แหลง่ เรยี นร้อู ำเภอท่าสองยาง
6 ตำบล
คำนำ
ห้องสมุดประชาชนอำเภอท่าสองยาง จัดรวบรวมทำข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งเรียนรู้ภายในอำเภอท่าสองยาง
ได้แก่ 6 ตำบล มีดีงนี้ ตำบลแม่ต้าน ตำบลแม่หละ ตำบลแม่อุสุ ตำบลแม่สอง ตำบลท่าสองยาง ตำบลแม่วะหลวง
เปน็ ต้น เพื่อไดศ้ กึ ษาค้นควา้ ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ใหข้ ้อมูลขา่ วสาร ความรู้ ซงึ่ จัดไว้ให้ผู้ที่สนใจและเป็นข้อมูล สามารถ
ศกึ ษาหาความรู้เพิม่ เติมไดภ้ ายในห้องสมดุ หรือทางเพจ facebook ได้
ผู้จัดทำาจึงได้ ศึกษาค้นคว้าจากหนังสือ เอกสารต่าง ๆ และสอบถามผู้รู้ เกี่ยวกับความหมาย ความสำคัญ
และประเภทของแหล่งเรียนรู้ในอำเภอท่าสองยางที่ควรรู้จัก ตลอดจนสามารถ เลือกใช้แหล่งเรียนรู้ที่เป็นแหล่ง
ท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอขอบคุณข้อมูลทางองค์การบริหารส่วนตำบล ทั้ง 6 ตำบล ในอำเภอท่าสองยาง
ทมี่ ีขอ้ มูลแหลง่ เรียนรทู้ น่ี ำมาเผยแพรแ่ ละประชาสัมพนั ธ์ในการจดั ทำาเอกสาร
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารแหล่งเรียนรู้ เล่มนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ เช่นนักเรียน/นักศึกษาและ
ประชาชนในการเรียนรู้ จากการปฏิบัติกิจกรรมในแหล่งเรียนรู้ และสถานที่จริง ๆ ซึ่งจะเป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้
ดว้ ยตนเองไดเ้ ป็นอย่างดี
จดั ทำโดย
ห้องสมดุ ประชาชนอำเภอทา่ สองยาง
สารบัญ
คำนำ หนา้
สารบัญ
แหล่งเรียนรู้ตำบลแมต่ ้าน 1–6
แหลง่ เรียนรู้ตำบลแม่หละ 7–9
แหล่งเรียนรตู้ ำบลแม่อสุ ุ 10 – 11
แหล่งเรยี นรตู้ ำบลแม่สอง 12 – 16
แหล่งเรียนรู้ตำบลทา่ สองยาง 17 – 19
แหล่งเรยี นร้ตู ำบลแม่วะหลวง 20 – 21
บรรณานกุ รม
ชือ่ แหล่งเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ตำบลแมต่ ้าน 1
1.วดั แมต่ า้ นเหนอื ประเภทแหลง่ เรียนรู้
แหล่งเรยี นรู้ศาสนา ทีต่ ง้ั
หมู่ 1 ตำบลแม้ตา้ น
อำเภอท่าสองยาง
2.วัดอรญั ญาวาส แหล่งเรียนรู้ศาสนา หมู่ 1 ตำบลแม้ต้าน
อำเภอท่าสองยาง
3.ศาลเจา้ พ่อโมกขละ แหลง่ เรียนรู้ประวัติศาสตร์ หมู่ 2 ตำบลแมต้ า้ น
อำเภอท่าสองยาง
4.พระธาตุห้วยลกึ แหล่งเรียนร้ตู ำบลแมต่ า้ น 2
แหล่งเรยี นรศู้ าสนา
หมู่ 2 ตำบลแม้ต้าน
อำเภอท่าสองยาง
5.วัดสองหว้ ย แหลง่ เรยี นรปู้ ระวตั ศิ าสตร์ หมู่ 2 ตำบลแมต้ า้ น
เมอื งโบราณบ้านแมต่ า้ น อำเภอท่าสองยาง
6.หอ้ งสมดุ ประชาชนอำเภอ อาคาร สถานที่ และแหลง่ เรยี นรูก้ ารศึกษา หมู่ 1 ตำบลแมต้ า้ น
ทา่ สองยาง อำเภอท่าสองยาง
3
วดั แมต่ า้ นเหนอื
วัดแม่ตา้ นเหนือ ตั้งอยเู่ ลขท่ี ๙๒ หมู่ที่ ๒ ตำบลแม่ต้าน อำเภอทา่ สองยาง จงั หวัดตาก สงั กัดคณะสงฆม์ หานิกาย
มที ีด่ นิ ตง้ั วัดเน้ือท่ี ๘๑ ไร่ อาณาเขต ทิศเหนอื ยาว ๑๕๐ วา ตดิ ต่อกับลำหว้ ยและที่นา ทิศใต้ยาว ๑๐๖ วา ติดตอ่ กบั ถนน
สาธารณะ ทิศตะวันออกยาว ๓๓๒ วา ติดต่อกบั ถนนสาธารณะ ทิศตะวันตกยาว ๒๓๖ วา ตดิ ต่อกบั คา่ ย ต.ช.ด. โดยมี น.ส.
๓ ก เลขที่ ๗๔ เปน็ หลักฐาน มีท่ีธรณสี งฆจ์ ำนวน ๑ แปลง เนื้อท่ี ๓ ไร่ ๒๖ ตารางวา ตาม น.ส. ๓ ก เลขท่ี ๘๙
พนื้ ทตี่ ้งั วัดเป็นท่ีเนนิ ภเู ขาเลก็ ๆ อาคารเสนาสนะต่าง ๆ มี อุโบสถกว้าง ๑๒.๘๐ เมตร ยาว ๒๘ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๑๔
โครงสร้างเปน็ ไม้พืน้ คอนกรตี ศาลาการเปรยี ญกวา้ ง ๙๕๐ เมตร ยาว ๒๘.๕๐ เมตร สร้าง พ.ศ. ๒๕๒๓ เปน็ อาคารคร่งึ ตึก
ครึ่งไม้ ๒ ชนั้ หอฉันกว้าง ๘.๕๐ เมตร ยาว ๑๒ เมตร สร้างพ.ศ. ๒๕๒๑ เปน็ อาคารไม้ยกพืน้ สงู ๒ เมตร กุฎสี งฆ์
จำนวน ๑๖ หลัง หอระฆงั สรา้ งดว้ ยไม้ สำหรับปชู นยี วัตถุมี พระพุทธรูปไม้ขนุนแกะสลัก ๒ องค์ นายพรหม นางพมิ พ์
สร้างไวเ้ มอ่ื พ.ศ. ๒๔๒๐ พระพุทธรูปไม้ขนนุ อีก ๒ องค์ สรา้ งโดยท้าวอินต๊ะและท้าวเขื่อนเพชร เมอื่ พ.ศ. ๒๔๔๒
พระประธานในวิหาร๓องค์เปน็ พระพทุ ธรูปปนู ปนั้
วัดแมต่ ้านเหนอื สร้างขึ้นเปน็ วัดนับตง้ั แตป่ ระมาณ พ.ศ. ๒๓๒๐ ทจ่ี รงิ แลว้ วัดนี้นับเปน็ วัดที่เกา่ แก่มมี ากอ่ น พ.ศ.
๒๓๒๐ แตจ่ ะนานเทา่ ใดไมป่ รากฏหลกั ฐาน เดิมตง้ั อยู่ทบ่ี า้ นลำร้อง หม่ทู ่ี ๒ เป็นวัดคู่บา้ นคู่เมอื งของชาวแม่ต้าน ต่อมาถงึ
ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๔๐ ได้ย้ายเสนาสนะมาจัดสรา้ งข้นึ ใหม่ทางทศิ ตะวันตกของหมู่บ้าน มีทด่ี ินต้ังวัดเน้ือท่ี ๒ ไร่ คร้นั ถึงปี
พ.ศ. ๒๔๖๖ สมัยทพ่ี ระปัญญาเป็นเจ้าอาวาส ได้ยา้ ยวัดมาตั้งอย่ทู ส่ี ่ีแยกถนนราชดำเนินปัจจุบันทีน่ ้ีเปน็ ที่ธรณสี งฆข์ องวดั แม่
ต้านเหนอื (ท่ารถปัจจุบัน) เพราะทางวดั ได้ยา้ ยอีกคร้งั หนง่ึ เป็นครั้งสุดท้าย ไดร้ ิเรมิ่ ดำเนินการยา้ ยเสนาสนะในปี พ.ศ. ๒๔๙๖
ไดย้ า้ ยมาสรา้ ง ณ ที่ต้งั ปัจจุบัน ซ่ึงอยหู่ ่างจากทตี่ ้ังวัดเดิมประมาณ ๑ กโิ ลเมตร เนอื่ งจากท่ีต้ังวัดเดิมเป็นท่ีล่มุ ถกู น้ำท่วมขังใน
ฤดฝู นและคับแคบ ขยายไม่ได้ กระทรวงศกึ ษาธิการไดป้ ระกาศยา้ ยวดั เมอ่ื วันที่ ๒๓ เมษายน พ.ศ. ๒๔๙๙ ท่ีดินตง้ั วัดเนอ้ื ท่ี
๘๑ ไร่ เกยี่ วกบั นามวัด แตเ่ ดิมนน้ั เรียกกนั หลายอย่างคอื “วัดครูบากิ่ง” “วัดครบู ากนั๋ ” เรยี กตามนามเจ้าอาวาส
“วดั ม่วงคำ” เพราะมีตน้ มะมว่ งคำขนาดใหญ่เก่าแกอ่ ยใู่ นวัด “วัดเหนอื ” เพราะตัง้ อยู่ตอนเหนอื ของหมบู่ ้าน สำหรับนามที่ใช้
อยู่ปจั จุบันว่า “วัดแมต่ า้ นเหนือ” เรยี กตามช่ือของหมู่บ้านวัดแมต่ า้ นเหนอื ไดร้ ับพระราชทานวสิ งุ คามสมี าวนั ท่ี
๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๒ เขตวิสุงคามสมี ากว้าง ๒๕ เมตร ยาว ๕๐ เมตร ทางวัดไดเ้ ปิดสอนพระปริยตั ธิ รรม พ.ศ. ๒๕๑๔
เจา้ อาวาสสว่ นมากเป็นผู้รักษาการแทนมี ๒๐ รูป คือ รูปท่ี ๑ พระครูบาก่ิง พ.ศ. ๒๓๕๕ – ๒๔๐๐ รูปท่ี ๒ ครูบากั๋น พ.ศ.
