คำนำ
รายงานเล่มน้ีจัดทาข้ึนเพ่ือเป็นส่วนหน่ึงของวิชา การพัฒนาวิชาชีพทางการศึกษา เพื่อให้ได้ศึกษาหา
ความรู้ในเรื่องราวของผู้บริหารมืออาชีพ โดยได้ศึกษาผ่านแหล่งความรู้ต่างๆ อาทิเช่น ตารา หนังสือ หนังสือพิมพ์
วารสาร หอ้ งสมุด และแหลง่ ความรู้จากเว็บไซต์ตา่ งๆ โดยรายงานเล่มน้ีตอ้ งมเี น้ือหาเก่ียวกับ ความหมายของคาว่า
“ผู้บริหารมืออาชีพ”แนวคิดทฤษฎีเก่ียวกับผู้บริหารมืออาชีพ ลักษณะพื้นฐานของวิชาชีพชั้นสูง บทบาทของ
ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา ลกั ษณะของผู้บริหารมืออาชีพ ปัจจัยเสริมสร้างความเป็นนกั บริหารมืออาชีพ และตวั อย่าง
งานวิจัยที่เก่ียวข้องกับผู้บริหารมืออาชีพ เช่น ความเป็นมืออาชีพของผู้บริหารสถานศึกษายุคไทยแลนด์ 4.0
ผบู้ ริหารมืออาชพี กบั การบริหารจดั การศกึ ษารับความปกตใิ หม่หลงั วิกฤตโควดิ –19 เป็นต้น
คณะผู้จัดทาคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทาเอกสารฉบับน้ีจะมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อครู-อาจารย์
ตลอดจนผู้สนใจท่ัวไป ผู้ที่สนใจศึกษาเรื่อง ความเป็นผู้บริหารมืออาชีพ และขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการ
จัดทารายงานฉบับน้ีจนเสร็จส้ินสมบูรณ์ แต่ถ้าหากมีส่วนหนึ่งส่วนใดของหนังสือเล่มน้ีมีข้อผิดพลาดในด้านต่าง ๆ
ผู้เขียนต้องขออภัยมา ณ ที่น้ีและขอรับข้อเสนอแนะต่าง ๆ ของทุกท่านด้วยความยินดี เพื่อท่ีจะได้นาไปปรับปรุง
และแก้ไขตอ่ ไป
คณะผูจ้ ัดทา
สำรบัญ หนำ้
เรื่อง 1
1
ควำมเป็นผูบ้ รหิ ำรมืออำชีพ 1
1.ความหมายของคาวา่ “ผู้บรหิ ารมืออาชพี ” 2
2.แนวคดิ ทฤษฎเี กยี่ วกับผ้บู ริหารมอื อาชพี 2
3
2.1.ทฤษฎี 3 ทกั ษะ” (Three Skills) 4
2.2.ทฤษฎีสามภมู ิ 6
2.3.ทฤษฎีลิง 3 ตวั ของขงจ้ือ 10
3.ลกั ษณะพน้ื ฐานของวิชาชีพชัน้ สงู 11
4.บทบาทของผบู้ ริหารสถานศึกษา 11
5.ลกั ษณะของผู้บรหิ ารมืออาชพี 14
6.ปัจจยั เสรมิ สรา้ งความเป็นนักบริหารมอื อาชพี 19
7.ตวั อยา่ งงานวิจยั ทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับผู้บรหิ ารมอื อาชพี 20
เร่อื งท่ี1 ความเปน็ มืออาชพี ของผู้บรหิ ารสถานศึกษายุคไทยแลนด์ 4.0
เรือ่ งท่ี2 การบรหิ ารจัดการศึกษารบั ความปกติใหมห่ ลังวกิ ฤตโควดิ –19
8.บทสรปุ
บรรณานกุ รม
1
ควำมเป็นผู้บรหิ ำรมืออำชพี
ในสภาพที่สังคมมีความเปล่ียนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การจัดการบริหารองค์การต่างๆ จะต้องตาม
ความเปล่ียนแปลงให้ทัน มิเช่นน้ันจะถูกท้ิงให้ล้าหลัง และจะประสบความล้มเหลวในการบริหารองค์การน้ัน ๆ
เพราะความสาเร็จหรือความล้มเหลวขององค์การยอ่ มขึ้นอยู่กับศักยภาพของผู้บรหิ าร องค์การทุกองค์การไม่ว่าจะ
เป็นองค์การภาครัฐ หรือเอกชน ต่างต้องการท่ีจะให้องค์การของตนมีนกั บริหารมืออาชีพมาบริหารในสว่ นของการ
บริหารจัดการศึกษาก็เช่นเดียวกัน ผู้บริหารนับเป็นผู้ที่มีบทบาทสาคัญอย่างย่ิงต่อความสาเร็จหรือความล้มเหลว
ของการจัดการศกึ ษา
1.ควำมหมำยของคำวำ่ “ผู้บรหิ ำรมืออำชีพ”
“บรหิ าร” ตามพจนานุกรมฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 หมายถึง การดาเนนิ การ, จดั การ,
“การบริหาร คือ การทาให้งานต่างๆลุล่วงไปโดยอาศัยคนอื่นเป็นผู้ทา” (Peter F. Drucker ปรมาจารย์ทางการ
บรหิ ารของสหรฐั อเมริกา)
“ผู้บริหาร” ตามข้อมูลทางบรรณานุกรมของหอสมุดแหง่ ชาติ พจนานุกรมไทย ฉบับทันสมัย หมายถึง ผู้ที่แบ่งงาน
ให้ตามความสามารถของแต่ล่ะบุคคลและให้คาแนะนาการทางานนั้นอย่างเป็นระบบเพื่อให้เกดิ ประสิทธภิ าพสูงสุด
“ผู้บริหารสถานศึกษา” ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ หมายความว่า บุคลากรวิชาชีพท่ีรับผิดชอบการ
บริหารสถานศึกษาแตล่ ะแหง่ ของรัฐและเอกชน
คาว่า “ผ้บู ริหารมืออาชีพ” น้นั ยังเป็นคาทค่ี ่อนข้างใหม่สาหรับวงการศึกษา เพิง่ จะเร่ิมเป็นที่กล่าวถึงมากขึน้ ก็เมื่อมี
การปฏิรูปการศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ซ่ึงในหมวด 7 ได้กาหนดไว้ว่า ผู้บริหาร
สถานศกึ ษา ตอ้ งมใี บอนุญาตประกอบวิชาชพี ตามทก่ี ฎหมายกาหนด
จากคาจากัดความดงั กล่าวข้างต้น ผู้บรหิ ารมอื อาชีพ หมายถึง บุคลากรวิชาชพี ที่รบั ผิดชอบการบริหารสถานศึกษา
ท้ังของรัฐและเอกชน และดาเนินการจัดการ ใหค้ าแนะนา แบง่ งานใหต้ ามความสามารถของบุคคลอย่างเปน็ ระบบ
เพ่ือให้งานเกิดประสทิ ธภิ าพสงู สดุ
2.แนวคิดทฤษฎีเกยี่ วกบั ผู้บรหิ ำรมืออำชพี
ทฤษฎีหลากหลายทฤษฎีท่ีจะนามาวิเคราะห์ว่า “นักบริหาร” หรือ “ผู้บริหาร” เป็น “นักบริหารมือ
อาชพี ” ได้หรอื ไม่นั้น โดยดไู ด้จากทฤษฎีต่างๆ ดังนี้
2.1.ทฤษฎี 3 ทักษะ” (Three Skills)
โรเบิร์ต แอล แคทซ์ (Robert L. Katz) ได้วิเคราะห์ความรู้ความสามารถของ ผู้บริหาร โดยใช้วิธีการท่ี
เรียกว่า“three skills method” หรือ “ทฤษฎีสามทักษะ พบว่า ผู้บริหารจะประสบความสาเร็จมากน้อยกว่ากัน
หรือไม่ ขน้ึ อย่กู บั ทกั ษะสามประการ คอื
1.ทักษะในคตินิยม (Conceptual Skill) คือทักษะท่ีสามารถเข้าใจ หน่วยงานของตนในทุกลักษณะ และ
เห็นความสัมพันธ์ของหน่วยงานของตน ที่มีต่อหน่วยงานหรือองค์การอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น เข้าใจว่าหน่วยงานของ
ตนมบี ทบาทหนา้ ทอี่ ย่างไร แบง่ งานเปน็ หนว่ ยงานย่อยๆอะไรบ้าง และสัมพนั ธ์กบั หนว่ ยงานอนื่ อย่างไรบ้าง
2
2.ทักษะทางมนุษยสัมพันธ์ (Human Skill) คือทักษะในความสามารถที่จะทางาน ร่วมกับคนอื่นได้
เพราะผู้บริหารจะต้องทางานสัมพันธ์กับคนอื่น เช่น ผู้บังคับบัญชา ผู้ช่วย หัวหน้าภาควิชา ครูอาจารย์ เจ้าหน้าที่
เปน็ ต้น
3.ทกั ษะทางเทคนคิ (Technical Skill) คอื ทักษะในการทางานท่ีเกีย่ วกับกจิ กรรม เฉพาะอยา่ ง เชน่ การ
ใชค้ อมพิวเตอร์ การพิมพ์ การรา่ งหนังสอื ติดต่องาน การทาสื่อการสอน การสอน เป็นต้น
นกั บริหารมืออาชพี ควรมี ทักษะในคตนิ ยิ ม (Conceptual Skill) และ ทักษะทางมนษุ ยสมั พันธ์
(Human Skill) ให้มากกว่า ทักษะทางเทคนิค (Technical Skill) คือมีความเข้าใจว่าหน่วยงานของตนมีบทบาท
หน้าท่ีอย่างไร แบ่งงานเป็นหน่วยงานย่อยๆอะไรบ้าง และมีความสัมพันธ์กับหน่วยงานอื่นอย่างไรบ้าง รวมท้ังมี
ความสามารถที่จะทางาน ร่วมกับคนอ่ืนได้ ส่วนทักษะในการทางานที่เก่ียวกับกิจกรรม เฉพาะอย่าง เช่น การใช้
คอมพวิ เตอร์ การพิมพ์ การรา่ งหนงั สอื ตดิ ต่องาน การทาสอ่ื การสอน การสอน ก็ควรจะมีเช่นกนั
2.2.ทฤษฎีสำมภมู ิ
อาจารย์บรรจง ชูสกุลชาติ อดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ให้ข้อคิดอันเป็นหลักในการนาไปสู่ความสาเรจ็
ในหน้าท่ีการงาน และการรับราชการเสมอว่า ข้าราชการท่ีประสบความสาเร็จในชีวิตราชการจะต้องมี 3 ส่ิงคือ
หน่งึ ภูมิรู้ สอง ภมู ธิ รรม สาม ภมู ิฐาน
นกั บริหารมอื อาชีพควรมีท้งั สามภมู ิ ดังน้ี
1.ภูมิรู้ คือความรู้ความสามารถ เชน่ มีความรู้ทางทฤษฎีการบริหารการศกึ ษา แลว้ สามารถนาความรู้
ไปใช้ในการบริหารงานได้ เป็นต้น
2.ภมู ธิ รรม คอื ความประพฤตดิ ี มีคณุ ธรรม เช่น มีความซอ่ื สัตย์ มคี วามโปรง่ ใส ยุติธรรมในการทางาน
มคี วามขยนั หมนั่ เพยี ร มีความรบั ผิดชอบ
3.ภูมิฐาน คือมีบุคลิกลักษณะดี รูปร่าง ท่าทางดี การแต่งกายดี อย่างไรก็ตามถ้าหากบุคลิกลักษณะ
และรปู ร่างทา่ ทางไม่ดี แตแ่ ตง่ กายเรียบรอ้ ย กจ็ ะดภู ูมิฐานได้
2.3.ทฤษฎีลิง 3 ตัวของขงจื้อ
ทฤษฎีลิง 3 ตัวนี้ เป็นทฤษฎีของขงจ้ือซ่ึงเป็นนักปราชญ์ชาวจีน เกิดเม่ือ 8 ปีก่อนองค์พระพุทธเจ้าเสด็จ
ปรินิพพาน ทฤษฎีลิง 3 ตัวมีสัญลักษณ์โดยเอามือปิดหู ปิดตา และปิดปาก ผู้ที่ได้ช่ือว่าเป็นนักบริหารมืออาชีพ
จะตอ้ งรจู้ กั ปดิ หู ปิดตา และปดิ ปาก ดังรายละเอยี ดดงั นี้
1. ปิดหู หมายถึงการควบคุมการฟัง การได้ยิน กล่าวคือ ถ้าผู้บริหารจะผูกมิตรกับผู้ร่วมงานหรือคนอื่น
จะต้องปิดหู เป็นการควบคุมหูของเราให้ได้ว่า อะไรควรฟัง อะไรควรได้ยินหรือไม่ควรได้ยิน แม้ได้ยินแล้วก็ต้อง
ควบคุมตัวเองให้ได้ว่า อะไรควรเก็บไปคิดหรือไม่ควรเก็บไปคิด อะไรควรเชื่อหรืออะไรไม่ควรเชื่อ ข้อน้ีได้ให้คติต่อ
