วิชาภาษาไทย
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๕/๘
วรรณคดลี านา
บทที่ ๖ คบพาล พาลพาไปหาผดิ
นางวริ งรอง ศรพี อ
ครผู สู้ อน
ตวั ช้ีวดั
❖ อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทรอ้ ยกรองได้ถกู ต้อง (ท ๑.๑ ป. ๕/๑)
❖ วเิ คราะห์และแสดงความคดิ เหน็ เกีย่ วกับเร่ืองทีอ่ ่าน เพื่อนาไปใช้
ในการดาเนนิ ชีวิต (ท ๑.๑ ป. ๕/๕)
❖ อ่านหนังสอื ทีม่ คี ุณค่าตามความสนใจอยา่ งสม่าเสมอ และแสดงความคดิ เห็น
เกย่ี วกบั เร่อื งที่อา่ น (ท ๑.๑ ป. ๕/๗)
❖ สรปุ เรือ่ งจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน (ท ๕.๑ ป. ๕/๑)
❖ ระบคุ วามรูแ้ ละข้อคดิ จากการอา่ นวรรณคดแี ละวรรณกรรมที่สามารถนาไปใช้
ในชวี ติ จริง (ท ๕.๑ ป. ๕/๒)
❖ อธบิ ายคณุ คา่ ของวรรณคดแี ละวรรณกรรม (ท ๕.๑ ป. ๕/๓)
❖ ท่องจาบทอาขยานตามท่กี าหนดและบทร้อยกรองทมี่ ีคุณค่าตามความสนใจ
(ท ๕.๑ ป. ๕/๔)
คลิกเลอื กหวั ขอ้ เพอื่ เขา้ สเู่ นื้อหา
ประวตั ิ บทนาเรอื่ ง
ผทู้ รงพระนพิ นธ์
คาศพั ทน์ า่ รู้ เน้อื เรอื่ ง
โคลงโลกนติ ิ
คุณค่าจาก สรุปความรู้
เรอ่ื งโคลงโลกนติ ิ
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร
เป็นพระราชโอรส ในพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลิศหล้า
นภาลัย และเจ้าจอมมารดานิ่ม ผู้เป็นธิดาของ
เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ประสูติเมื่อวันที่ ๑๑
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๓๓๖ พระนามเดิมว่า พระองค์
เจา้ ชายม่ัง
สมเด็จฯ กรมพระยาเดชาดศิ ร ทรงพระนพิ นธ์
โคลงโลกนิติ โคลงนริ าศเสด็จไปทพั เวยี งจนั ทน์ โคลงจารกึ
วดั พระเชตพุ นฯ ฉันทด์ ษุ ฎีสังเวย เชน่ กลอ่ มพระเศวตฉัตร
สมเดจ็ ฯ กรมพระยาเดชาดศิ ร ส้ินพระชนมเ์ ม่อื
พ.ศ. ๒๔๐๒ เปน็ ต้นราชสกลุ เดชาติวงศ์
คลกิ ลาโพง บทนาเรอ่ื ง
เพื่อฟงั เสยี ง
โคลงโลกนิติ (โคฺลง-โลก-กะ-นดิ ) เป็นวรรณคดคี าสอน
ทีร่ ู้จกั กันแพรห่ ลายมาตัง้ แตส่ มยั สุโขทยั โดยกวไี ด้แต่งขึ้น
จากสภุ าษิตเก่าแกท่ ม่ี อี ยู่ในคมั ภีรข์ องอนิ เดยี และคดั ลอก
ต่อกนั มาช้านาน ตอ่ มาพระบาทสมเดจ็ พระนั่งเกลา้ เจา้ อยหู่ ัว
