ลกั ษณะทางสงั คม
และวฒั นธรรม
(ภาคใต)้
สาขาวชิ าสงั คมศึกษา คณะครุศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
ลกั ษณะทางสงั คมภาคใต้
ภาคใตของไทยมีทําเลท่ีตงั้ เปนอาณาบริเวณทผี่ ดิ แผกแตกตางจากภาคกลาง ภาคเหนือ
และภาคอสี านอยา งมาก กลาวคือ ภาคใตเ ปน สวนหนึ่งของคาบสมุทรมลายู ซง่ึ เปน ชมุ ทาง
สัญจรทางทะเลระหวางคนจากแหลง อารยธรรมใหญน อยทัง้ ซีกโลกตะวนั ออกและตะวนั ตก
ไดแ กจนี อินเดีย อาหรับ และยโุ รป การสัญจรไปมาหาสรู ะหวางคนจากหลายอารยธรรมดัง
กลาวมีความตอเนื่องมาหลายศตวรรษ และเปนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทซี่ บั ซอ นกวา งขวาง
ทงั้ ในทางการคา ศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ชาตพิ นั ธตุ า ง ๆ กม็ าตั้งชุมชนทาํ มาหากิน
ตาม หวั เมืองชายทะเลท่มี คี วามสะดวกและปลอดภยั ในฤดูมรสุม รวมทัง้ เปนแหลง อาหารและ
แหลงนํ้าจืดท่มี อี ยางอดุ มสมบูรณตลอดปน อกจากนัน้ ภาคใตของไทยกอ็ ยใู นเขตใกล
เสน ศูนยส ตู รทมี่ ีความหลากหลายทางชีวภาพสงู จึงเปน แหลง อดุ มดวยเคร่อื งเทศและสมุนไพร
อันเปนท่ีตอ งการของคนในแดนไกลท้ังตะวนั ออกและตะวันตก อน่งึ เสน ทางสญั จรของมนษุ ย
แตค รงั้ โบราณกส็ ะดวกทีจ่ ะเดินทางท้งั ทางบกและทางน้าํ ท้ังจากเหนือลงใตห รอื จากพ้ืนแผนดนิ
สวุ รรณภมู ิลงสูค าบสมุทร และในทางกลบั กนั การสัญจรทางทะเลจากอาณาจกั รเกาแกทางชวา
และสุมาตรา ซ่ึงรบั อารยธรรมฮนิ ดูมาสรา งความเจริญไวระดับหนง่ึ แลวก็ขยายขน้ึ มาตอนบน
ของคาบสมทุ รไดวา จาํ เพาะการสัญจรของคนจากอารยธรรมบนผืนแผน ดนิ ใหญการไปมาหาสู
ระหวางอาณาจักรตาง ๆ อยางทวารวดี ศรวี ิชัย สโุ ขทยั อยธุ ยา และกรุงเทพฯ ก็ไดข ยาย
อทิ ธิพลลงมาปกครองโดย อาศยั สายสัมพนั ธอ นั มมี านานระหวางสโุ ขทัย อยุธยา
กบั นครศรธี รรมราช ไชยา ปต ตานี และในชว งสถ่ี งึ หา ศตวรรษนก้ี ารขยายตวั ของกลมุ ชนที่
นบั ถอื ศาสนาอสิ ลามกแ็ พรจ ากสว นใตข องคาบสมทุ รขน้ึ มาตอนบนของภาคใต จากไทรบรุ ี กลนั ตนั
ปต ตานี ขน้ึ มาถงึ บางสว นของสงขลา พทั ลงุ และขนึ้ มาไกลถงึ นครศรธี รรมราชจนถงึ ไชยากม็ รี วม
ถงึ ซกี ตะวนั ตก คอื สตลู ตรงั กระบ่ี และภเู กต็ กม็ ชี มุ ชนทนี่ บั ถอื ศาสนาอสิ ลามกระจายไปถงึ เชน กนั
ดว ยเหตปุ จ จยั ดงั กลา วนี้ ในภาพรวมจงึ เหน็ ไดช ดั เจนวา คนทเี่ ขา มาตงั้ หลกั แหลง ถน่ิ ฐานใน
ภาคใตป ระกอบดว ยชาวสยามหรอื ไทยจากตอนบน ชาวมาเลยจ ากตอนลา ง คนจนี จากตะวนั ออก
โพน ทะเล คนอนิ เดยี และลงั กาจากตะวนั ตกมายงั อษุ าคเนย และในระยะศตวรรษหลงั นก้ี ม็ ชี าวโลก
ตะวนั ตกจากยโุ รปหลายประเทศขยายอทิ ธพิ ลดว ยการคา การเผยแผศ าสนาและการลา เมอื งขนึ้ เขา
มายงั คาบสมทุ รมลายรู วมทง้ั ตอนใตข องไทยดว ยแตเ ขา มาในลกั ษณะทต่ี า งจากสญั ชาตอิ น่ื คอื มาสาํ
แดงอาํ นาจอทิ ธพิ ล และเอาเมอื งชวา มลายู และอนิ โดจนี เปน เมอื งขน้ึ ทงั้ นย้ี งั ไมไ ดร วมถงึ การ
รกุ รานของกองทพั ญป่ี นุ ในการทําสงครามมหาเอเชยี บรู พาเมอ่ื หา สบิ ปเ ศษมานี้
