การละเล่นพื้นบ้านไทย จัดทำ โดย นางสาวณัฐพร จันทร์ส่องแสง การศึกษาชั้นปีที่4/10 เลขที่ 23
คำ นำ รายงาน เรื่อง การละเล่นพื้นบ้านนของไทยเล่มนี้ คณะผู้จัดทำ ได้จัดทำ ขึ้น เพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการเรียนการสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้วิชา is ซึ่ง ประกอบไปด้วยเนื้อหาสำ คัญเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาและความสำ คัญของการ ละเล่นพื้นบ้านของไทย เป็นต้น คณะผู้จัดทำ จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่างานการศึกษาค้นคว้าเล่มนี้ จะเป็น ประโยชน์ต่อนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์หรือบุคคลทั่วไป ที่มีความสนใจในการ ศึกษาการละเล่นพื้นบ้านของไทย สามารถนาไปใช้เป็นเอกสารประกอบการเรียนรู้ และเผยแผ่ความรู้ที่ให้กับบุคคลอื่นๆได้อย่างถูกต้อง หากมีข้อบกพร่องประการใด คณะผู้จัดทาก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย
สารบัญ คำ นำ 2 หน้า สารบัญ ความเป็นมาของการละเล่นพื้นบ้านไทย 3 4 การละเล่น 15 6-14 อ้างอิง ความสำ คัญ คุณค่า และประโยชน์ของการละเล่นพื้นบ้านไทย 5
ความเป็นมาของการละเล่นพื้นบ้านไทย การเล่นของไทยมีมาตั้งแต่ในสมัยโบราณที่ไม่มีทราบชัดเจนว่าเมื่อไหรแต่การ สันนิษฐานกันตามประวัติศาสตร์และหลักฐานที่ปรากฏตามที่มีการจารึกกันไว้เท่านั้น ซึ่งปรากฏหลักฐานว่ามีมาแต่สมัยกรุงสุโขทัย จากข้อความในหลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำ แหง และหลักฐานที่ปรากฏในหนังสือ วรรณคดีและภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งมีการสืบทอดวิธีเล่นกันมาอย่างต่อเนื่อง และ ปรับให้เข้ากับแต่ละยุคสมัย โดยการเล่นของไทยได้สอดแทรกไปกับประเพณีและ วัฒนธรรมไทยในสมัยก่อน เพื่อให้เกิดความสนุกสนานบันเทิงควบคู่กันไปกับการทำ งาน ทั้งในชีวิตประจำ วันและเทศกาลงานบุญ ตามระยะเวลาแห่งฤดูกาล 4
ความสำ คัญ คุณค่า และประโยชน์ของการ ละเล่นพื้นบ้านไทย ทการละเล่นพื้นบ้านเป็นการเล่นที่สืบทอดกันมาแต่โบราณโดยเฉพาะเด็กๆ จะนิยมเล่นกันมาก เด็กสมัยก่อนจะเรียนรู้การละเล่นโดยไม่มีการเรียนการสอน การ ละเล่นพื้นบ้านไม่ว่าของภาคใดล้วนเป็นประโยชน์เพราะการละเล่นทำ ให้เด็กได้ เคลื่อนไหวได้ออกกำ ลังกายเกิดความคล่องแคล่วว่องไว ฝึกความอดทน ฝึกการเป็น ผู้นำ และผู้ตามที่ดีฝึกการสังเกตมีปฏิภาณไหวพริบ สร้างความสามัคคีในหมู่คณะ พร้องทั้งเกิดความสนุกสนานการละเล่นจึงถือว่าเป็นหัวใจสำ คัญของเด็ก ในปัจจุบัน โรงเรียนควรที่จะนำ เอาการละเล่นพื้นบ้านมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อ เป็นการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นมาเชื่อมโยงสู่การเรียนรู้โดยเฉพาะการละเล่นพื้นบ้าน ควรให้เยาวชนรุ่นหลังได้เรียนรู้และอนุรักษ์ไว้ซึ่งการละเล่นพื้นบ้านเป็นกิจกรรมรู้จัก ความยุติธรรม รู้จักการให้การรับและช่วยพัฒนากล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ให้เจริญเติบโต ผ่อนคลายความตึงเครียดการละเล่นของเด็กไทย 5
