The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

E-book นี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by matoom_544, 2021-09-17 06:28:12

Modern Art

E-book นี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาประวัติศาสตร์ศิลป์3

Spring in Paris, 1950

Pieta or Revolution
by Night, 1923.

Caoutchouc 1909

The Kiss 1935

La Prière (1930)

SURREALISM



"
"



The Metamorphosis of Nacisus (1937)

Sleep (1937)




Arlequin:
Anamorphosis Suite
(1972)

""

Violinista

The
Walk

1917
-

1918

The
Cow
with
Parasol

1946





The Liver is the Cock's Comb 1944



1942 "Male and Female"



Onement 1 (1948)

Onement VI 1953

จลนศิลป์

จลนศิลป์ คือศิลปะท่ีมีส่วนประกอบในเชิงประติมากรรมสาม
มิติ ที่มีการเคลื่อนไหวเกิดข้ึนในงาน ที่เกิดข้ึนจากเอฟเฟกตข์ องตวั
งานเอง ไม่วา่ จะเกิดข้ึนดว้ ยวิธีการใดก็ตาม เช่น การใชเ้ คร่ืองมือ
เครื่องยนต์ หรือกลไก การใชพ้ ลงั งานจากธรรมชาติช่วย การเกิดจาก
คนมาทาปฏิกิริยากบั ตวั งานเองกต็ าม

ยกเวน้ แตก่ ารเคลื่อนไหวที่ไม่ไดเ้ กิดข้นึ จริงแต่เป็นเพยี งการ

สร้างภาพล่วงตาเพือ่ ใหร้ ับรู้วา่ เคล่ือนไหว ส่ิงน้นั เรียกวา่ op art

Jean Tinguely, La Tour
(Bern Zytglogge) (1960)

ลทั ธิ Kinetic Art น้ีมีมาต้งั แต่ค.ศ. 1930 แตย่ งั ไมไ่ ดร้ ับความนิยมที่
แพรหลายนกั Naum Gabo เป็นผรู้ ิเร่ิม Kinetic Art แตง่ านของเขาจะ
เนน้ ไปที่ ของโครงสร้างของตวั งาน ยงั ไม่ถึงข้นั ที่จะขยบั ได้ ซ่ึงยงั ไมต่ รง
กบั คานิยามของลทั ธิ Kinetic Art ซกั เทา่ ไร

ศิลปิ นที่ทาให้ Kinetic Art เป็นที่รู้จกั จริงๆ คือ Alexander Calder
(อเลก็ ซานเดอร์ คาลเดอร์) ผทู้ ่ีสร้างสรรคป์ ระติมากรรมขยบั ได้ ดูชองป์
เรียกมนั วา่ โมไบล์ (Mobile)

Alexander Calder - 1337

Alexander Calder. Spider. 1939

Alexander Calder

อเลก็ ซานเดอร์ คาลเดอร์ เป็นนกั ประติมากรของ สหรัฐอเมริกาของ
คริสต์ ศตวรรษที่ 20 คาลเดอร์มีช่ือเสียงจากการเป็นผรู้ ิเร่ิมการสร้าง
“ประติมากรรมจลดุล” (mobile sculpture) โดย โมบายล์ (mobile) เป็นส่วน
หน่ึงของลทั ธิ Kinetic Art

International Mobile 1949

โมบายล์ (mobile)องคป์ ระกอบ
ของ งานจะประกอบดว้ ยวตั ถุ ห่อยลง
มาโดยใชเ้ สน้ โลหะเป็นตวั ยดึ โดยจะ
ถูกเซ็ดไวใ้ หส้ มดุลและถูดปลอ่ ยให้
สามารถขยบั ไดอ้ ยา่ งอิสระ

Jean Tinguely

Jean Tinguely เป็นศิลปิ นชาวสวสิ เป็นสมาชิกของกลุม่ Nouveau Réalisme
Tinguely ผลงานของเขาที่มีช่ือเสียงท่ีสุดคือ Homage to New York (1960)

Study for an End of the World No. 2 (1962)

Homage to New York (1960)

Pol Bury

Pol Buryเป็นศิลปิ นชาเบลเยยี ม
ท่ีเก่ียวขอ้ งกบั กล่มุ CoBrA เขาเป็นที่
รู้จกั ในดา้ นประติมากรรมจลนศาสตร์
แมว้ า่ เขาจะทางานแนวอ่ืนดว้ ยก็ตาม
ในปี 1960 เขาสร้างงานสู่สาธารณะ
ชิ้นแรก ซ่ึงเป็นน้าพใุ นวทิ ยาเขตของ
พพิ ธิ ภณั ฑศ์ ิลปะมหาวทิ ยาลยั ไอโอวา
ในเมืองไอโอวา

Pol Bury - Fontein - 1995

Billes sur un Plateau, No. 5 of 8, 1971

Op Art Op Art แตกต่างจาก Kinetic Art ทขี ยบั ไดย้ ังไง?

