The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by monrawee.kowsakun, 2021-07-26 20:44:39

เพลงอีแซว

เพลงอีแซว

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 1
เลม่ ที่ 2 เพลงอแี ซว

สาระและมาตรฐานการเรียนรู้

สาระท่ี 3 นาฏศลิ ป์
มาตรฐาน ศ 3.2 เข้าใจความสมั พนั ธ์ระหวา่ งนาฏศิลป์ ประวตั ศิ าสตร์

และวฒั นธรรม เห็นคณุ ค่าของนาฏศลิ ป์ ที่เป็นมรดก
ทางวฒั นธรรม ภมู ปิ ัญญาท้องถิ่น ภมู ปิ ัญญาไทย
และสากล

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 2
เลม่ ที่ 2 เพลงอแี ซว

ผลการเรียนรู้

1. สืบค้นประวตั คิ วามเป็นมาและววิ ฒั นาการของเพลงพนื ้ บ้าน(อีแซว)
2. อธิบายประวตั ิความเป็นมาและววิ ฒั นาการของเพลงพนื ้ บ้าน(อีแซว)
3. ทกั ษะในการประพนั ธ์เนอื ้ ร้องเพลงพืน้ บ้าน(อีแซว)
4. เหน็ คณุ ค่าของเพลงพืน้ บ้าน(อีแซว) และร่วมกนั อนรุ ักษ์สืบสาน

เพลงพืน้ บ้าน (อีแซว)
5. ศกึ ษาวเิ คราะห์ ประวตั ิ ผลงาน ของพอ่ เพลง แม่เพลงที่สาคญั

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 3
เลม่ ที่ 2 เพลงอีแซว

คาแนะนาการใช้เอกสารประกอบการเรียนสาหรับนักเรียน

เอกสารประกอบการเรียน วิชา ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2
เลม่ ที่ 2 เพลงอีแซว เล่มนีเ้ป็นเอกสารประกอบการเรียนวชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ซง่ึ ผ้เู รียนจะต้องปฏบิ ตั ติ ามขนั้ ตอน ดงั นี ้

1. ทาแบบทดสอบก่อนเรียนจานวน 10 ข้อ
2. ศกึ ษาใบความรู้ ให้เข้าใจก่อนทากิจกรรม ในการทากิจกรรมทกุ ครัง้

นกั เรียนจะต้องมีความตงั้ ใจ และซอื่ สตั ย์ การเรียนจงึ จะมีการพฒั นาและ
ประสบความสาเร็จด้วยดี
3. ทาแบบทดสอบหลงั เรียน จานวน 10 ข้อ
4. ตรวจคาตอบในใบเฉลยแบบทดสอบก่อนเรียนและแบบทดสอบหลงั เรียน
5. สรุปผลคะแนนที่ได้ลงในใบสรุปผลการเรียน เพอ่ื ทราบผลการเรียนและ
การพฒั นา

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 4
เลม่ ท่ี 2 เพลงอแี ซว

แบบทดสอบก่อนเรียน

คาชีแ้ จง 1. แบบทดสอบเป็นแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ 4 ตวั เลอื ก จานวน 10 ข้อ
10 คะแนน

2. ให้นกั เรียนทาเครื่องหมายกากบาท () ในชอ่ ง ก ข ค หรือ ง ท่ีเหน็ วา่ ถกู ที่สดุ
เพียงข้อเดยี ว ลงในกระดาษคาตอบ

1. ข้อใดคอื เพลงพนื้ บ้านภาคกลาง ข. เพลงบอก
ก. เพลงอีแซว ง. เพลงขบั ลือ้
ค. เพลงบนั ตน

2. เพลงอแี ซวเป็ นเพลงพืน้ บ้านของจงั หวัดใด

ก. สพุ รรณบรุ ี ข. นครสวรรค์

ค. ราชบรุ ี ง. กาญจนบรุ ี

3. ข้อใดคือเคร่ืองดนตรีท่ีใช้ประกอบการแสดงเพลงอแี ซว

ก. ตะโพน ฉ่ิง ฉาบ ข. ตะโพน ฉิ่ง กรับ

ค. ระนาด ตะโพน กรับ ง. ตะโพน ฉาบ กลอง

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 5
เลม่ ท่ี 2 เพลงอแี ซว

4. ข้อใดเป็นลกั ษณะของกลอนหวั เดยี วของเพลงอีแซว
ก. เนือ้ หาเป็นเร่ืองเดยี วกนั
ข. จานวนคาในบทกลอนเทา่ กนั
ค. เป็นบทกลอนท่ีขนึ ้ ต้นสระเดียวกนั
ง. คาท้ายของทกุ บทลงด้วยสระเสยี งเดียวกนั

5. พชั ราภาทาหน้าที่แสดงเป็นแมเ่ พลงอแี ซวควรจะแตง่ ตวั อย่างไรจงึ จะเหมาะสม

ก. นงุ่ ผ้าถงุ ยาว สวมเสอื ้ คอกระเช้า ข. น่งุ ผ้าถงุ ยาว สวมเสือ้ แขนกระบอก

ค. น่งุ โจงกระเบน สวมเสอื ้ ลกู ไม้ ง. นงุ่ โจงกระเบน สวมเสอื ้ คอกระเช้า

6. กลอนเพลงอแี ซวบทหนงึ่ จะมีก่ีวรรค ข. 2 วรรค
ก. 1 วรรค ง. 4 วรรค
ค. 3 วรรค

7. เพลงอแี ซวไมน่ ิยมนาไปเลน่ ในงานใด ข. งานแตง่ งาน
ก. งานศพ ง. งานบวช
ค. งานทาบญุ ขนึ ้ บ้านใหม่

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 6
เลม่ ท่ี 2 เพลงอแี ซว

8. การแตง่ เพลงอแี ซวตงั้ แต่ 2 บทขนึ ้ ไปคาใดที่ต้องลงท้ายด้วยสระเสยี งเดียวกนั

ก. คาสดุ ท้ายของวรรคท่ี 1 ข. คาสดุ ท้ายของวรรคท่ี 2

ค. คาสดุ ท้ายของทกุ วรรค ง. คาสดุ ท้ายของทกุ บท

9. เพลงอีแซวมีต้นกาเนิดมาจากงานไหว้พระประจาปีของวดั ใด

ก. วดั ไชนาวาส ข. วดั ป่าเลไลยก์

ค. วดั พระนอน ง. วดั สวุ รรณภมู ิ

10. ข้อใดคอื พ่อเพลง หรือแมเ่ พลงอแี ซว ข. เอกชยั ศรีวิชยั
ก. ขวญั จิต ศรีประจนั ต์ ง. ข้อ ก และ ข้อ ค ถกู ต้อง
ค. บวั ผนั จนั ทร์ศรี

นกั เรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรียนได้หรือเปลา่ คะ
ถ้าทาไม่ได้ไมต่ ้องกงั วลนะคะ เพราะครูต้องการวดั พืน้ ฐานความรู้

เดิมของนกั เรียนเทา่ นนั้

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 7
เลม่ ที่ 2 เพลงอีแซว

1 ความรู้ท่วั ไปเก่ียวกับเพลงอีแซว

ประวัตคิ วามเป็ นมาของเพลงอแี ซว

เพลงอีแซว เป็นเพลงพืน้ บ้านประจาท้องถ่ินของ สพุ รรณบรุ ี ท่ีแสดงลกั ษณะเฉพาะ
ของท้องถ่ินได้อย่างหน่ึง ด้วยเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้ วว่าเพลงนีม้ ีกาเนิดในจังหวัด
สพุ รรณบรุ ี ซง่ึ ชาวสพุ รรณบรุ ีนิยมเลน่ กนั อย่างมากและเลน่ กนั มายาวนานจนกระทงั่ ปัจจบุ นั

เพลงอแี ซวถือกาเนิดขนึ ้ เนื่องจากในอดตี พอถงึ ช่วงหน้าเทศกาลทอดกฐินผ้าป่า เดอื น
11 เดือน 12 ประชาชนในจังหวดั สพุ รรณบรุ ีจะชกั ชวนกันไปร่วมงานบญุ ยงั วดั ต่างๆ อย่าง
เนืองแน่น เมื่อมีงานบญุ ก็ต้องมีการแสดงเพลงพืน้ บ้านเป็นของค่กู นั ดงั นนั้ บรรดาพ่อเพลง
แม่เพลงปากเอกทงั้ หลายจงึ นดั หมายมาประคารมกนั ซงึ่ จะเป็นท่ีช่ืนชอบของผ้นู ิยมฟังเพลง
พืน้ บ้านเป็นอย่างย่ิง แหล่งประชุมเพลงที่ใหญ่ท่ีสดุ ในอดีต เป็นท่ีรู้จักของผู้คนในท้องถิ่น
ใกล้เคียงกนั คือวัดป่ าเลไลยก์ ส่วนใหญ่จะมาโดยทางเรือ และจะอยู่เที่ยวงานตลอดคืน
เนื่องจากเดนิ ทางมาไกลไม่สะดวกในการกลบั หลงั จากมนสั การและปิดทองหลวงพ่อโตแล้ว
จงึ เท่ียวชมมหรสพต่างๆ หลงั เท่ียงคืนไปแล้วมหรสพเลิกแสดง คงเหลืออย่แู ตก่ ารเล่นเพลง
แคน ซึ่งจะเล่นกันอยู่ใต้ต้นโพธ์ิในบริเวณวัด เป็นการรอเวลาให้รุ่งสางเพ่ือสะดวกในการ
เดินทางกลบั คนที่อยไู่ กลจงึ เลน่ และดเู พลงแคนกนั ตลอดรุ่ง เพราะไมร่ ู้จะทาอะไร

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 8
เลม่ ที่ 2 เพลงอแี ซว

การเล่นเพลงแคนในสมัยนนั้ จะเป็นการร้องเล่าเรื่อง ได้มีการร้องโต้ตอบกันจึงไม่
สนกุ สนานเหมือนเพลงยวั่ พอ่ เพลง แม่เพลงจึงคดิ ประดิษฐ์คาร้องและทานองให้มีจงั หวะเร็ว
ขนึ ้ มีการร้องโต้ตอบกัน เพื่อไม่ให้ผู้ชมง่วงนอน โดยใช้บทเกีย้ วพาราสีเป็นแนวการร้อง ทา
จังหวะด้วยฉ่ิงและการปรบมือไม่ต้องใช้แคน เนือ้ ร้ องมีลักษณะชายเกีย้ วหญิง หญิงก็
โต้ตอบกันโดยการด้นกลอนสด ใช้โวหารปฏิภาณและการชิงไหวพริบซง่ึ กันและกนั ด้วยคา
สองแง่สองง่าม จึงเป็นที่สนุกสนานถูกใจคนดีมาก ต้องการให้ ร้ องแซวกันอีก พ่อเพลง
แม่เพลงจงึ ต้องผลดั เปลีย่ นร้องแซวกนั ตลอดทงั้ คืนและตลอดงาน ตอ่ มาจงึ เรียกเพลงพืน้ บ้าน
ทานองใหมน่ ีว้ า่ เพลงอีแซว

