The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Somyod Kusurom, 2022-08-01 09:09:17

หนังสือ E-BOOK ประเพณี 12 เดือน

ประเพณี 12 เดือนล้านนา

หนงั สอื ประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เร่อื ง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถีประเพณี ๑๒ เดือนลา้ นนา



หนังสือประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เรือ่ ง...ตามเสน้ ทางพระธาตุ ๙ จอม สู่วิถีประเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

คำนำ

หนงั สอื ตามประเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา มเี นื้อหาเกยี่ วกับข้อมูลท่ัวไป
ของประเพณี ๑๒ เดือนล้านนา ที่ปรากฎในจังหวัดเชียงราย เพื่อให้เกิด
ความรู้ ความเขา้ ใจ เกยี่ วกบั ประเพณี ๑๒ เดอื นลา้ นนา

หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้เป็นหนังสือประกอบโครงงานสังคม
ศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
โรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา
สภาพปัญหาเกีย่ วกับการอนุรักษ์ประเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา และพระธาตุ ๙
จอม รวมถึงการศึกษาประวัติความเป็นมาของประเพณี ๑๒ เดือนล้านนา
ตามเส้นทางสกั การะพระธาตุ ๙ จอมในจังหวดั เชียงราย และนำองค์ความรู้
ที่ไดน้ ำไปสรา้ งชดุ ความรู้ และเผยแพร่ผา่ นสอ่ื มลั ตมิ ีเดยี ตามช่องทางต่าง ๆ

ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสอื เลม่ นี้จะช่วยใหผ้ ้อู ่านได้รู้ถึงประวัติ
ความเป็นมา ความเชื่อ เกี่ยวกับประเพณี ๑๒ เดือนล้านนา เป็นบ่อเกิด
ความรแู้ กผ่ ู้ศึกษาต่อไป

คณะผู้จดั ทำ



หนงั สอื ประกอบโครงงานสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดือนลา้ นนา

สารบญั หน้า

รูปแบบการนบั เดือนล้านนา ๖
ตารางแสดงลำดับเดือนล้านนา (ปีปกติมาส) ๗
ประเพณที ี่ปรากฎในเดือนเก๋ียง ๑๒
ประเพณที ปี่ รากฏในเดือนยี่ ๑๖
ประเพณที ่ปี รากฏในเดือน ๓ ๒๐
ประเพณีที่ปรากฏในเดอื น ๔ ๒๔
ประเพณีที่ปรากฏในเดอื น ๕ ๒๘
ประเพณีที่ปรากฏในเดอื น ๖ ๓๐
ประเพณีทป่ี รากฏในเดอื น ๗ ๓๔
ประเพณีทปี่ รากฏในเดือน ๘ ๓๙
ประเพณีทป่ี รากฏในเดือน ๙ ๔๔
ประเพณีทป่ี รากฏในเดอื น ๑๐ ๔๘
ประเพณที ่ปี รากฏในเดอื น ๑๑ ๕๑
ประเพณที ป่ี รากฏในเดือน ๑๒



หนงั สอื ประกอบโครงงานสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรอื่ ง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม ส่วู ิถปี ระเพณี ๑๒ เดือนล้านนา

รปู แบบการนบั เดอื นลา้ นนา

ล ้ า น น า แ ล ะ ไ ท ย ใ น ส ม ั ย โ บ ร า ณ ใ ช ้ ว ิ ธ ี น ั บ เ ด ื อ น แ บ บ จ ั น ท ร ค ติ
คือนับเดือนโดยอาศัยการโคจรของดวงจันทร์เป็นหลัก ชาวล้านนาจะเรียก
เดือนแรกของปีปกติมาสว่า "เดือนเกี๋ยง" (ประมาณเดือนตุลาคม)
เดือนที่สองเรียกว่า "เดือนยี่" และนับเดือนสาม เดือนสี่เรื่อยไปตามลำดับ
แต่ในบางปีเดือนเกี๋ยงอาจจะเคลื่อนขึ้นไปราวปลายเดือนสิบสอง
(ประมาณเดือนกันยายน) และหากว่าเป็นปีอธิกมาส คือปีที่มี ๑๓ เดือน
กจ็ ะเพมิ่ เดอื นสบิ เป็น ๒ เดอื น คอื เดอื นสบิ ปฐมะ และเดอื นสบิ ทุติยะ

การนับเดือนแบบจันทรคตินั้นจะเริ่มนับตั้งแต่วันที่ดวงจันทร์มีแสง
สว่างน้อยไปจนถึงสว่างเต็มดวงเรียกว่า "ข้างขึ้น" หรือ "วันเดือนออก"
โดยเริ่มนับตั้งแต่วันขึ้น ๑ ค่ำ ไปจนถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ (วันเดือนเพ็ง, เป็ง)
ต่อจากนั้นดวงจันทร์ก็จะเริ่มแหว่งและมีแสงน้อยลงตามลำดับ เรียกว่า
"ข้างแรม" โดยเริ่มนับตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำไปจนถึงวันแรม ๑๔ ค่ำ (ดับหน)
หรือวันแรม ๑๕ ค่ำ (ดับเต็ม) ซึ่งในเดือนหนึ่งอาจมี ๒๙ วันหรือ ๓๐ วัน
แล้วแต่เดือนขาด เดือนเต็ม (เดือนขาด คือมี ๒๙ วัน เพราะมีเพียง
แรม ๑๔ ค่ำ) พอครบขา้ งขนึ้ ขา้ งแรม ๑ รอบ ก็จะนบั เป็น ๑ เดอื น



หนังสอื ประกอบโครงงานสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เรอื่ ง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดือนลา้ นนา

ตารางแสดงลำดบั เดอื นลา้ นนา (ปปี กตมิ าส)

ลำดบั เดอื นลา้ นนา เดือนไทย เดอื นสากล

๑ เดอื นเก๋ยี ง (ตลุ าคม) มกราคม (อ้าย) October

๒ เดือนย่ี (พฤศจกิ ายน) กุมภาพนั ธ์ (ย)่ี November

๓ เดือน ๓ (ธนั วาคม) มนี าคม (เดือน ๓) December

๔ เดือน ๔ (มกราคม) เมษายน (เดอื น ๔) January

๕ เดือน ๕ (กมุ ภาพนั ธ)์ พฤษภาคม (เดือน ๕) February

๖ เดือน ๖ (มนี าคม) มถิ ุนายน (เดอื น ๖) March

๗ เดอื น ๗ (เมษายน) กรกฎาคม (เดือน ๗) April

๘ เดอื น ๘ (พฤษภาคม) สิงหาคม (เดอื น ๘) May

๙ เดือน ๙ (มถิ นุ ายน) กันยายน (เดือน ๙) June

๑๐ เดือน ๑๐ (กรกฎาคม) ตลุ าคม (เดอื น ๑๐) July

๑๑ เดอื น ๑๑ (สงิ หาคม) พฤศจิกายน (เดือน ๑๑) August

๑๒ เดือน ๑๒ (กันยายน) ธันวาคม (เดือน ๑๒) September



หนงั สอื ประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เร่อื ง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถีประเพณี ๑๒ เดือนลา้ นนา



หนังสือประกอบโครงงานสังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรื่อง...ตามเสน้ ทางพระธาตุ ๙ จอม สู่วถิ ีประเพณี ๑๒ เดอื นลา้ นนา

ประเพณีสลากภัต (ตานก๋วยสลาก)

ประเพณีตานก๋วยสลาก เป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาล
ได้มีการปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน เรื่องมีอยู่ว่ามีนางยักษิณีตนหนึ่ง
มักจะเบียดเบียน ผู้คนอยู่เสมอครั้นได้ฟังธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
นางก็บังเกิดความเลื่อมใสศรัทธานิสัยใจคอที่โหดร้ายก็กลับเป็นผู้เอื้ออารี
แก่คนทั่วไปจนผู้คนต่างพากันซาบซึ้งในมิตรไมตรีของนางยักษิณีตนนั้น
ถึงกับนำสิ่งของมาแบ่งปันให้แต่เนื่องจากสิ่งของที่ได้รับมีจำนวนมาก
นางยกั ษิณีจึงนำสิ่งของเหล่านนั้ มาทำเป็นสลากภัต แลว้ ใหพ้ ระสงฆ/์ สามเณร
จับสลากด้วยหลักอุปโลกนกรรม คือสิ่งของที่ถวาย มีทั้งของของมีราคามาก
และมีราคานอ้ ยแตกต่างกันไป



หนงั สือประกอบโครงงานสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรอื่ ง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม ส่วู ิถีประเพณี ๑๒ เดอื นลา้ นนา

ประเพณีตักบาตรเทโวโรหณะ

ประเพณตี กั บาตรเทโวโรหณะ คอื การทำบญุ ตักบาตร ในวนั แรม ๑
ค่ำ เดือน ๑๑ เนื่องในโอกาสที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากเทวโลก
คำว่า “เทโว” ย่อมาจากคำว่า “เทโวโรหนะ” ซึ่งแปลว่า การเสด็จ
ลงจากเทวโลก

ชาวเมืองจึงพากันทำบุญตักบาตรเป็นการใหญ่เพราะไม่ได้เห็น
พระพุทธเจ้ามาถึง ๓ เดือน การทำบุญตักบาตรในวันนั้นจึงได้ชื่อว่า
ตักบาตรเทวโรหนะ ต่อมามีการเรียกกร่อนไปเหลือเพียง ตักบาตรเทโว
เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นและเพื่อเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรม
ประเพณีที่ดีงามให้คงอยู่ วัด หน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงเทศบาลนคร
เชียงรายจึงได้จัดงานประเพณี “ตักบาตรเทโว” เพื่อสืบทอด
และทำนบุ ำรุงพระพุทธศาสนาเปน็ ประจำทุกปี



หนังสือประกอบโครงงานสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สูว่ ถิ ีประเพณี ๑๒ เดือนล้านนา

ประเพณีทอดกฐนิ

“กฐิน” เป็นภาษาบาลี แปลว่า ไม้สะดึง คือ ไม้แบบตัดจีวร
ในสมัยก่อน การตัดเย็บจีวรเป็นเรื่องใหญ่ ทำยาก เพราะไม่มีเครื่องทุ่นแรง
เช่น จักรเย็บผ้า และไม่มีร้านขายจีวรสำเร็จรูป พระภิกษุจึงต้องตัดเย็บจีวร
เอง โดยช่วยกันหลาย ๆ รูป และใช้ไม้สะดึงขึงผ้าเพื่อกะตัด เย็ บ
การใช้ไม้สะดึงชว่ ยในการตัดเยบ็ จีวร สะดวกแกผ่ ้ไู ม่ชำนาญในการตดั เยบ็

“กฐิน” ตามความหมาย ของพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน
พ.ศ.๒๔๙๓ คอื "ผ้าทีถ่ วายพระซ่ึงจำพรรษาแล้ว"

การทอดกฐนิ ก็คอื การนำผ้ากฐินไปวางไวต้ ่อหน้าสงฆ์ ซงึ่ มีจำนวน
อย่างน้อย ๕ รูป โดยมไิ ด้เจาะจงว่าจะถวายภิกษรุ ูปใดรปู หนึง่

๑๐

หนงั สอื ประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เรือ่ ง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดือนลา้ นนา

ประเพณีจลุ กฐิน

“จลุ กฐิน” หรอื กฐินน้อย คือมีเวลาทำน้อยตอ้ งทำด้วยความรีบร้อน
รีบด่วน เป็นกฐินฉุกละหกุ เพราะต้องทำทุกอย่างให้แล้วเสร็จภายในวนั เดียว
นับตั้งแต่หาฝ้ายมาปั่นทอทำเป็นด้าย และเย็บให้สำเร็จเป็นจีวรแล้วนำไป
ทอดถวายแด่พระภกิ ษสุ งฆ์

การเตรียมงานทอผ้าจุลกฐิน โดยการเก็บฝ้ายแล้วนำมาใช้ทอผ้า
เป็นประเพณีที่ยึดถือว่าผู้ที่เก็บจะต้องเป็นสาวบริสุทธิ์หรือพรหมจรรย์
เพือ่ ความบรสิ ุทธขิ์ องผา้ กฐินที่จะทำข้นึ จากนัน้ นำฝา้ ยทีไ่ ดม้ านั้นปั่นและกรอ
ให้เป็นด้าย พร้อมที่จะทำการทอต่อไป อุปกรณ์ที่ใช้ในการปั่นด้าย กรอ
และทอผ้า จะต้องจัดหามาให้มากเพื่อที่จะช่วยกันทีละหลาย ๆ คน จึงจะได้
ผ้าออกมามากพอที่จะใช้ในการตัดเย็บออกมาเป็นผ้าจีวร หรือผ้าผืนใดผืน
หน่งึ ของไตรจีวรใหส้ ำเรจ็ ทนั เวลาวนั เดียว

๑๑

หนงั สอื ประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

๑๒

หนงั สอื ประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรือ่ ง...ตามเสน้ ทางพระธาตุ ๙ จอม สู่วิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

ประเพณีลอยกระทง (ยี่เปง็ )

ประเพณียี่เป็ง หรือประเพณีเดือนยี่ เป็นประเพณีเก่าแก่ของล้านนา
ที่ถือปฏิบัติกันมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๑๔ โดยคำว่า “ยี่” แปลว่า
สอง ส่วน เป็ง แปลว่า เพ็ญ หรือ คืนพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งหมายถึง
ประเพณใี นวนั เพญ็ เดือนสองของชาวล้านนา

กิจกรรมที่ชาวล้านนานิยมกระทำในประเพณียี่เป็ง คือ การจุดผาง
ประทีปและโคมไฟบูชาพระเจ้าห้าพระองค์ การปล่อยว่าว จุดบอกไฟชนิด
ต่าง ๆ การไปทำบุญที่วัดในวันยี่เป็ง การฟังเทศน์ใหญ่ ที่เรียกว่า
เทศมหาชาติ และการทำซ้มุ ประตูป่า

๑๓

หนังสือประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เร่อื ง...ตามเสน้ ทางพระธาตุ ๙ จอม ส่วู ถิ ปี ระเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