๒๔๐๐ – ๒๔๔๐ รปู ที่ ๓ ครูบาปัญญา พ.ศ. ๒๔๔๐ – ๒๔๘๐ รปู ท่ี ๔ พระแก้ว พ.ศ. ๒๔๘๐ – ๒๔๘๑ รูปที่ ๕ พระพรหม
พ.ศ. ๒๔๘๑ – ๒๔๘๓ รปู ที่ ๖ พระแกว้ พ.ศ. ๒๔๘๓ – ๒๔๙๑ รูปที่ ๗ พระทพิ ย์ พ.ศ. ๒๔๙๑ – ๒๔๙๓ รูปท่ี ๘ พระอ้าย
พ.ศ. ๒๔๙๓ – ๒๔๙๕ รูปท่ี ๙ พระทองดี พ.ศ. ๒๔๙๕ – ๒๔๙๖ รูปที่ ๑๐ พระนนท์ พ.ศ. ๒๔๙๖ – ๒๔๙๙ รปู ท่ี ๑๑
พระจ๋ี พ.ศ. ๒๔๙๙ – ๒๕๐๐ รูปที่ ๑๒ พระเขียว พ.ศ. ๒๕๐๐ – ๒๕๐๒ รูปที่ ๑๓ พระปัญญา พ.ศ. ๒๕๐๒ – ๒๕๐๖ รปู ท่ี
๑๔ พระบญุ ตัน พ.ศ. ๒๕๐๖ ๒๕๐๗ รปู ท่ี ๑๕ พระสำราญ พ.ศ. ๒๕๐๗ – ๒๕๐๘ รูปท่ี ๑๖ พระแกว้ พ.ศ. ๒๕๐๘ – ๒๕๑๐
รูปท่ี ๑๗ พระสเี ทา พ.ศ. ๒๕๑๐ – ๒๕๑๒ รปู ท่ี ๑๘ พระบุญส่ง พ.ศ. ๒๕๑๒ – ๒๕๑๓ รูปที่ ๑๙ พระบุญมี พ.ศ. ๒๕๑๓ –
๒๕๑๔ รูปท่ี ๒๐ พระครพู ิบลู ธรรมานวุ ัตร (พรหม พุทธฺ ภาโณ) ดำรงตำแหนง่ ต้งั แต่ พ.ศ. ๒๕๑๔ เป็นต้นมา
( ปจั จบุ นั ดำรงตำแหน่งเจา้ คณะอำเภอแมร่ ะมาด – ท่าสองยาง )
สถานภาพวดั แมต่ ้านเหนือ
๑. เป็นวัดราษฎร์ คณะสงฆม์ หานิกาย จงั หวดั ตาก ภาค ๕
๒. ได้รับคดั เลอื กเปน็ วัดพัฒนาตวั อยา่ ง เม่อื ปี ๒๕๓๑
๓. ได้รบั คัดเลอื กเป็นวัดพฒั นาตวั อยา่ งที่มีผลงานดีเด่น เมอ่ื ปี ๒๕๓๔
๔. ได้รับคดั เลอื กเป็นหน่วย อ.ป.ต. ดีเด่น เม่อื ปี ๒๕๔๘
๕. ได้รับคดั เลือกเป็นหน่วยสงเคราะห์พุทธมามกะ เมอื่ ปี ๒๕๓๔
๖. ไดร้ บั แตง่ ต้งั เปน็ สำนักเรยี นพระปรยิ ัตธิ รรม เมือ่ ปี ๒๕๑๔
4
วัดอรัญญาวาส
เป็นวดั ราษฎร์ สงั กดั คณะสงฆ์มหานิกาย ต้ังอยู่ทหี่ มู่ที่ ๑ ตำบลแม่ตา้ น อำเภอท่าสองยาง จงั หวัดตาก
สถานะวัด ตงั้ วัด เมือ่ พ.ศ. ๒๔๗๐
รับวสิ ุงคามสีมา เมื่อ ๓๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๙๖
ศาลเจ้าพอ่ โมกขละ
ภายในบริเวณเมืองเก่ามศี าลเจา้ อโมกขละ ศาลเจ้าพ่อโมกขละ อยู่บนเส้นทางสายแม่ต้าน - ทา่ สองยาง
ศาลอยู่ทางขวามือ ริมถนน เปน็ ศาลใหญ่กอ่ อิฐถือปูน ภายในมรี ปู ปัน้ ประดิษฐานเจ้าพอ่ โมกขละ ชาวบา้ นแม่ตา้ น
อำเภอท่าสองยาง จงั หวัดตาก และอำเภอใกลเ้ คยี งใหค้ วามเล่ือมใสมาก บริเวณใกลเ้ คียงมศี าลพระภูมเิ ลก็ ๆ มากมาย
เรยี งรายอยู่ มเี ร่ืองเชื่อกนั ว่า ศาลเจา้ พ่อโมกขละนเ้ี ป็นสถานท่ีศกั ด์ิสิทธ์ิ ผ้ทู ่ีสญั จรไปมาบนเสน้ ทางนม้ี กั แวะนมสั การและ
จุดประทัดถวายเจ้าพ่อโมกขละ ครัง้ หนงึ่ ไดท้ ำการต่อสู้กับพมา่ จนกระท่ังตวั ตาย ด้วยเหตุนีเ้ อง ชาวบ้านจึงเกดิ ศรัทธา
และเคารพสักการะ โดยตัง้ ศาลขึ้นบูชาเป็นทีน่ บั ถือของชาวบา้ นแมต่ า้ น ผทู้ ส่ี ัญจรไปมาเสน้ ทางนีม้ ักแวะนมัสการและจุด
ประทัดถวายเสมอ ประวัติการสรา้ งศาลน้ี สร้างข้นึ เม่ือใดไม่ปรากฏ และไมม่ ีการจารึกในวีรกรรมของเจา้ พ่อโมกขละแต่
อย่างใด เพยี งเป็นเรื่องเลา่ สืบต่อกันมาเท่านั้น
พระธาตุห้วยลึก
ประวตั ิความเป็นมา
เมืองเก่าหว้ ยลึก เป็นซากเมืองโบราณ ตัง้ อยบู่ รเิ วณหว้ ยลึกหว้ ยธาตุและฝ่งั แมน่ ้ำเมยเปน็ บริเวณกวา้ งอยู่ทางทิศ ใตข้ อง
หมบู่ า้ นแม่ต้านทางทิศเหนือของแมน่ ้ำเมย แม่น้ำเมยจะไหลจากทางทิศใต้สู่ทิศเหนอื เปน็ แมน่ ำ้ ท่ีกั้นพรมแดนไทย
สหภาพพม่า มีโบราณวตั ถมุ ากมาย เชน่ พระเจดีย์ กำแพงเมอื ง โบสถ์ วหิ าร ฐานชกุ ชี บ่อนำ้ บนั ไดหินเป็นขนั้ ๆ ตง้ั อยู่ใน
หลายทหี่ ลายแห่งในบริเวณเมืองเก่าแห่งน้ี ยังไม่สามารถกำหนดไดแ้ น่นอนวา่ อยูใ่ นสมัยใด
ลักษณะทั่วไป พน้ื ท่ีมีลักษณะเปน็ ท้ังทรี่ าบและเนินเขา โบราณสถานอยู่ในสภาพท่ชี ำรดุ ทรุดโทรมและมหี ญา้ ข้นึ บน
องค์เจดีย์ไม่มีผดู้ ูแล บางแหง่ ปลูกสวนสัก
หลักฐานท่ีพบ กำแพงคเู มอื ง โบสถ์ พระธาตุเมืองเก่าห้วยลกึ พระเจดยี ์ ซ้มุ พระพุทธรปู ก่ออิฐทรงสเี่ หลยี่ มผืนผ้า
ฐานชกุ ชี วัดรมิ เมย วัดวงั ตอ้ ม และวตั ถเุ คร่ืองใช้ เช่น เศษถ้วยชามสังคโลก กลอ้ งยาดนิ ตุ่มน้ำหมอ้ ไห ฯลฯ
เสน้ ทางเข้าสู่เมอื งเกา่ หว้ ยลึก จากอำเภอแม่สอดไปตามทางหลวงหมายเลข ๑๐๕ (แม่สอด-ท่าสองยาง) ระยะทาง
ประมาณ ๘๐ กิโลเมตรกอ่ นถึงหมบู่ า้ นแม่ต้านประมาณ ๑ กิโลเมตรให้เลีย้ วขวาระยะทางประมาณ ๕๐๐ เมตรจะถึงองค์
พระธาตุ
5
วดั สองห้วย/เมืองโบราณบ้านแมต่ า้ น
เมืองโบราณบ้านแม่ต้านต้ังอยูบ่ นทร่ี าบเชงิ เขาริมฝ่ังแมน่ ้ำเมย ในเขตตำบลแม่ตา้ น อำเภอ ทา่ สองยาง
จงั หวัดตาก กรมศลิ ปากร ได้ดำเนนิ การสำรวจเมอื งโบราณแหง่ นเี้ ป็นคร้ังแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๑ โดยนายธนิต อยู่โพธิ์
อธิบดีกรมศิลปากรในขณะน้นั และนายชนิ อยู่ดี ได้สำรวจพบว่ามีโบราณสถานท่ีมรี ่องรอยการบรู ณะหลายสมัย
และโบราณวัตถทุ ี่พบเปน็ พระพทุ ธรปู สมัยสุโขทัย และพระพทุ ธรูปแบบเชยี งแสนร่นุ หลงั ซ่งึ มีอายุไมเ่ ก่ากว่าสมยั สโุ ขทัย
ในพ.ศ. ๒๕๑๖ หน่วยศิลปากรท่ี ๓ ในขณะนนั้ (สำนกั ศิลปากรที่ ๖ สโุ ขทัย ในปจั จบุ ัน) ไดส้ ำรวจเมืองโบราณแม่ต้านอีก
ครัง้ หนึ่ง พบวา่ มรี ่องรอยของกำแพงเมืองทเี่ ป็นคันดนิ ด้านทิศตะวันตกมีรอยตัดเนนิ ดนิ ธรรมชาติใหเ้ ปน็ คูติดกับลำหว้ ย
ลึก ซ่งึ มคี ันเนินดนิ โคง้ ออ้ มไปตามเชงิ เขาติดลำห้วยลึกไปทางทศิ เหนือจรดภเู ขา ดา้ นทิศใต้ของเมอื งตดิ แมน่ ้ำเมยซง่ึ
กำแพงเมืองคงพังลงนำ้ ไปมาก มีโบราณสถานสำคญั ๖ แหง่ ได้แก่ วัดพระธาตุเมืองเก่าหว้ ยลึก วัดหว้ ยพระธาตุ วดั หว้ ย
