พรชัย วิเศษวงษา เมี่ยง ประวัติและความเป็นมาของเมี่ยง เมี่ยงค้าเป็นอาหารว่างที่มีมานาน พบในบทพระราชนิพนธ์ "กาพย์เห่ชมเครื่องว่าง" ของ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นิยมใช้เป็นอาหารส้าหรับการสังสรรค์ ปิกนิกในครอบครัว หรือในหมู่เพื่อนฝูง ประกอบไปด้วยเครื่องเมี่ยงและน้้าเมี่ยง ได้แก่ มะพร้าวคั่ว กุ้งแห้ง ขิง ถั่วลิสงคั่ว หอมแดง มะนาว และพริกขี้หนู ส่วนที่เป็นน้้าเมี่ยงประกอบด้วย น้้าตาลปี๊บ น้้าปลา กะปิ กุ้งแห้งป่น ผักที่ใช้ห่อ ได้แก่ ใบทองหลาง และใบชะพลู เมี่ยงค้าเป็นอาหารที่มีครบทุกรส วัตถุดิบหาได้ง่าย วิธีท้าไม่ยุ่งยาก มะพร้าวที่น้ามาคั่วต้อง ไม่แก่จัดจนเกินไป การหั่นก็ต้องหั่นให้ชิ้นบางเท่ากัน น้าไปคั่วด้วยไฟอ่อนๆ แต่ในปัจจุบันมะพร้าวคั่ว ส้าหรับเมี่ยงค้าที่คั่วส้าเร็จมีขายแล้ว เพียงแต่เลือกที่ไว้ใจได้ว่าคั่วมาขายใหม่ๆ ไม่มีกลิ่นเหม็นหืน เท่านั้น ส่วนหอมแดง ขิง มะนาว ต้องหั่นให้เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า น้้าเมี่ยงที่ดีต้องข้น เหนียว และมี รสหวานน้า ใบชะพลูหรือใบทองหลางต้องเลือกที่ไม่อ่อนหรือแก่จนเกินไป 1 หน่วยบริโภค เท่ากับ 100 กรัม (8 ค้า) ประกอบด้วยเครื่องเมี่ยง (รวมผักสด) 50 กรัม น้้าเมี่ยง 50 กรัม เมื่อดูคุณค่าโภชนาการของเมี่ยงค้า 1 ค้า จะให้พลังงานประมาณ 40 กิโลแคลอรี อาหารว่าง 48
พรชัย วิเศษวงษา คาร์โบไฮเดรต 4.2 กรัม โปรตีน 1 กรัม และไขมัน 2.1 กรัม ซึ่งการกินเมี่ยงค้าจะให้ พลังงานและคุณค่าทางโภชนาการมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับจ้านวนค้าและการตักส่วนประกอบ ต่างๆ โดยเฉพาะมะพร้าวคั่วจะให้ปริมาณพลังงานและไขมันค่อนข้างมาก คือ มะพร้าวคั่ว 100 กรัม ให้พลังงานประมาณ 650 กิโลแคลอรี ไขมันสูงถึง 65 กรัม ส่วนน้้าเมี่ยงจากส่วนประกอบมีทั้ง มะพร้าวคั่ว และมีการใช้น้้าตาลปี๊บปริมาณมาก จึงให้พลังงานที่ค่อนข้างสูง ดังนั้น ส้าหรับผู้ที่ ต้องการพลังงานวันละ 1,600 กิโลแคลอรี อาจกินเมี่ยงค้า 4 ค้า ซึ่งจะได้รับพลังงาน 160 กิโล แคลอรีหรือถ้าอยากกินมากกว่านี้ อาจต้องลดปริมาณอาหารในมื้ออื่นๆ ลง อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเมี่ยงค้าประกอบไปด้วยพืชผักสมุนไพรหลายชนิด จึงเป็นของว่างที่ มีประโยชน์ในส่วนของการมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงจากขิง หอมแดง มะนาว ใบชะพลู ใบทองหลาง โดยเฉพาะใบชะพลูจะมีบีตาแคโรทีนค่อนข้างสูง นอกจากนี้เมี่ยงค้ายังเป็นของว่างที่ให้ใยอาหาร ค่อนข้างดี จึงมีประโยชน์ต่อระบบขับถ่ายของร่างกายอีกด้วย อาหารว่าง 49
