สํารวจสภาพปญหาและเสนอแนว
ท า ง ก า ร ป ร ะ ยุ ก ต ใ ช แ น ว คิ ด
่
พุทธเศรษฐศาสตรเพือการพัฒนาในระดับ
“หนวยงานภาครัฐ”หลังสถานการณแพร
ระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID 19)
คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร
มหาวิทยาลัยบูรพา
สารบัญ
CORONAVIRUS
(COVID 19)
1.ความเปนมาของไวรัสโคโรนา (COVID19)
ั
ุ
ั้
มีสาเหตจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพนธุใหมซึ่งพบเปนครง
แรกในเมืองอฮ่นของประเทศจีน ซึ่งพบการระบาดในชวงป
ั
ู
ู
ั
2019 ที่เมืองอูฮั่นของประเทศจีน ในตอนแรกเรารจกโรคนี้ในชื่อ
ี
่
ื
ื
วา “ไวรัสอูฮัน” กอนทภายหลงจะระบุเช้อกอโรคไดวาเปนเช้อ
ั
่
ุ
ในตระกลโคโรนาไวรัส แตเปนสายพันธใหมท่ไมเคยเกิดขึ้นมา
ี
ู
ื
กอน ดังน้นทางองคการอนามัยโลก จึงไดต้งช่อโรคติดตอชนิดน ้ ี
ั
ั
ื
ใหมอยางเปนทางการ โดยมีช่อวา COVID-19 เพือไมใหเกดรอย
ิ
่
มลทินกับพื้นที่ที่เกิดการระบาดของโรคดวย
่
ั
ี
็
ชื่อโคโรนากมีที่มาจากลกษณะของเชื้อไวรัสทรูปราง
ุ
ุ
คลายมงกฎ (Corona ปนภาษาละตินที่แปลวามงกฎ) เปนเชื้อ
ั
ึ
ั
ไวรัสที่มีหนามอยูรอบตว จงสามารถเกาะตวอยูในอวัยวะที่เปน
เปาหมายของเชื้อไวรัสได
โคโรนาไวรัสเปนเชื้อที่กอโรคไดทั้งในคนและสตว
ั
เนื่องจากตัวไวรัสมีสารพันธุกรรม RNA ซึ่งมีโอกาสกลายพันธุสูง
โคโรนาไวรัสเปนเชื้อที่ไมสามารถอยูเดยว ๆ ได จะแฝง
ี่
้
ํ
ตวอยในละอองฝอยจากการไอ จาม ละสารคัดหลงอยางนามก
ั
ู
ู
่
ั
ั
้
ั
ื
นําลาย เปนตน ดังน้นการแพรเช้อโคโรนาไวรัสสายพันธใหม รบ
ุ
เชื้อเขาไปในทางเดินหายใจ
2.วิธีปองกันการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุใหม
1. หลีกเลี่ยงการใกลชิดกับผูปวยที่มีอาการ
2. หลีกเลี่ยงการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยง
3. สวมหนากากอนามัยทุกครั้งเมื่ออยูในที่สาธารณะ
4. ระมัดระวังการสัมผัสพื้นผิวที่ไมสะอาด
ํ
่
5. ลางมือใหสมาเสมอดวยสบู หรือแอลกอฮอลเจล
(แอลกอฮอลไมต่ากวา 70%)
ํ
6. งดจับตา จมูก ปากขณะที่ไมไดลางมือ
ั
ั
ั
ั
ี
่
ี
ิ
7. หลกเลยงการใกลชด สมผสสตวตาง ๆ รบประทานอาหาร
สุก สะอาด
New normal คืออะไร?
ิ
ิ
New Norma แปลวา ความปกตใหม,ฐานวถีชีวิตใหม หมายถึง
่
ี
ิ
ิ
่
ี
ั
ี
ี
ื
รปแบบการดาเนนชวตอยางใหมทแตกตางจากอดต อนเนองจากม
ู
ํ
บางสิงบางอยางมากระทบ จนตองเปล่ยนแปลงไปสวิถีใหมภายใตหลัก
ู
่
ี
มาตรฐานใหมที่ไมคุนเคย
สวน “New Normal” ในบริบทสถานการณการแพร
ี
่
ระบาดของ“โควิด-19” อธิบายไดวา เปนสถานการณทเกิดขึ้นอยาง
รวดเรวและรนแรงจนแพรกระจายไปในประเทศตาง ๆ ทวโลก
ุ
่
็
ั
มนุษยชาติ จงจําเปนตองปองกันตนเองเพ่อใหมชีวิตรอดดวย
ี
ึ
ื
ิ
ี
ํ
ั
ี
ิ
ี
่
ิ
ิ
การปรบเปลยนพฤตกรรมการดารงชวตทผดไปจากวถีเดม ๆ โดยม
ิ
ี
่
การปรับหาวิถีการดํารงชีวิตแบบใหมเพื่อใหปลอดภัยจากการติดเชื้อ
ผลกระทบจากโควิด-19 (COVID-19)
ตอหนวยงานภาครัฐ
หนวยงานภาครัฐ หรือองคกรภาครัฐ เปนองคกรที่มีวัตถุประสงค
ื
เพ่อการใหบริการแกประชาชน โดยไมหวังผลตอบแทนเชิงเศรษฐกจ
ิ
ตัวอยางองคกรภาครัฐ ไดแก กระทรวง ทบวง กรมตาง ๆ เชน
ิ
ี
กระทรวงศึกษาธการ สํานักงานคณะกรรมการการอาชวศึกษา การพฒนา
ั
ฝมือแรงงาน เปนตน
ี
ู
่
ซึงหนวยงานภาครฐท่คณะผจัดทําไดนํามานําเสนอ คือ คณะ
ั
มนษยศาสตรและสังคมศาสตรของมหาวิทยาลัยบูรพาวิทยาเขตบางแสน
ุ
หนวยงานภาครัฐหรือองคกรภาครัฐ
หนวยงานภาครัฐ หรือองคกรภาครัฐ เปนองคกรทม ี
ี
่
ื
่
ั
ิ
ั
วตถุประสงคเพอการใหบรการแกประชาชน โดยไมหวงผลตอบแทน
เชิงเศรษฐกิจ ตัวอยางองคกรภาครัฐ ไดแก กระทรวง ทบวง กรม
ํ
ั
ตาง ๆ เชน กระทรวงศึกษาธการ สานกงานคณะกรรมการการ
ิ
อาชีวศึกษา การพัฒนาฝมือแรงงาน เปนตน
