51ปล่อยของ....ลองดี (กับควัน)โรงเรียนชลธารวิทยาปกติเวลาผู้ใหญ่ได้ยินคําว่าเด็กวัยรุ่นอยาก \"ลองดี\" ร้อยทั้งร้อยมักจะคิดไปในทางลบ แอบหนีเรียนบ้าง แอบซิ่งรถบ้าง หรือแม้แต่แอบ...สูบบุหรี่แต่วันนี้...พวกเราทีมแกนนําโรงเรียนชลธารวิทยา ขอเปลี่ยนความหมายของคําว่า \"ลองดี\" ใหม่เพราะการ\"ลองดี\"ของพวกเรา คือการลองเพื่อท้าชนกับควันพิษที่กําลังกัดกินเพื่อน ๆ ของเราอยู่ค่ะพวกเรากลุ่มแกนนําโครงการ โตไปไม่สูบ ของโรงเรียนชลธารวิทยาเริ่มจากการให้ความรู้กับนักเรียนและผู้ปกครองภายในโรงเรียน และขยายผลเป็นการให้ความรู้แบบสัญจรไปยังโรงเรียนเครือข่าย ไม่ใช่การ
52บรรยายยาวๆแต่เป็นการพูดคุยใกล้ตัว ว่าบุหรี่ไฟฟ้าคืออะไร และมันส่งผลกับชีวิตของเราอย่างไรจริง ๆนอกจากนี้พวกเรายังถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพยนตร์สั้นเรื่อง “ควันหลอก” ซึ่งไม่ใช่หนังสอน แต่เป็นเรื่องของเด็กคนหนึ่งที่อยากรู้อยากลอง และได้เรียนรู้ถึงโทษของบุหรี่ไฟฟ้าในที่สุด อีกกิจกรรมหนึ่งคือการนําความรู้เกี่ยวกับโทษของบุหรี่ไฟฟ้ามาพัฒนาเป็นบอร์ดเกม เกมที่ไม่ได้แข่งกันว่าใครชนะ แต่แข่งกันคิดและทําความเข้าใจว่าสารอันตรายในบุหรี่ไฟฟ้ามีความรุนแรงในระดับใด เพื่อให้ผู้เล่นได้เรียนรู้ถึงผลกระทบที่อาจตามมาในชีวิตจริงรวมถึงกิจกรรมประดิษฐ์พวงกุญแจจากฝาขวดนํ้า ซึ่งมีสัญลักษณ์ของโครงการโตไปไม่สูบ เป็นทั้งเครื่องเตือนใจในการปฏิเสธบุหรี่ไฟฟ้า และช่วยลดปัญหาขยะพลาสติกไปพร้อมกันสุดท้ายนี้..โครงการ \"สร้างเกราะป้องกัน ชลธารวิทยาไร้ควันผ่านฟิล์มภาพยนตร์\" ไม่ใช่แช่แค่กิจกรรมรณรงค์ธรรมดา แต่คือเวทีที่พิสูจน์แล้วว่า... เมื่อเด็กไทยได้โอกาส \"ปล่อยของ\" และกล้าที่จะ \"ลองดี\" ในทางที่ถูก...เราสามารถเปลี่ยน \"โรงเรียน\" ให้เป็นที่ปลอดภัย\" และเปลี่ยน\"ควันพิษ\" ให้กลายเป็นแค่อากาศธาตุได้ค่ะ
53ไมออนดัดงาย ไมแกดัดยากกิ๊ก โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาภาคใตคุณเคยไดยินคํานี้ไหมคะ ไมออนดัดงาย ไมแกดัดยาก สํานวนสุภาษิตที่ใครๆก็นาจะเคยไดยินมากอน เปนสํานวนที่กลาวถึงชวงวัยของคน คนที่อายุเยอะเปรียบเสมือนไมแกคนที่อายุนอยเปรียบเสมือนไมออนเปนคําที่สามารถเปรียบเทียบตามไดอยางเห็นภาพฉันขอใชพื้นที่ของเวทีนี้เลาถึงประสบการณที่ทําใหนึกถึงสํานวนสุภาษิตนี้นะคะ ตัวของฉันเองเปนนักเรียนอยูในโรงเรียนขั้นมัธยมศึกษาตอนปลายแหงหนึ่ง ที่รายลอมไปดวยนักเรียนชวงวัยรุนมากมาย เปนวัยที่คิดวาตัวเองโตแลว มีความเปลี่ยนแปลงทางดานอารมณที่มาก ฉันเองเขาใจดีเพราะฉันก็เปนหนึ่งในนั้น ในโรงเรียนมีบุคคลอยูหลายกลุมหลายประเภทอยูที่วาเราจะเลือกคบ เมื่อพูดถึงสิ่งที่วัยรุนอยากลองกันมากที่สุดก็คงจะไมพนเรื่องบุหรี่ เปนสิ่งที่ไมสามารถหลีกเลี่ยงไดเมื่อเขาสูชวงวัยอยากรูอยากลอง ยิ่งพูดถึงวัยรุนนี้ใครเตือนก็ยังยากจึงเปนที่มาของสํานวนสุภาษิตนี้ไมแกที่วาดัดยากไมวาจะแกแคไหน มันก็ยังตองการที่จะไดรับการดัดอยูดีดิฉันเชื่อวาหลายๆคนคงไมชอบการถูกตีไมชอบเจ็บตัว
