The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การสืบพันธุ์ของพืชดอกและการเจริญเติบโต

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ครูภคพร สอนวิทย์, 2022-04-09 03:03:28

การสืบพันธุ์ของพืชดอกและการเจริญเติบโต

การสืบพันธุ์ของพืชดอกและการเจริญเติบโต

การสืบพนั ธขุ์ องพชื ดอกและการเจริญเตบิ โต

นางสาวพมิ พธ์ นัญญา พบสมัย
รหสั นักศกึ ษา 64120623107

คานา

สำหรบั หนงั สอื อิเลก็ ทรอนิกส์ กำรสบื พนั ธุข์ องพืชดอกและกำร
เจรญิ เตบิ โตเลม่ นีม้ ีเนือ้ หำท่เี ขำ้ ใจงำ่ ยทำใหศ้ กึ ษำและเก็บขอ้ มลู เก่ียวกบั กำร
สบื พนั ธุข์ องพชื ดอกและกำรเจรญิ เติบโตไดถ้ กู ตอ้ ง ไม่วำ่ จะเป็นระบบเนือ้ เย่อื
ตำ่ งๆและหนำ้ ท่ีในแตล่ ะสว่ นของพืช

นางสาวพิมพธ์ นญั ญา พบสมยั รหสั นกั ศึกษา 64120623107
นกั ศึกษาปริญญาโท วทิ ยาศาสตร์ศึกษา (ชีววทิ ยา)

สารบัญ

วฏั จกั รและโครงสร้างของพืชดอก...............................................................1-2
การสืบพนั ธุ์แบบอาศยั เพศของพืชดอก........................................................3

การสร้างเซลลส์ ืบพนั ธุ์เพศผ.ู้ ...................................................3
การสร้างเซลลส์ ืบพนั ธุ์เพศเมีย................................................4
กระบวนการปฏิสนธิของพชื ...................................................5
โครงสร้างของผล....................................................................6
ชนิดของผล.............................................................................7
เปรียบเทียบโครงสร้างเมลด็ พืชใบเล้ียงเด่ียว
และเมลด็ พืชใบเล้ียงคู.่ ............................................................8
การงอกของเมลด็ พืชใบเล้ียงคู.่ ...............................................9
การงอกของเมลด็ พืชใบเล้ียงเดี่ยว..........................................10

วฏั จกั รและโครงสรา้ งของพชื ดอก 1

วฏั จักรชีวติ ของพชื ดอก

เป็นวัฏจักรชวี ติ แบบสลับ (alternation of generation) โดยพืชจะมีช่วงระยะสปอโรไฟต์ (sporophyte)

สลบั กับระยะแกมีโทไฟต์ (gametophyte) ดงั ภาพ สปอโรไฟต์

ระยะสปอโรไฟต์ (sporophyte) เมล็ด อับเรณู

ระยะแกมโี ทไฟต์ (gametophyte)

เป็นระยะที่เกิดข้ึนหลังจำกกำรปฏิสนธิ (เซลล์กำเนิดไมโครสปอร)์ เป็นระยะที่เซลล์กำเนิดสปอร์หรือสปอร์ หรือ
สปอร์มำเทอร์เซลล์ แบ่งเซลล์แบบไมโอซิส สร้ำง
ระหว่ำงเซลล์ไข่กับสเปิร์มแล้วเจริญเติบโต เอนโดสเปริ ์ม รังไข่
ไซโกต ออวุล สปอรท์ ่ีมีจำนวนโครโมโซม 1 ชดุ (n)
เป็นต้นสปอโรไฟต์เพ่ือสร้ำงสปอร์ โดย (เซลล์กำเนิดเมกะสปอร์)
สปอร์ของพืชมี 2 ชนิด คือ ไมโครสปอร์ กำรปฏสิ นธิ ไมโอซิส • ไมโครสปอร์ หรอื เรณู จะแบง่ เซลล์แบบไมโทซิส
และเมกะสปอร์ ต้นสปอโรไฟต์บำงชนิด ระยะสปอโรไฟต์ เจริญเป็นแกมีโทไฟต์เพศผู้ เพ่ือสร้ำงเซลล์
สำมำรถสร้ำงสปอร์ได้ท้ัง 2 ชนิดภำยในต้น ไมโครสปอร์ สบื พันธเุ์ พศผู้ คอื สเปิรม์ (sperm)
เดียว หรือบำงชนิดอำจสร้ำงสปอร์ได้เพียง ระยะแกมีโทไฟต์
เมกะสปอร์ • เมกะสปอร์ หรือ ถุงเอ็มบริโอ จะแบ่งเซลล์แบบ
ชนิดเดียว โดยเซลล์ในระยะนี้จะอยู่ใน เรณู ไมโทซิสเจริญเป็นแกมีโทไฟต์เพศเมีย เพื่อสร้ำง
สภำพท่ีมีจำนวนโครโมโซม 2 ชุด (2n) (แกมีโทไฟต์เพศผู้) เซลล์สบื พันธ์เุ พศเมยี คอื เซลลไ์ ข่ (egg)
เรียกว่ำ ดิพลอยด์