วิ่งเปี้ยว เป็นการละเล่นที่เหมาะสำ หรับเด็กวัยประถมขึ้นไป โดยใช้เสาปักหลัก กับ ผ้า 2 ผืน (คนละสีกัน) เป็นอุปกรณ์ มีวิธีการเล่น ดังนี้ 1.1) แบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ทีมเท่าๆ กัน อย่างน้อย 4 คน ยืนต่อแถวอยู่หลังเสาหลัก 1 เมตร 1.2) ผู้เล่นที่อยู่คนแรก จะถือผ้า และวิ่งไปอ้อมเสาหลักของอีกฝ่าย 1.3) ระหว่างวิ่งไปยังเสาหลักของอีกฝ่าย ต้องพยายามใช้ผ้าไล่ตีผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม 1.4) เมื่อผู้เล่นฝ่ายตรงข้ามสัมผัสผ้าที่ตีของอีกฝ่าย หรือผู้เล่นไม่สามารถส่งผ้าต่อให้กับ ทีมตัวเอง ก็ถือว่าแพ้ หยุดกา นอกจากนี้ หากผู้เล่นทำ เสาหลักตก ทำ ผ้าหลุดมือเอง ก็ถือว่าเกมสิ้นสุดลง กิจกรรม วิ่งเปี้ยวนี้ช่วยให้เด็กๆ คล่องแคล่ว รู้จักวางแผน และมีน้ำ ใจนักกีฬาช่วยเหลือเพื่อนที่ล้ม แข่งขัน 1.วิ่งเปรี้ยว. 6
กระโดดเชือก ใช้อุปกรณ์คือ เชือกกระโดด หรือ หนังยางนำ มาร้อยเป็นเชือกที่ มีความยืดหยุ่น มีวิธีการเล่น ดังนี้ 2.1) มีผู้เล่น 2 คน ถือเชือกคนละฝั่ง 2.2) ผู้เล่นคนอื่นๆ กระโดดข้ามเชือกที่แกว่งไปมา ตามลักษณะต่างๆ เช่น กระโดด ข้าม 10 ครั้ง แล้วผลัดให้คนอื่นมากระโดดต่อ หรือกระโดดพร้อมกัน 3 คน 2.3) หากเหยียบเชือก หรือสัมผัสเชือก หรือทำ ผิดกติกาที่กำ หนด ถือว่าเกมสิ้นสุด ลง ข้อควรระวังก็คือ การสะบัดเชือก ไม่ให้ฟาดกับศีรษะและร่างกายของเพื่อน จนอาจได้รับบาดเจ็บ รวมถึงควรผลัดกันแกว่งเชือกไปมา ป้องกันการเมื่อยล้า ประโยชน์ของการกระโดดเชือก คือการพัฒนาไหวพริบ 2. กระโดดเชือก 7
ขี่ม้าส่งเมือง เป็นการละเล่นไทย 4 ภาค ที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน แสดง ถึงวัฒนธรรมการปกครองในอดีต มีเจ้าเมือง ลูกเมือง เชลย ม้า โดยมีวิธีการเล่น ดังนี้ 3.1) แบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ทีม ตั้งคนเป็นเจ้าเมือง คนอื่นๆ ในทีมเป็นลูกเมือง ส่วน ใครที่ถูกจับได้ จะกลายเป็นเชลย มีวิธีเล่นดังนี้ 3.2) ผู้เล่นในทีมที่ 1 มากระซิบบอกชื่อผู้เล่นในทีมที่ 2 คนหนึ่งกับเจ้าเมือง 3.3) จากนั้นทีมที่ 2 ส่งตัวแทนออกมาหาเจ้าเมือง แล้วพูดชื่อผู้เล่นทีมตัวเองออกมา หากตรงกับชื่อที่ทีมที่ 1 บอกไว้เจ้าเมืองจะร้องว่า “โป้ง” 3.4) ผู้เล่นที่ถูกโป้งต้องตกเป็นเชลย และฝ่ายใดถูกจับเป็นเชลยหมดก่อน ก็ต้องแพ้ กลายเป็น “ม้า” ให้ฝ่ายชนะขี่หลังกลับไปส่งที่เมือง ความสนุกของเกมขี่ม้าส่งเมืองไม่ได้อยู่ที่การผลัดกันเป็นม้าอย่างเดียว ยังมี ประโยชน์ให้เด็กๆ ได้ฝึกความพร้อมเพรียง และการประสานงานในกลุ่ม รวมถึงการ ฝึกกำ ลังแขนขาที่แข็งแรง พร้อมกับการใช้ชีวิตด้านอื่นอีกด้วย 3. ขี่ม้าส่งเมือง 8
