องค์ประกอบดนตรีสากล
องค์ประกอบของดนตรีสากล
มี 7 องคป์ ระกอบ ไดแ้ ก่
เสยี ง (Tone)
จงั หวะ (Rhythm)
ทำนอง (Melody)
เสยี งประสำน (Harmony)
รปู พรรณหรอื พน้ื ผวิ (Texture)
สสี นั ของเสยี ง (Tone color)
รปู แบบหรอื คตี ลกั ษณ์ (Form)
องค์ประกอบดนตรี : 1.เสียง
เสียงในทางดนตรี หมำยถงึ เสยี งทเ่ี กดิ จำกกำรสนั่ สะเทอื นของอำกำศอยำ่ ง
สม่ำเสมอ โดยจะเกดิ ขน้ึ จำกกำรรอ้ ง กำรดดี กำรสี กำรตี และกำรเปำ่
สว่ นประกอบของเสยี งไดแ้ ก่
1. ระดบั เสยี ง
2.ควำมยำวเสยี ง
3.ควำมเขม้ ขน้ ของเสยี ง
4.คุณภำพของเสยี ง
1.1 ระดบั เสียง
คอื ควำมสงู -ต่ำของเสยี ง ซง่ึ เกดิ จำกควำมถข่ี องกำรสนั่ สะเทอื น ถำ้ มคี ล่นื
ควำมถม่ี ำกเสยี งจะมรี ะดบั สงู แตถ่ ำ้ มคี ลน่ื ควำมถน่ี ้อยระดบั เสยี งจะออกมำต่ำ
1.2 ความยาวของเสียง
คอื ควำมสนั้ -ยำวของเสยี งในระยะเวลำหน่งึ
1.3 ความเข้มข้นของเสียง
ควำมเขม้ ของเสยี งจำกเบำไปหำดงั
1.4 คณุ ภาพของเสียง
คุณภำพของเสยี งแต่ละชนิดเกดิ จำกกำรสนั่ สะเทอื นของวตั ถุทท่ี ำให้
เกดิ เสยี งนนั้ ๆ
องค์ประกอบดนตรี : 2.จังหวะ (Rhythm)
คอื หมำยถงึ เสยี งยำว ๆ สนั้ ๆ หรอื เสยี งหนกั ๆ เบำ ๆ ซ่งึ
ประกอบอยใู่ นสว่ นต่ำงๆของบทเพลง มอี งคป์ ระกอบทวั่ ๆไป ไดแ้ ก่
2.1 ควำมเรว็ จงั หวะ
จงั หวะ 2.2 อตั รำจงั หวะ
2.3 รปู แบบจงั หวะ
**1 จงั หวะ แบง่ ออกเป็นสองจงั หวะยอ่ ยๆ ไดแ้ ก่จงั หวะตก และ จงั หวะยก**
***จงั หวะทาให้เกิดการเคลื่อนไหวในดนตร*ี **
2.1 ความเรว็ จงั หวะ (Tempo)
เทมโป มำจำกภำษำอติ ำเลยี น หมำยถงึ เวลำทำงดนตรี คอื ควำมเรว็ ควำมชำ้ ปำน
กลำง ชำ้ ซง่ึ ถกู กำหนดไวใ้ นบทเพลงโดยผปู้ ระพนั ธเ์ พลงเป็นผกู้ ำหนดขน้ึ โดยมเี ครอ่ื งหมำย
กำหนดควำมเรว็ กำกบั อยโู่ ดยจะเป็นตวั เลขหรอื คำศพั ทท์ ใ่ี ชบ้ อกควำมเรว็ เชน่
Tempo = 100 หมำยถงึ ในอตั รำในกำรเคำะจงั หวะอยำ่ งสม่ำเสมอใน 1นำที
แบบคาศพั ท์
คาศพั ท์ ความเรว็
Presto เรว็ มำก
Allrgro เรว็
Moderato เรว็ ปำนกลำง
Adagio ชำ้ ๆ ไมร่ บี รอ้ น
Largo ชำ้ มำก
2.2 อตั ราจงั หวะ (Time) คอื กำรจดั แบง่ จงั หวะเคำะออกเป็นกลมุ่ ๆ เพอ่ื ทำใหเ้ กดิ
กำรเคำะจงั หวะ และกำรเน้น อยำ่ งสม่ำเสมอ กำรจดั กลมุ่ จงั หวะเคำะทพ่ี บในบทเพลง
ทวั่ ๆไปคอื 2, 3, และ4 จงั หวะเคำะ ตวั อยำ่ งเชน่
อตั รำ 2 จงั หวะ 1-2-/1-2-/1-2-/1-2/
อตั รำ 3 จงั หวะ 1-2-3-/1-2-3-/1-2-3-/1-2-3-/1-2-3-/
อตั รำ 4 จงั หวะ 1-2-3-4-/1-2-3-4-/1-2-3-4-/1-2-3-4-/
2.3ลีลาจงั หวะ (Rhythmic Pattern)
หมำยถงึ กระสวนของจงั หวะ หรอื รปู แบบของจงั หวะ ทถ่ี ูก
กำหนดขน้ึ มำ เพอ่ื ใชบ้ รรเลงประกอบบทเพลง เชน่ ลลี ำจงั หวะมำรช์
