The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานเรื่องนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมภาษาถิ่น ซึ่งก็คือภาษาถิ่นลับแล โดยค้นคว้าหาองค์ความรู้จากอินเทอร์เน็ต และผู้รู้ ซึ่งอาจจะเป็นคนที่มีพื้นเพเป็นคนลับแล การจัดทำโครงงานครั้งนี้ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากการสัมภาษณ์จากปราชญ์ชาวบ้านที่รู้ภาษาถิ่นลับแลและให้ความร่วมมือในการรวบรวมหาคำศัพท์ภาษาถิ่นลับแลได้เป็นอย่างดี และขอขอบคุณคุณครูที่ปรึกษาโครงงาน คุณครูดอกรัก รักษา ที่ได้ให้คำแนะนำช่วยเหลือและแก้ไขการทำโครงงานครั้งนี้จนโครงงานเล่มนี้สำเร็จตามความมุ่งหมาย
คณะผู้จัดทำโครงงาน จึงใคร่ขอขอบพระคุณทุกท่านดังกล่าวข้างต้นไว้ ณ ที่นี้เป็นอย่างสูง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Jitrit, 2022-07-10 06:01:45

โครงงานเรื่องภาษาถิ่นลับแล

โครงงานเรื่องนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมภาษาถิ่น ซึ่งก็คือภาษาถิ่นลับแล โดยค้นคว้าหาองค์ความรู้จากอินเทอร์เน็ต และผู้รู้ ซึ่งอาจจะเป็นคนที่มีพื้นเพเป็นคนลับแล การจัดทำโครงงานครั้งนี้ก็ได้รับความอนุเคราะห์จากการสัมภาษณ์จากปราชญ์ชาวบ้านที่รู้ภาษาถิ่นลับแลและให้ความร่วมมือในการรวบรวมหาคำศัพท์ภาษาถิ่นลับแลได้เป็นอย่างดี และขอขอบคุณคุณครูที่ปรึกษาโครงงาน คุณครูดอกรัก รักษา ที่ได้ให้คำแนะนำช่วยเหลือและแก้ไขการทำโครงงานครั้งนี้จนโครงงานเล่มนี้สำเร็จตามความมุ่งหมาย
คณะผู้จัดทำโครงงาน จึงใคร่ขอขอบพระคุณทุกท่านดังกล่าวข้างต้นไว้ ณ ที่นี้เป็นอย่างสูง

โครงงาน

เรื่องภาษาถิ่นอำเภอลับแล



ผู้จัดทำ



๑.นายรัชชานนท์ จันทร์ปุย เลขที่ ๘
๒.นายศุภณัฐ เรืองวณิชย์ เลขที่ ๑๐
๓.นางสาวกัลยกร จุลสอน เลขที่ ๑๖
๔.นางสาววันเพ็ญ เสนะ เลขที่ ๒๕
๕.นางสาวศิริลักษณ์ โพธิ์วันดี เลขที่ ๒๖
๖.นางสาวสุภสรณ์ แซ่ลี้ เลขที่ ๒๗
๗.นางสาวปภาวี สิงห์มณี เลขที่ ๓๔
๘.นางสาวปัณฐกาญจน์ ฉ่ำเอี่ยม เลขที่ ๓๕
๙.นางสาวเพชรียา สุทัน เลขที่ ๓๖
๑๐.นางสาววรินดา โยธานวน เลขที่ ๓๘



ครูที่ปรึกษา ครูดอกรัก รักษา



โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ภาษาไทย (ท๓๓๑๐๑)



ภาคเรียนที่๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕
โรงเรียนน้ำปาดชนูปถัมภ์ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก-อุตรดิตถ์

โครงงาน
เรื่องภาษาถิ่นอำเภอลับแล



ผู้จัดทำ



๑.นายรัชชานนท์ จันทร์ปุย เลขที่ ๘
๒.นายศุภณัฐ เรืองวณิชย์ เลขที่ ๑๐
๓.นางสาวกัลยกร จุลสอน เลขที่ ๑๖
๔.นางสาววันเพ็ญ เสนะ เลขที่ ๒๕
๕.นางสาวศิริลักษณ์ โพธิ์วันดี เลขที่ ๒๖
๖.นางสาวสุภสรณ์ แซ่ลี้ เลขที่ ๒๗
๗.นางสาวปภาวี สิงห์มณี เลขที่ ๓๔
๘.นางสาวปัณฐกาญจน์ ฉ่ำเอี่ยม เลขที่ ๓๕
๙.นางสาวเพชรียา สุทัน เลขที่ ๓๖
๑๐.นางสาววรินดา โยธานวน เลขที่ ๓๘