ไข่ (n) ถุงเอ็มบริโอ (แกมีโทไฟตเ์ พศเมีย)
สเปริ ์ม (n)

วัฏจักรและโครงสร้างของพชื ดอก 2

โครงสรา้ งของพชื ดอก กลบี ดอก เกสรเพศผู้

เปน็ ส่วนท่อี ยถู่ ดั จำกกลีบเลย้ี ง อับเรณู (anther)
มีสีสันสวยงำม ภำยในมเี ซลล์กำเนดิ ไมโครสปอร์มำเทอร์เซลล์

เกสรเพศเมยี (microspore mother cell)
ทำหนำ้ ท่ีสร้ำงไมโครสปอร์ หรอื เรณู (pollen)
ยอดเกสรเพศเมีย (stigma)
มสี ำรเหนียว หรือขนชว่ ยดกั จบั เรณู ก้านชอู บั เรณู (filament)
เปน็ ก้ำนหรอื ทอ่ ทำหนำ้ ทช่ี อู บั เรณู
ก้านชูเกสรเพศเมยี (style)
เปน็ กำ้ นท่อยำวเชื่อมตอ่ จำกยอดไปยงั รังไข่ กลบี เลย้ี ง
และเป็นทำงผ่ำนของสเปริ ์มเขำ้ ไปผสมกับ
เซลล์ไข่ เจรญิ เปลี่ยนแปลงมำจำกใบ มสี ีเขยี ว ทำหนำ้ ทหี่ อ่ หมุ้
และป้องกันอนั ตรำยแกด่ อกทอ่ี ยภู่ ำยใน
รังไข่ (ovary)
เปน็ กระเปำะอยตู่ ดิ กับฐำนดอก ภำยในอำจมอี อวลุ
เพียง 1 พู หรือมำกกวำ่ 1 พู

การสืบพนั ธแ์ุ บบอาศยั เพศของพืชดอก 3

การสร้างเซลล์สบื พนั ธ์ุเพศผู้

1ภำยในอบั เรณู มกี ลมุ่ เซลล์ เรยี กว่ำ ไมโครสปอรม์ ำเทอรเ์ ซลล์ 1 อับเรณู
(microspore mother cell) (2n) 2
ไมโครสปอร์มำเทอรเ์ ซลล์
2ไมโครสปอร์มำเทอรเ์ ซลลแ์ ต่ละเซลล์จะแบง่ เซลล์แบบไมโอซสิ ไมโอซิส (2n)
3ไดเ้ ซลลใ์ หม่เรยี กวำ่ ไมโครสปอร์ (microspore) (n)
3 ไมโครสปอร์ (n) การสรา้ งเซลล์สืบพนั ธุเ์ พศผู้
จำนวน 4 เซลล์
ไมโทซิส (microgametogenesis)
4แต่ละไมโครสปอร์จะแบ่งเซลล์แบบไมโทซสิ 1 ครั้ง ได้ 2 เซลล์ คือ
เซลลเ์ จเนอเรทีฟ (generative cell) และเซลลท์ ิวบ์ (tube cell) 4 เซลลท์ ิวบ์
5ไดเ้ รณู (pollen) หรอื แกมีโทไฟต์เพศผู้ (male gametophyte) เซลลเ์ จเนอเรทีฟ
เม่ือเรณแู กเ่ ต็มท่ี อับเรณูจะแตกออกทำให้เรณูกระจำยออกไป

