1
ก คำนำ แฟ้มปฏิบัติการสอนในสถานศึกษานี้ ได้รวบรวมหลักฐานที่เกี่ยวกับการสอน วิชาพลศึกษา(เซปักตะกร้อ) ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และวิชาสุขศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ที่เกิดจาการวิเคราะห์สภาพ การจัดการเรียนการสอน เพื่อวางแผนพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ โดยทุกขั้นตอนได้คำปรึกษา และตรวจสอบดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญ ด้านต่างๆ เป็นอย่างดี แฟ้มปฏิบัติการสอนในสถานศึกษานี้ ประกอบด้วย ขั้นตอนการวิเคราะห์สภาพปัญหาการสอน การวางแผนการวัดผลและประเมินผลอย่างละเอียด ตัวอย่างเครื่องมือวัดผล และตัวอย่างชิ้นงานนักเรียน ซึ่ง ทุกชิ้นได้ผ่านการตรวจ สอบแล้ว เช่นเดียวกัน ขอขอบคุณนายไพรรัตน์ แดนขนบผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา คณะกรรมการพัฒนางานวิชาการโรงเรียน ผู้เชี่ยวชาญทุกท่าน ตลอดจนผู้ที่มีส่วนร่วมในการให้กำลังใจในการ จัดทำทุกขั้นตอน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่ดีงามเหล่านี้จะเป็นประโยชน์และผลดีต่อการพัฒนาผู้เรียน พัฒนาการเรียนการสอนและพัฒนาการศึกษาต่อไป กนกพร สุภรณ์ นักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา สาขาวิชาพลศึกษาและสุขศึกษา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
ข สารบัญ หน้า ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป 1 ประวัติผู้จัดทำ 2 ประวัติการศึกษา 3 ประวัติสถานศึกษา 4 ส่วนที่ 2 ข้อมูลการพัฒนาตนเองทางด้านวิชาชีพครู 14 1. ด้านการเรียนการสอน 15 1) สภาพการจัดการเรียนการสอน 15 2) การวิเคราะห์สภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอน 17 3) หนังสือส่งตัวจากคณะครุศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี 22 4) ตารางสอน 23 5) ตารางวิเคราะห์หลักสูตรรายวิชา สุขศึกษา 6) ตารางกำหนดการสอน 7) ตัวอย่างแผนการสอน 8) ตารางวิเคราะห์หลักสูตรรายวิชา พลศึกษา 9) ตารางกำหนดการสอน 10) ตัวอย่างแผนการสอน 24 32 37 46 50 11) แบบประเมินทักษะการนำความรู้มาใช้ในการตอบคำถาม 67 12) แบบประเมินทักษะกระบวนการพลศึกษา 68 ส่วนที่ 3 การปฏิบัติงานพิเศษ 46 ส่วนที่ 4 การปฏิบัติงานส่วนตน 52 ภาคผนวก ภาคผนวก ก ภาพกิจกรรมต่าง ๆ 120 ภาคผนวก ข คำสั่งโรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา 134
1 ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ประวัติผู้จัดทำ ประวัติการศึกษา ประวัติสถานศึกษา
2 ชื่อ – สกุล นายกนกพร สุภรณ์ ชื่อเล่น อาร์ม หมู่โลหิต O . เกิดวันที่8 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2543 เป็นบุตรคนที่ 2 จากจำนวน 3 คน สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย ศาสนา พุทธ . บิดาชื่อ นายสมศักดิ์ สุภรณ์มารดาชื่อ นางสดไสย งาสิทธิ์ . ที่อยู่ปัจจุบัน 145 หมู่ 17 บ้านอากาศ ตำบลอากาศอำนวย อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ที่สาขาวิชาพลศึกษาและสุขศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี รหัสนักศึกษา 62100189130 เบอร์โทรศัพท์0621295106 . คติประจำใจ อย่าทำวันนี้ให้ดีที่สุด เดี๋ยววันหน้าไม่มีไรทำ อาชีพที่อยากเป็นในอนาคต ครู . อุปนิสัย เป็นคนตรงต่อเวลา . E-mail: [email protected] ประวตัิ ผ ้ จ ู ดัทำ
3 ระดับกำรศึกษำ สำขำวิชำ สถำนศึกษำ ปี กำรศึกษำ อนุบาล-ประถมศึกษา ตอนปลาย - โรงเรียนบ้านอากาศ 2548-2555 มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย วิทย์ - คณิต โรงเรียนอากาศอ านวย ศึกษา 2566-2561 ปริญญาตรี พลศึกษาและสุกข ศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏ อุดรธานี 2562 - ปัจจุบัน ประวตัิ กำรศึ กษำ
4 ข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ประวัติความเป็นมาของโรงเรียน โรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา เดิมสังกัดกองการมัธยมศึกษา กรมสามัญศึกษา เป็นโรงเรียน สหศึกษา ประกาศแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2514 เริ่มเปิดทำการสอนเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2514 ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลตำบลอากาศอำนวย อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร ปัจจุบันสังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 23 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการมี หน้าที่ในการจัดการศึกษาให้กับนักเรียนในเขตพื้นที่บริการ ตำบลอากาศ ตำบลโพนแพง ตำบลวาใหญ่ ตำบลบะหว้า และหมู่บ้านใกล้เคียง โดยจัดการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 โรงเรียนอากาศอํานวยศึกษา ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดสกลนครระยะทางจากจังหวัดสกลนคร ถึง อำเภออากาศอํานวย 61.8 กิโลเมตร สถานที่ตั้ง อยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้านอากาศ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาล อำเภออากาศอํานวย จังหวัด สกลนคร มีเนื้อที่ 63 ไร่ 90 ตารางวา ได้มาจาก - ที่สาธารณะ(สนามม้า) 22 ไร่ นายแลน ขันคํา บริจาคเพิ่ม 2 งาน - ที่ธรณีสงฆ์ จำนวน 10 ไร่ 2งาน40 ตารางวา - นายโงน ใครบุตร บริจาค 10 ไร่ - นายเตียง ริยะบุตร บริจาค10ไร่ - จัดซื้อจากเงินบริจาคของผู้ปกครอง 10 ไร่ 50 ตารางวา เปิดทำการสอน เมื่อปี 2514 ปี 2514 อาศัยอาคารเรียนและครูสอนที่โรงเรียนประถมศึกษา (โรงเรียนบ้านอากาศใน ปัจจุบัน) นายเบ็ง ไชยรัตน์ รักษาการครูใหญ่ มีนักเรียน 42 คน ปี 2515 ย้ายมาทำการในสถานที่โรงเรียนปัจจุบัน มีนักเรียน 152 คน 4 ห้องเรียน ครู 5 คน นักการภารโรง 1 คน นายชัชวาลย์ คำไชยราษฎร์ ครูใหญ่ ได้งบสร้างอาคารเรียนแบบ 216 ปี 2516 ครู 10 คน นักเรียน 288 คน ปี 2517 ครู 17 คน นักเรียน 441 คน นายปิยะ สีหาคม ครูใหญ่ นักการ 2 คน ปี 2518 ครู 18 คน นักเรียน 520 คน นักการ 4 คน ปี 2519 ครู 18 คน นักเรียน 540 คน ปี 2520 ครู 23 คน นักเรียน 569 คน นักการ 5 คน ปี 2521 ครู 35 คน นักเรียน 737 คน นายปิยะ สีหาคม อาจารย์ใหญ่ นักการ 6 คน ปี 2522 ครู 39 คน นักเรียน 590 คน นักการ 6 คน ปี 2523 ครู 39 คน นักเรียน 679 คน นักการ 6 คน ปี 2524 ครู 36 คน นักเรียน 605 คน นักการ 6 คน ห้องน้ำ 3 ที่ 1 หลัง ปี 2525 ครู 35 คน นักเรียน 725 คน ประวตัิ สถำนศึกษำ
5 ปี 2526 ครู 49 คน นักเรียน 845 คน นักการ 6 คน บ่อปลา 1 บ่อ ที่ปัสสาวะชาย 1 หลัง ปี 2527 ครู 56 คน นักเรียน 1,082 คน ปี 2528 ครู 59 คน นักเรียน 1,153 คน นายณรงค์ศักดิ์ คิดโสดา ผู้อำนวยการโรงเรียน ปี 2529 ครู 59 คน นักเรียน 1,059 คน นายบวร สุวรรณธาดา ผู้อำนวยการโรงเรียน ปี 2530 ครู 58 คน นักเรียน 978 คน ปี 2531 ครู 55 คน นักเรียน 965 คน ปี 2532 ครู 39 คน นักเรียน 913 คน นักการ 6 คน ยาม 2 คน ปี 2533 ครู 49 คน นักเรียน 908 คน ปี 2534 ครู 53 คน นักเรียน 923 คน นายเจน บุญยารมณ์ ผู้อำนวยการ ปี 2535 ครู 51 คน นักเรียน 1,008 คน นายสุวัชรชัย ไชยเชษฐ์ ผู้อำนวยการ ปี 2536 ครู 56 คน นักเรียน 10 คน ปี 2537 ครู 57 คน นักเรียน 1,294 คน ปี 2537 ครู 57 คน นักเรียน 1,558 คน ปี 2539 ครู 57 คน นักเรียน 1,830 คน ปี 2540 ครู 53 คน นักเรียน 1,686 คน ปี 2541 ครู 57 คน นักเรียน 1,558 คน นายอดิศักดิ์ สุคำพุธ ผู้อำนวยการ ปี 2542 ครู 57 คน นักเรียน 1,558 คน ปี 2543 ครู 54 คน นักเรียน 1,600 คน นายอดิศักดิ์ สุคำพุธ ผู้อำนวยการ ระดับ 9 ปี 2544 ครู 54 คน นักเรียน 1,593 คน นายปริญญา อินทรวิศิษฎ์ ผู้อำนวยการ ปี 2545 ครู 54 คน นักเรียน 1,501 คน นายประยงค์ บุญมา ปี 2546 ครู 57 คน นักเรียน 1,505 คน ปี 2547 ครู 57 คน นักเรียน 1,538 คน ปี 2548 ครู 58 คน นักเรียน 1,625 คน ปี 2549 ครู 58 คน นักเรียน 1,668 คน ปี 2550 ครู 59 คน พนักงานราชการ 4 คน อัตราจ้าง 3 คน นักเรียน 1,707 คน ปี 2551 ครู 70 คน พนักงานราชการ 4 คน อัตราจ้าง 11 คน นักเรียน 1,905 คน ปี 2552 ครู 70 คน พนักงานราชการ 4 คน อัตราจ้าง 11 คน นักเรียน 1,988 คน ปี 2553 ครู 71 คน พนักงานราชการ 4 คน อัตราจ้าง 11 คน นักเรียน 1,997 คน ปี 2554 ครู 86 คน พนักงานราชการ 4 คน อัตราจ้าง 11 คน ลูกจ้าง 11 คน นักเรียน 1,707 คน นายยงค์ยุทธ เขื่อนขันธ์ ผู้อำนวยการ ปี 2555 ครู 86 คน พนักงานราชการ 4 คนอัตราจ้าง 11 คน ลูกจ้าง 11 คนนักเรียน 1,860 คน ปี 2556 ครู 95 คน พนักงานราชการ 5 คนอัตราจ้าง 4 คน ลูกจ้าง 11 คน นักเรียน 1,991 คน ปี 2557 ครู 88 คน พนักงานราชการ 4 คนอัตราจ้าง 1 คน ลูกจ้าง 11 คน นักเรียน 2,082 คน ปี 2558 ครู 95 คน พนักงานราชการ 5 คนอัตราจ้าง 4 คน ลูกจ้าง 11 คน นักเรียน 1,991 คน ปี 2559 ครู 95 คน พนักงานราชการ 5 คนอัตราจ้าง 4 คน ลูกจ้าง 11 คน นักเรียน 1,991 คน ปี 2560 ครู 95 คน พนักงานราชการ 5 คน อัตราจ้าง 4 คน ลูกจ้าง 11 คน นักเรียน 1,991 คน นายเกษา โคตรชมพู ผู้อำนวยการ ปี 2561 ครู 99 คน พนักงานราชการ 4 คน อัตราจ้าง 13 คน ลูกจ้าง 14 คน นักเรียน 1,886 คน นายเอกชัย บุตรแสนคม ผู้อำนวยการ ปี 2562 ครู 99 คน พนักงานราชการ 4 คน อัตราจ้าง 13 คน ลูกจ้าง 14 คน นักเรียน 1,886 คน นายเอกชัย บุตรแสนคม ผู้อำนวยการ
