The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ruechakorn, 2021-10-01 01:02:55

สารเสพติด

สารเสพติด

LOGO

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๗

สารเสพติด

ตัวชี้วดั

๑. อธิบายลกั ษณะ อาการของผตู้ ิดสารเสพติดและการป้องกนั การติด
สารเสพติด (พ ๕.๑ ม.๑/๒)

๒. อธิบายความสมั พนั ธ์ของการใชส้ ารเสพติดกบั การเกิดโรคและ
อบุ ตั ิเหตุ (พ ๕.๑ ม.๑/๓)

๓. แสดงวธิ ีการชกั ชวนผอู้ ื่นใหล้ ด ละ เลิก สารเสพติด โดยใชท้ กั ษะ
ต่าง ๆ (พ ๕.๑ ม.๑/๔)

ผงั สาระการเรียนรู้

สารเสพติด

สารเสพติดเม่ือเสพเขา้ สู่ร่างกาย จะส่งผลกระทบต่อร่างกายทาให้
เกิดความผดิ ปกติทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรม และยงั
ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ ทาใหข้ าดสติ เป็นเหตุทาใหเ้ กิด
อุบตั ิเหตุไดง้ ่าย การมีทกั ษะท่ีดีในการชกั ชวนใหผ้ ทู้ ่ีเสพสารเสพติด
ลด ละ เลิก ซ่ึงจะเป็นสิ่งที่ทาใหผ้ ตู้ ิดสารเสพติดเชื่อ

๑. ลกั ษณะอาการของผู้ตดิ สารเสพตดิ และการป้องกนั สารเสพตดิ

สารเสพตดิ หมายถึง สารหรือยาท่ีอาจเป็นผลิตภณั ฑธ์ รรมชาติ
หรือจากการสงั เคราะห์ ซ่ึงเม่ือเสพเขา้ สู่ร่างกายไม่วา่ จะโดยการกิน
ดม สูบ ฉีด หรือดว้ ยประการใด ๆ แลว้ จะทาใหเ้ กิดผลต่อร่างกาย
และจิตใจในลกั ษณะสาคญั เช่น ตอ้ งเพ่มิ ขนาดการเสพข้ึนเรื่อย ๆ
มีอาการอยากยาเม่ือไม่ไดเ้ สพ มีความตอ้ งการเสพท้งั ร่างกายและ
จิตใจอยา่ งรุนแรงและต่อเนื่อง สุขภาพโดยทวั่ ไปจะทรุดโทรมลง

ประเภทของสารเสพติด แบ่งได้หลายรูปแบบตามลกั ษณะต่าง ๆ ดงั นี้

๑. แบ่งตามแหล่งทเี่ กดิ ซ่ึงจะแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ

๑.๑ สารเสพตดิ ธรรมชาติ (Natural Drugs) คือ สารเสพติดที่ผลิตมาจากพืช
เช่น ฝ่ิน กระท่อม กญั ชา

๑.๒ สารเสพตดิ สังเคราะห์ (Synthetic Drugs) คือ สารเสพติดที่ผลิตข้ึน
ดว้ ยกรรมวธิ ีทางเคมี เช่น เฮโรอีน (Heroin) แอมเฟตามีน (Amphetamine)

๒. แบ่งตามพระราชบญั ญตั ิยาเสพตดิ ให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒
ซ่ึงจะแบ่งออกเป็น ๕ ประเภท คือ

ประเภทท่ี ๑ ไดแ้ ก่ เฮโรอีน แอลเอสดี (Lysergic acid diethylamide : LSD)
แอมเฟตามีนหรือยาบา้ ยาอี (Ecstacy) หรือยาเลิฟ (Love)
ประเภทท่ี ๒ สารเสพติดประเภทน้ีสามารถนามาใชเ้ พือ่ ประโยชนท์ าง
การแพทยไ์ ด้ แต่ตอ้ งใชภ้ ายใตก้ ารควบคุมของแพทย์ และใชเ้ ฉพาะกรณีท่ี
จาเป็นเท่าน้นั ไดแ้ ก่ ฝ่ิน มอร์ฟี น (Morphine) โคเคน (Cocaine) โคเดอีน
(Codeine) และเมทาโดน (Methadone)

ประเภทท่ี ๓ สารเสพติดประเภทน้ีเป็นสารเสพติดใหโ้ ทษที่มีสารเสพติดประเภท
ท่ี ๒ ผสมอยดู่ ว้ ย มีประโยชนท์ างการแพทย์ การนาไปใชเ้ พื่อจุดประสงคอ์ ่ืน
หรือเพ่อื เสพติด จะมีบทลงโทษกากบั ไว้ ไดแ้ ก่ ยาแกไ้ อที่มีโคเดอนี ยาแกท้ อ้ งเสีย

ท่ีมีฝิ่นผสมอยดู่ ว้ ย ยาฉีดระงบั ปวดต่าง ๆ เช่น มอร์ฟี น เพทิดนี (Pethidine)
ซ่ึงสกดั มาจากฝิ่น

ประเภทท่ี ๔ คือ สารเคมีที่ใชใ้ นการผลิตสารเสพติดใหโ้ ทษ ประเภทท่ี ๑ หรือ
ประเภทที่ ๒ สารเสพติดประเภทน้ีไม่มีการนามาใชป้ ระโยชนใ์ นการบาบดั โรค
แต่อยา่ งใด และมีบทลงโทษกากบั ไวด้ ว้ ย ไดแ้ ก่ น้ายาอาเซติกแอนไฮไดรด์
(Acetic Anhydride) และอาเซติลคลอไรด์ (Acetyl Chloride) ซ่ึงใชใ้ นการเปลี่ยน

มอร์ฟี นเป็นเฮโรอีน สารซูโดอีเฟดรีน (Pseudoephedrine) ซ่ึงสามารถใชใ้ นการ
ผลิตยาบา้ ได้ และวตั ถุออกฤทธ์ิต่อจิตประสาทอีก ๑๒ ชนิด ที่สามารถนามาผลิต