54ดังนั้น เราตองคอยๆดัดเราตองคอยๆเอานํ้าเย็นเขาลูบ พูดดวยเหตุผลเพื่อการยับยั้งไมใชเพื่อการปะทะเทาความตั้งแตโครงการโตไปไมสูบไดเขาไปมีบทบาทในโรงเรียนใหมๆ หลายๆคนก็เกิดขอสงสัยเกี่ยวกับโครงการนี้มีแมกระทั่งการตอตานการไมเขารวม ยกตัวอยางเหตุการณเหตุการณหนึ่ง วันแรกที่ไดมีโครงการโตไปไมสูบเขาไปในโรงเรียน เด็กในโรงเรียนฮืออากันใหญงวาสารวัตรนักเรียนคืออะไรสรางขึ้นมาเพื่อจับผิดพวกเขาหรือไม หลังจากนั้นเหตุการณที่ตามมา เมื่อพวกเรากลุมสารวัตรนักเรียรไดเขาหองนํ้าไปทําธุระตามปกติเมื่อเดินออกมาไดประจันหนากับนักเรียนเหลานั้น และโดนตั้งคําถามวา..พวกมึงตั้งกลุมนี้ขึ้นมาเพื่อจับพวกกูเขาหองกิจการนักเรียนหรอ เหตุการณครั้งนั้นทําใหเราเสียขวัญไมใชนอย แตเราก็ใหเหตุผลกลับไปวา เราสรางมาเพื่อชวยเหลือพวกเขา หลังจากนั้นเพียงแคใหเวลากับมันตอนนี้ทุกอยางในโรงเรียนเริ่มเขาที่เขาทาง ไมแกที่วาดัดยากเมื่อผานชวงเวลาในการดัดวันแลววันเลาก็ทําใหไมนั้นออนตัวลง ในความเปนจริงแลวเราไมสามารถหลีกเลี่ยงไดแตเราเลือกที่จะยับยั้งไดโตไปไมสูบเปนอีกทางเลือกหนึ่งไมวาจะเปน เพื่อนคิด เพื่อนใหคําปรึกษา หรือแมกระทั่งเพื่อนที่คอยเขาใจ อยาปลอยใหชีวิตของเรากลายเปนไมแกที่ดัดไมไดแตจงเลือกเปนไมออนที่ดัดไปในทางที่ถูกตอง เพราะไมออนดัดงายไมแกดัดยาก
55กลัวเพื่อนไม่คบเด็กหญิงจิรวดี พรหมเม่ง โรงเรียนบ้านควนนกหว้า จังหวัดพัทลุงเคยไหม ความกลัวบางอย่างไม่ได้เกิดจากอันตรายที่มองเห็นได้ชัด แต่เกิดจากความรู้สึกเล็ก ๆ ในใจว่า ถ้าเราไม่เหมือนเพื่อน เราอาจถูกทิ้งไว้ข้างหลัง สําหรับฉัน ความกลัวนั้นเกิดขึ้นในช่วงที่เพื่อนเริ่มชวนลองบุหรี่ไฟฟ้า ทั้งที่ฉันรู้ดีว่ามันส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าควันบุหรี่ คือสายตาของคนรอบข้าง คือ คําพูดล้อเล่นที่อาจทําให้รู้สึกแปลกแยก และคือความกลัวว่าจะไม่มีใครคบปัญหาแบบนี้ไม่ค่อยมีใครกล้าพูดออกมาตรง ๆ และมักถูกเก็บเงียบไว้ในใจด้วยเหตุผลนี้ โรงเรียนของฉันจึงร่วมกันทําสมุดเล่มเล็กให้ความรู้ สมุดที่ไม่ได้มีไว้สั่งห้ามหรือบอก คําตอบตายตัว แต่ช่วยให้นักเรียนได้เข้าใจเหตุผลเบื้องหลังปัญหา เนื้อหาในสมุดเล่มเล็กถูกออกแบบให้อ่าน
56ง่าย ใกล้ตัว มีทั้งข้อมูล ผลกระทบ และคําถามชวนคิดที่ทําให้ฉันได้ทบทวนตัวเอง ฉันได้เขียนความรู้สึกได้อ่าน ประสบการณ์ของคนอื่น และได้เห็นว่าความกลัวของฉันไม่ใช่เรื่องแปลก สมุดเล่มเล็กค่อย ๆ สร้าง “ภูมิคุ้มกันทางความคิด” ทําให้ฉันรู้เท่าทันแรงกดดันจากเพื่อน และกล้าตัดสินใจบนพื้นฐานของความรู้ไม่ใช่ความกลัวเมื่อมีความรู้ ฉันเริ่มมีความมั่นใจ เมื่อมีความมั่นใจ ความกลัวก็ค่อย ๆ ลดลง ฉันสามารถปฏิเสธการชวนสูบได้อย่างชัดเจน สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ใช่พฤติกรรมแต่คือความคิด ฉันเข้าใจว่าการไม่สูบ ไม่ลอง ไม่ได้ทําให้ฉันด้อยกว่าใคร แต่คือการดูแลตัวเองและเคารพชีวิตของตัวเองท้ายที่สุดนี้ฉันดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “โตไปไม่สูบ”กลัวเพื่อนไม่คบ
57หยุดแพ้เสียงในหัว!นัท โรงเรียนดีบุกพังงาวิทยายนลองหน่อย ไม่เป็นไรหรอก ประโยคนี้ติดอยู่ในหัวฉันหลายปีถ้าเป็นทุกคน ทุกคนจะเลือกตอบว่าอะไรครับ?บางคนก็บอกว่า อายุขนาดนี้แล้ว ไม่คิดจะลองหน่อยหรือ แต่ฉันก็แค่คิดว่าอายุ มันเกี่ยกับเรื่องนี้ด้วยหรอ จนกระทั่ง..นักกีฬาของโรงเรียนคนหนึ่ง ฟอร์มดีไม่เคยตก แข่งขันระดับประเทศได้รับรางวัลมากมาย ผลการเรียนก็ดีและใช่แล้วครับเธอคนนี้คือเพื่อนของฉันเอง เพื่อนของฉันก็ได้รับคําเชิญชวนเหมือนกัน แต่ติดที่ว่า เธอนั้น…ตอบตกลง ฉันก็รู้ว่าเพื่อนของฉันก็ยังเป็นเพื่อนคนเดิม แต่
