การขยายพน ั ธ ์ ุ พ ื ช ง30271 หน ่ วยการเร ี ยนร ้ ู ท ี ่ 2 นายจ าร ุญ ป ้ ั นด ี ครูวทิยฐานะ ครูช านาญการพเิศษ กลุ่มสาระการเร ี ยนร ู้การงานอาช ี พ โรงเรียนวัดสิงห์ ส านักงานเขตพ ื น้ท ี่การศ ึ กษามัธยมศ ึ กษา อทุัยธาน ี ชัยนาท
ก ค าน า การเพาะเมล็ด เป็ นวิธีการขยายพันธุ์พืชโดยการน าเมล็ดพันธุ์ ที่มีคุณภาพดี น าไปโรยหรือวางใน ภาชนะหรือแปลงเพาะเมล็ดที่เตรียมไว้ดูแลจนให้อยูใ่นสภาพแวดลอ้มที่เหมาะสม จนกระทงั่คพัภะในเมล็ด เจริญเติบโตเป็นพืชตน้ ใหม่เรียกวา่ “ต้นกล้า” เมื่อมีขนาดโตพอ จึงยา้ยปลูกต่อไป เป็นวธิีการที่สามารถยา้ยตน้ กล้าไปปลูกได้สะดวก รากถูกท าลายน้อย ตน้กลา้ไม่ชะงกัการเจริญเติบโต และมีอตัราการตายน้อยหรือไม่ ตายเลย ซ่ึงการที่นกัเรียนจะทา ให้ประสบความส าเร็จ นกัเรียนจะตอ้งมีความรู้ท้งัทางดา้นเน้ือหาและด้าน ทักษะ ฝึ กปฏิบัติการเพาะเมล็ดและย้ายกล้าปลูกให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อเป็นการส่งเสริมให้นักเรียน ไดเ้กิดความรู้และปฏิบตัิการเพาะเมล็ดในภาชนะไดถู้กตอ้ง พืช ผูจ้ดัทา จึงไดศ้ึกษาปัญหาและจดัทา หนังสือ อิเล็กทรอนิกส์ (E-BOOK) เรื่องการเพาะเมล็ดข้ึน โดยการสรุปความรู้ดา้นทกัษะคือข้นัตอนการเพาะเมล็ด และดา้นเน้ือหาสาระไวด้ว้ยกนัเพื่อแกป้ ัญหานกัเรียนที่ยังขาดความรู้ความเข้าใจท้งัทางดา้นเน้ือหาความรู้และ ดา้นทกัษะ ให้มีความรู้ดา้นเน้ือหา และสามารถปฏิบตัิการเพาะเมล็ดไดด้ีข้ึน ถูกตอ้งตามหลกัวิชาการและยงั เป็นการส่งเสริมนักเรียนที่มีความรู้และทกัษะ การเพาะเมล็ดที่ดีอยู่แล้ว ให้มีความรู้และมีทกัษะที่ดีข้ึน กวา่เดิมข้ึนไปอีก ผูจ้ดัทา หวงัเป็นอย่างยิ่งว่า หนงัสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-BOOK) เล่มน้ีคงเป็ นประโยชน์และสามารถ แกป้ ัญหาในเรื่องความรู้ความเขา้ใจความรู้เบ้ืองตน้เกี่ยวกบัการขยายพนัธุ์พืชไดเ้ป็นอยา่งดีเพื่อเป็นพ้ืนฐานใน การเรียนรู้เกี่ยวกบัการขยายพนัธุ์พืชต่อไป จา รุญ ป้ันดี
ข สารบัญ หน้า ค าน า ก สารบัญ ข ความหมายและความส าคัญการขยายพันธุ์พืชโดยการเพาะเมล็ด 1 โครงสร้างของดอกพืช 2 ส่วนประกอบของเมล็ดพืช 4 การงอกของเมล็ด 8 คุณภาพของเมล็ดพันธุ์ 10 วิธีการเพาะเมล็ด 10 การดูแลต้นกล้า 17 วิธีการย้ายต้นกล้า 18 การเก็บเกี่ยวเมล็ดพืชไวท้า พนัธุ์19 การเก็บรักษาเมล็ดพนัธุ์พืช 20 การทดสอบเมล็ดพันธุ์พืช 22 การพักตัวของเมล็ดพืช 25 บรรณานุกรม 27
1 ความหมายการขยายพนัธ์ุพืชโดยการเพาะเมลด็ การขยายพนัธุ์พืชโดยการเพาะเมล็ด หรือเรียกอีกอยา่งวา่ การขยายพันธุ์พืชโดยใช้เพศ หมายถึง การ ขยายพนัธุ์โดยใชเ้มล็ดที่ไดจ้ากการผสมพนัธุ์ระหวา่งละอองเกสรตวัผกู้บัไข่ของเกสรตวัเมีย ซ่ึงเป็นการ ขยายพนัธุ์ตามธรรมชาติของพืชช้นัสูง (ส่วนพืชช้นัต่า ประเภทเฟิร์นและเห็ดจะใชส้ ปอร์แทนเมล็ด) ลกัษณะที่ สา คญัอยา่งหน่ึงของการขยายพนัธุ์ดว้ยเมล็ดก็คือการกลายพนัธุ์ การกลายพนัธุ์มีความสา คญัมากในทางธรรมชาติเพราะทา ใหเ้กิดพืชตน้ ใหม่ที่สามารถปรับตวัใหเ้ขา้ กบัสิ่งแวดลอ้มไดด้ีแต่ในเรื่องของการขยายพนัธุ์พืชแลว้การกลายพนัธุ์ถือเป็นขอ้เสียของการเพาะเมล็ด เพราะ ไม่สามารถคงลกัษณะและคุณสมบตัิที่ดีของพืชไวไ้ด้ หรืออาจกล่าวไดว้า่การเพาะเมล็ด หมายถึงการนา เมล็ดที่ไดเ้ตรียมหรือเก็บรักษาไวอ้ยา่งดีไปหวา่น หรือโรยในกระบะเพาะในภาชนะหรือในแปลงเพาะที่ไดเ้ตรียมไว้ดูแลรักษาใหอ้ยใู่นสภาพแวดลอ้มที่ เหมาะสมจนคพัภะที่อยภู่ายในเมล็ดเจริญเติบโตเป็นตน้อ่อนเรียกวา่ ต้นกล้า จนต้นกล้าสมบูรณ์พร้อมที่จะย้าย ไปปลูกได้ ซึ่งสามารถท าได้โดยวิธีการเพาะในกระบะเพาะการเพาะในภาชนะและการเพาะในแปลงเพาะ ความส าคัญ พืชที่นา มาใชเ้พาะปลูก ส่วนใหญ่จะใชว้ธิีการขยายพนัธุ์ดว้ยเมล็ด ถึงแมว้า่พืชเหล่าน้นับางชนิดจะ สามารถขยายพนัธุ์ไดโ้ดยวธิีอื่นก็ตาม เพราะบางคร้ังการขยายพนัธุ์โดยวธิีอื่นทา ไดย้ากกวา่การเพาะเมล็ด ดงัน้นัการขยายพนัธุ์โดยการใชเ้มล็ดจึงเป็นวธิีการที่สา คญัและมีบทบาทต่อเศรษฐกิจของประเทศอยา่งมาก เพราะเป็นวธิีที่นา มาใชใ้นการผลิตพืชหลกัหลายชนิด เช่น ขา้วขา้วโพด ถวั่เหลืองและพืชผกัแทบทุกชนิด ตลอดจนการปลูกป่ า นอกจากจะมีความสา คญัทางดา้นเศรษฐกิจแลว้ยงัมีประโยชน์และความสา คญั ในดา้น อื่นๆอีก คือ หน ่ วยการเร ี ยนร ู้ท ี่2 การขยายพนัธ ์ุพ ื ชโดยเพาะเมล็ด ความหมายและความส าคญัการขยายพนัธ ์ุพ ื ชโดยการเพาะเมลด็
2 1. ใชผ้ลิตตน้ตอสา หรับใชข้ยายพนัธุ์โดยวธิีการติดตา ต่อกิ่งและทาบกิ่งของไมผ้ลและไมด้อกไม้ ประดับบางชนิด 2. ใช้ในการปรับปรุงพันธุ์พืช โดยการน าเมล็ดที่ได้จากการผสมพันธุ์ไปเพาะเพื่อคัดเลือกพันธุ์ดีที่ เกิดข้ึนใหม่ 3. ผลจากการกลายพนัธุ์โดยการขยายพนัธุ์ดว้ยเมล็ด อาจก่อใหเ้กิดพืชพนัธุ์ใหม่ที่มีลกัษณะดีและ สามารถนา ไปขยายพนัธุ์โดยวธิีการอื่นใหพ้นัธุ์ดีที่ไดค้งอยตู่ ่อไป เช่น การเกิดพนัธุ์เงาะโรงเรียน เป็ นต้น 4. การเพาะเมล็ดพืชเพื่อใช้ปลูกโดยตรง ในไมผ้ลไม่นิยมเนื่องจากมีขอ้เสียหลายประการ เพราะต้น พืชที่ได้จากเมล็ดจะให้ผลช้าและกลายพันธุ์ไปจากต้นเดิม แต่ก็ยงัมีไมด้อกไมป้ระดบัหลายชนิดที่ยงัตอ้งการใช้ เมล็ดอยเู่นื่องจากทา ไดง้่ายและไดจ้า นวนตน้มากและมีพืชบางชนิดไม่สามารถขยายพนัธุ์โดยการใชส้ ่วนต่าง ๆ ของพืชได้ นอกจากการใช้เมล็ด การผสมพนัธุ์พืชเพื่อใหเ้กิดผลและเมล็ดน้นัดอกพืชเป็นส่วนที่มีความสา คญัที่สุดเพราะเป็นที่รวมของ ระบบสืบพันธุ์ การผสมพนัธุ์รวมไปถึงการเกิดผลและเมล็ดจะเกิดข้ึนที่ดอกพืชโดยโครงสร้างของดอกสมบูรณ์ เพศประกอบดว้ยส่วนต่างๆ ดงัน้ี 1. ฐานรองดอก (Receptacle หรือ torus) เป็นส่วนที่รองรับส่วนของดอกท้งัหมด 2. กลีบเล้ียง (Sepal) เป็นกลีบช้นันอกสุด ส่วนมากมีสีเขียว มีหนา้ที่ป้องกนัโรคแมลงที่มาทา ลายกลีบ ดอกเกสรตวัผแู้ละเกสรตวัเมียในขณะที่ดอกยงัไม่บาน กลีบเล้ียงท้งัหมดเรียกวา่เคลิกซ์(Calyx) 3. กลีบดอก (Petals) เป็นกลีบที่มีขนาดใหญ่กวา่กลีบเล้ียงอยถู่ดัเขา้ไปจากกลีบเล้ียง มีสีสันสวยงาม หลายสีตามชนิดและพันธุ์พืช หนา้ที่ของกลีบดอกคือใชส้ีสันดึงดูดแมลงใหเ้ขา้มาช่วยผสมพนัธุ์กลีบดอก ท้งัหมดรวมเรียกวา่คอรอลล่า (Corolla) โครงสร้างของดอกพืช