ยาอีและยาบา้ ได้

ประเภทที่ ๕ เป็นสารเสพติดใหโ้ ทษท่ีไม่ไดเ้ ขา้ ข่ายอยใู่ นสารเสพติด
ประเภทที่ ๑ ถึง ๔ ไดแ้ ก่ ทุกส่วนของพชื กญั ชา ทุกส่วนของพชื กระท่อม

เห็ดข้ีควาย

๓. แบ่งตามการออกฤทธ์ิต่อจติ ประสาท ซ่ึงแบ่งออกเป็น ๔ ประเภท คือ

๓. ๑ สารเสพติดประเภทกดประสาท ไดแ้ ก่ ฝ่ิ น
มอร์ฟี น เฮโรอีน สารระเหย และยากล่อม
ประสาท
๓.๒ สารเสพติดประเภทกระตุน้ ประสาท
ไดแ้ ก่ แอมเฟตามีน กระท่อม และโคเคน
๓.๓ สารเสพติดประเภทหลอนประสาท ไดแ้ ก่
แอลเอสดี ดีเอม็ ที (DMT) และเห็ดข้ีควาย
๓.๔ สารเสพติดประเภทออกฤทธ์ิผสมผสาน
กล่าวคือ อาจกดประสาท กระตุน้ ประสาทหรือ
หลอนประสาทไดพ้ ร้อม ๆ กนั เช่น กญั ชา

๑.๑ ลกั ษณะของผู้ตดิ สารเสพติด

สารเสพติดมีส่วนประกอบของสารพษิ ที่เป็นอนั ตรายต่อร่างกายและส่งผลกระทบ
ต่อจิตใจผทู้ ่ีติดสารเสพติดจึงมีลกั ษณะอาการและพฤติกรรมที่แปลกไปจากคนปกติ
ลกั ษณะผตู้ ิดสารเสพติด มีดงั น้ี

ลกั ษณะของผู้ตดิ สารเสพตดิ

๑. ลกั ษณะทาง มีความรับผดิ ชอบนอ้ ยลง ไม่มีระเบียบวนิ ยั ปฏิเสธความผดิ พลาดของตนเอง
พฤติกรรม และมกั กลา่ วโทษวา่ ผอู้ ่ืนทาผิด อาจทาผดิ กฎหมาย หรือกา้ วร้าวถึงข้นั ทาร้าย

ผอู้ ่ืนหรือแมแ้ ต่บิดามารดาของตนเองได้

๒. ลกั ษณะทาง มีความคิดวนเวยี นในขอบเขตจากดั คิดเร่ืองเดิม ๆ ซ้า ๆ ดว้ ยเหตุผลเดิม
ความคิด ไม่พยายามหาคาตอบ ขอ้ ยตุ ิ หรือทางออกในปัญหาที่เกิดข้ึน

ลกั ษณะของผู้ติดสารเสพติด

๓. ลกั ษณะทาง จดั การกบั ความรู้สึกของตนเอง หมกมุ่นอยกู่ บั ความรู้สึกใดความรู้สึกหน่ึง
ความรู้สึก เป็นเวลานาน ๆ ซ่ึงมกั เป็นความรู้สึกในแง่ที่ไม่ดีหรือในแง่ลบ

๔. ลกั ษณะทาง มีจิตใจอ่อนไหว คลอ้ ยตามหรือเช่ือคนอ่ืนง่าย จิตใจไม่มนั่ คง มกั ติดเพ่ือน
บุคลิกภาพ เพราะอยคู่ นเดียวไม่ค่อยได้ ตอ้ งพ่งึ คนอ่ืนหรือพ่ึงพากลุม่ ไม่กลา้ แสดงออก

ข้ีอาย ชอบแยกตนเองจากผอู้ ่ืน

๕. โลกทศั น์ ผทู้ ี่ติดสารเสพติดมกั จะมีโลกทศั นส์ ่วนตวั ของตน รู้สึกวา่ เขา้ กบั คนรอบขา้ ง
ของผตู้ ิด ไม่ได้ เป็นคนไม่มีจุดหมายในชีวติ
สารเสพติด

โลกทศั น์ของผตู้ ิดสารเสพติด มกั จะมีความคิด
ทศั นคติ หรือความเช่ือท่ีไม่ถูกตอ้ ง เช่น

❖“การแยกตวั จากคนอื่น อยคู่ นเดียว คือความสุขสบาย

ของฉนั ”
❖“ฉนั รู้สึกเขา้ กบั คนอื่น ๆ ไม่ไดเ้ ลยแมจ้ ะเป็น

คนใกลต้ วั ”
❖“ฉนั ไม่มีความสามารถพอท่ีจะทาตวั ใหด้ ีไปกวา่
ที่เป็นอยนู่ ้ี”
❖“ฉนั ตอ้ งการหนีความยงุ่ ยากในชีวิต จะดว้ ยวิธีใด
กไ็ ด”้
❖“ในโลกน้ีไม่มีใครเขา้ ใจฉนั เลยสกั คน”

๑.๒ อาการของผู้ตดิ สารเสพตดิ

อาการผดิ ปกติทางร่างกาย

๑) ตาโรย ประกายตาไม่แจ่มใส ๙) มกั ใส่เส้ือแขนยาวเพื่อปกปิ ด
และอาจมีน้าตาไหล รอยเขม็ ฉีดยาและรอยกรีดแขน
๒) น้ามูกไหลคลา้ ยคนเป็นหวดั
๓) เหงื่อออกมาก กลิ่นตวั เหมน็ ๑๐) มือสนั่ ตวั สน่ั
๔) ริมฝีปากเขียวคล้า แหง้ แตก ๑๑) เสียการทรงตวั หกลม้ ง่าย
๕) พดู จาสบั สน ๑๒) มกั แต่งกายและมีร่างกาย
๖) มีรอยเขม็ ฉีดยาหรือรอยกรีด
บริเวณแขน สกปรก
๗) มีคราบเหลืองสกปรกตาม
นิ้วมือ ๑๓) มีรอยผน่ื แดงที่ปากและ
๘) น้าหนกั ตวั ลดลงมาก ผอมโซ
จมูก

