The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มืออุปกรณ์คุ้มครองความปลอดอภัยส่วนบุคคล OSS

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Adeelah Kana, 2022-05-21 06:33:39

คู่มืออุปกรณ์คุ้มครองความปลอดอภัยส่วนบุคคล OSS

คู่มืออุปกรณ์คุ้มครองความปลอดอภัยส่วนบุคคล OSS

อุปกรณค์ มุ้ ครอง
ความปลอดภยั ส่วนบุคคล

Personal ProtectiveEquipment (PPE)

หา้ งหุ่นสว่ นจากดั ออนชอร์ เซอรว์ สิ เซส แอนด์ ซพั พลาย
Onshore Services And Supply Ltd., Part.

คำนำ

ห้างหุ้นส่วนจากัด ออนชอร์ เซอร์วิสเซส แอนด์ ซัพพลาย ไดต้ ระหนักถึงความสาคญั ของความ
ปลอดภยั ในการทางานของพนักงานเป็นอย่างย่ิง เนื่องจากความปลอดภยั เป็นปัจจัยประการหน่ึงของ
ความสาเร็จสูงสุดของห้าง ฯ ดงั น้นั ห้าง ฯ จึงสนบั สนุนโครงการ กิจกรรมที่ส่งเสริมดา้ นความปลอดภยั
ในการทางาน ส่งเสริมให้พนักงานของห้างฯ มีสุขภาวะท่ีดี สร้างเสริมสวสั ดิภาพอนั ดีงานแก่พนักงาน
และพฒั นาใหเ้ ป็นทรัพยากรที่มีคุณภาพตอบสนองนโยบายระบบดา้ นความปลอดภยั และพฒั นาดา้ นการ
บริการและคณุ ภาพอยา่ งมีประสิทธิภาพ

ห้างหุ้นส่วนจากัด ออนชอร์ เซอร์วิสเซส แอนด์ ซัพพลาย จึงไดจ้ ดั ทาคู่มืออุปกรณ์คุ้มครองความ
ปลอดภยั ส่วนบุคค (PPE) เพ่ือเผยแพร่ความรู้ เกย่ี วกบั ประเภทและประโยชน์ของอปุ กรณ์คุม้ ครองความ
ปลอดภยั ส่วนบุคคล (PPE) การใชง้ านทถ่ี กู ตอ้ งและเหมาะสม รวมถึงแนวทางในการบารุงรกั ษาอุปกรณ์
คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคล (PPE) เพอ่ื ส่งเสริมให้พนักงาน เหน็ ถึงความสาคญั และประโยชน์ของ
การสวมใส่อุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคล(PPE) ในการทางาน หา้ งหุ้นส่วนจากดั ฯ หวงั เป็น
อยา่ งย่งิ ว่าเน้ือหา สาระในคู่มอื เล่มน้ี จะเป็นประโยชน์แก่พนักงานของหา้ งฯ และผทู้ ีส่ นใจทวั่ ไป

ผจู้ ดั ทา
ฝ่ ายความปลอดภยั
กมุ ภาพนั ธ์ 2564

สำรบญั

เร่ือง หน้ำ

- วตั ถปุ ระสงค์...............................................................................................................................................................1
- ขอบเขต.......................................................................................................................................................................1
- นิยาม..........................................................................................................................................................................1
- หน้าท่คี วามรับผดิ ชอบ ...............................................................................................................................................1
- กฎหมายท่ีเก่ยี วขอ้ ง ....................................................................................................................................................2
- ระเบียบการเบกิ อปุ กรณค์ ุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบคุ คล (PPE) และการแต่งกายทถ่ี กู ตอ้ ง...............................3
- แนวทางการเลอื กใชอ้ ุปกรณค์ ุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคลงานตามลกั ษณะงาน…………………...…...….4

1.อุปกรณป์ ้องกนั ศรี ษะ (Head Protection Equipment)……….……………………………………………….......5
2.อุปกรณ์ป้องกนั ใบหน้าและดวงตา ( Eye And Face Protection Equipment)……………………………...….….8
3.อุปกรณ์ป้องกนั ระบบทางเดนิ หายใจ (Respitatory Protection Equipment) ...……………………….…..…….11
4.อุปกรณป์ ้องกนั ระบบการไดย้ นิ (Hearing Protection Equipment)………………………………………....…..14
5.อปุ กรณ์ป้องกนั มอื และแขน (Hand and Arm Protection Equipment)……………………………………..…...19
6.อุปกรณ์ป้องกนั ร่างกาย( ลาตวั ) (Body Protection Equipment)……….....….……………………………...…..23
7.อปุ กรณ์ป้องกนั เทา้ (Foot Protection Equipment)……………………………………………………....….…...26
8.อุปกรณ์ป้องกนั การตกจากที่สูง (Fall Protection Equipment) …………………………………………………29

ค่มู อื อุปกรณ์ค้มุ ครองควำมปลอดภยั ส่วนบุคคล

- วตั ถุประสงค์
เพอ่ื เป็นแนวทางในการศึกษาเก่ียวกับประเภทและประโยชน์ของอุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภัยส่วนบุคคล

(PPE)
เพอื่ ใหผ้ ปู้ ฏิบตั งิ านใชอ้ ุปกรณค์ ุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคล (PPE) ที่ถกู ตอ้ งและเหมาะสม
เพอ่ื เป็นแนวทางในการบารุงรักษาอปุ กรณค์ ุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบคุ คล (PPE)

- ขอบเขต
ครอบคลุมถงึ พนักงานทุกคนท่ีปฏิบตั งิ านในห้างหุ้นส่วนจากดั ออนชอร์ เซอร์วิสเซส แอนด์ ซัพพลาย ให้มี

การใชอ้ ุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ไดอ้ ย่างถูกต้องและเหมาะสมตามลักษณะของงานท่ี
ปฏบิ ตั ิ และกาหนดให้ผใู้ ชง้ านทกุ คนตอ้ งใชแ้ ละดูแลรักษาอุปกรณ์ PPE อย่างถูกตอ้ งและเหมาะสม ตามกฎหมาย
และกฎระเบยี บทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
- นิยำม

อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภยั ส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment ;PPE) หมายถึง อุปกรณ์ท่ีนามา
สวมใส่ปกคลุมส่วนใดส่วนหน่ึงของร่างกายหรือหลายส่วนประกอบกนั เพ่ือป้องกันอนั ตรายท่ีอาจจะเกิดข้ึน
เนื่องจากสภาพแวดลอ้ มในขณะปฏบิ ตั ิงาน หรือลดความรุนแรงของการประสบอนั ตรายทอี่ าจจะเกดิ ข้นึ

- หน้ำทค่ี วำมรับผิดชอบ
ห้นุ ส่วนผ้จู ัดกำร

สนบั สนุนงบประมาณอุปกรณค์ ุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคล ท้งั หมดทใ่ี ชใ้ นห้างหุ้นส่วนจากดั ออนชอร์
เซอร์วสิ เซส แอนด์ ซัพพลาย
คณะกรรมกำรควำมปลอดภัย อำชีวอนำมัยและสภำพแวดล้อมในกำรทำงำน เจ้ำหน้ำที่ควำมปลอดภัยในกำร
ทำงำน หวั หน้ำงำน ของห้ำงห้นุ ส่วนจำกดั ออนชอร์ เซอร์วิสเซส