ทรงพระกรณุ าโปรดเกลา้ ฯ ใหป้ ฏิสังขรณ์วัดพระเชตพุ น
วิมลมังคลาราม (อยู่ในกรุงเทพมหานคร) แล้วใหจ้ ารกึ
ความรหู้ ลายแขนง ท้งั ดา้ นวรรณคดี โบราณ
พระพุทธศาสนา ประเพณี
ตารายา ตลอดจนสุภาษติ ตา่ ง ๆ ลงบนแผน่ ศลิ า ท่ปี ระดบั
ผนังปชู นยี สถานตา่ ง ๆ ในพระอารามสาหรับให้ประชาชน
ไดศ้ กึ ษาหาความรู้ ในการนโี้ ปรดเกล้าฯ ให้สมเดจ็ พระเจ้าบรม
วงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดศิ ร ทรงชาระโคลงโลกนติ ิสานวนเกา่ ให้
ถกู ตอ้ งตามพระบาลี เพอ่ื จารกึ ไว้บนแผ่นศลิ าท่ปี ระดับศาลาทิศ
พระมณฑป ๔ หลัง
สมเด็จพระเจา้ บรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดศิ ร ทรงชาระ
โคลงโลกนติ ิสานวนเก่า โดยทรงรกั ษาฉันทลกั ษณข์ อง
โคลงสสี่ ภุ าพไว้ แลว้ ทรงแก้ไขสานวนภาษาและการใชศ้ ัพท์ใหช้ ดั เจน
และเขา้ ใจงา่ ยย่ิงขึน้ บางบททรงพระนิพนธข์ นึ้ ใหม่
โคลงโลกนิติพระนพิ นธ์ของสมเด็จพระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ
กรมพระยาเดชาดศิ ร จึงมคี วามไพเราะทงั้ ในดา้ นสานวน
ภาษาอันสละสลวย น้าหนกั เสียงสงู เสยี งต่า ตามบงั คับแห่ง
วรรณยุกต์ของคา และดา้ นความชัดเจนในการสือ่ ความหมาย
ทาให้ได้รับความนิยมแพรห่ ลายมากกวา่ สานวนอ่ืน ๆ
รวมทั้งไดใ้ ช้เป็นแบบเรียนในโรงเรียนด้วย
โคลงโลกนติ ิ
คลิกลาโพง
เพือ่ ฟงั เสยี ง
บทร้อยกรอง
คลิกลาโพงเพอื่ ฟงั เสยี งบทรอ้ ยกรอง
คาสอนใหร้ จู้ กั เลอื กและระมดั ระวงั ในการคบคน
ปลาร้าซึ่งมีกลิ่นเหม็นย่อมทาให้ใบคาที่ใช้ห่อมีกลิ่น
เหม็นตามไปด้วย เปรียบเสมือนการคบคนชั่วเป็นเพื่อน ย่อม
ชกั พาไปสู่หายนะ ทาใหเ้ สอ่ื มเสยี ถึงวงศ์ตระกลู
คลกิ ลาโพงเพอ่ื ฟงั เสยี งบทรอ้ ยกรอง
คาสอนใหร้ จู้ กั เลอื กและระมดั ระวงั ในการคบคน
คาสอนใหร้ จู้ กั เลอื กและระมดั ระวงั ในการคบคน
คลกิ ลาโพง
เพอื่ ฟงั เสยี งบทรอ้ ยกรอง
คลกิ ลาโพงเพอ่ื ฟงั เสยี งบทรอ้ ยกรอง
คาสอนใหร้ จู้ กั เลอื กและระมดั ระวงั ในการคบคน
คลกิ ลาโพงเพอื่ ฟงั เสยี งบทรอ้ ยกรอง
คาสอนใหร้ จู้ กั เลอื กและระมดั ระวงั ในการคบคน
คลกิ ลำโพงเพื่อฟังเสียงบทร้อยกรอง
คำสอนให้รู้จกั เลือกและระมดั ระวงั ในกำรคบคน
คลิกลาโพงเพอ่ื ฟงั เสยี งบทรอ้ ยกรอง