ศิลปะลวงตา Kinetic Art เหมือนเปนการสร้างโมเดลขึนมาเลย คอื
เปนประตมิ ากรรมทีขยบั ไดจ้ ริงๆ แต่ Op Art นัน
เปนการวาดภาพขนึ มาเพือลวงตาเฉยๆ เปนเพียงภาพ
2 มติ ทิ ีใช้สี เส้น และรปู ทรงหลอกตาเราวา่ รูปมันขยบั
ได้ หรอื หลอกตาวา่ รูปเปน 3 มติ ิ

จิตรกรรมแบบ อ็อพ อารต์ (Op Art) เรมิ ตน้ ตังแตค่ .ศ. 1960 เปนศิลปะลวงตาเปนวิธกี ารเขียนที
คาํ นงึ ถงึ ความสัมพันธ์ระหว่างความลวงตาและพืนผวิ ของภาพ ระหวา่ งความเข้าใจและการมองเหน็
จะเด่นมากในการสร้างภาพนามธรรมทีเนน้ รูปทรงเรขาคณติ ทีมขี อบและเส้นรอบนอกทคี มชดั

เมอื เราจ้องมองมันนงิ ๆ สักพัก แลว้ เหลือบสายตาใหเ้ คลอื นไปจาก
เดิมเล็กนอ้ ย รูปทรงและเส้นทีศิลปนวางไว้อยา่ งเหมาะเจาะจะทํา
ปฏิกริยากับการมอง ทาํ ใหเ้ ห็นว่ามนั เคลอื นไหววบู วาบนดิ ๆ หรือใน
บางกรณรี ูปทรงทจี ิตรกรสรา้ งขนึ จะดนู นู สูงขึน เวา้ ตาํ ลงหรือปดู

ออกอยา่ งสมจริง ทงั ๆ ทมี ันเปนภาพแบนๆ เทา่ นนั

ลักษณะโดดเดน่

ภาพเขยี นเหลา่ นมี กั จะดูเนยี บเปนระเบยี บ ราวกบั ถกู ผลิตดว้ ยเครืองจักร ไม่ใช่งานฝมอื มนุษย์
แสดงถงึ ความสมัยใหม่ ทาํ ใหน้ กึ ไปถงึ อะไรทเี ปนอุตสาหกรรม เปนบคุ ลิกของเมอื งใหญ่

จดุ สําคญั ทสี ุดของภาพแบบนีคอื เปนภาพทมี ีผลตอ่ การมอง ทาํ ให้เกดิ การลวงตา
ชอื อ็อพ อารต์ (เปนทนี ิยมในยโุ รปและสหรฐั ฯ) เปนชอื ทีย่อมาจากคาํ วา่ อ็อพติเคลิ อาร์ต (optical art)
บางทกี ม็ กี ารเรยี กว่า เรทินัล อาร์ต (retinal art) หรือ เพอร์เซ็ปชวล แอบ็ สแตรคชัน (perceptual abstraction)
หรอื ศิลปะทเี กยี วกับสายตาและการมองนนั เอง

Victor Vasarely

(1906-1997)

Victor Vasarely เปนจติ รกรชาวฝรงั เศส ทขี นึ ชือวา่ เปนบิดาแหง่ ศิลปะลวงตา ด้วยความทวี าซาเรอ
ลเี คยทํางานเกยี วกับกราฟฟกมากอ่ น ซึงก็เปนงานทเี นน้ ความเนยี บ เนน้ เส้นคมชัดและการตดั ทอนรูป
ทรง สไตล์เดยี วกับ Ob Art เขาจงึ ได้พัฒนาผลงานตวั เองและเรมิ สรา้ งงานศิลปะลวงตาในทสี ุด

มกั วาดเปน2มติ ิ และ 3 มิติ แบบvisual artวาดเปนชดุ ๆ มชี อื
เสียงโด่งดังมากเปนทยี อมรบั ทวั ไป มคี นแย่งกันสะสมผลงาน

นํางานไปออกแบบโฆษณาเชงิ พาณชิ ย์อย่างกวา้ งขวาง

ตงั แตน่ ันมาเขากไ็ ดร้ บั รางวลั มากมายเช่น
Guggenheim Prize ในนิวยอรก์ (1964);
กรังปรซี ์ทเี ซาเปาโล Biennial; Grand Prix de la
gravure ในลบู ลยิ านา, สโลวีเนยี (ทงั ในป 1965);
และอศั วนิ ชาวฝรงั เศสของพระเจ้าแหง่ Légion

honneur (1970)

งานประตมิ ากรรมของวาซาเรอลที ที ําใหเ้ หมือน 3 มติ ิ

คุณจะเห็นภาพของ "มา้ ลาย"
นนั เคลอื นทีขนานกับตาคุณ ถ้า
คุณมองไปทางขวา กจ็ ะเหน็
ม้าลายเคลอื นทีไปในทิศทาง
ตรงกนั ข้ามกนั