ู
ซึ่งหนวยงานภาครัฐที่คณะผจัดทําไดนํามานําเสนอ คือ
คณะมนุษยศาสตร ของมหาวิทยาลัยบูรพาวิทยาเขตบางแสน
คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร
มหาวิทยาลัยบูรพา
ประวตและความเปนมา
ั
ิ
ั
ุ
ั
คณะมนษยศาสตรและสงคมศาสตร ไดพฒนามาจาก
คณะวิชามนุษยธรรมศึกษาและสงคมศาสตร วทยาลัยวิชาการ
ิ
ั
่
ี
้
ื
่
ั
ศึกษาบางแสน จงหวดชลบุร ซึงกอตงเมอ พ.ศ. 2498 เปน
ั
ั
ุ
สถาบันอดมศึกษาแหงแรกในภูมิภาคของประเทศไทย สังกัด
ํ
ิ
ู
ิ
ั
่
กรมการฝกหดคร กระทรวงศึกษาธการ ทาหนาทผลตบัณฑต
ี
ิ
ู
สาขาวชาศึกษาศาสตร (กศ.บ.) วชาเอกสงคมศึกษา ภมิศาสตร
ิ
ั
ิ
ภาษาไทย ภาษาองกฤษ และศิลปศึกษา
ั
ิ
ใน พ.ศ. 2533 มหาวทยาลัยศรีนครินทรวโรฒ วทยาเขตบางแสน
ิ
ิ
ิ
ื
ั
ไดยกฐานะเปนมหาวทยาลัยเอกเทศโดยสมบูรณช่อมหาวิทยาลยบูรพา
่
คณะมนุษยศาสตรและคณะสังคมศาสตรไดรวมเปนคณะเดียวกันชอ
ื
“คณะมนษยศาสตรและสงคมศาสตร” ตามพระราชบัญญัต ิ
ุ
ั
มหาวิทยาลัยบูรพา พ.ศ. 2533
การดําเนินงานของคณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตร ในระยะ
ั
ึ
ิ
ั
ั
้
เร่มแรกใช “ตกสงคมศาสตร” ซึ่งเปนอาคารเกาตงแตสมยเปนวทยาลัย
ิ
ั
ํ
ี
่
วชาการศึกษา เปนทตงสานกงานเลขานการคณะและสานกงานฝาย
ิ
้
ั
ุ
ั
ํ
บริหาร
หลักสูตรการศึกษา
ุ
ุ
ั
ปจจบันคณะมนษยศาสตรและสงคมศาสตร มหาวิทยาลัยบูรพา
ิ
เปดทําการเรียนการสอนในหลักสูตรระดับปริญญาตรี 21 สาขาวชา และ
ิ
ิ
ิ
หลักสูตรวชาโท 12 วชาโท ,ระดับปริญญาโท 6 สาขาวชา ,ระดับ
ปริญญาเอก 1 สาขาวิชา ดังต่อไปน้ ี
ี
อกทั้ง COVID-19 น้นยงสงผลตอการดํารงชีวตของมนุษยในสังคมไม
ั
ิ
ั
นอยไมวาจะเปนระดับปจเจกหรือระดับสังคม เชน ปญหาดานสขภาพ การ
ุ
ดํารงชีวิตของมนุษยในสังคมปจจุบันท่เปล่ยนไปโดยส้นเชิง หรือที่เรียกวา
ี
ี
ิ
New normal เชน การสวมใสหนากากอนามัยในชีวิตประจําวัน รูปแบบ
การการเรียนหรือการทํางานท่เปล่ยนไป เชน การเรียนออนไลน หรือการ
ี
ี
ี
ื
ิ
ทํางานที่เรยกวา Work from home หรอสงผลกระทบใหเศรษฐกจ
ถดถอย ผูคนตกงานมากขึ้น เปนตน จะเหนไดวา COVID-19 สงผลกระทบ
็
้
ั
ตอบุคคลในสังคมหลายระดับ ซึ่งรวมถึงระดับหนวยงานภาครัฐดวย ดังนน
ํ
กลมผนาเสนอไดทาการสารวจสภาพปญหาและเสนอแนวทางการ
ํ
ํ
ู
ุ
ประยุกตใชแนวคิดพทธเศรษฐศาสตรเพ่อการพฒนาในระดับหนวยงาน
ื
ั
ุ
ั
ั
ภาครฐหลงสถานการณแพรระบาดของไวรัสโคโรนา 19 โดยยกตัวอยาง
มหาวิทยาลัยบูรพา โดยสํารวจผานเครื่องมือ SWOT Analysis
4.SWOT Analysis
SWOT Analysis คือ การวิเคราะหสภาพขององคกร ณ
ปจจุบัน เพื่อคนหา จุดแข็ง จุดดอย โอกาสและอุปสรรค ที่เกิด
ขึ้นกับทั้งภายในและภายนอกองคกร เพื่อนําไปวิเคราะหและหาวิธี
พัฒนาหรือแกไขกับปญหาที่เปนอยู ณ ปจจุบัน
SWOT สามารถแบงออกเปน 4 ขอไดดังนี้
1.Strengths คือ จุดแข็งหรือขอไดเปรียบของเรา
2.Weaknesses คือ จุดออนหรือขอเสียเปรียบของเรา
3.Opportunities คือ โอกาสที่จะสามารถดําเนินการได
4.Threats คือ ความเสี่ยง, ภัยคุกคาม, ขอจํากัด หรืออุปสรรคตาง
ๆ ที่มีตอการดําเนินการขององคกร
หลักในการใช SWOT Analysis กับธุรกิจก็คือ ผูบริหาร
ี
องคกรสามารถรับรูสถานะของบริษัท ณ ปจจุบันไดอยางทันทวงท
ซ่งการวิเคราะหภายในองคกร จะทําใหรูจุดแข็งและจุดออนของเรา
ึ
ํ
เอง และการวิเคราะหภายนอกองคกรหรือสภาพแวดลอม จะทาให
ึ
เรามองเห็นโอกาสและอุปสรรคตอการดําเนินงานได ทําใหทราบถง
การ “รูเขา รูเรา”
ั
สภาพปญหาในระดบ “หนวยงานภาครัฐ” หลัง
สถานการณแพรระบาดของไวรัสโคโรนา
(COVID-19)
1.จดแข็ง(Strengths) ของคณะมนุษยศาสตร
ุ
และสังคมศาสตรหลังสถานการณแพรระบาดของ
ไ ว รั ส โ ค โ ร นา ( COVID-19 )
ี
ิ
ุ
ํ
ั
่
1.คณะมนษยศาสตรและสงคมศาสตรมสาขาวชาทหลากหลายนาไปส ู