ลกึ วัดรมิ เมย วัดวังตอ้ ม และวดั สองหว้ ย ในพ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๐ กล่มุ โบราณคดสี ำนกั ศิลปากรท่ี ๖ สุโขทัย
ไดศ้ ึกษาวิจัยชมุ ชนโบราณในจงั หวดั ตากเพื่อวเิ คราะห์หาตำแหน่งทต่ี ัง้ เมอื งฉอด ซ่งึ มงี านศึกษาวิจยั ในส่วนของเมือง
โบราณบา้ นแมต่ ้านรวมอยดู่ ้วย ผลการศกึ ษาพบว่า บริเวณพน้ื ที่เมอื งโบราณบา้ นแม่ต้าน มีร่องรอยการอยูอ่ าศยั ของ
ชุมชนโบราณยุคกอ่ นประวัติศาสตร์ เพราะได้พบหลักฐานประเภทขวานหินขัด และเครื่องมือโลหะ แสดงใหเ้ หน็
ความสำคญั ของพนื้ ทบ่ี รเิ วณเมืองแมต่ า้ น ทีต่ ัง้ อยู่บริเวณลานตะพักแมน่ ้ำเมย จงึ เป็นพ้นื ที่ซง่ึ มคี วามเหมาะสมต่อการ
ดำรงชวี ิตของมนุษยเ์ พราะอยู่ไมห่ ่างจากลำน้ำและเป็นพ้นื ท่ีสงู นำ้ ท่วมไม่ถงึ ผลการดำเนินงานทางโบราณคดี
ไดพ้ บ หลักฐานทางโบราณคดีประเภทตา่ ง ๆ ท้ังหลกั ฐานด้านสถาปัตยกรรม และหลักฐานทเ่ี ป็นโบราณวตั ถุ ในส่วนของ
หลักฐานด้านสถาปัตยกรรม พบวา่ มอี ิทธิพลด้านรูปแบบศิลปกรรมแบบล้านนา และเม่ือศกึ ษาจากโบราณวัตถุประเภท
เศษภาชนะดนิ เผา พบว่าส่วนใหญเ่ ปน็ ภาชนะดนิ เผาเนอ้ื แกร่งจากแหล่งเตาเมืองศรีสชั นาลัยและแหลง่ เตาสันกำแพง
และภาชนะดนิ เผาจากแหล่งเตาในประเทศจนี ที่กำหนดอายุในราวพทุ ธศตวรรษท่ี ๒๐ จงึ สนั นิษฐานไดว้ า่ ในราวพุทธ
ศตวรรษท่ี ๒๐ ไดม้ กี ารสร้างอาคารและสิ่งก่อสร้างเน่ืองในพทุ ธศาสนาข้ึนในพื้นท่เี มืองโบราณแห่งน้ี และมีการใช้พนื้ ที่
ตอ่ เนอ่ื งจนถึงพทุ ธศตวรรษที่ ๒๑ ดังปรากฏหลักฐานประเภทภาชนะดินเผาในช่วงพุทธศตวรรษท่ี ๒๑ ทั้งทีเ่ ปน็
ผลติ ภณั ฑจ์ ากแหลง่ เตาเวียงกาหลง และผลิตภัณฑจ์ ากแหล่งเตากอร์ดอน ในเขตรัฐมอญ ประเทศเมยี นมา
และผลติ ภัณฑส์ ่วนใหญจ่ ากแหลง่ เตาจงิ่ เต๋อเจนิ้ ในประเทศจีน ก่อนท่ีชุมชนจะถูกท้ิงร้างไปในช่วงเวลาหลังจากน้ีเมอ่ื
เปรียบเทยี บกบั ชุมชนโบราณท่จี งั หวดั แมฮ่ ่องสอน คือ เวยี งยวม ซึง่ ตง้ั อยทู่ บ่ี ้านทุ่งพร้าว อำเภอแม่สะเรยี ง จงั หวดั
แมฮ่ ่องสอน ซ่ึงเปน็ เมืองโบราณที่มีคนู ำ้ คันดนิ รูปร่างไม่สม่ำเสมอ ตัง้ อย่รู ิมแม่นำ้ ยวม ปจั จบุ ันยังปรากฏคันดินเป็น
กำแพงเวยี ง มคี นู ้ำทางดา้ นทิศตะวันออกและบางส่วนทางทิศใต้ พบวา่ มีความคลา้ ยคลึงกัน ไดแ้ ก่ สภาพทางภมู ิศาสตรท์ ี่
ต้งั อยูบ่ นลานตะพักแมน่ ้ำ เมืองโบราณบา้ นแม่ต้าน ตัง้ อยู่บนลานตะพักแมน่ ้ำเมย ขณะทเี่ มอื งยวม ต้งั อยบู่ นลานตะพกั
ฝง่ั ตะวันออกของแมน่ ำ้ ยวม ซึ่งจะไหลไปรวมกับแม่น้ำเมย กอ่ นท่ีจะไหลไปรวมกับแม่น้ำสาละวิน และไหลออกสทู่ ะเล
อนั ดามนั ท่เี มืองทา่ มะละแหม่ง ดังนน้ั จงึ อาจกล่าวไดว้ า่ ชมุ ชนโบราณบริเวณลุ่มน้ำเมย มีความสมั พันธก์ บั ชุมชนโบราณ
บรเิ วณลมุ่ น้ำสาละวนิ เน่อื งจาก แม่น้ำเมยเปน็ แมน่ ้ำสายยอ่ ยของแมน่ ้ำสาละวนิ โดยมตี น้ กำเนดิ ในอำเภอพบพระ
จังหวดั ตาก ไหลตามหบุ เขาเป็นแนวยาวไปทางทิศตะวนั ตกเฉยี งเหนือ และทำหน้าทีเ่ ป็นแนวเขตแดนระหว่างประเทศ
ไทยและสหภาพเมียนมา ผา่ นอำเภอแมส่ อด อำเภอแมร่ ะมาด และอำเภอท่าสองยาง ในเขตจงั หวัดตาก จากนัน้ จึงไหล
ไปบรรจบรวมกบั แม่น้ำสาละวนิ ท่อี ำเภอสบเมย จงั หวดั แม่ฮอ่ งสอน ดงั นั้นจงึ พบว่าวัฒนธรรม
ชมุ ชนบรเิ วณลุม่ น้ำเมยตอนล่างและล่มุ น้ำสาละวนิ เปน็ กลุ่มวฒั นธรรมเดียวกนั โดยเฉพาะชมุ ชนในเขตอำเภอ
แมส่ ะเรียง จงั หวดั แม่ฮ่องสอน และอำเภอทา่ สองยาง จังหวัดตากสนั นษิ ฐานว่าชมุ ชนโบราณในเขตอำเภอแมส่ ะเรียง
จงั หวัดแมฮ่ ่องสอนและอำเภอทา่ สองยาง จังหวดั ตาก มีความสำคัญต่อล้านนา เพราะเป็นช่องทางออกสูท่ ะเลของ
ลา้ นนา โดยใช้เสน้ ทางจากแม่นำ้ สาละวิน ออกสูท่ ะเลท่ีเมอื งมะละแหม่ง ความสำคญั ของชมุ ชนโบราณเหล่านอี้ าจ
พจิ ารณาได้จากเหตกุ ารณ์ทางประวัติศาสตรข์ องล้านนา เม่ือ พ.ศ. ๑๙๕๒ ในรัชสมยั พระเจา้ สามฝ่งั แกนเจ้าลก
6
(พระเจ้าติโลกราช) ถูกเนรเทศไปอยู่เมืองยวมใต้ ซึ่งสนั นิษฐานวา่ คอื เมืองยวม ในอำเภอแม่สะเรียงในปจั จุบัน
แสดงว่าเมืองยวมท่อี ำเภอแม่สะเรียง ในช่วงกลางพุทธศตวรรษที่ ๒๐ เปน็ เมอื งชายแดนของล้านนาในขณะน้ัน
และอำนาจของลา้ นนาในช่วงปลายพทุ ธศตวรรษท่ี ๒๐ – ต้นพทุ ธศตวรรษที่ ๒๑ อาจจะครอบคลุมลงมาจนถึงเมอื งแม่
ต้าน ดังทปี่ รากฏหลกั ฐานทางโบราณคดี ทง้ั สถาปัตยกรรมและโบราณวัตถจุ ำนวนมากภายในเมอื งโบราณบา้ น
แม่ต้านผลการดำเนนิ งานทางโบราณคดี แสดงใหเ้ หน็ ว่าเมอื งโบราณบ้านแมต่ ้านมอี ายอุ ยใู่ นสมยั ล้านนา ราวพุทธ
ศตวรรษที่ ๒๐ – ๒๑ โดยชว่ งพุทธศตวรรษท่ี ๒๐ เปน็ ช่วงท่ีมปี ระชากรเขา้ มาอยู่อาศัยในเมอื งแมต่ า้ นอย่างเบาบาง แต่
ในช่วงพทุ ธศตวรรษท่ี ๒๑ เป็นช่วงทเ่ี มอื งโบราณบา้ นแมต่ ้านเจรญิ ร่งุ เรอื งสูงสุด และน่าจะเป็นชว่ งเวลาทม่ี กี ารอย่อู าศัย
หนาแน่นขึ้นด้วย แตห่ ลงั จากช่วงเวลานไ้ี ปแลว้ ไมพ่ บวา่ มีการอย่อู าศัยท่ีเมืองโบราณแมต่ ้านอกี เลย
อา้ งอิง :
1. สำนกั งานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน), แม่นำ้ เมย จังหวดั แม่ฮ่องสอน [ออนไลน์],
เข้าถึงเม่ือ ๑๐ เมษายน ๒๕๖๒. เข้าถึงไดจ้ าก http://learn.gistda.or.th/thailandfromthaichote/moei-river/
2. ศนู ย์วฒั นธรรมจังหวัดเชยี งใหม่ สถาบันราชภฎั เชียงใหม่, ตำนานพ้ืนเมืองเชียงใหม่ ฉบับ เชียงใหม่ ๗๐๐
ปี (เชียงใหม่ : โรงพมิ พ์ม่ิงเมือง, ๒๕๓๘), ๖๐.