กลา วโดยสรปุ ภาคใตข องไทยเปน ดนิ แดนทช่ี นหลายชาตพิ นั ธหุ ลายภาษาและหลายวฒั นธรรมมาพบ
กนั ทง้ั จากเหนอื ใต ตะวนั ออก ตะวนั ตก และในการพบปะสงั สรรคแ ละผสมผสานกนั จากอดตี ถงึ
ปจ จบุ นั นคี้ นไทยและวฒั นธรรมไทยกม็ บี ทบาทสาํ คญั ยงิ่ ทที่ าํ ใหด นิ แดนสว นนม้ี ลี กั ษณะเปน ไทยละมา ย
คลา ยคลงึ กบั ทจี่ ะพบเหน็ ไดใ นภาคกลางและภาคอนื่ ๆ ขณะเดยี วกนั กม็ เี คา รอยของวฒั นธรรมมา
เลย จนี ฝรง่ั สมยั ลา อาณานคิ มตลอดจนอนิ เดยี ตอนใตแ ละลงั กาโดยมปี จ จยั พน้ื ฐานทางภมู ศิ าสตร
และระบบนเิ วศเปน บรบิ ทแวดลอ มของการกอ เกดิ และการพฒั นาภมู ปิ ญ ญาวฒั นธรรมของภาคใต
ตลอดมา สงั คมชาวนา พทุ ธศาสนา ภาษาไทย และความเชอ่ื เรอื่ งความลล้ี บั ในธรรมชาตทิ ม่ี อี ยทู ว่ั
ภาคใตบ ง บอกความคลา ยคลงึ กบั วฒั นธรรมไทยในภาคอน่ื ๆ อนั มที มี่ าจากการอยรู ว มกนั ในราช
อาณาจกั รสยามเปน เวลายาวนานพอสมควรแตข ณะเดยี วกนั ศาสนาอสิ ลาม ภาษามาเลย ภาษาจนี
การคา ขาย และรอ งรอยศาสนาพราหมณ ณ เมอื งเกา อยา งนครศรธี รรมราช ไชยา พทั ลงุ
กบ็ ง บอกลกั ษณะของวฒั นธรรมอน่ื มใิ ชน อ ย
ประสบการณส งั่ สมของคนภาคใตต ามนยั ขา งตน กค็ อื การพบปะกบั คนแปลกหนา การไดร ู
เหน็ ไดต ดิ ตอ สมั พนั ธก นั ระหวา งคนตา งชาตติ า งภาษาตา งวฒั นธรรมทาํ ใหเ กดิ ลกั ษณะเดน บาง
ประการของคนใต คอื เปน คนมคี วามคลอ งตวั ในทางภาษาชา งเจรจาชา งโตแ ยง ตง้ั ปญ หามไี หวพรบิ
ปฏภิ าณมชี น้ั เชงิ ไมย อมเสยี เปรยี บเสยี รใู ครงา ย ๆ คอ นขา งจะเจา ถอ ยหมอความปกครองยากแตถ า
เชอื่ ถอื หรอื ไวใ จกนั แลว กไ็ มย าก เปน คนทระนงในศกั ดศ์ิ รไี มน บั ถอื หรอื ยนิ ยอมใครงา ย ๆ เปน คนรกั
หมคู ณะของตนเมอื่ ตอ งเผชญิ หนา กบั หมคู ณะอนื่ เปน คนไมป ระหยดั และไมข ยนั เมอื่ เทยี บกบั คน
อสี านหรอื คนเหนอื ทง้ั นเี้ พราะมกี นิ มใี ชโ ดยไมต อ งพยายามหรอื ขยนั หมน่ั เพยี รมากนกั เนอ่ื งจาก
ธรรมชาตแิ วดลอ มอดุ มสมบรู ณต ามธรรมชาตลิ กั ษณะดงั กลา วนมี้ ใี นคนไทยทว่ั ไปกจ็ รงิ แตส าํ หรบั คน
ใตม ผี ตู งั้ ขอ สงั เกตวา มลี กั ษณะเดน ดงั กลา วชดั แจง กวา อนง่ึ ความหลากหลายของชาตพิ นั ธตุ า ง ๆ
ทผ่ี สมผสานกนั
ดวยการแตง งานขา มเผา พนั ธขุ า มวฒั นธรรมเปน เวลาหลายศตวรรษทาํ ใหคนใตม ีรปู โฉม
ไมเ ปน อยางเดยี วกนั เหมอื นทางเหนือหรอื อสี านแตจ ะมหี นาตาผิดแผกแตกตางกนั หลาย
แบบ คือ ผิวคลาํ้ คมสนั ก็มขี าวคอนไปทางจีนกม็ ีตาคมผมดกแบบแขกกม็ ี รปู รางสนั ทดั
แบบคนไทยท่ัวไปในภาคกลางกม็ ากที่มีเคาอารยนั แบบจมูกโดง ตาโตก็มแี มจะไมมาก
เหมอื นลกั ษณะอ่ืน ๆ ขางตน และทา ยทสี่ ุดผมหยกิ ผวิ คลํ้ารา งเล็กคลา ยเงาะหรือเซมัง
ซาไกก็มี แตท ีน่ า สนใจก็ คอื ดวยกาลเวลาแหง ความสมั พันธอันยาวนานภายใตการ
ปกครองของไทยรมเงาของวัฒนธรรมไทยศาสนาพทุ ธวิถชี วี ิตของคนทาํ นาทําไร
และดว ยระบบการศกึ ษาสมยั ใหมท มี่ ภี าษาไทยเปน สอ่ื บรรดาคนทม่ี รี ปู รา งหนา ตาหลากหลายเหลา นี้