ประเพณีตัง้ ธรรมหลวง

ล ้ า น น า ห ร ื อ ใ น ภ า ค เ ห น ื อ ข อ ง ไ ท ย เ ร ี ย ก ก า ร เ ท ศ น ์ ม ห า ช า ต ิ ว่ า
“ตั้งธรรมหลวง” หมายถึง การเทศน์ธรรมชาดกที่ยาวกว่าทุกเรื่อง
เป็นการฟังเทศน์ครั้งใหญ่ มีคนมาร่วมฟังเทศน์กันมากเป็นพิเศษ ซึ่งการฟัง
เทศนค์ ร้ังใหญ่ รวมทง้ั การฟงั เทศน์แบบธรรมวตั รและฟงั มหาเวสสนั ดรด้วย

ประเพณีการตั้งธรรมหลวงมี ๒ แบบ คือ การเทศน์ตามประเพณี
ประจำปี คือชาวบ้านร่วมกันบริจาคเงินและจัดสรรปันส่วนเป็นกัณฑ์เทศน์
กับการเทศน์จัดแบบสืบชะตาอายุ โดยผู้ฟังเทศน์จะต้องเลือกกัณฑ์ที่ตรงกับ
ปเี กิดตนและเปน็ เจ้าภาพกณั ฑ์นน้ั

-

๑๔

หนังสือประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ถิ ีประเพณี ๑๒ เดอื นลา้ นนา

ประเพณีปอยล้อ

“ปอยล้อ” หรือประเพณี “ปลงศพเจ้า เผาศพพระ” ในวัฒนธรรม
ของชาวล้านนา

“ปอยล้อ” คือการประกอบพิธีทางศาสนาและงานมหรสพที่จัดขึ้น
เนื่องในการฌาปนกิจสรีระสังขารพระเถระชั้นผู้ใหญ่ที่มรณภาพ เพื่อแสดง
ความกตัญญูและระลึกถึงคุณงามความดีที่ได้บำเพ็ญต่อสังคม ความโดดเด่น
ของประเพณีนี้คือ “ปราสาท” หรือ “เมรุ” ขนาดใหญ่ที่จัดสร้างเป็น
รูปนกหัสดีลิงค์อย่างวิจิตรงดงาม การทำศพพระสงฆ์ด้วยการใส่เรือนศพ
ทำเป็นปราสาทลากไปสู่ป่าช้าของชาวล้านนาและเรือนปราสาทวางอยู่บน
ไม้แม่สะดึงมีล้อเลื่อนไปด้วย จึงเรียกว่า “ปอยล้อ” คือ การลากศพไปด้วย
ลอ้ เล่อื น

๑๕

หนงั สอื ประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

๑๖

หนังสือประกอบโครงงานสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เรื่อง...ตามเสน้ ทางพระธาตุ ๙ จอม สู่วิถีประเพณี ๑๒ เดอื นลา้ นนา

ประเพณีฮ้องขวัญข้าว

พิธีฮ้องขวัญข้าว เป็นการสักการะและขอบคุณพระแม่โพสพ
และเพื่อมิให้ข้าวหมดเร็ว โดยปกติจะประกอบพิธีในวันที่ขนข้าวเข้ายุ้งฉาง
เสรจ็ หรือไม่ก็วนั ถัดจากวนั ท่ขี นยา้ ยเสร็จ

การประกอบพิธีฮ้องขวัญข้าว สามารถทำได้ทั้งพิธีใหญ่หรือเล็ก
ขึ้นอยู่กับความนิยม กำลังศรัทธาและสถานะด้านการเงินของเจ้าของนา
โดยในการทำพิธีใหญ่นั้นจะต้องเชิญหมอขวัญมาเป็นผู้ประกอบพิธีให้
แต่หากเป็นพิธีเล็ก ๆ ส่วนใหญ่แล้วจะมอบหมายให้ผู้หญิงแต่งเครื่องบูชา
จากนั้นจะเริ่มประกอบพิธีที่ลานนวดข้าว จากนั้นผูห้ ญิงที่ได้รับมอบหมายให้
ทำพิธีจะใช้ทัพพีควักไปรอบ ๆ บริเวณลานพิธี เมื่อเสร็จพิธีแล้วก็หยิบเอา
เมล็ดข้าวท่ีตกอยู่นนั้ สมมุติเปน็ ขา้ วขวัญเอาใส่ในกระทง พร้อมท้ังนำกระทง
และไม้นะโมตาบอดที่ปักได้ทั้ง ๔ มุมของลานนวดข้าว เอาเข้าไปในยุ้งข้าว
จากนั้นจะนำกระดองเต้าหรือฟักเขียวมาวางบนข้าว แล้วพูดว่าขอให้ข้าวอยู่
ในยงุ้ ฉางอยา่ หายไปไหน

๑๗

หนงั สอื ประกอบโครงงานสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรอ่ื ง...ตามเสน้ ทางพระธาตุ ๙ จอม ส่วู ถิ ีประเพณี ๑๒ เดอื นลา้ นนา

ประเพณีรกุ ขมลู

ประเพณีรุกขมูล เป็นประเพณีทำบุญปฏิบัติธรรม เข้ากรรมของคน
เมืองเหนือล้านนา ชาวพุทธเมืองเหนือล้านนาจะนิยมจัดกิจกรรม เข้ากรรม
ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ และศรัทธาประชาชน จนถือเป็นประเพณีมา
จนกระทั่งตราบถึงปัจจุบัน ประเพณีดังกล่าวนี้จะเลือกเอาสถานที่ตามวัดวา
อาราม เรียกว่า “เข้ากรรมรุกขมูล” และใช้บริเวณสุสานป่าช้า เรียกว่า
“ประเพณเี ขา้ โสสานกรรม”

การเข้าโสสานกรรมถือเป็นประเพณีที่พระสงฆ์ในพุทธศาสนาได้ถือ
เป็นวัตรปฏิบัติมาตั้งแต่ครั้งสมัยโบราณกาล โดยถือเป็นกิจกรรมงานทำบุญ
ทำกุศล ที่พระสงฆ์และประชาชนร่วมกันทำ เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง
และสังคม จนทำให้กลายมาเป็นประเพณีที่ได้กระทำสืบต่อๆกันมาจนตราบ
ถึงทุกวันน้ี

๑๘

หนังสือประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เร่อื ง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

ประเพณตี กั บาตรดอกไม้

ประเพณีตักบาตรดอกไม้ เป็นประเพณีของชาวพุทธโดยมีความเช่ือ
เรื่องของการทำบุญ เป็นการตักบาตรด้วยดอกไม้ แทนที่จะเป็นข้าวสาร
อาหารสุก อาหารแห้งเหมือนโดยปกตทิ ่วั ไป

จังหวัดเชียงราย มีการจัดประเพณีทำบุญตักบาตรดอกไม้
พร้อมจัดขบวนอัญเชิญพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์จากวัดพระธาตุ ๙ จอม
ขึ้นประดิษฐานในขบวนรถบุษบก ๙ คัน เพื่อให้ประชาชนตลอดจน
น ั ก ท ่ อ ง เ ท ี ่ ย ว ไ ด ้ ม ี โ อ ก า ส น ม ั ส ก า ร ก ร า บ ไ ห ว ้ พ ร ะ พ ุ ท ธ ร ู ป ศ ั ก ด ิ ์ ส ิ ท ธิ์
และร่วมตักบาตรดอกไม้ เพ่ือความเป็นสริ มิ งคลชีวิตตนเองและครอบครัว

