วิชาภาษาไทย
๔ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี
วรรณคดีลานา
บทที่ ๒ นา้ ผ้งึ หยดเดียว
นางวริ งรอง ศรีพอ เริ่มเรียน
ครู ผู้สอน
ตัวช้ีวัด
• อ่านเร่ืองสั้น ๆ ตามเวลาท่ีกาหนดและตอบคาถามจากเรอ่ื งท่ีอ่าน (ท ๑.๑ ป. ๔/๓)
• คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องท่ีอา่ นโดยระบุเหตุผลประกอบ (ท ๑.๑ ป. ๔/๕)
รู ้รักษ์ หลักภาษา• สรุปความรู้และขอ้ คิดจากเร่ืองที่อ่านเพอื่ นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั (ท ๑.๑ ป. ๔/๖)
• อ่านหนังสือที่มคี ุณค่าตามความสนใจอยา่ งสมา่ เสมอและแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับเร่ืองท่ีอา่ น (ท ๑.๑ ป. ๔/๗)
• ระบุขอ้ คิดจากนิทานพ้นื บ้านหรือนิทานคติธรรม (ท ๕.๑ ป.๔/๑)
• อธิบายข้อคิดจากการอ่านเพือ่ นาไปใชช้ ีวติ จริง (ท ๕.๑ ป. ๔/๒)
เริ่มเรียน
วรรณคดีและวรรณกรรม ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๔
ประวัติผู้แต่ง บทนาเรื่อง
คาศัพท์น่ารู้ นิทานเทียบสุภาษิ ต
เร่ือง นา้ ผ้งึ หยดเดียว
ถ้อยคาสานวน สรุปความรู้
ล้วนต้องศึกษา
แบบพัฒนาทักษะในการทาขอ้ สอบปรนัย
เพอื่ ประเมินผลตัวชวี้ ัด
วรรณคดแี ละวรรณกรรม ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๔
บทนาเร่ือง
การแต่งนิทานเทียบสุภาษิ ตเร่ิมต้นด้วยโคลงสี่ สุภาพ
๑ บท เป็นการสรุปสาระสาคัญของเรื่อง จากนั้นมีนิทาน
ท่ีขยายความจากโคลง ชอ่ื เร่ือง นิทานต้ังตามสุภาษิตคาพังเพย
เชน่ น้าผ้ึงหยดเดียวก่อเหตุ ตานา้ พริกละลายแมน่ ้า ให้ทกุ ข์
แก่ท่านทกุ ข์นั้นถึงตัว
นิทานเทียบสุภาษิตจงึ เป็นนิทานที่ให้ข้อคิดในการดาเนินชวี ติ ได้
เป็นอย่างดี
วรรณคดีและวรรณกรรม ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๔
วรรณคดแี ละวรรณกรรม ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๔
วรรณคดแี ละวรรณกรรม ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๔
วรรณคดแี ละวรรณกรรม ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี ๔
วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๔
ถ้อยคาสานวน ล้วนต้องศึกษา
การเขา้ ใจความหมายของถ้อยคาสานวน ทาให้เขา้ ใจ
เร่ืองราวได้ละเอียดชดั เจนยง่ิ ข้นึ เชน่
หมายความว่า เมอื่ ฝา่ ยพ่อของเด็กเจา้ ของแมวหาย
จากอาการเวียนหัวตาพร่าแล้วลกุ ข้ึนจะเขา้ ไปฟนั
พวกเจา้ ของหมา
วรรณคดแี ละวรรณกรรม ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๔
ถ้อยคาสานวน ล้วนต้องศึกษา
หมายความว่า เราเป็นเพื่อนบ้านกันควรจะมีความยั้งคิด
ไม่ใจร้อน ทาอะไรจนเดือดร้อนไปด้วยกัน หากเราไม่รู้จัก
ระงบั อารมณ์ ต่างอวดดื้อถือดีต่อกัน บางครั้งก็จะทาให้
เรื่องเล็กน้อยลุกลามเป็นเร่ืองใหญ่ได้
วรรณคดีและวรรณกรรม ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ ๔
เมื่อได้ฟังหรือเห็นส่ิ งใดต้องคิดพิจารณาให้รอบคอบ
ถึงผลดีผลเสี ยทั้งต่อตนเองและผู้อื่น ก่อนที่จะเชื่อหรือ
ปฏิบตั ิตาม
วรรณคดีและวรรณกรรม ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๔
