รายวิชาการอ่านและการเขียนเชิงสร้างสรรค์ (ท 30232)
หอยทากน้อยกับ
กระต่ายจอมเกเร
เรื่อง และ ภาพ : นางสาวศศิมาภรณ์ จันทร์ทอง ม.4/1
ตัวละคร
กระต่าย
นิสัยตัวละคร : เกเร ชอบหาเรื่องผู้อื่น โอหัง ชอบใช้
กำลังกับผู้อื่น ข่มเหงคนที่อ่อนแอกว่า
หอยทาก
นิสัยตัวละคร : ฉลาด เจ้าปัญญา
มีพวกพ้อง
ลิง
นิสัยตัวละคร : มีความยุติธรรม
ซื่อสัตย์ เที่ยงตรง
หมี
นิสัยตัวละคร : มีความยุติธรรม ซื่อสัตย์ สันโดษ
ชอบช่วยเหลือผู้อื่น ตัวใหญ่แต่ใจดี
เต่า
นิสัยตัวละคร : ฉลาด มีความอดทน ชอบอยู่อย่าง
สันโดษ ไม่โอ้อวด
ในป่าอันกว้างใหญ่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีแม่น้ำลำคลองไหล
ผ่านมากมาย มีทุ่งหญ้าที่เหมาะสำหรับการหากินของสัตว์ต่างๆ แม้ใน
ป่าจะเต็มไปด้วยสัตว์นานาชนิดแต่สัตว์ทุกตัวก็สามารถอยู่ด้วยกันได้
อย่างสงบสุข อีกทั้งยังมีน้ำใจไมตรีต่อกัน ช่วยเหลือกันและไม่
เบียดเบียนกัน
อยู่มาวันหนึ่งขณะที่กระต่ายได้ออกเดินเที่ยวไปในป่า มันร้อง
ตะโกนท้าสัตว์ที่มันพบเจอไม่ว่าจะเป็นสัตว์ใหญ่หรือสัตว์เล็ก มันก็จะ
ไม่ยอมให้ผ่านไป ทำให้สัตว์ทุกตัวที่ได้ยินเสียงหรือได้พบเห็นมัน
ต้องคอยหลบหนี มันเดินมาเรื่อยๆจนมาถึงหนองน้ำที่อยู่ของเต่า
เมื่อเต่าได้ยินเสียงกระต่าย มันเลยออกมาดูและถามกระต่ายว่า "เจ้า
ยังไม่หยุดไปท้าแข่งกับสัตว์ตัวอื่นๆอีกหรอ" กระต่ายก็พูดกลับไปว่า
"เจ้ามันขี้โกง เผลออาศัยจังหวะตอนที่ข้าหยุดงีบหลับเจ้าเลยเข้าเส้น
ชัยก่อนข้า" เต่าก็พูดกลับไปว่า "เจ้าก็เป็นคนอย่างนี้ไง แพ้แล้วไม่
ยอมรับ เจ้ายังจะไปท้าคนอื่นอีกหรือ ข้าไม่ชอบคนโอหังไปให้พ้นจาก
บ้านข้า ข้ารำคาญ" กระต่ายรู้สึก
โมโหมาก มันเลยเดินออกจากที่
อยู่ของเต่า แต่ยังไม่หยุดท้ากับสัตว์อื่นๆ
ในขณะที่เดินไปร้องตะโกนไปมันได้เจอกับหอยทากที่กำลังเดินกลับ
บ้าน มันจึงร้องตะโกนท้าหอยทากให้มาวิ่งแข่งกับมันหอยทากได้ยิน
เสียงก็เดินหนีมันวิ่งมาตัดหน้าหอยทากไม่ให้เดินหนี "เราจะ
กลับบ้านเจ้ามาขวางทางเราทำไม กว่าจะถึงบ้านข้า
ก็ไกลโขอยู่" "เจ้าอย่ามาพูดมาก จะวิ่งแข่งกับข้าไหม"
หอยทากจึงตอบกลับว่า "เราวิ่งสู้เจ้าไม่ได้หรอก เจ้าวิ่งได้เป็นไมล์ๆ
ส่วนข้าตัวเล็กนิดเดียวเดินได้ไม่ถึงครึ่งเมตร เจ้าไปท้าสัตว์ตัว
อื่นเถอะ ตัวที่เขามีพละกำลังที่จะวิ่งแข่งกับเจ้า" แล้วจึง
ออกเดินต่อ
กระต่ายไม่ฟังและไม่ยอมปล่อยให้หอยทากเดินหนีแถมยังข่มขู่อีกว่า
"ถ้าเจ้าหนีข้าจะเหยียบเจ้าให้จมดิน" คำพูดของกระต่ายช่างโอหังนัก
เมื่อหอยทากได้ฟังก็เกิดความไม่พอใจจึงตอบตกลงที่จะแข่งกัน
เจ้ากระต่ายก็พูดขึ้นมาว่า "งั้นเรามาเริ่มแข่งกันเลย" แต่หอยทากก็ได้