58สถานการณ์มันต่างออกไป เราแทบจะไม่เข้าใจกันจากที่เราสนิทกันมากๆ เราก็เริ่มห่างกัน ห่างกัน ห่างกันเรื่อยๆฉันรู้สึกได้ว่าเธอไม่ค่อยมีสมาธิเท่าเดิม ฟอร์มตก เชื่องช้า เหม่อลอย ผมก็รู้แล้วว่า ในตอนนี้เธอมีปัญหาจริงๆ และฉันก็รู้ว่าปัญหาเหล่านี้เกิดจากอะไร…ประโยคสั้นๆ แค่คําว่าลองหน่อย ไม่เป็นไรหรอก เหมือนเติมเชื้อเพลิงในกองฟาง ทั้งฉันและเธอต่างก็รู้ว่าผลเสียมันก็อาจจะมีอะไรที่เราคาดไม่ถึง แต่ก็ติดอยู่ที่การเลือกของเราเอง เราเลือกที่จะทํามันให้ดีได้อย่าปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคต อย่าปล่อยให้เป็นเรื่องของคุณหมอ เราไม่ควรเลือกรับสิ่งที่เป็นผลเสียต่อร่างกายเรา อย่าได้แพ้เสียงในหัวแต่ในตอนนี้ฉันก็ไม่ได้เป็นห่วงอะไรเธอแล้วนะครับ ภาพบรรยากาศงานขาวดํา วันที่สูญเสียใครสักคน…มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นครับ เพราะว่าตอนนี้เราก็เลือกที่จะปรับความเข้าใจกันเขาก็รับฟังทั้งเพื่อน ทั้งครอบครัว เธอก็รู้ว่าเป็นเพราะความเป็นห่วงและตอนนี้เธอก็เลิกมันได้แล้วครับ ถึงทุกอย่างจะต้องใช้เวลาแต่มันก็เป็นบทเรียนให้ทั้งฉันและเขา เหมือนสํานวนสุภาสิต ที่บอกว่า วัวหายล้อมคอก ซึ่งนั่นและครับไม่ต้องรอให้วัวหายแล้วมาล้อมคอกนะครับ
59เพราะเรื่องสุขภาพ เสียไปแล้ว คืนมาไม่ได้คืนมาไม่ได้และตอนนี้ถ้าใครคิดจะลองนะครับ ของบอกเลยว่า หยุดนะครับ หยุดแพ้เสียงในหัวหยุดแพ้เสียงในหัว
60อยากเท่…..ต้องไม่เลี้ยวหาควันโรงเรียนทุ่งสงสหประชาสรรค์ในวันที่รั้วโรงเรียนเต็มไปด้วยโอกาสและกิจกรรมที่ให้เราได้โชว์ศักยภาพไม่ว่าจะเป็นในสนามกีฬาหรือบนเวทีวิชาการ แต่น่าแปลกที่ยังมีบางคนนิยามคําว่า 'เท่ผ่านควันจางๆ จากบุหรี่ไฟฟ้าวันที่โอกาสรอบตัวมีมากมายขนาดนี้?\" ความเท่...วัดกันที่ตรงไหน?เราอาจจะต้องลองถามตัวเองดูจริงๆ ว่า นิยามของความ \"เท่\" ในสายตาเราคืออะไร?คือ การมีไอเทมใหม่ล่าสุดในมือที่พ่นควันได้เหมือนในโซเชียล?หรือคือการมีศักยภาพที่ล้นเหลือในการทําสิ่งที่รักได้แบบเต็มที่?ระหว่างคนที่ \"คุมจังหวะเกม\"ในสนามได้อย่างเฉียบขาด กับคนที่ต้อง
61\"คอยหลบมุม\" เพื่อหาที่พนควัน... แบบไหนที่เป็นอิสระและน่าดึงดูดกว่ากัน?ทางโรงเรียนและบุคลากรทางการศึกษาจึงได้จัดกิจกรรมและโครงการโรงเรียนปลอดภัย เยาวชนห่างไกลบุหรี่ไฟฟ้าโดยบูรณาการกิจกรรมและสื่อที่เหมาะสมกับวัยปรับเปลี่ยนทัศคติความคิดของนักเรียนส่งเสริมค่านิยมในการเลิกสูบนําไปสู่สภาพแวดล้อมแหล่งการเรียนรู้ที่ปลอดภัยทั้งหมดที่กล่าวไปข้างต้นได้เกินขึ้นจริงในสถานศึกษาของเรา..และได้ปรับเปลี่ยนแก้ไขแล้วเป็นที่เรียบร้อยโดยการจัดตั้งทีมแกนนําและรวมมือกับคณะกรรมการสภานักเรียน..โดยวิธีจัดการคือการเดินตรวจตราตามมุมอับสายตาของโรงเรียนแล้วสุ่มตรวจกระเป๋าในแต่ละสัปดาห์มีการยึดบุหรี่ไฟฟ้าและเชิญผู้ปกครองมาเจรจากันว่า จะจัดการอย่างไรและติดทันบนไว้และทางโรงเรียนจะดําเนินตามกฎหมายทันทีเด็กหญิง A และ B นามสมมุติเป็นฝาแฝดและทั้งสองเคยนําบุหรี่ไฟฟ้ามาโรงเรียนแล้วทางคณะสภานักเรียนจับได้เชิญผู้ปกครองมาเจรจาว่าจะเอาอย่างไรและนําเดินตามกฎหมาย (ปรับเป็นเงิน5,000) ติดทันบนไว้และยังมีการนํามาอีกเป็นครั้งที่สอง ทางผู้อํานวยการโรงเรียนได้เชิญผู้ปกครองมารับทราบถึงปัญหาและนําเดินตามกฎหมายอีกครั้งและเชิญออก...และหลังจากนั้นก็ไม่ได้เห็นถึงปัญหาบุหรี่ไฟฟ้าในโรงเรียนมากเหมือนแต่ก่อนและทางเรารู้สึกเสียดายน้องมากที่น้องเลือกที่จะเดินทางผิดเราไม่อยากให้น้องกลุ่มอื่นๆเอาน้องคนนี้เป็นแบบอย่างอยากเท่ต้องไม่เลี้ยวหาควัน
62ไม่อยากเห็นเพื่อนหายไปกับควันเด็กชายมูฮัมหมัดฟิดาอีย์ เจะบือเฮงโรงเรียนบ้านตันหยงเปาว์ อําเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานีสวัสดีครับทุกคน เรื่องที่ฉันกําลังจะเล่าไม่ใช่แค่เรื่องของฉัน แต่อาจเป็นเรื่องของใครบางคน ในห้องนี้ หรืออาจเป็น…เพื่อนของคุณก็ได้ มีสิ่งหนึ่งหน้าตาไม่น่ากลัว กลิ่นหอม ดูเท่ และถูกออกแบบ มาให้เรา “ไม่ระวัง” หลายคนคิดว่ามันไม่อันตราย จนกระทั่งมันเริ่มเอาบางอย่างไป โดยที่เราไม่รู้ตัววันนี้ฉันไม่ได้มาชวนให้กลัว แต่อยากเล่าในฐานะคนหนึ่งคนที่ไม่อยากเห็นเพื่อนค่อยๆ หายไปกับควัน