ร่วมกันปรึกษา การกาหนดอุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE) ให้เหมาะสมกบั ลักษณะงาน
ควบคุม ดูแล ส่งเสริม ในการจดั หาอุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบคุ คล (PPE) ของพนกั งาน

ติดตามผลการใชอ้ ุปกรณ์อุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคล (PPE) เพ่ือให้เกิดประโยชน์สูงสุดตอ่
พนกั งานและผูม้ สี ่วนเกย่ี วขอ้ ง

ใหค้ าแนะนา เกยี่ วกบั การใชอ้ ุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคล (PPE) แกพ่ นกั งานที่ปฏิบตั ิงานห้าง
หุ้นส่วนจากดั ออนชอร์ เซอร์วิสเซส แอนด์ ซพั พลาย

1

- พนกั งำน
- สวมใส่อุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบคุ คล (PPE) ตามลกั ษณะงานทก่ี าหนดกอ่ นเร่ิมปฏบิ ตั ิงานทุก

คร้งั และตลอดเวลาการทางานน้ันๆ ในพ้นื ท่ีท่กี าหนด
- ศึกษาวธิ ีการใชอ้ ุปกรณค์ ุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคล (PPE) เพือ่ ให้แน่ใจวา่ สามารถใช้ อุปกรณ์

คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคล (PPE) ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
- ดูแลรกั ษาและทาความสะอาดอุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบคุ คล (PPE)

- กฎหมำยทเ่ี กีย่ วข้อง
พระรำชบญั ญัติ ควำมปลอดภยั อำชีวอนำมัยและสภำพแวดล้อในกำรทำงำน พ.ศ. 2554

มำตรำ 6 ให้นายจา้ งมหี น้าที่ จดั และดูแลสถานประกอบกจิ การและลูกจา้ งให้มสี ภาพการทางานและ
สภาพแวดลอ้ มในการทางานทีป่ ลอดภยั และถกู สุขลกั ษณะ รวมท้งั ส่งเสริมสนบั สนุนการปฏิบตั ิงานของลูกจา้ งมิ
ใหล้ ูกจา้ งไดร้ ับอนั ตรายต่อชวี ิต ร่างกาย จิตใจ และสุขภาพอนามยั

ให้ลกู จา้ งมีหน้าทใี่ หค้ วามร่วมมอื กบั นายจ้างในการดาเนินการและส่งเสริมความปลอดภยั อาชีวอนามยั และ
สภาพแวดลอ้ มในการทางาน เพอื่ ใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ตอ่ ลูกจา้ งและสถานประกอบกจิ การ

มำตรำ 22 ใหน้ ายจา้ งจดั และดแู ลใหล้ กู จา้ งสวมใส่อปุ กรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบคุ คลท่ีได้มาตรฐาน
ตามท่ีอธิบดีประกาศกาหนด

ลูกจา้ งมหี น้าท่ีสวมใส่อุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบคุ คล และดแู ลรักษาอปุ กรณ์ตามวรรคหน่ึง ให้
สามารถใชง้ านไดต้ ามสภาพและลกั ษณะของงานตลอดระยะเวลาทางาน

กรณีทีล่ กู จา้ งไม่สวมใส่อุปกรณด์ งั กลา่ ว ใหน้ ายจา้ งสัง่ ใหล้ กู จา้ งหยุดการทางานน้นั จนกว่าลูกจา้ งจะสวมใส่
อปุ กรณ์ดงั กลา่ ว

- ระเบียบกำรเบิกอปุ กรณ์ค้มุ ครองควำมปลอดภยั ส่วนบคุ คล (PPE) และกำรแต่งกำยทถี่ ูกต้อง
ตามประกาศ ห้างหา้ งหุน้ ส่วนจากดั ออนชอร์ เซอร์วิสเซส แอนด์ ซพั พลาย ที่ 01/2559 เร่ือง กฎระเบียบการ

เบกิ อุปกรณค์ ุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบคุ คล และการแตง่ กายท่ถี กู ตอ้ ง

2

3

- แนวทางการเลือกใชอ้ ุปกรณ์คุม้ ครองความปลอดภยั ส่วนบุคคลตามลกั ษณะงาน

ส่วนของ ลักษณะงำน/พ้ืนที่กำรทำงำน ประเภทของ PPE หมำยเหตุ
ร่ำงกำย หมวกนิรภยั ชนิดมีขอบหรือไม่มีขอบ 4
1.ศรี ษะ งานทอี่ าจมสี ่ิงของตกใส่ เส่ียงต่อการกระแทก
2.ใบหนา้ กบั วตั ถุ เครื่องมือเล็กๆ - หน้ากากเชอ่ื ม
และตา - งานเช่ือม งานเจียร งานตัดโลหะ งานท่ีมี -กระบงั หนา้ กนั ฝ่นุ หรือสารเคมี ( Face
สะเกด็ ไฟ shield)
3.ระบบ - ฝ่นุ /ผงจากการเป่ าทอ่ และขดั ท่อ - แว่นนิรภยั หรือแว่นครอบตาชนิดกนั
หายใจ - งานที่ปฏิบตั ิกบั เคร่ืองมือ เครื่องจกั รที่อาจมี สะเก็ด หรือกระบงั หนา้
วสั ดกุ ระเดน็ ใส่ ไดแ้ ก่ งานตดั หญา้ งานเป่ าท่อ
4.ระบบ หรือขดั ท่อ - แวน่ ตาเลนสเ์ ทาหรือเลนสใ์ นฉาบปรอท
การไดย้ ิน - งานกลางแจง้ งานขนยา้ ยและจดั การท่อ และ
งานอ่ืน ๆ - หนา้ กากอนามยั ทวั่ ไป / ผา้ ปิดจมกู
5.มือและ - งานที่มีสารเคมีฟุ้งกระจาย เช่น ทินเนอร์ - หนา้ กาป้องกนั ฝ่นุ และสารเคมี
แขน น้ า ยา สลิง สเปรย์ แ ละ สา รเค มีที่มีกา ร
กาหนดให้ใส่ผา้ ปิดจมกู - ท่ีครอบหูลดเสียง ( Ear Muff)
6.ร่างกาย - งานทม่ี ีการสัมผสั ของฝ่นุ ผง ควนั โลหะ - ปลกั๊ หูลดเสียง (Ear Plug)
(ลาตวั ) - บริเวณทเ่ี สียงดงั เกนิ 85 dB(A)
- บริเวณทต่ี ดิ ป้ายให้สวมใส่อุปกรณป์ ้องกนั หู - ถุงมอื ยาง (ถงุ มือกนั สารเคม)ี
7.เทา้ - บริเวณที่มกี ารเปิดเคร่ืองเป่ าลม/เคร่ืองขดั ทอ่ - ถงุ มือหนัง
8. ป้องกนั - งานเจยี ร/งานตดั - ถุงมอื ผา้
การตกจาก - งานทม่ี อี นั ตรายจากน้ามนั หรือสารเคมีอืน่ ๆ - ถุงมอื Inspection
ท่ีสูง - งานท่มี อี นั ตรายจากการบาด เฉือน ของ - เอยี๊ มกนั สารเคมี น้ามนั
สายดร๊ิฟหรือของมคี ม - ชุดปฏิบตั ิงาน (Uniform)

