตามระดับการศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๘ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีระดับการศึกษาประถมศึกษาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตามข่าวสาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีระดับ การศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. ประชาชนที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาค ประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตามข่าวสาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มี ระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. และอนุปริญญา, ปวส. และปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตามข่าวสาร ในภาพรวมแตกต่างจาก ประชาชนที่มีระดับการศึกษาอนุปริญญา, ปวส. และปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี นอกนั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ไม่ แตกต่างกัน


๙๕ ตารางที่๔.๓๑ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่ผลการเปรียบเทียบการมีส่วน ร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ระดับการศึกษา ประถม ศึกษา มัธยมศึกษา ตอนต้น มัธยมศึกษา ตอนปลาย, ปวช. อนุปริญญา, ปวส. ปริญญาตรีสูงกว่า ปริญญาตรี ประถมศึกษา - ๒.๘๑* ๔.๗๑* .๐๒ ๒.๓๑* ๒.๓๖* มัธยมศึกษาตอนต้น - ๑.๘๙* -๒.๗๙* -.๕๐ -.๔๕ มัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. - -๔.๖๙* -๒.๔๐* -๒.๓๔* อนุปริญญา,ปวส. - ๒.๒๙* ๒.๓๕* ปริญญาตร - .ี๐๕ สูงกว่าปริญญาตร - ี *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๑ พบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษาต่างกันการมีส่วนร่วมทางการ เมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ด้านการ ตรวจสอบ ในภาพรวม จําแนกตามระดับการศึกษาแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๑๑ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีระดับการศึกษาประถมศึกษาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีระดับ การศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. และปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาค ประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีระดับ การศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. และอนุปริญญา, ปวส. ประชาชนที่มีระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย, ปวช. การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่ มีระดับการศึกษาอนุปริญญา, ปวส. และปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี ประชาชนที่มีระดับการศึกษาอนุปริญญา, ปวส. การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาค ประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีระดับ การศึกษาอนุปริญญา, ปวส. และปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี นอกนั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ไม่ แตกต่างกัน


๙๖ สมมติฐานที่๔ ประชาชนที่มีกลุ่มประชาสังคมต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองการ ปกครองท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น แตกต่างกัน การเปรียบเทียบใช้สถิติ F-test (One-way ANOWA) ในการทดสอบความแปรปรวน แบบทางเดียวเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยที่มากกว่าสองกลุ่ม ใช้ระดับความเชื่อมั่น ๙๕% จะยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ก็ต่อเมื่อค่า Sig. น้อยกว่า ๐.๐๕ ตารางที่๔.๓๒ ผลการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น จําแนกตามกลุ่มภาคประชาสังคม การมีส่วนร่วมทางการ เมืองของภาคประชาสงคมั แหล่งความ แปรปรวน SS df MS F Sig. ด้านการบริหาร ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๖๕๐.๒๒ ๕๔๔๑.๕๓ ๖๐๙๑.๗๕ ๔ ๓๙๕ ๓๙๙ ๑๖๒.๕๖ ๑๓.๗๘ ๑๑.๘๐ ๐.๐๐* ด้านการจัดทํานโยบาย ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๕๙๙.๑๘ ๔๕๓๖.๗๒ ๕๑๓๕.๙๐ ๔ ๓๙๕ ๓๙๙ ๑๔๙.๘๐ ๑๑.๔๙ ๑๓.๐๔ ๐.๐๐* ด้านการติดตามข่าวสาร ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๕๔๒.๙๓ ๕๓๗๙.๗๘ ๕๙๒๒.๗๑ ๔ ๓๙๕ ๓๙๙ ๑๓๕.๗๓ ๑๓.๖๒ ๙.๙๗ ๐.๐๐* ด้านการตรวจสอบ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๕๙๐.๗๘ ๖๑๑๑.๖๑ ๖๗๐๒.๓๙ ๔ ๓๙๕ ๓๙๙ ๑๔๗.๗๐ ๑๕.๔๗ ๙.๕๕ ๐.๐๐* รวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๕๙๕.๗๘ ๕๓๖๗.๔๑ ๕๙๖๓.๑๙ ๔ ๓๙๕ ๓๙๙ ๑๔๘.๙๕ ๑๓.๕๙ ๑๑.๐๙ ๐.๐๐* *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๒ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ในภาพรวม จําแนกตามกลุ่มภาคประชาสังคม พบว่า ประชาชนที่กลุ่มภาคประชาสังคมต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการ ปกครองท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น แตกต่างกัน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ประชาชนที่กลุ่มภาคประชาสังคมต่างกันการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ด้านการบริหาร ด้านการจัดทํานโยบาย ด้านการติดตามข่าวสาร และด้านการตรวจสอบแตกต่างกัน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้


๙๗ ดังนั้น จึงทําการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่การมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวม และ ๔ ด้านด้วยวิธีผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (Least Significant Difference : LSD) รายละเอียดดังแสดงในตารางที่๔.๓๓-๔.๓๗ ตารางที่๔.๓๓ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามกลุ่มภาคประชาสังคม กลุ่มภาคประชาสงคมั ܠത กลุ่มภาคประชาสงคมั เกษตรกร ปลูกข้าว นาปี คณะกรรม การพัฒนา สตรี ผลิตภัณฑ์ สินค้าโอทอป กลุ่มจิต อาสา อื่น ๆ ๗๔.๘๓ ๗๘.๒๑ ๗๕.๒๕ ๘๙.๙๖ ๗๙.๐๘ เกษตรกรปลูกข้าวนาปี๗๔.๘๓ - -๓.๓๘ -.๔๒ -๑๕.๑๓* -๔.๒๕ คณะกรรมการพัฒนาสตรี๗๘.๒๑ - ๒.๙๖ -๑๑.๗๕* -.๘๗ ผลิตภัณฑ์สินคาโอทอป ้๗๕.๒๕ - -๑๔.๗๑* -๓.๘๒ จิตอาสา ๘๙.๙๖ - ๑๐.๘๙* อื่น ๆ ๗๙.๐๘ *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๓ พบว่า ประชาชนที่กลุ่มภาคประชาสังคมต่างกันการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวม จําแนกตามกลุ่มภาคประชา สังคมแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๕ คู่ดังนี้ ประชาชนที่กลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวนาปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนท่กลีุ่มจิตอาสา ประชาชนที่กลุ่มคณะกรรมการพัฒนาสตรีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มจิตอาสา ประชาชนที่กลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอปการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มจิตอาสา ประชาชนที่กลุ่มจิตอาสาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มอื่น ๆ นอกนั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นไม่ แตกต่างกัน


๙๘ ตารางที่๔.๓๔ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ผลต่างนัยสําคัญน้อย ที่สุด (LSD.) จําแนกตามกลุ่มภาคประชาสังคม กลุ่มภาคประชาสงคมั กลุ่มภาคประชาสงคมั เกษตรกรปลูก ข้าวนาปี คณะกรรม การพัฒนา สตรี ผลิตภัณฑ์ สินค้าโอทอป จิตอาสา อื่น ๆ เกษตรกรปลูกข้าวนาปี - -๑.๒๑* -.๐๔ -๓.๙๔* -.๙๔ คณะกรรมการพัฒนาสตรี - ๑.๑๗* -๒.๗๓* .๒๗ ผลิตภัณฑ์สินคาโอทอป ้ - -๓.๘๙* -.๙๐ จิตอาสา - ๓.๐๐* อื่น ๆ - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๔ พบว่า ประชาชนที่กลุ่มภาคประชาสังคมต่างกันการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ในภาพรวม จําแนกตาม กลุ่มภาคประชาสังคมแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๖ คู่ดังนี้ ประชาชนที่กลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวนาปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มคณะกรรมการ พัฒนาสตรีและกลุ่มจิตอาสา ประชาชนที่กลุ่มคณะกรรมการพัฒนาสตรีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มผลิตภัณฑ์ สินค้า โอทอป และกลุ่มจิตอาสา ประชาชนที่กลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอปการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มจิตอาสา ประชาชนที่กลุ่มจิตอาสาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่น ด้านการบริหาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มอื่น ๆ นอกนั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมการปกครองท้องถิ่นไม่แตกต่างกัน


๙๙ ตารางที่๔.๓๕ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่การมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ผลต่างนัยสําคัญ น้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามกลุ่มภาคประชาสังคม กลุ่มภาคประชาสงคมั กลุ่มภาคประชาสงคมั เกษตรกร ปลูกข้าวนาปี คณะกรรม การพัฒนา สตรี ผลิตภัณฑ์ สินค้าโอทอป จิตอาสา อื่น ๆ เกษตรกรปลูกข้าวนาปี - -.๘๑ -.๒๑ -๓.๘๑* -๑.๕๑* คณะกรรมการพัฒนาสตรี - .๖๐ -๓.๐๐* -.๗๑ ผลิตภัณฑ์สินคาโอทอป ้ - -๓.๖๐* -๑.๓๑* จิตอาสา - ๒.๒๙* อื่น ๆ *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๕ พบว่า ประชาชนที่กลุ่มภาคประชาสังคมต่างกันการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวม จําแนก ตามกลุ่มภาคประชาสังคมแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๖ คู่ดังนี้ ประชาชนที่กลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวนาปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มกลุ่มจิตอาสา และอื่น ๆ ประชาชนที่กลุ่มคณะกรรมการพัฒนาสตรีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มกลุ่มจิต อาสา ประชาชนที่กลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอปการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มจิตอาสา และ อื่น ๆ ประชาชนที่กลุ่มจิตอาสาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มอื่น ๆ นอกนั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นไม่ แตกต่างกัน


๑๐๐ ตารางที่๔.๓๖ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่การมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตามข่าวสาร ผลต่างนัยสําคัญ น้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามกลุ่มภาคประชาสังคม กลุ่มภาคประชาสงคมั กลุ่มภาคประชาสงคมั เกษตรกร ปลูกข้าวนาปี คณะกรรม การพัฒนา สตรี ผลิตภัณฑ์ สินค้าโอทอป จิตอาสา อื่น ๆ เกษตรกรปลูกข้าวนาปี - -.๗๔ -.๒๑ -๓.๖๗* -๑.๒๘* คณะกรรมการพัฒนาสตรี - .๕๓ -๒.๙๓* -.๕๕ ผลิตภัณฑ์สินคาโอทอป ้ - -๓.๔๕* -๑.๐๗ จิตอาสา - ๒.๓๘* อื่น ๆ *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๖ พบว่า ประชาชนที่กลุ่มภาคประชาสังคมต่างกันการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตามข่าวสาร ในภาพรวม จําแนกตามกลุ่มภาคประชาสังคมแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๕ คู่ ดังนี้ ประชาชนที่กลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวนาปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตามข่าวสาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มจิตอาสา และอื่น ๆ ประชาชนที่กลุ่มคณะกรรมการพัฒนาสตรีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตามข่าวสาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มจิต อาสา ประชาชนที่กลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอปการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตามข่าวสาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มจิตอาสา ประชาชนที่กลุ่มจิตอาสาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่น ด้านการติดตามข่าวสาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มอื่น ๆ นอกนั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นไม่ แตกต่างกัน


๑๐๑ ตารางที่๔.๓๗ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ผลต่างนัยสําคัญ น้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามกลุ่มภาคประชาสังคม กลุ่มภาคประชาสงคมั กลุ่มภาคประชาสงคมั เกษตรกรปลูก ข้าวนาปี คณะกรรม การพัฒนา สตรี ผลิตภัณฑ์ สินค้าโอทอป จิตอาสา อื่น ๆ เกษตรกรปลูกข้าวนาปี - -.๖๓ .๐๔ -๓.๗๒* -.๕๑ คณะกรรมการพัฒนาสตรี - .๖๗ -๓.๐๙* .๑๒ ผลิตภัณฑ์สินคาโอทอป ้ - -๓.๗๖* -.๕๕ จิตอาสา - ๓.๒๑* อื่น ๆ - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๗ พบว่า ประชาชนที่กลุ่มภาคประชาสังคมต่างกันการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ในภาพรวม จําแนกตาม กลุ่มภาคประชาสังคมแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๔ คู่ดังนี้ ประชาชนที่กลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวนาปีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มจิตอาสา ประชาชนที่กลุ่มคณะกรรมการพัฒนาสตรีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มจิตอาสา ประชาชนที่กลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอปการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มจิตอาสา ประชาชนที่กลุ่มจิตอาสาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่กลุ่มอื่น ๆ นอกนั้นการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมการปกครองท้องถิ่นไม่แตกต่างกัน สมมติฐานที่๕ ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองการ ปกครองท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น แตกต่างกัน การเปรียบเทียบใช้สถิติ F-test (One-way ANOWA) ในการทดสอบความแปรปรวน แบบทางเดียวเพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยที่มากกว่าสองกลุ่ม ใช้ระดับความเชื่อมั่น ๙๕% จะยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ก็ต่อเมื่อค่า Sig. น้อยกว่า ๐.๐๕


