1
รายงานการใชส้ ่ือนวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอน
ประจำปีการศกึ ษา ๒๕๖5
การใช้แบบฝกึ ปฏิบัติ ฆอ้ งวงใหญเ่ บอื้ งต้น พร้อมวดี ีโอสาธิต สอนระดับช้นั
ประถมศึกษาปีที่ 4-6
นายชยั รัตน์ เขาแกว้
ตำแหนง่ ครู คศ.1
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ ศลิ ปะ
โรงเรียนวดั ทา่ ทอง
สำนกั งานเขตพ้นื ทกี่ ารศึกษาประถมศกึ ษาสุพรรณบรุ ี เขต 3
2
คำนำ
แบบฝึกปฏิบัติ ฆ้องวงใหญ่เบื้องต้น พร้อมวีดีโอสาธิต กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6
ฉบับน้ี ผ้ศู กึ ษาไดพ้ ัฒนาข้นึ เพอ่ื ใช้ในการจดั การเรยี นรู้ใหแ้ ก่นกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรยี นวัดท่าทอง
ชยั รัตน์ เขาแก้ว
3
รายงานการใชส้ ือ่ นวัตกรรม ประจำปกี ารศึกษา ๒๕๖5
กล่มุ สาระการเรียนรู้ ศิลปะ
ช่ือนวัตกรรม การใช้แบบฝึกปฏบิ ัติ ฆอ้ งวงใหญเ่ บือ้ งต้น พร้อมวดี โี อสาธิต สอนระดับชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4-6
ครูผสู้ อน นายชัยรตั น์ เขาแกว้ ตำแหนง่ ครู คศ.1
ประเภทนวตั กรรมทจ่ี ดั ทำขึน้
q ประเภทกระบวนการ
q ประเภทเทคนิควธิ ี
qü ประเภทสอ่ื / เครอ่ื งมอื / อปุ กรณ์
ความสอดคลอ้ งกับภารกจิ /สภาพปญั หา/ตามต้องการ
แบบฝกึ ปฏบิ ัติ ฆ้องวงใหญ่เบื้องต้น กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 4-6 ฉบบั น้ี
ได้พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 โรงเรียนวัดท่าทอง เป็นเอกสาร
ประกอบการสอนรายวชิ าดนตรี-นาฏศิลป์ และกจิ กรรมเสริม (ลดเวลาเรยี น
เพิ่มเวลารู้) และสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองผ่านช่องทางวีดีโอ เพื่อให้เป็นอีกช่องทางแก่ผู้สนใจได้ศึกษาหาความรู้
อีกช่องทางหน่งึ
ความสำคัญและทม่ี าปัญหา
ดนตรไี ทยเปน็ ศลิ ปะของไทยแขนงหนึ่งท่ีมกี ารสืบทอดมาอยา่ งยาวนาน มีความผุกพันกับวิถีชีวติ ของคน
ไทยอย่างแนบแนน่ ทำให้เกดิ ความเชื่อและขนบธรรมเนียมปฏบิ ตั หิ ลายอยา่ งทนี่ ักดนตรีไทยทกุ คนพงึ รู้และศกึ ษา
ไว้ การปฏิบตั ดิ นตรไี ทยชนดิ ใดก็ตาม ในเบ้อื งตน้ ผู้ฝกึ ปฏบิ ตั ิตอ้ งศึกษาเกย่ี วกบั ส่วนประกอบของเคร่อื งดนตรี การ
ปฏิบตั ิเครอ่ื งดนตรี โนต้ เพลงสำหรับฝกึ ปฏิบัติ รวมท้ังตอ้ งศึกษารปู แบบการบรรเลงและการขบั ร้องดนตรไี ทย
ตลอดจนเกณฑก์ ารประเมนิ ทักษะทางดนตรขี องตนเอง หลงั จากการฝึกปฏบิ ตั ิดนตรีไทย เพอ่ื ใชเ้ ปน็ แนวทางใน
การพัฒนาทกั ษะทางดนตรีของตนเอง
เพือ่ ให้เกดิ การเรยี นรู้ดว้ ยเอง ผู้จัดทำ จงึ จัดทำนวัตกรรมแบบฝกึ ปฏิบตั ิ ฆ้องวงใหญ่เบื้องตน้ เพื่อเป็น