พรชัย วิเศษวงษา เมี่ยงค า ส่วนผสมน้ าเมี่ยงค า น้้าตาลปี๊บ 300 กรัม กะปิ 40 กรัม น้้าเปล่า ¾ ถ้วย วิธีท า 1. เคี่ยวน้้าตาลให้เกิดคารามล 2. เติมกะปิลงผัดให้หอม 3. เติมน้้าเปล่าคนให้เข้ากันจนเดือดนาน 3 นาที ยกลงพักให้เย็น ส่วนผสมของเมี่ยงค า ใบชะพูหรือใบทองหลาง ขิงหั่นเต๋า หอมแดงหั่นเต๋า มะนาวหั่นเต๋า ถั่วลิสงคั่ว กุ้งแห้ง มะพร้าวทึนทึกซอย แล้วคั่วให้เหลืองกรอบ วิธีรับประทาน - น้าใบชะพูท้าเป็นกรวย แล้วใส่เครื่องเมี่ยงตามชอบ ราดด้วยน้้าเมี่ยงค้าปิดใบชะพูและ รับประทาน อาหารว่าง 50
พรชัย วิเศษวงษา เมี่ยงผัก ส่วนผสม รากผักซีโขลก 4 ราก กระเทียมโขลก 3 กลีบ พริกไทยป่น 2 ช้อนชา ขิงแก่สับ 100 กรัม หัวไสโป๊เค็มสับ 300 กรัม น้้าตาลปี๊บ 300 กรัม หมูปนมันสับ 100 กรัม ถั่วลิสงคั่วป่น 100 กรัม ผักกาดขาวใบมากๆ 500 กรัม เกลือ ¼ ช้อนชา ผงปรุงรสหมู 1 ช้อนโต๊ะ น้้ามันพืช วิธีท า 1. ล้างหัวไชโป๊สับจนหายเค็ม 2. น้าน้้ามันใส่กระทะพอร้อน เติมรากผักซีโขลก กระเทียมพริกไทยโขลก ผัดให้มีกลิ่ม หอม 3. เติมหมูสับ หัวไชโป๊ผัด เติมน้้าตาลปี๊บและขิงสับ ผัดให้เหนียว 4. เติมถั่วลิสงคั่วป่นเคล้าให้ทั่ว ยกลง 5. ตั้งน้้าให้เดือด น้าผักกาดขาวที่ล้างสะอาดแล้ว ลงลวกจนสุกตักขึ้น พักให้สะเด็ดน้้า 6. ตัดส่วนที่เป็นก้าวแข็งออก บีบน้้าให้น้้าออกจนแห้ง ตักไส้ใส่ ห่อเป็นค้าให้สวยงาม อาหารว่าง 51
พรชัย วิเศษวงษา ไส้กรอกปลาแนม ประวัติและความเป็นมาของไส้กรอกปลาแนม ไส้กรอกปลาแนม นิยมรับประทานเป็นอาหารว่าง หรือเป็นอาหารทานเล่น ด้วยรสชาติ สามรส เปรี้ยวปนหวาน และเผ็ดเล็กๆ ของย้าปลาแนม ซึ่งมีส่วนประกอบหลัก คือเนื้อปลาที่น้ามายี จนละเอียดแล้วน้าไปคั่วจนสุก ร่วน สีเหลือง ผสมกับหนังหมูต้มสุกซอยละเอียด มะพร้าวขูดนึ่ง ถั่ว ลิสงบดหยาบ ปรุงรสด้วย น้้าปลา น้้าตาลปี๊บ น้้ามะนาว หอมแดงซอย พริกชี้ฟ้าหั่น รับประทานโดยน้าใบทองหลาง หรือใบชะพลูมาม้วนเป็นกรวย แล้วตักย้าปลาแนมใส่ หาก อยากเพิ่มรสจัดจ้านขึ้น สามารถเพิ่มหอมซอย พริกชี้ฟ้าสดหั่น และมะนาว มากน้อยแล้วแต่ชอบ มักจะทานคู่กับไส้กรอกหมู หรือไส้กรอกข้าวเหนียว ซึ่งมักจะนิยมขายคู่กัน คือเห็นย้าปลาแนมที่ไหน ต้องมีไส้กรอกที่นั่นเสมอ และเป็นที่มาของชื่อ ไส้กรอกปลาแนม อย่างที่เราเรียก ๆ กัน ไส้กรอกในแบบฉบับของภูเก็ตจะมี 2 แบบด้วยกัน คือ ไส้กรอกหมูและ ไส้กรอกข้าว เหนียว ทานพร้อมเครื่องเคียงอย่างพวกแตงกวา