ระดับ คำนิยามบรรยายระดับ ดานการคิด อยางมีวิจารณญาณ ด 9 ตั้งคำถามหรือระบุปญหาหรือ สถานการณที่ยากและซับซอน จากการสังเกตสิ่งตาง ๆ สถานการณหรือปรากฏการณ ในชีวิตประจำวันหรือจากผล ที่ไมคาดคิดมากอน เพื่อหาขอมูล เพิ่มเติม ประเมินคำถามวา สามารถสำรวจตรวจสอบได หรือไม ระบุสาเหตุของปญหา สามารถแยกปญหาเปนปญหา ยอย ๆ สามารถวางแผนและ ดำเนินการการสำรวจตรวจสอบ เลือกวิธีการเก็บรวบรวมขอมูล พรอมทั้งประเมินความถูกตอง วิเคราะหขอมูลเพื่อสรางขอสรุปที่ แมนยำและนาเชื่อถือ - สรุปความเขาใจ ของตน แสดงความ คิดเห็น ระบุขอโตแยง อยางมีเหตุผลเกี่ยวกับ เรื่องนั้น ไดจากการตั้ง คำถาม การฟง/อาน ขอมูลเรื่องราวที่ หลากหลาย วิเคราะห ตีความ แปลความ สังเคราะห เพื่อ ประเมิน ความ เหมาะสมของขอมูล ที่เพียงพอ และรอบดาน ในการลงขอสรุปได อยางถูกตอง - สามา ปจจั หรือส ที่ยาก สามา ความ เชิงเหต ของร มองเ ของพ และอ องคป ระบบ สถาน สราง เพื่ออ
17 พฤติกรรมบงชี้ ดานการคิด เชิงระบบ ดานการคิดสรางสรรค ดานการคิดแกปญหา ขอจำกัดของผลงานเพื่อ ปรับปรุงและพัฒนาตอ ยอดผลงานใหดีขึ้น ารถวิเคราะห ัยในระบบ สถานการณ กและซับซอน ารถวิเคราะห มสัมพันธ ตุและผล ระบบ และ เห็นแบบแผน พฤติกรรม องครวมของ ประกอบตาง ๆใน บหรือ นการณ สามารถ งแบบจำลอง อธิบาย - แสดงความคิด ในเรื่อง ตาง ๆ บอกเลาความคิด จินตนาการหรือ ความคิด ของ ตนเอง ที่แปลกใหม ไปจาก สิ่งรอบตัวของ ตนเองและบริบท ตอยอดและ/หรือ ดัดแปลงความคิด ของตนเองหรือ ผูอื่นให แตกตาง ไปจากเดิม สื่อสารใหผูอื่นเขาใจได ประเมินและปรับปรุง การคิดที่ตอยอดหรือ ดัดแปลงใหดีขึ้น - ระบุปญหาที่ยากและ ซับซอน วางแผน การแกปญหาดวยการ ประเมินความสำคัญและ ผลกระทบของปญหา ที่ครอบคลุมทุกมิติ วิเคราะหและจัดลำดับ สาเหตุของปญหา หาวิธีการแกไขปญหาที่ หลากหลาย เปนไปไดจริง ในทางปฏิบัติ คาดการณ ผลกระทบทั้งทางบวกและ ทางลบ ประเมินความเสี่ยง ที่จะเกิดขึ้นอันเปนผลจาก วิธีการแกไขปญหาเหลานั้น
ระดับ คำนิยามบรรยายระดับ ดานการคิด อยางมีวิจารณญาณ ด เปรียบเทียบแหลงขอมูลและ ขอเท็จจริงได ประเมินผลกระทบ ของปญหาโดยใชวิธีการที่ เหมาะสมและครอบคลุมทุกมิติ นำเสนอขอสรุปรวมทั้ง เปรียบเทียบและประเมินขอสรุป ที่แตกตางหรือตรงกันขามกับ ขอสรุปของตน โดยใชเหตุผลและ หลักฐานที่หลากหลายและ สามารถปรับปรุงขอสรุปของตน ตามขอมูลและหลักฐานใหม สามารถสรางแบบจำลองความคิด เพื่ออธิบายแนวคิดที่ใชในการ ออกแบบการแกปญหา สามารถ ทำนายผลลัพธที่เกิดขึ้นเมื่อมีการ ปจจัยอื่นเขามาในระบบ พัฒนา ชิ้นงาน วิธีการหรือนวัตกรรม โดยใชความคิดที่แปลกใหม และ/หรือ ตัดสินใจเลือก ทางใดทางหนึ่ง โดย สามารถระบุหลักฐาน สนับสนุนความคิดได มากกวา หนึ่งแหลงขอมูล - ชี้แจงเหตุผล ของการตัดสินใจ ในเรื่องตาง ๆ ในชีวิตประจำวันของ ตน และบอกไดวาการ ตัดสินใจของตนมี ความเหมาะสม ตาม หลักการใด และ/หรือ การตัดสินใจของตน นั้นได พิจารณาอยาง รอบดานทั้งในดาน คุณโทษ สอดคลอง สถาน และซ และส เปรีย แบบ ของร สามา ผลลั มีปจ เขาม
18 พฤติกรรมบงชี้ ดานการคิด เชิงระบบ ดานการคิดสรางสรรค ดานการคิดแกปญหา นการณที่ยาก ซับซอนได สามารถ ยบเทียบ บจำลอง ระบบตางๆ ได ารถทำนาย ัพธที่เกิดขึ้นเมื่อ จัยอื่น มาในระบบ - พัฒนาผลงาน ที่เปนชิ้นงาน วิธีการ หรือนวัตกรรม ที่ยากและ ซับซอน ไดอยางลาก หลายดวยความคิด ที่แปลกใหม ที่ไมซ้ำใคร มีการคิด แจกแจง รายละเอียด ของผลงาน โดยการ ผสมผสานจาก หลายความคิด ดัดแปลง และพัฒนา ตอยอดจาก ความคิดเดิม และ สามารถนำไปใชจริง ในชีวิตประจำวัน โดย ตอบสนอง ความตองการ จำเปนหรือ สภาพปญหา ในบริบท คำนึงถึง ผลกระทบที่มีตอ เสนอและเลือกวิธีการ แกปญหา ที่เหมาะสมที่สุด โดยระบุขอดี/ขอเสีย ลงมือ แกปญหา ดวยตนเอง เก็บและวิเคราะหขอมูล เพื่อประเมินและตรวจสอบ ผลของการแกปญหา ปรับปรุงจนปญหาไดรับ การแกไข และประเมินผล การดำเนินการ จนได ขอสรุป ของวิธีการแกไข ปญหา
ระดับ คำนิยามบรรยายระดับ ดานการคิด อยางมีวิจารณญาณ ด ที่ไมซ้ำใคร หรือพัฒนาตอ ยอดจากของเดิมใหเหมาะสมตอ การใชงานจริง เขียนสะทอน ความคิดเกี่ยวกับเนื้อหาและ กระบวนการเรียนรู ตามหลักกฎหมาย ศีลธรรม คุณธรรม คานิยม รวมทั้งความ เชื่อและบรรทัดฐาน ของสังคม และ วัฒนธรรม 10 ตั้งคำถามหรือระบุปญหาหรือ สถานการณที่ยากและซับซอน จากการสังเกตสิ่งตาง ๆ สถานการณหรือปรากฏการณ ในชีวิตประจำวันหรือจากผล ที่ไมคาดคิดมากอน เพื่อหาขอมูล เพิ่มเติมและหาความสัมพันธ - สรุปความเขาใจ ของตน แสดงความ คิดเห็น ระบุขอโตแยง อยางมีเหตุผลเกี่ยวกับ เรื่องนั้นไดจากการตั้ง คำถาม การฟง/อาน ขอมูลเรื่องราวที่ - สามา ปจจั หรือส ที่ยาก สามา ความ เชิงเห
19 พฤติกรรมบงชี้ ดานการคิด เชิงระบบ ดานการคิดสรางสรรค ดานการคิดแกปญหา สิ่งแวดลอม สังคม และวัฒนธรรม แสดงแนวคิดหรือ หลักการที่ใช ออกแบบผลงาน ไดอยางครบถวน และมีรายละเอียด ที่สมบูรณประเมิน จุดเดนและขอจำกัด ของผลงานเพื่อปรับปรุง และพัฒนาตอยอด ผลงานใหดีขึ้น ารถวิเคราะห ัยในระบบ สถานการณ กและซับซอน ารถวิเคราะห มสัมพันธ หตุและผล - แสดงความคิด ในเรื่องตาง ๆ บอกเลาความคิด จินตนาการหรือ ความคิดของ ตนเองที่แปลกใหม - ระบุปญหาที่ยากและ ซับซอน วางแผน การแกปญหา ดวยการประเมิน ความสำคัญและผลกระทบ ของปญหา ที่ครอบคลุมทุก มิติ วิเคราะหและจัดลำดับ
ระดับ คำนิยามบรรยายระดับ ดานการคิด อยางมีวิจารณญาณ ด ของสิ่งตาง ๆ รวมทั้งประเมิน คำถามวาสามารถสำรวจตรวจ สอนไดหรือไม ระบุสาเหตุของ ปญหา แยกปญหาเปนปญหายอย ๆ สามารถวางแผนและดำเนินการ การสำรวจตรวจสอบ เลือกวิธีการ เก็บรวบรวมขอมูล พรอมทั้ง ประเมินความถูกตองและ ขอจำกัดของขอมูล วิเคราะห ขอมูลเพื่อสรางขอสรุปที่แมนยำ และนาเชื่อถือรวมทั้งพิจารณา ขอจำกัดของการวิเคราะห และตีความหมายขอมูล สามารถ เปรียบเทียบแหลงขอมูล และขอเท็จจริงได นำเสนอ ขอสรุปรวมทั้งเปรียบเทียบและ ประเมินขอสรุปที่แตกตางหรือ ตรงกันขามกับขอสรุปของตน โดย ใชเหตุผลและหลักฐานที่ หลากหลาย วิเคราะห ตีความ แปลความ สังเคราะห เพื่อ ประเมิน ความ เหมาะสมของขอมูล ที่เพียงพอและรอบ ดานในการลงขอสรุป ไดอยางถูกตอง และ/หรือ ตัดสินใจ เลือกทางใดทางหนึ่ง โดยสามารถระบุ หลักฐาน สนับสนุน ความคิดไดมากกวา หนึ่งแหลงขอมูล - ชี้แจงเหตุผล ของการตัดสินใจ ในเรื่องตาง ๆ ในชีวิตประจำวัน ของตน และบอก ของร มองเ ของพ และอ ของอ ๆ ใน สถาน เปรีย แบบ ในระ และส ระบบ สถาน และซ แบบ ทำน เกิดขึ ปจจั ระบบ
20 พฤติกรรมบงชี้ ดานการคิด เชิงระบบ ดานการคิดสรางสรรค ดานการคิดแกปญหา ระบบ และ เห็นแบบแผน พฤติกรรม องครวม องคประกอบตาง นระบบหรือ นการณ สามารถ ยบเทียบ บจำลอง ะบบที่ซับซอน สามารถอธิบาย บหรือ นการณที่ยาก ซับซอนโดยใช บจำลอง สามารถ ายผลลัพธที่ ขึ้นเมื่อมีการ ัยอื่นเขามาใน บ สามารถ ไปจากสิ่งรอบตัว ของตนเองและ บริบทตอยอด และ/หรือ ดัดแปลงความคิด ของตนเองหรือ ผูอื่นใหแตกตาง ไปจากเดิมสื่อสาร ใหผูอื่นเขาใจได ประเมินและ ปรับปรุงการคิด ที่ตอยอด หรือ ดัดแปลงใหดีขึ้น - พัฒนาผลงาน ที่เปน ชิ้นงาน วิธีการหรือวัตกรรม ที่ยากและซับซอน ไดอยาง หลากหลายดวยความคิด ที่แปลกใหมที่ไมซ้ำใคร มีการคิดแจกแจง รายละเอียดของ ผลงาน สาเหตุของปญหา หาวิธีการแกไขปญหาที่ หลากหลาย เปนไปไดจริง ในทางปฏิบัติ คาดการณ ผลกระทบทั้งทางบวกและ ทางลบ ประเมินความเสี่ยง ที่จะเกิดขึ้นอันเปนผลจาก วิธีการแกไขปญหาเหลานั้น เสนอและเลือกวิธีการ แกปญหาที่เหมาะสมที่สุด โดยระบุขอดี/ขอเสีย ลงมือ แกปญหา ดวยตนเอง เก็บและวิเคราะหขอมูล เพื่อประเมินและ ตรวจสอบผล ของการแกปญหา ปรับปรุงจนปญหาไดรับ การแกไข ประเมินผลการ ดำเนินการจนไดขอสรุป