ี
ี
่
ี
ู
การสรางองคความรใหม ๆ เชน การปรับเปลยนหรือเปล่ยนแปลง
ั
หลกสตรในรูปแบบใหม
ู
ิ
2.คณะมนุษยศาสตรและสงคมศาสตรมีนิสตนักศึกษา
ั
ื
มากกวาคณะอ่น ๆ ในมหาวิทยาลัย คือ มีนิสิตมาก
ที่สุดเปนอันดับหนึ่งอยูที่จํานวน 3,893 คน
ี
3.มการแกไขสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม
•มีการปรับเปล่ยนรูปแบบการเรียนการสอน เชน มีการเวนระยะหาง
ี
ภายในหองเรียน มีการเรียนในรูปแบบออนไลน
ื
•อีกทั้งทางคณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตรยังมีมาตรการชวยเหลอ
ี
ิ
นสิตทขาดแคลนอุปกรณหรือไมพรอมสําหรับการเรียนออนไลน เชน มการ
ี
่
จดแพ็คเกจอินเตอรเน็ตสําหรับนิสิต และการใหยืมอุปกรณสําหรับการเรียน
ั
ออนไลน
ุ
ั
มีการจดมอบทนการศึกษาเพ่อชวยเหลือนิสิตท่ไดรบ
ั
ี
ื
ื
้
ิ
ผลกระทบจากการแพรระบาดของโรคตดเชอไวรัสโคโรนา (covid-19)
เชน คณะมนษยศาสตรและสงคมศาสตรไดมการมอบทนการศึกษา
ั
ี
ุ
ุ
ใหกับนสิตจํานวน 100 ทุน ทุนละ 3,000 บาทอกท้งศิษยเกาของทาง
ั
ี
ิ
ํ
ิ
คณะไดมีการใหทุนเพ่มจานวน 36 ทุน ทุนละ 5,000บาท เปนตน
มีการลดคาเทอม 10% ใหกับนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพาและมีการ
ี
ลดคาทพักหอใน 20% ซึงการลดคาเทอมนนสามารถชวยใหนิสิตและ
่
้
่
ั
ผูปกครองมีคาใชจายลดนอยลงในสถานการณที่เศรษฐกิจถดถอยลง
4. มีการปฏิบัติตามมาตรการแนวการปฏิบัติในการเฝาระวังการ
ิ
ั
ระบาดของไวรัสโคโรนาฉบับตาง ๆ ของมหาวทยาลัยอยางเครงครด
5.ทางคณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตรมีการจัดทําตูปนสุข
ี
6.มการจดกิจกรรมใหนสิตมการขายของหรอหารายได จากการจด
ั
ื
ั
ิ
ี
กิจกรรมการประกวดตาง ๆ เชน การประกวด folksong ที่จัดเปนประจําทุก
ป เพื่อเชิญชวนใหนิสิตในคณะและในมหาวิทยาลัยบูรพาไดมีสวนรวมใน
กิจกรรมรวมถึงไดแลกเปลี่ยนและพบปะเพื่อนตางคณะดวย
ี
ั
ี
่
ุ
นอกจากนี้คณะมนษยศาสตรและสังคมศาสตรยงมกิจกรรมทโดด
ื
ั
เดนและสรางช่อเสียงใหกบคณะได เชน ฝายสันทนาการของคณะ
มนุษยศาสตรและสังคมศาสตรไดรับเลือกใหเปนสันกลางของมหาวิทยาลย
ั
ี
บูรพา ถือวาเปนสันทนาการท่ใหญท่สุดและไดรบเลอกใหไปโชวเปนประจํา
ื
ั
ี
ทุกปในงานกิจกรรมกลางของมหาวิทยาลัยบูรพา
จุดออน (Weakness) ของคณะมนุษยศาสตร
และสังคมศาสตรหลังสถานการณแพรระบาด
ขอ ง ไว รัส โค โร นา ( COVID-19)
1.อาคารสถานท่ หองประชุม หองเรียน ตลอดจน
ี
ื
เทคโนโลยีเพ่อการสนับสนุนการปฏิบัติงานไมเพียงพอ
ั
2. การบริหารงานตาง ๆ ของคณะน้นไมสามารถ
บริหารงานหรือดาเนินกิจกรรมนอกกรอบได เพราะไมตอบ
ํ
โจทยยุทธศาสตรของมหาวิทยาลัย
่
3.ความเหลือมล้ํา การจัดการเรียนรูปแบบออนไลนไม
ํ
เพียงแตอานวยความสะดวกใหแกนิสิตเพียงอยางเดียว แตยัง
สรางความเหล่อมลาตามมาดวย
ื
ํ
้
4.ประสิทธิภาพในการศึกษาลดลง การเรียนออนไลนถึงแมจะ
ี
ั
ิ
้
สามารถสรางความสะดวกในดานการเดนทางแลวนนยังมผลกระทบตอ
ั
ิ
ู
ิ
ิ
ิ
ประสทธภาพในการศึกษาของนสตนกศึกษาและอาจารยผสอน คือ
นกศึกษาโฟกสกบการเรยนนอยลง สภาพแวดลอมอาจจะไมอานวยม ี
ํ
ั
ั
ั
ี
เสียง รบ กวน สัญ ญ าณ อินเ ทอรเ น็ตไ มเ สถียร เ ปนตน
5.การลดคาเทอม 10% นั้นนอยเกินไปหากการเรียนปรับเปลี่ยนเปน
รูปแบบออนไลน
6.การประชาสัมพันธที่ลาชาและไมมีความแนนอนหรือชัดเจน
ี
ื
7.ไมมีพ้นท่แสดงผลงานใหกับนิสิตนกศึกษา เวลานิสต
ิ
ั
นักศึกษาสรางชื่อเสียงใหกับทางคณะหรือทางมหาวิทยาลัย
8.สวัสดิการตาง ๆ ของคณะขึ้นอยูกับมหาวิทยาลัยเปนผ ู
กําหนด ทําใหสวัสดิการบางอยางนั้นไมตอบโจทยหรือไมตรงความ
ตองการของคณะ
9. ผูที่ทําการคาขายภายในมหาวิทยาลัยบูรพามีการสูญเสีย
รายไดหลังจากสถานการณแพรระบาดของไวรัสโคโรนา
