โครงงานด้วยรักและห่วงใย สืบสานสายใย วิถีไทย วิถีชุมชน Lover a Care for Thai Community คณะผู้จัดท า กลุ่มหมอยาใจ นางสาวพัชรินทร์ บรรจงราชเสนา นางสาวภัทรนิษฐ์ แก้วเกิดไชย นางสาวอภัสรา มิตตะขบ นางสาวจิตต์ชนันท์ พุ่มจันทร์ นางสาวอุษา ลวดทรง นางสาวจิราภรณ์ อินทร์อุดม นางสาวชญาพร ประสงค์เจริญ นางสาวธิดารัตน์ กายะชาติ นางสาวเมทินี สามะสุทธิ นางสาวพัชรพร ชาลีกุล โรงเรียนชลบุรี“สุขบท” จังหวัดชลบุรี ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โครงงานคุณธรรมระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประกวดกิจกรรมโครงงานคุณธรรม จัดโดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
โครงงานด้วยรักและห่วงใย สืบสานสายใย วิถีไทย วิถีชุมชน Lover a Care for Thai Community คณะผู้จัดท า นางสาวพัชรินทร์ บรรจงราชเสนา นางสาวภัทรนิษฐ์ แก้วเกิดไชย นางสาวอภัสรา มิตตะขบ นางสาวจิตต์ชนันท์ พุ่มจันทร์ นางสาวอุษา ลวดทรง นางสาวจิราภรณ์ อินทร์อุดม นางสาวชญาพร ประสงค์เจริญ นางสาวธิดารัตน์ กายะชาติ นางสาวเมทินี สามะสุทธิ นางสาวพัชรพร ชาลีกุล ครูที่ปรึกษาหลัก นางชะบา อ่อนนาค ครูที่ปรึกษารอง นายพจนวัฒน์ จารย์พรมมา นางสาวกนกลักษณ์ จรพิภพ พระสอนศีลธรรมที่ปรึกษา พระปลัดสิทธิเดช สีลเตโช โรงเรียนชลบุรี“สุขบท” จังหวัดชลบุรี ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ โครงงานคุณธรรมระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประกวดกิจกรรมโครงงานคุณธรรม จัดโดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
กิตติกรรมประกาศ โครงงานด้วยรักและห่วงใย สืบสานสายใย วิถีไทย วิถีชุมชน ส าเร็จลงได้ด้วยความกรุณาจาก ครูที่ปรึกษาคุณครูชะบา อ่อนนาค คุณครูพจนวัฒน์ จารย์พรมมา และคุณครูกนกลักษณ์ จรพิภพ พระสอนศีลธรรมที่ปรึกษา พระปลัดสิทธิเดช สีลเตโช ที่กรุณาให้ค าปรึกษาแนะน าแนวทางที่ถูกต้อง ตลอดจนการแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ด้วยความละเอียดถี่ถ้วนและเอาใจใส่ด้วยดีเสมอมา คณะผู้จัดท า รู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง จึงขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงไว้ ณ โอกาสนี้ ขอขอบพระคุณนายบุญเลิศ ศรีสวัสดิ์ ผู้อ านวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบาง ทราย คุณบุศรา สุขสวัสดิ์ พยาบาลวิชาชีพช านาญการ ที่กรุณาให้ความรู้ ให้ค าปรึกษา และ อนุเคราะห์สถานที่ในการด าเนินงานโครงงานคุณธรรม ขอขอบพระคุณคุณลุง คุณป้าและผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง จ านวน 23 คนที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงที่ต้องชะลอความเสื่อมของไต ที่ให้ความอนุเคราะห์ ความเมตตาในการให้ข้อมูลและ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีในการท ากิจกรรมลงเยี่ยมชุมชน ท าให้โครงงานคุณธรรมฉบับนี้ส าเร็จได้ ตามจุดประสงค์ที่ตั้งเอาไว้ ขอขอบพระคุณคณะครู ผู้บริหาร เพื่อนๆ พี่ น้อง โรงเรียนชลบุรี“สุขบท”ที่ได้มีส่วนร่วมใน การขยายผลโครงงานคุณธรรมให้ค าชี้แนะ และเพิ่มเติมจนท าให้โครงงานคุณธรรม ได้บรรลุตาม จุดประสงค์ที่ตั้งเอาไว้ขอ คุณค่าและประโยชน์ของดนตรีนิพนธ์ฉบับนี้ คณะผู้จัดท าขอมอบเป็นกตัญญูกตเวทิตาแด่ บุพการี ครู อาจารย์และผู้มีพระคุณทุกท่านทั้งในอดีตและปัจจุบัน ที่ท าให้คณะผู้จัดท าด าเนินงาน โครงงานคุณธรรมจนส าเร็จลุล่วง มา ณ ตอนนี้ คณะผู้จัดท า ก
สารบัญ หน้า กิตติกรรมประกาศ..................................................................................................................... ก สารบัญ....................................................................................................................................... ข สารบัญตาราง.................................................................................................................. ........... ค บทคัดย่อ..................................................................................................................................... ง ผังมโนทัศน์.................................................................................................................................. จ บทที่ 1 บทน า.................................................................................................................................. 1 1.1 ที่มาและความส าคัญ.............................................................................................. 1 1.2 วัตถุประสงค์.......................................................................................................... 2 1.3 ขอบเขตของการศึกษา........................................................................................... 2 2 เอกสารและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง............................................................................................. 4 2.1 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง............................................................................. 4 2.2 หลักธรรมที่น ามาใช้............................................................................................... 7 3 วิธีการด าเนินการโครงงาน.................................................................................................. 9 3.1 ขั้นตอนการด าเนินการ........................................................................................... 9 3.2 ขั้นด าเนินการตามแผน.......................................................................................... 11 3.3 ขั้นสรุปและประเมินผล.......................................................................................... 11 3.4 ขั้นน าเสนอผลงาน.................................................................................................. 11 3.5 งบประมาณ........................................................................................................... 12 3.6 แหล่งที่มาของงบประมาณ.................................................................................... 12 4 การศึกษาวิเคราะห์ผลการด าเนินงาน................................................................................. 12 4.1 ผลที่เกิดกับกลุ่มเป้าหมาย...................................................................................... 12 4.2 ผลที่เกิดกับสมาชิกในกลุ่มแกนน า.......................................................................... 13 4.3 ประเมินผลการด าเนินงาน...................................................................................... 17 4.4 การประเมินตนเอง................................................................................................. 19 4.5 อุปสรรค ความผิดพลาด........................................................................................ 20 4.6 วิธีการแก้ไข และสรุปบทเรียนที่ได้จากการเผชิญปัญหานั้นๆ ............................... 21 5 สรุปและอภิปรายผลการปฏิบัติโครงงาน................................................................................ 22 5.1 สรุปผลการด าเนินโครงงาน..................................................................................... 22 5.2 แผนการด าเนินงานในอนาคต................................................................................. 22 5.3 ข้อเสนอแนะ........................................................................................................... 22 บรรณานุกรม................................................................................................................... ............ 23 ภาคผนวก.................................................................................................................................... 24 ข
สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 1 แสดงคะแนนเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับและอันดับที่มาของ 14 ความพึงพอใจของเยาวชน ด้านความรู้ ทักษะ คุณธรรมความเมตตา กรุณา และจิตอาสา โดยรวมและรายข้อ 2 แสดงคะแนนเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับและอันดับที่มาของ 15 ความพึงพอใจของผู้ปกครอง ที่มีต่อเยาวชนจิตอาสา โดยรวมและรายข้อ 3 แสดงคะแนนเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับและอันดับที่มาของ 16 ความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบางทราย และครูที่ปรึกษาโครงงาน ครูประจ าชั้นที่มีต่อเยาวชนจิตอาสา โดยรวมและรายข้อ 4 แสดงคะแนนเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับและอันดับที่มาของ 17 ความพึงพอใจของผู้สูงวัยและญาติที่มีต่อเยาวชนจิตอาสา โดยรวมและรายข้อ ค
