จรรยาบรรณและความสาคัญ
ต่อผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
รายวิชาคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณทางวิชาชพี
มหาวิทยาลยั จฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั วิทยาเขตนครศรีธรรมราช
จรรยาบรรณและความสาคัญ
ตอ่ ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
จัดทาโดย
นางสาวปาริชาต นวลวิจิตร
นางสาวศภุ างคญ์ ธริ า ปานจันทร์
นายสรศกั ด์ิ ชิตเชอ้ื
สาขาพุทธบริหารการศกึ ษา
มหาวทิ ยาลยั จฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาเขตนครศรธี รรมราช
จรรยาบรรณผู้บริหารสถานศึกษา
จรรยาบรรณ มีคาศัพท์อยู่ 3 คา ที่ได้มีการนาไปใช้และ
มีความหมายคล้ายคลึงกัน ได้แก่ คาว่า จริยธรรม จริยศาสตร์
และจรรยาบรรณ
จริยธรรม เม่ือนาไปประยุกต์ใช้กับกลุ่มวิชาชีพ เรียกว่า
“จรรยาบรรณ” ส่วนคาว่าจริยศาสตร์ (ethics) หมายถึง
ความรู้ที่กล่าวถึงแนวทางการประพฤติที่ถูกต้อง ดีงาม ส่วน
จริยธรรม (morals) หมายถึง หลักความประพฤติท่ีดีงามเพื่อ
ประโยชน์แห่งตนและสังคม
ความหมายของจรรยาบรรณตอ่ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
ผู้บริหารในวงการศึกษา ตามลักษณะของงาน
และหน่วยงาน ก็จะต้องประพฤติปฏิบัติตนตาม
จรรยาบรรณวิชาชีพครู หากผู้บริหารในวงการศึกษา
ผู้ใด เป็นข้าราชการ หรือพนักงาน หรือลูกจ้างอ่ืนของ
รัฐ จะต้องปฏิบัติตนตาม “จรรยาบรรณกลางของ
ขา้ ราชการและพนกั งานหรอื ลูกจา้ งอ่นื ของรฐั ”
ความหมายของจรรยาบรรณต่อผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
ราชกิจจานุเบกษา พ.ศ.2556 ได้ให้ความหมายของคาว่า
จรรยาบรรณวิชาชีพ ไวว้ า่ คือ มาตรฐานการปฏบิ ตั ติ นท่ีกาหนดขึ้น
เป็นแบบแผนในการประพฤติตน ซึ่งผู้ประกอบวิชาชีพทางการ
ศึกษาต้องปฏิบัติตาม เพื่อรักษาและส่งเสริมเกียรติคุณ ชื่อเสียง
และฐานะของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ให้เป็นท่ีเช่ือถือ
ศรัทธาแก่ผู้รับบริการและสังคม อันจะนามาซ่ึงเกียรติและศักด์ิศรี
แหง่ วิชาชพี
ความหมายของจรรยาบรรณต่อผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา
อมรา เล็กเริงสินธ์ุ (2552) ได้กล่าวว่า จรรยาบรรณ เป็น
ข้อกาหนดสาหรับผู้ประกอบวิชาชีพท่ีเป็นศาสตร์ช้ันสูง มีองค์กรหรือ
สมาคมรองรับ จะต้องประพฤติปฏิบัติเพื่อการครองตนและครองงาน ผู้
ประกอบวิชาชีพที่ต้องการศึกษาศาสตร์เฉพาะช้ันสูงท่ีมีจรรยาบรรณนั้น
ถือว่าเป็นผ้ทู าหน้าที่ท่ีมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ซึง่ ตอ้ งเป็นอาชีพท่ีผา่ นการศึกษา
เล่าเรียนระดับสูง มีสมาคมวิชาชีพที่ควบควบคุมกากับดูแลเพือ่ ให้คนท่ีอยู่
ในวิชาชีพน้ันมีประสิทธิภาพในการทางาน การกาหนดจรรยาบรรณเป็น
ลายลักษณ์อักษร จะช่วยให้ผ้ปู ระกอบวิชาชีพตระหนักในความสาคัญของ
วิชาชพี ตน และให้ผู้รับบริการรับรู้และเขา้ ใจ
ความหมายของจรรยาบรรณต่อผ้บู รหิ ารสถานศกึ ษา
ปราชญา กล้าผจัญ (2556) กล่าวว่า จรรยาบรรณ
