The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by phone041025591, 2020-11-13 09:42:32

ญาณิกา

ญาณิกา

สมุดรวบรวม
คำศัพทช์ ีววิทยำ

จดั ทำโดย
นำงสำวญำณกิ ำ บญุ เสนำะ

ม.5/7 เลขท่ี22
เสนอ

คุณครพู ชรกมล พูลลำย

โรงเรยี นอยุธยำวทิ ยำลัย

บทท่ี 8

1. กลบี ดอกไม้ Petal : มีสสี นั สวยงำม มีกลน่ิ หอมเพ่อื ใชล้ อ่ แมลง

2. กลบี เลย้ี งของดอก Sepal : เป็นส่วนของดอกท่อี ยนู่ อกสุด ทำหนำ้ ทห่ี ่อหมุ้ และปอ้ งกัน
อนั ตรำย

3. กำรถำ่ ยเรณู Pollination : กำรทีเ่ รณถู ่ำยเทออกจำกอับเรณทู ีเ่ ปิดออกของเกสรเพศผูไ้ ปยงั
ยอดเกสรเพศเมยี ที่พรอ้ มจะรับเรณู

4. กำรปฏสิ นธคิ ู่ double fertilization : เป็นรปู แบบกำรปฏิสนธใิ นพืชซงึ่ มีกำรรวมตวั ของ
นวิ เคลยี ส 2 ครงั้

5. เกสรเพศผู้ Stamen : เจรญิ และเปลยี่ นแปลงมำจำกเนื้อเย่อื เจรญิ ปลำยยอด ทำหน้ำที่
สร้ำงเซลล์สบื พนั ธุเ์ พศผู้

6. เกสรเพศเมยี Pistil : เป็นชัน้ ท่ีอยูใ่ นสุด เปล่ียนแปลงมำจำกใบเพอ่ื ทำหน้ำที่สรำ้ งเซลล์
สบื พนั ธ์ุเพศเมยี

7. ดอกชอ่ Inflorescence Flower : ดอกหลำย ๆ ดอกที่อย่บู นก้ำนดอกเดยี วกนั

8. ดอกรวม Composite Flower : เปน็ ดอกช่อชนดิ หนงึ่ ซง่ึ จะประกอบดว้ ยดอกย่อยเล็กๆ
จำนวนมำกรวมอยู่บนฐำนรองดอก มีกำ้ นชูดอกอันเดียวกนั มองดูคล้ำยดอกเดย่ี ว

9. ดอกเดยี่ ว Solitary Flower : ดอกไม้ท่มี ดี อกอยู่เพียงดอกเดยี วบนกำ้ นชูดอกเพียงก้ำนเดยี ว

10. ดอกไมส่ มบรู ณ์ Incomplete flower : ดอกไมท้ ไี่ ม่ไดม้ สี ่วนประกอบครบทง้ั 4 อย่ำงใน 1
ดอก อำจขำดสว่ นประกอบใดสว่ นประกอบหนง่ึ ไป

บทท่ี 8

11. ดอกไมส่ มบรู ณเ์ พศ Imperfect Flower : เป็นดอกที่มีเกสรตัวผหู้ รือเกสรตวั เมยี เพียงอย่ำง
เดียว
12. ดอกสมบรู ณ์ Complete flower : อดอกไมท้ ่ีมสี ว่ นประกอบครบทง้ั 4 อย่ำงใน 1 ดอก
ได้แก่ เกสรตัวผู้ เกสรตัวเมีย กลีบเลีย้ ง กลีบดอก
13. ดอกสมบรู ณเ์ พศ Perfect Flower : เป็นดอกที่มที งั้ เกสรตัวผแู้ ละเกสรตวั เมียในดอก
เดยี วกนั
14. ผนงั ผล pericarp : ส่วนทเี่ จรญิ เปลี่ยนแปลงมำจำกรงั ไข่
15. ผลกลมุ่ aggregate fruit : ผลทเ่ี กิดจำกรังไขห่ ลำยรงั ไขห่ รือกล่มุ ของรงั ไข่ ในดอกเดยี วกนั
16. ผลเดย่ี ว simple fruit : ผลจำกดอก 1 ดอก และมีรงั ไข่ 1 อัน
17. ผลรวม multiple fruit : ผลทเี่ กิดจำกรังไข่ ของดอกแต่ละดอกของ ดอกช่อซึ่งเชอ่ื มรวมกัน
แนน่ รงั ไขเ่ หล่ำนจี้ ะกลำยเปน็ ผลยอ่ ย ๆ เช่ือมรวมกนั แน่นจนคลำ้ ยเปน็ ผลเดยี่ ว
18. รังไข่ ovary : เปน็ โครงสรำ้ งหลกั ของอวัยวะสืบพนั ธเ์ุ พศเมีย ภำยในมอี อวุล
19. ออวลุ ovule : โครงสร้ำงภำยในรังไข่ของพชื ดอก เปน็ ทก่ี ำเนดิ ของเซลลไ์ ข่
20. อบั เรณู anther : สว่ นหนง่ึ ของเกสรเพศผู้มลี ักษณะเป็นกระเปำะ เปน็ แหลง่ สร้ำงและเกบ็
ละอองเรณู