คาสอนใหร้ จู้ กั เลอื กและระมดั ระวงั ในการคบคน
ผู้ใดคบคนพาลจะมที กุ ข์ไปตลอด ผู้ใดคบคนดมี ปี ญั ญา
จะพบความสขุ ลา้ เลศิ เพราะไดฟ้ งั แตส่ ิ่งทด่ี ีงาม
คลกิ ลาโพงเพอื่ ฟงั เสยี งบทรอ้ ยกรอง
คาสอนใหร้ จู้ กั เลอื กและระมดั ระวงั ในการคบคน
คลิกลาโพงเพอื่ ฟงั เสยี งบทรอ้ ยกรอง
คาสอนใหเ้ หน็ ความสาคญั ของการศกึ ษาหาความรู้
ผู้มีปญั ญายอ่ มมีความเพียรพยายามในการแสวงหาความรู้
เหมอื นการฝนทัง่ ให้เปน็ เขม็ คนท่เี กยี จคร้านในการเรยี น
เปรียบเสมอื นนา้ ท่ีอยู่ในตะกรา้ ซึง่ จะไม่มีวนั เตม็
คลิกลาโพงเพอื่ ฟงั เสยี งบทรอ้ ยกรอง
คาสอนใหเ้ หน็ ความสาคญั ของการศกึ ษาหาความรู้
คลิกลาโพงเพอื่ ฟงั เสยี งบทรอ้ ยกรอง
คาสอนใหเ้ หน็ ความสาคญั ของการศกึ ษาหาความรู้
คลกิ ลาโพงเพอ่ื ฟงั เสยี งบทรอ้ ยกรอง
คาสอนใหเ้ หน็ ความสาคญั ของการศึกษาหาความรู้
คนมีความรนู้ ้อยมกั หลงคดิ วา่ ตนมีความรู้มาก เปรยี บเสมอื นกบท่ีเกดิ
ในสระเลก็ ๆ ไมเ่ คยเหน็ ทะเลใหญ่ จงึ หลงช่ืนชมวา่ สระทีอ่ ยู่นน้ั กวา้ งใหญ่มาก
แลว้
คลกิ ลาโพงเพอ่ื ฟงั เสยี งบทรอ้ ยกรอง
คาสอนใหร้ กั ความสตั ย์ รกั เกยี รติ รกั ศักดศ์ิ รขี องตน
งาช้างเม่ืองอกแล้วไมม่ ีวันหดคืน เปรียบเสมือนคากลา่ วของคนดี
ท่ีกลา่ วอย่างไรย่อมมั่นคงอย่างนนั้ ส่วนคนชั่วมักพูดกลบั กลอก
เปลยี่ นไป เปลี่ยนมา เช่อื ถือไม่ได้ เหมือนหวั เต่าที่ยาวแลว้ หดสน้ั ได้
คลกิ ลาโพงเพอื่ ฟงั เสยี งบทรอ้ ยกรอง
คาสอนใหร้ กั ความสตั ย์ รกั เกยี รติ รักศกั ดศ์ิ รขี องตน
คลกิ ลาโพงเพอื่ ฟงั เสยี งบทรอ้ ยกรอง
คาสอนใหร้ กั ความสตั ย์ รกั เกยี รติ รักศกั ดศ์ิ รขี องตน
คลกิ ลาโพงเพอ่ื ฟงั เสยี งบทรอ้ ยกรอง
คาสอนใหร้ กั ความสตั ย์ รกั เกยี รติ รักศกั ดศ์ิ รขี องตน
คาศพั ทน์ า่ รู้
คาศพั ทน์ า่ รู้ (ตอ่ )
คาศพั ทน์ า่ รู้ (ตอ่ )
คาศพั ทน์ า่ รู้ (ตอ่ )
คำศัพท์น่ำรู้ (ต่อ)
คาศพั ทน์ า่ รู้ (ตอ่ )
คำศัพท์น่ำรู้ (ต่อ)
คาศพั ทน์ า่ รู้ (ตอ่ )
คาศพั ทน์ า่ รู้ (ตอ่ )
คุณค่าจากเรือ่ งโคลงโลกนิติ
โคลงโลกนิติเป็นวรรณคดีคาสอน มีเนื้อหาที่มุ่งสอน
ในเรื่องต่าง ๆ เพื่อให้ผู้อ่านนาไปเป็นข้อคิดในการดาเนินชีวิต
อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพมากขึน้ ซง่ึ โคลงโลกนิติมุ่งสอนทั้งเรื่องของ
การเลือกคบคน การศึกษา และการรักศักดิ์ศรีของตน นับว่า
เปน็ วรรณคดีท่ีมีคณุ คา่ ยิ่ง
สรุปความรู้
คาสอนจากโคลงโลกนติ ิ พระนพิ นธข์ องสมเด็จฯ กรมพระยา
เดชาดิศร ท่กี รมวิชาการกระทรวงศกึ ษาธกิ ารได้รวบรวมนั้นล้วนเป็น
คาสอนที่เหมาะสมจะนาไปใช้เปน็ หลกั ปฏบิ ัติในการดาเนินชวี ติ ปัจจบุ นั
ไดอ้ ยา่ งดี ทงั้ ให้ขอ้ คิดเตอื นใจสาหรบั ตนเอง หรอื ใช้แนะนาสั่งสอนผู้อ่นื
คาสอนในโคลงโลกนิติจึงทรงคณุ คา่ เสมอสาหรบั ผู้ที่ประพฤติปฏบิ ตั ิตาม
แบบพฒั นาทกั ษะ
เพ่ือประเมนิ ผลตวั ชว้ี ดั
๑ เสยี รเู้ รง่ ดารง ความสตั ย์ ไว้นา
เสยี สตั ยอ์ ยา่ เสยี สู้ ชพี มว้ ยมรณา
คาประพนั ธข์ า้ งตน้ มคี วามหมายสอดคลอ้ งกบั สานวนใด
๑ ปลาขอ้ งเดยี วกัน
๒ เสียชีพอย่าเสยี สตั ย์
๓ คบคนพาลพาลพาไปหาผดิ
๔ ขา้ งนอกสกุ ใส ข้างในเปน็ โพรง
เฉลย
๒ รูปแรง้ ดรู า่ งรา้ ย รงุ รงั
ภายนอกเพยี งพงึ ชงั ชั่วชา้
คาประพนั ธข์ า้ งตน้ มคี วามหมายสอดคลอ้ งกบั สานวนใด
๑ ดาแต่นอกในแพ้ว ผอ่ งเน้ือนพคณุ
๒ ขา้ งนอกสุกใส ขา้ งในเป็นโพรง
๓ คบคนพาลพาลพาไปหาผิด
๔ เสยี ชีพอยา่ เสียสัตย์
เฉลย
๓ ความรดู้ ยู ง่ิ ลา้ สินทรพั ย์
คิดคา่ ควรเมอื งนบั ย่ิงไซร้
คาประพนั ธข์ า้ งตน้ มคี วามหมายสอดคลอ้ งกบั สานวนใด
๑ เสียชีพอยา่ เสยี สตั ย์
๒ ข้างนอกสกุ ใส ข้างในเป็นโพรง
๓ มวี ชิ าเหมือนมที รพั ย์อยนู่ บั แสน
๔ ดาแตน่ อกในแพ้ว ผอ่ งเนอื้ นพคณุ
เฉลย
๔ ปลารา้ พนั หอ่ ดว้ ย ใบคา
ใบกเ็ หมน็ คาวปลา คละคลงุ้
คาประพนั ธข์ า้ งตน้ มคี วามหมายสอดคลอ้ งกบั สานวนใด
๑ ปลาขอ้ งเดยี วกนั
๒ คบคนพาลพาลพาไปหาผดิ
๓ ข้างนอกสกุ ใส ขา้ งในเปน็ โพรง
๔ ดาแตน่ อกในแพว้ ผ่องเนื้อนพคณุ
เฉลย
๕ ผลเดอ่ื เมอื่ สกุ ไซร้ มีพรรณ
ภายนอกแดงดฉู นั ชาดบา้ ย
คาประพนั ธข์ า้ งตน้ มคี วามหมายสอดคลอ้ งกบั สานวนใด
๑ เสยี ชพี อยา่ เสยี สตั ย์
๒ คบคนพาลพาลพาไปหาผิด
๓ ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง
๔ ดาแต่นอกในแพ้ว ผ่องเนื้อนพคุณ
เฉลย
๖ ใบพ้อพนั หอ่ หมุ้ กฤษณา
หอมระรวยรสพา เพรศิ ดว้ ย
คาประพนั ธข์ า้ งตน้ มคี วามหมายสอดคลอ้ งกบั สานวนใด