3 รูปแสดงส่วนประกอบของดอกไม้ ที่มา : http://scigroup10.wordpress.com 4. เกสรตัวผู้ (Stamens) เกสรตวัผปู้ระกอบดว้ยส่วนประกอบสา คญั2 ส่วน คือ ก. กา้นชูเกสรตวัผู้(Filament) มีหนา้ที่ช่วยใหเ้กสรตวัผู้ อยเู่หนือเกสรตวัเมียเพื่อสะดวกในการผสมพนัธุ์แต่พืชบางชนิด เกสรตวัผมู้ีกา้นชูเกสรส้ันกวา่เกสรตวัเมียมาก เช่น ชบา พูเ่รือหงส์ ข. อับเรณู (Anther) ภายในอับเรณูจะมีละอองเรณูหรือ ละอองเกสรตัวผู้ (Pollen grain) อยเู่ป็นจา นวนมากเมื่อดอกแก่เตม็ที่ อบัเรณูจะแตกออกละอองเรณูก็จะปลิวไปในอากาศหรือติดไปกบั แมลงที่มาดูดน้า หวานจากเกสร แสดงส่วนต่าง ๆ ของเกสรตัวผู้ 5. เกสรตัวเมีย (Pistil) ประกอบไปดว้ยส่วนสา คญั3 ส่วน คือ ก. ยอดเกสรตัวเมีย (Stigma) มีหนา้ที่รองรับละอองเกสรตวัผทู้ี่ปลิวมาตกหรือติดมากบัแมลงโดย ที่บนยอดเกสรตวัเมียจะมีลกัษณะเป็นแอ่ง มีสารเหนียวคลา้ยเมือกเรียกวา่ Stigmatic Fluid อยดู่ว้ย ซ่ึงสารชนิดน้ี จะทา ใหล้ะอองเกสรตวัผทู้ี่ตกลงมาในแอ่งไม่สามารถปลิวลอยออกไปไหนไดอ้ีกและเกิดการงอกเป็นหลอด (Pollen tube) ภายในหลอดมีเช้ือเกสรตวัผู้(Sperm nucleus) ข. กา้นชูเกสรตวัเมีย(Style) ภายในกา้นชูเกสรตวัเมียจะมีท่อใหล้ะอองเกสรตวัผทู้ี่งอกเป็นหลอด แลว้แทงผา่นลงมาผสมกบัไข่อ่อนในรังไข่ได้ เกสรตัวเมีย (Carpel) ยอดเกสรตัวเมีย (Stigma) ก้านชูเกสรตัวเมีย(Style) รังไข่ เกสรตัวผู้ (Stamen) อบัเรณู(Anther) ก้านชูอบัเรณู (Filament) กลีบดอก (Petal) กลีบเลี้ยง (Sepal) ฐานรองดอก (Receptacle) ไข่ (Ovule) อับเรณู กา้นชูเกสรตวัผู้
4 ค. รังไข่(Ovary) ภายในรังไข่จะมีไข่อ่อน (Ovule) ซ่ึงเป็นเซลลไ์ข่(Egg cell) คอยรับการผสมพันธุ์ จากเช้ือเกสรตวัผทู้ี่ผา่นเขา้ไปผสมทางช่องไมโครพายล์(Micropyle)แลว้เกิดการปฏิสนธิ(Fertilization) กลายเป็ นไซโกต (Zygote) ซึ่งไซโกตจะเจริญเติบโตกลายเป็ นคัพภ (Embryo) และเป็ นเมล็ด (Seed) ในที่สุดส่วน รังไข่ก็จะเจริญเติบโตกลายเป็นผล(Fruit) ห่อหุม้เมล็ด รูปแสดงส่วนประกอบของวงเกสรตวัผูแ้ละวงเกสรตวัเมีย ที่มา :http://en.wikipedia.org/wiki/File:Mature_flower_diagram.svg เมล็ดพืชเกิดจากการผสมพนัธุ์กนัระหวา่งเกสรตวัผกู้บัเกสรตวัเมีย โดยที่รังไข่เจริญไปเป็นผลไข่อ่อน เจริญไปเป็นเมล็ดและเยอื่หุม้ไข่อ่อน (Integument) เจริญเป็ นเปลือกของเมล็ด (Testa or Seed coat) ดงัน้นัเมล็ด จึงประกอบไปดว้ยส่วนต่างๆที่สา คญั3 ส่วน คือ 1. เปลือกหุ้มเมล็ด (Seed coat) เกิดจากเยอื่หุม้ไข่อ่อน ปกติจะมี1-2 ช้นัเปลือกดา้นนอกจะมีลกัษณะแขง็มาก ส่วนเปลือกช้นั ในจะ มีลกัษณะบางใสซ่ึงมีหนา้ที่ป้องกนัไม่ใหค้พัภไดร้ับการกระทบกระเทือน เกสรตัวผู้ (Stamen) ไข่ (Ovule) ยอดเกสรตัวเมีย (Stigma) ก้านชูเกสรตัวเมีย (Style) ก้านชูอบัเรณู (Filament) รังไข่ ต่อมน ้าหวาน (Nectar) ข้อต่อ ก(Articulation ้านชูดอก ) (Peduncle) แกนดอก (Floral axis) ก้านต่อ (Connective) อบัเรณู ถ (Anther)ุงเรณู (Microsporangium) กลีบดอก (Petal) กลีบเลี้ยง (Sepal) ดอกสมบูรณ์(Complete ส่วนประกอบของเมล็ดพืช
5 2. อาหารส ารองภายในเมล็ด (Food storage tissue) มี 3 ชนิด คือ 2.1 อาหารสา รองที่เป็นใบเล้ียง (Cotyledon)จะพบมากในพืชตระกูลถวั่เช่น ถวั่ต่าง ๆ แคกระถิน จามจุรี เป็ นต้น 1.2 อาหารส ารองที่เป็ นเอนโดสเปิ ร์ม (Endosperm)จะพบในพืชตระกูลหญา้เช่น ขา้วขา้วโพด 1.3 อาหารส ารองที่เป็ นเพอริสเปิ ร์ม (Perisperm)จะพบในมงัคุด ส้ม มะม่วงยางพารา เป็นตน้ รูปแสดงส่วนประกอบของเมล็ดถวั่ ที่มา : https://sites.google.com/site/32242maneerat/fruit รูปแสดงส่วนประกอบของเมล็ดขา้วโพด ที่มา : https://sites.google.com/site/32242maneerat/fruit รูปแสดงส่วนประกอบของเมล็ดละหุ่ง ที่มา : https://sites.google.com/site/32242maneerat/fruit
6 รูปแสดงลักษณะภายในของเมล็ดส้ม เมล็ดพืชบางพนัธุ์มีอาหารสา รองเพียงชนิดเดียวแต่พืชบางพนัธุ์อาจมีอาหารสา รอง 2-3 ชนิด เช่น มงัคุด มีเพอริสเปิร์ม เพียงอยา่งเดียว ละหุ่งยางพารา มีใบเล้ียงกบัเอนโดสเปิร์ม ส้ม มะม่วง มีใบเล้ียงกบัเพอริสเปิร์ม บีทรูท มีใบเล้ียง เอนโดสเปิร์มและเพอริสเปิร์ม เป็นตน้ 3. คัพภะ(Embryo) เป็นตน้พืชเล็กๆที่ฝังตวัอยภู่ายในเมล็ด คพัภประกอบดว้ยส่วนต่างๆ 3 ส่วน คือ 3.1 ใบเล้ียง (Cotyledon or seed leaves) เมล็ดพืชที่มีความสา คญัทางเศรษฐกิจส่วนใหญ่จะมีใบเล้ียง 1-2 ใบ ยกเวน้พืชประเภทสนจะมีใบเล้ียงต้งัแต่2-15 ใบ พืชที่มีใบเล้ียงเพียงใบเดียวเรียกวา่พืชใบเล้ียงเดี่ยว (Monocotyledon) ส่วนพืชที่มีใบเล้ียงสองใบเรียกวา่พืชใบเล้ียงคู่(Dicotyledon) ตามปกติแลว้ใบเล้ียงจะมีหนา้ที่ สะสมอาหารเพื่อเล้ียงตน้พืชในระยะเริ่มงอกจากเมล็ดและยงัไม่สามารถสร้างอาหารไดเ้ช่น พืชตระกูลถวั่ต่างๆ แต่มีพืชบางชนิดที่สร้างอาหารเองต้งัแต่ระยะแรกงอกโดยวธิีสังเคราะห์แสง (Photosynthesis) ในกรณีเช่นน้ีใบ เล้ียงที่งอกพน้ดินจะมีลกัษณะบาง มีสีเขียวคลา้ยใบจริง เช่น ตน้ขา้ว หรือขา้วโพดที่งอกจากเมล็ดใหม่ๆ 3.2 ตายอดหรือยอดอ่อน (Plumule) คือส่วนที่อยเู่หนือใบเล้ียงข้ึนไปและเจริญเติบโตกลายเป็นลา ตน้ 3.3 รากแรกกา เนิด (Radicle of rudimentary root)คือส่วนล่างของคพัภหรือตน้อ่อนภายในเมล็ดเมื่อ เมล็ดงอกรากชนิดน้ีจะเจริญเติบโตต่อไปและกลายเป็นรากแกว้ (Primary root) ในพืชบางชนิด แต่สา หรับพืช บางชนิดรากชนิดน้ีจะหายไป
7 รูปแสดงการเจริญเติบโตของพืชใบเล้ียงคู่และพืชใบเล้ียงเดี่ยว ที่มา : https://www.facebook.com/825402417826638/photos/a.826050567761823/1135790653454478/?type=3 ดงัน้นัเราจะเห็นไดว้า่ส่วนประกอบของเมล็ดที่สา คญัที่สุดคือคพัภเพราะถา้ขาดส่วนน้ีแลว้เมล็ดจะไม่ สามารถงอกได้สา หรับอาหารสา รองภายในเมล็ดมีความส าคญัรองลงมาท้งัน้ีเนื่องจากวา่เมล็ดพืชที่ไม่มีอาหาร สา รองในเมล็ดแต่มีคพัภเราสามารถนา มาเพาะใหง้อกไดโ้ดยนา ไปเพาะเล้ียงในอาหารวุน้เช่น การเพาะเมล็ด กลว้ยไม้(กลว้ยไมไ้ม่มีอาหารสา รองภายในเมล็ด) ส่วนเปลือกหุม้เมล็ดมีความสา คญัเป็นอนัดบัสุดทา้ย