บทท่ี 9

1. ชอ่ งพธิ Pith cavity : เนือ้ เยื่อบรเิ วณกลำงลำต้นและรำก เปน็ เซลลท์ ่ีมผี นังเซลล์บำง

2. เซลลข์ นรำก Root hair cell : เป็นเซลล์เดี่ยวที่มขี นรำกเป็นสว่ นหนึง่ ของผนังเซลลย์ น่ื
ออกไปเพื่อเพ่มิ พื้นทีผ่ ิวในกำรดูดซึมนำ้ และแรธ่ ำตุ

3. เซลลค์ มุ Guard cell : เซลลท์ ี่ทำหน้ำทคี่ วบคมุ กำรปิดเปดิ ของปำกใบ

4. ไซเลม็ Xylem : เนื้อเยือ่ ลำเลยี งนำ้ มีหนำ้ ท่ลี ำเลยี งนำ้ จำกรำกขนึ้ ไปยอด

5. เนือ้ ไม้ Wood : เป็นเน้ือเยอ่ื ของพชื ทีท่ ำหน้ำทล่ี ำเลียงน้ำและแรธ่ ำตตุ ่ำง ๆ ไปสู่ส่วนตำ่ ง ๆ
ของพชื

6. เนอ้ื เยอื่ เจรญิ Meristem tissue : เนือ้ เย่อื ทม่ี ีเซลล์กำลังแบง่ ตวั แบบไมโทซิส เพ่ือสร้ำงเซลล์
ใหม่

7. เนอื้ เยอื่ เจรญิ สว่ นปลำย Apical meristem : เป็นเนื้อเยือ่ เจรญิ ทอี่ ยู่บรเิ วณปลำยยอดหรอื
ปลำยรำก รวมท้ังทตี่ ำ หน้ำทีท่ ำให้ปลำยยอดหรอื ปลำยรำกยดื ยำวออกไป

8. ใบยอ่ ย Leaflet : ใบหลำยๆใบ ท่ีอยู่บนกำ้ นใบอนั เดยี วกัน

9. เปลอื กไม้ bark : สว่ นท่ีอยู่ถดั จำกวำสคิวลำร์แคมเบยี มออกไปขำ้ งนอก

10. แผน่ ใบ. Blade : ลกั ษณะใบมีสเี ขียว รปู รำ่ งตำ่ งๆ กัน

บทที่ 9

11. โฟลเอม็ Phloem : มีหนำ้ ทล่ี ำเลยี งซโู ครสจำกท่สี ร้ำงไปยงั ที่อ่ืนๆ

12. รำกแกว้ tap root : รำกที่ยำวและใหญ่กวำ่ รำกอ่นื ๆทแี่ ยกออกไป ทำหนำ้ ท่ี เปน็ หลกั รบั สว่ น
อื่นๆใหท้ รงตวั อย่ไู ด้

13. รำกแขนง lateral root : รำกท่เี จริญเติบโตออกมำจำก รำกแกว้

14. รำกทตุ ยิ ภมู ิ secondary root : เป็นรำกทีเ่ กิดมำจำกรำกแก้ว มกั จะงอกเอยี งลงในดินหรือ
เกือบขนำนไปกบั ผิวดนิ