๑๔) มีอาการไอเร้ือรัง
๑๕) มีอาการชาตามมือ แขน ขา

อาการผดิ ปกตทิ างจิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรม

มอี าการขาดสารเสพตดิ มอี าการวกิ ลจริต

๑) กระวนกระวาย ๑) ประสาทหลอนมองเห็นภาพหลอน
๒) ผดุ ลุกผดุ นงั่ ๒) มีอาการหวาดระแวงวา่ จะมีคนมา
๓) หงุดหงิด ทาร้าย
๔) โกรธง่าย ๓) อาจถึงข้นั ทาร้ายผอู้ ่ืน หรือจบั ผอู้ ื่นเป็น
๕) กา้ วร้าว ตวั ประกนั
๖) อาจใชค้ วามรุนแรง ๔) มีอาการหูแวว่ ไดย้ นิ เสียงคนพูด
๗) ออ่ นเพลีย ท้งั ๆ ท่ีไม่มีใครพดู
๘) เบ่ืออาหาร ๕) มีอาการกา้ วร้าว
๙) นอนไม่หลบั
๑๐) อารมณ์แปรปรวน

อาการผดิ ปกตทิ างจิตใจ อารมณ์ และพฤติกรรม

มอี าการทางสมอง มีพฤตกิ รรมผดิ ปกตใิ นกจิ วัตรประจาวนั

๑) มีอาการสบั สน ๑) หายจากบา้ นไปโดยไม่บอกกล่าวเป็น
๒) เซ่ืองซึมมาก เวลานาน ๆ
๓) ไม่รับรู้ความเป็นไปรอบตวั ๒) ขาดเรียนบ่อยโดยไม่มีสาเหตุ
๔) สมาธิและความจาสูญเสีย ๓) มกั มีพฤติกรรมโกหก
๕) พดู จาผดิ ปกติ คาพดู ฟังไม่รู้เรื่อง ๔) ทาตวั ห่างเหินกบั บุคคลในครอบครัว
ไม่เขา้ ใจคาพดู ของผอู้ ่ืน ๕) ขาดความรับผดิ ชอบในการทางาน

๑.๓ การป้องกนั การตดิ สารเสพตดิ

วยั รุ่น วยั เรียน เป็นช่วงวยั หวั เล้ียวหวั ต่อของชีวิต เป็นวยั อยากรู้ อยากลอง
รักพวกพอ้ ง รักเพ่ือน เช่ือเพื่อน ซ่ึงจากลกั ษณะดงั กล่าวอาจนาวยั รุ่นเขา้ สู่วงจร
ของการใชส้ ารเสพติดได้ ซ่ึงสารเสพติดท่ีมกั ใชใ้ นวยั รุ่น ไดแ้ ก่ บุหรี่ ซ่ึงเป็น
สารเสพติดท่ีไม่ผดิ กฎหมาย หาซ้ือไดง้ ่าย จึงระบาดมากในกลุ่มวยั รุ่นที่มี
ความเช่ือที่ผดิ คิดวา่ การสูบบุหร่ีเป็นส่ิงท่ีโกเ้ ก๋ ทาใหโ้ ตเป็นผใู้ หญ่ เพือ่ น ๆ
และสงั คมใหก้ ารยอมรับ รวมท้งั การถูกชกั ชวนจากเพ่ือนหรือรุ่นพท่ี าให้
ไม่กลา้ ปฏิเสธ และความอยากรู้อยากลอง ทาใหม้ ีโอกาสติดบุหรี่ไดง้ ่ายและ
นาไปสู่การใชส้ ารเสพติดท่ีรุนแรงมากข้ึนต่อไป ดงั น้นั เราจึงตอ้ งรู้จกั
สร้างภูมิคุม้ กนั ใหต้ นเอง ไม่หลงเช่ือคาชกั ชวนใหส้ ูบบุหรี่ของผอู้ ่ืน
เพอื่ เป็นเกราะป้องกนั การติดสารเสพติด แนวทางป้องกนั การติดสารเสพติด
มีดงั น้ี



๑) รู้จกั ป้องกนั ตนเองโดยการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกบั สารเสพติดชนิดต่าง ๆ
๒) ไม่หลงเชื่อคาชกั ชวนใหเ้ สพสารเสพติด ไม่วา่ จะเป็นสารเสพติดชนิดใด

๓) ฝึกปฏิบตั ิการปฏิเสธเพ่ือนเมื่อถูกชวนใหท้ ดลองเสพสารเสพติดทุกชนิด
๔) ไม่แกป้ ัญหาโดยใชส้ ารเสพติด
๕) รู้จกั เลือกคบเพือ่ น ไม่ควรคบเพอื่ นท่ีชกั จูงเขา้ ไปเก่ียวขอ้ งกบั สารเสพติด
๖) ไม่มว่ั สุมกบั เพ่อื น โดยเฉพาะการมว่ั สุมกนั ในสถานเริงรมยต์ ่าง ๆ
๗) รู้จกั ใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ ป็นประโยชน์ ทากิจกรรมที่เป็นประโยชนท์ ้งั ต่อตนเอง
ครอบครัว และสงั คม
๘) สร้างสมั พนั ธภาพที่ดีในครอบครัว โดยการปฏิบตั ิตนเป็นลูกที่ดีของพอ่ แม่
ผปู้ กครอง ทาหนา้ ท่ีตนเองใหด้ ีท่ีสุด

การติดสารเสพติดนอกจากจะส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจของผเู้ สพแลว้
ยงั ส่งผลกระทบต่อครอบครัว สงั คม และประเทศชาติอีกดว้ ย ดงั น้นั จึงควร
หลีกเลี่ยงและใชช้ ีวติ ใหห้ ่างไกลจากสารเสพติด รวมท้งั ควรสงั เกตลกั ษณะ
และพฤติกรรมของบุคคลใกลช้ ิดท่ีมีโอกาสเส่ียงต่อการติดสารเสพติด เพอ่ื จะ
ไดท้ าการช่วยเหลือไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและทนั เวลา

๒. ความสัมพนั ธ์ของการใช้สารเสพตดิ กบั การเกดิ โรคและอุบัตเิ หตุ

สารเสพติดที่เสพเขา้ ไปน้นั ไม่วา่ จะดว้ ยวธิ ีสูบ ด่ืม กิน ฉีด หรือดว้ ย
วิธีใด ๆ กต็ าม สารเสพติดน้นั จะเขา้ สู่ร่างกาย แลว้ ไปออกฤทธ์ิต่อร่างกายและ
จิตประสาทของผเู้ สพ ทาใหเ้ กิดโรคภยั ไขเ้ จบ็ ต่าง ๆ และก่อใหเ้ กิดอุบตั ิเหตุ
ข้ึนได้ ดงั น้นั พิษภยั ของสารเสพติดที่มีต่อร่างกายและจิตประสาทของผเู้ สพ
จึงมีความสมั พนั ธก์ บั การเกิดโรคและอุบตั ิเหตุดว้ ย

๒.๑ พษิ ภยั ของสารเสพติดท่ีมตี ่อจิตประสาท

สารเสพติดท่ีออกฤทธ์ิต่อจิตประสาทของผเู้ สพแบ่งเป็น ๔ ประเภท ดงั น้ี

๑) สารเสพตดิ ประเภทกดประสาท

สารเสพติดประเภทน้ีจะออกฤทธ์ิกดระบบประสาทส่วนกลางในส่วนท่ี
ควบคุมความรู้สึกและกดระบบประสาทในสมองอยา่ งรุนแรงจนทาใหส้ มองมึนชา
ความคิดอา่ นชา้ ลง อาจทาใหป้ ัญญาออ่ นได้ นอกจากน้ียงั กดระบบการทางานของ
อวยั วะอ่ืน ๆ ดว้ ย เช่น กดศูนยก์ ารหายใจ ทาใหก้ ารเตน้ ของหวั ใจชา้ ลง หายใจชา้
หายใจติดขดั สารเสพติดที่ออกฤทธ์ิกดประสาท ไดแ้ ก่ ฝิ่น มอร์ฟี น เฮโรอีน
ยานอนหลบั สารระเหย ยาระงบั ประสาทต่าง ๆ

๒) สารเสพติดประเภทกระตุ้นประสาท

สารเสพติดประเภทน้ีจะออกฤทธ์ิกระตุน้ ประสาททาใหต้ ื่นตวั ไม่ง่วง
ไม่หิว ซ่ึงจะเป็นไปชวั่ ขณะหน่ึง แตเ่ ม่ือหมดฤทธ์ิยาแลว้ จะมีอาการหดหู่ ซึมเศร้า
และอ่อนเพลียอยา่ งมาก เพราะร่างกายถูกฝืนใหท้ างานหนกั เกินกาลงั ในขณะท่ี
สารเสพติดยงั ออกฤทธ์ิอยู่ ถา้ ใชไ้ ปนาน ๆ จะทาใหส้ มองมีความเครียด เส่ือมโทรมลง
มีอาการเสื่อมทางจิตใจ จนอาจเกิดประสาทหลอนหรือคลุม้ คลงั่ ได้ สารเสพติดท่ี
ออกฤทธ์ิกระตุน้ ประสาท ไดแ้ ก่ ยาบา้ กระท่อม โคเคน ยาอี

๓) สารเสพติดประเภทหลอนประสาท

สารเสพติดประเภทน้ีจะออกฤทธ์ิท่ีสมองส่วนที่รับรู้สัมผสั ท้งั ๕ (การมองเห็น
การไดย้ นิ การดมกลิ่น การชิมรส การสมั ผสั ) จนทาใหก้ ารรับรู้บิดเบือนไปจากความ
เป็นจริง เช่น เห็นภาพลวงตา หูแวว่ การดมกลิ่น และชิมรสผดิ เพ้ียนไป ถา้ ฤทธ์ิ
หลอนประสาทเกิดข้ึนมาก ๆ จะทาใหผ้ เู้ สพกลายเป็นโรคจิตได้ สารเสพติดท่ีออกฤทธ์ิ
หลอนประสาท ไดแ้ ก่ แอลเอสดี ยาเค (Ketamine) เมสคาลีน (Mescaline) เห็ดข้ีควาย

๔) สารเสพติดประเภทออกฤทธ์ิผสมผสาน

สารเสพติดประเภทน้ีจะออกฤทธ์ิท้งั กดประสาท กระตุน้ ประสาท
และหลอนประสาท เร่ิมจากออกฤทธ์ิกระตุน้ ประสาททาใหส้ มองต่ืนตวั กระปร้ีกระเปร่า
หวั ใจเตน้ เร็ว ตอ่ มาจะออกฤทธ์ิกดประสาท ทาใหส้ มองมึนชา ความคิดความอา่ นชา้ ลง
กดศูนยค์ วบคุมการหายใจ ทาใหห้ ายใจชา้ หวั ใจเตน้ ชา้ จากน้นั จะออกฤทธ์ิหลอนประสาท
เพอ้ ฝัน ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ จึงทาใหส้ มองเส่ือมโทรม จนถึงข้นั ทาให้
ความจาเสื่อม สารเสพติดท่ีออกฤทธ์ิผสมผสาน ไดแ้ ก่ กญั ชา