หมายถึง ศาสตร์และหลักการเก่ียวกับศีลธรรม จรรยาบรรณจึงเป็น
เรื่องท่ีเก่ียวข้องกับความรู้สึกว่าอะไรถูกอะไรผิด อะไรที่อนุญาตให้ทา
ได้และอะไรคือข้อห้ามมิให้กระทา และกฎเกณฑ์แห่งความดีงามน้ัน
จาเป็นต้องมีการกาหนดอย่างเป็นทางการ เพ่ือสมาชิกทุกคนจะได้ถือ
ปฏิบัติตามเกณฑ์ที่เป็นทางการ เพราะสมาชิกแต่ละคนมิได้ผ่าน
กระบวนการขัดเกลาทางสังคมมาเหมือน ๆ กัน ย่อมมีความแตกต่าง
กนั ทางค่านิยม ทัศนคติ และพฤตกิ รรม
ความหมายของจรรยาบรรณต่อผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
สรปุ ไดว้ า่ จรรยาบรรณตอ่ ผ้บู ริหารสถานศึกษา หมายถึง การ
ปฏิบัติตนหรอื การประพฤตติ น กริยาที่ควรประพฤติ เพื่อรักษาช่ือเสียง
เกียรติ ฐานะของความเป็นข้าราชการต่อตนเอง ต่อสังคม
ต่อหน่วยงาน โดยมีการกากับการปฏิบัติงานตามมาตรฐานวิชาชีพ
จรรยาบรรณวิชาชีพจึงเป็นมาตรฐาน ความประพฤติ และ
วิจารณญาณทางศีลธรรม และวิชาชีพที่เป็นกฎเกณฑ์หรือแบบแผน
ข อ ง ค ว า ม ป ร ะ พ ฤ ติ ส า ห รั บ ยึ ด ถื อ เ ป็ น แ น ว ป ฏิ บั ติ ข อ ง ผู้ บ ริ ห า ร
หลกั ปฏิบัตดิ ังกล่าวอาศยั หลักธรรม ความถูกตอ้ ง
องคป์ ระกอบของจรรยาบรรณต่อผู้บริหารสถานศกึ ษา
คารณ ล้อมในเมือง (2547) กล่าวว่า องค์ประกอบจรรยาบรรณ
วิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษาตามมาตรฐาน การปฏิบัติตนท่ีกาหนดเป็น
ข้อบังคับของคุรุสภาว่าด้วยจรรยาบรรณวิชาชีพ มีองค์ประกอบด้วยกัน
5 ดา้ น ดงั น้ี
1. ดา้ นจรรยาบรรณต่อตนเอง
2. ด้านจรรยาบรรณต่อวชิ าชพี
3. ด้านจรรยาบรรณต่อผู้รับบริการ
4. ด้านจรรยาบรรณตอ่ ผู้ร่วมประกอบวชิ าชีพ
5. ด้านจรรยาบรรณต่อสังคม
องคป์ ระกอบของจรรยาบรรณตอ่ ผู้บริหารสถานศึกษา
จรัส ตั้งโซ๊ะ (2556) กล่าวว่า องค์ประกอบ
จรรยาบรรณของผูบ้ ริหารมี 4 อยา่ ง ดงั น้ี
1. จรรยาบรรณตอ่ ตนเอง
2. จรรยาบรรณตอ่ วชิ าชพี
3. จรรยาบรรณตอ่ ผู้รับบริการ
4. จรรยาบรรณตอ่ บคุ ลากรในองค์กร
๕. จรรยาบรรณตอ่ องค์กร ชมุ ชน และสงั คม
องค์ประกอบของจรรยาบรรณตอ่ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
ครูแมนสรวง (2557) กล่าวถึงองค์ประกอบของจรรยาบรรณผู้บริหารสถานศึกษาไว้
9 ประการ ดงั น้ี
1. ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา ต้องมีวินยั ในตนเอง
2. ผ้บู รหิ ารสถานศึกษา ต้องรัก ศรทั ธา ซื่อสัตยส์ ุจริต
3. ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา ตอ้ งรกั เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ และส่งเสรมิ ศิษย์
4. ผบู้ รหิ ารสถานศึกษา ต้องส่งเสรมิ ทกั ษะและนิสยั ท่ีถูกต้องดีงามแก่ศษิ ยแ์ ละผ้รู บั บรกิ าร
5. ผ้บู ริหารสถานศึกษา ต้องประพฤติตนเป็นแบบอยา่ งทด่ี ี ทั้งทางกาย วาจา และจิตใจ
6. ผู้บรหิ ารสถานศึกษา ต้องไม่กระทาตนเป็นปฏิปักษต์ ่อความเจริญ
7. ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา ต้องให้บริการดว้ ยความจริงใจและเสมอภาค โดยไม่เรียกรับหรือยอมรับ
ผลประโยชน์
8. ผู้บริหารสถานศึกษา พึงช่วยเหลือเกอื้ กูลซึง่ กันและกนั อย่างสร้างสรรค์