6 ปี 2563 ครู 99 คน อัตราจ้าง 13 คน ลูกจ้าง 14 คน นักเรียน 1,909 คน นายเอกชัย บุตรแสนคม ผู้อำนวยการ ปี 2564 ครู 102 คน อัตราจ้าง 17 คน ลูกจ้าง 17 นักเรียน 1,999 คน นายจำรัส พิมพา ผู้อำนวยการ วิสัยทัศน์โรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา โรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา มีการบริหารจัดการศึกษาด้วยระบบคุณภาพ สืบสาน วัฒนธรรมไทโย้ย สู่มาตรฐานสากล ภายในปีการศึกษา 2565 พันธกิจ 1. พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาตามระบบคุณภาพ 2. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและการเรียนการสอนให้มีคุณภาพเทียบเคียงมาตรฐานสากล 3. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นผู้นำ มีความรู้ความสามารถและใช้การวิจัย สื่อนวัตกรรมในการพัฒนาผู้เรียน 4. พัฒนานักเรียนให้มีศักยภาพเป็นพลโลก คือ เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา ผลิตงานอย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก กลยุทธ์ 1. พัฒนาระบบการจัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพสู่มาตรฐานสากล 2. พัฒนาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน 3. พัฒนาระบบบริหารการจัดการด้วยระบบคุณภาพ 4. พัฒนาระบบเทคโนโลยีให้ทันสมัยก้าวไกลอย่างสร้างสรรค์ นโยบายของโรงเรียน 1. น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาขับเคลื่อนในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ในสถานศึกษา 2. พัฒนาโครงสร้างระบบการบริหารจัดการศึกษาโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน 3. พัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ 4. ส่งเสริมให้โรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเน้นคุณธรรมจริยธรรม คุณลักษณะอันพึง ประสงค์และค่านิยมพื้นฐานหลัก 12 ประการ 5. ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนทุกกลุ่มสาระการ เรียนรู้ให้สูงขึ้น 6. พัฒนาหลักสูตรและจัดการเรียนการสอนเทียบเคียงมาตรฐานสากล 7. พัฒนาสภาพแวดล้อมอาคารสถานที่และแหล่งเรียนรู้ให้เอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียน การสอนและบริการชุมชน 8. พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งระบบให้มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล 9. เร่งรัดป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษาภายใต้ยุทธศาสตร์พลังแผ่นดิน เอาชนะยาเสพติด 10. ส่งเสริมดนตรี กีฬา นันทนาการและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น เป้าประสงค์ (Goals) เพื่อให้การจัดการศึกษา บรรลุตามวิสัยทัศน์และพันธกิจข้างต้น จึงได้กำหนดเป้าประสงค์ ดังนี้ 1. โรงเรียนมีระบบการบริหารจัดการศึกษา ด้วยระบบคุณภาพ
7 2. โรงเรียนมีการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้มีคุณภาพเทียบเคียงมาตรฐานสากล 3. ครูและบุคลากรทางการศึกษา มีความสามารถใช้สื่อนวัตกรรม และใช้การวิจัยมาพัฒนา การเรียนการสอน 4. นักเรียนมีศักยภาพเป็นพลโลก คือ เป็นเลิศวิชาการ สื่อสารได้อย่างน้อย 2 ภาษา ผลิตงาน อย่างสร้างสรรค์ ร่วมกันรับผิดชอบต่อสังคมโลก ค่านิยม : AKAT MODEL A = Attempt ความตระหนัก K = Knowledge การเรียนรู้ A = Achievement ผลความสำเร็จ T = Technology เทคโนโลยี AKAT Model คือ รูปแบบการบริหารจัดการศึกษา ของโรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา เพื่อ พัฒนาสู่ความเป็นมาตรฐานสากล วัฒนธรรมองค์กร เป็นองค์กรที่มีความสามัคคี มีเป้าหมายในการทำงานร่วมกันที่ชัดเจน มุ่ง สู่ความเป็นมาตรฐานสากล สมรรถนะหลักของโรงเรียน : การเรียนรู้เชิดชูวิถีชุมชน 1. ระบบบริหารจัดการด้วยระบบคุณภาพ (Quality Management System) 2. ระบบการเรียนรู้ (Learning System) 3. ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน (Student Care System) เพลงมาร์ชประจำโรงเรียน เราชาวอากาศอำนวยศึกษา แหล่งวิชาล้ำเลิศประเสริฐยิ่ง เรานักเรียนเก่งกาจสามารถจริง ทั้งชายหญิงล้วนตั้งใจในการเรียน มารยาทงามเด่นเป็นศักดิ์ศรี ล้วนแต่มีความดีนี้ทุกสิ่ง น้ำใจงามสุดสวยด้วยความจริง สถิตสิงในกายมิคลายเคลื่อน การกีฬาเราเยี่ยมเทียมยอดฟ้า ดั่งสมญาอากาศอำนวยศึกษา เรานั้นเด่นการเล่นเกมกีฬา สูงสุดฟ้าจะหาใครใหนเทียมเรา สีขาวเขียวโบกพลิ้วปลิวไสว รวมน้ำใจพวกเราเหล่า อ.น.ศ. แม้นยามไกลใจอยู่คู่เคียงคลอ อ.น.ศ.ขอจงอยู่คู่น้ำยาม เว็บไซต์ โรงเรียน www.akatumnuaysuksa.ac.th Email : [email protected] อักษรย่อ อ.น.ศ. : อ คือ ความองอาจ น คือ ความมีน้ำใจ ศ คือ ความใส่ใจศิษย์ วันสถาปนาโรงเรียน 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2514 ปรัชญาโรงเรียน อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย : ชนะตนนั่นแหละดี อัตลักษณ์ สุนทรียภาพดี วิชาการเด่น
8 เอกลักษณ์ ยิ้มง่าย ไหว้สวย พระพุทธรูปประจำโรงเรียน พระพุทธสุวรรณามหามุณี ศูนย์รวมใจชาวอากาศอำนวยศึกษา พระธาตุเมืองอากาศ วัดทุ่ง อากาศอำนวย ต้นไม้ประจำโรงเรียน ต้นกระบก เพลงประจำโรงเรียน มาร์ชอากาศอำนวยศึกษา วันสำคัญของโรงเรียน วันที่ 26 เดือน พฤษภาคม ของทุกปี คติพจน์ของโรงเรียน ความรู้คู่คุณธรรม ตราสัญลักษณ์โรงเรียน รูปหงส์ยืนบนเมฆ หมายถึง ความยิ่งใหญ่ขององค์กร วงกลมสีเขียวพื้นขาว หมายถึง ความ เข้มแข็งและเป็นเอกภาพขององค์กร สีประจำโรงเรียน สีขาว เขียว : สีขาว หมายถึง คุณธรรม จริยธรรม สีเขียว หมายถึง ความชุ่มชื้น ร่มเย็นและ ความก้าวหน้า
9 ข้อมูลบุคลากรของสถานที่ฝึกประสบการณ์วิชาชีพ จำนวนบุคลากร และพนักงาน ข้อมูลข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา ตำแหน่ง เพศ รวม วุฒิการศึกษา รวม ชาย หญิง เอก โท ตรี ต่ำกว่าตรี ผู้อำนวยการโรงเรียน 1 - 1 - - 1 - 1 รองผู้อำนวยการฯ 2 1 3 - 3 - - 3 ครู คศ. 3 24 38 62 2 38 22 - 62 ครู คศ. 2 8 8 16 - 14 2 - 16 ครู คศ. 1 2 7 9 - 2 7 - 9 ครูผู้ช่วย 5 6 11 - - 11 - 11 พนักงานราชการ 2 4 6 - 2 4 - 6 ครูอัตราจ้าง 3 8 11 - - 11 - 11 ครูต่างชาติ 4 1 5 - - 5 - 5 ลูกจ้างประจำ 3 - 3 - - - 3 3 ลูกจ้างชั่วคราว 9 7 16 - - 5 11 16 รวม 63 80 143 2 60 6 14 143
10 ข้อมูลนักเรียน ระดับชั้น จำนวน ห้องเรียน จำนวน รวม ชาย หญิง มัธยมศึกษาปีที่ 1 10 157 188 345 มัธยมศึกษาปีที่ 2 11 163 204 367 มัธยมศึกษาปีที่ 3 9 181 211 392 รวม ม. ต้น 30 501 603 1,104 มัธยมศึกษาปีที่ 4 8 109 157 266 มัธยมศึกษาปีที่ 5 8 84 178 262 มัธยมศึกษาปีที่ 6 9 163 206 369 รวม ม.ปลาย 25 356 541 897 รวมทั้งสิ้น 55 857 1,144 2,001 อาคารสถานที่ฝึกประสบการณ์ ข้อมูลอาคารสถานที่ โรงเรียนอากาศอำนวยศึกษามีอาคารสถานที่ เทคโนโลยีและอุปกรณ์สำคัญ ดังนี้ 1. อาคารเรียน 1 แบบ 216 ค จำนวน 1 หลัง 16 ห้องเรียน 2. อาคารเรียน 2 แบบ 216 ค จำนวน 1 หลัง 16 ห้องเรียน 3. อาคารเรียน 3 แบบ 316 ค จำนวน 1 หลัง 16 ห้องเรียน 4. อาคารเรียน 4 แบบ 324 หลังคาทรงไทย จำนวน 1 หลัง 24 ห้องเรียน หมายเหตุ มีห้องเรียน 72 ห้อง รวมทั้งห้องพิเศษและห้องปฏิบัติการ อาคารประกอบและอาคารอื่นๆ 1. อาคารเอนกประสงค์ (หอประชุม) (สร้างปี 2520) 2. หอประชุมโรงอาหาร แบบ 100/27 (สร้างปี 2537) 3. โรงฝึกงาน จำนวน 2 หลัง