Zebra
1937
งานส่วนใหญ่ของเขาอยใู่ นพิพิธภัณฑ์ Vasarely ที Château de Gourdes ทางตอนใต้ของฝรงั เศส
และในพิพิธภณั ฑ์ Vasarely ในบดู าเปสต์ ในปพ.ศ. 2513 เขาได้ก่อตงั มูลนิธิวาซาเรลี ซงึ ในป พ.ศ. 2519
ไดเ้ ขา้ พักอาศัยใกล้กบั เมืองแอ็กซอ็ งพรอว็องส์ในอาคารทเี ขาออกแบบ

Optical Cube Vega-Nor
1940 1969

Josef Albers

(1888 –1976)

Josef Albers เปนจติ รกรชาวอเมริกันเชือสายเยอรมัน ผอู้ ยใู่ นกระแสเคลอื นไหวนามธรรมแบบศิลปะ
เรขาคณติ (Geometric Abstraction) และเปนหนึงในอาจารยแ์ ห่งสถาบนั เบาเฮาส์ (Bauhaus)

เขาเปนหนงึ ในผู้มีบทบาทสําคัญในการนําเอาความคดิ แบบโมเดิร์นนิสม์ของยุโรป โดยเฉพาะอยา่ งยงิ แนวคดิ ที
เกยี วขอ่ งกบั สถาบันเบาเฮาส์เขา้ สู่อเมรกิ า

มรดกทางความคดิ ของเขาในฐานะอาจารย์ของเหลา่ ศิลปน
และผลงานทางทฤษฎขี องเขากลายเปนสือขันพืนฐานของ
ภาษาทางภาพทสี ่งอทิ ธิพลอย่างลึกซึงตอ่ พัฒนาการของศิลปะ
สมยั ใหม่ในสหรัฐอเมรกิ าในระหว่างป 1950s และ 1960s.

นอกจากนเี ขายงั ไดร้ ับรางวัล Konrad von Soest
จาก Landschaftsverband Westfalen-Lippe

ในป 1958 เหรียญ AIGA จาก American
Institute of Graphic Arts, New York,

ในป 1964 และคําสังบุญของ
สหพันธ์สาธารณรฐั เยอรมนีในป 1968

Homage to the Square
1959

ผลงานศิลปะและทฤษฎขี องอลั เบอรส์ ได้รบั การเผยแพร่อย่างกว้างขวางสู่ศิลปนรนุ่ หลังและสถาบนั การศึกษา
ศิลปะ ทงั ทเี ขาสอนในเบาเฮาส์,มหาวิทยาลยั เยล (Yale), แบล็กเมาท์เทนคอลเลจ (Black Mountain College)
และมสี ่วนอยา่ งมากในการช่วยพัฒนาศิลปะแบบ นอนออบเจคทีฟ (Nonobjective art) ในชว่ งเดยี วกนั และ
ชว่ งหลงั การเฟองฟูของศิลปะแอ็บสแตรกตเ์ อก็ ซ์เพรสชนั นิสม์ (Abstract Expressionism) นนั เอง

HInteraction of Color
1973

Bridget Riley

(1931)

Bridget Riley เปนจติ รกรชาวอังกฤษ เรมิ ทาํ งานใน ขบวนการ Op Art ก่อนทจี ะมชี ือว่าขบวนการ
ศิลปะอย่างเปนทางการ ยังคงเปนทีรจู้ กั กันดที ีสุดสําหรับผลงานของเธอขาวดําจาก 1960 ทีชว่ ยสร้าง
แรงบันดาลใจรปู แบบใหม่ของศิลปะร่วมสมยั

มกี ารกล่าวกันวา่ งานศิลปะของเธอถกู สรา้ งขนึ มาเพือใหค้ ําแถลงเกยี วกบั
"absolutes" เปนเรอื งบังเอิญทพี วกเขาถูกมองวา่ เปนภาพลวงตา

งานแรกของเธอเปนรูปเปนรา่ งและกงึ อิมเพรส
ชนั นสิ ม์ ระหว่างปพ.ศ. 2501 ถึง พ.ศ. 2502
งานของเธอในเอเจนซโี ฆษณาแสดงให้เห็นว่า
เธอใช้รูปแบบการวาดภาพโดยใช้
เทคนคิ pointillist

ป 1960 เธอเรมิ พัฒนารปู แบบOp Artอันเปน
เอกลักษณข์ องเธอซงึ ประกอบด้วยรปู แบบ
เรขาคณิตขาวดําทสี ํารวจพลวัตของการมอง
เหน็ และ สร้างผลกระทบทสี ับสนต่อดวงตา
และทาํ ให้เกดิ การเคลอื นไหวและสีสัน