(March) ลลี ำจงั หวะวอลทซ์ (Waltz) ลลี ำจงั หวะสโลว์ (Slow)
ลลี ำจงั หวะแทงโก (Tango) ลลี ำจงั หวะรอ็ ค (Rock) เป็นตน้
องค์ประกอบดนตรี : 3. ทานอง (Melody)
ทานอง หมำยถงึ เสยี งดนตรที ม่ี คี วำมแตกต่ำงในดำ้ นระดบั
เสยี ง และดำ้ นควำมยำวของเสยี ง มำจดั เรยี บเรยี งใหด้ ำเนนิ
ตอ่ เน่ืองไปตำมแนวนอน เรำเรยี กวำ่ ทำนอง ทำนองเป็น
องคป์ ระกอบของบทเพลงทจ่ี ำงำ่ ยมำกกวำ่ องคป์ ระกอบอน่ื ๆ
ทำนองเพลงจะมคี วำมหลำกหลำยลกั ษณะแตกตำ่ งกนั ออกไป
องคป์ ระกอบของทำนองเพลง ไดแ้ ก่
ทิศทางการเคลื่อนท่ีของทานอง (Direction of Melody)
ทำนองเพลงอำจเคล่อื นไปในหลำยทศิ ทำง เช่น กำรเคล่อื นท่ีขน้ึ
กำรเคล่อื นทล่ี ง อยกู่ บั ท่ี หรอื กำรซ้ำของทำนอง
รปู รา่ งของทานองเพลง (Contour of Melody)
หมำยถงึ แนวเสน้ ทล่ี ำกจำกโน้ตทุกโน้ตของทำนองเพลง ตัง้ แต่
โน้ตแรก จนถึงโน้ตสุดท้ำย ทำให้เกิดเป็นแนวเส้นท่ีเป็นรูปร่ำงของ
ทำนองเพลง
จงั หวะของทานอง (Melodic Rhythm)
หมำยถึง ควำมสนั้ ยำวของระดบั เสยี งแต่ละเสยี งท่ปี ระกอบกนั
เป็นทำนอง
องค์ประกอบดนตรี : 4.เสียงประสาน (Harmony)
เสยี งประสำน (Harmony) เสยี งประสำน คอื เสยี งดนตรตี ่ำงๆ
ทถ่ี ูกกำหนดใหบ้ รรเลงขน้ึ พรอ้ มๆกนั ดว้ ยนักเรยี บเรยี งเสยี งประสำน ตำม
หลกั วชิ ำกำรประสำนเสยี ง เพ่อื ทำใหเ้ สยี งต่ำงๆในบทเพลงนัน้ เกิดควำม
กลมกลนื และควำมไมก่ ลมกลนื ชว่ ยปรุงแต่งทำนองเพลงทไ่ี พเรำะอยแู่ ลว้
ใหเ้ กดิ ควำมสมบูรณ์และไพเรำะมำกยง่ิ ขน้ึ กำรประสำนเสยี งเกดิ ข้ึนไดท้ งั้
ในแนวตงั้ และแนวนอน ซ่งึ กำรประสำนเสยี งทจ่ี ะใหเ้ กดิ ควำมไพเรำะนัน้
จะตอ้ งอยใู่ นรปู ของขนั้ ค่เู สยี ง (interval) หรอื คอรด์ (Chord) ชนิด
ต่ำง ๆ ในกำรประสำนเสยี งนัน้ มที งั้ กำรใช้ทงั้ คอร์ดท่มี เี สียงกลมกลืน
และไม่กลมกลืน โดยทวั่ ไปแล้ว คอรด์ ท่มี เี สยี งกลมกลนื จะใช้มำกกว่ำ
คอรด์ ทม่ี เี สยี งไมก่ ลมกลนื
องค์ประกอบดนตรี : 5.พนื้ ผวิ (Texture)
รปู พรรณ หรอื พน้ื ผวิ (Texture) พน้ื ผวิ เป็นควำมสมั พนั ธร์ ะหวำ่ งเสยี ง
ในแนวตงั้ กบั ทำนองในแนวนอน เม่อื รวมกนั จะเกดิ พน้ื ผวิ ของดนตรี ทำให้เกดิ เป็น
ภำพรวมของดนตรี พน้ื ผวิ ของดนตรมี หี ลำยรปู แบบดว้ ยกนั คอื
พืน้ ผิวแบบทานองเดียว (Monophonic Texture)
ดนตรที ม่ี แี ต่ทำนองเพยี งทำนองเดยี ว ไมม่ สี ว่ นประกอบอ่นื ใด
พืน้ ผิวแบบหลายทานอง (Polyphonic Texture)
ดนตรที ม่ี ที ำนองตงั้ แต่ 2 ทำนองขน้ึ ไป มำบรรเลงรว่ มกนั
พืน้ ผิวแบบมีเสียงรว่ ม (Homophonic Texture)
ดนตรีท่ีมแี นวทำนองหลกั หน่ึงทำนอง และมีเสยี งเพ่มิ เข้ำมำ เพ่อื ช่วย