8 เมล็ดประกอบไปดว้ยส่วนต่างๆ 3 ส่วน คือคพัภะ อาหารส ารองภายในเมล็ดและเปลือกหุ้มเมล็ด ซึ่ง แต่ละส่วนทา หนา้ที่ต่างกนั โดยเฉพาะอยา่งยงิ่คพัภะตอ้งทา หนา้ที่เจริญเติบโตเป็นตน้พืชตน้ ใหม่การที่คพัภะ ภายในเมล็ดพืชเจริญกลายเป็นพืชตน้ ใหม่เรียกวา่การงอก (Germination) ต้นพืชที่งอกมาจากเมล็ดและต้นยัง อ่อนอยตู่อ้งอาศยัอาหารสะสมที่เก็บไวภ้ายในเมล็ด เรียกวา่ตน้กลา้ (Seedling) หรือ เบ้ียกลา้การงอกของ เมล็ดเกิดข้ึนเป็นขบวนการและเกี่ยวขอ้งกบั ปัจจยัต่างๆหลายประการ ปัจจยัที่เกี่ยวขอ้งกบัขบวนการงอกของเมล็ด 1. ปัจจัยภายในเมล็ด ปัจจยัสา คญัภายในเมล็ดที่มีอิทธิพลต่อการงอกคือ 1.1 การมีชีวติของเมล็ด นบัวา่เป็นปัจจยัสา คญัยงิ่ในการเพาะเมล็ด เพราะเปอร์เซ็นต์ความงอกและ ความสามารถในการงอกส่วนใหญ่ข้ึนอยกู่บัการมีชีวิตของเมล็ด ดงัน้นัก่อนจะนา เมล็ดพืชไปเพาะปลูกควรจะ ทดสอบหาเปอร์เซ็นต์และความสมารถในการงอกก่อนทุกคร้ัง 1.2 เมล็ดจะต้องพ้นระยะพักตัว (Dormancy) การพกัตวัหมายถึงสภาพที่ตน้พืชหรือส่วนของต้นพืช หยดุการเจริญเติบโตในช่วงใดช่วงหน่ึง ซ่ึงมีสาเหตุมาจากสภาพภายในและสภาพภายนอกเมล็ด สภาพภายใน ไดแ้ก่เปลือกหุม้เมล็ด คพัภยงัไม่เจริญเตม็ที่หรือคพัภอยใู่นระยะพกัตวัส่วนสภาพภายนอกคือสิ่งแวดลอ้มที่ไม่ เหมาะสมเช่น ขาดน้า ขาดออกซิเจน เป็นตน้ 2. ปัจจัยภายนอกเมล็ด คือ สภาพแวดล้อมในขณะที่น าเมล็ดไปเพาะ ถ้าเมล็ดมีปัจจัยภายในพร้อมและ นา ไปเพาะในสภาพแวดลอ้มที่เหมาะสมเมล็ดจะงอกซ่ึงสภาพแวดลอ้มที่มีอิทธิพลต่อการงอกมีดงัน้ี 2.1 น้า (Water) น้า หรือความช้ืน ตอ้งมีมากพอที่จะทา ใหเ้ปลือกหุม้เมล็ดอ่อนตวัและทา ให้อาหาร สา รองภายในเมล็ดยอ่ยสลายกลายเป็นของเหลวและเคลื่อนที่ไปทา ใหค้พัภนา ไปใชป้ระโยชน์ได้ 2.2 อุณหภูมิ (Temperature) อุณหภูมิมีผลต่อการดูดน้า ของเมล็ด อุณหภูมิที่สูงข้ึนเมล็ดจะดูดน้า ได้ ดีข้ึนและจะช่วยเร่งให้เกิดขบวนการสร้างและเผาผลาญอาหารภายในเมล็ดพืชแต่ละชนิดมีอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่เท่ากนัพืชเมืองร้อนตอ้งการอุณหภูมิที่เหมาะสมสูงกวา่พืชเมืองหนาว 2.3 แสง (Light) แสงมีบทบาทในการช่วยใหเ้มล็ดงอกหรือยบัย้งัการงอกของเมล็ดได้ใน ขณะเดียวกนัแสงยงัมีบทบาทเกี่ยวกบัการเจริญเติบโตของพืชที่งอกจะเห็นไดว้า่ถา้กลา้พืชไดร้ับแสงแดดไม่ เพียงพอจะมีใบซีดขาวลา ตน้ยดืยาว ซ่ึงพืชเศรษฐกิจส่วนใหญ่ไม่ตอ้งการแสงแดดในการงอก ดงัน้นัการเพาะ เมล็ดพืชทวั่ ไปจึงมกักลบดินใหป้ิดทบัเมล็ด ยกเวน้พืชบางชนิดที่ตอ้งการแสงในการงอกเช่น ผกักาดหอม ยาสูบ กลว้ยไม้รวมไปถึงพืชช้นัต่า เช่น มอสและเฟิ ร์น 2.4 ออกซิเจน (Oxygen) โดยปกติเมล็ดพืชที่มีชีวิตอยูจ่ะมีการหายใจอยตู่ลอดเวลาดงัน้นัจึง จา เป็นตอ้งใชอ้อกซิเจน ในช่วงที่เมล็ดยงัไม่งอกจะใชอ้อกซิเจนเพียงเล็กนอ้ย เมื่อเมล็ดเริ่มงอกการหายใจจะมี มากข้ึน ซ่ึงตอ้งใชอ้อกซิเจนไปเผาผลาญอาหารสา รองภายในเมล็ดให้เป็ นพลังงานส าหรับใช้ในการงอกเมล็ดพืช ที่มีอาหารสา รองภายในเมล็ดเป็นแป้งจะใชอ้อกซิเจนนอ้ยกวา่อาหารที่เป็นไขมนัเช่น ขา้วโพด จะใชอ้อกซิเจน การงอกของเมล็ด (Seed Germination)
9 ในการงอกนอ้ยกวา่ถวั่เหลือง ดงัน้นัการเพาะเมล็ดจึงไม่ควรกลบดินทบัเมล็ดใหห้นาเกินไป เพราะจะทา ใหข้าด ออกซิเจน เมล็ดจะงอก ชา้ลงหรือไม่งอกเลย รูปแสดงปัจจยัที่เกี่ยวขอ้งกบัขบวนการงอกของเมล็ด ขบวนการงอกของเมล็ด (Seed Germination Process) ขบวนการงอกของเมล็ดน้นัจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวทิยาและชีวเคมีข้ึนในเมล็ดพืช โดยเฉพาะ อยา่งยงิ่อาหารสา รองภายในเมล็ด การงอกของเมล็ดมีขบวนการดงัน้ี 1. เมล็ดดูดน้า หรือความช้ืน ทา ใหเ้ปลือกเมล็ดอ่อนตวัก๊าซออกซิเจนผา่นเขา้ไปได้ 2. ขนาดของเมล็ดจะพองใหญ่ข้ึน ทา ใหดู้ดดึงเอาก๊าซออกซิเจนผา่นเขา้ไปได้ 3. โปรโตพลาสซึม ภายในเซลล์จะกลายเป็นของเหลวมากข้ึน 4. สร้างน้า ยอ่ยเพื่อยอ่ยอาหารสา รองภายในเมล็ด 5. เคลื่อนยา้ยอาหารที่ยอ่ยแลว้ไปยงัคพัภะ 6. เมื่อคัพภะไดร้ับอาหารที่ยอ่ยแลว้และดูดซึมเขา้ไป ทา ใหเ้กิด พลงังานเพื่อใชใ้นการเจริญเติบโตและสร้างเซลลใ์หม่ 7. เมล็ดจะเริ่มงอกและเจริญเติบโตเป็นต้นกล้า จะเห็นไดว้า่การงอกของเมล็ดพืช มีปัจจยัท้งัภายในและภายนอก เมล็ดพืชเขา้มาเกี่ยวขอ้งดว้ย ฉะน้นัการศึกษา เรียนรู้ถึงโครงสร้างและ ขบวนการงอกของเมล็ดพืชจะช่วยใหส้ามารถเพาะหรือปลูกพืชโดยใชเ้มล็ด ไดผ้ลดียงิ่ข้ึน รูปแสดงการงอกของเมล็ด การมีชีวิตและพ้น ระยะพักตัว
10 เมล็ดพนัธุ์ที่มีคุณภาพดีถือวา่เป็นปัจจยัสา คญัอยา่งหน่ึงในการเพิ่มผลผลิต ดงัน้นัการปลูกพืชโดยใชเ้มล็ด พนัธุ์ที่มีคุณภาพยอ่มทา ใหก้ารปลูกพืชน้นั ประสบความสา เร็จและไดผ้ลผลิตสูงกวา่เมล็ดที่มีคุณภาพต่า การที่ เราจะทราบวา่เมล็ดพนัธุ์ที่ปลูกน้นัมีคุณภาพสูงหรือต่า ตอ้งมีการตรวจสอบคุณภาพก่อนวา่เมล็ดพนัธุ์น้นัเก่า หรือใหม่ ดีมากน้อยเพียงใด ลกัษณะของเมลด็พนัธ์ุทดี่ี 1. ตรงตามพันธุ์และเป็ นพันธุ์ดีคือตอ้งผา่นการคดัเลือกและมีวธิีการผลิตถูกหลกัวชิาการการใช้เมล็ด พันธุ์ที่ดีและตรงตามพันธุ์มีผลดีคือทนทานต่อสภาพแวดลอ้ม ทนต่อโรคและเมลง มีการตอบสนองต่อปุ๋ย สูง และให้ผลผลิตสูง 2. มีความบริสุทธ์ิหมายถึงเมล็ดพันธุ์ต้องปราศจากโรคและแมลง ไม่มี สิ่งเจือปน เช่น กรวด หิน ดิน ทราย และเมล็ดวชัพืชต่างๆ เมล็ดที่มีความบริสุทธ์ิสูงน้ีเมื่อนา ไปปลูกจะไม่ เป็นแหล่งแพร่ขยายโรค แมลง และวัชพืช รวมท้งัผลผลิตที่มีคุณภาพ 3. มีความสามารถในการงอกสูง เมล็ดพันธุ์ที่มีเปอร์เซ็นต์การงอกสูง ยอ่มสามารถข่มวชัพืชในแปลงปลูก ได้ นอกจากน้ียงัลดปัญหาในการปลูกใหม่อีก ท้งัทา ใหต้น้พืชเจริญเติบโตไดข้นาดเท่ากนัและสะดวกในการ บ ารุง ดูแลรักษา ตลอดจนการเก็บเกี่ยว 4. มีความช้ืนต่า เมล็ดพนัธุ์ที่ดีมีคุณภาพควรมีความช้ืนต่า หรือความแห้งของเมล็ดพอสมควร เพื่อช่วย ลดกระบวนการหายใจภายในเมล็ดพันธุ์ให้ช้าลง และยงัช่วยลดการเขา้ทา ลายของโรคและแมลงในระหวา่งการ เก็บรักษา 1. วิธีการเพาะเมล็ดในภาชนะ โดยทวั่ ไปแลว้เมล็ดไมด้อกไมป้ระดบัมีขนาดของเมล็ดที่แตกต่างกนั ไมป้ระดบัที่มีเมล็ดขนาดใหญ่ เช่น หมากเหลือง หมากนวล เป็นตน้ ส่วนไมด้อกที่มีขนาดเล็ก มีท้งัพวกที่มีขนาดพอจบัตอ้งได้ไม่เล็กมาก นกัเช่น เมล็ดดาวเรือง, ดาวกระจาย, บานชื่น เป็ นต้น และพวกที่มีขนาดเล็ก ไม่สะดวกในการจบัเช่น เมล็ด หงอนไก่ เป็ นต้น จึงจา เป็นตอ้งมีวธิีการเพาะเมล็ดใหเ้หมาะสมกบัชนิดของไมด้อกไมป้ระดบั การเพาะเมล็ดไมด้อกไมป้ระดบัมีหลายวธิีสา หรับวธิีการเพาะเมล็ดที่หาวสัดุอุปกรณ์ง่าย สามารถ ใช้กบั ไมด้อกไมป้ระดบัที่มีในทอ้งถิ่นทวั่ ไป และเหมาะสมกบัวยัของนักเรียน ขอแนะนา การเพาะเมล็ดใน ภาชนะ ซึ่งมี 3 แบบ คือ การเพาะเมล็ดในกระบะเพาะเมล็ด การเพาะเมล็ดในถาดเพาะเมล็ด และการเพาะเมล็ด ในภาชนะอื่นๆ เช่น ถุงพลาสติกแกว้กระดาษ เป็นตน้แต่ละแบบ มีข้นัตอนการเพาะใกลเ้คียงกนัแตกต่าง วิธีการเพาะเมล็ด คุณภาพของเมลด็พนัธ ์ุ