ในฤดรู อ้ นป 2503 เธอได้ไปเทยี วอติ าลีกบั ที
ปรกึ ษาของเธอ Maurice de Sausmarez

และเพือนสองคนไปเยยี มVenice
Biennaleพรอ้ มนทิ รรศการขนาดใหญข่ องผล

งานแหง่ อนาคต

Movement in square
1961

งานแรกของเธอเปนรปู เปนรา่ งและกงึ อิมเพรสชนั นสิ ม์ ระหว่างปพ.ศ. 2501 ถงึ พ.ศ. 2502 งานของเธอในเอ
เจนซโี ฆษณาแสดงใหเ้ ห็นวา่ เธอใช้รปู แบบการวาดภาพโดยใชเ้ ทคนิคpointillist ราวๆ ป 1960 เธอเรมิ พัฒนา
รปู แบบOp Artอนั เปนเอกลักษณข์ องเธอซงึ ประกอบด้วยรูปแบบเรขาคณติ ขาวดําทสี ํารวจพลวัตของการมอง
เห็น และสร้างผลกระทบทสี ับสนต่อดวงตาและทําใหเ้ กิดการเคลอื นไหวและสีสัน

Blaze Study Cataract 3
1962 1967

Neo-Dada

ศิลปะทปี ฏเิ สธแนวคดิ Abstract Expressionists

Neo-dada เปนศิลปะทถี กู สร้างขนึ ในมมุ มองทีเปนเชงิ ลบต่อการเกดิ สงครามโลกครังที 1 ที
แสดงออกให้เหน็ ความน่ากลัวและการสูญเสียทีเกิดขึน สไตล์ศิลปะแบบนีส่วนใหญม่ ักจะเปน
ลกั ษณะของการเสียดสี สะท้อนสังคม

ศิลปนทมี ีผลงานโดดเด่นในสไตลน์ ี เชน่ Jasper Johns, Robert
Rauschenberg และ Allan Kaprow เปนเสมือนผู้ริเรมิ การเปลยี นแปลง

ก่อกบฎตอ่ ภาพวาดแนว Abstract Expressionists มีลกั ษณะการนํา
เสนอเรอื งทางโลก พวกเขามงุ่ เนน้ ไปทจี ะพัฒนาเปนศิลปะสมัยใหม่ในชว่ งป
1960 และเปนสไตล์ทเี ปนพืนฐานของสไตล์ Pop Art, Minimalism และ

Conceptualism

ลักษณะโดดเดน่

Neo-Dada ไดม้ แี นวทางทปี ลกุ ปนสังคมไปในทศิ ทางของสงครามเย็น (The cold war) มากกว่าทจี ะเปน
สงครามจรงิ ๆ นีโอ-ดาดา้ สนบั สนุนใหม้ องข้ามมาตรฐานความงามของศิลปะแบบดงั เดิม สร้างสรรค์ผล
งานออกมาผา่ นการคิดเชิงวิพากษ์ความขัดแย้งของสังคมทเี กดิ ขนึ ในสมัยนัน เนน้ ไปทกี ารแอบแฝง จิกกัด
แทนทีจะเปนการใช้อารมณ์ของศิลปนในการสรา้ งสรรค์ผลงาน

ศิลปะสไตลน์ ีโอดาดา้ มีการยดึ หลกั สมมุตฐิ านของ Marcel Duchamp ทวี ่า “งานศิลปะเปนสือกลางใน
กระบวนการทีศิลปนเปนคนเริมและผู้ชมงานศิลปะนนั ๆเปนคนจบกระบวนการ” ดงั นนั ศิลปน Neo-
Dada หลายๆคนจงึ ยึดตดิ กบั แนวคดิ ทตี คี วามผลงานตา่ งๆตามผ้ชู มผลงานไม่ใช่ศิลปน หลงั จากนนั ความ
คดิ นเี ปนรากฐานของศิลปะรว่ มสมยั ทตี ามมมาในภายหลงั งานสไตลน์ สี ่วนใหญ่สะทอ้ นถงึ ระบบสังคม
ทุนนิยม บรโิ ภคนิยม และความงามทอี าจเกิดขนึ จากการผสมผสานระหวา่ งสองสิงเช่น สินค้าสําเรจ็ รปู กบั

ขยะ , เครอื งจกั รทดี ูแข็งทือไรอ้ ารมณ์กบั สีนสันจากแปรงพู่กันทที าํ ใหก้ ดิ ความมีชวี ิตชีวามากยงิ ขนึ

Jasper Johns

(1930)

Jasper Johns เปนศิลปนชาวอเมริกัน ผู้เปนทงั จิตรกร ประติมากร และศิลปนภาพพิมพ์ คอศิลปะ
หลายคนน่าจะคุ้นเคยกับผลงานภาพวาดธงชาติอเมริกนั และการใช้วตั ถุหรอื เรอื งราวในวถิ ีชีวติ ประจาํ
วันของคนอเมรกิ ันของเขาเปนอยา่ งดี