เนื่องมาจากการเรียนการศึกษามีรูปแบบที่ผสมผสานระหวางการ
เรียนในสถานที่ศึกษากับการเรียนออนไลน
โอก า ส ( Opportunities) ขอ งค ณะ
มนุษยศาสตรและสังคมศาสตรหลังสถานการณ
แพรระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID-19)
่
1.เปนการสงเสริมการเรียนรูสิงใหม ๆ ทางเทคโนโลย ี
ั
หลังจากสถานการณแพรระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาน้น ทาง
ิ
ิ
ี
มหาวิทยาลัยไดมีการเพ่มรูปแบบการเรยนการสอนออนไลนทําใหนิสต
ี
้
ี
ั
และบุคลากรของมหาวทยาลยตองมการใชเทคโนโลยมากขึน เชน การ
ิ
ิ
เรียนการสอน และการนําเสนองานที่แปลกใหม ถือวาเปนการสงเสรมให
นสิตและบุคลากรหันมาใชเทคโนโลยีและแอพพลิเคช่นตาง ๆ มากขึ้น
ั
ิ
ั
ิ
และยงสามารถตอยอดโอกาสในอนาคตได เปนการเสรมสรางการใช
ี
เทคโนโลยในระยะยาว เชน เมอเขาสวัยทํางานนิสิตสามารถใช
ู
ื
่
เทคโนโลยีไดอยางคลองแคลวและสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น
2.เสริมสรางนิสัยการระมัดระวังและรูจักระแวงตอสุขภาพของผูคน
ั
ิ
คือ ทางคณะมนุษยศาสตรฯและทางมหาวทยาลยบูรพาไดม ี
มาตรการทเขมงวดกบสถานการณแพรระบาดของไวรัสโคโรนาทาให
่
ี
ั
ํ
ั
นิสิตหรือบุคลากรรวมท้งประชาชนท่เขามาทํางานในมหาวิทยาลัยได
ี
ตระหนักถึงความปลอดภัยและปองกันตัวเองมากขึ้น เชน ลางมือบอยขึ้น
ิ
ุ
สวมหนากากอนามัยในที่สาธารณะ มีการวดอณหภมรางกายและมีการ
ู
ั
ิ
ั
ํ
เฝาระวงมากขึน รวมถึงทางมหาวทยาลัยก็ไดหันมาสนใจและใสใจทา
้
ั
ิ
ั
้
ี
ความสะอาดตามสถานทตาง ๆ มากขึนกวาสถานการณปกต ดงนนหาก
่
้
ี
ในอนาคตมการแพรระบาดของเชอไวรัสหรอโรคตาง ๆ จะสามารถทาให
ํ
้
ื
ื
ั
มหาวิทยาลัย นิสิตบุคลากรรวมถึงบุคคลท่วไปสามารถรับมือกับ
สถ าน การ ณ ใ น ภ าย ภ าค ห น าไ ด
3.เปดโอกาสในการสรางนิสัยแบงปนและมีความเมตตา
ั
ิ
ั
ทางคณะมนษยศาสตรและสงคมศาสตร ทางมหาวทยาลย
ุ
ื
บูรพาและประชาชนในพ้นท่รอบ ๆ ไดทําการจัดต้งตปนสุขเพ่อเปน
ี
ู
ื
ั
การแบงปนและชวยเหลือเพ่อนมนุษยดวยกันในสถานการณแพร
ื
ิ
ื
้
ระบาดของเชอไวรัสโคโรนา 19 ถือวาเปนโอกาสในการสงเสรมใหม ี
ั
การแบงปนและตระหนกถึงความสําคัญของการใหใหกับนิสิตบุคลากร
และบุคคลท่วไปไปในตว เพราะในสถานการณแพรระบาดท่ผานมา
ี
ั
ั
ื
้
แตละบุคคลตางไดรบผลกระทบจากสถานการณแพรระบาดของเชอ
ั
็
ไวรัสโคโรนา 19 ไมมากกนอย ดังน้นการจัดต้งตปนสุขจึงเปนการ
ู
ั
ั
ชวยเหลือใหผูที่ไดรับผลกระทบไดรับผลกระทบนอยลง และยังสอนให
ทุกคนรูจักแบงปนกันอีกดวย
ุ
อปสรรค (Threats) ของคณะมนุษยศาสตรและ
สังคมศาสตรหลังสถานการณแพรระบาดของ
ไ ว รั ส โ ค โร น า ( COVID-19)
1.ความเหลื่อมล้ํา
การจัดการเรยนการสอนในรูปแบบออนไลนขึนซึ่งนิสตแตละ
ี
้
ิ
ี
ุ
่
ั
ั
ี
บุคคลน้นมตนทน หรือฐานะทางบานทไมเทากน บางคนอาจจะ
ื
ไมสามารถเรียนออนไลนไดเน่องจากไมมีอปกรณหรือไมม ี
ุ
อินเตอรเน็ตที่พรอม ซึ่งทางมหาวิทยาลัยบูรพาก็ไดมีมาตรการ คือ
ใหยืมอุปกรณในการเรียนและแจกแพ็คเกจอินเทอรเน็ตใหใชฟรี 1
ั
ี
ภาคเรยนพรอมท้งมอบทุนการศึกษาใหนิสิตนักศึกษา คณะ
มนุษยศาสตรและสังคมศาสตรทุกชั้นปจํานวน 100 ทุน
ี
แตมาตรการเหลาน้ก็สงผลใหเกิดความเหลอมลาขึ้น คือ
ื
้
ํ
่
เน่องจากวาทนการศึกษานนมีจํานวนจํากัดไมสามารถมอบใหไดกับ
ุ
ั
้
ื
ุ
ทกคน อีกท้งแพ็คเกจอินเทอรเน็ตน้นกมีเงือนไข คือ จะมอบใหกับ
ั
็
ั
่
่
นิสิตช้นปท่ 1 กอนเปนลําดับแรก เพราะเนองจากวานิสิตปช้นปท1
ื
่
ั
ั
ี
ี
น้น มีก า ร เ รียนอ อ นไ ล น 100 เ ป อ รเ ซ็น ต
ั
จะเห็นไดวา ไมวาจะเปนการใหทุนการศึกษาหรืออินเทอรเน็ตในการ
้
ี
ั
ิ
ํ
ชวยเหลือดานการศึกษา แตมาตรการเหลานมักมีขอจากด ทําใหเกด
ั
้
ํ
่
ความเหลอมลา เพราะบุคคลท่ไดรับผลกระทบหลงจากสถานการณ
ื
ี