11 กนัที่ลกัษณะของภาชนะและลกัษณะการโรยเมล็ดลงในภาชนะที่ใช้และการย้ายกล้าปลูก จะเพาะเมล็ดด้วย วิธีการใดก็ตาม มีหลกัส าคญั ในการเพาะเมล็ด ก็คือให้กลบเมล็ดหนา 2 เท่าของความหนาของเมล็ด ตอ้งโรย เมล็ด โดยไม่ใหเ้มล็ดทบักนั เมื่อเมล็ดเจริญเติบโตเป็ นต้นกล้า และมีขนาดโต จึงย้ายปลูกอีกทีหนึ่ง ในการย้ายปลูก วิธีการเพาะเมล็ดที่ทา ให้ตน้กลา้ไม่ชะงกัการเจริญเติบโต และรากถูกทา ลายน้อย เหมาะส าหรับเมล็ดไม้ดอกไม้ประดับที่มีขนาดเล็ก สามารถนา ไปประยกุตใ์ชก้บั ไมด้อกไมป้ระดบัที่มีใน ทอ้งถิ่นหรือที่นกัเรียนสนใจและเหมาะสมกบัวยัของนกัเรียน ขอแนะนา การเพาะเมล็ดในถาดเพาะเมล็ด ซ่ึงที่มี ลกัษณะแยกเมล็ดออกจากกนัเพียงเมล็ดเดียว แต่หลุมส าหรับ วางเมล็ดจะเชื่อมติดกนัสามารถเคลื่อนยา้ยตน้ กลา้ไดส้ะดวกคร้ังละหลายๆ ตน้มีข้นัตอนดงัน้ี 1.1 การเตรียมภาชนะที่ใช้เพาะ ไดแ้ก่ ถาดเพาะเมล็ดส าเร็จรูป ตามขนาดที่ต้องการ รูปแสดงถาดเพาะเมล็ดส าเร็จรูป 1.2 การเตรียมวัสดุที่ใช้เพาะ วสัดุเพาะตอ้งเหมาะสมต่อการงอกของเมล็ด แนะนา ทรายหยาบ ผสมขยุมะพร้าว ในอตัราส่วน 1 : 1 โดยปริมาตร ก่อนผสมวสัดุตอ้งร่อนขยุมะพร้าว ดว้ยตะกร้า เพื่อเอาเส้นใย ที่ติดมาออกเลือกใชแ้ต่ขุยมะพร้าวลว้นๆ ดงัรูป เสร็จแลว้พรมน้า ขุยมะพร้าว เพื่อป้องกนั ไม่ให้ขุยมะพร้าว ลอยไม่เขา้กบัทราย หลงัจากน้นัผสมทรายกบัขยุมะพร้าวใหเ้ขา้กนั ดังรูป รูปแสดงการร่อนขยุมะพร้าว
12 รูปแสดงวัสดุที่ใช้ในการเพาะเมล็ดในถาดเพาะ 1.3 หลงัจากผสมขุยมะพร้าวกบัทรายเขา้ดว้ยกนัแลว้กรอกวสัดุเพาะใส่ถาดเพาะเมล็ดจนเกือบเตม็ ดงัรูป ควรเคาะให้วสัดุเพาะแน่นพอสมควรถา้ไม่แน่น เวลารดน้า วสัดุจะยุบตวัทา ให้เมล็ดลอยข้ึนมา หรือ ไหลไปชิดขอบถาดเพาะ ทา ให้ยากในการยา้ยกลา้ (ส าหรับถาดเพาะเมล็ดส าเร็จรูปจะมีรูเพื่อระบายน้า อยูแ่ลว้ แต่ถา้ไม่มีรูปควรเจาะรูที่กน้ภาชนะก่อนกรอกวสัดุเพาะ) รูปแสดงการกรอกวัสดุเพาะในถาดเพาะ 1.4 ใชเ้ศษไมเ้จาะรูบนวสัดุเพาะใหล้ึกพอประมาณ ข้ึนอยกู่บัขนาดของเมล็ด ดังรูป รูปแสดงการเจาะรูวัสดุเพาะเมล็ดในถาดเพาะเมล็ด ทรายเหยาบ ขุยมะพร้าว ทรายหยาบ +ขุยมะพร้าว
13 1.5 ใส่เมล็ดลงในรูที่เจาะไว้แลว้โรยวสัดุเพาะกลบบางๆ ดงัรูป รูปแสดงการใส่เมล็ดในวสัดุเพาะในถาดเพาะเมล็ด (ดาวเรือง) 1.6 รดน้า ดว้ยกระบอกฉีดน้า ที่ปรับหวัใหเ้ป็นฝอยละเอียด นา ถาดเพาะไปวางไว้ในเรือนเพาะช า เมื่อเมล็ดงอกให้น าถาดเพาะเมล็ดออกรับแสงแดดทีละน้อย รูปแสดงการรดน้า ดว้ยกระบอกฉีดน้า 1.7 เมื่อต้นกล้าโตพอ คือ มีใบจริงประมาณ 2-3 ใบ ดงัรูป ก็ยา้ยปลูกได้โดยงด การให้น้า 1 วัน ก่อนยา้ยตน้กลา้ลงปลูก เพื่อใหว้สัดุในถาดเพาะเมล็ดจบัตวักนัแน่น จะสะดวกในการยา้ยปลูกและตน้กลา้จะได้ ไม่ช้า โดยใชม้ือดนักน้ถาดเพาะจะทา ใหย้า้ยตน้กลา้ออกไดง้่ายและวสัดุเพาะไม่หลุดแตกออกจากตน้กลา้ รูปแสดงต้นกล้าที่เจริญเต็มที่ในถาดเพาะเมล็ด (ดาวเรือง)
14 2. การเพาะเมล็ดในแปลงเพาะ การเพาะเมล็ดในแปลงเพาะ หมายถึง การเพาะเมล็ดลงบนพ้ืนดินที่ไดจ้ดัเตรียมไวเ้ป็นพิเศษ เพื่อใหเ้หมาะแก่การงอกของเมล็ดพืช แปลงที่จะใชเ้พาะเมล็ดจะตอ้งเลือกบริเวณพ้ืนดินที่ไดร้ับแสงแดดจดั ตลอดท้งัวนัเป็นที่ที่น้า ไม่ท่วมขงัสามารถระบายน้า ไดด้ีปลอดภยัจากการรบกวนของสัตวเ์ล้ียง แปลงเพาะ ควรมีความกวา้งไม่เกิน 1 เมตร เพื่อความสะดวกในการปฏิบตัิงาน เช่น การถอนยา้ยตน้กลา้ ส่วนความยาว อาจจะเป็ น 1 – 4 เมตร ท้งัน้ีข้ึนอยกู่บั ปริมาณตน้พืชที่ตอ้งการการเพาะเมล็ดในแปลงเพาะมีข้นัตอนการเตรียม ดินและการเพาะเมล็ด ดงัน้ี 2.1 การเตรียมดิน เมื่อเลือกพ้ืนที่ไดเ้หมาะสมดีแลว้ควรปฏิบตัิตามข้นัตอนดงัน้ี 2.1.1 เลือกพ้ืนที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์พอสมควรแลว้กา จดัวชัพืชในบริเวณและรอบ ๆ พ้ืนที่ที่ จะเตรียมแปลงเพาะออกให้หมด ดังรูป รูปแสดงการกา จดัวชัพืชก่อนเตรียมดินในแปลงเพาะเมล็ด 2.1.2 ขุดดินให้ลึกประมาณ 15 – 20 เซนติเมตร ตากแดดทิ้งไว้1 – 2 สัปดาห์ เพื่อให้ดินแห้ง และทา ลายโรคและแมลงศตัรูพืชที่อาศยัอยใู่นดิน ดงัรูป รูปแสดงการขุดดินในแปลงเพาะเมล็ด
15 2.1.3 ยอ่ยดินใหเ้ป็นกอ้นเล็ก ๆ เก็บเศษวชัพืชและสิ่งแปลกปลอมอื่น ๆ ออกใหห้มด แลว้พูนดิน หรือยกระดบัแปลงใหสู้งกวา่พ้ืนทางดิน 10 – 15 เซนติเมตร เพื่อป้องกนัน้า ท่วมขงัและช่วยการระบายน้า ไดด้ี ข้ึน ดงัรูป รูปแสดงการยอ่ยดินในแปลงเพาะเมล็ด 2.1.4 ปรับผวิหนา้ดินใหเ้รียบสม่า เสมอ และยอ่ยดินบริเวณผวิหนา้แปลงใหล้ะเอียดอีกคร้ังหน่ึง เพื่อใหเ้หมาะกบัขนาดของเมล็ดที่จะหวา่น เพราะถา้ดินผิวหนา้แปลงเพาะมีขนาดโตหรือหยาบเกินไป เมล็ดพืช ที่หวา่นอาจจะร่วงหรือตกลงในช่องวา่งระหวา่งกอ้นดินลึกเกินไป อาจจะงอกไดช้า้หรือไม่งอกเลยก็ได้ดงัรูป รูปแสดงการปรับหน้าดินในแปลงเพาะเมล็ด