๑๙

หนงั สอื ประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

๒๐

หนงั สอื ประกอบโครงงานสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ถิ ปี ระเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

ประเพณีสงเคราะห์ สืบชะตา

“การสืบชะตา” เป็นพิธีกรรมความเชื่อที่อยู่กับชาวล้านนามานาน
โดยเชื่อว่าหากได้ทำพิธีสืบชะตาแล้วชีวิตจะเป็นมงคล ผู้สืบชะตา
จะมีกำลังใจกำลังกายที่ดี หายเจ็บหายไข้ ช่วยต่ออายุให้ยืนยาว
มีความสุขความเจริญ แคล้วคลาดปลอดภัยจากสิ่งชั่วร้ายและภยันตราย
ท้ังปวง

ส่วนการ “ส่งเคราะห์” เป็นการพิธีกรรมที่เน้นทำเมื่อเกิดเรื่องที่ไม่ดี
กับผู้ที่มาทำพิธีส่งเคราะห์ เช่นประสบอุบัติเหตุ เป็นต้น โดยเชื่อว่า
เคราะห์ที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากภูตผีปีศาจหรือรุกขเทวดาทำให้เกิดข้ึน
จึงต้องทำการส่งเครื่องเซ่นไปไหว้ไปให้ เพื่อให้เคราะห์นั้นหมดสิ้นหรือ
เบาบางลง

๒๑

หนังสอื ประกอบโครงงานสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เรอ่ื ง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สู่วิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นลา้ นนา

ประเพณีตานดอยข้าว (ตานขา้ วล้นบาตร)

ประเพณีตานดอยข้าว (ตานข้าวล้นบาตร) ชาวล้านนาได้ถือเป็น
ประเพณที ่สี ืบทอดกันมานาน ด้วยพ้ืนฐานที่ประเทศไทย และแผ่นดินล้านนา
ในอดีต เป็นประเทศแห่งการเกษตรกรรม ผู้คนในสมัยก่อนตั้งแต่รุ่นปู่ ย่า
ตา ยาย ได้ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมาหลายชั่วอายุคน ตราบกระท่ัง
ทุกวันน้ี

การเกษตรกรรมยังถอื เปน็ อาชีพหลกั ของพ้ืนทีภ่ าคเหนอื ของประเทศ
ซึ่งเป็นดินแดนล้านนาในอดีต ถึงแม้พื้นที่ส่วนใหญ่ของดินแดนล้านนา
น้นั จะเป็นพื้นท่ภี ูเขาสูง แตก่ ็ยังมพี น้ื ที่ราบลุ่มท่ีสามารถปลูกข้าวได้ดี และถือ
เป็นแหล่งผลิตข้าวชั้นเลิศของประเทศ เมื่อได้วันดีแล้วก็เริ่มกินข้าวใหม่
ทีไ่ ด้จากฤดูกาลเก็บเกย่ี วนนั้ ส่วนหนึ่งนำไปทำบญุ ถวายแดพ่ ระสงฆ์ สามเณร
และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ปู่ ย่า ตา ยาย บิดา มารดา และญาติพี่น้องที่
ล่วงลับไปแล้ว เพื่อระลึกนึกถึงผู้บุกเบิกการทำไร่ทำนา และสร้างบ้านแปง
เมืองใหล้ ูกหลานได้อยกู่ ินมาจนกระทงั่ ทุกวันน้ี

๒๒

หนังสือประกอบโครงงานสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เรอ่ื ง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นลา้ นนา

ประเพณตี านหลวั พระเจ้า

ประเพณีตานหลวั พระเจ้า คำว่า “หลัว” เป็นภาษาล้านนา หมายถงึ
ฟนื คือการนำเอาฟนื มาเผา เพอื่ ให้พระพทุ ธเจ้าไดผ้ งิ ไฟ จดั ขนึ้ ในชว่ งเดอื น ๔
ของทางภาคเหนือ หรือประมาณเดือนธันวาคมถึงมกราคม ในวันขึ้น ๑๕
ค่ำของเดือน เป็นช่วงที่มีอากาศหนาวเย็น ชาวล้านนามีความเชื่อว่า
พระพุทธเจ้าหรือพระพุทธรูปในวิหารก็รู้สึกถึงความหนาวเย็นเช่นเดียวกับ
คนเรา จึงร่วมกันหาไม้ฟืนมาจุดเผาไฟผิงให้เกิดความอบอุ่น ประเพณีนี้เป็น
ประเพณีทเ่ี กดิ ขน้ึ สอดคลอ้ งกบั บริบททางสภาพแวดลอ้ ม เนอื่ งจากในดินแดน
ล้านนา เป็นพื้นที่ ๆ มีความหนาวเย็นมาก รวมทั้งมีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์
ต้นไม้ขึน้ หนาแนน่ และมีความชื้นสงู การผิงไฟนอกจากจะให้ความอบอ่นุ แก่
รา่ งกายแลว้ ยังขับไลค่ วามชน้ื ในอากาศท่เี ป็นสาเหตขุ องการเจบ็ ปว่ ยอีกดว้ ย

๒๓

หนงั สอื ประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

๒๔

หนังสือประกอบโครงงานสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เรือ่ ง...ตามเสน้ ทางพระธาตุ ๙ จอม สู่วิถีประเพณี ๑๒ เดอื นลา้ นนา

ประเพณปี อยหลวง

ประเพณีปอยหลวง งานบุญที่ยิ่งใหญ่ของคนภาคเหนือ ซึ่งจัดเป็น
ประจำของทุก ๆ ปี เพื่อเป็นการจัดฉลองที่ยิ่งใหญ่ของวัด คำว่า “ปอย”
มาจากคำว่า “ประเพณี” หมายถึง งานฉลองรื่นเริง ส่วนคำว่า “หลวง”
หมายถึง “ยิ่งใหญ่” ดังนั้นคำว่า “ปอยหลวง” จึงเป็นงานฉลองที่ยิ่งใหญ่
หรืองานฉลองที่ใหญ่โต ซึ่งเป็นการฉลองถาวรวัตถุ ของวัดหรือฉลอง
สิ่งก่อสร้างของวัด ที่ประชาชนช่วยกันทำขึ้น เพื่อประโยชน์แก่สาธารณะ
และประเพณีงานปอยหลวง มักจะจัดขึ้นในช่วงเดือน ๕ ไปจนถึงเดือน ๗
เหนือ ซึ่งก็ตรงกับเดือนกุมภาพันธ์ ไปจนถึงเดือนเมษายน หรือบางแห่ง
อาจไปถึงเดือนพฤษภาคม ของทุกปี ส่วนระยะเวลาการจัดงานจะมี
ประมาณ ๓-๗ วัน

๒๕

หนงั สอื ประกอบโครงงานสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เรอ่ื ง...ตามเสน้ ทางพระธาตุ ๙ จอม สูว่ ถิ ีประเพณี ๑๒ เดอื นลา้ นนา