11 4. สำนักงานงบประมาณ จำนวน 1 หลัง 5. สำนักงานระบบดูแล จำนวน 1 หลัง 6. ห้องส้วม จำนวน 4 หลัง 7. บ้านพักครู จำนวน 13 หลัง 8. บ้านพักนักการภารโรง จำนวน 1 หลัง 9. โรงรถนักเรียน จำนวน 1 หลัง 10.โรงรถครู จำนวน 1 หลัง 11.ศาลาอำนวยการ จำนวน 1 หลัง 12.เรือนเกษตร จำนวน 1 หลัง แผนผังที่ตั้งสถานที่ฝึกประสบการณ์
12 แผนภูมิแสดงโครงสร้างการบริหารโรงเรียน
13 แผนผังสายงานที่ได้รับฝึกงาน โรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา ได้แบ่งโครงสร้างการบริหารงานออกเป็น 5 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่าย บริหารวิชาการ ฝ่ายบริหารงบประมาณ ฝ่ายบริหารงานบุคคล ฝ่ายบริหารงานทั่วไป ฝ่ายงานส่งเสริมกิจการ นักเรียน จึงได้รับมอบหมายให้ฝึกประสบการณ์ในฝ่ายต่างๆ โดยจะหมุนเวียนฝ่ายละ 3 สัปดาห์ แผนผังสายงานที่ได้รับการฝึกงาน ในการฝึกประสบการณ์สอนในสถานศึกษา โรงเรียนอากาศอำนวยศึกษาได้รับมอบหมายงานให้ ดูแลตามคำสั่งมอบหมายงานในหน้าที่ ปีการศึกษา 2/2565 ดังนี้ 1. เป็นครูประจำชั้นร่วมชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/11 2. ปฏิบัติงานอื่น ๆ ที่คำสั่งผู้บังคับบัญชามอบหมายให้ทำ ลงชื่อ......................................... (นายกนกพร สุภรณ์) นักศึกษาปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา วันที่.......เดือน........................พ.ศ. .......
14 ส่วนที่ 2 ข้อมูลการพัฒนาตนเองทางด้านวิชาชีพครู
15 2.1 ด้านการเรียนการสอน สภาพการจัดการเรียนการสอน การปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาครั้งนี้ ได้รับมอบหมายให้สอนนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 3 ห้องในปีการศึกษา 2566 รวมเป็นจำนวนนักเรียน 85 คน ในรายวิชาสุขศึกษาและรายวิชาพลศึกษา ได้รับ มอบหมายให้สอนนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 7 ห้องในปีการศึกษา 2566 รวมเป็นจำนวนนักเรียน 175 คน โดยการจัดการเรียนรู้จะยึดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 โดยเน้นผู้เรียนเป็น
16 สำคัญเพื่อให้นักเรียนมีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ สามารถสร้างองค์ความรู้ได้ด้วยตนเองทั้งเป็นรายบุคคล และกลุ่ม ทั้งนี้ การจัดการเรียนการสอนยังเน้นส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทำให้นักเรียนสามารถ เชื่อมโยงความรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ หรือใช้ในชีวิตประจำวันในเชิงบูรณาการด้วยวิธีการที่หลากหลาย เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และสรุปความรู้ด้วยตนเอง ทำให้นักเรียนได้รับการพัฒนาทั้งด้าน ความรู้ ด้านทักษะกระบวนการ ด้านคุณธรรม-จริยธรรม รวมไปถึงการปลูกฝังค่านิยมที่ดีที่ช่วยให้ผู้เรียนเป็น คนเก่ง คนดี มีความสุข จนสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสันติสุขและสร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติ ต่อไปโดยในการปฏิบัติการสอนในสถานศึกษาครั้งนี้ ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ดังนี้ ครูประจำชั้น โดยได้รับมอบหมายให้เป็นครูประจำชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/11 ร่วมกับคุณครูมุถิตา ผานะวงศ์ซึ่งมี หน้าที่สอดส่องดูแลช่วยเหลือนักเรียนทุกคนรวมถึงคอยให้คำปรึกษาด้านการเรียนและเรื่อง ส่วนตัว เปรียบเสมือนเป็นผู้ปกครองให้กับนักเรียนอีกคนหนึ่ง เช่น การแนะนำในเรื่องต่าง ๆ ที่นักเรียนควรปฏิบัติ ไม่ ว่าจะเป็นการรักษาความสะอาดของร่างกาย การแบ่งเวลาในการทำงานการช่วยเหลือผู้ปกครอง ที่บ้าน มารยาทในสังคม อีกทั้งการแต่งกายให้ถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียน เป็นต้น การจัดการเรียนรู้ในรายวิชาเอก (กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา) โดยการจัดการเรียนรู้ตามตารางสอนในรายวิชาเอก (กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพล ศึกษา) ซึ่ง ได้รับมอบหมายให้จัดการเรียนรู้ในรายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา - สุขศึกษา 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ ตามกำหนดการสอนที่ได้ระบุไว้ จำนวนภาคเรียนละ 20 ชั่วโมง รวม เป็น 40 ชั่วโมง/ปีการศึกษา - พลศึกษา 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ ตามกำหนดการสอนที่ได้ระบุไว้ จำนวนภาคเรียนละ 20 ชั่วโมง รวม เป็น 40 ชั่วโมง/ปีการศึกษา การจัดการเรียนรู้ในแต่ละครั้งครูจะต้องมีการศึกษา วิเคราะห์หลักสูตร และผู้เรียนอยู่เสมอ แล้วนำ ข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการเขียนแผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 20 แผน/ภาคเรียน ตามโครงสร้าง รายวิชาและ กำหนดการสอนที่ได้วางไว้ ส่วนการวัดและประเมินผลนั้น จะต้องมีการวัดและการประเมินผลที่สอดคล้องกับจุดประสงค์ และ กระบวนการในการจัดกิจกรรม แล้วนำส่งครูพี่เลี้ยง ผู้บริหารตามลำดับ เพื่อให้ท่านช่วยในการตรวจสอบ หรือ ให้คำแนะนำต่าง ๆ ผ่านกระบวนการและอยู่ในการตรวจสอบของผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษาอย่าง เข้มงวด ซึ่งจะมีการส่งแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ล่วงหน้า 1 สัปดาห์ หากได้รับข้อเสนอแนะใด ๆ ก็นำไป พัฒนาก่อน แล้วจึงจะสามารถนำมาใช้ในการจัดการเรียนการสอนได้ หลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ครูจะต้อง บันทึกหลังแผนและมีการวัดผลประเมินผลผู้เรียนทุกครั้ง ทั้งนี้เพื่อประเมินว่าเนื้อหาที่สอนมีความเหมาะสมกับ ผู้เรียนหรือไม่และสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดการสอนในครั้งต่อไปได้อย่างไร โดยเครื่องมือที่นำมาใช้ในการวัด ได้แก่แบบสังเกตพฤติกรรมนักเรียนรายบุคคลแบบสังเกตพฤติกรรมการเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มการนำเสนอ
17 ข้อมูล ผลการอภิปรายการสร้างแผนที่ความคิดการเรียนรู้ด้านทักษะ/กระบวนการ ใบงาน ตรวจสมุด หรือ แบบฝึกหัดตามความเหมาะสมและความสอดคล้องกับเนื้อหานั้น ๆ เป็นต้น การวิเคราะห์สภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอน ความแตกต่างระหว่างบุคคล ความแตกต่างด้านร่างกายจะเห็นได้ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง ภายนอก พฤติกรรมต่าง ๆ บาง คนชอบเดินรอบห้อง บางคนชอบนั่งเรียนนิ่ง 1 บางคนชอบพูดเสียงดัง บาง คนชอบเสียงเบา โดยรวมนักเรียนทุกคนมีพัฒนาการเป็นไปอย่างสมบูรณ์ ความแตกต่างทางด้านเชาว์ปัญญา คือนักเรียนบางคนมีความสามารถ ที่เกี่ยวกับการคิดและความสามารถในที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในเชิงนามธรรม และรูปธรรม แต่ส่วนใหญ่เด็กในวัย นี้จะชอบเรียนรู้ส่วนมากในรูปแบบที่เป็นรูปธรรม ส่วนความแตกต่าง ระหว่างบุคคลด้านทางอารมณ์ การแสดง อารณ์ต่าง ๆ ของนักเรียนจะควบคุมพฤติกรรมต่าง ๆ ขณะเกิด อารมณ์อย่างใดอย่างหนึ่งได้ต่างกัน บางคน แสดงอารมณ์กลัวครูเกินไป บางคนโกรธครูเมื่อครูสั่งการบ้านก็จะ แสดงอารมณ์โกรธออกทางสีหน้ารวมทั้ง ท่าทาง บางคนก็จะแสดงอารมณ์รัก พอใจต่อครูและเพื่อนในห้องได้ อย่างดีและเหมาะสม ซึ่งในการแสดงเรื่อง การควบคุมอารณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตจะต้องใช้เหตุผล มากกว่าอารมณ์ การวิเคราะห์และประเมินทางเลือกในการแก้ไขปัญหาการเรียนการสอน ผู้สอนจะต้องจัดการเรียนรู้ด้วยการสัมผัส จับต้อง การเคลื่อนไหวร่างกาย และการปฏิบัติจริงให้ มากขึ้น ครูต้องสังเกตความเป็นอยู่ของผู้เรียน จับจุดความสนใจต่างๆ ที่นักเรียนแสดงออกจากคำพูด ศึกษา กิจกรรมที่ผู้เรียนกระทำหรือประพฤติปฏิบัติ ให้ผู้เรียนได้มีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็น ในการเรียนการ สอน จัดให้มีการนำเสนองานที่ผู้เรียนชอบและถนัดจัดกิจกรรมให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรง หรือได้ ปฏิบัติจริง ให้เล่นเกม เดิน วิ่ง หรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้นักเรียนได้ใช้ประสาท สัมผัสในการเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด ให้ทำงานร่วมกับผู้อื่น ฝึกการใช้เหตุผล การแก้ปัญหา การศึกษาในเรื่องที่ นักเรียนสนใจ ส่งเสริมให้อภิปราย เรียนรู้ร่วมกัน แก้ปัญหาร่วมกัน การวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล ในการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคลก็จะมีแบบฟอร์มการวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล ให้นักเรียนนำไป กรอกที่บ้าน เพื่อที่จะได้ทราบข้อมูล และได้รู้จักตัวตนเบื้องต้นของนักเรียน 1. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้ เป็น เป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ และคุณธรรม บนพื้นฐานของความเป็น ไทยควบคู่กับความเป็นสากล 2. เป็นหลักสูตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่าง เสมอภาคและ มีคุณภาพ 3. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอำนาจ ให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัด การศึกษาให้ สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น
