The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เครื่องดนตรีไทย (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 21สีหราช แก้วมงคล, 2023-08-31 22:25:05

เครื่องดนตรีไทย (1)

เครื่องดนตรีไทย (1)

ตำ นานการผสมวง มโหรี ปี่พาทย์ และ เครื่องสาย พร้อ ร้ มโดย เครื่อ รื่ งดนตรีไรี ทย


คำ นำ ห นั ง สื อ เ รื่ อ ง เ ค รื่ อ ง ด น ต รี ไ ท ย ฉ บั บ ภ า ษ า ไ ท ย ซึ่ ง น า ย ธ นิ ต อ ยู่ โ พ ธิ์ ( ๑ ) ไ ด้ ศึ ก ษ า ค้ น ค ว้ า ร ว บ ร ว ม แ ล ะ เ รี ย บ เ รี ย ง ไ ว้ เ ป็ น ทั้ ง ตำ น า น แ ล ะ ตำ ร า ที่ มี คุ ณ ค่ า ยิ่ ง ไ ด้ รั บ ค ว า ม ส น ใ จ จ า ก นั ก เ รี ย น . . นิ สิ ต นั ก ศึ ก ษ า แ ล ะ ป ร ะ ช า ช น อ ย่ า ง ก ว้ า ง ข ว า ง ก ร ม ศิ ล ป า ก ร ไ ด้ จั ด พิ ม พ์ เ ผ ย แ พ ร่ ไ ป แ ล้ ว ถึ ง ส อ ง ค รั้ ง แ ต่ ก็ ห า เ พี ย ง พ อ กั บ ค ว า ม ต้ อ ง ก า ร ไ ม่ จึ ง จำ เ ป็ น ต้ อ ง จั ด พิ ม พ์ เ ส น อ ส น อ ง อี ก เ ป็ น ค รั้ ง ที่ ส า ม ดั ง ป ร า ก ฏ อ ยู่ นี้ จ า ก ต้ น ฉ บั บ ห นั ง สื อ เ รื่ อ ง นี้ ท่ า น ผู้ เ รี ย บ เ รี ย ง ข ณ ะ ดำ ร ง ตำ แ ห น่ ง อ ธิ บ ดี ก ร ม ศิ ล ป า ก ร ไ ด้ ม อ บ ใ ห้ M r . D a v i d M o r t o n นั ก ศึ ก ษ า อ เ ม ริ กั น ผู้ ไ ด้ รั บ ทุ น มู ล นิ ธิ ร็ อ ค กี้ เ ฟ ล เ ล อ ร์ แ ล ะ ม ห า วิ ท ย า ลั ย แ ค ลิ ฟ อ ร์ เ นี ย เ ข้ า ม า ศึ ก ษ า ค้ น ค ว้ า เ รื่ อ ง ด น ต รี ไ ท ย เ มื่ อ เ ดื อ น พ ฤ ศ จิ ก า ย น ๒ ๕ ๐ ๑ ถึ ง กั น ย า ย น ๒ ๕ ๐ ๓ แ ป ล เ ป็ น ภ า ษ า อั ง ก ฤ ษ จั ด พิ ม พ์ จำ ห น่ า ย เ ผ ย แ พ ร่ ไ ป ทั่ ว โ ล ก อี ก ด้ ว ย


ตำ นาน หน้า เครื่อ รื่ งตี หน้า (เครื่อ รื่ งตีทำ ด้วยไม้) หน้า 1.เกราะ หน้า 2.โกร่ง หน้า 3.กรับ หน้า ก. กรับคู่ หน้า ข. กรับพวง หน้า ค. กรับเสภา หน้า 4. ระนาดเอก หน้า 5. ระนาดทุ้ม หน้า 6.ระนาดทอง หรืแ รื ละนาดเอกเหล็ก หน้า 7. ระนาดทุ้มเหล็ก หน้า สารบัญ บั เครื่องดนตรีไทย


เครื่อ รื่ งตีีทำ ด้ว ด้ ยโลหะ 8.ฉิ่ง หน้าที่ 9.ฉาบ หน้าที่ 10.ฆ้อง หน้าที่ ฆ้องโหม่ง หน้าที่ ฆ้องชัย หน้าที่ 11.ฆ้องเหม่ง หน้าที่ 12.ฆ้องคู่ หน้าที่ เครื่อ รื่ งตีขึงด้วยหนัง หน้าที่ 13.กลองทัด หน้าที่ 14.กลองชาตรี หน้าที่ 15.ตะโพน หน้าที่