ปฏิเสธ มันบอกกับเจ้ากระต่ายว่า "เราขอเลื่อนการแข่งเป็นวันพรุ่งนี้
เพราะวันนี้เรายังไม่พร้อมที่จะแข่งขัน" เจ้ากระต่ายก็ตอบตกลง
แต่ก่อนที่จะไปมันได้หันมากำชับหอยทากว่า "พรุ่งนี้เจ้าอย่าลืมสัญญา
ล่ะ" หอยทากพูดว่า "ก่อนที่เราจะแข่งขันกันในวันพรุ่งนี้เราจะต้องหา
คนมาเป็นกรรมการและเป็นสักขีพยานในการแข่งขันก่อนเจ้าจะว่า
อย่างไรรึ" กระต่ายก็ตอบตกลง
งั้นเราไปหาเจ้าลิงกับเจ้าหมี เพื่อให้ทั้งสองช่วยมาเป็นกรรมการและ
เป็นสักขีพยานเพราะทั้งสองมีความซื่อสัตย์ ซื่อตรงไม่เข้าข้างใคร และ
สัตว์ทั้งหลายต่างก็ให้ความนับถือ เมื่อตกลงเป็นที่เรียบร้อย ทั้งสอง
ได้พากันไปพบลิงและหมี จึงได้มุ่งหน้าพากันไปในป่าทางทิศเหนือ
ซึ่งเป็นที่อยู่ของลิงและหมี เมื่อเจอทั้งสองได้เล่าเรื่องการแข่งขันในวัน
พรุ่งนี้ให้ฟัง
ลิงกับหมีก็ตอบตกลงว่าจะช่วยเป็นกรรมการตัดสินให้กับทั้งสอง
โดยได้กำหนดการแข่งขันจะเริ่มต้นขึ้นในเวลา 6 โมงเช้าทางชายป่า
ด้านตะวันออกแล้วทั้งสองก็กลับไป
ระหว่างทางหอยทากได้คิดแผนการที่จะสั่งสอนเจ้ากระต่ายให้ได้รู้
สำนึกเสียจะได้หายโอหังข่มเหงผู้อื่นจึงกลับไปเรียกประชุมพวกพ้อง
และวางแผนกันโดยให้หอยทากไปยืนประจำที่จุดต่างๆจนถึง
เส้นชัย เมื่อกระต่ายถามอะไรก็ให้ตอบไป
เมื่อถึงเวลา 6 โมงเช้า หอยทากกับกระต่ายก็ได้มารอที่จุดนัดพบมันก็
ยังคงพูดเยาะเย้ยว่า "ยังไงเจ้าก็วิ่งสู้ข้าไม่ได้หรอกเจ้าแพ้แน่หรือเจ้า
จะยอมแพ้ตั้งแต่ตอนนี้ ฮ่าๆวันนี้สนุกแน่" หอยทากได้ยินก็นิ่งเฉยไม่
คิดต่อคำด้วยแต่ในใจกลับคิดว่า "วันนี้จะต้องสั่งสอนให้เจ้าได้รู้สำนึก
เสียบ้าง"
ผ่านไปสักพักกรรมการมาถึงก็ได้ตกลงกันโดยให้หมีเป็นผู้โบกธง
และมีลิงเป็นกรรมการอยู่ที่เส้นชัย เมื่อถึงเวลาแข่งขัน เจ้าหมีโบกธง
เพื่อเริ่มการแข่ง กระต่ายออกวิ่งอย่างเต็มที่ทิ้งหอยทากที่คลานตาม
หลังไปอย่างช้าๆ
เมื่อวิ่งแข่งไปสักครู่กระต่ายก็ตะโกนถามหอยทากว่า "เจ้าอยู่ไหนแล้ว"
หอยทากก็ตะโกนกลับไปว่า "เราอยู่หน้าเจ้า" กระต่ายได้ยินดังนั้นก็วิ่ง
ให้เร็วขึ้นเพื่อจะได้นำหน้าหอยทาก ระหว่างที่มันวิ่งก็ถามหอยทากไป
หอยทากก็ยังตอบกลับมาเหมือนเดิม
กระต่ายรู้สึกโกรธและแค้นใจมากที่วิ่งอย่างไรก็ยังตามไม่ทันมันจึง
วิ่งอย่างเต็มที่เพื่อที่จะชนะให้ได้จนขาเริ่มหมดเรี่ยวแรงเหนื่อยหอบ
ใจสั่น ทำให้มันตับแตกตายก่อนถึงเส้นชัย ในที่สุดมันต้องจบชีวิตลง
เพราะความโอหังของตัวมันเอง ทำให้สัตว์ทุกตัวในป่าแห่งนี้กลับมา
สงบสุขอีกครั้ง
คนโง่ใช้กำลังในการตัดสินแต่คนฉลาดใช้ปัญญาใน
การกระทำเหมือนกับกระต่ายที่คิดว่าตัวเองเก่งมีขาที่ยาว
วิ่งได้เร็วกว่าสัตว์อื่นแต่เหนือฟ้าก็ยังมีฟ้าจนต้องจบชีวิต
เพราะความประมาทของตัวเอง