9. ผบู้ ริหารสถานศึกษา พงึ ประพฤติปฏิบตั ิตนเป็นผนู้ าในการอนรุ ักษแ์ ละพฒั นาเศรษฐกิจ
องคป์ ระกอบของจรรยาบรรณต่อผ้บู รหิ ารสถานศึกษา
สรปุ ไดว้ า องค์ประกอบของจรรยาบรรณต่อผู้บรหิ ารสถานศึกษา มีองค์ประกอบดว้ ยกัน 5 ดา้ น 9 ข้อ
ดา้ นท่ี 1 จรรยาบรรณต่อตนเอง ขอ้ ที่ 1 ตอ้ งมีวนิ ัยในตนเอง
ดา้ นที่ 2 จรรยาบรรณตอ่ วิชาชพี ข้อท่ี 2 ต้องรกั ศรัทธา ซอื่ สตั ย์สจุ รติ รับผิดชอบต่อวชิ าชีพ
ดา้ นที่ 3 จรรยาบรรณตอ่ ผู้รบั บริการ ข้อที่ 3 ตอ้ งรัก เมตตา เอาใจใส่ ช่วยเหลือ สง่ เสรมิ ให้กาลงั ใจ
ขอ้ ที่ 4 ต้องส่งเสรมิ ให้เกิดการเรยี นรู้ ทกั ษะ และนิสัยท่ีถกู ต้องดงี าม
ขอ้ ที่ 5 ต้องประพฤตติ นเปน็ แบบอย่างที่ดี ท้ังทางกาย วาจา และจิตใจ
ข้อที่ 6 ต้องไม่กระทาตนเปน็ ปฏปิ กั ษต์ อ่ ความเจริญ
ข้อท่ี 7 ต้องให้บริการด้วยความจรงิ ใจและเสมอภาค
ด้านท่ี 4 จรรยาบรรณต่อผรู้ ่วมประกอบวิชาชพี ขอ้ ท่ี 8 พึงชว่ ยเหลอื เก้ือกลู ซึ่งกนั และกนั อยา่ งสร้างสรรค์
ด้านท่ี 5 จรรยาบรรณตอ่ สังคม ขอ้ ที่ 9 พึงประพฤตปิ ฏิบตั ิตนเปน็ ผนู้ าในการอนรุ ักษ์และพฒั นาเศรษฐกิจ
ประเภทของจรรยาบรรณ
จรรยาบรรณมีหลากหลายประเภท หลากหลายอาชีพ เช่น
จรรยาบรรณทางการแพทย์ จรรยาบรรณวิศวกร จรรยาบรรณ
ทหาร จรรยาบรรณสถาปนิก จรรยาบรรณและหลักการท่ียึดม่ัน
ของธนาคาร จรรยาบรรณกับงานคอมพิวเตอร์ จรรยาบรรณของ
ข้าราชการพลเรือน จรรยาบรรณวิชาชีพ ซึ่งจรรยาบรรณวิชาชีพ
หมายถึง ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา ท้ังครู ผู้บริหาร
สถานศึกษา ผู้บริหารการศึกษา และบุคลากรทางการศึกษาอ่ืน จะ
มี 5 หมวด 9 ขอ้
ประเภทของจรรยาบรรณ
แหล่งก่อกาเนดิ ของจรรยาบรรณอาจแบ่งออกได้เป็น 2 ประการ
ดงั น้ี
1. แหลง่ กาเนิดภายในตัวบคุ คล
- ตวั กาหนดมาจากพันธกุ รรมท่สี ่งทอดมาจากบรรพบรุ ุษ
- ตวั กาหนดมาจากสภาพจิต
2 แหล่งกาเนิดภายนอกตวั บคุ คล
- อทิ ธพิ ลของคาสาบานกฎหมาย ระเบยี บและวินยั
- อิทธพิ ลของศาสนา
ประเภทของจรรยาบรรณ
สรุปได้ว่า คุณธรรมและค่านิยมของบุคคลนั้น คือ
การยอมรับว่าสิ่งใดดี สิ่งใดชั่ว สิ่งใดสาคัญส่ิงใดไม่สาคัญ
ย่อมข้ึนอยู่กับการเรียนรู้ ซึ่งเป็นประสบการณ์ท้ังในอดีตและ
ปัจจุบัน นอกจากน้ันการที่บุคคลจะมองเห็นว่าส่ิงใดสาคัญ
มากหรอื น้อยกอ็ าจจะเปลยี่ นแปลงไปได้ ตามสถานการณ์และ
ยุคสมัยด้วย การท่ีบุคคลมีคุณธรรมและมีค่านิยมท่ีเหมาะสม
แล้วน่าจะเป็นผู้ท่ีมีจริยธรรมท่ีเหมาะสมด้วย เหล่าน้ีนาไปสู่
จรรยาบรรณแห่งวชิ าชีพตา่ ง ๆ
ความสาคัญของจรรยาบรรณตอ่ ผบู้ ริหารสถานศึกษา
ผู้บริหารสถานศึกษาที่มีคุณภาพต้องเป็นผู้นามีคุณธรรมจริยธรรม
และจรรยาบรรณในวิชาชีพ เกิดความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานส่งผลให้
การทางานมีประสิทธิภาพขององค์กรหรือสถานศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
จึงเน้นให้ผู้บริหารสถานศึกษามีความรู้คู่คุณธรรม มุ่งเน้นการพัฒนาและ
เสริมสร้างศักยภาพคน โดยมียุทธศาสตร์สาหรับผู้บริหารสถานศึกษา มี