ท่ีมาของชื่อเพลง “อีแซว” ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามาจากคาหรือความหมายใด
อาจมาจากคาวา่ “แซว” ที่หมายถงึ แกร่ว หรือมาจากคาวา่ “แซว” ซงึ่ เป็นศพั ท์สแลง หมายถงึ
การยวั่ เย้า ส่วนพอ่ เพลง แม่เพลงลงความเห็นว่าเรียกวา่ อีแซว เพราะยืนวา่ กนั ไปแซวกนั ไป
ทงั้ คืน

ในช่วงสงครามโลกครัง้ ที่ 2 เพลงอแี ซวเมืองสพุ รรณกลบั ซบเซาลงเพราะเป็นช่วงของ
สงคราม บ้านเมืองขาดความสงบสุข ชาวบ้านไม่สามารถชุมนุมเล่นเพลงได้เหมือนก่อน
ตอ่ มาปี พ.ศ.2490 เพลงอแี ซวเริ่มฟื น้ ตวั และเป็นท่ีนิยมอยา่ งแพร่หลายอีกครัง้ มีคณะเพลง
เกิดขนึ ้ ใหม่เป็นจานวนมาก ทงั้ ยงั มีการแตง่ เพลงตบั ต่างๆ เพ่ือใช้ขบั ร้องกนั อย่างหลากหลาย
จนกระทง่ั ปี พ.ศ.2500 เพลงไทยลกู ท่งุ ได้รับความนิยมจากประชาชนท่ัวประเทศ จึงทาให้
กระแสของความชื่นชอบเพลงอแี ซวซบเซาลงอยา่ งมาก แม้จะมีการฟื น้ ฟเู พลงพืน้ บ้าน โดยมี
หน่วยงานตา่ งๆ เข้ามาสง่ เสริม โดยเฉพาะยคุ นายธนิต อย่โู พธ์ิ อธิบดีกรมศิลปากรในสมยั นนั้
ท่านได้จัดการแสดงเพลงพืน้ บ้านทั่วทุกภาค โดยเชิญศิลปินไปแสดงสังคีตศาลาของ
กรมศิลปากรและให้แสดงถ่ายทอดออกอากาศทางวิทยุ โทรทศั น์ด้วย นบั วา่ ได้รับความสนใจ
จากประชาชนพอสมควรแต่ยงั ไม่แพร่หลาย จนกระทง่ั แม่ขวญั จิต ศรีประจันต์ ซง่ึ ท่านเป็น
นกั ร้องลกู ท่งุ ชื่อดงั ของสพุ รรณบรุ ีในสมัยนนั้ ได้หนั กลบั มาฟื น้ ฟเู พลงอีแซวขนึ ้ อีกครัง้ ทาให้
เพลงอแี ซวได้รับความนิยมอยา่ งแพร่หลายเพราะท่านมีวธิ ีการเลน่ และวธิ ีการร้องกลอนเพลง
อีแซว ได้สมั พนั ธ์กบั เหตกุ ารณ์และยคุ สมยั เป็นอย่างดี

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 9
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว

ทานองการร้ อง

ทานองเพลงอีแซวที่มีมาแต่เดิมในยุคแรกๆ ท่ียังคงเป็นเพลงย่วั เย้าสนั้ ๆ ของหนุ่ม
สาว ลกั ษณะของทานองคอ่ นข้างเร็ว กระชนั้ และสมยั ก่อนจะร้องลงไว คือ พ่อเพลง แม่เพลง
ร้องไม่นาน ลกู คกู่ ็ร้องรับ การร้องรับจะรับทงั้ วรรคและจะมีคาวา่ ชะแล้ว เป็นหลกั ตอ่ มามี
การร้องโต้ตอบท่ียาวขนึ ้ การร้องรับของลกู ค่จู ะรับคาวา่ แล้ว โดยซา้ สองคาสดุ ท้าย หรือ รับ
ด้วยการซา้ สามคาสดุ ท้าย โดยไม่มีคาว่า แล้ว ต่อมาได้เปล่ียนจากการใช้คาวา่ ชะแล้ว เป็น
คาว่า แล้ว แทน โดยจะมีการร้ องเอือ้ น ว่า เอิงเอย ก่อนท่ีจะร้ องรับ ปัจจุบนั นักร้ องเพลง
ลกู ทงุ่ ได้นาเพลงอแี ซวมาประยกุ ต์เข้ากบั ดนตรีลกู ท่งุ แตย่ งั คงรักษารูปแบบ เอกลกั ษณ์ ของ
เพลงอีแซวไว้

ตวั อย่างเพลงอแี ซวที่ประยกุ ต์ใหม่ เช่น เพลงหมากดั
ของเอกชยั ศรีวิชยั นกั เรียนลองฟังดนู ะคะ

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 10
เลม่ ที่ 2 เพลงอแี ซว

เคร่ืองดนตรีประกอบ

การแสดงอีแซวนัน้ แต่เดิมมีเพียงเสียงปรบมือของผู้เล่น ซง่ึ การปรบมือนีส้ ามารถ
ช่วยยืดจังหวะหรือกระชับจังหวะให้แก่ผู้ร้ องเพลงได้เป็นอย่างดี เมื่อมีการเล่นเพลงอีแซว
อย่างแพร่หลาย จึงได้มีผู้นาเคร่ืองดนตรีประเภทเคร่ืองประกอบจังหวะมาประกอบ
การขบั ร้ อง คือ ฉิ่ง กรับ จนกระท่ัง พ่อไสว สุวรรณประทีป หรือพ่อไสว วงษ์งาม ซ่ึงเป็น
พ่อเพลงท่ีมีช่ือเสียงในยุคนัน้ ได้นา ตะโพนไทย มาตีประกอบการขับร้ องเพลงอีแซว
ก่อให้เกิดความสนุกสนานและความเร้าใจมากย่ิงขนึ ้ จนเป็นท่ีช่ืนชอบของผ้รู ้องและผ้ชู มใน
สมยั นนั้ เป็นอย่างย่ิง ทงั้ ยังได้สืบทอดมาจนถึงยคุ ปัจจบุ นั ดงั นนั้ ดนตรีท่ีใช้ประกอบการเล่น
เพลงอแี ซว คอื

ตะโพน ซงึ่ ใช้การตดี ้วยหน้าทบั ลาว ประกอบการขบั ร้อง
หน้าทบั ลาว

- ติง-โจ๊ะ - ตงิ - ตงิ - - ติงทงั่ - - ตงิ ทง่ั - ติง-โจ๊ะ - ติง - ตงิ - - ตงิ ทง่ั - - ตง่ิ ทง่ั

ฉ่ิง ใช้การตใี นอตั ราจงั หวะชนั้ เดยี ว
กรับ ใช้การตีให้ลงจงั หวะหน้าทบั

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 11
เลม่ ที่ 2 เพลงอแี ซว

ฉิ่ง

เป็นเครื่องดนตรีไทยประเภทตี ทาด้วยทองเหลือง หลอ่ หนา ปากผายกลม 1 ชดุ มี 2
ฝา ฉิ่งมี 2 ชนิดคือ ฉ่ิงสาหรับวงปี่พาทย์ และ ฉ่ิงที่ใช้สาหรับวงเครื่องสายและวงมโหรี ฉิ่ง
สาหรับวงป่ีพาทย์มีขนาดที่วดั ผ่านศนู ย์กลาง จากขอบข้างหนึ่งไปสดุ ขอบอีกข้างหน่ึง กว้าง
ประมาณ 6 – 6.5 ซม เจาะรูตรงกลางสาหรับร้ อยเชือก เพ่ือให้จับสะดวกขณะตี ส่วนฉ่ิง
สาหรับวงเคร่ืองสายและวงมโหรีนนั้ มีขนาดเลก็ กวา่ วดั ผา่ นศนู ย์กลางได้ขนาดประมาณ 5.5
ซม. เน่ืองจากการตีฉิ่ง ต้องเอาขอบของฝาข้างหนึง่ กระทบกับอีกฝากหนึ่ง แล้วยกขนึ ้ ก็จะมี
เสียงดังกังวานยาวดัง ฉิ่ง แต่ถ้าเอาทัง้ 2 ฝานัน้ กระทบและประกบกันไว้ จะได้ยินเสียง
ดงั สนั้ ๆดงั ฉับ ดงั นนั้ การเรียกชื่อเคร่ืองดนตรีชนิดนีว้ ่า ฉิ่ง ก็เพราะเรียกตามเสียงที่เกิดขึน้
นนั่ เอง

กรับ

กรับคู่ ทาด้วยไม้ไผ่ซีก 2 อนั เหลาให้เรียบและเกลีย้ ง หนาตามขนาดของเนือ้ ไม้
หวั และท้ายกว่าใหญ่ลดหลนั่ กนั เล็กน้อย ตีด้วยมือทงั้ สองข้าง โดยจบั ข้างละอนั ให้ด้านที่
เป็นผิวไม้กระทบกนั ตีลงบริเวณใกล้กับตอนหวั มีเสียงดงั กรับ กรับ ที่เรียกวา่ กรับคคู่ งเป็น
เพราะมีเป็นคู่ 2 อนั บางทีกเ็ รียกวา่ ” กรับไม้ “

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 12
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว

ตะโพน

ตะโพน เป็นเคร่ืองดนตรีที่ขึงด้วยหนงั ตวั ตะโพนทาด้วยไม้สักหรือไม้ขนุน เรียกว่า
ห่นุ ขดุ แตง่ ให้เป็นโพรงภายใน ขนึ ้ หนงั 2 หน้า ดงึ ด้วยสายหนงั โยงเร่งเสยี งเรียกวา่ หนงั เรียด
หน้าใหญ่มีความกว้างประมาณ 25 ซม เรียกวา่ หน้าเท่ง ตดิ หน้าด้วยข้าวสกุ บดผสมกบั ขเี ้ถ้า
เพื่อถ่วงเสียง อีกหน้าหน่ึงเล็กกว่ามีขนาดประมาณ 22 ซม เรียกว่า หน้ามัด ตวั กลองยาว
ประมาณ 48 ซม รอบ ๆ ขอบหนังที่ขึน้ หน้า ถักด้วยหนังท่ีตีเกลียวเป็นเส้นเล็กๆ เรียกว่า
ไส้ละมาน แล้วจึงเอาหนังเรียดร้อยในช่วงของไส้ละมานทงั้ สองข้าง โยงเรียงไปโดยรอบจน
มองไมเ่ ห็นไม้ห่นุ มีหนงั พนั ตรงกลางเรียกวา่ รัดอก ข้างบนรัดอกทาเป็นหหู ิว้ และมีเท้ารองให้
ติด ตวั ตะโพนวางนอนอยบู่ นเท้า ใช้ฝ่ ามือซ้ายขวาตีได้ทงั้ สองหน้าใช้สาหรับประกอบจงั หวะ
ผสมอยใู่ นวงป่ีพาทย์ ทาหน้าท่ีกากบั จงั หวะหน้าทบั ตา่ ง ๆ

เคร่ืองแต่งกาย

การแต่งกายของผ้เู ล่นเพลงอีแซว คือน่งุ โจงกระเบนสาหรับฝ่ ายชาย ใส่เสือ้ คอกลม
แขนสัน้ ลายดอกสีสดๆ นุ่งผ้ าโจงกระเบนสีต่างๆ นุ่งทับเสือ้ ท่ีเอวมีผ้ าขาวม้ าคาด
นอกจากนัน้ อาจมีเคร่ื องประดับ เช่นแขวนพระเครื่ องห้ อยคอ ส่วนเครื่องแต่งตัว
ฝ่ ายหญิง ใส่เสือ้ คอวีหรือคอปก หรือเสือ้ ผ้าลูกไม้ แขนกระบอก ปล่อยชายเสือ้ ทับผ้านุ่ง
น่งุ โจงกระเบน คาดเขม็ ขดั อาจมีเคร่ืองประดบั ได้แก่ ตา่ งหู สายสร้อย

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 13
เลม่ ที่ 2 เพลงอีแซว

รูปท่ี 1 การแตง่ กายของผ้เู ลน่ เพลงอีแซว
ที่มา: https://pantip.com/topic/33720454

สถานท่แี ละโอกาสในการแสดง

สถานท่หี รือเวทใี นการแสดงเพลงอแี ซว

การแสดงเพลงอีแซวเดิมไมม่ ีการสร้างเวทีสาหรับแสดง มกั นิยมแสดงตามลานบ้าน
ลานวดั หรือท่ีโลง่ แจ้ง ตอ่ มาจงึ มีการสร้างเวทสี าหรับแสดงซง่ึ เป็นเวทียกพืน้ สงู พอประมาณ
เพื่อให้ผ้ชู มสามารถรับชมการแสดงได้อยา่ งทวั่ ถงึ และชดั เจน ซงึ่ ขนาดของเวทีมีพนื ้ ท่ีไมม่ าก
แตใ่ ห้เพียงพอกบั จานวนผ้เู ลน่ ในกรณีที่แสดงในเวลากลางคนื เดมิ ใช้แสงสวา่ งจากคบไฟ
ตะเกียง ปัจจบุ นั ใช้แสงสวา่ งจากระบบไฟฟา้ นบั วา่ การขบั ร้องเพลงอีแซวในด้านของสถานท่ี
แสดงเร่ิมมีวิวฒั นาการที่ทนั ยคุ สมยั ยิ่งขนึ ้ ตามกาลเวลา

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 14
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว

โอกาสในการแสดง

นิยมร้ องเล่นในงานเทศกาลต่างๆ ของไทย ได้แก่ ตรุษ สงกรานต์ กฐินผ้าป่ าของ
ชุมชนนนั้ ๆ หรืองานนักขัตฤกษ์ โดยมิได้มีการว่าจ้างแต่อย่างใด ต่อมาในยุคของ พ่อไสว
วงษ์งาม และแม่บวั ผนั จนั ทร์ศรี เริ่มมีการเลน่ เพลงเป็นอาชีพ โดยมีการว่าจ้างให้ไปแสดงใน
ท่ีต่าง ๆ ในละแวกใกล้เคียง และต่างพืน้ ท่ีบ้าง ส่วนใหญ่จะไปแสดงในงานอุปสมบท
งานทาบุญขนึ ้ บ้านใหม่ หรืองานอวมงคล เช่น งานศพ ยกเว้นเพียงงานเดียวท่ีจะไม่เป็นท่ี
นิยมในสมยั นนั้ คือ งานแตง่ งาน เพราะถือวา่ คาร้องที่ใช้ร้องอาจรุนแรงความหมายบางคาร้อง
ไม่สภุ าพ และไม่เป็นมงคล รวมทงั้ การแสดงอาจช้าไม่ทนั ใจผ้ชู ม ส่วนในยุคปัจจบุ นั นีม้ กั มี
การร้อง ในงานตา่ ง ๆ เชน่ งานวดั งานกิจกรรม งานร่ืนเริงของหนว่ ยงาน ชมุ ชน บคุ คล โดยมี
คา่ จ้างตอบแทนให้แก่ศิลปิน

นกั เรียนไปทากิจกรรมท่ี 1
กนั เลยนะคะ

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 15
เลม่ ที่ 2 เพลงอแี ซว

คาสง่ั ให้นกั เรียนทาเคร่ืองหมาย  หน้าข้อถกู ต้องและทาเครื่องหมาย  หน้าข้อที่ผิด

............ 1. เพลงอแี ซวเป็นเพลงพืน้ บ้านของจงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
............ 2. วดั ป่าเลไลยก์เป็นแหลง่ ประชมุ เพลงที่ใหญ่ท่ีสดุ ในอดีต
............ 3. การแตง่ กายของผ้เู ลน่ เพลงอแี ซวจะแตง่ กายด้วยเสอื ้ ผ้าทนั สมยั ในยคุ นนั้
............ 4. เพลงหมากดั ของนกั ร้องลกู ท่งุ เอกชยั ศรีวิชยั จดั วา่ เป็นเพลงอแี ซว
............ 5. เพลงอแี ซวนิยมเลน่ ในงานศพ
............ 6. เพลงอแี ซวกบั เพลงเรือมีทานองการร้องที่เหมือนกนั
............ 7. ขวญั จิต ศรีประจนั ต์เป็นผ้ทู าให้เพลงอีแซวเป็นท่ีรู้จกั ของประชาชนทว่ั ไป
............ 8. เพลงอีแซวได้พฒั นามาจากเพลงฉ่อย
............ 9. เครื่องดนตรีท่ีใช้ประกอบการแสดงเพลงอีแซวคอื กรับ ตะโพนและฉ่ิง
............ 10. การหดั ร้องเพลงอีแซวเป็นการอนรุ ักษ์ศิลปวฒั นธรรมของภาคกลาง

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 16
เลม่ ที่ 2 เพลงอีแซว

2

ลักษณะคาประพันธ์ของเพลงอแี ซว

บทเพลงอีแซวที่นกั เพลงใช้ขบั ขานกนั อยตู่ งั้ แตใ่ นอดีตจนถงึ ปัจจบุ นั เป็นการร้อยเรียง
ถ้อยคาจากความคิดสร้ างสรรค์ของคนในยุคก่อนๆ โดยท่ีไม่มีใครรู้ว่า บทร้ องท่ีเขาเขียน
ขึน้ มานัน้ จะต้ องมีคาคล้ องจองกันอย่างไร จึงไม่มีการกาหนดผังคากลอนเอาไว้
จากการตรวจสอบบทเพลงเก่าๆ ท่ีเขียนขึน้ ด้วยลายมือครูเพลง ได้แก่ ครูเคลิม้ ปักษี
บ้านดอนเจดีย์ พบแต่ถ้อยคาสานวนเพลงท่ีอาจจะยาวบ้างสนั้ บ้างในแต่ละวรรค เพียงแต่มี
การสมั ผสั อกั ษรคาสดุ ท้ายของวรรคหลงั (คาลง เช่น ใช้สระ “ไอ” ตลอด) แต่ก็มีความไพเราะ
น่าฟังมาก

คาประพันธ์(ฉันทลักษณ์) ในบทเพลงอีแซวเป็นกลอนหัวเดียว ใช้ฉันทลักษณ์
แบบเดียวกนั หมด ตงั้ แตไ่ หว้ครูจนกระทงั่ จบ โดยไม่เปล่ียนฉันทลกั ษณ์ คล้ายกบั เพลงฉ่อย
หรือเพลงเรือ ตา่ งกนั ที่ทานองและการรับของลกู คซู่ งึ่ จะร้องรับโดยร้องซา้ 3 คาท้าย และมีบท
ร้องรับของลกู คเู่ มื่อตอนจบ

นกั เรียนลองไปศกึ ษาแผนผงั ลกั ษณะคาประพนั ธ์ของ
เพลงอแี ซวกนั นะคะ

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 17
เลม่ ท่ี 2 เพลงอแี ซว

แผนผงั ลกั ษณะคาประพนั ธ์ของเพลงอีแซว

อนั วา่ เพลง พนื ้ เมือง เคย รุ่ง เรือง มา นาน สมยั ครู บวั ผนั และ อาจารย์ ไสว
ประมาณ ร้อย กวา่ ปี ตาม ท่ี มี หลกั ฐาน ท่ี ครู บา อาจารย์ หลายๆ ทา่ น กลา่ ว ไว้

ทงั้ ป่ ู ยา่ ตา ยาย ทา่ น ก็ ได้ บอก เลา่ การ ละเลน่ สมยั เก่า ท่ี เกรียวกราวเกรียงไกร

แบบบงั คบั คาประพนั ธ์เพลงอีแซว มีลกั ษณะดงั นี ้

1. บทหนง่ึ มีสองวรรคในวรรคหนง่ึ ๆ มีคาประมาณ 6-10 คาหรือมากกว่าจะมากหรือ

น้อยแล้วแตค่ วามเหมาะสม เชน่

อนั วา่ เพลงพืน้ เมือง เคยรุ่งเรืองมานาน สมยั ครูบวั ผนั และอาจารย์ไสว

(วรรคนีม้ ีจานวนคา 10 คา) (วรรคนีม้ ีจานวนคา 10 คา)