เครื่อ รื่ งตี ดนตรีปรี ระเภทเครื่อ รื่ งดี ดูเหมือนจะเป็นประเภทเก่าแก่ที่สุด ที่มนุษย์รู้จัก ใช้ และเครื่อ รื่ งดนตรีข รี องไทยก็เช่นเดียวกัน โดยทั่ว ๆ ไป เครื่อ รื่ งที่เป็นของเก่าแก่ ของไทย แต่ก็ได้แก้ไขปรับปรุง ให้วิวัวิฒนาการมาโดยลำ ดับเครื่อ รื่ งตีที่ใช้ในวงดนตรี ของไทยอาจแบ่งออกได้เป็น ๒ จำ พวก คือ : - (๑) เครื่อ รื่ งที่ทำ ด้วยไม้ (๒) เครื่อ รื่ งที่ทำ ด้วยโลหะ (๓) เครื่อ รื่ งที่ขึงด้วยหนัง เครื่อ รื่ งตีทั้ง จำ พวกนี้ จะกล่าวถึงแต่ละอย่าง ทั้งประเภทที่เข้าใจว่า ไทยเราได้ประดิษฐ์ขึ้นเอง และทั้งประเภทที่ได้รับแบบอย่าง จากชาติอื่นแล้วนำ มาใช้หรือ รื แก้ไขดัดแปลงใช้อยู่ในวงดนตรี ของไทย


ระนาด เป็นเครื่อ รื่ งตีชนิดหนึ่ง ซึ่งเห็นได้ว่าว่ วิวัวิฒ วั นาการมาจากกรับ แต่ เดิมก็คใช้ไม้กรับ ๒ อัน ที่เป็นจังหวะ แล้วต่อมาเกิดความรู้เอาไม้มาทำ อย่าง กรับ หลาย ๆ อัน วางเรีย รี งให้เกิดเสียงอย่างหยาบ ๆ ขึ้นก่อน แล้วคิดทำ ไม้รองเป็น รางวางเรีย รี งราย ไป เมื่อเกิดความรู้ความชำ นาญขึ้น ก็แก้ไขประดิษฐ์ ให้มีขนาด ลดหลั่นกัน และทำ รางรองให้อุ้มเสียงได้ แล้วใช้เชือกร้อย “ไม้กรับ ขนาด ต่าง ๆ นั้นให้ติด กัน ซึ่งแขวนไว้บ ว้ นราง ใช้ไม้ตีเกิดเสียงกังวานลด หลั่นกันตาม ต้องการ ใช้เป็นเครื่อ รื่ งบรรเลงทำ นอง เพลงได้ แล้วต่อมาก็ประดิษฐ์แก้ไขดัดแต่ง และใช้ขี้ ผึ้งกับตะกั่วผสมกันติดหัวท้ายของไม้กว่าว่ถามเสียง ให้เกิดไพเราะยิ่งขึ้น เลย บัญญัติชื่อเครื่อ รื่ งดนตรี ชนิดนี้ว่าว่ “ ระนาด ระนาดเอก


ระนาดทุ้ม เป็นเครื่อ รื่ งดนตรีที่ รีที่ คิดสร้างกันขึ้นใน รัชกาลที่ ๓ กรุงรัตน โกสินทร์ เลียนแบบระนาด เอก แต่ลูกระนาดก็คงทำ ด้วยไม้ชนิดเดียวกับ ระนาด เอก เป็นแต่เหล่าลูกระนาดให้มีขนาด กว้า ว้ งและยาวกว่า ว่ ลูกระนาดเอก และประดิษฐ์ รางให้มีรูปร่างต่างจากรางระนาดเอก คือมีรูป คล้ายหีบไม้ แต่เว้า ว้ กลางเป็นทางโค้ง มี “โขน ปิดทางด้านหัวและด้านท้าย วัด วั จากปลายโขน ทางหนึ่ง ไปยังอีก ทางหนึ่ง ยาวประมาณ ๑๒๔ ซม. ปากรางกว้า ว้ งประมาณ ๒๒ ซม. มีเท้าเตี้ย ๆ รอง ๔ มุมราง บางทีเท้าทั้ง ๔ นั้น ทำ เป็นลูกล้อ ติดให้เคลื่อนย้ายได้ง่าย ลูก ระนาดทุ้มมีจำ นวน ๑๗ หรือ รื ๑๘ ลูก ลูกกันยาวประมาณ ๔๒ ซม. กว้า ว้ ง 5 ซม. ระนาดทุ้ม ทุ้