ผักกาดหอม พริกชี้ฟ้าสด ไส้กรอกหมูคือ เนื้อหมูที่ผสมเครื่องเทศที่โขลกละเอียด แล้วยัดกรอกลงไปในไส้หมูที่ล้าง สะอาด จากนั้นน้าไปย่างไฟอ่อน ๆ จนสุก สีสันนั้นมีสีแดงอมน้้าตาล ส่วนรสชาตินั้นคล้ายๆ กุนเชียง ย่าง แต่จะนุ่มกว่า หอมกว่า และ เข้มข้นกว่าด้วยส่วนผสมเครื่องเทศ และยังคงความเหนียวนุ่มของ ไส้กรอกไว้อย่างครบองค์ประกอบ ส่วนไส้กรอกข้าวเหนียว คือ ข้าวเหนียวนึ่งที่ผสมเนื้อหมูและเครื่องเทศ ถั่วลิสงบดหยาบๆ กรอกใส่ในไส้หมูล้างสะอาด จากนั้นน้าไปย่างไฟอ่อน ๆ จนสุกเหลือง รสชาติคล้าย ๆ ข้าวเหนียวที่ คลุกเคล้ากับน้้าสะเต๊ะ แล้วน้าไปย่าง พอกัดจะให้ความรู้สึกมันๆ จากถั่วลิสงบด และได้ความหนึบ หนับของข้าวเหนียว ที่ท้าให้เคี้ยวได้เพลินๆ เหมาะส้าหรับเป็นอาหารว่างจริง ๆ อาหารว่าง 52
พรชัย วิเศษวงษา ไส้กรอกปลาแนม ส่วนผสมไส้กรอก หมูบด 300 กรัม น้้าพริกแกงเผ็ด 30 กรัม เกลือ 1 ช้อนชา น้้าตาลปี๊บ 50 กรัม น้้าตาลทราย 50 กรัม น้้าปลา 2 ช้อนโต๊ะ กะทิ 1 ถ้วย ถั่วลิสงคั่วป่น 200 กรัม ผักชีซอย 50 กรัม ไส้หมูไส้ขม 200 กรัม วิธีท า 1. น้าส่วนผสมทั้งหมดยกเว้นกะทิและผักชีคนรวมกัน 2. ค่อยๆเติมกะทิทีละน้อยจนส่วนผสมเหนียวจับตัวกัน เติมผักชีเคล้าให้เข้ากัน 3. ลอกไขมันจากไส้ขูดเมือกออก แล้วเติมแป้งมันขย้าให้หมดเมือก ล้างด้วยน้้า ผสมน้้าส้มสายชูเล็กน้อยจนหมดกลิ่น 4. รีดน้้าออกจากไส้ให้หมด บรรจุเนื้อหมูที่คลุกเคล้าไว้ลงในไส้ให้หมด 5. ย่างหรืออบไส้ด้วยไฟอ่อนจนไส้สุกเหลือง อาหารว่าง 53
พรชัย วิเศษวงษา ส่วนผสมปลาเเนม เนื้อปลานิลปิ้งสุก 100 กรัม ข้าวเจ้าคั่วป่น 500 กรัม มะพร้าวขูดขาวคั่วสุก 300 กรัม ข่าโขลก 30 กรัม น้้าส้มซ่าคั้น 1 2 ถ้วย น้้ามะนาว 1 2 ถ้วย น้้าตาลทราย 170 กรัม เกลือ 3 2 4 ช้อนชา หอมแดงซอย 100 กรัม น้้าเปล่า 3 4 ถ้วยตวง กระเทียมดองซอย 50 กรัม ผิวส้มซ่าซอย 15 กรัม วิธีท า 1. แช่ข้าวเจ้า 4 ชั่วโมง แล้วกรองให้สะเด็ดน้้าคั่วจนเหลือง พักพออุ่นปั่นให้ละเอียด 2. ล้างปลาให้สะอาดบริเวณเหงือกและท้องถูให้หมดเมือกแล้วย่างทั้งเกล็ดจนสุกดี แกะ เอาแต่เนื้อ 3. โขลกข่าซอยให้ละเอียดเติมเนื้อปลาลงโขลกให้เข้ากัน 4. ผสมน้้าส้มซ่า น้้ามะนาว เกลือและน้้าตาลทรายให้เข้ากันชิมรสดูให้หวานน้าและ เปรี้ยวเค็มตาม 5. น้ามะพร้าวคลุกเคล้ากับข้าวคั่ว และเนื้อปลา 6. ค่อยๆพรมน้้าปรุงลงในข้าวคั่วทีละน้อยใช้ทัพพีคลุกเคล้าให้เข้ากันเมื่อได้รสเข้มหวาน น้าเปรี้ยวและเค็มตามแล้วจึงเติมผิวส้มซ่ากระเทียมดองซอย หอมแดงซอยคลุกเคล้า พอเข้ากัน วิธีรับประทาน ใช้ใบชะพลูท้าเป็นกรวยตักปลาแนมใส่ใส่พริกขี้หนูหั่นชิ้น ห่อเหมือนเมี่ยงค้ารับประทานคู่ กับไส้กรอก อาหารว่าง 54