63ตอนแรกฉันไม่เคยคิดเลยว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะเป็นเรื่องใหญ่ มันดูเหมือนของเล่น สีสวย กลิ่นหอม ไม่เหม็นไม่เหมือนบุหรี่ที่เราเคยกลัว และมีแต่คนบอกว่า.......“แค่ลองเอง”“ไม่ติดหรอก”“เลิกเมื่อไหร่ก็ได้”แต่ความคิดนั้นเริ่มเปลี่ยน เมื่อฉันเห็นมันอยู่ในมือของเพื่อน เห็นในห้องนํ้า หลังตึกและช่วงพักกลางวัน จากสิ่งที่เคยเห็นแค่บางคน กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น จนฉันรู้ว่า นี่ไม่ใช่เรื่องเล็กอีกต่อไปบุหรี่ไฟฟ้าไม่เคยเข้ามาแบบเสียงดัง มันไม่บอกเราตรงๆ ว่าอันตราย แต่มันเข้ามาเงียบๆพร้อมคําว่า “เดี๋ยวก็เลิกได้” ทําให้หลายคนคิดว่าคุมได้ ทั้งที่จริงๆ แล้ว มันกําลังคุมเราอยู่โดยไม่รู้ตัวการได้เป็นแกนนํา “โตไปไม่สูบ” เปลี่ยนมุมมองของฉันไปมาก ฉันไม่ได้แค่รู้เรื่องสารพิษ แต่ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของคนใกล้ตัว จากเพื่อนที่เคยหัวเราะง่าย กลายเป็นคนอารมณ์เสียง่าย จากคนที่บอกว่าไม่ติด กลายเป็นคนที่ขาดไม่ได้ จากคําว่า “แค่ลอง” กลายเป็นสิ่งที่ต้องพกติดตัวตลอด สิ่งเหล่านี้ทําให้ฉันกลัว ไม่ใช่เพราะฉันเกลียดบุหรี่ไฟฟ้า แต่เพราะฉันไม่อยากเสียเพื่อนไปไม่อยากให้ใครต้องจ่ายราคาของความคึกคะนองแป๊บเดียว ด้วยสุขภาพและอนาคตของตัวเอง
64ฉันไม่เคยคิดจะตัดสินใคร เพราะฉันรู้ดีว่า ถ้าวันนั้นไม่มีใครเตือน ไม่มีใครชวนคิด ฉันเอง…ก็อาจเป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน สิ่งที่ฉันทําไม่ใช่การห้าม ไม่ใช่การสั่ง แต่คือการชวนคุย ชวนคิด และชวนถามตัวเองว่าเรากําลังแลกอะไรกับควันเล็กๆ นี้บ้าง อาจไม่มีใครเลิกทันที ไม่มีเสียงปรบมือ แต่มีบางคนเริ่มวางมันลง บางคนเริ่มปฏิเสธ และบางคนเริ่มเลือกตัวเอง สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ สําหรับฉันมันมีความหมายมาก “โตไปไม่สูบ” ไม่ใช่แค่ชื่อโครงการ แต่คือความหวัง ความหวังว่าเราจะโตไปพร้อมสุขภาพที่ดี โตไปพร้อมอนาคตที่ยังเลือกได้ และโตไปโดยไม่ต้องเสียดายลมหายใจของตัวเองถ้าวันนี้ใครกําลังลังเล ฉันไม่ได้อยากให้คุณเชื่อฉันทั้งหมด แต่อยากให้คุณถามตัวเองว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คุณอยากขอบคุณตัวเองเรื่องอะไร สําหรับฉัน คําตอบนั้นชัดเจนเสมอฉันเลือกโตไปไม่สูบ เพราะฉันไม่อยากเสียใครไป แม้แต่ตัวเอง
65The Hidden Truth Because what you don’t see is exactly what’s hurting youซีน โรงเรียนปากพนัง นครศรีธรรมราชสวัสดีครับทุกคน เคยไหมที่เห็นเพื่อนสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้วเราคิดว่า....ไม่เป็นไรหรอก จริงๆแล้วมันไม่ใช่เรื่องเล็กเลยนะครับ วันนี้ผมจะพาทุกคนไปรู้จัก ไปเข้าใจ และ เห็นถึงความจริง ที่ซ่อนภายใต้ม่านควันครั้งหนึ่งที่ผมศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ผมได้เจอเพื่อนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าในห้องเรียน ทุกคนครับ ถ้าเป็นทุกคนทุกคนจะแก้ปัญหาที่อยู่ตรงหน้าอย่างไรครับ ไปฟ้องครูหรอ ?ไปห้ามเขาตรงๆเลยหรอ?หรือพาเขาไปศูนย์บําบัดเลย? เป็นทุกคน ทุกคนก็สับสนใช่ไหมครับ แน่นอนครับผมเองก็สับสนเหมือนกัน