ระดับ คำนิยามบรรยายระดับ ดานการคิด อยางมีวิจารณญาณ ด หลากหลายและสามารถปรับปรุง ขอสรุปของตนตามขอมูลและ หลักฐานใหม สรางแบบจำลอง เพื่ออธิบายแนวคิด ทำนายหรือ ประเมินผลลัพธ พัฒนาชิ้นงาน วิธีการหรือนวัตกรรม โดยใช ความคิดที่แปลกใหมที่ไมซ้ำใคร หรือพัฒนาตอยอดจากของเดิมให เหมาะสมตอการใชงานจริงและ สงผลดีตอสังคม เขียนสะทอน ความคิดเกี่ยวกับเนื้อหาและ กระบวนการเรียนรู และระบุสิ่งที่ ตองสิ่งที่จะทำในอนาคตเพื่อ พัฒนาการเรียนรูของตนเองและ พัฒนาสังคม ไดวาการตัดสินใจ ของตนมีความ เหมาะสม ตาม หลักการใด และ/หรือ การตัดสินใจ ของตนนั้นได พิจารณา อยางรอบดาน ทั้งในดานคุณโทษ สอดคลอง ตามหลัก กฎหมาย ศีลธรรม คุณธรรม คานิยม รวมทั้งความเชื่อ และบรรทัดฐาน ของสังคมและ วัฒนธรรม ตลอดจน สามารถพิสูจน ประ พัฒน โดยวิ จากม ที่หล จากท และข
21 พฤติกรรมบงชี้ ดานการคิด เชิงระบบ ดานการคิดสรางสรรค ดานการคิดแกปญหา เมินและปรับปรุง นาระบบ วิเคราะห มุมมอง ลากหลาย ทั้งของตนเอง ของผูอื่น โดยการผสมผสาน จาก หลายความคิด ดัดแปลง และพัฒนาตอยอด จาก ความคิดเดิม และสามารถ นำไปใชจริงใน ชีวิตประจำวัน โดย ตอบสนอง ความตองการ จำเปนหรือ สภาพปญหา ในบริบท คำนึงถึง ผลกระทบที่มีตอ สิ่งแวดลอม สังคม และ วัฒนธรรม แสดงแนวคิด หรือหลักการที่ใช ออกแบบผลงาน ไดอยางครบถวน และมีรายละเอียด ที่สมบูรณประเมิน จุดเดนและ ขอจำกัด ของวิธีการแกไขปญหา เผยแพรและขยายผล การดำเนินการ สูสาธารณะ
ระดับ คำนิยามบรรยายระดับ ดานการคิด อยางมีวิจารณญาณ ด ตรวจสอบขอสรุป ดังกลาวได
22 พฤติกรรมบงชี้ ดานการคิด เชิงระบบ ดานการคิดสรางสรรค ดานการคิดแกปญหา ของผลงาน เพื่อปรับปรุง และพัฒนา ตอยอดผลงาน ใหดีขึ้น และ เผยแพรสู สาธารณะ
23 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 อภิธานศัพท การประเมิน (Evaluation) หมายถึง ความสามารถในตัดสินใจเกี่ยวกับขอมูลหรือสถานการณ ดวยการพิจารณาขอมูล หลักฐาน เหตุผล วามีความสอดคลองกัน มีความสมเหตุสมผล และมีความหนักแนน นาเชื่อถือหรือไม การวิเคราะห(Analysis) หมายถึง ความสามารถจำแนกแยกแยะ เชื่อมโยงความสัมพันธ หรือลำดับ ความสัมพันธของประเด็นหรือเหตุการณที่เกิดขึ้น การตีความ (Interpretation) หมายถึง ความสามารถในการทำความเขาใจและพิจารณาขอมูล ขอความหรือสถานการณแลวใหความหมายและขอสรุปเกี่ยวกับขอมูล ขอความหรือสถานการณ ไดอยางสมเหตุสมผล การสะทอนคิด (Reflection) หมายถึง ความสามารถในการกำกับติดตามความคิดของตนเอง โดยการคนควาแสวงหาความจริง คอยตั้งคำถาม ติดตามคนหาความจริงเกี่ยวกับความรูและกระบวนการ เรียนรูของตนเอง รูจุดเดน จุดที่ควรจะปรับปรุงของตนเอง ความคิดคลอง (Fluency) หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการคิดหาคำตอบไดอยางรวดเร็ว ในเวลาที่จำกัด ในแงของการวัดพิจารณาจากจำนวนของสิ่งที่คิดไดอยางมีความหมายและเกี่ยวของกับสิ่งเรานั้น ๆ ภายในเวลาที่กำหนด เชน ภายในเวลา 1 นาที ผูเรียนที่สามารถระบุไดวา “กระดาษ” นำไปใชประโยชนอะไร ไดบาง ไดเปนจำนวนมากที่สุด คือผูที่ไดคะแนนความคิดคลองสูงที่สุด ความคิดยืดหยุน (Flexibility) หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการคิดหาคำตอบ ไดหลายประเภท หลายทิศทาง เปนการสรางทางเลือกไวหลายทาง ในแงของการวัดพิจารณาจากจำนวนของ หมวดหมูหรือประเภทของความคิดที่เกี่ยวของ เชน ภายในเวลา 1 นาที ผูเรียนที่สามารถระบุไดวา “กระดาษ” นำไปใชประโยชนอะไรไดบาง ไดหลากหลายหมวดหมูมากที่สุด คือผูที่ไดคะแนนความคิดยืดหยุนสูงที่สุด เชน ภายใน 1 นาที ผูเรียน ก. ที่ตอบถึงประโยชนของกระดาษ ได 10 อยาง ไดแก นำไปใชเขียนหนังสือ เขียนการตูน เขียนนิยาย เขียน .... (เฉพาะเรื่องการเขียน) ฯลฯ กับผูเรียน ข. ที่ตอบถึงประโยชนของกระดาษ ได 10 อยาง ไดแก นำไปใชเขียนหนังสือ เขียนการตูน ใชปดกระจกกันแดด ใชหอของ ใชรองนั่ง ใชประดิษฐ ของเลน ฯลฯ ซึ่งแสดงถึงการนำกระดาษไปใชประโยชนไดหลากหลายวิธี/ หมวดหมูมากกวา ในที่นี้ผูเรียน ข. จะไดคะแนนความคิดยืดหยุนสูงกวาผูเรียน ก. ความคิดริเริ่ม (Originality) หมายถึง ลักษณะความคิดแปลกใหม แตกตาง และไมซ้ำกับที่มีอยู แตตองเปนความคิดที่เปนประโยชนทั้งตอตนเองและสังคม เปนลักษณะความคิดที่เกิดขึ้นเปนครั้งแรก เปนความคิดที่แปลกแตกตางจากความคิดเดิม หรืออาจเกิดจากนำความรูเดิมมาคิดดัดแปลงและประยุกต ใหเกิดเปนสิ่งใหมขึ้น ในแงของการวัดพิจารณาจากความแปลกใหมและความแตกตางของความคิด หรือในทางสถิติ คือพบความคิดเชนนั้นไดยาก เชน ภายในเวลา 1 นาที ผูเรียนที่สามารถระบุไดวา “กระดาษ” นำไปใช ประโยชนอะไรไดบาง มีผูเรียนเพียง 1 คน ที่ระบุวานำกระดาษไปทำเปนชุดราตรี ผูเรียนคนนี้จะไดคะแนน ความคิดริเริ่มสูงกวาผูเรียนคนอื่น ๆ ที่มีความคิดซ้ำ ๆ กัน
24 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ความคิดละเอียดลออ (Elaboration) หมายถึง ความสามารถในการใหรายละเอียดหรือตกแตง เพื่อใหมีความสมบูรณ หรือพัฒนาสิ่งที่มีอยูใหมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในแงของการวัดพิจารณาจากปริมาณ การใหรายละเอียดของความคิด เชน ผูเรียนที่สามารถระบุไดวา “กระดาษ” นำไปใชประโยชนอะไรไดบาง มีผูเรียนที่ระบุวานำไปใชประดิษฐของเลนได โดยปรากฏรายละเอียดของการออกแบบของเลนจากกระดาษ ที่เปนไปไดจริง คำนึงถึงความคงทน ผูเลน และวิธีการเลน ผูเรียนคนนี้จะไดคะแนนความคิดละเอียดลออ สูงกวาผูเรียนที่ระบุเพียงวานำไปใชประดิษฐของเลนไดเทานั้น นวัตกรรม ในความหมายสำหรับผูเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน หมายถึง สิ่งประดิษฐ แนวคิด วิธีการ หรือกระบวนการใหมที่ไดพัฒนาขึ้นตามแนวคิดหรือหลักการตาง ๆ โดยมีวัตถุประสงคเฉพาะที่สอดคลองกับ ความตองการจำเปนหรือสภาพปญหาในบริบทหนึ่ง ๆ ผานกระบวนการพัฒนานวัตกรรมอยางเปนระบบ จนไดผลงานที่สรางสรรค เปนประโยชน สามารถนำไปใชแกปญหา พัฒนางาน หรือนำไปใชในชีวิตประจำวันไดจริง ซึ่งผลงานดังกลาวไดรับการยอมรับและนำไปใชในบริบทใดบริบทหนึ่ง โดยยังไมไดใชอยางเปนปกติในบริบทนั้น ๆ
25 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 แหลงอางอิง คณะกรรมการการศึกษาแหงชาติ, สำนักงาน. (2540). ทฤษฎีการเรียนรูเพื่อพัฒนากระบวนการคิด. กรุงเทพมหานคร : ไอเดียสแควร, ทิศนา แขมมณี และคณะ. (2544). วิทยาการดานการคิด. กรุงเทพฯ: เดอะมาสเตอรกรุป แมเนจเมนท. ราชบัณฑิตยสถาน. (2546). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542. กรุงเทพมหานคร: นานมีบุคส พับลิเคชั่นส. บรรจง อมรชีวิน. (2556). การคิดอยางมีวิจารณญาณ. กรุงเทพมหานคร: หจก.ภาพพิมพ วีรพล แสงปญญา. (2561). จิตวิทยาการเรียนการสอน. กรุงเทพมหานคร: ศูนยหนังสือจุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย Torrance, E. P. (1988). The nature of creativity as manifest in its testing. In R. J. Sternberg (Ed.), The nature of creativity: Contemporary psychological perspectives (p. 43–75). Cambridge University Press. Ennis, R. (1962). A concept of critical thinking. Harvard Educational Review. 32 (1), 81-111. Facione, P. (1990). The Delphi Report: Critical Thinking: A Statement Of Expert Consensus For Purposes Of Educational Assessment And Instruction. Millbrae California; California Academic Press. Fisher, A. and Scriven, M. (1997). Critical Thinking: Its Definition and Assessment. Norwich; Edgepress. Gorge D. K. (1968). The effect of critical thinking ability upon course grades in biology. Journal of Science Education. 52(5), 421-426. Partnership for 21st century skills. (2007). P21 framework definitions. [Online]. Available from: http://www.p21.org/about-us/p21-framework. [2017. 20 April]. Paul, R. & Elder L. (2003). Critical Thinking: Teaching Students How To Study and Learn (Part Journal of Developmental Education. 26(3), 36-37. Sternberg (Eds). Teaching Thinking Skills: Theory and Practice. New York: W. H. Freeman. Torrance, E.P. (1974). Torrance Tests of Creative Thinking. Scholastic Testing Service, Inc. Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD). (2019). PISA 2021 Creative Thinking Framework (Third Draft) April 2019.