ครูที่ปรึกษา ครูดอกรัก รักษา



โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา ภาษาไทย (ท๓๓๑๐๑)



ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๖๕
โรงเรียนน้ำปาดชนูปถัมภ์ อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพิษณุโลก-อุตรดิตถ์

ชื่อเรื่อง : ภาษาถิ่นอำเภอลับเเล

ผู้จัดทำ : ๑.นายรัชชานนท์ จันทร์ปุย เลขที่ ๘

๒.นายศุภณัฐ เรืองวณิชย์ เลขที่ ๑๐

๓.นางสาวกัลยกร จุลสอน เลขที่ ๑๖

๔.นางสาววันเพ็ญ เสนะ เลขที่ ๒๕

๕.นางสาวศิริลักษณ์ โพธิ์วันดี เลขที่ ๒๖

๖.นางสาวสุภสรณ์ แซ่ลี้ เลขที่ ๒๗

๗.นางสาวปภาวี สิงห์มณี เลขที่ ๓๔

๘.นางสาวปัณฐกาญจน์ ฉ่ำเอี่ยม เลขที่ ๓๕

๙.นางสาวเพชรียา สุทัน เลขที่ ๓๖

๑๐.นางสาววรินดา โยธานวน เลขที่ ๓๘

ระดับชั้น: มัธยมศึกษาปีที่ ๖

ครูที่ปรึกษา: คุณครู ดอกรัก รักษา

โรงเรียน: โรงเรียนน้ำปาดชนูปถัมภ์

ปีการศึกษา: ๒๕๖๕

บทคัดย่อ




การศึกษาเรื่องการอนุรักษ์วัฒนธรรมภาษาถิ่นมีวัตถุประสงค์คือ
ต้องการให้คนชาวอุตรดิตถ์ได้อนุรักษ์ภาษาถิ่นของตนเอง
ซึ่งปัจจุบันกำลังจะหายไปเพราะวัฒนธรรมของคนอุตรดิตถ์เปลี่ยนไป
ความทันสมัยและเทคโนโลยีเข้ามาเเทนทำให้ผู้คนหันไปพูดภาษากลางซึ่ง
เป็นภาษาราชการของไทยและในอนาคตประเทศไทยก็จะเปิดประชาคม
อาเซียนทำให้ผู้คนต้องฝึกพูดภาษาอังกฤษและภาษาถิ่นลับแลก็จะหายไปเรื่อยๆ

วิธีการศึกษา การศึกษาโครงงานภาษาถิ่น กลุ่มของข้าพเจ้าได้รวบรวม
ข้อมูลเกี่ยวกับภาษาถิ่นที่ใช้ในปัจจุบันและที่ไม่ค่อยได้ใช้ โดยการค้นข้อมูล
ในอินเทอร์เน็ตและสัมภาษณ์คนในพื้นที่ เกี่ยวกับภาษาถิ่นที่ไม่เคยรู้จัก และ
ที่เคยใช้บ่อยๆ จึงนำข้อมูลมาวิเคราะห์สังเคราะห์จัดทำเป็นรูปเล่มรายงาน
ผลการศึกษาพบว่า ภาษาถิ่นของคนอุตรดิตถ์ที่ใช้พูดกันในปัจจุบันนั่นคือ
ภาษากลาง และจากการศึกษาพบว่าคนส่วนใหญ่ที่ไม่ชอบพูดภาษาถิ่นเพราะว่า
อายที่จะพูดเป็นส่วนใหญ่และส่วนหนึ่งพื้นเพไม่ใช่คนลับแลแต่เกิดเลยพูด
สำเนียงลับแลไม่ถูกจึงไม่นิยมพูด และบางส่วนก็ไม่เข้าใจความหมายภาษาถิ่น
ลับแลที่ไม่ค่อยได้ใช้ เนื่องจากปัญหาที่สังคมเป็นสังคมเมืองกันมากขึ้นเลย
ทำให้คนที่จะพูดภาษาถิ่นลับแลนั้นน้อยลงไปด้วยเช่นกัน

ผู้จัดทำโครงงานมีความหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อเราได้ทราบเกี่ยวภาษา
ถิ่นลับแลซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นของเราแล้วและพร้อมที่จะอนุรักษ์และสร้างสรรค์
สังคมและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