แพรระบาดของเชอไวรัสโคโรนา 19 นั้นไมไดมีเพราะนิสตชั้นปที่ 1
ิ
ื
้
หรือ บุคคลเพียง 100 คนเทานั้น
2.กิจกรรมตาง ๆ ถูกยกเลิกหรือมีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไป
ื
ื
เนองจากกอนสถานการณการแพรระบาดของเชอไวรัสโคโรนา
้
่
ี
ุ
ั
นนทางคณะมนษยศาสตรและสงคมศาสตรไดมการจดกจกรรมตาง ๆ
ิ
ั
้
ั
เปนประจําทุกป เชน การปฐมนิเทศนิสิตนักศึกษาช้นปท 1 ทั้งของ
่
ี
ั
่
ี
ิ
มหาลัยและของคณะยังถูกปรับเปลยนเปนรูปแบบออนไลน กจกรรม
ื
กีฬาสีของแตละคณะ หรือกิจกรรมการรับนอง เพ่อสานสัมพันธความ
ี
ี
ั
ื
ู
ั
ี
เปนเพ่อน เปนพ่เปนนองของนิสตท่อยในร้วมหาลัยเดยวกน เปนตน
ิ
แตหลงจากมสถานการณการแพรระบาดของเชอไวรัสโคโรนา 19 นั้น
ื
้
ั
ี
ทําใหกิจกรรมเหลานั้นไมสามารถจดขึ้นได เพราะเปนกจกรรมทมการ
ิ
ั
ี
่
ี
ั
ั
ุ
ั
ชมนมรวมตวกนดังน้นจึงไมสามรถจดขึ้นได ทําใหกิจกรรมบางอยาง
ุ
ั
่
ตองถูกยกเลิก หรือมีการดําเนินการทลาชากวาเดิม ทาใหนสตพลาด
ํ
ิ
ี
ิ
โอกาสที่จะไดทําความรูจักเพื่อน ๆ พี่ ๆ นอง ๆ และพลาดโอกาสที่จะ
ไดสัมผัสบรรยากาศตาง ๆ ดวยตนเอง
3.ดานการบริหาร
บคลากรขาดความเขาใจในเปาหมายของคณะรวมกันทําใหเปน
ุ
อุปสรรคตอการบริหารองคกร เพราะบุคลากรหรือกลุมผูบริหารนั้นมาจาก
สาขาวิชาที่แตกตางกันดังนั้นมุมมองในการมองปญหาจึงแตกตางกันทําใหขาด
ความเขาใจในเปาหมายรวมกัน
การบริหารงานตาง ๆ ของคณะนั้นไมสามารถบริหารงานหรือดําเนิน
กิจกรรมนอกกรอบได เพราะไมตอบโจทยยุทธศาสตรของมหาวิทยาลัยแต
ตอบโจทยยุทธศาสตรของคณะซึ่งถือวา เปนอุปสรรคในการพัฒนาศักยภาพ
ดานตาง ๆ
ของการพัฒนาคณะใหดียิ่งขึ้น
ั
สรุปสภาพปญหาระดบ “หนวยงานภาครัฐ” หลัง
สถานการณแพรระบาดของไวรัสโคโรนา (COVID 19)
1.ความเหลื่อมล้ํา
2.ประสิทธิภาพในการศึกษาลดลง
3.การประชาสัมพันธที่ลาชาและไมมีความแนนอนหรือชัดเจน
จะเห็นไดวาทั้งกอนและหลังสถานการณการแพรระบาดของเชื้อ
ไวรัสโคโรนานั้นตางก็สรางปญหาใหกับมนุษยแตกตางกันไป
ื
ั
้
โดยเฉพาะหลงสถานการณแพรระบาดของเชอไวรัสโคโรนา ทาให
ํ
นิสิตนักศึกษารวมถึงบุคคลทั่ว ๆ ไปตางก็ไดรับผลกระทบ เพราะทํา
ใหมนุษยตองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลาย ๆ อยางในการดํารงชีวิต
เพื่อที่จะอยูกับสถานการณดังกลาวได อยางเชนมีการปรับเปลี่ยน
การเรียน การทํางาน ใหเปนรูปแบบออนไลน เปนตน
ิ
ุ
วเคราะหและเสนอแนวทางการประยกตใชแนวคิด
พุทธเศรษฐศาสตรเพือการพัฒนาในระดบ
ั
่
“หนวยงานภาครัฐ” หลังสถานการณแพรระบาด
ของไวรัสโคโรนา
1.กฎไตรลักษณ ์
อนิจจัง คือ ทุกสิ่งทุกอยางไมเที่ยง เปนอนิจจัง ซึ่งเปนกฎของธรรมชาติ
หมายความวาสิ่งทั้งหลายมีลักษณะเปลี่ยนแปลงอยูเสมอไป ไมมีความคงที่
ตายตัว
ทุกขัง หมายถึง ทุกสิ่งเปนทุกข ในสวนของความสุขเองก็มีทุกขแฝงอยู
เชน กลัววาความสุขนั้นจะไมยั่งยืน เปลี่ยนแปลงไป
อนัตตา หมายถึง ไมมีตัวตน สิ่งที่เรียกกันนั้นตางก็เปนขอสมมุติทั้งสิ้น ถา
ั
หากเขาใจทุกสิ่งทุกอยางตามความเปนจริงหรือเห็นอยางแจมแจงชดเจน
ถูกตองแลว ความรูสึกที่วา “ไมมีตัวตน” จะเกิดขึ้นมาเองในสิ่งทั้งปวง แต
ที่เราหลงเห็นไปวาเปนตัวเปนตนนั้น ก็เพราะความไมรูอยางถูกตองนั่นเอง
ั
้
ู
ํ
ํ
จากกฎไตรลกษณทกลมผนาเสนอไดนาเสนอมานนจะเหนไดวา การ
ั
ี
่
ุ
็
ื
้
ั
รบมอจากสถานการณการแพรระบาดของเชอไวรัสโคโรนา 19 ของคณะ
ื
มนุษยศาสตรน้นถือเปนการยอมรับในกฎไตรลักษณ คือ มีการปรับตัวหรือ
ั
ิ
ิ
รับมือกับโรคระบาดดวยวิธีการตาง ๆ เชน การปฏบัตตามมาตรการ
ั
ี
ี
่
ั
ื
ู
สาธารณสขอยางเครงครด หรอการปรบเปลยนรปแบบการเรยนใหเปน
ุ
ั
ู
รปแบบออนไลน ถือวาเปนการปรบตัวใหเหมาะสมกับสถานการณปจจุบันท ่ ี
ื
้
ั
ไมปกติเหมอนเดิม ซึงกลมผนําเสนอนนมองวา การปรับตัวตาง ๆ นนถือเปน