ประมาณร้อยกวา่ ปี ตามท่ีมีหลกั ฐาน ท่ีครูบาอาจารย์ หลายๆ ทา่ นกลา่ วไว้

(วรรคนีม้ ีจานวนคา 10 คา) (วรรคนีม้ ีจานวนคา 10 คา)

2. ในวรรคเดียวกนั อาจมีคาสมั ผสั ในซง่ึ จะทาให้เกิดความไพเราะเพราะพริง้ มากขนึ ้
แตอ่ าจไม่มีกไ็ ด้ ถ้ามีได้แก่ คาท่ี 3-5 สง่ สมั ผสั ไปยงั คาท่ี 6-8 ในวรรคเดียวกนั

อนั วา่ เพลงพืน้ เมือง เคยรุ่งเรืองมานาน สมยั ครูบวั ผนั และอาจารย์ไสว

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 18
เลม่ ท่ี 2 เพลงอแี ซว

3. ในแตล่ ะบทคาสดุ ท้ายของวรรคหน้าสมั ผสั กบั คาหนง่ึ ประมาณคาที่ 4-6 ของวรรค
หลงั

ประมาณร้อยกวา่ ปี ตามที่มีหลกั ฐาน ที่ครูบาอาจารย์ หลายๆ ทา่ นกลา่ วไว้

4. คาสดุ ท้ายของบทแรกสง่ สมั ผัสต่อเนื่องไปจนถงึ บทสดุ ท้าย มีลกั ษณะเป็นกลอน
หวั เดียว เช่น กลอนไล (คาลงท้ายต้องเป็น สระ “ไอ”) ใจ ไว ไร หรืออาจจะเป็นกลอน
อ่นื ๆ เชน่ กลอน “ล”ี กลอน “ลา” ก็ได้ แตน่ ิยมเลน่ กลอน “ไล” เพราะหาคาลงได้งา่ ยกวา่

อนั วา่ เพลงพืน้ เมือง เคยรุ่งเรืองมานาน สมยั ครูบวั ผนั และอาจารย์ไสว

ประมาณร้อยกวา่ ปี ตามที่มีหลกั ฐาน ท่ีครูบาอาจารย์ หลายๆ ท่านกลา่ วไว้

ทงั้ ป่ยู า่ ตายายท่าน กไ็ ด้บอกเลา่ การละเลน่ สมยั เกา่ ท่ีเกรียวกราวเกรียงไกร

ถ้านกั เรียนเข้าใจแล้วทากิจกรรมที่ 2 กนั เลยนะคะ

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 19
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว

คาสง่ั ให้นกั เรียนลากเส้นคาที่สมั ผสั ในเพลงอแี ซวท่ีกาหนดให้โดยให้ถกู ต้องตาม
แบบบงั คบั คาประพนั ธ์เพลงอีแซว

เพลงท่ี 1

ขอเคารพนบน้อม ผมพร้อมกราบกราน สวสั ดีทกุ ทา่ น ลกู หลานขอกราบไหว้

วนั นีโ้ รงเรียนสามชกุ รัตนโภคาราม ร่วมสืบสานตดิ ตาม เพลงพืน้ บ้านอีแซวไทย

เพ่ือสืบทอดส่ิงลา้ คา่ วฒั นธรรมของสพุ รรณ พวกเราเด็กรุ่นใหมน่ นั้ ขอสืบสานตลอดไป

โรงเรียนของหนู เน้นความรู้คคู่ ณุ ธรรม หนง่ึ ยอดผ้นู า ผอ. ตรัยพงษ์ เขม็ เพช็ รไง

พวกหนตู ้องขอบคณุ พี่ปา้ น้าอาทกุ คน ด้วยความชว่ ยเหลือจากชมุ ชน โรงเรียนของเราจงึ ก้าวไกล

เพลงท่ี 2

ท่ีจงั หวดั สพุ รรณก็มีงานวดั ป่า คนทกุ ทิศม่งุ มาท่ีวดั ป่าเลย์ไลยก์
ปิดทองหลวงพอ่ โตแล้วก็โมทนา ให้บญุ กศุ ลรักษาพาชีวาสดใส
ได้ทาบญุ สนุ ทานกเ็ บกิ บานอรุ า สขุ สนั ต์หรรษาจนทว่ั หน้ากนั ไป
ได้ดลู ิเกละครเวลาคอ่ นคนื แล้ว ทงั้ เพลงฉ่อยเพลงอีแซวกเ็ จือ้ ยแจ้วปลกุ ใจ

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 20
เลม่ ที่ 2 เพลงอีแซว

คาส่ัง ให้นกั เรียนจบั กลมุ่ ๆ ละ 3 คน แตง่ เพลงอแี ซวในหวั ข้อที่นกั เรียนสนใจ

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 21
เลม่ ท่ี 2 เพลงอแี ซว

3 คุณค่าของเพลงอแี ซว

คุณค่าทางภาษา

การสร้างสรรคบ์ ทเพลงในด้านเนื้อหา พบว่า มเี นื้อหาทีส่ ะท้อนแง่คิดเก่ยี วกับวฒั นธรรม
และสังคมไทยอย่างเด่นชัดหลายแง่มุม เพราะแม่ขวัญจิตมีความสามารถในการประพันธ์และมี
ปฏิภาณไหวพริบ โดยจะนาเหตุการณ์ต่างๆ ท่ีเกิดขึ้นในสังคมมาประยุกต์แต่งไว้ในบทเพลง
ไม่ว่าจะเป็นเร่ืองเกี่ยวกับวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ สังคมหรือเหตุการณ์ที่เกิดข้ึนในปัจจุบันก็
ตาม และสามารถบันทึกเรื่องราวต่างๆได้ การสร้างสรรค์บทเพลงด้านภาษา พบว่าแม่ขวัญจิต
ศรีประจันต์ มีการใช้ถ้อยคาสานวนโวหารและกลวิธีสร้างภาพพจน์ ซึ่งเป็นส่วนสาคัญที่ทาให้
เพลงพ้ืนบ้านของ แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ มีความไพเราะและเป็นที่นิยมของคนไทยมาจนถึง
ปจั จุบนั ลกั ษณะเด่นที่สุด คือ เรียบง่าย แต่เป็นความเรียบง่ายท่สี มบรู ณ์ มีการใช้ถ้อยคาหลาย
ลกั ษณะมีการเลน่ คา การเล่นสัมผัส ความสวยงามนั้นเกิดจากการเลือกสรรถ้อยคามารอ้ ยเรียง
กันอย่างเหมาะเจาะ ทาให้เกิดความงาม และได้อารมณ์อย่างดียิ่ง โดยเฉพาะการใช้คาไทยแท้
ตา่ ง ๆ นน้ั จะทาให้ผฟู้ ังไดร้ ับรสและบรรยากาศอยา่ งไทยจริง ๆ เพลงพน้ื บ้านจึงเปน็ วรรณกรรม
มุขปาฐะที่มีคุณค่า ซ่ึงเป็นคุณลักษณะพิเศษอย่างหน่ึงในบทร้อยกรอง ก่อให้เกิดความไพเราะ
ทางด้านเสียงเป็นสาคัญ ส่ือความหมายตรงไปตรงมาแบบชาวบ้าน มีความหมายที่ลึกซ้ึงกินใจ
แสดงให้เห็นการมีศิลปะในการใช้ภาษาอย่างชัดเจน ทาให้เกิดความงามเด่นชัดทั้งในเสียง
คา ความหมาย ตลอดรวมถึงด้านจินตนาการ อารมณ์ความรู้สึกอีกด้วย การใช้ถ้อยคาในเพลง
จึงเป็นส่ิงหน่งึ ที่แสดงให้เห็นถงึ อัจฉริยลักษณ์ ในเชิงภาษาได้อย่างดีย่ิง จะขอยกตัวอย่างเพ่ือให้
เห็นชดั เจนข้นึ ดงั นี้

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 22
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว

ทจ่ี งั หวัดสุพรรณกม็ ีงานวัดปา่ คนทกุ ทศิ มุง่ มาท่วี ดั ป่าเลไลยก์
ปิดทองหลวงพอ่ โตแลว้ กโ็ มทนา ใหบ้ ญุ กศุ ลรกั ษาพาชีวาสดใส
ไดท้ าบญุ สุนทานก็เบิกบานอุรา สุขสันต์หรรษาทวั่ หน้ากนั ไป
ได้ดลู เิ กละครเวลาคอ่ นคืนแลว้ ทง้ั เพลงฉอ่ ยเพลงอีแซวก็เจอื้ ยแจ้วปลกุ ใจ

คุณคา่ ทางด้านสังคม และอารมณ์

เพลงอีแซวเป็นมรดกทางปัญญาที่ได้สะสมสืบต่อกันมานาน จึงเป็นส่วนหน่ึงในวิถีชีวิต
และบทบาทต่อสังคม เป็นวรรณกรรมที่มเี นื้อหาเก่ียวกบั ชีวิตและสังคม สามารถทาให้ผู้ชมเกิด
อารมณ์คลอ้ ยตาม โดยเฉพาะการใช้“มุขตลก” ทาให้มนุษย์มีความสขุ มสี ขุ ภาพจิตทดี่ ี ซึ่งผู้ร้อง
จะปะทะคารมเพ่ือชิงไหวชิงพริบ มักจะแทรกอารมณ์ขันด้วยการล้อเลียน ยั่วเย้า หรือพูดลด
เล้ียวเรื่องเพศอยู่เสมอให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินแก่ผู้ฟัง จึงผ่อนคลายความตึงเครียดของ
สมอง เปน็ วธิ ีบาบัดทางจิตใจไดท้ างหนึ่ง จะขอยกตัวอย่างเพ่อื ใหเ้ ห็นชดั เจนขึ้น ดังนี้

ถา้ ไดแ้ มท่ องเน้อื ถง่ี านการพ่ีมิใหท้ า พี่จะอปุ ถมั ภม์ ิใหร้ ้อนพระทยั
จะบุกเลนถอนหลมุ่ แหวกตมฟันตอ เรอ่ื งงานพไี่ มท่ อ้ พ่กี ค็ นชาติไทย
จะทาไร่ลอ้ มรว้ั ปลกู ถวั่ กลางนา ใครไปใครมาจะพานอ้ งเกบ็ ขาย
จะปลกู กลว้ ยไขใ่ หน้ อ้ งนัง่ ขายกลว้ ยแขก จะใหแ้ มห่ นนู งั่ แหกแล้วขาขาย ฯ