ผลงานของแจสเปอร์ จอห์นส์ ลดทอนความสูงส่งจนเออื มไม่ถงึ
ของศิลปะ ดึงประสบการณ์ทางสุนทรียะให้เข้าใกล้วถิ ชี ีวิตของ
ผคู้ น และสร้างบทสนทนากบั ผู้ชมและบรบิ ททางวัฒนธรรมของ
พวกเขา โดยใชง้ านศิลปะสํารวจวา่ พวกเขามองสิงตา่ งๆ รอบ
ตัวอยา่ งไร ด้วยการหยิบเอาวตั ถุขา้ วของและเรอื งราวธรรมดา
สามญั รอบตัวมาใช้ในการทาํ งานศิลปะ

เขามกั จะใชภ้ าพหรอื สัญลักษณ์ต่างๆ
ซงึ เปนสิงทคี นเหน็ จนคุ้นตา รูจ้ ักและ
จดจําไดท้ ันทีทเี ห็น อยา่ งเชน่ ธงชาต,ิ
แผนที, เปาปาลูกดอก, รอยประทบั
มอื , จดหมาย, สือสิงพิมพ์ และตวั เลข
เปนองคป์ ระกอบและหัวข้อหลกั ในผล
งานของเขา

Flag
1954

ธงชาติอเมริกาทแี สดงออกมาในแนวสองมติ ิ มองโดยผิวเผนิ อาจไม่ไดต้ ่างไปจากของจรงิ แตท่ จี อห์
นทาํ ให้เกดิ ขึนกค็ อื การเสนอภาพลักษณข์ องธงชาติขงึ ตึงแบนเรยี บ และตดั ทกุ สิงทจี ะทําใหเ้ กดิ มติ ิ
ลวงตาออกซงึ ก็คือรอยยบั ของผ้ามีการเพิมเตมิ สีสัน ดีไซน์ หรือปลอ่ ยไวเ้ หมอื นจรงิ ด้วยกรรมวธิ ีของ
การวาดภาพแบบระบายปาดปายเตม็ ที

ธงชาติอเมริกาคือความหมายทใี ชเ้ ปนสัญลักษณ์ของประเทศสหรฐั อเมรกิ า ชวี ติ และคุณคา่ ของผคู้ น
คอื ภาพสัญลักษณซ์ ึงทุกๆคนจาํ ได้ จอห์นสรา้ งงานทนี า่ ดึงดูดใจโดนสิงทเี ปนสัญลกั ษณ์เสมอมา และนํา
มาใช้ในงานจิตรกรรม

จอห์นไดส้ รา้ งสรรค์ชนิ งานสําริดทผี ลติ ขึนด้วยความ
พิถีพิถนั จากวัตถธุ รรมดาสามัญ เชน่ ไฟฉาย และ
หลอดไฟ เรมิ ด้วยงานคน้ ควา้ ของเขาเกยี วกับวตั ถทุ ี
เปนเหมือนสัญลกั ษณ์ โดยตงั ขอ้ สงสัยในเรอื งแนวคดิ
ของความจริงในความสัมพันธท์ ีโยงไปสู่ตวั แทนของ
เขา ในปถดั มาเขาประดษิ ฐ์กาแฟกระปองภายใต้ชอื

ยหี อ้ Sararin ซงึ ใชไ้ ดจ้ ริง พู่กนั และเครอื งดมื
แอลกอฮอล์กระปองทงั หมด จนกระทงั ถงึ งานสํารดิ
ทังสองชนิ การเลือกกระปองเบยี ร์ Baliantine ไดร้ ับ

มาจากเรอื งราวเล็กๆนอ้ ยๆของศิลปนทไี ด้ฟง
William de Kooning บรรยายเกียวกับความ

สามารถของ Leo Castelli ในการค้าขาย

Painted Bronze
1960

จอหน์ ได้เรมิ ทาํ งานด้วยกรรมวธิ จี ิตรกรรมขผี ึง
เหลวและทาํ การหลอมปนู ปลาสเตอร์ส่วนของศีรษะ
และส่วนต่างๆของร่างกายเพือนของเขาใน ค.ศ.
1954 เทคนิคจิตรกรรมขผี ึงเหลวนไี ม่คอ่ ยถูกนําไป
ใช้รวมเมด็ สีและขผี ึงร้อนแลว้ ทาบนพืนผวิ จอหน์
ตอ้ งการจะปกปดร่องรอยขนั ตอนในการวาดภาพ
โดยเขาจะใช้การวาดภาพโดยใช้ฝแปรงและขผึ ึง
เขามกั จะนําหนงั สือพิมพ์มาใช้เปนส่วนประกอบหนงึ
ในงานของเขา