บทคัดย่อ โครงงานด้วยรักและห่วงใย สืบสานสายใย วิถีไทย วิถีชุมชน มีวัตถุประสงค์ต่อไปนี้เพื่อให้ เยาวชนมีความรู้เรื่องการดูแลตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เพื่อให้เยาวชนมีทักษะการ ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบล และสามารถ ให้ความรู้เรื่องการดูแลตนเองให้ พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) แก่ผู้สูงอายุ กลุ่มได้ ตลอดจนให้เยาวชนมีความเมตตากรุณาและจิต อาสา หลักธรรมที่ใช้ในการด าเนินงานได้แก่ หลักธรรมสังคหวัตถุ4 คือ ทาน การให้ การเสียสละ ปิยะวาจา การพูดจาด้วยถ้อยค าไพเราะอ่อนหวานจริงใจ อัตถจริยา ช่วยเหลือกัน สมานัตตา การเป็น ผู้มีความสม่ าเสมอโดยประพฤติตัวให้มีความเสมอต้นเสมอปลาย หลักธรรมที่พัฒนาคุณธรรมได้แก่ ความเมตตากรุณา การด าเนินงานมีเป้าหมายเยาวชนกลุ่มแกนน า 20 คน กลุ่มสมาชิก 34 คน ผู้สูงอายุกลุ่มเป้า เสี่ยง จ านวน 23 คน ที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงที่ต้องชะลอความเสื่อมของไต การ ด าเนินงานเยาวชนโครงงานด้วยรักและห่วงใยสืบสานสายใย วิถีไทยวิถีชุมชนสามารถท าความดีมี ความรู้เรื่องการดูแลตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ(NCDs) มีทักษะในการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลและสามารถให้ความรู้เรื่องการดูแลตนเองให้ผลจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) แก่ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงได้ตลอดจนเยาวชนมีความเมตตากรุณา และจิตอาสา โดยผ่านกิจกรรมหลัก 5 กิจกรรมดังต่อไปนี้กิจกรรมจิตอาสาด้วยรักและห่วงใย กิจกรรมอาสาหมอยาใจกิจกรรมจิตอาสา เพิ่มพูนความรู้สู้โรคภัยเงียบ กิจกรรมจิตอาสาสื่อรักบ้านแสนสุข กิจกรรมจิตอาสาพาสู่สุคติ ผลการประเมิน ผลการด าเนินงานพบว่าด้านเยาวชนสามารถผลิตสื่อ ให้ความรู้เรื่องการ ป้องกันโรคไม่ติดต่อที่ไหนร้ายแรง( NCDs) มีทักษะ การน าเสนอโดยใช้ความรู้เรื่องการป้องกันโรคไม่ ติดต่อที่ไหนแรง(NCDs) มีความเมตตากรุณาจิตอาสาการประเมินความพึงพอใจของเยาวชนด้าน ความรู้ด้านทักษะคุณธรรมความเมตตากรุณาจิตอาสาโดยรวมอยู่ที่ 4.83 แปลค่ามากที่สุดด้านผู้สูงวัย จ านวน 23 คน มีความรู้เรื่องการดูแลตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ(NCDs) ชะลอความเสื่อมของไต ง
โครงงานด้วยรักและห่วงใย สืบสานสายใย วิถีไทย วิถีชุมชน กลุ่มหมอยาใจ โรงเรียน ชลบุรี “สุขบท” ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้เยาวชนมีความรู้เรื่อ โรคไม่ติดต่อ (NCDs) 2. เพื่อให้เยาวชนมีทักษะในก ส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบ เรื่องการป้องกันตนเองให้พ แก่ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงได้ 3. เพื่อให้เยาวชนได้พัฒนาคุณ และจิตอาสา สาเหตุ ผู้สูงอายุในชุมชนต าบลบางทดันโลหิตสูง ซึ่งจะน าไปสู่การการพฤติกรรมเสี่ยงในการด าความเครียด การออกก าลังกาย และเสพสทางแก้ปัญหา ใช้หลักอริยสัจ 4 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ผู้สูงอายุเป็นโรคNCDs ชะลอความเสื่อมของไต มาจากพฤติกรรมเสี่ยงในการด าเนินชีวิตประจ าวันและการ บริโภค โรคไม่พัฒนาการความรุนแรงขึ้น จัดท าสื่อและให้ความรู้ฐานะลูกหลาน
องการป้องกันตนเองให้พ้นจาก การปฏิบัติงานที่โรงพยาบาล บล และสามารถให้ความรู้ พ้นจากโรคไม่ติดต่อ(NCDs) ณธรรมด้านความเมตตากรุณา รายเป็นโรคเบาหวานและความ เป็นโรคไตเรื้อรัง สาเหตุมาจาก เนินชีวิตและ บริโภคอาหาร ารเสพติด เป้าหมาย 1. เชิงปริมาณ กลุ่มแกนน า 20 คน สมาชิก 34 คน ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง 23 คน 2. เชิงคุณธรรม เยาวชนมีความเมตตากรุณาและ ทักษะในการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบล และสามารถให้ความรู้ เรื่องการป้องกันตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ(NCDs) แก่ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงได้ หลักธรรม ทาน คือ การให้ ปิยวาจา คือ การพูดด้วยถ้อยค าไพเราะ อัตถจริยา คือ การสังเคราะห์ ช่วยเหลือผู้อื่น สมานัตตา คือ การเป็นผู้มีความเสมอต้นเสมอปลาย กิจกรรมจิตอาสาด้วยรักและห่วงใย กิจกรรมจิตอาสาเพิ่มพูนความรู้สู้โรคภัยเงียบ กิจกรรมจิตอาสาสื่อรักบ้านแสนสุข กิจกรรมจิตอาสาหมอยาใจ กิจกรรมจิตอาสาพาสู่สุคติ สังคหวัตถุ 4 กรุณา คือ ปรารถนาช่วยผู้อื่นพ้นทุกข์ เมตตา คือปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข
บทที่ 1 บทน า 1.1 ที่มาและความส าคัญ ตามที่ในปีการศึกษา2559 นักเรียนโรงเรียนชลบุรี“สุขบท” กลุ่มหมอยาใจ ได้จัดท าโครงงาน ด้วยรักและห่วงใย สืบสานสายใย วิถีไทย วิถีชุมชน ด้วยการท ากิจกรรมจิตอาสาที่โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพต าบลบางทราย ลงเยี่ยมบ้านผู้สูงอายุดูแลด้านจิตใจของผู้สูงอายุ บริการน้ าดื่มและท า ดอกไม้จันทน์ช่วยในงานศพ เข้าร่วมกิจกรรมของชมรมผู้สูงอายุของต าบลบางทราย เพื่อช่วยงานใน วันผู้สูงอายุ วันแม่ และวันปีใหม่ เพื่อเป็นการพัฒนาคุณธรรมจิตอาสา อย่างต่อเนื่องตลอดมาจนถึง ปัจจุบันจนเป็นที่ยอมรับของชุมชนต าบลบางทราย จากการด าเนินกิจกรรมบริการน้ าดื่มและท าดอกไม้จันทน์ช่วยในงานศพมาอย่างต่อเนื่อง ท า ให้เยาวชนกลุ่มหมอยาใจพบข้อมูลว่าผู้สูงอายุที่เยี่ยมบ้าน และในชุมชนเสียชีวิตอันดับหนึ่งคือโรคไต และผู้สูงอายุบางรายเป็นโรคไตระดับเริ่มต้น ขั้นล้างไต และกลายเป็นคนไข้ติดเตียง ซึ่งเป็นสภาพที่ น่าเห็นใจทั้งคนป่วยและสมาชิกในครอบครัว และในสถานการณ์ของประเทศไทย ศ.นพ.เกรียงศักดิ์ วารีแสงทิพย์ นายกสมาคมโรคไต แห่ง ประเทศไทย ได้ให้ข้อมูล ของสมาคมโรคไตฯ ภายในกิจกรรมเผยแพร่ความรู้สู่ประชาชน กลเม็ด เคล็ด ลับ ป้องกันไตวาย ตอน "เรื่องควรรู้เกี่ยวกับยาและสมุนไพรกับโรคไต” พบว่าคนไทยป่วยเป็นไตวาย เรื้อรังประมาณ 11 ล้านคน คิดเป็น 17% ของคนไทย ขณะที่ทั่วประเทศ มีอายุรแพทย์โรคไตเพียง 850 คน จากสาเหตุดังกล่าว เยาวชนกลุ่มแกนน าได้เกิดความสงสัยว่าผู้สูงอายุในชุมชนต าบลบาง ทรายเป็นโรคไตได้อย่างไร ซึ่งมักได้รับค าตอบจากคนในครอบครัวที่เสียชีวิต และผู้สูงอายุในชุมชนว่า รับประทานอาหารรสเค็ม ซึ่งค าตอบดังกล่าวมาจากความเชื่อของคนรุ่นเก่าที่เป็นปัจจัยหนึ่งเท่านั้น จากประเด็นปัญหาสุขภาพของผู้สูงอายุในต าบลบางทรายดังกล่าว จึงท าให้เยาวชนกลุ่มหมอ ยาใจ มีความสงสัยที่จะ ค้นหาค าตอบจากพยาบาลวิชาชีพของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ า ต าบลบางทราย ที่มีหน้าที่ดูแลผู้สูงอายุ พบว่าการบริโภคอาหาร ที่มีรสหวาน เค็ม มันจัด บริโภคที่ เกินอัตราที่คนปกติน าไปใช้ในแต่วันละเป็นประจ า ส่งผลให้เป็นเบาหวาน และตามด้วยความดันโลหิต สูง และผู้ที่ป่วยเป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่อยู่ในช่วง 10 ปี เป็นปัจจัยเสี่ยงเกิดเป็นโรคไต แทรกร่วม จากนั้นอีก 5 ปีจะเข้าสู้ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายและจากการวิเคราะห์ข้อมูล ประชากรของเทศบาลต าบลบางทรายพบว่ามีประชากรจ านวน 10,418 คน เป็นจ านวนผู้สูงอายุ 2,289 คน ซึ่งจัดประเภทเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) การมาขอใช้บริการของโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย มีผู้สูงอายุไปใช้บริการรักษาโรคเบาหวาน จ านวน 196 คน รักษาโรคความดันโลหิตสูง จ านวน 295 คน และป่วยเป็นเบาหวานร่วมกับความดันโลหิตสูงจ านวน