ประเพณปี อยข้าวสงั ฆ์

ประเพณีปอยข้าวสงั ฆ์ เป็นงานบุญของชาวล้านนาเพื่ออุทิศส่วนกุศล
ไปหาผู้ตาย ปอยข้าวสังฆ์จะจัดที่บ้าน เพราะคนตายสมัยก่อนจะรีบนำไปฝัง
ไม่นิยมเผาเหมือนในปัจจุบัน และในขณะที่ตั้งศพบำเพ็ญกุศลนั้นไม่มีพิธี
ทำบุญอุทิศถวายทานให้ผู้ตาย นอกจากพิธีสวด หรือแสดงพระธรรมเทศนา
จะจดั พิธีทานทีหลงั เม่อื เจ้าภาพพร้อม

การจดั ปอยขา้ วสงั ฆ์ เจ้าภาพจดั เตรียมเครื่องปัจจัยไทยทานตามกุศล
เจตนา และความเชื่อ ซึ่งนิยมทำเป็นบ้านจำลอง มีเครื่องใช้ครบถ้วน
ทั้งที่นอนหมอนมุ้งถ้วยชามเสื้อผ้ารองเท้าแว่นหวีและมีเครื่องบริโภคคือข้าว
น้ำและอาหารตลอดจนหมากเมยี่ งพลบู หุ ร่ีต่าง ๆ โดยครบถ้วน

๒๖

หนังสอื ประกอบโครงงานสังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรือ่ ง...ตามเสน้ ทางพระธาตุ ๙ จอม สู่วิถีประเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

ประเพณปี อยลูกแกว้

ประเพณีปอยลูกแก้ว เป็นประเพณีบวชเณรตามธรรมเนียมของ
ชาวไทยใหญ่ เพื่อให้บุตรหลานได้มีโอกาสศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของ
พระพุทธเจ้าและมีความเชื่อว่าจะได้รับบุญกุศลจากการบวชสามเณร
งานนี้จัดให้มีขึ้นช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ช่วงปิดเทอมฤดูร้อน
โดยชาวบ้านจะตกลงกันกำหนดวันนัดหมายให้ลูกหลานได้บวชเรียนพร้อม ๆ
กัน มีการประดับประดาผู้ที่จะบวชด้วยเครื่องประดับมีค่าอย่างสวยงาม
และประกอบพิธีบวชตามวัดท่เี จ้าภาพศรัทธา

ประเพณีปอยลูกแก้ว งานบวชเณรของเด็กที่แต่งตัวอย่างกษัตริย์
ถือเป็นงานบุญใหญ่ที่จะจัดขึ้นในทุก ๆ ปี ซึ่งผู้เป็นพ่อแม่ตลอดจนญาติมิตร
ของส่างลอง (ผู้ที่จะบวชเป็นเณร) จะต้องเตรียมข้าวของประกอบพิธีและ
การจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ โดยผู้ที่จะบวชจะมีการขี่ช้างม้าหรือนั่งบนบ่าโดย
ไม่ให้เท้าแตะพน้ื และมกี ารแต่งการประดบั ประดาเสมือนเป็นกษตั ริย์น่นั เอง

๒๗

หนงั สอื ประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

๒๘

หนังสือประกอบโครงงานสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เร่ือง...ตามเสน้ ทางพระธาตุ ๙ จอม ส่วู ิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นลา้ นนา

ประเพณสี รงนำ้ พระธาตุ

สรงน้ำพระธาตุ แปลตามความหมาย คือ การทำความสะอาด
พระธาตุ คนโบราณมักจะคิดเรื่องการเอาวิถีธรรมชาติ มาเป็นส่วนหนึ่งของ
การดำเนินกิจกรรม องค์พระธาตุคือสัญลักษณ์ตัวแทนของพระพุทธเจ้า
สร้างขึ้นเพื่อให้ผู้คนแสดงความเคารพต่อพระพุทธศาสนา คนล้านนา
จึงคิดกิจกรรมที่รวมคนในการร่วมกันรักษา สิ่งที่เราเคารพบูชาตามฤดูกาล
ตา่ ง ๆ

ประเพณีนมัสการและสรงน้ำพระธาตุ จะจัดขึ้นทุกปีซึ่งตรงกับเดือน
๖ เหนือของทุกปี ซึ่งชาวล้านนาเรียกว่าเดือนหกเป็ง กิจกรรมที่ทำคือ
การเดินจาริกแสวงบุญ พิธีตักน้ำทิพย์ พิธีเจริญพระพุทธมนต์สมโภช
เทศน์สวดเบิก เพื่อเป็นการเสริมสิริมงคลตามความเชื่อของชาวล้านนาที่
ปฏบิ ัตสิ บื ทอดกนั มา

๒๙

หนงั สอื ประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

๓๐

หนงั สอื ประกอบโครงงานสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เรอื่ ง...ตามเสน้ ทางพระธาตุ ๙ จอม สู่วถิ ปี ระเพณี ๑๒ เดือนล้านนา

ประเพณีปใ๋ี หม่เมือง (สงกรานต)์

ประเพณีปี๋ใหม่เมือง เป็นประเพณีวันขึ้นปีใหม่ของชาวล้านนา
ซึ่งจะตรงกับเดือนเมษายน เป็นวันที่สนุกสนานรื่นเริงด้วยการเล่นน้ำ
สงกรานต์ให้เย็นฉ่ำ ถือขันน้ำรดน้ำให้แก่กัน และประเพณีปี๋ใหม่เมืองของ
จังหวัดเชียงราย จะจัดขึ้นช่วงวันที่ ๑๓ - ๑๖ ของเดือนเมษายน
จะมีการประดับตกแต่งถนนเส้นหลักในจังหวัดเชียงรายด้วยตุงและโคม
ช่วยสร้างบรรยากาศแบบล้านนาทั่วเมืองเชียงราย นอกจากนี้ยังเนรมิต
ถนนธนาลัยให้กลายเป็นสถานที่เล่นน้ำคลายร้อนตลอดทั้งสาย
และมีอีกหลายกิจกรรม ที่จัดขึ้นเพื่อเป็นการแสดงออกถงึ ความเป็นสิริมงคล
ตามประเพณี ที่ชาวล้านนาได้ปฏิบัติสืบต่อกันมา เช่น การจัดขบวนแห่
สรงน้ำพระพุทธสิหิงค์ ขนทรายเข้าวัด สรงน้ำพญามังรายมหาราช
รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุในแต่ละชุมชน เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความเคารพ-
นบั ถอื ตลอดทง้ั เปน็ การรว่ มสบื สานวฒั นธรรมอันดใี ห้กบั ชนร่นุ หลงั

๓๑

หนังสือประกอบโครงงานสังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เร่ือง...ตามเสน้ ทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ถิ ปี ระเพณี ๑๒ เดือนลา้ นนา