Target with plaster casts
1955

สร้างขนึ ดว้ ยกรรมวิธคี อลลาจและเอน็ คุสตกิ
(กรรมวิธจี ติ รกรรมขผี ึงเหลว) จะเห็นตวั เลขเรียงราย
กันเปนแถว ลกั ษณะองค์ประกอบภาพเรขาคณติ แบบ
มองเดรยี น และบางสิงบางอย่างทดี ูคลา้ ยหนุ่ นงิ
ทวิ ทัศน์ทีกระจัดกระจาย เปนการสรา้ งสมดลุ ระหวา่ ง
ความแปลกใหมแ่ ละเรอื งราวทซี ับซ้อน

Numbers in Color
1958

Robert Rauschenberg

(1925-2008)

Robert Rauschenberg ศิลปนชาวอเมริกันผู้ได้รบั การยกให้เปนศิลปนโพสต์โมเดิรน์ คนแรกๆ เขา
เปนนกั ทดลองคน้ คว้าหาแนวทางใหมๆ่ ในการทาํ งานศิลปะ ผา่ นสือหลากหลายแขนง ไม่วา่ จะเปน
จิตรกรรม, ภาพถา่ ย, ประติมากรรม, การแสดง, สือผสม และภาพพิมพ์

เราเชนเบิร์กเปนทรี ้จู ักจากการทํางานทหี ยบิ จับผสมผสานวสั ดุเก็บตกเหลอื ใชม้ าทาํ งานรว่ มกับสือ
วัสดแุ บบดงั เดมิ อยา่ งสีนาํ มัน สรา้ งสรรค์งานศิลปะลกู ผสมทหี ลอมรวมงานจติ รกรรมสองมติ ิเขา้ กบั

งานประติมากรรมสามมิติ ทมี ีชือเรียกว่า Combine painting

ในช่วงป 1951 - 1953 เราเชนเบิร์กทํางานศิลปะจาํ นวน
มากมายหลายชนิ ทีสํารวจข้อจาํ กัดและนิยามของศิลปะภาย

ใต้แนวคิดทพี ัฒนามาจากแนวทางแบบ เรดเี มด
(readymades) หรือ ศิลปะสําเรจ็ รูป ของ มารแ์ ซล ดชู องป

(Marcel Duchamp) ดว้ ยการทดลองทางศิลปะทลี บกฎ
เกณฑเ์ ดิมๆ ของการสรา้ งสรรค์ศิลปะอยา่ งสินเชิง

ชินนีเปนผลงานทีมีชือเสียงมาก ประกอบด้วยฐาน
ทตี งั สีเหลยี มเปนผลงานศิลปะแนวแอคชัน เพ้นตงิ
(Action Painting) แลว้ มแี กะสตา๊ ฟทีมีวงลอ้ ยาง
สวมรอบตรงกลางลําตัว คลา้ ยเปนประตมิ ากรรมตงั
อย่บู นฐานไม้สีเหลยี ม วิธกี ารสร้างแบบนี โรเบริ ต์
เราเชนเบริ ์ก เรยี กวธิ ีการของเขาว่า "Combined
Painting" คือ การนําวสั ดุเหลอื ใชห้ รอื ใชแ้ ล้วในชีวิต
ประจาํ วัน มาสร้างสรรค์ขนึ ใหมใ่ ห้เปนงานศิลปะ เขา
ไม่ต้องการคําชมเชยจากสังคมมากไปกว่าโอกาสที
ไดน้ ําเสนอความคิดใหมส่ ู่สังคม เขาจะทาํ งานศิลปะ
ทสี นบั สนุนคําพูดของตนวา่ "เขาจะลดช่องว่าง
ระหว่างศิลปะกับชวี ติ ลงใหไ้ ด้"

Monogram
1955

ผลงานครงั นีของเราเชนเบริ ก์ ตงั คาํ ถามเกยี วกับ
การมีตัวตนอย่ขู องศิลปะ และทา้ ทายผู้ชมให้
ครุ่นคิดวา่ การทศี ิลปนคนหนึงลบผลงานของ

ศิลปนอกี คนทิง เปนกระบวนการสร้างสรรค์ทาง
ศิลปะตรงไหน มันเปนการแสดงคารวะ ลอ้ เลยี น

ยวั ยุ ทา้ ทาย ล้างครู หรือเปนแค่การทาํ ลายกนั
แน่ แต่อยา่ งไรกต็ าม ศิลปะของการลบทิงของ
เราเชนเบริ ก์ ชนิ นี กเ็ ปนผลงานทที า้ ทายขอบเขต

แห่งการสรา้ งสรรค์ เปดเส้นทางสู่พรมแดน
ใหมๆ่ ในการทาํ งานศิลปะ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ
ศิลปะในแนวคอนเซป็ ชวล (Conceptual art)

Erased de Kooning Drawing
1953

Allan Kaprow

(1927-2006)