2 136 คน ซึ่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย มีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 11 คน มีหน้าที่ ให้บริการผู้ป่วยสูงวัยจ านวน 2 คน จึงไม่พอเพียงต่อการให้บริการประชากร และจากการลงปฏิบัติงานภาคสนามทั้งที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย และการเยี่ยมบ้าน พบว่าผู้สูงอายุผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และที่สุขภาพปกติ ไม่มีความรู้เรื่องการบริโภคอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ มีความเครียด และไม่ออกก าลังกายซึ่ง ผู้สูงอายุสามารถดูแลตัวเองได้ก็จะป้องกันการเป็นโรคไต และถ้าเป็นก็สามารถชะลอการเสื่อมของไต เพื่อป้องกันการสู่การล้างไตและเป็นคนไขติดเตียง ด้วยเหตุผลดังกล่าวกลุ่มหมอยาใจจึงสนใจที่จะท าโครงงานด้วยรักษ์และห่วงใย สืบสาน สายใย วิถีไทย วิถีชุมชน เพื่อเป็นการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาของผู้สูงอายุที่ต้นเหตุ และยั่งยืน 1.2 วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้เยาวชนมีความรู้เรื่องการดูแลตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) 2. เพื่อให้เยาวชนมีทักษะในการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบล และ สามารถให้ความรู้เรื่องการดูแลตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) แก่ผู้สูงอายุได้ 3. เพื่อให้เยาวชนมีความเมตตากรุณา และจิตอาสา 1.3 ขอบเขตของการศึกษาเรียนรู้ 1.3.1 กลุ่มเป้าหมาย เชิงปริมาณ เยาวชนกลุ่มแกนน าจ านวน 20 คน และสมาชิกจ านวน 34 คน ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง จ านวน 23 คน เชิงคุณภาพ 1. เยาวชนมีความรู้เรื่องการดูแลตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ(NCDs) 2. เยาวชนมีทักษะในการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบล และมี ทักษะในการให้ความรู้เรื่องการดูแลตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ(NCDs)แก่ผู้สูงอายุได้ 3. เยาวชนมีความเมตตากรุณา และจิตอาสา 1.3.2 ค าจ ากัดความที่ใช้ในโครงงาน 1. หมอยาใจ หมายถึง กลุ่มเยาวชนโรงเรียนชลบุรี“สุขบท” ที่ปฏิบัติงานจิตอาสาที่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย ดูแลผู้สูงอายุด้วยการให้ความรู้การปฏิบัติตนให้ถูก หลักโภชนาการ และดูแลด้านจิตใจ 2. กลุ่มแกนน า หมายถึงนักเรียนกลุ่มแกนน าชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จ านวน 10 คน ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 5 จ านวน 10 คน 2. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล หมายถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบางทราย 3. ผู้สูงอายุ หมายถึง บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป 4. ผู้น าชุมชนหมายถึงผู้ใหญ่บ้าน และ อาสาสมัครสาธารณสุขประจ าหมู่บ้าน(อสม.) 5. กลุ่มเสี่ยง หมายถึง ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต ในระยะที่ 1 – 2 เป็นโรคไตเรื้อรัง ชะลอการเสียของไต
3 6. โรค NCDs (Non-Communicable diseases) คือกลุ่มโรคเรื้อรังไม่ติดต่อ เกิดจาก พฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น โรคเบาหวาน โรนคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเส้นเลือด โรคไต 7. ผู้ป่วยโรคไต หมายถึงผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง ในระยะที่ 1 – 2 แต่ยังไม่ถึงขั้น ล้างไตหรือเป็นคนไข้ติดเตียง 8. ความรู้เรื่องการบริโภคอาหารตามหลักโภชนาการ หมายถึงการใช้ชีวิตแบบ 3 อ หลีกเลี่ยง 2 ส เพื่อป้องกัน หรือชะลอความเสื่อมของไต 9. ปิงปองจราจรชีวิต 7 สี หมายถึงแบ่งความรุนแรงของโรคเป็นสี เพื่อการเฝ้าระวังและ ควบคุมโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไม่ให้รุนแรงขึ้นด้วยตัวของผู้ป่วยเอง 1.3.3 สถานที่ 1. โรงเรียนชลบุรี “สุขบท” 2. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบางทราย 3. พื้นที่ในต าบลบางทราย หมู่ที่ 6 ต าบลบางทราย และ บ้านผู้สูงอายุที่เป็นกรณีศึกษา 1.3.4 ระยะเวลาด าเนินการ ระยะที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ระยะที่ 2 ปีการศึกษา 2564
4 บทที่ 2 เอกสารและทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง โครงงานด้วยรักและห่วงใย สืบสานสายใยวิถีไทย วิถีชุมชน เป็นโครงงานที่ด าเนินการโดยมี วัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้เพื่อให้เยาวชนมีความรู้เรื่องการป้องกันตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) มีเยาวชนมีทักษะในการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบล และสามารถให้ความรู้ เรื่องการป้องกันตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) แก่ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงได้ ตลอดจนเพื่อให้ เยาวชนได้พัฒนาคุณธรรมความเมตตากรุณา และจิตอาสา โดยศึกษาจากเอกสาร ทฤษฎี และ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องดังนี้ 2.1 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1.1 ผู้สูงอายุ วัยสูงอายุหรือ วัยชรา หมายถึง มนุษย์ที่มีอายุอยู่ในช่วงปลายของชีวิต นิยามของผู้สูงอายุ แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่ามองผ่านความรู้สาขาใด เช่น ทางชีววิทยา ประชากรศาสตร์การจ้าง งาน และทางสังคมวิทยา เป็นต้น ส าหรับประเทศไทย ตามกฎหมายก าหนดไว้ว่าผู้สูงอายุคือบุคคลที่มี อายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ในขณะที่ ประเทศพัฒนาแล้ว ส่วนใหญ่จะมีสัดส่วนผู้สูงอายุต่อประชากรทั้ง ประเทศสูงกว่าประเทศก าลังพัฒนา ในปี 2560 ประเทศไทยมีประชากรสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 11 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 17 ของ ประชากรทั้งหมด 65.5 ล้านคน ประเทศไทยก าลังมีอายุสูงขึ้นอย่างเร็วมาก คาดประมาณว่าอีกไม่เกิน 4 ปีข้างหน้านี้ ประเทศไทยก็จะกลายเป็นสังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์ เมื่อมีสัดส่วนประชากรอายุ 60 ปี ขึ้นไปสูงขึ้นถึงร้อยละ 20 จ านวนประชากรสูงอายุในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ด้วยเหตุที่ “คลื่นประชากรรุ่นเกิดล้าน” ซึ่งเกิดในช่วงปี 2506-2526 ก าลังเคลื่อนตัวกลายเป็น ผู้สูงอายุ อีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีประชากรสูงอายุมากถึง 20 ล้านคน และที่ส าคัญ คือ กลุ่มประชากร สูงอายุวัยปลาย (อายุ 80 ปีขึ้นไป) จะเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 1.5 ล้านคน ในปี 2560 เป็น 3.5 ล้านคน ในอีก 20 ปีข้างหน้า (จากหนังสือสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย ปี 2560 ของกองทุนผู้สูงอายุ กรมกิจการ ผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์) ผู้สูงอายุของบางทราย จากการวิเคราะห์ข้อมูลประชากรของเทศบาลต าบลบางทรายพบว่า มีประชากรจ านวน 10,418 คน เป็นจ านวนผู้สูงอายุ 2,289 คน ซึ่งจัดประเภทเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) การมาขอใช้บริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย มี ผู้สูงอายุไปใช้บริการรักษาโรคเบาหวาน จ านวน 196 คน รักษาโรคความดันโลหิตสูง จ านวน 295 คน และป่วยเป็นเบาหวานร่วมกับความดันโลหิตสูงจ านวน 136 คน ซึ่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ า ต าบลบางทราย มีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 11 คน มีหน้าที่ให้บริการผู้ป่วยสูงวัยจ านวน 2 คน จึงไม่พอเพียง ต่อการให้บริการประชากร 2.1.2 กลุ่มโรค NCDs กลุ่มโรค NCDs (Non-Communicable diseases) จากข้อมูลของส านักกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ ( https://www.thaihealth.or.th/) ชื่อภาษาไทยเรียกว่า กลุ่มโรคไม่ติดต่อ
5 เรื้อรัง นั้น เป็นชื่อเรียก กลุ่มโรคที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ไม่สามารถ ติดต่อได้ผ่านการสัมผัส คลุกคลี หรือ ติดต่อ ผ่านตัวน าโรค (พาหะ) หรือสารคัดหลั่งต่างๆ หากแต่เกิด จากปัจจัยต่างๆ ภายในร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากไลฟ์สไตล์วิธีการใช้ชีวิต ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง อย่าง เหล้า บุหรี่ ขาดการออกก าลังกาย อาหารหวานมันเค็มจัด และมีความเครียดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง มักจะค่อยๆ มีอาการและรุนแรงขึ้นทีละน้อยหากไม่ได้มีการรักษาควบคุมองค์การอนามัยโลก(WHO) เล็งเห็นว่ากลุ่มโรค NCDs นั้น ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ก าลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ สังเกตจาก สถิติ ผู้เสียชีวิตจากกลุ่มโรค NCDs ในปี พ.ศ. 2552 พบว่าสาเหตุการเสียชีวิตของประชากรโลกทั้งหมด มี ถึง 63% ที่เกิดจากกลุ่มโรค NCDs และที่ส าคัญกว่านั้นคือ กว่า 80% เป็น ประชากรของประเทศที่ ก าลังพัฒนา แม้ค่าสถิติการป่วยและเสียชีวิตจากกลุ่มโรค NCDs จะสูงมาก แต่แท้จริงแล้ว กลุ่มโรค NCDs นั้นสามารถป้องกันได้ เพราะ สาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงหลักนั้น เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงของตัวเรานั่นเอง อาทิซึ่งหาก เราสามารถลด หรือ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงเหล่านี้ได้ ก็จะเป็นการลด โอกาสเสี่ยงใน การเป็นกลุ่มโรค NCDs ได้ มากถึง 80% เลยทีเดียว ลดโอกาส ในการเป็นมะเร็งได้ 40% โรคหลอด เลือดสมองและหัวใจ และโรคเบาหวาน ประเภทที่2 ได้ถึง 80% ดังนั้น สสส.