ประวัตแิ ละความเปน็ มาของหอ้ งสมดุ ประชาชน
หอ้ งสมดุ ประชาชนอำเภอท่าสองยาง กอ่ ต้งั เม่อื ปี ๒๕๓๐ มนี ายปรีชา มณีรตั น์ เปน็ ผอู้ ำนวยการศูนย์
การศึกษานอกโรงเรียนจงั หวัดตาก และมนี ายอาทิตย์ โพธิจ์ นั ทร์ เป็นหวั หนา้ ศนู ยบ์ ริการการศึกษานอกโรงเรยี น
อำเภอท่าสองยาง โดยสภาตำบลแมต่ า้ น ได้มอบทด่ี ินให้เป็นสถานท่ีกอ่ สร้างโดยอาศยั งบประมาณในการก่อสร้าง
ห้องสมุดประชาชนอำเภอทา่ สองยางของกรมการศกึ ษานอกโรงเรยี น กระทรวงศึกษาธิการ เปน็ ห้องสมุดขนาดเลก็ มี
ลักษณะเป็นอาคารชนั้ เดียว ตงั้ อยู่ทเี่ ลขท่ี ๓๔๘ หมทู่ ี่ ๑ ตำบลแม่ต้าน อำเภอท่าสองยาง จงั หวัดตาก จัดให้บริการ
หนงั สือและส่ือความรู้ประเภทต่างๆ จดั มมุ เด็ก มมุ วารสาร หนังสือพมิ พ์ มุมการศึกษานอกโรงเรียนและหนงั สอื
วชิ าการ สารคดีทั่วไป รวมทั้งหนังสอื อา้ งอิง เป็นตน้ จากการพฒั นาห้องสมดุ ต่อเนื่องท้ังการให้บรกิ ารด้านส่อื การจัด
กจิ กรรมโดยการจัดกจิ กรรมเชิงรกุ และห้องชนั้ นำ ทำให้ประชาชนเหน็ ความสำคัญของศึกษา ทง้ั ในระบบนอกระบบ
และการศกึ ษาตามอัธยาศยั เปน็ การศึกษาท่ีไม่มขี อบเขตจำกดั สามารถศึกษาได้ตลอดชีวิตเพอ่ื พัฒนาบุคคลและ
สังคมใหม้ ีความเอื้ออาทรต่อกัน มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม มีความรูแ้ ละทกั ษะท่ีจะนำไปประกอบอาชีพและการ
ดำรงชวี ติ อย่างมีความสขุ
สภาพปัจจบุ ัน
หอ้ งสมุดประชาชนอำเภอทา่ สองยาง อยู่ในเขตพน้ื ทอี่ ำเภอชายแดน ประชากรสว่ นใหญเ่ ปน็ ชาวไทย
ภเู ขาเผา่ กระเหรีย่ ง การประกอบอาชพี ส่วนใหญ่ ทำการเกษตร การดำเนนิ งานของห้องสมุดเปิดใหบ้ ริการเกยี่ วกับ
การจดั การศึกษานอกโรงเรียนท้ัง การจดั การศึกษาสามัญ การศกึ ษาสายอาชีพ และการศึกษาตามอัธยาศัยมงุ่ เนน้
พัฒนารปู แบบของจดั บริการทางการศึกษาท่เี สริมสรา้ งกระบวนการเรยี นร้ขู องกล่มุ เป้าหมายเพื่อพฒั นาความรู้
ความสามารถของกลุม่ เปา้ หมายและเพื่อให้เป็นผู้ทีส่ นใจใฝ่ศึกษาคน้ คว้าดว้ ยตนเองอย่างตอ่ เนอื่ งตลอดชีวิตโดยการ
จดั บริการด้านการสื่อการเรยี นการสอน และการสืบคน้ ขอ้ มลู ดว้ ยหนังสือ และส่ืออิเลก็ ทรอนิกส์ ภมู ปิ ัญญาท้องถิ่น
การศึกษาผา่ นดาวเทยี มไทยคมแกบ่ ุคคลทุกเพศทวุ ยั ตามความตอ้ งการของกลุ่มเปา้ หมาย
ช่อื แหล่งเรยี นรู้ แหลง่ เรียนร้ตู ำบลแมห่ ละ 7
1.ศาลเจา้ พอ่ โมกขละ
ประเภทแหล่งเรียนรู้ ท่ีต้ัง
แหล่งเรียนร้ปู ระวัติศาสตร์ หมู่ ๑ ตำบลแมห่ ละ
อำเภอท่าสองยาง
2.อนุสาวรยี ์ครบู าศรวี ชิ ยั แหล่งเรียนรศู้ าสนา หมู่ ๑ ตำบลแมห่ ละ
อำเภอท่าสองยาง
3.พระธาตกุ ะแนเล แหลง่ เรียนรู้ศาสนา
หมู่ 2 ตำบลแม่หละ
อำเภอท่าสองยาง
แหลง่ เรยี นรู้ตำบลแม่หละ 8
ชือ่ แหล่งเรยี นรู้ ประเภทแหล่งเรยี นรู้ ท่ตี ้งั
ตำบลแมห่ ละ
4.หน่วยจดั การต้นน้ำดอย แหลง่ เรียนรู้ธรรมชาติ อำเภอท่าสองยาง
เปเปอร์
5.นำ้ ตกขนุ หว้ ยแมห่ ละ แหลง่ เรียนรู้ธรรมชาติ หมู่ ๖ ตำบลแมห่ ละ
อำเภอท่าสองยาง
6.น้ำตกเลเคาะ แหลง่ เรยี นรูธ้ รรมชาติ
หมู่ ๖ ตำบลแม่หละ
อำเภอท่าสองยาง
9
ศาลเจา้ พอ่ โมกขละ
ศาลเจ้าพอ่ โมกขละ อยู่ต้ังอยู่ท่ี 1 ตำบลแมห่ ละ เป็นศาลใหญก่ ่ออิฐถือปนู ภายในมีรปู ปน้ั ประดษิ ฐาน เจา้ พ่อโมกข
ละ ชาวบ้านแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จงั หวัดตาก และอำเภอใกล้เคียงให้ความเล่ือมใสมาก บรเิ วณใกล้เคยี งมศี าลพระ
ภมู เิ ลก็ ๆ มากมายเรยี งรายอยู่ มีเรื่องเช่ือกันว่า ศาลเจ้าพ่อโมกขละนี้เปน็ สถานทศี่ ักด์ิสทิ ธิ์ ผู้ทสี่ ัญจรไปมาบนเสน้ ทางน้ี
มักแวะนมัสการและจดุ ประทัดถวายเจ้าพ่อโมกขละ ครงั้ หนึ่งไดท้ ำการต่อสู้กบั พม่าจนกระท่ังตัวตาย ด้วยเหตุนเ้ี อง
ชาวบ้านจึงเกดิ ศรัทธาและเคารพสกั การะ โดยต้ังศาลขน้ึ บูชาเป็นทนี่ บั ถอื ของชาวบา้ นแม่ต้าน ได้เห็นผทู้ ่ีสญั จรไปมา
เสน้ ทางนีม้ ักแวะนมัสการและจุดประทดั ถวายเสมอและศรัทธา ดว้ ยเหตุน้ี ชาวบา้ นแมห่ ละจงึ ตั้งศาลเจา้ พ่อโมกขละ
ขน้ึ มา
อนสุ าวรยี ค์ รูบาศรีวชิ ัย
ตำบลแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวดั ตาก อยู่เลยศูนยอ์ พยพตำบลแม่หละ ประมาณ 5 กิโลเมตร สรา้ งขึ้นเมือ่
วันท่ี 9 มกราคม 2552 โดยคณะศรัทธาอปุ ถมั ภ์ ตั้งอยูใ่ นบรเิ วณสำนักสงฆ์ศรดี อนชยั ( พะนอคี ) ตำบลแม่หละ
อำเภอท่าสองยาง เจ้าอาวาสชอ่ื “พระอ่อนแก้ว ชัยยะเสโน”( ท่านเต่ ) ในบริเวณเดยี วกันมีการก่อสรา้ ง “พระบรมธาตุศิ
ริดอนชัย” บรรจพุ ระบรมสารรกิ ธาตุ พระเกศา โดยไดร้ ับประทานประดิษฐานไว้ เม่อื วันที่ 9 มีนาคม 2553 จากสมเดจ็
พระสงั ฆราช ซืง่ ขณะน้เี จดยี ์อย่รู ะหว่างการก่อสร้าง
พระธาตกุ ะแนเล
ตง้ั อยู่ หมู่ 2 บา้ นแมห่ ละยาง ตำบลแม่หละ อำเภอทา่ สองยาง จังหวดั ตาก ซ่งึ มีจุดชมทะเลหมอกท่ีสวยงาม
เป็นพระธาตุที่สรา้ งดว้ ยความศรทั ธาของชาวบ้านแมห่ ละยางและพื้นท่ใี กลเ้ คียง เพ่ือเป็นศนู ย์รวมจติ ใจโดยต้งั อยู่บน
ภูเขาทสี่ ามารถมองไปรอบทศิ ทางโดยเห็นท้งั ฝัง่ ไทยและฝั่งพมา่
หนว่ ยจดั การต้นนำ้ ดอยเปเปอร์
ดอยเปเปอร์ หรอื หน่วยจัดการตน้ น้ำดอยเปเปอร์ น้ี เปน็ เส้นทางท่ตี งั้ อยใู่ นเขต อ.ทา่ สองยางและ อ.แม่ระมาด