จงึ พดู ภาษาไทยนบั ถอื พทุ ธ (หรอื อสิ ลาม) และมวี ถิ ชี วี ติ โดยรวมอยา งไทยๆ เปน สว นใหญ
ดว ยความหลากหลายและม่งั คง่ั ทางวัฒนธรรม ดว ยธรรมชาตแิ วดลอ มอนั มที ้งั
ทะเลและแผนดนิ ที่มีทรพั ยากรธรรมชาติอดุ มสมบูรณ คนใตจึงมพี ัฒนาการทางปญญามา
ยาวนาน มปี ระสบการณส ่ังสมในการปรบั ตัวกับธรรมชาติแวดลอมท่ีผดิ แผกไปจากภาค
อ่ืน ๆ โดยเฉพาะในเรือ่ งปจจัยส่แี ตขณะเดียวกนั กม็ ีพุทธศาสนาเปนหลกั ยึดเหนยี่ วทาง
จิตใจและเปนขมปญ ญาไขไปสคู วามเขา ใจโลกเขา ใจชีวติ เหมอื นชาวพุทธทว่ั แผน ดนิ คนใต
จึงมีวัฒนธรรมและมภี มู ิปญญาทีเ่ ปน แบบฉบบั ของใตเองสวนหน่งึ และสอดคลอ
คลายคลึงกบั คนไทยในภูมภิ าคอ่นื สวนหน่ึงอยางไรก็ตามชวี ิตคนใตม ีลกั ษณะขัดแยง อยูใน
ตวั เองทง้ั ทางความคดิ คานยิ ม และการแสดงออกโดยทวั่ ไปอยไู มนอย เชน เมอื งใหญที่
เคยเปนศนู ยกลางของภาคใตมานานอยา งนครศรีธรรมราช เปนแหลง ที่ชาวเมอื งเล่อื มใส
ศรทั ธาในพระพุทธศาสนามากจนเรยี กไดวา เปน “เมอื งพระ” แตขณะเดยี วกนั ก็เปน เมือง
ทีม่ อี าชญากรรมมากทสี่ ุดแหงหนง่ึ ในประเทศภาคใตโ ดยรวมมีความอดุ มสมบรู ณค นมีกิน
มใี ชแตค วามยากจนกม็ ไี มน อยไปกวา ภาคอื่นเพียงแตค นใตไมยอมรบั วา ตัวเองจนทั้งท่ีบาง
คนแทบไมม อี ะไรเลยคนใตเปน คนใจใหญใ จนักเลงโอบออ มอารี แตข ณะเดยี วกนั ก็เปนคน
ไมยอมเสยี เปรียบใครงาย ๆ คนใตสว นใหญค ลอ งแคลวในการคบหาสมาคมทง้ั ในหมู
พวกเดียวกันและเพือ่ น แตการยอมรับใครเขาเปน พวกและการใหค วามไวว างใจใครเปน
ไปไดยากกวา คนภาคอื่น ๆ คนใตจํานวนมใิ ชน อยมฐี านะทางเศรษฐกจิ ดี แตภูมฐิ านบา น
ชอ งจะไมห รูหราโออ าเหมือนในภาคกลางและภาคเหนอื อยา งธรรมดาๆ ขา วของเคร่อื ง
ใชด ี ๆ แพง ๆ จะไมแ สดงใหเห็น นยิ มเกบ็ งําปกปดไว ดงั น้เี ปน ตน
ลักษณะเชนนีน้ า ศกึ ษาวจิ ัยในทางจติ วทิ ยาและสังคมวิทยาหรือจะมภี มู ิปญ ญามี
ประสบการณช ีวิต หลอหลอมบมเพาะใหเ ปนเชน นัน้ ก็เปน ไดส ิ่งเหลา น้ีควรแกก ารศกึ ษ
ของผใู ฝร ูต อ ไปประเด็นอันเปน ที่ยอมรบั กนั ทว่ั ไปก็ คือ การทําความเขาใจวฒั นธรรมภาค
ใตแ ละเขา ใจจิตใจคนใตเ ปนเร่ืองทีไ่ มง า ยในทาํ นองเดียวกับการแกป ญ หาและการพฒั นา
ในบรบิ ทอนั ซบั ซอ นของสังคมและวัฒนธรรมภาคใตก ็เปนเร่ืองไมง า ยเชน เดียวกัน การ
ศกึ ษาคน ควาและทําความเขาใจภูมิปญญาและวฒั นธรรมภาคใตจึงเปนเรอ่ื งจําเปนและ
ทาทายมาก
ถงึ แมคนภาคใตจะมีประสบการณส ัง่ สมไวม าก โดยเฉพาะในการมคี วาม
สัมพนั ธกบั คนตางวฒั นธรรม แตคนใตก ็มีปญหาทงั้ เกาและใหมมากมาย เชน การขยาย
ตัวของเศรษฐกิจทนุ นยิ มและธรุ กจิ สมยั ใหม ทาํ ใหภ าคใตถ ูกขูดรีมีการลักลอบขนสนิ คา
หนีภาษีตามพรมแดนการคา ประเวณแี ละยาเสพติดในแหลง ทองเที่ยวเปนไปอยา งคับคงั่
การฉอฉล เอารดั เอาเปรยี บ และชิงไหวชิงพริบกนั ระหวา งพอ คามมี าก ชองวางระหวาง
คนมัง่ มจี ํานวนนอ ยกบั คนจนจํานวนมากก็มีมากเหมอื นภาคอื่น ๆ และทส่ี ําคญั คอื ความ