กิตติกรรมประกาศ




โครงงานเรื่องนี้เป็นการศึกษาเกี่ยวกับการอนุรักษ์วัฒนธรรมภาษาถิ่น ซึ่ง
ก็คือภาษาถิ่นลับแล โดยค้นคว้าหาองค์ความรู้จากอินเทอร์เน็ต และผู้รู้ ซึ่งอาจจะ
เป็นคนที่มีพื้นเพเป็นคนลับแล การจัดทำโครงงานครั้งนี้ก็ได้รับความ
อนุเคราะห์จากการสัมภาษณ์จากปราชญ์ชาวบ้านที่รู้ภาษาถิ่นลับแลและให้ความ
ร่วมมือในการรวบรวมหาคำศัพท์ภาษาถิ่นลับแลได้เป็นอย่างดี และขอขอบคุณ
คุณครูที่ปรึกษาโครงงาน คุณครูดอกรัก รักษา ที่ได้ให้คำแนะนำช่วยเหลือและ
แก้ไขการทำโครงงานครั้งนี้จนโครงงานเล่มนี้สำเร็จตามความมุ่งหมาย

คณะผู้จัดทำโครงงาน จึงใคร่ขอขอบพระคุณทุกท่านดังกล่าวข้างต้นไว้
ณ ที่นี้เป็นอย่างสูง




คณะผู้จัดทำ

บทที่๑

ที่มาและความสำคัญ

ประเทศไทยถือได้ว่าเป็นประเทศที่มีภาษาใช้มากมายหลายภาษา แตกต่าง
ไปตามภูมิประเทศ และตามท้องถิ่น อันเนื่องมาจากประเทศไทยมีผู้คนอาศัยอยู่
หลายเชื้อชาติหลายศาสนา ประกอบกับมีอาณาเขตติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน
ซึ่งจะได้รับอิทธิพลมาจากภาษาของประเทศเพื่อนบ้านได้
การติดต่อสื่อสารในยุคปัจจุบันเป็นไปตามลักษณะของท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นที่ตั้ง
อยู่ ซึ่งแต่ละภาษามีลักษณะเฉพาะที่เป็นเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นคำที่ใช้ สระที่
ใช้ หรือเสียงที่เปล่งออกมาไม่เหมือนกัน โดยจะเห็นว่าภาษาแต่ละท้องถิ่น มี
ความแตกต่างกัน ซึ่งทำให้การติดต่อสื่อสารระหว่างท้องถิ่น เกิดความเข้าใจที่ไม่
ตรงกัน ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทยมีการย้ายถิ่นฐานเพื่อประกอบอาชีพกันเป็น
จำนวนมาก อาทิเช่น ค้าขาย รับจ้าง กรรมกรทำให้ภาษาถิ่นติดตามมาด้วย ทำให้
มีการแลกเปลี่ยนภาษาเกิดขึ้น

วัตถุประสงค์
๑.เพื่อสำรวจเเละรวบรวมภาษาถิ่นที่มีอยู่ในอำเภอลับเเล จังหวัดอุตรดิตถ์
๒.เพื่อเปรียบเทียบภาษาถิ่นในท้องถิ่นอำเภอลับแลกับภาษาราชการ
๓.เพื่อจัดทำเป็นเอกสารการเรียนรู้ให้กับผู้ที่มีความสนใจ
๔.เพื่อให้เข้าใจภาษาของแต่ละท้องถิ่นที่ใช้สื่อสารกัน
๕.เพื่ออนุรักษ์ภาษาถิ่นให้คงอยู่กับประเทศไทยต่อไป

ขอบเขตการศึกษา
๑. ศึกษาภาษาถิ่นที่ใช้อยู่ในอำเภอลับเเลโดยการสัมภาษณ์บุคคลในชุมชน
๒. ศึกษาภาษาถิ่นจากอินเทอร์เน็ต และในหนังสือต่างๆ

กลุ่มเป้าหมายที่ต้องการศึกษา
๑.ครูโรงเรียนน้ำปาดชนูปถัมภ์ที่มีถิ่นอาศัยอยู่อำเภอลับแล
๒.พ่อค้าแม่ค้าในตลาดที่อาศัยอยู่ในอำเภอลับแล
๓.ผู้คนในชุมชนอำเภอลับแล