15. รำกปฐมภมู ิ primary root : เปน็ รำกทเ่ี กิดโดยตรงมำจำกรำกแรกเกดิ ของเอ็มบรโิ อ เปน็
รำกขนำดใหญ่ ทำหน้ำที่เปน็ รำกหลักของพชื

16. รำกพเิ ศษ Adventitious root : เปน็ รำกท่งี อกจำกส่วนต่ำง ๆ ของพืช

17. ลำตน้ ออ่ น young stem : อยถู่ ดั จำกตำแหน่งใบเรมิ่ เกดิ ลงมำ ลำต้นสว่ นใต้ใบอ่อนก็
ยงั เป็นลำตน้ ระยะที่ยงั เจรญิ ไม่เต็มท่ี

18. เสน้ กลำงใบ Midrib : เป็นเสน้ ใบภำยในใบ ทำหนำ้ ท่ลี ำเลียงสำร

19. เสน้ ใบ Vein : ส่วนที่ตอ่ จำกเสน้ กลำงใบ

20. หใู บ stipule : เปน็ สว่ นของระยำงคท์ ีย่ ืน่ ออกมำตรงโคนใบทีต่ ิดกบั ลำต้น

บทท่ี 10

1. กตั เตชน่ั guttation : กระบวนกำรทพ่ี ชื กำจดั น้ำออกมำในรูปของหยดนำ้

2. กำรคำยนำ้ transpiration : กระบวนกำรท่ีพืชกำจดั นำ้ ออกมำในรูปของไอนำ้

3. กำรซมึ ตำมรเู ลก็ capillary action : กำรซมึ ตำมรเู ล็กเป็นปรำกฎกำรณ์ที่ของเหลวถูกยก
สงู ข้นึ ในหลอดทดลองขนำดเลก็

4. กำรแพร่ diffusion : เป็นกำรเคลื่อนท่ีอนุภำคของสำรจำกบริเวณที่มคี วำมเข้มข้นของสำร
มำกไปยงั บริเวณท่มี ีควำมเข้มข้นของสำรนอ้ ย

5. กำรแพรแ่ บบฟำซลิ เิ ทต facilitated diffusion : กำรลำเลียงสำรจำกบรเิ วณทีม่ คี วำมเขม้ ข้น
ของสำรสูงไปจนถงึ บริเวณท่มี ีควำมเข้มข้นของสำรต่ำ แต่ต้องอำศยั ตวั พำเป็นตัวกลำง ในกำร
แพร่

6. กำรออสโมซสิ osmosis : เป็นกำรแพร่ของน้ำจำกบรเิ วณที่มีนำ้ มำกกวำ่ ไปสู่บริเวณที่มนี ้ำ
นอ้ ยกว่ำ

7. ควำมดนั รำก Root pressure : แรงดันในรำกพชื ทท่ี ำใหน้ ำ้ เคลอื่ นทจ่ี ำกรำกขึน้ สู่ลำต้น

8. ชลศกั ย์ water potential : พลังงำนอสิ ระของนำ้ ต่อหนง่ึ หนว่ ยปรมิ ำตร โดยนำ้ จะมีกำร
เคลอ่ื นท่สี ุทธจิ ำกบรเิ วณ ทีม่ ีชลศกั ย์สงู ไปบรเิ วณท่ีมชี ลศักย์ต่ำ

9. ธำตอุ ำหำรรอง micronutrients : ธำตุอำหำรที่พืชตอ้ งกำรในปริมำณน้อย

10. ธำตอุ ำหำรหลกั macronutrient : ธำตอุ ำหำรทพี่ ืชต้องกำรในปรมิ ำณมำก

บทที่10

11. เนอื้ เยอ่ื ชน้ั ผวิ Epidermis : เป็นกลมุ่ เซลล์ทม่ี กี ำรจดั เรียงตวั อยูช่ ้ันนอกตำมสว่ นตำ่ งๆ ของ
พชื ทำหน้ำทีป่ กคลุมและป้องกนั อันตรำยในพืช