4. มอญซ่อนผ้า การละเล่นมอญซ่อนผ้า คาดว่ามีที่มาจากกลุ่มชาวมอญในจังหวัดกาญจนบุรี โดย การนำ ผ้าซ่อนไว้ข้างหลังผู้เล่นคนอื่น มีวิธีเล่นดังนี้ 4.1) มัดผ้าเป็นปมใหญ่ๆ เรียกว่า “ผ้าตี” หรือ “ผ้าตูม” ใช้จำ นวน 1 ใน 3 ของผู้เล่น หรือแล้วแต่จะตกลงกัน 4.2) จับไม้สั้นไม้ยาว หรือตกลงกันก่อนว่าใครจะเป็น “มอญ” ผู้มีหน้าที่ซ่อนผ้า 4.3) คนอื่นๆ นั่งล้อมวง ร้องเพลง “มอญซ่อนผ้า ตุ๊กตาอยู่ข้างหลัง ไว้โน่นไว้นี่ ฉันจะตี ก้นเธอ” และคนที่เป็นมอญถือผ้าไว้ในมือ เดินวนอยู่นอกวง ระหว่างที่เพื่อนๆ ร้องเพลง คนที่เป็นมอญ วางผ้าไว้ด้านหลังของใครก็ได้ 4.4) ใครรู้ตัวว่ามีผ้าอยู่ด้านหลัง ก็จะวิ่งไล่ตีมอญ 1 รอบ มอญต้องวิ่งหนีกลับมานั่งที่ เดิม แต่ถ้ามอญโดนผ้า ก็ต้องกลับไปเป็นผู้วิ่งอีก 1 รอบ มอญซ่อนผ้ามีประโยชน์ต่อตัวผู้เล่น ให้เป็นผู้มีไหวพริบ สังเกตเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รอบๆ ตัว และเป็นคนคล่องแคล่ว 9
5. รีรีข้าวสาร รีรีข้าวสาร เป็นการละเล่นไทยแบบดั้งเดิมที่น่าจดจำ โดยผู้เล่นสองคน ประสานมือไว้เหนือศีรษะ คล้องตัวผู้เล่นคนอื่นๆ มีวิธีเล่นดังนี้ 5.1) ตกลงกันว่าใครจะเป็นประตู ใช้ 2 คน คนอื่นๆ ต่อแถวกันรอดประตู 5.2) ระหว่างเดิน ประตูจะเป็นผู้ร้องเพลง “รีรีข้าวสาร สองทะนานข้าวเปลือก เลือกท้องใบลาน เก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน คดข้าวใส่จาน พานเอาคนข้างหลังไว้ให้ดี” 5.3) ผู้เล่นที่ถูกคล้องตัวไว้ ก็จะถูกลงโทษ หรือถูกให้มาเป็นประตูประโยชน์ของการ ละเล่นรีรีข้าวสาร เพิ่มความสนุกสนาน เล่นได้ตั้งแต่เด็กเล็กๆ ช่วยให้เพลิดเพลิน จิตใจแจ่มใส รู้จักการทำ งานเป็นกลุ่มและมีไหวพริบแทน 10
6. ตี่จับ ตี่จับ เป็นการละเล่นที่มีมาแต่โบราณ เคยนิยมเล่นในการเทศกาลประจำ ปี มีวิธีการ เล่นดังนี้ 6.1) แบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ทีมเท่าๆ กัน 6.2) ฝ่ายที่เป็นตี่ก่อน เลือกผู้เล่น 1 คน เพื่อเข้าไปตี่ คนที่ตี่จะต้องทำ เสียง “ตี่” หรือ “หึ่ม” ตลอดเวลาที่เข้าไปวิ่งจับตัวฝ่ายตรงข้าม ถ้าระหว่างทำ เสียงตี่หยุดลง ต้องตกเป็น เชลยของฝ่ายตรงข้าม 6.3) ฝ่ายตรงข้ามต้องคอยพยายามรั้งตัวคนที่เป็นตี่ ไม่ให้กลับเข้าฝ่ายแดนของตัวเอง 6.4) เมื่อมีฝ่ายของตนเป็นเชลย ผู้เป็นตี่คนต่อไปต้องคอยพาตัวตี่คนเดิมกลับมา ผู้เล่น ฝ่ายตรงข้ามต้องกันตัว และพยายามดึงตี่มาเป็นเชลยเพิ่ม จนกว่าตี่จะหมดทั้งทีม 6.5) เล่นจนกว่าจะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหมดตัวผู้เล่นก่อน ฝ่ายชนะจะสั่งให้ผู้แพ้ทำ อะไรก็ได้ ประโยชน์ของการเล่นตี่จับ ช่วยในการวางแผนและออกกำ ลัง ให้ผู้เล่นมีความ สามัคคี 11