ผู้บริหารว่า “อย่าเป็นคนหูเบา” ผู้บริหารต้องรับฟังเร่ืองทั้งปวงที่ผู้ร่วมงานมาระบาย มาฟ้องหรือมาป้อยอ แต่นัก
บรหิ ารมืออาชีพย่อมจะต้องไม่ได้ยินท้ังหมด ไมเ่ ช่ือไปเสียทุกอย่าง ไม่บา้ จป้ี ฏิบตั ิตามทุกอย่าง เพราะนักบริหารมือ
อาชีพตอ้ ง “ไม่เป็นคนหเู บา” นน่ั เอง
2. ปิดตา หมายถึงการควบคุมการดู การเห็น ส่ิงใดที่ควรมอง ส่ิงใดที่ควรรู้หรือไม่ควรรู้ คือบางอย่างก็ทา
เป็นไม่เหน็ ไมส่ นใจเสยี บา้ ง
3
3. ปิดปาก หมายถึงการควบคุมการพูด การแสดงออก กล่าวคือ ส่ิงใดท่ีควรพูดหรือไม่ควรพูดหรือไม่พูด
มากเกินไป ไมพ่ ดู น้อยเกินไป ผูบ้ รหิ ารควรกะใหพ้ อเหมาะพอดี ให้เหมาะกับโอกาสและเวลาที่ควร
จากทฤษฎีลิง 3 ตัวของขงจื้อน้ี จะเห็นได้ว่าถ้าผู้บริหารหรือนักบริหารรู้จักควบคุมหู ควบคุมตา และ
ควบคมุ ปากใหใ้ ช้ได้ทุกกาลเทศะก็จะไดช้ ือ่ วา่ เปน็ “นกั บริหารมอื อาชีพ”
3.ลกั ษณะพ้นื ฐำนของวิชำชีพชั้นสูง
ความเป็นนักวิชาชีพชั้นสูงหรือความเป็นนักบริหารมืออาชีพที่มีการกล่าวถึงอย่างมากมายน้ัน ผู้เสนอแต่
ละท่านตา่ งก็มีมุมมอง และแนวความคดิ ตามความเช่ือของตน ตามหลักการและแนวความคิดท่ีแตล่ ะคนยดึ ถือเป็น
หลัก แต่เม่ือได้ศึกษาจากวิวัฒนาการของศาสตร์ด้านการบริหารการศึกษา ได้พบข้อสรุปว่า ความเป็นนักวิชาชีพ
ช้ันสูงมกั จะประกอบดว้ ย ลกั ษณะพ้นื ฐาน ต่อไปนี้
1. มีการศกึ ษาอบรมในศาสตรท์ ่ีมีองคค์ วามร้ทู เี่ ป็นระบบระเบียบ
องค์ความรู้ท่ีเป็นระบบระเบียบของนักวิชาชีพชั้นสูง ในภาษาอังกฤษเรียกว่า มี Systematic Body of
Knowledge คือ มีการประมวลความรู้และพัฒนาทางวิชาการก้าวหน้าจนเป็นศาสตร์ ( Discipline or Science)
มาอย่างเป็นระบบแล้ว มีระบบการจัดการศึกษา มีการเรียนรู้ การฝึกฝนอบรมที่ชัดเจน เป็นที่ยอมรับทางสังคม
โดยเฉพาะมักจะเป็นระบบการศึกษาอบรมในระดับอุดมศึกษาเป็นหลัก ซึ่งจะมีองค์ความรู้อย่างเป็นระบบ มี
หลกั การ มที ฤษฎี มีแบบแผนการปฏิบัตเิ ฉพาะสาขาของตน และมีการคน้ คว้าวิจัยในศาสตร์แห่งวชิ าชพี ให้ก้าวหน้า
อย่เู สมอ
2. การมีอานาจปฏบิ ัตกิ ารในวชิ าชีพ (Professional Authority)
Professional Authority เป็นอีกลักษณะหน่ึงของความเป็นนักวิชาชีพชั้นสูง ซึ่งจะมีการยอมรับทาง
สังคมหรือมีกฎหมายรองรับให้อานาจปฏิบตั ิการ อานาจในการวิเคราะหแ์ ละการตัดสินใจในการปฏบิ ัตกิ ารวชิ าชีพ
เฉพาะทาง (Professional diagnosis and decision-making) ได้รับการรับรองในการมีอานาจให้การฝึกฝน
อบรมในวิชาชีพเป็นการเฉพาะทาง มีอานาจท้ังที่เป็นทางการและท่ีไม่เป็นทางการในการควบคุมวิชาชีพออก
ใบอนญุ าตประกอบวิชาชีพ มีอานาจควบคมุ กากับมาตรฐานอาชพี และผปู้ ฏิบัติในวชิ าชีพ
3. การมีจรรยาบรรณและมาตรฐานแห่งวชิ าชีพ
จรรยาบรรณและมาตรฐานแห่งวิชาชีพท่ีมักจะนิยมเรียกกันว่า Code of conduct หรือProfessional
ethics เป็นเร่ืองที่มีความสาคัญเป็นอย่างมาก การมีจรรยาบรรณและมาตรฐานแห่งวิชาชีพเป็นส่ิงท่ีใช้เป็นหลัก
กากับความรับผิดชอบต่อการปฏิบัติ ต่อผู้รับบริการ และต่อสังคมของผู้ปฏิบัติการในวิชาชีพและใช้เป็นหลักมโน
ธรรมกากับตนเองของผู้ประกอบวชิ าชีพในความประพฤติส่วนตัว การปฏิบัติตนและการไม่ใช้วิชาชพี ไปในทางทีไ่ ม่
ชอบธรรม หรือละเมดิ จรรยาบรรณในวิชาชีพชั้นสงู ของตน
4. การมสี มาคมวิชาชีพชั้นสูง
การมีสมาคมวิชาชีพช้ันสูงของตนเอง เป็นเร่ืองสาคัญประการที่ 4 ท่ีมักจะมีให้เห็นท่ัวไปในสังคมที่พัฒนา
วิชาชีพก้าวหน้าค่อนข้างมากแล้ว คือ การมีสมาคมวิชาชีพช้ันสูงของตนเอง เป็นสิ่งท่ีเรียกกันว่าProfessional
Culture & Association แต่ในประเทศไทยเรา พบว่า ชอบใช้กันว่า Professional Association ซึ่งเป็นสมาคม
หรือเป็นแหล่งกลางสาหรับการส่งเสริม ดูแล และพัฒนาวิชาชีพ หรือเป็นองค์กรกลางสาหรับการดูแล ควบคุม
4
กากบั ออกใบอนญุ าต เฝ้าระวังการละเมิดและพฒั นาวชิ าชีพใหก้ ้าวหน้า ใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพและให้เป็นท่ียอมรับนับ
ถือในมาตรฐานและคณุ ภาพของวิชาชีพอยเู่ สมอ
4.บทบำทของผ้บู ริหำรสถำนศกึ ษำ
4.1บทบาทของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา ตามพระราชบัญญตั กิ ารศึกษาแห่งชาติ
บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษา ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติมาตรา 39 ในพระราชบัญญัติ
การศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 ท่ีให้กระทรวงกระจายอานาจการบริหารจัดการ ไปยังคณะกรรมการและสานักงาน
งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาโดยตรงใน 4 ด้านคือ ด้านการบริหารวิชาการ การบริหารงบประมาณ การบริหารบุคคล
และการบริหารทัว่ ไป สรุปพอสังเขปไดด้งนี้ (สานักงานปฏิรูปการศึกษา, 2543: 82–84)
1.ด้านวชิ าการ ประกอบดว้ ย
1. มีความรแู้ ละเปน็ ผูน้ าด้านวชิ าการ
2. มคี วามรู้ มที ักษะ มปี ระสบการณ์ด้านการบริหารงาน
3. สามารถใช้ความรแู้ ละประสบการณแ์ กป้ ญั หาเฉพาะหน้าได้ทนั ทว่ งที
4. มีวิสยั ทัศน์
5. มีความคดิ ริเร่มิ สรา้ งสรรค์
6. ใฝ่เรยี น ใฝ่รู้ มุ่งพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
7. รอบรูท้ างด้านการศึกษา
8. ความรับผดิ ชอบ
9. แสวงหาขอ้ มลู ขา่ วสาร
10. รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านอยา่ งเป็นระบบ
11. ใช้นวัตกรรมทางการบรหิ าร
12. คานึงถึงมาตรฐานวชิ าการ
2.การบรหิ ารงบประมาณ ประกอบดว้ ย
1. เข้าใจนโยบาย อานาจหนา้ ท่ี และกิจกรรมในหนว่ ยงาน
2. มคี วามรู้ระบบงบประมาณ
3. เขา้ ใจระเบียบคลัง วสั ดุ การเงิน
4. มีความซอ่ื สัตย์ สจุ ริต
5. มคี วามละเอยี ดรอบคอบ
6. มคี วามสามารถในการตัดสินใจอยา่ งมีเหตุผล
7. หมัน่ ตรวจสอบการใชง้ บประมาณอยูเ่ สมอ
8. รายงานการเงนิ อย่างเปน็ ระบบ
5
3.การบริหารงานบคุ คล ประกอบดว้ ย
1. มีความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ในการบริหารงานบุคคล
2. เปน็ แบบอยา่ งทีด่ ี
3. มีมนษุ ยสัมพันธ์
4. มีอารมณ์ขัน
5. เปน็ นกั ประชาธิปไตย
6. ประนีประนอม
7. อดทน อดกลนั้
8. เปน็ นกั พูดทด่ี ี
9. มีความสามารถในการประสานงาน
10. มคี วามสามารถจูงใจให้คนรว่ มกนั ทางาน
11. กลา้ ตัดสินใจ
12. มุ่งมนั่ พฒั นาองค์กร
4.การบริหารทวั่ ไป ประกอบดว้ ย
1. เปน็ นกั วางแผนและกาหนดนโยบายท่ดี ี
2. เป็นผูท้ ตี่ ดั สินใจและวนิ จิ ฉัยสง่ั การทด่ี ี
3. มีความรู้ และบรหิ ารโดยใช้ระบบสารสนเทศที่ทนั สมัย
4. เป็นผทู้ มี่ ีความสามารถในการตดิ ต่อส่อื สาร
5. รู้จักมอบอานาจและความรับผดิ ชอบแกผ่ ทู้ เ่ี หมาะสม
6. มคี วามคล่องแคลว่ ว่องไว และต่นื ตวั อยเู่ สมอ
7. มีความรับผดิ ชอบงานสงู ไม่ย่อท้อต่อปญั หาอุปสรรค
8. กากบั ติดตาม และประเมินผล
4.2.บทบาทของผ้บู ริหารสถานศกึ ษา เกณฑม์ าตรฐานผบู้ ริหารการศกึ ษาของครุ ุสภา พ.ศ. 2540
เดิมทีคุรุสภาได้กาหนด เกณฑ์มาตรฐานผู้บริหารการศึกษาไว้ เมื่อปี พ.ศ. 2540 เพื่อเป็นตัวช้ีวัดให้
ผู้บริหารพัฒนางาน และพัฒนาตนเองไปในทิศทางท่ีพึงประสงค์ โดยได้จัดเกณฑ์มาตรฐานไว้ 12 มาตรฐาน จึงขอ
นามากลา่ วไวด้ ว้ ย ดงั น้ี
มาตรฐานที่ 1 ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมทางวชิ าการ เกีย่ วกบั การพัฒนาวชิ าชพี การบรหิ าร
มาตรฐานท่ี 2 ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ โดยคานึงถึงผลที่จะเกิดขน้ึ กบั การพฒั นาของบุคลากร
ผู้เรียน และชมุ ชน
มาตรฐานท่ี 3 มงุ่ ม่ันพฒั นาผู้ร่วมงาน ใหส้ ามารถปฏบิ ตั ิงานได้เตม็ ศกั ยภาพ
มาตรฐานที่ 4 พฒั นาแผนงานขององค์กรให้สามารถปฏบิ ตั ิไดเ้ กิดผลจริง
มาตรฐานท่ี 5 พัฒนาและใชน้ วตั กรรมการบรหิ ารจนเกดิ ผลงานทมี่ ีคุณภาพสงู ขน้ึ เปน็ ลาดับ
มาตรฐานท่ี 6 ปฏบิ ตั งิ านขององค์กรโดยเนน้ ผลถาวร
6
มาตรฐานท่ี 7 รายงานผลการพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาไดอ้ ย่างเปน็ ระบบ
มาตรฐานที่ 8 ปฏบิ ัตติ นเปน็ แบบอย่างท่ีดี
มาตรฐานที่ 9 ร่วมมือกับชุมชนและหนว่ ยงานอ่ืนอย่างสร้างสรรค์
มาตรฐานท่ี 10 แสวงหาและใช้ขอ้ มลู ข่าวสารในการพัฒนา
มาตรฐานท่ี 11 เป็นผูน้ าและสรา้ งผนู้ า