คณุ คา่ ทางศลี ธรรม

งานสรา้ งสรรคท์ ถ่ี า่ ยทอดความรสู้ ึกนึกคดิ ของกลุ่มชนในท้องถน่ิ มใิ ห้สญู หาย เนอ้ื หา
ส่วนใหญ่จึงมุ่งสอนใจแก่ผู้ที่เป็นผู้ใหญ่เป็นสาคัญ โดยเฉพาะความรู้เรื่องเกี่ยวกับการเลือก
คู่ครอง เพศศกึ ษา ศลิ ปะการครองเรือน การมคี ุณธรรม จะขอยกตัวอยา่ งเพอ่ื ใหเ้ หน็ ชดั เจนข้ึน

ฉันเกดิ มาเปน็ สตรีเมอื่ ฉนั จะมีคสู่ อง นยั นต์ ามกี ต็ ้องมองให้เหมาะแกค่ วามมุ่งหมาย

ถ้ามผี วั ไรผ้ ลต้องอายท้ังคนทัง้ หมา ฉนั ยังไม่เดนิ หลับตาฉนั กลวั จะตกเหวตาย ฯ

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 23
เลม่ ที่ 2 เพลงอีแซว

คณุ ค่าดา้ นวัฒนธรรม

การรับอิทธิพลวัฒนธรรมทางตะวันตก ทาให้คนรุ่นใหม่ในสังคมหันหลังให้กับ
วัฒนธรรมเดิมของตน มารับส่ิงใหม่ๆ การเลียนแบบประเพณีบางอย่างที่ไม่เหมาะสม
การแสดงออกในเร่ืองเพศอย่างเปิดเผย เพลงอีแซวได้บันทึกและถ่ายทอดวัฒนธรรม
ขนบธรรมเนยี มประเพณที ดี่ ีงามของไทย ได้สะทอ้ นให้ผ้ฟู ังไดเ้ หน็ ถึงคุณคา่ ของวฒั นธรรม ทาให้
ผู้ฟังเกิดจิตสานึกและหันมาช่วยกันสืบทอด ธารงรักษาวัฒนธรรมประเพณีท่ีดีงามให้คงอยู่
จะขอยกตวั อยา่ งเพอ่ื ให้เหน็ ชัดเจนข้ึน ดังน้ี

จรรยามารยาทอยา่ ใหข้ าดบกพร่อง เราตอ้ งเปล่ยี นสมองให้ทนั สมยั
การพดู การจากิริยาเย่อหยิ่ง ไมว่ า่ ชายและหญงิ จะใช้คาพดู คาใหญ่
อยา่ ไดพ้ ดู เสยี ดสอี า้ ยอไี ม่เอา อย่าพูดเอด็ เสยี งอา้ วลว้ นแตส่ ิ่งอับอาย ฯ

ดา้ นเศรษฐกจิ

ปัจจุบันการเล่นเพลงอีแซวทารายได้ให้กับแม่ขวัญจิต และคณะ จนสามารถยึดเป็นอาชีพหลัก
พ่อเพลงแม่เพลงจะเป็นศิลปินหรือพ่อเพลงอาชีพเต็มตัว มีการรับงานแสดงตามสถานท่ีต่างๆ
ตลอดปี ทารายได้เพียงพอที่จะใช้จ่ายในชีวิตประจาวัน และเจือจุนสมาชิกภายในครอบครัวได้
พอสมควร ทาให้ฐานะทางการเงินค่อนข้างดี มีสภาพความเป็นอยู่ คุณภาพชีวิตดีสะดวกสบาย
นารายไดม้ าใช้จ่ายซ้อื ส่งิ ของเคร่อื งใช้ตา่ งๆ ทจี่ าเป็นใน ชวี ติ ประจาวัน หรอื เครื่องใช้ และเครอ่ื ง
อานวยความสะดวกในการแสดงเพลง เช่น เครอื่ งดนตรี เครอื่ งแต่งกาย เครอ่ื งเสียง และรถยนต์
ประจาคณะ

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 24
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว

คาส่ัง ให้นักเรียนวงกลมล้อมรอบคาตอบท่ีถูกต้อง

1. ข้อใดเป็นการอนรุ ักษ์เพลงอีแซวท่ีดที ี่สดุ
ก. ซอื ้ เทปเพลงอแี ซวมาฟัง
ข. ซอื ้ เคร่ืองดนตรีมาเก็บสะสมไว้มากๆ
ค. หดั ร้องเพลงอแี ซว แล้วเผยแพร่ถ่ายทอดแก่ผ้อู ื่น
ง. หดั ร้องเพลงอีแซว แล้วไม่ต้องสอนใครกลวั ร้องผิด

2. ข้อใดกลา่ วไมถ่ กู ต้อง
ก. เดก็ ๆ ควรหดั ร้องเพลงอแี ซว
ข. คนร้องเพลงอแี ซวเป็นคนที่ล้าสมยั
ค. คนที่ร้องเพลงอีแซวเป็น ควรจะถ่ายทอดแก่ผ้อู นื่
ง. เราทกุ คนควรช่วยกนั รักษาเอกลกั ษณ์ของท้องถิ่นเราไว้

3. เพลงอแี ซวมีคณุ คา่ ในด้านใด ข. ด้านเศรษฐกิจ
ก. ด้านภาษา ง. ถกู ทกุ ข้อ
ค. ด้านวฒั นธรรม

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 25
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว

4. ฉนั เกิดมาเปน็ สตรเี มอ่ื ฉนั จะมีค่สู อง นยั นต์ ามกี ต็ ้องมองใหเ้ หมาะแกค่ วามมุ่งหมาย
ถา้ มีผวั ไรผ้ ลต้องอายท้งั คนทัง้ หมา ฉันยังไมเ่ ดนิ หลับตาฉนั กลัวจะตกเหวตาย ฯ

จากเนือ้ ความดงั กลา่ วแสดงคณุ คา่ ของเพลงอีแซวในด้านใด

ก. ด้านภาษา ข. ด้านเศรษฐกิจ

ค. ด้านวฒั นธรรม ง. ด้านศีลธรรม

5. ข้อใดแสดงคณุ คา่ ของเพลงอีแซวในด้านวฒั นธรรม

ก. จรรยามารยาทอย่าใหข้ าดบกพรอ่ ง เราตอ้ งเปล่ียนสมองใหท้ ันสมยั

การพูดการจากิรยิ าเย่อหย่งิ ไมว่ ่าชายและหญิงจะใชค้ าพูดคาใหญ่
อย่าได้พดู เสยี ดสอี า้ ยอีไม่เอา อย่าพดู เอด็ เสียงอา้ วลว้ นแต่สิง่ อบั อายฯ

ข. ถ้าไดแ้ มท่ องเนอ้ื ถีง่ านการพีม่ ใิ หท้ า พีจ่ ะอปุ ถมั ภม์ ิให้ร้อนพระทยั

จะบุกเลนถอนหลุ่มแหวกตมฟนั ตอ เรือ่ งงานพไ่ี มท่ อ้ พี่กค็ นชาตไิ ทย

จะทาไร่ลอ้ มรว้ั ปลกู ถวั่ กลางนา ใครไปใครมาจะพานอ้ งเกบ็ ขาย

จะปลกู กลว้ ยไขใ่ ห้นอ้ งนง่ั ขายกล้วยแขก จะให้แม่หนนู งั่ แหกแล้วขาขาย ฯ

ค. ทจ่ี งั หวัดสุพรรณนน้ั มีงานวัดปา่ คนทุกทศิ มุ่งมาทวี่ ดั ป่าเลไลยก์

ปดิ ทองหลวงพ่อโตแลว้ กโ็ มทนา ใหบ้ ุญกศุ ลรกั ษามชี วี าสดใส

ไดท้ าบญุ สนุ ทานก็เบิกบานอุรา สขุ สนั ตห์ รรษาทั่วหน้ากนั ไป

ไดด้ ลู ิเกละครเวลาก็คอ่ นคนื แล้ว เพลงฉอ่ ยเพลงอีแซวก็เจ้ือยแจ้วปลกุ ใจ

ง. ถกู ทกุ ข้อ

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 26
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว

ประวัตแิ ละผลงานพ่อเพลง แม่เพลง
4

นางเกลยี ว เสร็จกิจ (ขวญั จิต ศรีประจนั ต์)
ศลิ ปินแห่งชาตสิ าขาศลิ ปะการแสดง (เพลงพืน้ บ้าน-เพลง
อแี ซว) ปี 2539

แม่ขวญั จิต ศรีประจันต์ มีนามจริงว่า นางเกลียว เสร็จกิจ
เกิดเมื่อวันท่ี 3 สิงหาคม พุทธศกั ราช 2490 ท่ี ต.วังนา้ ซับ
อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี เป็นบุตรของนายอัง และ
นางปลด เสร็จกิจ มีพี่น้อง 3 คน สมรสกบั นายเสวี ธราพร มีบตุ ร 3 คน เป็น ชาย 1 คน และ
หญิง 2 คน เป็นผ้ทู ่ีมีความสนใจทางด้านการร้องเพลงพืน้ บ้านมาตงั้ แตป่ ี๒๕๐๕ ขณะที่อายุ
ประมาณ ๑๕ ปี โดยมีความชื่นชม และเฝ้าติดตามการขบั ร้องเพลงของแม่บวั ผนั จนั ทร์ศรี
(ศิลปินแห่งชาติ) และครูไสว วงษ์งาม อย่างใกล้ชิดและในท่ีสดุ ก็ได้ขอฝากตวั เป็นศิษย์เพ่ือ
ฝึกฝนการขบั ร้องเพลงกบั ครูเพลงทงั้ 2 ทา่ น ด้วยความเป็นผ้ทู ี่มีพรสวรรค์ในทางการขบั ร้อง
กอปรด้วยความมีไหวพริบปฏิภาณ และนา้ เสียงอนั เป็นเลิศ อีกทงั้ มีความมานะพยายามไม่
ย่อท้อต่ออปุ สรรค ทาให้แม่ขวญั จิตสามารถเรียนรู้วิธีการขบั ร้องเพลงพืน้ บ้านประเภทต่างๆ
โดยเฉพาะอย่างย่ิง เพลงอแี ซว จากแม่บวั ผนั และเพลงแนวผ้ชู ายจากครูไสวได้เป็นอย่างดี
ภายในระยะเวลาไม่นาน แม่ขวญั จิต ศรีประจนั ต์ ไม่เพียงมีความสามารถในด้านการขับ
ร้องเพลงพืน้ บ้านเท่านนั้ ท่านยงั มีความสามารถในการแตง่ เพลงอีแซวได้อย่างเป็นเลิศอีก
ด้วย เนื่องจากทา่ นมีความรักในด้านการอา่ นหนงั สือ โดยเฉพาะอยา่ งยิ่ง วรรณคดีไทยเป็น