12. เนอ้ื เยอื่ ถำวร Permanent tissue : เปน็ เนอ้ื เยอื่ ซ่ึงเจรญิ เตบิ โตเต็มท่แี ล้ว

13. แบบซมิ พลำสต์ symplast pathway : กำรลำเลียงน้ำจำกเซลลห์ น่ึงส่เู ซลลห์ นึง่ ผ่ำนพ
ลำสโมเดสมำตำ

14. แบบอโพพลำสต์ apoplast pathway : ลำเลียงนำ้ โดยไมผ่ ่ำนเขำ้ สู่เซลล์ แต่เคลื่อนท่ไี ป
ตำมผนังเซลลแ์ ละชอ่ งว่ำงระหว่ำงเซลล์

15. โปรตนี ลำเลยี ง transport protein : เปน็ โปรตีนท่ที ำหน้ำที่ขนส่งโมเลกุลเลก็ ๆ ไปสสู่ ว่ นตำ่ งๆ
ของรำ่ งกำย

16. พลำสโมเดสมำตำ Plastmodesmata : เปน็ ช่องวำ่ งเลก็ จำนวนมำก ทีอ่ ยบู่ นผนังเซลล์ ช่วยทำ
หน้ำที่เช่อื มเซลลท์ อ่ี ย่ใู กลเ้ คียงกนั เพ่ือช่วยในกำรขนถ่ำยส่ิงๆต่ำงๆระหวำ่ งเซลลพ์ ืช

17. รูหยำดนำ้ hydathode : อยปู่ ลำยสดุ ของไซเล็มบริเวณขอบใบหรือปลำยใบ

18. แรงดงึ จำกกำรคำยนำ้ transpiration pull : กำรลำเลียงน้ำจำกรำกสู่ด้ำนบนโดยอำศัยแรงดึง
จำกกำรคำยน้ำเปน็ หลกั

19. เลนตเิ ซล lenticel : รอยทป่ี รแิ ยกทผ่ี วิ เปลือกไม้ พบในพืชทีม่ ีกำรเติบโตแบบทตุ ยิ ภูมิ

20. ไฮโดรโปนกิ ส์ Hydroponics : กำรปลกู พืชโดยไม่ใชด้ ิน โดยใหร้ ำกแชอ่ ยูใ่ นนำ้ ท่ีมีธำตอุ ำหำร
พืชละลำยอยู่

บทท่ี 11

1. กำรถำ่ ยทอดอเิ ลก็ ตรอนแบบเปน็ วฏั จกั ร Cyclic Electron Transfer : กำรถ่ำยทอดอิเลก็ ตรอน
แบบเปน็ วฏั จกั ร

2. กำรถำ่ ยทอดอเิ ลก็ ตรอนแบบไมเ่ ปน็ วฏั จกั ร Noncyclic Electron Transfer : กำรถำ่ ยทอด
อเิ ลก็ ตรอนแบบไมเ่ ป็นวัฏจักร

3. คลอโรฟลี ล์ Chlorophyll : สำรสเี ขยี ว พบในพืช สำหรำ่ ย ไซยำโนแบคทีเรีย

4. คลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟำ้ electromagnetic wave : คลื่นชนิดหนึ่งทีเ่ คลื่อนทโ่ี ดยไมอ่ ำศัยตวั กลำง
โดยอำศยั กำรเหนยี่ วนำกันระหว่ำงสนำมแมเ่ หลก็ และสนำมไฟฟ้ำ

5. คำรบ์ อกซเิ ลชนั Carboxylation : เป็นปฏิกริ ยิ ำของสำรชนดิ หน่ึงท่รี วมตวั กบั แกส๊
คำรบ์ อนไดออกไซด์แลว้ เกดิ หมู่คำร์บอกซิล

6. จุดอมิ่ ตวั ของคำรบ์ อนไดออกไซด์ carbon dioxide saturation point : เม่ือควำมเข้มข้นของ
คำร์บอนไดออกไซด์ในอำกำศเพม่ิ มำกขึ้นถึงจุดหน่ึงอตั รำกำรตรงึ คำรบ์ อนไดออกไซดส์ ุทธิจะไม่
เพ่ิมขึ้น