พรชัย วิเศษวงษา หมูสะเต๊ะ ประวัติและควำมเป็นมำของหมูสะเต๊ะ สะเต๊ะ (อังกฤษ: satay , ฝรั่งเศส: saté) เป็นอำหำรอย่ำงหนึ่งซึ่งท ำจำกเนื ้อที่หั่นบำงๆ หรือหั่น เป็นก้อน อำจจะเป็นเนื ้อหมู เนื ้อไก่ เนื ้อวัว เนื ้อแกะ เนื ้อแพะ เนื ้อปลำ ฯลฯ เสียบด้วยไม้เสียบที่ท ำจำกไม้ไผ่ แล้วน ำไปย่ำงบนเตำฟื นหรือเตำถ่ำน เสิร์ฟพร้ อมเครื่องปรุงรส ที่มีรสจัด (ซึ่งแตกต่ำงกันออกไปในแต่ละ ต ำรับ) สะเต๊ะมีจุดก ำเนิดมำจำกเกำะชวำหรือเกำะสุมำตรำในประเทศอินโดนีเซีย แต่ก็ยังได้รับควำมนิยม ในประเทศอื่นๆ ด้วย เช่น มำเลเซีย สิงคโปร์ ฟิ ลิปปินส์ รวมทั ้งประเทศไทย หรือแม้แต่เนเธอร์แลนด์ซึ่งรับเอำ วัฒนธรรมไปกับอำณำนิคมของตน สะเต๊ะของอินโดนีเซียอำจได้รับอิทธิพลจำกคำบับที่เป็นอำหำรพื ้นเมืองของอินเดียภำคเหนือซึ่ง ได้รับอิทธิพลจำกชำวเตอร์กอีกต่อหนึ่ง ต ำรับดั ้งเดิมของ ชำวตุรกีเป็นเนื ้อแพะหั่นเป็นชิ ้นหมักแล้วเสียบ เหล็กแหลมย่ำงไฟ ชำวเปอร์เซียและชำวอินเดีย รับมำดัดแปลง อำจใช้เนื ้อบดหรือเนื ้อทั ้งชิ ้น จะเสียบ หรือไม่เสียบไม้ก็ได้ เมื่อแพร่หลำยมำถึง มลำยู-ชวำจึงกลำยเป็นสะเต๊ะอย่ำงที่เห็นในปัจจุบัน อาหารว่าง 54
พรชัย วิเศษวงษา หมูสะเต๊ะ ส่วนผสมหมูหมัก เนื้อหมูสันนอก 500 กรัม เกลือ 1 ช้อนชา น้้าตาลทราย 2 ช้อนชา ผงกะหรี่ 1 ช้อนโต๊ะ หัวกะทิ ½ ถ้วย น้้า ½ ถ้วย สีเหลืองมะนาว 1 ช้อนชา ไม้เสียบหมูยาว 5 นิ้ว 100 กรัม วิธีท า 1. น้าไม้เสียบหมูแช่น้้าไว้ครึ่งชั่วโมง 2. หั่นหมูเป็นชิ้นยาว 3*0.5 นิ้ว 3. เติมส่วนผสมทั้งหมด ลงในหมูคนด้วยไม้พายจนกะทิแห้ง 4. น้าหมูเสียบไม้ จุ่มกะทิย่างไฟปานกลางจนสุก น้ าจิ้มอาจาด ส่วนผสม พริกแกง 20 กรัม กระเทียม 50 กรัม น้้าตาล 170 กรัม น้้าส้มสายชู ½ ถ้วยตวง เกลือ 2 ช้อนชา วิธีท้า 1. น้าพริกแกง กระเทียมผัดให้หอม เติมกะทิ ผัดให้เครื่องแกงหอมแล้วเติม น้้าส้มสายชูน้้าตาล เกลือและพักไว้ให้เย็น อาหารว่าง 56
พรชัย วิเศษวงษา ซูชิ ประวัติและความเป็นมาของซูชิ แม้ว่านิกิริซูชิหรือซูชิพอค้าที่เรานิยมรับประทานกันในปัจจุบันจะเป็นเหมือนตัวแทน ของซูชิที่คนทั่วโลกรู้จักก็ตาม แต่ในญี่ปุ่นนั้นมีซูชิมากมายที่มีล้าดับการถูกคิดค้นที่แตกต่างกัน ซูชิ บางชนิดได้หายไปพร้อมกับซูชิบางชนิดที่เกิดขึ้นมาตามการเปลี่ยนแปลงของวิถีชีวิต มารู้ล้าดับความ เป็นมากว่าที่จะเป็นนิกิริซูชิในปัจจุบัน แหล่งเริ่มต้นการเกิดซูชิจุดเริ่มต้นของซูชินั้นเริ่มมาตั้งแต่ก่อนปีคริสตศักราชจากการเริ่ม ปลูกข้าวและการจับปลาตามแม่น้้าและในนาข้าว สมัยก่อนไม่มีตู้เย็นและเครื่องท้าน้้าแข็งรักษาความ สดของปลาให้นานๆได้เหมือนปัจจุบัน อีกทั้งปัญหาทางฤดูกาลที่อาจเกิดการแห้งแล้งและฝนตกท้า ให้ไม่สามารถมีโปรตีนจากปลามารับประทานได้ตลอดทั้งปี จุดเริ่มต้นของซูชิจึงเกิดขึ้นจากการน้า ข้าวมาหมักปลาและเนื้อสัตว์ ซึ่งแลกติก แอซิดแบคทีเรียตามธรรมชาติในข้าวจะเจริญและเปลี่ยน แป้งข้าวให้เป็นกรดแลกติกซึ่งช่วยป้องกันการเน่าเปื่อยของปลาและเนื้อสัตว์ได้ ปลาส้มจากเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือและจีนถือเป็นแหล่งก้าเนิดของซูชิหลายคนคงรู้จัก ปลาส้มที่ได้จากการน้าข้าวมาหมักปลาน้้าจืดจนมีความเปรี้ยวได้ที่แล้วน้ามาทอดและรับประทาน กับข้าวสวยร้อนๆ ปลาส้มที่มีแหล่งก้าเนิดจากจีน ไทย ลาว พม่าและมาเลเซียถือเป็นจุดเริ่มต้นการ เกิดซูชิในญี่ปุ่นนี่เอง ล้าดับการเกิดซูชิต่างๆในญี่ปุ่น นะเร ซูชิ (Nare-Zushi) เป็นต้นก้าเนิดของซูชิในญี่ปุ่นซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากอาหาร บริเวณลุ่มน้้าโขง (ประมาณปี ค.ศ. 700) นะเร ซูชิมีลักษณะคล้ายกับปลาส้มที่ได้จากการน้าปลา ข้าว อาหารว่าง 57
พรชัย วิเศษวงษา สวยและเกลือมาหมักจนเกิดข้าวหมักและปลารสเปรี้ยว การรับประทานนะเร ซูชินั้นต้อง เอาข้าวหมักทิ้งและรับประทานเพียงเนื้อปลา นาเระ ซูชิที่มีชื่อเสียงนั้นคือ ฟุนะซูชิ ซึ่งใช้ปลาฟุนะ (ปลาตระกูลปลาตะเพียน) หมักกับข้าวโดยระยะเวลาการหมักนั้นใช้เวลาตั้งแต่ 1-4 ปี แม้จะมีกลิ่น เหม็นมากแต่ฟุนะซูชิจัดเป็นอาหารหรูราคาแพงที่หารับประทานได้เพียงพื้นที่จังหวัดชิกะ (Shiga) นามะ นะเร ซูชิ (Nama Nare-Zushi) (ประมาณปี ค.ศ. 1500) เป็นซูชิที่เกิดจากการน้า ข้าวมาหมักกับปลาเหมือนกันแต่ใช้เวลาในการหมักน้อยลงคือประมาณ 1 เดือน โดยการหมักนั้นต้อง อาศัยการกดทับโดยของหนัก สามารถรับประทานทั้งข้าวและปลาได้ ฮายะ ซูชิ (Haya-zushi) (ประมาณปี ค.ศ.1600) เป็นซูชิที่ใช้เวลาหมักประมาณ 1 วัน ฮา ยะ ซูชิเป็นต้นแบบของซูชิที่ใช้น้้าส้มหมักผสมข้าวแทนการหมักแบบธรรมชาติที่น้าปลาที่ผ่านการปรุง รสมาวางไว้ด้านบนข้าวก่อนจะกดทับด้วยของหนัก ปัจจุบันซูชิชนิดนี้เป็นซูชิขึ้นชื่อตามท้องถิ่นที่คน ญี่ปุ่นนิยมรับประทานและซื้อเป็นของฝาก นอกจากหน้าปลาแล้วยังมีหน้าผักและหน้าต่างๆตามแต่ พื้นที่ ฮะโกะ ซูชิหรือโอะชิ ซูชิ (Hako-zushi หรือ Oshi-zushi) (ประมาณปี ค.