ศักยภาพความเป็นผู้นาที่มีจิตวิญญาณของผู้บริหารอย่างย่ังยืน และ
ตระหนักในบทบาทหน้าท่ีความรับผิดชอบ อย่างมีความภาคภูมิใจในวิชาชีพ
ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
ความสาคญั ของจรรยาบรรณต่อผบู้ ริหารสถานศกึ ษา
จานง กมลศิลป์ (2559) ได้สรุปความสาคัญของ
จรรยาบรรณต่อผู้บริหารสถานศึกษา และความคาดหวังของสังคม
ทมี่ ตี ่อผ้บู ริหารสถานศึกษาและผู้ประกอบวชิ าชพี ครู ไวว้ า่ ผู้บริหาร
สถานศกึ ษาและผู้ประกอบวิชาชพี ครูไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบ
ต่อปัญหาด้านคุณธรรมของสังคมโดยเฉพาะอย่างย่ิงของนักเรียน
และต่อวิชาชีพครู เพราะสังคมมีความคาดหวังด้านจริยธรรมจาก
ครูใหญ่ หรอื ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา ตลอดจนผ้ปู ระกอบวชิ าชีพครู
ความสาคญั ของจรรยาบรรณตอ่ ผูบ้ ริหารสถานศกึ ษา
ปรีดาวรรณ วิชาธิคุณ และคณะ (2564) ได้สรุปความสาคัญ
ของจรรยาบรรณต่อผู้บริหารสถานศึกษา ไว้ว่า คุณธรรม จริธรรมถือ
เป็นคุณลักษณะพื้นฐานที่สาคัญสาหรับผู้บริหารสถานศึกษาที่จะนาไปสู่
ความสุข สงบ และความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิชาชีพ การนาหลัก
ไตรสิกขา ศีล(ความประพฤติทางกาย) สมาธิ (การฝึกอบรมจิตใจ)
ปัญญา (ความรู้แจ้ง) และจรรยาบรรณผู้บริหารสถานศึกษามา
ประยุกต์ใช้กับการบริหารสถานศึกษา ทาให้เกิดผลการพัฒนา
สถานศกึ ษาทีค่ รอบคลุมท้งั 4 ดา้ น
ความสาคัญของจรรยาบรรณต่อผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
สฎายุ ธีระวนิชตระกูล (2553) ได้สรุปความสาคัญของ
จรรยาบรรณตอ่ ผู้บริหารสถานศึกษา ไว้ว่า ถ้าผู้บริหารที่ปฏิบัติตน
ตามแบบแผนมาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพท่ีกาหนด
ไว้อย่างเคร่งครัดย่อมทาให้ตนมีบารมีเป็นท่ีเลื่อมใสศรัทธาของ
ผู้ร่วมงานและผู้ใต้บงั คบั บัญชา
ความสาคญั ของจรรยาบรรณตอ่ ผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
สรุปได้ว่า จรรยาบรรณมีความสาคัญต่อผู้บริหาร
สถานศึกษา ถือเป็นคุณลักษณะพ้ืนฐานท่ีสาคัญสาหรับผู้บริหาร
สถานศึกษาที่จะนาไปสู่ความสุข สงบ และความเจริญก้าวหน้า
ทางด้านวิชาชีพ ส่งผลให้เกิดความพึงพอใจต่อการปฏิบัติงานของ
ครู อันจะนาไปสู่การทางานที่ก่อให้เกิดประสิทธิภาพขององค์กร
หรอื สถานศกึ ษา และมศี ักยภาพความเป็นผู้นาท่ีมีจิตวิญญาณของ
ผูบ้ ริหารอยา่ งยั่งยืน
ประโยชน์ของจรรยาบรรณต่อผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
ผู้บริหารสถานศึกษายุคใหม่ควรมีคุณธรรมจริยธรรม บุคลิกภาพดี
มีความรู้สู่สากล เป็นผู้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ สามารถบริหาร
สถานศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ ตลอดจนดารงชีวิตได้อย่างมีความสุข เป็น
แบบอย่างท่ีดีให้แก่เพ่ือนร่วมงาน ส่งผลสัมฤทธ์ติ ่อผูเ้ รียน อันเป็นการพัฒนา
การศึกษาของชาติ โดยการพัฒนาบุคลิกภาพของผู้บริหาร การพัฒนากาย