18 4. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นทั้งด้านสาระการเรียนรู้ เวลาการจัดการ 5. เป็นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 6. เป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุมทุก กลุ่มเป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้ และประสอบการณ์ เรียนรู้ จุดมุ่งหมาย หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มี ศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกำหนดเป็นจุดหมาย เพื่อให้เกิดกับผู้เรียนเมื่อจบการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ดังนี้ 1. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินัยและปฏิบัติตน ตาม หลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2. มีความรู้อันเป็นสากลและมีความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหาการใช้ เทคโนโลยี และมีทักษะชีวิต 3. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสัย และรักการออกกำลังกาย 4. มีความรักชาติ มีจิตสำนักในความเป็นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและการ ปกครอง ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 5. มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มีจิต สาธารณะที่มุ่งทำประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสังคม และอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างมีความสุข แนวดำเนินการการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสำคัญในการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถะสำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ของ ผู้เรียน เป็นเป้าหมายสำหรับพัฒนาเด็กและเยาวชน ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรรกระบวนการ เรียนรู้ จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่กำหนดไว้ใน หลักสูตร 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้ง ปลูกฝังเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทักษะต่าง ๆ อัน เป็นสมรรถนะสำคัญให้ผู้เรียนบรรลุตาม เป้าหมาย 1. หลักการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการ เรียนรู้ สมรรถนะ สำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษา ขั้น พื้นฐาน โดยยืดหลักว่า ผู้เรียนมีความสำคัญที่สุด เชื่อว่าทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนา ตนเองได้ยึด ประโยชน์ที่เกิดกับผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตาม ธรรมชาติและ เต็มตามศักยภาพ คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เน้นให้ ความสำคัญทั้งความรู้ และคุณธรรม 2. กระบวนการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการ เรียนรู้ที่หลากหลาย เป็นเครื่องมือที่จะนำพาตนเองไปสู่เป้าหมายของหลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จำเป็น สำหรับผู้เรียน อาทิกระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการ
19 ทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก้ปัญหา กระบวนการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลง มือทำจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของ ตนเอง กระบวนการพัฒนา ลักษณะนิสัย กระบวนการเหล่านี้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะจะ สามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอนจึงจำเป็นต้องศึกษาทำ ความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 3. การออกแบบการจัดการเรียนรู้ ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะสำคัญ ของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบ การจัดการ เรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพื่อให้ ผู้เรียนได้พัฒนา เต็มตามศักยภาพและบรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด 4. บทบาทของผู้สอนและผู้เรียน การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ทั้งผู้สอนและผู้เรียนควรมี บทบาท ดังนี้ 4.1 บทบาทของผู้สอน 1) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรู้ ที่ท้าทายความสามารถของผู้เรียน 2) กำหนดเป้าหมายที่ต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ที่เป็น ความคิดรวบยอด หลักการ และความสัมพันธ์ รวมทั้งคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 3) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ พัฒนาการทางสมอง เพื่อนำผู้เรียนไปสู่เป้าหมาย 4) จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ 5) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมิปัญญาท้องถิ่นเทคโนโลยีที่ เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอน 6) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของ วิชาและระดับพัฒนาการของผู้เรียน 7) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุงการ จัดการเรียนการสอนของตนเอง 4.2 บทบาทของผู้เรียน 1) กำหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเอง
20 2) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อความรู้ตั้งคำถาม คิด หาคำตอบหรือหาแนวทางแก้ปัญหาด้วยวิธีการต่าง ๆ 3)ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน สถานการณ์ ต่าง ๆ 4) มีปฏิสัมพันธ์ ทำงาน ทำกิจกรรมร่วมกับกลุ่มและครู 5) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรียนรู้ของตนเองอย่างต่อเนื่อง การวัดประเมินผล การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการคือการ ประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนและเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียน ให้ประสบ ผลสำเร็จนั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพื้นที่การศึกษา และ ระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมิน เป็น ข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจน ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิด การพัฒนาและเรียนรู้อย่างเต็มตามศักยภาพ การวัดและ ประเมินผลการเรียนรู้ คือ ระดับชั้นเรียน มีรายละเอียด ดังนี้ การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้ ผู้สอน ดำเนินการเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การชักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชิ้นงาน/ ภาระงาน แฟ้มสะสม งาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาส ให้ผู้เรียนประเมินตนเอง เพื่อน ประเมินเพื่อน ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณีที่ไม่ผ่านตัวชี้วัดให้มีการสอนซ่อมเสริม การประเมินระดับชั้นเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้ อัน เป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่จะต้องได้รับการพัฒนา ปรับปรุงและส่งเสริมในด้านใด นอกจากนี้ยังเป็นข้อมูลให้ผู้สอนใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย ทั้งนี้ โดยสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียน 1. การตัดสิน การให้ระดับและการรายงานผลการเรียน 1.1 การตัดสินผลการเรียน ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องคำนึงถึงการพัฒนาผู้เรียนแต่ละคนเป็น หลัก และต้อง เก็บข้อมูลของผู้เรียนทุกด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมทั้งสอนซ่อม เสริมผู้เรียนให้ พัฒนาจนเต็มตามศักยภาพ ระดับมัธยมศึกษา