๒.๒ พษิ ภัยของสารเสพตดิ ทีม่ ตี ่อร่างกาย

พิษภยั ของสารเสพติดแตล่ ะชนิดมีผลต่อร่างกายผเู้ สพ ดงั น้ี

➢ฝ่ิ น ทาใหเ้ ซ่ืองซึม ร่างกายทรุดโทรม ซูบผอม ตวั เหลือง ปวดตามกลา้ มเน้ือ ริมฝีปากเขียว

➢มอร์ฟี น ทาลายประสาทตาจนถึงข้นั ตาบอดสี ทาใหห้ ลอดเลือดตีบ หวั ใจเตน้ เร็ว
ไตอกั เสบ กลา้ มเน้ือไม่มีแรง มีเลือดออกในกระเพาะอาหาร

➢เฮโรอนี ทาใหป้ วดกลา้ มเน้ือ ปวดกระดูก ความจาเส่ือม ทาลายภูมิคุม้ กนั โรค
➢ยาบ้า ทาใหอ้ ุณหภูมิในร่างกายสูงข้ึน อาจมีเลือดออกในสมอง ร่างกายทรุดโทรม

มีอาการประสาทหลอน เกิดความเครียด หวาดระแวง ภูมิคุม้ กนั ของร่างกายลดลง
➢ยาไอซ์ ทาใหค้ วามดนั โลหิตสูง อตั ราการเตน้ ของหวั ใจเร็วข้ึนและผิดปกติ มือและนิ้วส่นั

คล่ืนไส้ อาเจียน ปวดศีรษะรุนแรง ปอดและไตทางานผดิ ปกติ ประสาทหลอน

➢ยาอี ทาใหอ้ ุณหภูมิของร่างกายสูงข้ึน หายใจเร็ว นอนไม่หลบั กลา้ มเน้ือกระตุก

➢สารระเหย พิษของสารระเหยแบ่งเป็น ๒ ระยะ คือ

๑) ระยะเฉียบพลนั จะมีอาการคลา้ ยคนเมาสุรา แน่นหนา้ อก ตาพร่า จมูกบวม
ปวดศีรษะอยา่ งรุนแรง หวั ใจเตน้ ผดิ จงั หวะ

๒) ระยะเร้ือรัง เม่ือสูดดมสารระเหยเป็นเวลานาน ๆ พิษจะไปทาลายระบบประสาท
สมองจะพิการ ความจาเสื่อม ความคิดอ่านชา้ ลง ไม่สามารถควบคุมการเคล่ือนไหว
ร่างกายไดด้ ีดงั เดิม มือส่ัน ตวั สนั่ ระบบทางเดินหายใจถูกทาลาย ทาใหห้ ลอดลม
อกั เสบ เยอื่ จมูกอบั เสบมีเลือดออกทางจมูก ปอดอกั เสบ ระบบไหลเวยี นโลหิต
ถูกทาลาย ไขกระดูกหยดุ สร้างเมด็ เลือด ระบบปัสสาวะถูกทาลายทาใหไ้ ตพกิ าร
ปัสสาวะเป็นเลือด ระบบทางเดินอาหารผดิ ปกติ ทาใหป้ วดศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน
ระบบกลา้ มเน้ือถูกทาลาย ทาใหก้ ลา้ มเน้ืออ่อนแรง

➢โคเคน ทาใหอ้ ุณหภูมิในร่างกายสูงข้ึน ปวดทอ้ ง คลื่นไส้อาเจียน ออ่ นเพลีย ซูบซีด
หวั ใจเตน้ ไม่เป็นจงั หวะ ระบบไหลเวยี นโลหิตลม้ เหลว

➢กญั ชา ทาใหห้ วั ใจเตน้ เร็ว ความดนั โลหิตลดลง ตาแดง อุณหภูมิในร่างกายลดลง
มีความอยากอาหารมากข้ึน กระหายน้า มือสั่น บางคนอาจมีอาการทอ้ งเดิน อาเจียน

➢กระท่อม จะทาใหท้ นแดด แต่กลวั ฝน มึนงง คอแหง้ คลื่นไส้อาเจียน ออ่ นเพลีย
ปวดเม่ือยตามขอ้ ขา เอว นอนไม่หลบั เบื่ออาหาร

➢ยานอนหลบั ทาใหค้ วามดนั โลหิตต่า ทอ้ งผกู ออ่ นเพลีย ถา้ อาการรุนแรงอาจชกั ได้

➢ยากล่อมประสาท ทาใหเ้ มาคา้ ง เม่ือหยดุ อาจมีอาการมือส่นั กระวนกระวาย นอนไม่หลบั

➢บุหรี่ ทาใหน้ อนไม่หลบั หวั ใจเตน้ เร็ว ความดนั โลหิตสูง เป็นแผลในกระเพาะอาหาร
หลอดเลือดแดงตีบตนั ปลายประสาทอกั เสบ ชาตามมือเพราะขาดเลือดมาหลอ่ เล้ียง
ถา้ เกิดกบั หลอดเลือดท่ีเล้ียงหวั ใจ อาจถึงข้นั หวั ใจวายได้ การสูบบุหร่ีนาน ๆ ร่างกายจะ
สะสมสารพิษทาใหเ้ ป็นโรคปอด มะเร็งปอดและถุงลมโป่ งพอง

➢สุรา ทาใหเ้ ป็นโรคพิษสุราเร้ือรัง ซ่ึงมีอาการใบหนา้ บวมฉุ หนา้ แดง ตาแดง ผวิ หนงั คล้า
ลมหายใจมีกลิ่นแอลกอฮอล์ สติปัญญาเส่ือม ควบคุมตนเองไม่ได้ จิตผดิ ปกติ กลา้ มเน้ือ
อ่อนเปล้ีย กระเพาะอาหารและหลอดอาหารเป็นแผล ตบั แขง็