เสื่อมโทรมของระบบนิเวศท้ังบนดนิ ในนํ้า และในทะลําอนั เปนผลสบื เนื่องจากการทํา
เหมืองแรซงึ่ ทาํ ลายความโอชะของหนา ดนิ ไปมาก การทําลายปา และปลูกทดแทนดว ยพชื
เศรษฐกจิ คอื ยางพารา การประมงชายฝง ทีม่ ีปลาใหจ บั นอยลงการทําลายความหลาก
หลายทางชีวภาพเขตรอ นช้นื และการพบกนั อยางผวิ เผินของวัฒนธรรมตา ง ๆ
ที่มากับการทองเท่ียวทกุ อยางลวนสรา งปญหาตา ง ๆ เชือ่ มโยงกนั และภาคใตก ็ไดรับการ
ครอบงําดว ยอํานาจรฐั ไทยยคุ พฒั นาไดร ับอิทธพิ ลกระแสความคิดความรแู ละเทคโนโลยี
สมยั ใหม เชนเดียวกับสงั คมไทยโดยทว่ั ไปภมู ปิ ญ ญาและปรีชาชาญสัง่ สมของภาคใตจงึ ถูก
ละเลยและถกู ลืม ไมแ ตกตา งจากในภมู ิภาคอน่ื
ลักษณะทางภูมิศาสตร์
ของภาคใต้
ลักษณะภูมิประเทศของภาคใต้แตกต่างจากภูมิประเทศของภาคอืน ๆ ทกุ ภาค
คือมีลักษณะเปนแผน่ ดินต่อเนืองจากภาคกลาง โดยยนื เปนแหลมทอดตัวจากเหนือลงสู่
ใต้จนเขา้ ไปเปนสว่ นหนึงของคาบสมุทรมลายู (Malay Peninsula) มีทะเลอยูท่ ังสองขา้ ง
ของแหลม
คือ ทะเลอันดามันอันเปนสว่ นหนึงของมหาสมุทรอินเดีย และอ่าวไทย อันเปนสว่ นหนึง
ของมหาสมุทรแปซฟิ ก จึงกล่าวได้ว่าภาคใต้ของไทย ตังอยูร่ ะหว่างมหาสมุทรอันยงิ ใหญ่
สองมหาสมุทร และเปนเสน้ ทางติดต่อสญั จรทางทะเลของชนชาติต่าง ๆ ทังใกล้ไกลมา
เปนเวลาชา้ นานหลายพนั ป ขณะเดียวกันก็เปนผืนแผน่ ดินทีติดต่อเชอื มกับแผน่ ดินใหญ่
ของอุษาคเนย์ ทีเรยี กขานกันในภูมิภาคนีว่า “สวุ รรณภูมิ
ทําเลทีตังของภาคใต้ดังกล่าวอยูใ่ กล้เสน้ ศูนยส์ ตู ร จึงมีภูมิอากาศยอ้ นขนึ กว่า
ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน ทังนีเพราะได้รบั อิทธพิ ลลมมรสมุ ทังทีพดั เฉยี งใน
แนวตะวันตกเฉยี งใต้และตะวันออกเฉยี งเหนือ ซงึ เมือผา่ นทะเลสองด้านก็หอบเอาฝนมา
ตกทังไปและกลับทัวภาคใต้จึงมีฤดฝู นยาวนานกว่าภาคอืน โดยจะมีฝนตกประมาณห้า
ถึงหกเดือนในรอบป จังหวัดทีมีฝนตกมากทีสดุ ในประเทศไทยอยูใ่ นภาคใต้ คือจังหวัด
ระนอง ภูมิประเทศของภาคใต้เปนปาเขาเขตรอ้ นชนื เปนสว่ นใหญ่ แต่มีทีราบชายฝงที
ค่อนขา้ งกว้างและยาวทางฝงทะเลอ่าวไทย ได้แก่บรเิ วณสว่ นหนึงของสรุ าษฎรธ์ านี
ตลอดลงไปผา่ น นครศรธี รรมราช พทั ลงุ สงขลา จนถึงปตตานี มีแมน่ าลําคลองสนั ๆ
จํานวนมากไหลจากเทือกเขานครศรธี รรมราชลงสอู่ ่าวไทย พดั พาเอาตะกอนจากทีสงู ลง
ไปสทู่ ีราบชายทะเลจนทําให้เกิดเปนแนวปาชายเลนเปนชว่ ง ๆ ลักษณะภูมิประเทศเชน่
นีเหมาะสมสาํ หรบั สตั ว์นานานาชนิด
จะใชเ้ ปนแหล่งเพาะพนั ธุต์ ามธรรมชาติ ทีราบชายฝงทีกว้างขวางมากพอทีจะทํา
เกษตรกรรมขนาดใหญส่ าํ หรบั เลียงประชากรได้มาก ได้แก่พนื ทีต่อเนืองกันระหว่าง
จังหวัดนครศรธี รรมราช พทั ลงุ สงขลา ตลอดลงไปถึงบางสว่ นของปตตานี บรเิ วณทีทํา
เกษตรกรรมได้นียงั แบง่ ออกได้ เปนบรเิ วณทําไรท่ ํานากับบรเิ วณทําสวนยาง สวนผลไม้
และสมุนไพร นานาชนิด ซงึ พนื ทีอยา่ งหลังนีจะอยูต่ ามชายเขา ไหล่เขา และในหุบเขา ที
มีสายนาหล่อเลียง นอกเหนือจากนาฝนทีมีมากพอเพยี งเกือบตลอดป