มาตรฐานท่ี 12 สรา้ งโอกาสในการพฒั นาได้ทุกสถานการณ์
ผบู้ รหิ ารการศึกษา ควรจะศึกษา เกณฑ์มาตรฐานผู้บรหิ ารการศกึ ษาของคุรสุ ภา ทง้ั 12 มาตรฐานไป
วเิ คราะหต์ วั เองได้เชน่ กัน
5.ลักษณะของผูบ้ รหิ ำรมอื อำชีพ
ดร. สุรัตน์ ดวงชาทม ให้ความเห็นวา่ “ความสาเร็จหรอื ความล้มเหลวขององค์การขึ้นอยู่กับศักยภาพของ
ผู้บรหิ าร องค์การทุกองค์การ ไม่วา่ จะเป็นองค์การภาครฐั หรือเอกชนจงึ ปรารถนาทจ่ี ะใหม้ ี หรือได้มาซง่ึ นักบริหาร
มืออาชีพมาบริหารองค์การ ซึ่งนักบริหารมืออาชีพคือ ผู้บริหารที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ในการ
บริหาร มีผลงานท่ีประสบความสาเร็จจนเป็นหลักประกันถึงความเป็นผู้บริหารท่ีมีสมรรถนะสูง มีคุณภาพและมี
มาตรฐานจนเป็นที่ยอมรับ" ผู้บริหารท่ีประสบความสาเร็จในการบริหารอย่างมืออาชีพจานวนมากพบว่าผู้บริหาร
เหลา่ น้ันจะมีคุณลกั ษณะหรอื คณุ สมบัตทิ ีโ่ ดดเด่นในเรอื่ งต่อไปน้ี
1. มบี คุ ลกิ ภาพที่ดี ( Personality )ผบู้ รหิ ารมืออาชพี ต้องเป็นผู้ท่ีมีบุคลิกภาพดี คนท่มี บี ุคลิกภาพ
ดีคอื “คนทมี่ ีจติ แจม่ ใส กายสงา่ วาจาดี หรอื คนท่มี มี าดต้องตา วาจาต้องใจ ภายในตอ้ งเย่ยี ม” นักบริหารมอื อาชีพ
จะต้องหม่ันตรวจสอบและพัฒนาบุคลิกภาพของตนอยู่เสมอเพราะผู้ที่มีบคุ ลิกภาพท่ีดีจะช่วยสร้างความประทับใจ
กบั บุคคลทค่ี บหาสมาคม และจะเป็นบันไดสู่ความสาเรจ็ ไดเ้ ป็นอย่างดีจึงมกั จะมีคากลา่ ว “มาดดีมีชัยไปกวา่ ครึง่ ”
2. มคี วามรู้ดี ( Knowledge ) นักบริหารมืออาชีพจะต้องเป็นผู้มีความรดู้ ี ผมู้ ีความรูด้ จี ะเป็นผบู้ ารมีเป็นท่ี
ยอมรับ มีคากล่าวว่า “Knowledge is Power ความรู้คืออานาจ” ผู้ที่ประสบผลสาเร็จในการบริหารจะเป็นผู้ที่รู้
กว้าง และรู้ลึก คือ know something in everything รู้บางสิ่งในทุกสิ่ง (ความรู้ท่ัวไป ต้องรู้กว้างและรู้ไกล)
know everything in something รู้ทุกสิ่งในบางส่ิง (รู้งานในหน้าที่ต้องรู้ลึก) รวมท้ังรู้อย่างถูกหลักวิชา สามารถ
นามาใชใ้ นการพัฒนาองคก์ ารไดอ้ ยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
3. มวี สิ ัยทศั น์ ( Vision )ผ้บู ริหารมืออาชีพ ต้องมวี สิ ัยทัศน์ที่กว้างไกล วสิ ัยทัศน์คือ สงิ่ ทอ่ี ยากเหน็ อยากมี
อยากเป็นในอนาคตหรือภาพความสาเร็จในอนาคตที่มีความเป็นไปได้ ท้าทาย และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์
เป้าหมายและค่านยิ มขององค์การ ผู้ท่ีมีวิสัยทัศน์ท่ีกวา้ งไกลต้องเป็นผูท้ ่ีเรียนรู้มาก คือ ได้อ่าน ได้ฟัง ได้เห็น ได้ทา
มาก คนที่มีวิสัยทัศน์และมุ่งมั่นนาวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ ( vision with action ) มักจะสาเร็จ ในทางตรงกันข้าม
คนท่ีมีวิสัยทัศน์แต่ไม่พยายามนาวิสัยทัศน์สู่การปฏิบัติ ( vision without action ) ก็เท่ากับการเพ้อฝัน ดังน้ัน
ผบู้ รหิ ารมืออาชีพจะต้องมีวสิ ยั ทศั นท์ กี่ ว้างไกล และมุ่งมน่ั นาวิสยั ทัศนส์ ู่การปฏบิ ัตใิ หบ้ รรลผุ ลสาเรจ็ อย่เู สมอ
4. มีมนุษยสัมพันธ์ ( Human relationship ) มีคากล่าวว่า “นกไม่มีขนคนไม่มีเพ่ือนขึ้นท่ีสูงไม่ได้” นัก
บริหารมืออาชีพต้อง “อุ้มน้อง ประคองพ่ี กอดคอเพ่ือน ผู้ใหญ่ดึง ผู้น้อยดัน คนเสมอกันพยุง” และ “จริงใจกับ
มิตร พิชิตใจมวลชน” นักบริหารมืออาชีพจึงต้องเป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ท่ีดีกับทุกคนท้ัง นาย ลูกน้อง เพื่อนและคน
7
ทั่วไป เพราะความสาเรจ็ ในการบริหารไม่ไดเ้ กิดจากการทางานเพียงลาพังของผบู้ ริหาร แตเ่ กดิ จากการที่ทุกฝ่ายให้
การช่วยเหลือสนับสนุน ผู้บริหารที่สามารถนั่งในใจคนอื่นได้ คือผู้ท่ีสามารถที่พิชิตความสาเร็จได้อย่างน่าชื่นชม
ผู้บรหิ ารที่มมี นุษยสมั พนั ธท์ ่ีดีแมน้ กระทาผิด ผิดมากกเ็ ปน็ ผิดเล็กน้อย ถา้ ผดิ เล็กนอ้ ย เปน็ ไม่ผดิ เลยและพร้อมจะให้
อภัย ในทางตรงกันข้าม ผู้บริหารท่ีไม่มีมนุษยสัมพันธ์ท่ีดีกับคนอื่น ถ้าทาผิด ผิดเล็กน้อยก็เป็นผิดมาก ผิดมากก็ย่ิง
ผดิ มากยง่ิ ขนึ้ ไปอีก และไมย่ อมใหอ้ ภัย ดงั นัน้ คุณคา่ ของการมี มนษุ ยสมั พนั ธ์จงึ อยูท่ ก่ี ารไดร้ ับ ความร่วมมอื ในการ
ปฏบิ ัติงาน และการให้อภัยเมอ่ื ผิดพลาด
5. มีภาวะผู้นา ( Leadership ) มีคากล่าวว่า “ผู้นาไม่จาเป็นต้องเป็นผู้บริหารแต่ผู้บรหิ ารจาเป็นต้องเป็น
ผู้นา” นักบริหารมืออาชีพจะต้องเป็นผู้มีภาวะผู้นาท่ีเข้มแข็ง ( strong leadership ) สามารถนาทีมปฏิบัติงานให้
บรรลุผลสาเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์การได้อย่างมีคุณภาพ มีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล
คุณสมบัติและคุณลักษณะของผู้นามีมากมาย ผู้บริหารมืออาชีพจะต้องพัฒนาตนเองให้มีภาวะผู้นาท่ีเข้มแข็ง อยู่
เสมอ เพราะเมื่อใดผู้บริหารสูญเสียความเป็นผู้นา ความเสื่อม ความอ่อนแอ ความล้มเหลว และความขัดแย้งจะ
เกิดขึน้ ในองค์การโอกาสของการเป็นผบู้ ริหารมอื อาชพี กจ็ ะหลดุ ลอยไปอย่างนา่ เสยี ดาย
6. เปน็ ผนู้ าการเปลยี่ นแปลง ( chief change officer ) ทใ่ี ดไมม่ ีการเปล่ยี นแปลงท่ีนัน่ ไม่มีการพัฒนา การ
เปล่ียน แปลง คอื การพฒั นา (changing is development) ผูบ้ รหิ ารมืออาชีพจะตอ้ งเปน็ ผูน้ าการเปล่ยี นแปลงท่ีดี
ขององค์การโดยเฉพาะในยุคปฏริ ูปย่ิงมีความต้องการผู้นาการเปลีย่ นแปลงจึงจะทาใหง้ านบรรลผุ ลสาเร็จ ผ้บู รหิ าร
ท่ีเป็นผู้นาการเปล่ียนแปลงจะต้องมีคุณลักษณะท่ีสาคัญ 3 ประการคือ “มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีความรู้ลึก
และรู้รอบ มคี วามกล้าทจี่ ะเปลี่ยนแปลง”
7. มีคุณธรรมจริยธรรม (Moral & Ethics) คุณธรรมประดุจดังโลหิตท่ีหล่อเล้ียงจิตวิญญาณผู้บริหารให้
เป็นผู้ “คิดดี พดู ดแี ละทาด”ี “ผู้ที่มคี ุณธรรมประจาใจจะมจี ริยธรรมที่งดงามเสมอ จึงทาให้ สามารถครองตน ครอง
คน ครองงาน ได้อย่างสง่างาม มีคากล่าวว่า “ความดีฉกชิงว่ิงราวกันไม่ได้ ความช่ัวทดแทนกันไม่ได้ ความกล้า
แบง่ ปันกันไมไ่ ด้” นักบรหิ ารมอื อาชพี จะตอ้ งหม่ันตรวจสอบตนเองใหเ้ ป็นผู้มคี ุณธรรมจริยธรรมอยูเ่ สมอ เสยี งกู่จาก
ผู้น้อยในคากลอนต่อไปนี้ จะช่วยสะกิดเตือนใจนักบริหารให้ตระหนักในคุณค่าของความดีและมีคุณธรรม คือ
“อธษิ ฐานต้ังใจไวเ้ ต็มท่ี เกิดชาติน้ีชาติไหนไม่รูจ้ บ หากเกิดเปน็ ผนู้ ้อยคอยไหวน้ บ ขอได้พบนายทมี่ คี ณุ ธรรม”
8. บริหารจดั การดี (Administration & Management) นกั บรหิ ารมืออาชีพจะตอ้ งมีความสามารถในการ
บริหารจัดการ สามารถมองภาพงานได้ตลอดแนว ( see through ) คือรู้จักจุดเริ่มต้นของงาน และจุดสุดท้ายของ
งาน และรู้จักกาหนดกลยุทธ์ในการทางานสู่ความสาเร็จได้อย่างมีประสิทธิภาพ สุดยอดของนักบริหารคือ บริหาร
แลว้ ได้ทงั้ งาน ได้ทง้ั คน หมายความ ว่า “งานบรรลผุ ล คนกเ็ ปน็ สุข” แตใ่ นโลกแหง่ ความเปน็ จริงมักจะหาผู้บริหาร
ดงั กล่าวได้ยากย่ิง สว่ นใหญ่จะพบแต่ผ้บู ริหารที่บริหารแล้วไดง้ าน แต่ไมไ่ ดค้ น หรือไดค้ นแต่ไมไ่ ดง้ าน นกั บริหารมือ
อาชีพจะต้องรู้จักประยุกต์ศาสตร์ทางการบริหารมาใช้อย่างมีศิลปะเพ่ือให้งานบรรลุผ ลสาเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ
นั่นคือ ต้องมีทั้งศาสตร์ สามารถทั้งศิลป์ ดังนั้น จึงจาเป็นต้องแสวงหา นวัตกรรม เทคโนโลยี หลักการ แนวคิด
ทฤษฎใี หมๆ่ มาปรบั ปรงุ และพัฒนาการบริหารจดั การอยเู่ สมอ
8
9. มคี วามสามารถพิเศษรอบด้าน (Talent) ความสาเร็จในการบรหิ ารนอกจากจะเป็นผู้มีความสามารถใน
การบริหารจดั การแลว้ นกั บรหิ ารมืออาชีพจะต้องมคี วามรแู้ ละทักษะท่สี าคญั อื่นๆอีกมากมาย เชน่ กล้าตัดสินใจ คดิ
ริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นนักประสานสิบทิศ รู้จักบริหารงานแบบมีส่วนร่วม สร้างทีมงานและพัฒนาทีมงาน เสริมสร้าง
พลังอานาจ ตลอดจนความสามารถในการใชน้ วตั กรรม และเทคโนโลยเี พ่อื การบรหิ าร
10. เป็นผู้นาวิชาชีพ (Professional leader) นักบริหารมืออาชีพจะต้องมีความรู้ความเข้าใจในศาสตร์
ของวิชาชีพ และจรรยาบรรณวิชาชีพเป็นอย่างดีมีความสามารถในการประกอบวิชาชีพจนมีความชานาญการหรอื