ระนาดทองหรือ รื รพนาดเอกเหล็ก ล็ ความจริงริระนาดทอง หรือ รื ระนาดเหล็ก เป็นเครื่อ รื่ งโลหะ ควรจะนำ ไปกล่าวในหมวดโลหะ แต่เพราะเป็นเครื่อ รื่ งดีที่ ประดิษฐ์สร้างขึ้นโดยเลียนแบบ เครื่อ รื่ งไม้ และใช้ใน ลักษณะเดียวกัน จึงนำ มากล่าวรวมไว้เ ว้ สียในหมวดเดียวกัน ระนาดทอง หรือ รื ระนาดเอกเหล็กนี้ มีตำ นานว่าว่คณาจารย์ ทางดุริยริางค ศิลปคิดประดิษฐ์ขึ้นในรัชกาลที่ ๔ กรุง รัตนโกสินทร์ ลูกระนาดแต่เดิมทำ ด้วยทอง เหลือง จึงเรีย รี ก กันมาว่าว่ระนาดทอง ต่อมามีผู้ทำ ลูกระนาดด้วยเหล็กก็มี แต่ทำ ตาม แนวระนาดเอก จึงเรีย รี กว่าว่ระนาดเอกเหล็ก ทั้ง ระนาดทองและระนาดเหล็ก ใช้ วางเรีย รี งบนรางไม้มีผ้าพัน ไม้ หรือ รืใช้ไม้ระกำ วางพาดไปตามชอบรางสำ หรับรองหัว ท้ายลูกระนาด แทนร้อยเชือกผูกแขวนอย่างลูกระนาดที่ทำ ด้วยไม้ คงจะเนื่องจาก มีน้ำ หนักมาก เกรงว่าว่ถ้าร้อยเชือก แขวน กำ ลังโขน ๒ ข้างจะทานน้ำ หนักไม่อยู่ ระนาด ๒ ชนิดนี้


ฉิ่ง เป็นเครื่อ รื่ งตีที่ทำ ด้วยโลหะ หล่อหนา เจ้า กลาง ปากผายกลม รูป คล้ายถ้วยชาไม่มีก้น สำ รับหนึ่งมี ๒ ฝา แต่ละฝาวัดผ่าน ศูนย์กลางจากสุดขอบ ข้างหนึ่ง ไปสุดขอบ อีกข้างหนึ่ง ประมาณ 5 ซม. ถึง ๖.๕ ซม. เจาะรูตรง กลางเว้าสำ หรับร้อยเชือก เพื่อ สะดวกในการถือตีกระทบกันให้เกิดเสียงเป็น จังหวะ สิ่งที่กล่าวนี้ สำ หรับใช้ประกอบวงปี่ พาทย์ ส่วนสิ่งที่ใช้สำ หรับวงเครื่อง รื่ สายและ วงมโหรี มีขนาดเล็กกว่านั้น คือ วัดผ่านศูนย์ กลวงเพียง ๕.๕ ซม. เครื่อ รื่ งตีโลหะ


เครื่อ รื่ งดีที่ขึงด้วยหนังแทบทุกชนิดของไทย ดูเหมือน จะเรีย รี กกันว่าว่ “กลอง” แทบทั้งนั้น กลองที่ชาวไทยทำ ขึ้นใช้ดั้งเดิมเห็นจะเป็นกลองที่ขึงด้วยหนังสองหน้า ตรึง รึ หมุด อย่างที่เรีย รี กกันในบัดนี้ว่าว่ “กลองทัด เคย เห็นกลองของจีนมีรูป แปลก ๆ ต่าง ๆ กันหลายชนิด และมีกลองชนิดหนึ่ง ในหนังสืออธิบายเครื่อ รื่ ง ดนตรี ของจีน เขาบอกชื่อไว้ว่ ว้ าว่ “นมตั้งโก้” หรือ รื “น่านดัง” แปลตามคำ ก็ว่าว่กลองของชนชาวใต้ ซึ่งแสดงว่าว่มิใช่ กลองของจีนมาแต่เดิม เครื่อ รื่ งตีขึงด้ว ด้ ยหนัง นั กลองทัด