1 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 สมรรถนะ การสื่อสาร (Communication: CM) นิยาม สมรรถนะการสื่อสาร หมายถึง ความสามารถในการรับและส่งสารบนพื้นฐานความเข้าใจและ ความเคารพในความคิดหรือวัฒนธรรมที่แตกต่าง ตลอดจนสามารถเลือกใช้กลวิธีการสื่อสารทั้งวัจนภาษา และอวัจนภาษา หรือการสื่อความหมายผ่านสื่อในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเหมาะสม โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบ ต่อสังคมเพื่อบรรลุเป้าหมายในการสื่อสาร องค์ประกอบ 1. การรับสารอย่างมีสติและถอดรหัสเพื่อให้เกิดความเข้าใจ หมายถึง การรับสารด้วยความใส่ใจ ผ่านประสาทสัมผัสในการรับสาร ตลอดจนสามารถตีความ1สารที่ส่งมาได้ทั้งความคิด ความรู้สึก เจตนา ตลอดจนสามารถตีความสารและสามารถนำสารมาใช้พัฒนาตนเองและสังคม 2. การรับส่งสารบนพื้นฐานความเข้าใจและความเคารพในความคิดเห็นและวัฒนธรรมที่แตกต่าง หมายถึง การรับส่งสารด้วยวิธีการที่หลากหลาย ทั้งการเจรจาต่อรอง หรือแลกเปลี่ยนข้อมูล สารสนเทศ องค์ความรู้ ประสบการณ์ ผ่านช่องทางหรือสื่อที่มีความหลากหลาย ทั้งสื่อบุคคล สื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อระคน โดยปราศจากความขัดแย้งต่าง ๆ และรู้เท่าทัน บนพื้นฐานความเข้าใจในบริบท สังคมที่มีความคิดและวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทั้งในระดับชุมชน ชาติ และสากล 3. การเลือกใช้กลวิธีการสื่อสารอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อบรรลุ วัตถุประสงค์ในการสื่อสาร หมายถึง การเลือกใช้วิธีการสื่อสารในลักษณะต่าง ๆ ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา ตลอดจนการสื่อความหมายผ่านสื่อในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสื่อสาร โดยมีความรับผิดชอบ ต่อผลที่จะเกิดขึ้นในสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างทั้งในระดับชุมชน ชาติ และสากล
2 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ที่มาและกรอบแนวคิด พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เคยมีกระแส พระราชดำรัสที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร ซึ่งมีความตอนหนึ่งว่า “…การสื่อสารเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่งในการพัฒนาสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้า รวมถึงการรักษา ความมั่นคงและปลอดภัยของประเทศด้วย ยิ่งในสมัยปัจจุบันที่สถานการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะ การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ย่อมมีความสำคัญมากเป็นพิเศษ ทุกฝ่ายและทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารของประเทศ จึงควรจะได้ร่วมมือกัน ดำเนินงานและประสานผลงานกันอย่างใกล้ชิด และสอดคล้อง สำคัญที่สุด ควรจะได้พยายามศึกษาค้นคว้าวิชาการและเทคโนโลยีอันทันส มัยให้ลึกซึ้ง และกว้างขวาง แล้วพิจารณาเลือกเฟ้นส่วนที่ดีมีประสิทธิภาพแน่นอน มาปรับปรุงใช้ด้วยความฉลาดริเริ่ม ให้พอเหมาะพอสมกับฐานะและสภาพของบ้านเมืองของเรา เพื่อให้กิจการสื่อสารของชาติมีโอกาสได้พัฒนา อย่างเต็มที่และสามารถอำนวยประโยชน์แก่การสร้างเสริมเศรษฐกิจ สังคม และเสถียรภาพของบ้านเมือง ได้อย่างสมบูรณ์แท้จริง…” พระราชดำรัส พระราชทานเพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือที่ระลึกครบรอบ 100 ปี ของการสื่อสารของชาติ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน 14 กรกฎาคม 2526 จากพระราชกระแสที่ได้อัญเชิญมาเตือนสติไว้นี้ทำให้เกิดความตระหนักว่า สมรรถนะการสื่อสาร เป็นสมรรถนะสำคัญซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความสำเร็จในศตวรรษที่ 21 การสื่อสารในบริบทของศตวรรษที่ 21 จึงไม่ใช่เป็นเพียงแค่ความสามารถในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพ การพูด การเขียน และสื่อดิจิทัลที่หลากหลาย แต่ยังรวมถึงทักษะการฟัง (Fullan, 2013: 9) และ Alberta Education (2011: 30) ได้ระบุว่า การสื่อสาร เป็นการถ่ายทอดความคิดผ่านคำพูด การเขียน หรือไม่ใช่คำพูด ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยน อย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการกับผู้อื่น โดยพิจารณาว่า วัฒนธรรม บริบทและประสบการณ์ส่งผลกระทบต่อ การส่งข้อความอย่างไร ผู้เรียนแสดงความเคารพ ความเห็นอกเห็นใจและความรับผิดชอบเมื่อสื่อสารกับผู้อื่น และ Cambridge university Press (2019: 5) ระบุว่า การสื่อสารเป็นทักษะอาชีพและชีวิตที่จำเป็นซึ่งทำให้ เราสามารถแบ่งปันข้อมูลและแนวคิด รวมถึงแสดงความรู้สึกและข้อโต้แย้ง (Cenere et al., 2015) และเป็นกระบวนการที่ได้รับอิทธิพลจากความซับซ้อนของพฤติกรรมของมนุษย์ เช่น พฤติกรรมที่ไม่ใช่คำพูด และรูปแบบของการตีความและการตีความความหมายของเหตุการณ์ แต่ละรูปแบบ การสื่อสารที่มี ประสิทธิภาพเป็นทักษะที่สามารถพัฒนาและเสริมสร้างได้ โดยระบุขอบเขตของการสื่อสารไว้ดังนี้ 1) การใช้ภาษาที่เหมาะสมกับบริบท 2) การจัดการการสนทนา และ 3) การมีส่วนร่วม ด้วยความมั่นใจ และความชัดเจนอย่างเหมาะสมดังนั้น จะเห็นว่า การสื่อสารที่ดีจะช่วยให้บุคคลแสดงออก ถึงความต้องการ และความรู้สึกของตนเองบรรลุวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี และเกิดความเข้าใจซึ่งกันและกัน
3 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ยุทธศาสตร์ชาติได้กำหนดเป้าหมายการขับเคลื่อนการพัฒนาให้ประเทศเจริญก้าวหน้าไปในอนาคต ซึ่งทรัพยากรมนุษย์เป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในการยกระดับการพัฒนาประเทศในทุกมิติไปสู่เป้าหมาย การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วที่ขับเคลื่อนโดยภูมิปัญญาและนวัตกรรมในอีก 20 ปีข้างหน้า2 โดยเน้น ความสำคัญของการสื่อสารในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติที่ปรากฏในแผนแม่บทพัฒนาศักยภาพคน ตลอดช่วงชีวิต และแผนแม่บทการพัฒนาการเรียนรู้ ดังจะเห็นได้ว่ามีการวางมาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561 ในรูปแบบของผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ของการศึกษา (Desired Outcomes of Education : DOE Thailand) ได้กำหนดคุณลักษณะของคนไทย 4.0 ที่ตอบสนองวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยกำหนดสมรรถนะการสื่อสาร ได้แก่ การสื่อสาร ทักษะการสื่อสาร สื่อสารเชิงบวก ไว้ในคุณลักษณะด้านที่ 2 ผู้ร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรม (Innovation Co - creator) ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษาตอนปลาย (สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา, 2561) สมรรถนะการสื่อสาร เป็นสมรรถนะสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้ง การเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับ หรือไม่รับข้อมูลข่าวสาร ด้วยหลักเหตุผล และความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบ ที่มีต่อตนเองและสังคม3 การส่งสารสามารถผ่านสื่อต่าง ๆ อย่างหลากหลาย ทั้งสื่อบุคคล สื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อระคน ในแนวทางประจักษ์นิยมแบบเฉพาะตนนั้นนอกจากจะยอมรับ ข้อมูลเชิงประจักษ์จากประสาทสัมผัสทั้งห้าแล้ว ช่องทางการรับรู้ในที่เกิดจากอายตนะทาง “ใจ” ที่รับรู้ข้อมูล ที่เป็นความคิดและอารมณ์ ก็ถือว่าการรับรู้ข้อมูลจากช่องทางใจนี้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์และมีความสำคัญ อย่างยิ่งต่อสัมพันธภาพของมนุษย์กับตนเองและโลกภายนอก คุณค่าของความรู้สำหรับบุคคลเป็นทั้งประโยชน์นิยม และปฏิบัตินิยม โดยถือว่าความรู้ต้องนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่ายได้และเป็นหนทางสู่การปฏิบัติ (ปุณยนุช ชุติมา, 2518) สมรรถนะการสื่อสาร หมายถึง ความสามารถในการรับและส่งสารบนพื้นฐานความเข้าใจและ ความเคารพในความคิดหรือวัฒนธรรมที่แตกต่าง ตลอดจนสามารถเลือกใช้กลวิธีการสื่อสารทั้งวัจนภาษา และอวัจนภาษา หรือการสื่อความหมายผ่านสื่อในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบ ต่อสังคมเพื่อบรรลุเป้าหมายในการสื่อสาร 2สำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (2563) ยุทธศาสตร์ชาติ http://nscr.nesdb.go.th/wp-content/uploads/2020/08/augfull-v1.pdf 3สพฐ (2551) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้มีการเสนอแนวคิดของการนำเอาสมรรถนะการสื่อสาร เป็นหนึ่งในห้าสมรรถนะหลักมาก่อนหน้านี้แล้ว โดยได้ให้ความหมายในครั้งนั้นว่า “ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับ และส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะ ของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหา ความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับและไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผล และความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพคำนึงถึงผลกระทบ ที่มีต่อตนเองและสังคม”
4 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 จากนิยามสมรรถนะการสื่อสาร (Communication : CM) ที่กำหนด สามารถแบ่งองค์ประกอบ เป็น 3 ด้าน ได้ดังนี้ 1. การรับสารอย่างมีสติและถอดรหัสเพื่อให้เกิดความเข้าใจ หมายถึง การรับสารด้วยความใส่ใจ ผ่านประสาทสัมผัสในการรับสาร ตลอดจนสามารถตีความสารที่ส่งมาได้ทั้งความคิด ความรู้สึก เจตนา ตลอดจนสามารถตีความสารและสามารถนำสารมาใช้พัฒนาตนเองและสังคม 2. การรับส่งสารบนพื้นฐานความเข้าใจและความเคารพในความคิดเห็นและวัฒนธรรมที่แตกต่าง หมายถึง การรับส่งสารด้วยวิธีการที่หลากหลาย ทั้งการเจรจาต่อรอง หรือแลกเปลี่ยนข้อมูล สารสนเทศ องค์ความรู้ ประสบการณ์ ผ่านช่องทางหรือสื่อที่มีความหลากหลาย ทั้งสื่อบุคคล สื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และสื่อระคน โดยปราศจากความขัดแย้งต่าง ๆ และรู้เท่าทัน บนพื้นฐานความเข้าใจในบริบท สังคมที่มีความคิดและวัฒนธรรมที่แตกต่าง ทั้งในระดับชุมชน ชาติ และสากล 3. การเลือกใช้กลวิธีการสื่อสารอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อบรรลุ วัตถุประสงค์ในการสื่อสาร หมายถึง การเลือกใช้วิธีการสื่อสารในลักษณะต่าง ๆ ทั้งวัจนภาษาและอวัจนภาษา ตลอดจน การสื่อความหมายผ่านสื่อในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายในการสื่อสาร โดยมีความรับผิดชอบ ต่อผลที่จะเกิดขึ้นในสังคมและวัฒนธรรมที่แตกต่างทั้งในระดับชุมชน ชาติ และสากล
