ช่างสิบหมู่ จัดทำ โดย: น.ส. รัชตา ตมะวิโมกษ์
ในรายงานนี้ เราจะสำ รวจและวิเครา ะห์บทบาท ของช่างสิบหมู่ในสังคมขณะนี้ โดยการสัมผัสถึง ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา การอาชีพ และ การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี รายงานนี้จะ แสดงให้เห็นถึงความสำ คัญของช่างสิบหมู่ใน การสร้างความเจริญรุ่งเรืองในสังคมของเรา ใน ปัจจุบันและอนาคต ผู้เขียนหวังว่ารายงานนี้จะเป็นแหล่งข้อมูลที่มีค่า และสะท้อนความสำ คัญของช่างสิบหมู่ในโลกที่ เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน โดยเปิด โอกาสให้ผู้อ่านได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ บทบาทและการกระทำ ของช่างสิบหมู่ในสังคม ของเราวันนี้และในอนาคตที่กำ ลังมองหาทางที่ ยอดเยี่ยมมากขึ้นในการสร้างการเปลี่ยนแปลง และพัฒนาการอย่างยั่งยืน คำ นำ
สารบัญ 05 06 09 11 12 1. ช่างเขียน 4. ช่างกลึง 5. ช่างหล่อ ช่างสิบหมู่ 2. ช่างแกะ 3. ช่างสลัก 13
15 16 17 18 19 20 7. ช่างหุ่น 9. ช่างบุ 10. ช่างปูน บรรณานุกรม 6. ช่างปั้น 8. ช่างรัก
“ช่างสิบหมู่” หรือ “ช่างหลวง” เป็นคำ ไทย ภาษาอังกฤษคือ Ten Essential Traditional Craftsmenship ทำ หน้าที่ ราชการจำ เพา ะด้านการช่างที่เกี่ยวข้องกับ งาน ศิลปกรรม ต่าง ๆ ทั้งในด้านวิจิตร ศิลป์และประณีตศิลป์ภายในพระบรม ราชูปถัมภ์มาแต่โบราณ แต่เดิมกรมช่างสิบ หมู่และข้าราชการซึ่งเป็นช่างต่าง ๆ ในกรม มีหน้าที่รับสนองพระราชประสงค์ในองค์ พระมหากษัตริย์รวมถึงทำ หน้าที่รวบรวม ช่างมีฝีมือเพื่อเป็นกำ ลังในกิจการงาน ศิลปกรรม รุ่นต่อ ๆ ไปด้วย ช่างสิบหมู่ในสมัยโบราณนั้นอยู่ในกำ กับดูแล ของราชสำ นัก ทำ งานก่อสร้างและตกแต่ง เหล่าปราสาทราชมณเฑียร ตำ หนัก เรือน หลวง วัดวาอาราม และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ เพื่อสร้างความงดงามทางศิลปกรรมตาม พระราชประสงค์ ทั้งนี้ การทำ งานของช่าง สิบหมู่จะประสานงานกับช่างมหาดเล็กและ ช่างทหารในพระบรมราชูปถัมภ์ด้วย ช่างสิบหมู่ สำ หรับสำ นักช่างสิบหมู่ในสมัยใหม่ (ปัจจุบัน) ประกอบด้วยหมู่ช่างผู้เชี่ยวชาญ งานช่างแขนงต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
ช่างเขียน คือ บุคคลที่มีฝีมือและความ สามารถทางการช่าง ในทางวาดเขียนและ ระบายสี ให้เกิดเป็น ลวดลาย หรือ รูปภาพ ต่างๆ ได้อย่างงดงาม เป็นที่น่าพอใจแก่ผู้ได้ พบเห็น ช่างเขียนแต่โบราณ หรือ แต่ละพื้นถิ่นของ ประเทศไทย มีคา เรียกช่างที่ต่างกันออกไป อาทิ ช่างแต้ม ช่างเขียนสีน้ากาว ช่างเขียน ลายรดน้า เป็นต้น 1. ช่างเขียน (Drawing and Painting)