การพัฒนาทักษะการคิด การพูด การฟัง เจตคติและค่านิยมที่ดี การมีความ
มุ่งม่ันและเกิดแรงบันดาลใจในการบริหารจัดการศึกษา การมีวินัยคุณธรรม
จริยธรรมจรรยาบรรณวิชาชีพและพัฒนาจิต การมีวัฒนธรรมคุณภาพและ
วัฒนธรรมประชาธิปไตย โดยใช้วิธีการเรียนรู้และการประเมินผลที่
หลากหลาย เพ่อื ให้ผบู้ ริหารสถานศึกษามีคุณลกั ษณะที่พงึ ประสงค์
ประโยชน์ของจรรยาบรรณตอ่ ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
จรัส ต้ังโซ๊ะ (2555) ได้สรุปประโยชน์ของจรรยาบรรณ
ตอ่ ผบู้ ริหารสถานศึกษา ไว้วา่ จรรยาบรรณในวชิ าชีพของผูบ้ ริหาร
เปน็ ประโยชน์ต่อการเสรมิ สรา้ งเกียรติภูมิ และศักด์ิศรีของ ผู้บริหาร
ใหไ้ ดร้ บั การยกย่อง เชอื่ ถือ ศรัทธา จากสังคมมาก
ประโยชนข์ องจรรยาบรรณตอ่ ผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
ศุภมาส วิสัชนาม (2560) ได้สรุปประโยชน์ของจรรยาบรรณ
ต่อผู้บริหารสถานศึกษา ไว้ว่า ผู้บริหารควรมีวิสัยทัศน์ในการจัด
การศึกษาให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง มีภาวะผู้นาสูงตลอดจนมนุษย
สัมพันธ์ซึ่งเป็นที่ยอมรับของผู้ที่เก่ียวข้อง และความเป็นประชาธิปไตย
หากผู้บริหารมีคุณลักษณะ และความสามารถท่ีเหมาะสม ก็จะได้รับ
ความร่วมมือร่วมใจจาก ผู้ร่วมงานในหน่วยงาน องค์กร ชุมชนและ
ทอ้ งถน่ิ อนื่ ๆ ซ่ึงจะส่งผลใหก้ ารปฏบิ ตั งิ านประสบความสาเรจ็
ประโยชนข์ องจรรยาบรรณต่อผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
อัญชลี โพธิ์ทอง และสงศักดิ์ คงเท่ียง (2564) ได้สรุปประโยชน์
ของจรรยาบรรณต่อผู้บริหารสถานศึกษา ไว้ว่า การที่ผู้บริหารโรงเรียนมี
คุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ ก็จะเป็นที่ยอมรับนับถือของ
ผรู้ ่วมงาน ทาให้ผู้ร่วมงานเกิดขวัญและก าลังใจ รู้สึกว่าตนเองมีความม่ันคง
ความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ซ่ึงส่งผลให้การปฏิบัติงานในองค์กร
สามารถด าเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันคุณธรรม จริยธรรม และ
จรรยาบรรณวชิ าชีพเปน็ สงิ่ สาคญั และเปน็ ประโยชนต์ อ่ บุคคลทัว่ ไป จึงควรให้
มีการปลูกฝงั คณุ ธรรมให้เกิดกบั บคุ คลทกุ ๆ คน
ประโยชน์ของจรรยาบรรณตอ่ ผู้บริหารสถานศกึ ษา
สรุปได้ว่า จรรยาบรรณในวิชาชีพของผู้บริหารถือเป็น
ประโยชน์ต่อการเสริมสร้างเกียรติภูมิ และศักดิ์ศรีของผู้บริหาร ให้ได้รับ
การยกยอ่ ง เชอื่ ถอื ศรทั ธา อีกทั่งช่วยให้การบริหารงานบรรลุผลสาเร็จ
ตามที่ต้องการ ตลอดจนช่วยส่งเสริมการมีมนุษยสัมพันธ์ซ่ึงเป็นที่
ยอมรับของผู้ที่เกี่ยวข้อง และความเป็นประชาธิปไตย ให้มีคุณลักษณะ
และความสามารถท่ีเหมาะสม ได้รับความร่วมมือร่วมใจจากผู้ร่วมงาน
ในหน่วยงาน องค์กร ชุมชน และท้องถ่ินอ่ืน ๆ ซึ่งจะส่งผลให้การ
ปฏบิ ตั งิ านประสบความสาเรจ็
หลักธรรมท่เี กีย่ วขอ้ งกบั จรรยาบรรณของผบู้ ริหารสถานศึกษา
นักบริหารจะทาหน้าที่สาเร็จลุล่วงไปด้วยดี จะต้องมี
คุณลักษณะ ๓ ประการ ดังที่พระพุทธเจา้ ตรัสไว้ใน ทุติยปาปณิกสูตร"
มใี จความวา่