➢แอลเอสดี ในขณะเสพจะมีอารมณ์สนุกสนานรื่นเริง ตอ่ มาจะเห็นภาพหลอน เห็นภาพ
ชดั กวา่ ปกติ อาจคิดวา่ ตนเองบินไดจ้ ึงกระโดดลงมาจากตึกสูงและอาจเป็นโรคจิตได้

๒.๓ ความสัมพนั ธ์ของการใช้สารเสพติดกบั การเกดิ โรค

การใชส้ ารเสพติดทาใหเ้ กิดโรคภยั ไขเ้ จบ็ ต่าง ๆ มากมาย และมกั เป็นโรคท่ีมี
อนั ตรายต่อชีวติ คนเราแทบทุกโรค ดงั น้ี

๑) บุหรี่กบั การเกดิ โรค การสูบบุหรี่จะทาใหเ้ กิดโรคมะเร็งปอด โรคในช่องปาก

โรคหวั ใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคถุงลมโป่ งพอง โรคแผลในกระเพาะอาหาร
ในหญิงมีครรภถ์ า้ สูบบุหรี่จะทาใหเ้ กิดโรคแทรกซอ้ นและทารกท่ีคลอดออกมาจะมีน้า
หนกั ตวั นอ้ ยกวา่ ปกติ

๒) สุรากบั การเกดิ โรค การดื่มสุราจะทาใหเ้ กิดโรคพิษสุราเร้ือรัง โรคแผลใน

กระเพาะอาหาร โรคตบั แขง็ โรคมะเร็งตบั โรคมะเร็งหลอดอาหาร โรคมะเร็ง-

กระเพาะอาหาร โรคความดนั โลหิตสูง โรคหวั ใจขาดเลือด โรคปลายประสาทอกั เสบ
โรคสมองเส่ือม โรคอมั พฤกษ์ อมั พาต โรคทางจิตเวช เช่น โรคซึมเศร้า โรคจิตเภท
นอกจากน้ี สุรายงั อาจนาไปสู่การเกิดโรคเอดส์ไดอ้ ีกดว้ ย ถา้ ดื่มสุราจนมึนเมาแลว้
ไปมีเพศสมั พนั ธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามยั

๓) โคเคนกบั การเกดิ โรค การเสพโคเคนจะทาใหเ้ กิดโรคไอเร้ือรัง หลอดลมอกั เสบ

ปอดอกั เสบ โรคไซนสั อกั เสบ โรคหวั ใจขาดเลือด โรคลมบา้ หมู ชกั และอาจเป็นโรคเอดส์
เพราะสาส่อนทางเพศ เนื่องจากเสพแลว้ มกั ขาดความยบั ย้งั ชงั่ ใจ ไม่หวงเน้ือหวงตวั

๔) ยาบ้ากบั การเกดิ โรค การเสพยาบา้ จะทาใหเ้ กิดโรคทางจิตเวช และโรคเอดส์จาก

การมีเพศสัมพนั ธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามยั โรคหวั ใจ โรคลมบา้ หมู ชกั และเป็น
โรคติดเช้ือไดง้ ่ายเพราะร่างกายไม่แขง็ แรง

๕) กญั ชากบั การเกดิ โรค การเสพกญั ชาจะทาใหเ้ กิดโรคมะเร็ง เพราะในกญั ชามี

สารก่อมะเร็งมากกวา่ บุหรี่ โรคหลอดลมอกั เสบ โรคถุงลมโป่ งพอง โรคหวั ใจขาดเลือด

๖) สารระเหยกบั การเกดิ โรค การดมสารระเหยทาใหเ้ กิดโรคสมองเส่ือม อมั พฤกษ์

อมั พาต โรคหวั ใจ โรคตบั อกั เสบ โรคปอดอกั เสบ โรคโพรงจมูกอกั เสบ

๗) เฮโรอนี กบั การเกดิ โรค การเสพโดยวธิ ีฉีดร่วมกนั อาจทาใหเ้ กิดโรคเอดส์ได้

นอกจากน้ียงั ทาใหเ้ กิดโรคตบั อกั เสบ วณั โรค ผนงั หวั ใจอกั เสบ บาดทะยกั จากการเสพ
โดยวธิ ีฉีด

๘) ยาอี แอลเอสดี กบั การเกดิ โรค การเสพยาอี แอลเอสดี มกั จะทาใหเ้ กิด

โรคทางจิตได้

๒.๔ ความสัมพนั ธ์ของการใช้สารเสพตดิ กบั การเกดิ อุบตั เิ หตุ

สารเสพติดที่เสพเขา้ ไปในร่างกายจะออกฤทธ์ิโดยตรงต่อจิตประสาท ดงั น้นั
จึงทาใหผ้ เู้ สพมีจิตประสาทที่บกพร่องไป ซ่ึงจะทาใหเ้ กิดอุบตั ิเหตุ ดงั น้ี

๑) เกดิ อบุ ัติเหตุขณะขบั รถ สารเสพติดทุกชนิดเม่ือเสพแลว้ จะเกิดอาการมึนเมา

ทาใหข้ าดสติสมั ปชญั ญะ เม่ือขบั รถกม็ กั จะก่อใหเ้ กิดอุบตั ิเหตุได้ ท่ีพบบ่อยมากท่ีสุดกค็ ือ
การดื่มสุราจนมึนเมาแลว้ ขบั รถไปชนรถคนั อื่น ชนวตั ถุ ชนคน ขบั รถตกถนน จนทาให้
ไดร้ ับบาดเจบ็ เสียชีวติ และทรัพยส์ ินเสียหาย

หน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ ง เช่น สานกั งานตารวจแห่งชาติ มูลนิธิเมาไม่ขบั
ไดพ้ ยายามกาหนดมาตรการลดอุบตั ิเหตุ โดยการรณรงคส์ ร้าง
จิตสานึกของผขู้ บั ขี่ และกาหนดระดบั แอลกอฮอลใ์ นเลือดสาหรับ
ผขู้ บั ข่ีไม่เกิน ๕๐ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ตามประกาศกฎกระทรวง
มหาดไทย ผฝู้ ่ าฝืนจะตอ้ งระวางโทษจาคุกไม่เกิน ๓ เดือน หรือ
ปรับต้งั แต่ ๒,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท หรือท้งั จาท้งั ปรับ