ประเพณเี ลี้ยงผปี ยู่ ่า

ประเพณีเลี้ยงผีปูย่ ่า เป็นประเพณีล้านนาทางภาคเหนือ สืบเนื่องกัน
มารุ่นต่อรุ่น โดยประเพณีเลี้ยงผีปู่ย่า แบบโบราณล้านนา หรือการเลี้ยงผี
ประจำตระกูล หรือที่เรียกกันว่าผีบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วลูกหลานก็จะ
สร้างหอไว้ทางเบื้องทิศหัวนอน (ทิศตะวันออก) หรือในสถานที่ที่เห็นว่า
สมควร บนหอจะมีหิ้งวางเครื่องบูชา เช่น พานดอกไม้ ธูปเทียน น้ำต้น
(คนโท) วางเอาไว้ โดยจะมีดอกไม้ ธูปเทียน อาหาร หวานคาว บวงสรวง
อัญเชิญดวงวิญญาณของผีปู่ย่า ให้มาสถิตอยู่ในศาล เพื่อพิทักษ์รักษา
ลกู หลาน ตลอดจนเครอื ญาตจิ ะตอ้ งถอื ผีปูย่ ่าวงศ์เดยี วกนั

ตามความเชื่อการเลี้ยงผีนั้น เป็นที่พึ่งทางใจ เพราะตามธรรมเนียม
แล้วคนทางเหนือจะนับถือยกย่องญาติผู้ใหญ่มาก เมื่อญาติผู้ใหญ่ล่วงลับไป
แล้วก็สร้างศาลไว้เป็นตัวแทน เมื่อลูกหลานประสบปัญหาทางจิตใจหรือไม่
สบายกายไม่สบายใจ กจ็ ะไปกราบไหว้บอกกลา่ วให้ช่วยเหลือ หรืออีกแง่หน่ึง
คอื เป็นการรวมญาตทิ อี่ ยู่ห่างไกลกันไดม้ าพบปะซกั ถามสารทกุ ข์สขุ ดบิ ตอ่ กนั

๓๒

หนังสอื ประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม ส่วู ถิ ีประเพณี ๑๒ เดือนล้านนา

ประเพณีตานไมค้ ำ้ สลี

ประเพณีตานไม้ค้ำสลี คำว่า สะหลี เป็นภาษาพื้นเมืองมาจากคำว่า
ศรี ประวัตคิ วามเปน็ มาขอไม้ค้ำสะหลี หรือ ไม้ค้ำโพธ์ิ มีเรอื งเล่าว่าสมัยเม่ือ
อดตี กาลน้นั ได้เกดิ ลมพายใุ หญ่พัดเอาก่งิ ไม้สะหลี (ตน้ โพธ)์ิ ภายในวัดหักลง
มาจึงทำให้ชาวบ้านช่วยกันทำไม้ค้ำสรีมาถวายยังวัดเพื่อช่วยผยุงต้นโพธิ์
ไม่ให้หักโค่นลงมาได้ง่ายอีก ซึ่งนอกจากจะช่วยค้ำต้นโพธิ์ไว้แล้วประเพณี
ดังกล่าว ยังเป็นการช่วยสร้างความสามัคคีให้เกิดกับคนในชุมชน
และบางตำนานยังกล่าวว่าหากผู้ใดได้ร่วมแห่ไม้ค้ำสรี ก็จะมีความ
เจริญรงุ่ เรืองในชวี ติ

๓๓

หนงั สอื ประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

๓๔

หนังสือประกอบโครงงานสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เร่อื ง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นลา้ นนา

ประเพณีขนึ้ พระธาตุ (สรงนำ้ พระธาตุ วันเพ็ญ เดือน ๘)

ประเพณีขึ้นพระธาตุ ในภาคเหนือประชาชนมีความผูกพัน
ต่อศาสนามาก ทุกอย่างมีวัดเป็นศูนย์กลางตั้งแต่เกิดจนตายวัดเป็นศูนย์
ให้การศึกษาแก่กุลบุตร ทั้งทางหนังสือและวิชาชีพ เพื่อจะได้ใช้วิถีชีวิตของ
ตนให้เกดิ ความสมบูรณท์ างความเปน็ อยทู่ างสงั คม ประเพณที ีป่ ฏบิ ัติในเดือน
๘ น้ี จงึ เกีย่ วเน่อื งกบั ศาสนาเปน็ ส่วนใหญ่ ดังกล่าวต่อไปน้ี วนั เพ็ญเดือน ๘
(เหนือ) เป็นวันสำคัญทางพุทธศาสนามาก ตรงกับวันประสูติ ตรัสรู้
และปรินพพานของพระพุทธเจ้า เป็นวันที่ชาวพุทธทั้งโลกทำพิธีรำลึกถึง
พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์โดยการทำบุญถวายภัตตาหารแด่พระสง ฆ์
และรักษาศีล ฟังเทศน์ปฏิบัติธรรมกันทั่วไป ในภาคเหนือ ประชาชนนิยม
พากันไปสู่บญุ ยสถานทสี่ ำคัญ ๆ

๓๕

หนงั สือประกอบโครงงานสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สูว่ ถิ ปี ระเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

ประเพณจี ิบอกไฟ

ประเพณีจิบอกไฟ (บั้งไฟ) นี้ นิยมเล่นกันทั่วภาคเหนือในเทศกาล
ต่าง ๆ เช่น การขอฝน งานประเพณีสรงน้ำพระ ประชาชนนิยมทำบอกไฟ
มาจุดเพื่อเป็นพุทธบูชา เพื่อความสนุกสนานและเพื่อได้บุญกุศล เพราะเป็น
ความตั้งใจจะสักการะกราบไหว้พระเกษแก้วจุฬามณี บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ประเพณีจุดบอกไฟแต่ละแห่ง จดั เปน็ งานใหญท่ กุ ปี

วัดวาอารามอื่น ๆ ในจังหวัด ก็จุดกันตามประเพณีที่กำหนด
แต่ละแห่งซึ่งไม่เหมือนกัน ก่อนที่จะนำบอกไฟไปจุด แต่ละวัดจะพากันไปทั้ง
พระสงฆ์และประชาชนที่ทำบุญในวัดนั้น ๆ โดยจะแห่แหนกันไปอย่าง
สนุกสนาน

๓๖

หนงั สือประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรอ่ื ง...ตามเสน้ ทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถีประเพณี ๑๒ เดือนลา้ นนา

ประเพณแี ฮกนา

ประเพณีแฮกนา คือการบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง แม่ โพสพ
และแม่ธรณี เพื่อขออนุญาตในการเพาะปลูก และความเป็นสิริมงคล
ได้ผลผลิตที่ดี ไม่มีสัตว์ แมลงมารบกวน การจะประกอบพิธีแฮกนา
ต้องตรวจหาฤกษ์งามยามดีตามความเชื่อของชาวล้านนา แตท่ ่ัวไปที่ง่ายก็จะ
ถือเอาวันอาทิตย์หรือวันพฤหัสบดี การเตรียมเครื่องพลีกรรมนั้น
ประกอบด้วย เครื่องพลีกรรมท้าวทั้งสี่ เครื่องพลีกรรมแม่โพสพ
และเครื่องพลีกรรมแม่ธรณี หลังจากเตรียมเครื่องพลีกรรมพร้อมแล้ว
จุดธูป เทียนบูชาประกอบพิธีโดยจะกล่าวสังเวยท้าวทั้งสี่ก่อน แล้วจึงกล่าว
คำสังเวยแม่โพสพและแม่ธรณีตามลำดับจนเสร็จพิธี จากนั้นก็เริ่มไถนา
ตามลำดับตอ่ ไป