๑) จักขมุ า หมายถึง มปี ัญญามองการณ์ไกล
๒) วิธูโร หมายถงึ จัดการธุระได้ดี
๓) นิสสยสัมปันโน หมายถึง พ่ึงพาอาศัยคนอ่ืนได้ เพราะเป็น
คนมีมนษุ ยสัมพนั ธ์ดี
หลักธรรมทเ่ี กยี่ วข้องกับจรรยาบรรณของผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา
นกั บรหิ ารที่ดจี ะตอ้ งมีวิธกี ารบริหาร อนั เปน็ ปัจจยั สาคัญในการ
สร้างความสาเรจ็ หรอื ความ ลม้ เหลวในการบริหาร วิธีการบริหารต่าง ๆ
ท่ีปรากฎใน อธปิ ไตย ๓ พอสรุปได้ ดังนี้
๑) อัตตาธิปไตย ความมีตนเป็นใหญ่ วิธีการบริหารแบบน้ีทา
ใหไ้ ดง้ าน แต่เสียคน
๒) โลกาธิปไตย ความมีโลกเป็นใหญ่ สุภาพกับทุกคน แต่จะ
เป็นการทาใหอ้ งคก์ ารวนุ่ วาย ไรร้ ะเบียบและไมม่ ีผลงาน
๓) ธรรมาธิปไตย ความมีธรรมเป็นใหญ่ นักบริหารประเภทนี้
เดินทางสายกลาง
หลกั ธรรมท่เี ก่ียวขอ้ งกับจรรยาบรรณของผู้บรหิ ารสถานศึกษา
ธรรมาธิปไตย ความมีธรรมเป็นใหญ่ นักบริหารประเภทน้ี
เดินทางสาย ท้ังนีเ้ พราะมธี รรมเปน็ พลังในการบรหิ าร ๔ ประการคือ
๑) ปัญญาพละกาลังแห่งความรอบรู้เร่ืองตน เรื่องคน และเรื่อง
งาน
๒) วิริยะพละกาลังแห่งความขยันท่ีปลุกใจตนเองและคนอื่น
ตลอดเวลา
๓) อนวชั ชพละกาลงั แห่งความสุจริตที่ปราศจากรูรั่วแห่งชีวิตอัน
เกดิ จากอบายมุข
๔) สังคหพละกาลังแห่งมนุษยสัมพันธ์ท่ีประสานใจคนร่วมงาน
เข้าด้วยความโอบอ้อมอารี วจีไพเราะ สงเคราะห์ประชาชน และวางตน
พอดี
หลกั ธรรมท่ีเกยี่ วขอ้ งกับจรรยาบรรณของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
ผู้บริหารต้องทาหน้าท่ีบริหารตน บริหารคน และบริหารงาน ดังนั้น เขาต้องมีความรอบรู้ เกี่ยวกับตนเอง
ผู้อื่น และงานในความรับผิดชอบ ได้แก่ รู้ตน รู้คน และรู้งาน ผู้นาหรือผู้บริหาร องค์การที่ดีได้นั้น ควรจะต้องมี
คณุ ธรรมจรยิ ธรรม ครองตน ครองคน และครองงาน ดงั น้ี
๑. มีคณุ ธรรมและจริยธรรมตอ่ ตนเอง (ครองตน) หมายความวา่ นักบริหารตอ้ งรู้จักความเด่นและความดอ้ ย
ของตนเอง นักบริหารต้องหัดมอง ตนและตักเตือนตนเอง ดังพุทธพจน์ท่ีว่า อตตนา.โจทยตตาน จงเตือนตนด้วย
ตนเอง
๒. มีคุณธรรมและจริยธรรมต่อผู้อ่ืนและสังคม (ครองคน รู้คน) หมายถึง ความรอบรู้เก่ียวกับผู้ร่วมงาน
ผบู้ รหิ ารต้องรูว้ ่าใครมีความสามารถในด้านใด เพอื่ จะไดใ้ ชค้ นใหเ้ หมาะกับงาน เน้นที่ นิสัยของคนมี ๖ แบบ ๑) ราคะ
จริต ๒) โทสจริต ๓) โมหจรติ ๔) สทั ธาจริต ๕) พุทธิจริต และ ๖) วติ กจริต
๓. มีคุณธรรมและจริยธรรมต่อหน้าที่การงาน (ครองงาน รู้งาน) รู้งาน หมายถึง ความรอบรู้เก่ียวกับงานใน
ความรับผิดชอบ เพื่อประโยชน์ในการวางแผนบรรจุ บุคลากร อานวยการ และติดตามประเมินผล ความรู้เรื่องงานมี
๒ ลกั ษณะ คือ รู้เทา่ และรูท้ ัน รเู้ ท่า เอาไว้ปอ้ งกนั รทู้ นั เอาไว้แกไ้ ข
หลักธรรมทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับจรรยาบรรณของผูบ้ รหิ ารสถานศกึ ษา
คุณธรรมจรยิ ธรรมของผูบ้ ริหารการศกึ ษาไทย ที่สงั คมไทยคาดหวงั ไวว้ ่า ผู้นาหรือผู้บริหาร องค์การท่ี