สนบั สนุนใหแ้ นวทำนองเด่นชดั และมคี วำมไพเรำะยงิ่ ขน้ึ เสยี งทเ่ี พิ่มเขำ้ มำน้ีจะไมม่ ี
ควำมสำคญั เทำ่ แนวทำนอง
พืน้ ผิวแบบมีจดุ รว่ มหรือลกู ตกเดียวกนั (Heterophonic Texture)
ดนตรหี ลำยทำนอง ซ่งึ มผี ูบ้ รรเลงตงั้ แต่ 2 คนข้นึ ไป ดำเนินทำนองหลกั
เดยี วกนั มกี ำรตกแต่งทำนองเพม่ิ เตมิ จำกทำนองหลกั เลก็ น้อย โดยมจี ุดร่วมของเสยี งหรอื
ลูกตกเดยี วกนั ลกั ษณะของดนตรแี บบน้ีจะพบมำกในดนตรขี องไทย จนี ญ่ปี ุ่น ชวำ อฟั
รกิ ำ เป็นตน้
องค์ประกอบดนตรี : 6. สีสันของเสียง (Tone Color)
สีสนั ของเสียง (Tone Color or Timbre)
คอื คุณสมบตั ทิ ำงดำ้ นเสยี งของเคร่อื งดนตรชี นิดต่ำง ๆ รวมทงั้
เสยี งรอ้ งของมนุษย์ ซง่ึ มคี วำมแตกต่ำงกนั นำมำบรรเลงร่วมกัน จะทำ
ให้เกิดสสี นั ของเสยี งแตกต่ำงกนั ไป ตำมควำมสูง ต่ำ ของเสยี ง ตำม
ลกั ษณะของกำรบรรเลง และตำมลกั ษณะของกำรประสมวง
องค์ประกอบดนตรี : 7. คตี ลักษณ์ (Form)
คีตลกั ษณ์หรือรปู แบบ (Form)
หมำยถงึ ลกั ษณะทำงโครงสรำ้ งของบทเพลงทม่ี กี ำรแบง่ เป็นหอ้ งเพลง
(Bar) แบง่ เป็นวลี (Phrase) แบง่ เป็นประโยค (sentence) และแบง่ เป็น
ทอ่ นเพลง หรอื กระบวนเพลง (Movement) เป็นแบบแผนกำรประพนั ธบ์ ท
เพลง คตี ลกั ษณ์เพลงบรรเลงหรอื เพลงรอ้ งในปจั จุบนั แบง่ ออกเป็นดงั น้ี
1.เอกบท(Unitary Form) หรอื วนั พำรท์ ฟอรม์ (One Part Form) คอื
บทเพลงทม่ี ที ำนองสำคญั เพยี งทำนองเดยี วเทำ่ นนั้ (A) กจ็ ะจบบรบิ รู ณ์ เชน่ เพลง
ชำติ เพลงสรรเสรญิ บำรมี เป็นตน้
2.ทวบิ ท (Binary Form) หรอื ทพู ำรท์ ฟอรม์ (Two Part Form) เป็น
รปู แบบของเพลงทม่ี ที ำนองสำคญั เพยี ง 2 กล่มุ คอื ทำนอง A และ B และเรยี ก
รปู แบบของบทเพลงแบบน้ียอ่ ๆ วำ่ AB
3.ตรบี ท (Ternary Form) หรอื ทรพี ำรท์ ฟอรม์ (Three Part
Form) รปู แบบของเพลงแบบน้ีจะมอี งคป์ ระกอบอยู่ 3 สว่ น คอื กลมุ่ ทำนองท่ี 1
หรอื A กลมุ่ ทำนองท่ี 2 หรอื B ซง่ึ จะเป็นทำนองทเ่ี ปลย่ี นแปลง หรอื เพย้ี นไปจำก
กลมุ่ ทำนองท่ี 1 สว่ นกลุ่มทำนองท่ี 3 กค็ อื กำรกลบั มำอกี ครงั้ ของทำนองท่ี 1 หรอื A
และจะสน้ิ สดุ อยำ่ งสมบรู ณ์อำจเรยี กยอ่ ๆ วำ่ ABA
4.ซองฟอรม์ (Song Form) กค็ อื กำรนำเอำตรบี ทมำเตมิ สว่ นท่ี 1 ลงไปอกี 1
ครงั้ ในตอนแรกจะไดเ้ ป็น AABA ทเ่ี รยี กวำ่ ซองฟอรม์ เพรำะเพลงโดยทวั่ ๆ ไป จะ
มโี ครงสรำ้ งแบบน้ี
5.รอนโดฟอรม์ (Rondo Form) รปู แบบของเพลงแบบน้ีจะมแี นวทำนองหลกั
(A) และแนวทำนองอ่นื อกี หลำยสว่ น สว่ นสำคญั คอื แนวทำนองหลกั ทำนองแรกจะวน
มำขนั้ อยรู่ ะหวำ่ งแนวทำนองแตล่ ะสว่ นทต่ี ่ำงกนั ออกไป
เชน่ ABABA ABACA ABACADA