21 (1) ตัดสินผลการเรียนเป็นรายวิชา ผู้เรียนต้องมีเวลาเรียนตลอดภาคเรียนไม่น้อย กว่าร้อย ละ 80 ของเวลาเรียนทั้งหมดในรายวิชานั้น ๆ (2) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด (3) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา (4) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษากำหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรม พัฒนาผู้เรียน การพิจารณาเลื่อนชั้นทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย และสถานศึกษาพิจารณาเห็นว่าสามารถพัฒนาและสอนซ่อมเสริมได้ ให้อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะผ่อน ผันให้เลื่อนชั้นได้ แต่หากผู้เรียนไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนใน ระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้นได้ ทั้งนี้ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะและ ความรู้ความสามารถของผู้เรียนเป็นสำคัญ 1.2 การให้ระดับผลการเรียน ระดับมัธยมศึกษา ในการตัดสินเพื่อให้ระดับผลการเรียนรายวิชา ให้ใช้ตัวเลขแสดงระดับผล การ เรียนเป็น 8 ระดับ การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ ระดับ ผลการประเมินเป็น ดีเยี่ยม ดี และผ่านการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาทั้งเวลาการ เข้า ร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด และให้ผลการเข้า ร่วมกิจกรรมเป็นผ่าน และไม่ผ่าน ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง - เข้าใจกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ใช้กระบวนการกลุ่มในการทำงาน มีทักษะ การ แสวงหาความรู้ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาและทักษะการจัดการ มีลักษณะนิสัยการทำงาน ที่เสียสละ มี คุณธรรม ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลและถูกต้อง - เข้าใจหลักการปฏิบัติการทำงานของสุขศึกษาและพลศึกษา หลักการและวิธีการแสดงทางด้าน สุขศึกษาและพลศึกษา - การมีเจตคติที่ดีและเห็นความสำคัญของการเรียนการสอนในรายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา
22 หนังสือส่งตัวจากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
23 ตารางสอน ตารางสอน นายกนกพร สุภรณ์ ภาคเรียนที่ 1/2566 โรงเรียนอากาศอำนวยศึกษา
24 ตารางวิเคราะห์หลักสูตรรายวิชา สุขศึกษา โครงสร้างรายวิชา รหัสวิชา พ 21103 วิชาสุขศึกษา กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หน่วยกิต ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 5 ภาวะโภชนาการที่มี ผลกระทบต่อสุขภาพ พ 4.1 ม 1/2 พ 4.1 ม 1/3 -ภาวะโภชนาการ -ภาวการณ์ขาดสารอาหาร -ภาวะโภชนาการเกิน -การควบคุมน้ำหนักของตนเองให้อยู่ใน เกณฑ์มาตรฐาน 4 15 6 การปฐมพยาบาลและการ เคลื่อนย้ายผู้ป่วย พ 5.1 ม 1/1 -การปฐมพยาบาล : การเป็นลม -การปฐมพยาบาล : บาดแผล -การปฐมพยาบาล : ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก -การปฐมพยาบาล : กระดูกหัก -การปฐมพยาบาล : สิ่งแปลกปลอมเข้าตา หู คอ จมูก -การปฐมพยาบาล : แมลงสัตว์กัดต่อย -การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยผู้ช่วยเหลือ 1 คน ผู้ช่วยเหลือ 2 คน และผู้ช่วยเหลือ 3 คน -การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยใช้อุปกรณ์ 8 15 สอบกลางภาค 1 10 7 สารเสพติด พ 5.1 ม 1/2 พ 5.1 ม 1/3 พ 5.1 ม 1/4 -ลักษณะอาการของผู้ติดสารเสพติดและ การป้องกันสารเสพติด -พิษภัยของสารเสพติดที่มีต่อร่างกาย และจิตประสาทของผู้เสพ -ความสัมพันธ์ของการใช้สารเสพติดกับ การเกิดโรคและอุบัติเหตุ -ทักษะการชักชวนผู้อื่นให้ลด ละ เลิกสาร เสพติดทักษะการคิดวิเคราะห์ -ทักษะการชักชวนผู้อื่นให้ลด ละ เลิกสาร เสพติดทักษะการสื่อสาร 7 25
25 -ทักษะการชักชวนผู้อื่นให้ลด ละ เลิกสาร เสพติดทักษะการตัดสินใจ -ทักษะการชักชวนผู้อื่นให้ลด ละ เลิกสาร เสพติดทักษะการแก้ปัญหา รวมคะแนนระหว่างภาคเรียน 19 80 สอบปลายภาค 1 20 รวมตลอดภาคเรียน 20 100
26 กำหนดการจัดการเรียนรู้วิชาสุขศึกษา กลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศึกษา (สุขศึกษา) ชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1 วิชา สุขศึกษา รหัสวิชา พ21103 จำนวน 0.5 หน่วยกิต จำนวน 20 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง เวลา (คาบ) 5 ภาวะโภชนาการที่มี ผลกระทบต่อสุขภาพ (4) ภาวะโภชนาการ 1 ภาวการณ์ขาดสารอาหาร 1 ภาวะโภชนาการเกิน 1 การควบคุมน้ำหนักของตนเองให้อยู่ใน เกณฑ์มาตรฐาน 1 6 การปฐมพยาบาลและ การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย (8) การปฐมพยาบาล : การเป็นลม 1 การปฐมพยาบาล : บาดแผล 1 การปฐมพยาบาล : ไฟไหม้ น้ำร้อนลวก 1 การปฐมพยาบาล : กระดูกหัก 1 การปฐมพยาบาล : สิ่งแปลกปลอมเข้าตา หู คอ จมูก 1 การปฐมพยาบาล : แมลงสัตว์กัดต่อย 1 การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยผู้ช่วยเหลือ 1 คน ผู้ช่วยเหลือ 2 คน และผู้ช่วยเหลือ 3 คน 1 การเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโดยใช้อุปกรณ์ 1 7 สารเสพติด (8) ลักษณะอาการของผู้ติดสารเสพติดและการ ป้องกันสารเสพติด 1 พิษภัยของสารเสพติดที่มีต่อร่างกาย และจิตประสาทของผู้เสพ 1 ความสัมพันธ์ของการใช้สารเสพติดกับการ เกิดโรคและอุบัติเหตุ 1 ทักษะการชักชวนผู้อื่นให้ลด ละ เลิกสาร เสพติดทักษะการคิดวิเคราะห์ 1
27 ทักษะการชักชวนผู้อื่นให้ลด ละ เลิกสาร เสพติดทักษะการสื่อสาร 1 ทักษะการชักชวนผู้อื่นให้ลด ละ เลิกสาร เสพติดทักษะการตัดสินใจ 1 ทักษะการชักชวนผู้อื่นให้ลด ละ เลิกสาร เสพติดทักษะการแก้ปัญหา 1 ทักษะการชักชวนผู้อื่นให้ลด ละ เลิกสาร เสพติดทักษะการปฏิเสธ 1 รวม 20
28 ตัวอย่างแผนการสอน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา วิชาสุขศึกษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่5 ภาวะโภชนาการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ แผนจัดการเรียนรู้ที่ 4การควบคุมน้ำหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เวลาเรียน 1 ชั่วโมง วันที่.........เดือน............พ.ศ............. ครูผู้สอนนายกนกพร สุภรณ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ พ 4.1 เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดำรงสุขภาพ การป้องกันโรค และการสร้างเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ ตัวชี้วัด พ 4.1 ม.1/3 ควบคุมน้ำหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 นักเรียนอธิบายวิธีการแก้ไขปัญหาน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานและปัญหาน้ำหนักเกินเกณฑ์ มาตรฐานได้ (K) 2.2 นักเรียนเห็นความสำคัญของการมีน้ำหนักตัวเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน (A) 2.3 นักเรียนสามารถคำนวณหาค่าดัชนีมวลกายเพื่อหาแนวทางควบคุมน้ำหนักของตนเองให้อยู่ใน เกณฑ์มาตรฐานได้(P) 3. สาระสำคัญ การมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแสดงถึงภาวะการเจริญเติบโตที่เหมาะสมส่งผลให้มีสุขภาพที่ดี เรา จึงต้องรู้จักควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอยู่เสมอ เพื่อการมีสุขภาพที่ดีอย่างยืนยาวและ ส่งผลให้มีบุคลิกภาพที่ดี 4. สาระการเรียนรู้ การควบคุมน้ำหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน - การแก้ไขปัญหาน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (การเพิ่มน้ำหนัก) - การแก้ไขปัญหาน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน (การลดน้ำหนัก)