16 2.2 วิธีการเพาะเมล็ดในแปลงเพาะ สามารถทา ไดด้งัน้ี 2.2.1 นา เมล็ดพนัธุ์พืชที่ตอ้งการปลูกหวา่นลงบนผิวหนา้ดินในแปลงเพาะใหก้ระจายอยา่ง สม ่าเสมอ (อยา่หวา่นเมล็ดมากเกินไปหรือเป็นกระจุก จะทา ใหไ้ดต้น้กลา้ที่ข้ึนเบียดชิดกนัอยา่งหนาแน่น ยาก แก่การถอนยา้ย และง่ายต่อการเกิดโรคอีกดว้ย) 2.2.2 โรยทบัดว้ยดินร่วนเพียงบาง ๆ พอกลบเมล็ดเพื่อให้เมล็ดไดร้ับความช้ึนสม่า เสมอ ป้องกนั เมล็ดแห้ง ช่วยทา ใหเ้มล็ดงอกไดเ้ร็วข้ึน (ถา้เป็นเมล็ดที่มีขนาดเล็กมากไม่ตอ้งโรยทบั ) 2.2.3 รดน้า ดว้ยบวัชนิดฝอยละเอียดใหชุ้่มตลอดท้งัแปลง 2.2.4 อาจจะคลุมแปลงเพาะดว้ยทางมะพร้าว ฟางแหง้หรือตาข่ายพรางแสงเพียงบาง ๆ ใน ระยะแรก ๆ ก็ได้เพื่อป้องกนัแสงแดดที่อาจจะเป็นอนัตรายแก่ตน้อ่อนของพืชที่เริ่มงอก 2.2.5 ดูแลรักษารดน้า ทุก ๆ วัน วันละ 1 – 2 คร้ัง 2.2.6 เมื่อตน้กลา้งอกทวั่ถึงและสม่า เสมอดีแลว้จึงนา วสัดุพรางแสงออกใหต้น้กลา้ไดร้ับ แสงแดดมากข้ึน 2.2.7 ถา้พบวา่ตน้กลา้ข้ึนหนาแน่นเกินไปควรถอนออกเสียบา้ง โดยเลือกถอนเฉพาะตน้ที่ไม่ สมบูรณ์หรือเล็กเกินไป 2.2.8 เมื่อตน้กลา้เจริญเติบโตดีแลว้จึงถอนยา้ยนา ไปปลูกต่อไป รูปแสดงต้นกล้าในแปลงเพาะเมล็ด
17 1. การป้องกนัแสงแดดและฝน โดยน าไปไว้ในเรือนเพาะช า หรือบังด้วยวัสดุที่ใช้ในการพลางแสง ตามความเหมาะสม เมื่อตน้กลา้เริ่มงอกโผล่พน้ผิวดิน มีใบจริงประมาณ 2 -3 ใบ ควรน าถาดเพาะออกมารับ แสงแดดในตอนเช้าเวลาประมาณ 06.00-09.00 น. และตอนเย็นเวลา 16.00 น. ไปตลอดท้งัคืน เพราะแสงแดดจะ ท าให้ต้นกล้าเจริญเติบโตและแข็งแรง จากน้นัค่อยนา ถาดเพาะ มารับแสงแดดเรื่อยๆ จนกวา่จะสามารถเปิ ดได้ ท้งัวนัหลงัจากน้นัจึงยา้ยตน้กลา้ได้ 2. การรดน้า ควรรดน้า ดว้ยกระบอกฉีดน้า หรือบวัฝอยละเอียด เมื่อตน้กลา้ยงัเล็กอยู่ระยะ 7 วัน แรกควรรดน้า ให้เปียกชุ่มพอสมควร เพื่อให้รากเจริญแตกแขนงไดเ้ร็วข้ึน หลังจาก10 วนัไปแลว้ควรรดน้า น้อยลง เพื่อไม่ให้รากแตกมากเกินไป ซ่ึงจะทา ให้การถ่ายเทอากาศไม่สะดวกและเกิดโรคได้เมื่อต้นกล้าเจริญ ข้ึนควรรดน้า วนัละ 2 เวลาคือ ตอนเช้าและตอนเย็นประมาณ 3-4 โมงเย็น ท้งัน้ีใหต้น้กลา้และวสัดุเพาะแหง้ก่อน ค ่า เพื่อป้องกนั โรคเน่า ซ่ึงการรดน้า ควรรดให้ทวั่หากน้า ท่วมให้หยุดรอจนน้า ซึมลงไปก่อนแลว้จึงรดใหม่2 ถึง 3 คร้ัง 3. การใช้ปุ๋ ยเคมีนอกเหนือจากการให้ปุ๋ ยอินทรีย์ไปแล้วในขณะที่เตรียมแปลงเพาะ ควรใชปุ้๋ยเคมีเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของตน้กลา้ ไดแ้ก่ ปุ๋ ยแอมเนียมซัลเฟต ปุ๋ ยยูเรีย ใชใ้นอตัราส่วน 2- 4 ช้อนโต๊ะ ต่อน้า 20 ลิตร 4. การกา จดัวชัพืช ในระยะที่ตน้กลา้ยงัเล็กอยู่หรือยงัไม่พร้อมที่จะยา้ยไปปลูกที่อื่น ควรถอนวัชพืช แต่ตอ้งระวงัอยา่ ใหต้ิดดินข้ึนมาดว้ย 5. การป้องกนัศตัรูพืช ควรใช้วิธีกล แต่หากจา เป็นตอ้งใชย้าฆ่าแมลงหรือป้องกนัเช้ือราฉีดพน่ยาควรทา ทุก 7 วัน การดูแลต้นกล้า
18 หลงัจากเพาะเมล็ดแลว้เมล็ดส่วนใหญ่โดยเฉพาะเมล็ดไมด้อกจะใช้เวลาในการงอก3-7 วัน ถ้า เป็นไมด้อกหรือไมป้ระดบัยืนตน้ ใชเ้วลาในการงอก21วนัข้ึนไป จะยา้ยกลา้เมื่อ ต้นกล้ามีใบจริง ประมาณ 2-3 ใบ แต่ถา้เป็นไมด้อกลม้ลุกอายุ15 – 21วนันบัจากวนัเพาะเมล็ดเริ่มยา้ยได้และควรใหต้น้กลา้ไดร้ับแสงจนตน้ กลา้แขง็แรงดีแลว้จึงยา้ยตน้กลา้ไปปลูกในที่เหมาะสม เพื่อใหม้ีอาหารพอเพียงกบัการเจริญเติบโต การย้ายควร ยา้ยในช่วงเชา้หรือเยน็ก่อนยา้ยควรงดใหน้ ้า ประมาณ 1 วัน เพื่อใหด้ินในถาดเพาะเมล็ดจบัตวักนัแน่น จะสะดวก ในการยา้ยปลูกและต้นกล้าจะได้ไม่ช้ า การยา้ยต้นกล้าในถาดเพาะเมล็ดมีข้ันตอนคล้ายๆ กัน ในที่น้ีขอ ยกตวัอยา่งการยา้ยกลา้ตน้ดาวเรือง มีข้นัตอนดงัน้ี 1. เตรียมวสัดุปลูก โดยการผสมดินปลูกที่เหมาะสมกบัการยา้ยกลา้แนะนา ให้ใช้ดินร่วน 1 ส่วน ใบไมผุ้หรือปุ๋ยคอกหรือแกลบ 1 ส่วน แลว้กรอกลงในถุงดา ขนาด 2 x 6 หรือ 3 x 7 นิ้ว โดยต้องกรอกให้เต็ม ส่วนล่างของถุง เพื่อให้ถุงวางได้กรอกให้เกือบเต็มถุง ห่างจากปากถุงประมาณ 1/2 - 1 นิ้ว ให้เท่ากบัจา นวน ของต้นกล้า ดงัรูป ก่อนปลูกทา หลุมตรงกลางถุงใหใ้หญ่กวา่วสัดุที่ติดมากบัตน้เล็กนอ้ย รูปแสดงการเตรียมวัสดุปลูก 2.ก่อนยา้ยตน้กลา้ลงปลูกใชม้ือดนักน้ถาดเพาะ จะทา ให้ถอดตน้กลา้ออกไดง้่ายและวสัดุเพาะไม่ หลุดแตกออกจากต้นกล้า จบับริเวณใบของตน้กลา้เบาๆ พยายามอยา่ ให้มือโดนบริเวณลา ตน้เพราะจะทา ให้มี อตัราการตายสูงข้ึน และดนับริเวณดา้นล่างถาดเพาะเมล็ด เพื่อใหต้น้พืชข้ึนจากวสัดุที่เพาะ ดังรูป จะได้ลักษณะ ของต้นกล้าที่ย้าย ดังรูป รูปแสดงการย้ายต้นกล้าจากถาดเพาะเมล็ด (ดาวเรือง) วิธีการย้ายต้นกล้า
19 3. วางตน้กลา้ลงในหลุมของภาชนะที่เตรียมไว้กลบดว้ยวสัดุปลูกให้เสมอใบเล้ียงและกดเบาๆ (ควรกดบริเวณขอบถุงระวงัอย่าให้รากและตน้กลา้ ไดร้ับการกระทบกระเทือน) ดงัรูป จากน้นัรดน้า ให้ชุ่ม เล้ียงดูในที่ร่มแสงแดดร าไร เมื่อตน้กลา้เจริญเติบโตมากข้ึน ให้ย้ายปลูก อีกคร้ัง โดยปลูกในแปลงปลูก หรือ ใชภ้าชนะปลูกที่ใหญ่ข้ึน รูปแสดงการวางและกลบวัสดุในการย้ายต้นกล้าลงถุงพลาสติก(ดาวเรือง) การรวบรวมเมล็ดไว้ท าพันธุ์ เป็นงานที่ตอ้งอาศยัประสบการณ์และความชา นาญมากเพราะวา่ผู้ รวบรวมจะตอ้งมีความสามารถในการสังเกตลกัษณะดีของตน้แม่พนัธุ์และตอ้งรู้ระยะเวลาในการเก็บเกี่ยวเมล็ด พนัธุ์พืชน้นัๆวา่ควรจะเก็บเกี่ยวเวลาไหน ระยะเวลาใดจึงจะเหมาะสมที่สุดที่จะทา ใหเ้มล็ดมีเปอร์เซ็นตก์ารงอก สูงสุด ตลอดจนเครื่องมือเครื่องใชใ้นการเก็บเกี่ยวตอ้งไม่ทา ใหเ้มล็ดพนัธุ์ไดร้ับการกระทบกระเทือนมากการ เก็บเกี่ยวเมล็ดไวท้า พนัธุ์จึงดา เนินการตามข้นัตอนดงัน้ี 1. การกา หนดระยะเวลาการเก็บเกี่ยว ตามปกติการเก็บเกี่ยวเมล็ดไวท้า พนัธุ์จะตอ้งรอใหผ้ลหรือฝักสุก หรือแก่เตม็ที่ท้งัน้ีเพื่อใหเ้มล็ดไดส้ะสมอาหารไวเ้พียงพอแต่เมล็ดพืชบางชนิด ถา้ปล่อยใหสุ้กหรือแก่จดัเมล็ด จะร่วงหล่นหรือฝักแตกเสียหายได้เช่น ถวั่เขียวถงั่เหลือง ปอแกว้ไทยเป็นตน้ควรเก็บเมื่อฝักเริ่มแก่ประมาณ ½ - ¾ ของตน้ระยะเวลาเก็บเกี่ยวเมล็ดพืช อาจสังเกตไดจ้ากการเปลี่ยนแปลงลกัษณะของผลหรือฝักเช่น สี ลวดลายลกัษณะหนาม รอยร้าวของข้วัผลและกลิ่น เป็นตน้ สา หรับช่วงเวลาในการเก็บเกี่ยวถา้เป็นเมล็ดพนัธุ์ที่ มีฝักแหง้ ใหเ้ก็บเกี่ยวตอนเชา้ซ่ึงเวลาที่ฝักยงัไม่แตก ส่วนเมล็ดพนัธุ์ที่เก็บจากผลจะไม่มีปัญหาในเรื่องเวลาทา การเก็บเกี่ยว 2.วธิีการเก็บเกี่ยวเมล็ดพนัธุ์เมล็ดธญัพืชประเภทขา้วขา้วโพด ถวั่เหลืองถวั่เขียวรวมไปถึงปอแกว้ ปอ กระเจา เมื่อเก็บเกี่ยวมาจากไร่-นาแลว้ตอ้งนา มาตากใหแ้หง้ก่อนนา ไปนวดหรือกะเทาะเมล็ดออกจากฝัก หลงัจากน้นัจึงทา ความสะอาดเมล็ดโดยการฝัดหรือใชต้ะแกรงร่อนหรืออาจใชเ้ครื่องสีฝัดสา เร็จรูปซ่ึงชาวนา นิยมใชก้นัมาก ตา แหน่งกลบดิน เสมอใบเล้ียง ใบเล้ียง การเกบ็เกยี่วเมลด็พืชไว้ทา พนัธ์ุ