ลักษณะพเิ ศษเฉพาะของภาคใต้ทีโดดเด่นคือ สนั ทราย (sand Gune) ซงึ เปนผล
ของการทีมีทรายมาทับถมกันจนเปนทีดอนแนวยาวนาไมท่ ่วมแต่มีนาใต้ดินที
สามารถขุดเปนบอ่ และเจาะนาจืดสนิทมาใหม่ โดยสะดวกตลอดแนวสนั ทราย
พนื ทีเชน่ นีได้เปนทีตังเมืองและแหะชุมชนถาวรมาแต่โบราณกาล อันได้แก่
ไชยา นครศรธี รรมราช และ สทิงพระ เปนต้น แม้บรเิ วณเชน่ นีมิได้มีพนื ทีมาก
เมือเทียบกับทีราบ และปาเขาแต่มีความสาํ คัญในขอ้ ทีว่าเปนทีเหมาะสมแก่การ
ตังชุมชนและตังบา้ นเมืองมาชา้ นานหลายศตวรรษ และปจจุบนั ก็ยงั มีชุมชน
และวัฒนธรรมต่อเนืองสบื สานกันมา จนได้กลายเปนศูนยก์ ลางอารยธรรมภาค
ใต้ของไทยทีมีความเกียวขอ้ งสมั พนั ธก์ ับชุมชนเมืองอืน ๆ ในภาคกลางของ
ประเทศและต่างประเทศตลอดมาเปนเวลาอันยาวนาน ณ ทําเลทีตังของชุมชน
เมืองเชน่ นี ประชาชนในเขตเมืองได้อาศัยขา้ วจากทีราบ ชายฝง ได้อาศัยไม้ ผล
ไม้ และพชื ผักสด ๆ จากปาเขาทีอยูล่ ึกเขา้ ไปและได้อาศัยทําเลอันเหมาะสมนี
สญั จรไปมาหาสคู่ ้าขายกับคนต่างสงั คมต่างวัฒนธรรมได้สะดวกทังใกล้และไกล
ทรพั ยากรของภาคใต้นอกเหนือจากขา้ ว (ทีเพาะปลกู ได้ดีก็จรงิ
แต่มีพนื ทีจํากัดเมือเทียบกับภาคกลาง) ได้แก่ สนิ แรด่ ีบุกและวุลแฟรม ยางพารา
ผลไม้ คือ ทเุ รยี น มังคดุ ลางสาด และอืน ๆ ปาไม้ มะพรา้ ว กาแฟ สมุนไพร และ
ประมงทะเล ทรพั ยากรอันมีอยู่ หลากหลายนีทําให้ภาคใต้มีเศรษฐกิจทีดํารงอยู่
ได้ค่อนขา้ งดีเมือเปรยี บกับภาคอีสาน อาหารและปจจัยพนื ฐานอืน ๆ ของการ
ยงั ชพี มีอยูค่ ่อนขา้ งพรอ้ มมูล อยา่ งไรก็ตาม โดยเหตทุ ีมีการทําเหมืองแรอ่ ยา่ งต่อ
เนืองมาเปนเวลากว่าศตวรรษ และมีการขยายพนื ทีทําเหมืองแรม่ ากขนึ ในชว่ งห้า
สบิ ปมานี ทําให้เกิดการพงั ทลายของดินจนเสอื มสภาพและหมดความโอชะตาม
ธรรมชาติไปอยา่ งมาก อีกทังปาไม้ก็ถกู แผ้วถางเพอื ปลกู ยางพารา และพชื ผลอืน
ๆ นานาชนิด รวมถึงกาแฟและปาล์มนามัน ปาชายเลนก็ถกู หักรา้ งเปลียนเปนนา
ก้งุ นาขา้ วก็ถกู แปลงเปนนาก้งุ โดยสบู เอานาทะเล เขา้ ไปขงั ไว้ในนาเพอื เลียงก้งุ
ระบบนิเวศและดลุ ธรรมชาติของสงิ แวดล้อม ภาคใต้จึงเสอื มทรามลงอยา่ ง
รวดเรว็ ในพนื ทีทกุ ลักษณะ อนึง ในอดีต แม้ทีราบชายฝงอันกว้างใหญข่ องภาคใต้
ฝงอ่าวไทย โดยเฉพาะล่มุ นา - นัง จะเคยเปนอู่ขา้ วอู่นาเลียงภาคใต้สว่ นหนึงก็จรงิ
แต่ก็ไมเ่ พยี งพอแก่ความต้องการของประชากร ซงึ แท้ทีจรงิ ก็มีจํานวนไมม่ าก
อยา่ งภาคกลาง และภาคอีสาน ภาคใต้จึงต้องซอื ขา้ วจากภาคกลางไว้บรโิ ภค
ตลอดมา ทางฝง ทะเลตะวันตก คนภูเก็ต พงั งา ตะกัวปา ระนอง ก็ซอื ขา้ วจาก
พมา่ ทีบรรทกุ เรอื มาขาย ซงึ สะดวกกว่าการขนสง่ จากภาคกลางหรอื จาก
นครศรธี รรมราช การติดต่อสมั พนั ธก์ ับสว่ นอืน ๆ ของประเทศไทยและประเทศ
ใกล้เคียงนับแต่ในยุคก่อนประวัติศาสตรน์ ัน มีหลักฐานรอ่ งรอยชใี ห้เห็นว่ามีการ
เดินทางตามแนวสนั เขาทีพาดผา่ นซกี ตะวันตกของภาคเหนือและภาคกลาง
และอาศัยทีราบชายฝงทะเลบางตอนและทางเดินตามสนั เขาทางภาคใต้ ทําให้