29 5. จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีวินัย ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการสื่อสาร 6. ภาระงาน/ชิ้นงาน 1. แผนภาพความคิดสาเหตุของปัญหาน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานและวิธีการแก้ไขปัญหา 2. แผนภาพความคิดสาเหตุของปัญหาเกินเกณฑ์มาตรฐาน และวิธีการแก้ไขปัญหา 3. ชิ้นงานที่ 7 เรื่อง การควบคุมน้ำหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน 7. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นนำ 1. ให้นักเรียนทบทวนความรู้เกี่ยวกับภาวะการขาดสารอาหาร โดยครูใช้คำถาม ดังนี้ - นักเรียนคิดว่า คนผอม คือ คนลักษณะใด (ตัวอย่างคำตอบ ตัวเล็ก ซูบซีด น้ำหนักน้อย) - นักเรียนคิดว่าสาเหตุที่ทำให้คนผอม คืออะไร (ตัวอย่างคำตอบ รับประทานอาหารน้อยขาด สารอาหาร ทำงานหนัก เจ็บป่วยหรือเป็นโรค) - ความผอมมีผลเสียต่อสุขภาพอย่างไรบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ ร่างกายอ่อนแอ เป็นโรคได้ง่าย) - นักเรียนคิดว่า การแก้ไขปัญหาความผอม ควรทำอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ดื่มนม ออกกำลัง กาย นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่) ขั้นสอน 1. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน จากนั้นร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับสาเหตุของความผอม ผลเสีย ของความผอมที่มีต่อสุขภาพและวิธีปฏิบัติตนเพื่อเพิ่มน้ำหนักของคนผอม แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกัน วางแผนและเตรียมการนำเสนอผลการศึกษาที่เข้าใจง่าย จากนั้นส่งตัวแทนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน 2. ครูอ่านสถานการณ์ให้นักเรียนฟัง ดังนี้ พิชัย เป็นนักเรียนชั้น ม.1อายุ 13 ปี มีน ้าหนัก 33 กิโลกรัม ส่วนสูง 148 เซนติเมตร พิชัยเป็นคน รับประทานอาหารยาก และไม่ชอบรับประทานผัก พิชัยมักจะเข้านอนหลังเที่ยงคืน และไม่ค่อยชอบ ออกก าลังกาย จากพฤติกรรมดังกล่าว ท าให้พิชัยมีปัญหาน ้าหนักต ่ากว่าเกณฑ์
30 ให้นักเรียนวิเคราะห์สาเหตุปัญหาน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน และวิธีการแก้ไขปัญหาโดยสรุปเป็นแผนภาพ ความคิด ดังนี้ 3. ครูนำข่าวเกี่ยวกับการลดความอ้วนด้วยวิธีการที่ผิด เช่น รีดไขมัน รับประทานยาลดความอ้วน การอดอาหาร จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใช้คำถาม ดังนี้ - นักเรียนคิดว่า การลดความอ้วนด้วยวิธีการรีดไขมัน รับประทานยาลดความอ้วน การอดอาหาร เป็นวิธีการที่ถูกต้องหรือไม่ (ไม่ถูกต้อง) - นักเรียนคิดว่า วิธีการรีดไขมัน รับประทานยาลดความอ้วน การอดอาหาร จะเกิดผลข้างเคียง อย่างไรบ้าง (ตัวอย่างคำตอบ ร่างกายอ่อนเพลีย อาจเสียชีวิตได้) - นักเรียนคิดว่า การลดความอ้วนที่ถูกวิธี ควรทำอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ปรับพฤติกรรมในการ รับประทานอาหาร ออกกำลังกายสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ) 4. ครูอธิบายให้นักเรียนฟังว่า โรคอ้วนส่วนมากเกิดจากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ถูกต้องมีเพียง บางส่วนที่เกิดจากความผิดปกติทางฮอร์โมน ดังนั้น การแก้ไขโรคอ้วนจึงควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ เพื่อลดน้ำหนักและควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน 5. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน จากนั้นร่วมกันศึกษาและอภิปรายเกี่ยวกับวิธีการลดน้ำหนัก ที่ถูกต้อง จากนั้นให้แต่ละกลุ่มช่วยกันวางแผนและเตรียมการนำเสนอผลการศึกษาที่เข้าใจง่าย จากนั้นส่ง ตัวแทนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... สาเหตุของปัญหา น ้าหนักต่า กว่าเกณฑ์ วิธีแก้ไข (การเพิ่มน ้าหนักตัว)
31 6. ครูอ่านสถานการณ์ให้นักเรียนฟัง ดังนี้ ให้นักเรียนวิเคราะห์สาเหตุปัญหาน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน และวิธีการแก้ไขปัญหาโดยสรุปเป็น แผนภาพความคิด ดังนี้ 7. ให้นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น เพื่อสรุปความรู้เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน้ำหนักเกินเกณฑ์ มาตรฐาน โดยครูใช้คำถาม ดังนี้ - ปัญหาน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน มีสาเหตุหลักมาจากอะไร (ตัวอย่างคำตอบ การบริโภค อาหารไม่ถูกต้อง) - การแก้ไขปัญหาน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ถูกต้องควรทำอย่างไร (ตัวอย่างคำตอบ ปรับพฤติกรรมการบริโภค ควบคู่กับการออกกำลังกาย) ขั้นสรุป 1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปความรู้ ดังนี้ - การมีน้ำหนักอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแสดงถึงภาวะการเจริญเติบโตที่เหมาะสมส่งผลให้มี สุขภาพที่ดี เราจึงต้องรู้จักควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอยู่เสมอ เพื่อการมีสุขภาพที่ดีอย่างยืน ยาวและส่งผลให้มีบุคลิกภาพที่ดี ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... ....................................... สาเหตุของปัญหา น ้าหนักเกินเกณฑ์ วิธีแก้ไข (การลดน ้าหนัก) นิดา อายุ 13 ปี มีน ้าหนัก 62 กิโลกรัม ส่วนสูง 153 เซนติเมตร นิดาเป็นคนที่ชอบรับประทาน อาหารฟาสต์ฟูดมาก และอาหารโปรดของนิดา คือ แฮมเบอร์เกอร์และช็อกโกแลต นิดาไม่ค่อย รับประทานผักและผลไม้ และไม่ชอบออกก าลังกาย จากพฤติกรรมดังกล่าว ท าให้นิดามีปัญหาน ้าหนัก เกินเกณฑ์มาตรฐาน
32 8. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. ข่าวเกี่ยวกับการลดความอ้วน 2. ตัวอย่างสถานการณ์ 3. ชิ้นงานที่ 7 เรื่อง การควบคุมน้ำหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน 9. การวัดและการประเมินผล ลงชื่อ...................................(ผู้สอน) ( นายกนกพร สุภรณ์) จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนสามารถอธิบาย วิธีการแก้ไขปัญหาน้ำหนักต่ำกว่า เกณฑ์มาตรฐานและปัญหา น้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานได้ (K) ชิ้นงานที่ 7 เรื่อง การ ควบคุมน้ำหนักของตนเอง ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แบบประเมินชิ้นงานที่ 7 เรื่อง การควบคุมน้ำหนัก ของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์ มาตรฐาน ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ร้อยละ 80 2. นักเรียนเห็นความสำคัญของ การมีน้ำหนักตัวเป็นไปตามเกณฑ์ มาตรฐาน (A) สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ร้อยละ 80 3. นักเรียนสามารถคำนวณหา ค่าดัชนีมวลกายเพื่อหาแนวทาง ควบคุมน้ำหนักของตนเองให้อยู่ ในเกณฑ์มาตรฐานได้ (P) แบบคำนวณค่าดัชนีมวล กาย แบบประเมินแบบคำนวณ ค่าดัชนีมวลกาย ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ร้อยละ 80
33 10. บันทึกผลหลังสอน 1. ปัญหาที่เกิดขึ้น ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................... ............................................... 2. วิธีการแก้ปัญหา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. ผลการแก้ปัญหา .................................................................................................................... .......................................................... ............................................................................................................................. ................................................. ลงชื่อ................................................................ (นายกนกพร สุภรณ์) ครูผู้สอน .............../.............../................. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ............................................................... (นายนรินทร์ศักดิ์ อินตาแสง) ครูพี่เลี้ยง .............../.............../.................. ความคิดเห็นของผู้บริหาร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ.............................................................. (นางพุทธชาติ ไชยนา) หัวหน้าฝ่ายวิชาการ .............../.............../.................