เช่ียวชาญในวิชาชีพมีผลงานเป็นที่ประจักษ์เป็นที่ยอมรับของผู้ที่ประกอบวิชาชีพด้วยกัน และผู้รับบริการ
นอกจากน้ีจะเป็นผู้ที่ประพฤติ ปฏิบัติตามจรรณยาบรรณวิชาชีพอย่างเคร่งครัดเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ประกอบ
วิชาชีพด้วยกัน บัญญัติ 10 ประการท่ีกล่าวข้างต้นจะเป็นเข็มทิศสาหรับผู้บริหารที่จะพัฒนาตนเอง สู่การเป็นนัก
บริหารมืออาชีพตอ่ ไป
ผ้บู ริหารสถานศกึ ษาเปน็ ตวั แปรท่ีสาคัญในการปฏริ ูปการเรียนรูใ้ นสถานศึกษา เพราะผบู้ ริหารสถานศึกษา
คือผู้นาการเปล่ียนแปลง ท่ีจะต้องเป็นตัวอย่างของการปฏิรูปปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนรู้และการบริหารให้กบั
ครู นักเรียน พ่อแม่ผู้ปกครองและชุมชน ถ้าผู้บริหารไม่เอาจริง ไม่ตั้งใจบริหาร ไม่มีทักษะการบริหาร ทางานไม่มี
ระบบ ขาดศีลธรรม การปฏิรูปสถานศึกษาก็คงจะประสบผลสาเร็จได้ยาก ผู้บริหารสถานศึกษาหรือ ผู้บริหาร
โรงเรียน รวมถึงรองหรือผู้ช่วยผู้บริหารโรงเรียนก็จะต้องเป็นผู้บริหารมืออาชีเช่นเดียวกันและมีความสาคัญมากใน
ระดับผู้ปฏิบัติ เหล่าบรรดาครูอาจารย์หรือบุคลากรอ่ืนๆ ในโรงเรียนจะร่วมแรงร่วมใจในการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาของโรงเรียนมากน้อยเพียงใดนั้นจะข้ึนอยู่กับความสามารถของผู้นาในสถานศึกษาเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะ วัฒนธรรมแบบไทย ๆ นั้นมักจะมองท่ีตัวผู้บริหารหรือผู้นาก่อนเป็นลาดับแรกว่าเป็นที่ยอมรับศรัทธา
เพยี งใดทั้งใน เชงิ การบรหิ ารและเชิงวชิ าการ โดยเฉพาะการจัดทาและใชห้ ลักสตู รการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พ.ศ. 2544
ของสถานศึกษา ผู้บริหารจะต้องรู้และเข้าใจในหลักการนาไปสู่การปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ผู้บริหารจะต้องใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศได้อย่างเหมาะสมกับบทบาทหนา้ ท่ี รวมถึงการครองตนที่เป็นตัวอย่างคนอื่นได้ ซ่ึงส่ิงเหล่าน้ี
ล้วนเป็นปจั จยั สาคัญทจ่ี ะส่งผลต่อการปฏิบตั ิงานในสถานศึกษาใหป้ ระสบความสาเร็จทั้งสนิ้ หลักในการบริหารงาน
ซ่ึงผู้บริหารหลายท่านได้นาหลักการนี้ไปใช้แล้วประสบความสาเร็จหลายท่านคือ หลักการครองตน ครองคน และ
ครองงาน ซึ่งผเู้ ขยี นได้นารายละเอียดมาอธิบายความเพ่ือให้มองเห็นภาพไดช้ ัดเจนไดด้ ังนี้
1. ครองตน ท่านให้ปฏบิ ตั ิตามฆราวาสธรรม 4 ซ่งึ เปน็ หลักการครองชีวิตของคฤหสั ถ์ ใช้สาหรับเรา ๆ
ทา่ น ๆ ผูม้ ใิ ช่นกั บวช
1.1 สัจจะ : มีสองความหมาย ความหมายแรก คือ ความจริง ส่วนอีกความหมาย พูดถึงการใช้
ชีวิตโดยยึดความจริงเป็นที่ตั้ง ได้แก่ การเป็นคนถือความจริง เป็นหลักธรรม สาหรับคิด-พูด และกระทา เรียกว่า
เป็นคน จริง คนซ่ือสัตย์ คนซ่ือตรง รวมท้ังการใช้ความจริงเป็นหลักในการกาหนดความสัมพันธ์กับผู้อื่น เรียกว่า
เป็นจรงิ ใจ พดู จรงิ และทาจริง
1.2 ทมะ : มสี องความหมายเช่นกัน ความหมายแรก หมายถึง การฝึกใจตนเอง หรอื ขม่ ใจตนเอง
ไม่ให้เป็น ทาสของกิเลศ ได้แก่ โลภ โกรธ หลง เรียกว่า เรียนรู้ด้วยตนเอง ฝึกใจตนเอง ฝึกนิสัยตนเอง จนสามารถ
9
ควบคุมใจ ควบคุมวาจา และควบคุมการกระทา ให้เป็นไปในสิ่งที่ดีที่ควรได้ อีกความมายหนึ่ง หมายถึง การแก้ไข
ขอ้ บกพร่องของตน และการปรบั ปรงุ ตนให้เจริญก้าวหนา้ ดว้ ยสตปิ ัญญา ทมะมจี ุดหมายท่ีทาให้เกิดปัญญา
1.3 ขนั ติ : เป็นความอดทนที่ตั้งหนา้ ตัง้ ตาทางานด้วยความขยนั หมน่ั เพียร โดยมงุ่ มั่นอยู่ที่
จดุ หมายของงาน ไม่ท้อถอย หนักเอาเบาสู้ ไม่หว่ันไหว แต่เปน็ คนแข็งแกรง่ ทนทานต่ออุปสรรค จนสดุ ท้ายไปถงึ
ซึ่งความสาเรจ็ ของงาน หรือความสาเร็จในแต่ละชว่ งชีวิต
1.4 จาคะ : เปน็ คนใจกว้างพรอ้ มรบั ฟังความทกุ ข์ ความคิดเห็น และความต้องการของคนอนื่
เป็นคนใจไม่คับแคบ เหน็ แก่ตนหรอื เอาแต่ใจตน แต่พร้อมท่ีจะรว่ มมอื ช่วยเหลือเอ้อื เฟ้ือเผื่อแผ่ เสยี สละแม้ความสขุ
สบายส่วนตนหรอื ผลประโยชนส์ ว่ นตนได้
2. การครองคน คือ การรู้จักคนอื่น มองคนอื่นในแง่ดี ในการทางานร่วมกับคนอื่น การการครองคนเป็น
เรือ่ งท่ยี ากท่ีสดุ จงึ ควรทราบหลักการครองใจคน ซ่งึ หลกั ทางพุทธศาสนาได้กาหนดไว้อย่างชัดเจนในทีน่ จ้ี ะนาเสนอ
เฉพาะในสว่ นทส่ี าคญั ดงั น้ี
2.1 การรู้จักเสียสละแบ่งปันด้วยจิตใจท่ีโอบอ้อมอารี เป็นการครองใจคนที่ดีวิธีหนึ่ง เพราะการ
เป็นผู้ให้ทุกอย่างแก่บุคคลอื่น ย่อมจะได้รับผลตอบแทนท่ีมีค่ามากกว่าส่ิงของท่ีให้ไป น่ันคือ ทาให้เกิดความรัก
ความศรทั ธา
2.2 การรู้จักเลือกใช้วาจาที่อ่อนหวาน คนอื่นฟังแล้วสบายใจ อยากอยู่ใกล้ อยากคบค้าสมาคม
ด้วย ต้องมีความรับผิดชอบต่อคาพูดของตนเอง ตามภาษิตท่ีว่า “พูดเป็นนายใจเป็นบ่าว” หมายความว่า ให้คิด
ก่อนพูด พูดแลว้ ตอ้ งทา ปฏบิ ตั ิตามอยา่ งทีพ่ ดู
2.3 พลอยยนิ ดีเมอ่ื ผู้อนื่ ไดด้ ี ยกยอ่ งชมเชยเม่ือผู้อน่ื ทางานประสบความสาเร็จ ให้ความจริงใจ ให้
ความช่วยเหลือในโอกาสอนั ควร
2.4 การทาตนใหเ้ ป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย คอื การติดต่อสมั พันธ์กับบคุ คลอื่นอย่างสม่าเสมอ
ไมใ่ หข้ าดช่วงตอน กจ็ ะทาให้การทางานร่วมกนั อย่างตอ่ เน่ือง มีน้าใจต่อกัน
3. การครองงาน คือ การรู้จกั งานทต่ี นเองกาลังทา และทางานอย่างมีความสขุ รกั และชอบในงานทต่ี นเอง
กาลงั ทาอยู่ มวี ธิ ีการครองงาน ดงั น้ีคอื
3.1 การครองงานโดยใช้ความรู้และปัญญา กล่าวคือ ปัญญากับความรู้ต่างก็เกื้อกูลต่อกัน รู้จัก
การค้นหาความรใู้ หม่มาช่วยพัฒนางานท่ีตนเองทาอยใู่ หด้ ีข้นึ อยู่เสมอ
3.2 การครองงานโดยใช้หลักธรรมมุ่งมั่นสูงความสาเร็จ คือ การมีใจรัก มีความพากเพียรทา
ต้ังใจฝกั ใฝ่ และใช้ปญั ญาไตร่ตรอง งานนั้นกจ็ ะสาเรจ็ เม่อื งานสาเร็จ การทางานก็จะมีความสขุ มคี วามรักในงาน
3.3 การใหค้ วามรกั และความเคารพในงานอาชพี ของตน ไมด่ ถู ูกหรอื ให้ใครดหู มิน่ ในงานของตน
มจี ริยธรรมในอาชพี คอื การซอื่ สตั ยต์ ่องานในหนา้ ที่ของตน
การการครองตน การครอง คนครองงาน จะเห็นไดว้ ่าเปน็ ศิลปะการทางานให้มีความสุข บคุ คลใดใชห้ ลกั การตามท่ี
กล่าวมาก็จะมีความสาเร็จในการทางาน ฉะน้ัน การการครองตนก็คือการรู้จักตนเอง การการครองคนคือการรู้จัก
ผ้อู ืน่ ส่วนการครองงานคอื การมสี มาธิ
10
6.ปัจจยั เสริมสร้ำงควำมเป็นนักบรหิ ำรมอื อำชพี
นอกจากคุณลกั ษณะและบทบาททส่ี าคัญของการเปน็ นักผู้บริหารการศึกษามืออาชีพดงั ได้กล่าวมาแล้วน้ัน
ยังมีปัจจัยเสริมบางประการที่จะเป็นตัวช้ีวดั (Indicators) สาคัญของการเป็นผู้บริหารการศึกษามืออาชีพ ได้อย่าง
สง่างาม เป็นท่ียอมรับของทุกฝ่ายต่อการปฏิบัติภารกิจตามบทบาท หน้าท่ีเชิงบริหารจัดการศึกษา ในสถานศึกษา
ปจั จัยบ่งบอกความสาคัญเหล่านี้ ไดแ้ ก่
1. คุณวุฒิด้านการศึกษา เป็นตัวบ่งช้ีท่ีสาคัญจะต้องมี กล่าวคือ ต้องมีคุณวุฒิด้านการศึกษา ตรงตาม
คุณสมบัติ ท่กี าหนดในกฎหมายวชิ าชีพ โดยเฉพาะในยุคปฏริ ปู การศึกษาที่ต้องการมืออาชีพทางการบริหาร บุคคล
เหล่าน้ีตอ้ งมคี ณุ วฒุ ิระดบั ปริญญาตรี โท เอก ดา้ นการศึกษาเปน็ สาคัญ
2. ประสบการณ์การปฏิบัติงาน ต้องมีประสบการณ์สั่งสมในการปฏิบัติงานท่ีผ่านมา โดยเฉพาะ
ประสบการณ์ ด้านการบริหารทางการศึกษาในองค์กรทางการศึกษาระดับต่างๆ ในตาแหน่งทาง การบริหาร
การศกึ ษา ทไี่ ดด้ าเนนิ บทบาทภารกจิ ตามสายงานท่ีกาหนดไว้
3. ประสบการณ์การฝึกอบรม ศึกษา ดูงาน ผู้บริหารการศึกษามืออาชี พต้องได้รับการเพ่ิมพูน
ประสบการณ์ ทางวิชาชพี อย่างต่อเนื่อง กา้ วทนั การเปล่ยี นแปลง ท้ังในด้านการฝึกอบรมหลักสตู รต่างๆ การศึกษา
ดูงานจากแหลง่ วิทยาการความรู้ สามารถนาประสบการณ์ท่ีได้รับมาพัฒนาองค์กรไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ
4. การสร้างผลงานทางวิชาการ เป็นองค์ประกอบของการสร้างนักบริหารการศึกษาก้าวสู่มืออาชีพ โดยมี
ผลงานทางวิชาการเป็นเคร่ืองมือยนื ยนั ถึงศกั ยภาพดังกล่าว ผลงานสามารถจัดกระทาได้หลายรูปแบบ ทั้งด้านการ
วิเคราะห์งานวิจัย การเขียนและเรียบเรียงเอกสารทางวิชาการ การเขียนบทความ ตารา ฯลฯ ออกเผยแพร่แก่