พ้นื ฐานในการตอ่ ยอด และเป็นส่ือท่สี ามารถเข้าถึงได้ง่าย ผสู้ นใจอ่นื สามารถนำไปใช้ไดจ้ รงิ จากผู้ที่ไม่มีพื้นฐานเลย
แลว้ ฝกึ ปฏบิ ตั ติ าม แบบฝึกจะมที กั ษะในการบรรเลงฆอ้ งวงใหญ่เบอ้ื งตน้ ได้
ขน้ั ตอนการดำเนินการ
1. จดั ทำแบบฝึกเรยี งความยากงา่ ย เพือ่ เป็นข้นั ตอนในการฝกึ อยา่ งเปน็ ระบบ โดยแบง่ ออกเปน็ 10 แบบฝกึ
2. จัดทำความร้ทู ่วั ไป เกีย่ วกบั ฆ้องวงใหญ่ สว่ นประกอบ ตำแหน่งเสียง วธิ กี ารจับไม้ ท่าน่ัง
3. ทำแบบบันทกึ ผลการใช้แบบฝึกแตล่ ะแบบฝกึ เพ่ือดูพฒั นาการและสามารถใชไ้ ด้จรงิ
4. นำไปใชก้ บั กลุม่ เป้าหมายทตี่ อ้ งการใช้แบบฝกึ เผยแพร่ผ้ทู ีมีความสนใจดนตรไี ทย เครอื่ งดนตรี ฆ้องวงใหญ่
4
วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้นกั เรยี นสามารถอธบิ ายความรเู้ บ้ืองตน้ ของฆ้องวงใหญ่ได้
2. เพอ่ื ให้นักเรียนสามารถบรรยายลกั ษณะทว่ั ไปของฆ้องวงใหญไ่ ด้
3. นักเรยี นสามารถอธิบายวธิ ีน่ัง วิธีการจับไม้ตี และลักษณะการบรรเลงได้
4. เพื่อให้นักเรียนสามารถปฏบิ ตั ติ ฆิ ้องวงใหญ่ไดอ้ ย่างถกู ต้องเปน็ ข้ันตอนอย่างเปน็ ระบบ
ผลการนำไปใช้
นกั เรียนสามารถปฏิบตั ฆิ อ้ งวงใหญ่เบ้อื งตน้ ได้การถูกต้อง และสามารถต่อยอดในการบรรเลงฆอ้ งวงใหญ่
สามารถชว่ ยใหน้ กั เรียนมพี ัฒนาการในการปฏิบตั ฆิ อ้ งวงใหญด่ ขี นึ้ จึงขอเสนอให้ครูทส่ี อนวิชาดนตรี ใช้เป็นสือ่ หรอื
นวตั กรรมประกอบการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอนทีใ่ ห้นกั เรียนได้มีโอกาสฝกึ ทักษะปฏบิ ัติเปน็ ประจำจะช่วย
สง่ เสริมกระบวนการปฏิบตั ฆิ อ้ งวงใหญไ่ ดเ้ ป็นอย่างดี
มีการเผยแพร่หรือไม่
qü มีการเผยแพร่ q ไม่มกี ารเผยแพร่
*** แนบรปู ภาพประกอบ วีดโี อผ่าน และเพื่อครูทส่ี นใจ บุคคลท่สี นใจ
5
คำแนะนำสำหรับนกั เรยี น
การใช้แบบฝึกปฏิบัติ ฆ้องวงใหญ่เบือ้ งต้น พรอ้ มวดี ีโอสาธิต
แบบฝึกปฏิบตั ิ ฆ้องวงใหญเ่ บ้อื งต้น กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะฉบับน้ี จดั ทำขน้ึ เป็น
นวัตกรรมสำหรบั จัดการเรียนรใู้ หก้ ับนกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี 4-6 เพ่ือให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจใน
เร่ือง ฆอ้ งวงใหญ่ การปฏิบตั ิ ซง่ึ จะช่วยให้นักเรียนบรรเลงฆอ้ งวงใหญไ่ ดอ้ ย่างถูกตอ้ ง ดงั นน้ั เพ่อื ให้
เกิดประสทิ ธภิ าพในการจัดการเรยี นรู้ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำดงั ตอ่ ไปน้ี
๑. นกั เรยี นควรฟงั คำแนะนำวิธีการใชแ้ บบฝึก เกณฑก์ ารวัดผลและประเมินผลจากครผู ้สู อนใหเ้ ขา้ ใจ
๒. นกั เรยี นควรอ่านและทำแบบทดสอบกอ่ นเรียนตามทีก่ ำหนดไว้ในแบบฝกึ ให้ครบทุกแบบฝึก