จึงเล็งเห็นว่าการกระตุ้น ให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จะเป็นวิธีลดอัตราผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตที่ต้นเหตุและ มีความยั่งยืน ที่สุด สถิติที่น่าสนใจ 2.1.3 ผู้สูงอายุของเทศบาลต าบลบางทราย จากข้อมูลประชากรของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย ได้น ามาท าการ วิเคราะห์ข้อมูลประชากรของเทศบาลต าบลบางทรายพบว่ามีประชากรจ านวน 10,418 คน เป็น จ านวนผู้สูงอายุ 2,289 คน ซึ่งจัดประเภทเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) การมาขอใช้บริการ ของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย มีผู้สูงอายุไปใช้บริการรักษาโรคเบาหวาน จ านวน 196 คน รักษาโรคความดันโลหิตสูง จ านวน 295 คน และป่วยเป็นเบาหวานร่วมกับความดัน โลหิตสูงจ านวน 136 คน ซึ่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย มีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 11 คน มีหน้าที่ให้บริการผู้ป่วยสูงวัยจ านวน 2 คน จึงไม่พอเพียงต่อการให้บริการประชากร 2.1.4 โรคไต โรคไต คือ กลุ่มโรคหรือภาวะที่ท าให้ไตเกิดความเสียหายหรือท างานผิดปกติจนเกิดอาการ เจ็บป่วยต่าง ๆ ตามมา เนื่องจากไตไม่สามารถฟอกเลือดหรือขับของเสียออกจากเลือดได้ตามปกติ หากป่วยเป็นโรคไต ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้องเหมาะสม เพื่อบรรเทาอาการและป้องกัน การเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายต่อชีวิต เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2560 ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์และบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพมหานคร นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ปาฐกถาเรื่อง “การจัดการโรคไตเรื้อรังน าสู่การจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กล่าวว่า ปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นโรคไต เรื้อรังประมาณ 8 ล้านคน ในจ านวนนี้ประมาณ 100,000 คนป่วยระยะสุดท้ายและต้องรับการบ าบัด ทดแทนไตด้วยการฟอกเลือด หรือล้างไตทางช่องท้อง ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการดูแลรักษากว่า
6 20,000 ล้านบาทต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องประมาณ 15-20% ต่อปี หากไม่มีการแก้ไขคาด ว่าใน 5 ปีข้างหน้าจะมีผู้ป่วยเพิ่มเป็นกว่า 2 แสนราย และต้องใช้งบประมาณกว่า 4 หมื่นล้านบาทต่อ ปีในการดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้ กระทรวงสาธารณสุข จึงได้ก าหนดนโยบาย “การจัดการโรคไตเรื้อรัง น าสู่การจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง” เพื่อควบคุมโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูงซึ่งเป็นต้นตอที่ท า ให้เกิดโรคไตเรื้อรัง และยังช่วยลดโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมองด้วย โดยร่วมกับภาคีเครือข่าย ด าเนินมาตรการต่างๆ เพื่อควบคุมโรคไตอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดระบบบริการเพื่อเพิ่มการคัดกรอง โรคไตในผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูง การชะลอไตเสื่อม การพัฒนาระบบการรักษาด้วยการ บ าบัดทดแทนไตด้วยการฟอกเลือดและล้างไตทางช่องท้อง ให้มีคุณภาพและครอบคลุม รวมทั้งการ เพิ่มจ านวนผู้บริจาคอวัยวะเพื่อการปลูกถ่ายไต งานวิจัยโรคไตจากเบาหวานของแพทย์หญิง วรางคณา พิชัยวงศ์ โรงพยาบาลราชวิถี พบว่า โรคไตจากเบาหวานเป็นปัญหาสาธารณสุขที่ส าคัญของประเทศ ข้อมูลจากการรายงานผลการ ลงทะเบียนการรักษาด้วยการบ าบัดทดแทนไตของสมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย ในปี 2561 จา หน่วยไตเทียมในประเทศพบว่า สาเหตุของโรตไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายของผู้ป่วยที่เข้ารับการบ าบัด ทดแทนไตจากสถานพยาบาลที่ให้บริการฟอกเลือด ด้วยเครื่องไตไตเทียม เกิดจากโรคเบาหวานมาก ที่สุด (ร้อยละ 37.5 ) อันดับสองรองลงมา คือโรคความดันโลหิตสูง (ร้อยละ 26.8) ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 ร้อยละ 20.0-40.0 มีโอกาสเกิดภาวะโรคไตเรื้อรัง และมักมีการด าเนินโรคไปสู่ภาวะไตเรื้อรัง ละเป็นไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในที่สุด เมื่อมีความชุกของโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น โรคไตจากเบาหวาน จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามล าดับ และภาวะอ้วนพบได้ร้อยละ 80.00ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นปัจจัย เสี่ยงในการเกิดโรคไตจากเบาหวาน (งานวิจัยโรคไตจากเบาหวานของแพทย์หญิง วรางคณา พิชัยวงศ์ โรงพยาบาลราชวิถี ฉบับประจ าเดือนกันยายน –ตุลาคม 2558 หน้า 19-23) จากการวิเคราะห์ข้อมูลประชากรของเทศบาลต าบลบางทรายพบว่ามีประชากรจ านวน 10,418 คน เป็นจ านวนผู้สูงอายุ 2,289 คน ซึ่งจัดประเภทเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) การ มาขอใช้บริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย มีผู้สูงอายุไปใช้บริการรักษา โรคเบาหวาน จ านวน 196 คน รักษาโรคความดันโลหิตสูง จ านวน 295 คน และป่วยเป็นเบาหวาน ร่วมกับความดันโลหิตสูงจ านวน 136 คน ซึ่งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย มี เจ้าหน้าที่ทั้งหมด 11 คน มีหน้าที่ให้บริการผู้ป่วยสูงวัยจ านวน 2 คน จึงไม่พอเพียงต่อการให้บริการ ประชากร สรุปได้ว่ากลุ่มโรค NCDs นั้นสามารถป้องกันได้ เพราะ สาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงหลักนั้น เกิด จากพฤติกรรมเสี่ยงของตัวเรานั่นเอง โรคไตมีปัจจัยเสี่ยง ที่มีสาเหตุการเกิดมาจากเบาหวาน ความ ดันโลหิตสูง โรคอ้วน ซึ่งเมื่อเป็นแล้วผู้ป่วยจะไม่รู้ตัวเองว่าเป็นโรคไต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรคไต เรื้อรังระยะที่ 1-3 ซึ่งเป็นระยะที่สามารถชะลอการเสื่อมของไต เมื่อโรคด าเนินไปสู่ระยะที่ 5 และเกิด ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย (end stage renal disease; ESRD) จะท าให้การพยากรณ์ของโรค แย่ลงมีอัตราการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นตลอดจนค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นมาก โดย เฉลี่ยไม่ต่ ากว่า 200,000 บาทต่อคนต่อปี ปัจจุบันมีคนไทยป่วยเป็นโรตไตปัจจุบันคนไทยป่วยเป็นโรค ไตเรื้อรังประมาณ 8 ล้านคน ในจ านวนนี้ประมาณ 100,000 คนป่วยระยะสุดท้าย
7 จ านวนผู้สูงอายุ 2,289 คน ซึ่งจัดประเภทเป็นสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) การมาขอใช้ บริการของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย มีผู้สูงอายุไปใช้บริการรักษา โรคเบาหวาน จ านวน 196 คน รักษาโรคความดันโลหิตสูง จ านวน 295 คน และป่วยเป็นเบาหวาน ร่วมกับความดันโลหิตสูงจ านวน 136 คน ที่เป็นผู้อายุเสี่ยงการเป็นโรคไตเรื้อรังในอนาคต 2.2 หลักธรรมที่น ามาใช้ หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หลักธรรมที่น ามาใช้ในการปลูกฝังเยาวชนในการท าด าเนินงานให้ประสบความส าเร็จ ได้แก่ สังคหวัตถุ 4 และหัวข้อธรรมที่น าพัฒนาเยาวชน คือเมตตา กรุณา 2.2.1 สังคหวัตถุ 4 สังคหวัตถุ 4 หมายถึง หลักธรรมที่เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวน้ าใจของผู้อื่น ผูกไมตรี เอื้อเฟื้อ เกื้อกูล หรือเป็นหลักการสงเคราะห์ซึ่งกันและกัน มีอยู่ 4 ประการ ได้แก่ 1. ทาน คือ การให้ การเสียสละ หรือการเอื้อเฟื้อแบ่งปันของๆตนเพื่อประโยชน์แก่บุคคลอื่น ไม่ตระหนี่ถี่เหนียว ไม่เป็นคนเห็นแก่ได้ฝ่ายเดียว คุณธรรมข้อนี้จะช่วยให้ไม่เป็นคนละโมบ ไม่เห็นแก่ ตัว เราควรค านึงอยู่เสมอว่า ทรัพย์สิ่งของที่เราหามาได้ มิใช่สิ่งจีรังยั่งยืน เมื่อเราสิ้นชีวิตไปแล้วก็ไม่ สามารถจะน าติดตัวเอาไปได้ 2. ปิยวาจา คือ การพูดจาด้วยถ้อยค าที่ไพเราะอ่อนหวาน พูดด้วยความจริงใจ ไม่พูดหยาบ คายก้าวร้าว พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์เหมาะส าหรับกาลเทศะ พระพุทธเจ้าทรงให้ความส าคัญกับการ พูดเป็นอย่างยิ่งเพราะการพูดเป็นบันไดขั้นแรกที่จะสร้างมนุษย์สัมพันธ์อันดีให้เกิดขึ้น วิธีการที่จะพูด ให้เป็นปิยวาจานั้น จะต้องพูดโดยยึดถือหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ เว้นจากการพูดเท็จ เว้นจากการพูด ส่อเสียดเว้นจากการพูดค าหยาบ เว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ 3. อัตถจริยา คือ การสงเคราะห์ทุกชนิดหรือการประพฤติในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น 4. สมานัตตา คือ การเป็นผู้มีความสม่ าเสมอ หรือมีความประพฤติเสมอต้นเสมอปลาย คุณธรรมข้อนี้จะช่วยให้เราเป็นคนมีจิตใจหนักแน่นไม่โลเล รวมทั้งยังเป็นการสร้างความนิยม และ ไว้วางใจให้แก่ผู้อื่นอีกด้วย 2.2.2 เมตตา กรุณา เมตตา แปลว่า ความรัก หมายถึง รักที่มุ่งเพื่อปรารถนาดี โดยไม่หวังผลตอบแทนใด ๆ จึงจะ ตรงกับค าว่า เมตตาในที่นี้ ถ้าหวังผลตอบแทนจะเป็นเมตตาที่เจือด้วยกิเลส ไม่ตรงต่อเมตตาในพรหม วิหารนี้ กรุณา แปลว่า ความสงสาร หมายถึง ความปรานี ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ความสงสาร ปรานี ต้องไม่หวังผลตอบแทนเช่นเดียวกัน สงเคราะห์สรรพสัตว์ที่มีความทุกข์ให้หมดทุกข์ตามก าลัง กาย ก าลังปัญญา ก าลังทรัพย์