๑๐๒ ตารางที่๔.๓๘ ผลการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น จําแนกตามรายได้เฉลี่ยต่อเดือน การมีส่วนร่วมทางการ เมืองของภาคประชาสงคมั แหล่งความ แปรปรวน SS df MS F Sig. ด้านการบริหาร ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๒๙๙.๓๔ ๕๗๙๒.๔๑ ๖๐๙๑.๗๕ ๔ ๓๙๕ ๓๙๙ ๗๔.๘๓ ๑๔.๖๖ ๕.๑๐ ๐.๐๐* ด้านการจัดทํานโยบาย ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๔๓๑.๒๕ ๔๗๐๔.๖๖ ๕๑๓๕.๙๐ ๔ ๓๙๕ ๓๙๙ ๑๐๗.๘๑ ๑๑.๙๑ ๙.๐๕ ๐.๐๐* ด้านการติดตามข่าวสาร ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๒๔๐.๔๖ ๕๖๘๒.๒๕ ๕๙๒๒.๗๑ ๔ ๓๙๕ ๓๙๙ ๖๐.๑๑ ๑๔.๓๙ ๔.๑๘ ๐.๐๐* ด้านการตรวจสอบ ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๕๔๑.๕๓ ๖๑๖๐.๘๖ ๖๗๐๒.๓๙ ๔ ๓๙๕ ๓๙๙ ๑๓๕.๓๘ ๑๕.๖๐ ๘.๖๘ ๐.๐๐* รวม ระหว่างกลุ่ม ภายในกลุ่ม รวม ๓๗๘.๑๕ ๕๕๘๕.๐๕ ๕๙๖๓.๑๙ ๔ ๓๙๕ ๓๙๙ ๙๔.๕๓ ๑๔.๑๔ ๖.๗๕ ๐.๐๐* *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๘ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ในภาพรวม จําแนกตามรายได้เฉลี่ยต่อเดือน พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการ ปกครองท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น แตกต่างกัน อย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในเขตอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ด้าน การบริหาร ด้านการจัดทํานโยบาย ด้านการติดตามข่าวสาร และด้านการตรวจสอบแตกต่างกัน อย่าง มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ดังนั้น จึงทําการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่การมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวม และ ๔ ด้านด้วยวิธีผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (Least Significant Difference : LSD) รายละเอียดดังแสดงในตารางที่๔.๓๙-๔.๔๓


๑๐๓ ตารางที่๔.๓๙ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นผลต่างนัยสําคัญน้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามรายได้เฉลี่ยต่อเดือน รายได้เฉลี่ยต่อเดือน รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท - -๖.๒๓* ๓.๐๕ -๕.๑๓* -๓.๐๗ ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท - ๙.๒๘* ๑.๑๐ ๓.๑๖ ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท - -๘.๑๗* -๖.๑๑* ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท - ๒.๐๖ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๓๙ พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวม จําแนกตามรายได้เฉลี่ยต่อ เดือนแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๖ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของ ภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ -๑๐,๐๐๐ บาท และ ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อ เดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อ เดือน ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป นอกนั้นประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่แตกต่างกัน


๑๐๔ ตารางที่๔.๔๐ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ผลต่างนัยสําคัญน้อย ที่สุด (LSD.) จําแนกตามรายได้เฉลี่ยต่อเดือน รายได้เฉลี่ยต่อเดือน รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท - -๑.๗๑* .๔๒ -๑.๓๘* -.๘๐ ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท - ๒.๑๓* .๓๔ .๙๑ ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท - -๑.๘๐* -๑.๒๒ ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท - .๕๘ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๔๐ พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ในภาพรวม จําแนกตาม รายได้เฉลี่ยต่อเดือนแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๔ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของ ภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้ เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ -๑๐,๐๐๐ บาท และ ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มี รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการบริหาร ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มี รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท นอกนั้นประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่แตกต่างกัน


๑๐๕ ตารางที่๔.๔๑ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่การมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ผลต่างนัยสําคัญ น้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามรายได้เฉลี่ยต่อเดือน รายได้เฉลี่ยต่อเดือน รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท - -.๙๔ ๑.๔๒* -๑.๐๘ -.๙๕ ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท - ๒.๓๖* -.๑๕ -.๐๑ ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท - -๒.๕๑* -๒.๓๗* ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท - .๑๔ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๔๑ พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวม จําแนก ตามรายได้เฉลี่ยต่อเดือนแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๔ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท การมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวมแตกต่างจาก ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการจัดทํานโยบาย ในภาพรวมแตกต่างจาก ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท นอกนั้นประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่แตกต่างกัน


๑๐๖ ตารางที่๔.๔๒ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่การมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตามข่าวสาร ผลต่างนัยสําคัญ น้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามรายได้เฉลี่ยต่อเดือน รายได้เฉลี่ยต่อเดือน รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท - -.๙๒ .๙๕ -.๘๙ -.๕๙ ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท - ๑.๘๗* .๐๓ .๓๓ ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท - -๑.๘๔* -๑.๕๔* ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท - .๓๐ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๔๒ พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตามข่าวสาร ในภาพรวม จําแนกตามรายได้เฉลี่ยต่อเดือนแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๓ คู่ ดังนี้ ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตามข่าวสาร ในภาพรวมแตกต่างจาก ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการติดตามข่าวสาร ในภาพรวมแตกต่างจาก ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป นอกนั้นประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่แตกต่างกัน


๑๐๗ ตารางที่๔.๔๓ แสดงผลการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยรายคู่การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ผลต่างนัยสําคัญ น้อยที่สุด (LSD.) จําแนกตามรายได้เฉลี่ยต่อเดือน รายได้เฉลี่ยต่อเดือน รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท - -๒.๖๖* .๒๖ -๑.๗๗* -.๗๓ ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท - ๒.๙๑* .๘๘ ๑.๙๓* ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท - -๒.๐๓* -.๙๘ ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท - ๑.๐๕ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป - *มีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จากตารางที่๔.๔๓ พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันการมีส่วนร่วม ทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ในภาพรวม จําแนกตาม รายได้เฉลี่ยต่อเดือนแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ มีจํานวน ๕ คู่ดังนี้ ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน ๕,๐๐๐ บาท การมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มี รายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ -๑๐,๐๐๐ บาท และ ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท และ ๒๐,๐๐๑ บาท เป็นต้นไป ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ด้านการตรวจสอบ ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่ มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท นอกนั้นประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่น ในภาพรวมแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ไม่แตกต่างกัน ๔.๓ การวิเคราะห์ข้อเสนอแนะในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมใน การปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ๔.๓.๑ ผลการวิเคราะห์ข้อเสนอแนะในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ผลการวิเคราะห์แบบสัมภาษณ์การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการ ปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น มีดังนี้


๑๐๘ ๑. ด้านการบริหาร พบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการปฏิบัติงานของบุคลากรทางการปกครองส่วนท้องถิ่น๑ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการบริหารงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น๒ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุอุปกรณ์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น๓ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมี ส่วนร่วมในการเสนอวิธีการทํางานแก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น๔ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมี ส่วนร่วมในการตรวจสอบการบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น๕ กระบวนการในการดําเนินการ จัดทําแผนยุทธศาสตร์หรือโครงการต่าง ๆ ในการพัฒนาส่วนท้องถิ่น ควรมีการให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการตัดสินใจ๖ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นหรือปัญหาที่ เกิดขึ้นภายในชุมชนซึ่งถือเป็นการให้ข้อมูลสําคัญแก่องค์กรปกครองท้องถิ่นแล้วนํามาวิเคราะห์เพื่อหา วิธีแก้ไขร่วมกัน๗ ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการประชุมวางแผนตัดสินใจ ประชาชนมีส่วนร่วมในการนําเสนอข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจดําเนินการ รับฟังความคิดเห็นกัน ระหว่างประชาชนผู้บริหาร และบุคลากร ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจดําเนินการจัดทํา แผนพัฒนาส่วนท้องถิ่น๘ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจัดซื้อจัดจ้างวัสดุอุปกรณ์ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น๙ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสนอวิธีการทํางานแก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น๑๐ สรุป ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการประชุมวางแผนตัดสินใจ ประชาชนมีส่วนร่วมในการนําเสนอข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจดําเนินการ รับฟังความคิดเห็นกัน ระหว่างประชาชนผู้บริหาร และบุคลากร ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจดําเนินการจัดทํา แผนพัฒนาส่วนท้องถิ่น ร่วมแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชนหรือท้องถิ่นของตนอาจผ่านทางผู้นํา ท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนําปัญหาเหล่านั้นมาปรับปรุงแก้ไขเพื่อประโยชน์ของประชาชน ๒. ด้านการจัดทํานโยบาย พบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมี ส่วนร่วมในการจัดทําแผนนโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น๑๑ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมี ส่วนร่วมในการทําประชาคมนโยบายการพัฒนาของท้องถิ่นและแสดงความคิดเห็นในการจัดทํา ๑ สัมภาษณ์พระครูโอภาสกิจจานุกิจ, เจ้าคณะอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒ สัมภาษณ์พระอธิการวุฒิชัย ขนฺติธโร, เจ้าอาวาสวัดโนนสูง, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓ สัมภาษณ์วรรธนะชัย โพธิ์ศรี, นายกเทศมนตรีตําบลซําสูง, ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๔ สัมภาษณ์ประเสริฐ กางจันทา, นายกองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕ สัมภาษณ์ปรีชา สินวรณ์, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านแห้ว, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖ สัมภาษณ์ชลดา ศรีโสภา, ประธานกลุ่มผู้ผลิตผ้าฝ้าย, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗ สัมภาษณ์สุดใจ สํานักแห้ว, ผู้ใหญ่บ้าน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘ สัมภาษณ์สมศรีเศษภักดี, กรรมการกลุ่มพัฒนาสตรีตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๙ สัมภาษณ์ทองชิต วงษ์ษา, ประธานกลุ่มจิตอาสา, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐ สัมภาษณ์ชาติชาย เศษภักดี, กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๑ สัมภาษณ์พระครูโอภาสกิจจานุกิจ, เจ้าคณะอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.


๑๐๙ นโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น๑๒ ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าไปศึกษาข้อมูลในการจัดทํา นโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมทั้งเสนอแนะวิธีที่จะทําให้นโยบายบรรลุเป้าหมาย๑๓ ควรสร้างความตระหนักร่วมถึงปัญหาที่จะต้องวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาสังคมและร่วมกันวางแผน ตัดสินใจในการดําเนินงานพัฒนาร่วมกัน๑๔ ควรส่งเสริมให้ประชาชนติดตามและประเมินผลการ ดําเนินงานตามนโยบายเพื่อทําให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้มีความเข้าใจในกระบวนการรวมถึง ผลประโยชน์ที่ควรจะได้รับ๑๕ ควรส่งเสริมให้ชาวบ้านเข้าร่วมในการพัฒนาและแก้ปัญหาที่เกิดภายใน พื้นที่ของตนซึ่งตัวแทนภาครัฐจะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีและให้โอกาสอย่างเต็มที่ไม่ใช่ทําตัวขัดขวาง การมีส่วนร่วมของประชาชน๑๖ ควรส่งเสริมให้ร่วมทํา ร่วมวางแผน ร่วมดําเนินการ ร่วมกัน ประเมินผลและร่วมกันรับผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น๑๗ ควรสนับสนุนให้ประชาชนและบุคลากรในองค์กร ร่วมกันรับรู้เกี่ยวกับนโยบายและความสําคัญของการมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงสิ้นสุดกระบวนการ ทั้งในด้านการตัดสินใจ ด้านปฏิบัติการ ด้านการรับผลประโยชน์และด้านการประเมินผล๑๘ ควร ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าไปศึกษาข้อมูลในการจัดทํานโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมทั้ง เสนอแนะวิธีที่จะทําให้นโยบายบรรลุเป้าหมาย๑๙ ควรสร้างความตระหนักร่วมถึงปัญหาที่จะต้อง วิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาสังคมและร่วมกันวางแผนตัดสินใจในการดําเนินงานพัฒนาร่วมกัน๒๐ สรุป ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทําประชาคมนโยบายการพัฒนาของ ท้องถิ่นและแสดงความคิดเห็นในการจัดทํานโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมให้ ประชาชนเข้าไปศึกษาข้อมูลในการจัดทํานโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมทั้งเสนอแนะ วิธีที่จะทําให้นโยบายบรรลุเป้าหมาย ๓. ด้านการติดตามข่าวสาร พบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริมให้ประชาชนมีความ สนใจข่าวสารเกี่ยวกับการเมืองการปกครองส่วนท้องถิ่น๒๑ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ ติดตามและเสนอข่าวสารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น๒๒ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ นําเสนอข้อมูลข่าวสารการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองท้องถิ่น๒๓ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีความ สนใจในการรับรู้ข่าวสารเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนอภิปราย ถ่ายทอดข่าวสารต่าง ๆ ระหว่างสมาชิกใน ๑๒ สัมภาษณ์พระอธิการวุฒิชัย ขนฺติธโร, เจ้าอาวาสวัดโนนสูง, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๓ สัมภาษณ์วรรธนะชัย โพธิ์ศรี, นายกเทศมนตรีตําบลซําสูง, ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๑๔ สัมภาษณ์ประเสริฐ กางจันทา, นายกองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๕ สัมภาษณ์ปรีชา สินวรณ์, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านแห้ว, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๖ สัมภาษณ์ชลดา ศรีโสภา, ประธานกลุ่มผู้ผลิตผ้าฝ้าย, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๗ สัมภาษณ์สุดใจ สํานักแห้ว, ผู้ใหญ่บ้าน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๘ สัมภาษณ์สมศรีเศษภักดี, กรรมการกลุ่มพัฒนาสตรีตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๙ สัมภาษณ์ทองชิต วงษ์ษา,ประธานกลุ่มจิตอาสา, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒๐ สัมภาษณ์ชาติชาย เศษภักดี, กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒๑ สัมภาษณ์พระครูโอภาสกิจจานุกิจ, เจ้าคณะอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒๒ สัมภาษณ์พระอธิการวุฒิชัย ขนฺติธโร, เจ้าอาวาสวัดโนนสูง, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒๓ สัมภาษณ์วรรธนะชัย โพธิ์ศรี, นายกเทศมนตรีตําบลซําสูง, ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔.