66ทุกคนอาจจะงง ว่าผมจะมาขายความสับสนที่ตัวเองทําอะไรไม่ถูกทําไม?แต่ผมจะบอกทุกคนว่านี้คือจุดเริ่มต้นที่ทําให้ผมพัฒนา web site VAPE TRAP ขึ้นมาWeb site นี้ ผมสร้างมา จากจุดเริ่มต้นที่ไม่รู้จักการทําเว็บ การเขียนโค้ด แต่ในเมื่อ ผมเองมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าต้องการให้เพื่อน พี่ น้อง ของเรารู้เท่าทันบุหรี่ฟ้า ไม่โดนกับดักหลอก มีหรอที่ผมจะยอมแพ้ กับอุปสรรคเพียงเล็กน้อย สุดท้ายผมก็พัฒนามันสําเร็จแล้วทําไมต้องชื่อVAPE TRAP? เพราะทุกวันนี้บุหรี่ไฟฟ้าถูกดีไซน์มาให้ดูเหมือนไม่ใช่บุหรี่ครับ มันดูเหมือน Gadget เท่ๆ เหมือนขนมที่มีกลิ่นหอม แต่นั่นแหละครับคือ \"กับดัก\" ที่วางไว้ล่อพวกเราให้เดินเข้าไปติดโดยไม่รู้ตัวในเว็บไซต์นี้ ผมไม่ได้อยากแค่บอกว่ามันอันตรายยังไง เพราะข้อมูลพวกนั้นทุกคนหาอ่านที่ไหนก็ได้ แต่สิ่งที่ผมใส่ลงไปคือ \"ความจริงที่มองไม่เห็น\"ผมอยากให้เว็บนี้เป็นเหมือนเครื่องมือที่ช่วยให้เพื่อนๆ สแกนเห็นว่า ภายใต้ควันที่ดูเท่นั้น มันมีราคาที่เราต้องจ่ายแพงแค่ไหน ทั้งสุขภาพที่เสียไป และการตกเป็นเหยื่อของการตลาดที่เล็งเป้ามาที่เยาวชนอย่าง
67เราที่ผมทุ่มเททําเว็บนี้ขึ้นมา เพราะผมเชื่อว่า \"อาวุธที่ดีที่สุดคือ..ความรู้\" เมื่อไหร่ที่เราเท่าทันกลลวง เราก็จะไม่ตกหลุมพรางเพราะในเกมนี้ คนที่ชนะ... คือคนที่คุมชีวิตตัวเองได้ ไม่ใช่คนที่ถูกควันควบคุมครับThe truth is hidden in the haze, but the choice is always yoursThe hidden truth
68เทสวัยรุน…อยางเรากีตา โรงเรียนสุราษฎรพิทยา ๒\"ทุกวันนี้เวลาเราไถหนาจอ ไมวาจะเปน Facebook หรือ TikTok เชื่อไหมครับวาเรากําลังยืนอยูทามกลางสงคราม... สงครามที่ขอมูลนับลานกําลังตอสูกันเพื่อแยงชิง 'เวลา' และ 'ความสนใจ' ของวัยรุน Gen Z แบบพวกเรา หลายคนอาจจะสงสัยวาทําไมคอนเทนตบางอยางเราถึงมองขามไปในเสี้ยววินาทีแตบางอยางกลับทําหนาที่เหมือนแมเหล็กที่หยุดนิ้วโปงเราไดอยูหมัด?\"สําหรับผม กุญแจสําคัญไมไดอยูที่ความอลังการของโปรดักชั่น แตมันคือการ 'เปลี่ยนบทบาท' ครับ ถาเราอยากจะเขาไปนั่งในใจใครสักคน
69เราตองเลิกทําตัวเปนครูที่คอยสั่ง... แลวหันมาเริ่มจากการเปนเพื่อนที่พรอมจะรับฟงแทน การสรางสื่อที่ตรง 'เทส' (Taste) ในความหมายของผม คือการสื่อสารผาน Vibes ที่จริงใจ ไมตัดสิน และเขาถึงงาย เพราะเมื่อไรก็ตามที่เราทําใหเขารูสึกวา 'เราเขาใจเขา' มากกวา 'เราจะสอนเขา' เมื่อนั้นกําแพงในใจจะพังลงโดยอัตโนมัติครับ\"\"อยางกิจกรรมที่พวกเราตั้งใจทํา คือการหยิบเอาโลก Metaverseมาเปนสะพานเชื่อมครับ เราไมไดแคจะพาวัยรุนไปใสแวน VR เพื่อดูภาพสวยๆ เทานั้นนะ แตมันคือการรวมทองโลกเสมือนจริงไปพรอมกับเขา รวมสํารวจความชอบและตัวตนของเขาในพื้นที่ที่เขาเปนตัวเองไดมากที่สุด\"สุดทายแลว การจะเปลี่ยนใจใครสักคน มันตองเริ่มจากความเขาใจ...ไมใชการสั่งสอนครับ เมื่อเราบาลานซระหวาง 'ความเริส' ของเทคโนโลยีกับ 'ความหมาย' ที่ซอนอยูในเนื้อหาไดอยางลงตัว สิ่งที่เราจะไดกลับมา มันจะไมใชแคยอด View หรือยอด Like แตมันคือ 'พื้นที่ในใจ' ของเขาอยางยั่งยืน เพราะสื่อที่ชนะใจ Gen Z จริงๆ ไมใชสื่อที่ดูแพง ที่สุด แตมันคือสื่อที่เขาใจและเปน Safe Zone ใหเขาไดเปนตัวเอง\"