ในบรรดาช่างประเภทต่างๆ ในหมวดช่างสิบหมู่ด้วยกัน ช่างเขียน จัดว่า เป็นช่างที่มีความสาคัญยิ่งกว่า ช่างหมู่ ใดๆ ทั้งนี้ เนื่องจากการวาดเขียนและการเขียนระบายสี เป็นที่ยอมรับนับถือว่า เป็นสื่อที่มีศักยภาพยิ่ง สาหรับ ถ่ายทอดความคิคสร้างสรรค์ออกมา ให้ปรากฏใน ลักษณะรูปธรรมที่ชัดเจน สามารถใช้เป็นต้นแบบนา ไป สร้างสิ่งต่างๆ ได้ตามความประสงค์ หรือ เป็นต้นแบบที่ มีความสา เร็จและมีคุณค่า เฉพา ะในตัวชิ้นงานนั้น โดยตรง ดังมีหลักฐานที่ปรากฏโดยสานวนภาษา ในหมู่ ช่างไทย ซง่ึ แต่ก่อนพูดติดปากต่อๆ กันมาว่า “ช่างกลึงพึ่งช่างชัก ช่างสลักแบบอย่างพึ่งช่างเขียน ช่างติ และช่างเตียน ดันตะบึงไม่พึ่งใคร” ช่างเขียน หรือ สาระสาคัญของวิชาช่างเขียนยังได้รับ ความนับถือว่า เป็นหลักใหญ่ที่มีความสาคัญกว่า วิชาการ ช่างศิลปะแบบไทยประเพณีทั้งหลาย ดังจะเห็นได้ว่า ใน โอกาสที่ประกอบการพิธีไหว้ครูช่างประจาปีและ มีการรับ ผู้เข้ามามอบตัวเป็นศิษย์ใหม่ในสานักช่างนั้นๆ บุคคลผู้ เป็นครูช่าง หัวหน้าสานักช่าง หรือ เจ้าพิธีไหว้ครูจะ ทา การ “ครอบ” หรือ “ประสิทธิประสาธน์” ให้ผู้ที่เข้า เป็น ศิษย์ใหม่ ให้เป็นผู้ได้รับวิชาและการฝึกหัดเป็นช่างต่อไป
งานของช่างเขียน ซึ่งเป็นงานที่มีความสำ คัญในงานช่าง สิบหมู่นั้น มีงานด้านการเขียนวาด เขียนระบายสี และ เขียนน้ำ ยาชนิดต่างๆ ดังนี้ 1. งานเขียนระบายสีน้ำ กาว คือ งานเขียนระบายรูปภาพ ต่างๆ ด้วยสีฝุ่นสีผสมกับน้ำ กาวหรือยางไม้ บางชนิดเพื่อ ให้สีจับติดพื้นที่ใช้รองรับสีนั้นอยู่ทนได้นาน ช่างเขียน รูปภาพแบบไทยประเพณี ในสมัยก่อนจึงเรียกว่า งาน เขียนระบายสีน้ำ กาว และเรียกรูปภาพหรือลวดลาย ซึ่ง เขียนด้วยวิธีการเช่นนี้ว่า ภาพหรือลายสีน้ำ กาว 2. งานเขียนน้ำ ยาปิดทองรดน้ำ หรือบางแห่งเรียกอย่าง สั้นๆ ว่า “ปิดทองรดน้ำ ” เป็นรูปภาพชนิดเอกรงค์ คือมี ลักษณะโดยรวมของรูปลักษณะที่ปรากฏเป็น“ลวดลาย” สี ทองบนพื้นสีดำ เป็นส่วนมากที่เขียนเป็นภาพ มนุษย์หรือ ภาพสัตว์ ในลักษณะงานมีเป็นส่วนน้อย แต่ก็แสดงรูป ลักษณะนั้นเป็นสีทองเช่นกัน เช่น ลวดลายหรือ รูปภาพที่ ทำ ให้สำ เร็จในขั้นสุดท้ายด้วยการ “รดน้ำ ” ชำ ระล้าง “น้ำ ยา ” ซึ่งได้ดำ เนินการเขียนตามกรรมวิธีเขียน น้ำ ยามา แต่ต้น ให้น้ำ ยาหลุดออก และคงเหลือแต่สีทองที่ต้องการ ให้เป็นลวดลายหรือรูปภาพบนพื้นนั้นๆ โดยอาศัย การ ทำ งานกระบวนการขั้นสุดท้ายของงานเขียน จึงมีชื่อเรียก อีกอย่างหนึ่งว่า “ลายรดน้ำ ”
2. ช่างแกะ (Carving) ช่างแกะ เป็นช่างประเภทหนึ่ง ในจำ พวกช่างสิบหมู่ จัดเป็นผู้ที่มีความสามารถ และ ฝีมือในการช่าง อาจทำ การสร้างสรรค์รูปลักษณ์ ที่ประกอบไปด้วย ศิลปลักษณะ ประเภทลวดลาย หรือ รูปภาพให้ ปรากฏขึ้นด้วยวิธีการ “แกะ” คำ ว่า “แกะ” ซึ่งเป็นวิธีการทำ งานของช่างแกะ หมาย ถึง การสร้างทำ ให้เกิดเป็นลวดลาย หรือ รูปภาพขึ้น ด้วยวิธีใช้เครื่องมือ ที่เรียกว่า “มีดแกะ” แกะ แคะ ควัก ไปตามวิธีการของช่างประเภทนี้
งานแกะเครื่องสด งานแกะเครื่องวัตถุถาวร งานของช่างแกะ มักจะเป็นงานขนาดเล็ก เป็นของที่ ต้องการความละเอียดประณีตมาก และ มีลักษณะ ศิลปภัณฑ์ที่ได้ใช้วัสดุต่างๆ เช่น ไม้ งาช้าง หิน มัน เผือก ฟักทอง เป็นสื่อสำ หรับถ่ายทอดความคิด ความเชื่อ ความงาม และ ความสามารถของฝีมือ ช่างแกะให้ปรากฏ งานของช่างแกะ อาจแสดงออกรูปลักษณ์ใน ลักษณะงานแกะลอยตัว งานแกะกึ่งพื้นราบ และ งานแกะพื้นราบ และ งานแกะเส้นเป็นร่องในพื้น ประเภทของงานแกะ อาจแบ่งออกตามวัสดุที่ นำ มา ใช้ทำ เป็นสื่อทางการแกะ เป็นสองประเภท คือ 1. 2.