้
ั
ุ
ู
่
ั
ี
การยอมรบในอนิจจังหรอยอมรบในความเปลยนแปลง คือ เมอสถานการณม ี
่
่
ื
ื
ั
ี
ั
การเปลยนแปลงไปคณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตรกมีการปรบตัวตาม
่
็
สงผลใหทุกขขัง หรือความเปนทกขน้นลดนอยลงเพราะสามารถยอมรบการ
ั
ุ
ั
ั
ู
เปล่ยนแปลงและปรับตวอยกับสถานการณน้น ๆ ไดซึ่งทําใหเกิดอนตตา
ี
ั
ั
ตามมา คือ ความไมมีตัวตนหรือไมยึดกับตวตน เชน เมอสถานการณใน
ั
่
ื
ปจจุบันเปล่ยนแปลงไปแลวคณะมนุษยศาสตรก็ยอมรับวาไมมีอะไรแนนอน
ี
ี
ี
ไมไดยึดติดกับการเรยนในหองเรียนในรปแบบเกา ๆ เพียงอยางเดยว แตไดม ี
ู
ิ่
ิ
การปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนมาเปนรูปแบบออนไลนคือ ไมยึดตดในสงเกา
ั
ๆ และแสวงหาสิ่งใหม ๆ มาทดแทนแสดงใหเห็นถึงการไมยึดมั่นในอตตา
ี
ิ
2.พรหมวหาร 4 (หลักปฏิบัติที่เจาคนนายคนพึงม)
คําสอนจากพุทธศาสนาอยางพรหมวิหาร 4 ก็เปนอีกหนึ่งสิ่งที่
ผูบริหารพึงมี ซึ่งหลักธรรมแตละสวนนั้นสามารถนํามาปรับใชในการ
บริหารไดดังตอไปนี้
1.เมตตา : ความรัก หมายถึง ความปรารถนาใหผูอื่นไดรับความสุข
โดยไมหวังผลตอบแทนใด ๆ
ุ
2.กรณา : ความสงสาร หมายถึง ความปรารถนาใหผูอื่นไดพนทุกข
3.มุทิตา : มีจิตออนโยน หมายถึง ความยินดีเมื่อผูอื่นไดด ี
ุ
4.อเบกขา : การรูจักวางเฉย ทําใจเปนกลาง ไมปฏิบัติเอนเอียงดวย
ความรักหรือชัง
้
ื
หลังจากสถานการณการแพรระบาดของเชอไวรัสโคโรนา 19 นั้น
็
ี
ั
จะเห็นไดวา ผูคนตางก็ไดรับผลกระทบเชนเดยวกนไมมากกนอย ซึ่งถึงแม
ุ
สถานการณแพรระบาดดังกลาวจะกอใหเกิดความวนวายตาง ๆ มากมาย
็
ี
ู
แตกมีขอดคือเปนการสรางโอกาสใหผคนในสังคมไดรจักแบงปนหรือรจัก
ู
ู
ู
ั
การให ตวอยางเชน การจดทําตปนสุขของคณะมนษยศาสตรและ
ั
ุ
ู
สังคมศาสตร รวมถึงการจัดทําตปนสุขของมหาวิทยาลัยบูรพา ไดสราง
ู
ื
ู
โอกาสใหนิสิตนักศึกษาไดรจักใหหรือรจักแบงปนใหกับเพ่อนมนุษย
ี
ื
ิ
ดวยกนท่ไดรับผลกระทบ คือ การท่นิสตนักศึกษา อาจารยหรอบุคลากร
ี
ั
่
ั
ตาง ๆ น้นรสึกสงสารหรอเหนใจเพอนมนุษยดวยกนทไดรบผลกระทบซึ่ง
ั
ู
ั
ื
็
ื
ี
่
อาจจะมากหรือนอยกวาตน เรยกไดวา เปนความกรุณา จากนั้นจงไดนํา
ึ
ี
ของมาแชรหรือใสตปนสุขถือวาเปนความเมตตาหรือความรัก ซึ่ง
ู
หลงจากไดทาการแบงปนหรือใหกับผอ่นไปแลวน้นจะรสึกยินดีหรือมุทิตา
ั
ั
ู
ู
ํ
ื
ั
คือ ยินดท่ไดทําการใหหรือยินดีท่ผอ่นไดรับ อีกท้งการใหน้นกลมผ ู
ี
ั
ุ
ี
ื
ี
ู
ี
นําเสนอยังมองวา เปนการใหหรือการกระทําท่เกิดจากอุเบกขา เพราะ
ู
ึ
ิ
ํ
ู
ู
ี
เปนการใหโดยนาส่งของตาง ๆ มาใสไวในตโดยไมรวาผท่ไดรับเปนใครจง
ิ
เปนการใหท่ไมไดเกิดจากความรกหรอความชังแตเปนการใหท่เกดจาก
ื
ี
ี
ั
ความยินดีนั่นเอง
3.สัมมาสติ หรือความระลึกชอบ
ื
ี
ี
สติ คือ ความระมัดระวัง ความต่นตัวตอหนาท่ ภาวะท่พรอมอย ู
ิ
ู
ั
ี
่
ี
เสมอในการคอยรับรตอส่งตาง ๆ ทเขามาเก่ยวของและตระหนกรวาควร
ู
ปฏิบัติตอสิ่งนั้น ๆ อยางไร
ี
็
่
สัมมาสติ เปนหลักธรรมทชวยทําใหเราเหนถึงปญหากอนและ
หลงวาจะสามารถวางแผน วเคราะหและแกไขปญหาตรงหนาไดอยางไร
ั
ิ
ั
้
อยางเชน ในคณะมนษยนนไดรบผลกระทบจากสถานการณแพรระบาด
ุ
ั
ี
ํ
ของเชื้อไวรัสโคโรนา 19 ทาใหไมสามารถเปดการเรยนการสอนไดอยาง
ั
ปกติเพราะในบางสาขาวิชามีนิสิตนักศึกษาจํานวนมาก ซึ่งปญหาน้นทาง
คณะผูบริหารจะตองมีการวางแผน วิเคราะหวาจะหาทางแกไขปญหานี้ได
อยางไร ซึ่งทางคณะก็ไดมีการปรับเปล่ยนวิธการเรยนการสอนในรูปแบบ
ี
ี
ี
ออนไลนซึ่งสะดวกตอทั้งนิสิตและอาจารย
ิ
สัมมาสตเปนการนําหลักธรรมมาใช
ในสวนของการบริหาร
ั
ั
อกท้งสมมาสตเปนการนําหลกธรรมมาใชในสวนของการบริหาร
ี
ั
ิ
ี
ึ
ั
่
คือ การทบทวนปรบปรุง ซึ่งเปนหนงในวิธการในการบริหารจัดการโดย