5 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ระดับสมรรถนะการสื่อสาร ระดับการพัฒนา ระดับความสามารถ ระดับ คำบรรยายระดับ ป.1 - 3 ป.4 - 6 ม.1 - 3 ม.4 - 6 1 ใช้ประสาทสัมผัสในการรับและส่งสารอย่างตั้งใจ เข้าใจความแตกต่างทางกายภาพที่มีผลต่อการสื่อสาร ใช้สื่อ ภาพ เสียง คำพูด ท่าทาง สัญลักษณ์ใกล้ตัว และผลงานอย่างง่าย ๆ ในการสื่อสารแบบตรงไปตรงมา เริ่มต้น 2 รับและส่งสารอย่างตั้งใจโดยใช้ประสาทสัมผัส เข้าใจนัยตรง บอกข้อมูลและความรู้สึกที่มีต่อสารในสถานการณ์ ใกล้ตัวแบบตรงไปตรงมา โดยเลือกและผลิตสื่อที่เหมาะสมกับบุคคลผ่านการเคลื่อนไหว ท่าทาง เสียง ภาษา ภาพ สัญลักษณ์ และผลงานแบบง่าย ๆ พร้อมทั้งคำนึงถึงประโยชน์และโทษของการสื่อสารที่มีผลกระทบ ต่อตนเอง กำลัง พัฒนา 3 รับและส่งสารที่เป็นข้อมูล ข้อเท็จจริง และความรู้สึกที่มีรายละเอียดมากขึ้นในสถานการณ์ใกล้ตัว มีความอดทน ในการรับสารแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสื่อสาร โดยตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างตนเองกับบุคคลใกล้ตัว คำนึงถึงประโยชน์และโทษของสื่อที่มีต่อตนเอง สามารถสื่อสารเรื่องราวใกล้ตัวทั้งที่เป็นภาษา ภาพ เสียง สัญลักษณ์ ท่าทาง การแสดงออกทางศิลปะอย่างง่าย โดยเลือกและผลิตสื่อให้เหมาะกับบุคคล และกาลเทศะ สามารถ เริ่มต้น 4 รับและส่งสารที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ที่ใกล้ตัว จับประเด็นสำคัญ หรือวัตถุประสงค์ของผู้ส่งสารได้ อธิบาย ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการรับสารประเภทต่าง ๆ ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น มีความอดทนในการรับและส่งสาร ใช้สื่อที่มีความหลากหลายขึ้น เข้าใจผลกระทบของสื่อที่มีต่อตนเอง มีจุดมุ่งหมาย และกลวิธีในการสื่อสารและ การผลิตสื่อ เพื่อสื่อสาระที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองได้อย่างเหมาะสม เหนือ ความ คาดหวัง กำลัง พัฒนา 5 รับและส่งสารที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในชุมชน สังคม อย่างมีสติ จับประเด็นสำคัญ ข้อคิด ทั้งเชิงบวก และลบที่ได้รับตามวัตถุประสงค์ของผู้ส่งสาร แลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างมีสติกับบุคคลที่หลากหลายขึ้น ในสถานการณ์ที่มีความซับซ้อน ทั้งโลกจริงและโลกเสมือน มีมารยาทและจริยธรรมในการสื่อสาร เลือกใช้ กลวิธีในการผลิตสื่อและสื่อสารที่เหมาะสม และเกิดประโยชน์ต่อตนเองและต่อกลุ่ม ตามจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ สามารถ เริ่มต้น 6 รับและส่งสารผ่านสื่อที่หลากหลาย โดยปราศจากอคติ สรุปประเด็น ตีความ และประเมินคุณค่า ในมิติความจริง (ข้อมูลข่าวสาร) ความดี (แก่นแนวคิด) และความงาม (อารมณ์ สุนทรียะ) แบบง่ายได้ สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคม โดยคำนึงถึงผลกระทบของการสื่อสาร รู้ผลกระทบของสื่อ ประเมินคุณค่าและ จริยธรรมในการสื่อสาร ผ่านสื่อประเภทต่าง ๆ มีจุดมุ่งหมายในการสื่อสาร การผลิตสื่อ และออกแบบการสื่อสาร เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง ต่อกลุ่ม และต่อสังคม เหนือ ความ คาดหวัง กำลัง พัฒนา 7 รับและส่งสารผ่านสื่อที่หลากหลาย โดยปราศจากอคติ สรุปประเด็น ตีความ วิเคราะห์ และประเมินคุณค่า ในมิติความจริง ความดี ความงาม ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร สามารถออกแบบการสื่อสารที่ซับซ้อนได้อย่างมีศิลปะ และสร้างสรรค์ในการสื่อสารมากขึ้น โดยคำนึงถึง ประโยชน์ทั้งต่อตนเอง กลุ่ม และสังคมของตนเอง ตามจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ สามารถ เริ่มต้น 8 รับและส่งสารที่มีความซับซ้อนผ่านสื่อที่หลากหลาย โดยปราศจากอคติ ตีความ วิเคราะห์ วิพากษ์จุดเด่น จุดด้อย ประเมินคุณค่าของสารที่เกิดประโยชน์กับคนหมู่มาก หรือที่ทดสอบได้ว่าเป็นประโยชน์จริง หรือที่เป็นไปตามอุดมการณ์ สื่อสารทางบวก ผลิตสื่อที่ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ซับซ้อนได้ โดยคำนึงถึง กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และสามารถออกแบบการสื่อสารผ่านสื่อหลากหลายประเภทได้อย่างเหมาะสมกับ กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ คำนึงถึงสิทธิและประโยชน์ของส่วนรวมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม เหนือ ความ คาดหวัง กำลัง พัฒนา 9 รับและส่งสารที่มีความซับซ้อนและมีนัยแฝงผ่านสื่อที่หลากหลาย โดยปราศจากอคติ ตีความ วิเคราะห์ วิพากษ์ จุดเด่น จุดด้อย ประเมินคุณค่าของสารนั้นได้ลึกขึ้น มีพฤติกรรมทางกาย วาจาและใจในการสื่อสารกับบุคคล ที่มีความต่างอย่างเห็นอกเห็นใจได้อย่างเหมาะสม รู้สึกร่วมและเข้าใจความรู้สึกต่อบุคคลที่มีความต่างจากตนเอง มีกลยุทธ์ในการผลิตสื่อและสื่อสารผ่านสื่อหลากหลายประเภทได้อย่างมีศิลปะและมีพลังด้วยความรับผิดชอบ ต่อสังคม (Social Responsibility) สามารถ 10 รับและส่งสารผ่านสื่อที่หลากหลายรูปแบบและมีความซับซ้อนหรือมีนัยมากขึ้น เข้าใจ วิเคราะห์ วิพากษ์ และนำสารที่ได้รับไปใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาตนเอง ชุมชน หรือสังคมได้ ใช้กลยุทธ์ในการผลิตสื่อและ สื่อสารได้อย่างมีสติและวิจารณญาณ และรู้สึกร่วมและเข้าใจความรู้สึก (Empathy) เพื่อสร้างความเข้าใจ โดยคำนึงถึงความแตกต่างในทุกมิติด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและการสร้างสังคมที่พัฒนาอย่างยั่งยืน เหนือ ความ คาดหวัง
พฤติกรรมบ่งชี้ตามระดั ระดับ คำนิยามบรรยายระดับ ด้านการรับสารอย่างมีสติและถอด เพื่อให้เกิดความเข้าใจ 1 ใช้ประสาทสัมผัสในการรับและส่งสาร อย่างตั้งใจ เข้าใจความแตกต่างทางกายภาพ ที่มีผลต่อการสื่อสาร ใช้สื่อ ภาพ เสียง คำพูด ท่าทาง สัญลักษณ์ใกล้ตัว และผลงาน อย่างง่าย ๆ ในการสื่อสารแบบตรงไปตรงมา - ใช้ประสาทสัมผัส ในการรับสารที่อยู่ 2 รับและส่งสารอย่างตั้งใจโดยใช้ประสาทสัมผัส เข้าใจนัยตรง บอกข้อมูลและความรู้สึกที่มี ต่อสารในสถานการณ์ใกล้ตัวแบบตรงไปตรงมา โดยเลือกและผลิตสื่อที่เหมาะสมกับบุคคล ผ่านการเคลื่อนไหว ท่าทาง เสียง ภาษา ภาพ สัญลักษณ์ และผลงานแบบง่าย ๆ พร้อมทั้งคำนึงถึงประโยชน์และโทษ ของการสื่อสารที่มีผลกระทบต่อตนเอง - ฟังเสียง อ่านเรื่อง และดูภาพ เหตุก ในสถานการณ์ใกล้ตัว แล้วตอบคำถ อย่างตรงไปตรงมา - ฟังเสียง อ่านเรื่อง และดูภาพ เหตุก ในสถานการณ์ใกล้ตัว แล้วบอกควา ที่เกิดจากการรับสารอย่างง่าย ๆ ได 3 รับและส่งสารที่เป็นข้อมูล ข้อเท็จจริง และความรู้สึกที่มีรายละเอียดมากขึ้น ในสถานการณ์ใกล้ตัว มีความอดทน ในการรับสารแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสื่อสาร โดยตระหนักถึงความแตกต่าง ระหว่างตนเองกับบุคคลใกล้ตัว คำนึงถึง ประโยชน์และโทษของสื่อที่มีต่อตนเอง - ฟังเสียง อ่านเรื่อง และดูภาพที่เกี่ยว กับสถานการณ์ใกล้ตัวที่มีรายละเอีย มากขึ้น แล้วตอบคำถามอย่างตรงไปต ทั้งในส่วนของข้อมูล และความรู้สึก - แสดงความอดทนในการรับสารและ แลกเปลี่ยนประสบการณ์และสื่อสา กับบุคคลใกล้ตัวเกี่ยวกับสถานการณ ใกล้ตัวที่ต่างจากตนเอง
6 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ดับสมรรถนะการสื่อสาร พฤติกรรมบ่งชี้ ดรหัส ด้านการรับส่งสารบนพื้นฐาน ความเข้าใจ และความเคารพในความคิดเห็น และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ด้านการเลือกใช้กลวิธีการสื่อสาร อย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึง ความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการสื่อสาร ใกล้ตัว - บอกความแตกต่างเชิงกายภาพแบบกว้าง ระหว่างตนเองกับบุคคลใกล้ตัว เช่น เพศ วัย - รู้จักประเภทของสื่อใกล้ตัว -สื่อสารผ่านคำพูด ภาพ เสียง สัญลักษณ์ ท่าทาง การเคลื่อนไหว และผลงาน แบบง่าย ๆตรงไปตรงมาได้ การณ์ ถาม การณ์ ามรู้สึก ด้ - บอกความแตกต่างเชิงกายภาพ ระหว่างตนเองกับบุคคลใกล้ตัว ที่ส่งผลต่อการสื่อสาร - รู้จักประเภทของสื่อที่หลากหลายขึ้น - เข้าใจประโยชน์และโทษของสื่อที่มีต่อตนเอง อย่างเด่นชัด - สื่อสารเรื่องราวใกล้ตัวผ่านภาษา ภาพ เสียง ท่าทาง โดยเลือกและผลิตสื่อ ให้เหมาะกับบุคคลใกล้ตัวที่สื่อสารด้วย วข้อง ยด ตรงมา กที่ได้ ะ าร ณ์ - ถึงความแตกต่างระหว่างตนเอง กับบุคคลใกล้ตัวที่ส่งผลต่อการสื่อสาร - รู้วิธีการเข้าถึงสื่อที่หลากหลาย - ตระหนักถึงประโยชน์และโทษของสื่อ ที่มีต่อตนเองในระยะสั้น - สื่อสารเรื่องราวใกล้ตัวผ่านภาษา ภาพ เสียง ท่าทาง การแสดงออกทางศิลปะ อย่างง่าย ๆ โดยเลือกและผลิตสื่อ ให้เหมาะกับบุคคล และกาลเทศะ
ระดับ คำนิยามบรรยายระดับ ด้านการรับสารอย่างมีสติและถอด เพื่อให้เกิดความเข้าใจ สามารถสื่อสารเรื่องราวใกล้ตัว ทั้งที่เป็นภาษา ภาพ เสียง สัญลักษณ์ ท่าทาง การแสดงออก ทางศิลปะอย่างง่าย โดยเลือกและผลิตสื่อ ให้เหมาะกับบุคคล และกาลเทศะ 4 รับและส่งสารที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ ที่ใกล้ตัว จับประเด็นสำคัญ หรือวัตถุประสงค์ ของผู้ส่งสารได้ อธิบายความรู้สึกที่เกิดขึ้น จากการรับสารประเภทต่าง ๆ ที่มีความซับซ้อน มากขึ้น มีความอดทนในการรับและส่งสาร ใช้สื่อที่มีความหลากหลายขึ้น เข้าใจผลกระทบ ของสื่อที่มีต่อตนเอง มีจุดมุ่งหมาย และกลวิธี ในการสื่อสารและการผลิตสื่อ เพื่อสื่อสาระ ที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองได้อย่างเหมาะสม - ฟังเสียง อ่านเรื่อง และดูภาพที่เกี่ยว กับสถานการณ์ที่ใกล้ตัว แล้วสามาร จับประเด็นสำคัญ หรือ วัตถุประสง ของผู้ส่งสารแบบง่าย ๆ ได้ -อธิบายความรู้สึกที่ได้รับจากการรับ ประเภทต่าง ๆ ที่มีความซับซ้อนมา หรือมีอารมณ์หลากหลายขึ้น - แสดงความอดทนในการรับและส่งส 5 รับและส่งสารที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ ในชุมชน สังคม อย่างมีสติ จับประเด็น สำคัญ ข้อคิด ทั้งเชิงบวกและลบที่ได้รับ ตามวัตถุประสงค์ของผู้ส่งสาร แลกเปลี่ยน ประสบการณ์อย่างมีสติกับบุคคล ที่หลากหลายขึ้น ในสถานการณ์ ที่มีความซับซ้อน ทั้งโลกจริงและโลกเสมือน มีมารยาทและจริยธรรมในการสื่อสาร เลือกใช้กลวิธีในการผลิตสื่อและสื่อสาร ที่เหมาะสม และเกิดประโยชน์ต่อตนเอง และต่อกลุ่ม ตามจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ - ฟังเสียง อ่านเรื่อง และดูภาพที่เกี่ยว กับสถานการณ์ในชุมชน สังคม อย่า แล้วสามารถจับประเด็นสำคัญ ข้อคิดทั้งเชิงบวกและลบที่ได้รับ ตามวัตถุประสงค์หลักของผู้ส่งสาร พร้อมทั้งประโยชน์ที่ได้รับจากการรั ดังกล่าวแบบตรงไปตรงมา - แลกเปลี่ยนประสบการณ์อย่างมีสติ กับบุคคลที่หลากหลาย (วัย เพศ อ สถานภาพ) ขึ้น ในสถานการณ์ที่มีควา ซับซ้อนมากขึ้น ทั้งโลกจริงและโลก