- งานทอ่ี าจมสี ารเคมี น้ามนั กระเด็นโดนลาตวั - เส้ือสะทอ้ นแสง
- งานที่ตอ้ งสัมผสั ประกายไฟ หรือเปลวไฟ
จากงานเชอื่ มหรืองานเจยี ร - ร้องเทา้ นิรภยั
- การโหลดท่อดว้ ยเครนหรือรถโฟร์คลิฟท์
และงานกะกลางคนื ประกอบดว้ ย 3 ชนิด
- งานท่ีอาจมีของตกหล่นใส่ หรื อสัมผัส 1.จุดยดึ 2.เขม็ ขดั แบบเต็มตวั
สารเคมี หรือความรอ้ นเล็กน้อย งานไฟฟ้า 3.อปุ กรณ์เช่อื มต่อ
- สถานทที่ างานที่มีความเส่ียงอนั ตรายต่อการ
ตกลงมา พ้นื ที่การทางาน 4 เมตรข้ึนไป

Head
Protection
Equipment

1.อุปกรณ์ป้องกนั ศีรษะ (Head Protection Equipment)

ขอบเขตกำรใช้
สวมใส่ไวเ้ พอ่ื ป้องกนั ศรี ษะจากการถกู ชน กระแทก หรือวตั ถตุ กจากท่สี ูง กระทบต่อศรี ษะ และลดอนั ตรายจาก

การสัมผสั ตวั นาไฟฟ้า เพอ่ื ลดความรุนแรงจากอุบตั เิ หตอุ นั ตรายท่ีเกิดข้นึ
หมวกนิรภยั สีขาว สาหรบั พนักงานทผ่ี ่านการทดลองงาน
หมวกนิรภยั สีเขียว สาหรับพนักงานท่ยี งั ไมผ่ า่ นการทดลองงาน
หมวกนิรภยั สีส้ม สาหรบั บคุ คลภายนอกท่เี ขา้ มาในห้างหุน้ ส่วนจากดั ออนชอร์ เซอร์วสิ เซส แอนด์ ซพั พลาย

หมวกนริ ภัยมอี ยู่ 2 ชนิด ( 2 Type)

Type 1 ชนิดที่มขี อบหมวกโดยรอบ Type 2 ชนิดท่ีมเี ฉพาะขอบดา้ นหน้า

ส่วนประกอบของหมวกนริ ภัย 1. เปลอื กหมวก เป็นส่วนทีส่ ัมผสั กบั อนั ตราย
ตา่ งๆไม่มรี อยต่อ และมสี ีตา่ งๆ เพ่ือแบ่งกลมุ่
2. ขอบหมวก ป้องกนั งาน ผลิตจากวสั ดุ ABS (Acrylonitrile
กระแทกไดจ้ ากดา้ นบน Butadiene- Styrene) มีคณุ สมบตั ิทนทาน แข็ง
และเหนียว
3. สำยรัดคำง สาหรับยึดหมวก
ไมใ่ ห้เลื่อนหลดุ จากศีรษะ และยึด 4. ขอบหมวกโดยรอบ ออกแบบ
ให้แน่นข้ึนเมอื่ ทางาน ใหช้ ่วยลดแรงกระแทกดา้ นหน้า
ดา้ นหลงั ดา้ นขา้ ง ของศรี ษะ
5. ช่องข้ำงหมวก สาหรับใช้ร่วมกบั
อปุ กรณ์ เชน่ ท่ีครอบหู หน้ากากงาน 6. แถบซับเหง่ือ เป็นวสั ดทุ ตี่ ิด
เชอ่ื มโลหะ และชดุ กระบงั หน้า กบั สายรดั ศรี ษะบริเวณหนา้ ผาก

8. สำยรัดศรี ษะ เป็นแถบท่ีแนบไปรอบ 7. รองในหมวก เป็นส่วนครอบตดิ กบั ดา้ นบน
ศีรษะ เพ่อื ใช้ปรบั ขนาดใหพ้ อดกี บั ศีรษะ ของศีรษะ แบบ 3 สาย 6 จุด มีระยะห่างจาก
ของผสู้ วมใส่ โดยมีรูปแบบปรับหมนุ เปลอื กหมวกประมาณ 1 นิว้ ชว่ ยกระจายแรง
กระแทกและให้อากาศถ่ายเทไดส้ ะดวก

6

ประเภทของหมวกนริ ภัย

หมวกนิรภยั ประเภท E (Electrical) หมายถึงหมวกนิรภยั ทีใ่ ชเ้ พื่อลดแรงกระแทกของวตั ถุ และลดอนั ตรายอนั
เกิดจากตวั นาไฟฟ้าแรงดนั สูง ทนแรงดนั ไฟฟา้ ทดสอบ 20,000 โวลต์

หมวกนริ ภัยประเภท G (General) หมายถงึ หมวกนิรภยั ท่ใี ชเ้ พอื่ ลดแรงกระแทกของวตั ถุ และลดอนั ตรายอนั
เกดิ จากตวั นาไฟฟา้ แรงดนั ต่า ทนแรงดนั ไฟฟา้ ทดสอบ 2,200 โวลต์

หมวกนิรภยั ประเภท C (Conductive) หมายถงึ หมวกนิรภยั ที่ใชเ้ พ่ือลดแรงกระแทกของวตั ถุเทา่ น้นั

ขอ้ แนะนำและขอ้ ควรระวงั กำรทำควำมสะอำดหมวกนิรภยั

 ตรวจสอบหมวกนิรภยั ก่อนการใช้งาน ไม่  ควรถอดชน้ิ ส่วนที่ติดกบั หมวก เช่น ชุดรดั ศรี ษะ
ควรใช้หมวกทช่ี ารุด มีรอยราวหรือแตก
แถบซบั เหง่อื สายรัดคาง ออกก่อนการลา้ งทาความ
 รองในไมฉ่ ีกขาดจากเปลือกหมวก สายรดั
คาง ตะขอเกีย่ วไม่หัก ปรับสายรดั ยึดยาวปกติ  ควรทาความสะอาดหมวกนิรภยั อย่างสม่าเสมอ

 ไมค่ วรเก็บไวใ้ นที่ท่มี ีอณุ หภูมิสูง หรือมี โดยการใชน้ ้าอุ่นหรือน้าอณุ หภมู หิ อ้ งและสบอู่ อ่ นๆ
แสงแดดส่องโดยตรง
 อยา่ ใชค้ วามรอ้ น น้าเค็ม เบนซิน ทินเนอร์ สาร
 หมวกนิรภยั มีอายุการใชง้ าน 3-5 ปี ข้ึนอยู่
กบั การใชง้ านและการดูแลรกั ษา ลายที่มฤี ทธ์ิเป็นกรดหรือด่างลา้ งทาความสะอาด

 ตากแดดออ่ นๆ หรือหรือตากลม ไม่ควรตาก

แดดจัดหรือที่ท่มี ีอณุ หภมู สิ ูง

7

Eye and
Face

Protection
Equipment

อปุ กรณ์ป้องกันใบหน้ำและดวงตำ ( Eye And Face Protection Equipment)

ขอบเขตกำรใช้

2. อปุ กรณ์ใบหน้ำและดวงตำ ( Eye And Face Protection Equipment)

ขอบเขตกำรใช้
ใชส้ าหรับป้องกนั อนั ตรายทอ่ี าจจะเกิดข้ึน จากวสั ดุ สารเคมี สะเก็ดไฟ ฝ่นุ โลหะ กระเด็นเขา้ ตา ใบหน้า หรือ