๑๑๐ สังคม๒๔ ควรมีการประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวและสนใจที่ติดตาม ข่าวสารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น๒๕ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรณรงค์และช่วย ในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น๒๖ ควรส่งเสริมให้ประชาชนรวมกลุ่มกัน จัดตั้งแหล่งข้อมูลข่าวสารทางการเมืองในชุมชนเพื่อที่จะได้รับข่าวสารที่ทันต่อเหตุการณ์เพื่อก่อให้เกิด ประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมในชุมชนของตน๒๗ ควรมีการให้ความรู้สร้างความเข้าใจเกี่ยวกับ การรับรู้ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ และข้อคิดเห็นที่ประชาชน ควรเสนอเมื่อได้รับข้อมูลแล้วเพื่อให้รองรับ กับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของท้องถิ่นและบ้านเมืองในปัจจุบัน๒๘ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วน ร่วมในการติดตามและเสนอข่าวสารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น๒๙ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการนําเสนอข้อมูลข่าวสารการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองท้องถิ่น๓๐ สรุป ส่งเสริมให้ประชาชนมีความสนใจในการรับรู้ข่าวสารเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน อภิปราย ถ่ายทอดข่าวสารต่าง ๆ ระหว่างสมาชิกในสังคม ควรมีการประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ เพื่อ กระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวและสนใจที่ติดตามข่าวสารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการรณรงค์และช่วยในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น และให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองความเคลื่อนไหวทาง การเมืองที่เกิดขึ้นอย่างสม่ําเสมอ อันก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนเป็นอย่างมากในการรับรู้ ข่าวสารและทันต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ๔. ด้านการตรวจสอบ พบว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วม ตรวจสอบการปฏิบัติงานของบุคลากรองค์กรปกครองท้องถิ่น๓๑ ควรส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม ในการตรวจสอบการใช้งบประมาณ๓๒ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบความ โปร่งใสในการทํางานของนักการเมืองท้องถิ่น๓๓ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการใช้จ่าย งบประมาณประจําปี ๓๔ ควรส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมตรวจสอบผลการทําโครงการต่าง ๆ ของ นักการเมืองท้องถิ่น๓๕ ควรส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนไม่เฉพาะภาคประชาชนเท่านั้น ให้เข้ามามีส่วนร่วม ๒๔ สัมภาษณ์ประเสริฐ กางจันทา, นายกองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒๕ สัมภาษณ์ปรีชา สินวรณ์, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านแห้ว, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒๖ สัมภาษณ์ชลดา ศรีโสภา, ประธานกลุ่มผู้ผลิตผ้าฝ้าย, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒๗ สัมภาษณ์สุดใจ สํานักแห้ว, ผู้ใหญ่บ้าน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒๘ สัมภาษณ์สมศรีเศษภักดี, กรรมการกลุ่มพัฒนาสตรีตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๒๙ สัมภาษณ์ทองชิต วงษ์ษา, ประธานกลุ่มจิตอาสา, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓๐ สัมภาษณ์ชาติชาย เศษภักดี,กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓๑ สัมภาษณ์พระครูโอภาสกิจจานุกิจ, เจ้าคณะอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓๒ สัมภาษณ์พระอธิการวุฒิชัย ขนฺติธโร, เจ้าอาวาสวัดโนนสูง, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓๓ สัมภาษณ์วรรธนะชัย โพธิ์ศรี, นายกเทศมนตรีตําบลซําสูง, ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๓๔ สัมภาษณ์ประเสริฐ กางจันทา, นายกองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓๕ สัมภาษณ์ปรีชา สินวรณ์, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านแห้ว, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.


๑๑๑ ในกระบวนการติดตามตรวจสอบการดําเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น๓๖ ควรสร้างรูปแบบ ของการเป็นอาสาสมัครเข้ามาร่วมตรวจสอบ เพื่อสร้างจิตสํานึกของความเป็นเจ้าของชุมชนร่วมกันใน เชิงพื้นที่เพื่อขจัดความไม่สนใจซึ่งกันและกันออกไป๓๗ ควรส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมใน กระบวนการติดตามตรวจสอบการดําเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น๓๘ ควรส่งเสริมให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบความโปร่งใสในการทํางานของนักการเมืองท้องถิ่น๓๙ ส่งเสริมให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการใช้จ่ายงบประมาณประจําปี ๔๐ สรุป ควรส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนไม่เฉพาะภาคประชาชนเท่านั้น ให้เข้ามามีส่วนร่วมใน กระบวนการติดตามตรวจสอบการดําเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การสร้างรูปแบบของ การเป็นอาสาสมัครเข้ามาร่วมตรวจสอบ เพื่อสร้างจิตสํานึกของความเป็นเจ้าของชุมชนร่วมกันใน พื้นที่เพื่อขจัดความไม่สนใจซึ่งกันและกันออกไป ตรวจสอบในเรื่องของการบริหารงานว่ามีความ โปร่งใสหรือไม่ตรงกับความต้องการของประชาชนหรือไม่ซึ่งขั้นตอนหรือกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์การ โดยพร้อมเพียงกัน๔๑ ควรมีส่วนร่วมการประชุมกําหนดมาตรฐานต่าง ๆ ๔๒ การตรงต่อ เวลาเป็นการเสียสละ เป็นการแสดงน้ําใจเห็นอกเห็นใจผู้อื่น๔๓ ควรมีส่วนร่วมการประชุมกําหนด มาตรฐานต่าง ๆ ในการทํางานก็เป็นการวางระบบให้ทํางานอย่างพร้อมเพรียงกันได้อย่างหนึ่ง ๔๔ เมื่อมี การประชุมควรเข้าร่วมการประชุมก่อนเวลาหรือตรงเวลา๔๕ สรุป ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนการทํากิจที่ควรทําโดยพร้อมเพียงกัน เพื่อให้เกิดความ ปกครองส่วนท้องถิ่นได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็นได้ ๔.๓.๒ ผลการวิเคราะห์ข้อเสนอแนะใน การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่นตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ ผลการวิเคราะห์แบบสัมภาษณ์การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการ ปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่นตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ มีดังนี้ ๓๖ สัมภาษณ์ชลดา ศรีโสภา, ประธานกลุ่มผู้ผลิตผ้าฝ้าย, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓๗ สัมภาษณ์สุดใจ สํานักแห้ว, ผู้ใหญ่บ้าน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓๘ สัมภาษณ์สมศรีเศษภักดี, กรรมการกลุ่มพัฒนาสตรีตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๓๙ สัมภาษณ์ทองชิต วงษ์ษา, ประธานกลุ่มจิตอาสา, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๐ สัมภาษณ์ชาติชาย เศษภักดี, กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๑ สัมภาษณ์สมศรีเศษภักดี, กรรมการกลุ่มพัฒนาสตรีตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๒ สัมภาษณ์ทองชิต วงษ์ษา, ประธานกลุ่มจิตอาสา, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๓ สัมภาษณ์ชาติชาย เศษภักดี, กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๔ สัมภาษณ์ทองชิต วงษ์ษา, ประธานกลุ่มจิตอาสา, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๕ สัมภาษณ์ชาติชาย เศษภักดี, กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.


๑๑๒ ๑. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์พบว่า ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าร่วมประชุมและ ต้องแสดงความคิดเห็นอย่างสุจริตและตรงไปตรงมา๔๖ การอยู่ร่วมกัน การทํางานร่วมกันของคนใน สังคมจะต้องมีการพบปะประชุมปรึกษาหารือกันสม่ําเสมอ๔๗ เพื่อแก้ไขปัญหาและแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นซึ่งกันและกัน ยอมรับในเหตุผลที่ถูกต้องที่เป็นประโยชน์จะต้องมีการพบปะประชุมเพื่อความ เข้าใจที่ดีต่อกันของทุกคนในสังคม เช่น ในครอบครัว พ่อ แม่ลูก มีอะไรพูดกันปรึกษากัน ลูกก็จะ อบอุ่น ปัญหาลูกไปติดยาเสพติด ก็จะไม่เกิดขึ้น๔๘ ในสถานที่ทํางาน หัวหน้ามีการประชุมปรึกษากับ ผู้ร่วมงานทุกครั้ง งานก็จะราบรื่น หากมีข้อผิดพลาด ทุกคนก็จะยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น๔๙ การประชุม พบปะปรึกษาหารือกันในกิจการงานต่าง ๆ อย่าง สม่ําเสมอ เพื่อแก้ปัญหาในการสื่อสาร ควรมีการ ประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันเพื่อเป็นการยอมรับในเหตุผลที่ถูกต้อง และที่เป็น ประโยชน์ในการสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน๕๐ การประชุมเป็นการหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ร่วมกัน การประชุมกันบ่อย ๆ คุยกันบ่อย ๆ นั้น เป็นการระดมมันสมอง๕๑ รวมความสามารถที่ทุกคน มีแล้วนํามาแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องส่งเสริมกับหมู่คณะให้มีความเจริญในด้านต่าง ๆ๕๒ การประชุม กันเนืองนิตย์นั้นก็คือมีความสอดคล้องกับ หลักการมีส่วนร่วม ของหลักธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นหลักการ บริหารบ้านเมืองที่ดี ๕๓ ควรเข้าร่วมรับฟังการประชุมภายในองค์กรหรือชุมชนอยู่เป็นประจํา๕๔ ควรมี การประชุมปรึกษาหารือ กับบุคลากรภายในองค์กรหรือชุมชนอยู่เป็นประจํา๕๕ สรุป ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าร่วมประชุมและต้องแสดงความคิดเห็นอย่างสุจริต และตรงไปตรงมา การอยู่ร่วมกัน การทํางานร่วมกันของคนในสังคมจะต้องมีการพบปะประชุม ปรึกษาหารือกันสม่ําเสมอ เพื่อแก้ไขปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ยอมรับใน เหตุผลที่ถูกต้องที่เป็นประโยชน์การประชุมกันเนืองนิตย์เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามา ทํางานร่วมกันในการระดมความคิดระดมสมองช่วยกันคิดช่วยกันทําในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน ท้องถิ่นของตนเอง ๒. พร้อมเพรียงกันประชุม พบว่า ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนการทํากิจที่ควรทําโดย พร้อมเพียงกันเพื่อให้เกิดความยุติธรรมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของหมู่คนที่อยู่รวมกัน ไม่กินแหนง แคลงใจกัน จะทํางานอะไรก็สําเร็จได้ ๕๖ การตรงต่อเวลาเป็นการเสียสละ เป็นการแสดงน้ําใจเห็นอก ๔๖ สัมภาษณ์พระครูโอภาสกิจจานุกิจ, เจ้าคณะอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๗ สัมภาษณ์ชาติชาย เศษภักดี,กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๘ สัมภาษณ์พระอธิการวุฒิชัย ขนฺติธโร, เจ้าอาวาสวัดโนนสูง, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๔๙ สัมภาษณ์วรรธนะชัย โพธิ์ศรี, นายกเทศมนตรีตําบลซําสูง, ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๕๐ สัมภาษณ์ประเสริฐ กางจันทา, นายกองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕๑ สัมภาษณ์ทองชิต วงษ์ษา,ประธานกลุ่มจิตอาสา, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕๒ สัมภาษณ์ปรีชา สินวรณ์, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านแห้ว, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕๓ สัมภาษณ์ชลดา ศรีโสภา, ประธานกลุ่มผู้ผลิตผ้าฝ้าย, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕๔ สัมภาษณ์สุดใจ สํานักแห้ว, ผู้ใหญ่บ้าน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕๕ สัมภาษณ์สมศรีเศษภักดี, กรรมการกลุ่มพัฒนาสตรีตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕๖ สัมภาษณ์พระครูโอภาสกิจจานุกิจ, เจ้าคณะอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.