5 เรณู

การสบื พันธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอก 4

การสร้างเซลล์สบื พนั ธุ์เพศเมยี 1 ภำยในรังไข่มีออวลุ และภำยในออวลุ มีเซลล์ทีเ่ รียกวำ่ เมกะสปอร์มำเทอร์เซลล์
(megaspore mother cell) (2n)
รังไข่ 1
2 เมกะสปอร์มำเทอร์เซลล์แบง่ เซลลแ์ บบไมโอซสิ ได้เมกะสปอร์
เมกะสปอร์มำเทอรเ์ ซลล์ (2n) ไมโอซสิ (megaspore) (n) จำนวน 4 เซลล์

เมกะสปอร์ (2n) 2 3 เมกะสปอรจ์ ะสลำยไป 3 เซลล์ เหลอื เพียง 1 เซลล์

การสรา้ งเซลล์สบื พนั ธ์ุเพศเมยี 3 4 เมกะสปอร์ท่เี หลอื 1 เซลล์ จะขยำยขนำดแล้วแบ่งเซลล์แบบไมโทซสิ
3 ครั้ง ได้จำนวน 7 เซลล์ 8 นิวเคลียส
(megagametogenesis) ไมโทซิส
5 ทั้ง 8 นิวเคลยี ส อยใู่ นตำแหนง่ ตำ่ ง ๆ ดงั นี้
แอนตโิ พแดล • 3 เซลล์ แต่ละเซลลม์ ี 1 นิวเคลยี สอยู่ตรงข้ำมกับไมโครไพล์ เรียกวำ่
แอนติโพแดล (antipodal)
4 • 3 เซลล์ แตล่ ะเซลลม์ ี 1 นวิ เคลยี สอยดู่ ้ำนเดียวกบั ไมโครไพล์โดย 1
เซลล์ ทำหนำ้ ทเ่ี ป็นเซลลไ์ ข่ (egg) ส่วนอีก 2 เซลล์จะอย่ดู ำ้ นขำ้ งของ
ซนิ เนอรจ์ ิด โพลำร์นวิ คลไี อ เซลล์ไข่ เรียกวำ่ ซินเนอรจ์ ดิ (synergid)
• 1 เซลลท์ เ่ี หลืออยู่ตรงกลำง เกดิ สภำพนวิ เคลยี สคู่หรือมี 2 นิวเคลียส
5 เรยี กว่ำ โพลำร์นวิ คลไี อ (polar nuclei)
โครงสรำ้ งท้งั หมดนี้ เรยี กว่ำ ถุงเอม็ บริโอ (embryo sac) หรือแกมโี ทไฟต์
เซลลไ์ ข่ เพศเมยี (female gametophyte)

การสบื พันธแุ์ บบอาศัยเพศของพืชดอก 5

กระบวนการปฏสิ นธิของพชื 23

1เรณู สเปิรม์ ผสมโพลำร์นิวคลไี อ (3n)

แอนตโิ พแดล เซลลท์ วิ บ์ ทิวบ์นวิ เคลยี ส สเปริ ม์ 2 เซลล์
โพลำร์นิวคลีไอ สเปิร์มผสมเซลล์ไข่ (2n)
เซลลเ์ จเนอเรทฟี
เซลลไ์ ข่
ซนิ เนอร์จดิ

เมื่อเรณไู ปตกลงบนยอดเกสรเพศเมีย เรณูจะแบง่ เซลล์ เซลล์เจเนอเรทฟี จะเคลอื่ นทไี่ ปตำมหลอดเรณูและแบง่ สเปริ ม์ ตวั หน่ึงจะไปผสมกับเซลลไ์ ขแ่ ล้วเจริญเปน็ ไซโกต และ
ออกเปน็ 2 เซลล์ คอื เซลล์ทิวบ์ (tube cell) ทำหนำ้ ท่ี เซลล์แบบไมโทซสิ ได้สเปิรม์ จำนวน 2 เซลล์ เข้ำสูร่ งั ไข่ สเปิรม์ อกี ตัวหนึ่งจะไปผสมกบั โพลำรน์ ิวคลไี อแล้วเจริญเปน็
งอกหลอดเรณไู ปตำมก้ำนเกสรเพศเมีย โดยแทงเขำ้ ไป เอนโดสเปริ ม์ เรยี กกำรปฏิสนธิแบบน้ีว่ำ กำรปฏสิ นธซิ ้อน
(double fertilization)
ในรงั ไขท่ ำงรไู มโครไพล์เพอื่ เขำ้ สู่ออวุล