การเคลือนยา้ ยของมนุษยก์ ระทําได้อยา่ งต่อเนืองแบบค่อยเปนค่อยไป แม้ระยะ
ทางจะค่อนขา้ งไกลก็ตาม อีกทังการสญั จรทางนาเลียบฝงทะเลก็กระทําได้
สะดวก แม้ว่าเทคโนโลยกี ารเดินเรอื จะเปนอยา่ งหยาบ ๆ ง่าย ๆ เพราะตลอด
ชายฝงอ่าวไทยเปนทะเลนาตืนเปนสว่ นใหญ่ การเคลือนยา้ ยแบบค่อยเปนค่อย
ไปหลายชวั คนเพอื หาทีทํากินทีเหมาะสมก็ดี การยา้ ยครวั ด้วยการกวาดต้อน
เชลยจากแคว้นหนึงไปเปนของอีกแคว้นหนึงอันเปนจารตี การทําสงครามก็ดี และ
ด้วยเหตผุ ลอืนของมนุษยก์ ็ดี ยอ่ มทําได้โดยสะดวกสดู่ ินแดนภาคใต้ของไทย ไม่
แตกต่างจากการสญั จรในภาคกลางหรอื ภาคอืน ๆ กลับจะสะดวกกว่าเสยี อีก แม้
จะใชเ้ วลานานกว่า ด้วยเหตนุ ี อิทธพิ ลทางเศรษฐกิจและการเมืองจากแว่นแคว้น
สวุ รรณภูมิสว่ นบนจึงแผล่ งไปทางใต้ได้ และในทางกลับกัน การแลกเปลียนทัง
ทางการค้ารวมทังการศาสนาและวัฒนธรรมจากภาคใต้ขนึ มาสดู่ ินแดนตอนใน
ของบรเิ วณประเทศไทยมีต่อเนืองมาหลายศตวรรษ บางครงั ก็ผา่ นเขา้ มาจาก
อินเดียตอนใต้และลังกาสนู่ ครศรธี รรมราช แล้วจึงเขา้ มาสลู่ ่มุ นาเจ้าพระ สโุ ขทัย
เปนลําดับ ภาคใต้ของไทยจึงมีทังสภาพภูมิศาสตร์ พฒั นาการทางสงั คม
เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม เชอื มโยงเปนไทยตลอดมา
อนึง ดังได้กล่าวแล้วว่าทําเลทีตังของภาคใต้อยูร่ ะหว่างทะเลในทังสองซกี
รวมทังการติดต่อภาคพนื ดินก็กระทําได้อยา่ งต่อเนือง ลักษณะพเิ ศษสาํ คัญอีก
ประการหนึงของภาคใต้จึงได้แก่ การทีดินแดนภาคใต้กลายเปนแหล่งติดต่อ
ค้าขายและแลกเปลียนวัฒนธรรมขา้ มนาขา้ มทะเลระหว่างคนต่างเผา่ พนั ธุแ์ ละ
ต่างภาษาวัฒนธรรมเปนอันมาก นอกเหนือจากความสมั พนั ธก์ ับชุมชนแว่น
แคว้นสวุ รรณภูมิแล้วคนจากอารยธรรมใหญอ่ ยา่ งจีน อินเดีย อาหรบั แม้กระทัง
ยุโรป และ ใกล้เคียงอยา่ งชวา พมา่ รามัญ หรอื เขมรเจนละ ก็ได้ไปมาหาสู่ ไม่
เพยี งแค่ด้านการค้าและวัฒนธรรมเท่านัน แม้แต่การแต่งงานระหว่างคนต่าง
ภาษาต่างชาติพนั ธุก์ ็มีอยูม่ ากตลอดมา รูปรา่ งหน้าตาคนไทย ภาคใต้จึงมีทกุ อยา่ ง
คือ ไทย จีน มลายู แขกสงิ หล และอืน ๆ เปนต้น ในสาระสาํ คัญการผสมกลมกลืน
ทางชาติพนั ธุแ์ ละวัฒนธรรม ทําให้คนใต้เปนคนคล่องแคล่วในการติดต่อกับคน
แปลกหน้า ขณะเดียวกันก็ไมค่ ่อยไว้ใจใครง่าย ๆ ไว้ตัวจะเลือกรบั เลือกชอบ
เลือกรกั ษาสงิ ทีตนพอใจว่าดีสาํ หรบั ตน เพราะมีประสบการณส์ งั สมทีค้นุ เคยกับ
ความหลากหลายและมีภูมิค้มุ กันอยูร่ ะดับหนึง
วฒั นธรรมไทย
วัฒนธรรมไทย คือ วิถีชวี ิตความเปนอยูข่ องคนไทยทีอยูร่ ว่ มกัน
ได้ด้วยการสอื ความหมาย ใชช้ วี ิตประกอบกิจกรรมและสร้างสรรค์สงิ ต่าง ๆ
ด้วยลักษณะไทยๆ เปนผลรวมของการสงั สมประสบการณ์ ความรู้ ความ
สามารถ ภูมิธรรม และภูมิปญญาของบรรพบุรุษไทย ซงึ ถ่ายทอดสบื ต่อกัน
มา ชว่ ยให้ชาวไทย ในแต่ละสงั คมนัน อยูร่ อดมีความเจรญิ สบื มาและมี
ความเปนอยู่ วัฒนธรรมไทยมีความหลากหลายและมีลักษณะโดดเด่นที
แตกต่างกันตามแต่ละภาค ภาคกลางเปนดินแดนแหง่ อารยธรรมทีสบื เนือง