ระลกชอบ โดยนาหลกสติปฎฐาน4มาใชเปนหลักธรรมใน การทบทวน
ิ
ํ
ั
ึ
และปรับปรุง คือ ทบทวนการบริหารการจัดการ ทบทวนผลของการ
ิ
ิ
ี
บริหารจัดการ ทบทวนสงท่จะดําเงินงาน ทบทวนส่งท่กําลังดําเนินการ
ี
่
ิ
่
ิ
ั
ี
ี
และทบทวนสงท่ดาเนนการแลว ซึ่งคณะมนุษยน้นไดมแผนท่จะ
ํ
ี
ี
ดําเนินการทั้งดานการวางรูปแบบหลักสูตรใหมที่เรยกวา MOOC เปนการ
ู
ํ
ี
นาหลกสตรมาใชในรปแบบของการเรยนการสอนแบบออนไลน และ
ู
ั
ิ
่
ี
็
ปรับเปลยนความแรงของอินเตอรเนตภายในคณะใหทั่วถึงและแรงย่งขึ้น
ิ
่
ี
รวมไปถึงมแผนการในการทจะทา co-working space ใหกับนสิตและ
ี
ํ
บุคลากรไดมาใชพื้นที่ในการพักผอนและทํางาน
4.สัปปุริสธรรม 7
(ถือวาเปนหลักธรรมที่เปนคุณสมบัติของคนด)
ี
กลุมผนําเสนอมีความเห็นวา การที่กลมผนําหรอกลม
ุ
ู
ุ
ื
ู
ี
้
ิ
่
ิ
ผบรหารจะสามารถแกไขปญหาตาง ๆ ทเกดขึนภายใน
ู
ิ
ี
องคกรไดอยางมประสิทธภาพนั้น จะตองมีคุณสมบัติของคน
ํ
่
ดีตามหลักธรรมสัปปุริสธรรม 7 ประการ ซึงกลมผนาเสนอได
ุ
ู
ยกมา 4 ประการจาก 7 ประการที่เกี่ยวของดังนี้ คือ
1.ธัมมัญุตา (รูจักเหตุ)
ุ
ู
หมายความวา การท่กลมผบริหารน้นจะสามารถแกไขปญหา
ี
ั
ั
้
ุ
ู
ิ
ุ
ตาง ๆ ไดอยางตรงจดนน จะตองรวาสาเหตของปญหาเกดจากอะไร
จงจะสามารถหาวธีแกไขปญหาน้น ๆ ไดอยางเหมาะสม ตวอยางเชน
ึ
ั
ิ
ั
การรวาสัญญาณอนเทอรเน็ตภายในคณะไมเสถียรนนเกิดจากอะไร
ิ
้
ู
ั
ั
ี
ั
เชน มีการติดต้งสัญญาณอินเทอรเน็ตท่นอยเกนไป ทําใหสญญาณ
ิ
ไมเสถียรหรือไมทั่วถึง เปนตน
2.อัตถัญุตา (รูจักผล)
ี
ู
ุ
ู
ู
รจักผล คือ รความหมาย รความมงหมาย รประโยชนท่ประสงค
ู
ํ
ู
รจกผลทจะเกดขึนสบเนองจากการกระทาหรอความเปนไปตามหลก
ิ
ั
ั
ื
ี
่
่
ื
ื
้
ู
ิ
เชน เมื่อกลุมผูบริหารจะวางแผนในการบรหารงานนั้น จะตองรกอนวา
ื
ิ
ํ
เมอทาไปแลวจะเกดผลอะไร อยางเชนการแกไขปญหาสญญาณ
ั
่
ั
ั
ี่
อินเทอรเน็ต คณะผูบริหารไดวางแผนที่จะปรบเปลยนแกไขโดยการจด
ี
ี
จาง บรษัทท่เชยวชาญมาสารวจและแกไขปญหา ซึ่งผลลพธท่ตามมา
ํ
ี
่
ั
ิ
ิ
อาจจะชวยใหอนเทอรเน็ตเสถียรขึ้น การดําเนินงานตาง ๆ ในองคกรม ี
ประสิทธิภาพมากขึ้น
3.อัตตัญุตา (รูจักตน)
ุ
หมายความวากลมผบริหารตองรจักตนเองหรือรจักองคกรของ
ู
ู
ู
ื
ตนเองวามีสถานภาพอยางไร มคุณทรัพยหรอเงื่อนไขตาง ๆ ในการ
ี
ุ
บรหารงานมากนอยแคไหน เพราะถาหากกลมผบรหารรจกสถานภาพ
ิ
ู
ู
ั
ิ
ของตนเองแลวจะสามารถแกไขปญหาตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม เชน หาก
ั
้
รสถานการณแพรระบาดของเชอไวรัสโคโรนา 19 สรางผลกระทบใหกบ
ื
ู
ุ
นสตหรือบุคลากรภายในองคกร กลมผปริมาณจะตองประเมนสถานภาพ
ิ
ิ
ู
ิ
ความเปนอยของตนเองกอนจึงสามารถหาแนวทางการแกไขปญหาได
ู
อยางเหมาะสม เชนการจัดตั้งทุนใหกับผูที่ไดรับผลกระทบ เปนตน
4.มัตตัญุตา (รูจักพอประมาณ)
คือ ความพอด หมายความวา การแกไขปญหาขององคกรตาง ๆ
ี
ิ
ั
้
ั
น้นตองตงอยบนหลักแหงความพอด คือ การแกไขปญหาน้นจะตองเกด
ั
ี
ู
ประโยชนสูงสุด แตวิธีการท่ใชแกไขปญหานนจะตองไมเดือดรอนตนเอง
้
ี
ั
ื
ู
และผอ่น เชน การจัดนโยบายมอบทุนการศึกษาใหกับนิสิตนักศึกษาท ่ ี
ั
ไดรบผลกระทบจากสถานการณแพรระบาดนน ตองจดขึนแบบ
ั
้
ั
้
ิ
พอประมาณไมมากเกินไปจนเบียดเบียนผูอื่นหรือไมนอยจนเกนไปจนเอา
ื
เปรียบผอ่น เชน หากไดงบประมาณจากสวนกลางมา 300,000 บาท
ู
ุ
ู
กลมผบริหารจะตองบริหารงบประมาณสวนน้ใหลงตัวและเกิดประโยชน
ี
สูงสุด เปนตน
5.หลักสันโดษ
ุ
ี
ิ
ั
สันโดษ คือ ความพอใจในส่งท่ตนมี แมกระท่งการยอมรับในจดเดนของ
ตัวเองและจุดดอยของตัวเอง สันโดษไมไดหมายความวา ตองหยุดอยกบ
ู
ั
ี
ิ
ํ
ํ
ี
ี
ท่แตจะตองมวิรยะความเพียรในการทาหนาท่ของตัวเองแตตองทาอยบน
ู
พ้นฐานในการมองโลกตามความเปนจริง โดยสันโดษน้นมีหลักอย 3
ื
ั
ู
ั