การสืบพนั ธุ์แบบอาศยั เพศของพชื ดอก 6

โครงสรา้ งของผล

ผนังผล (pericarp) เปน็ ส่วนทเ่ี ปลย่ี นแปลงมาจากผนังรังไข่ มีลักษณะต่าง ๆ ประกอบด้วยเนอื้ เย่ือ 3 ชน้ั

ผนงั ช้นั ใน (endocarp) ผนังชั้นนอก (exocarp)

ประกอบด้วยเนอ้ื เยือ่ ชั้นเดียว หรอื หลำยชน้ั เรียกวำ่ เปลือก มีลักษณะตำ่ งกัน
มลี ักษณะหนำมำก เชน่ ผิวเรียบ ผวิ มัน ผวิ ขรขุ ระ หรืออำจมีหนำม มีขน

และบำงชนิดเปน็ เน้ือนุ่มซ่งึ รับประทำนได้ เช่น มะพร้ำว ผนังชนั้ กลาง (mesocarp)

ผลไม้ท่ัวไปมีผนังผลชั้นกลำงหนำ มเี นอื้ ออ่ นน่มุ รับประทำนได้
ยกเวน้ มะพร้ำว มีลักษณะแข็งเหมอื นเนอ้ื ไม้ เรียกว่ำ กะลำ

การสืบพนั ธ์ุแบบอาศัยเพศของพชื ดอก 7

ชนดิ ของผล

พชื ดอกแตล่ ะชนิดมีจานวนรังไขท่ แ่ี ตกต่างกัน ทาใหส้ ามารถแบง่ ลักษณะการเกดิ ผลออกเปน็ 3 ประเภท

ผลเดี่ยว ดอกของถัว่ ลันเตา เมล็ด • เมื่อเกสรเพศเมียของแต่ละดอกยอ่ ย (แตล่ ะดอกย่อยจะมเี พยี ง 1 รงั ไข่)

รงั ไข่ ผล หรอื 1 ดอก 1 รังไข่ ไดร้ ับกำรผสมจะเจรญิ เป็นผลเดยี่ วอิสระ เช่น

ถัว่ ลันเตา ถั่วลนั เตำ มะม่วง ตะขบ ส้ม ลำไย

ผลกลมุ่ ดอกราสเบอร์รี่ • เม่ือดอก 1 ดอกท่มี เี กสรเพศเมียมำกกวำ่ 1 อนั ไดร้ บั กำรผสมจะ
เจรญิ เปน็ ผลกลมุ่ ติดอยู่บนฐำนรองดอกเดยี วกัน ซง่ึ แต่ละผลอำจ
เกสรเพศเมีย ผล เบียดชิดแนน่ กันอยู่บนฐำนดอกเดยี วกัน ทำใหด้ คู ล้ำยเป็น 1 ผล
เชน่ นอ้ ยหนำ่ สตรอว์เบอรร์ ี รำสเบอรร์ ี
ราสเบอรร์ ี

ผลรวม ดอกสับปะรด (ดอกช่อ) รังไขข่ องดอกย่อย • เม่อื ดอกย่อยแต่ละดอกไดร้ บั กำรผสมจะเจริญเปน็ ผล ขณะทเี่ จริญ
เป็นผล รังไขข่ องดอกยอ่ ยอำจเชื่อมเป็นเน้ือเดียวกนั ทำใหม้ องดู
ดอกย่อย คลำ้ ยเปน็ 1 ผล เช่น สบั ปะรด ยอ ขนนุ หม่อน สำเก