ป้องกนั แสงจา้ และรังสีที่อนั ตรายตอ่ ดวงตา

ประเภทของอปุ กรณ์ป้องกนั ใบหน้ำและดวงตำ

1. แว่นตำนิรภัย (เลนส์ใสฉำบปรอท) เป็ นอุปกรณ์ป้องกนั
ดวงตาจากฝ่ นุ ละออง วสั ดุกระเด็นเขา้ ตาสารเคมีจากการพน่ สี
สเปรย์ น้ามนั ดีเซลที่ใช้ในการ Service ท่อและสลิง และงาน
อ่ืนๆ

2. แว่นตำนิรภยั ป้องกนั แสงแดดจ้ำ (เลนส์เทำ) ป้องกนั แสงจา้
และรังสีอลั ตราไวโอเลต (UV) ท่ีส่งผลอนั ตรายต่อดวงตา
สาหรับ งานขนยา้ ยและจดั การท่อ งานขนส่งท่อ การกลางแจง้
และงานอื่นๆ

3. กระบงั ป้องกนั ใบหน้ำ ป้องกนั วสั ดุ สารเคมีกระเดน็ เขา้ บริเวณ
ใบหนา้ และตา สาหรับลกั ษณะงาน การเป่ าลม งานเจียร งานตัด
หญา้ และงานอ่ืนๆ

4. กระบงั ป้องกนั ใบหน้ำสำหรับงำนเช่ือมโลหะ ป้องกนั
ใบหนา้ และดวงตา จากสะเกด็ ไฟและแสงจา้ จากงานเช่ือม

1. มปี ระสิทธิภาพและมาตรฐาน

กำรเลอื กใช้อุปกรณ์ 2. ความพอดกี บั ใบหน้า ไม่บดบงั สายตา และมองเหน็ ภาพได้ชัด
ป้องกันใบหน้ำและ
ดวงตำ 3. ความสบายขณะสวมใส่ น้าหนกั เบา

4. ทนทานตอ่ ความรอ้ น การกดั กร่อนของสารเคมี ไมร่ ะคายเคอื งผวิ

5. ไมเ่ ป็นอุปสรรคต่อการสวมใส่ PPE ชนิดอน่ื บนใบหนา้

6. ทนทาน ทาความสะอาดและฆา่ เช้ือไดง้ ่าย 9

ท่มี ำ: https://pangolinonline.com/blog/eye-protection/
10

Respiratory
Protection
Equipment

อุปกรณ์ป้องกนั ระบบทำงเดินหำยใจ ( Eye And Face Protection Equipment)

ขอบเขตกำรใช้

3. อปุ กรณ์ป้องกนั ระบบทำงเดนิ หำยใจ (Respiratory Protection Equipment)

ขอบเขตกำรใช้
เป็ นอุปกรณ์ท่ีออกแบบมาสาหรับป้องกันอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจของผู้ปฏิบัติงาน ในสภาวะ

แวดลอ้ มการทางานที่มีมลพษิ สารเคมี ฟูมโลหะ ไอระเหย ของแก๊ส ฝุ่นละออง ต่างๆ ไดแ้ ก่หน้ากากป้องกนั ฝ่นุ
และสารเคมีตอ่ ระบบทางเดินหายใจ

• ผปู้ ฏิบตั ิงานตอ้ งสวมใส่อปุ กรณป์ ้องกนั ระบบทางเดินหายใจ เมือ่ สมั ผสั สภาวะแวดลอ้ มท่ีเป็นอนั ตราย
ฝ่ นุ ซ่ึงในการปฏบิ ตั งิ านทีม่ กี ารสมั ผสั ฝุ่น เช่น งานขดั ทอ่ งานเป่าลม งานขดั สลงิ กิจกรรม 5ส. และงาน

อน่ื ๆ ท่ีมโี อกาสสัมผสั ฝ่นุ
ไอระเหยของสำรเคมี ในการปฏิบตั งิ านท่มี โี อกาสสมั ผสั ไอระเหยจากสารเคมี ไดแ้ ก่ ไอระเหยของทิน

เนอร์ สีสเปรย์ น้ามนั ดีเซล สีที่ใชท้ าสลิง และสารเคมีหรือผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เอกสารข้อมูลความปลอดภยั ของ
สารเคมี MSDS (Material Safety Data Sheet) กาหนดใหส้ วมใส่อปุ กรณ์ป้องกนั ระบบทางเดินหายใจ

ประเภทของอปุ กรณ์ป้องกันระบบทำงเดินหำยใจ

หน้ำกำกป้องกันไอระเหยของสำรเคมีและฝ่ นุ ละออง ใชส้ าหรบั ป้องกนั ฝ่นุ ป้องกนั
กลน่ิ หรือไอสารเคมีทีม่ รี ะดบั ไมเ่ กนิ มาตรฐานทีก่ าหนด

หน้ำกำกทำงกำรแพทย์ การป้องกนั ฝ่นุ และเกสรดอกไม้ ไดข้ นาดเลก็ สุดถงึ 3
ไมครอน ป้องกนั โรคทเี่ กีย่ วกบั ระบบทางเดนิ หายใจ ป้องกนั การแพร่กระจายของเช้อื
แบคทเี รียหรือเช้อื ไวรสั จากคนสู่คน

หน้ำกำกคำร์บอน ประโยชน์ ใชส้ าหรับป้องกนั ฝ่นุ ละออง กลิน่ หรือไอสารเคมี ทีม่ ี
ระดบั ไมเ่ กนิ มาตรฐานทก่ี ฎหมายกาหนด

หน้ำกำกกันฝ่ นุ ทวั่ ไป หรือ หน้ำกำกผ้ำ มี 2 แบบ
1.ผลิตจำกผ้ำฝ้ำย ป้องกนั ฝ่นุ ละออง และป้องกนั การกระจายของน้ามูกหรือน้าลายจากการ
ไอ/จามได้ แต่ไม่สามารถกรองเช้อื โรคท่มี ีขนาดเล็กมากๆ
2. ผลิตจำกใยสังเครำะห์ซ้อนทบช้ันกัน มีคุณสมบัติในการกรองฝุ่น ป้องกันเช้ือโรค
จาพวกเช้อื แบคทเี รียหรือเช้อื ราได้

หน้ำกำกฟองนำ้ การป้องกนั : กรองอากาศโดยเฉพาะ ฝ่นุ ละออง สามารถซกั ทา

ความสะอาดไดแ้ ห้งเร็ว พบั เกบ็ ไมย่ บั สามารถคนื รูปเดมิ ไดไ้ ม่เสียทรงประสิทธิภาพใน

การ ป้องกนั สามารถกนั ฝ่นุ ละอองทมี่ ขี นาดเลก็ และเกสรดอกไมไ้ ด้ 12

วธิ กี ำรสวมใส่หน้ำกำกป้องกันระบบทำงเดนิ หำยใจ
วิธกี ำรบำรุงรักษำหน้ำกำก (ผ้ำปิ ดจมกู )

13

Hearing
Protection
Equipment

4.อุปกรณ์ป้องกันระบบกำรได้ยนิ (Hearing Protection Equipment)

ขอบเขตกำรใช้
เป็นอุปกรณ์ที่สวมใส่ เพื่อลดความดังของเสียงบริเวณท่ีมีการทางานเสียงดงั ท่ีมากระทบกบั แก้วหู ป้องกนั