หนว่ ยงานอ่ืนๆ ให้แพรห่ ลายทว่ั ถึง รวมทัง้ การเป็นวิทยากรเผยแพรค่ วามรู้ นวตั กรรมตา่ งๆ ได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
5. ผลงานดีเด่นทีส่ ั่งสมไวผ้ ลสาเร็จจากการปฏบิ ัติงานของผู้บริหารการศึกษามืออาชีพ อาจดูจากหลกั ฐาน
ทเี่ ป็นผลงานทสี่ ัง่ สมไว้ จนเปน็ ทป่ี ระจกั ษแ์ ก่ชุมชน สงั คม หนว่ ยงานที่เกยี่ วขอ้ งและเป็นท่ยี อมรับของทกุ ฝา่ ย
6. ลักษณะเฉพาะของเอกัตบุคคล เปน็ ลักษณะเฉพาะตวั (Character) ท่นี ักบริหารการศึกษามืออาชีพ
ควรเสรมิ สร้างให้บงั เกิดขนึ้ ได้แก่
มบี คุ ลิกที่ดี สงา่ งาม นา่ นบั ถอื
มคี วามขยนั หมัน่ เพยี ร สัมมาอาชีพ
มคี วามรับผิดชอบสูงทัง้ ตอ่ ตนเอง ครอบครวั หน่วยงาน
มคี วามซ่ือสัตย์ สจุ รติ
ตรงตอ่ เวลา บริหารเวลาได้ดี
กระตือรือรน้ ในการทางาน
ใชเ้ วลาว่างให้เกิดประโยชน์
รกั ษาระเบยี บวินยั ได้ดี เป็นแบบอยา่ งท่ีดี
11
7.ตวั อยำ่ งงำนวิจัยทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับผู้บริหำรมืออำชพี
7.1.เรอื่ งท่ี 1 ควำมเปน็ มืออำชพี ของผบู้ รหิ ำรสถำนศกึ ษำยคุ ไทยแลนด์ 4.0
ควำมเปน็ มำของปัญหำ
ไทยแลนด์ 4.0”โมเดลใหม่ของการขับเคลอ่ื นเศรษฐกจิ ประเทศไทยที่มงุ่ ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง
เศรษฐกิจไปสู่“เศรษฐกิจท่ีขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม”(Value –Based Economy) เพื่อก้าวข้ามกับดักประเทศ
รายได้ปานกลางการ จัดการศึกษาในยุคนี้จึงต้องมุ่งให้ผู้เรียนมีความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม และ
เทคโนโลยี เพื่อเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขันผู้บริหารสถานศึกษาถือว่าเป็นกุญแจสาคัญแห่งความสาเร็จ ใน
การจัด การศึกษาให้มีคุณภาพ และมีอิทธิพลสูงสุดต่อคุณภาพและผลลัพธ์ท่ีเกิดจาการบริหาร ดังนั้นผู้บริหาร
สถานศึกษาในยุคไทยแลนด์4.0 ต้องมีคุณสมบัติท่ีโดดเด่นเหมาะสมเป็นผู้ท่ีมี (Economy) ความรู้ ความสามารถ
และประสบการณส์ ูงในงานท่ีทาหรือเปน็ ผทู้ ่คี วามเช่ยี วชาญเปน็ พเิ ศษและมอี งค์ประกอบความเป็นมอื อาชีพ
ผลทไ่ี ดจ้ ำกกำรวิจัยควำมเป็นมอื อำชพี ของผู้บรหิ ำรสถำนศกึ ษำยุค ไทยแลนด์ 4.0
ผู้บริหารสถานศึกษาในยุคไทยแลนด์ 4.0 ต้องมีคุณสมบัติที่โดดเด่นเหมาะสมและเป็นผู้ที่มี ความรู้
ความสามารถ และมีประสบการณ์สูงในงานที่ทาเพื่อนาพาสถานศึกษาสู่เป้าหมายท่ีกาหนดไว้ สามารถสนองตอบ
ตอ่ การแขง่ ขัน และทันสมยั เหมาะสมกับยุคไทยแลนด์ 4.0 ผเู้ ขียนได้วิเคราะห์ สังเคราะห์จากแนวคิด ทฤษฏี และ
งานวิจยั ท่ี เก่ยี วข้องท้งั ใน และต่างประเทศ สรปุ ประเด็นที่ เปน็ องค์ประกอบของ”ความเปน็ มืออาชีพของ ผู้บรหิ าร
สถานศึกษายุคไทยแลนด์ 4.0” ได้ 4 องค์ประกอบ ได้แก่ คุณลักษณะ ทักษะยุคใหม่ ภาวะผู้นาทางวชิ าการ และ
คณุ ธรรม จริยธรรม ดงั นี้
1. คุณลกั ษณะ ผบู้ ริหารสถานศึกษาในยุคไทยแลนด์ 4.0 ต้องมีคณุ สมบัตทิ ่ีโดดเดน่ จากการวิเคราะห์ และ
สังเคราะห์ แนวคิดเกยี่ วกบั คุณลักษณะของ ผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษายุคไทยแลนด์ 4.0 ของ ถวลิ อรัญเวศ. (2544) , ธี
ระ รุญเจริญ. (2550) , พลสัณห์ โพธ์ิศรีทอง. (2547) , สมชาย เทพแสง. (2545), สานักงานคณะกรรมการการ
อุดมศึกษา. (2547) , อนุชิต วรรณสุทธิ์. (2546), อุทัย บุญ ประเสริฐ. (2549) , Barnard, C. I. (1953) , Bass, B.
M. (1985) , Garton, R. D. (1983). ตามลาดับ สามารถสรุปได้ว่า คุณลักษณะของผู้บริหาร สถานศึกษายุคไทย
แลนด์ 4.0 ควรมคี ุณลกั ษณะ ดงั น้ี
1.1 การเป็นผ้นู าการเปลี่ยนแปลง
1.2 การมจี ติ วญิ ญาณนกั บรหิ าร
1.3 การเปน็ ผูน้ าทางวิชาการ
1.4 การมคี วามรู้ความสามารถในการบริหาร
1.5 การมผี ลงานทแี่ สดงถงึ ความชานาญการ ในการบริหารสถานศึกษา
สรุปได้ว่า “ผู้บริหารสถานศึกษายุคไทย แลนด์ 4.0” จะต้องมีคุณลักษณะท่ีโดดเด่นใน 5 ด้าน ได้แก่การ
เป็นผู้นาการเปลี่ยนแปลง มีจิต วิญญาณนักบริหาร เป็นผู้นาทางวิชาการ มีความรู้ ความสามารถในการบริหาร มี
ผลงานท่ีแสดงถงึ ความชานาญการในการบริหารสถานศกึ ษา จึงจะ สามารถสรา้ งศรัทธาในทมี งานไดซ้ ่งึ จะสง่ ผลให้
การ บริหารประสบความสาเรจ็ อย่างมีประสิทธภิ าพ
12
2. ทกั ษะยุคใหม่ ทักษะยุคใหมเ่ ป็นส่งิ สาคญั และจาเป็น อยา่ งยงิ่ สาหรับผู้บริหารสถานศึกษายคุ ไทยแลนด์ 4.0
จากการวเิ คราะห์ และสงั เคราะห์ แนวคิดของ นกั วชิ าการเก่ยี วกับทักษะยุคใหมข่ องผู้บริหาร สถานศึกษา
ยุคไทยแลนด์ 4.0 ของ สุเทพ เชาวลิต (2549) , สณุ า อสิ สาหาก (2553) ,ปรยี าพร วงศ์ อนุตรโรจน์. (2548) , Katz
(2005) , (Drake & Roe (1996) ตามลาดับ สามารถสรุปได้ว่า ทักษะ ยุคใหม่ของผู้บริหารสถานศึกษายุคไทย
แลนด์ 4.0 แบง่ เป็น 3 ด้าน ดงั น้ี
1) ด้านเทคนิค (Technical Competency) มี ดังนี้
ทกั ษะในสาย วิชาชีพ (Technical or Professional Expertise)
ทกั ษะการสอนงานและพัฒนาคน (Develops Others)
ทักษะการวางแผนงาน (Planning Skill)
ทกั ษะการมอบหมายงาน (Delegation Skill)
2) ด้านคน (Human Competency)
ทกั ษะการคดั เลอื กทีมงาน (Team Selection)
ทักษะการสร้างแรงบนั ดาลใจและกระต้นุ ผอู้ ื่น (Inspire and Motivate Others)
ทักษะการสื่อสารสร้างพลังงานบวก (Powerful Communication)
ทักษะการทางานเป็นทีม (Teamwork)
ทกั ษะการสร้างความสมั พนั ธ์ (Relation Building)
ทักษะการนานวตั กรรมและเทคโนโลยี สารสนเทศมาใช้ในการบริหารจดั การ (Navigation skills,
innovation and information technology in management)
3) ด้านการคิดและตัดสินใจ (Conceptual and Decision Competency)
ทักษะความคิดเชงิ ระบบ (System Thinking)
ทักษะดา้ นความคิดเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management)
ทักษะการแก้ปัญหาและตัดสินใจ (Problem Solving and Decision Making)
ทกั ษะการบรหิ ารผลการปฏิบัตงิ าน (Performance Management)
ทักษะการวัดผลปฏบิ ตั ิงาน องค์ ก ร (Performance Measurement)
สรุปได้ว่า “ผู้บริหารสถานศึกษายุคไทยแลนด์ 4.0” จะต้องมีทักษะของผู้บริหารยุคใหม่ 3 ด้าน
ได้แก่ 1) ด้านเทคนิค ประกอบด้วย ทักษะในสาย วิชาชีพ ทักษะการสอนงานและพัฒนาคน ทักษะ การวางแผน
งาน และทักษะการมอบหมายงาน 2) ดา้ นคน ประกอบดว้ ย ทักษะการคัดเลือกทีมงาน ทักษะการสรา้ งแรงบันดาล
ใจและกระตุ้นผู้อ่ืน ทักษะการสื่อสารสร้างพลังงานบวก ทักษะการ ทางานเป็นทีม ทักษะการสร้างความสัมพันธ์
ทักษะการนานวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในการบริหารจัดการ 3) ด้านการคิดและ ตัดสินใจ
ประกอบด้วย ทักษะความคิดเชิงระบบ ทักษะด้านความคิดเชิงกลยุทธ์ ทักษะการ แก้ปัญหาและตัดสินใจ ทักษะ
การบริหารผลการ ปฏิบตั งิ าน และทกั ษะการวดั ผลปฏิบตั งิ านองคก์ ร
13
3. ภาวะผู้นาทางวิชาการ ผู้เขยี นได้สังเคราะห์แนวคิดของนักวิชาการ และงานวิจยั ทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั “ภาวะ ผู้นาทาง
วิชาการ ภาวะผู้นาทางวิชาการของ
ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา” ของ สเุ ทพ พงศ์ศรีวฒั น.์ (2553), พนัส ด้วงเอก. (2555) , Glickman. (2007) ,
McEwan .(2003) , Hallinger & Murphy (1985) สรุปประเด็นได้ดังน้ี
1) การกาหนดวสิ ยั ทัศน์เป้าหมายและภารกจิ ของสถานศึกษา
2) การบรหิ ารจดั การหลักสูตรสถานศึกษา
3) การนเิ ทศติดตามการปฏบิ ัตงิ านของครู
4) การสง่ เสรมิ บรรยากาศด้านวิชาการ
5) การส่งเสริมพัฒนาศักยภาพครู
สรุปได้ว่า “ผู้บริหารสถานศึกษายุคไทย แลนด์ 4.0” จะต้องมีภาวะผู้นาทางวิชาการใน 5 ด้าน
ประกอบด้วย ด้านการกาหนดวิสัยทัศน์ เป้าหมายและภารกิจของสถานศึกษา ด้านการ บริหารจัดการหลักสูตร
สถานศึกษา ด้านการนิเทศ ติดตามการปฏิบัติงานของครูด้านการส่งเสริม บรรยากาศด้านวิชาการ และด้านการ
ส่งเสรมิ พัฒนาศกั ยภาพครู
4. คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
จากการวิเคราะห์ และสังเคราะห์ แนวคิด เก่ียวกับคุณธรรมจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษายุคไทย
แลนด์ 4.0 ของสานักงาน เลขาธิการคุรุสภา.(2549) , ประภาศรี สีหอาไพ. (2543) , พระธรรมโกศาจารย์ (ประยรู