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
๑.ได้เรียนรู้เกี่ยวกับภาษาลับแล และรวมไปถึงลักษณะต่างๆของภาษาลับแล
๒.ได้เรียนรู้เกี่ยวกับภาษาลับแลเมื่อเปรียบเทียบกับภาษาราชการ
๓.เพื่อดำรงภาษาลับแลให้คงอยู่กับชาวลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ และ
ประเทศไทยต่อไป

บทที่๒
เอกสารที่เกี่ยวข้อง

ภาษาถิ่น คือ คำที่เรียกภาษาที่ใช้พูดในหมู่ผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์
ต่างๆกันโดยมีลักษณะเฉพาะที่สำคัญของภาษานั้น

ภาษามาตรฐาน คือ ภาษาถิ่นที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นภาษาที่ถูกต้องเหมาะ
สม ทั้งการพูดและการเขียน ถือเป็นภาษากลางที่ใช้ติดต่อสื่อสารเข้าใจกันทั้ง
ประเทศด้วยสำนวน และสำเนียงเดียวกัน ใช้ติดต่อสื่อสารในวงราชการ สถาน
ศึกษาและสถาบันสำคัญในสังคม ภาษามาตรฐานมีลักษณะดังนี้

๑) เป็นภาษาที่ได้รับการเลือกเฟ้น ภาษามาตรฐานเป็นภาษาถิ่นที่ได้รับการ
เลือกเฟ้นจากภาษาถิ่นของบุคคลในถิ่นที่มีบทบาทในการเมือง การปกครอง
เศรษฐกิจ และสังคมแล้วสามารถยกระดับ มาตรฐาน ให้ทุกคนใช้เหมือนกัน
และเข้าใจตรงกัน

๒) เป็นภาษาที่ได้รับการรวบรวมหลักเกณฑ์ระเบียบของภาษาไว้เป็น
มาตรฐานเดียวกัน ในหลักของภาษา มีการสอน ให้ผู้ใช้ได้รู้หลักเกณฑ์การ
เขียน การอ่านให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้

๓) เป็นภาษาที่ใช้ได้ทุกวงการและทุกสาขาอาชีพ เป็นภาษาที่คนหลายกลุ่ม
หลายหน้าที่นำไปใช้ได้ และผู้ใช้ภาษา เข้าใจตรงกันทั้งการพูดและการ
เขียน

ภาษาถิ่น

คือ ภาษาย่อยที่ใช้พูดจากันในท้องถิ่นต่าง ๆ ซึ่งเกิดจากการใช้ภาษาเพื่อ

การสื่อความหมาย ความเข้าใจกันระหว่างผู้คนที่อาศัยอยู่ตามท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่ง

อาจจะแตกต่างไปจากมาตรฐาน หรือภาษาที่คนส่วนใหญ่ของแต่ละประเทศใช้

กันและอาจจะแตกต่างจากภาษาในท้องถิ่นอื่นทั้งทางด้านเสียง คำและ การใช้คำ

ภาษาถิ่น เป็นภาษาที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งถ้อยคำและสำเนียง และจะแสดงถึง

เอกลักษณ์ลักษณะความเป็นอยู่ และวิถีชีวิตของผู้คน ในท้องถิ่นของแต่ละภาค

ของประเทศไทย บางทีเรียกว่า ภาษาท้องถิ่น และหากพื้นที่ของผู้ใช้ภาษานั้น

กว้างก็จะมีภาษาถิ่นหลากหลายและมีภาถิ่นย่อย ๆ ลงไปอีก เช่นภาษาถิ่นใต้ก็มี

ภาษาสงฃลา ภาษานคร ภาษาสุราษฎร์ เป็นต้น ภาษาถิ่นทุกภาษาเป็นภาษาที่

สำคัญในสังคมไทย เราจึงควรรักษาภาษาถิ่นทุกถิ่นไว้ใช้ให้ถูกต้อง เพื่อเป็น

สมบัติมรดกของชาติต่อไปซึ่งภาษาถิ่นจะเป็นภาษาพูด หรือภาษาท่าทางมากกว่า

ภาษาเขียนภาษาถิ่นของไทยจะแบ่งตาม ภูมิศาสตร์หรือท้องถิ่นที่ผู้พูดภาษา นั้น

อาศัยอยู่ในภาค ต่าง ๆ แบ่งได้เป็น ๔ ถิ่นใหญ่ ๆ คือ ภาษาถิ่นกลาง ภาษาถิ่น

เหนือ ภาษาถิ่นอีสานและภาษาถิ่นใต้

ภาษาถิ่นเหนือ


หรือภาษาถิ่นพายัพ (คำเมือง) ได้แก่ ภาษาถิ่นที่ใช้สื่อสารอยู่ในบาง

จังหวัดของภาคเหนือตอนบน หรือภาษาในอาณาจักรล้านนาเดิม มักจะพูดกันมาก

ในจังหวัดเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา ลำปาง น่าน ลำพูน ตาก