จ.ตาก รวมทง้ั พืน้ ทีบ่ างสว่ นของ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เป็นเส้นทางทีเ่ หมาะสำหรบั การเดนิ ทางไปเทย่ี วในชว่ งฤดหู นาว
เนือ่ งจากอากาศจะเย็นสบายตลอดท้งั ปี ปกคลุมไปดว้ ยทะเลหมอก เปน็ เส้นทางท่องเท่ยี วที่นา่ ไปเท่ียวชมอกี เสน้ ทาง
หน่ึงของเมอื งเหนือครับ การเดนิ ทางไปดอยเบเบอรน์ ั้น ไปไดห้ ลายเสน้ ทางด้วยกนั มีท้ังทางง่ายๆ และทางทย่ี ากข้นึ มา
หนอ่ ย แต่โดยรวมแลว้ ชว่ งนรี้ ถสแตนดารด์ ผา่ นสบาย เราสามารถเดินทางจาก อ.อมก๋อย ม่งุ หนา้ เข้า อ.แม่ตน่ื ประมาณ
70 ก.ม. จากน้นั เลย้ี วขวาเข้าซอยตรงอนามัยแม่ต่ืน วงิ่ ตามทางไปเร่ือย ๆ ประมาณ 47 ก.ม. กอ่ นถงึ หน่วยจัดการต้น
นำ้ ดอยเปเปอร์ ต้องผ่านวัด พะโค๊ะโด้ แต่ชาวบา้ นท่ีศรทั ธาจากท่าสองยางทข่ี ับรถสวนกนั บอกว่า เป็นวัดพระบรม
ธาตุโลกะวทิ ู สว่ นขากลับจากดอยเปเปอรใ์ ช้เส้นทางที่ใกลท้ ี่สดุ คอื แมส่ อด-ทา่ สองยาง ช่วง ก.ม.81 (กอ่ นถึง อ.ท่าสอง
ยาง 3 ก.ม.) หรือจะใช้ทางเข้า ก.ม. 71 จากแยกแมส่ อด เห็นป้ายทางเขา้ หมูบ่ า้ น เลเคาะ 8 ก.ม. เขา้ ไปเลยครับ ทน่ี ่นั
จะมนี ำ้ ตกทีส่ วยงามให้ได้ชมอีกแห่งหน่ึง แตต่ ้องเลยหมู่บ้านไปอีกประมาณ 1.7 ก.ม.
นำ้ ตกขุนหว้ ยแม่หละ
การเดินทางเข้าสู่นำ้ ตกขุนห้วยแมห่ ละนน้ั เร่ิมจากทางหลวงเลข 105 ( ถนนแม่สอด-แม่สะเรียง ) บริเวณทางเข้า
ปา่ สัก หมู่ 5 ตำบลแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จงั หวดั ตาก ผ่านกามาผาและกลุม่ บ้านพะต้หี ม่อโจ ( สภาพถนนเป็นถนน
ลกู รงั สลบั ถนนคอนกรตี เสริมเหลก็ ) เดินทางโดยรถยนต์ ประมาณ 15 กิโลเมตร ผ่านเขา้ หมูบ่ ้านจ่อคแี ละเดินทางเท้า
เขา้ ไปในน้ำตก 20 นาที ระยะทางประมาณ 600 เมตร ถึงนำ้ ตกขุนห้วยแม่หละมีความสงู 20 เมตร
น้ำตกเลเคาะ
ตั้งอยู่ กล่มุ บา้ นเลเคาะ หมู่ 10 ตำบลแมห่ ละ อำเภอท่าสองยาง จงั หวัดตาก เป็นนำ้ ตกทม่ี ีขนาด สูง 100 เมตร
(ประมาณ ตกึ 5 ชน้ั ) กวา้ 20 เมตร สามารถเดนิ ทางด้วย รถขับเคลื่อน 4*4 และ มอเตอรไ์ ชค์ เป็นถนนดนิ ลกู รัง
ห่างจากถนนหลัก (ถนนหมายเลข 105-แม่สอดแมส่ ะเรยี ง) ระยะทางประมาณ 8 กโิ ลเมตร โดยประมาณ
แหล่งเรยี นรู้ตำบลแม่อุสุ 10
ชือ่ แหล่งเรยี นรู้ ประเภทแหล่งเรียนรู้ ทีต่ ง้ั
1. วัดพระบรมธาตุแสนสุขโข แหล่งเรียนรู้ศาสนา หมู่ 4 ตำบลแม่อสุ ุ
อำเภอท่าสองยาง
2.วัดพระธาตุรตั นเจดยี ์ถำ้ แม่อุสุ แหลง่ เรยี นรศู้ าสนา หมู่ 4 ตำบลแมอ่ สุ ุ
อำเภอท่าสองยาง
3.ถำ้ แม่อสุ ุ วนอทุ ยานแม่อุสุ แหล่งเรยี นรูธ้ รรมชาติ หมู่ ๔ ตำบลแมอ่ สุ ุ อำเภอ
ท่าสองยาง
11
วัดพระบรมธาตุแสนสขุ โข
วัดพระธาตุรตั นเจดีย์ถำ้ แม่อสุ ุ หมู่ 4 ต.แม่อุสุ อ.ทา่ สองยาง จ.ตาก 63150
สามารถขับรถข้ึนไปกราบพระธาตดุ ้านบนได้
วดั พระธาตรุ ัตนเจดยี ์ถำ้ แมอ่ ุสุ
วัดพระธาตุรตั นเจดยี ์ถำ้ แม่อุสุ หมู่ 4 ต.แม่อุสุ อ.ทา่ สองยาง จ.ตาก 63150
สามารถขับรถขึน้ ไปกราบพระธาตดุ ้านบนได้
ถำ้ แมอ่ สุ ุ (อุทยานแห่งชาตแิ มเ่ มย)
ต.แมอ่ ุสุ อ.ทา่ สองยาง ต.แม่อสุ ุ อ.ทา่ สองยาง จ.ตาก 63150
ถ้ำแมอ่ สุ ุ ไฮไลตจ์ ะอยูห่ อ้ งทีส่ องทางดา้ นทิศตะวนั ตกจะมโี พรงหนิ ขนาดใหญ่ ในตอนบา่ ยมแี สงแดดส่องเข้ามาทำให้
ถ้ำดูสวยงามเหลอื งอร่ามไปทั่วบรเิ วณ จนนักทอ่ งเทย่ี วยกให้เปน็ หน่ึงใน UNSEEN THAILAND
ลักษณะเดน่
เปน็ ถ้ำหนิ ปูนขนาดใหญ่มลี ำห้วยแมอ่ สุ ุไหลเข้าไปในถ้ำมี 3 ห้องใหญๆ่ มหี ินงอกหินยอ้ ยมีรปู ร่างประหลาดสวยงาม
แปลกตา และมฝี งู ค้างคาวอาศยั จำนวนมาก
ประวัติ
ตง้ั อยใู่ นเขต อทุ ยานแห่งชาติแม่เมย เปน็ ถำ้ หนิ ปูนที่มขี นาดกวา้ งใหญ่ มลี ำน้ำแมอ่ สุ ุไหลเขา้ ส่ปู ากถ้ำซง่ึ อยู่
ทางดา้ นทิศตะวนั ออกเฉยี งใต้ แลว้ ไหลเวียนไปออกด้านหลงั ถ้ำลงไปสแู่ ม่นำ้ เมยซ่ึงอยู่ทางด้านทิศตะวันตกเฉยี งใต้
มีระยะทางโดยประมาณ 450 เมตร ปากถ้ำกว้างประมาณ 20 เมตร สูงประมาณ 6 เมตร ภายในของถ้ำมีคูหาใหญ่ๆ
อยู่ 3 คหู า มีหนิ งอกหนิ ยอ้ ยที่สวยงามมาก เวลากลางวัน แสงอาทติ ย์ส่องลาดผา่ นปล่องถำ้ ลงมากระทบหนิ ทราย เกิด
ประกายแวววาว บรเิ วณปากทางเขา้ ถำ้ มีเจ้าหน้าทน่ี ำเท่ียวชมภายใน ทางเดินในถ้ำคอ่ นขา้ งสะดวก มีเพียงบางชว่ งท่ี
ต้องปีนปา่ ยกอ้ นหนิ บ้าง ในชว่ งฤดูฝนระดับนำ้ ในถ้ำจะขึ้นสงู จนไมส่ ามารถเขา้ ไปในถ้ำได้ ถำ้ แม่อสุ ุจึงเท่ยี วได้เฉพาะ
ในช่วงฤดูหนาวและฤดูแล้ง
ชอื่ แหลง่ เรยี นรู้ แหลง่ เรียนรูต้ ำบลแม่สอง 12
1.วดั ธรรมจารกิ แมส่ ลดิ หลวง
ประเภทแหล่งเรียนรู้ ทต่ี งั้
แหลง่ เรียนรศู้ าสนา หมู่ 5 ตำบลแมส่ อง
อำเภอท่าสองยาง
2.อทุ ยานแห่งชาติแม่เมย แหลง่ เรียนรธู้ รรมชาติ หมู่ 5 ตำบลแม่สอง
ทะเลหมอกแม่ระเมงิ อำเภอท่าสองยาง
3.ม่อนคูบาใส อุทยานแห่งชาติแม่ แหลง่ เรยี นรธู้ รรมชาติ หมู่ 5 ตำบลแมส่ อง
เมย ตาก อำเภอท่าสองยาง
4.มอ่ นพนู สุดา แหลง่ เรียนรู้ธรรมชาติ หมู่ 5 ตำบลแมส่ อง
อำเภอท่าสองยาง
ช่ือแหลง่ เรียนรู้ แหล่งเรยี นรู้ตำบลแมส่ อง 13
5.ม่อนปยุ หมอก
ประเภทแหล่งเรยี นรู้ ท่ตี ้งั
แหลง่ เรยี นรู้ธรรมชาติ หมู่ ๕ ตำบลแมส่ อง
อำเภอท่าสองยาง
6.ม่อนก่วิ ลม แหลง่ เรยี นรูธ้ รรมชาติ หมู่ 5 ตำบลแมส่ อง
อำเภอท่าสองยาง
7.น้ำตกชาวดอย แหลง่ เรียนรูธ้ รรมชาติ หมู่ 5 ตำบลแม่สอง