8 บทที่ 3 วิธีการด าเนินการโครงงาน โครงงานด้วยรักและห่วงใย สืบสานสายใย วิถีไทย วิถีชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 1. เพื่อให้เยาวชนมีความรู้เรื่องการป้องกันตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) 2. เพื่อให้เยาวชนมีทักษะในการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบล และ สามารถให้ความรู้เรื่องการป้องกันตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) แก่ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงได้ 3. เพื่อให้เยาวชนได้พัฒนาคุณธรรมความเมตตากรุณา และจิตอาสา 3.1 ขั้นตอนการด าเนินการ การด าเนินของโครงงานได้วางแผนการด าเนินการตามล าดับขั้นตอน ดังต่อไปนี้ ที่ กิจกรรม ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ 1. ปีการศึกษา 2563 ประชุมคณะกรรมการกลุ่มแกนน า 22 พ.ค. 63 ประธาน 2. ติดต่อประสานผู้อ านวยการรพ.สต.บางทราย 29 พ.ค.63 ประธาน/เลขานุการ 3. ท าหนังสือประสานจากผู้อ านวยการโรงเรียน ชลบุรี“สุขบท” ถึงผู้อ านวยการโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย 1 มิ.ย. 63 ประธาน 4. อบรมการวิธีการดูแลผู้สูงอายุ จิตวิทยาใน ผู้สูงอายุ โรคที่พบมากในผู้สูงอายุ 5 มิ.ย. 63 กลุ่มแกนน าและ สมาชิก 5. แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบ 8 มิ.ย. 63 กลุ่มแกนน าและ สมาชิก 6. - ลงมือปฏิบัติงานที่รพ.สต.ต าบลบางทราย - เข้าร่วมกิจกรรมผู้สูงอายุของ รพ.สต. บางทราย ทุกวันอังคารตลอดปี การศึกษา กลุ่มแกนน าและ สมาชิกสมาชิกทุกคน 7. ลงเยี่ยมผู้สูงอายุ - ทุกวันอังคาร8.30- 11.00น. - วันหยุดราชการ กลุ่มแกนน าและ สมาชิกสมาชิกทุกคน 8. ประชุมหลังการท างานหาทางแก้ปัญหาที่พบ ปรับปรุงการท างานตามปัญหาที่พบ 29 มิ.ย.63 กลุ่มแกนน าและ สมาชิก 9. วิเคราะห์ข้อมูลจ านวนผู้สูงอายุในชุมชน วิเคราะห์โรคผู้สูงอายุที่มาใช้บริการที่รพ.สต. และผู้สูงอายุที่ลงเยี่ยมบ้านสมาชิกที่มีญาติ ผู้ใหญ่ป่วยเป็นโรคไตมาเล่าสาเหตุที่เกิดโรค วิถีชีวิตการบริโภคอาหาร ผลกระทบที่มีต่อ ผู้ป่วยและคนรอบด้าน 7-13 ก.ค. 63 กลุ่มแกนน าและ สมาชิก
9 ที่ กิจกรรม ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ 10. วิเคราะห์ปัญหา สาเหตุของการเป็น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ของ ผู้สูงอายุร่วมกับพยาบาลวิชาชีพที่รับผิดชอบ ผู้สูงอายุศึกษาวงล้อปิงปองจราจรชีวิต 7 สี 17 ก.ค.63 กลุ่มแกนน า 11. ผลิตสื่อให้ความรู้ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงโรคไต และโรคไต ที่ยังไม่ถึงขั้นล้างไต 10-31 ก.ค. 63 กลุ่มแกนน าและ สมาชิก 12. ให้ความรู้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จ านวน 250 คน 10 ส.ค. 63 ครูที่ปรึกษาและกลุ่ม แกนน า 13. อบรมให้ความรู้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 การบริโภคอาหารที่ถูกวิธีให้พ้นจากโรค ไม่ติดต่อ (NCDs) 10 ส.ค.63 คณะกรรมการ 14. - ลงปฏิบัติงานจิตอาสาที่รพ.สต.ต าบล บางทรายและให้ความรู้ผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่ม เสี่ยงเป็นโรคไต ส.ค.63 จนถึงเดือน ก.พ. 64 วันอังคารเวลา 8.30- 11.00น. และวัดหยุด ราชการ กลุ่มแกนน าและ สมาชิก 15. - เยี่ยมบ้านผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเสี่ยง - ติดสื่อบ้านแสนสุข กลุ่มแกนน าและ สมาชิก 16. - เยี่ยมบ้านผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเสี่ยง กิจกรรมกระเป๋าหมอยาใจ กิจกรรมขยับกายด้วยหนังยางยืด กิจกรรมสุขใจไปกับการสวดมนต์ กลุ่มแกนน าและ สมาชิก 18. ศึกษากรณีตัวอย่าง ต.ค.และพ.ย. 63 ประธานและ เลขานุการ 19. -ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ในรูปแบบใหม่ -ช่วยบริการน้ าดื่มในงานศพ ตลอดปีการศึกษา กลุ่มแกนน าและ สมาชิก 20. สรุปผลการด าเนินงานเพื่อปรับปรุง สัปดาห์ที่ 4ของเดือน คณะกรรมการ - ปีการศึกษา 2564 กิจกรรมหมอยาใจ ติดตามทางระบบโทรศัพท์ อบรมให้ความรู้สมาชิก ทางระบบออนไลน์ ตลอดปีการศึกษา - ภาคเรียนที่ 1 กลุ่มแกนน าและ สมาชิก
10 3.2 ขั้นด าเนินการตามแผน 1. ค้นคว้าจากเอกสาร 1.1 วิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยที่มาใช้บริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย และลงเยี่ยมบ้าน 1.2 ศึกษาค้นคว้างานเอกสารหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา 1.3 ศึกษาค้นคว้าเอกสารเรื่องโรคในผู้สูงอายุ และจิตวิทยาการดูแลผู้สูงอายุ และการป้องกัน ตนให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) 1.4 ศึกษา และวิเคราะห์ข้อมูลประชากร และการมารับการรักษาที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ประจ าต าบลบางทราย 1.5 จัดท าสื่อความรู้เรื่องการป้องกันตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ(NCDs) โดยท าสื่อให้ความรู้ เรื่องการบริโภค 3 อ และหลีกเลี่ยง 2 ส 3 อ.ได้แก่ อ.ที่ 1 ในแต่ละวันกลุ่มเสี่ยงควรบริโภคอา หารที่มีน้ าตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา น้ าปลา 3 ช้อนชา หรือเกลือ 1 ช้อนชา น้ ามัน6 ช้อนชา ข้าวหรือ แป้งไม่เกิน 6 ทัพพี ผักสีเขียว 4 ทัพพีขึ้นไป เนื้อสัตว์ 6 ช้อนโต๊ะ อ.ที่ 2 อารมณ์ดีไม่เครียด เพราะความเครียดเป็นต้นเหตุให้ความดันโลหิตสูง หรือ กินไม่ยั้ง อ.ที่ 3 ออกก าลังกายติดต่อกัน วันละ 30 นาที หรือ 150 นาที ต่อสัปดาห์ หลีกเลี่ยง 2 ส คือสุรา และสิ่งเสพติด การผลิตสื่อ ในการผลิตสื่อนั้นได้สอบถามเก็บข้อมูลจากผู้สูงอายุ จ านวย 30 คนพบว่าชอบดูเป็นรูปภาพ มากกว่าวีดีทัศน์ผ่านโทรศัพท์มือถือเพราะเล็ก เพราะจะได้มีโอกาสเล่าเรื่องอย่างใกล้ชิดปฏิบัติ โดยมี พยาบาลวิชาชีพเป็นที่ปรึกษาเรื่องภาพและความถูกต้องของเนื้อหา ในการท ากระเป๋าหมอยาใจ ใบความรู้ที่ได้มานั้นมาจากการรวบรวมของทุกกลุ่มที่ได้รับฟัง จากค าบอกเล่าในอาการเจ็บป่วย แล้วน ามาจัดท าสถิติโรคที่ผู้สูงอายุบอกเล่าน ามาสู่การจัดท าแผ่น พับกในกระเป๋าหมอยาใจ ยางยืดในการออกก าลังกายผู้สูงอายุอ.ส.ม. เป็นผู้สอนให้ บทสวดมนต์ได้จากการขอความคิดเห็นจากนายสุนทร ศิริพงษ์ อุบาสกวัดเขาบางทรายว่า ผู้สูงอายุควรใช้บทสวดมนต์บทไหน 2. การศึกษาภาคสนาม กลุ่มหมอยาใจ ลงส ารวจในโครงงานได้ด าเนินการตามขั้นตอนดังนี้ ประชากร เครื่องมือที่ใช้ในการประเมินผลโครงงานการสร้างเครื่องมือและการหาคุณภาพของ เครื่องมือ กลุ่มแกนน าจ านวน 10 คน ติดต่อผู้อ านวยการโรงเรียนชลบุรี“สุขบท” ผู้อ านวยการ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบางทราย ติดต่อประสานผู้น าชุมชนลงปฏิบัติงานโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพต าบลบางทราย ลงชุมชนบ้านผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงต าบลบางทราย ส ารวจและท า กิจกรรม กินครบจบที่พอดีกับนักเรียนกลุ่มเสี่ยงเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินโครงงานได้ใช้สร้าง เครื่องมือโดยใช้วิธีการลิคอร์ด ลักษณะค าถามเป็นแบบมาตราส่วนประเมินค่า 5 ระดับ โดยเรียงจาก มากที่สุด มาก ปานกลาง น้อย น้อยที่สุด
11 3.3 ขั้นสรุปและประเมินผล การสร้างเครื่องมือเพื่อประเมินผล ความพึงพอใจของเยาวชน ด้านความรู้ ทักษะ คุณธรรมความ เมตตา กรุณา และจิตอาสาและการหาคุณภาพของเครื่องมือแล้วน าแบบสอบถามไปให้ผู้เชี่ยวชาญ จ านวน 5 ท่าน การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลแบบสอบถาม โดยค่าเฉลี่ย น าค่าเฉลี่ย ของบุญชม ศรีสะอาด มาตัดสินหลักเกณฑ์ที่ก าหนด ไว้ดังนี้ ค่าเฉลี่ย 4.51 - 5.00 หมายถึง มีระดับความเห็นมากที่สุด ค่าเฉลี่ย 3.51 - 4.50 หมายถึง มีระดับความคิดเห็นมาก ค่าเฉลี่ย 2.51 - 3.50 หมายถึง มีระดับความเห็นปานกลาง ค่าเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถึง มีระดับความคิดเห็นน้อย ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.50 หมายถึง มีระดับความคิดเห็นน้อยที่สุด 3.4 ขั้นน าเสนอผลงาน น าเสนอผลงานด้วยการท าเอกสารรายงานรูปเล่ม และแผงโครงงานเพื่อน าเสนอต่อ สาธารณชน จัดท าสื่อเพื่อน าไปใช้ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย และติดตาม บ้านผู้สูงอายุกลุ่มเป้าหมาย จัดน าเสนอทาง face book ชื่อเพจ ด้วยรักและห่วงใย 3.5 งบประมาณ 8,000 บาท จัดท าสื่อให้ความรู้ และอาหารกลางในวันที่สมาชิกลงปฏิบัติงานใน วันหยุดราชการ 3.6 แหล่งที่มาของงบประมาณ - งบประมาณจากโรงเรียน และ- รายได้จากการจ าหน่ายสินค้าตักบาตรในโครงการสิริสวัสดิ์ ภุมวาร: ตักบาตรทุกวันอังคาร