มาตังแต่สมัยทวารวดีเปนอารยธรรมเก่าแก่ มีประชากรหลายเชอื ชาติเผา่
พนั ธุ์ ก่อให้เกิดงานศิลปผสมผสานทีงดงามตามวัดวาอารามต่างๆ เปน
มรดกของประเทศสบื ทอดมาถึงลกู หลานในปจจุบนั และบางแหง่ ทรง
คณุ ค่าจนได้รบั การยกยอ่ งให้เปนมรดกของโลกทีต้องรกั ษาไว้ชนื ชมรว่ มกัน
ตราบนานเท่านาน เชน่ จังหวัดพระนครศรอี ยุธยาเปนมรดกโลก พนื ทีสว่ น
ใหญข่ องภาคกลางเปนทีราบล่มุ กว้างใหญ่ มีแมน่ าสาํ คัญหลายสายไหล
ผา่ นคือแมน่ าเจ้าพระยา มีความอุดมสมบูรณเ์ ปนอู่ขา้ วอูนาของประเทศ
ประชากรสว่ นใหญป่ ระกอบอาชพี เกษตรกรรม อันเปนเอกลักษณท์ ี
โดดเด่น นอกจากนีวัฒนธรรมตามภาค ต่างๆ นันมีลักษณะเฉพาะตน
ซงึ ขนึ อยูก่ ับลักษณะ ภูมิประเทศ ลักษณะของภูมิอากาศ ทีสง่ ผลถึงวิถีชวี ิต
วัฒนธรรมประเพณี ต่อภาคนันๆ
วฒั นธรรมของ
ภาคใต้
ภาคใต้ ประกอบด้วย 14 จังหวัด โดยมี 13 จังหวัดมีเขตติดต่อกับทะเล
ลักษณะภูมิประเทศ ประกอบด้วยพนื ทีราบ ปาไม้ ภูเขา หาดทราย นาตก ถา
ทะเลสาบและกล่มุ เกาะในท้องทะเลทังสองฝง สภาพอากาศค่อนขา้ งร้อน
มีฝนตกชุกตลอดทังป เนืองจากได้รบั อิทธพิ ลของลมมรสมุ ดังนันภาคใต้ จึงมี
เพยี ง 2 ฤดู คือ ฤดฝู นกับฤดรู อ้ น ภาคใต้มีความสมั พนั ธก์ ับประเทศในเอเชยี
อาคเนยม์ าโดยตลอด การค้า ขายกับจีนมีมาตังแต่พทุ ธศตวรรษที 5 จนถึง
16 ทําให้ศิลปวัฒนธรรมได้รบั อิทธพิ ลจากจีนผสมผสานเขา้ มา ในกลางพทุ ธ
ศตวรรษที 10 - 12 มีการติดต่อกับอินเดีย มีการเผยแพรศ่ าสนาพราหมณ์
และพทุ ธ ซงึ ก่อให้เกิดอิทธพิ ลทางด้านศิลปวัฒนธรรม รวมทัง วรรณคดี
ความเชอื ประเพณี และกฎหมาย ในพทุ ธศตวรรษที 12 - 15 มีการค้าเครอื ง
เทศกับชาวเปอรเ์ ซยี และชาวอาหรบั ซงึ ได้นําศาสนาอิสลามมาสเู่ กาะ
สมุ าตรา จากนัน ได้ขยายสแู่ หลมมลายูถึงประเทศไทยตอนใต้ ทําให้ชาวพนื
เมืองภาคใต้สว่ นหนึงนับถือศาสนาอิสลาม นอกจากชาวไทยพทุ ธและชาว
ไทยมุสลิม ยงั มีชาวพนื เมืองเรยี กว่า “ชาวเลหรอื ชาวนา” ซงึ มีสผี ิวคลา
รา่ งกายแขง็ แรง นิสยั รกั สงบ นับถือภูตผีปศาจ มีประเพณบี วงสรวง
บรรพบุรุษและเจ้าเกาะ สาํ หรบั ชาวซาไกก็เปนชนพนื เมืองอีกเผา่ หนึงที
อาศัยทางภาคใต้ ผิวพรรณและรูปรา่ งคล้ายคลึงชาวเล แต่อาศัยอยูต่ ามปา
เขา มีอาชพี หาของปา
อาหารภาคใต้
ภาคใต้ เปนภูมิภาคทีติดชายฝงทะเลทัง 2 ฝงคือ ฝงอ่าวไทยและฝง
อันดามัน ประชาชนสว่ นใหญจ่ ึงมี อาชพี ทีเกียวขอ้ งกับการทําประมงและ
ออกทะเล อาหารสว่ นใหญจ่ ึงมีวัตถดุ ิบทีมาจากทะเล ในสมัยก่อนนัน
ภาคใต้ถือเปนศูนยก์ ลางการเดินเรอื ของชาวอินเดีย จีนและชวา จึงทําให้ได้
รบั อิทธพิ ลสง่ ผลถึงวัฒนธรรมการกินทีมีเครอื งเทศมาเปนสว่ นทีใชใ้ นการ
ปรุงอาหาร ซงึ เปนการผสมผสานวัฒนธรรมการปรุงอาหาร จากการ
ผสมผสานดังกล่าวทําให้อาหารของภาคใต้นันมีรสชาติทีเขม้ ขน้
มีรสเผ็ดรอ้ นกว่าภาคอืน ๆ ทังภาคใต้ยงั มีฤดกู าลทีต่างจากภาคอืน ๆ คือ
มีฝนตกชุกจนตลอดทังปได้ชอื ว่า “ฝน 8 แดด 4” อาหารทีเผ็ดรอ้ นก็จะ
สามารถชว่ ยให้รา่ งกายอบอุ่น ปองกันการเจ็บปวยได้อีกด้วย