อำเภอท่าสองยาง
ช่ือแหล่งเรยี นรู้ แหลง่ เรยี นรู้ตำบลแมส่ อง 14
8.นำ้ ตกแม่สลิดนอ้ ย
ประเภทแหล่งเรียนรู้ ทตี่ ง้ั
แหล่งเรยี นรูธ้ รรมชาติ หมู่ ๕ ตำบลแมส่ อง
อำเภอท่าสองยาง
9.น้ำตกแม่ระเมงิ แหลง่ เรียนรู้ธรรมชาติ หมู่ ๕ ตำบลแม่สอง
อำเภอท่าสองยาง
15
วดั ธรรมจาริกแม่สลิดหลวง
ทต่ี ัง้ วดั พระธรรมจาริกสลิดหลวง หรือวดั ธรรมจาริกแมส่ ลดิ หลวงบ้านแม่สลดิ หลวง ต.แม่สอง อ.ท่าสองยาง จ.ตาก
ประวตั ิวดั พระธรรมจาริกสลิดหลวง เป็นศูนย์กลางของอาศรมพระธรรมะจาริกบนดอย15แหง่ ในช่วงฤดูฝนที่ตกหนัก
อย่างต่อเน่ือง เกดิ ดนิ ยบุ ตวั เปน็ หลุม สง่ ผลใหฐ้ านปนู หอระฆังวัด ทมี่ ีความสงู กว่า 10 เมตร เกดิ เอยี งตวั คลา้ ยหอเอน
เมืองปซิ ่า
อทุ ยานแห่งชาตแิ มเ่ มย
รายละเอียด
อทุ ยานแห่งชาติแม่เมย เดิมเปน็ จดุ ชมทะเลหมอกท่ีรู้จักกันในชอ่ื "ดอยแมร่ ะเมงิ " หรือท่เี รียกขานกันวา่ "มอ่ นกระทิง"
เพราะบริเวณนี้ในอดีตเคยมีกระทิงอาศัยอยูช่ กุ ชมุ จนมีพรานป่าขนึ้ มาลา่ อยเู่ สมอๆ ด้วยความสวยงามของทะเลหมอกท่ี
สวยงามอลังการทำใหน้ กั ทอ่ งเทีย่ วหล่ังไหลมาเทย่ี วชมความมหศั จรรยท์ างธรรมชาติอยา่ งไม่ขาดสาย จนกลายเป็น
สถานท่ีท่องเทย่ี วทีส่ ำคญั ของจังหวดั ในท่ีสุด ภายหลงั ได้รับการประกาศให้เปน็ อุทยานแห่งชาตแิ ม่เมย สถานทีน่ ่าสนใจ
ในอุทยานฯ ได้แก่ จุดชมทะเลหมอก ม่อนปยุ่ หมอก ม่อนครูบาใสและม่อนพนู สุดา ม่อนกิ่วลม หรอื ม่อนแม่ระเมิง
และถำ้ แมอ่ ุสุ
ลกั ษณะเด่น
-จดุ ชมทะเลหมอกน้ีอยหู่ ลงั ที่ทำการอทุ ยานแห่งชาตแิ มเ่ มย มคี วามสงู ประมาณ 1,100 เมตร เปน็ จุดท่มี องเหน็ ทะเล
หมอกไดก้ วา้ งไกลมาก รวมทัง้ พระอาทติ ย์ขึน้ และพระอาทิตยต์ ก อีกทง้ั เปน็ จดุ ชมววิ ทตี่ อ้ นรับผูท้ ่ีนิยมการเดนิ ป่า
เพราะจะต้องเดินเท้าเขา้ ไปประมาณ 3-4 ช่วั โมง และต้องพักค้างแรม 1 คืน เพ่อื ชมทิวทัศน์ท่ีสวยงาม
ประวตั ิ
เร่ิมมีการสำรวจว่าจัดตงั้ ตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2532 เปน็ หนว่ ยงานกองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและ
สหกรณ์ ทใี่ ชช้ ่อื ว่า อทุ ยานแห่งชาตแิ มเ่ มยน้นั เพราะว่ามีแม่นำ้ เมยซ่ึงก้นั ระหว่างประเทศไทยและประเทศพม่า เปน็ เขต
ดา้ นทศิ ตะวนั ตกเกือบ 50 กโิ ลเมตร จากทศิ เหนือจรดทิศใต้ อีกท้ัง แมน่ ำ้ เมยนัน้ เป็นแม่น้ำที่แปลกคือ จะไหลมาทางทศิ
ใต้ ขน้ึ ไปทางทิศเหนือ พ้นื ที่ท่ที ำการสำรวจจดั ตงั้ เปน็ อทุ ยานแห่งชาติ ส่วนหนงึ่ เปน็ พื้นทขี่ องวนอุทยานถำ้ แม่อุสุ และ
รวมพืน้ ที่ของป่าสงวนแหง่ ชาติปา่ ทา่ สองยางบางสว่ น เปน็ แนวเทือกเขาถนนธงชัย โดยเริ่มจากตำบลแม่ต้าน ผ่านตำบล
แมส่ อง จนถงึ ตำบลท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง จงั หวัดตาก มีพืน้ ที่ทัง้ หมดประมาณ 713,750 ไร่ หรือ 1,142
ตารางกิโลเมตร อุทยานแห่งชาติแมเ่ มย ไดร้ ับการประกาศจดั ตัง้ เปน็ อุทยานแห่งชาติตามพระราชกฤษฎีกากำหนด
บรเิ วณท่ดี ินป่าสงวนแห่งชาติ ป่าทา่ สองยาง ในท้องที่ตำบลแมส่ อง และตำบลแม่อสุ ุ อำเภอทา่ สองยาง จงั หวัดตาก โดย
ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา เลม่ 116 ตอนที่ 40 ก ลงวนั ที่ 20 พฤษภาคม 2542 มีเนอื้ ทท่ี ง้ั หมดประมาณ
115,800 ไร่ หรอื 185.28 ตารางกิโลเมตร ในท้องท่ีตำบลแม่อุสุนั้น เดมิ เป็นวนอุทยานถำ้ แม่อสุ ุ มอี าณาเขตทิศเหนอื
จดแม่น้ำเมย ทิศใต้จดห้วยโป่งและหว้ ยม่วง ทศิ ตะวันออกจดหว้ ยพูลซะ หว้ ยพอนอโก ตามทางหลวงสายแม่สอด-แม่สะ
เรยี ง ทศิ ตะวันตกจดแมน่ ้ำเมย ในท้องทีต่ ำบลแมส่ อง เดิมเปน็ พ้นื ทีป่ า่ สมั ปทานเก่า อยใู่ นเขตปา่ สงวนแหง่ ชาติปา่ ท่าสอง
ยาง มีอาณาเขตตดิ ต่อดังต่อไปนี้ คอื ทิศเหนือจดทางหลวงสายแมส่ ลิด – อมก๋อย ทศิ ใต้จดลำน้ำแมส่ องและทางหลวง
สายแม่สอด–แมส่ ะเรยี ง ทิศตะวันออกจดหว้ ยแม่หลุยและลำนำ้ แม่สอง ทศิ ตะวันตกจดแม่นำ้ เมย
ม่อนครบู าใส
เป็นจดุ ชมววิ อีกจุดหนงึ่ ท่ีมนี กั ทอ่ งเทย่ี วจำนวนมากต่างพากันลุ่มหลงกบั ความสวยงามของสายหมอก อยู่ใกล้เคียงกับ
มอ่ นพนู สุดา หา่ งกนั ประมาณ 200 เมตร สามารถชมทะเลหมอกยามเชา้ และชมพระอาทิตยต์ กดนิ ได้ หา่ งจากท่ที ำการ
อทุ ยานแหง่ ชาติแมเ่ มย ประมาณ 7 กิโลเมตร
16
ม่อนปุยหมอก
มอ่ นปุยหมอกเป็นแหลง่ ท่องเที่ยวใหม่ทน่ี า่ สนใจ ตลอดเส้นทางเดนิ เท้าไปม่อนปุยหมอก จะมีทงุ่ หญา้ สที องอยตู่ ามข้าง
ทางพลดั ปลิวไสว เหมือนด่ังปุยฝา้ ยอย่ตู ามทางมากมาย มีการเดนิ ป่าศึกษาธรรมชาติระยะทางจากที่ทำการอทุ ยาน
แห่งชาตปิ ระมาณ 3.8 กิโลเมตรใชเ้ วลาเดนิ เท้าประมาณ 3-4 ชว่ั โมงเปน็ จุดท่ีสงู ท่สี ุดและสามารถชมพระอาทติ ย์ข้นึ
และตกไดใ้ นท่เี ดยี วกัน
ม่อนพนู สุดา
เปน็ จุดชมทะเลหมอกที่สวยงามมากอีกแห่งหน่งึ อยู่ห่างจากม่อนกระทงิ 2 กิโลเมตร ชือ่ มอ่ นต้ังข้นึ ตามชื่อของนัก
ถ่ายภาพช้นั ครูของเมอื งไทย คือ อาจารย์พนู เกษจำรสั และภรรยาของทา่ นชื่อ สุดา เพ่อื เปน็ เกยี รติแด่อาจารย์พูน ใน
ฐานะท่ีเปน็ ผเู้ ดนิ ทางมาถ่ายภาพบนหม่อนนเ้ี ปน็ คนแรก
ม่อนก่ิวลม
ทใี่ ชช้ อ่ื ว่า ม่อนกิว่ ลม ก็เพราะที่แหง่ น้ีมชี อ่ งหรือกิ่ว ทม่ี ลี มพดั ผ่านอยู่เสมอ เปน็ จุดชมดวงอาทิตย์ข้ึนยามเช้าท่สี วยที่สุด