ดีได้นั้น ควรจะต้องมีคุณธรรมจริยธรรม ในการครองตน ครองคน และครองงาน โดยอาศัยหลักธรรมที่
หลากหลายมาประยุกตใ์ ชด้ งั นี้
คุณธรรม ๓ หมวดคือ คุณธรรมท่ใี ช้ ในการครองตน ครองคนและครองงานของผ้บู รหิ ารไว้
1.หลกั การบรหิ ารการศกึ ษาดา้ นครองตน มจี านวน ๑๙ หลกั ธรรม
2.หลกั การบริหารการศกึ ษาด้านครองคน มจี านวน ๑๕ หลกั ธรรม
3.หลกั การบรหิ ารการศึกษาดา้ นครองงาน มี จานวน ๑๙ หลกั ธรรม
หลกั ธรรมทเี่ กีย่ วข้องกับจรรยาบรรณของผบู้ รหิ ารสถานศึกษา
คณุ ธรรมท่ีใช้ ในการครองตน ครองคนและครองงาน มีดังน้ี
๑ . กลั ยาณมติ ร ๒. โยนโิ สมนสกิ าร ๓. ธรรมคมุ้ ครองโลก ๒ หริ ิโอตปั ปะ
๔. ธรรมทาให้งาม ๒ ขนั ติคือ โสรัจจะ
๕. ธรรมมอี ปุ การะมาก ๒ ความระลกึ ได้ สมั ปชัญญะคือ ความรชู้ ดั
๖. กุศลมูล ๓ อโลภะ อโทสะ อโมหะ ๗ . สุจรติ ๓ กาย วาจา ใจ
๘. สนั โดษ ๓ ๙. อธปิ ไตย ๓ ๑๐. ฆราวาสธรรม ๔
๑๑. พรหมวิหาร ๔ ๑๒. สงั คหวัตถุ ๔ ๑๓. อธิษฐานธรรม ๔
๑๔. อิทธบิ าท ๔ ๑๕. เบญจธรรม คกู่ ับเบญจศีล ๑๖. พละ ๕
๑๗. กลั ยาณมิตรธรรม ๗
๑๘. สปั ปรุ สิ ธรรม ๗ ธรรมของ สัตบุรษุ คณุ สมบัติของคนดี
๑๙. ทศพศิ ราชธรรม เปน็ ธรรมของ พระราชา
แนวคิดและทฤษฎีที่เกย่ี วข้องกบั จรรยาบรรณ
ท ฤ ษ ฎี ท า ง จ ริ ย ธ ร ร ม มี ร า ก ฐ า น ม า จ า ก อ ง ค์ ค ว า ม รู้ ด้ า น
จริยศาสตร์ (Ethics) หรือ ปรัชญาจริยะ (Moral philosophy) ซ่ึง
จาเริญรัตน์ เจือจันทร์ (2548) อธิบายว่า ทฤษฎีทางจริยธรรมโดยการ
วิเคราะห์แนวความคิด เช่น วิเคราะห์ความถูกต้อง ความผิด
ความพอเหมาะพอควร ความดี หรือความเลว
ทฤษฎีทางจริยธรรมมีความหลากหลายท้ังจากมุมมองของนัก
ปรัชญา นักจิตวิทยา และนักจริยศาสตร์ เป็นต้น ซึ่งเป็นประโยชน์ใน
การพิจารณาหลักคุณธรรมและจรยิ ธรรม
แนวคดิ และทฤษฎที ีเ่ ก่ียวขอ้ งกับจรรยาบรรณ
1. ทฤษฎีทางจริยธรรมเชงิ จริยศาสตร์
1) ทฤษฏีจริยศาสตร์ของ อริสโตเติล (Aristotle) อริสโตเติล
ลกั ษณะคุณธรรมเชิงพุทธปิ ญั ญา
2) ทฤษฎีสัมพัทธนิยมทางจริยธรรม ข้ึนอยู่กับการยึดถือของ
สงั คมทบี่ คุ คลนนั้ อาศัยอยู่
3) ทฤษฎีอัตนิยม มุ่งเน้นตนเองเห็นหลักหรือยึดถือประโยชน์
ส่วนตวั เปน็ ประการสาคญั
4) ทฤษฎอี รรถประโยชนเ์ ชงิ การกระทาและเชิงระเบยี บ
5) ทฤษฎีสุขนิยม เป็นทฤษฎีที่เช่ือว่าความสุขเป็นส่ิงท่ีดีที่สุด
สาหรับมนษุ ย์ ความสุขส่วนตน ความสุขส่วนรวม
แนวคดิ และทฤษฎที เี่ กีย่ วขอ้ งกับจรรยาบรรณ
1. ทฤษฎีทางจริยธรรมเชิงจริยศาสตร์
6) ทฤษฎีจริยธรรมของคานท์ (Kant) เจตนาที่ดีและเกิดจาก
ความตัง้ ใจจรงิ หรอื มมี ลู เหตุทจ่ี ูงใจให้ทาในสิง่ ทีถ่ กู ตอ้ ง
7) ทฤษฎีอภิจริยศาสตร์ วิเคราะห์เชิงลึกในส่ิงท่ีปรากฏว่าคือ
อะไร เพื่อนามากาหนดใหช้ ดั เจน เพอื่ นาไปสกู่ ารแกป้ ญั ญา
8) ทฤษฎีแบบแผน จากแนวความคิดของ รอสส์ (Ross)
กลา่ ววา่ จากหลกั ของพหุนิยม
9) ทฤษฎีอาเวค เป็นทฤษฎที ีก่ ลา่ วถึง จริยภาษา
10) ทฤษฎีบญั ญัตนิ ยิ ม
แนวคิดและทฤษฎีท่ีเกย่ี วข้องกบั จรรยาบรรณ
2. ทฤษฎีจริยธรรมตามแนวศาสนา ศาสนาเป็นแหล่งกาเนิดด้าน
จริยธรรม