70อิสลามสอนฉันว่า...ซาน โรงเรียนพัฒนาศาสตร์มูลนิธิสงขลาในที่นี้คงไม่มีใครอยากจะมีสุขภาพทีไม่ดีกันใช่มั้ยครับ ฉันคิดว่าทุกๆคนล้วนก็อยากมีสุขภาพทีดีกันทังนัน ส่วนนึงก็เนื่องมาจากในทุกศาสนาก็ล้วนแล้วแต่สอนให้เรารักตัวเอง ซึ่งอิสลามศาสนาของฉันก็เหมือนกันดังที่มีปรากฏในส่วนหนึ่งของโองการที195 ของซูเราะอัล-บากอเราะว่า“วาลาตุลกุบีอันดีกุม อีลัตตะฮ์ลูกาตีวาอะฮ์ซีนู\"ความว่า และจงอย่าโยนตัวของพวกเจ้าเข้าสู่สิงที่เป็นภัย\" ซึ่งบุหรี่ไฟฟ้านั้นมีโทษต่อร่างกาย ดังนั้น การสูบบุหรี่ไฟฟ้าจึงเป็นสิ่งทีไม่อนุญาต ฉันจึงได้นําหลักการของศาสนาเข้ามาบูรณาการกับโครงการนี้เพื่อให้ทุกคนได้เห็นโทษทั้งด้านศาสนาและสามัญ
71ในชีวิตของแต่ละคนก็ล้วนเคยหลงผิดกันมาบ้าง ตัวฉันเองก็เช่นกัน ครั้งหนึ่งฉันได้เคยหลงผิดโดยการสูบบุหรี่ไฟฟ้า แต่ด้วยความยึดมั่นในศาสนาและคํามั่นสัญญาของฉันที่มีให้กับมะ(แม่)ของฉันทําให้ฉันได้กลับมาจากสิ่งนั้น หลังจากนั้นครูได้ยืนโอกาสในการเข้าร่วมโครงการโตไปไม่สูบ ทําให้ฉันได้รู้ในสิงทีไม่รู้และได้ตั้งคําถามกับสิ่งที่สงสัย การสูบบุหรี่ไฟฟ้ากับหลักศาสนาก็เช่นกัน จากการที่ฉันศึกษาได้พบว่า..การสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้นไม่อนุญาต ฉันจึงอยากใช้ช่องทางนี้เป็นกระบอกเสียงเพื่อให้ทุกคนได้รู้ฉันไม่ได้หวังว่าจะให้เพื่อนของฉันเลิกได้โดยทันทีแต่อย่างน้อยถ้าฉันใช้หลักศาสนาในการชักนําพวกเขาบางทีพวกเขาอาจตะหนักรู้ได้ในสักวัน ทังนี้ทังนั้นฉันก็ไม่ได้ว่าสูบบุหรี่ไฟฟ้านั้นเป็นคนไม่ดีและคนที่ไม่สูบจะเป็นคนดีเสมอไปแต่สุดท้ายแล้วทุกศาสนาก็สอนให้เรารักตัวเอง
72เมื่อเสียงเล็ก ๆ…กลายเปนพลังใหญเสียงของเด็กอาจเริ่มจากคําพูดสั้น ๆจากการปฏิเสธครั้งหนึ่งหรือจากการกลาพูดในวงเล็ก ๆแตเมื่อเสียงเหลานี้รวมกันมันจะกลายเปนพลังที่ขับเคลื่อนสังคมเพราะในทายที่สุดแลวการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนไมไดเริ่มจากนโยบายแตเริ่มจาก “คนตัวเล็ก ๆ”ที่กลาคิด และกลาพูดและนี่คือเสียงที่กําลังบอกกับโลกวา“ฉันจะโตไปไมสูบ”....
73แวดลอมของเด็กที่ตองชวยกันปกปองหากการสรางภูมิคุมกันใหเด็ก คือการสรางพลังจากภายในการสราง “แวดลอมที่ดี” ก็คือการสรางพลังจากภายนอกเพราะในความเปนจริง เด็กไมไดเติบโตลําพังแตเติบโตอยูทามกลางครอบครัว โรงเรียน สื่อ และสังคมรอบตัวคําถามสําคัญจึงไมใชแค “เด็กจะเขมแข็งพอไหม”แตคือ “ระบบรอบตัวเด็ก…ชวยใหเขาเขมแข็งหรือเปลา”และนี่คือหัวใจของการทํางานในบทนี้
74“เด็กจะไมรอด…ถาระบบไมชวยกัน”จากโรงเรียน…สูเครือขาย จุดเริ่มตนของการเปลี่ยนแปลงอาจเกิดขึ้นในโรงเรียนเพียงแหงเดียว แตหากไมมีการเชื่อมโยง การเปลี่ยนแปลงนั้นจะหยุดอยูแค“พื้นที่เล็ก ๆ”โครงการ “โตไปไมสูบ” จึงไมไดหยุดแคการทํางานในโรงเรียนแตขยายไปสูการสราง “เครือขาย”เครือขายที่เชื่อมโยง โรงเรียน มหาวิทยาลัย หนวยงาน และชุมชน เขาดวยกันเปน “ระบบเดียว”
75จาก 1 โรงเรียน ขยายเปน 20 โรงเรียนและเติบโตเปนเครือขายกวา 64 แหงในพื้นที่ภาคใตการเชื่อมโยงนี้ไมไดเกิดขึ้นเพียงเพื่อเพิ่มจํานวนแตเพื่อ “เสริมพลังกันและกัน”กลไกสําคัญ เมื่อการปกปองไมใชหนาที่ของใครคนเดียว ในระบบนิเวศนี้เกิดกลไกสําคัญ 2 สวน ที่ทํางานคูกัน1. โตไปไมสูบไซเบอรเครือขายเยาวชนในโลกออนไลนที่ทําหนาที่เฝาระวัง สื่อสาร และสงตอขอมูลที่ถูกตองเด็กไมไดเปนแคผูใชสื่อ แตกลายเปน “ผูดูแลพื้นที่สื่อ”คอยตรวจสอบคอยเตือนและคอยสรางเนื้อหาที่ชวยใหเพื่อนคิดได2. ครูนวัตกรลดปจจัยเสี่ยง กลุมครูที่ทําหนาที่เปน “พี่เลี้ยงระบบ”