34 แบบประเมินแบบคำนวณค่าดัชนีมวลกาย ลงชื่อ...................................(ผู้สอน) ( นายกนกพร สุภรณ์) ประเด็นการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 3 2 1 1. คำนวณค่าดัชนีมวล กาย คำนวณค่าดัชนีมวลกาย ได้ถูกต้องทั้งหมด คำนวณค่าดัชนีมวลกาย ได้ถูกต้องบางส่วน ไม่สามารถคำนวณค่า ดัชนีมวลกายได้
35 แบบสังเกตพฤติกรรม คำชี้แจง : ทำเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนนที่นักเรียนปฏิบัติได้ ที่ ชื่อ - สกุล ความสนใจ ความร่วมมือในการทำ กิจกรรม รวม 1 2 3 1 2 3 คะแนนพฤติกรรม 3 คะแนน = แสดงพฤติกรรมให้เห็นมาก สนใจและให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมเป็นอย่างดี 2 คะแนน = แสดงพฤติกรรมให้เห็นปานกลาง สนใจและให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม 60% 1 คะแนน = แสดงพฤติกรรมให้เห็นน้อย ไม่สนใจและไม่ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม เกณฑ์การประเมิน 5-6 คะแนน = ดีมาก 3-4 คะแนน = พอใช้ 0-2 คะแนน = ปรับปรุง ลงชื่อ...................................(ผู้สอน) ( นายกนกพร สุภรณ์)
36 ให้นักเรียนค ำนวณหำค่ำดัชนีมวลกำย (BMI) ของตนเอง แล้ววิเครำะห์ผลโดยเขียน เครื่องหมำย ลงใน หน้ำค ำตอบที่ถูกต้องและเสนอแนวทำงกำรควบคุมน ้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ มำตรฐำนลงในแผนภำพควำมคิด ชิ้นงำนที่ 7 เรื่อง กำรควบคุมน ้ำหนักของตนเองให้อยู่ในเกณฑ ์ มำตรฐำน วันที่.......... เดือน.......................................... พ.ศ. ................. ชื่อ............................................................................ เลขที่.............. ช้นั.............. ได้__________คะแนน คะแนนเต็ม 10 คะแนน BMI= น้ำ หนกัตวั (กิโลกรัม) ส่วนสูง (เมตร)2 แนวทำงกำรควบคมุน ้ำหนักตัว ให้อยู่ในเกณฑ์มำตรฐำน _________________________ _________________________ _________________________ _________________________ _________________________ ค่ำดัชนีมวลกำย น้ำ หนกั = _______กิโลกรัม ส่วนสูง= _______เซนติเมตร ค่ำ BMI = _______ ผลกำรวิเครำะห์ค่ำ BMI มวลกำยต ่ำมำก มวลกำยต ่ำ มวลกำยพอเหมำะ มวลกำยสูง มวลกำยสูงมำก
37 ตารางวิเคราะห์หลักสูตรรายวิชา พลศึกษา โครงสร้างรายวิชา รหัสวิชา พ 23104 วิชาเซปักตะกร้อ กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่3 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หน่วยกิต ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการ เรียนรู้/ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 1 ปฐมนิเทศ พ 3.1 ม 3/1 พ 3.2 ม 3/1 -ความรู้เกี่ยวกับกีฬาเซปักตะกร้อและ ข้อตกลงระหว่างเรียน -ประวัติความเป็นมาของกีฬาเซปักตะกร้อ ในประเทศไทยและต่างประเทศ 2 15 2 การสร้างความคุ้นเคยใน การเล่นกีฬาเซปักตะกร้อ พ 3.1 ม 3/1 -การยืดเหยียดกล้ามเนื้อและการ เคลื่อนไหวเบื้องต้นในการเล่นกีฬาเซปัก ตะกร้อ -การสร้างความคุ้นเคยในการเล่นกีฬา เซปักตะกร้อ -การเดาะลูกเซปักตะกร้อ(ข้างเท้าด้านใน) -การเดาะลูกเซปักตะกร้อ(หลังเท้า) -การเดาะลูกเซปักตะกร้อ (เข่า ศีรษะ) -การเดาะลูกเซปักตะกร้อ (กระทบผนัง) 6 15 3 ทักษะพื้นฐานการเล่นกีฬา เซปักตะกร้อ พ 3.1 ม 3/1 -การเดาะลูกเซปักตะกร้อ (แบบคู่) 2 15 สอบกลางภาค 1 10 3 ทักษะพื้นฐานการเล่นกีฬา เซปักตะกร้อ พ 3.1 ม 3/1 -การโยนลูกเซปักตะกร้อ -การเสิร์ฟลูกเซปักตะกร้อ -การรับลูกเสิร์ฟเซปักตะกร้อ -การเล่นเกมรุก -การบล็อคหรือสกัดกั้น -ตำแหน่งและหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง -การเล่นเซปักตะกร้อเพื่อการแข่งขัน 8 25 รวมคะแนนระหว่างภาคเรียน 19 80 สอบปลายภาค 1 20 รวมตลอดภาคเรียน 20 100
38 กำหนดการจัดการเรียนรู้วิชาฟุตซอล กลุ่มสาระ สุขศึกษาและพลศึกษา (พลศึกษา) ชั้นมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 3 วิชา เซปักตะกร้อ รหัสวิชา พ23104 จำนวน 0.5 หน่วยกิต จำนวน 20 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ เรื่อง เวลา (คาบ) 1 การปฐมนิเทศ (2) ความรู้เกี่ยวกับกีฬาเซปักตะกร้อและ ข้อตกลงระหว่างเรีย 1 ประวัติความเป็นมาของกีฬาเซปักตะกร้อ ในประเทศไทยและต่างประเทศ 1 2 การสร้างความคุ้นเคยใน การเล่นกีฬาเซปัก ตะกร้อ (6) การยืดเหยียดกล้ามเนื้อและการ เคลื่อนไหวเบื้องต้นในการเล่นกีฬาเซปัก ตะกร้อ 1 การสร้างความคุ้นเคยในการเล่นกีฬา เซปักตะกร้อ 1 การเดาะลูกเซปักตะกร้อ(ข้างเท้าด้านใน) 1 การเดาะลูกเซปักตะกร้อ(หลังเท้า) 1 การเดาะลูกเซปักตะกร้อ (เข่า ศีรษะ) 1 การเดาะลูกเซปักตะกร้อ (กระทบผนัง) 1 3 ทักษะพื้นฐานการเล่น กีฬาเซปักตะกร้อ (12) การเดาะลูกเซปักตะกร้อ (แบบคู่) 2 การโยนลูกเซปักตะกร้อ 1 การเสิร์ฟลูกเซปักตะกร้อ 2 การรับลูกเสิร์ฟเซปักตะกร้อ 2 การเล่นเกมรุก 2 การบล็อคหรือสกัดกั้น 1 ตำแหน่งและหน้าที่ของแต่ละตำแหน่ง 1 การเล่นเซปักตะกร้อเพื่อการแข่งขัน 1 รวม 20
39 ตัวอย่างแผนการสอน แผนการจัดการเรียนรู้ที่1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา รายวิชาเซปักตะกร้อ รหัสวิชา พ 23104 ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 การปฐมนิเทศ แผนจัดการเรียนรู้ที่ 1 ความรู้เกี่ยวกับกีฬาเซปักตะกร้อและข้อตกลงระหว่างเรียน เวลาเรียน 1 ชั่วโมง วันที่.........เดือน............พ.ศ............. ครูผู้สอนนายกนกพร สุภรณ์ 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ พ 3.1 เข้าใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกายภาพ การเล่นเกม และกีฬา พ 3.2 รักการออกกำลังกาย การเล่นเกมและการเล่นกีฬาโดยการปฏิบัติเป็นประจำ อย่างสม่ำเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขันและชื่นชม สุนทรียภาพของการกีฬา ตัวชี้วัด พ 3.1 ม.3/1 เล่นกีฬาไทยและกีฬาสากล ได้อย่างละ 1 ชนิดโดยใช้เทคนิค ที่เหมาะสมกับตนเองและ ทีม พ 3.2 ม.3/1 ปฏิบัติตนตามกฎ กติกา และข้อตกลงใน การเล่นตามชนิดกีฬาที่เลือกและนำแนวคิดที่ ได้ไปพัฒนาคุณภาพชีวิต ของตนในสังคม 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับกีฬาเซปักตะกร้อและข้อตกลงระหว่างเรียน (K) 2.2 นักเรียนสามารถปฏิบัติตามข้อตกลงระหว่างเรียนวิชาเซปักตะกร้อได้(P) 2.3 นักเรียนเห็นความสำคัญของการเรียนกีฬาเซปักตะกร้อและข้อตกลงระหว่างเรียน (A) 3. สาระสำคัญ การเล่นกีฬาเป็นการออกกำลังชนิดหนึ่งซึ่งจะทำให้ร่างกายของเราแข็งแรง กีฬาทุกประเภทมีความ แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละบุคคลที่เลือกสามารถจะเล่นกีฬาประเภทไหนแต่ในการเรียนกีฬา เซปักตะกร้อเป็นกีฬาประเภททีมที่มีความสนุกสนาน เป็นกีฬาที่ก่อให้เกิดความสนุกสนาน เพลิดเพลิน เป็น การเสริมสร้างสมรรถภาพ ทางด้านร่างกาย และจิตใจ เป็นกีฬาที่ประหยัดค่าใช้จ่าย ก่อให้เกิดประโยชน์หลาย ด้าน 4. สาระการเรียนรู้ ความรู้เกี่ยวกับกีฬาเซปักตะกร้อและข้อตกลงระหว่างเรียน