๓๗

หนังสอื ประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรอ่ื ง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สู่วถิ ปี ระเพณี ๑๒ เดือนล้านนา

ประเพณใี ส่ขนั ดอกเมืองเชียงราย

ประเพณีใส่ขันดอกเมืองเชียงราย เป็นประเพณีที่มีความเชื่อว่าจะทำ
ให้บ้านเมืองพ้นภัยพิบัติ เกิดความร่มเย็นเป็นสุข มีความเจริญรุ่นเรืองขึ้น
เป็นประเพณีที่สืบทอดอนุรักษ์วัฒนธรรมความดีงามของท้องถิ่นให้อยู่ ต่อไป
จนถึงปจั จุบนั น้ี ประเพณีน้มี ีอีกช่ือเรียก นั่นคอื ประเพณเี ดือนแปดเข้าเดือน
เกา้ ออก

จังหวัดเชียงราย ได้ฟื้นพิธีประเพณีเดือน ๘ เข้า เดือน ๙ ออก
ใส่ขันดอกสะดือเมืองเชียงราย พร้อมทำพิธีบวงสรวง “สังเวยผีอารักษ์เมือง
เชียงราย” เพื่อส่งเสริมประเพณีอันดีงามเป็นสิริมงคลให้กับชาวล้านนาและ
จงั หวดั เชยี งราย

๓๘

หนงั สอื ประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

๓๙

หนงั สือประกอบโครงงานสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เร่อื ง...ตามเสน้ ทางพระธาตุ ๙ จอม สู่วิถีประเพณี ๑๒ เดอื นลา้ นนา

ประเพณีเล้ียงผขี ุนน้ำ

ประเพณีเลี้ยงผีขุนน้ำ เป็นความเชื่อที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติของชาว
ล้านนา คำวา่ “ผี” คงความหมายเอาวญิ ญาณหรอื ส่ิงที่สิงสถิตอยู่ในท่ีน้ัน ๆ
คำว่า “ขุน” หมายถึง ความเป็นใหญ่ ต้นตอ ประธาน หรืออารักษ์
คำว่า “น้ำ” มีความหมายเป็นที่รู้จักกันดีแล้ว แต่ในที่นี้หมายเอาแม่น้ำลำ
คลองเหมืองฝาย เพราะฉะนั้น คำว่า ผีขุนน้ำ ก็หมายถึง สิ่งที่สิงสถิตอยู่
ตามตน้ น้ำลำธารหรอื อารักษ์ ต้นน้ำลำธารอนั มหี น้าที่ปกปกั ษร์ ักษาต้นนำ้ ลำ
ธาร การเลี้ยงผีขุนน้ำเป็นการรู้ถึงการดูแลรักษาแม่น้ำ ลำธาร ให้คงอยู่
ต่อไป

๔๐

หนังสอื ประกอบโครงงานสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สูว่ ถิ ีประเพณี ๑๒ เดอื นลา้ นนา

ประเพณฟี อ้ นผีมด-ผเี ม็ง

ประเพณีฟ้อนผมี ด-ผีเม็ง คือ การฟอ้ นรำ เพอ่ื เปน็ การสังเวย
หรือแก้บนผขี องบรรพบุรษุ ซึง่ ชาวบ้านทางภาคเหนอื นับถอื กัน

ประเพณีฟ้อนผีมด-ผีเม็ง เป็นประเพณีเก่าแก่ สันนิษฐานว่า
เป็นประเพณีมาจากมอญ เพราะสังเกตได้จากเวลาการเขาทรงจะเป็นแบบ
การแต่งตัวของพวกมอญโบราณ และพวกมอญนี้เองที่คนไทยทางภาคเหนือ
เรียกวา่ เมง็ และการฟ้อนผมี ด-ผเี ม็งนี้เปน็ การสังเวยบรรพบุรุษ ซงึ่ จะจัดอยู่
ในวงศาคณาญาติ หรือที่เรียกว่าตระกูลเดียวกัน ในวันครบรอบปี หรือ
บางครั้งก็รอบ ๒ หรือ ๓ ปี แล้วแต่จะสะดวก แต่บางทีพี่น้องหรือญาติ ๆ
กัน เกดิ มกี ารเจ็บไขไ้ ด้ป่วยข้นึ มาก็จะมีการบนบานสารกลา่ ว ถา้ หายจากการ
เจ็บปว่ ยแลว้ กท็ ำการแกบ้ น คือ การฟอ้ นแกบ้ นนั่นเอง

๔๑

หนังสือประกอบโครงงานสังคมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เรอื่ ง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ถิ ปี ระเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

ประเพณขี ึ้นขันต้งั

ขัน ในภาษาเหนือ หมายถึง พาน ในภาษากลาง เป็นภาชนะที่ใช้
สำหรับการบรรจุของเพื่อใช้ในแง่ของความเชื่อความศักดิ์สิทธิ์ หรือใช้ใน
พิธีกรรมต่าง ๆ ที่มีชื่อขันมากมายเรียกตามวิธีการใช้งานและวัตถุประสงค์
ท่ีใชท้ ำขนั

ขันตั้ง เป็นภาชนะสำหรับใส่เครื่องคำนับ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน
หมากพลู และข้าวของอย่าง อื่นเพื่อให้เป็นของสมนาคุณแก่ผู้ที่มาทำ
ประโยชน์ให้ เชน่ หมอ อาจารย์ ผู้ประกอบวธิ ี หรือช่างซอ หรือนักขบั เพลง
ปฏิพากย์ เป็นต้น เครอื่ งบชู าครูและจำนวนอาจจะไมเ่ หมอื นกันทุกพิธี

๔๒

หนังสอื ประกอบโครงงานสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เรือ่ ง...ตามเสน้ ทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นลา้ นนา

ประเพณขี อฝน (ฟงั ธรรมพญาปลาชอ่ น)

ประเพณีขอฝน (ฟังธรรมพญาปลาช่อน) เป็นประเพณีที่เกิดจาก
ความเชื่อในอดีตเกิดความแห้งแล้ง ทำให้ ปู ปลา ติดโคลนตาย
แต่มีพญาปลาช่อนท่ีไม่ตาย และได้ไปขอพรจากพระอินทร์ ให้ฝนตกลงมาใน
โลกมนุษย์ ทำให้ปลาทั้งหลายมีชีวติ ขึ้นมาอีกครัง้ ดังนั้นทุกปีจึงมกี ารจัดพธิ ี
ฟังธรรมพญาปลาช่อนนี้ขั้นมา จนเกิดเป็นประเพณีที่จัดขึ้นที่วัดอรัญญวิเวก
คริ ี หรอื พระธาตจุ อมผ่อ ซง่ึ เป็นประเพณีทีท่ างวัดจัดขึ้นเปน็ ประจำทกุ ปี

๔๓

หนงั สอื ประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

๔๔

หนงั สอื ประกอบโครงงานสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรอื่ ง...ตามเสน้ ทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดือนล้านนา