7. จดุ อม่ิ ตวั ของแสง Light saturation point : จดุ หนึง่ ท่เี มื่อเพม่ิ ควำมเขม้ ข้นของแสงแล้วอตั รำ
กำรตรงึ คำร์บอนไดออกไซดส์ ุทธิจะไม่เพ่มิ ข้ึน

8. ปฏิกริ ยิ ำแสง Light reaction : กำรสร้ำงสำรพลังงำนสงู คือ NADPH และ ATP ในภำวะทม่ี ี
แสงซ่ึงเกิดขึ้นทีไ่ ทลำคอยด์

9. ปัจจยั จำกดั limiting factor : ปัจจัยท่ีมผี ลในกำรจำกัดกำรเจรญิ เติบโต กำรแพรพ่ นั ธุ์ หรือกำร
กระจำยของส่ิงมีชวี ติ ในระบบนเิ วศ

10. โฟโตเรสไพเรชนั photorespiration : หรือกำรหำยใจเชงิ แสง เปน็ ปฏิกริ ยิ ำออกซเิ ดชันทเ่ี กิดขึ้น
ได้ระหว่ำงกำรตรงึ คำรบ์ อนในพชื ใชอ้ อกซิเจนและปลอ่ ยคำร์บอนไดออกไซด์ เกิดข้ึนในขณะท่ีมี
แสง

บทที่ 11

11. ระบบแสง Photosystem : สำรสที ่ีฝังตัวอยู่รวมกนั เป็นกลุ่ม

12. รีดกั ชนั Reduction : ปฏิกริ ยิ ำทม่ี ีกำรรบั อิเล็กตรอน ซ่งึ สำรทรี่ บั อิเลก็ ตรอนจะมเี ลข
ออกซิเดชันลดลง

13. ไลตค์ อมเพนเซชนั พอยต์ Light compensation point : หรือค่ำชดเชยแสง จุดที่ทำให้อัตรำ
กำรสังเครำะหด์ ว้ ยแสงซ่ึงจะดดู คำรบ์ อนไดออกไซด์ และ คำยออกซเิ จน เท่ำกับ อัตรำกำรหำยใจ
ซ่ึงดูดออกซเิ จน และ คำยคำรบ์ อนไดออกไซด์

14. วฏั จกั รแคลวนิ Calvin Cycle : เปน็ กระบวนกำรตรงึ คำรบ์ อนไดออกไซด์ เพือ่ สร้ำง
สำรอนิ ทรยี ์ ซ่งึ ตอ้ งใชส้ ำร ATP และ NADPH ทีไ่ ดจ้ ำกปฏกิ ริ ยิ ำท่ตี ้องใช้แสงมำสงั เครำะห์
นำ้ ตำล กระบวนกำรนี้เกดิ ขึ้นบริเวณสโตรมำ ซึง่ อย่ภู ำยนอกไทลำคอยดแ์ ตอ่ ย่ภู ำยในคลอโรพ
ลำสต์

15. ศูนยก์ ลำงปฏกิ ริ ยิ ำ Reaction Center : คลอโรฟลิ ล์ เอ

16. สถำนะกระตนุ้ excited state : อะตอมทีไ่ ดร้ บั พลังงำนเพิม่ ขึ้น ทำใหอ้ ิเล็กตรอนถูกกระตุน้
ใหอ้ ย่ใู นระดบั พลังงำนสงู ขึ้น

17. สถำนะพน้ื ground state : อะตอมที่อิเลก็ ตรอนซง่ึ เคลอ่ื นท่อี ยูร่ อบนิวเคลยี สมพี ลงั งำน
เฉพำะตัวอยูใ่ นระดับพลังงำนตำ่

18. สำรสี Pigment : ตวั รบั พลงั งำนแสง

19. แสงทต่ี ำมนษุ ยม์ องเหน็ ได้ visible Light : แสงทมี่ ีควำมยำวคล่ืนชว่ ง 400-700 นำโนเมตร