7 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 พฤติกรรมบ่งชี้ ดรหัส ด้านการรับส่งสารบนพื้นฐาน ความเข้าใจ และความเคารพในความคิดเห็น และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ด้านการเลือกใช้กลวิธีการสื่อสาร อย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึง ความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการสื่อสาร วข้อง รถ งค์ สาร ากขึ้น สาร -ตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างตนเอง กับบุคคลในสังคมด้านสังคมและ วัฒนธรรมแบบกว้าง ๆ ที่ส่งผล ต่อการสื่อสาร - ใช้สื่อที่หลากหลายขึ้น - เข้าใจผลกระทบของสื่อที่มีต่อตนเอง ในระยะยาวขึ้น - กำหนดจุดมุ่งหมายในการสื่อสาร แบบง่าย ๆสามารถเลือกใช้และผลิตสื่อ ใช้กลวิธีในการสื่อสารให้เหมาะสม และเกิดประโยชน์ต่อตนเองได้ วข้อง างมีสติ รับสาร ติ าชีพ าม เสมือน - ตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างตนเอง กับบุคคลในสังคมด้านสังคม และ วัฒนธรรมของชุมชนและท้องถิ่น ที่ส่งผลต่อการสื่อสาร - ระบุความแตกต่างระหว่างโลกจริง กับโลกเสมือน - เลือกใช้สื่ออย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิด ผลกระทบต่อตนเองในเบื้องต้นได้ - มีมารยาทและจริยธรรมในการสื่อสาร ระดับเบื้องต้น - กำหนดจุดมุ่งหมายในการสื่อสาร และสามารถเลือกใช้กลวิธีในการผลิตสื่อ และสื่อสารที่เหมาะสม และเกิดประโยชน์ ต่อตนเองและต่อกลุ่ม
ระดับ คำนิยามบรรยายระดับ ด้านการรับสารอย่างมีสติและถอด เพื่อให้เกิดความเข้าใจ 6 รับและส่งสารผ่านสื่อที่หลากหลาย โดยปราศจากอคติ สรุปประเด็น ตีความ และประเมินคุณค่า ในมิติความจริง (ข้อมูลข่าวสาร) ความดี (แก่นแนวคิด) และความงาม (อารมณ์ สุนทรียะ) แบบง่ายได้ สื่อสารอย่างสร้างสรรค์เพื่อการอยู่ร่วมกัน ในสังคม โดยคำนึงถึงผลกระทบของการสื่อสาร รู้ผลกระทบของสื่อ ประเมินคุณค่าและ จริยธรรมในการสื่อสารผ่านสื่อประเภทต่าง ๆ มีจุดมุ่งหมายในการสื่อสาร การผลิตสื่อ และออกแบบการสื่อสาร เพื่อให้เกิด ประโยชน์ต่อตนเอง ต่อกลุ่ม และต่อสังคม - รับสารผ่านสื่อที่หลากหลายโดยปรา อคติ แล้วสามารถสรุปประเด็น ตีค และประเมินคุณค่า ในมิติความจริง (ข้อมูลข่าวสาร)ความดี (แก่นแนวคิ และความงาม (อารมณ์ สุนทรียะ) แบบง่ายได้ 7 รับและส่งสารผ่านสื่อที่หลากหลาย โดยปราศจากอคติ สรุปประเด็น ตีความ วิเคราะห์ และประเมินคุณค่า ในมิติความจริง ความดี ความงาม ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น และเข้าใจกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร สามารถออกแบบการสื่อสารที่ซับซ้อน ได้อย่างมีศิลปะ และสร้างสรรค์ในการสื่อสาร มากขึ้น โดยคำนึงถึงประโยชน์ทั้งต่อตนเอง กลุ่ม และสังคมของตนเอง ตามจุดมุ่งหมาย ที่กำหนดไว้ - รับสารผ่านสื่อที่หลากหลายโดยปรา อคติ แล้วสามารถสรุปประเด็น ตีค วิเคราะห์ และประเมินคุณค่าในมิติคว ความดี ความงาม ที่เกิดประโยชน์กับคน หรือที่ทดสอบได้ว่าเป็นประโยชน์จริ หรือเป็นไปตามอุดมการณ์
8 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 พฤติกรรมบ่งชี้ ดรหัส ด้านการรับส่งสารบนพื้นฐาน ความเข้าใจ และความเคารพในความคิดเห็น และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ด้านการเลือกใช้กลวิธีการสื่อสาร อย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึง ความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการสื่อสาร าศจาก วาม ด) - ฟังแบบ deep listening แบบเบื้องต้น เพื่อความเข้าใจที่มีต่อผู้ที่สื่อสารด้วย - ตระหนักถึงความสำคัญของการสื่อสาร เพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคม และวัฒนธรรม ที่มีความหลากหลาย - ตระหนักถึงผลกระทบของการสื่อสาร ที่สร้างความขัดแย้ง และใช้ประทุษวาจา (hate speech) - ประเมินคุณค่า และตระหนักถึงผลกระทบ ของสื่อ - มีจริยธรรมในการสื่อสารผ่านสื่อประเภท ต่าง ๆ - กำหนดจุดมุ่งหมายในการสื่อสาร การผลิตสื่อ และสามารถออกแบบ การสื่อสารทั้งภาษา ภาพ เสียง ท่าทาง เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อตนเอง ต่อกลุ่ม และต่อสังคม าศจาก วาม วามจริง นหมู่มาก ริง - ฟังแบบ deep listening ในระยะเวลา ที่นานขึ้น - เคารพความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคล ในสังคมที่หลากหลาย - สื่อสาร โดยปราศจากอคติคำนึงถึง ใจเขาใจเรา คำนึงถึงความแตกต่าง ในสังคมที่หลากหลาย - วิเคราะห์ วิพากษ์การทำงานของสื่อกับ การสร้างผลกระทบต่อสังคมในเชิงลึกได้ - ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ การสื่อสาร - กำหนดจุดมุ่งหมายในการสื่อสาร ผลิตสื่อ และสามารถออกแบบการสื่อสาร ทั้งภาษา ภาพ เสียง ท่าทางที่ซับซ้อน ได้อย่างมีศิลปะ และสร้างสรรค์ ในการสื่อสารมากขึ้น เพื่อให้เกิดประโยชน์ ทั้งต่อตนเอง กลุ่ม และสังคมของตนเอง
ระดับ คำนิยามบรรยายระดับ ด้านการรับสารอย่างมีสติและถอด เพื่อให้เกิดความเข้าใจ 8 รับและส่งสารที่มีความซับซ้อนผ่านสื่อ ที่หลากหลายโดยปราศจากอคติ ตีความ วิเคราะห์ วิพากษ์จุดเด่น จุดด้อย ประเมิน คุณค่าของสารที่เกิดประโยชน์กับคนหมู่มาก หรือที่ทดสอบได้ว่าเป็นประโยชน์จริง หรือที่เป็นไปตามอุดมการณ์ สื่อสารทางบวก ผลิตสื่อที่ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ซับซ้อนได้ โดยคำนึงถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และสามารถ ออกแบบการสื่อสารผ่านสื่อหลากหลาย ประเภทได้อย่างเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย ที่ต้องการ คำนึงถึงสิทธิและประโยชน์ของ ส่วนรวมและมีความรับผิดชอบต่อสังคม - รับสารผ่านสื่อที่หลากหลาย โดยปร อคติ แล้วสามารถตีความ วิเคราะห์ วิพากษ์จุดเด่น จุดด้อย รวมทั้งประเมิ ของสารที่เกิดประโยชน์กับคนหมู่มา หรือที่ทดสอบได้ว่าเป็นประโยชน์จริง หรือที่เป็นไปตามอุดมการณ์ 9 รับและส่งสารที่มีความซับซ้อนและมีนัยแฝง ผ่านสื่อที่หลากหลาย โดยปราศจากอคติ ตีความ วิเคราะห์ วิพากษ์ จุดเด่น จุดด้อย ประเมินคุณค่าของสารนั้นได้ลึกขึ้น มีพฤติกรรมทางกาย วาจาและใจในการสื่อสาร กับบุคคลที่มีความต่างอย่างเห็นอกเห็นใจ ได้อย่างเหมาะสม รู้สึกร่วมและเข้าใจ ความรู้สึกต่อบุคคลที่มีความต่างจากตนเอง มีกลยุทธ์ในการผลิตสื่อและสื่อสารผ่านสื่อ หลากหลายประเภทได้อย่างมีศิลปะ และมีพลังด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม (Social Responsibility) - รับสารที่มีความซับซ้อนและมีนัยแฝ ผ่านสื่อที่หลากหลาย แล้วสามารถ ตีความ วิเคราะห์ วิพากษ์ จุดเด่น จ ประเมินคุณค่าของสารที่เกิดประโย กับคนหมู่มากหรือที่ทดสอบได้ว่า เป็นประโยชน์จริง หรือที่เป็นไป ตามอุดมการณ์ได้ลึกขึ้น
9 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 พฤติกรรมบ่งชี้ ดรหัส ด้านการรับส่งสารบนพื้นฐาน ความเข้าใจ และความเคารพในความคิดเห็น และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ด้านการเลือกใช้กลวิธีการสื่อสาร อย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึง ความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการสื่อสาร ราศจาก ห์ นคุณค่า าก ง - ฟังแบบ deep listening อย่างมีสติ - เคารพความคิดเห็นที่แตกต่างของบุคคล ในสังคมที่หลากหลาย -สื่อสารโดยปราศจากอคติ และใช้การสื่อสาร ทางบวก - ผลิตสื่อที่ใช้เทคโนโลยีการสื่อสารที่ซับซ้อนได้ - ออกแบบการสื่อสารผ่านสื่อหลากหลาย ประเภท ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย โดยคำนึงถึงสิทธิและประโยชน์ของส่วนรวม และมีความรับผิดชอบต่อสังคม ฝง จุดด้อย ชน์ -สื่อสารกับบุคคลที่มีความต่าง อย่างเห็นอกเห็นใจได้อย่างเหมาะสม รู้สึกร่วมและเข้าใจความรู้สึกต่อบุคคล ที่มีความต่างจากตนเองได้ - วางแผนและออกแบบการสื่อสาร ผ่านสื่อหลากหลายประเภท ได้อย่างมีศิลปะ และมีพลัง ในการสร้างประโยชน์แก่สังคม
ระดับ คำนิยามบรรยายระดับ ด้านการรับสารอย่างมีสติและถอด เพื่อให้เกิดความเข้าใจ 10 รับและส่งสารผ่านสื่อที่หลากหลายรูปแบบ และมีความซับซ้อนหรือมีนัยมากขึ้น เข้าใจ วิเคราะห์ วิพากษ์ และนำสารที่ได้รับไปใช้ ประโยชน์เพื่อการพัฒนาตนเอง ชุมชน หรือ สังคมได้ ใช้กลยุทธ์ในการผลิตสื่อและสื่อสาร ได้อย่างมีสติและวิจารณญาณ และรู้สึกร่วม และเข้าใจความรู้สึก (Empathy) เพื่อสร้าง ความเข้าใจ โดยคำนึงถึงความแตกต่าง ในทุกมิติด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และการสร้างสังคมที่พัฒนาอย่างยั่งยืน - รับสารผ่านสื่อที่หลากหลายรูปแบบ และมีความซับซ้อนหรือมีนัยมากขึ้น แล้วสามารถเข้าใจ วิเคราะห์ วิพากษ และนำสารที่ได้ไปใช้ประโยชน์ เพื่อการพัฒนาตนเอง ชุมชน หรือสั หรือที่ทดสอบได้ว่าเป็นประโยชน์จริ หรือที่เป็นไปตามอุดมการณ์
10 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 พฤติกรรมบ่งชี้ ดรหัส ด้านการรับส่งสารบนพื้นฐาน ความเข้าใจ และความเคารพในความคิดเห็น และวัฒนธรรมที่แตกต่าง ด้านการเลือกใช้กลวิธีการสื่อสาร อย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึง ความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ในการสื่อสาร บ น ษ์ สังคมได้ ริง - สื่อสารอย่างมีสติ ใช้ deep listening ในชีวิตประจำวัน และสามารถ ใช้การสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจ - รู้เท่าทันสื่อ รู้จักเลือกใช้และผลิตสื่อ และกลวิธีการสื่อสารที่หลากหลาย ใช้การสื่อสารเพื่อสร้างสังคมที่พัฒนา อย่างยั่งยืน - ใช้กลยุทธ์ในการผลิตสื่อและสื่อสาร ได้อย่างมีสติและวิจารณญาณเพื่อสร้าง ความเข้าใจโดยคำนึงถึงความแตกต่าง ในทุกมิติด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และการสร้างสังคมที่พัฒนาอย่างยั่งยืน