ธมฺมจิตโต). (2549)พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). (2543) ตามลาดับ สามารถสรุปได้ว่า คุณธรรม จริยธรรม ของ
ผู้บริหารสถานศึกษายุคไทยแลนด์ 4.0 ควรมี คณุ ธรรมจรยิ ธรรมได้แก่
1. สังคหวตั ถุ 4 ประกอบด้วย ทาน ปยิ วาจา อตั ถจริยา และสมานตั ตา
2. พรหมวิหาร 4 ประกอบดว้ ย เมตตา กรณุ า มุทติ า และอเุ บกขา
3. อทิ ธบิ าท 4 ประกอบด้วย ฉันทะ วริ ิยะ จิตตะ วมิ ังสา
ผู้บริหารเป็นหัวใจสาคัญของหน่วยงานหรือ องค์กร ทุกหน่วยงานย่อมปรารถนาและให้การ ยอมรับนับ
ถือผู้บริหารท่ีมีคุณภาพน่ันก็คือเป็น บุคคลท่ีมีความรู้ความสามารถมีทักษะความชานาญงานมีประสบการณ์ มี
วสิ ัยทัศนก์ วา้ งไกล แตท่ ่ี เหนือสง่ิ อื่นใด คือ ตอ้ งเปน็ ผมู้ ีคณุ ธรรมในจิตใจ และมีจริยธรรมที่นา่ เลื่อมใสศรทั ธาเพราะ
การ บริหารองค์กรต้องอาศัยคุณธรรมจริยธรรมเป็น เคร่ืองควบคุมความคิดและการปฏิบัติของผู้คน ไม่ให้ไปคิด
และกระทาอนั เป็นการละเมิดผู้อืน่ ถ้าหน่วยงานใดมสี มาชิกทป่ี ระกอบไปดว้ ยคุณธรรม จริยธรรมแลว้ หนว่ ยงานนั้น
ก็จะเปน็ หนว่ ยงานท่มี ี คุณภาพ ประสิทธภิ าพ เพราะคุณธรรมทด่ี ีในตัวแต่ ละคนนัน้ จะเป็นตัวบง่ บอกถึงความเป็น
ผมู้ ีคณุ ภาพพร้อมทจ่ี ะดาเนนิ งานได้อย่างมี ประสทิ ธภิ าพ สว่ นจริยธรรมนัน้ เป็นตวั บ่งบอกถึง ความเปน็ ผู้ทส่ี ามารถ
ในการปฏบิ ัตทิ ี่ดีที่ถูกต้อง ทา ใหเ้ กดิ ผลงานท่ีมีคุณภาพ คณุ ธรรมจรยิ ธรรมเปน็ คุณสมบตั ทิ ี่ดีของทุกคนโดยเฉพาะ
อย่างย่ิงผู้ดารง ตาแหน่งผู้นา หรือผู้บริหารจาเป็นต้องมีคุณธรรม จริยธรรมมากกว่าตาแหน่งอ่ืนๆ เน่ืองจาก
ผู้บริหาร เป็นผู้ผลักดันให้เกิดการดาเนินงานขับเคล่ือนไป ข้างหน้าตามวัตถุประสงค์ ต้องมีการบริหารงาน ด้วย
ความซอ่ื สัตย์สุจรติ โปร่งใส ให้ทุกฝ่ายมีส่วน ร่วม คุณธรรมจริยธรรมเป็นลักษณะของความดีถา้ ผู้บริหารมีความดีมี
คุณธรรมจริยธรรมกจ็ ะได้รบั การยอมรับนบั ถือ
14
7.ตวั อยำ่ งงำนวจิ ยั ทีเ่ ก่ียวข้องกับผู้บริหำรมืออำชพี
7.2.เรื่องที่ 2 กำรบรหิ ำรจัดกำรศกึ ษำรบั ควำมปกตใิ หม่หลังวกิ ฤตโควดิ –19
ควำมเป็นมำของปญั หำ
บทความน้ีมวี ตั ถุประสงค์เพื่อนาเสนอแนวทางการบริหารจดั การศึกษาในการเตรียมรบั ความปกติ
ใหม(่ New normal) ทจ่ี ะเกิดข้ึนหลงั วิกฤตโควิด-19 สาหรบั ผบู้ ริหารสถานศึกษา ที่ตอ้ งบริหารจดั การศกึ ษาภายใต้
รูปแบบการดาเนินชีวิตอย่างใหม่ที่แตกต่างจากอดีต อันเน่ืองจากมีบางส่ิงมากระทบจนแบบแผนและแนวทาง
ปฏิบัติท่ีคนในสังคมคุ้นเคยอย่างเป็นปกติและเคยคาดหมายล่วงหน้าได้ต้องเปลี่ยนแปลงไปสู่วิถีใหม่ เช่น การเว้น
ระยะห่างทางสังคม การใส่แมส ฯลฯ เป็นต้น ผู้บริหารจึงต้องมีการบริหารจัดการศึกษาที่สอดคล้องกับความปกติ
ใหม่โดยมีแนวทางในการบริหาร ได้แก่ การเตรียมความพร้อมในการเรียนการสอนออนไลน์ด้านอุปกรณ์และ
เทคโนโลยี การออกแบบหลักสูตรโดยคานึงถึงความแตกต่างของนักเรียนแต่ละคน การบริหารจัดการโรงเรียนและ
ครใู หป้ ระสบความสาเรจ็ ในการจดั การเรียนรู้ มีการหารอื และวางแผนร่วมกนั ของบุคคลท่ีมีสว่ นเก่ียวขอ้ งในทุกภาค
ส่วน ตั้งแต่ผู้กาหนดนโยบาย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางศึกษา ผู้ประกอบการในภาคธุรกิจและภาค
ประชาสงั คม พอ่ แม่ ผู้ปกครอง รวมถงึ การเตรยี มความพรอ้ มทง้ั ทางดา้ นรา่ งกายและจิตใจของครแู ละนกั เรยี น
ผลทไี่ ดจ้ ำกกำรวจิ ัยกำรบริหำรจัดกำรศกึ ษำทีส่ อดคลอ้ งกับควำมปกติใหม่New( Normal)
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19การปิดสถาบันการศึกษาในเวลาต่อมา จนกลายเป็นสาเหตุ
ให้นักเรียนจานวนกว่า 1.5 พันล้านคน หรือมากกว่า 90% ของนักเรียนทั้งหมดในโลกได้รับผลกระทบใน
กระบวนการเรียนรู้ สาหรบั ประเทศไทยศูนย์บริหารสถานการณโ์ ควิด-19 (ศบค.) กาหนดให้เปดิ ภาคเรียนในวันที่1
ก.ค.2563ระยะแรกโดยให้ทยอยผ่อนผนั การใช้อาคารสถานท่ีของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา เพอ่ื จดั การศึกษา
รูปแบบการเรียนการสอน ให้มีการดาเนินการทั้งแบบออนแอร์ ผ่าน DLTV ออนไลน์ และออฟไลน์ในช้ันเรียน ซึ่ง
จะใช้วิธีผสมผสาน หรืออาจจะเป็นการเรียนรู้ที่บ้านกับครอบครัว อย่าง Home School แล้วแต่ความเหมาะสม
และบริบทของสถานศึกษาแต่ละแห่ง ซึงสถานศึกษาบางแห่งยังประสบปัญหาเรื่องการเข้าถึงเทคโนโลยีที่เข้ามามี
บทบาทในโลกการศึกษา แล้วจะออกแบบการจัดการเรียนรู้อย่างไรให้มีประสิทธภิ าพ ทักษะและหลักสูตรของโลก
การศึกษารูปแบบใหม่หลังจากน้ีควรมีหน้าตาแบบไหน เทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทด้านการเรียนรู้อย่างไร ฯลฯ
ผู้บริหารสถานศึกษาจึงมีความจาเป็นต้องหาวิธีการในการบริหารจัดการศึกษา ซึ่งเป็นกระบวนการท่ีสาคัญในการ
ขับเคล่ือนการจัดการเรียนรู้ภายใต้ความปกติใหม่ (New Normal) ทั้งด้านการจัดรูปแบบการเรียนการสอน การ
พฒั นาครูใหพ้ ร้อมสู่โลกยุคใหม่ การบริหารหลักสตู ร รวมถึงการรับฟังเสยี งสะท้อนจากครู ผู้ปกครอง นักเรียน และ
ชุมชน ผู้เขียนได้ศึกษาและรวบรวมแนวคิดท่ีน่าสนใจในการปรับกระบวนการบริหารจัดการศึกษาจากองค์กร
การศึกษา และนักการศึกษา ท่ีจะเป็นอีกแนวทางหนึ่งท่ีจะช่วยให้ผู้บริหารสถานศึกษาได้แนวคิดในการบริหาร
สถานศึกษาในดา้ นตา่ งๆ ดงั น้ี
1.ด้ำนกำรจดั กำรเรียนกำรสอน
จากแนวคิดของโกล์บิช ได้นาเสนอรูปแบบการจดั การเรยี นการสอนในความปกตใิ หม่ไว้อย่างน่าสนใจ คอื
1. การเรยี นผ่านระบบออนไลน์ 100% รปู แบบดังกลา่ วเหมาะสมกบั โรงเรียนท่มี ีความพร้อมท้ังดา้ นระบบ
การเรียนการสอนและหลกั สูตรผ่านระบบออนไลน์ ผู้เรียนมีความพร้อมในการเรียนผา่ นระบบออนไลน์ ผู้ปกครอง
15
มีความพร้อมในการช่วยเหลือสนับสนุน รวมทั้งมีเครื่องมือสนับสนุนการเรียน เช่น คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค แทปเลต
สมารท์ โฟน และอนิ เทอร์เน็ต
2. การเรียนในห้องเรียน เหมาะสาหรับโรงเรียนที่มีจานวนนักเรียนไม่มากและมีพื้นท่ีมากพอให้สามารถ
ปฏบิ ตั ติ ามนโยบาย Social Distancing เพ่อื รักษาระยะห่างและการดแู ลสุขอนามยั ของผูเ้ รียนได้ อยา่ งเครง่ ครดั
3. การเรียนผสมผสานแบบออนไลน์และออฟไลน์ เหมาะสาหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ท่ีมีนักเรียนจานวน
มากและไม่มีประสบการณ์ในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์มาก่อน ควรแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่มเพ่ือ
สลับวันกันมาเรียนท้ังน้ีเพ่ือให้วันท่ีนักเรียนมาเรียนที่โรงเรียน ทางโรงเรียนสามารถจัดการเรียนการสอนใน
ห้องเรียนแบบรักษาระยะห่างได้รวมทั้งสามารถดูแลสุขอนามัยของนักเรียนได้อย่างเข้มข้น เพ่ือการเรียนรู้ท่ีได้
ประสิทธผิ ล โดยโรงเรียนเลือกวชิ าทม่ี กี ารปฏิบัติหรือต้องเรียนร้รู ่วมกันมาจัดการเรยี นท่ีห้องเรียน ในขณะทีว่ ิชาอ่ืน
ใหจ้ ัดการเรียนการสอนผา่ นออนไลน์
4. การเรยี น Home School คาดวา่ การเรยี นในรูปแบบนจี้ ะมีเพิ่มข้นึ ในประเทศไทย เนอื่ งจากผู้ปกครอง
อาจจะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยของบุตรหลานจากโรคภัยไข้เจ็บ มลพิษ มลภาวะ และภัยคุกคามอ่ืน โดย
ผปู้ กครองจะมีบทบาทเป็นผจู้ ัดการเรียนการสอนในรูปแบบทเ่ี หมาะสมกับผู้เรียนซงึ่ อาจจะเป็นการเรยี นคอร์สออน
ไลน์ควบคู่กับการจัดครูเฉพาะวิชามาสอนท่ีบ้านท่ีตอบโจทย์รูปแบบการเรียนรู้ของบุตรหลานมาประยุกต์กับ
หลกั สูตรของกระทรวงศึกษาธกิ าร (วันเพ็ญ พุทธานนท์,2563)
2.ดำ้ นกำรประเมนิ ผลในกำรศึกษำแบบวถิ ีใหม่
ด้านการประเมินผลในการศึกษาแบบวิถีใหม่น้ีการประเมินจะถูกเปล่ียนจาก “การประเมินผลการเรียน”
ไปสู่ “การประเมินผลเพื่อการเรียนรู้” นั่นคือการวัดผลลัพธ์ให้คุณครูเข้าใจว่าผู้เรียนเหมาะกับการเรียนรู้รูปแบบ
ไหน และอะไรท่ีจะสามารถเติมทักษะที่คุณครูคาดหวังได้ การประเมินผลในวิถีการศึกษาใหม่จึงเป็นการทาความ
เข้าใจ ไม่ใช่การตัดสิน (มารุต พัฒผล, 2563)นอกจากนี้สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้มี
การจัดทาแนวทางการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียนในสถานการณ์โควิด –19 โดยมีเน้ือหาท้ังในส่วนรูปแบบ
การจัดการเรียนการสอนทั้งรูปแบบปกติ และการจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสาน บทบาทในการเรียนของ
นักเรียน บทบาทในการสอนของครู การเรียนในช้ันเรียน (On–Site) การเรียนผ่านโทรทัศน์ (On–Air) และการ
เรียนการสอนแบบออนไลน์ (Online) แต่ส่ิงหนึ่งที่ต้องให้ความสาคัญคือ การพัฒนาการเรียนออนไลน์ให้มี
ประสิทธิภาพโดยการพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบอินเทอร์ แอคทีฟ ให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมกับผู้สอนเสมือนหรือ
ดีกวา่ การเรียนในชัน้ เรียน
3.ด้ำนกำรพฒั นำครู
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)ได้นาเสนอการปรับการศึกษายุคนิวนอร์
มอล (new normal) โดยเสนอแนวคดิ ในการปรบั บทบาทครูและการพฒั นาครู ดงั น้ี
1. ปรับรูปแบบด้ังเดิมจากครูที่ผู้สอน (Teacher) ไปเป็นครูผู้สนับสนุนการเรียนรู้ หรือ Learning
Facilitatorโดยเชื่อว่าคานงัดของการศึกษาไทย คือ การมีครูคุณภาพจานวนมากที่มีความสามารถในการเป็น
Facilitator มีความสามารถในการเชอื่ มโยงหลักสูตร วธิ กี ารสอนและการประเมินผลการเรียนรู้เพ่อื การพัฒนา
2. ปรบั เปล่ยี นการจัดการเรียนร้ผู า่ นการฝึกอบรมครใู ห้ครูเปล่ียนจากผู้สอน (Teacher) ไปเปน็
ผู้สนบั สนุนการเรียนรู้ ชกั ชวนให้เด็กไดเ้ รียนรู้ โดยมีแนวคิดทีส่ าคัญ 2 แนวคิดในการมุ่งเนน้ การพัฒนาครู คอื
16
2.2.1. เปล่ียนจากครูแบบเดิมเป็นครูที่สอนครอบคลุมเก่ียวกับการใช้ชีวิตจริงได้ (Transform
Teachers to New Normal in Education) อาทิ โครงการศูนยก์ ลางการพฒั นา STEM Facilitator เมือง
สะเต็มศึกษา ฐานปฏิบัติการสาหรับฝึกแนวทางสะเต็มศึกษา ท่ีจัดตั้งข้ึนโดยเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครฐั
ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม (Public-Private-People Partnership) ซ่ึงจะเป็นต้นแบบในการขยายผลสู่
ภูมิภาค โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ครู วิทย์-คณิต ทั่วประเทศ มีความสามารถในการจัดการเรียนรตู้ ามแนวทางสะเต็ม
ศึกษา และนักเรียนสามารถนาสมรรถนะด้านสะเตม็ มาใชเ้ พื่อการเรยี นรู้ การดารงชีวิต และการประกอบอาชีพใน
ศตวรรษที่ 21
2.2.2. แพลตฟอร์มสนับสนุนเพ่ือการพัฒนาครูอย่างยั่งยืน (Supporting Platform for New
Normal Teachers) ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการท่ีเป็น National Online Platform อาทิ ระบบพี่
เลยี้ งและการกากบั Mentoring & Supervisingแพลตฟอรม์ การให้คาปรึกษา Online STEM Education สา หรบั
บุคลากรทางการศึกษาและผู้ปกครอง การพัฒนาครูให้มีความพร้อมสู่การเป็นครูยุคใหม่ในศตวรรษท่ี 21 มุ่งเน้น
การพัฒนาความสามารถในการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ วิทยาการคานวณ การขยายวิธีการเรียน
แบบ STEM Educationจะทาให้เด็กมคี วามเขา้ ใจ ทาใหเ้ ด็กคิด วเิ คราะหเ์ ป็น เม่อื เดก็ เรยี นระดบั มหาวิทยาลัย จะ
สามารถนาความรูด้ า้ นการคดิ วเิ คราะห์ มาประกอบการเรียนได้ (ชกู ิจ ลมิ ปิจานงค,์ 2563)
3. ปรับทักษะของครูเพ่ือเอาเทคโนโลยีมาใช้ในปัจจุบันและในอนาคต เป็นการฝึกฝนสอนหนังสือผ่าน
จอโทรทัศน์หรือจอกล้องคอมพิวเตอร์ คุณครูจะต้องสามารถเข้าไปพูดคุยผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ที่มีอยู่ในโลก
ปัจจุบันเพื่อรับรู้ปัญหาต่าง ๆ ความต้องการในการเรียนรู้ของเด็ก ๆ เป็นการสอน เป็นการรับข้อมูล เป็นการ
เพ่ิมเติมความรู้ แลกเปล่ียนความคิดเห็นกับเด็กนักเรียน(ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ,2563) คณะกรรมการการศึกษาขั้น
พ้ืนฐาน (กพฐ.) ได้ให้แนวคิดไว้วา่ ครูจะต้องมีส่วนสาคัญในการพัฒนาและปรบั ตวั ไปกับการเปล่ียนแปลงหลักสูตร
ใหม่ ซึ่งครูจะต้องมีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยีและภาษาอังกฤษ สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ัน
พื้นฐาน (สพฐ.) จะต้องพัฒนาครูในประเด็นนี้ตามนโยบายของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ อย่างก้าว
กระโดด จัดให้มีการทดสอบและอบรมครูให้สอดรับกับความรู้ยุคดิจิทัล เช่น ภาษาอังกฤษ และเรื่องเทคโนโลยี
เป็นตน้ เพ่ือใหเ้ กิดประสิทธิภาพต่อการเพมิ่ ผลสัมฤทธิ์ของผ้เู รียนในอนาคต (สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้น
พ้นื ฐาน, 2563)
4.ดำ้ นกำรบรหิ ำรหลักสูตร
บทบาทหน้าที่ของสถานศึกษาในขณะน้ี นอกจากจะพัฒนาทักษะการศึกษาให้แก่คนรุ่นใหม่แล้ว ยังต้องมี
การพัฒนาฝีมือแรงงาน เช่น Up-Skill และ Re-Skill และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตให้แก่คนทุกช่วงวัย ดังนั้น
หลักสูตรการเรียนการสอนจึงมีความหลากหลาย และรูปแบบการสอนเองก็ต้องปรับให้มีท้ัง 2 แบบ คือ ออฟไลน์
และออนไลน์ อีกทั้งคงไมม่ สี ูตรสาเร็จว่าหลักสูตรไหนจะเปน็ ออนไลน์ 100% การออกแบบหลกั สูตรจึงควรคานึงถึง
ความแตกต่างของนักเรียนแต่ละคน มีแบบทดสอบท่ีหลากหลายเพ่ือวัตถุประสงค์ท่ีแตกต่างกัน รวมถึงนักเรียน
และครูร่วมกันออกแบบสภาพแวดล้อมในห้องเรียน (ศิริเดช คาสุพรหม, 2563) นอกจากน้ี คณะกรรมการ
การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน (กพฐ.) ได้ใหแ้ นวคิดไวว้ ่า การศึกษายุคนี้ต้องหาจุดท่ีจะพฒั นาเด็กไทยให้ไปสู่โลกดิจิทลั หรอื
17
การศึกษาศตวรรษท่ี 21 โดยการการพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนให้เป็นหลักสูตรฐานสมรรถนะเพราะ
หลักสตู รฐานสมรรถนะจะเป็นส่วนหน่ึงท่จี ะทาใหค้ ้นพบศักยภาพของเด็กไทยมากข้นึ (วิชยั วงศ์ใหญ่, 2563)
5.กำรรบั ฟังเสยี งสะท้อนจำกครู ผ้ปู กครอง นักเรยี น และชมุ ชน
สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) ได้สรุปนิวนอร์มอลทางการศึกษาไทยว่า
การศึกษายุคนิวนอร์มัลน้ันระบบการศึกษาจะเป็นส่วนหนึ่งของระบบสังคม มีการให้ความสาคัญกับกระบวนการ
รวมถึง well-being ของนักเรียนแบบองค์รวม เกิดการพัฒนาการศึกษาโดยการรับฟังเสียงสะท้อนจากทุกระดับ
ครู ผู้ปกครอง นักเรียน ชุมชน ร่วมกันตัดสินใจเก่ียวกับการจัดการศึกษาองค์การยูเนสโกได้แนะนาโรงเรียนถึง 7
วิธี ทจ่ี ะชว่ ยให้โรงเรียนและครปู ระสบความสาเร็จในการจดั การเรียนรรู้ บั ความปกตใิ หม่หลังวิกฤตโควดิ –19 ดงั น้ี
1. รับฟังเสียงของครูในการกาหนดนโยบาย และแผนการ เพราะการพูดคุยเป็นส่ิงสาคัญในการวางแผน
เปิดโรงเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ผู้บริหาร ครู พ่อแม่ ชุมชน รวมถึงนักเรียน ควรมีการพูดคุยกัน เพื่อให้ความ
ต้องการของนกั เรยี นทกุ คนไดร้ ับการดแู ลอยา่ งทวั่ ถงึ
2. สร้างสภาพแวดลอ้ มที่ปลอดภัยสาหรับทุกคนในโรงเรียน ความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของนักเรยี น
และครูคือส่ิงสาคัญที่สุดเม่ือเปิดโรงเรียน โรงเรียนต้องสร้างความรู้สึกอุ่นใจให้ทุกคนในช่วงที่ยังมีการระบาดของ
ไวรสั รวมถึงเม่อื โรคหยุดการระบาดลงแลว้
3. ให้ความสาคัญกับสภาพจิตใจ สังคมและอารมณ์ของครูและนักเรียน โควิด-19 อาจทาให้ครู นักเรียน
รวมถึงครอบครัวของทุกคนรู้สึกเครียด หากความเครียดน้ันไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสมอาจส่งผลต่อการ
เรียนรู้ในระยะยาวและการเรียนรู้ในภาพรวมของนักเรียนได้ สาหรับครูอาจเกิดภาวะหมดไฟในการสอน
(Burnout) ทาใหค้ รูขาดงานบ่อยข้ึน หรอื ถึงขั้นลาออกจากงาน ผอู้ านวยการโรงเรียนต้องให้ความม่นั ใจกับครูว่าจะ
ไดร้ ับการช่วยเหลืออย่างต่อเนอื่ ง เม่อื ครเู กดิ ปญั หาด้านสภาพจิตใจโดยวธิ กี ารท่หี ลากหลาย ไดแ้ ก่
3.1 ช่วยให้ครปู รบั ตวั เข้ากบั New Normal เมอ่ื กลับมาสอนในช้ันเรียนตามปกติ ครูและบคุ ลากร
ทางการศึกษา ต้องได้รับการสนับสนุน และได้รับทรัพยากรท่ีเพียงพอในการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนอีกคร้ัง ครู
หลายคนอาจต้องสอนซ่อมเสริมในช่วงน้ี หรือไม่ก็ต้องสอนท้ังในห้องเรียนควบคู่ไปกับการสอนออนไลน์ หรือต้อง