๑๑๓ เห็นใจผู้อื่น๕๗ การพร้อมเพียงกันประชุมนั้นจะมีความสอดคล้องกับหลักการบริหารขององค์การ บริหารส่วนท้องถิ่น คือหลักธรรมมาภิบาลในข้อ หลักการมีส่วนร่วม และหลักนิติธรรมในการประชุม ระหว่างทั้งองค์กร และในภาคส่วนราชกองต่าง ๆ๕๘ หัวหน้าที่ดีจึงต้องรักษาเวลาทั้งการเริ่มและเลิก ประชุม การทํากิจต่าง ๆ ตามมติที่ประชุม เป็นการเสียสละ๕๙ ควรมีส่วนร่วมการประชุมกําหนด มาตรฐานต่าง ๆ ในการทํางานก็เป็นการวางระบบให้ทํางานอย่างพร้อมเพรียงกันได้อย่างหนึ่ง ๖๐ เมื่อมี การประชุมควรเข้าร่วมการประชุมก่อนเวลาหรือตรงเวลา๖๑ เมื่อมีการประชุมไม่ควรละทิ้งการประชุม โดยไม่มีเหตุอันสมควร ควรเข้าร่วมทํากิจกรรม เช่น ลงมติเห็นชอบในการประชุมต่าง ๆ โดยพร้อม เพียงกัน๖๒ ควรมีส่วนร่วมในการประชุม/โครงการ/กิจกรรมกับทางองค์กรและชุมชน สามัคคีเป็น อันหนึ่งอันเดียวกันของหมู่คนที่อยู่รวมกัน ไม่กินแหนงแคลงใจกัน จะทํางานอะไรก็สําเร็จได้ตามความ ต้องการโดยนึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก การตรงต่อเวลาเป็นการเสียสละ เป็นการแสดง น้ําใจเห็นอกเห็นใจผู้อื่น การพร้อมเพรียงกันประชุม การทําข้อตกลงร่วมกันว่าจะประชุมโดยพร้อม เพรียงกันตามระยะเวลาที่กําหนดเพื่อความเรียบร้อยดีงามขององค์กร ๓. ด้านการไม่บัญญัติหรือไม่ล้มล้างข้อบัญญัติไว้พบว่า ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชน มีการแสดงความคิดเห็นต่อข้อบัญญัติที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์แก่ชุมชนท่านยินดีปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับ๖๓ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสําคัญกับกฎระเบียบ ข้อบังคับเทศบัญญัติและกฎหมายที่มีอยู่ ๖๔ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมการในการบัญญัติ ข้อกฎหมายของท้องถิ่น๖๕ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้อบัญญัติที่มีอยู่ ให้เป็นสากลและทันกับการพัฒนา๖๖ ไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามความต้องการของบุคคล ใดบุคคลหนึ่งไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามความต้องการของกลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง ๖๗ ไม่ บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามอิทธิพลใดอิทธิพลหนึ่ง ไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ โดยไม่ คํานึงถึงความถูกต้อง๖๘ ไม่บัญญัติระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ โดยไม่คํานึงถึงความชอบธรรมควรเคารพ และปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ และข้อบังคับของชุมชนอย่างเคร่งครัด และสม่ําเสมอ๖๙ ปฏิบัติตนตาม ๕๗ สัมภาษณ์พระอธิการวุฒิชัย ขนฺติธโร, เจ้าอาวาสวัดโนนสูง, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๕๘ สัมภาษณ์วรรธนะชัย โพธิ์ศรี, นายกเทศมนตรีตําบลซําสูง, ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๕๙ สัมภาษณ์ประเสริฐ กางจันทา, นายกองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๐ สัมภาษณ์ปรีชา สินวรณ์, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านแห้ว, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๑ สัมภาษณ์ชลดา ศรีโสภา, ประธานกลุ่มผู้ผลิตผ้าฝ้าย, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๒ สัมภาษณ์สุดใจ สํานักแห้ว, ผู้ใหญ่บ้าน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๓ สัมภาษณ์พระครูโอภาสกิจจานุกิจ, เจ้าคณะอําเภอซําสูง, จังหวัดขอนแก่น, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๔ สัมภาษณ์พระอธิการวุฒิชัย ขนฺติธโร, เจ้าอาวาสวัดโนนสูง, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๕ สัมภาษณ์วรรธนะชัย โพธิ์ศรี, นายกเทศมนตรีตําบลซําสูง, ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๖๖ สัมภาษณ์ประเสริฐ กางจันทา, นายกองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๗ สัมภาษณ์ปรีชา สินวรณ์, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านแห้ว, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๘ สัมภาษณ์ชลดา ศรีโสภา, ประธานกลุ่มผู้ผลิตผ้าฝ้าย, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๖๙ สัมภาษณ์สุดใจ สํานักแห้ว, ผู้ใหญ่บ้าน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.


๑๑๔ กฎระเบียบของชุมชน เช่น ปฏิบัติตามกฎจราจร โดยข้ามถนนตรงทางม้าลายหรือสะพานลอย ไม่วิ่ง ข้ามถนนตัดหน้ารถ ไม่ทิ้งขยะลงในที่สาธารณะ๗๐ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึง ความสําคัญกับกฎระเบียบ ข้อบังคับเทศบัญญัติและกฎหมายที่มีอยู่ ๗๑ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชน มีส่วนร่วมการในการบัญญัติข้อกฎหมายของท้องถิ่น๗๒ สรุป ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีการแสดงความคิดเห็นต่อข้อบัญญัติที่มีอยู่ให้เป็น ประโยชน์แก่ชุมชนท่านยินดีปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชน ตระหนักถึงความสําคัญกับกฎระเบียบ ข้อบังคับเทศบัญญัติและกฎหมายที่มีอยู่ควรมีการส่งเสริมให้ ประชาชนมีส่วนร่วมการในการบัญญัติข้อกฎหมายของท้องถิ่น ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วน ร่วมในการตรวจสอบข้อบัญญัติที่มีอยู่ให้เป็นสากลและทันกับการพัฒนา ๔. ด้านการเคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชา พบว่าส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติ ตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วยความเคารพเชื่อฟัง และให้เกียรติผู้บังคับบัญชา๗๓ ให้ ความเคารพและรับฟังความคิดเห็นคําแนะนําของผู้ใหญ่ผู้ใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์ยาวนาน ดังนั้น เราต้องให้เกียรติให้ความเคารพนับถือ และรับฟังความคิดเห็นของท่านในฐานะที่เป็นผู้รู้และมี ประสบการณ์มามาก๗๔ การอยู่ร่วมกันในหมู่คณะจําเป็นต้องมีผู้นําและผู้ตาม เราต้องเคารพนับถือผู้ เป็นใหญ่เป็นประธานเคารพผู้บริหารหมู่คณะถ้าเราให้การเคารพและเชื่อฟังผู้นําหมู่คณะสังคมก็จะไม่ วุ่นวาย๗๕ ประชาชนควรรับฟังคําวิพากษ์วิจารณ์จากผู้บังคับบัญชา ความสงบ หลีกเลี่ยงการแสดง อารมณ์หรือโต้เถียง๗๖ ส่งเสริมให้ประชาชนมีการเสนอข้อคิดเห็นด้วยความสุภาพอ่อนน้อมเมื่อ ผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนถามความเห็น๗๗ ประชาชนควรปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และคําสั่งของ องค์กรเพื่อเป็นการให้เกียรติและยอมรับผู้บังคับบัญชา๗๘ ส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่ง ผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนเพื่อให้บรรลุไปตามวัตถุประสงค์ของชุมชนและองค์กร๗๙ ส่งเสริมให้ ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนเพื่อให้บรรลุไปตามนโยบายขององค์กรและ ชุมชน๘๐ ส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนปฏิบัติเพื่อให้บรรลุไปตาม พันธกิจขององค์กร ส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนเพื่อให้บรรลุไป ๗๐ สัมภาษณ์สมศรีเศษภักดี, กรรมการกลุ่มพัฒนาสตรีตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๑ สัมภาษณ์ทองชิต วงษ์ษา, ประธานกลุ่มจิตอาสา, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๒ สัมภาษณ์ชาติชาย เศษภักดี, กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๓ สัมภาษณ์พระครูโอภาสกิจจานุกิจ, เจ้าคณะอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๔ สัมภาษณ์พระอธิการวุฒิชัย ขนฺติธโร, เจ้าอาวาสวัดโนนสูง, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๕ สัมภาษณ์วรรธนะชัย โพธิ์ศรี, นายกเทศมนตรีตําบลซําสูง, ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๗๖ สัมภาษณ์ประเสริฐ กางจันทา, นายกองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๗ สัมภาษณ์ปรีชา สินวรณ์, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านแห้ว, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๘ สัมภาษณ์ชลดา ศรีโสภา, ประธานกลุ่มผู้ผลิตผ้าฝ้าย, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๗๙ สัมภาษณ์สุดใจ สํานักแห้ว, ผู้ใหญ่บ้าน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘๐ สัมภาษณ์สมศรีเศษภักดี, กรรมการกลุ่มพัฒนาสตรีตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.


๑๑๕ ตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต๘๑ ส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วยความขยันหมั่นเพียร๘๒ สรุป ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วย ความเคารพเชื่อฟัง และให้เกียรติผู้บังคับบัญชา ให้ความเคารพและรับฟังความคิดเห็นคําแนะนําของ ผู้ใหญ่ผู้ใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์ยาวนาน ดังนั้นเราต้องให้เกียรติให้ความเคารพนับถือ และรับฟัง ความคิดเห็นของท่านในฐานะที่เป็นผู้รู้และมีประสบการณ์มามากปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือ ผู้นําชุมชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ๕. ด้านการให้เกียรติและคุ้มครองสิทธิสตรีพบว่าส่งเสริมให้ประชาชนเห็นด้วยกับการที่ สตรีได้มีส่วนร่วมในการทํางานทางการเมือง๘๓ ส่งเสริมให้ประชาชนเห็นด้วยกับการที่สตรีได้แสดง ความคิดเห็นทางการเมือง๘๔ ส่งเสริมให้ประชาชนเห็นด้วยกับการที่สตรีได้มีบทบาทและหน้าที่ใน หมู่บ้าน๘๕ ส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชน องค์กรได้เปิดโอกาสให้สตรีได้มีส่วนร่วมภายในองค์กร๘๖ ส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนองค์กรได้เปิดโอกาสให้สตรีได้บริหาร ภายในองค์กร๘๗ ส่งเสริมให้ ประชาชนในองค์กรและชุมชนเปิดได้โอกาสให้สตรีได้มีบทบาทและหน้าที่ภายในองค์กร๘๘ ส่งเสริมให้ ประชาชนในองค์กรและชุมชนได้จัดสรรตําแหน่งงานภายในองค์กรให้ผู้หญิงและผู้ชายในสัดส่วนที่ สมเหตุสมผล๘๙ ส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนเปิดโอกาสให้สตรีได้รับความคุ้มครองโดย ชอบธรรมตามกฎหมาย๙๐ ส่งเสริมให้ประชาชนเห็นด้วยกับการที่สตรีได้แสดงความคิดเห็นทางการ เมือง๙๑ ส่งเสริมให้ประชาชนเห็นด้วยกับการที่สตรีได้มีบทบาทและหน้าที่ในหมู่บ้าน๙๒ สรุป ควรส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนเปิดได้โอกาสให้สตรีได้มีบทบาทและ หน้าที่ภายในองค์กร ส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนได้จัดสรรตําแหน่งงานภายในองค์กรให้ ผู้หญิงและผู้ชายในสัดส่วนที่สมเหตุสมผล ส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนเปิดโอกาสให้สตรี ได้รับความคุ้มครองโดยชอบธรรมตามกฎหมาย ๘๑ สัมภาษณ์ทองชิต วงษ์ษา,ประธานกลุ่มจิตอาสา, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘๒ สัมภาษณ์ชาติชาย เศษภักดี,กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘๓ สัมภาษณ์พระครูโอภาสกิจจานุกิจ, เจ้าคณะอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘๔ สัมภาษณ์พระอธิการวุฒิชัย ขนฺติธโร, เจ้าอาวาสวัดโนนสูง, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘๕ สัมภาษณ์วรรธนะชัย โพธิ์ศรี, นายกเทศมนตรีตําบลซําสูง, ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๘๖ สัมภาษณ์ประเสริฐ กางจันทา, นายกองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘๗ สัมภาษณ์ปรีชา สินวรณ์, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านแห้ว, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘๘ สัมภาษณ์ชลดา ศรีโสภา, ประธานกลุ่มผู้ผลิตผ้าฝ้าย, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๘๙ สัมภาษณ์สุดใจ สํานักแห้ว, ผู้ใหญ่บ้าน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๙๐ สัมภาษณ์สมศรีเศษภักดี, กรรมการกลุ่มพัฒนาสตรีตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๙๑ สัมภาษณ์ทองชิต วงษ์ษา,ประธานกลุ่มจิตอาสา, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๙๒ สัมภาษณ์ชาติชาย เศษภักดี, กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.