ช่างสลัก เป็นช่างประเภทหนึ่ง ในจำ พวกช่างสิบหมู่ เป็น ผู้มีความสามารถ และฝีมือในการช่างทำ ลวดลาย หรือ รูปภาพต่างๆ ขึ้นด้วยวิธีการที่เรียกว่า “สลัก” คำ ว่า “สลัก” อาจเรียกว่าจำ หลัก หรือ ฉลักก็มี เป็นวิธีการของ ช่าง ทำ ให้เป็นลวดลาย หรือรูปภาพ โดยวิธีใช้ “สิ่ว” เจา ะ เป็นต้น งานของช่างสลัก เป็นไปในลักษณะศิลปภัณฑ์ ที่ทำ ขึ้นด้วยการใช้วัสดุเหล่านี้ คือ ไม้ หิน หนัง กระดาษ เป็น สื่อสำ หรับถ่ายทอดความคิด ความเชื่อ ความงาม และ ความสามารถของฝีมือ ให้ปรากฏอาจแสดงออกเป็น รูป ลักษณ์ด้วยลักษณะเป็นงานสลักรูปลอยตัว งานสลักรูป กึ่งลอยตัว งานสลักรูปกึ่งพื้นราบ และ งานสลักรูปบน พื้น ราบ เป็นมา เช่นนี้โดยลำ ดับแต่โบราณกาล งานของช่างสลัก และ วิธีการของช่างสลัก ที่เป็น มาตามแบบแผน ซึ่งเป็นขนบนิยมและอย่างโบราณวิธี การสลัก นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท และ ต่างวิธีใน การปฏิบัติงาน ซึ่งแตกต่างออกไปบ้างเล็กน้อย เป็น ความรู้ที่จัดเป็นภูมิปัญญา ในด้านการสร้างสรรค์งาน ศิลปกรรม แบบไทยประเพณีอย่างสำ คัญสาขาหนึ่ง 3. ช่างสลัก (Engraving)
4. ช่างกลึง (Turning) งานกลึงเป็นงานสลักเสลา เกลาแต่งที่ต้องใช้ความ ประณีต โดยมากใช้กับงานไม้และงาช้าง เครื่องมือกลึง จะต้องคมกลิบตลอดเวลา หากกลึงสิ่งของใหญ่ ๆ จะใช้ “กงหมุน” หากเป็นสิ่งของขนาดย่อมและไม่ประณีตจะใช้ เครื่องกลึง “คานดีด”
ช่างหล่อ เป็นช่างสร้างศิลปกรรมประเภทวิจิตร ศิลปงานของช่างหล่อเป็นงานที่เกี่ยวเนื่องกันกับ งานปั้น ช่างหล่อจำ นวนไม่น้อยมักเป็นผู้ที่มีความ สามารถในการปั้นอยู่ด้วย หรือไม่ก็เป็นทั้งช่างปั้น และช่างหล่ออยู่ในคน เดียวกัน ทั้งนี้เนื่องด้วยงาน ปั้นที่เป็นประติมากรรมแบบไทยประเพณี เป็นต้นว่า พระพุทธปฏิมากร เทวปฏิมากร รูปฉลองพระองค์ พระมหากษัตริย์ ฯลฯ เมื่อจะทำ เป็นรูปอย่างโลหะ หล่อ ก็จะต้องจัดการปั้นหุ่นรูปนั้นๆ ขึ้นเสียก่อน ด้วยขี้ผึ้ง แล้วจึงทำ การเปลี่ยนสภาพรูปหุ่นนั้นแปร ไปเป็นรูปโลหะหล่อ ซึ่งกระบวนการแต่ละขึ้นตอน ของงานประเภท นี้ ย่อมมีความสัมพันธ์แก่กันและ กันทุกขั้นตอน ดังนี้ ช่างหล่อจึงมักเป็นช่างปั้นอยู่ ในตัวเป็นขนบนิยมเช่นนี้มาแต่ โบราณ 5. ช่างหล่อ (Casting)