สอนหลายคาบมากขน้ึ เพราะต้องลดขนาดหอ้ งเรียนลงเพอื่ ทาตามมาตรการ Social Distancing
3.2 จัดให้มีครูเพียงพอ และให้ครูได้ทางานในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม การท่ีครูและบุคลากร
ทางการศึกษามีความสุขกับมาตรฐานการท างานที่เหมาะสม ได้เงินเดือนตรงตามเวลา หรือลาป่วยได้เมื่อรู้สึกไม่
สบาย ถือเป็นเร่ืองสาคัญในช่วงสถานการณ์น้ี ผู้บริหารไม่ควรลดสิทธิต่าง ๆ ของครู และเง่ือนไขการทางานที่
เหมาะสมสาหรบั ครู
3.3 ลงทุนกับภาคการศึกษา ในหลายๆประเทศ เงินเดือนครูและสวัสดิการต่าง ๆ ถือเป็น
งบประมาณก้อนใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีรายได้ทางเศรษฐกิจต่าจากวิกฤตโควิด –19
ทรัพยากรท่ีมีอยู่อาจลดลงเม่ือรายได้ผู้คนลดลง ดังนั้น เพ่ือให้การศึกษายังคงดาเนินไปอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายบริหาร
ด้านการศึกษาจาเป็นต้องลงทุนกับครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่ใช่แค่การไม่ลดเงินเดือนเท่านั้น แต่ยังต้อง
จดั การอบรมท่จี าเปน็ รวมถึงใหก้ ารสนบั สนุนดา้ นสภาพจิตใจดว้ ย
18
3.4 คอยเช็คสถานการณ์และข้อเสนอแนะจากครู เม่อื โรงเรยี นเปิดเรยี นต้องคอยเช็คและประเมิน
สถานการณ์ พร้อมท้ังปรับแผนเม่ือจาเป็น กระทรวงศึกษาธิการ ฝ่ายบริหาร และผู้อานวยการ ต้องเช็คและ
ประเมนิ กรอบการทางานเพ่ือวัดความก้าวหนา้ ซ่งึ กรอบการทางานเหล่าน้ีควรคานงึ ถงึ บทบาทการสอนท่มี ีคุณภาพ
ของครู และส่งเสริมสภาพการเรยี นรู้ที่ดี โรงเรียนต้องไม่ลืมเปิดโอกาสให้ครูได้เสนอความคิดเหน็ และประเมินการ
ทางานของโรงเรียนด้วย (Force & Unesco,2020)
6.ด้ำนกำรบรหิ ำรจัดกำรทรพั ยำกรใหม่ตำมลำดบั ควำมสำคัญใหม่
การเรียนการสอนท่ีต้องปรับเปล่ียนไปเป็นการลงทุน ถ้าหากโรคระบาดน้ียงั มีอย่างต่อเนื่อง ก็จะทาให้เรา
ต้องปรับการลงทุนจากการลงทนุ ในสถานศึกษา อาจจะเป็นการลงทุนในเร่อื งของการพัฒนาการปรบั ระบบการทา
งาน หากพิจารณาหลักสาคัญของการปรับการทางานในระบบการศึกษาไปสู่แบบแผนในการสร้างการเรียนรู้และ
การอยู่รอดใหม่ในปัจจุบัน โดยต้องมีปฏิสัมพันธ์ พึ่งพาสรรหาแหล่งความรู้ ประสบการณ์ และการมีงานทาใน
บริบทใหม่ ปรับวิธีการทางานด้วยการออกไปเชื่อมกับโลกท่ีเป็นจริงในภาคการผลิต บริการ นวัตกรรม และเช่ือม
กับการสื่อสารยุคใหม่ เพื่อช่วยให้วิธีคิดประสบการณ์ และกระบวนการทางานสอดรับปรับเปลี่ยน สร้างมิติ
การศึกษาใหม่ในรูปแบบของธุรกิจใหม่ (New Business Model)ท่ีทาให้การศึกษามีความหมายและศักยภาพที่จะ
เชื่อมโยงกับแหล่งงาน การพัฒนาทักษะ ประสบการณ์ และความรู้ของบุคคลการเปล่ียนแปลงนี้คือความ
เคลื่อนไหวใหม่จะชว่ ยขจดั การปิดก้ันศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของกลุ่มคนที่ทางานในองคก์ รดว้ ยกัน ท้งั ยัง
กอ่ ให้เกดิ ความโปรง่ ใสในการบรหิ ารจดั การระบบและองค์กรโดยรวมได้อย่างน่าพงึ พอใจ การทางานดา้ นการศึกษา
ในวันนี้ต้องปรับพัฒนาความร่วมมือและความสัมพันธ์ภายในองค์กรและกับภายนอกขึ้นใหม่การปรับสร้าง
สัมพันธภาพใหม่ให้ทันโลกท่ีเชอื่ มโยงชีวภาพเข้ากับกายภาพและนวัตกรรมในองค์กรจะชว่ ยการทางานแบบใหมท่ ่ี
กา้ วทันโลก ทนั ความเปล่ียนแปลงในศตวรรษท่ี 21 มพี น้ื ที่ใหมข่ องการเรียนรู้ ประสบการณแ์ ละการสร้างสรรค์ ลด
ความซับซ้อนขององค์กรด้วยเครือข่ายท่ีเชื่อมโยงบนแพลตฟอร์มท่ีเข้าถึงง่าย เร็ว ต้นทุนต่า ซ่ึงจะช่วยให้ผู้ร่มงาน
ทุกคนมีพื้นท่ีในการปรากฏตัวตนได้ตามแรงบันดาลใจของแต่ละคนนอกจากนี้ยังต้องลงทุนในการพัฒนาหลักสูต ร
และการเรียนการสอนออนไลน์ ท่ีจาเป็นต้องมีการลงทุนในเรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ ท่ีจะทาให้การเรียนการสอน
ออนไลน์มปี ระสิทธิภาพมากขน้ึ เพราะ ณ ปัจจบุ ันการลงทนุ ภายในสถานศึกษาเองก็อาจจะไม่มีความหมาย เพราะ
เราไมท่ ราบวา่ เด็กนักเรยี นจะมีโอกาสเข้าศึกษาภายในโรงเรียนได้มากน้อยหรือนานเทา่ ไร
19
8.บทสรปุ
จะเห็นได้ว่า ในการที่จะเป็นนักบริหารท่ีดีในอนาคตนั้นจะต้องมีคุณลักษณะหลายอย่างที่เป็นแบบใหม่
แนวใหม่ และแบบผสมผสานที่ไม่มีลักษณะเฉพาะท่ีตายตัว และสาหรับผู้บริหารสถานศึกษาแล้ว ก็คงไม่อยู่ใน
ข้อยกเว้นเช่นกันการท่ีจะได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้บริหารในระดับมืออาชีพน้ัน ต่อไปคงต้องเป็นผู้บริหารท่ีมี
วิสัยทัศน์มองการณ์ไกล มีมุมมองในการบริหารการทางานเชิงกลยุทธ์ รู้จักการประมวลวิเคราะห์ ประเมินและ
ตัดสินใจและยังต้องดูแล รับผิดชอบการดาเนินงานตามปกติของสถานศึกษาในทุกด้าน ต้องมีวิสัยทัศน์ใหม่ในการ
บริหารจัดการให้การดาเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ต้องปรับแนวคิดในการบริหารจัดการบูรณาการที่เนน้
การแก้ปัญหาและดาเนินการพัฒนาท่ีผสมผสานชัดเจนทั้งเชงิ นโยบายและภาคปฏบิ ัติ ต้องมีพฤติกรรมการบริหาร
แบบเชิงรุก เน้นผลงานหรือผลสาเร็จตามเป้าหมายและคุณภาพท่ีได้วางไว้เป็นหลักสาคัญบทบาทการนิเทศกากับ
ดูแล (Supervision) จะตอ้ งชัดเจน ตอ้ งมีความสามารถสูง ทงั้ การกากับดแู ลชว่ ยเหลือ ชี้แนะและให้การสนับสนุน
ต้องรู้จักการประสานงานและการดึงศักยภาพของบุคลากรทุกฝ่ายที่เก่ียวข้องให้มีส่วนร่วมในงานและกิจการของ
สถานศึกษาได้เป็นอย่างดี ต้องมีบทบาทเป็นผู้ริเริ่ม ชี้นาแนวทางความคิด และประสานความคิดท่ีดีในการทางาน
ได้เป็นอย่างดี สามารถสร้างความเข้าใจร่วมกับบุคลากรและประสานสัมพันธ์กับบุคลากรทุกฝ่ายได้ด้วยดี ยืดหยุ่น
ในการประสานสัมพันธ์กับบคุ ลากรทุกระดับได้เหมาะสมเปดิ โอกาสให้บุคลากรมีส่วนร่วมในการดาเนินงานในสว่ น
ต่างๆอย่างเหมาะสม ดูแลให้มีการประเมินการปฏิบัติงานของบุคลากรด้วยวิธกี ารที่สุจริต ยุติธรรม โปร่งใส พร้อม
ต่อการตรวจสอบในการดาเนินงานทุกด้านสามารถสร้างควา มเข้าใจกับทุกฝ่ายและต่อวงการภายนอกถึงจุดยืน
นโยบายการดาเนินงาน และการพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา ให้ความสาคัญเป็นพิเศษกับการบริหารคุณภาพ
(QualityManagement) การบรหิ ารทีม่ ุ่งเปา้ ไปสู่ความเป็นเลศิ ทางวิชาการของสถานศึกษา
20
บรรณำนุกรม
ธีรศกั ด์ิ อคั รบวร. ควำมเป็นครไู ทย. กรงุ เทพมหานคร: โรงพิมพ์ ก.พกพิมพ์ (1996) จากัด, 2544
ปราชญา กล้าผจญ. “นักบริหารการศกึ ษามืออาชีพ ” วำรสำรวงกำรครู . สงิ หาคม 2548, (หน้า 42-45)
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ . ผบู้ ริหำรสถำนศกึ ษำต้นแบบ 2544.กรุงเทพฯ: วัฒนาพานิช, 2544
สานกั งานเลขาธิการคุรสุ ภา. เกณฑม์ ำตรฐำนผู้บรหิ ำรกำรศกึ ษำของครุ ุสภำ 2540. กรุงเทพมหานคร :โรงพมิ พ์
ครุ สุ ภาลาดพร้าว, 2542. จากbanpathaischool.igetweb.com/จาก https://www.kroobannok.com
/23691
โครงการพัฒนาวชิ าชพี ผ้บู ริหารการศกึ ษา และผู้บรหิ ารสถานศึกษาประจาการ ชดุ วิชาภาวะผนู้ าทางการศึกษา.
กรงุ เทพ : สานักงานส่งเสริมวชิ าชีพ สานกั งานเลขานกุ ารครุ ุสภา,2549.
จรยิ ะ วโิ รจน์ และคณะ. กำรวจิ ัยเชงิ ประเมินผลโรงเรียนปฏิรูปกำรเรยี นรู้ เขตกำรศึกษำ 5.รำชบุรี :สานกั
ผู้ตรวจราชการประจาเขตตรวจราชการท่ี 4 กระทรวงศึกษาธกิ าร, 2546.
จาลอง นกั ฟ้อน เสน้ ทำงสนู่ ักบรหิ ำรกำรศกึ ษำมืออำชีพ.http://www.moe.go.th/wijai/road%20map.htm
ธงชัย สันติวงศ์ การบริหารงานสาศตวรรษท่ี 21. กรงุ เทพ : ประชุมชา่ ง, 2546.ปราชญา กล้าผจญ. “นกั บรหิ าร
การศกึ ษามืออาชีพ”. วำรสำรวงกำรครู. ฉบับเดือนสิงหาคม 2548.รุง่ แก้วแดง “ผบู้ ริหารการศกึ ษามือ
อาชีพ”. การบริหารเพื่อการปฏริ ปู การเรียนรู.้ กรงุ เทพ : ขา้ วฟ่าง,2545.
พชั ราภรณ์ ดวงชนื่ .(2563).การบริหารจัดการศึกษารบั ความปกติใหมห่ ลังวิกฤตโควิด–19.วำรสำรศลิ ปำกำร
จดั กำร.4/(3),/783-795. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/jam/article/view/243660/165879
กุลจริ า รักษนคร.(2563).การศกึ ษากรอบแนวคิดของผู้บรหิ ารมืออาชพี ยคุ การศึกษา 4.0.วารสารJournal of
Modern Learning Development ,5/(4),/206-217.file:///C:/Users/Teacher/Downloads/
243198-Article%20Text-849994-1-10-20200909.pdf
21