๓. นกั เรียนควรตง้ั ใจศึกษาและทำความเข้าใจคำช้ีแจง และคำสง่ั กอ่ นทจ่ี ะลงมอื ปฏิบัติ
๔. นกั เรยี นทบทวนแบบฝกึ เพ่ือใหเ้ กิดความชำนาญ เรยี งตามลำดบั แบบฝกึ ท่ีกำหนด
๕. นักเรยี นควรสำรวจตนเองแบบประเมิน ผ่านเกณฑ์อยู่ในระดบั ใด เพื่อแก้ไขข้อบกพรอ่ งและพฒั นา
ตนเองให้มีความสามารถมากขนึ้
6
คำแนะนำสำหรบั ครู
การใชแ้ บบฝกึ ปฏบิ ัติ ฆ้องวงใหญเ่ บือ้ งต้น พร้อมวดี โี อสาธิต
๑. ครผู ้สู อนควรใหค้ ำแนะนำขั้นตอนการใชแ้ บบฝึกอยา่ งละเอยี ด เพอ่ื ให้นกั เรยี นแต่ละคนเข้าใจ
ตรงกนั รวมท้ังการให้คะแนนทงั้ การทดสอบก่อนเรยี นหลังเรียน
๒. แบบฝกึ ฉบับนี้ นอกจากการใชส้ อนตามแผนการจดั การเรียนรแู้ ล้ว ยงั สามารถนำใช้สอนเสริมนอก
เวลาเรยี นปกติ หรือตามความเหมาะสม
๓. ครูผู้สอนต้องอธิบายข้ันตอนการใชแ้ บบฝึกน้กี ับนักเรยี นทีละข้ันตอน
๔. ครผู ู้สอนจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนตามความเหมาะสม โดยใชแ้ บบฝกึ เป็นสอื่ ในการจัดการ
เรยี นรู้
๕. ครูผูส้ อนให้นักเรยี นศึกษาองค์ความรู้ ทีอ่ ยู่ในแบบฝึกโดยศึกษา ทำความเขา้ ใจอธิบาย ซกั ถาม
ประกอบแล้วจึงใหน้ กั เรียนทำแบบฝึกใหน้ กั เรียน ฝึกปฏิบตั ิตจิ นเกดิ ความชำนาญ
6. ครผู ู้สอนทดสอบการปฏบิ ตั จิ ริง พรอ้ มบนั ทึกคะแนนให้เรียบรอ้ ย
7. ครผู ู้สอนประเมนิ ตามเกณฑก์ ารประเมิน
7
ความรเู้ บ้อื งตน้ เก่ยี วกับ
เอกสารประกอบ
8
ฆอ้ งวงใหญ่
ฆ้องวงเป็นเครื่องตีที่คิดประดิษฐ์สร้างให้มีวิวัฒนาการมาโดยลำดับ จากฆ้องเดี่ยวฆ้องคู่ และฆ้องราง
ฆ้องวงใช้ต้นหวายโป่ง ทำเป็นร้านสูงประมาณ 24 เซนติเมตร หวายเส้นนอกกับเส้นใน ห่างกันประมาณ 14 -
17 เซนติเมตร ดัดโค้งไปเกือบรอบตัวคนนั่งตีเปิดช่องไว้สำหรับทางเข้าด้านหลังคนตี ห่างกันราว 20 – 30
เซนติเมตร ขนาดความกว้างจากขอบวงในทางซ้าย ไปถึงขอบวงในทางขวากว้าง ประมาณ 82 เซนติเมตร จาก
ด้านหน้าไปด้านหลัง กว้างประมาณ 66 เซนติเมตร ให้คนนั่งตีนั่งขัดสมาธิ นั่งตีได้สบาย แล้วเจาะรูลูกฆ้อง ลูกละ
4 รู ใช้เชือกหนังผูกร้อยกับเรือนฆ้องให้ปุ่มของลูกฆ้องหงาย ขึ้นผูก เรียงลำดับขนาด ลูกต้นไปหาลูกยอดตั้งแต่ใหญ่
ไปหาเล็ก เรียงลำดับเสียงจากต่ำไปหาสูง ฆ้องวงหนึ่ง มีจำนวน 16 ลูก ลูกต้นวัดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 17
เซนติเมตร อยู่ทางซ้ายมือด้านหลังผู้ตี ลูกยอดวัด ผ่านศูนย์กลางประมาณ 12 เซนติเมตร อยู่ทางขวามือด้านหลังผู้
ตี และใช้ตีด้วย ไม้ตีทำด้วยแผ่นหนังดิบตัด ไม้ตีทำด้วยแผ่นหนังดิบตัดเป็นวงกลม เจาะกลางสอดไม้สำหรับมือถือ
วงหนงึ่ ใช้ไม้ ตี 2 อนั ถอื ตขี ้างละมือ