สับปะรด

การสืบพันธ์ุแบบอาศัยเพศของพืชดอก 8

เปรียบเทียบโครงสรา้ งเมลด็ พชื ใบเลี้ยงเดี่ยวและเมลด็ พชื ใบเลีย้ งคู่

โครงสรา้ งเมล็ดพชื ใบเลีย้ งคู่ โครงสรา้ งเมลด็ พืชใบเลยี้ งเด่ยี ว

เปลือกเมล็ด ผนงั ผลและเปลือกเมลด็
แรดเิ คิล
เอพิคอทลิ
ใบเลีย้ ง เอนโดสเปิร์ม
ไฮโพคอทลิ โคลีออพไทล์ เอพคิ อทลิ
ใบเล้ยี ง (ปลำยหุ้มยอดแรกเกิด)
ไฮโพคอทิล
โคลีโอไรซา
แรดเิ คิล

ส่วนประกอบของเมลด็ ถ่วั ส่วนประกอบของเมล็ดขา้ วโพด

การสบื พันธแ์ุ บบอาศยั เพศของพืชดอก 9

การงอกของเมลด็ พชื ใบเลยี้ งคู่

การงอกทใ่ี บเล้ียงอยู่เหนอื ดิน เปน็ กำรงอกทตี่ น้ อ่อนใต้ใบเล้ยี ง (ไฮโพคอทลิ ) มกี ำรยืดตวั เรว็ มำกดงึ เอำใบเลย้ี ง และส่วนลำต้นเหนอื ใบเลยี้ ง (เอพคิ อทลิ )
ออกจำกเปลือกโผล่พน้ เหนอื ดิน เม่ืออำหำรในใบเลีย้ งถูกใชไ้ ปหมด ใบเล้ียงจะหลดุ ร่วงไปและมีใบแท้ทำหน้ำทส่ี ังเครำะห์ด้วยแสงสร้ำงอำหำรแทน พืชท่มี ี
กำรงอกแบบนี้ เช่น ละหุ่ง มะขำม ทำนตะวนั ถั่วเขยี ว ถว่ั ดำ พรกิ

ใบแท้ ใบแท้
ใบเลี้ยง เอพิคอทลิ

ไฮโพคอทลิ ใบเลย้ี ง ใบเลี้ยง
ไฮโพคอทลิ ไฮโพคอทลิ

แรดิเคลิ เปลือกเมล็ด

การงอกของเมล็ดถว่ั โดยชูใบเล้ยี งคู่ขึ้นเหนือดิน

การสบื พนั ธุ์แบบอาศัยเพศของพืชดอก 10

การงอกของเมล็ดพืชใบเลยี้ งเดย่ี ว

การงอกท่ใี บเลยี้ งอยู่ใต้ดิน เป็นกำรงอกที่ต้นอ่อนใต้ใบเลยี้ ง (ไฮโพคอทลิ ) เจรญิ เติบโตและมีกำรยดื ตวั ชำ้ ทำให้ยอดแรกเกิดงอกข้นึ เหนอื ดิน แต่ตน้ ออ่ นใต้ใบเลี้ยง
และใบเลี้ยงยังคงอยู่ใตด้ นิ พืชทง่ี อกแบบนี้มักเปน็ พืชใบเล้ยี งเดี่ยว เช่น ขำ้ ว ข้ำวโพด มะพร้ำว หญำ้ และพชื ใบเลี้ยงคู่บำงชนิด เช่น ถัว่ ลันเตำ

โคลีออพไทล์ ใบแท้

แรดิเคลิ

การงอกของเมล็ดข้าวโพดที่มลี กั ษณะการงอกท่มี ใี บเลีย้ งอยใู่ ต้ดนิ

บรรณานุกรม

คู่มือครู รายวชิ าชีววทิ ยา ม.5 การสืบพนั ธุ์ของพชื ดอกและการเจริญเติบโต
สืบคน้ เม่ือ 5 เมษายน 2565 จาก https://www.aksorn.com

ประวตั ผิ ู้จดั ทา

ชื่อ: นางสาวพิมพธ์ นญั ญา พบสมยั
รหสั นกั ศึกษา: 64120623107
E-MAIL:[email protected]
มธั ยมศึกษาปลาย :โรงเรียนบา้ นดุงวทิ ยา
ปริญญาตรี: วท.บ. ชีววิทยา คณะวทิ ยาศาสตร์มหาวิทยาลยั ราชภฏั อุดรธานี
กาลงั ศึกษาปริญญาโท: คม. วทิ ยาศาสตรศึกษา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อดุ รธานี


Click to View FlipBook Version