40 5. จุดเน้นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2. มีวินัย ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการคิด 2. ความสามารถในการแก้ปัญหา 3. ความสามารถในการสื่อสาร 6. กิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นเตรียมและอบอุ่นร่างกาย 1. ครูรวมนักเรียนสำรวจนักเรียนและตรวจดูการแต่งกายของนักเรียนว่าแต่งกายเรียบร้อย พร้อมที่จะเรียนหรือยัง โดยถามถึงสุขภาพของนักเรียน คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก 2. แบ่งกลุ่มนักเรียนเป็น 6 กลุ่มเข้าแถวตอนลึก 3. ครูดำเนินการปฐมนิเทศ อธิบายเบื้องต้นในการเรียนดังนี้ 3.1 การปฏิบัติตนก่อนเข้าเรียน เดินแถวมาจากห้องเรียน 3.2 เครื่องแต่งกายต้องเป็นชุดพลศึกษาตามที่โรงเรียนกำหนด 3.3 ครูแจ้งจุดประสงค์การเรียนให้นักเรียนทราบ 3.4 การปฏิบัติหลังเลิกเรียน การรวมกลุ่ม จัดแถว การบอกเลิกแถว 3.5 การเดินกลับห้องเรียน ขั้นอธิบายและสาธิต 1. ครูอธิบายเงื่อนไขการจัดการเรียนรู้กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ระเบียบแถวการเข้าชั้นเรียน การแต่งกาย การวัดและประเมินผล 2. ครูอธิบายเกี่ยวกับกติกากีฬาเซปักตะกร้อให้นักเรียนจดบันทึกไว้เพื่อให้นักเรียนได้มี ความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกีฬาเซปักตะกร้อเพิ่มมากขึ้น 3. นักเรียนนำสมุดที่จดกติกามาส่งครูตรวจ ขั้นฝึกปฏิบัติ 1. ครูอธิบายเกี่ยวกับทักษะการเล่นกีฬาเซปักตะกร้อนักเรียนจดและสรุปลงในสมุดส่งครู 2. ครูอธิบายอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียน ลูกเซปักตะกร้อ เสา เน็ตเซปักตะกร้อ
41 สนามเซปักตะกร้อ อุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ขั้นนำไปใช้ 1. นักเรียนอธิบายลักษณะการเล่นเซปักตะกร้อ 2. นักเรียนเข้าใจกฎกติกา ระเบียบ ข้อบังคับ การเข้าชั้นเรียนการแต่งกายการวัดและ ประเมินผล ขั้นสรุป 1. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเรื่องเกี่ยวกับกีฬาเซปักตะกร้อหลังจากนั้นร่วมกันอภิปราย ซักถาม 2. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ซักถามและนัดหมายการเรียนในสัปดาห์หน้า 3. นักเรียนรู้เกี่ยวกับสุขปฏิบัติให้นักเรียนล้างมือ,ล้างหน้า,ดื่มน้ำเป็นการสอดแทรกเนื้อหาสุข ศึกษาเข้าไปในชั่วโมงเรียนด้วย 7. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ - สนามกีฬาเซปักตะกร้อ - Internet -ห้องสมุดโรงเรียน -ห้องพลศึกษา
42 8. การวัดและการประเมินผล ลงชื่อ (ผู้สอน) ( นายกนกพร สุภรณ์) จุดประสงค์ วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับกีฬา เซปักตะกร้อและข้อตกลง ระหว่างเรียน (K) แบบสอบถาม แบบประเมินจาก แบบสอบถาม ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ร้อยละ 80 2. นักเรียนสามารถปฏิบัติตาม ข้อตกลงระหว่างเรียนวิชาเซปัก ตะกร้อได้(P) สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ร้อยละ 80 3. นักเรียนเห็นความสำคัญของ การเรียนกีฬาเซปักตะกร้อและ ข้อตกลงระหว่างเรียน (A) สังเกตพฤติกรรม แบบสังเกต พฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ร้อยละ 80
43 9. บันทึกผลหลังสอน 1. ปัญหาที่เกิดขึ้น ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................... ............................................... 2. วิธีการแก้ปัญหา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. 3. ผลการแก้ปัญหา ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ................................................................ (นายกนกพร สุภรณ์) ครูผู้สอน .............../.............../................. ความคิดเห็นของครูพี่เลี้ยง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ............................................................... (นายนรินทร์ศักดิ์ อินตาแสง) ครูพี่เลี้ยง .............../.............../.................. ความคิดเห็นของหัวหน้าฝ่ายวิชาการ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ.............................................................. (นางพุทธชาติ ไชยนา) หัวหน้าฝ่ายวิชาการ .............../.............../.................
44 แบบประเมินทักษะการนำความรู้มาใช้ในการตอบคำถาม คำชี้แจง ให้ครูทำเครื่องหมาย ลงในช่องระดับคะแนนตามเกณฑ์การประเมิน พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคะแนน ดีเยี่ยม (๓) ดี (๒) ผ่าน (๑) ไม่ผ่าน (๐) ๑. ความรู้และทักษะ - การนำความรู้มาใช้ในการตอบคำถาม ๒. การแสดงออก -ความตั้งใจ ความมั่นใจและกล้าแสดงออก เกณฑ์การประเมินทักษะการนำความรู้มาตอบคำถาม พฤติกรรมบ่งชี้ ระดับคะแนน ดีเยี่ยม (๓) ดี (๒) ผ่าน (๑) ไม่ผ่าน (๐) ๑.ความรู้และทักษะ - การนำความรู้มาใช้ ในการตอบคำถาม มีความรู้และ ทักษะ ตอบคำถามได้ ถูกต้องทั้งหมด มีความรู้และ ทักษะ ตอบคำถามได้ ถูกต้องมากกว่า ๘๐% มีความรู้และ ทักษะ ตอบคำถามได้ ถูกต้องมากกว่า ๕๐% มีความรู้และ ทักษะ ตอบคำถามได้ ถูกต้องน้อย ๕๐% ๒. ความตั้งใจ ความ มั่นใจและกล้า แสดงออก มีความตั้งใจ ความ มั่นใจกล้า แสดงออก มีความตั้งใจ ขาดความกล้า แสดงออก ไม่มีความตั้งใจ ขาดความกล้า แสดงออก ไม่มีความตั้งใจ ขาดความกล้า แสดงออก เกณฑ์การตัดสินระดับคุณภาพ คะแนนระหว่าง ๖ คะแนน หมายถึง ดีมาก คะแนนระหว่าง ๔ – ๕ คะแนน หมายถึง ดี คะแนนระหว่าง ๒ – ๓ คะแนน หมายถึง ผ่าน คะแนนระหว่าง ๐ – ๑ คะแนน หมายถึง ปรับปรุง
45 แบบประเมินทักษะกระบวนการพลศึกษา ชื่อ ชั้น คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่อง ที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1 ปฏิบัติได้ตามวิธีการ 2 ปฏิบัติได้อย่างคล่องแคล่ว 3 ปฏิบัติได้ตามเวลาที่กำหนด 4 ปฏิบัติด้วยความระมัดระวังด้านความปลอดภัย 5 มีน้ำใจนักกีฬา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12 - 15 ดี 8 - 11 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง
46 ส่วนที่ 3 การปฏิบัติงานพิเศษ
47 การปฏิบัติงานพิเศษ ในการฝึกปฏิบัติการสอนในครั้งนี้ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่อื่น ๆ นอกเหนือจากการสอน ดังต่อไปนี้ ตัดสินฟุตบอล กีฬาภายใน นำนักกีฬาไปแข่งฟุตบอลนักเรียน U 18 Sakonnakhon Student League 1