บนเสน้ ทางสายสายแมส่ ลดิ น้อย-แมร่ ะเมิง ม่อนกวิ่ ลมอยบู่ นความสูง 940 เมตรจากระดบั นำ้ ทะเล มองเหน็ ทะเลหมอก
ปกคลมุ หุบเขาเบอ้ื งล่าง โดยมียอดเขาสูงต่างๆ โผลพ่ นั สายหมอกแลดรู าวกับเกาะใหญ่นอ้ ยกลางทะเลสีขาว อากาศเย็น
สบายตลอดท้งั ปี สภาพปา่ โดยรอบเป็นปา่ ดิบเขา จดุ ชมทิวทัศน์ม่อนก่วิ ลม อยู่หา่ งจากที่ทำการอทุ ยานแห่งชาติแม่เมย
ประมาณ 12 กิโลเมตร
น้ำตกชาวดอย
อยหู่ า่ งจากทท่ี ำการอุทยานแห่งชาติ ตามถนนแมส่ ลดิ -แมร่ ะเมิง ประมาณ 5 กโิ ลเมตร ระหวา่ งหลกั กิโลเมตรที่ 17-18
มเี สน้ ทางเดนิ เท้าประมาณ 500 เมตร ใชเ้ วลาประมาณ 10-15 นาที จะพบกับนำ้ ตกชาวดอยที่ไหลจากหน้าผาสงู ราว
25-30 เมตร ลักษณะเป็นน้ำตกขนาดกลางชน้ั เดียวท่ที ง้ิ ลงสเู่ บอ้ื งล่าง รวมตัวเปน็ สายธารไหลลัดเลาะไปตามโขดหินท่ี
ระเกะระกะกลางลำห้วยแลดูสวยงามแปลกตา
นำ้ ตกแม่ระเมงิ
น้ำตกแมร่ ะเมิง จากทท่ี ำการของอทุ ยานแห่งชาติ ตามเสน้ ทางสู่มอ่ นกิว่ ลมอยู่บริเวณหลักกโิ ลเมตรท่ี 20 ทางด้าน
ขวามอื จะพบนำ้ ตก ลกั ษณะเป็นน้ำตกขนาดเลก็ สงู ราว 15 เมตร ตกลงมาเปน็ สองช้นั ไหลลงสู่แอง่ นำ้ เบ้ืองล่าง
นำ้ ตกแมส่ ลดิ นอ้ ย
อยดู่ ้านหลังที่ทำการอทุ ยานแหง่ ชาติ ต้องเดนิ ทางเทา้ ลดั เลาะไปตามลำห้วยแมส่ ลดิ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ระหว่าง
ทางจะมีพนั ธไ์ุ ม้ที่นา่ สนใจให้ศึกษา เช่น ดอกเทยี น หงอนเงอื กเล็ก แววมยรุ าเลก็ ดอกไมเ้ ถา เห็ดป่าสีสวยสดใส และ
เฟิร์น ใช้ชมตลอดทาง ถึงน้ำตกชัน้ แรก แยกเปน็ สองสายตกจากหนา้ ผาสูงราว 40 เมตร สว่ นชัน้ ที่ 2, 3 และ 4 ตอ้ งปีน
ป่ายไปตามไหล่เขาทส่ี ูงชัน ช้ันบนสุดจะพบนำ้ ตกอกี สองช้นั ใหญๆ่ มสี ายน้ำทง้ิ ตัวไหลลงส่เู บอ้ื งล่างตดิ ต่อกันลงมาถงึ สอง
ชั้น จากหน้าผาสงู ชนั ไมน่ อ้ ยกวา่ 80 เมตร ลงส่แู อ่งน้ำใหญด่ ้วยความแรงของสายน้ำทำใหเ้ กดิ ละอองเปน็ ฝอยฟุ้ง
กระจายไปท่ัวทางอุทยานแหง่ ชาติได้จดั ทำเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกแมส่ ลดิ นอ้ ย สำหรับผทู้ ช่ี ่ืนชอบการเดนิ ท่อง
ธรรมชาติ ฟงั เสยี งสายนำ้ และศกึ ษาพรรณไม้นานาชนิด อยหู่ ่างจากทท่ี ำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 1.8 กโิ ลเมตร
ระหว่างเสน้ ทางเดนิ ศึกษาธรรมชาตมิ นี ้ำตกขนาดเล็กมากมายให้ไดช้ ม
แหลง่ เรยี นรู้ตำบลทา่ สองยาง 17
ช่ือแหลง่ เรยี นรู้ ประเภทแหล่งเรียนรู้ ท่ตี ั้ง
หมู่ 9 ตำบลท่าสองยาง
1.วัดมงคลคีรเี ขตร์ (ครูบาสร้อย) แหล่งเรยี นรู้ศาสนา อำเภอท่าสองยาง
2.วัดกอมะแนะ แหล่งเรยี นรูศ้ าสนา หมู่ 9 ตำบลทา่ สองยาง
อำเภอท่าสองยาง
3. ดอยทเู ล แหลง่ เรยี นรู้ธรรมชาติ หมู่ 1 ตำบลทา่ สองยาง
อำเภอท่าสองยาง
18
วดั มงคลคีรเี ขตร์ (ครบู าสร้อย)
ต้ังอยรู่ ิมทางหลวงสายแมส่ อด-ท่าสองยาง-แมส่ ะเรียง บรเิ วณหลกั กิโลเมตรที่ 136 หมู่ที่ 1 ตำบลทา่ สองยางอยู่ติด
กับ ลำหว้ ยแม่จวง สักการะรา่ งของพระครบู าสร้อยท่ีแมท้ ่านจะลว่ งลบั ไปแล้ว แตร่ า่ งของทา่ นกลบั ไมเ่ นา่ เปือ่ ยแต่
อยา่ งใด ซ่ึงนักท่องเทีย่ วสามารถเดินทางไปกราบนมัสการขอพรเพ่ือสริ มิ งคลได้ทุกวัน รู้จัก "พระครบู าสร้อย" พระครู
บาสรอ้ ยคือภกิ ษผุ ู้สร้างวัดแห่งนข้ี ้นึ ท่านเกิดเมื่อวันจันทรท์ ่ี 28 กันยายน 2472 ตรงกับวันขนึ้ 7 คำ่ เดอื น 10 ปีมะเส็ง
ตำบลละหานทราย อำเภอนางรอง จงั หวดั บุรีรมั ย์ เม่ืออายุ 7 ขวบ โยมบิดา โยมมารดาไดถ้ ึงแก่กรรมท่านจึงอยู่ในความ
ดูแลของคณุ ยาย ในวัยเด็กท่านมโี อกาสถวายน้ำตาลแด่พระธดุ งค์ และพระธุดงคร์ ูปนั้นได้กลา่ วกับท่านว่าเม่ือโตข้ึนให้
บวช จนกระท้งั ทา่ นเรียนจบประถม 4 คณุ ยายจงึ พาไปบวชเณรท่วี ัดชมุ พรใกลบ้ า้ น มหี ลวงพอ่ มั่นเปน็ พระอปุ ัชฌาย์
และเมื่ออายุ 22 ปี จึงอุปสมบท มหี ลวงพอ่ มั่นเป็นพระอปุ ัชฌาย์ หลวงพ่อสุข เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพอ่ สุต
เปน็ พระอนสุ าวนาจารย์ และได้รบั ฉายาว่า ขันติสาโร หลังจากอุปสมบทแลว้ ท่านได้กราบลาหลวงพอ่ ม่นั เพื่อไปฝึก
ปฏบิ ัตกิ รรมฐานกบั หลวงพ่อสุข รวมท้ังเรียนรูว้ ชิ าต่าง ๆ ท่ีสำคญั ต่อมาใน พ.ศ. 2497 หลวงพ่อสรอ้ ยไดเ้ ดนิ ทางเขา้
กรุงเทพฯ และจำพรรษาทว่ี ดั มหาธาตุ ศกึ ษาปฏิบัติวิปสั สนากรรมฐานอยู่ถงึ 7 เดือน จงึ ลาพระอาจารย์ชาดกกลบั ไปเป็น
เจ้าอาวาสที่วัดกลางนางรอง จังหวัดบุรรี ัมย์ พอออกพรรษาท่านได้ลำ่ ลาญาติโยมเพื่อออกรุกขมูลไปตามสถานท่ตี ่าง ๆ
ทงั้ นี้ มเี รื่องเล่าวา่ ใน พ.ศ. 2503 หลังฉันอาหารเช้า ทา่ นเกดิ อาการครนั่ เนื้อครน่ั ตวั จงึ ไปพักผอ่ น ปรากฏว่าวญิ ญาณ
ทา่ นได้ออกจากรา่ งเปน็ คร้ังที่ 2 แต่แคเ่ พยี ง 1 วนั เท่านน้ั ท่านกฟ็ ื้นขน้ึ มา ต่อมาใน พ.ศ. 2505 ท่านจึงไดส้ รา้ งวดั เพ่ือให้
ถกู ต้องมวี ิสงุ คามวาสี เหมอื นกบั เทวดาท่ีรักษาวดั จะทราบเรอื่ งราว คืนนน้ั ในสมาธิเทวดาซง่ึ เป็นเจ้าทีไ่ ดม้ าปรากฏและ
ถามทา่ นถงึ ความตอ้ งการ ท่านจึงบอกไปว่าจะทำการบรู ณะปรับปรงุ วดั ให้ดีขึน้ ชว่ งกำลังกอ่ สร้าง มีเหตกุ ารณ์ต่าง ๆ
เกดิ ขน้ึ มากมาย จนถงึ พ.ศ. 2506 จงึ สร้างเสร็จ นับวา่ ท่านเป็นพระท่สี ร้างคุณประโยชน์ใหก้ บั ชาวบ้านและลกู