๑๑๖ ๖. การเคารพศาสนสถานและรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม พบว่า ควรส่งเสริมให้ ประชาชนปลูกฝังจิตสํานึกให้ประชาชนรักท้องถิ่นของตนเอง๙๓ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมใน กิจกรรมหรือโครงการเกี่ยวกับความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนใน ท้องถิ่นนั้น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต๙๔ ปลูกฝังส่งเสริมพัฒนา สังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีความสงบสุข ความรักความสามัคคีปรองดองเอื้ออาทรบนพื้นฐานค่านิยม ความเป็นไทย๙๕ พัฒนาและเปิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่อุทยานประวัติศาสตร์โบราณสถาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติหอศิลปะ หอสมุดแห่งชาติหอ จดหมายเหตุแห่งชาติศูนย์วัฒนธรรม และโรงละคร๙๖ การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และ เสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างกันด้านวัฒนธรรม๙๗ ส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนเข้าร่วมงาน ส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น๙๘ ส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนรักษาศิลปวัฒนธรรม ประเพณีของท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนได้ร่วมปลูกฝังจิตสํานึกให้ประชาชนรักท้องถิ่นของตนเอง วัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นควรรักษาไว้ ๙๙ การจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และเสริมสร้างความ เข้าใจอันดีระหว่างกันด้านวัฒนธรรม๑๐๐ ส่งเสริมให้ประชาชนได้มีส่วนเข้าร่วมงานส่งเสริม ศิลปวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น๑๐๑ สรุป ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรม หรือโครงการ เกี่ยวกับความ เชื่อถือศรัทธาของประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตปลูกฝัง ส่งเสริมพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีความสงบสุข ส่งเสริมให้ประชาชนเคารพศาสนสถานและ รักษาวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนรักวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง ส่งเสริมให้ ประชาชนได้รักษาศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ๗. จัดให้ความอารักขา บํารุง คุ้มครอง พบว่าส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการดูแล สถานที่และช่วยเหลือพระภิกษุสงฆ์ในชุมชนท้องถิ่น๑๐๒ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้การส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา๑๐๓ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือกิจกรรม งานคณะสงฆ์ภายในชุมชนท้องถิ่น๑๐๔ ส่งเสริมคุ้มครองดูแลพระภิกษุสงฆ์อํานวยความสะดวกด้วย ๙๓ สัมภาษณ์พระครูโอภาสกิจจานุกิจ, เจ้าคณะอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๙๔ สัมภาษณ์พระอธิการวุฒิชัย ขนฺติธโร, เจ้าอาวาสวัดโนนสูง, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๙๕ สัมภาษณ์วรรธนะชัย โพธิ์ศรี, นายกเทศมนตรีตําบลซําสูง, ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔. ๙๖ สัมภาษณ์ประเสริฐ กางจันทา, นายกองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๙๗ สัมภาษณ์ปรีชา สินวรณ์, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านแห้ว, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๙๘ สัมภาษณ์ชลดา ศรีโสภา, ประธานกลุ่มผู้ผลิตผ้าฝ้าย, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๙๙ สัมภาษณ์สุดใจ สํานักแห้ว, ผู้ใหญ่บ้าน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๐ สัมภาษณ์ทองชิต วงษ์ษา, ประธานกลุ่มจิตอาสา, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๑ สัมภาษณ์ชาติชาย เศษภักดี, กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๒ สัมภาษณ์พระครูโอภาสกิจจานุกิจ, เจ้าคณะอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๓ สัมภาษณ์พระอธิการวุฒิชัย ขนฺติธโร, เจ้าอาวาสวัดโนนสูง, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๔ สัมภาษณ์วรรธนะชัย โพธิ์ศรี, นายกเทศมนตรีตําบลซําสูง, ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔.


๑๑๗ ปัจจัย ๔๑๐๕ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครองพระพุทธศาสนาโดยการปลูกฝังจิตสํานึก การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครอง พระพุทธศาสนาโดยนําหลักธรรมของศาสนามาใช้เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม๑๐๖ ส่งเสริมให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครองพระพุทธศาสนาโดยนําหลักธรรมของศาสนามาใช้พัฒนาคุณภาพ ชีวิต๑๐๗ ส่งเสริมให้ประชาชนรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม๑๐๘ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้ การส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมทางพระพุทธศาสนา๑๐๙ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ ช่วยเหลือกิจกรรมงานคณะสงฆ์ภายในชุมชนท้องถิ่น๑๑๐ สรุป ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครองพระพุทธศาสนาโดยนําหลักธรรมของ ศาสนามาใช้พัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมให้ประชาชนรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ส่งเสริมให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือกิจพระศาสนา บํารุงวัดวาอาราม สถานที่อันดีงามของท้องถิ่น สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัย จากการวิจัยเรื่อง การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ผู้วิจัยได้รับองค์ความรู้จากการวิจัยในครั้งนี้คือ ๑) ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และรายด้านอยู่ในระดับมาก ระดับการมี ส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ โดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ๒) ผลการเปรียบเทียบ พบว่า ประชาชนที่มีอายุระดับการศึกษา กลุ่มประชาสังคม และ รายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่นในภาพรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ นอกนั้น ไม่แตกต่างกัน ๓) ข้อเสนอแนะในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นในอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น พบว่า ผู้นําท้องถิ่นควรส่งเสริมให้ประชาชนประชุม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน เพื่อเป็นการยอมรับในเหตุผลที่ถูกต้อง ควรส่งเสริมให้ ประชาชนในองค์กรและชุมชนเคารพสิทธิของกันและกันโดยไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น สามารถ สรุปเป็นแผนภาพได้ดังนี้ ๑๐๕ สัมภาษณ์ประเสริฐ กางจันทา, นายกองค์การบริหารส่วนตําบลบ้านโนน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๖ สัมภาษณ์ปรีชา สินวรณ์, ผู้อํานวยการโรงเรียนบ้านแห้ว, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๗ สัมภาษณ์ชลดา ศรีโสภา, ประธานกลุ่มผู้ผลิตผ้าฝ้าย, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๘ สัมภาษณ์สุดใจ สํานักแห้ว, ผู้ใหญ่บ้าน, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๐๙ สัมภาษณ์ทองชิต วงษ์ษา, ประธานกลุ่มจิตอาสา, ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔. ๑๑๐ สัมภาษณ์ชาติชาย เศษภักดี, กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี, ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔.


๑๑๘ แผนภาพที่๔.๑ สรุปองค์ความรู้ที่ได้รับจากการวิจัย สรุปองค์ความรู้ที่ได้จากการวิจัย คือ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาค ประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่นตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ สามารถสรุปได้ดังนี้ ๑. ด้านการบริหาร พบว่า ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการประชุม วางแผนตัดสินใจ ประชาชนมีส่วนร่วมในการนําเสนอข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจดําเนินการ รับฟัง ความคิดเห็นกันระหว่างประชาชนผู้บริหาร และบุคลากร ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ดําเนินการจัดทําแผนพัฒนาส่วนท้องถิ่น ๒. ด้านการจัดทํานโยบาย พบว่า ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทํา ประชาคมนโยบายการพัฒนาของท้องถิ่นและแสดงความคิดเห็นในการจัดทํานโยบายขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าไปศึกษาข้อมูลในการจัดทํานโยบายขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นพร้อมทั้งเสนอแนะวิธีที่จะทําให้นโยบายบรรลุเป้าหมาย


๑๑๙ ๓. ด้านการติดตามข่าวสาร พบว่า ส่งเสริมให้ประชาชนมีความสนใจในการรับรู้ข่าวสาร เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนอภิปราย ถ่ายทอดข่าวสารต่าง ๆ ระหว่างสมาชิกในสังคม ควรมีการ ประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวและสนใจที่ติดตามข่าวสารขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรณรงค์และช่วยในการประชาสัมพันธ์ ข่าวสารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๔. ด้านการตรวจสอบ พบว่า ควรส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนไม่เฉพาะภาคประชาชนเท่านั้น ให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการติดตามตรวจสอบการดําเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การสร้างรูปแบบของการเป็นอาสาสมัครเข้ามาร่วมตรวจสอบ เพื่อสร้างจิตสํานึกของความเป็น เจ้าของชุมชนร่วมกันในเชิงพื้นที่เพื่อขจัดความไม่สนใจซึ่งกันและกันออกไป ๕. หม่ันประชุมกันเนืองนิตย์พบว่า ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าร่วมประชุมและ ต้องแสดงความคิดเห็นอย่างสุจริตและตรงไปตรงมา การอยู่ร่วมกัน การทํางานร่วมกันของคนในสังคม จะต้องมีการพบปะประชุมปรึกษาหารือกันสม่ําเสมอ เพื่อแก้ไขปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่ง กันและกัน ยอมรับในเหตุผลที่ถูกต้องที่เป็นประโยชน์ ๖. พร้อมเพรียงกันประชุม พบว่า ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนการทํากิจที่ควรทําโดย พร้อมเพียงกัน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของหมู่คนที่อยู่รวมกัน ไม่กินแหนง แคลงใจกัน จะทํางานอะไรก็สําเร็จได้ การตรงต่อเวลาเป็นการเสียสละ เป็นการแสดงน้ําใจเห็นอก เห็นใจผู้อื่น ๗. ด้านการไม่บัญญัติหรือไม่ล้มล้างข้อบัญญัติไว้พบว่า ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชน มีการแสดงความคิดเห็นต่อข้อบัญญัติที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์แก่ชุมชนท่านยินดีปฏิบัติตามกฎหมาย และระเบียบข้อบังคับ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสําคัญกับกฎระเบียบ ข้อบังคับ เทศบัญญัติและกฎหมายที่มีอยู่ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมการในการบัญญัติข้อ กฎหมายของท้องถิ่น ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้อบัญญัติที่มีอยู่ให้ เป็นสากลและทันกับการพัฒนา ๘. ด้านการเคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชา พบว่า ควรมีการส่งเสริมให้ ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วยความเคารพเชื่อฟัง และให้เกียรติ ผู้บังคับบัญชา ให้ความเคารพและรับฟังความคิดเห็นคําแนะนําของผู้ใหญ่ผู้ใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์ ยาวนาน ดังนั้นเราต้องให้เกียรติให้ความเคารพนับถือ และรับฟังความคิดเห็นของท่านในฐานะที่เป็น ผู้รู้และมีประสบการณ์มามากปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ๙. ด้านการให้เกียรติและคุ้มครองสิทธิสตรีพบว่า ควรส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กร และชุมชนเปิดได้โอกาสให้สตรีได้มีบทบาทและหน้าที่ภายในองค์กรส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กร และชุมชนได้จัดสรรตําแหน่งงานภายในองค์กรให้ผู้หญิงและผู้ชายในสัดส่วนที่สมเหตุสมผล ส่งเสริม ให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนเปิดโอกาสให้สตรีได้รับความคุ้มครองโดยชอบธรรมตามกฎหมาย ๑๐. การเคารพศาสนสถานและรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม พบว่า ควรมีการ ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรม หรือโครงการ เกี่ยวกับความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนใน ท้องถิ่นนั้น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตปลูกฝังส่งเสริมพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคม ที่มีความสงบสุข ส่งเสริมให้ประชาชนเคารพศาสนสถานและรักษาวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น


๑๒๐ ส่งเสริมให้ประชาชนรักวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง ส่งเสริมให้ประชาชนได้รักษาศิลปวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ๑๑. จัดให้ความอารักขา บํารุง คุ้มครอง พบว่า ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ คุ้มครองพระพุทธศาสนาโดยนําหลักธรรมของศาสนามาใช้พัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมให้ประชาชน รักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือกิจพระศาสนา บํารุงวัดวาอาราม


บทที่๕ สรุปผล อภิปรายและข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น” สามารถสรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ ตามลําดับ ดังนี้ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย ๕.๓ ข้อเสนอแนะ ๕.๑ สรุปผลการวิจัย ๕.๑.๑ ปัจจัยส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ประชาชนในเขตเทศบาลนครขอนแก่น ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จํานวน ๒๑๔ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๓.๕๐ มีอายุระหว่าง ๔๐ - ๔๙ ปีจํานวน ๑๐๘ คน คิดเป็นร้อย ละ ๒๗.๐๐ มีระดับการศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น จํานวน ๙๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๓.๒๐ เป็น สมาชิกกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าโอทอป จํานวน ๑๐๗ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๖.๘๐ มีรายได้๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท จํานวน ๑๐๙ คน คิดเป็นร้อยละ ๒๗.๒๐ ๕.๑.๒ ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ในอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ผลการวิจัยพบว่า ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอ ซําสูง จังหวัดขอนแก่น ทั้ง ๔ ด้าน คือ คือ ๑) ด้านการบริหาร ๒) ด้านการจัดทํานโยบาย ๓) ด้านการ ติดตามข่าวสาร ๔) ด้านการตรวจสอบ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (xത = ๓.๙๒) เมื่อพิจารณาเป็น รายด้านพบว่า อยู่ในระดับมากทุกด้านโดยเรียงค่าเฉลี่ยสูงสุดไปหาต่ําสุด พบว่า ด้านการบริหาร มี ค่าเฉลี่ยสูงสุด (xത = ๓.๙๔) รองลงมา คือ ด้านการติดตามข่าวสาร (xത = ๓.๙๓) ด้านการตรวจสอบ (xത = ๓.๙๒) และด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านการจัดทํานโยบาย (xത = ๓.๘๙) ตามลําดับ