๒) เกดิ อบุ ตั เิ หตุพลดั ตกหกล้ม เมื่อเสพสารเสพติดแลว้ เกิดอาการมึนเมา

จะทาใหก้ ารทรงตวั ไม่ดี จึงส่งผลใหผ้ เู้ สพเกิดการพลดั ตกจากที่สูงและหกลม้ ได้ ผลท่ี
ตามมากค็ ือ อาจทาใหไ้ ดร้ ับบาดเจบ็ จากการพลดั ตกหกลม้ บางรายอาจแค่ฟกช้าเพียง
เลก็ นอ้ ย แตบ่ างรายอาจถึงข้นั กระดูกหกั ศีรษะฟาดพ้ืนเสียชีวิต

๓) เกดิ อบุ ัตเิ หตุจากความบ้าระห่า เม่ือสารเสพติดไปทาลายจิตประสาทของ

ผเู้ สพกม็ กั จะเกิดความไม่กลวั ในส่ิงท่ีเคยกลวั หรือควรจะกลวั เช่น ขบั รถเร็วจนเกิด
อุบตั ิเหตุ ปี นป่ ายท่ีสูงจนตกลงมา

๔) เกดิ อบุ ตั ิเหตุจากอาการหูแว่ว เห็นภาพหลอน จึงทาใหก้ ารใชช้ ีวติ ประจาวนั

ของผเู้ สพเปล่ียนไปจากปกติ ดว้ ยเหตุน้ีอาจจะทาใหผ้ เู้ สพประสบอุบตั ิเหตุจากการเดินทาง
หรือการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ได้

๕) เกดิ อุบัติเหตุจากการเป็ นโรคทางจิตเวช ผเู้ สพที่เสพติดต่อกนั เป็นเวลายาวนาน

อาจทาใหเ้ ป็นโรคประสาท และอาจถึงข้นั กลายเป็นคนวกิ ลจริตได้ ซ่ึงเป็นเหตุใหป้ ระสบ
อุบตั ิเหตุจากการเดินทางหรือการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ ได้ เพราะสติสมั ปชญั ญะของ
ผเู้ สพน้นั สูญเสียไปแลว้

๖) เกดิ อุบตั เิ หตุจากการมพี ฤติกรรมก้าวร้าว ผทู้ ี่มีพฤติกรรมกา้ วร้าวจากการเสพ

สารเสพติดเขา้ ไป มกั จะทาในส่ิงที่รุนแรง อาจเกิดการทะเลาะววิ าทกบั ผอู้ ่ืน และเกิด
อุบตั ิเหตุจากพฤติกรรมกา้ วร้าวน้ีได้

๓. ทกั ษะการชักชวนผู้อ่ืนให้ลด ละ เลกิ สารเสพตดิ

ผทู้ ่ีมีทกั ษะชีวติ ดีจะอยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุขเขา้ กบั ผอู้ ื่นไดด้ ี
สามารถชกั ชวนและโนม้ นา้ วจิตใจใหผ้ อู้ ่ืนคลอ้ ยตามตนเองได้
การใชท้ กั ษะชีวติ ในดา้ นต่าง ๆ เพื่อการชกั ชวนใหผ้ อู้ ่ืนลด ละ เลิก
สารเสพติด ตวั เราตอ้ งมีพฤติกรรมท่ีเป็นแบบอยา่ งท่ีดีใหก้ บั เพื่อน
และผอู้ ื่น รวมท้งั มีจิตใจที่แน่วแน่ ซ่ึงเป็นส่ิงที่จะทาใหผ้ ใู้ ช้
สารเสพติดยอมเชื่อ และลด ละ เลิกสารเสพติด แต่ผชู้ กั ชวนก็
จาเป็นตอ้ งศึกษาและทดลองฝึกใชท้ กั ษะต่าง ๆ น้นั ดว้ ย
เพอื่ ใหต้ นเองมีทกั ษะชีวติ ในดา้ นน้นั ๆ ก่อนไปชกั ชวนผอู้ ื่น

๓.๑ ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์

การคิดวเิ คราะห์เป็นการคิดอยา่ งมีเหตุมีผล มีการแยกแยะรายละเอียด
โดยใชข้ อ้ มูลต่าง ๆ จากการคน้ ควา้ และจากองคค์ วามรู้ท่ีตนเองมีอยมู่ าช่วย
ในการคิด จะทาใหข้ อ้ ความหรือคาพดู ที่ผา่ นการคิดวิเคราะห์มาแลว้ มี
ความน่าเชื่อถือ

การนาไปใชใ้ นการชกั ชวนใหผ้ อู้ ่ืนลด ละ เลิก สารเสพติด อาจทาได้
โดยวิเคราะห์ใหเ้ ห็นถึงผลเสียของสารเสพติดท่ีมีต่อตนเอง ต่อครอบครัว
ต่อสงั คม และต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะต่อตนเองน้นั ตอ้ งเนน้ ใหผ้ เู้ สพ
เห็นถึงโทษต่าง ๆ ของสารเสพติดท่ีเกิดข้ึนกบั ตนเอง พยายามอา้ งเหตุผล
วิเคราะห์ใหเ้ ห็นถึงความสาคญั หรือผลดีของการลด ละ เลิกได้



๓.๒ ทกั ษะการสื่อสาร

การสื่อสารเป็นความสามารถในการใชค้ าพูดและภาษาท่าทาง เพื่อแสดง
ความรู้สึกนึกคิดของตนอยา่ งเหมาะสมกบั บุคคลและสถานการณ์ต่าง ๆ โดยสามารถ

ที่จะแสดงความคิดเห็น ความปรารถนา ความตอ้ งการ การขอร้อง การเตือน
และการขอความช่วยเหลือได้