แพร่ เป็นต้น อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นเมืองที่มีอายุยืนยาวตั้งแต่สมัย

สุโขทัย พ.ศ. ๑๐๐๕ มีกลุ่มคนอพยพมาจากโยนกเชียงแสน (อำเภอเชียงแสน

จังหวัดเชียงรายในปัจจุบัน) โดยมีผู้นำ คือ หนานคำลือและหนานคำแสน

เนื่องจากต้องการหาที่อยู่ใหม่ที่ปลอดภัยจากโรคต่าง ๆ และเพื่อหนีการสู้รบกัน

จึงได้ย้ายผู้คนตามมา ๒๐ครัวเรือน มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่บ้านเชียงแสน อำเภอ

ลับแล ในปัจจุบัน โดยมีเจ้าฟ้าฮ่ามกุมารเป็นผู้ปกครองเมืองคนแรก ต่อมา

พ.ศ.๑๘๐๐-๑๙๘๑เมืองลับแลก็อยู่ในความดูแลของเมืองทุ่งยั้งจนกระทั่งถึงสมัย

อยุธยา เมืองลับแลย้ายมาขึ้นตรงกับเมืองพิชัย ในสมัยกรุงธนบุรี

พ.ศ.๒๓๑๐-๒๓๒๕ เมืองลับแลมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านของชุมชนเจ้าพระฝาง

สมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมืองลับแลเป็นเมืองขึ้นของเมืองพิชัย และในปี

พ.ศ.๒๔๓๗ สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงเสด็จประพาสเมือง

ลับแลทำให้เมือง ลับแลเป็นที่รู้จักของบุคคลภายนอก จนกระทั่งในปี

พ.ศ.๒๔๖๓

บทที่๓

วิธีการดำเนินการ

การดำเนินโครงเรื่อง ภาษาถิ่นอำเภอลับแล มีจุดมุ่งหมายของการศึกษาค้นคว้า
เพื่อศึกษาเกี่ยวกับภาษาถิ่นอำเภอลับแลเพื่อเปรียบเทียบกับภาษาราชการ ภาษา
ลับแลที่มีความเก่าแก่ ลักษณะต่างๆ ของภาษาเหนือ คำบางคำที่ไม่ค่อยนิยมใช้ใน
ปัจจุบัน เพราะปัจจุบันคำเหล่านั้นอาจเปลี่ยนแปลงหรือไม่ได้ใช้ และต้องการ
อนุรักษ์ภาษาเหนือไว้ให้แก่ลูกหลานชาวอุตรดิตถ์ โดยมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้

ประชากรและการค้นคว้า
๑.ครูโรงเรียนน้ำปาดชนูปถัมป์ที่มีถิ่นอาศัยอยู่ในอำเภอลับแล
๒.ผู้คนที่เข้ามาทำเเบบสอบถามโดยการโพสลงเฟสบุ๊คในกลุ่มอำเภอลับแล
๓.ค้นคว้าข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต

วิธีดำเนินการศึกษาค้นคว้า


การศึกษาค้นคว้าเป็นประเภทสำรวจ มีขั้นตอนการศึกษาค้นคว้า ดังนี้

๑.ศึกษาผ่านเอกสาร เว็บไซต์ แบบสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้องกับภาษาลับแล

๒.สร้างแบบสอบถามเรื่องภาษาถิ่นลับแล จำนวน ๒๕ ข้อ เพื่อให้กลุ่มตัวอย่างทำ

แบบสอบถาม

๓.ปรึกษาโครงงานกับคุณครู ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ

ข้อมูลที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า

๑.เว็บไซต์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับภาษาถิ่นภาคเหนือหรือภาษาถิ่นอำเภอลับแล
๒.เอกสารเกี่ยวกับภาษาถิ่น และภาษาราชการ
๓.แบบฟอร์มที่ใช้ในการสอบถาม

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาค้นคว้า

๑.เว็บไซต์,เอกสาร,แบบฟอร์มสัมภาษณ์,คอมพิวเตอร์,โทรศัพท์มือถือ,แอบพลิ
เคชัน Canva,โปรแกรมWord,โปรแกรม Anyflip,เว็บไซต์Google form