อนั ตรายที่อาจเกิดข้นึ ตอ่ ระบบการไดย้ นิ ไดแ้ ก่ เสียงดงั จากเครื่องเป่าลม เครื่องขดั ทอ่ งานเจียร งานตดั
ประเภทของอปุ กรณ์

1. ชนดิ ปลก๊ั อดุ หู (Earplugs) ทาจากวสั ดทุ สี่ ามารถเปล่ยี นแปลงรูปร่างได้ เม่อื ปลอ่ ยไว้
สกั ครู่ จะขยายตวั เทา่ กบั รูหูของเรา สามารถลดเสียงไดป้ ระมาณ 20-25 dB(A)

2. ชนดิ ครอบหู (Earmuff) เป็นอปุ กรณ์ป้องกนั หูทค่ี รอบปิดหูส่วนนอก สามารถลด
เสียงไดล้ งประมาณ 20 -30 dB(A)

กำรเลือกใช้อปุ กรณ์ป้องกนั หู
1. ไมเ่ ป็นอปุ กสรรคตอ่ ลกั ษณะงานท่ที า
2. สวมใส่งา่ ย/สบาย
3.ระดบั เสียงท่ีตอ้ งการลด และความสามารถลดระดบั เสียงของอปุ กรณ์ (ค่า Noise Reduction Rating ; NRR)

สูตรคานวณ
NRR

อ้ำงองิ : https://www.shawpat.or.th/images/PDF/2018/1042-1.pdf 15

กำรคำนวณควำมสำมำรถลดระดบั เสียงของอุปกรณ์ (ค่ำ Noise Reduction Rating ; NRR)
จากสูตร :

จากตวั อยา่ ง ของหา้ งฯ ทาการตรวจวดั ระดบั เสียงดงั ของการเป่าลม ได้ 82 dB(A) (ผลการตรวจวดั ระดบั เสียง
เฉลีย่ ตลอดระยะเวลาการทางาน...โดยศนู ยส์ ่งเสริมความปลอดภยั และอาชีวอนามยั ในการทางานจงั หวดั สงขลา)
ซ่ึงคา่ ทีต่ รวจวดั ไดม้ ีค่าใกลเ้ คยี งกบั เกณฑม์ าตรฐานทีก่ าหนเที่ ระดบั เสียงท่ี 85 dB(A) เพื่อเป็นการเฝา้ ระวงั และ
ป้องกนั อนั ตรายที่อาจเกดิ ข้ึนต่อระบบการไดย้ นิ

โดยมีอปุ กรณป์ ้องกนั เสียง คือ ทีค่ รอบหู (Earmuff) และทอี่ ุดหู (Earplug) ซ่ึงจากฉลากระบุ ค่า NRR ไวด้ งั น้ี
 ทค่ี รอบหู (Earmuff) NRR = 27 dB(A) ปลก๊ั อดุ หู (Earplugs) NRR = 25 dB(A)
ระดบั เสียงดงั สัมผสั = ระดบั เสียงดงั ในที่ทางาน dB(A) – (ค่าNRR ที่ปรบั ลดแลว้ ) -7)

กรณีทีค่ รอบหู = 82 – ((27-25%) – 7 ) = 62.25 dB(A)
กรณีปลก๊ั อุดหู = 82 – ((25-70%) – 7 ) = 64.70 dB(A)
จากผลการคานวณ จะเหน็ ไดว้ า่ ขณะท่ีเราปฏิบตั งิ านแลว้ มกี ารสวมใส่ท่ีครอบหู (Earmuff) ระดบั เสียงทสี่ มั ผสั อยุ่
ที่ 62.25 dB(A) และสวมใส่ปลกั๊ อุดหู (Earplugs) ระดบั เสียงทส่ี ัมผสั อยุ่ท่ี 64.70 dB(A) ซ่ึงนอ้ ยกว่าระดบั เสียงท่ี
เกินมาตรฐานท่กี าหนดใหส้ มั ผสั ไดต้ ลอดระยะเวลาการทางาน คือ 85 dB(A)

วธิ ีกำรสวมใสปลั๊กอดุ หู

16

ชนดิ ปลัก๊ อุดหู (Earplugs) ข้อดี ชนิดครอบหู (Earmuff)

ข้อดี สายปรบั เลื่อนไดอ้ อกแบบมาใหส้ ามารถปรับขนาดไดเ้ หมาะ
• เลก็ พกพาสะดวก • กบั ศรี ษะของแตล่ ะคน
• ใช้สะดวก ปรับใชก้ บั อปุ กรณอ์ ืน่ ได้ • ตรวจสอบง่ายพร้อมเหน็ ไดใ้ นระยะไกล
• สวมใส่สบายไหมในสถานทที่ างานที่ • ไม่สูญหายงา่ ยเพราะมีขนาดคอ่ นขา้ งใหญก่ วา่
มอี ากาศรอ้ นหรือมคี วามช้ืน ข้อเสีย ป้องกนั การตดิ เช้อื ในชอ่ งคลอดไดม้ ากกว่า
• สะดวกในการใช้แมท่ างานในทแ่ี คบ •
น้าหนักรวมมากกว่าไมส่ ะดวกหากใช้ควบคกู่ บั อุปกรณ์ปอ้ งกนั
ข้อเสีย • อื่นๆ
• ใช้เวลานานในการสวมใส่ให้กระชบั • ไมส่ ะดวกสบายในการใช้งานในพ้ืนทท่ี ม่ี อี ุณหภูมิสูงและช้นื
• สอดเขา้ และเอาออกจากชอ่ งหูยากกวา่ • ไม่สะดวกในการทางานในท่ีแคบ
• อาจสร้างความระคายเคอื งในช่องหู • ทาให้เกิดความระคายเคอื ง
• สูญเสียงา่ ย หากใชร้ ่วมกบั แว่นตาเพราะขาของแว่นตาจะทาใหเ้ กิดแรงกด
• ยากต่อการตรวจสอบการใชง้ าน บริเวณทใ่ี ส่ครอบหูอยู่แลว้ ทาใหผ้ สู้ วมใส่รูส้ ึกไมส่ บาย

ทีม่ า : file:///C:/Users/DELL/Downloads/ป้องหันห%ู 20แพงโกลิน.pdf

กำรดแู ลรักษำอุปกรณ์ป้องกันระบบกำรได้ยนิ

กำรล้ำงทำควำมสะอำด (Earmuff)

1. ใช้ผ้ำสะอำดชุบน้ำอ่นุ หรือน้าอุณหภูมปิ กติ จมุ่ ผา้ สะอาดดว้ ยน้าอนุ่ บบี ผา้ เพ่ือขจดั
น้าส่วนเกนิ เท่สบ่อู ่อน ๆ เช่นสบูล่ า้ งจานลงบนผา้ เล็กนอ้ ย ขย้ใี ห้เกิดฟอง

2. ป้องกันไม่ให้ที่ครอบหเู ปี ยก หลกี เล่ียงการจุ่มท่ีครอบหูในน้า ตวั ลดเสียรบกวน
ออกแบบมาเป็นพิเศษ ซ่ึงหากสมั ผสั กบั น้า อาจทาให้ส่วนภายในไดร้ ับความเสียหาย

3. ทำควำมสะอำดท่คี รอบหดู ้วยผ้ำสบู่ เชด็ ทาความสะอาดให้ทวั่ ท้งั อปุ กรณ์ หากส่ิง
สกปรกยงั คงตดิ อยภู่ ายในท่ีเป็นรอยเชอื่ มของอปุ กรณ์ใหใ้ ชส้ าลีจมุ่ ในน้าสบู่อุ่น ๆ
เชด็ ให้ทวั่ หรือแปรงสีฟันขดั เบาๆ