ฆ้องวงใหญ่ใช้ตน้ หวายดัดโค้งเป็นวงลอ้ มไปเกือบรอบตัว คนนั่นตเี รยี กว่า "ร้าน" เปิดช่อง ไว้สำหรบั เปน็
ทางเขา้ ดา้ นหลังคนตี ลูกฆอ้ งวงใหญม่ ี 16 ลูกขนาดต้ังแต่ใหญไ่ ปหาเล็ก เรียงลำดับ ตง้ั แตเ่ สียง ตำ่ ไปหาเสียงสูง
ฆ้องวงใหญใ่ ชบ้ รรเลงทำนองหลักของเพลง ผทู้ จ่ี ะหดั ป่ีพาทย์ควรเริม่ หัดตฆี อ้ งวงใหญ่กอ่ น เพอื่ จะไดเ้ ปน็ รากฐาน
ทางดนตรีท่มี ่ันคง
1. การบรรเลงฆอ้ งวง ผเู้ ล่นต้องนัง่ ใหต้ รงกลางฆ้องวง วธิ กี ารนัง่ น่งั ได้ทัง้ พับเพยี บหรอื ขัดสมาธิ การจบั ไม้
ตีฆอ้ งวงผบู้ รรเลงต้องรวบน้ิวกลางนิ้วนางและนิว้ กอ้ ย กำไม้ฆ้องไว้กบั ฝ่ามอื ใชน้ วิ้ โปง้ และน้ิวช้ีเป็น ตัวประคอง ให้
นิว้ ชีช้ ิดกับหวั ไม้
2. การเก็บไม้ตีฆ้อง ควรมีถงุ ใส่ หรือวางรวมกันไว้บนลูกฆอ้ ง ไม่ควรวางกับพน้ื
3. การทำความสะอาด ควรใชผ้ า้ แหง้ หรอื ผา้ หมาดๆทำความสะอาด
4. ควรวางฆ้องวงให้ราบกับพ้ืน ไมค่ วรวางหรอื ตง้ั พิงไวข้ ้างฝาผนัง เพราะอาจทำใหฆ้ อ้ งวงลม้ อาจหักได้
5. การยกฆอ้ งวง ไม่ควรยกเพยี งคนเดียวเน่ืองจากเป็นเครื่องตที ม่ี ีน้ำหนักมากและขนาดใหญ่ ควรจะยก
ฆ้อง ใหต้ ้ังฉาก หรือขนานกบั พืน้ หา้ มกบั ดา้ น
9
ท่าน่งั ตฆี อ้ งวงใหญ่
ท่าทางการน่ังตฆี ้องวงใหญ่
ที่มา : นายชยั รัตน์ เขาแกว้ (2563) ผู้บนั ทกึ ภาพ
นงั่ ท่าขัดสมาธิ หรือพับเพียบ อยกู่ ง่ึ กลางในวงฆอ้ ง ลำตวั ตรง ดังภาพตวั อยา่ งการนั่งตีฆ้องวงใหญ่
วิธีการจับไมต้ ีฆอ้ งวงใหญ่
ท่าทางการจับไม้ตี
ท่ีมา : นายชยั รตั น์ เขาแก้ว (2563) ผูบ้ นั ทกึ ภาพ
การจบั ไม้ ตฆี ้องวงผบู้ รรเลงตอ้ งรวบนิ้วกลางน้ิวนางและนิ้วกอ้ ย กำไม้ฆอ้ งไวก้ ับฝ่ามือ ใชน้ ว้ิ โปง้ และนว้ิ ช้ีเปน็
ตวั ประคอง ใหน้ ้ิวชช้ี ดิ กับหัวไม้
10
ส่วนประกอบของฆอ้ งวงใหญ่
1. รา้ นฆอ้ ง
- ร้านฆ้อง ทำดว้ ยหวายเปน็ ตน้ 4 เส้น ดัดโค้ง เปน็ วงกลม ใช้ 2
เส้นดดั เป็นโคง้ เป็นวงนอก อีก 2 เสน้ โค้งเป็นวงใน ยดึ ตดิ กบั ลกู มะฮวด
- ลกู มะหวด ทำดว้ ยไมก้ ลงึ ให้กลมเปน็ ลอนขนาบดว้ ย ลูกแกว้ หวั ท้ายบากและ
ปาดโคง้ รบั กบั ต้นหวายเปน็ ระยะตลอดท้งั วง
- โขนฆ้อง ทำดว้ ยไมห้ นา มลี ักษณะตอนกลางนนู เป็นสันเรียวแหลมเหมือนใบโพธ์ิ ขา้ งปาดเรียวลง ยดึ ตดิ ติดกับ
ตน้ หวายทั้งสองขา้ ง ขา้ งหนึ่งใหญ่ อกี ขา้ งหนึง่ เล็ก
- ไม้ค่ำลา่ ง เปน็ ไมล้ กั ษณะสเ่ี หลี่ยมทรงแบน ยึด ตดิ กับหวายคูล่ า่ งโดยรอบ ระยะหา่ งพอสมควร บางวงจะใชแ้ ผน่
โลหะตอกตะปคู ลุมอกี ทหี น่ึง
- ไมต้ ะคู้ คือไมไ้ ผเ่ ล็กๆเจาะฝังเขา้ ไปในลกู มะหวด เพื่อกน้ั สะพานหนู
- สะพานหนู เป็นเสน้ ลวดสอดโคง้ เป็นวงใตไ้ มต้ ะคู้ เพอ่ื ไว้ผูกหนงั ลกู ฆ้อง ด้านในและดา้ นนอก