๑๒๒ ๕.๑.๓ ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่นตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ ผลการวิจัยพบว่า ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอ ซําสูง จังหวัดขอนแก่นอปริหานิยธรรม ๗ ทั้ง ๗ ด้าน คือ ๑) หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์๒) พร้อม เพรียงกันประชุม ๓) ด้านการไม่บัญญัติหรือไม่ล้มล้างข้อบัญญัติไว้๔) ด้านการเคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่ หรือผู้บังคับบัญชา ๕) ด้านการให้เกียรติและคุ้มครองสิทธิสตรี๖) ด้านการเคารพศาสนสถานและ รักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ๗) จัดให้ความอารักขา บํารุง คุ้มครอง โดยภาพรวมอยู่ในระดับ (xത =๓.๙๘) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน อยู่ในระดับมาก เรียงลําดับจากมากไปหาน้อย สามลําดับแรก พบว่า ด้านการไม่บัญญัติหรือไม่ล้มล้างข้อบัญญัติไว้ (xത = ๔.๐๕) ด้านด้านการให้เกียรติและคุ้มครอง สิทธิสตรี (xത = ๔.๐๕) มีค่าเฉลี่ยสูงสุด รองลงมา คือ ด้านจัดให้ความอารักขา บํารุง คุ้มครอง (xത = ๔.๐๔) ด้านพร้อมเพรียงกันประชุม (xത = ๓.๙๔) ด้านการเคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชา (xത = ๓.๙๔) และด้านการเคารพศาสนสถานและรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม (xത = ๓.๙๔) ตามลําดับ ๕.๑.๔ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูงจังหวัดขอนแก่น จําแนกตามปัจจัยสวนบุ่คคล และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาค ประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่นตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ ผลการวิจัยพบว่า ๑) ประชาชนที่มีเพศต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการ ปกครองท้องถิ่นในอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น โดยภาพรวม ไม่แตกต่างกัน ดังนั้นจึงปฏิเสธ สมมติฐานที่ตั้งไว้ ๒) ประชาชนที่มีอายุต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการ ปกครองท้องถิ่นในอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น โดยภาพรวม แตกต่างกัน ดังนั้นจึงยอมรับสมมติฐาน ที่ตั้งไว้ ๓) ประชาชนที่มีระดับการศึกษาต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่นในอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น โดยภาพรวม แตกต่างกัน ดังนั้นจึง ยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ๔) ประชาชนที่มีกลุ่มประชาสังคมต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชา สังคมในการปกครองท้องถิ่นในอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น โดยภาพรวม แตกต่างกัน ดังนั้นจึง ยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้ ๕) ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาค ประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นในอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น โดยภาพรวม แตกต่างกัน ดังนั้น จึงยอมรับสมมติฐานที่ตั้งไว้


๑๒๓ ๕.๑.๕ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น สรุปได้ดังนี้ ๑. ด้านการบริหาร ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการประชุมวางแผนตัดสินใจ ประชาชนมีส่วนร่วมในการนําเสนอข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจดําเนินการ รับฟังความคิดเห็นกัน ระหว่างประชาชนผู้บริหาร และบุคลากร ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจดําเนินการจัดทํา แผนพัฒนาส่วนท้องถิ่น ๒. ด้านการจัดทํานโยบาย ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทําประชาคมนโยบายการพัฒนาของ ท้องถิ่นและแสดงความคิดเห็นในการจัดทํานโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมให้ ประชาชนเข้าไปศึกษาข้อมูลในการจัดทํานโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมทั้งเสนอแนะ วิธีที่จะทําให้นโยบายบรรลุเป้าหมาย ๓. ด้านการติดตามข่าวสาร ส่งเสริมให้ประชาชนมีความสนใจในการรับรู้ข่าวสารเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน อภิปราย ถ่ายทอดข่าวสารต่าง ๆ ระหว่างสมาชิกในสังคม ควรมีการประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ เพื่อ กระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวและสนใจที่ติดตามข่าวสารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการรณรงค์และช่วยในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารขององค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น ๔. ด้านการตรวจสอบ ควรส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนไม่เฉพาะภาคประชาชนเท่านั้น ให้เข้ามามีส่วนร่วมใน กระบวนการติดตามตรวจสอบการดําเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การสร้างรูปแบบของ การเป็นอาสาสมัครเข้ามาร่วมตรวจสอบ เพื่อสร้างจิตสํานึกของความเป็นเจ้าของชุมชนร่วมกันในเชิง พื้นที่เพื่อขจัดความไม่สนใจซึ่งกันและกันออกไป ๕.๑.๖ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่นตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ สรุปได้ดังนี้ ๑. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าร่วมประชุมและต้องแสดงความคิดเห็นอย่างสุจริต และตรงไปตรงมา การอยู่ร่วมกัน การทํางานร่วมกันของคนในสังคมจะต้องมีการพบปะประชุม ปรึกษาหารือกันสม่ําเสมอ เพื่อแก้ไขปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ยอมรับใน เหตุผลที่ถูกต้องที่เป็นประโยชน์


๑๒๔ ๒. พร้อมเพรียงกันประชุม ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนการทํากิจที่ควรทําโดยพร้อมเพียงกัน เพื่อให้เกิด ความยุติธรรมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของหมู่คนที่อยู่รวมกัน ไม่กินแหนงแคลงใจกัน จะทํางานอะไรก็ สําเร็จได้ การตรงต่อเวลาเป็นการเสียสละ เป็นการแสดงน้ําใจเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ๓. ด้านการไม่บัญญัติหรือไม่ล้มล้างข้อบัญญัติไว้ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีการแสดงความคิดเห็นต่อข้อบัญญัติที่มีอยู่ให้เป็น ประโยชน์แก่ชุมชนท่านยินดีปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชน ตระหนักถึงความสําคัญกับกฎระเบียบ ข้อบังคับเทศบัญญัติและกฎหมายที่มีอยู่ควรมีการส่งเสริมให้ ประชาชนมีส่วนร่วมการในการบัญญัติข้อกฎหมายของท้องถิ่น ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วน ร่วมในการตรวจสอบข้อบัญญัติที่มีอยู่ให้เป็นสากลและทันกับการพัฒนา ๔. ด้านการเคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชา ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วย ความเคารพเชื่อฟัง และให้เกียรติผู้บังคับบัญชา ให้ความเคารพและรับฟังความคิดเห็นคําแนะนําของ ผู้ใหญ่ผู้ใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์ยาวนาน ดังนั้นเราต้องให้เกียรติให้ความเคารพนับถือ และรับฟัง ความคิดเห็นของท่านในฐานะที่เป็นผู้รู้และมีประสบการณ์มามากปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือ ผู้นําชุมชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ๕. ด้านการให้เกียรติและคุ้มครองสิทธิสตรี ควรส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนเปิดได้โอกาสให้สตรีได้มีบทบาทและ หน้าที่ภายในองค์กรส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนได้จัดสรรตําแหน่งงานภายในองค์กรให้ ผู้หญิงและผู้ชายในสัดส่วนที่สมเหตุสมผล ส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนเปิดโอกาสให้สตรี ได้รับความคุ้มครองโดยชอบธรรมตามกฎหมาย ๖. การเคารพศาสนสถานและรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรม หรือโครงการ เกี่ยวกับความ เชื่อถือศรัทธาของประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตปลูกฝัง ส่งเสริมพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมที่มีความสงบสุข ส่งเสริมให้ประชาชนเคารพศาสนสถานและ รักษาวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนรักวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง ส่งเสริมให้ ประชาชนได้รักษาศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ๗. จัดให้ความอารักขา บํารุง คุ้มครอง ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครองพระพุทธศาสนาโดยนําหลักธรรมของ ศาสนามาใช้พัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมให้ประชาชนรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ส่งเสริมให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือกิจพระศาสนา บํารุงวัดวาอาราม


๑๒๕ ๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย การอภิปรายผลในครั้งนี้ผู้วิจัยจะได้นําประเด็นที่มีความสําคัญการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น มีประเด็นที่น่าสนใจ สามารถนํามาอภิปรายผลได้ดังนี้ ๕.๒.๑ ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น จากการศึกษาพบว่า ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการ ปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่นโดยภาพรวม อยู่ในระดับมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการประชุมวางแผนตัดสินใจ ประชาชนมีส่วนร่วมในการ นําเสนอข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจดําเนินการ รับฟังความคิดเห็นกันระหว่างประชาชนผู้บริหาร และ บุคลากร ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจดําเนินการจัดทําแผนพัฒนาส่วนท้องถิ่น มีการส่งเสริมให้ ประชาชนมีส่วนร่วมในการทําประชาคมนโยบายการพัฒนาของท้องถิ่นและแสดงความคิดเห็นในการ จัดทํานโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าไปศึกษาข้อมูลในการจัดทํา นโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมทั้งเสนอแนะวิธีที่จะทําให้นโยบายบรรลุเป้าหมาย ส่งเสริมให้ประชาชนมีความสนใจในการรับรู้ข่าวสารเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนอภิปราย ถ่ายทอด ข่าวสารต่าง ๆ ระหว่างสมาชิกในสังคม ควรมีการประชาสัมพันธ์ทุกรูปแบบ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชน ตื่นตัวและสนใจที่ติดตามข่าวสารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมใน การรณรงค์และช่วยในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมให้ทุกภาค ส่วนไม่เฉพาะภาคประชาชนเท่านั้น ให้เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการติดตามตรวจสอบการ ดําเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การสร้างรูปแบบของการเป็นอาสาสมัครเข้ามาร่วม ตรวจสอบ เพื่อสร้างจิตสํานึกของความเป็นเจ้าของชุมชนร่วมกันในเชิงพื้นที่เพื่อขจัดความไม่สนใจซึ่ง กันและกันออกไป ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ สมเชาว์ภูพลผัน๑ ได้วิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วม ทางการเมืองของประชาชนในเขตเทศบาลตําบลโนนสูงอําเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์” ผลการวิจัยพบว่า ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตเทศบาลตําบลโนนสูง อําเภอ ยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน สามารถอภิปรายได้ดังนี้ ๑. ด้านการบริหาร ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการ ปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ด้านการบริหาร โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะว่า เปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการประชุมวางแผนตัดสินใจ ประชาชนมีส่วนร่วมในการนําเสนอข้อมูลเพื่อใช้ในการตัดสินใจดําเนินการ รับฟังความคิดเห็นกัน ๑ สมเชาว์ภูพลผัน, “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตเทศบาลตําบลโนนสูงอําเภอยาง ตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์”, การค้นคว้าอิสระรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม, ๒๕๕๙), หน้า บทคัดย่อ.


๑๒๖ ระหว่างประชาชนผู้บริหาร และบุคลากร ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจดําเนินการจัดทํา แผนพัฒนาส่วนท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ พระนุชิต นาคเสโน (โพวิชัย) ๒ ได้ทําการวิจัย เรื่อง “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการมูลฝอยของเทศบาล ตําบลทุ่งหลวง อําเภอ สุวรรณภูมิจังหวัดร้อยเอ็ด” ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานกําจัด มูลฝอยของเทศบาลตําบลทุ่งหลวง อําเภอสุวรรณภูมิจังหวัดร้อยเอ็ด โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก และสอดคล้องกับงานวิจัยของ พระมหาถนอม ฐานวโร (พิมพ์สุวรรณ์) ๓ ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การมี ส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนเทศบาลตําบลบ่อพลับ อําเภอเมือง จังหวัดนครปฐม” ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานขององค์การ บริหารส่วนเทศบาลตําบลบ่อพลับ อําเภอเมืองจังหวัดนครปฐม โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ๒. ด้านการจัดทํานโยบาย ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ด้านการจัดทํานโยบายโดยภาพรวมอยู่ใน ระดับมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า มีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการทําประชาคมนโยบาย การพัฒนาของท้องถิ่นและแสดงความคิดเห็นในการจัดทํานโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าไปศึกษาข้อมูลในการจัดทํานโยบายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพร้อมทั้ง เสนอแนะวิธีที่จะทําให้นโยบายบรรลุเป้าหมาย ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ฐิติอลีนา ใจเพียร๔ ได้ ทําการศึกษาเรื่อง “การมีส่วนร่วมของประชาชนในเขตเทศบาลตําบลเหมืองง่า อําเภอเมืองลําพูน จังหวัดลําพูน : ภายใต้กระบวนการจัดทําแผนพัฒนาท้องถิ่น” ผลการวิจัยพบว่าการมีส่วนร่วมของ ประชาชนในเขตเทศบาลตําบลเหมืองง่า อําเภอเมืองลําพูน จังหวัดลําพูน : ภายใต้กระบวนการจัดทํา แผนพัฒนาท้องถิ่น ด้านขั้นตอนการจัดทําแผน อยู่ในระดับปานกลาง ๓. ด้านการติดตามข่าวสาร ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคม ในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ด้านการติดตามข่าวสาร โดยภาพรวมอยู่ใน ระดับมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า มีการส่งเสริมให้ประชาชนมีความสนใจในการรับรู้ข่าวสารเพื่อเป็น การแลกเปลี่ยนอภิปราย ถ่ายทอดข่าวสารต่าง ๆ ระหว่างสมาชิกในสังคม ควรมีการประชาสัมพันธ์ ทุกรูปแบบ เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวและสนใจที่ติดตามข่าวสารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการรณรงค์และช่วยในการประชาสัมพันธ์ข่าวสารขององค์กร ๒ พระนุชิต นาคเสโน (โพวิชัย), “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการมูลฝอยของ เทศบาล ตําบลทุ่งหลวง อําเภอสุวรรณภูมิจังหวัดร้อยเอ็ด”, สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิต วิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๖๑), หน้า บทคัดย่อ. ๓ พระมหาถนอม ฐานวโร (พิมพ์สุวรรณ์), “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานขององค์การ บริหารส่วนเทศบาลตําบลบ่อพลับ อําเภอเมือง จังหวัดนครปฐม”, วารสารรัฐศาสตร์รอบรู้และสหวิทยาการ, ปีที่๓ ฉบับที่๑ (มกราคม-มิถุนายน ๒๕๖๑): ๑๗๔. ๔ ฐิติอลีนา ใจเพียร, “การมีส่วนร่วมของประชาชนในเขตเทศบาลตําบลเหมืองง่า อําเภอเมืองลําพูน จังหวัดลําพูน : ภายใต้กระบวนการจัดทําแผนพัฒนาท้องถิ่น”, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเนชั่น, ๒๕๕๘), หน้า บทคัดย่อ.