76ไมใชแคครูในโรงเรียน แตเชื่อมโยง สนับสนุน และสรางพื้นที่ใหเด็กไดเติบโตสองกลไกนี้ทําใหการทํางานไมกระจัดกระจายแตเปน “ระบบที่เคลื่อนไปพรอมกัน”พลังของภาคีเมื่อทุกคนไมไดทํางานคนเดียว สิ่งที่ทําใหการขับเคลื่อนนี้เกิดขึ้นไดจริง คือ “พลังของภาคี”โรงเรียนไมสามารถทํางานลําพัง ครูไมสามารถแบกรับทุกอยางและเด็กเองก็ตองการพื้นที่ที่มากกวาหองเรียนการเชื่อมโยงกับมหาวิทยาลัย ทําใหเกิดองคความรูใหมการทํางานกับหนวยงานในพื้นที่ ทําใหเกิดการสนับสนุนอยางตอเนื่อง และการมีสวนรวมของชุมชน ทําใหการเปลี่ยนแปลง “ฝงอยูในชีวิตจริง”ภาคีแตละฝาย อาจมีบทบาทตางกัน แตมีเปาหมายเดียวกันคือ การสรางสังคมที่ปลอดภัยสําหรับเด็ก เพราะระบบนิเวศสื่อสุขภาวะเปนพื้นที่ที่เด็กเติบโตไดอยางปลอดภัยในโลกที่สื่อมีอิทธิพลตอเด็กอยางมาก การปองกันจึงไมใชแคการ “ปดกั้น” แตตองสราง “สื่อทางเลือก” ที่ดีพอ นาสนใจพอ และเขาถึงไดจริง
77นี่คือแนวคิดของ “ระบบนิเวศสื่อสุขภาวะ”พื้นที่ที่เด็กไมไดแครับขอมูล แตสามารถสรางและแบงปนขอมูลที่ดีไดจากผลงานสื่อ 52 ชิ้น จากการใชแพลตฟอรมดิจิทัลใน 20 พื้นที่ทําใหเกิดการสื่อสารที่ขยายออกไปอยางตอเนื่องสื่อไมไดเปนแคเครื่องมือ แตเปน “พื้นที่” ที่เด็กใชในการแสดงตัวตนและสรางการเปลี่ยนแปลงการขยายผล: จากจุดเล็ก…สูการเปลี่ยนแปลงในวงกวางเมื่อระบบเริ่มทํางาน การเปลี่ยนแปลงก็ไมหยุดอยูแคจุดเดิม
78จากกิจกรรมในโรงเรียน ขยายไปสูเครือขาย จากเครือขาย ขยายไปสูชุมชน และจากชุมชน ขยายไปสูสังคมเด็กกวา 27,719 คน ไมไดเปนแคผูเขารวม แตกลายเปน “ผูสงตอ”สงตอความรูสงตอความคิด และสงตอพลังของการปฏิเสธนี่คือการขยายผลที่แทจริง ไมใชแคจํานวนคนที่เพิ่มขึ้นแตคือ “จํานวนคนที่ลุกขึ้นมาทําต่อ”เมื่อระบบทํางาน…เด็กก็ไมตองสูลําพังบทเรียนสําคัญจากการทํางานในระดับเครือขาย คือ เราไมสามารถคาดหวังใหเด็กเขมแข็ง ในขณะที่สภาพแวดลอมรอบตัวยังเต็มไปดวยความเสี่ยง แตเมื่อระบบรอบตัว ทั้งโรงเรียน ครูเพื่อน สื่อ และภาคีทํางานไปในทิศทางเดียวกัน
79เด็กจะไมตองตอสูเพียงลําพังอีกตอไป เขาจะมีเพื่อนที่เขาใจมีครูที่สนับสนุน และมีสังคมที่เอื้อใหเขาเติบโตอยางปลอดภัยพลังของการ “ชวยกัน” ในทายที่สุดแลว การปกปองเด็กจากบุหรี่ไฟฟาไมใชหนาที่ของใครคนใดคนหนึ่ง แตเปนเรื่องของ “ทุกคน” และเมื่อทุกภาคสวน เริ่มขยับเขาหากัน เชื่อมโยงกัน และทํางานรวมกัน สิ่งที่เกิดขึ้นไมใชแคการลดความเสี่ยง แตคือการสราง “สังคมใหม” ที่เด็กสามารถเติบโตไดอยางมีภูมิคุมกันเพราะเด็กจะเขมแข็งไดไมใชแคเพราะเขาเกงขึ้น
80แตเพราะ “โลกของเขาดีขึ้นดวย”และนี่คือความหมายของ แวดลอมของเด็กที่ตองชวยกันปกปอง....
81บทสงทายบทเรียนสูอนาคต จากโครงการ…สูการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบการเดินทางของโครงการ “ภูมิคุมกันเด็กไทยไมตกเปนเหยื่อบุหรี่ไฟฟา”อาจมีจุดเริ่มตนและจุดสิ้นสุดตามระยะเวลาแตสิ่งที่เกิดขึ้นระหวางทาง ไมไดจบลงพรอมกับโครงการเพราะสิ่งที่ถูกสรางขึ้น ไมใชแคกิจกรรม ไมใชแคเครือขายแตคือ “วิธีคิดใหม” ในการทํางานกับเด็กและเยาวชน
82นี่คือบทเรียนสําคัญ ที่กําลังชี้ใหเห็นวา การปองกันปญหาสุขภาพในยุคใหมตองขยับจาก “การแกปญหาเฉพาะหนา” ไปสู“การสรางระบบที่ยั่งยืน”สิ่งที่ไดเรียนรูเมื่อคําตอบไมไดอยูที่การหามบทเรียนแรกที่ชัดเจนที่สุด คือ การหาม…ไมเพียงพออีกตอไปในโลกที่ขอมูลไหลเร็วและเด็กเขาถึงทุกอยางไดงาย การปองกันไมสามารถใชวิธีเดิมไดสิ่งที่ไดผลจริง คือ การทําใหเด็ก “คิดเปน”เมื่อเด็กมีความรอบรูเขาใจกลไกของปญหา และมีทักษะในการตั้งคําถาม เขาจะสามารถตัดสินใจไดดวยตัวเอง แมไมมีใครอยูขาง ๆ