- ไมค้ ้ำบน หรอื ไม้ถ่างฆอ้ ง เปน็ ไมแ้ ผ่นบางๆปาดหวั ทา้ ยเวา้ ตามเสน้ หวาย เพ่ือใชถ้ ่างให้วงฆอ้ ง ให้อยู่ในสภาพเปน็
วงสวยงาม ปกตลิ กู ฆ้อง 4 ลกู จะ ใสไ่ มถ้ า่ งฆอ้ ง 1 อัน ฆอ้ งวงใหญ่มี 16 ลูก จึงมไี ม้ถา่ งฆ้องวงหนง่ึ 4 อนั ทต่ี ้น
หวายท้ัง 4 ต้นจะมหี วายผ่าซกี 2 หรือ 3 เส้นประกบโดยรอบ เพื่อรองรบั หนังผูกฆ้อง และเพอ่ื ให้สวยงาม จะกลึง
เปน็ เม็ดติดไวท้ ีป่ ลายตน้ หวายทงั้ สี่ตน้ สำหรับสมัยโบราณจะกลงึ เม็ดเป็นขา ติดอยู่ที่ใต้ไมถ้ ่างลา่ งอีกทหี นงึ่
วงฆ้องบางวงไดป้ ระดิษฐ์ข้ึนให้สวยงาม โดยการประกอบงา แกะลวดลายฝงั งา หรือมุขที่โขน บางครงั้ ท่ีลกู มะหวด
ประกอบงา หรอื เป็นงาทง้ั อัน หรอื แกะลวดลาย ลงรักปดิ ทองสวยงาม
11
2. ลกู ฆอ้ ง
ทำดว้ ยโลหะท่ีเรียกวา่ ทองเหลอื ง หลอม ตี หรอื กลงึ เป็นลกู ๆทรงกลม ดา้ นบนกลึงตรงกลางให้นูนเป็นปมุ่ เรยี กว่า
ปมุ่ ฆ้อง สำหรับตใี ห้เกิดเสยี ง ดา้ น ขา้ งกลึงเปน็ ขอบงมุ้ ลงเรียกว่า ฉัตร เพ่ือให้เสยี งดงั กังวานยาวข้นึ ท่ีฉัตรเจาะรู 4
รสู ำหรับร้อยหนงั เลยี ด ซึ่งทำด้วยหนงั เส้นเลก็ ร้อยผา่ นรูทฉี่ ัตร ไปผูกยังสะพานหนู วงหนงึ่ มี 16 ลูกลดหลนั่ กนั
ตามลำดบั แต่ละลูกจะติดตะกัว่ ผสมขีผ้ ง้ึ ใต้ปมุ่ ฆ้อง เพอื่ ให้ไดเ้ สยี ง สงู ต่ำเรียงตามลำดบั 16 เสียง ลกู ทมี่ ีเสียงต่ำสดุ
จะ เรียกว่า ลูกทวน และลกู ทมี่ เี สยี งสงู สุดจะเรยี กว่า ลกู ยอด
3. ไม้ตีฆอ้ ง
ก้านทำด้วยไม้ไผ่ เหลาให้กลมเลก็ ยาวพอประมาณ ไม้ท่ดี นี ยิ มไม้ท่ีมี 5 ขอ้ ข้นึ ไปจนถงึ 9 ข้อ หวั ไม้ ทำด้วยหนัง
ช้าง ตดั เป็นวงกลม ทบุ ปลายบานเปน็ ขอบ เลก็ นอ้ ย เพอ่ื ให้นมุ่ สำหรบั ตลี งทปี่ มุ่ ฆอ้ งไดเ้ สยี งทีน่ ุ่ม ไพเราะ ปจั จบุ นั
หนังชา้ งหายาก จึงใชไ้ ม้ฆอ้ งที่หวั พัน ด้วยผ้า เคียนด้วยด้ายสีตา่ งๆด้วยวธิ ีกรรมท่ีประณตี สวยงาม เรยี กว่า ไม้นวม
เสียงจะนุ่มนวล แตไ่ ม่คมคายเทา่ หนังช้าง เหมาะสำหรบั ไวฝ้ กึ ซอ้ ม
12
ตำแหนง่ เสียงของฆอ้ งวงใหญ่
ลูกทวน ลกู ยอด
ตำแหนง่ เสียงทางเพียงออ (ทางมโหร)ี
ลกู ท่ี 1 (ลูกทวน) เสียง มี ลักษณะโนต้ มฺ
ลกู ที่ 2 เสียง ฟา ลักษณะโนต้ ฟฺ
ลกู ท่ี 3 เสยี ง ซอล ลกั ษณะโนต้ ซฺ
ลกู ท่ี 4 เสียง ลา ลักษณะโน้ต ลฺ
ลูกท่ี 5 เสยี ง ที ลกั ษณะโนต้ ทฺ
ลูกที่ 6 เสียง โด ลักษณะโนต้ ด
ลกู ที่ 7 เสียง เร ลักษณะโน้ต ร
ลกู ที่ 8 เสียง มี ลักษณะโน้ต ม
ลกู ที่ 9 เสยี ง ฟา ลกั ษณะโน้ต ฟ
ลูกที่ 10 เสียง ซอล ลักษณะโนต้ ซ
ลกู ท่ี 11 เสยี ง ลา ลักษณะโนต้ ล
ลกู ท่ี 12 เสียง ที ลักษณะโน้ต ท
ลูกที่ 13 เสียง โด ลกั ษณะโน้ต ดํ
ลกู ท่ี 14 เสียง เร ลกั ษณะโนต้ รํ
ลกู ที่ 15 เสียง มี ลกั ษณะโน้ต มํ