ประเพณีเขา้ พรรษา

วันเข้าพรรษาเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในทางพระพุทธศาสนา
เมอ่ื ถงึ วนั นีแ้ ล้วพระภกิ ษุสามเณรจะตอ้ งทำพิธอี ธิษฐานพรรษา คือ อธิษฐาน
เพ่อื อยปู่ ระจำในวัดใดวัดหนง่ึ ท่ีตนทำพิธอี ธิษฐานน้นั ตลอด ๓ เดอื นในฤดูฝน
เมื่อถึงวันเข้าพรรษา พุทธศาสนิกชนย่อมมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะถือว่าเป็น
โอกาสดที ีจ่ ะได้บำเพ็ญบุญบำเพญ็ กุศลเป็นพเิ ศษ เชน่ การถวายผา้ อาบน้ำฝน
การถวายจตุปัจจัยไทยธรรมและถวายเทียนพรรษา ซึ่งถือว่าเป็นการถวาย
เป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชาระหว่างพรรษา และเพื่อให้ความสว่างใน
เวลามพี ธิ ีกรรมทางศาสนาในเวลากลางคืน

จังหวัดเชียงราย มีการสนับสนุนส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณี
วัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น จึงได้จัดทำโครงการสืบสานประเพณีหล่อ
เทียนพรรษาขึ้น และจัดขบวนเทียนพรรษาอย่างยิ่งใหญ่เป็นประจำทุกปี
บรเิ วณสวนตุงและโคมฯ ถนนธนาลัย

๔๕

หนงั สอื ประกอบโครงงานสงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ถิ ีประเพณี ๑๒ เดือนล้านนา

ประเพณถี วายผ้าอาบน้ำฝน

ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝนเป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่สมัยอดีตกาล
ในครง้ั สมเดจ็ พระสัมมาสมั พุทธเจา้

ผ้าอาบน้ำฝนที่เรียกกันว่า "วัสสิกพัตร” นั้นเป็นสิ่งที่ชาวพุทธ
ในภาคเหนือนิยมแก่พระสงฆ์ในงานเข้าพรรษา เพื่อเป็นการอำนวยความ
สะดวกแก่พระสงฆ์ ท่เี ข้าประจำอย่ใู นวัด

ผ้าอาบน้ำฝน ถึงแม้ว่าไม่ได้จัดอยู่ในชุดไตรจีวร แต่ก็หมายถึง
เครอ่ื งนงุ่ ห่มอนั จำเป็นสำหรับพระภกิ ษสุ งฆเ์ ช่นกนั การถวายผา้ อาบน้ำฝนให้
พระภิกษุนั้น ก็เพื่อให้ท่านได้ใช้สำหรับอาบน้ำในช่วงฤดูฝน ซึ่งจัดเป็น
ประเพณีทส่ี บื ทอดกันมาเพียงปลี ะครัง้ ก่อนเขา้ พรรษา

๔๖

หนงั สอื ประกอบโครงงานสังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เร่ือง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ถิ ีประเพณี ๑๒ เดือนลา้ นนา

ประเพณนี อนวัด ฟงั ธรรม

เป็นประเพณีที่ชาวเหนือถือปฏิบัติกันมาแต่โบราณ ผู้ที่ไปนอนวัด
จำศีลสว่ นมากมกั จะเปน็ ผู้สูงอายุคือ ผู้เฒ่า ผู้แก่ ผูม้ ภี ารกจิ หรอื ธุระการงาน
ในหน้าที่ ที่จะต้องรับผิดชอบ คือไม่มีภาระผูกพัน หรือคนหนุ่มคนสาว
บางคน คนที่มีจิตศรัทธาแกร่งกล้า ก็จะไปนอนวัดจำศีลร่วมกับผู้เฒ่าผู้แก่
ได้เชน่ เดียวกัน การนอนวดั จำศีลหรอื ถอื อุโบสถศีล

การฟังเทศน์ ฟังธรรม ฤดูกาลเข้าพรรษา ซึ่งเรียกกันแบบชาวบ้าน
ว่า “เข้าสา” ในภาคเหนือมีประเพณีสำคัญอย่างหนึ่ง คือ การเข้าวัดฟัง
เทศน์ฟังธรรมประชาชนทุกบ้านทุกเรือน เป็นการกล่อมเกลาจิตใจให้ผ่อง
แผ้วและรู้ดี รู้ชอบ ปลูกสร้างจิตใจให้เกิด หิริโอตัปปะ ละอายและเกรงกลัว
ต่อบาปกรรมทั้งมวล

๔๗

หนงั สอื ประกอบโครงงานสังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เรื่อง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

๔๘

หนังสอื ประกอบโครงงานสงั คมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
เร่ือง...ตามเส้นทางพระธาตุ ๙ จอม สวู่ ิถีประเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

ประเพณเี อาม้อื ปลูกนา

ประชาชนในภาคเหนือ มีความสมัครสมานสามัคคีกันดีย่ิง
โดยเฉพาะในเขตชนบททั่วไปเม่ือมีงานอะไรเกิดขึ้นที่เป็นของสมาชิกใน
หมู่บ้านทุกครัวเรือนต้องไปช่วยเหลือกัน ชาวบ้านถือเป็นภาระจะต้อง
ช่วยเหลือแบ่งเบาความเดือนร้อน เช่น ปลูกข้าวดำนา เกี่ยวข้าว มัดข้าว
สมาชิกในหมบู่ า้ นทุกครวั เรอื นต้องไปช่วยเหลอื กนั เรยี กว่า การเอามื้อ

การเอาม้ือปลูกนา ในปัจจบุ นั พนื้ ท่จี งั หวัดเชียงราย ยังคงมีประเพณี
นี้อยู่โดยเฉพาะในเขตชนบท ชาวบ้านจะมีการเอามื้อปลูกข้าว เพื่อช่วยเหลือ
กนั ทำงาน

๔๙

หนงั สือประกอบโครงงานสงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
เร่อื ง...ตามเสน้ ทางพระธาตุ ๙ จอม สู่วิถปี ระเพณี ๑๒ เดอื นล้านนา

ประเพณีสูข่ วัญววั ขวัญควาย

ประเพณีสู่ขวัญวัว ขวัญควาย เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมา
เนื่องจากสมัยโบราณมีการใช้แรงงานควายเพื่อการลากไถ ลากคราดในการ
ทำนา และเมื่อปลูกข้าวกล้าในนาเสร็จสิ้นแล้วก็จะทำพิธีสู่ขวัญควายเพื่อเป็น
การขอขมาและตอบแทนบุญคุณควาย จึงเป็นประเพณีสู่ขวัญวัว ขวัญควาย
สืบตอ่ กนั มา

สู่ขวัญควายนั้น จะมีเฉพาะชาวนาล้านนาที่ใช้ควายทำนาเท่าน้ัน
เพราะถือว่าควายนั้นมีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งจะแตกต่างจากยุคปัจจุบัน
ที่ชาวนาส่วนใหญ่หันมาใช้เครื่องจักรกล เข้ามาทำนาแทนควาย - วัว
แต่ยังมีชาวนาบางคน อนุรักษ์การทำนาโดยการใช้ควาย - วัว อยู่
เม่ือหมดฤดกู ารไถนาปลูกขา้ วเสรจ็ กจ็ ะมพี ิธฮี ้องขวญั ควาย - ววั ข้ึน

๕๐


Click to View FlipBook Version