11 อภิธานศัพท์ กลยุทธ์ในการสื่อสาร การออกแบบระบบและวางแผนในการสื่อสาร เพื่อให้การสื่อสารบรรลุเป้าหมายและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด กลวิธีในการสื่อสาร การนำแผนจากกลยุทธ์การสื่อสารมาสู่ปฏิบัติการเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่ทำให้ผู้ส่งสารสามารถส่งสาร ไปถึงผู้รับ และบรรลุเป้าหมายได้ สาร สิ่งที่ผู้ส่งสารต้องการนำเสนอและถ่ายทอดไปยังผู้รับสารโดยอาศัยสื่อเป็นตัวกลางในการนำเสนอ และ ผู้รับสารสามารถเข้าใจความหมายของสารเมื่อมีการถอดความหมายออกมา สารอาจเป็นคำพูด ตัวหนังสือ เรื่องราว ตัวเลข รูปภาพ เครื่องหมาย หรือกิริยาท่าทางต่าง ๆ เสียง บทเพลง ดนตรี รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ฯลฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่แสดง หรือถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก ความต้องการและวัตถุประสงค์ เจตนา ทั้งนัยตรงและนัยแฝง ของผู้ส่งสาร สื่อ สิ่งที่เป็นตัวกลางของสาร ทำหน้าที่นำสารจากผู้ส่งสารไปยังผู้รับสาร ผู้ส่งสารต้องอาศัยสื่อ หรือ ช่องทางนำสารไปยังผู้รับสาร ซึ่งช่วยให้ติดต่อถึงกันอย่างมีประสิทธิภาพ สื่อมีหลายรูปแบบ เช่น สื่อธรรมชาติ สื่อที่เป็นเสียง สื่อที่เป็นกลิ่น สื่อการแสดง สื่อบุคคล สื่อศิลปะ สื่อสิ่งประดิษฐ์ สื่อสิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่อดิจิทัล เป็นต้น
12 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 แหล่งอ้างอิง คณะกรรมการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ตามนโยบายภาษาแห่งชาติ สำนักงานราชบัณฑิตยสภา. (ร่าง) แผนยุทธศาสตร์ตามนโยบายภาษาแห่งชาติ พ.ศ.2561 – 2564. อัดสำเนา. ปุณยนุช ชุติมา. (2543). ปรัชญาการสื่อสารในธรรมสารของพุทธทาสภิกขุ วิทยานิพนธ์ นิเทศศาสตร มหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2562), คู่มือแนวทางการจัดการการเรียนการสอน ภาษาอังกฤษตามความเข้มข้น 3 ระดับสู่สากล. __________. (2551). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์. สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2562). มาตรฐานการศึกษาของชาติ พ.ศ. 2561. กรุงเทพฯ: บริษัท 21 เซ็นจูรี่ จำกัด. __________. (2562). รายงานผลการวิจัยและพัฒนากรอบสมรรถนะผู้เรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น สำหรับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ: บริษัท 21 เซ็นจูรี่ จำกัด. สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา. (2557). คู่มือหลักสูตรอาเซียน (ASEAN Curriculum Sourcebook). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. สำนักงานสภาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (2563) แผนยุทธศาสตร์ชาติ. http://nscr.nesdb.go.th/wpcontent/uploads/2020/08/aug-full-v1.pdf สิงหาคม 2563 Alberta Education. (2016) . COMPETENCIES OVERVIEW. from: https: / /education.alberta.ca/ media/ 3115408/competencies-overview-may-17.pdf Alberta Education. (2011). Framework for student learning: Competencies for engaged thinkers and ethical citizens with an entrepreneurial spirit. Edmonton: Author. from: http://education.alberta.ca/media/6581166/ framework.pdf. Alberta Government. Competencies and Current Programs of Study ENGLISH LANGUAGE ATRS, Arts education (DRAMA, MUSIC AND ART), SOCIAL STUDIES. COUNCIL OF EUROPE. Common European Framework of Reference for Languages: Learning, teaching, assessment. from: https://rm.coe.int/16802fc1bf Competency. From: https://fliphtml5.com/sfvj/lywf/basic. Accessed April 13, 2020. Core Competencies. from: https://curriculum.gov.bc.ca/competencies __________. from: https://curriculum.gov.bc.ca/competencies. Accessed April 22, 2020. Eunice V. Del Barrio. (2015). DEFINITION, ELEMENTS, LEVELS, TYPES, POWERS, MISCONCEPTIONS and REASONS WHY WE COMMUNICATE from: https: / /www.academia.edu/19597727/ Communicatio_Definition_Elements_Levels_Types_Power_Misconception_and_Reason Jack C Richards. (2005). Communicative Language Teaching Today. Singapore: SEAMEO Regional Language Centre
13 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ข้อมูลเพิ่มเติม ความหมายของความตระหนัก ราชบัณฑิตยสถาน (2545:428) ให้ความหมายของคำว่า ตระหนัก ไว้ว่า รู้ประจักษ์ชัด รู้ชัดแจ้ง กุลวดีราชภักดี (2545:38 ) กล่าวถึงความตระหนักว่า หมายถึงภาวการณ์ที่บุคคลเกิดความรู้สึก นึกคิด ความคิดเห็นหรือประสบการณ์จากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง เป็นภาวะที่บุคคลเข้าใจและประเมิน สถานการณ์ที่เกี่ยวกับตนเองได้โดยเกิดจากสภาวะจิตที่ยอมรับถึงภาวการณ์หรือความโน้มเอียงที่จะเลือก พฤติกรรม และปฏิบัติตนเพื่อแสดงต่อปัญหาหรือเหตุการณ์หนึ่งที่ได้ประสบ เริงชัย คงสงค์ (2547) กล่าวว่าความตระหนักเป็นสภาวะทางจิตใจที่เกี่ยวกับความสำนึก ความรู้สึก นึกคิดและความปรารถนาของบุคคลต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด หรือเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง โดยมีเหตุการณ์ สภาพแวดล้อม หรือสังคมหรือสิ่งเร้าจากภายนอกเป็นปัจจัยที่ทำให้บุคคลเกิดความตระหนัก เกษม จันทร์แก้ว (2547) กล่าวว่า ความตระหนัก หมายถึง การที่บุคคลหนึ่งได้ฉุกคิด หรือเกิดความรู้สึก ว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือเหตุการณ์ใด เหตุการณ์หนึ่ง ภายใต้สภาวะจิตใจที่สามารถแสดงออก ด้วยการพูด การเขียน การอ่านหรืออื่น ๆ โดยอาศัยระยะเวลา ประสบการณ์หรือสภาพแวดล้อมทางสังคม หรือสิ่งเร้าจากภายนอก ให้เกิดความรู้สึกจากการสัมผัส การรับรู้ความคิดรวบยอด การเรียนรู้หรือความรู้ส่งผลให้เกิดความตระหนัก และนำไปสู่พฤติกรรมที่แสดงออกในสิ่งนั้น กุลวดี สุดหล้า (2550) กล่าวว่า ความตระหนักหมายถึงการแสดงออกซึ่งความรู้สึก ความเห็น ความสำนึก เป็นภาวะที่บุคคลเข้าใจ และประเมินสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับตนเองได้โดยอาศัย ระยะเวลา เหตุการณ์ ประสบการณ์ หรือสภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยทำให้คนเกิดความตระหนัก นงลักษณ์ วงศ์ถนอม (2548: 51) กล่าวถึงความตระหนักว่า หมายถึง ความสำนึกที่บุคคล เคยมีความรู้สึกนึกคิดที่เกิดขึ้น ในสภาวะจิตใจต่อเหตุการณ์หนึ่งที่ได้ประสบ แล้วแสดงความรู้สึกออกมา ทางพฤติกรรม อนุสรณ์ กาลดิษฐ์ ( 2548: 51 ) กล่าวถึงความตระหนักว่าหมายถึงความสำนึกซึ่งบุคคลเคยมีการรับรู้ หรือเคยมีความรู้มาก่อน เมื่อมีสิ่งเร้ามากระตุ้นจึงเกิดความสำนึกหรือความตระหนักขึ้น ความตระหนัก มีความหมายเหมือนกับความสำนึก เป็นสภาวะทางจิตใจที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึก ความคิด ความปรารถนาต่าง ๆ อันเกิดจากความรู้และความสำนึกต่าง ๆ มาแล้ว โดยมีการประเมินค่าและตระหนักถึงความสำคัญของตน ที่มีต่อสิ่งนี้
14 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 ขั้นตอนและกระบวนการเกิดความตระหนัก Good (1973 : 54) กล่าวว่าการเกิดความตระหนักเป็นผลมาจากกระบวนการทางปัญญา (Cognitive Process ) กล่าวคือ เมื่อบุคคลได้รับการกระตุ้นจากสิ่งเร้าหรือรับสัมผัสสิ่งเร้าแล้วจะเกิดความรู้ เมื่อรับรู้ ขั้นต่อไปก็จะเข้าใจสิ่งนั้น คือเกิดความคิดรวบยอดและนำไปสู่การเรียนรู้คือมีความรู้ในสิ่งนั้นและนำไปสู่ การเกิดความตระหนักในที่สุด ซึ่งความรู้และความตระหนักก็จะนำไปสู่การกระทำ หรือการแสดงพฤติกรรม ของบุคคลต่อสิ่งเร้านั้นตามภาพประกอบด้านล่าง จากภาพประกอบด้านล่างเป็นการแสดงขั้นตอนตามลำดับของการสะสมความรู้และเจตคติเพื่อให้เกิด เป็นความตระหนักซึ่งในการตระหนักนั้นจะต้องอาศัยพื้นฐานความรู้ (knowledge) หรือแนวคิดที่เกี่ยวข้อง เป็นข้อมูลพื้นฐาน และต้องมีความรู้ในเรื่องนั้น ๆ จึงจะนำไปสู่ขั้นลุ่มลึกชัดแจ้ง (intelligibility) แล้วจึงเกิด ความตระหนักในที่สุด
15 สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา ณ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 องค์ประกอบที่ก่อให้เกิดความตระหนัก เบรกเลอร์ (1986: 45) ได้กล่าวเอาไว้ว่า ความตระหนัก เกิดจากทัศนคติที่มีต่อสิ่งเร้า อันได้แก่ บุคคล สถานการณ์กลุ่มสังคม และสิ่งต่าง ๆ ที่โน้มเอียง หรือ ที่จะตอบสนองในทางบวกหรือทางลบ เป็นสิ่งที่เกิดจากการเรียนรู้และประสบการณ์ โดยองค์ประกอบสำคัญ ที่ก่อให้เกิดความตระหนัก มีอยู่ด้วยกัน 3 ประการ ดังนี้ 1. ความรู้ความเข้าใจ (Cognitive Component) จะเริ่มต้นจากระดับง่ายและมีการพัฒนา เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ 2. อารมณ์ความรู้สึก (Affective Component) เป็นความรู้สึกด้านทัศนคติค่านิยม ความตระหนัก ชอบหรือไม่ชอบ ดีหรือไม่ดีเป็นองค์ประกอบในการประเมินสิ่งเร้าต่าง ๆ 3. พฤติกรรม (Behavioral Component) เป็นการแสดงออกทั้งทางวาจา กิริยา ท่าทาง ที่มีต่อสิ่งเร้า หรือแนวโน้มที่บุคคลจะกระทำ