83บทเรียนนี้นําไปสูการยืนยันวา Health Literacy คือ ฐานสําคัญของการสรางภูมิคุมกันสูการพัฒนาเปน “นักสื่อสารสุขภาวะ” ในยุคปจจุบันปจจัยความสําเร็จ พลังของ “คน” และ “พื้นที่”ความสําเร็จของโครงการนี้ไมไดมาจากเครื่องมือเพียงอยางเดียวแตมาจากการผสมผสานของ 3 ปจจัยหลัก1. เด็กเปนเจาของ เมื่อเด็กไมไดเปนเพียงผูรับ แตเปนผูคิด ผูทํา และผู้สื่อสาร การเปลี่ยนแปลงจึงเกิดขึ้นจากภายใน2. ครูเปนผูนําการเปลี่ยนแปลง ครูนวัตกรที่เปดพื้นที่และทําหนาที่เป็นพี่เลี้ยง คือ หัวใจของการขับเคลื่อนในระดับโรงเรียน
843. ระบบสนับสนุนที่เชื่อมโยงกัน เครือขายโรงเรียน มหาวิทยาลัย และภาคีชวยใหการทํางานไมโดดเดี่ยว แตเปน “ระบบนิเวศ” ที่เสริมพลังกันสิ่งที่ไดผลจริง จากการดําเนินงานที่ผานมา พบวาแนวทางที่สรางผลลัพธไดอยางชัดเจน ไดแกการใช“เพื่อนสื่อสารกับเพื่อน” (Peer Communication)การเรียนรูผาน “การลงมือทํา” (Learning by Doing)การใช“สื่อของเด็ก” ในการเขาถึงเด็กการสราง “พื้นที่ปลอดภัย” ในโรงเรียนแนวทางเหลานี้ไมเพียงทําใหเด็กเขาใจ แตทําใหเด็ก “เปลี่ยนพฤติกรรม” และที่สําคัญ ทําใหเด็ก “อยากบอกตอ”
85สิ่งที่ตองพัฒนา ชองวางที่ยังตองเติมเต็ม แมจะเกิดผลลัพธที่ชัดเจน แตยังมีความทาทายที่ตองพัฒนา- การขยายการเขาถึงในพื้นที่นอกระบบโรงเรียน- การพัฒนาทักษะครูอยางตอเนื่อง- การสรางระบบติดตามผลระยะยาว- การรับมือกับสื่อออนไลนรูปแบบใหมที่เปลี่ยนแปลงเร็วโดยเฉพาะในโลกที่ AI และสื่อดิจิทัล เขามามีบทบาทมากขึ้นการพัฒนาทักษะ “รูเทาทัน” จึงตองกาวใหทันการเปลี่ยนแปลง
86แนวทางปตอไป: จากโครงการ…สูระบบกาวตอไปของการทํางาน ไมใช่แคการขยายจํานวน แตคือการยกระดับเปนระบบแนวทางสําคัญในอนาคต ไดแก่- การพัฒนาเครือขาย โตไปไมสูบ อยางตอเนื่อง- การสรางกลไก โตไปไมสูบไซเบอรเฝาระวังขอมูลออนไลน- การบูรณาการในหลักสูตรและนโยบายโรงเรียนนวัตกรรมลดปจจัยเสี่ยง (บุหรี่และบุหรี่ไฟฟา)- การเชื่อมโยงขอมูล (Data-driven) เพื่อวางแผนเชิงระบบเปาหมายไมใชแคเด็กบางกลุม แตคือ เด็กทั้งระบบPolicy Insight1. การปองกันบุหรี่ไฟฟาในเด็ก ตองเปลี่ยนจาก “การควบคุมพฤติกรรม” ไปสู“การสรางความสามารถในการตัดสินใจ”2. เด็กและเยาวชน ไมใชเพียงกลุมเปาหมาย แตเปน “กลไกสําคัญ” ในการขับเคลื่อน
873. โรงเรียน คือ หนวยปฏิบัติการสําคัญ ที่สามารถสรางการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบได4. ระบบนิเวศลอมเด็กเปนปจจัยกําหนดพฤติกรรมในยุคดิจิทัล และตองไดรับการออกแบบอยางจริงจังRecommendation สําหรับ สสส.1. ยกระดับโมเดล “โตไปไมสูบ” สูระดับนโยบายสนับสนุนใหเปนตนแบบของการสรางภูมิคุมกันเด็กในระดับประเทศ2. ลงทุนใน “คน” มากกวา “สื่อ” โดยเฉพาะการพัฒนาเยาวชนแกนนํา และครูนวัตกร3. สรางระบบสนับสนุนระยะยาว ทั้งดานงบประมาณ องคความรูและเครือขาย4. พัฒนาแพลตฟอรมสื่อสุขภาวะสําหรับเด็ก เพื่อแขงขันกับสื่อเชิงพาณิชยที่เขาถึงเด็ก5. ขับเคลื่อนกลไกเฝาระวังออนไลนโดยใชพลังของเยาวชน โตไปไมสูบไซเบอรในการเปนบัดดี้หรือเพื่อนชวยเพื่อน
88บทสรุป เมื่อการเปลี่ยนแปลงเริ่มจาก “คนตัวเล็ก” ตลอดการเดินทางของโครงการนี้เราไดเห็นสิ่งสําคัญอยางหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ ไมจําเปนตองเริ่มจากนโยบายระดับบนเสมอไป แตสามารถเริ่มจาก เด็กคนหนึ่งที่กลาคิด ครูคนหนึ่งที่เปดพื้นที่และโรงเรียนหนึ่งแหงที่กลาลองเมื่อสิ่งเล็ก ๆ เหลานี้เชื่อมโยงกันเปนระบบ มันจะกลายเปนพลังที่สามารถขับเคลื่อนสังคมไดจริงในทายที่สุดแลว โครงการนี้อาจสิ้นสุดลงตามเวลาแต“ภูมิคุมกัน” ที่ถูกสรางขึ้น จะยังคงอยูในตัวเด็ก และเติบโตไปพรอมกับเขา และนั่นคือความหวังที่แทจริง ของการสรางสังคมที่เด็กทุกคนสามารถพูดไดอยางมั่นใจวา“ฉันจะโตไปไมสูบ”….
89
90