Allan Kaprow ศิลปนหัวก้าวหน้าชาวอเมริกัน ผรู้ เิ รมิ แนวทางศิลปะอนั แหวกแนวอยา่ งแฮพเพนนงิ
อาร์ต (Happening art) ทเี นน้ ปฏิสัมพันธต์ อบโตร้ ะหวา่ งศิลปนกบั สภาพแวดล้อม บรรยากาศ พืนที
แสดงงาน ไปจนถงึ ปฏิกิรยิ าโต้ตอบของคนดู

เขาได้รับรางวัลNational Endowment for the Artsในป 1974 และ 1979

แฮ็พเพ็นนิง (Happening) เปนกระแสศิลปะทเี รมิ ในนคร
นิวยอรค์ ในราวตน้ ครสิ ต์ทศวรรษที 1960 เปนทนี ิยมอย่จู นถึง

กลางคริสต์ทศวรรษเดียวกัน คําๆนี อลัน คาโพรว (Allan
Kaprow) ศิลปนหวั กา้ วหน้าเปนผตู้ ังขนึ เมอื เขาทาํ งานใน
ลกั ษณะนเี ปนครงั แรกในป 1959 เขาเรียกมันว่า เอททีน แฮ็พ
เพ็นนงิ อิน ซคิ ส์ พารต์ ส์ (18 Happening in 6 Parts)

ลกั ษณะเด่นของงานแฮ็พเพ็นนิง คอื การยอมรับ
ความบงั เอิญทเี กดิ ขึนขณะทีทุกสิงกาํ ลงั ดําเนินไป

มกี ารใชว้ ิธกี าร “ด้นสด”ในขณะทีกาํ ลงั แสดง
บางทีก็มีดนตรีและเพลงเขา้ ร่วมดว้ ย

อลัน คาโพรว ใหค้ ําจํากัดความของ “แฮ็พเพ็นนิง” วา่ เปน “การผสมผเสเหตกุ ารณ์ต่างๆ ซงึ แสดงและสามารถ
รบั รไู้ ดม้ ากกวา่ เวลาขณะเดียวและทที ีเดียว” งานในลักษณะนจี ะเปนงานศิลปะทเี กยี วข้องกับสภาพแวดล้อมและ
บรรยากาศ ซงึ เกิดขนึ โดยคนแสดงและคนดู

Yard
1961

ศิลปนทีทาํ งานในลกั ษณะนีไม่ไดร้ วมกลุ่มกันอยา่ งชัดเจนและไม่เคยร่วมกนั ประกาศถ้อยแถลง (Manifesto,
ถอ้ ยแถลง หรอื แมนิเฟสโต้ คอื ถ้อยคําทกี ลุม่ ศิลปนหรือกลุ่มคนในลัทธิความคิดเดียวกนั รว่ มกันประกาศเจตนา
รมยห์ รือนโยบายของกลุ่ม อาจจะเปนลายลักษณ์อักษรหรอื การพูดและอา่ นประกาศ ซงึ เปนธรรมเนยี มปฏบิ ัติใน
การเคลอื นไหวแบบเปนกลมุ่ )

ในนทิ รรศการนมี หี ้อง 3 หอ้ ง, คนแสดงอา่ น
ข้อความตา่ งๆ หลายข้อความ โดยมที ่าทาง
เหมือนเล่นละครใบ้ มกี ารระบายสีบนผ้าใบ สี
ไวโอลิน และเปาฟลุ๊ต คนดยู ้ายจากห้องหนงึ
ไปอกี หอ้ งตามคาํ บอกแนะของเจ้าหนา้ ทใี น
นิทรรศการ คนดูได้กลายเปนส่วนหนงึ ของ
แฮ็พเพ็นนิง (อยา่ งทบี อกไว้ในบตั รเชญิ ) คนดู
ต้องคน้ หาความหมายเองจากเหตกุ ารณ์ต่างๆ

18 Happening in 6 Parts
1959



แหล่งอ้างอิงข้อมูล

Expressionism

https://kitzmidnight.wordpress.com/

Cubism
https://www.takieng.com/stories/12315
https://goterrestrial.com/2020/09/17/modern-art-impressionism/
https://en.wikipedia.org/wiki/Modern_art
https://www.designer.co.th/1330?doing_wp_cron=1631872752.5298631191253662109375
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%9A%E0%B8%A5_%E0%B8%
9B%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%8B
https://www.designer.co.th/1288?doing_wp_cron=1631765163.4052340984344482421875
https://xspace.gallery/blogview?i_uid=qbzyqlcjgu9y
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%81%E0%B8%99%E0%B8%B
4%E0%B8%A2%E0%B8%A1
https://angiegroup.wordpress.com/2016/03/26/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%
B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E
0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B9%8C-cubism/
https://en.wikipedia.org/wiki/Chicago_Picasso
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%8C%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%8C_%E0%B8
%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81
https://www.wikiart.org/en/henri-laurens
https://en.wikipedia.org/wiki/Henri_Laurens#/media/File:HenriLaurens-L'Amphion.JPG
https://en.wikipedia.org/wiki/L%27Amphion