การนาไปใชใ้ นการชกั ชวนใหผ้ อู้ ื่น ลด ละ เลิก สารเสพติด อาจทาไดโ้ ดย
พยายามใชค้ าพดู ที่เขา้ ใจง่ายและตรงใจผทู้ ี่เราจะช่วยเหลือ นอกจากภาษาพูดแลว้ จะตอ้ ง
สื่อสารดว้ ยภาษาท่าทางเพ่ือใหเ้ กิดความเขา้ ใจ
เกิดความเชื่อมากยงิ่ ข้ึน และแสดงสีหนา้
ตลอดจนน้าเสียงที่จะเพมิ่ ความน่าเชื่อถือ
และโนม้ นา้ วจิตใจใหเ้ ช่ือเราและทาตาม
อยา่ งท่ีเราบอก

๓.๓ ทกั ษะการตดั สินใจ

การตดั สินใจเป็นส่ิงท่ีนาไปสู่พฤติกรรมต่าง ๆ ในชีวิต ถา้ เรามี
การตดั สินใจที่ดีในการกระทาต่าง ๆ ที่เก่ียวขอ้ งกบั สุขภาพ โดยมีการ
ประเมินทางเลือก ผลจากการตดั สินใจเลือกทางเลือกน้นั ๆ กจ็ ะมีผลต่อ
สุขภาพอนามยั ของเรา

การนาไปใชใ้ นการชกั ชวนใหผ้ อู้ ื่นลด ละ เลิก สารเสพติด อาจทาได้
โดยคิดใหร้ อบคอบวา่ จะตดั สินใจช่วยอยา่ งไร อาจสร้างทางเลือกในการที่
จะช่วยผเู้ สพหลาย ๆ ทาง แลว้ พิจารณาถึงผลดีหรือผลบวก และผลเสียหรือ
ผลลบวา่ มีกี่ทาง มีผลอยา่ งไรบา้ ง

จากแผนภูมิจะเห็นไดว้ า่ ทางเลือกที่จะชกั ชวนใหผ้ เู้ สพลด ละ เลิก สารเสพติด
มี ๓ หนทาง แต่ละทางกจ็ ะมีท้งั ผลดี และผลเสีย ใหพ้ ิจารณาวา่ ทางเลือกใดมี
ผลดีมากกวา่ ผลเสีย และมีผลดีมากกวา่ ทางเลือกอ่ืน ๆ กต็ ดั สินใจเลือก
ทางเลือกน้นั

๓.๔ ทกั ษะการแก้ปัญหา

การแกป้ ัญหาเป็นการใชค้ วามรู้ ทกั ษะ ความเขา้ ใจ ไปใชใ้ นการ
แกไ้ ขปัญหา ใหน้ าไปสู่ความสาเร็จที่พงึ พอใจ เมื่อมีปัญหาต่าง ๆ ท่ี
ไม่สามารถแกไ้ ขได้ จะทาใหเ้ กิดภาวะตึงเครียดท้งั ดา้ นร่างกายและจิตใจ
ทกั ษะการแกป้ ัญหาจะช่วยใหเ้ ราสามารถแกป้ ัญหาต่าง ๆ ในชีวิตของเราได้

การนาทกั ษะการแกป้ ัญหาไปใชใ้ นการชกั ชวนใหผ้ อู้ ่ืนลด ละ เลิก
สารเสพติดอาจเป็นการช่วยแกป้ ัญหาที่ผเู้ สพประสบอยเู่ ท่าที่เราจะช่วยได้
เพอื่ ใหผ้ เู้ สพเกิดความสบายใจข้ึน บางคร้ังการแกป้ ัญหาอาจมิใช่เพยี ง
คาแนะนาเท่าน้นั อาจตอ้ งใชส้ ่ิงของ เงิน การทุ่มเทแรงกายแรงใจเขา้ ช่วยเหลือ
ซ่ึงปัญหาน้นั อาจเป็นปัญหาท่ีนาผเู้ สพไปสู่การใชส้ ารเสพติด การแกป้ ัญหา
น้นั อาจตอ้ งใชเ้ วลา ความอดทนและใหก้ ารช่วยเหลือดว้ ยความจริงใจ

ทกั ษะการแก้ปัญหามกี ระบวนการดงั นี้

๓.๕ ทักษะการปฏเิ สธ

การปฏิเสธเป็นการบอกปัดเพ่อื ท่ีจะไม่กระทาหรือยงุ่ เก่ียวกบั สิ่งเหล่าน้นั
การนาไปใชช้ กั ชวนใหผ้ อู้ ื่นลด ละ เลิก สารเสพติด อาจทาไดโ้ ดยการแนะนา
วธิ ีการพดู ปฏิเสธ เม่ือมีผมู้ าชกั ชวนใหท้ ดลองสารเสพติด โดยอธิบายวา่ การพูดปฏิเสธ
ผทู้ ่ีมาชกั ชวนน้นั เราตอ้ งมีสติและปฏิเสธดว้ ยน้าเสียงที่หนกั แน่นจริงจงั ดว้ ยคาพูด
ที่สุภาพ พร้อมบอกเหตุผลท่ีน่าเชื่อถือ และแสดง
ความรู้สึกวา่ ไม่ตอ้ งการยงุ่ เกี่ยวกบั สารเสพติด
ไม่วา่ กรณีใด ๆ ท้งั สิ้น แลว้ ควรรีบหนีออกจาก
สถานการณ์น้นั ทนั ที ซ่ึงเราอาจยกตวั อยา่ ง
สถานการณ์ตา่ ง ๆ และการใชท้ กั ษะ
การปฏิเสธท่ีสามารถนาไปปฏิบตั ิไดใ้ น
ชีวติ จริงแก่ผทู้ ่ีเราชกั ชวนหรือใหค้ าแนะนา


Click to View FlipBook Version