สมรรถนะ การรวมพลังทำงานเป็นทีม (Teamwork and Collaboration: TC) นิยาม สามารถจัดระบบและกระบวนการทำงาน กิจการ และการประกอบการใด ๆ ทั้งของตนเอง และ ร่วมกับผู้อื่น โดยใช้การรวมพลังทำงานเป็นทีม มีแผน ขั้นตอน ให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย มีภาวะผู้นำ มี ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ มีการประสานความคิดเห็นที่แตกต่างสู่การตัดสินใจและแก้ปัญหาเป็นทีมอย่าง รับผิดชอบร่วมกัน สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและจัดการความขัดแย้งภายใต้สถานการณ์ที่ยุ่งยาก องค์ประกอบ การรวมพลังทำงานเป็นทีม ประกอบด้วยลักษณะสำคัญ 3 ประการคือ 1. เป็นสมาชิกทีมที่ดีและมีภาวะผู้นำ มีทักษะการทำงานเป็นทีม รับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ของตน และของทีม มีความยืดหยุ่นในการทำงานร่วมกับกลุ่มคนที่แตกต่าง นำจุดเด่นของตนและสมาชิกมาใช้ ในการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย สะท้อนการทำงานของตนเองและทีม ส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของทีม สร้างแรงบันดาลใจในการพัฒนาตนเอง ให้เป็นที่ยอมรับและไว้วางใจ ประสานความร่วมมือภายในทีม และระหว่างทีม สร้างค่านิยมใหม่ในการทำงานร่วมกัน และการพัฒนาทีมที่เข้มแข็ง สามารถเป็นต้นแบบ ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง 2. กระบวนการทำงานแบบร่วมมือรวมพลังอย่างเป็นระบบ สามารถจัดระบบการทำงานกิจการ และการประกอบการใด ๆ ทั้งของตนเอง และร่วมกับผู้อื่น ร่วมกันกำหนดเป้าหมาย แผนการทำงาน ขั้นตอน และกระบวนการทำงานเป็นทีม เห็นภาพความสำเร็จของทีม คำนึงถึงประโยชน์ของทีมก่อนประโยชน์ส่วนตน แบ่งบทบาทหน้าที่ให้เหมาะสมกับศักยภาพของสมาชิก รับผิดชอบตามบทบาทหน้าที่ด้วยความใส่ใจ มีความ พยายามในการทำงานและสนับสนุนช่วยเหลือให้เกิดความสำเร็จ เคารพ รับฟัง แลกเปลี่ยน และประสานความ คิดเห็นที่แตกต่าง ประยุกต์ใช้ทักษะการคิดขั้นสูงในการตัดสินใจเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพ ประเมินและปรับปรุง กระบวนการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ร่วมรับผิดและรับชอบต่อผล การตัดสินใจของทีม เห็นคุณค่าของการทำงานแบบร่วมมือรวมพลัง 3. สร้างความสัมพันธ์ที่ดีและการจัดการความขัดแย้ง มีทัศนคติเชิงบวกในการทำงานร่วมกับผู้อื่น เห็นคุณค่าของสัมพันธภาพที่ดี สร้างและรักษาความสัมพันธ์อันดีในทีม ให้ความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความจริงใจ เห็นอกเห็นใจในฐานะที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน เคารพและเห็นประโยชน์ของ ความแตกต่างหลากหลาย มีทักษะและใช้วิธีการป้องกันและจัดการความขัดแย้งได้อย่างเป็นระบบ
ระดับสมรรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม ระดับการพัฒนา ระดับความเชี่ยวชาญ ระดับ คำบรรยายระดับ ป.1-3 ป.4-6 ม.1-3 ม.4-6 1 รับรู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง มุ่งมั่นทำงานและทำกิจกรรมของ ตนเองและร่วมกับผู้อื่นได้สำเร็จตามข้อตกลง กฎ กติกา และ แสดงออกอย่างเหมาะสมในสถานการณ์ต่าง ๆ ตามคำชี้แนะ เริ่มต้น 2 รู้และรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ของตนเอง มีความมั่นใจในการ ทำงานตามขั้นตอนต่าง ๆ ให้สำเร็จ ตามคำแนะนำ และปฏิบัติ ตามกฎ กติกา ของทีม เมื่อได้รับการชี้แนะเพื่อสนับสนุนการทำ กิจกรรมร่วมกับผู้อื่นให้บรรลุผลสำเร็จ สามารถรับรู้ความรู้สึก ของผู้อื่นและตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ตามคำแนะนำ กำลัง พัฒนา 3 มีความรับผิดชอบและใช้จุดเด่นในการทำงานให้สำเร็จ รักการ ทำงาน เป็นสมาชิกทีมที่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การกำหนด เป้าหมาย การสร้างข้อตกลงและการทำงานของทีม แสดงออก ถึงความเข้าใจต่อเพื่อนในทีมด้วยความเป็นมิตรตามคำแนะนำ สามารถ เริ่มต้น 4 เป็นสมาชิกทีมที่รับผิดชอบต่อบทบาทและงานตามที่ได้รับ มอบหมาย จัดระบบความคิดก่อนลงมือทำงานอย่างเป็นลำดับ ขั้นและปฏิบัติงานจนสำเร็จ รวมทั้งการช่วยเหลือเพื่อนในทีม โดยปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างเป็นมิตร เหนือ ความ คาดหวัง กำลัง พัฒนา 5 เป็นสมาชิกที่ริเริ่มกำหนดเป้าหมาย วิธีการทำงานทั้งของตนเอง และทีม ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการวางแผนการทำงานอย่าง เป็นลำดับขั้นและปฏิบัติงานจนสำเร็จ วิเคราะห์และสะท้อนการ ทำงาน แสดงความคิดเห็นและสนับสนุนการทำงานของสมาชิก ในทีมให้บรรลุเป้าหมาย สามารถ เริ่มต้น 6 เป็นผู้นำตนเองมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและการทำงานเพื่อให้ บรรลุเป้าหมายของตนเองและทีม จัดระบบความคิดและการ ทำงาน สะท้อนผลการทำงานโดยตระหนักถึงเป้าหมายและ สัมพันธภาพเชิงบวกของทีม เหนือ ความ คาดหวัง กำลัง พัฒนา 7 เป็นผู้นำตนเอง สร้างการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจและ กระบวนการทำงาน ตรวจสอบและพัฒนางานร่วมกับผู้อื่นอย่าง เป็นระบบ มีวิธีการทำงานที่โปร่งใสตรวจสอบได้ สร้าง สัมพันธภาพเชิงบวก และจัดการความขัดแย้งด้วยความเข้าใจ และยอมรับ ความแตกต่าง ความเสมอภาคและเท่าเทียมกันโดย ไม่เลือกปฏิบัติ เห็นคุณค่าของทุกคนในทีมอย่างเท่าเทียมกัน สามารถ เริ่มต้น 8 มีภาวะผู้นำ ใช้ทักษะการคิดขั้นสูง เพื่อมองเห็นภาพ ความสำเร็จ ตัดสินใจและทำงานอย่างมีส่วนร่วม เพื่อขับเคลื่อน ทีมให้บรรลุเป้าหมาย ด้วยกระบวนการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ อีกทั้งรักษาสัมพันธภาพเชิงบวกในทีม เหนือ ความ คาดหวัง กำลัง พัฒนา 9 มีภาวะผู้นำ เสริมสร้างความสัมพันธ์เชิงบวกและคุณค่าของการ รวมพลังทำงานเป็นทีม มีความสามารถในการประสานความ คิดเห็นที่แตกต่าง และทำงานด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถจัดการความขัดแย้งได้ สามารถ 10 มีคุณลักษณะของผู้ที่สร้างการเปลี่ยนแปลง สร้างแรงบันดาลใจ เห็นคุณค่าของทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน สร้างพลวัตรของการ ทำงานเป็นทีม เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมายความสำเร็จของงาน และของทีม เหนือ ความ คาดหวัง
พฤติกรรมบ่งชี้หลักตามระดับสมร ระดับ คำนิยามบรรยายระดับ ด้านการเป็นสมาชิกทีมที่ดี และ มีภาวะผู้นำ 1 รับรู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง มุ่งมั่น ทำงานและทำกิจกรรมของตนเองและ ร่วมกับผู้อื่นได้สำเร็จตามข้อตกลง กฎ กติกา และแสดงออกอย่างเหมาะสมใน สถานการณ์ต่าง ๆ ตามคำชี้แนะ - รับรู้ว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ ต้องทำงานร่วมกันให้สำเร็จ - รู้บทบาทและหน้าที่ของตนเอง ปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายให้ บรรลุผลสำเร็จได้โดยได้รับการ ชี้แนะ 2 รู้และรับผิดชอบในบทบาทหน้าที่ของ ตนเอง มีความมั่นใจในการทำงานตาม ขั้นตอนต่าง ๆ ให้สำเร็จ ตามคำแนะนำ และปฏิบัติตามกฎ กติกา ของทีม เมื่อ ได้รับการชี้แนะเพื่อสนับสนุนการทำ กิจกรรมร่วมกับผู้อื่นให้บรรลุผลสำเร็จ สามารถรับรู้ความรู้สึกของผู้อื่นและ ตอบสนองต่อสถานการณ์ต่าง ๆ ตาม คำแนะนำ - ปฏิบัติตามภาระงานของทีมและ ระบุจุดเด่นของตนเองในการทำงาน ตามหน้าที่และบทบาทความ รับผิดชอบได้ - รับผิดชอบและปฏิบัติบทบาทหน้าที่ ของตนเอง และเข้าใจในบทบาท หน้าที่ที่แตกต่างกันของสมาชิกทีม
รรถนะการรวมพลังทำงานเป็นทีม พฤติกรรมบ่งชี้หลัก ด้านกระบวนการทำงาน แบบร่วมมือรวมพลัง ด้านการสร้างความสัมพันธ์ และจัดการความขัดแย้ง - ทำงานและทำกิจกรรมต่าง ๆ ตามลำดับ ขั้นตอน ภายใต้คำชี้แนะ ข้อตกลง กฎ กติกา ให้สำเร็จตามเวลาที่กำหนด ทั้งของตนเอง และร่วมกับผู้อื่น - ใช้งานสิ่งของต่าง ๆ อย่างถูกต้อง จัดเก็บ และดูแลรักษาสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวได้ตาม คำชี้แนะ •แนะนำตนเองกับเพื่อนได้ บอกสิ่งที่ ตนเองทำได้ดี และสิ่งที่จะช่วยเพื่อนใน ทีมได้ •รับรู้ความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น แสดง พฤติกรรมเชิงบวกเมื่อเกิดความขัดแย้ง เช่น การไม่ใช้ความรุนแรง ไม่มุ่งเอาชนะ การขอโทษ ขอบคุณ การให้อภัย ฯลฯ โดยได้รับการชี้แนะอย่างใกล้ชิด - รู้เป้าหมายของทีม และช่วยเหลือ สนับสนุน ทีมในการทำกิจกรรมเพื่อให้บรรลุตาม เป้าหมาย - ปฏิบัติตามบทบาทหน้าที่ของตนเอง ตามลำดับขั้นตอน และข้อตกลง กฎ หรือ กติกา ให้สำเร็จ ตามเวลาที่กำหนด เพื่อไปสู่ เป้าหมาย - ใช้งาน จัดเก็บและดูแลรักษาสิ่งของ เครื่องใช้ส่วนรวมได้ตามคำแนะนำ •ทักทายและพูดคุยทำความรู้จักเพื่อน ในทีม •รับรู้ความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น แสดง พฤติกรรมเชิงบวกเมื่อเกิดความขัดแย้ง อย่างเหมาะสมตามคำแนะนำ
ระดับ คำนิยามบรรยายระดับ ด้านการเป็นสมาชิกทีมที่ดี และ มีภาวะผู้นำ 3 (จบ ป.3) มีความรับผิดชอบและใช้จุดเด่นในการ ทำงานให้สำเร็จ รักการทำงาน เป็น สมาชิกทีมที่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ การกำหนดเป้าหมาย การสร้างข้อตกลง และการทำงานของทีม แสดงออกถึงความ เข้าใจต่อเพื่อนในทีมด้วยความเป็นมิตร ตามคำแนะนำ - รู้ความสามารถของตน และใช้ จุดเด่นของตน • ในการทำงาน รับผิดชอบตามหน้าที่ และ • บทบาทที่ได้รับมอบหมายได้ 4 เป็นสมาชิกทีมที่รับผิดชอบต่อบทบาท และงานตามที่ได้รับมอบหมาย จัดระบบ ความคิดก่อนลงมือทำงานอย่างเป็นลำดับ ขั้นและปฏิบัติงานจนสำเร็จ รวมทั้งการ ช่วยเหลือเพื่อนในทีม โดยปฏิบัติต่อผู้อื่น อย่างเป็นมิตร • รับผิดชอบบทบาทของตนเองอย่าง เต็ม ความสามารถ และช่วยเหลือ เพื่อนในทีมได้ 5 (จบ ป.6) เป็นสมาชิกที่ริเริ่มกำหนดเป้าหมาย วิธีการทำงานทั้งของตนเองและทีม ใช้ ความคิดสร้างสรรค์ในการวางแผนการ ทำงานอย่างเป็นลำดับขั้นและปฏิบัติงาน จนสำเร็จ วิเคราะห์และสะท้อนการ ทำงาน แสดงความคิดเห็นและสนับสนุน • ใช้จุดเด่นของตนเองและสมาชิกใน การทำงานเป็นทีมในภาระงานที่ แตกต่าง สะท้อนการทำงานของ ตนเอง พร้อมที่จะปรับเปลี่ยน หน้าที่และบทบาท ชักจูงให้สมาชิก
พฤติกรรมบ่งชี้หลัก ด้านกระบวนการทำงาน แบบร่วมมือรวมพลัง ด้านการสร้างความสัมพันธ์ และจัดการความขัดแย้ง - ร่วมตัดสินใจ กำหนดเป้าหมายและข้อตกลง การทำงานร่วมกันของทีม รวมถึงรับรู้ เป้าหมายและข้อตกลงนั้น ๆ • มีส่วนร่วมทำงานกับผู้อื่น สนับสนุนและ รับผิดชอบต่อการตัดสินใจร่วมกัน • ใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อย่างรู้คุณค่า และ รับผิดชอบจัดระเบียบและดูแลรักษาสิ่งของ เครื่องใช้ของตนเองทั้งที่โรงเรียนและที่บ้าน •แสดงความสนใจ ใส่ใจ และห่วงใย เพื่อนในทีม • รับรู้และเข้าใจความรู้สึกของตนเองและ ผู้อื่น แสดงพฤติกรรมเชิงบวกเมื่อเกิด ความขัดแย้งอย่างเหมาะสมตาม คำแนะนำ • ทำงานร่วมกับทีมในการรับฟัง แลกเปลี่ยน แสดงความคิดเห็น เพื่อหาทางเลือกและ ร่วมตัดสินใจแก้ปัญหากับทีมได้ • กำหนดเป้าหมาย และจัดลำดับขั้นตอนการ ทำงานและปฏิบัติงานจนสำเร็จ • เลือกใช้และดูแลรักษาทรัพยากรอย่างรู้ คุณค่า • พูดหรือแสดงต่อผู้อื่นในเชิงบวก • แก้ไขความขัดแย้งเชิงบวก โดยใช้ เหตุและผล • ร่วมกำหนดเป้าหมายของทีม รับรู้ รับผิดชอบเป้าหมายนั้น และเห็นความ เชื่อมโยงของหน้าที่ตนเองกับเป้าหมาย ของทีม • เข้าใจและยอมรับความสามารถของ สมาชิกทีมที่แตกต่างกัน • มีทักษะพื้นฐานการแก้ไขความขัดแย้ง เช่น การสร้างความเข้าใจปัญหา ปฏิเสธ การใช้ความรุนแรง มุ่งเน้นประเด็น ปัญหามากกว่าตัวบุคคล ไม่มุ่งเอาชนะ