ประการดงน ี ้
ู
1.ยินดีตามที่ได คือ ยินดีในสิ่งที่เราไดมา ตัวอยางเชน กลุมผบรหาร
ิ
ี
ั
่
คณะมนุษยศาสตรและสังคมศาสตรน้นควรทจะยินดีหรือพอใจกับจุดแข็ง
ี
ื
หรอขอไดเปรยบของคณะที่มีอยู เชน มีสาขาวิชาที่มีความหลากหลาย
รวมไปถึงมีจานวนนสิตจํานวนมาก ทําใหมีความหลากหลายและโดดเดน
ิ
ํ
ู
ี
ในดานของภาษา รวมถึงเปนมหาวทยาลัยท่อยติดทะเลและแหลง
ิ
ิ
ี
ี
ทองเท่ยว ไมควรโลภมากเกินไป เชน อยากจะรับนิสตท่มีจํานวนมาก
ิ
ี
่
กวาเดิม หรือเพมสาขาวชาที่มากขึ้นไปอก ซึ่งกลมผนําเสนอมองวาการม ี
ิ
ุ
ู
ี
ความโลภท่มากเกินไปหรือความพอดีอาจจะสงผลใหจุดแข็งกลายเปน
ี
จุดออน เชน อาคารสถานท่ไมมีเพียงพอสําหรับนิสิต หรือการพัฒนา
สาขาวิชาตาง ๆ อาจจะถูกละเลยหรือไมทั่วถึง เปนตน
ี
2.ยินดีตามกําลัง คือ ยนดตามศักยภาพ กลาวคือ ถึงแมคณะ
ิ
ั
มนุษยศาสตรและสังคมศาสตรน้นจะมีสาขาวิชาท่หลากหลายแตก็ไมไดม ี
ี
ี
ศักยภาพท่มากพอในทุกสาขาวิชา เพราะบางสาขาวิชาน้นไมได
ั
ื
ุ
ตอบสนองตอโลกปจจบันหรอไมตอบโจทยตลาดแรงงานโดยตรง อยางไร
กตามกลมผบริหารก็ตองยอมรับในความสามารถและศักยภาพในการ
ู
ุ
็
พฒนาองคกรของตนเองคือ ถึงแมบางสาขาวชาจะไมไดตอบโจทย
ั
ิ
ื่
ตลาดแรงงานโดยตรงแตสาขาวิชาเหลานั้นอาจจะมีทักษะอยางอนที่ด ี
ู
หรือเปนประโยชนแฝงอย ดังน้นกลมผบริหารควรพัฒนาสาขาวิชาตาง ๆ
ั
ู
ุ
ุ
ี
่
ใหเกดความกาวหนามากทสดจากศักยภาพของตนเอง
ิ
ํ
ิ
3.ยินดีตามสมควร คือ การที่เราไมมองหาในสงที่เกนกาลงของตน
ั
ิ่
และรูวาเปาหมายที่เราตองการจริง ๆ แลวคืออะไร ซึ่งเปาหมายของคณะ
ํ
ท่จริงแลวก็คือ การผลักดันใหนิสิตทกคนเขาสตลาดแรงงานและมงานทา
ู
ี
ี
ุ
โดยใชทักษะที่ตนมีใหเกิดประโยชนสูงสุดนั่นเอง
ั
กลุมผูนําเสนอมีความเหนวา หากกลมผบรหารไดนําหลกสนโดษมา
ู
ิ
ั
ุ
็
็
ิ
ประยกตใชในการบรหารองคกรตาง ๆ นน จะทาใหเขาใจและเหนคุณคา
้
ั
ํ
ุ
้
ิ
ในองคกรของตนเองมากย่งขึน ทําใหเขาใจศักยภาพหรือความเปน
ิ
่
หนวยงานของตนเองมากย่งขึ้นซึ่งสงเหลาน้จะชวยกําจัดคุณคาเทียม(สิง
ิ
่
ี
ปรนเปรอออกไป) และคนพบคุณคาแทหรือประโยชนที่แทจริง
ุ
ู
จากการท่กลมผนําเสนอไดนําเสนอมาน้นจะเห็นไดวา
ี
ั
การบริหารงานของหนวยงานภาครัฐ หรือคณะมนุษยศาสตร
้
ั
และสังคมศาสตรนนไมวาจะสถานการณปกติหรือหลัง
สถานการณแพรระบาดของเชอไวรัสโคโรนา 19 ตางก็มีจุดแข็ง
้
ื
จดออน โอกาส และอปสรรคในการบรหารงานทแตกตางกน
ั
ุ
่
ุ
ิ
ี
ู
ออกไป ซึ่งกลมผนําเสนอมีความเห็นวาหากการบริหารงานตาง
ุ
ั
้
ๆ นนไดนาพทธเศรษฐศาสตรมาประยุกตใชจะชวยใหการ
ุ
ํ
บริหารน้น ๆ มีสิทธิภาพมากย่งขึ้น เพราะพุทธเศรษฐศาสตร
ิ
ั
ั
สอนใหมนุษยเราน้นมองส่งตาง ๆ ตามความเปนจริง อยางเชน
ิ
มตตัญตา คือ การรจักสาเหตุ คือหลักธรรมท่สอนใหมนุษย
ั
ุ
ี
ู
ิ
ื
มองหาสาเหตุของปญหาตาง ๆ อยางแทจรงเพ่อที่จะแกไข
ั
ิ
ปญหาน้น ๆ ไดอยางตรงจุด หรือหลักสัมมาสต คือ สอนให
มนุษยมีสตอยูเสมอ รวาอะไรควรทํากอนทําหลง หรอกฎไตร
ื
ิ
ั
ู
ลักษณ ที่สอนใหมนุษยยอมรับในความเปลี่ยนแปลง ไมแนนอน
ั
เชน การยอมรบและการปรับตัวหลงสถานการณการแพร
ั
ระบาดของเชื่อไวรัสโคโรนา 19 ในดานตาง ๆ เปนตน
จะเห็นไดวา บางคร้งพุทธเศรษฐศาสตรชวยบรรเทา
ั
ู
ุ
ปญหาตาง ๆ ของมนุษยใหลดนอยลงไดบาง แตกลมผนําเสนอม ี
ความเห็นวา การนําหลักพุทธเศรษฐศาสตรมาประยุกตใชกับการ
บริหารในระดับหนวยงานภาครัฐหรือในระดับองคกรนั้น เปนไปได
ั
ยากเพราะทุกคนมีความแตกตางกัน และไมใชทุกคนที่พรอมจะรบ
ิ
ุ
หรือนําหลักพทธเศรษฐศาสตรมาประยุกตใชในการบรหารงาน
ุ
ั
ตาง ๆ ไดเหมือนกัน ดังน้นกลมผนําเสนอมองวา การนําพุทธ
ู
เศรษฐศาสตรมาปรับใชน้นเหมาะกับระดบปจเจกบุคคลมากกวา
ั
ั
ใ นร ะ ดับ ห นวยง า นภา ค รัฐ ห รือ ใ นร ะ ดับ อ ง คก ร