งานหล่อ ที่เป็นงานของช่างในจำ พวกช่างสิบ หมู่นี้หมายถึงการสร้างงานประติมากรรม หรือรูปปฎิมากรรม ให้มีขึ้นด้วยการหลอม โลหะให้ละลายเป็นของเหลว แล้วเทกรอก เข้า ไปในแม่พิมพ์ที่ได้จัดทำ ขึ้นบังคับให้โลหะ เหลว ขั้งอยู่ในนั้น เมื่อโลหะคลายความร้อนและ คืนตัวแข็งดังเดิม ก็จะเป็นรูปทรงตามแม่ พิมพ์นั้นบังคับให้เป็นไป พอแกะ หรือทำ ลาย แม่พิมพ์ออกหมดก็จะได้รูปโลหะหล่อ ตามรูป ต้นแบบหรือรูปหุ่นที่ได้ทำ ขึ้นเป็นแบบก่อนที่จะ ถ่ายถอนทำ แม่พิมพ์ หรือทำ แม่พิมพ์ขึ้นหุ้มหุ่น นั้น งานช่างหล่อ หรืองานหล่อโลหะด้วยวิธีและ กระบวนการที่เป็นขนบนิยมอย่างโบราณวิธี มีชื่อเรียกโดยเฉพา ะ ว่า วิธีหล่อโหละอย่าง สูญขี้ผึ้ง (Lost Wax Process) เป็นวิธีหล่อ โลหะวิธีหนึ่ง
6. ช่างปั้น (Molding and Sculpting) ทำ งานด้านการปั้นพระพุทธรูปเสียเป็นส่วน ใหญ่ อาจใช้ดินเหนียวอย่างเดียว ปั้นด้วยดิน แล้วติดกระดาษทับเพื่อรักษา เนื้อดิน หรือ แม้แต่ปั้นด้วยกระดาษโดยมีลวดตาข่ายเป็น โครงภายใน
7. ช่างหุ่น (Model Building) “หุ่น” ในที่นี้ คือ “ตัว” หรือ “รูปร่าง” คือ การประกอบ สร้างรูปของ คน สัตว์ หรือ สิ่งของที่ต้อง ทำ เป็นรูปร่าง ดังนั้น ช่าง หล่อ ช่างปั้น และช่างหุ่นจึง มีงานสัมพันธ์ กันและอาจ สร้างงานด้วย คน ๆ เดียวกัน
8. ช่างรัก (Lacquering) ประกอบด้วย ช่างผสมรัก ลงรักพื้น ช่างปิด ทอง ช่างประดับกระจก และช่างมุก เพื่อการทำ ลวดลายประดับมุก “รัก” คือยางไม้ที่ได้จากต้น รักนั่นเอง ซึ่งสามารถนำ มา ใช้งานทาง ศิลปกรรมได้ โดยเฉพา ะงานปิดทองในการทำ “ลายรดน้ำ ”
9. ช่างบุ (Metel Beating) “บุ” คือการตีแผ่ให้แบน ทั้งเป็นแผ่นเรียบ ๆ และ เป็นรูปร่างต่าง ๆ ช่างบุต้องชำ นาญด้านงานโลหะ ทุกชนิด เช่น ทองแดง เงิน นาก และทองคำ อุปกรณ์คือ ทั่งและค้นเหล็ก ซึ่งมีหลายขนาดและ รูปร่างต่างกันไป
10. ช่างปูน (Plastering) งานปูนจะมีทั้งงานซ่อมและสร้าง แบ่ง เป็น หมู่ปูนก่อ เป็นเพียงการเรียงอิฐ ไม่ ต้องประณีต หมู่ปูนฉาบ คือการตกแต่ง อิฐที่ก่อให้เรียบงาม และหมู่ปูนปั้น หมู่นี้ จะสร้างงานให้มีความงดงามทางศิลปะ ลายปูนปั้นต้องทำ ตอนปูนยังไม่แข็งตัว
บรรณานุกรม https://www.sacit.or.th/uploads/items /attachments/d210cf373cf002a04ec7 2ee395f66306/_295d1d6f372a0309a0 c395a3f44d4b22.pdf https://www.silpamag.com/art/article_96093 http://www.digitalschool.club/digitals chool/art/art3_2/more/item10.1.php http://www.digitalschool.club/digitals chool/art/art3_2/more/item11.1.php