ลูกท่ี 16 (ลกู ยอด) เสยี ง ฟา ลกั ษณะโนต้ ฟํ
13
หลกั การตฆี อ้ งวงใหญ่
1. ตอ้ งตใี ห้หน้าไมต้ ง้ั ฉากกับลกู ฆ้อง
2. ตตี รงกลางปมุ่ ใหเ้ ต็มปนื้ ไม้ตี
3. ใชข้ อ้ มือและกล้ามเนอื้ แขนเปน็ หลัก
4. ยกไม้ตีสูงพอสมควร (ประมาณ 5-6 น้วิ ฟุต)
5. ขณะบรรเลงสามารถหมุนไมต้ ไี ปรอบๆ เพ่อื ไมต้ ีไม่เสียรปู ทรงจากหลกั การตีดงั กลา่ ว ก่อให้เกิดวิธีและเสียงของ
ฆอ้ งอนั เปน็ พ้ืนฐานดงั นี้
หลักการตีฆอ้ งวงใหญ่ ศพั ทส์ ังคีตท่ีควรรู้
1. ตีมอื ละลูกเปน็ คแู่ ปด คอื การตดี ้วยมอื ซ้าย และมอื ขวาพร้อมกันเปน็ คู่แปด และคู่สี่
2. ตมี อื ละหลายๆลูก คือการตีมอื ละหลายๆลกู อาจแบ่งมือซา้ ยขวาเท่ากนั หรอื ไมเ่ ทา่ กนั ท้งั นข้ี น้ึ อยูก่ ับ
ท่วงทำนองเพลงเปน็ หลัก โดยปรกติจะตีลงดว้ ยมือซ้าย หนงึ่ ครงั้ มือขวาสองคร้งั ถือเป็นมอื เอกลกั ษณข์ องฆ้องวง
ใหญ่ อีกแบบหน่ึงจะตโี ดยแบ่งมอื เทา่ ๆ กนั ในพยางคข์ องเสยี งท่ีตอ่ เนือ่ งกัน ทัง้ ขน้ึ และลง
3. ตีสะบดั คือการตีพยางคม์ ากกวา่ เก็บ ซ่งึ ขึ้นอยใู่ นหวั ข้อการตีมอื ละ หลาย ๆ ลกู แต่วิธีสะบดั ของฆ้อง
วงนัน้ โดยมากจะเปน็ การสะบัดข้ึนลง 3 พยางค์ 3 เสยี ง ถา้ ขึ้นจะใชซ้ า้ ยหนึ่ง ขวาสอง ถา้ ลงจะใชข้ วาหนึง่ ซา้ ย
สอง และมอื แรกหา้ มเสียงเลก็ น้อย ดงั ทีเ่ รยี กวา่ ซ้ายปิด ขวาเปดิ เป็นต้น
4. ตกี วาด คือการตที ี่ลากหัวไมผ้ ่านปุ่มฆอ้ งทกุ ลกู จากซ้ายไปขวา หรือจากขวาไปซ้าย ซึ่งโดยปรกติ จะ
ลากไม้ฆอ้ งใหห้ ัวไมก้ ระทบบริเวณดา้ นขา้ งของปมุ่ ลกู ฆ้อง ถ้าลากตรงกลางปมุ่ จะทำใหส้ ะดุด เสียงไม่เรยี บ
5. ตีกรอ คือการตสี องมือสลบั กนั ด้วยพยางค์ถๆ่ี และเร็ว ปรกตจิ ะเอามอื ซา้ ยลงกอ่ น และตีสลับให้สองมือ
มอี ัตราและเสยี งทเ่ี ท่ากัน
6. ตไี ขว้ คือการตีท่มี ือข้างหน่ึงไขว้ข้ามมืออีกข้างหน่งึ โดยมอื ทง้ั สองมลี กั ษณะไขวก้ ัน อาจเอามอื ซา้ ย ไขว้
มือขวา หรอื อาจเอามอื ขวาไขว้มอื ซ้ายก็ได้ โดยปกติจะใช้ตีในเพลงเดย่ี ว ซง่ึ จัดเปน็ ความสามารถของผ้ตู ี
7. ตหี นบึ หนบั หนอด โหนง่ เปน็ การตที ปี่ ระคบมือมอื ท้ังสอง คือการตีที่ใช้กล้ามเน้ือ กำลัง ตลอดจน
น้ำหนักพอดี บางคร้ังตลี งแลว้ เปดิ หวั ไม้ทนั ที บางครั้งปดิ หวั ไม้เลก็ นอ้ ย โดยเฉพาะในเพลงเดี่ยวจะใช้วิธีการแบบน้ี
มาก
14
แบบฝึกปฏบิ ตั ิ
15
แบบฝกึ ปฏิบตั ิ การตฆี อ้ งวงใหญเ่ บื้องตน้ วดี ีโอสาธติ ประกอบคำบรรยาย
แบบฝกึ ท่ี 1
ตมี ือละ 1 ลกู เรียงจากเสยี งต่ำไปหาเสยี งสูง เสยี งสูงมาหาเสยี งตำ่ ทำแบบนจี้ นเกิดความชำนาญ
แบบฝึกที่ 2
ตมี ือละ 1 ลูกเรียงจากเสยี งต่ำไปหาเสยี งสงู โดยแบ่งมือซา้ ย และมือขวาอย่างละคร่งึ ตามตวั อยา่ ง ทำแบบน้ีจนเกดิ ความชำนาญ