12 บทที่ 4 การศึกษาวิเคราะห์ผลการด าเนินงาน โครงงานด้วยรักและห่วงใย สืบสานสายใย วิถีไทย วิถีชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ 1. เพื่อให้เยาวชนมีความรู้เรื่องการป้องกันตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) 2. เพื่อให้เยาวชนมีทักษะในการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบล และสามารถให้ความรู้เรื่องการป้องกันตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) แก่ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงได้ 3. เพื่อให้เยาวชนได้พัฒนาคุณธรรมความเมตตากรุณา และจิตอาสา มีผลการด าเนินการโครงงานดังต่อไปนี้ 4.1 ผลที่เกิดกับกลุ่มเป้าหมาย 1. เยาวชนมีความรู้เรื่องการป้องกันตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) 1.1 กิจกรรมจิตอาสาเพิ่มพูนความรู้สู้โรคภัยเงียบ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่ เป็นภัยเงียบที่ร้ายแรง จากการศึกษาพบว่า 1. ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงเป็นเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่อยู่ในช่วง 10 ปี เป็นปัจจัย เสี่ยงเกิดเป็นโรคไตแทรกถึงร้อยละ 40 จากนั้นอีก 5 ปีจะเข้าสู้ภาวะไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย 2. การป่วยขั้นไตวายเรื้อรงต้องล้างไตนั้น มีค่าใช้จ่ายสูงถึงครั้งละ 2,500 บาท และการ รักษาจากโรงพยาบาลของรัฐต้องรอคิวนาน 3 เดือนขึ้นไปท าให้โรครุนแรงขึ้น ถ้าล้างไต 2 ครั้งต่อ สัปดาห์ ใน 1 เดือนมีค่าใช้จ่ายถึง 20,000 บาทต่อเดือน มีลูกหลานที่ต้องลาออกจากงานมาดูแล เป็น การสูญเสียทั้งคนป่วยและญาติ ตลอดจนปัญหาด้านเศรษฐกิจ 3. ผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเสี่ยง โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูงสามารถป้องกันไม่ให้ เกิดเป็นโรคไตได้ และเมื่อเป็นโรคไตสามารถป้องกันไม่ให้ไตเสื่อมเร็วกว่าควรจนถึงขั้นล้างไตได้ด้วย ด้วยตนเอง สมาชิกกลุ่มหมอยาใจ เมื่อทราบสาเหตุแล้วจึงหาวิธีการแก้ด้วยการ 1. ศึกษาความรู้หาความรู้เรื่องการป้องกันตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ(NCDs) 2. ศึกษาปิงปองจราจร 7 สี เพื่อใช้สีบอกระดับอาการผู้ป่วย โดยมีกลุ่มเป้าหมายอยู่ที่กลุ่ม เสี่ยงให้เป็นสีขาวตามปกติ และกลุ่มที่ป่วยชะลอไตไม่ให้เสื่อมเข้าขั้นล้างไต และเป็นคนไข้ติดเตียง 3. ให้กลุ่มแกนน าและสมาชิกที่มีผู้สูงอายุป่วยเป็นโรคไตวายเรื้อรัง ขั้นล้างไตและเสียชีวิต ออกมาเล่าประสบการณ์ตรงให้สมาชิกฟัง 4. ขยายผลให้ความรู้เรื่องการป้องกันตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ(NCDs) แก่นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนชลบุรี “สุขบท” จ านวน 520 คน และในปีการศึกษา 2564 อบรมผ่าน ระบบออนไลน์ กลุ่มหมอยาใจจึงได้จัดท าสื่อที่ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงเข้าใจได้ง่าย สามารถจับต้องได้เป็นรูปธรรม โดยจัดท าเป็นเล่มให้ความรู้วันอังคารที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย และในการ เยี่ยมบ้าน ตลอดจนจัดท าสื่อบ้านแสนสุขให้ความรู้เรื่องค่าของเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ปกติ การใช้ชีวิต ตามหลัก 3 อ. หลีกเลี่ยง 2 ส. ไปติดตามบ้านกลุ่มผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเป็น เครื่องเตือนใจในการด าเนินชีวิตประจ าวัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
13 1. เพื่อไม่ให้กลุ่มเสี่ยง หมายถึง ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต ในระยะที่ 1 – 2 เป็นโรคไตเรื้อรัง ชะลอการเสียของไต 2. ผู้ป่วยโรคไต หมายถึงผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง ในระยะที่ 3 ดูแลตนเองไม่ให้ไม่ถึง ขั้นฟอกไตหรือเป็นคนไข้ติดเตียง สังคมไทยให้ความส าคัญต่อผู้สูงอายุว่าเป็นบุคคลส าคัญของสถาบัน ครอบครัว เป็นผู้มีประสบการณ์ ดูแลให้ความอบอุ่นแก่ลูกหลาน การตอบแทนดูแลท่านจึงเป็นการ แสดงความกตัญญูกตเวที 2. เยาวชนมีทักษะในการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบล และ สามารถให้ความรู้เรื่องการป้องกันตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) แก่ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงได้ กิจกรรมจิตอาสาสื่อรักบ้านแสนสุข กลุ่มหมอยาใจ จัดท าสื่อความรู้เรื่องการป้องกันตนเอง ให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ(NCDs) โดยท าสื่อให้ความรู้ เรื่องการบริโภค 3 อ และหลีกเลี่ยง 2 ส ได้แก่ 1. อ.ที่ 1 ในแต่ละวันกลุ่มเสี่ยงควรบริโภคอาหารที่มีน้ าตาลไม่เกิน 6 ช้อนชา น้ าปลา 3 ช้อนชา หรือเกลือ 1 ช้อนชา น้ ามัน 6ช้อนชา ข้าวหรือแป้งไม่เกิน 6 ทัพพี ผักสีเขียว 4 ทัพพีขึ้นไป เนื้อสัตว์ 6 ช้อนโต๊ะ 2. อ.ที่ 2 อารมณ์ดีไม่เครียด เพราะความเครียดเป็นต้นเหตุให้ความดันโลหิตสูงหรือกินไม่ยั้ง 3. อ.ที่ 3 ออกก าลังกายติดต่อกัน วันละ 30 นาที หรือ 150 นาที ต่อสัปดาห์ 4. หลีกเลี่ยง 2 ส คือสุรา และสิ่งเสพติด ในการผลิตสื่อนั้นได้สอบถามเก็บข้อมูลจากผู้สูงอายุ จ านวย 30 คนพบว่าชอบดูเป็นรูปภาพ มากกว่าวีดีทัศน์ผ่านโทรศัพท์มือถือเพราะเล็ก เพราะจะได้มีโอกาสเล่าเรื่องอย่างใกล้ชิดปฏิบัติ โดยมี พยาบาลวิชาชีพเป็นที่ปรึกษาเรื่องภาพและความถูกต้องของเนื้อหา กลุ่มหมอยาใจจึงได้จัดท าสื่อที่ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงเข้าใจได้ง่าย สามารถจับต้องได้เป็นรูปธรรม โดยจัดท าเป็นเล่มให้ความรู้วันอังคารที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย และในการ เยี่ยมบ้าน ตลอดจนจัดท าสื่อบ้านแสนสุขให้ความรู้เรื่องค่าของเบาหวานและความดันโลหิตสูงที่ปกติ การใช้ชีวิต ตามหลัก 3 อ. หลีกเลี่ยง 2 ส ไปติดตามบ้านกลุ่มผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อเป็น เครื่องเตือนใจในการด าเนินชีวิตประจ าวัน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อไม่ให้กลุ่มเสี่ยง หมายถึง ผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต ในระยะที่ 1–2 เป็นโรคไตเรื้อรัง ชะลอการเสียของไต 2. ผู้ป่วยโรคไต หมายถึงผู้สูงอายุที่ป่วยเป็นโรคไตเรื้อรัง ในระยะที่ 3 ดูแลตนเองไม่ให้ไม่ถึง ขั้นฟอกไตหรือเป็นคนไข้ติดเตียงสังคมไทยให้ความส าคัญต่อผู้สูงอายุว่าเป็นบุคคลส าคัญของสถาบัน ครอบครัว เป็นผู้มีประสบการณ์ ดูแลให้ความอบอุ่นแก่ลูกหลาน การตอบแทนดูแลท่านจึงเป็นการ แสดงความกตัญญูกตเวที 3. กิจกรรมหมอยาใจ ได้เพิ่มกระเป๋าหมอยาใจ ที่มีใบความรู้โรคต่างๆ ในกระเป๋านั้นเพื่อให้ ความรู้แก่ผู้สูงอายุเมื่อเวลาท่านเล่าถึงโรคต่างๆ ที่เป็น จัดท ายางยืดเพื่อให้ท่านออกก าลังกายอยู่กับ บ้านและบทสวดมนต์ไหว้พระที่เป็นบทสั้นไม่ใช้เวลามาก 4. กิจกรรมเพิ่มพูนความรู้สู่โรคภัยเงียบ จักอบรมให้กับกลุ่มสมาชิกและเพิ่มพูนความรู้แก่ กลุ่มแกนน าโดย คุณบุศรา สุขสวัสดิ์ ด้วยระบบออนไลน์
14 4.2 ผลที่เกิดกับสมาชิกในกลุ่มแกนน าที่ท าโครงงานโดยเฉพาะคุณธรรมที่ได้รับ เยาวชนได้พัฒนาคุณธรรมความเมตตากรุณา และจิตอาสา จากกิจกรรมจิตอาสาหมอยาใจ ที่ เยาวชนลงเยี่ยมเยียนผู้สูงวัย จนเห็นความทุกข์ของผู้สูงวัยที่ป่วยด้วยโรคเรื้อรังอันน าไปสู่โรคไต ได้ ด าเนินการหาความรู้และให้ความรู้แก่ผู้สูงวัยในกิจกรรมจิตอาสาเพิ่มพูนความรู้สู้โรคภัยเงียบ กิจกรรมสื่อรักบ้านแสนสุข และกิจกรรมกิจกรรมจิตอาสาพาสูสุคติ เป็นการให้สมาชิกมีส่วนร่วมใน การประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ ซึ่งในสังคมชุมชนต าบลบางทรายนิยมดอกไม้จันทน์ที่สวย ไม่นิยม ดอกไม้จันทน์ที่มาจากวัสดุทดแทน จึงได้มีความคิดสร้างสรรค์ประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์แบบใหม่ เพื่อ น าไปมอบให้ผู้สูงอายุที่เสียชีวิต ตลอดจนช่วยบริการน้ าดื่มในงานศพและได้ประเมินผลการด าเนินงาน จากการประเมินความพึงพอใจของเยาวชน ด้านความรู้ ทักษะ คุณธรรมความเมตตา กรุณา และจิต อาสา ดังต่อไปนี้ ผลการด าเนินงานจากการประเมินความพึงพอใจของเยาวชน ด้านความรู้ ทักษะ คุณธรรม ความเมตตา กรุณา และจิตอาสา โดยรวมและรายข้อ ตารางที่ 1 แสดงคะแนนเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับและอันดับที่มาของความพึงพอใจ ของเยาวชน ด้านความรู้ ทักษะ คุณธรรมความเมตตา กรุณา และจิตอาสา โดยรวมและรายข้อ n = 40 ข้อ รายการ X̅ S.D. ระดับ อันดับ 1. เยาวชนมีความรู้เรื่องการป้องกันตนไม่ให้เป็น 4.70 .88 มากที่สุด 5 โรค NCDs 2. เยาวชนมีทักษะน าความรู้เรื่องโรคการป้องกัน 4.89 .79 มากที่สุด 3 ตนไม่ให้เป็นโรคNCDs แก่ผู้สูงวัยได้ 3. เยาวชนจิตอาสามีความใส่ใจ รู้จักดูแล 4.85 .71 มากที่สุด 4 บุคคลรอบข้างมากขึ้น 4. เยาวชนมีการแสดงออกในด้าน 4.89 .79 มากที่สุด 3 พฤติกรรมที่ดีขึ้น 5. เยาวชนมีความเมตตา กรุณา ต่อผู้สูงอายุ 4.92 .74 มากที่สุด 2 6. เยาวชนต้องการเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา 4.93 .66 มากที่สุด 1 ทุกครั้งที่โอกาส รวม 4.83 .61 มากที่สุด จากตารางที่ 1 พบว่าจากการตอบแบบสอบถามของของเยาวชน จ านวน 40 คน ระดับ ความพึงพอใจของเยาวชนโดยรวมและรายข้อมูลอยู่ในระดับมากที่สุด เรียงล าดับคะแนนค่าเฉลี่ย จากมากไปน้อย 3 ล าดับแรก คือ เยาวชนต้องการเข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาทุกครั้งที่มีโอกาส เยาวชนมีความเมตตา กรุณา ต่อผู้สูงอายุ เยาวชนมีทักษะน าความรู้เรื่องโรคการป้องกันตนไม่ให้ เป็นโรค NCDs แก่ผู้สูงวัยได้ เยาวชนมีการแสดงออกในด้านที่ดีขึ้น