20. อนภุ ำค particle : สสำรท่มี ีปริมำณน้อยมำกหรอื เลก็ มำก

บทท่ี 12

1. กำรตอบสนองตอ่ กำรสมั ผสั thigmotropism : เม่อื สัมผัสพชื จะมกี ำรตอบสนองหลำยๆ
รปู แบบ

2. กำรตอบสนองตอ่ นำ้ hydrotropism : รำกพืชเจรญิ เข้ำหำนำ้ หรือควำมช้นื

3. กำรตอบสนองตอ่ สำรเคมี chemotropism : กำรงอกของหลอดเรณไู ปยงั ออวลุ ของพืชมี
สำรกลมุ่ โปรตนี ทอี่ อวลุ สรำ้ งข้ึนเพื่อกำหมดทศิ ทำงกำรงอก

4. กำรตอบสนองของพชื ตอ่ แรงโนม้ ถว่ ง Geotropism : กำรตอบสนองท่มี ีทิศทำงสัมพนั ธก์ ับ
ทศิ ทำงของแรงโนม้ ถ่วงของโลก

5. กำรเบนเนอ่ื งจำกแสง phototropism : กำรตอบสนองท่ีมีทิศทำงสมั พนั ธ์กบั แสง

6. กำรบำนของดอกไม้ epinasty : กลมุ่ เซลล์ด้ำนในของกลีบดอกขยำยมำกกว่ำด้ำนนอก

7. กำรหบุ ของดอกไม้ hyponasty : กลุ่มเซลลด์ ำ้ นนอกของกลีบดอกขยำยมำกกวำ่ ด้ำนใน

8. จบิ เบอเรลลนิ gibberellins : เกย่ี วข้องกบั กำรยืดตัวของเซลล์ ทำลำยกำรพักตัวของพชื

9. ไซโทไคนนิ cytokinins : เก่ียวขอ้ งกบั กำรแบ่งเซลลข์ องพชื ชะลอกำรแก่ชรำและกระตนุ้ กำร
แตกตำข้ำง

10. ทรอพซิ มึ tropism : แบบมีทศิ ทำงเก่ียวขอ้ งสมั พันธก์ ับส่งิ เร้ำ

บทที่ 12

11. นเู ทชนั nutation : กำรเคลอื่ นไหวแบบสำ่ ย กำรตอบสนองทีเ่ กดิ จำกกำรเจรญิ เติบโตของ
โครงสรำ้ งที่ไม่เทำ่ กนั ทั้งสองดำ้ น

12. แนสตกิ มฟู เมนต์ nastic movement : แบบมีทิศทำงท่ไี ม่สัมพันธ์กบั ทิศทำงของสิง่ เรำ้

13. พลั ไวนสั Pulvinus : โคนก้ำนใบป่อง

14. พืชดนิ เคม็ halophyte : พืชท่ีสำมำรถปลกู บนดนิ เคม็ ได้

15. ภำวะเครยี ด Stress : สง่ิ ทส่ี ง่ ผลกระทบให้พชื ไม่สำมำรถเติบโตเต็มที่ตำมศักยภำพทำง
พนั ธกุ รรม

16. แรงดนั เตง่ turgor pressure : แรงดันทเ่ี กิดข้ึนภำยในเซลล์ เกิดข้ึนเนือ่ งมำจำกนำ้ ออสโม
ซิสเขำ้ ไปภำยในเซลลแ์ ล้วดันให้เซลล์แต่งหรอื บวมข้นึ มำ

17. สภำพพกั ตวั ของเมลด็ seed dormancy : สภำพที่เอมบริโอในเมลด็ สำมำรถคงสภำพและมี
ชีวิตอยู่ไดโ้ ดยไม่เกิดกำรงอก

18. ออกซนิ auxins : เป็นกลุ่มของสำรที่มหี น้ำทเี่ กี่ยวข้องกับกำรขยำยขนำดของเซลล์

19. เอทลิ นิ ethylene : ก๊ำซชนดิ หนง่ึ และจดั เป็นฮอรโ์ มนพืช ควบคมุ กำรแกช่ รำ กำรสุก

20. ฮอรโ์ มนพชื Plant hormones : สำรควบคุมกำรเจรญิ เตบิ โตของพชื


Click to View FlipBook Version