แบบฝกึ ท่ี 3
ตีมอื ละ 1 สลับกนั เปน็ คู่แปด ตามตวั อยา่ ง ทำแบบนี้จนเกดิ ความชำนาญ
แบบฝกึ ท่ี 4
วิธีตี 3 พยางค์ ตัวอย่างโน้ต 4 หอ้ ง
มือขวา - - ม ม - -ฟฟ - -ซซ - -ลล
มือซ้าย - มฺ - - - ฟฺ - - - ซฺ - - - ลฺ - -
โดยแบ่งมอื ตามตาราง มอื ซ้าย 1 ลกู มือขวา 2 ลูก ลักษณะคล้ายกบั การตสี ลบั คแู่ ปด ทำแบบน้จี นเกิดความชำนาญ
แบบฝึกท่ี 5
วธิ ตี ี 3 พยางค์ ขาขนึ้ ตวั อย่างโนต้ 4 หอ้ ง
มือขวา - - ฟฺ ซฺ - - ซฺ ลฺ - - ลฺ ทฺ - - ทฺ ด
มือซ้าย - มฺ - - - ฟฺ - - - ซฺ - - - ลฺ - -
โดยแบ่งมอื ตามตาราง มือซา้ ย 1 ลกู มอื ขวา 2 ลูก ไลเ่ สียงไปเรื่อยๆ จากหมดลูกฆ้อง ทำแบบน้ีจนเกิดความชำนาญ
แบบฝึกที่ 6
วิธีตี 3 พยางค์ ขาลง ตวั อย่างโน้ต 4 หอ้ ง
มอื ขวา - ฟํ - - - มํ - - - รํ - - - ดํ - -
มือซ้าย - - มํ รํ - - รํ ดํ - - ดํ ท - - ทล
โดยแบง่ มอื ตามตาราง มอื ขวา 1 ลกู มือซ้าย 2 ลูก ไลเ่ สยี งไปเรื่อยๆ จากหมดลกู ฆอ้ ง ทำแบบนีจ้ นเกิดความชำนาญ
แบบฝกึ ที่ 7
วิธีตี 4 พยางค์ ขาขึ้น ตวั อยา่ งโน้ต 4 ห้อง
มอื ขวา - - ซฺ ลฺ - - ลฺ ทฺ - - ทฺ ด --ดร
มือซ้าย มฺ ฟฺ - - ฟฺ ซฺ - - ซฺ ลฺ - - ลฺ ทฺ - -
โดยแบ่งมอื ตามตาราง มือซ้าย 2 ลกู มอื ขวา 2 ลกู ไลเ่ สียงไปเรอ่ื ยๆ จากหมดลกู ฆ้อง ทำแบบนี้จนเกิดความชำนาญ
16
แบบฝึกท่ี 8
วธิ ีตี 4 พยางค์ ขาลง ตวั อยา่ งโนต้ 4 หอ้ ง
มอื ขวา ฟํ มํ - - มํ รํ - - รํ ดํ - - ดํ ท - -
มอื ซา้ ย - - รํ ดํ - - ดํ ท - - ทล --ลซ
โดยแบง่ มือ ตามตาราง มอื ขวา 2 ลูก มอื ซา้ ย 2 ลูก ไล่เสยี งไปเร่ือยๆ จากหมดลูกฆ้อง ทำแบบนี้จนเกดิ ความชำนาญ
แบบฝึกที่ 9
วธิ ีตี คู่ 4 ตวั อย่างโนต้ 4 ห้อง
มือขวา - ลฺ - ทฺ - ด-ร -ม-ฟ - ซ-ล
มอื ซา้ ย - มฺ - ฟฺ - ซฺ - ลฺ - ทฺ - ด -ร-ม
โดยตีพรอ้ มกบั ทง้ั สองมือ โดยยึดมือขวาเปน็ หลกั แล้วนับลงมา 4 ลูก (เรยี กวา่ คู่ 4 ) ไล่เสยี งไปเร่ือยๆ จากหมดลูกฆอ้ ง ทำแบบนี้
จนเกิดความชำนาญ
แบบฝกึ ที่ 10
วธิ ีการตกี รอ สามารถกรอคูต่ ่างๆ ได้ตามความเหมาะสมของทำนองเพลง การตีกรอ จะตสี ลับ มอื ซ้าย มือขวา ด้วยความเร็ว โดยให้
มอื ซ้ายลงกอ่ นมอื ขวาเสมอ ฝึกตกี รอแบบนี้จนเกิดความชำนาญ
ตวั อยา่ งการบรรเลงเพลงแขกบรเทศ ชั้นเดียว ฝกึ ปฏบิ ตั ิให้เกิดความชำนาญ
โนต้ เพลงแขกบรเทศ ชน้ั เดยี ว
ท่อน 1
มอื ขวา - - ล ล - ล ล - - ซ ซ - - ม ม - ซ – ดํ - รํ - มํ - มํ - มํ - รํ - ดํ
มอื ซา้ ย - ลฺ - - - ลฺ - - - ซฺ - - - ทฺ - - - ร - ด - ร - ม - ซ - ม - ร - ด
กลบั ตน้
ทอ่ น 2
มอื ขวา - มํ - รํ - ดํ - ล - - ซ ล - ดํ - รํ - ซ – ดํ - รํ - มํ - มํ - มํ - รํ - ดํ