๑ คบคนพาลพาลพาไปหาผิด
๒ คบบณั ฑิตบณั ฑติ พาไปหาผล
๓ ข้างนอกสกุ ใส ข้างในเป็นโพรง
๔ ดาแต่นอกในแพว้ ผอ่ งเนือ้ นพคณุ
เฉลย
๗ รู้จริงสงิ่ เดยี วอาจ มีม่งั
เลยี้ งชพี ชา้ อยรู่ อ้ ย ช่วั หลอ้ื เหลนหลาน
คาประพนั ธข์ า้ งตน้ มคี วามหมายสอดคลอ้ งกบั สานวนใด
๑ เสียชีพอย่าเสยี สัตย์
๒ คบคนพาลพาลพาไปหาผิด
๓ ดาแต่นอกในแพ้ว ผ่องเน้ือนพคุณ
๔ อันความรรู้ กู้ ระจา่ งแตอ่ ย่างเดยี ว
แตใ่ หเ้ ช่ยี วชาญเถิดจะเกิดผล
เฉลย
๘ เพอื่ ใหป้ ระชาชนไดร้ บั ความรจู้ ากคาสอนในโคลงโลกนติ ิ
ข้อความขา้ งตน้ มคี วามสมั พนั ธก์ นั กับขอ้ ใด
๑ คณุ คา่ ด้านปัญญา
๒ คุณคา่ ด้านอารมณ์
๓ คณุ คา่ ด้านวรรณศิลป์
๔ วตั ถุประสงค์การจารกึ โคลงโลกนติ ิ
เฉลย
๙ โคลงโลกนติ ใิ หค้ ตสิ อนใจซงึ่ เปน็ ประโยชนต์ ่อการนาไปใช้
ในการดาเนนิ ชวี ติ
ขอ้ ความขา้ งตน้ มคี วามสมั พนั ธก์ นั กบั ขอ้ ใด
๑ คณุ คา่ ดา้ นปญั ญา
๒ คุณค่าดา้ นอารมณ์
๓ คณุ ค่าด้านวรรณศิลป์
๔ คุณค่าด้านสังคมและวัฒนธรรม
เฉลย
๑๐ โคลงโลกนติ มิ สี านวนภาษาไพเราะ สละสลวย
ขอ้ ความขา้ งตน้ มคี วามสมั พนั ธก์ นั กับขอ้ ใด
๑ คุณคา่ ดา้ นปญั ญา
๒ คณุ คา่ ด้านอารมณ์
๓ คุณค่าด้านวรรณศลิ ป์
๔ คุณค่าดา้ นสังคมและวัฒนธรรม
เฉลย
๑ เสียรเู้ รง่ ดารง ความสตั ย์ ไวน้ า
เสยี สตั ยอ์ ยา่ เสยี สู้ ชพี มว้ ยมรณา
คาประพนั ธข์ า้ งตน้ มคี วามหมายสอดคลอ้ งกบั สานวนใด
๑ ปลาขอ้ งเดียวกัน
๒ เสียชพี อย่าเสยี สัตย์
๓ คบคนพาลพาลพาไปหาผิด
๔ ขา้ งนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง
ไปยงั ขอ้ ๒
๒ รูปแรง้ ดรู า่ งรา้ ย รุงรงั
ภายนอกเพยี งพงึ ชงั ช่วั ชา้
คาประพนั ธข์ า้ งตน้ มคี วามหมายสอดคลอ้ งกบั สานวนใด
๑ ดาแตน่ อกในแพ้ว ผอ่ งเนื้อนพคณุ
๒ ข้างนอกสุกใส ข้างในเป็นโพรง
๓ คบคนพาลพาลพาไปหาผดิ
๔ เสียชพี อย่าเสียสัตย์
ไปยงั ขอ้ ๓
๓ ความรดู้ ยู งิ่ ลา้ สนิ ทรพั ย์
คิดคา่ ควรเมอื งนบั ยงิ่ ไซร้
คาประพนั ธข์ า้ งตน้ มคี วามหมายสอดคลอ้ งกบั สานวนใด
๑ เสียชีพอยา่ เสียสัตย์
๒ ข้างนอกสุกใส ขา้ งในเปน็ โพรง
๓ มีวชิ าเหมอื นมที รพั ย์อยนู่ บั แสน
๔ ดาแต่นอกในแพ้ว ผ่องเนื้อนพคณุ
ไปยงั ขอ้ ๔