4. เช็ดทคี่ รอบหใู ห้แห้ง ชุบผา้ ทส่ี ะอาดดว้ ยน้าเยน็ แลว้ เชด็ สบแู่ ละส่ิงสกปรกออก

จากท่ีครอบหู และใชผ้ า้ ขนหนูหรือทิชชูกระดาษแห้ง เพ่ือทาให้ความช้นื หรือส่วนท่ี

เปี ยกน้าท่เี หลอื อยู่ให้แห้ง 17

กำรล้ำงทำควำมสะอำด (Earplugs)

1.เตมิ นำ้ ยำทำควำมสะอำดและน้ำอ่นุ ในชำม พอทจ่ี ะให้ที่อดุ หูท่วมน้า
ผสมน้ายาทาความสะอาดลงในน้าเลก็ นอ้ ย เชน่ น้ายาลา้ งจาน สบู่เหลว เป็นตน้
2.นำทอ่ี ดุ หลู งในน้ำ แชท่ อี่ ุดหูในน้ายาทาความสะอาดสกั ครู่ เพ่ือให้สิ่งสกปรกหลดุ
ออกมา จากท่อี ดุ หู
3.ทำควำมสะอำดหรือถทู ่อี ุดหู ในขณะทจี่ มอยูใ่ ตน้ ้าใชม้ อื ทีส่ ะอาด ทาความสะอาด
ส่ิงตกคา้ งหรือสิ่งสกปรกสะสม หรือใชแ้ ปรงขนนุม่ เช่นแปรงสีฟันเพื่อทาความ
สะอาด
4. ล้ำงและทำให้ที่อดุ หูแห้ง หลงั จากทาความสะอาดใหล้ า้ งปลกั๊ ดว้ ยน้า ใชผ้ า้ ขนหนู
ทชิ ชทู ส่ี ะอาด เช็ดที่อุดหูให้แหง้ การเกบ็ ท่อี ุดหูท่ีเปียกอาจทาให้เกดิ แบคทีเรียใน
วสั ดุที่อุดหู
5.เกบ็ ท่ีอุดหไู ว้ในกล่อง เพื่อรักษาความสะอาด เมื่อแหง้ สนิทให้เกบ็ ไวใ้ นกล่อง หรือ
ใชภ้ าชนะพลาสตกิ ขนาดเล็กแทน เพอ่ื รกั ษาสภาพและป้องกนั ไม่ใหส้ กปรก

กำรล้ำงทำควำมสะอำด (Earplugs) (กรณไี ม่ใช้นำ้ )
6.ฆ่ำเชื้อท่ีอดุ หูแบบแห้ง ใชส้ เปรยแ์ อลกอฮอล์ไอโซโพรพลิ ฉีดทอ่ี ุดหูเบาๆ
วางไวบ้ นผา้ สะอาด เพื่อให้ทีอ่ ดุ หูแหง้ เม่ือแหง้ สนิทให้เก็บไวใ้ นกล่อง

18

Hand and
Arm

Protection
Equipment

5. อปุ กรณ์ปอ้ งกนั มอื และแขน (Hand and Arm Protection Equipment)

ขอบเขตกำรใช้
ใชเ้ พือ่ ป้องกนั มือจากการถกู ความรอ้ น การสมั ผสั สะเกด็ ไฟ การเสียดสีหรือ การบาดคม ป้องกนั การสมั ผสั กบั

สารเคมีท่ีใชใ้ นกระบวนการ Service คราบสกปรก ถุงมือนิรภยั มหี ลายประเภท เช่น ถุงมือป้องกนั ทว่ั ไป ถุงมอื
หนัง ถงุ มอื ผา้ และถุงมอื ป้องกนั งานเชือ่ ม เป็นตน้

ประเภทของอุปกรณ์ป้องกนั มอื และแขน

1. ถุงมอื หนัง

ใช้สาหรบั งานทว่ั ไป ป้องกนั มือจากการบาด ขีดข่วน ของมีคม หรือวสั ดแุ หลมคม หรือ
ป้องกนั มือจากการยกส่ิงของ ไดแ้ ก่ งานโหลดท่อ งานการขนยา้ ยและจดั การทอ่ ข้นั ตอนหาร
เปิ ด-ปิ ด ฝาทอ่ ข้นั ตอนการเป่ าลม ข้นั ตอนการคลอ้ งสลิง ข้นั ตอนการ Service สลงิ และงานอนื่ ๆ

2. ถุงมือป้องกันสำรเคมี

ใชส้ าหรับป้องกนั มือจากการสมั ผสั สารเคมจี ากทอ่ น้ามนั ทินเนอร์ การดริ๊ฟทอ่
ควบคกู่ บั การใชถ้ งุ มือผา้ หรือสารเคมีอนื่ ๆที่เอกสารขอ้ มลู ความปลอดภยั ของสารเคมี
(Material Safety Data Sheet; MSDS) กาหนดใหส้ วมใส่ PPE

3. ถงุ มอื Inspection

ใชส้ าหรับป้องกนั สารเคมี น้ามนั จากงานตรวจสอบท่อ ป้องกนั การบาดคมจากเกลียวท่อ
งานบนั ทึกสัญลกั ษณบ์ นท่อ และงานอ่นื ๆ

4. ถุงมอื ผ้ำ

ป้องกนั การขีดขว่ น ของมีคม ใชก้ บั การทางานช่างทวั่ ไป งานซ่อมแซม ป้องกนั ส่ิง
สกปรก ฝ่ นุ เส้ียนไม้ งานดร๊ิฟทอ่ เป็นตน้ แต่ไม่นิยมนาไปใชก้ บั งานท่มี ีอุณหภูมสิ ูงและ
งานที่เก่ยี วขอ้ งกบั สารเคมหี รือน้า

5. ถงุ มือเช่ือม

เหมาะกบั งานที่ตอ้ งใกลช้ ดิ กบั ความร้อน ประกายไฟ เช่น งานเชื่อมตา่ งๆ งานเจียร งาน

งานตดั โลหะ งานตดั แกส๊ ซ่ึงความหนาของถงุ มอื ยงั ช่วยปกป้องจากของมคี ม

นอกจากน้ียงั เหมาะกบั งานไฟฟา้ อีกดว้ ย 20

วิธกี ำรดูแลรักษำและขอควรระวงั อปุ กรณ์ป้องกนั มอื และแขน

ถุงมือท่สี ามารถลา้ งน้าได้

มวี ธิ ีกำรทำควำมสะอำดดังนี้
1. ใชผ้ า้ เชด็ คราบน้ามนั ใหแ้ ห้งก่อนถอดออกจากมอื
2. นาถงุ นาไปลา้ งน้า ใชน้ ้ายาลา้ ง สบู่ หรือผงซกั ฟอก
ปริมาณน้อยๆ
3. ลา้ งดว้ ยน้าเปล่า ผลกิ ถุงมือดา้ นในออกมาดา้ นนอก ลา้ งดว้ ยน้าให้สะอาด
4. เชด็ ดว้ ยผา้ ทส่ี ะอาดใหแ้ ห้งน้าท้งั ดา้ นในและดา้ นนอก และนาไปแขวนให้ถงุ
มอื แห้งท้งั ดา้ นในและดา้ นนอกถุงมือ