ระดับ คำนิยามบรรยายระดับ ด้านการเป็นสมาชิกทีมที่ดี และ มีภาวะผู้นำ การทำงานของสมาชิกในทีมให้บรรลุ เป้าหมาย ทีมทำงานให้สำเร็จเพื่อให้งานบรรลุ เป้าหมาย • กล้าแสดงความคิดเห็นของตนเอง และรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 6 เป็นผู้นำตนเองมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และการทำงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของ ตนเองและทีม จัดระบบความคิดและการ ทำงาน สะท้อนผลการทำงาน โดย ตระหนักถึงเป้าหมายและสัมพันธภาพเชิง บวกของทีม • สะท้อนการทำงานของตนและทีม ตามความเป็นจริง เพื่อหาจุดเด่น และจุดพัฒนา ในการสนับสนุนการ ทำงานของทีม • สร้างแรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง 7 (จบ ม.3) เป็นผู้นำตนเอง สร้างการมีส่วนร่วมในการ ตัดสินใจและกระบวนการทำงาน ตรวจสอบและพัฒนางานร่วมกับผู้อื่น อย่างเป็นระบบ มีวิธีการทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ สร้างสัมพันธภาพเชิงบวก และจัดการความขัดแย้งด้วยความเข้าใจ • ใช้ทักษะการทำงานเป็นทีมในการ ดึงศักยภาพของสมาชิกในการ ทำงานให้บรรลุผลสำเร็จ สะท้อน การทำงานและให้ข้อเสนอแนะต่อ สมาชิกทีม และสร้างแรงบันดาลใจ ให้กันและกันในการทำงาน
พฤติกรรมบ่งชี้หลัก ด้านกระบวนการทำงาน แบบร่วมมือรวมพลัง ด้านการสร้างความสัมพันธ์ และจัดการความขัดแย้ง • ร่วมวางแผนขั้นตอนในการทำงานไปสู่ เป้าหมาย แบ่งบทบาทหน้าที่ และการ ตัดสินใจร่วมกันในทีมได้ • รู้จักและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในชุมชน อย่างคุ้มค่า และสร้างสรรค์ กันแต่สร้างความร่วมมือกัน การเข้าใจ ผู้อื่น เป็นต้น • ร่วมกำหนดเป้าหมาย วางแผนการทำงาน เป็นทีม ลงมือปฏิบัติ ทบทวน ประเมินผล และปรับปรุงการทำงานร่วมกัน • เข้าใจกระบวนการทำงานเป็นทีมอย่างเป็น องค์รวมและปรับบทบาทและหน้าที่ของ ตนเองให้เหมาะสมกับสถานการณ์เพื่อให้ บรรลุเป้าหมายของทีม • รู้จักและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในชุมชน อย่างรู้คุณค่า โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อ ตนเอง ผู้อื่น สังคม และสิ่งแวดล้อม • ไว้วางใจและส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกัน และกัน • ใช้ทักษะพื้นฐานในการป้องกันและ แก้ไขความขัดแย้งในการทำงานเป็นทีม • เข้าใจและยอมรับความแตกต่าง และ รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น • สนับสนุนด้านข้อมูล ส่งเสริมกระบวนการ ทำงาน และการจัดการอย่างเป็นระบบ ที่ให้ สมาชิกทุกคนมีความรับผิดชอบต่อบทบาท หน้าที่ของตนเองอย่างเต็มความสามารถ • ทำงานร่วมกับทีมด้วยกระบวนการทำงานที่ เป็นระบบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ • มีทัศนคติเชิงบวกในการทำงานร่วมกับ ผู้อื่น ชื่นชม และเห็นความทุ่มเท พยายาม ในการทำงานของสมาชิกทีม โดยไม่เลือกปฏิบัติ • ใช้วิธีการที่เหมาะสมกับบุคคลและ สถานการณ์ เพื่อสร้างและรักษา ความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น
ระดับ คำนิยามบรรยายระดับ ด้านการเป็นสมาชิกทีมที่ดี และ มีภาวะผู้นำ และยอมรับ ความแตกต่าง ความเสมอ ภาคและเท่าเทียมกันโดยไม่เลือกปฏิบัติ เห็นคุณค่าของทุกคนในทีมอย่างเท่าเทียม กัน • เป็นผู้นำตนเองและเป็นสมาชิกที่ดี ของทีมมีแรงบันดาลใจในการ พัฒนาตนเองให้เป็นที่ไว้วางใจ 8 มีภาวะผู้นำ ใช้ทักษะการคิดขั้นสูง เพื่อ มองเห็นภาพความสำเร็จ ตัดสินใจและ ทำงานอย่างมีส่วนร่วม เพื่อขับเคลื่อนทีม ให้บรรลุเป้าหมายด้วยกระบวนการ ทำงานที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ อีกทั้ง รักษาสัมพันธภาพเชิงบวกในทีม • เป็นผู้นำและเป็นสมาชิกที่ดีของทีม แสดงออกได้อย่างเหมาะสม มีแรง บันดาลใจ และสามารถวางแผนใน การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง จน ได้รับความไว้วางใจและยอมรับจาก สมาชิกทีม • กระตุ้นและส่งเสริมให้ทีมนำจุดเด่น ของแต่ละคนมาใช้ในการทำงานให้ บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย 9 (จบ ม.6) มีภาวะผู้นำ เสริมสร้างความสัมพันธ์เชิง บวกและคุณค่าของการรวมพลังทำงาน เป็นทีม มีความสามารถในการประสาน ความคิดเห็นที่แตกต่าง และทำงานด้วย ความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสามารถ จัดการความขัดแย้งได้ • มีภาวะผู้นำ ช่วยเหลือสมาชิกทีมให้ เข้าใจเป้าหมาย กระบวนการ ทำงาน และแผนการดำเนินงานทั้ง ระบบ • มีความยืดหยุ่นสามารถทำงาน ร่วมกับกลุ่มคนที่แตกต่าง ทำงาน
พฤติกรรมบ่งชี้หลัก ด้านกระบวนการทำงาน แบบร่วมมือรวมพลัง ด้านการสร้างความสัมพันธ์ และจัดการความขัดแย้ง • รู้จักใช้ทรัพยากรในการพัฒนางาน หรือ นวัตกรรม หรือต่อยอดจากของเดิม โดย คำนึงถึงผลกระทบต่อตนเอง ผู้อื่น สังคม และสิ่งแวดล้อม • จัดการความขัดแย้งอย่างเป็นระบบ เห็น ประโยชน์จากความแตกต่างทางความคิด ร่วมกันตัดสินใจโดยคำนึงถึงประโยชน์ของ ส่วนรวม •ประยุกต์ใช้ทักษะการคิดขั้นสูงในการบริหาร จัดการงานและทีมในภาพรวม ตระหนักรู้ถึง ความเชื่อมโยงขององค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อ ขับเคลื่อนการทำงาน โดยคำนึงถึงความ โปร่งใสและตรวจสอบได้ • เห็นภาพความสำเร็จของทีม ให้ความร่วมมือ ในการทำงานเป็นทีมด้วยความรับผิดชอบ อย่างสุดความสามารถ แลกเปลี่ยนข้อมูล และทรัพยากรที่จำเป็น ตลอดจนร่วม ตัดสินใจกับทีมโดยคำนึงถึงประโยชน์ของ ทีมก่อนประโยชน์ส่วนตน • ปฏิบัติตนต่อสมาชิกทีมด้วยความจริงใจ เคารพ เห็นอกเห็นใจผู้อื่นในฐานะที่เป็น มนุษย์ด้วยกัน และให้ความเป็นธรรมต่อ ทุกฝ่าย • จัดการความขัดแย้งอย่างเป็นระบบ เห็น ประโยชน์จากความแตกต่างทาง ความคิด ร่วมกันตัดสินใจโดยคำนึงถึง ประโยชน์ของส่วนรวม และมีการ ทบทวนประเมินผลที่เกิดขึ้น ้ • ใช้กระบวนการทำงานที่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องมี ส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย วางแผน และการทำงานร่วมกัน ด้วยความโปร่งใส และตรวจสอบได้ • เลือกใช้วิธีการตัดสินใจเป็นทีมที่เหมาะสม • สามารถจัดการความขัดแย้งใน สถานการณ์ที่ซับซ้อน • ยกย่องและแสดงความยินดีกับ ความสำเร็จของสมาชิกด้วยความจริงใจ
ระดับ คำนิยามบรรยายระดับ ด้านการเป็นสมาชิกทีมที่ดี และ มีภาวะผู้นำ ประสานความร่วมมือกันภายในทีม และระหว่างทีม 10 ม ี ค ุ ณ ล ั ก ษ ณ ะ ข อ งผ ู ้ ที ่ ส ร ้ า ง ก า ร เปลี่ยนแปลง และเห็นคุณค่าของทุกคน อย่างเท่าเทียมกัน กระตุ้น สร้างแรง บันดาลใจ และยกระดับการรวมพลัง ทำงานเป็นทีม เพื่อขับเคลื่อนสู่เป้าหมาย ความสำเร็จของงานและของทีม • เป็นต้นแบบของผู้สร้างการ เปลี่ยนแปลงที่ใช้ภาวะผู้นำได้อย่าง เหมาะสมกับสถานการณ์ มีแรง บันดาลใจในการพัฒนาตนเองอย่าง ต่อเนื่อง สร้างแรงจูงใจให้ทีมเกิด การเปลี่ยนแปลงทั้งแนวคิดและ กระบวนการทำงาน
พฤติกรรมบ่งชี้หลัก ด้านกระบวนการทำงาน แบบร่วมมือรวมพลัง ด้านการสร้างความสัมพันธ์ และจัดการความขัดแย้ง กับสถานการณ์ด้วยการประสานความ คิดเห็นที่แตกต่าง โดยคำนึงถึงความ ต้องการและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อ สมาชิกในทีมและบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง • มีทัศนคติเชิงบวกต่อการทำงานเป็นทีม และ สนับสนุนให้เกิดบรรยากาศการทำงาน ร่วมกันเพื่อสร้างวัฒนธรรมการร่วมมือรวม พลัง • รักษาสัมพันธภาพของทีม ในบริบทและ สถานการณ์ที่มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึง ค ว า ม แ ต ก ต ่ า ง ภ า ย ใ น ท ี ม แ ล ะ ใ ช้ กระบวนการทำงานที่หลากหลายและ เหมาะสมกับสถานการณ์นั้น ๆ เพื่อ ขับเคลื่อนทีมสู่เป้าหมายด้วยความโปร่งใส และตรวจสอบได้ • ร่วมรับผิด รับชอบต่อผลการกระทำของ ตนเองและสมาชิกในทีม ตระหนักว่า ความสำเร็จและความล้มเหลวเป็นผลจาก การทำงานร่วมกันของสมาชิกทุกคนในทีม • ปฏิบัติต่อทุกคนโดยเสมอภาคและ เท่าเทียมกัน • กล้าขจัดอคติและความกลัวสู่การ สร้างสรรค์แนวทางใหม่ในการแก้ปัญหา ความขัดแย้ง • บริหารความสัมพันธ์อย่างเป็นองค์รวม สร้างแรงบันดาลใจ และยกระดับ ประสิทธิผลของการทำงานเป็นทีมใน บริบทที่แตกต่างกัน
อภิธานศัพท์ ผู้นำตนเอง ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเอง และการทำงานร่วมกับผู้อื่นให้บรรลุเป้าหมาย มีการทบทวนบทบาทหน้าที่ของตนเองและสมาชิกทีม สร้างแรงจูงใจในการพัฒนาตนเอง ทั้งการให้รางวัลและ การวิพากษ์วิจารณ์ตนเอง ที่นำไปสู่การมีภาวะผู้นำต่อไป ภาวะผู้นำ คุณลักษณะของบุคคลในการใช้ทักษะการแก้ปัญหาและใช้มนุษยสัมพันธ์ที่ดีเพื่อชี้แนะแนวทาง ให้ไปสู่เป้าหมาย สร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อื่นได้พัฒนาตนเอง และนำจุดเด่นของแต่ละคนเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จร่วมกัน ผู้นำการเปลี่ยนแปลง ผู้นำที่สามารถนำการเปลี่ยนแปลงตนเอง และอาจรวมถึงผู้อื่น ในทางสร้างสรรค์ มุ่งสร้างให้เกิดความ ร่วมมือ พลังร่วม เพื่อให้เกิดการพัฒนาในด้านต่าง ๆ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่ส่วนรวมร่วมกัน เพื่อร่วมสร้าง สังคมสุขภาวะ สังคมสุขภาวะ สังคมที่คนในสังคมมีสุขภาพร่างกายและจิตใจดี มีสภาพแวดล้อม สิ่งแวดล้อมที่ดี ไม่อดอยาก หรือ ยากจน เป็นสังคมเข้มแข็ง เช่น ครอบครัวเข้มแข็ง ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง สังคมที่มีความเป็นธรรม ปลอดภัย ไม่มีความขัดแย้ง ความรุนแรง หรือขาดสันติภาพ การจัดการความขัดแย้ง การตอบโต้หรือตอบสนองในสถานการณ์ความขัดแย้งหนึ่ง ๆ ให้คลี่คลาย ด้วยเหตุและผล และ ความรู้สึกบนฐานความเข้าใจผู้อื่นในฐานะที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน โดยปราศจากอคติ มีความกล้า ความร่วมมือ มุ่งสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน แหล่งอ้างอิง ราชบัณฑิตยสถาน (2542). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2542. สืบค้นเมื่อ 25 เมษายน 2563 จาก http://www.royin.go.th/wp-content/uploads/royinebook/83/FileUpload/2696_9705.pdf วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง และ อธิป จิตตฤกษ์ (2554). ทักษะแห่งอนาคตใหม่ : การศึกษาเพื่อศตวรรษที่ 21. กรุงเทพ ฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน).