The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

A406 รายงานผลการดำเนินงาน สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปี พ.ศ.2558 Annual report of Bureau of AIDS TB and STIs 2015

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by E-Library DAS, 2021-08-08 23:30:35

A406 รายงานผลการดำเนินงาน สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปี พ.ศ.2558 Annual report of Bureau of AIDS TB and STIs 2015

A406 รายงานผลการดำเนินงาน สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ปี พ.ศ.2558 Annual report of Bureau of AIDS TB and STIs 2015

ปญั หาอปุ สรรค
บำงพ้นื ทีย่ งั ขำดผรู้ ับผดิ ชอบโดยตรงในกำรลงโปรแกรมรบั ถุงยำงอนำมยั
ข้อเสนอแนะการแก้ไข
กำรกระจำยถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อลื่นสู่หน่วยงำนโดยตรง ทั้ง สคร., สสจ. และ รพ. ช่วยลดภำระงำนของ
สคร. และ สสจ. ในกำรบรหิ ำรจดั กำร ทงั้ ดำ้ นกำรจดั เกบ็ และกำรกระจำยถงุ ยำงอนำมยั รวมถงึ ระบบรำยงำน ตอ.100 แบบออนไลน์
ผ่ำนเว็บไซต์ของส�ำนักโรคเอดส์ฯ ช่วยให้หน่วยงำนที่ได้รับถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อล่ืนท้ังในระดับ สคร. จังหวัด และ รพ.
สำมำรถรำยงำนกำรรับ-จ่ำยถุงยำงอนำมยั และสำรหล่อล่นื ผ่ำนทำงเว็บไซต์ไดต้ ลอดเวลำ ทำ� ใหม้ คี วำมสะดวกและรวดเร็วในกำรใช้
ข้อมูล ข้อมูลมีควำมถูกต้องและครอบคลุมหน่วยงำนมำกข้ึน เน่ืองจำกหน่วยงำนที่รับถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อล่ืนทุกแห่งจัดท�ำ
รำยงำนเอง อยำ่ งไรกต็ ำมควำมตอ้ งกำรถงุ ยำงอนำมยั และสำรหลอ่ ลน่ื ยงั ไมเ่ พยี งพอตอ่ ควำมตอ้ งกำร ควรมกี ำรสง่ เสรมิ ใหห้ นว่ ยงำน
ในพนื้ ทสี่ ำมำรถจดั หำถงุ ยำงอนำมัยและสำรหล่อลน่ื ได้เองมำกข้นึ

ตารางที่ 4.2 ผลกำรสนับสนนุ ถงุ ยำงอนำมัยในกลมุ่ เป้ำหมำยต่ำงๆ ปง บประมำณ 2558

กลุ่มเป้าหมาย จำานวนเปา้ หมาย จำานวนถงุ ยางอนามัย (ช้นิ ) สาร
หลอ่ ล่นื
จาำ นวน หนว่ ย 49 มม. 52 มม. 54 มม. 56 มม. รวม (ชิ้น)

1. ผู้ใหบ้ รกิ ำรทำงเพศ 45,758 รำย 540,708 712,781 214,210 75,840 1,543,539 49,619
(ชำยและหญงิ )

2. สถำนบรกิ ำรทำงเพศ 6,871 แหง่ 882,195 1,727,311 285,057 62,850 2,957,413 724,826

3. กลุม่ ชำยที่มีเพศสัมพนั ธ์ 54,740 รำย 267,626 334,191 96,014 35,870 733,701 105,202
กบั ชำย

4. วยั ร่นุ /เยำวชน 239,757 รำย 614,369 765,378 64,059 9,250 1,453,056 14,440
(ชำยและหญงิ )

5. สถำนศึกษำ 8,383 แหง่ 330,533 407,206 54,490 5,250 797,479 6,385

6. กลุ่มที่มีพฤตกิ รรมเสีย่ ง 161,425 รำย 610,800 763,769 112,921 43,770 1,531,260 39,593
และไมเ่ ปดิ เผยสถำนะ
(ชำยและหญงิ )

7. ผู้มำรับกำรตรวจรักษำ 40,107 รำย 234,847 341,871 46,961 6,820 630,499 20,473
โรคติดตอ่ ทำงเพศส6ัมพ0นั ธ์

รวม 541,787 ราย 3,481,078 5,052,507 873,712 239,650 9,646,947 960,538

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

60 สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทำงเพศสมั พันธ์ ป พ.ศ. 2558

2.1.5 โครงการสรปุ ผลการทดสอบคณุ ภาพถุงยางอนามยั ปงี บประมาณ 2558
วภิ าดา มหรตั นวิโรจน์

หลกั การเหตุผล
โรคตดิ เชอื้ ทำงเพศสมั พนั ธแ์ ละโรคเอดส์ เปน็ โรคตดิ เชอ้ื กลมุ่ หนงึ่ ทสี่ ำมำรถตดิ ตอ่ กนั ไดโ้ ดยกำรมเี พศสมั พนั ธเ์ ปน็ สว่ น
ใหญ่ และมคี วำมเกยี่ วขอ้ งกบั พฤตกิ รรมทำงเพศของประชำกรกลมุ่ เปำ้ หมำยทม่ี ภี ำวะเปรำะบำง นอกจำกน้ี พฤตกิ รรมเสย่ี งทำงเพศ
ท่ไี มป่ ลอดภัยจำกกำรติดเชือ้ ยังปรำกฏให้เหน็ อยมู่ ำก เช่น กำรมคี นู่ อนหลำยคน กำรมเี พศสัมพนั ธ์นอกสมรส และกำรมเี พศสัมพันธ์
กับพนักงำนบริกำรทำงเพศโดยไม่ใช้ถุงยำงอนำมัย เป็นต้น จึงเป็นปัจจัยส�ำคัญท่ีเอ้ือต่อกำรแพร่กระจำยของโรคติดเชื้อทำงเพศ
สมั พนั ธ์และโรคเอดส์ สำ� นักโรคเอดสฯ์ จึงด�ำเนนิ กำรสนับสนุนถงุ ยำงอนำมัยและสำรหลอ่ ลื่นอยำ่ งต่อเนอื่ ง ให้แก่ 4 กล่มุ เปำ้ หมำย
ไดแ้ ก่ กลุม่ ผใู้ ห้บรกิ ำรทำงเพศ กลุ่มชำยที่มเี พศสมั พนั ธก์ บั ชำย กลุ่มเยำวชน และกลุ่มประชำกรท่มี ีพฤตกิ รรมเสีย่ งและไมเ่ ปดิ เผย
สถำนะ โดยกระจำยผ่ำนทำงส�ำนักงำนป้องกันและควบคุมโรคท่ี 1-12 ส�ำนักงำนสำธำรณสุขทุกจังหวัด และส�ำนักอนำมัย
กรุงเทพมหำนคร ถุงยำงอนำมัยที่จัดซ้ือ จึงจ�ำเป็นต้องมีกำรชักตัวอย่ำงเพื่อตรวจสอบคุณภำพถุงยำงอนำมัย โดยส�ำนักรังสีและ
เคร่ืองมือแพทย์ กรมวิทยำศำสตร์กำรแพทย์ เพื่อให้ประชำกรกลุ่มเป้ำหมำยดังกล่ำวได้ใช้ถุงยำงอนำมัยท่ีมีคุณภำพในกำรป้องกัน
โรคตดิ ต่อทำงเพศสมั พนั ธแ์ ละโรคเอดสต์ อ่ ไป
วตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือใหไ้ ดถ้ ุงยำงอนำมัยทีม่ คี ุณภำพตำมมำตรฐำนของกรมควบคมุ โรค
สรุปผลการดาำ เนนิ งาน
1. ประสำนงำนกบั สำ� นกั รงั สแี ละเครอื่ งมอื แพทย์ กรมวทิ ยำศำสตรก์ ำรแพทย์ ในกำรทดสอบคณุ ภำพ ถงุ ยำงอนำมยั
2. โอนเงนิ คำ่ ตรวจสอบคณุ ภำพถุงยำงอนำมัยใหส้ �ำนักรังสแี ละเครื่องมือแพทย์ กรมวิทยำศำสตรก์ ำรแพทย์
3. ประสำนงำนกบั บรษิ ทั ผขู้ ำย เพอื่ ชกั ตวั อยำ่ งถงุ ยำงอนำมยั สง่ ตรวจสอบคณุ ภำพทส่ี ำ� นกั รงั สแี ละเครอ่ื งมอื แพทย์
กรมวทิ ยำศำสตร์กำรแพทย์
4. สรุปผลกำรทดสอบคุณภำพถงุ ยำงอนำมัย
หน่วยงำนท่ีรับกำรสนับสนุนถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อล่ืนจำกส�ำนักโรคเอดส์ฯ ประกอบด้วยส�ำนักงำนป้องกัน
ควบคมุ โรคที่ 1-12 สำ� นกั งำนสำธำรณสขุ จงั หวดั 76 จงั หวดั โรงพยำบำล 746 แหง่ สำ� นกั อนำมยั กรงุ เทพมหำนคร และคลนิ กิ บำงรกั
โรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์ โดยกระจำยใหห้ น่วยงำน แบง่ เป็น 2 งวด
ผลกำรทดสอบคณุ ภำพถุงยำงอนำมัย
งวดที่ 1
วันที่ 5 มีนำคม 2558 สำ� นกั โรคเอดสฯ์ ไดช้ กั ตัวอย่ำงถงุ ยำงอนำมัย ณ คลงั สนิ ค้ำ บรษิ ัทไทยนปิ ปอน รบั เบอร์
อนิ ดัสตร้ี จำ� กัด ผขู้ ำยสง่ ตวั อยำ่ งถงุ ยำงอนำมยั ขนำด 49 มลิ ลิเมตร (มม.) จำ� นวน 9 ตัวอย่ำง และ บริษทั เกอร์เทก็ จ�ำกดั ผขู้ ำย
สง่ ตัวอย่ำงถุงยำงอนำมัย ขนำด 52 มม. จ�ำนวน 17 ตัวอยำ่ ง และตัวอยำ่ งถงุ ยำงอนำมยั ขนำด 54 มม. จ�ำนวน 6 ตัวอย่ำง ให้สำ� นัก
รังสีและเคร่ืองมือแพทย์ ตรวจสอบคุณภำพ ซึ่งผลกำรทดสอบเม่ือวันที่ 20 มีนำคม 2558 พบว่ำ ตัวอย่ำงถุงยำงอนำมัยขนำด
49 มม. หมำยเลขวเิ ครำะห์ท่ี 0458-001139 ถึง 0458-001147 ผำ่ นเกณฑ์มำตรฐำน และวันท่ี 9 เมษำยน 2558 ตัวอย่ำงถงุ ยำง
อนำมัยขนำด 52 มม. และ 54 มม. หมำยเลขวิเครำะห์ที่ 0458-001148 ถึง 0458-001170 ผำ่ นเกณฑม์ ำตรฐำน โดยตัวอย่ำง
ถุงยำงอนำมยั ขนำด 49 มม. มีปรมิ ำตรขณะแตก เฉล่ยี ไม่น้อยกว่ำ 25 ลกู บำศก์เดซิเมตร (ลบ.ดม.) และตวั อยำ่ งถุงยำงอนำมัย
ขนำด 52 มม. และ 54 มม. มปี ริมำตรขณะแตก เฉลยี่ ไมน่ ้อยกวำ่ 30 ลบ.ดม.

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

สำนกั โรคเอดส์ วณั โรค และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ ป พ.ศ. 2558 61

งวดท่ี 2
วนั ท่ี 26 มีนำคม 2557 สำ� นกั โรคเอดส์ฯ ได้ชักตัวอย่ำงถุงยำงอนำมยั ณ คลงั สินค้ำ บรษิ ทั ไทยนิปปอน รบั เบอร์
อนิ ดสั ตร้ี จำ� กดั ผขู้ ำย สง่ ตวั อยำ่ งถงุ ยำงอนำมยั ขนำด 49 มม. ใหส้ ำ� นกั รงั สแี ละเครอ่ื งมอื แพทย์ ตรวจสอบคณุ ภำพ จำ� นวน 6 ตวั อยำ่ ง
ซ่ึงผลกำรทดสอบ เมือ่ วนั ท่ี 10 เมษำยน 2558 พบวำ่ ตัวอยำ่ งหมำยเลขวเิ ครำะห์ที่ 0458-001830 ถึง 0458-001835 ผ่ำนเกณฑ์
มำตรฐำน โดยตวั อย่ำงถงุ ยำงอนำมยั ขนำด 49 มม. มปี รมิ ำตรขณะแตก เฉล่ยี ไมน่ อ้ ยกวำ่ 25 ลบ.ดม.
วันที่ 6 พฤษภำคม 2558 ส�ำนักโรคเอดสฯ์ ได้ชกั ตวั อย่ำงถุงยำงอนำมยั ณ คลังสินค้ำ บริษัทไทยนิปปอน รับเบอร์
อนิ ดสั ตรี้ จำ� กดั ผขู้ ำย สง่ ตวั อยำ่ งถงุ ยำงอนำมยั ขนำด 56 (ซอื้ เพมิ่ เตมิ ) ใหส้ ำ� นกั รงั สแี ละเครอ่ื งมอื แพทย์ ตรวจสอบคณุ ภำพ จำ� นวน
3 ตัวอย่ำง ผลกำรทดสอบ เม่อื วนั ที่ 25 พฤษภำคม 2558 พบวำ่ หมำยเลขวเิ ครำะห์ที่ 0458-002437 ถึง 0458-002439 ผ่ำนเกณฑ์
มำตรฐำน โดยตวั อย่ำงถงุ ยำงอนำมยั 56 มม. มปี รมิ ำตรขณะแตก เฉล่ียไม่นอ้ ยกว่ำ 30 ลบ.ดม.
วนั ที่ 14 กรกฎำคม 2558 บรษิ ทั เกอรเ์ ทก็ จำ� กดั ผขู้ ำย สง่ ตวั อยำ่ งถงุ ยำงอนำมยั ขนำด 52 มม. จำ� นวน 12 ตวั อยำ่ ง
และตวั อยำ่ งถงุ ยำงอนำมยั ขนำด 54 มม. จำ� นวน 4 ตวั อยำ่ ง ใหส้ ำ� นกั รงั สแี ละเครอื่ งมอื แพทย์ ตรวจสอบคณุ ภำพ ซง่ึ ผลกำรทดสอบ
เมอื่ วนั ที่ 6 สงิ หำคม 2558 พบวำ่ ตวั อยำ่ งหมำยเลขวเิ ครำะหท์ ่ี 0458-004086 ถงึ 0458-004100 ผำ่ นเกณฑม์ ำตรฐำน โดยตวั อยำ่ ง
ถงุ ยำงอนำมยั ขนำด 52 มม. จำ� นวน 12 ตวั อยำ่ ง และตวั อยำ่ งถงุ ยำงอนำมยั ขนำด 54 มม. จำ� นวน 4 ตวั อยำ่ ง มปี รมิ ำตรขณะแตก
เฉลย่ี ไม่นอ้ ยกว่ำ 30 ลบ.ดม.
ปจั จยั ความสาำ เร็จ
บริษัทที่ตรวจรับถุงยำงอนำมัยแล้ว สำมำรถฝำกถุงยำงอนำมัยไว้จนกว่ำบริษัทท่ีกระจำยถุงยำงอนำมัยพร้อม
ตำมสัญญำ ท�ำให้สำมำรถเบกิ จำ่ ยงบประมำณได้ตำมก�ำหนดเวลำ
ปัญหาอปุ สรรค
ในกำรชกั ตวั อยำ่ ง บรษิ ทั ผขู้ ำยไมไ่ ดเ้ ตรยี มพนกั งำนในกำรยกลงั เพอ่ื ชกั ตวั อยำ่ ง ทำ� ใหต้ อ้ งใชเ้ วลำมำกในกำรดำ� เนนิ กำร
ข้อเสนอแนะการแก้ไข
แนะนำ� ใหท้ ำงบรษิ ทั จดั ถงุ ยำงอนำมยั แยกแตล่ ะรำยกำรใหเ้ ปน็ สดั สว่ น งำ่ ยตอ่ กำรชกั ตวั อยำ่ งสง่ ตรวจสอบคณุ ภำพ
2.1.6 โครงการสง่ เสรมิ การเขา้ ถงึ บรกิ ารปอ้ งกนั และดแู ลรกั ษาโรคเอดส์ วณั โรค และโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์
และโครงการจดั บรกิ ารเชงิ รกุ เพือ่ คน้ หาโรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพนั ธใ์ นเรอื นจาำ

เครือทพิ ย์ จันทรธานีวัฒน์ และผอ่ งเพ็ญ ตัง้ จติ พินจิ การ

หลกั การเหตุผล
ผตู้ อ้ งขงั เปน็ กลมุ่ ประชำกรทเ่ี สย่ี งตอ่ กำรตดิ เชอื้ เอชไอวแี ละโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธม์ ำกกวำ่ กลมุ่ ประชำกรทวั่ ไป

แต่กลับถูกละเลยและไม6่ค2่อยได้รับกิจกรรมป้องกันเอชไอวี/โรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์อย่ำงเพียงพอและทั่วถึง ส�ำนักโรคเอดส์ฯ

จึงจัดท�ำโครงกำรส่งเสริมกำรเข้ำถึงบริกำรป้องกันและดูแลรักษำเอชไอวี และส่งเสริมกำรเข้ำถึงบริกำรให้แก่ผู้ต้องขังด้วยกำร
จัดบริกำรเชิงรุก โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือสร้ำงควำมรู้ควำมเข้ำใจเรื่องโรคเอดส์แก่ผู้คุมเพื่อให้เกิดควำมร่วมมือในกำรด�ำเนินงำน
พัฒนำผู้ต้องขังเป็นแกนน�ำ เพื่อขยำยผลกำรให้ควำมรู้ต่อไปยังเพื่อผู้ต้องขัง พัฒนำระบบส่งต่อระหว่ำงเรือนจ�ำและโรงพยำบำล
ใหเ้ หน็ ปญั หำซงึ่ กนั และกนั สรำ้ งระบบบรกิ ำรทเี่ ออ้ื ตอ่ เรอื นจำ� ลดขนั้ ตอนกำรบรกิ ำร รวมทงั้ รว่ มมอื พฒั นำเชอื่ มตอ่ กำรดแู ลสขุ ภำพ
ผู้ตอ้ งขังท่เี ป็นระบบ

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

62 สำนักโรคเอดส์ วณั โรค และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธ์ ป พ.ศ. 2558

ในเรอื นจ�ำ วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื สง่ เสรมิ กำรเขำ้ ถงึ ขอ้ มลู ขำ่ วสำรและบรกิ ำรปอ้ งกนั เอชไอว/ี เอดส์ และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธใ์ นเรอื นจำ�
2. เพื่อปรบั ทัศนคติเจำ้ หน้ำทผี่ ู้ดูแลผตู้ ้องขงั ให้มีควำมร้คู วำมเข้ำใจเรื่องโรคเอดส์และโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์
3. เพอ่ื พฒั นำศกั ยภำพผตู้ อ้ งขงั ใหเ้ ปน็ แกนนำ� และมสี ว่ นรว่ มในกำรปอ้ งกนั โรคเอดสแ์ ละโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์
4. เพื่อพัฒนำระบบส่งตอ่ ผตู้ อ้ งขงั ให้ได้รบั กำรรกั ษำดว้ ยยำต้ำนไวรัสเอดส์
5. เพื่อพัฒนำรูปแบบกำรให้บริกำรเชิงรุก สง่ เสริมกำรค้นหำและรกั ษำ HIV/AIDS และ STIs

สรุปผลการดำาเนนิ งาน
กำรดำ� เนนิ งำนตำมผลผลติ คือ มีจำ� นวนเครอื ขำ่ ยเปำ้ หมำยทีไ่ ด้รบั กำรสนับสนนุ เสรมิ สร้ำงศกั ยภำพในกำรป้องกัน
ควบคมุ โรคเอดสแ์ ละโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พันธใ์ นกลมุ่ ผูต้ อ้ งขงั 12 หนว่ ยงำน
- จำ� นวนผูค้ ุมที่ผำ่ นกำรอบรม 517 คน
- จำ� นวนแกนน�ำผตู้ อ้ งขังท่ผี ำ่ นกำรอบรมให้ควำมรู้ 1,990 คน
- จ�ำนวนผู้ตอ้ งขังท่ผี ่ำนกำรคัดกรองเอชไอวี 3,459 รำย
- จ�ำนวนผู้ตอ้ งขังทผ่ี ำ่ นกำรคัดกรองวณั โรค 5,900 รำย
1. กจิ กรรมระดมสมองมมุ มองของเจำ้ หนำ้ ที่เรอื นจำ� และผเู้ ก่ียวขอ้ ง
สถำนกำรณ์ปญั หำ เรอื นจ�ำแออัด มีผ้ตู ้องขงั จ�ำนวนมำก เม่อื ผู้ตอ้ งขงั ปว่ ยดว้ ยโรคตดิ เชอ้ื เชน่ หิต หวัด โรคผวิ หนงั
อำหำรเป็นพิษ โรคระบบทำงเดนิ อำหำร หรอื วัณโรค ก็จะเกิดกำรแพรร่ ะบำดอยำ่ งงำ่ ยดำยและรวดเรว็ ห้องแยกผู้ปว่ ยติดเช้อื TB
มีไม่เพียงพอและไม่ได้มำตรฐำน นอกจำกนี้ยังพบปัญหำ โรคไม่ติดต่อ NCD เบำหวำน ควำมดันโลหิตสูง หลอดเลือดในสมอง
รวมทง้ั ควำมเครียด ภำวะทำงสุขภำพจติ ผู้ต้องขังปกปดิ อำกำรป่วย ไม่ทรำบอำกำรป่วยของตัวเองเป็นสำเหตุในกำรแพรก่ ระจำย
เชอื้ ขำดกำรประสำนงำนในกำรยำ้ ยผตู้ อ้ งขงั ระหวำ่ งฝำ่ ยรำชทณั ฑป์ ฏบิ ตั กิ บั สถำนพยำบำล นอกจำกนพ้ี บวำ่ บำงเรอื นจำ� มขี อ้ จำ� กดั
เรอื่ งกำรใช้ถุงยำงอนำมัยในเรอื นจ�ำ
2. กจิ กรรมที่เรือนจำ� ดำ� เนินกำร
กำรตรวจสุขภำพผู้ตอ้ งขงั รบั ใหมท่ ุกรำย มกี ำรคัดกรอง TB/HIV (รำยใหม่/ปละครัง้ ) กำรใหค้ วำมรู้เจำ้ หน้ำที่เรอื น
จ�ำเรอื่ งโรคตดิ ตอ่ ทสี่ ำ� คญั เพอื่ ใหเ้ กดิ ควำมรว่ มมอื เมอื่ มโี รคตดิ ตอ่ ระบำด มกี ำรอบรมควำมรแู้ กผ่ ตู้ อ้ งขงั สรำ้ งแกนนำ� (อสรจ) ทกุ เรอื นนอน
อบรมผู้ต้องขังหน้ำเสำธง แจกส่ือ แผ่นพับควำมรู้เก่ียวกับโรคติดต่อ และไม่ติดต่อ โรคระบำดตำมฤดูกำล ประสำนงำนกับหน่วย
บริกำรสุขภำพ/โรงพยำบำลเพ่ือด�ำเนินงำนส่งเสริมสุขภำพป้องกันควบคุมโรคและกำรตรวจรักษำ และมีระบบส่งต่อผู้ป่วยเพ่ือรับ
กำรรักษำ มกี ำรคัดกรอง ทนั ตกรรมปละครัง้ รวมท้ังกิจกรรมรณรงคเ์ กีย่ วกับโรคตำมปฏทิ นิ เชน่ วนั เอดสโ์ ลก วนั งดสบู บุหรโี่ ลก
วันวณั โรคโลก เปน็ ตน้
3. ควำมคำดหวงั
เครอื ขำ่ ยรว่ มดำ� เนนิ กำรแบบมสี ว่ นรว่ ม ไดแ้ ก่ โรงพยำบำล สำธำรณสขุ จงั หวดั สำ� นกั งำนปอ้ งกนั ควบคมุ โรค องคก์ ร
พัฒนำเอกชนในพื้นท่ีศูนย์วิชำกำร มีกระบวนกำรท�ำงำนอย่ำงต่อเน่ืองและมีกำรบูรณำกำร มีระบบจัดกำรงบประมำณให้ชัดเจน
และตอ่ เน่ือง เพือ่ ดำ� เนนิ กำร ดังนี้
- VCT แรกรบั และก่อนพ้นโทษ โดยหนว่ ยงำนเครือข่ำย
- เปิดช่องทำงลดั ในกำรตดิ ตอ่ ประสำนงำนระหว่ำงโรงพยำบำลและเรอื นจำ�
- หอ้ งควบคมุ เฉพำะสำ� หรบั ผตู้ อ้ งขงั ปว่ ยทโ่ี รงพยำบำล เพอ่ื ลดปญั หำ ขำดแคลนผคู้ มุ เฝำ้ ผตู้ อ้ งขงั ปว่ ย และปอ้ งกนั
กำรหลบหนีของผู้ตอ้ งขังระหว่ำงนอนโรงพยำบำล
- มีกำรตรวจสุขภำพประจ�ำผูต้ อ้ งขงั ทุกคนจำกเครือข่ำยสำธำรณสขุ อย่ำงน้อยปละคร้ัง
- มีกำรคน้ หำโรค คัดกรองโรคต่ำงๆ เช่น เบำหวำน, ควำมดันโลหิต, วัณโรค, HIV และpap smear
- สรำ้ งเสริมสขุ ภำพใหผ้ ู้ต้องขังสำมำรถดแู ลตนเองได้ และสำมำรถดำ� รงชวี ิตได้อย่ำงสุข

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพันธ์ ป พ.ศ. 2558 63

- สร้ำงอำสำสมคั รเป็นทีป่ รกึ ษำของเพอ่ื น ในกำรให้ควำมร้ดู ้ำนสุขภำพไดอ้ ย่ำงถกู ต้อง
- เพิม่ จ�ำนวนอำสำสมคั รผตู้ อ้ งขงั ในเรือนจ�ำ ให้มำกขึน้ ครอบคลุมเพียงพอ
- มแี พทยเ์ ฉพำะโรค (HIV) เข้ำไปบริกำรแกผ่ ูต้ ้องขังปว่ ยภำยในเรือนจำ�
- หอ้ งแยกโรค โดยเฉพำะ TB
- หน่วยงำนผเู้ กีย่ วขอ้ งให้กำรสนบั สนนุ ทง้ั บุคลำกร วัสดุ เวชภัณฑ์ งบประมำณ
ปจั จัยความสำาเร็จ
1. เกิดภำคีเครือข่ำยควำมร่วมมือระหว่ำงหน่วยงำน ส�ำนักงำนป้องกันควบคุมโรค ส�ำนักงำนสำธำรณสุขจังหวัด
โรงพยำบำล และเรอื นจ�ำ รว่ มมอื ด�ำเนนิ กิจกรรม
2. หน่วยสำธำรณสุข เข้ำใจปัญหำด้ำนสุขภำพของเรือนจ�ำมำกย่ิงขึ้น ขยำยผลต่อยอดด้ำนกำรป้องกัน
ส่งเสริม ควบคุมโรค และภัยสขุ ภำพ โดยวำงแผนกำรจดั กจิ กรรมดำ้ นสุขภำพใหแ้ ก่ผู้ตอ้ งขัง
3. สำ� นกั งำนป้องกันควบคุมโรค สำ� นักงำนสำธำรณสขุ จงั หวดั โรงพยำบำล และเรอื นจ�ำทกุ แห่งทเี่ ข้ำรว่ มโครงกำร
พรอ้ มให้ควำมรว่ มมอื ดำ� เนนิ โครงกำรในเรอื นจำ� ตอ่ ในปงบประมำณหน้ำ หำกไดร้ บั กำรสนับสนุนงบประมำณ
ปญั หาอุปสรรค
ไม่มี
ขอ้ เสนอแนะ
1. ควรมีงบประมำณจำกส่วนกลำงสนับสนุนกำรด�ำเนินกิจกรรมน�ำร่องในเรือนจ�ำต่อเนือง อีก 2 ป ให้แต่ละ
สคร. เพื่อดำ� เนินกำรกจิ กรรมตน้ แบบ หลงั จำกน้นั ขับเคลอ่ื นให้ สคร. ใชง้ บประมำณของตนเอง
2. ส่วนกลำงกำรสนบั สนนุ ด้ำนวชิ ำกำร ดำ้ นนโยบำย
3. พฒั นำระบบสง่ ต่อระหวำ่ งเรือนจำ� และโรงพยำบำล เพอ่ื ใหผ้ ตู้ ้องขงั ทีป่ ว่ ยไดร้ บั กำรดูแลรกั ษำตำมสิทธิ
4. ผลักดันใหก้ ำรตรวจ HIV TB STIs เข้ำสู่ระบบปกติของเรอื นจำ� เจ้ำหน้ำท่เี รือนจ�ำสำมำรถตรวจคดั กรองได้
2.1.7 โครงการพัฒนาศกั ยภาพการปอ้ งกันการติดเช้ือเอชไอวแี ละการดูแลรักษาในกลุ่มพนกั งานบริการหญิง

วิภาดา มหรตั นวิโรจน์ และชนัดดา ตง้ั วงศจ์ ลุ เนยี ม

หลกั การเหตุผล
สถำนกำรณ์ผู้ป่วยเอดส์และผู้ติดเชื้อที่มีอำกำรในประเทศไทยล่ำสุด (30 กันยำยน 2555) ส�ำนักระบำดวิทยำ
รำยงำนว่ำมียุทธศำสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหำเอดส์แห่งชำติ พ.ศ. 2557 - 2559 ก�ำหนดเป้ำหมำยท่ีจะลดกำรติดเช้ือเอชไอวี
รำยใหมใ่ หไ้ ด้ 2 ใน 3 จำกท่คี ำดประมำณในป พ.ศ. 2559 และกำรรับและถำ่ ยทอดเชอ้ื ฯ ผำ่ นกลุ่มพนักงำนบรกิ ำรหญงิ (female

sex worker) คิดเปน็ สดั6ส4ว่ นร้อยละ 11 ของจำ� นวนกำรติดเชอ้ื ฯ รำยใหมใ่ นระหวำ่ งป พ.ศ. 2559-2559

แม้ว่ำอัตรำควำมชุกกำรติดเช้ือเอชไอวีในกลุ่มพนักงำนบริกำรหญิง จะมีแนวโน้มท่ีลดลงมำกหลังจำกนโยบำย
ถุงยำงอนำมัย 100% หำกแต่ในช่วงหลังอัตรำกำรลดลงของควำมชุกกำรติดเช้ือฯ น้อยลง ข้อมูลล่ำสุดในป พ.ศ. 2556 ผลกำร
เฝ้ำระวงั กำรตดิ เชือ้ เอชไอวีประเทศไทยในกลมุ่ พนักงำนบริกำรหญงิ ตรง และแฝงเปน็ ร้อยละ 2.00 และ 1.96 ตำมลำ� ดับ ในขณะท่ี
เป้ำหมำยยุทธศำสตร์ฯเอดส์แห่งชำติ พ.ศ. 2557-2559 ก�ำหนดไว้ท่ี ร้อยละ 1.0 ในป พ.ศ. 2559 อีกท้ังลักษณะกำรท�ำงำน
ของพนักงำนบริกำรหญิงเปล่ียนแปลงไปเป็นลักษณะไม่เปิดเผย และไม่มีสถำนบริกำรสังกัด ท�ำให้กำรท�ำงำนเข้ำถึงกลุ่มท�ำได้ยำก
ทำ� ใหโ้ อกำสกำรเขำ้ ถงึ บรกิ ำรนอ้ ยลงเพอ่ื ใหก้ ำรดำ� เนนิ งำนกำรปอ้ งกนั กำรตดิ เชอื้ เอชไอวี โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ และบรกิ ำรดแู ล
สุขภำวะทำงเพศและอนำมัยเจริญพันธ์ส�ำหรับพนักงำนบริกำรหญิงในพ้ืนที่กำรด�ำเนินงำนส�ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคได้
ตำมมำตรฐำน และมีกำรเช่อื มโยงกำรดำ� เนินงำนระหวำ่ งภำครัฐและภำคประชำสงั คม ส�ำนักโรคเอดสฯ์ จึงได้จดั ท�ำโครงกำรข้นึ

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

64 สำนกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์ ป พ.ศ. 2558

วตั ถุประสงค์
เพอื่ พัฒนำศกั ยภำพบุคลำกรกำรด�ำเนินงำนปอ้ งกนั กำรติดเชื้อเอชไอวี/โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธ์ สำ� หรบั พนกั งำน
บรกิ ำรหญิง ผลผลติ โครงกำร บุคลำกรได้รับกำรพัฒนำศักยภำพกำรป้องกนั กำรติดเชือ้ เอชไอวีและกำรดแู ลรกั ษำใน
กลุม่ พนักงำนบรกิ ำรหญิง 12 หน่วยงำน

สรปุ ผลการดาำ เนินงาน
จดั อบรมมำตรฐำนกำรดำ� เนนิ งำนปอ้ งกนั กำรตดิ เชอื้ เอชไอว/ี โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ สำ� หรบั พนกั งำนบรกิ ำรหญงิ
รนุ่ 4 ณ วนั ท่ี 18-20 มนี ำคม 2558 ประกอบดว้ ยสำ� นกั งำนปอ้ งกนั ควบคมุ โรคท่ี 1-12, สำ� นกั งำนสำธำรณสขุ จงั หวดั 10 แหง่ (ไดแ้ ก่
สสจ.กระบ่ี, สสจ.ยโสธร, สสจ.ชัยภูมิ, สสจ.เพชรบุรี, สสจ.ก�ำแพงเพชร, สสจ.อุตรดษิ ถ,์ สสจ.ลพบุรี, สสจ.พระนครศรีอยธุ ยำ, สสจ.
ตรำด และ สสจ.ปตั ตำน)ี และโรงพยำบำล 7 แหง่ (ไดแ้ ก่ รพ.ปตั ตำน,ี รพ.เขำพนม, รพ.พทุ ธโสธร, รพ.หนองหญำ้ ปลอ้ ง, รพ.บำ้ นลำด,
รพ.ชะอำ� และ รพ.เขำย้อย)
ผลจำกกำรจดั อบรม ผเู้ ขำ้ รว่ มอบรมมคี วำมรสู้ ำมำรถทำ� ใบงำนมมำตรฐำนกำรดำ� เนนิ งำนปอ้ งกนั กำรตดิ เชอื้ เอชไอว/ี
โรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ สำ� หรับพนกั งำนบริกำรหญิงได้

ปจั จยั ความสาำ เรจ็
ส�ำนักงำนป้องกันและควบคุมโรค และส�ำนักงำนสำธำรณสุขจังหวัดมีควำมสนใจและให้ควำมส�ำคัญกับกำรอบรม
มำตรฐำนกำรด�ำเนินงำนปอ้ งกันกำรตดิ เชอื้ เอชไอว/ี โรคติดต่อทำงเพศสมั พนั ธ์ สำ� หรับพนกั งำนบรกิ ำรหญงิ

ปญั หาอุปสรรค
กำรอบรมเปน็ กำรอบรมแบบบรู ณำกำรเร่ือง R-R-T-T-R เขำ้ กับแนวทำงฯ ซึง่ ผูเ้ ขำ้ รว่ มประชมุ บำงส่วนไม่เคยรับรู้
เร่ือง R-R-T-T-R ท�ำให้ไม่เขำ้ ใจ ตอ้ งอธิบำยและยกตวั อยำ่ งประกอบ กำรอบรมดำ� เนนิ ไปล่ำชำ้

ข้อเสนอแนะการแกไ้ ข
ผลกั ดนั เรอื่ ง R-R-T-T-R ใหค้ รอบคลมุ งำนเอดส์ และโรคติดตอ่ ทำงเพศสัมพันธใ์ นทุกพนื้ ท่ี

2.1.8 โครงการพฒั นาแนวทางการดาำ เนนิ งานการจดั บรกิ ารเขม็ และอปุ กรณฉ์ ดี ยาทสี่ ะอาดในกลมุ่ ผใู้ ชย้ าเสพตดิ
ดว้ ยวิธฉี ีดเพื่อป้องกนั ควบคมุ โรคและภยั สขุ ภาพ

จฑุ ามาศ มากกุญชร, ชนดั ดา ต้งั วงศ์จลุ เนยี ม, มณฑนิ ี วสันติอุปโภคากร และนชุ นารถ แก้วด�าเกงิ

หลักการเหตุผล
กรมควบคมุ โรค โดยสำ� นกั โรคเอดสไ์ ดศ้ กึ ษำขอ้ มลู และเสนอขอ้ พจิ ำรณำตอ่ คณะกรรมกำรแหง่ ชำตวิ ำ่ ดว้ ยกำรปอ้ งกนั
และแกไ้ ขปญั หำเอดส์ ในประเดน็ กำรแลกเปลยี่ นเขม็ และอปุ กรณฉ์ ดี ยำสะอำด ซงึ่ มมี ตเิ หน็ ชอบในหลกั กำร โดยมอบสำ� นกั โรคเอดสฯ์
ด�ำเนินกำรบริหำรจัดกำรจัดซ้ือและกระจำยเข็มและอุปกรณ์ฉีดยำที่สะอำด เพ่ือสนับสนุนเข็มและอุปกรณ์ฉีดยำท่ีสะอำด
รวมท้ังกล่องท้ิงเข็มติดเชื้อ ให้กับหน่วยงำนที่ให้บริกำรในกลุ่มผู้ใช้ยำเสพติดด้วยวิธีฉีด ทั้งภำครัฐและภำคประชำสังคม ซึ่งจะต้อง
อำศัยควำมร่วมมือจำกทุกภำคส่วนที่เก่ียวข้อง และสร้ำงควำมเข้ำใจแก่สังคมและบุคลำกรที่เก่ียวข้องในวัตถุประสงค์ของโครงกำร
และกำรด�ำเนินงำน โดยบุคลำกรด้ำนสำธำรณสุขสำมำรถน�ำไปจัดบริกำรให้แก่กลุ่มผู้ใช้ ยำเสพติดด้วยวิธีฉีดในพื้นที่ หรือป้องกัน
และแกไ้ ขปญั หำทเี่ กย่ี วขอ้ งทอี่ ำจเกดิ ขน้ึ โดยดำ� เนนิ งำนไปพรอ้ มๆ กบั บรกิ ำรและกจิ กรรมอน่ื ๆ ภำยใตน้ โยบำยลดอนั ตรำยจำกกำร
ใชย้ ำเสพตดิ 10 ชดุ บริกำร เพ่ือป้องกนั กำรแพรข่ องเช้ือเอชไอวแี ละโรคตดิ ตอ่ ทำงเลือด และ ลดอันตรำยจำกกำรใชย้ ำเสพติดตอ่ ไป
ดังนั้น จึงต้องมีกำรด�ำเนินงำนโครงกำรพัฒนำแนวทำงกำรด�ำเนินงำนกำรจัดบริกำรเข็ม และอุปกรณ์ฉีดยำท่ีสะอำดในกลุ่มผู้ใช้ยำ
เสพตดิ ด้วยวธิ ฉี ดี เพื่อป้องกนั ควบคุมโรคและภยั สขุ ภำพ

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

สำนกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทำงเพศสมั พันธ์ ป พ.ศ. 2558 65

วัตถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื พฒั นำแนวทำงกำรดำ� เนนิ งำนใหก้ บั หนว่ ยงำนภำครฐั และภำคประชำสงั คม ในกำรดำ� เนนิ งำนกำรจดั บรกิ ำร
เข็มและอปุ กรณฉ์ ีดยำทส่ี ะอำดในกล่มุ ผู้ใช้ยำเสพติดด้วยวิธฉี ีด
2. เพื่อให้เกิดควำมร่วมมือระหว่ำงหน่วยงำนภำครัฐและภำคประชำสังคม ในกำรขับเคล่ือนนโยบำยลดอันตรำย
จำกกำรใชย้ ำเสพตดิ และสนบั สนุนกำรปอ้ งกันและควบคมุ โรค
สรปุ ผลการดำาเนินงาน
จำกกำรด�ำเนนิ งำนได้มีแผนและข้อสรปุ ดังนี้
- สำ� นกั โรคเอดสฯ์ จดั หำผเู้ ชยี่ วชำญ/ทป่ี รกึ ษำ เพอื่ เรยี บเรยี งเนอื้ หำแนวทำงกำรดำ� เนนิ งำนกำรจดั บรกิ ำรเขม็ และ
อุปกรณ์ฉีดยำท่ีสะอำด ตำมโครงสร้ำงสรุปผลกำรร่ำงแนวทำงฯ โดยได้มีกำรอภิปรำยร่ำงแนวทำงฯ และจัดท�ำแนวทำงฯ ตำม
ข้อเสนอแนะในที่ประชุม โดยนำยแพทย์อภิศักดิ์ วิทยำนุกูลลักษณ์ เป็นผู้เรียบเรียงแนวทำงฯ น้ี และก�ำหนดแล้วเสร็จ
เดือนพฤศจกิ ำยน ๒๕๕๘
- ด�ำเนนิ กำรตำมแผนดำ� เนินกำร ได้แก่ จัดทำ� แนวทำง, SOP กำรทำ� งำน, ประชำสมั พนั ธ์กำรเขำ้ ร่วมโครงกำร,
อบรมพฒั นำศกั ยภำพและปรบั ทศั นคตเิ จำ้ หนำ้ ทภี่ ำครฐั และอำสำสำสมคั รในโครงกำรฯ, สรำ้ งควำมเขำ้ ใจเรอ่ื งลดอนั ตรำยจำกกำร
ใชส้ ำรเสพตดิ ในภำครฐั และเอกชน, กำรจดั หำ/จดั ซอื้ เขม็ และอปุ กรณฉ์ ดี ยำทสี่ ะอำด, กำรกระจำย/กำรรำยงำน และประเมนิ ผลโครงกำร
และผลกระทบทัง้ บวกและลบ
ปัจจัยความสาำ เร็จ
1. ควำมร่วมมือระหว่ำงหน่วยงำนภำครัฐและภำคประชำสังคม ในกำรขับเคลื่อนนโยบำยลดอันตรำยจำกกำร
ใชย้ ำเสพตดิ และสนบั สนุนกำรปอ้ งกันและควบคุมโรค
2. กำรติดต่อประสำนงำนเครือข่ำยที่ด�ำเนินงำนร่วมกันต้องมีควำมสัมพันธ์ท่ีดีต่อกัน เพื่อให้ได้ข้อมูลท่ีแท้จริง
และรักษำเครอื ขำ่ ยกำรทำ� งำนได้ตอ่ ไป
3. กำรเปิดโอกำสให้แสดงควำมคิดเหน็ และมีสว่ นรว่ มในกำรดำ� เนนิ งำน
4. กำรมขี อ้ มลู ทสี่ นบั สนนุ กำรดำ� เนนิ งำนทงั้ ในและตำ่ งประเทศ เพอ่ื เปน็ ขอ้ มลู ประกอบในกำรรำ่ งแนวทำงกำรดำ� เนนิ งำนฯ
และเห็นภำพกำรท�ำงำนไดด้ ขี น้ึ
ปญั หาอุปสรรค
1. เป็นโครงกำรท่ีต้องท�ำควำมเข้ำใจกับหลำยๆ ภำคส่วน โดยเฉพำะกลุ่มผู้รักษำกฎหมำยและชุมชน ซึ่งจะเป็น
แผนกำรดำ� เนนิ งำนหลงั จำกทไี่ ดแ้ นวทำงแลว้
2. เน่ืองจำกเป็นโครงกำรใหม่ และภำครัฐยังไม่เคยด�ำเนินกำรเรื่องกำรจัดบริกำรเข็มและอุปกรณ์ฉีดยำท่ีสะอำด
จงึ ต้องมกี ำรปรบั ทศั นคติของผู้บริหำรหนว่ ยงำนอ่นื ๆ และผปู้ ฏิบตั ิงำนในภำครัฐ

66

ขอ้ เสนอแนะการแกไ้ ข
1. ผบู้ รหิ ำรของกระทรวงสำธำรณสขุ ควรมกี ำรทำ� ควำมเขำ้ ใจกบั ผบู้ รหิ ำรของกระทรวงยตุ ธิ รรมและชมุ ชน เพอื่ กำร
ดำ� เนินงำนไดอ้ ยำ่ งรำบรื่น
2. เนอื่ งจำกเปน็ เรอ่ื งทกี่ ระทบกบั หลำยภำคสว่ น จงึ ควรมกี ำรประเมนิ ผลเชงิ ปรมิ ำณและคณุ ภำพตลอดกำรดำ� เนนิ งำน

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

66 สำนกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์ ป พ.ศ. 2558

2.1.9 โครงการติดตามและประเมนิ ผลการบรหิ ารจัดการถงุ ยางอนามยั ในพนื้ ที่ ปีงบประมาณ 2558