Futurism
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%B5%E0%B8%95_%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%
99%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%99
https://www.zcooby.com/wassily-kandinsky/
https://www.artopia.space/read-magazine/2020/2/25/-
https://www.tate.org.uk/art/art-terms/a/abstract-art
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%95%E0%B8%9
9%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B8%A1
https://www.tate.org.uk/art/art-terms/f/futurism
https://hmong.in.th/wiki/Carlo_Carr%C3%A0

Abstract Art
https://tonkit360.com/23139
https://moscsp.ru/th/pol-mondrian-pit-mondrian-gollandskii-genii-abstrakcii.html
https://www.wurkon.com/blog/145-hbd-piet-mondrian
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A8%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B8%B0%E0%B8%
99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1

Suprematism
http://worldcivil14.blogspot.com/2014/02/suprematism.html

Constructivism
https://hmong.in.th/wiki/Constructive_art

Degenerate art
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%A7%E
0%B8%B1%E0%B8%94_%E0%B8%A1%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B9%8C

Social Realism
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%A5%
E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1_%E0%B9%82%E0%B8%AE%E0%B8%A5%E0%B9%81%E0
%B8%A1%E0%B8%99_%E0%B8%AE%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B9%8C

Dada
กำจร สุ นพงษ์ศรี . ศิ ลปะสมั ยใหม่ . พิ มพ์ ครั้งที่ 2. กรุ งเทพฯ: สำนั กพิ มพ์ แห่ งจุ ฬาลงกรณ์ มหาวิ ทยาลั ย, 2554.
จิ ระพั ฒน์ พิ ตรปรี ชา. โลกศิ ลปะศตวรรษที่ 20. พิ มพ์ ครั้งที่ 2. กรุ งเทพฯ: เมื องโบราณ, 2552.
ศุ ภชั ย สิ งห์ ยะบุ ศย์ . ประวั ติ ศาสตร์ ศิ ลปะตะวั นตก ฉบั บสมบู รณ์ . พิ มพ์ ครั้งที่ 4. กรุ งเทพฯ: วาดศิ ลป์ , 2553.
David Hopkins. Dada and Surrealism: A very short introduction. First Published. London: Oxford
University Press, 2003.
Dietmar Elger, Uta Grosenick (ed.). Dadaism. Koln: Taschen, 2004.
http://arthistory.about.com/cs/arthistory10one/a/dada.htm
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%94%E0%B8%B2
https://www.ideelart.com/magazine/neo-dada

Surrealism
https://human.yru.ac.th/innodesign/page/22/ศิ ลปะลั ทธิ เหนื อจริ ง(Surrealism).html

Abstract Expressionism
https://themomentum.co/abstract-expressionism/
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E
0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B
8%B1%E0%B8%87%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%93%E0%B9%8
C%E0%B9%81%E0%B8%99%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%98%E
0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%AA%E
0%B8%B1%E0%B8%99_%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%A5%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%
B8%AD%E0%B8%81
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%80%
E0%B8%99%E0%B8%95_%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0
%B8%99

Kinetic Art
https://en.wikipedia.org/wiki/Kinetic_art
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%8
B%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C_%E0%B
8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C
https://tonkit360.com/29350
https://delphipages.live/th/%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B4
%E0%B8%A5%E0%B8%9B%E0%B9%8C/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%95%E0%B8
%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1/jean-tinguely
https://en.wikipedia.org/wiki/Jean_Tinguely
http://www.artnet.com/artists/pol-bury/

Op Art
https://mywattanawit.wordpress.com
https://www.designer.co.th
https://fahrenheitmagazine.com/arte/plasticas/josef-albers-el-maestro-de-lo-abstracto-y-el-color
https://www.facebook.com/WURKON/posts/2039685883001986/
https://th.eferrit.com
https://wikipang.com/wiki/Bridget_Riley
https://tonkit360.com/36605
https://sites.google.com/site/mrtpxgame/chin-ngan-khxng-wi-kh-texr-wa-sar-li

Neo-Dada
https://goterrestrial.com/2020/10/08/neo-dada-minimalism
https://www.matichonweekly.com/column/article_313624
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%88%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B8%A
D%E0%B8%A3%E0%B9%8C_%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%8C
https://www.wurkon.com/blog/179-robert-rauschenberg
https://sites.google.com/site/popart20thcentury/home/working
https://fahrenheitmagazine.com
https://www.designer.co.th/1308?doing_wp_cron=1631031216.5245020389556884765625

MODERN
A
R
T
MODERN

A
R
T


Click to View FlipBook Version