ตะโพน ตะโพน ในหนังสือเก่าเรีย รี ก สะโพน ก็มี รูปร่างคล้ายมุทิงค์ หรือ รื มฤทังค์ หรือ รื มัททละ ของอินเดีย กล่าวคือ หน้าที่ขึงหนัง ๒ ข้างเรีย รี ว เล็ก ตรง กลางป่อง ของอินเดียใช้วาง บนตกต หรือ รื มีสายสะพายเมื่อยืนดี ส่วนตะโพน หรือ รื สะโพนของเรา มีเท้า รองให้ตัว ตะโพนวางนอนอยู่บนเท้า ใช้ฝ่ามือ ซ้ายขวาที่ได้ทั้งสองหน้า มฤทังค์ หรือ รื มัททละ เป็นเครื่อ รื่ งหนัง ที่ใช้แพร่ หลายในอินเดียมาแต่โบราณ มีนิยาย ว่า พระพรหมาได้ทรงสร้างขึ้น เพื่อ ประกอบจังหวะรำ ฟ้อนของพระ ศิวะ เมื่อทรงมีชัยเหนือนครตรีปุรี ปุ ระ


กรับ ทำ ด้วยไม้ไผ่ผ่าซีก เหลาให้เรีย รี บและ เกลี้ยงเกลา เพื่อมิให้ผิวและ เสี้ยนบาดและ ตำ มือ รูปร่างแบนตามซีกไม้ไผ่ และหนา ตามขนาดของเนื้อไม้ เช่น หนาสัก ๑.๕ ซม. กว้า ว้ งสัก ๓ - ๔ ซม. และยาวประมาณ ๔๐ ซม. ทำ เป็น ๒ อัน หรือ รื คู่ ใช้ตีให้ผิว กระทบกันทางด้านแบน เกิดเสียงได้ยิน เป็น “กรับ - กรับ - กรับ และคงจะเนื่อง ด้วยเสียงนี้เองจึงเรีย รี กเครื่อ รื่ งตีชนิดนี้ว่า ว่ กรม ต่อมามีผู้ประดิษฐ์ทำ ด้วยไม้แก่นหรือ รื ไม้จริง ริ แต่ก็เหลาเป็นรูปแบน อย่างชักไม้ไผ่ คงใช้ในลักษณะเดียวกับกรับไม่ไผ่ เครื่อ รื่ งตีทำ ด้ว ด้ ยไม้


ฆ้อ ฆ้ งวงใหญ่ วงฆ้องใช้ต้นหวาย โป่ง ทำ เป็นร้านสูง ประมาณ ๒๔ ชม. หวายเส้นนอกกับเส้น ในห่างกันประมาณ ๑๔ - ๑๗ ซม. ดัด โค้งเป็นวงล้อมไปเกือบรอบตัวคนนั่งดี เปิดช่องไว้สำ ว้ สำหรับ ทางเข้าด้านหลังคนดี ห่างกันราว ๒๐ - ๓๐ ซม. ขนาดของวง กว้า ว้ งจากขอบวง ในทางซ้ายไปถึงขอบ วงในทางขวา กว้างประมาณ ๑๒ ชม. จากด้านหน้าไป ด้านหลัง กว้างประมาณ ๖๖ ชม. พอให้คนที่นั่งขัดสมาธินั่งที่ได้ สบาย แล้ว


เปิงมางคอก ส่วนเปิงมางที่ใช้กันอยู่ในวง ปี่พาทย์มอญ ตามที่ปฏิบัติกันอยู่ในบัดนี้ เขาใช้เปิงมาง จำ นวน ๒ ลูก มีขนาด ลดหลั่นกันลงไป และติดข้าวสุกผสม ขี้เถ้า ปิดหน้ากลอง แต่ละลูก เทียบเสียง ต่ำ สูง แขวนเรีย รี ง ลำ ดับไว้เ ว้ป็นราวล้อม ตัวคนดี เรีย รี กกันว่า ว่ “เปิงมางคอก และคอกที่ทำ สำ หรับแขวน เปิงมางนั้น มีขนาดสูงประมาณ ๖๖ ซม. ความกว้า ว้ ง ของวงวัด วั ผ่านศูนย์กลาง ประมาณ ๑๐๖ ชม.


บรรณานุกรม http://www.digitalschool.club/digitalschool/art/ music1_1/lesson1/mixing.phpย


Click to View FlipBook Version