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 27
เลม่ ท่ี 2 เพลงอแี ซว

พิเศษ จึงสามารถจดจาลีลาการประพันธ์และเค้าโครงเรื่องเหล่านัน้ มาประพนั ธ์เป็นเพลง
อีแซวได้อย่างไพเราะงดงาม แม่ขวัญจิตได้ ออกตระเวนเล่นเพลงอีแซวเพื่ อเพ่ิมพูน
ประสบการณ์และหาความรู้กับครูเพลงพืน้ บ้านอีกหลายท่าน ทาให้ความสามารถของท่าน
พฒั นาขนึ ้ โดยลาดบั จนเริ่มมีชื่อเสียง จากนนั้ ในช่วงประมาณปี 2510 ก็ได้หนั ไปสนใจการขบั
ร้ องเพลงลูกทุ่ง โดยได้เข้าเป็นนักร้ องเพลงลูกทุ่งในวงดนตรีของครูจารัส สุวคนธ์ และ
วงดนตรีของ ครูไวพจน์ เพชรสุพรรณ ตามลาดับ จนมีชื่อเสียงโด่งดัง เพลงลูกทุ่งที่ร้ อง
อดั แผน่ เสียงเป็นเพลงแรกคอื เพลงเบ่ือสมบตั ิ ตามด้วยเพลงดงั อื่นๆ เชน่ ลาน้องไปเวยี ดนาม
ขวญั ใจคนจน แมค่ รัวตวั อย่าง ฯลฯ จากนนั้ กไ็ ด้แตง่ เพลงเองอนั ได้แก่เพลง กบั ข้าวเพชฌฆาต
นา้ ตาดอกคาใต้ สาวสพุ รรณ เป็นต้น เมื่อประสบความสาเร็จมีช่ือเสยี ง อย่างกว้างขวางแล้ว
ก็ได้จดั ตงั้ วงดนตรีลกู ท่งุ ของตนเองขนึ ้ โดยใช้ชื่อว่าวงขวญั จิต ศรีประจนั ต์ ซง่ึ ท่านได้นาเอา
ระบบแสง สี เสียง อนั ทนั สมยั น่าตนื่ ตาตืน่ ใจมาใช้ในการแสดง อีกทงั้ ได้ประยกุ ต์เพลงอีแซว
มาผสมผสานเข้ากบั เพลงลกู ท่งุ ได้อยา่ งกลมกลมื ทาให้ได้รับความนิยมชมชอบจากผ้ชู มเป็น
อย่างย่ิง แม่ขวญั จิต ศรีประจันต์ ได้ใช้ชีวิตอย่ใู นวงการเพลงลกู ท่งุ จนกระทัง่ ถึงปี ๒๕๑๖
จึงได้ยบุ วงแล้วหนั กลบั ไปฟื น้ ฟเู พลงอีกแซวอีกครัง้ โดยในการกลบั มาครัง้ นนั้ ท่านได้ตงั้ ใจ
อย่างแน่วแน่ท่ีจะอนรุ ักษ์ ฟื น้ ฟู และเผยแพร่ศิลปะพืน้ บ้านแขนงนีอ้ ย่างจริงจงั โดยนอกจาก
การแสดงแล้ว ท่านยงั อทุ ิศตนในการถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผ้ทู ่ีสนใจ โดยได้ไปบรรยายและ
สาธิตการแสดงเพลงพืน้ บ้านในสถานศกึ ษาต่างๆ ตงั้ แต่ระดบั โรงเรียนจนถึงมหาวิทยาลัย
และยงั คงปฏิบตั ิเช่นนีส้ ืบเนื่องมาจนถงึ ปัจจบุ นั นอกจากจะเป็นศิลปินเพลงพืน้ บ้านและเพลง
ลูกทุ่งท่ีมีความสามารถสูงย่ิงแล้ว แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ยังเป็นผู้ที่มีจิตใจเป่ียมด้วย
คณุ ธรรมอย่างนา่ สรรเสริญ ตลอดชีวิตของการเป็นนกั ร้องเพลงพืน้ บ้านและเพลงลกู ท่งุ ท่าน
ได้อทุ ิศตนช่วยเหลืองานบญุ งานกศุ ลตา่ งๆ มิเคยว่างเว้นทงั้ งานราษฎร์ และงานหลวง อาทิ
การชว่ ยรณรงค์เพ่ือปราบปรามยาเสพย์ติด การรณรงค์ในเรื่องปัญหาโรคเอดส์ การช่วยเหลือ
ผ้ปู ระสบภยั ธรรมชาติตา่ งๆ และการรณรงค์เพื่อสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

แม่ขวัญจิต ศรีประจันต์ ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรด้านเพลงพืน้ บ้านที่วิทยาลัย
นาฎศิลปสพุ รรณบรุ ี และสถานศกึ ษาตา่ งๆ ในจงั หวดั สพุ รรณบรุ ี และถ่ายทอดความรู้ให้ผ้ทู ี่
สนใจได้สืบสานเพลงพืน้ บ้านไว้เป็นจานวนมากนบั เป็นแบบอยา่ งท่ีดขี องผ้ทู ่ีมีทงั้

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 28
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว

ความสามารถในด้านเพลงพืน้ บ้านอย่างลึกซงึ ้ และเป็นผ้ทู ่ีเปี่ยมด้วยคณุ ธรรมผ้ไู ด้บาเพ็ญ
ประโยชน์เป็นอเนกประการตอ่ สงั คม นบั เป็นศิลปินท่ีชาวสพุ รรณบรุ ีภาคภมู ิใจท่ีสดุ ทา่ นหนงึ่
เกียรตยิ ศ
พ.ศ. 2532 ได้รับการประกาศเกียรติคณุ ให้เป็น ผ้มู ีผลงานดเี ดน่ ทางด้านวฒั นธรรม

สาขาศลิ ปะ(เพลงพืน้ บ้าน) จากสานกั งานคณะกรรมการวฒั นธรรมแห่งชาติ
พ.ศ. 2533 ได้รับคดั เลอื กเป็นส่ือพืน้ บ้านดเี ดน่ ของศนู ย์การศกึ ษานอกโรงเรียน

ภาคกลางและสานกั งานปอ้ งกนั และปราบปรามยาเสพย์ติด
พ.ศ. 2534 ได้รับการประกาศเกียรตคิ ณุ เป็น นกั ร้องดเี ดน่ กงึ่ ศตวรรษเพลงลกู ท่งุ ไทย

ครัง้ ที่ 2 จากเพลงกบั ข้าวเพชฌฆาต รับพระราชทานจากสมเดจ็
พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ซงึ่ จดั งานโดยสานกั งาน
คณะกรรมการวฒั นธรรมแหง่ ชาติ
พ.ศ. 2536 ได้รับโลเ่ กียรตคิ ณุ ฐานะนกั ร้องลกู ทงุ่ ดเี ดน่ ของ จ.สพุ รรณบรุ ี
พ.ศ. 2539 ได้รับการประกาศเป็นศิลปินแหง่ ชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงพืน้ บ้าน-
อแี ซว)
ผลงานการขับร้ องเพลง
ผลงานการขบั ร้ องเพลงด้านต่างๆ ของแม่ขวัญจิต ตงั้ แต่อดีตถึงปัจจุบนั นอกจาก
ที่ ก ล่ า ว ม า แ ล้ ว ยั ง มี อี ก ม า ก ม า ย แ บ่ ง อ อ ก เ ป็ น เ พ ล ง ห ล า ย ป ร ะ เ ภ ท ดั ง นี ้
1. ประเภทเพลงลูกทุ่ง ได้แก่ เพลงเศรษฐีสุพรรณ ก็น่ันนะซิ วุ้ยว้าย นางครวญ
อ้อมอกเจ้าพระยา อายบาปอายบุญ ปิดทองพระ แห่ผ้าป่ า เสียงครวญจากชาวประชา
ชวนน้องกลบั อีสาน แฟนหนงั เร่ กบั ข้าวเพชฌฆาต ฯลฯ
2. ประเภทเพลงพืน้ บ้าน ได้แก่ เพลงชดุ ปัญหาหวั ใจ อานิสงส์ทอดกฐิน ประเพณีไทย
นา้ ตาหมอนวด ประวัติเมืองสุพรรณ อีแซวประยุกต์ พระมาลัยโปรดนรก พระคุณพ่อแม่
อานิสงส์บรรพชา ประเพณีแตง่ งาน เต้นการาเคียวเก่ียวมดตะนอย ฯลฯ
3. ประเภทเพลงแหล่ ได้แก่ แหลม่ ทั รีเดนิ ดง แหลป่ ระวตั ินาค แหลก่ ญั หาชาลี
แหลท่ าขวญั นาค แหลถ่ าม-ตอบพิธีแตง่ ขนั หมาก แหลถ่ าม-ตอบเรื่องการแตง่ าน ฯลฯ

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 29
เลม่ ท่ี 2 เพลงอแี ซว

คาสงั่ ให้นกั เรียนสบื ค้นข้อมลู ประวตั แิ ละผลงานของพอ่ เพลง และแม่เพลงที่นกั เรียน
สนใจ 1 ทา่ น

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 30
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว

แบบทดสอบหลังเรียน

คาชีแ้ จง 1. แบบทดสอบเป็นแบบปรนยั ชนิดเลือกตอบ 4 ตวั เลอื ก จานวน 10 ข้อ
10 คะแนน

2. ให้นกั เรียนทาเครื่องหมายกากบาท () ในชอ่ ง ก ข ค หรือ ง ทเี่ หน็ วา่ ถกู ที่สดุ
เพยี งข้อเดยี ว ลงในกระดาษคาตอบ