ถุงมอื ที่ไม่นิยมลา้ งน้าได้

มีวธิ กี ำรทำควำมสะอำดดังนี้

1.เมอื่ ใชง้ านถุงมอื หนงั เสร็จแลว้ ให้ใชผ้ า้ หมาด ๆ
ชดุ น้าเชด็ ทาความสะอาด อย่านาถงุ มอื หนงั ซักโดยเด็ดขาด เพราะจะทาให้
ประสิทธิภาพถุงมือลดลง และมีกลิ่นเหมน็
2.เมื่อเช็ดดว้ ยผา้ ชดุ น้าหมาด ๆ แลว้ ให้นาผ่ึงลมใหแ้ ห้ง อย่านาถงุ มอื หนงั ตากแดดท่ี
จดั เกินไป
3. สามารถใชห้ นังสือพมิ พ์ ใชด้ บั กลิ่นทไี่ ม่พ่ึงประสงค์ โดยการขยาให้เป็นลูกกลมๆ
แลว้ ใส่ในชอ่ งของถุงมอื

21

ข้อควรระวงั และขอ้ ห้ำม

1. ถุงมือที่ เปี ยกเหงอ่ื หรือน้ำ ควรถอด แลว้ ทาความสะอาดและเช็ดใหแ้ หง้ หรือเป่ าลม
และลา้ งมือให้สะอาด กรณีท่ตี อ้ งใชถ้ ุงมอื นานๆ
2.ห้ำมว่ำงถงุ มอื ไม่เป็ นที่ ถงุ มือทมี่ ีน้ามนั หรือสารเคมอี นื่ ๆ ทใี่ ชใ้ นการ Service ท่อ หา้ ม
ต้งั บริเวณ บนั ไดข้นึ Rack Service ทอ่ และบริเวณอืน่ ๆที่ไม่ใชท่ ีแ่ ขวนถุงมอื ควรแขวน
ไวบ้ ริเวณท่ีแขวนถงุ มอื
3. หา้ มใช้ถุงมอื ร่วมกับผอู้ ื่น เพ่อื ป้องกนั การสมั ผสั สารคดั หลง่ั (เหงอื่ )
ท่อี าจเกิดอนั ตรายต่อสุขภาพ ร่างกายได้
4. ไม่ควรเกบ็ ถงุ มอื ไว้ในบริเวณแสงแดดส่องถงึ หรืออุณหภูมิสูงเพราะจะทาให้
คณุ สมบตั ทิ างกายภาพเปล่ยี นแปลงไป
5. ควรถอดถุงมอื ออกเมื่อไม่ใช้งำน
6. ตรวจสอบให้แน่ใจว่ำด้ำนในถุงมอื แห้งก่อนนำมำใช้งำนใหม่

22

Body
Protection

Equipment

6. อปุ กรณ์ป้องกนั ร่ำงกำย( ลำตัว) (Body Protection Equipment)

ขอบเขตกำรใช้
ใชส้ าหรับป้องกนั อนั ตราย ทอ่ี าจเกดิ ข้นึ กบั ลาตวั จากการกระเดน็ ของสารเคมอี นั ตราย ป้องกนั การปนเป้ือน

คราบน้ามนั สะเก็ดไฟ การสัมผสั กบั วตั ถแุ ขง็ ตา่ ง ๆ อปุ กรณ์ทใี่ ชใ้ นห้าง ฯ ไดแ้ ก่ ชุดปฏบิ ตั งิ าน เอ๊ยี มป้องกนั
สารเคมแี ละน้ามนั เส้ือสะทอ้ นแสง

ชุดปฏบิ ัตงิ ำน (Uniform) ของ ห้ำงฯ OSS

ใชป้ ้องกนั สารเคมี น้ามนั สะเกด็ ไฟ ป้องกนั การซึมของน้ามนั หรือสารเคมสี ัมผสั กบั ผวิ หนัง
และป้องกนั สะเก็ดไฟจากงานเจยี ร งานเชอื่ ม งานตดั โลหะ และงานตดั แกส็ แถบสะทอ้ นแสง
ช่วยป้องกนั อนั ตรายจในการทางานเม่ืออย่ใู นบริเวณทมี่ อื หรืองานกะกลางคนื

เสื้อแจค็ เกต็ (Jacket) เฉพาะพนกั งานต้งั แตร่ ะดบั หัวหน้า ชุดหมี สามารถสวมใส่ไดท้ ้ังพนักงาน
งานข้นึ ไป และพนักงานทไี่ ดร้ ับการอนุมตั เิ ป็นกรณีพิเศษ ทวั่ ไปและระดบั หวั หน้างาน

กำรดูแลรักษำ และ 1. ชุดปฏิบัติงานควรซักให้สะอาด โดยการซักลา้ งทาความสะอาด ด้วย
ข้อควรปฏิบตั ิ ผงซักฟอกเพื่อให้คราบน้ามัน และฝ่ นุ ท่ตี ดิ กบั เส้ือหลุดออกไป ตากแดด
ใหแ้ หง้ ควรกลบั ดา้ นของชุดปฏิบตั ิงาน เพอ่ื ป้องกนั สีซีด จากแสงแดด
2. การสวมใส่ชุดปฏบิ ตั งิ าน ตอ้ งติดกระดุมขอ้ มือของชุดใหเ้ รียบรอ้ ย ไม่
ควรพบั แขนเส้ือข้ึนมา เพอื่ ป้องกนั สารเคมหี รือน้ามนั สมั ผสั ผิวหนงั
3. ปลายกางเกงควรเก็บรวบเกบ็ ไวใ้ นรอ้ งเทา้ บ๊ทู

24

เอ๊ยี มป้องกนั สำรเคมหี รือน้ำมนั

ใชป้ ้องกนั สารเคมี น้ามนั กระเด็นบริเวณหน้าอกและลาตวั ป้องกนั การซึมของ
น้ามนั หรือสารเคมีเข้าสู่ชุด ยนู ิฟอร์ม

กำรดูแลรักษำ 1. ตรวจเชค็ หลงั การใชง้ าน หากมรี อยชารุด ควรทาการซ่อมแซม
และข้อควรปฏิบัติ
2. ลา้ งทาความสะอาด ดว้ ยน้ายาลา้ งหรือผงซกั ฟอก ให้คราบ
น้ามนั หลุดออกจากตวั เอ๊ยี ม ตากแดดใหแ้ หง้
3. เก็บไวใ้ นทีส่ ะอาด อากาศถา่ ยเทไดด้ ี และอุณหภมู พิ อเหมาะ

เสื้อสะท้อนแสง

สาหรบั การทางานดว้ ยเครนหรือโฟร์คลิฟท์ (ในการใหส้ ัญญานเครนหรือโฟร์คลฟิ ท์) ตอ้ ง
สวมใส่เส้ือสะทอ้ นแสงตลอดเวลาการทางาน และการทางานกบั เครนผปู้ ฏิบตั ิงานตอ้ งผา่ น
การอบรมการทางานกบั เครนและผา่ นการอบรมการใหส้ ัญญานเครน

กำรดูแลรักษำ 1. ควรซักทาความสะอาดหลงั การใชง้ านเสร็จ
และข้อควร 2. เกบ็ ไวท้ อ่ี ุณหภูมิห้อง หลกี เลีย่ งการวางในท่ีรอ้ น
ช้ืน หรือถูกแสงแดด
ปฏบิ ตั ิ 3. หลงั จากทาความสะอาด ควรเกบ็ เขา้ ในตเู้ กบ็
อุปกรณ์การทางานเพื่อป้องกนั การฝ่นุ และสูญหายได้