๑๒๗ ปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ จินตนา กะตากูล๕ ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชนศึกษาเฉพาะกรณี หมู่ที่๔ ตําบลช้างซ้าย อําเภอพระพรหมจังหวัดนครศรีธรรมราช”ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วม การเลือกตั้งทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชนศึกษาเฉพาะกรณีหมู่ที่๔ ตําบลช้างซ้าย อําเภอพระ พรหมจังหวัดนครศรีธรรมราช ด้านการรับรู้ข่าวสารทางการเมือง อยู่ในระดับปานกลางซึ่งสอดคล้อง กับ ภูสิทธ์ขันติกุล๖ ได้ทําการวิจัยเรื่อง “รูปแบบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนเขตดุสิต กรุงเทพมหานคร มีส่วนร่วมทางการเมือง ด้านการติดตามข่าวสารทางการเมือง อยู่ในระดับปานกลาง ๔. ด้านการตรวจสอบ ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมใน การปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ด้านการตรวจสอบ โดยภาพรวมอยู่ในระดับ มาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนไม่เฉพาะภาคประชาชนเท่านั้น ให้เข้ามามีส่วนร่วม ในกระบวนการติดตามตรวจสอบการดําเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การสร้างรูปแบบของ การเป็นอาสาสมัครเข้ามาร่วมตรวจสอบ เพื่อสร้างจิตสํานึกของความเป็นเจ้าของชุมชนร่วมกันในเชิง พื้นที่เพื่อขจัดความไม่สนใจซึ่งกันและกันออกไปซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ มานพ เข็มเมือง๗ ได้ทํา การวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชนในเขตเทศบาลตําบล หนองแวงอําเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์” ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งทาง การเมืองท้องถิ่นของประชาชนในเขตเทศบาลตําบลหนองแวง อําเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ด้านการติดตามตรวจสอบการเลือกตั้ง อยู่ในระดับน้อย และสอดคล้องกับงานวิจัยของ ดวงกมล กมล สินธุ ๘ ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการกําหนดนโยบายการ บริหารจัดการท้องถิ่นของเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา” ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชนในการกําหนดนโยบายการบริหารจัดการท้องถิ่นของเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา ด้านการ ตรวจสอบและติดตาม อยู่ในระดับน้อย ๕ จินตนา กะตากูล, “การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชนศึกษาเฉพาะกรณี หมู่ที่๔ ตําบลช้างซ้าย อําเภอพระพรหมจังหวัดนครศรีธรรมราช”, วารสารมหาจุฬา นาครทรรศน์, ปีที่๖ ฉบับที่ ๖ (สิงหาคม ๒๕๖๒): ๒๘๖๐-๒๘๗๔. ๖ ภูสิทธ์ขันติกุล, “รูปแบบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร”, รายงานการวิจัย, (มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, ๒๕๕๓). ๗ มานพ เข็มเมือง, “การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชนในเขตเทศบาล ตําบลหนองแวง อําเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์”, วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์, ปีที่๕ ฉบับที่ ๑ (มกราคม–มิถุนายน ๒๕๕๖): ๑๐๘. ๘ ดวงกมล กมลสินธุ์, “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการกําหนดนโยบายการบริหาร จัดการท้องถิ่นของเทศบาลเมืองฉะเชิงเทรา”, การค้นคว้าอิสระรัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐ ประศาสนศาสตร์, (คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์: มหาวิทยาลัยบูรพา, ๒๕๕๘), หน้า บทคัดย่อ.


๑๒๘ ๕.๒.๒ ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น ใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่นตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ จากการศึกษาพบว่า ระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการ ปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่นตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ โดยภาพรวมอยู่ใน ระดับมาก ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า มีการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าร่วมประชุมและต้องแสดงความ คิดเห็นอย่างสุจริตและตรงไปตรงมา การอยู่ร่วมกัน การทํางานร่วมกันของคนในสังคมจะต้องมีการ พบปะประชุมปรึกษาหารือกันสม่ําเสมอ เพื่อแก้ไขปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ยอมรับในเหตุผลที่ถูกต้องที่เป็นประโยชน์อันเดียวกันของหมู่คนที่อยู่รวมกัน ไม่กินแหนงแคลงใจกัน จะทํางานอะไรก็สําเร็จได้ การตรงต่อเวลาเป็นการเสียสละ เป็นการแสดงน้ําใจเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มี การส่งเสริมให้ประชาชนมีการแสดงความคิดเห็นต่อข้อบัญญัติที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์แก่ชุมชนท่าน ยินดีปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสําคัญ กับกฎระเบียบ ข้อบังคับเทศบัญญัติและกฎหมายที่มีอยู่ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมการ ในการบัญญัติข้อกฎหมายของท้องถิ่น ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ข้อบัญญัติที่มีอยู่ให้เป็นสากลและทันกับการพัฒนา มีการส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่ง ผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วยความเคารพเชื่อฟัง และให้เกียรติผู้บังคับบัญชา ให้ความเคารพและ รับฟังความคิดเห็นคําแนะนําของผู้ใหญ่ผู้ใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์ยาวนาน ดังนั้นเราต้องให้เกียรติ ให้ความเคารพนับถือ และรับฟังความคิดเห็นของท่านในฐานะที่เป็นผู้รู้และมีประสบการณ์มามาก ปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กร และชุมชนเปิดได้โอกาสให้สตรีได้มีบทบาทและหน้าที่ภายในองค์กรส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กร และชุมชนได้จัดสรรตําแหน่งงานภายในองค์กรให้ผู้หญิงและผู้ชายในสัดส่วนที่สมเหตุสมผล ส่งเสริม ให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนเปิดโอกาสให้สตรีได้รับความคุ้มครองโดยชอบธรรมตามกฎหมาย มี การส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรม หรือโครงการ เกี่ยวกับความเชื่อถือศรัทธาของ ประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตปลูกฝังส่งเสริมพัฒนาสังคมไทย ให้เป็นสังคมที่มีความสงบสุข ส่งเสริมให้ประชาชนเคารพศาสนสถานและรักษาวัฒนธรรมประเพณี ของท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนรักวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง ส่งเสริมให้ประชาชนได้รักษา ศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครอง พระพุทธศาสนาโดยนําหลักธรรมของศาสนามาใช้พัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมให้ประชาชนรักษา วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือกิจพระศาสนา บํารุงวัด วาอาราม ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ บุศรา โพธิสุข๙ ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมทางการ เมืองท้องถิ่นของประชาชน : ศึกษาเฉพาะกรณีตําบลช้างเผือก อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่” ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชน : ศึกษาเฉพาะกรณีตําบล ๙ บุศรา โพธิสุข, “การมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชน : ศึกษาเฉพาะกรณีตําบล ช้างเผือก อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่”, รายงานการวิจัย, (วิทยาเขตเชียงใหม่: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช วิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ลําพูน, ๒๕๕๙), หน้า บทคัดย่อ.


๑๒๙ ช้างเผือก อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ด้านหลักอปริหานิยธรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับ ปานกลาง และสอดคล้องกับงานวิจัยของ ประยงค์พรมมา ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การบริหารงานตาม หลักอปริหานิยธรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น” ผลการวิจัยพบว่า ความคิดเห็นต่อการ บริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น โดยรวมอยู่ในระดับมาก ที่สุด านการวิจัย.กรุงเทพมหานคร: สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลังคมในการปกครอง ท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น จากการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น โดยจําแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ๕ ด้าน คือ เพศ อายุ ระดับการศึกษา กลุ่มประชาสังคม และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ๕.๒.๓.๑ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ในภาพรวม จําแนกตามเพศ พบว่า ประชาชนที่มีเพศ ต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น โดยภาพรวม ไม่แตกต่างกัน ซึ่งไม่เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ทั้งนี้อาจเป็น เพราะว่า ประชาชนไม่ว่าจะมีเพศใดก็ตามต่างก็มีทรรศนะหรือความคิดเห็นที่ไม่แตกต่างกัน ดังนั้น การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัด ขอนแก่น จึงมีทิศทางในรูปแบบเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ สมเชาว์ภู พลผัน๑๐ ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตเทศบาลตําบลโนนสูง อําเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มีเพศต่างกันการมีส่วนร่วมทางการ เมืองของประชาชนในเขตเทศบาลตําบลโนนสูง อําเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ไม่แตกต่างกัน และ สอดคล้องกับงานวิจัยของ ณรงค์พึ่งพานิชและคณะ๑๑ ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมทางการ เมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในจังหวัดตาก” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มีเพศ ต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในจังหวัดตากไม่แตกต่างกัน ๕.๒.๓.๒ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ในภาพรวม จําแนกตามอายุพบว่า ประชาชนที่มีอายุ ต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น โดยภาพรวม แตกต่างกัน ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ประชาชนที่มีอายุที่ต่างกันทําให้มีความคิดที่แตกต่างกันออกไปตามช่วงอายุทําให้มีการให้ ๑๐ สมเชาว์ภูพลผัน, “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตเทศบาลตําบลโนนสูงอําเภอ ยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์”, การค้นคว้าอิสระรัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์, หน้า บทคัดย่อ.๑๑ ร้อยตํารวจตรีณรงค์พึ่งพานิช, “การมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน ในจังหวัดตาก”, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยชินวัตร, ๒๕๖๑), หน้า บทคัดย่อ.


๑๓๐ ความสําคัญต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่น เช่น ด้านการ บริหาร ด้านการติดตามข่าวสารและด้านการตรวจสอบที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย ของอัคร์วินต์วรรณะศิลปิน๑๒ ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขต ดอนเมืองกรุงเทพมหานคร” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มีอายุต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของประชาชนในเขตดอนเมืองกรุงเทพมหานครแตกต่างกัน ๕.๒.๓.๓ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ในภาพรวม จําแนกตามระดับการศึกษา พบว่า ประชาชนที่มีระดับการศึกษาต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น โดยภาพรวม แตกต่างกัน ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า ระดับการศึกษาซึ่งเป็นปัจจัยที่ส่งผลและมีอิทธิพลต่อกระบวนการทางความคิด และทัศนคติของแต่ละบุคคล แนวความคิดหรือการแสดงความคิดเห็นจึงแตกต่างกันออกไปตามระดับ ของการศึกษา สอดคล้องกับงานวิจัยของดําเกิง ลักษณะโยธิน๑๓ ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วม ทางการเมืองของประชาชนในเขตเทศบาลนครลําปาง”ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มีระดับ การศึกษาต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตเทศบาลนครลําปางแตกต่างกัน ๕.๒.๓.๔ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ในภาพรวม จําแนกตามกลุ่มประชาสังคม พบว่า ประชาชนที่มีกลุ่มประชาสังคมต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการ ปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น โดยภาพรวม แตกต่างกัน ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน ที่ตั้งไว้ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า การเมืองภาคพลเมืองกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นสถานการณ์ที่ ประชาชนมีสิทธิและเสรีภาพในการเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทางนโยบาย มีการกระจายอํานาจ ให้ประชาชนสามารถกําหนดวิถีชีวิตของตนเองโดยไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ภายใต้กรอบของกฎหมาย ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของไพรัตน์ฉิมหาด๑๔ ได้กล่าวว่า กิจกรรมที่เกิดขึ้นจากนโยบายของรัฐที่อาจ เกิดผลกระทบต่อประชาชน ประชาชนจะต้องเข้ามามีส่วนร่วม และประชาชนสามารถดําเนินกิจกรรม ต่าง ๆ ทางการเมืองได้ด้วยตนเองอีกทั้งประชาชนมีส่วนร่วมในการเมืองพลเมืองที่ควบคู่ไปกับการ ดําเนินกิจกรรมทางการเมือง อีกทั้งการส่งเสริมการเมืองภาคพลเมืองให้มีประสิทธิผล ต้องมีการ สนับสนุนการติดตามและตรวจสอบกระบวนการปฏิรูปการเมือง การเกิดองค์กรประชาชน การ รณรงค์เพื่อการเรียนรู้ประชาธิปไตยของประชาชนการสร้างสํานึกพลเมือง เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรม ๑๒ อัคร์วินต์วรรณะศิลปิน, “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร”, งานนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการภาครัฐและภาคเอกชน, (วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ: มหาวิทยาลัยบูรพา, ๒๕๕๘), หน้า บทคัดย่อ. ๑๓ ดําเกิง ลักษณะโยธิน, “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตเทศบาลนครลําปาง”, วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, ๒๕๕๒), หน้า บทคัดย่อ. ๑๔ ไพรัตน์ฉิมหาด, การเมืองภาคพลเมืองกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองในสังคมไทย, วารสารมหา จุฬานาครทรรศน์, ปีที่๗ ฉบับที่๕ (พฤษภาคม-สิงหาคม ๒๕๖๓): ๔๖-๔๗.