20 สา หรับการเก็บเกี่ยวเมล็ดที่มีเน้ือผลนิ่ม เช่น กาแฟ พริกไทย พริก มะเขือ มะเขือเทศแตง ฟักทององุ่น สตรอเบอรี่แพสชนั่ฟรุ้ต และแคนตาหลูบ เป็นตน้จะเก็บเกี่ยวเมื่อผลสุกขนาดรับประทานได้หรือผลมีสีแดง สา หรับพริกไทยและกาแฟเมื่อปลิดผลสุกจากข้วัหรือแกะเมล็ดจากเน้ือผลแลว้ ใหน้า ไปลา้งน้า สะอาด หลายๆ คร้ังอยา่ ใหเ้น้ือผลติดอยูเ่ป็นอนัขาดเพราะในเน้ือผลติดอยูเ่ป็นอนัขาดเพราะในเน้ือผลมีสารเอทิลีน ซ่ึงสามารถ ยบัย้งัการงอกของเมล็ดไดห้ลงัจากลา้งจนสะอาดแลว้นา ไปตากใหแ้หง้ สนิท ถา้เป็นมะเขือเทศการเก็บเมล็ด พนัธุ์จากผลมีวธิีพิเศษคือผา่ผลมะเขือเทศออกแลว้ไปใส่ไวใ้นภาชนะประเภทขวดโหลหรือโอ่งพร้อมท้งัใส่น้า พอปริ่ม นา ไปเก็บไวใ้นอุณหภูมิต่า ประมาณ 70 องศาฟาเรนไฮต์หมกัทิ้งไวป้ระมาณ 3-4วนัคอยตนอยเู่สมอ ใหเ้น้ือมะเขือเทศเน่าเละทวั่ถึงกนัเมื่อเน้ือมะเขือเทศเน่าเหลวเมล็ดก็จะจมลงบนกน้ภาชนะแลว้นา ไปกรองเอา แต่เมล็ดไปลา้งใหส้ะอาดหลายๆคร้ังก่อนนา ไปตากแดดใหแ้หง้สนิท ซ่ึงวธิีน้ีจะช่วยควบคุมการเกิดโรค แบคทีเรียลแคงเกอร์ (Bacterial Canker) ในมะเขือเทศได้อีกด้วย ส่วนเมล็ดของไมด้อกไมป้ระดบัเช่น แคฝรั่ง หางนกยงูคูน ทรงบาดาลและอินทนิล ซ่ึงเป็นพืชฝักแหง้ แต่ฝักไม่แตกจึงเก็บเกี่ยวไดง้่าย สา หรับเมล็ดทองอุไรธรรมบูชาและนนทรีฝักแหง้จะแตกเมล็ดบางเบาปลิวไป ไดง้่าย ดงัน้นัถา้จะเก็บเมล็ดพนัธุ์ไมช้นิดน้ีควรเก็บฝักเมื่อสีเริ่มเปลี่ยนไปประมาณ ¾ แล้วน ามาแกะเมล็ดออก ตากแดดให้แห้ง อายกุารเก็บรักษาของเมล็ดพนัธุ์แต่ละชนิดจะแตกต่างกนับางชนิดเก็บรักษาไดใ้นระยะเวลาส้ันก็ สูญเสียความสามารถในการงอก การเก็บรักษาเมล็ดพนัธุ์ใหค้งความสามารถในการงอกไดน้านมากนอ้ยเพียงใด น้นัข้ึนอยกู่บั ปัจจยัสา คญัหลายประการคือ 1. ชนิดของพืช เมล็ดพนัธุ์พืชบางชนิด จะสูญเสียความงอกไดเ้ร็วมากเช่น เมล็ดออ้ยเมล็ดสน และเมล็ดยางพารา เป็นตน้ถา้เมล็ดเหล่าน้ีร่วงหล่นถึงพ้ืนดินแลว้หากสภาพความช้ืนเหมาะสม เมล็ดจะงอกทนัทีแต่ถา้ สภาพแวดลอ้มไม่เหมาะสมก็จะไม่งอกและจะสูญเสียความงอกภายใน 2-3วนัหรืออยา่งชา้ไม่เกิน 1 เดือน ส่วน เมล็ดที่เป็นฝักไมด้อกและธญัพืชที่เป็นพืชเศรษฐกิจ ส่วนใหญ่จะมีอายใุนการเก็บรักษาปานกลางคืออยใู่นช่วง 2-15 ปีและเมล็ดพนัธุ์พืชที่มีอายกุารเก็บรักษาไดน้านที่สุด คือเมล็ดที่มีเปลือกแขง็เช่น พุทรายคูาลิปตสัและ บวัหลวง เป็นตน้จะเก็บไวด้า้นกวา่ 20 ปีโดยเฉพาะอยา่งยงิ่เมล็ดบวัหลวงจากการทดสอบกบัรังสีคาร์บอน (Radioactive Carbon)แลว้ปรากฏวา่เมล็ดชนิดน้ีจะมีอายุในการเก็บรักษาไดย้าวนานเกือบถึง 1,000 ปี 2. ความช้ืนในเมล็ด ความช้ืนที่เหมาะสมกบัการเก็บรักษาเมล็ดประเภทธญัพืช พืชผกัและไมด้อกจะอยใู่นช่วง 4-5 เปอร์เซ็นต์ทา ให้เมล็ดพนัธุ์เหล่าน้ีอายไุดน้านที่สุด ส่วนเมล็ดไมผ้ลที่มีเน้ือเมล็ดมากเช่น ส้ม ขนุน มะม่วง เงาะ ทุเรียน เป็นตน้ควรจะมีความช้ืนภายในเมล็ดประมาณ 30-40 เปอร์เซ็นต์จึงจะสามารถเก็บรักษาไวไ้ดน้าน การเกบ็รักษาเมลด็พนัธ์ุพืช
21 ความช้ืนภายในเมล็ดจะเลี่ยนแปลงไปตามความช้ืนในบรรยากาศถา้เก็บรักษาเมล็ดพนัธุ์ไวใ้นที่โล่ง มีลมพดั ผา่น ดงัน้นัจึงควรเก็บเมล็ดพนัธุ์ไวใ้นที่มิดชิด เพื่อไม่ใหม้ีการเปลี่ยนแปลงความช้ืนในบรรยากาศมากเกินไป ดงักล่าวแลว้ 3. การป้องกนัโรคแมลงเขา้ทา ลาย การสูญเสียความงอกของเมล็ดสาเหตุหน่ึงเกิดจากแมลงเขา้ไปทา ลายในระหวา่งเก็บรักษา เช่น ถูกมอด ปลวกหรือแมลงอื่นๆ กดักินเมล็ดทา ใหค้พัภและอาหารสา รองภายในเมล็ดถูกทา ลายเมื่อนา ไปเพาะปลูกทา ให้ เมล็ดไม่งอก ดงัน้นัก่อนเก็บเมล็ดพนัธุ์โดยเฉพาะอยา่งยงิ่ธญัพืช ควรคลุกยาป้องกนัแมลงพร้อมกบัยาป้องกนั เช้ือราก่อนใส่ภาชนะเก็บรักษา 4. อุณหภูมิในการรักษา การลดอุณหภูมิในการเก็บรักษาจะช่วยยดือายเุมล็ดพืชใหย้าวนานยงิ่ข้ึน เพราะเมื่ออุณหภูมิต่า อตัรา การหายใจของเมล็ดพืชจะลดลง ดงัน้นัการเก็บเมล็ดพนัธุ์ที่มีความช้ืนต่า ไวใ้นภาชนะที่มิดชิดและนา ไปเก็บไว้ ในที่อุณหภูมิต ่าเป็ นวิธีที่เหมาะสมที่สุด สา หรับเมล็ดพนัธุ์ที่มีอายสุ้ัน ตารางแสดงการเกบ็รักษาเมล็ดพนัธ์ุทมี่ีความชื้นสูงสุดได้ในอุณหภูมิต่างกนั ชนิดของเมลด็พนัธ์ุ ช่วงระยะเวลาในการเก็บรักษา อุณหภูมิ40-50 ฟ ความชื้น ( %) อุณหภูมิ70 ฟ ความชื้น ( %) อุณหภูมิ80 ฟ ความชื้น ( %) ถวั่ บีทรูท กะหล ่าปลี แครอท ข้ึนฉ่าย ข้าวโพดหวาน แตงกวา ผักกาดหอม กระเจี๊ยบ ถวั่ลิสง พริก มะเขือเทศ แตงโม 15 14 9 13 13 14 11 10 14 6 10 13 10 11 11 7 9 9 10 9 7 12 5 9 11 8 8 9 5 7 7 8 8 5 10 3 7 9 7 จากตารางจะเห็นไดว้า่เมล็ดพืชเกือบทุกชนิดความช้ืนจะลดลงตามอายขุองเมล็ด แต่ถา้ลดอุณหภูมิใน การเก็บรักษาใหต้่า ลงความช้ืนภายในเมล็ดจะสูงข้ึน
22 การทดสอบเมล็ดพนัธุ์พืชคือการตรวจสอบคุณภาพของเมล็ดพนัธุ์ก่อนตดัสินใจเลือกซ้ือไปปลูกการ ทดสอบเมล็ดพันธุ์ท าได้ 2วิธี คือ 1. ทดสอบหาความบริสุทธ์ิของเมลด็พนัธ์ุพืช (Testing purity) ท าการทดสอบโดยเลือกตัวแทน แทนเมล็ดพันธุ์ที่ต้องการทดสอบมาจ านวนหนึ่งแล้วน าไปเทียบหา ความบริสุทธ์ิตามมาตรฐานคุณภาพพนัธุ์พืช ตามพระราชบญัญตัิพนัธุ์พืช พ.ศ. 2518 เช่น เลือกสุ่มเมล็ดพนัธุ์ถวั่ เขียวมา 1กา มือ นา ไปชงั่ปรากฏวา่ ไดน้้า หนกั 80กรัม แลว้นา ถวั่เขียวท้งัหมดมาแยกออกเป็นส่วนๆ ดงัน้ี ส่วนที่1 เมล็ดบริสุทธ์ิ ส่วนที่2 เมล็ดพืชชนิดอื่นที่ไม่ปรารถนา เช่น เมล็ดขา้วถวั่เหลืองถวั่เขียวเมล็ดดา เป็นตน้ ส่วนที่3 เมล็ดวชัพืช เช่น เมล็ดหญา้ชนิดต่างๆ ส่วนที่4 สิ่งเจือปน เช่น อิฐกรวด หิน ทราย เศษหินและเศษพืช เป็นตน้ เมื่อแยกออกเป็นส่วนๆ ดงักล่าวแลว้ ใหน้า ส่วนที่1ไปชงั่สมมุติวา่ชงั่ ไดเ้มล็ดถวั่เขียวบริสุทธ์ิ75กรัม จึงนา ไปเทียบหาความบริสุทธ์ิของเมล็ด 100กรัม เพื่อคิดเป็ นเปอร์เซ็นต์ โดยเทียบบัญญัติไตรยางคด์งัน้ี เมล็ดถวั่เขียว80กรัม มีเมล็ดบริสุทธ์ิ = 75 กรัม ถา้เมล็ดถวั่เขียว100กรัม มีเมล็ดบริสุทธ์ิ = 75 X 100 กรัม 80 = 93.75 รูปแสดงการเก็บรักษาเมล็ดพันธุ์พืช การเก็บเมล็ดพันธุ์พืช ท าความสะอาด คัดเลือกเมล็ด และตากแดดให้แห้ง บรรจุถุงเขียนชื่อ เก็บรักษา คลุกยาป้องกันแมลง การทดสอบเมลด็พนัธ์ุพืช