คนภาคใต้สว่ นใหญจ่ ะรบั ประทานขา้ วเจ้าเปนหลัก ในสว่ นของเครอื งเทศ
นันจะมีรสชาติทีแตกต่างกันออกไป เชน่ รสเผ็ดรอ้ นจะได้จากพริกขหี นูสด
หรอื แห้ง พรกิ ไทย รสเค็มได้จากกะป เกลือ รสเปรยี วได้จาก ตะลิงปลิง
มะขามเปยก เปนต้น
วัตถดุ ิบหลักสาํ คัญสว่ นใหญข่ องอาหารใต้จะเปนปลาและอาหารทะเล ดัง
นันแต่ละบา้ นจึงจําเปนต้องมีเครอื งเทศทีไว้สาํ หรบั ดับกลิน คาว คือ ขมิน
กับเม็ดเกลือ ซงึ จะเปนทีสงั เกตได้ว่าอาหารใต้สว่ นใหญจ่ ะมีสอี อกเหลือง ๆ
เชน่ คัวกลิง แกงไต ปลา แกงเหลือง ปลาทอดขมิน เปนต้น ในการรบั
ประทานอาหารใต้จะมีเครอื งเคียงทีเรยี กว่า ผักเหนาะซงึ คือ ผักสดกระจาด
ใหญเ่ พอื ไว้ทานค่กู ัน ซงึ สามารถลดความเผ็ดรอ้ นได้ดี
อีกทังยงั มีสมุนไพรหลากหลายชนิดทีเปน ทีนิยมทานเพอื เปนการรกั ษา
โรคบาํ รุงรา่ งกายได้ดี เชน่ สะตอ ใบเหลียง ลกู เนียง ยอดจิก เปนต้น แต่ละ
จังหวัดของภาคใต้ก็จะมีวัฒนธรรมการกินทีแตกต่างกันออกไป ดังเชน่
จังหวัดแถบระนอง ภูเก็ต นครศรธี รรมราชจะนิยมรบั ประทานขนมจีน
นายาเปนอาหารเชา้ โดยมีการแนมกับผักเหนาะ แต่ถ้าเปนจังหวัด แถบ
ยะลาและปตตานีจะนิยมทานขา้ วยาํ ทีราดด้วยนาบูดู แต่ถ้าภูเก็ตจะเปน
ขา้ วยาํ แบบคลกุ ไมใสนาบูดู การทํานาบูดนู ันถือเปนการถนอมอาหารอยา่ ง
หนึงเพราะเปนการใชป้ ลาตัวเล็ก ๆ ทีได้จากการหาปลาแล้ว นํามาหมัก
เคียวปรุงรสให้มีรสชาติเค็ม หวาน ซงึ ถือเปนอีกหนึงเมนูทีได้รบั ความนิยม
เมนูอาหารของภาคใต้ที เปนทีนิยมมีความหลากหลายอยา่ งมากแต่ทีเปนที
นิยมมากทีสดุ คือแกงไตปลา ต้มสม้ คัวกลิง
สรุป
ภาคใต้ วัฒนธรรมและวิถีชวี ิตของผู้คนในภูมิภาคนีมีความหลาก
หลายทังในด้านความเชอื ทางศาสนา มีการนับถือศาสนาทังพทุ ธและอิสลาม
ในสว่ นของชาติพนั ธุม์ ีการอยูร่ ว่ มกันทังชาวไทยพทุ ธ ไทยมุสลิม จีน จีน-
มลายู(ยะหยา) และชาวเล การแต่งกายก็แตกต่างกันตามเอกลักษณท์ ีบง่ บอก
เฉพาะกล่มุ มีประเพณี "สารทเดือนสบิ " ซงึ แสดงออกถึงความเคารพและ
กตัญ ูต่อบรรพบุรุษ ทังยงั มีประเพณแี ละเทศกาลสาํ คัญอยา่ งประเพณี
ชกั พระ การแหผ่ ้าขนึ พระธาตุ การแขง่ เรอื เทศกาลกินเจ วันฮารรี ายอหรือวัน
อีฎิลฟตรนี อกจากนีภาคใต้เปนแหล่งรวมศิลปะการแสดงและการเล่นพนื บา้ น
ทีมีความสนุกสนานคึกคักเรา้ ใจ เชน่ การแสดงหนังตะลงุ มในราห์ ลิเกฮูลู
รองเง็ง การแขง่ ขนั นกเขาชวาเปนต้น สว่ นอาหารการกินพนื ถินภาคใต้นันจะ
มีเอกลักษณใ์ นเรอื งของรสชาติทีจัดจ้านและเผ็ดรอ้ น เชน่ แกงเหลือง ขา้ วยาํ
แกงไตปลา ผัดสะตอ การประกอบอาชพี นิยมปลกู ยางพารา ปลกู ปาล์ม ทํา
ประมง ทําสวนผลไม้ เชน่ เงาะ ทเุ รยี น มังคดุ และลองกองด้วยความแตกต่าง
ทางชาติพนั ธุ์ ความเชอื ศาสนา และวัฒนธรรมในแต่ละพนื ทีของภาคใต้
เสมือนเปนการสรา้ งมนตรเ์ สนห์ในวิถีการดําเนินชวี ิตทีเต็มไปด้วยความหลาก
หลายทีผนวกเขา้ กันได้อยา่ งแนบแนน่ รวมทังความเขม้ แขง็ ของวัฒนธรรม
ท้องถินทีก่อให้เกิดเปนอัตลักษณข์ องผู้คนในภูมิภาคนี