15 ตารางที่ 2 แสดงคะแนนเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับและอันดับที่มาของความพึงพอใจ ของผู้ปกครอง ที่มีต่อเยาวชนจิตอาสา โดยรวมและรายข้อ n = 40 ข้อ รายการ X̅ S.D. ระดับ อันดับ 1 เยาวชนจิตอาสามีความรับผิดชอบมากขึ้น 4.89 .88 มากที่สุด 6 2 เยาวชนจิตอาสาสามารถน าความรู้เรื่องที่ 4.80 .79 มากที่สุด 5 ได้รับจากการป้องกันตนไม่ให้เป็นโรค โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มาใช้ กับบุคคลในครอบครัวได้ 3 เยาวชนจิตอาสามีความใส่ใจ รู้จักดูแล 4.85 .71 มากที่สุด 4 บุคคลรอบข้างมากขึ้น 4 เยาวชนจิตอาสามีการแสดงออกในด้าน 4.89 .79 มากที่สุด 3 พฤติกรรมที่ดีขึ้น 5 เยาวชนจิตอาสามีความเมตตา กรุณา 4.91 .74 มากที่สุด 2 และให้ความส าคัญกับบุคคลรอบข้าง 6 อยากเยาวชนให้เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา 4.93 .66 มากที่สุด 1 ทุกครั้งที่มีโอกาส รวม 4.82 .61 มากที่สุด จากตารางที่ 2 พบว่าจากการตอบแบบสอบถามของผู้ปกครอง จ านวน 40 คน ระดับความพึง พอใจของเยาวชนจิตอาสา โดยรวมและรายข้อมูลอยู่ในระดับมากที่สุด เรียงล าดับคะแนนค่าเฉลี่ย จากมากไปน้อย 3 ล าดับแรก คือ อยากให้เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาทุกครั้งที่มีโอกาส เยาวชนมีจิต อาสามีความเมตตา กรุณาให้ความส าคัญกับบุคคลรอบข้าง เยาวชนจิตอาสามีการแสดงออกใน ด้านพฤติกรรมที่ดีขึ้น เยาวชนจิตอาสามีความใส่ใจ รู้จักดูแลบุคคลรอบข้างมากขึ้น เยาวชนจิต อาสาสามารถน าความรู้เรื่องการป้องกันไม่ให้เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง มาใช้กับบุคคล ในครอบครัวได้
16 ตารางที่ 3 แสดงคะแนนเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับและอันดับที่มาของความพึงพอใจ ของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบล บางทราย และครูที่ปรึกษาโครงงาน ครูประจ า ชั้นที่มีต่อเยาวชนจิตอาสา โดยรวมและรายข้อ n = 14 ข้อ รายการ X̅ S.D. ระดับ อันดับ 1. การบริการแก่ผู้ป่วยมีความคล่องตัวมากขึ้น 4.69 .92 มาก 5 จากการบริการของเยาวชนจิตอาสา 2. เยาวชนจิตอาสาสามารถแบ่งเบาภาระเจ้าหน้าที่ 4.97 .68 มากที่สุด 1 ของโรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี 3. เยาวชนจิตอาสาช่วยอ านวยความสะดวกให้กับ 4.92 .71 มากที่สุด 2 ผู้ป่วยด้วยความมั่นใจ 4. เยาวชนจิตอาสามีความสุภาพเรียบร้อยใน 4.92 .75 มากที่สุด 2 การปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ 5. เยาวชนจิตอาสามีความการกระตือรือร้น ตั้งใจ 4.71 .64 มากที่สุด 4 และใส่ใจในการฝึกปฏิบัติดูแลผู้ป่วย 6. อยากให้บริการของกลุ่มเยาวชนจิตอาสา 4.39 .59 มากที่สุด 3 ต่อไปเรื่อย ๆ รวม 4.74 .59 มากที่สุด จากตารางที่ 3 พบว่าจากการตอบแบบสอบถามของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ต าบล บางทราย จ านวน 14 คน ระดับความพึงพอใจของเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพส่วน ต าบลบางทรายต่อเยาวชนจิตอาสา โดยรวมและรายข้อมูลอยู่ในระดับมากที่สุด ยกเว้นการให้บริการ แก่ผู้ป่วยมีความคล่องตัวมากขึ้นจากการบริการของเยาวชนจิตอาสาอยู่ในระดับมาก เรียงล าดับ คะแนนค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย3ล าดับแรก คือ เยาวชนจิตอาสาสามารถแบ่งเบาภาระเจ้าหน้าที่ของ โรงพยาบาลได้เป็นอย่างดี เยาวชนจิตอาสาช่วยอ านวยความสะดวกให้กับผู้ป่วยด้วยความมั่นใจ เยาวชนจิตอาสามีความสุภาพเรียบร้อยในการปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ อยากให้บริการของกลุ่ม เยาวชนจิตอาสาต่อไปเรื่อย ๆ
17 ตารางที่ 4 แสดงคะแนนเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ระดับและอันดับที่มาของความพึงพอใจ ของผู้สูงวัยและญาติที่มีต่อเยาวชนจิตอาสา โดยรวมและรายข้อ n = 40 ข้อ รายการ X̅ S.D. ระดับ อันดับ 1 เยาวชนจิตอาสามีความเป็นมิตรและ 4.78 .94 มากที่สุด 6 สัมพันธ์ไมตรีที่ดี 2 ผู้ป่วยมีความผ่อนคลายและสบายใจมาก 4.82 .84 มากที่สุด 5 ขึ้นในการรอรับการรักษา 3 ผู้ป่วยได้รับความสะดวกสบายในการเข้ารับ 4.87 .77 มากที่สุด 3 การรักษา 4 เยาวชนจิตอาสามีความสุภาพเรียบร้อยใน 4.88 .71 มากที่สุด 2 การบริการ 5 ผู้ป่วยได้รับข้อมูลและความรู้ที่ 4.86 .76 มากที่สุด 4 เป็นประโยชน์ 6 อยากให้มีบริการของกลุ่มเยาวชนจิตอาสา 5.00 .62 มากที่สุด 1 ต่อไปเรื่อยๆ รวม 4.88 .63 มากที่สุด จากตารางที่ 4 พบว่าจากการตอบแบบสอบถามของผู้ป่วยและญาติจ านวน 40 คน ระดับ ความพึงพอใจของผู้ป่วยและญาติที่มีต่อเยาวชนจิตอาสา โดยรวมและรายข้อมูลอยู่ในระดับมาก ที่สุด เรียงล าดับคะแนนค่าเฉลี่ยจากมากไปน้อย 3 ล าดับแรก คือ อยากให้มีบริการของกลุ่ม เยาวชนจิตอาสาต่อไปเรื่อย ๆ เยาวชนจิตอาสามีความสุภาพเรียบร้อยในการให้บริการ และผู้ป่วย ได้รับความสะดวกสบายในการเข้ารับการรักษา 4.3 ประเมินผลการด าเนินงาน จากด าเนินงานปีการศึกษา 2564 มีผลสัมฤทธิ์ดังต่อไปนี้ ด้านคุณภาพ เยาวชนจากการประเมินผลความพึงพอใจเยาวชนกลุ่มหมอยาใจ โดยวัดความพึงพอใจของ เยาวชน จากการสัมภาษณ์ สังเกต และแบบประเมินอยู่ใน ระดับ 4.83 ผู้ปกครองพึงพอใจ 4.82 เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบางทราย ครูประจ าชั้น ครูที่ปรึกษาโครงงาน มีความพึง พอใจกับความเมตตา กรุณา และจิตอาสาของนักเรียนอยู่ในระดับ 4.74 ผู้สูงวัย ญาติ พึงพอใจกับ ความเมตตา กรุณาและจิตอาสาของเยาวชนอยู่ในระดับ 4.88 ด้านปริมาณ 1. เยาวชนจ านวนกลุ่มแกนน า 20 คน และสมาชิก 34 คนเยาวชนมีความรู้เรื่องการดูแล ตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) 2. ผู้สูงอายุกลุ่มเป้าหมาย 23 คน โรคไม่พัฒนาความรุนแรงขึ้น
18 4.4 การประเมินตนเอง กลุ่มหมอยาใจ ได้ประเมินตนเองในด้านต่างๆ ได้แก่ การท างานของเพื่อนร่วมงานและผล ของงานดังข้อต่อไปนี้การประเมินตนของกลุ่มหมอยาใจ ได้ประเมินตนเองในด้านต่างๆ ได้แก่ การ ประเมินตนเอง การประเมินตนเองของนางสาวพัชรินทร์ บรรจงราชเสนาฯ มีความรู้สึกว่า ดิฉันมี ความสุข ที่ได้พูดคุยกับผู้สูงอายุในเรื่องการใช้ชีวิตในแต่ละวัน และได้ให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับโรค ความดันโลหิตเรื่องโรคไตและโรคเบาหวาน ให้ความรู้เกี่ยวกับการระวังไม่ให้เป็นโรคนี้มากขึ้นใน ชุมชนเพราะส่วนใหญ่ผู้สูงอายุที่เป็นเพราะว่าผู้สูงอายุมักไม่รู้ว่าตนนั้นอยู่ในกลุ่มเสี่ยง หรืออาจจะอยู่ ในกลุ่มที่เป็นอันตรายต่อตัวของผู้สูงอายุเองได้ค่ะ ฉะนั้นการท าโครงงานชิ้นนี้หนูได้ทั้งความรู้ ความ กล้าแสดงออกในการพูดคุยการแนะน าอะไรควรท าอะไรควรลดโดยใช้ หลักการ 3 อ. 2ส. ในการดูแล ผู้สูงอายุในชุมชนบางทราย หมู่ 6 จ านวน 23 คน ดิฉันรู้สึกภาคภูมิในที่ได้มาท าและหวังว่าโครงงาน ดีๆแบบนี้จะมีต่อไปเรื่อยเพื่อให้เด็กรุ่นหลังได้สืบสานผลงานดีๆและมีสาระ การประเมินตนเองของ นางสาวอุษา ลวดทรง ปัจจุบันเป็นชุมชนที่มีผู้สูงอายุเป็นส่วนใหญ่ เราจึงควรที่จะดูแลผู้สูงอายุในชุมชนให้มากๆช่วยป้องกันโรค ภัย ไข้ เจ็บ แต่ในปัจจุบันมีผู้สูงอายุ เสียชีวิต เพราะโรคไตมาก จึงต้องหาสาเหตุว่าเพราะอะไรท าไมถึงเป็นโรคไต กันมากมาย ดิฉันได้มี โอกาสมาท าโครงงานนี้และได้น าความรู้ไปใช้ดูแลอาหารให้กับคุณยายที่บ้านวัย 65 ปี และตัวดิฉันเอง การประเมินและวิจารณ์โดย พระปลัดสิทธิเดช สีลเตโช พระสอนศีลธรรม เป็นโครงงานที่ดีเหมาะสมกับการสถานการณ์ของสังคมปัจจุบันที่มีผู้ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อ เรื้อรังเป็นจ านวนมาก โครงงานนี้ท าให้เยาวชนมีเมตตา กรุณา คือคุณธรรมพื้นฐานที่จะท าให้สังคม น่าอยู่และน าไปสู่การพัฒนาปัญญาหาความรู้ทางโลกในการป้องกันหรือไม่ให้โรคไปสู่ความรุนแรง และถ้าท าต่อเนื่องจะช่วยลดปัญหาผู้สูงอายุผู้เจ็บป่วยด้วยโรคไตได้ โครงงานนี้จึงเสมือนเป็นการช่วยให้คนในครอบครัวอยู่อย่างมีความสุข มีรอยยิ้มต่อกัน ไม่ให้ มีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจในการรักษาผู้ป่วย และที่ส าคัญสามารถน าความรู้นั้นมาใช้พัฒนาตนเอง ผู้ปกครอง และญาติผู้ใหญ่ การประเมินและวิจารณ์โดยผู้อื่นนายชูชาติ รักวงศ์ ผู้อ านวยการโรงเรียนชลบุรี“สุขบท” โครงงานด้วยรักและห่วงใยสืบสานสายใยวิถีไทย วิถีชุมชน เป็นโครงงานคุณธรรมที่นักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายได้ท างานสืบสานจากรุ่นต่อรุ่นจนประสบความส าเร็จ ใช้หลักบ้าน วัด โรงเรียนมาบูรณาการ เป็นที่ชื่นชมของชุมชน และสืบสานแนวความคิดที่รักษาวัฒนธรรมของไทยใน เรื่องความเคารพผู้สูงอายุนอกจากนี้ต้องขอขอบคุณโรงพยาบาลสุขภาพเสริมสุขภาพ ที่ให้มีความรู้ และให้เต็มใจให้นักเรียนท างานจิตอาสาการให้บริการที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบางทราย มี จิตอาสารพัฒนาตนเองด้วยการดูแลผู้สูงวัยในกรณีที่ตนสนใจทั้งที่บ้านและ รพ.สต.บางทราย ด้วย การเสียสละเวลานอกเวลาเรียนจนเป็นที่ยอมรับของผู้ปกครอง และชุมชน โครงงานนี้จึงเป็นโครงงานคุณธรรมที่มาจากความมุ่งมั่นที่จะท าความดีพัฒนาคุณธรรมความ เมตตา กรุณา และจิตอาสาในกลุ่มเพื่อน ซึ่งคณะครูและผู้บริหารโรงเรียนชลบุรี“สุขบท” ให้การ สนับสนุนอย่างเต็มที่