23 นนั่แสดงวา่เมล็ดถวั่เขียวชนิดน้ีมีความบริสุทธ์ิ93.75 เปอร์เซ็นต์ซ่ึงต่า กวา่มาตรฐานคุณภาพเมล็ด พันธุ์ ตามพระราชบัญญัติพันธุ์พืช พ.ศ. 2518 ซ่ึงกา หนดไวว้า่ถวั่เขียวจะตอ้งมีเมล็ดบริสุทธ์ิไม่ต่า กวา่ร้อยละ98 2. ทดสอบความสามารถในการงอกของเมลด็พนัธ์ุพืช (Testing Viability) เป็นการทดสอบหาประสิทธิภาพของเมล็ด เกี่ยวกบัเปอร์เซ็นตก์ารงอกและอตัราการงอกของเมล็ด เปอร์เซ็นตก์ารงอก หมายถึงจา นวนตน้พืชท้งัหมดที่งอกจากเมล็ดซ่ึงสุ่มตวัอยา่งนา มาเพาะจา นวน 100 เมล็ด เมล็ดพนัธุ์ที่ดีตอ้งมีเปอร์เซ็นตค์วามงอกสูงเท่ากบัหรือมากกวา่มาตรฐานคุณภาพเมล็ดพนัธุ์พืช อัตราการงอก หมายถึง จา นวนวนัที่เมล็ดเริ่มงอกจนกระทงั่เมล็ดไม่งอกอีกแลว้เมล็ดที่มีเปอร์เซ็นตก์าร งอกต่า มกัจะมีอตัราการงอกชา้ดงัน้นั ในการทดสอบเพื่อหาเปอร์เซ็นตก์ารงอกทุกคร้ังควรจดบนัทึกวนัที่เมล็ด เริ่มงอกจนกระทงั่เมล็ดไม่งอกเอาไวด้ว้ย การทดสอบหาเปอร์เซ็นต์การงอกของเมลด็พนัธ์ุพืช 2.1แบบพ้ืนบา้น เป็นวธิีง่ายๆแต่ไดผ้ลไม่แน่นอน เพราะไม่มีสถิติจดบนัทึกที่แน่นอน เช่น -วธิีลอยน้า ใชก้บัเมล็ดที่มีน้า หนกัมากกวา่น้า เช่น เมล็ดถวั่เมล็ดขา้วเป็นตน้เมล็ดที่ไม่ สมบูรณ์หรือเมล็ดลีบจะลอยน้า ส่วนเมล็ดดีจะจม -วธิีบ้ีเมล็ด เพราะเชื่อกนัวา่เมล็ดที่ดีเมื่อบ้ีแตกจะมีน้า มนัออกมา ซ่ึงวธิีน้ีคงใชไ้ม่ไดก้บัเมล็ด พืชประเภทแป้ง -วธิีควั่เมล็ด เมล็ดที่ดีเมื่อควั่แลว้จะแตกบาน วธิีน้ีจะใชไ้ดด้ีกบัเมล็ดพืชประเภทแป้ง วธิีทดสอบแบบพ้ืนบา้นท้งั 3วธิีไม่แนะนา ใหใ้ชส้า หรับการเพาะปลูกเป็นอาชีพ เนื่องจากความแม่นยา และความน่าเชื่อถือมีนอ้ย 2.2แบบจานทดสอบ (Dish Method) เป็นวธิีที่นิยมใชก้นัมากถา้ใหค้วามช้ืนสม่า เสมอและตวัแทนเมล็ดพนัธุ์ที่สุ่มมาเป็นตวัแทนที่ดีวธิีน้ีจะ ใหผ้ลแม่นยา เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เหมาะที่จะใชก้บัเมล็ดพนัธุ์ขนาดเล็กวธิีปฏิบตัิมีดงัน้ี - หาจานทดสอบหรือจานชนิดใดก็ไดม้า 1 ใบ - นา กระดาษฟางหรือกระดาษทิชชูมาตดัใหม้ีขนาดเท่ากบักน้จาน แลว้ตีตารางใหไ้ด้100 ช่อง - ตดักระดาษขนาดเดียวกนัแต่ไม่ตอ้งตีตารางวางลงจานก่อน 3-4แผน่แลว้จึงวางแผน่ที่ตีตาราง ลงทบัเพื่อใหดู้ดซบัความช้ืนได้มาก - สุ่มเมล็ดพนัธุ์มาจา นวน 100 เมล็ด แลว้นา ไปวางไวต้ามช่องในตารางใหค้รบ 100 ช่อง - นา กระดาษวางทบัเมล็ดอีกคร้ังหน่ึงแลว้ใหค้วามชุ่มช้ืนอยา่งสม่า เสมอ - คอยสังเกตการงอกและจดบนัทึกวนัที่เริ่มงอกจนกระทงั่เมล็ดไม่งอกอีกแลว้ - นับจ านวนต้นพืชที่งอก ถ้างอก 75 ต้น แสดงวา่มีเปอร์เซ็นตก์ารงอก75 เปอร์เซ็นต์ 2.3แบบกระดาษพับ (Rag – all Method) วธิีการน้ีใชห้ลกัการเดียวกบัวิธีเพาะแบบจานทดลองโดยใชก้ระดาษซบัหรือกระดาษทิชชูพบัแบ่ง ออกเป็ น 3 ส่วนเท่าๆกนัส่วนที่อยตู่รงกลางใหต้ีตารางใหไ้ด้100 ช่อง สุ่มเมล็ดมาใส่ช่องในตารางช่องละ 1
24 เมล็ด เสร็จแลว้พบั ปลายกระดาษท้งัสองขา้งข้ึนปิดคลุมเมล็ด ฉีดน้า ใหชุ้่ม สังเกตและจดบนัทึกเช่นเดียวกบัวธิี เพาะแบบจาน เมื่อเมล็ดงอกหมดจึงนับหาเปอร์เซ็นต์การงอก วธิีการเพาะแบบจานและแบบกระดาษพบั ปัจจุบนัไดพ้ฒันาไปใชฟ้องน้า แทน โดยใชฟ้องน้า ขนาด หนาประมาณ ½ นิ้วแล้วใช้มีดกรีดเป็ นตารางลึกประมาณ ¼ นิ้วจา นวน 100 ช่องแลว้นา เมล็ดที่ตอ้งการทดสอบ มาเรียงใส่ตรงจุดตดัของช่องในตารางแลว้ฉีดน้า ใหชุ้่มอยเู่สมอเมล็ดก็จะงอกตามตอ้งการแลว้จึงนบัหา เปอร์เซ็นต์การงอก รูปแสดงการทดสอบการงอกของเมล็ดแบบกระดาษพับ ที่มา :http://kanchanapisek.or.th 2.3 แบบใช้เครื่องทดสอบ ปัจจุบันการทดสอบการงอกของเมล็ดพันธุ์พืชได้พัฒนาไปมาก คือมีเครื่องทดสอบการงอกโดยเฉพะ เครื่องมือชนิดน้ีสามารถควบคุมแสงอุณหภูมิและความช้ืนได้ในขณะเดียวกนัไดป้ระดิษฐเครื่องมือนับเมล็ด ์ อตัโนมตัิแบบสุญญากาศ สามารถนบัเมล็ดไดร้วดเร็วและแม่นยา ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่เนื่องจากเครื่องมือดงักล่าวมี ราคาแพงจึงเหมาะส าหรับน ามาใช้ในงานวิจัยทดลองเพื่อการผลิตและคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ วธิีการทดสอบทุกวธิีดงักล่าวเป็นการทดสอบเมล็ดพืชขนาดเล็กเช่น พืชผกั ไมด้อกและธญัพืช เท่าน้นั ส่วนเมล็ดพนัธุ์พวกไมผ้ลยนืตน้ที่มีขนาดใหญ่การทดสอบจึงมกัจะทา กนั ในกระบะเพาะซ่ึงใชว้สัดุเพาะพวก ทรายข้ีเถา้แกลบ และขยุมะพร้าวใชเ้วลาทดสอบนานประมาณ 10วัน – 1 เดือน หรืออาจถึง 3 เดือน แลว้แต่ ชนิดของพืช การคิดเปอร์เซ็นต์การงอกจะคิดจากต้นพืชที่มีรากและยอดเจริญเติบโตเป็ นปกติ
25 ระยะการพักตัวของพืช (Resting stage or Rest period or dormancy) ระยะการพกัตวัของพืช หมายถึงการที่ส่วนต่างๆของพืช ไดแ้ก่เมล็ด ตา หรือหวั หยุดชะงักการ เจริญเติบโตระยะหน่ึง ซ่ึงสาเหตุอาจเนื่องมาจากสภาพภายในพืชหรือสิ่งแวดลอ้มไม่เหมาะสมหรืออาจจะเกิด จากท้งัสองสาเหตุพร้อมกนัดงัน้นัการนา เมล็ดพืชที่ยงัมีชีวติมาเพาะปลูกโดยจดัสภาพแวดลอ้มใหเ้หมาะสม แลว้แต่เมล็ดไม่งอกนนั่แสดงวา่เมล็ดพืชอยใู่นระยะพกัตวัซ่ึงเกิดจากสภาพของเมล็ดพืชเอง การพักตัวของเมล็ดพืช (Seed dormancy) ที่เกิดจากสภาพของเมล็ดพืชน้นัเองมีสาเหตุมาจากปัจจยั ส าคัญ 3 ประการคือ เปลือกหุ้มเมล็ด สภาพของคัพภะและสารเคมียบัย้งัการงอก 1. เปลือกหุ้มเมล็ด เมล็ดพืชทุกชนิดมีลกัษณะของเปลือกหุม้เมล็ดแตกต่างกนัเมล็ดพืชที่มีเปลือกแขง็หนาและมีลกัษณะ เป็นมนัทา ใหน้ ้า และออกซิเจนไม่สามารถผา่นเขา้ไปในเมล็ดไดห้รือผา่นเขา้ไปไดย้ากจึงทา ใหเ้มล็ดที่นา ไป เพาะปลูกงอกชา้หรือไม่งอกเลยเช่น เมล็ดหางนกยงูฝรั่งคูน ละมุด นอ้ยหน่า พุทรา บัวหลวง เป็ นต้น การพักตัว ของเมล็ดซ่ึงเกิดจากเปลือกหุ้มจะหมดไป ถา้เปลือกถูกทา ลายจนน้า และออกซิเจนสามารถเขา้ไปในเมล็ดได้ เมล็ดจะงอกตามปกติ 2. สภาพของคัพภะ สภาพของคัพภะที่ท าให้เมล็ดพักตัวมีลักษณะส าคัญ 