แบบพฒั นาทักษะในการทาขอ้ สอบปรนัย
เพื่อประเมนิ ผลตัวชวี้ ดั
ตัวชว้ี ัด
• อ่านเร่ืองสั้น ๆ ตามเวลาท่ีกาหนดและตอบคาถามจากเรื่องท่ีอ่าน (ท ๑.๑ ป. ๔/๓)
• คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่านโดยระบุเหตุผลประกอบ (ท ๑.๑ ป. ๔/๕)
• สรุปความรู้และข้อคิดจากเร่ืองท่ีอ่านเพื่อนาไปใช้ในชีวิตประจาวัน (ท ๑.๑ ป. ๔/๖)
• อ่านหนังสือที่มคี ุณค่าตามความสนใจอยา่ งสม่าเสมอและแสดงความคิดเห็น
เกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน (ท ๑.๑ ป. ๔/๗)
• ระบุข้อคิดจากนิทานพื้นบ้านหรือนิทานคติธรรม (ท ๕.๑ ป.๔/๑)
• อธิบายข้อคิดจากการอ่านเพ่ือนาไปใชช้ วี ิตจริง (ท ๕.๑ ป. ๔/๒)
ทาแบบทดสอบ
ทาแบบทดสอบ
๑ เร่ือง นา้ ผ้ึงหยดเดียวเปน็ เร่ืองประเภทใด
๑ ละคร
๒ นิทาน
๓ เร่ืองเล่า
๔ เร่ืองส้ัน
เฉลย
๒ คาประพนั ธ์ที่ใชเ้ ปน็ บทนาเรื่องเป็นคาประพันธ์
ประเภทใด
๑ กลอนส่ี
๒ กลอนหก
๓ กาพยย์ านี ๑๑
๔ โคลงส่ีสุภาพ
เฉลย
๓ “น้าผ้ึงหยดเดียว” มคี วามหมายถึงสาเหตุ
ท่ีเกิดจากเร่ืองใด
๑ ความโลภ
๒ ความประมาท
๓ การทะเลาะวิวาท
๔ เร่ืองเพียงเล็กน้อย
เฉลย
๔ “น้าผ้งึ หยดเดียว” ใกล้เคียงกับสานวนใดมากท่ีสุด
๑ ขี้แพช้ วนตี
๒ แกว่งเท้าหาเส้ียน
๓ ขห้ี มูรา ข้หี มาแห้ง
๔ เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย
เฉลย
๕ ใครเป็นผู้ไขปริศนาแห่งการทะเลาะววิ าท
๑ นายอาเภอ
๒ เด็กเจ้าของแมว
๓ เด็กเจ้าของหมา
๔ เด็กเจ้าของขวดน้าผ้ึง
เฉลย
๖ “เด็กคนหน่ึงเดินถือขวดนา้ ผ้งึ มาตามถนน
แต่ตานั้นได้แหงนดวู า่ วเพลินไป เท้าจึงได้ไป
สะดดุ ล้มลง” อาการของเด็กคนน้ีตรงกับขอ้ ใด
๑ เผลอตัว
๒ เผลอใจ
๓ เผอเรอ
๔ เผลอไผล
เฉลย
๗ “ศึกกลางเมอื ง” มคี วามหมายตรงกับข้อใด
๑ การสู้รบของคนชาติเดียวกัน
๒ การสู้รบที่เกิดข้นึ กลางถนน
๓ การสู้รบท่ีเกิดข้นึ ในย่านชุมชน
๔ การสู้รบที่เกิดข้นึ ในเมอื งหลวง
เฉลย
๘ “ครั้นแล้วอาเภอก็ได้ไปไต่สวนต่อไป จึงได้เรียกมาทั้งสองฝ่าย มาไต่สวน
เพื่อจะให้ได้ความวา่ ต้นสายปลายเหตุมันเปน็ อย่างไรกันข้ึน” ขอ้ ใดคือ
ลักษณะนิสั ยของนายอาเภอท่ีวิเคราะห์ได้จากความข้างต้น
๑ เที่ยงธรรม
๒ เมตตา
๓ รอบคอบ
๔ วางอานาจ
เฉลย
๙ “ต่างคนต่างบอกไมท่ ราบวา่ ต้นสายปลายเหตุ
มนั เป็นอยา่ งไรกัน” ขอ้ คิดจากขอ้ ความน้ีตรงกับ
สานวนใด
๑ ฟังไมข่ ้ึน
๒ ฟงั หูไวห้ ู
๓ ฟงั ความข้างเดียว
๔ ฟงั ไม่ได้ศัพท์ จบั ไปกระเดียด
เฉลย
๑๐ “เราเป็นคนอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงกันควรจะมคี วาม
รอร้ังซ่งึ กันและกัน” ใจความสาคัญของขอ้ ความ
น้ีคือเรื่องใด
๑ ความรักใคร่ห่วงใย
๒ ความร่วมแรงร่วมใจ
๓ ความประนีประนอม
๔ ความเอื้อเฟ้ อื เผื่อแผ่
เฉลย
หมดเวลาเรียนแล้ว
ไว้เจอกันในชวั่ โมงต่อไปนะคะ
ภาระงาน
วรรณคดีและวรรณกรรม
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓ หน้า ๑๗๔-๑๗๘
แบบฝึกหัดทักษะภาษา หน้า ๓๙-๔๐
และคัคคาศัพท์น่ารู้ลงในสมุดค่ะ
จบบทเรียน
วรรณคดีและวรรณกรรม ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๔