ศษิ ยอ์ ย่างมากมาย จนกระท่ังวนั ที่ 19 ธันวาคม 2541 เวลา 07.19 น. ทา่ นไดห้ ยุดดับธาตุขันธ์ เมอื่ อายุ 69 ปี เหลือ
ไวแ้ ต่คณุ งามความดีท่ียงั คงประทับอย่ใู นหวั ใจของลูกศิษย์อยูเ่ สมอ
วดั กอมะแนะ
ที่ตง้ั วัดพระธาตุจฬุ ามณศี รีสยาม บ้านกอมาแนะ หมู่ 9 ตำบลทา่ สองยาง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก
บรรยากาศของวดั พระธาตจุ ุฬามณีศรีสยาม ขบั รถเล้ียวเขา้ ไปจากทางหลวงสักเล็กนอ้ ย จะสะดุดตาเข้ากบั รูปปั้น
พระสงฆ์ในอิรยิ าบถยืนอมุ้ บาตร ตง้ั อยูร่ ิมถนน ยนื เรยี งเป็นแนวยาวไปตามถนนสายธารแหง่ ธรรม เข้าไปยังที่ตัง้ ของ ตวั
วดั มองดโู ดดเด่นจากริมถนนเมอ่ื ขับรถผา่ นเข้าไป จอดรถแลว้ เมื่อมองขึ้นเนินไปเลก็ น้อย จะเห็นพระธาตจุ ฬุ ามณศี รี
สยาม ตัง้ เดท่ อ่ี ยูซ๋ ่ึงสามารถเดินขึ้นเนินไปเพอื่ กราบบูชาพระธาตุ และเดนิ ต่อเข้าไปยังหมู่บ้าน จะเหน็ ภเู ขาสงู ฝัง่ ตรงข้าม
เป็นประเทศเมยี นมา มแี ม่นำ้ เมยเป็นพรมแดนขวางกนั้
ดอยทูเล
อยู่ในพนื้ ท่ีตำบลท่าสองยางเป็นภเู ขาท่ีมี ความสูงทส่ี ุดในพื้นที่ตำบลทา่ สองยางช่ือจริงของ พญาขุนเขาแห่งนเ้ี ปน็ ภาษา
ปกาเกอะญอว่า“ทเู ล โคะ” มีความหมายว่า “ภเู ขาทอง” จากคำบอกเลา่ ของชาวปกาเกอะญอในหมบู่ า้ นแม่จวาง หมู่ที่
8 ตำบลท่าสองยาง อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก วา่ ทีม่ าของชือ่ ดงั กลา่ วเนอื่ งจากในห้วงฤดูแล้ง พญาแห่งขุนเขาแหง่ น้ี
จะค่อย ๆ เปล่ยี นเปน็ สีเหลอื งทองตามสีทุง่ หญ้าทปี่ กคลุมอยู่ บางท่าน ยงั เสรมิ ความเปน็ “ภูเขาทอง”ว่าไมเ่ พียงแค่
ภเู ขา เป็นสีเหลอื งทองแม้กระทัง่ นำ้ ในลำหว้ ยกย็ ังค่อย ๆ เปลย่ี นเปน็ สเี หลืองทองของใบไมท้ ่ตี กลงไปในน้ำนัน้ ดอยทูเลมี
ลักษณะทางภูมิศาสตรท์ ห่ี ลากหลายจนยากจะจินตนาการถึงเหตผุ ลของการกระทำ ของธรรมชาติใจกลางภเู ขาแห่งน้ี
เป็นปา่ ดงดบิ อันอุดมสมบูรณ์ยอดดอยทูเลมีความสงู 1,350 เมตร เหนือระดบั ทะเลปานกลาง การเข้าสัมผสั ชมดอย
แหง่ น้จี ะต้องใช้เวลาเดินทาง 2-3 วัน นกั ท่องเท่ียว จะต้องเตรียมอุปกรณเ์ ดินป่าและสภาพรา่ งกายให้ พรอ้ มเดนิ ปา่ ใน
ระยะไกล ติดต่อสอบถามข้อมูลได้ทอี่ งค์การบริหารส่วนตำบลทา่ สองยาง
20
ชอื่ แหลง่ เรยี นรู้ แหลง่ เรยี นรู้ตำบลแมว่ ะหลวง ท่ตี ั้ง
1.มอ่ นคลยุ
ประเภทแหล่งเรยี นรู้ ตำบลแมว่ ะหลวง
แหลง่ เรียนรู้ธรรมชาติ อำเภอท่าสองยาง
2.เลอกวาเดาะ แหล่งเรียนรู้ศาสนา ตำบลแมว่ ะหลวง
ขนุ เขาแห่งศรทั ธา อำเภอท่าสองยาง
3. ดอยเบอบาตู แหลง่ เรยี นรู้ธรรมชาติ ตำบลแม่วะหลวง
อำเภอท่าสองยาง
4.นำ้ ตกแมอ่ มกิ แหล่งเรียนรูธ้ รรมชาติ ตำบลแม่วะหลวง
อำเภอท่าสองยาง
21
มอ่ นคลุย
จะมีจุดชมววิ ทางดา้ นตะวันตกเปน็ หุบลำนำ้ เมย ตอนเช้าจะมองเหน็ กล่มุ ทะเลหมอกทีแ่ ผ่คลมุ ไปตามสาย
นำ้ แม่เมย สว่ นทางดา้ นตะวันออกและด้านเหนอื จะเปน็ ขนุ เขาสลับซ้อน มองเห็นเนนิ ทุ่งหญ้าอย่หู ลายจดุ และยังเหน็
ดอยม่อนทูเล ตง้ั ตระหง่านเป็นยอดเขาสูง ซ่ึงเป็นเส้นทางท่องเที่ยวเดินป่าอีกจุดหน่ึงท่ี อบต.ทา่ สองยาง ไดเ้ ปิดเป็น
เส้นทางท่องเทย่ี วเดินป่าขึน้ มา
ในบรเิ วณพืน้ ที่ดอยมอ่ นคลยุ จะมีทำเลกางเตน็ ท์บรเิ วณจุดชมวิวทางด้านตะวันตกอยู่หลายจดุ มีพนื้ ที่กวา้ งไป
ตามลานทุ่งหญ้าและยังหบุ ทงุ่ หญ้า หรอื บนเนนิ อีกหลายจดุ ทีเ่ หมาะสำหรบั กางเตน็ ท์ สามารถชมวิวในหบุ แม่น้ำเมย
แต่เม่ือมองย้อนไปทางดา้ นตะวนั ออกก็เหน็ กล่มุ ทะเลหมอกผืนใหญแ่ ผ่คลุมในหบุ ขุนนำ้ แมเ่ งา และยังมที ำเลจุดชมววิ มุม
สูงก็ไดเ้ หน็ เนินท่งุ หญา้ ท่ีอยหู่ ่างออกไป จงึ เอารถไปสง่ เชงิ ดอย จากนั้นเดินข้นึ ไปจุดชมทะเลหมอก
ดอยเบอบาตู
การทอ่ งเทย่ี วเชิงอนุรักษ์เป็นการท่องเทีย่ วแบบการเยอื นแหล่งธรรมชาติ เพอื่ เรียนรู้ และหาประสบการณแ์ ปลกใหม่ท่ี
สร้างความประทับใจในธรรมชาตทิ นี่ า่ มหัศจรรย์ โดยนักท่องเท่ยี วจะคำนึงถงึ การรักษาสภาพแวดลอ้ มทั้งสิ่งมีชีวติ และไม่มี
ชวี ิต รวมท้งั ขนบธรรม ประเพณี วัฒนธรรม และประวัตศิ าสตร์ ของสถานทีท่ ่องเที่ยวน้ัน ๆ ให้คงอยูส่ ืบไปจนถึงรนุ่ ลูกรุน่
หลาน เพอื่ การท่องเท่ียวแบบยงั่ ยืนนอกจากท่ีมนี กั ท่องเทีย่ วเขา้ มาแลว้ ต้องไดร้ บั ความร่วมมือจากคนในชมุ ชนด้วยถ้าหาก
คนในชุมชนไม่ให้ความร่วมมือในการอนุรักษ์สง่ิ แวดล้อมและขนบธรรมเนียมประเพณขี องคนในชมุ ชนวฒั นธรรมประเพณี
ของชมุ ชนอาจสูญหายไปไม่มีให้ลูกหลานรนุ่ ตอ่ ไปไดเ้ ห็น
นำ้ ตกแมอ่ มกิ
ตง้ั อยู่ ท่ี 4 ตำบลแม่วะหลวง อำเภอทา่ สองยาง จังหวัดตาก
อยู่ใกลจ้ ุดจอดรถ ด่านตรวจ ตชด.ท่ี 344 น่งั รถไป 3 กม. เดินเทา้ อีก400เมตรแล้วจะเจอ นำ้ ตกมีทงั้ หมดเจ็ดช้ัน
ความยาว 500 เมตร
บรรณนุกรม
➢ ขอ้ มูลจาก : องคก์ ารบริหารส่วนตำบลแม่ตา้ น
➢ ข้อมลู จาก : องค์การบริหารส่วนตำบลแม่หละ
➢ ขอ้ มลู จาก : องค์การบริหารส่วนตำบลแม่อสุ ุ
➢ ข้อมูลจาก : องค์การบรหิ ารส่วนตำบลแม่สอง
➢ ข้อมูลจาก : องค์การบริหารสว่ นตำบลท่าสองยาง
➢ ข้อมลู จาก : องค์การบริหารส่วนตำบลแมว่ ะหลวง
➢ ข้อมลู จาก : อทุ ยานแหง่ ชาตแิ มเ่ มย
➢ เผยแพรช่ อ่ งทาง : facebook.com หอ้ งสมุดประขาชนอำเภอทา่ สองยาง