ศ.1700) เป็นซูชิ ที่น้าปลาที่หั่นบางๆมาวางทับบนข้าวซึ่งบรรจุไว้ในกล่องสี่เหลี่ยมและกดทับด้วยไม้กระดานหรือมือ แล้วจึงน้าซูชิมาตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมพอค้าเพื่อรับประทาน การท้าซูชิชนิดนี้ใช้เวลาที่สั้นลงโดยใช้เวลา เพียงแค่ครึ่งวันก็สามารถน้าซูชิมารับประทานได้ นิกิริซูชิ ( Nigirizushi) (ประมาณปี ค.ศ.1800) เป็นซูชิพอค้าที่ได้จากการน้าข้าวสุกมาผสม น้้าส้มหมักและปั้นเป็นก้อนกลมรีและมีปลาดิบที่หั่นบางๆวางไว้บนข้าว ซูชิชนิดนี้ถูกคิดค้นโดยเชฟ คนดังคือ Hanaya Yohei ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงปี ค.ศ. 1799-1858 ว่ากันว่าในสมัยเอโดะนั้นบ้านเมือง มีความรุ่งเรืองมากขึ้นและมีประชากรเพิ่มขึ้นสูงสุด ผู้คนต้องท้างานเพื่อการพัฒนาประเทศ อาหารที่ เป็นฟาสต์ฟูดอย่างนิกิริซูชิจึงเป็นที่นิยมของคนญี่ปุ่น นิกิริซูชิก้อนกลมรีที่รับประทานง่ายและอิ่มท้องไวถูกน้ามาวางขายไว้ตามตลาดหรือจุดที่ คนมารวมตัวกันของคนในโตเกียว ทั้งนี้ได้มีการคิดค้นหน้าของนิกิริซูชิจากเพียงหน้าปลาดิบไปเป็น หน้าอาหารทะเลต่างๆ และมีเชฟซูชิพิ่มขึ้นเป็นจ้านวนมาก หลังแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในคันโตเมื่อปี ค.ศ.1923 เชฟนิกิริซูชิจากโตเกียวย้ายถิ่นฐานหนีแผ่นดินไหวและเป็นเหตุผลหนึ่งที่ท้าให้นิกิริซูชิได้ กลายเป็นซูชิที่ได้ความนิยมจากคนญี่ปุ่นทั่วประเทศที่ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน อาหารว่าง 58
พรชัย วิเศษวงษา ซูชิ ส่วนผสม ข้าวหอมมะลิ 185 กรัม ข้าวเหนียว 35 กรัม น้้า 1 ¼ ถ้วย น้้าส้มสายชู ¼ ถ้วย น้้าตาลทราย 46 กรัม เกลือ 1 ช้อนชา วิธีท า 1. น้าข้าว 2 ชนิดรวมกัน ล้างด้วยน้้าสะอาด 2. น้าข้าวใส่หม้อ เติมน้้าตามสูตร หุ่งด้วยไฟปานกลางจนสุก 3. น้าน้้าส้มสายชู น้้าตาลทราย เกลือ คนรวมกันไม่ต้องตั้งไฟ แล้วเทลงในข้าวและคุกเค ลาให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 5 นาที อาหารว่าง 59
พรชัย วิเศษวงษา บรรณานุกรม ขุนเพชรขุนราม. (2559). ขนมไทยโบราณ เมนูสูตร ข้าวเหนียวสังขยา. [ออนไลน์] แหล่งที่มา : https://www.bloggang.com/m/mainblog.php. 10 ตุลาคม 2561. ครัวไทยครัวคุณภาพของโลก Thailand Food Quality to the World. (2559). ประวัติความ เป็นมา ของหมี่กรอบ. [ออนไลน์] แหล่งที่มา : https://www.thaistreetfood.net. 10 ตุลาคม 2561 จิตรดา ขนมจีบ. (2541). ประวัติขนมจีบ. [ออนไลน์] แหล่งที่มา : https://plus.google.com. 10 พฤศจิกายน 2561. เดลินิวส์. (2559). ถุงทองทอด. [ออนไลน์] แหล่งที่มาhttps://www.dailynews.co.th/article. 