25

Foot
Protection
Equipment

7. อุปกรณ์ป้องกนั เท้ำ (Foot Protection Equipment)

ขอบเขต

อปุ กรณป์ ้องกนั เทา้ (Foot Protection) มีไวส้ าหรับป้องกนั ส่วนของเทา้ นิว้ เทา้ ตลอดจนหนา้ แขง้ ไมใ่ ห้
สมั ผสั กบั อนั ตรายจากการปฏิบตั งิ าน เช่น การตกกระแทก กบั หนีบ อดั ทม่ิ แทงจากวตั ถุตา่ งๆ รวมท้งั ป้องกนั
ความร้อนและสารเคมี และไฟฟ้า อปุ กรณ์ท่ใี ช้ป้องกนั เทา้ ไดแ้ ก่ รองเทา้ นิรภยั (Safety Shoes) รองเทา้ บู๊ด

ประเภทของอุปกรณ์ป้องกันเท้ำ

รองเท้ำนริ ภยั (ร้องเท้ำห้มุ ข้อ)

คณุ สมบตั ิ :หนงั ววั แทฟ้ อกนิ่มพิเศษ ฟอกนิ่มพเิ ศษความหนา 2.0 – 2.2 มม. หวั เหล็ก 200 จลู มาตรฐาน
มอก. 523-2554 ทนน้ามนั ทนสารเคมี ทนความรอ้ นได้ 350 C กนั ล่ืนไดด้ ี คา่ ตา้ นทานไฟฟ้า >= 100,000 โอหม์

รองเท้ำนิรภยั (ร้องเท้ำบ๊ทู สูง)

คุณสมบตั ิ : รองเทา้ บูท๊ นิรภยั สีน้าตาล หัวเสริมเหลก็ ป้องกนั การล่นื ไดด้ ี หัวเหล็กสามารถตา้ นทานแรงกระแทก
ได้ 200 จูล และสามารถตา้ นทานแรงบบี ได้ 15 กิโลนิวตนั (1529.57 กิโลกรัม) พ้ืนรองเทา้ เสริมพืน้ เหลก็ ป้องกนั
การเจาะทะลุ 1200 นิวตนั พื้นรองเทา้ มีคณุ สมบตั ปิ ้องกนั ไฟฟ้าสถิต 105-109 โอห์ม พืน้ รองเทา้ ทนทานตอ่
สารเคมี หรือน้ามนั ไดอ้ ย่างดเี ย่ียม

27

คำอธบิ ำยสัญลักษณ์รองเท้ำนิรภัย

วิธีบำรุงรักษำเพื่อป้องกนั
กำรอับชื้นในรองเท้ำ

1. ถา้ ผปู้ ฏบิ ตั งิ านทางานแลว้ มีเหงอ่ื ออกมามาก แนะนาใหเ้ ปลี่ยนถงุ เทา้ ใหม่
ระหวา่ งวนั ทางาน

2. หลงั จากทผี่ ปู้ ฏิบตั งิ านใชง้ านรองเทา้ นิรภยั เสร็จแลว้ แนะนาใหน้ ากระดาษ
หนังสือพมิ พม์ าขยาให้เป็นกอ้ นใส่ในรองเทา้ เพราะ กระดาษหนังสือพมิ พ์
มีActivated Carbon ท่ีจะชว่ ยดดู ซบั กลนิ่ และความอบั ช้นื

4.. หลงั จากเลกิ ใชร้ องเทา้ ในแต่ละวนั แลว้ ควรมกี ารทาความสะอาดรองเทา้ เบ้ืองตน้
โดย การถอดแผน่ รองในของรองเทา้ นิรภยั ออกมาซกั และ ผ่งึ แสงแดดไลค่ วามอบั
ช้นื

28

Fall
Protection
Equipment

8.อุปกรณ์ป้องกันกำรตกจำกท่สี ูง Fall Protection Equipment

ขอบเขตกำรใช้งำน
อปุ กรณ์ป้องกนั กำรตกจำกทสี่ ูง เป็นอุปกรณส์ าคญั ทีจ่ ะชว่ ยให้ผปู้ ฏิบตั งิ านสามารถทางานในสถานที่ทางานท่ี

เสี่ยงอนั ตรายตอ่ การตกลงมา โดยอปุ กรณ์ป้องกนั การตกจะเหมาะสาหรับงานทมี่ ีการทางานบนพ้ืนที่สูงมากกว่า 4
เมตรข้นึ ไป (กฎกระทรวงกาหนดมาตรฐานในการบริหารและการจดั การดา้ นความปลอดภยั อาชวี อนามยั และ
สภาพแวดลอ้ มในการทางานเกย่ี วกบั งานกอ่ สรา้ งพ.ศ. ๒๕๕๑)

ส่วนประกอบของ
อุปกรณป์ ้องกนั การตก

30

กำรตรวจสอบอปุ กรณ์ป้องกนั กำรตกจำกทส่ี ูง

วธิ ีกำรสวมใส่ชุดอุปกรณ์ป้องกนั กำรตกจำกทีส่ ูง

1. จดั รูปทรงของชุดป้องกนั การตก โดยใชน้ ิ้วเก่ยี วท่ีจุดเช่ือมต่อ (D-ring) ดา้ นหลงั ชดุ
2. ใส่สายคลอ้ งไหล่
3. ใส่สายร้อยเขา้ ไปในหัวเข็มขดั บริเวณหน้าอก
4. ใส่สายร้อยเขา้ ไปในหัวเข็มขดั บริเวณขาท้งั สองขา้ ง
5. ปรับสายของชดุ กนั ตกให้กระชบั พอดี โดยให้สามารถสอดฝ่ามือเขา้ ไประหวา่ งชดุ ป้องกนั ตกและลาตวั ไดพ้ อดี

กำรตรวจสอบและ
กำรบำรุงรักษำ

1. ผใู้ ชค้ วรตรวจสอบบริเวณตวั เข็มและเชือกวา่ มกี ารฉีก ปริ ขาด ถา้ พบ ไม่ควรนามาใชง้ าน 31

2. เมอ่ื ใชไ้ ปประมาณ 1-3 เดอื น ควรให้ผเู้ ชี่ยวชาญตรวจสอบกอ่ นนากลบั มาใชอ้ กี
3. การทาความสะอาดน้ัน ควรมีการทาความสะอาดอปุ กรณ์เดือนละคร้ังเม่ือมีการใชง้ านทกุ
วนั หรือเมื่อตวั อุปกรณ์น้ันมีความสกปรกมากๆ โดยใชน้ ้าอนุ่ และสบกู่ รด ตามดว้ ยน้าสะอาด
จากน้นั ทิ้งไวใ้ หแ้ ห้งท่ีอุณหภูมิห้อง ถา้ เป็นเขม็ ขดั นิรภยั ที่มสี ่วนประกอบของหนงั ก่อนท่ีจะ
แหง้ สนิท ควรชโลมหนังดว้ ยน้ามนั เพื่อเป็นการรักษาหนัง

เคร่ืองหมำยและสีเพอ่ื ควำมปลอดภยั
32

OSS
PPE

ฝ่ายความปลอดภยั อาชวี อนามยั ฯ Onshore Services And Supply Ltd., Part.


Click to View FlipBook Version