มอื ซ้าย - ม - ร - ด - ล - ม - - - ด - ร - ร - ด - ร - ม - ซ - ม - ร - ด
กลบั ตน้
17
แบบบันทกึ ผลการใชแ้ บบฝึกที่ 1-10
ที่ ชอื่ -นามสกลุ ผลการปฏบิ ัติ หมายเหตุ
ปฏบิ ตั ไิ ด้ ปฏิบตั ไิ ม่ได้
18
แบบบันทกึ ผลการปฏิบัติเพลงแขกบรเทศ ชั้นเดยี ว ท่อน 1
ท่ี ช่อื -นามสกุล ผลการปฏิบัติ หมายเหตุ
ความแมน่ ยำ ความถูกตอ้ ง ความไพเราะ
19
แบบบันทกึ ผลการปฏิบัติเพลงแขกบรเทศ ชั้นเดยี ว ท่อน 2
ท่ี ช่อื -นามสกุล ผลการปฏิบัติ หมายเหตุ
ความแมน่ ยำ ความถูกตอ้ ง ความไพเราะ
20
แบบบันทกึ ผลการใชแ้ บบฝึกท่ี ……..
ที่ ชอื่ -นามสกลุ ผลการปฏบิ ัติ หมายเหตุ
ปฏบิ ตั ไิ ด้ ปฏิบตั ไิ ม่ได้
21
แบบบันทกึ ผลการปฏิบัติเพลงแขกบรเทศ ชั้นเดยี ว ท่อน 1
ท่ี ช่อื -นามสกุล ผลการปฏิบัติ หมายเหตุ
ความแมน่ ยำ ความถูกตอ้ ง ความไพเราะ
22
แบบบันทกึ ผลการปฏิบัติเพลงแขกบรเทศ ชั้นเดยี ว ท่อน 2
ท่ี ช่อื -นามสกุล ผลการปฏิบัติ หมายเหตุ
ความแมน่ ยำ ความถูกตอ้ ง ความไพเราะ
23
แบบฝกึ วีดีโอสาธิต รปู แบบออนไลน์
24
การเผยแพรส่ ่อื แบบฝกึ รูปแบบเว็บไซตอ์ อนไลน์
สามารถเขา้ ถงึ ไดต้ ลอดเวลา ผู้เรยี นผสู้ นใจ สามารถเปิดทบทวนแบบฝกึ ได้ตลอด
วธิ ีการเขา้ ใชส้ ่ือวดี ีโอ ใหแ้ สกน QR CODE เพอื่ เขา้ สู้เว็บไซต์
https://sites.google.com/myschool.host/kongwongyai/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B2
%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%81?authuser=1
จะปรากฏ แบบฝกึ คำแนะนำสำหรับนกั เรียน และคำแนะนำสำหรับครผู ู้สอน ดังรูป
เลอื่ นลงมาจะมแี บบฝึกตามค่มู ือเอกสารประกอบเป็นวีดีโอ จำนวน 10 แบบฝึก พร้อมตวั อยา่ งการบรรเลง
เพลง แขกบรเทศช้นั เดยี ว ดงั นี้
25
26
27
วธิ ีการรับชมวีดีโอผา่ นเวบ็ แบบเต็มจอ
1.คลิกทีว่ ีดโี อที่ต้องการรับชม
2.กดเตม็ หน้าจอ หรอื จดที่ สญํ ลักษณ์น้ี
28
เผนแพรบ่ นเพจ
29
ประวตั ผิ ู้จัดทำ
ชือ่ – สกุล นายชัยรตั น์ เขาแก้ว
วัน เดือน ปเี กิด 30 กรกฎาคม ๒๕36
ภูมิลำเนา อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
ทอี่ ยปู่ จั จุบัน 96/3 หมู่ 2 ตำบลเขาพระ อำเภอเดิมบางนางบวช จงั หวดั สุพรรณบรุ ี
ประวัตกิ ารศกึ ษา
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ จากโรงเรยี นวดั เขาพระ
ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนตน้ จากโรงเรียนธรรมโชติศึกษาลยั
ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย จากโรงเรียนธรรมโชตศิ กึ ษาลยั
ปรญิ ญาตรี ดนตรีศึกษา (ค.บ.) เกียรตินยิ ม อนั ดบั 1
จากมหาวทิ ยาลัยราชภฎั เทพสตรี
ตำแหนง่ หน้าท่กี ารงานปัจจบุ ัน ครู อนั ดับ คศ.1 โรงเรยี นวดั ทา่ ทอง
30