1) ทฤษฎจี รยิ ธรรมตามแนวพทุ ธศาสตร์ ประกอบด้วยเหตุและ
ผล เป็นการศึกษาธรรมที่มีความเป็นธรรมชาติ เป็นการศึกษาในเชิง
วิทยาศาสตร์ จากองค์ประกอบในด้าน ธรรมชาติของสสาร การรวมตัว
และการแยกสลายออกจากกันจนไม่มีตัวตนท่ีแน่นอน คือ พระอภิธรรม
ปิฎก ข้อประพฤติปฏิบัติของมนุษย์ต่อธรรมชาติที่จะทาให้สังคมมคี วาม
ส ง บ สุ ข แ ล ะ วิ ธี ก า ร ที่ จ ะ ท า ใ ห้ ม นุ ษ ย์ ห ลุ ด พ้ น จ า ก ค ว า ม ทุ ก ข์ ซ่ึ ง
ได้แก่ เกิด แก่ เจบ็ ตาย คอื พระสตุ ตันตปฎิ ก
แนวคิดและทฤษฎที เี่ กย่ี วขอ้ งกับจรรยาบรรณ
2. ทฤษฎีจรยิ ธรรมตามแนวศาสนา ศาสนาเป็นแหล่งกาเนดิ ดา้ นจริยธรรม
2) ทฤษฎีจริยธรรมตามแนวศาสนาคริสต์ ตามความเชื่อของศาสนาคริสต์ นิกาย
โรมันคาทอลกิ มคี วามเชือ่ ในความจริงหนงึ่ เดยี ว คือ สิง่ ศักดิ์ มีพระเจา้ อยใู่ นหนึ่งเดยี วนั้นหลัก
สงู สุดท่เี ปน็ เกณฑ์คา่ นิยมทางศาสนาอยู่ทีค่ วามรกั รูท้ ี่จะรกั การมชี วี ติ อยู่ ถ้าไมม่ ีความรกั ก็จะไม่
มีค่าอะไร ผู้ที่อยู่กับความรัก คือ ผู้ที่อยู่กับพระเจ้า พิธีกรรมทางศาสนา ประกอบด้วยศีล
ศักด์ิสิทธิ์ 7 ประการ (1) ศีลล้างบาป (2) ศีลอภัยบาป (3) ศีลมหาสนิท (4) ศีลกาลัง
(5) ศีลบรรพชา (6) ศลี สมรส (7) ศีลเจิมคนปว่ ย
3) ทฤษฎีจริยธรรมในศาสนา อิสลาม ศาสนาอิสลามมีข้อปฏิบัติท่ีต้องยึดถือ
5 ประการ คือ การปฏิญาณตน การทาละหมาด การบริจาคทาน ชะกาต การถือศีลอด การ
ประกอบพิธีฮจั ย์
แนวคิดและทฤษฎที ่เี ก่ยี วข้องกบั จรรยาบรรณ
3. ทฤษฎจี รยิ ธรรมเชิงจิตวทิ ยา
ฟรอยด์ (Freud) นักจิตวิทยาผู้นาทฤษฎีจิตวิเคราะห์ พ้ืนฐานความคิดมาจากพฤติกรรมการวาง
เง่ือนไขและปฏกิ ิริยาสะทอ้ น
โดยเฉพาะในเร่ืองของเพศที่เป็นสิ่งที่ได้รับการเน้นหนักในเร่ืองของความดีและความเลว ซ่ึงมี
ผลกระทบในด้านความคิดเชงิ จรยิ ธรรมของบคุ คลในปัจจุบนั
เจมส์ (James) ซ่ึงเป็นนักปรชั ญาและนักจิตวิทยาท่ีเป็นนักปฏิบัตินิยมก็กล่าวว่า คุณค่าของแนวคิด
ต่าง ๆ จะเกิดข้ึนเม่ือมีผลลัพธ์ของการกระทาตามมา ดังนั้น หลักจริยธรรมมีความเช่ือมโยงสัมพันธ์กับ
ปรากฏการณท์ หี่ ลากหลายท่ีเกิดข้นึ ในโลกนี้
จริยธรรมตามแนวความคิดของนักจิตวิทยาเหล่านี้ยังไม่ได้ลงรากฐานสู่พฤติกรรมด้านคุณธรรมและ
จรยิ ธรรมอย่างชดั เจน จนกระท่งั
แนวคิดและทฤษฎที ่เี กีย่ วขอ้ งกับจรรยาบรรณ
3. ทฤษฎีจรยิ ธรรมเชิงจิตวทิ ยา
โคห์ลเบอร์ค (Kohlberg) ได้ทาการศึกษาด้านจริยธรรม จาก
พ้ืนฐานการพัฒนาการด้านความคิดและความเข้าใจ ของเพียเจท์ (Piaget)
ซึ่งได้ศึกษาและอธิบายการแสดงพฤติกรรมตามแนวทางของคุณธรรมและ
จริยธรรมของเด็กในด้าน เจตคติของเด็กที่มีต่อกฎ การตัดสินใจของเด็ก
เกี่ยวกับความถูกต้องและความผิด และการประเมินค่าความยุติธรรมในการ
ตัดสนิ
เพียเจท์ สรปุ ว่า คุณธรรมประกอบขน้ึ ดว้ ยระบบของกฎและความคง
อยู่ของคุณธรรมจะค้นหาได้จากความเช่ือถือซ่ึงแต่ละบุคคลจะพยายามที่จะ
รบั กานนั้ ไว้ (ประภาศรี สหี อาไพ, 2543)
บทสรปุ จรรยาบรรณและความสาคญั ตอ่ ผ้บู ริหารสถานศกึ ษา
จบการนาเสนอ
ขอบคุณทุกทา่ นคะ่