19 3.7 อุปสรรค ความผิดพลาด เรื่องเวลา ได้ท าเรื่องเสนอทางวิชาการขอจัดตารางการลงไปท างานจิตอาสาโรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย และเยี่ยมบ้าน ในวันอังคาร เวลา 8.00-11.00 น. ซึ่งเป็นวัน และเวลาที่มีนายแพทย์จากโรงพยาบาลชลบุรีมาท าการตรวจ รักษา และให้ตรงกับวิชา การค้นคว้า เพื่อสร้างองค์ความรู้ และการเยี่ยมบ้านต้องท าในช่วงเวลา 8.30 - 11.00 น. เลยจากเวลานี้ผู้สูงอายุ จะนอนพักผ่อน ซึงเป็นการตรงกับความต้องการทั้งทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบาง ทราย ผู้ป่วยสูงอายุและนักเรียน โดยทางโรงเรียนจัดรถรับ-ส่ง ในช่วงพฤษภาคม – กรกฎาคม ช่วงระยะเวลาเข้าพรรษาการเยี่ยมบ้านผู้สูงวัยได้ไม่ครบ เนื่องจากท่านไปร่วมงานประเพณีงานบวชในวันเสาร์-อาทิตย์ ในช่วงปีที่การศึกษา2564 เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด 19แพร่ระบาด เขต จังหวัดชลบุรีเป็นเขตพื้นที่สีแดง โดยเฉพาะชุมชนต าบลบางทรายเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ท าให้ทาง เทศบาลต าบลบางทรายและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทรายไม่อนุญาตให้ลงพื้นที่ คณะผู้จัดท าแก้ปัญหาด้วยวิธีการใช้สื่อออนไลน์ ให้ความรู้สมาชิกใหม่ ประชุมคณะท างานและถอด บทเรียนด้วยระบบออนไลน์ ตลอดจนเยี่ยมผู้สูงอายุทางโทรศัพท์ 3.8 วิธีการแก้ไข และสรุปบทเรียนที่ได้จากการเผชิญปัญหานั้นๆ 1. เยี่ยมบ้านผู้สูงอายุในช่วงเช้า9.00-11.00น.ถ้าไม่พบผู้สูงวัยปรับวันจากที่โรงเรียนจัดให้เป็น วันเสาร์-อาทิตย์และควรมีเครื่องมือในการเก็บข้อมูล 2. แบ่งกลุ่มสมาชิกที่เยี่ยมบ้านผู้สูงอายุให้ชัดเจน เพื่อจะได้ไม่ใช้เวลานานและได้ทั่วถึง 3. ผู้สูงอายุควรเลือกกลุ่มเป้าหมายที่เต็มใจเข้าร่วมกิจกรรม 4. นักเรียนทุกคนต้องมีความรู้ และเข้าใจเรื่อง 3 อ. 2 ส. และมีทักษะการสื่อสาร 5. การประชุม และถอดบทเรียน ติดตามในกลุ่มนักเรียนแกนน าผ่านสื่อออนไลน์
20 บทที่ 5 สรุปและอภิปรายผลการปฏิบัติโครงงาน 5.1 สรุปผลการด าเนินโครงงาน โครงงานด้วยรักและห่วงใย สืบสานสายใย วิถีไทย วิถีชุมชน มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้เพื่อให้ เยาวชนมีความรู้เรื่องการดูแลตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เพื่อให้เยาวชนมีทักษะในการ ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบล และสามารถให้ความรู้เรื่องการดูแลตนเองให้ พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) แก่ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงได้เพื่อให้เยาวชนมีความเมตตากรุณา และจิตอาสา โดยโครงงานด้วยรักและห่วงใยสืบสานสายใยวิถีไทย วิถีชุมชน มีวิธีการด าเนินงานทั้งภาคทฤษฎีและ ปฏิบัติผ่านการเรียนรู้5 กิจกรรมหลัก ได้แก่ กิจกรรมจิตอาสาด้วยรักและห่วงใย กิจกรรมจิตอาสา หมอยาใจ กิจกรรมจิตอาสาเพิ่มพูนความรู้สู้ภัยเงียบ กิจกรรมสื่อรักบ้านแสนสุข กิจกรรมจิตอาสาพา สู่สุคติ โดยใช้หลักธรรมสังคหวัตถุ 4 ความเมตตา กรุณา และพระราชด ารัสของพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดชเรื่อง ความรักห่วงใย เห็นอกเห็นใจกันว่า “…เมืองไทยนี้อยู่ได้ด้วย ความสามัคคี ด้วยความเข้มแข็ง ด้วยความเสียสละ อาศัยความเห็นอกเห็นใจ ซึ่งกันและกัน และถ้า รักษาความ เห็นอกเห็นใจนี้แล้ว ประเทศชาติของเราก็จะ เป็นที่อาศัยที่อุดมสมบูรณ์และน่าสบาย ต่อไปชั่วกาลนาน…” ผลการด าเนินงานจากการด าเนินงาน มีผลสัมฤทธิ์ดังต่อไปนี้ กลุ่มเป้าหมาย เชิงปริมาณ เยาวชนกลุ่มแกนน าจ านวน 20 คน และสมาชิกจ านวน 34 คน ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยง จ านวน 23 คน เชิงคุณภาพ 1. เยาวชนจากการประเมินผลความพึงพอใจเยาวชนกลุ่มหมอยาใจ โดยวัดความพึงพอใจ ของเยาวชน จากการสัมภาษณ์ สังเกต และแบบประเมินอยู่ในระดับ 4.83 ผู้ปกครองมีความพึง พอใจ 4.82 เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพต าบลบางทราย ครูประจ าชั้น ครูที่ปรึกษา โครงงาน มีความพึงพอใจกับการเมตตา กรุณา และจิตอาสาของนักเรียนอยู่ในระดับ 4.74 ผู้สูงวัย และญาติ พึงพอใจกับการมีเมตตา กรุณา จิตอาสาของเยาวชนอยู่ในระดับ 4.88 เยาวชนมีความรู้ เรื่องการดูแลตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เยาวชนมีทักษะในการปฏิบัติงานที่โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบล และสามารถให้ความรู้เรื่องการดูแลตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) แก่ผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงได้เยาวชนมีความเมตตากรุณา และจิตอาสา 5.2 แผนการด าเนินงานในอนาคต 1. รับสมัครสมาชิกกลุ่มหมอยาใจเพิ่มขึ้นเพื่อขยายการดูแลผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วย ในต าบลบางทราย 2.ขยายความรู้เรื่องการดูแลตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) เพื่อป้องกันการเป็นโรคไม่ ติดต่อ เพราะปัจจุบันเด็กและเยาวชนมีสถิติการเป็นโรคเบาหวาน และโรคไต สูงขึ้น
21 3. คัดกรองเยาวชนในโรงเรียนที่มีผู้สูงอายุอยู่ในครอบครัวเพื่อเข้ารับการอบรมให้มีความรู้ โรคไม่ติดต่อ (NCDs) เพื่อป้องกันการเป็นโรคไม่ติดต่อ 4. จัดท าโครงงานเกี่ยวกับการบริโภคของนักเรียนที่มีน้ าหนักเกินในโรงเรียนชลบุรี “สุขบท” 5.3 ข้อเสนอแนะ เยาวชนที่มีผู้สูงอายุในครอบครัวควรมีความรู้เรื่องการดูแลตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) ทั้งนี้เพื่อเป็นป้องกันการสูญเสียญาติผู้ใหญ่ก่อนเวลาอันควร และเป็นการป้องกันปัญหาทาง เศรษฐกิจ เพราะโรคไตเป็นโรคที่ท าให้ฐานะทางครอบครัวล้มละลาย
22 บรรณานุกรม หนังสือสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย (2560). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย. กรุงเทพมหานคร : กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ยิ่งยศ อวิหิงสานนท์, ปิยวรรณ กิตติสกุลนาม คู่มือป้องกันและดูแลผู้ป่วยโรคไต(2561). : กรุงเทพมหานคร : อมรินทร์เฮลล์พิมพ์ครั้งที่ ๑ งานวิจัยเรื่องชะลอไตในเบาหวาน (2560). ของนางปิติรส วิโทจิตรพยาบาลวิชาชีพช านาญการ โรงพยาบาลสมเด็จ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ เข้าถึงได้จาก https://ckd.kku.ac.th,14/10/59 และการบริหารงบบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง 3 เข้าถึงได้จาก https://www.parentsone.com/kidney-disease-in-childhood/
23 ภาคผนวก
24 กิจกรรมจิตอาสาด้วยรัก กและห่วงใย กิจกรรมจิตอาสาหมอยาใจ กิจกรรมจิตอาสาด้วยรักและห่วงใย มีจิตอาสาช่วยงานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย และกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ
25 กิจกรรมจิตอาสาพาสู่สุคติ กิจกรรมจิตอาสาพาสู่สุคติท าดอกไม้จันทน์ไปช่วยในงานศพรวมถึงไปช่วยในงานศพผู้สูงอายุ
26 กิจกรรมจิตอาสาเพิ่มพูนความรู้สู้โรคภัยเงียบ (NCDs) กิจกรรมจิตอาสาเพิ่มพูนความรู้สู้โรคภัยเงียบ (NCDs) การให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัด ผู้อ านวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย พยาบาลวิชาชีพ ผู้รับผิดชอบดูแล ผู้สูงอายุมาให้ความรู้ การดูแลผู้สูงอายุและความรู้เรื่องการป้องกันตนเองให้พ้นจากโรคไม่ติดต่อ (NCDs) กับนักเรียนกลุ่มแกนน า และนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จ านวน 250 คน
27 กิจกรรมจิตอาสาสื่อรักบ้านแสนสุข กิจกรรมจิตอาสาสื่อรักบ้านแสนสุขให้ความรู้ 3อ. 2ส.เพื่อไม่ให้โรคลุกลามยกระดับความรุนแรงหรือ ให้อยู่ในระดับเดิม ในฐานะความเป็นลูกหลาน
28 กิจกรรมจิตอาสาหมอยาใจ ลงเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุในชุมชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นโรค NDCs เป็น รับฟังสิ่งที่ผู้สูงอายุเล่าให้ฟัง วางตัวเสมอเป็นลูกหลานของท่าน กิจกรรมจิตอาสาหมอยาใจ
29 กิจกรรมจิตอาสาหมอยาใจ ลงเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุในชุมชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นโรค NDCs เป็นรับฟังสิ่งที่ผู้สูงอายุเล่าให้ฟัง วางตัวเสมอเป็นลูกหลานของท่าน ภาพกิจกรรมจิตอาสาหมอยาใจ
30 กิจกรรมด้วยรักและห่วงใยลงช่วยท างานที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจ าต าบลบางทราย กิจกรรมจิตอาสาด้วยรักและห่วงใย
31 กิจกรรมจิตอาสาหมอยาใจ ลงเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุในชุมชนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เป็นโรค NDCs เป็นรับฟังสิ่งที่ผู้สูงอายุเล่าให้ฟัง วางตัวเสมอเป็นลูกหลานของท่าน ให้ความรู้โรคต่างๆ ด้วยแผ่นพับ ออกก าลังกายด้วยยางยืด และสวดมนต์ กิจกรรมจิตอาสาหมอยาใจ