๑๓๑ ประชาธิปไตย การให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการเลือกตั้ง และการตรวจสอบการใช้ อํานาจรัฐ ๕.๒.๓.๕ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ในภาพรวม จําแนกตามรายได้เฉลี่ยต่อเดือน พบว่า ประชาชนที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการ ปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น โดยภาพรวม แตกต่างกัน ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐาน ที่ตั้งไว้ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า อาชีพที่แตกต่างกันย่อมมีความรู้สึกนึกคิด อุดมการณ์รวมทั้งมีความ ต้องการที่แตกต่างกัน ผู้ที่มีรายได้น้อยมักจะไม่สนใจเรื่องราวต่าง ๆ ทางการเมือง สอดคล้องกับ งานวิจัยของณรงค์พึ่งพานิชและคณะ๑๕ ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยของประชาชนในจังหวัดตาก” ผลการวิจัยพบว่า ประชานที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน ต่างกันการมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชนในจังหวัดตากแตกต่างกัน ๕.๒.๔ เปรียบเทียบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่นตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ ๕.๒.๔.๑ เปรียบเทียบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการ ปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่นตามหลักอปริหานิยธรรม ๗ จําแนกตามอปริ หานิยธรรม ๗ ในภาพรวม พบว่า โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (xത =๓.๙๘) เมื่อพิจารณาเป็นราย ด้าน อยู่ในระดับมาก เรียงลําดับจากมากไปหาน้อย สามลําดับแรก พบว่า ด้านการไม่บัญญัติหรือไม่ ล้มล้างข้อบัญญัติไว้ (xത = ๔.๐๕) ด้านด้านการให้เกียรติและคุ้มครองสิทธิสตรี (xത = ๔.๐๕) มีค่าเฉลี่ย สูงสุด รองลงมา คือ ด้านจัดให้ความอารักขา บํารุง คุ้มครอง (xത = ๔.๐๔) ด้านพร้อมเพรียงกัน ประชุม (xത = ๓.๙๔) ด้านการเคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่หรือผู้บังคับบัญชา (xത = ๓.๙๔) และด้านการ เคารพศาสนสถานและรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม (xത = ๓.๙๔) ตามลําดับ ทั้งนี้อาจเป็น เพราะว่า มีการส่งเสริมให้ประชาชนเข้าร่วมประชุมและต้องแสดงความคิดเห็นอย่างสุจริตและ ตรงไปตรงมา การอยู่ร่วมกัน การทํางานร่วมกันของคนในสังคมจะต้องมีการพบปะประชุม ปรึกษาหารือกันสม่ําเสมอ เพื่อแก้ไขปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ยอมรับใน เหตุผลที่ถูกต้องที่เป็นประโยชน์อันเดียวกันของหมู่คนที่อยู่รวมกัน ไม่กินแหนงแคลงใจกัน จะทํางาน อะไรก็สําเร็จได้ การตรงต่อเวลาเป็นการเสียสละ เป็นการแสดงน้ําใจเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีการส่งเสริม ให้ประชาชนมีการแสดงความคิดเห็นต่อข้อบัญญัติที่มีอยู่ให้เป็นประโยชน์แก่ชุมชนท่านยินดีปฏิบัติ ตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนตระหนักถึงความสําคัญกับ กฎระเบียบ ข้อบังคับเทศบัญญัติและกฎหมายที่มีอยู่ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมการใน การบัญญัติข้อกฎหมายของท้องถิ่น ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ๑๕ ร้อยตํารวจตรีณรงค์พึ่งพานิช, “การมีส่วนร่วมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของประชาชน ในจังหวัดตาก”, วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยชินวัตร, ๒๕๖๑), หน้า บทคัดย่อ.


๑๓๒ ข้อบัญญัติที่มีอยู่ให้เป็นสากลและทันกับการพัฒนา มีการส่งเสริมให้ประชาชนปฏิบัติตามคําสั่ง ผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วยความเคารพเชื่อฟัง และให้เกียรติผู้บังคับบัญชา ให้ความเคารพและ รับฟังความคิดเห็นคําแนะนําของผู้ใหญ่ผู้ใหญ่เป็นผู้มีประสบการณ์ยาวนาน ดังนั้นเราต้องให้เกียรติ ให้ความเคารพนับถือ และรับฟังความคิดเห็นของท่านในฐานะที่เป็นผู้รู้และมีประสบการณ์มามาก ปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาหรือผู้นําชุมชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กร และชุมชนเปิดได้โอกาสให้สตรีได้มีบทบาทและหน้าที่ภายในองค์กรส่งเสริมให้ประชาชนในองค์กร และชุมชนได้จัดสรรตําแหน่งงานภายในองค์กรให้ผู้หญิงและผู้ชายในสัดส่วนที่สมเหตุสมผล ส่งเสริม ให้ประชาชนในองค์กรและชุมชนเปิดโอกาสให้สตรีได้รับความคุ้มครองโดยชอบธรรมตามกฎหมาย มี การส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรม หรือโครงการเกี่ยวกับความเชื่อถือศรัทธาของ ประชาชนในท้องถิ่นนั้น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตปลูกฝังส่งเสริมพัฒนาสังคมไทย ให้เป็นสังคมที่มีความสงบสุข ส่งเสริมให้ประชาชนเคารพศาสนสถานและรักษาวัฒนธรรมประเพณี ของท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนรักวัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเอง ส่งเสริมให้ประชาชนได้รักษา ศิลปวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการคุ้มครอง พระพุทธศาสนาโดยนําหลักธรรมของศาสนามาใช้พัฒนาคุณภาพชีวิต ส่งเสริมให้ประชาชนรักษา วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือกิจพระศาสนา บํารุงวัด วาอาราม ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ บุศรา โพธิสุข๑๖ ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมทางการ เมืองท้องถิ่นของประชาชน : ศึกษาเฉพาะกรณีตําบลช้างเผือก อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่” ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชน : ศึกษาเฉพาะกรณีตําบล ช้างเผือก อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ด้านหลักอปริหานิยธรรมส่งเสริมการมีส่วนร่วมอยู่ในระดับ ปานกลาง และสอดคล้องกับงานวิจัยของประยงค์พรมมา๑๗ ได้ทําการวิจัยเรื่อง “การบริหารงานตาม หลักอปริหานิยธรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น” ผลการวิจัยพบว่า ความคิดเห็นต่อการ บริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น โดยรวมอยู่ในระดับมาก ที่สุด ๑๖ บุศรา โพธิสุข, “การมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชน : ศึกษาเฉพาะกรณีตําบล ช้างเผือก อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่”, รายงานการวิจัย, หน้า บทคัดย่อ. ๑๗ ประยงค์พรมมา, “การบริหารงานตามหลักอปริหานิยธรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ขอนแก่น”, วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๖), หน้า บทคัดย่อ.


๑๓๓ ๕.๓ ข้อเสนอแนะ จากการศึกษาวิจัยเรื่อง การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะดังนี้ ๕.๓.๑ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ๑. จากผลการวิจัย การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นในอําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ตามหลักอปริหานิยธรรม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ควรมี การนํา หลักธรรมไปประยุกต์ใช้ในการกําหนดนโยบายเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการ เมืองการปกครองท้องถิ่นเพิ่มมากขึ้น ๒. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการทํางานของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและส่งเสริมให้ประชาชนมีความสนใจในทางการเมืองท้องถิ่นอย่างจริงจัง ๓. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรส่งเสริมหรือเพิ่มเติมความรู้ความเข้าใจโดยมุ่งให้ ประชาชนแสดงบทบาทต่อการมีส่วนร่วมทางเมืองเพื่อที่จะช่วยพัฒนาการปกครองส่วนท้องถิ่นของตน ต่อไป ๕.๓.๒ ข้อเสนอแนะเชิงปฏิบัติ ๑. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการทําแผนการพัฒนาให้ตรงต่อความต้องการของ ประชาชนในพื้นที่ ๒. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นเสนอแนว ทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละท้องที่อย่างเหมาะสม ๓. ควรมีการส่งเสริมให้ประชาชนและกลุ่มประชาสังคมนําหลักอปริหานิยธรรม ๗ ไปประยุกต์ใช้กับการมีส่วนร่วมทางการเมือง ๕.๓.๓ ข้อเสนอแนะสําหรับการวิจัยครั้งต่อไป ผลการศึกษาวิจัยเรื่อง การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมในการปกครอง ท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อดังนี้ ๑. ควรมีการศึกษาข้อมูลเชิงลึก การมีส่วนร่วมทางการเมืองของภาคประชาสังคมใน การปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น ๒. ควรศึกษาการประยุกต์ใช้หลักธรรมอื่น เช่น สัปปุริสธรรม ๗ สังคหวัตถุ๔ เป็น ต้น การประยุกต์ใช้หลักธรรมหมวดใด อันเป็นแนวทางให้เกิดการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมือง ของภาคประชาสังคมในการปกครองท้องถิ่นใน อําเภอซําสูง จังหวัดขอนแก่น


บรรณานุกรม ๑. ภาษาไทย ก. ข้อมูลปฐมภูมิ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย,๒๕๓๙. ข. ข้อมูลทุติยภูมิ (๑) หนังสือ: กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย. รายงานการวิจัยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน, ๒๕๓๙. กรมการปกครองสํานักบริหารราชการส่วนท้องถิ่น. คู่มือการฝึกอบรมด้านการคลังท้องถิ่นตาม โครงการพัฒนาการเงินการคลังท้องถิ่นภายใต้มาตรการเพื่อการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อการ กระตุ้นเศรษฐกิจปี๒๕๔๒. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงมหาดไทย, ๒๕๔๓. กองราชการส่วนตําบล. ข้อมูลสภาตําบลและองค์การบริหารส่วนตําบล ประจําปี๒๕๕๐. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ส่วนท้องถิ่น, ๒๕๕๐. คะนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม และคณะ. แนวทางการเสริมสร้างประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ : ปัญหา อุปสรรค และทางออก. กรุงเทพมหานคร: ธรรมดาเพลส, ๒๕๔๕. เจิมศักดิ์ปิ่นทอง. การบริหารพัฒนาชนบท การระดมประชาชนเพื่อการพัฒนาชนบท. กรุงเทพมหานคร: โอเดียนสโตวร์, ๒๕๒๖. ชูศรีวงศ์รัตนะ. เทคนิคการใช้สถิติเพื่อการวิจัย. พิมพ์ครั้งที่๗. กรุงเทพมหานคร: เทพเนรมิตร, ๒๕๔๑. ชูศักดิ์เที่ยงตรง. การบริหารการปกครองท้องถิ่นไทย. ก รุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๑๘. ถวิลวดีบุรีกุล. พลวัตรการมีส่วนร่วมของประชาชน : จากอดีตจนถึงรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐. พิมพ์ครั้งที่๑. กรุงเทพมหานคร: บริษัท เอ. พี.กราฟิค ดีไซน์และการพิมพ์จํากัด, ๒๕๕๒. ทวีทอง หงส์วิวัฒน์. การมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร: ศักดิ์โสภณการ พิมพ์, ๒๕๒๗. ทศพร ศิริสัมพันธ์. คู่มือเทคนิควิธีการส่งเสริมประสิทธิภาพในหน่วยราชการ. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์ปฏิบัติการโครงการส่งเสริมประสิทธิภาพในส่วนราชการ สํานักงาน ก.พ. พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน, ๒๕๓๕.


Click to View FlipBook Version