1. ข้อใดคือเพลงพืน้ บ้านภาคกลาง ข. เพลงอแี ซว
ก. เพลงบอก ง. เพลงขบั ลอื ้
ค. เพลงบนั ตน

2. ข้อใดคอื เคร่ืองดนตรีที่ใช้ประกอบการแสดงเพลงอแี ซว

ก. ระนาด ตะโพน ข. ตะโพน ฉาบ กลอง

ค. ตะโพน ฉิ่ง ฉาบ ง. ตะโพน ฉิ่ง กรับ

3. พชั ราภาทาหน้าที่แสดงเป็นแมเ่ พลงอแี ซวควรจะแตง่ ตวั อย่างไรจงึ จะเหมาะสม

ก. นงุ่ โจงกระเบน สวมเสอื ้ ลกู ไม้ ข. น่งุ ผ้าถงุ ยาว สวมเสอื ้ แขนกระบอก

ค. นงุ่ ผ้าถงุ ยาว สวมเสือ้ คอกระเช้า ง. น่งุ โจงกระเบน สวมเสอื ้ คอกระเช้า

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 31
เลม่ ท่ี 2 เพลงอแี ซว

4. เพลงอแี ซวมีต้นกาเนิดมาจากงานไหว้พระประจาปีของวดั ใด

ก. วดั ไชนาวาส ข. วดั ป่าเลไลยก์

ค. วดั พระนอน ง. วดั สวุ รรณภมู ิ

5. ข้อใดคือพ่อเพลง หรือแมเ่ พลงอแี ซว ข. เอกชยั ศรีวิชยั
ก. บวั ผนั จนั ทร์ศรี ง. ข้อ ก และ ข้อ ค ถกู ต้อง
ค. ขวญั จิต ศรีประจนั ต์

6. ข้อใดเป็นลกั ษณะของกลอนหวั เดยี วของเพลงอแี ซว

ก. เนือ้ หาเป็นเร่ืองเดียวกนั
ข. จานวนคาในบทกลอนเท่ากนั
ค. เป็นบทกลอนที่ขนึ ้ ต้นสระเดยี วกนั
ง. คาท้ายของทกุ บทลงด้วยสระเสยี งเดียวกนั

7. เพลงอแี ซวไม่นยิ มนาไปเลน่ ในงานใด ข. งานบวช
ก. งานศพ ง. งานทาบญุ ขนึ ้ บ้านใหม่
ค. งานแตง่ งาน

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 32
เลม่ ที่ 2 เพลงอแี ซว

8. กลอนเพลงอแี ซวบทหนงึ่ จะมีกี่วรรค ข. 2 วรรค
ก. 1 วรรค ง. 4 วรรค
ค. 3 วรรค

9. เพลงอีแซวเป็นเพลงพนื ้ บ้านของจงั หวดั ใด

ก. กาญจนบรุ ี ข. สพุ รรณบรุ ี

ค. ราชบรุ ี ง. นครสวรรค์

10. การแตง่ เพลงอแี ซวตงั้ แต่ 2 บทขนึ ้ ไปคาใดท่ีต้องลงท้ายด้วยสระเสยี งเดยี วกนั

ก. คาสดุ ท้ายของทกุ บท ข. คาสดุ ท้ายของทกุ วรรค

ค. คาสดุ ท้ายของวรรคที่ 1 ง. คาสดุ ท้ายของวรรคท่ี 2

นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียนได้กนั ทกุ คนใช่ไหมคะ
เกง่ มากคะ่

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 33
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว

บรรณานุกรม

กิติยา เตชะวรรณวฒุ ิ. (2559). เพลงพนื้ บ้าน. [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก:
http://www.gotoknow.org/posts/348267. (วนั ท่ีสบื ค้น: 25 เมษายน พ.ศ. 2559).

จตพุ ร ศริ ิสมั พนั ธ์. (2553). สารานุกรมไทยสาหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์
ในพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั เล่ม 34. กรุงเทพฯ: ดา่ นสทุ ธาการพิมพ์.

ทรูปลกู ปัญญา. 2560. เพลงพนื้ บ้าน. [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก:
http://www.trueplookpanya.com/blog/content/58593/-stopoe-sto-.(วนั ท่ีสบื ค้น:
30 เมษายน พ.ศ. 2560).

บญุ เสริม แก่นประกอบ. (2559). เพลงพนื้ บ้าน. [ออนไลน์]. เข้าถงึ ได้จาก:
https://www.baanjomyut.com/library_6/folk_song/06.html. (วนั ท่ีสบื ค้น: 25
เมษายน พ.ศ. 2559).

พิพิธภณั ฑ์สถานแหง่ ชาติสพุ รรณบรุ ี. (2559). เพลงพนื้ บ้านสุพรรณบุรี. [ออนไลน์]. เข้าถงึ
ได้จาก: http://www.finearts.go.th/suphanburimuseum. (วนั ทีส่ ืบค้น: 3
พฤษภาคม พ.ศ. 2559).

วลยั พร นิยมสจุ ริต, สภุ กั ดิ์ อนกุ ลู . เพลงพนื้ บ้าภาคกลางและภาคตะวนั ตก. กรุงเทพฯ :
สานกั พมิ พ์สวุ รี ิยาสาสน์, 2546.

สนุ นั ทา สนุ ทรประเสริฐ. (2540). เพลงอีแซว...ยังแว่วเสียง. สพุ รรณบรุ ี : มปท.
อเนก นาวิกมลู . (2548). เพลงพนื้ บ้านภาคกลาง จากแม่บวั ผนั จนั ทร์ศรี ศลิ ปิ น

แห่งชาต.ิ กรุงเทพฯ: ฟิ ลสไตล์.

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 34
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว

ภาคผนวก

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 35
เลม่ ท่ี 2 เพลงอแี ซว

เฉลยแบบทดสอบ

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 36
เลม่ ท่ี 2 เพลงอแี ซว

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรียน

แบบทดสอบก่อนเรียน แบบทดสอบหลังเรียน
ข้อ คาตอบ ข้อ คาตอบ
1ก 1ข
2ก 2ง
3ข 3ก
4ง 4ข
5ค 5ง
6ง 6ง
7ก 7ก
8ง 8ง
9ข 9ข
10 ง 10 ก

เอกสารประกอบการเรียน วิชา ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 37
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว

เฉลยกจิ กรรม

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 38
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว


คาสงั่ ให้นกั เรียนทาเคร่ืองหมาย  หน้าข้อถกู ต้องและทาเครื่องหมาย  หน้าที่ผิด

............ 1. เพลงอีแซวเป็นเพลงพืน้ บ้านของจงั หวดั สพุ รรณบรุ ี
............ 2. วดั ป่าเลไลยก์เป็นแหลง่ ประชมุ เพลงท่ีใหญ่ที่สดุ ในอดีต
............ 3. การแตง่ กายของผ้เู ลน่ เพลงอีแซวจะแตง่ กายด้วยเสอื ้ ผ้าทนั สมยั ในยคุ นนั้
............ 4. เพลงหมากดั ของนกั ร้องลกู ทงุ่ เอกชยั ศรีวิชยั จดั วา่ เป็นเพลงอแี ซว
............ 5. เพลงอีแซวนิยมเลน่ ในงานศพ
............ 6. เพลงอีแซวกบั เพลงเรือมีทานองการร้องที่เหมือนกนั
............ 7. ขวญั จิต ศรีประจนั ต์เป็นผ้ทู าให้เพลงอแี ซวเป็นท่ีรู้จกั ของประชาชนทวั่ ไป
............ 8. เพลงอแี ซวได้พฒั นามาจากเพลงฉ่อย
............ 9. เคร่ืองดนตรีท่ีใช้ประกอบการแสดงเพลงอีแซวคือ กรับ ตะโพนและฉ่ิง
........ ... 10. การหดั ร้องเพลงอแี ซวเป็นการอนรุ ักษ์ศิลปวฒั นธรรมของภาคกลาง

เอกสารประกอบการเรียน วิชา ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 39
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว

คาสง่ั ให้นกั เรียนลากเส้นคาที่สมั ผสั ในเพลงอแี ซวที่กาหนดให้โดยให้ถกู ต้องตาม
แบบบงั คบั คาประพนั ธ์เพลงอแี ซว

เพลงท่ี 1

ขอเคารพนบน้อม ผมพร้อมกราบกราน สวสั ดีทกุ ทา่ น ลกู หลานขอกราบไหว้

วนั นีโ้ รงเรียนสามชกุ รัตนโภคาราม ร่วมสืบสานตดิ ตาม เพลงพืน้ บ้านอีแซวไทย

เพ่ือสืบทอดสงิ่ ลา้ คา่ วฒั นธรรมของสพุ รรณ พวกเราเดก็ รุ่นใหมน่ นั้ ขอสืบสานตลอดไป

โรงเรียนของหนู เน้นความรู้คคู่ ณุ ธรรม หนง่ึ ยอดผ้นู า ผอ. ตรัยพงษ์ เข็มเพ็ชรไง

พวกหนตู ้องขอบคณุ พ่ีปา้ น้าอาทกุ คน ด้วยความชว่ ยเหลือจากชมุ ชน โรงเรียนของเราจงึ ก้าวไกล

เพลงที่ 2

ท่ีจงั หวดั สพุ รรณกม็ ีงานวดั ป่า คนทกุ ทิศม่งุ มาท่ีวดั ป่าเลย์ไลยก์
ปิดทองหลวงพ่อโตแล้วก็โมทนา ให้บญุ กศุ ลรักษาพาชีวาสดใส
ได้ทาบญุ สนุ ทานกเ็ บกิ บานอรุ า สขุ สนั ต์หรรษาจนทว่ั หน้ากนั ไป
ได้ดลู เิ กละครเวลาคอ่ นคนื แล้ว ทงั้ เพลงฉ่อยเพลงอแี ซวกเ็ จือ้ ยแจ้วปลกุ ใจ

เอกสารประกอบการเรียน วิชา ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 40
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว

ตวั อยา่ งเพลงอีแซว

พอถงึ กาหนดวนั แมป่ ีน.ี ้..เอย ขอเชิญให้มานี่นะน้องจ๋า....เอย
คณุ แมข่ องน้องนงั่ รออยู่ หรือจะให้พี่ไปดู ไหมหนา
พระคณุ ของแม่ช่างมากนกั เร็วๆ น้องรัก อย่าชกั ช้า
น้องเอย ไปไหว้คณุ แม่กนั ...เอย เดย๋ี วแมน่ นั้ จะรอหนา...เอย
ถงึ เจ้าจะน่าเบ่อื นะน้องจ๋า
แม่นีม้ ีพระคณุ อนั ล้นเหลอื น้องจะประจกั ษ์ ได้หนา
แตแ่ มข่ องเจ้ากย็ งั รัก แตแ่ มน่ ้องก็ให้อภยั อยทู่ กุ ครา
ถงึ น้องจะดอื ้ สกั เท่าไร แมจ่ ะยกโทษให้ทกุ เวลา...เอย
แตแ่ มข่ องเจ้าไมเ่ คยโกรธ...เอย นน่ั คือรักแท้ ที่วา่
ตอนเจ้าเจบ็ กายแมก่ พ็ าไปรักษา
ได้ยินเสียงวา่ จากปากแม่ แม่เจ้ากจ็ ะไปหายา
น้องจะเห็นแม่วา่ ใจร้าย น้องนนั้ ไมอ่ าจประเมินคา่ ...เอย
พอเจ้ าเจ็บป่ วยไข้ เวลามนั ผา่ นไปเยอะแล้วหนา
ความรักที่แมน่ ีใ้ ห้เจ้ามา...เอย เป็นสิง่ แทนใจเพื่อบชู า
แคน่ นั้ แม่กร็ ักเจ้าเตม็ อรุ า...เอย
น้องจา๋ พี่วา่ เราไปกนั เถอะ
พวกเราต้องเตรียมพวงมาลยั
คลานเขา่ เข้าไปกราบแทบเท้า...เอย

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 41
เลม่ ท่ี 2 เพลงอแี ซว

คาส่ัง ให้นักเรียนวงกลมล้อมรอบคาตอบท่ีถกู ต้อง

1. ข้อใดเป็นการอนรุ ักษ์เพลงอแี ซวท่ีดที ี่สดุ
ก. ซอื ้ เทปเพลงอีแซวมาฟัง
ข. ซอื ้ เครื่องดนตรีมาเก็บสะสมไว้มากๆ
ค. หดั ร้องเพลงอแี ซว แล้วเผยแพร่ถ่ายทอดแกผ่ ้อู ่นื
ง. หดั ร้องเพลงอีแซว แล้วไมต่ ้องสอนใครกลวั ร้องผิด

2. ข้อใดไมถ่ กู ต้อง
ก. เดก็ ๆ ควรหดั ร้องเพลงอแี ซว
ข. คนร้องเพลงอีแซวเป็นคนท่ีล้าสมยั
ค. คนท่ีร้องเพลงอีแซวเป็น ควรจะถ่ายทอดแกผ่ ้อู น่ื
ง. เราทกุ คนควรช่วยกนั รักษาเอกลกั ษณ์ของท้องถิ่นเราไว้

3. เพลงอีแซวมีคณุ คา่ ในด้านใด ข. ด้านเศรษฐกิจ
ก. ด้านภาษา ง. ถกู ทกุ ข้อ
ค. ด้านวฒั นธรรม

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 42
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว

4. ฉันเกดิ มาเปน็ สตรีเมอื่ ฉนั จะมคี สู่ อง นยั นต์ ามกี ต็ ้องมองให้เหมาะแกค่ วามมุ่งหมาย
ถ้ามีผัวไร้ผลต้องอายทง้ั คนท้งั หมา ฉันยังไมเ่ ดนิ หลับตาฉันกลัวจะตกเหวตาย ฯ
จากเนือ้ ความดงั กลา่ วแสดงคณุ คา่ ของเพลงอีแซวในด้านใด

ก. ด้านภาษา ข. ด้านเศรษฐกิจ

ค. ด้านวฒั นธรรม ง. ด้านศีลธรรม

5. ข้อใดแสดงคณุ คา่ ของเพลงอีแซวในด้านวฒั นธรรม

ก. จรรยามารยาทอยา่ ใหข้ าดบกพรอ่ ง เราตอ้ งเปล่ียนสมองใหท้ ันสมยั

การพดู การจากริ ิยาเยอ่ หยิ่ง ไมว่ ่าชายและหญงิ จะใชค้ าพูดคาใหญ่
อยา่ ได้พดู เสยี ดสอี า้ ยอีไม่เอา อย่าพดู เอด็ เสยี งอา้ วลว้ นแตส่ ิง่ อบั อายฯ

ข. ถา้ ไดแ้ มท่ องเนอ้ื ถงี่ านการพ่มี ใิ หท้ า พีจ่ ะอปุ ถมั ภม์ ิให้รอ้ นพระทยั

จะบกุ เลนถอนหล่มุ แหวกตมฟนั ตอ เรอ่ื งงานพไี่ ม่ท้อพกี่ ค็ นชาตไิ ทย

จะทาไรล่ อ้ มรว้ั ปลกู ถวั่ กลางนา ใครไปใครมาจะพานอ้ งเกบ็ ขาย

จะปลกู กลว้ ยไขใ่ ห้นอ้ งนง่ั ขายกลว้ ยแขก จะให้แม่หนนู ่งั แหกแล้วขาขาย ฯ

ค. ที่จังหวัดสุพรรณน้ันมีงานวัดปา่ คนทุกทศิ มุ่งมาท่วี ดั ป่าเลไลยก์

ปิดทองหลวงพอ่ โตแล้วกโ็ มทนา ใหบ้ ุญกศุ ลรกั ษามชี ีวาสดใส

ไดท้ าบญุ สนุ ทานกเ็ บิกบานอุรา สุขสนั ตห์ รรษาทั่วหน้ากนั ไป

ได้ดูลิเกละครเวลาก็ค่อนคนื แล้ว เพลงฉอ่ ยเพลงอแี ซวก็เจ้ือยแจ้วปลกุ ใจ

ง. ถกู ทกุ ข้อ

เอกสารประกอบการเรียน วชิ า ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 43
เลม่ ที่ 2 เพลงอแี ซว

คาสง่ั ให้นกั เรียนสืบค้นข้อมลู ประวตั แิ ละผลงานของพ่อเพลง และแมเ่ พลงท่ีนกั เรียน
สนใจ 1 ท่าน

บัวผัน จันทร์ศรี (พ.ศ. 2463 - 8 พฤศจิกายน พ.ศ.
2548) ศิลปินเพลงพืน้ บ้าน เพลงอีแซว ท่ีมีช่ือเสียงของตาบล
วงั นา้ ซบั อาเภอศรีประจนั ต์จงั หวดั สพุ รรณบรุ ี

บัวผัน จันทร์ศรี เกิดเม่ือปี จอ พ.ศ. 2463 ที่อาเภอ
วิเศษชัยชาญ จังหวดั อ่างทอง เป็นน้องสาวของนายบวั เผ่ือน
โพธิ์พักตร์ พ่อเพลงช่ือดังของจังหวัดอ่างทอง มีพ่ีน้ องรวม 6 คน 1.นางทองคา จ่ันอุไร
2.นายเขียว 3.นายบัวเผ่ือน 4.บัวผัน จันทร์ศรี (แม่เพลง) 5.นางสีนวล บัวรุ่ง 6.นางนิยม
บญุ มาก เริ่มหดั เพลงมาตงั้ แตเ่ ดก็ ๆ จากการตดิ ตามดพู ่ีชายเลน่ เพลงท่ีตา่ ง ๆ ตอ่ มาได้ฝึกหดั
เพลงจากบิดามารดาและอา จน มีความสามารถในการประชันเพลงกับพ่อเพลงรุ่นใหญ่
ตงั้ แตอ่ ายรุ าว 15 ปี
บัวผัน จันทร์ศรี มีลูกศิษย์มากมาย เป็นครูเพลงคนแรกของขวัญจิต ศรีประจันต์
ขวัญใจ ศรีประจันต์, สุจินต์ ศรีประจันต์ และ บุญโชค ชนะโชติ ไสว ประพันธ์ จึงได้รับ
การยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ (สาขาเพลงพืน้ บ้านภาคกลาง) ประจาปี พ.ศ. 2533
ท่ีมา: https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0% B8%A7%E0%

B8%9C%E0%B8%B1%E0%B8%99_%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%99%E
0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A8%E0%B8%A3%E0%B8%B5

เอกสารประกอบการเรียน วิชา ศ20243 เพลงพนื ้ บ้าน 1 ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 44
เลม่ ท่ี 2 เพลงอีแซว

ไสว วงษ์งาม มีช่ือจริงว่า ไสว สุวรรณประทีป ศิลปินพืน้ บ้าน เพลงอีแซว ได้รับ
การเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินพืน้ บ้าน (สาขาเพลงพืน้ บ้ านภาคกลาง) จาก สานักงาน
คณะกรรมการวฒั นธรรมแห่งชาติ เมื่อปี พ.ศ. 2525

ไสวเกิดเมื่อปี จอ พ.ศ. 2465 ท่ีตาบลวังนา้ ซับ อาเภอศรี ประจันต์ จังหวัด
สุพรรณบุรี เริ่มหัดเพลงอีแซวครัง้ แรกจากนายเกลียว ช้างเผือก ซ่ึงมีบ้านอยู่ใกล้ ๆ กัน
จากนัน้ ได้ฝึกฝนเพลงจากป้าพวง ท่ีดอนประดู่ และนายหลาบ บ้านห้วยเจริญ อาเภอ
ศรีประจนั ต์ จากนนั้ ได้หดั เพลงกบั ครูเพลงชื่อ ครูเคลมิ ้ ปักษี แหง่ บ้านดอนเจดีย์

ไสว ใช้ชื่อในการแสดงเพลงอแี ซวว่า "ไสว วงษ์งาม" เป็นพ่อเพลงท่ีรู้เพลงมาก ฝึกหดั
เพลงมาตงั้ แตเ่ ดก็ ๆ และจดจาเพลงเก่า ๆ เอาไว้เป็นทนุ เม่ือแสดงหน้าเวทีจงึ ยืนเล่นได้ทงั้ คืน
วา่ เพลงไมม่ ีวนั หมดและเป็นศิลปินเพลงอแี ซวจนกระทง่ั วาระสดุ ท้ายของชีวติ

ท่ีมา: https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%84%E0%B8%AA%E0%B8%A7_%

E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%A9%E0%B9%8C%E0%B8%87%E0
%B8%B2%E0%B8%A1


Click to View FlipBook Version