10 พฤศจิกายน 2561. ทีวีพูล. (2561). ข้าวเกรียบปากหม้อ. [ออนไลน์] แหล่งที่มา:https://www.tvpoolonline.com. 10 พฤศจิกายน 2561นิตยสารหมอชาวบ้าน. (2549). เมี่ยงค า. [ออนไลน์] แหล่งที่มา : https://www.doctor.or.th. 10 ตุลาคม 2561. บ้านแสนสุข. (2559). อาหารพื้นบ้าน ไส้กรอกปลาแนม. [ออนไลน์] แหล่งที่มา : http://phuketcuisine.com. 10 ตุลาคม 2561. เมนูอาหาร. (2559). ข้าวตังหน้าตั้ง. [ออนไลน์]แหล่งที่มา https://www.hongthongrice.com. 10 พฤศจิกายน 2561. รัก: เหตุการณ์หวาน. (2559). หรุ่มและล่าเตียง. [ออนไลน์] แหล่งที่มา : https://www.facebook.com/sweethappenings. 10 พฤศจิกายน 2561. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2559). สะเต๊ะ. [ออนไลน์] แหล่งที่มาhttp://finalproject5704455.blogspot.com. 10 พฤศจิกายน 2561. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.(2559). ซาลาเปา. [ออนไลน์] แหล่งที่มา : https://th.wikipedia.org. 10 พฤศจิกายน 2561. วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2559). กะหรี่ปั๊บ. [ออนไลน์] แหล่งที่มา : https://th.wikipedia.org. 10 พฤศจิกายน 2561. สุรสิทธิ์ วงศ์เย็น. (2560). สาคูไส้หมู. [ออนไลน์] แหล่งที่มา : https://sites.google.com. 10 พฤศจิกายน 2561. ห ม อ ช า ว บ้ า น . (2559). ก ร ะ ท ง ท อ ง . [อ อ น ไ ล น์] แ ห ล่ ง ที่ ม า : https://www.doctor.or.th/article. 10 พฤศจิกายน 2561. อาหารไทย. (2559). ป ร ะ วัติเ กี๊ ยวซ่ า. [ออนไลน์] แหล่งที่มา : http://zqxwgiewza.blogspot.com. 10 พฤศจิกายน 2561. อาหารว่าง 60
พรชัย วิเศษวงษา บรรณานุกรม (ต่อ) K@POOK. (2559). ขนมไทย. [ออนไลน์] แหล่งที่มา : https://cooking.kapook.com. 10 พฤศจิกายน 2561. K@POOK. (2559). เปาะเปี๊ยะ. [ออนไลน์] แหล่งที่มา : https://cooking.kapook.com. 10 พฤศจิกายน 2561. K@POOK. (2559). ข้าวเหนียวสังขยาหน้าต่างๆ. [ออนไลน์] แหล่งที่มาhttps : //cooking.kapook.com. 10 พฤศจิกายน 2561. MTHAI.(2561). ขนมปังหน้าหมู.[ออนไลน์] แหล่งที่มา:https://food.mthai.com 10 พฤศจิกายน 2561. Mushroom. (2561). ประวัติหมูโสร่ง. [ออนไลน์] แหล่งที่มา : https://www.mushroomtravel.com. 10 พฤศจิกายน 2561. อาหารว่าง 61
พรชัย วิเศษวงษา