งูกินหาง เป็นการละเล่นไทยที่เลียนแบบการเคลื่อนไหวและธรรมชาติของงู โดย แบ่งผู้เล่นออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งแม่งูจะปกป้องลูกงู มีวิธีการเล่นดังนี้ 7.1) จับไม้สั้นไม้ยาว หรือตกลงกันว่า ใครจะเป็นพ่องู กับแม่งู คนที่เหลือต่อแถวแม่งู เป็นลูกงู 7.2) พ่องูและแม่งูหันหน้าเข้าหากัน ร้องเพลงโต้ตอบกัน เมื่อเพลงจบ แม่งูต้องวิ่งพา ลูกงูหนี 7.3) พ่องูวิ่งไล่จับลูกงูทีละคน ประโยชน์ของการละเล่นงูกินหาง สร้างความสนุกสนาน และฝึกความสามัคคีให้ กับเด็กๆ ตั้งแต่วัยเยาว์ 7. งูกินหาง 12
8. เดินกะลา เดินกะลา เป็นการละเล่นไทยที่ใช้ของใกล้ตัวมาเป็นอุปกรณ์การละเล่น ฝึก กล้ามเนื้อเท้า ให้แข็งแรง มีวิธีการเล่นดังนี้ 8.1) กำ หนดจุดเริ่มต้นและเส้นชัย 8.2) ผู้เล่นแข่งขันกัน เหยียบบนกะลา คล้ายการใส่รองเท้าหูหนีบ 8.3) ยกเชือกก้าวเดินไปจนกว่าจะถึงเส้นชัย การเดินบนกะลา ฝึกทักษะการทรงตัว และฝึกความอดทน ตอนเดินแรกๆ อาจจะรู้สึกเจ็บเท้า แต่หากฝึกเดินจนคล่องแล้ว ก็จะรู้สึกสนุก 13
ลิงชิงหลัก เป็นการละเล่นไทยที่ใช้ต้นไม้ หรือเสาใต้ถุนบ้าน เป็นอุปกรณ์การเล่น มีวิธีการเล่นดังนี้ 9.1) กำ หนดเสาหลัก น้อยกว่าจำ นวนผู้เล่น 1 เสา เช่น มีผู้เล่น 5 คน ก็กำ หนดเสา 4 ต้น 9.2) ผู้เล่นที่มีจำ นวนเกินเสา ต้องทำ ท่าเป็นลิง 9.3) ระหว่างวิ่งเปลี่ยนหลัก ผู้เล่นแต่ละคนต้องหาเสาเพื่อเกาะ คนที่เกินจำ นวนเสา ต้องแบ่งมาเป็นลิงถัดไป ลิงชิงหลัก มีประโยชน์ด้านการฝึกไหวพริบและการตัดสินใจ และฝึกทักษะด้าน อารมณ์เมื่อได้เล่นร่วมกับเพื่อนๆ 9. ลิงชิงหลัก 14
10.กระต่ายขาเดียว. กระต่ายขาเดียว เป็นการละเล่นไทยที่คาดว่ามาจากการเลียนแบบธรรมชาติ ของกระต่ายที่ได้รับบาดเจ็บ จนต้องกระโดดเขย่งเท้า มีวิธีการเล่นดังนี้ 10.1) แบ่งผู้เล่นออกเป็นสองทีม ฝ่ายหนึ่งเป็นกระต่าย อีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้วิ่งไล่หนี 10.2) กำ หนดขอบเขตเป็นเส้นวงกลม ทีมที่เป็นกระต่ายอยู่นอกวงกลม 10.3) กระต่ายวิ่งเข้าไปจับเพื่อนในวงกลม ถ้ากระต่ายหมดแรง ต้องมาแปะมือเพื่อน ที่อยู่นอกวงกลมให้กลับเข้าไปเป็นกระต่ายวิ่งไล่จับเพื่อน วิธีการเล่นกระต่ายขาเดียว ช่วยพัฒนาร่างกาย ให้มีทักษะการเคลื่อนไหวและ การทรงตัว และรู้จักวางแผน จัดการคนวิ่ง ให้ไล่จับเพื่อนอีกฝ่ายได้ครบทีม 15
อ้างอิง https://www.thairath.co.th/lifestyle/culture/2238092 https://th49.ilovetranslation.com/eMusGuyLnnv=d/ 16