๒.สร้างแบบสอบถาม การนำเสนอผ่านทางElectronic Book (E-book) หมายถึง
หนังสือที่สร้างขึ้นด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์มีลักษณะเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์

การเก็บรวบรวมข้อมูล

รวบรวมเอกสาร ข้อมูลต่าง ๆ ที่ได้จากการศึกษาดังกล่าวไว้ใน โปรแกรม
Microsoft Wordและทำชิ้นงาน E-Book โดยผ่าน แอปพลิเคชัน Canva
และโปรแกรม Anyflip

นำข้อมูลที่รวบรวมมาจากกลุ่มตัวอย่างทำการวิเคราะห์โดยวิธีที่ผู้จัดทำนำ
แบบสอบถามที่ได้จากการตอบกลับมา และสำรวจข้อมูลเรียบร้อยแล้ว มา
เปรียบเทียบกับภาษาราชการว่าแตกต่างกันอย่างไร

บทที่๔
ผลการดำเนินการ

การศึกษาเรื่อง ภาษาถิ่นอำเภอลับแล
มีวัตถุประสงค์เพื่อ

๑.เพื่อได้ศึกษาและค้นคว้าภาษาถิ่นลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์
๒.เพื่ออนุรักษ์ภาษาถิ่นเหนืออำเภอลับแลให้คงอยู่กับคนภาคเหนือและ
ประเทศไทยต่อไป

ผลการศึกษาค้นคว้าพบว่า

จากการศึกษานั้นทำให้ทราบว่าจากการทำแบบสอบถามกลุ่มตัวอย่าง โดยมี

การจัดทำเป็นแบบฟอร์มเพื่อให้ผู้ที่อาศัยหรือมีถิ่นอาศัยอยู่ที่อำเภอลับแลตอบ

แบบสอบถามเกี่ยวกับคำศัพท์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น หมวดผลไม้ หมวดเครือญาติ

หมวดสิ่งของ

เเบบฟอร์มการสัมภาษณ์




กลุ่มตัวอย่าง
คนที่๑.นายนิพนธ์ แสงจันทร์ อายุ ๓๗ ปี
คนที่๒.นายภิญโญ แสงจันทร์ อายุ ๓๙ ปี
คนที่๓.นางสาวนฤมล อินฟากท่า อายุ ๒๘ ปี
คนที่๔.นายประชุม เฮียงก่อ อายุ ๖๑ ปี
คนที่๕.นางสาวประภาภิน แก้วจีน อายุ๒๖ ปี

ผลการดำเนินการ



บทที่๕
สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ

สรุปผลการศึกษาค้นคว้า

๑.จากการที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับภาษาถิ่นเหนือคือภาษาถิ่นอำเภอลับแล
ทำให้ได้รู้จักคำศัพท์ต่างๆที่เกี่ยวกับภาษาถิ่น ไม่ว่าจะเป็น หมวดเครือญาติ
หมวดร่างกาย หมวดผลไม้ หมวดของใช้

๒.เมื่อได้เรียนรู้แล้วทำให้เกิดความรู้สึกที่อยากจะอนุรักษ์ภาษาอั่น
เป็นเอกลักษณ์ของภาคเหนือภาษาถิ่นลับแลเอาไว้ไปถึงคนรุ่นหลัง




อภิปรายผลการศึกษา

จากการศึกษาและมีการสำรวจกลุ่มตัวอย่างในเรื่องภาษาถิ่นอำเภอ
ลับแล ทำให้ทราบว่าผู้คนในอำเภอลับแลนั้นรู้จักคำต่างๆได้ดี




ข้อเสนอแนะ

๑.จากการศึกษาโครงงานหัวข้อนี้ได้ความรู้ในภาษาถิ่นเหนือคือภาษา
ลับแลที่เพิ่ม เติมมากกว่าเดิมสามารถนำไปใช้ในการพูดในชีวิตประจำวัน

๒.แบบสอบถามควรมีความชัดเจนกว่านี้

บรรณานุกรม




อารีรัตน์: ๖ มกราคม ๒๕๖๕ โครงงานเรื่องถาษาถิ่นใต้



เว็บไซต์
โครงงานเรื่อง ภาษาถิ่นใต้ - ดาวน์โหลดหนังสือ | ๑-๑๙ หน้า | AnyFlip


Click to View FlipBook Version