2 ประการคือ 2.1 คัพภะยงัเจริญไม่เตม็ที่เมล็ดพืชบางชนิดแมว้า่จะเก็บเกี่ยวมาจากผลหรือฝักที่สุกแก่จดั เปลือกเมล็ดและเน้ือเยอื่ภายในเมล็ดสมบูรณ์เตม็ที่แลว้แต่คพัภะยงัไม่เจริญเตม็ที่เมื่อนา มาเพาะจึงไม่สามารถ งอกได้ตอ้งรอไวอ้ีกระยะหน่ึงจึงจะสามารถนา มาเพาะได้เช่น เมล็ดแครอท เมล็ดกลว้ยไมบ้างสกุลเป็นตน้ 2.2 คัพภะอยใู่นระยะพกัตวัการพกัตวัของคพัภะมกัเกิดข้ึนกบัพืชเมืองหนาวและไมผ้ลเขต อบอุ่น เช่น แอปเปิ้ล ทอ้รวมไปถึงไมด้อกพวกกุหลาบดว้ยวธิีการเก็บเมล็ดพนัธุ์ที่คพัภะอยใู่นระยะพกัตวั ท าได้โดยการนา เมล็ดไปเก็บไวใ้นที่เยน็และช้ืนนาน 3-4 เดือน ก่อนไปเพาะ 3. สารเคมียบัย้งัการงอก เมล็ดพืชบางชนิดเกิดการพกัตวัเนื่องจากมีสารเคมีไปยบัย้งัการงอกเช่นสารแอมโมเนียที่มีอยใู่นเมล็ด บีทรูท หรือสารเอทิลีนที่พบในผลไมสุ้กทวั่ ไป สารเหล่าน้ีจะมีบทบาทในการยบัย้งัการงอกของเมล็ดดงัน้นั ใน การเก็บเกี่ยวเมล็ดพนัธุ์ผลสุกเช่น มะเขือเทศองุ่น แอปเปิ้ลแตง พริกเป็นตน้จะตอ้งลา้งเอาเน้ือผลออกใหห้มด เพื่อกา จดัสารเอทิลีน การพกัตวัของเมล็ดพืชบางชนิด จากเกิดข้ึนท้งัที่เปลือกเมล็ด สภาพภายในคพัภะและเกิดเนื่องจาก สารเคมียบัย้งัดงัน้นัการกระทา เพื่อใหเ้มล็ดงอกไดอ้าจตอ้งใชว้ธิีการต่างๆ ควบคู่กนัไป เช่น ทา ลายเปลือกเมล็ด การรอเวลาการนา ไปเก็บไวใ้นที่เยน็ช้ืนและการทา ความสะอาดเมล็ดพนัธุ์เป็นตน้ การพักตัวของเมล็ดพืช
26 การทรีทเมล็ด (Seed Treatment) การทรีทเมล็ด คือ วิธีการท าลายการพักตัวของเมล็ดเพื่อให้เมล็ดสามารถงอกได้ การท าลายการพักตัว ของเมล็ดที่เกิดจากสภาพภายในคัพภะ สามารถทา ไดโ้ดยการรอระยะเวลาและการให้ความเยน็ช้ืนดงักล่าว ขา้งตน้ สา หรับการทา ลายการพกัตวัที่เกิดจากเปลือกหุม้เมล็ดน้นัมีวธิีการดงัน้ี 1. ใช้เครื่องมือกล (Mechanical treatment) วธิีน้ีทา ไดโ้ดยการนา เมล็ดไปขดัหรือถูกบักระดาษทราย หินหยาบหรือใชต้ะไบขดัเพื่อให้ความแข็งแรง และความมันของเปลือกหมดไป ท าให้เปลือกเมล็ดบางลง หรือใช้มีด กรรไกร ตัด หรือใช้เหล็กแหลมเจาะ เปลือกเมล็ดบริเวณดา้นตรงกนัขา้มกบัคพัภะเพื่อใหน้ ้า และออกซิเจนผา่นเขา้ไปได้นิยมทา กบัเมล็ดพืชจา พวก คูน หางนกยงูฝรั่ง นอ้ยหน่าละมุด มะม่วง หูกวาง เป็นตน้เพราะเป็นเมล็ดที่มีเปลือกค่อนขา้งหนาและเป็นมนั ส่วนเมล็ดที่เปลือกแขง็มากเช่น พุทรา บวัหลวงจะใชว้ธิีการทุบเพื่อให้เปลือกแตกและเกิดรอยร้าวพอที่จะทา ให้ น้า และออกซิเจนผา่นเขา้ได้การทุบควรระวงัอยา่ ใหค้พัภะกระทบกระเทือนมาก 2. การแช่น้า (Water soaking) เป็นวธิีการที่นิยมทา กนัมานาน ใชก้บัพืชที่เปลือกเมล็ดไม่หนามากเช่น ขา้วถวั่มะระแตง บวบ ฟักทองผกัชีเป็นตน้การแช่น้า นอกจากจะทา ให้เปลือกเมล็ดอ่อนตวัและช่วยยน่ระยะเวลาในการงอกแลว้ยงั ช่วยลา้งสารยบัย้งัการงอกของเอทิลีนที่อาจติดอยกู่บัเมล็ดไดด้ว้ยการแช่เมล็ดในน้า อาจใชเ้วลานาน 1-2วัน ข้ึนอยกู่บัเปลือกเมล็ดพืช 3. การเก็บเมล็ดไวใ้นที่ช้ืนเป็นช้นัๆ (Stratification) วธิีน้ีจะทา กบัเมล็ดกุหลาบ ทอ้แอปเปิ้ล ซ่ึงมีเปลือกแขง็และมีระยะพกัตวัของคพัภ โดยการนา เมล็ดพืช เหล่าน้ีไปเก็บไวใ้นทราย หรือขยุมะพร้าวโดยวางเมล็ดเป็นช้นัๆ สลบักบัวสัดุดงักล่าวใหค้วามช้ืนพอเหมาะ แลว้นา ไปเก็บไวใ้นอุณหภูมิประมาณ 35-40องศาฟาเรนไฮต์ ประมาณ 3-4 เดือน โดยควบคุมความช้ืนใหค้งที่ เพื่อใหเ้ปลือกเปื่อยยยุ่และคพัภะพ้นระยะพักตัว 4. ใช้สารเคมี (Chemical treatment) สารเคมีที่นิยมใชท้ ้งักรดและด่าง เช่น กรดกา มะถนักรดเกลือกรดน้า ส้ม คลอรีน โซเดียมไฮดรอกไซด์ โพแทสเซียมไฮดรอกไซด์สารเคมีดงักล่าวจะนา มาใชใ้นระยะเวลาอุณหภูมิและความเขม้ขน้ที่แตกต่างกนัซ่ึง จะข้ึนอยกู่บัชนิดของเมล็ดพืช อีกท้งัสารเคมีเหล่าน้ีราคาแพงและเป็นอนัตรายต่อผใู้ชไ้ดง้่ายถา้ไม่มีประสบกา รณเกี่ยวกบัสารเคมีดงัน้นั ในการทรีทเมล็ดพืชโดยวธิีน้ีจะตอ้งศึกษารายละเอียดเกี่ยวกบัวธิีใชใ้หร้อบคอบและ ศึกษาถึงความเหมาะสมของปริมาณการใชก้บัเมล็ดพืชแต่ละชนิด ซ่ึงวธิีการน้ีนอกจากจะทา ใหเ้มล็ดงอกเร็วข้ึน แลว้ยงัสามารถกา จดัโรคแมลงและวชัพืชที่ติดมากบัเมล็ดพนัธุ์ไดด้ว้ย รูปแสดงการทรีทเมล็ด (Seed Treatment)
27 บรรณานุกรม จิรา ณ หนองคาย. 2551. เทคนิคการขยายพนัธ์ุพืชในประเทศไทย. กรุงเทพฯ :โอเดียนสโตร์. วิเชษฐค้าสุวรรณ. 2543. การขยายพนัธ์ุพืช. กรุงเทพฯ : ไทยวัฒนาพานิช. พืชสวน, ภาควิชาคณะเกษตรศาสตร์มหาวทิยาลยัเชียงใหม่. เมล็ด. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://web.agri.cmu.ac.th/hort/course/359301/pprop/3.seed/seed.html. (วันที่ค้นข้อมูล : 8 กรกฏาคม 2564). ไม้ประดับออนไลน์.คอม. พรรณไม้ประดับ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.maipradabonline.com . (วันที่ค้นข้อมูล :25 กรกฏาคม 2564). ลานบ้านกะสวน. การปลูกไม้กระถาง [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.trgreen.co.th. (วันที่ค้นข้อมูล :25 มิถุนายน 2550). สุวิช แสงหิม. การขยายพันธ์ุพืช. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.kanngan.com/old/40241/Unit_4/002.htm. (วันที่ค้นข้อมูล :13 พฤษภาคม 2550). ห้องสมุดความรู้. การขยายพนัธ์ุพืชโดยใช้เมลด็. [ออนไลน์]. http://guru.sanook.com/encyclopedia/ การเพาะเมล็ดในแปลงเพาะหรือในภาชนะ . (วันที่ค้นข้อมูล :13 สิงหาคม2564). อรพินท์ วงศ์ปัดสา. การเพาะเมล็ดในกระบะเพาะ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : http://www.kr.ac.th/el/01/aurapin_v/b3.htm. (วันที่ค้นข้อมูล :15 สิงหาคม 2564). https://en.wikipedia.org/wiki/File:Mature_flower_diagram.svg. (วันที่ค้นข้อมูล : 20 กรกฏาคม 2564) https://www.facebook.com/825402417826638/photos/a.826050567761823/1135790653454478/?type=3. (วันที่ค้นข้อมูล : 9 กรกฏาคม 2564) http://scigroup10.wordpress.com. (วันที่ค้นข้อมูล : 22 กรกฏาคม 2564) https://sites.google.com/site/32242maneerat/fruit. (วันที่ค้นข้อมูล : 26 กรกฏาคม 2564) http://kanchanapisek.or.th. (วันที่ค้นข้อมูล : 22 กรกฏาคม 2564)