วิภำดำ มหรตั นวโิ รจน์, สริ พิ ร ภิยโยทยั และจฑุ ำมำศ มำกกญุ ชร

หลักการเหตุผล
ตำมทส่ี ำ� นกั โรคเอดส์ฯ ได้สนบั สนนุ ถงุ ยำงอนำมัยและสำรหล่อล่ืนมำอยำ่ งตอ่ เน่ืองทกุ ป โดยมรี ะบบบริหำรจัดกำร
ถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อลื่น คือ ส�ำนักโรคเอดส์ฯ ด�ำเนินกำรจัดซื้อและกระจำยถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อลื่นไปยังส�ำนักงำน
ป้องกันควบคุมโรค ส�ำนักงำนสำธำรณสุขจังหวัด และส�ำนักงำนสำธำรณสุขจังหวัดสนับสนุนโรงพยำบำลในพื้นท่ีต่อไป
ซึ่งในปงบประมำณ 2557 ไดม้ กี ำรปรับรูปแบบกำรบรหิ ำรจัดกำร โดยได้รับควำมรว่ มมือจำกองค์กำรเภสัชกรรม ในดำ้ นกำรส�ำรวจ
ควำมต้องกำรและกระจำยถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อลื่นสู่หน่วยงำน ได้แก่ ส�ำนักงำนป้องกันควบคุมโรค ส�ำนักงำนสำธำรณสุข
จังหวัด และโรงพยำบำลโดยตรง รวมท้ังมีกำรเปล่ียนแปลงระบบกำรติดตำมกำรกระจำยถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อลื่น โดยให้
หน่วยงำนทุกแห่งท่ีได้รับสนับสนุนถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อล่ืนรำยงำนกำรรับ-จ่ำยถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อลื่น (ตอ.100)
ผำ่ นเวบ็ ไซตข์ องสำ� นกั โรคเอดสฯ์ เพอื่ ควำมสะดวกในกำรรำยงำน และหนว่ ยงำนทกุ ระดบั สำมำรถ นำ� ขอ้ มลู ไปใชป้ ระโยชนไ์ ดร้ วดเรว็ ขน้ึ
วตั ถปุ ระสงค์
เพ่ือติดตำมกำรบริหำรจัดกำรถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อลื่น และเพื่อสร้ำงควำมเข้ำใจในระบบกำรบริหำรจัดกำร
ถงุ ยำงอนำมยั และสำรหลอ่ ลน่ื รวมถงึ กำรใชง้ ำนโปรแกรมกำรรบั -จำ่ ยถงุ ยำงอนำมยั และสำรหลอ่ ลน่ื ผำ่ นเวบ็ ไซดข์ องสำ� นกั โรคเอดส์
วัณโรคและโรคติดต่อทำงเพศสัมพนั ธ์
สรปุ ผลการดาำ เนินงาน
กำรตดิ ตำมครงั้ นี้ ใช้แบบสอบถำมในกำรเก็บขอ้ มูล กำรสงั เกต และกำรสมั ภำษณ์ เจำ้ หนำ้ ท่ีจำกส�ำนักงำนป้องกัน
ควบคุมโรค จำ� นวน 6 แห่ง ส�ำนักงำนสำธำรณสุขจงั หวัด จ�ำนวน 12 แหง่ และโรงพยำบำล จ�ำนวน 9 แห่ง รวมหน่วยงำนท้ังสิ้น
จ�ำนวน 27 แหง่ โดยดำ� เนนิ กำรในช่วงเวลำตงั้ แต่เดอื น มีนำคม 2558 ถึง เดอื น มิถนุ ำยน 2558 ไดผ้ ลดังนี้
1. ข้อมูลด้ำนผูป้ ฏบิ ัติงำน พบวำ่ ผรู้ ับผิดชอบงำนท่ีมรี ะยะเวลำปฏบิ ตั งิ ำน 9 ปขน้ึ ไป มจี �ำนวนมำกทส่ี ุด คดิ เปน็
รอ้ ยละ 45 ซงึ่ ผทู้ ม่ี รี ะยะเวลำปฏบิ ตั งิ ำนสงู สดุ คอื 30 ป และผรู้ บั ผดิ ชอบงำนทมี่ รี ะยะเวลำปฏบิ ตั งิ ำน 0-2 ป มจี ำ� นวนมำกรองลงมำ
คิดเป็นรอ้ ยละ 30 ซ่งึ ผู้ทม่ี ีระยะเวลำปฏิบตั งิ ำนนอ้ ยทีส่ ดุ คอื 0 ป (เพง่ิ ได้รับมอบหมำย ณ ขณะนัน้ ) มีขอ้ สงั เกตว่ำผรู้ บั ผิดชอบงำน
มี 2 แบบ แตกต่ำงกันอย่ำงชัดเจน คือ 1.) รับผิดชอบงำนมำนำนมำก และใกล้จะเกษียณอำยุรำชกำร 2.) เพ่ิงรับผิดชอบงำน
ยังไม่ทรำบภำพรวมของงำน
2. กำรจัดเก็บถุงยำงอนำมัย พบว่ำหน่วยงำนส่วนมำกมีกำรจัดเก็บถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อล่ืนท่ีได้มำตรฐำน
โดยเฉพำะประเด็น มีกำรรักษำควำมปลอดภัยท่ีดี ห้องล็อกได้ อนุญำตเฉพำะผู้เกี่ยวข้องเข้ำออก แต่ยังมีประเด็นที่ยังต้องพัฒนำ
ในบำงแห่ง เรือ่ ง อณุ หภูมิและกำรตดิ ตง้ั เคร่อื งวดั อณุ หภูมิภำยในหอ้ งจดั เก็บ ซง่ึ มีส่วนสำ� คญั กบั คุณภำพของถุงยำงอนำมัยและสำร
หล่อลน่ื โดยตรง
3. กำรกระจำยถุงยำงอนำมัย พบว่ำในแต่ละกลุ่มเป้ำหมำย มีวิธีกำรกระจำยถุงยำงอนำมัยที่แตกต่ำงกัน วิธีกำร
ที่พบมำกที่สุดในแต่ละกลุ่มเป้ำหมำยคือ กลุ่มพนักบริกำรและกลุ่มชำยมีเพศสัมพันธ์กับชำย ได้แก่ กำรสนับสนุนถุงยำงอนำมัย
และสำรหล่อล่ืนในกำรท�ำงำนเชิงรุก ส�ำหรับกลุ่มเยำวชน ได้แก่ กำรสนับสนุนถุงยำงอนำมัย ผ่ำนสถำนศึกษำ และกลุ่มอ่ืนๆ
มีกำรสนบั สนุนถงุ ยำงอนำมยั ผ่ำนกิจกรรมรณรงค์และมำรบั กำรตรวจโรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ นอกจำกน้ี ยังมีจุดกระจำยถงุ ยำง
อนำมัย condom point สำ� หรับทกุ กลุ่มเปำ้ หมำย เพ่ือเพมิ่ กำรเข้ำถึงถุงยำงอนำมัยมำกข้นึ
4. กำรบันทึกข้อมูลและกำรรำยงำน พบว่ำหน่วยงำนส่วนมำกมีกำรบันทึกจ�ำนวนถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อล่ืน
ทส่ี นบั สนนุ กลุม่ เป้ำหมำย ในบำงแห่งยงั ขำดรำยละเอียดอื่นๆ ท่สี �ำคัญ เชน่ แหลง่ ทีม่ ำ Lot No. ของถงุ ยำงอนำมยั และสำรหลอ่ ล่นื
รวมถึงประเภทกลมุ่ เป้ำหมำยทส่ี นบั สนุน (เนอื่ งจำกเป็นประเดน็ ออ่ นไหว ในกำรแยกประเภทกลมุ่ เป้ำหมำย ซึ่งอำจท�ำใหเ้ กิดกำร
ตตี รำและสง่ ผลตอ่ กำรเขำ้ ถงึ ถงุ ยำงอนำมยั กบั กลมุ่ เปำ้ หมำย) ซง่ึ อำจทำ� ใหเ้ กดิ ควำมยงุ่ ยำกในกำรรำยงำนกำรรบั -จำ่ ยถงุ ยำงอนำมยั
และสำรหลอ่ ลืน่ (ตอ.100) ในระบบออนไลน์

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

สำนกั โรคเอดส์ วณั โรค และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์ ป พ.ศ. 2558 67

5. กำรจัดซื้อและกำรได้รับกำรสนับสนุนถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อลื่นของหน่วยงำน หน่วยงำนที่มีกำรจัดซื้อ
ถงุ ยำงอนำมยั เอง สว่ นใหญค่ อื โรงพยำบำล และหนว่ ยงำนทไ่ี ดร้ บั สนบั สนนุ จำกแหลง่ อนื่ สว่ นใหญ่ คอื สำ� นกั งำนปอ้ งกนั ควบคมุ โรค
และส�ำนักงำนสำธำรณสุขจังหวัด ในบำงพ้ืนที่ยังไม่มีกำรจัดซื้อหรือได้รับสนับสนุนถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อลื่นจำกแหล่งอ่ืน
ซึง่ อำจต้องมีกำรผลกั ดันหนว่ ยงำนท้องถิ่นใหม้ สี ว่ นร่วม เพ่ือใหเ้ กิดประสทิ ธภิ ำพกำรด�ำเนนิ งำน มำกยิง่ ขึน้

ปัจจยั ความสาำ เร็จ
กำรดำ� เนนิ งำนดำ้ นบรหิ ำรจดั กำรถงุ ยำงอนำมยั และสำรหลอ่ ลนื่ ในพน้ื ที่ มปี จั จยั ทสี่ ง่ ผลตอ่ ควำมสำ� เรจ็ หลำยประกำร
ได้แก่ บุคลำกรผ้รู ับผดิ ชอบงำน กำรสนบั สนนุ ดำ้ นนโยบำยจำกผู้บรหิ ำรหน่วยงำน ควำมรูค้ วำมเข้ำใจในระบบงำน กำรจัดเก็บ และ
สงิ่ ท่สี �ำคญั คอื ควำมรว่ มมือจำกหน่วยงำนเครือขำ่ ยในพืน้ ท่ี
ปญั หาอุปสรรค
เนื่องจำกมีกำรปรับระบบกำรด�ำเนินกำรบริหำรจัดกำรถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อลื่น โดยมีกำรส่งถุงยำงอนำมัย
และสำรหล่อลื่นไปยงั โรงพยำบำลโดยตรง ซ่ึงบำงโรงพยำบำลมีกำรแยกส่วนกำรทำ� งำนกันอย่ำงชดั เจนระหว่ำงงำนเภสชั กรรมและ
งำนส่งเสริมสุขภำพ จึงท�ำให้เกิดควำมสับสนหรือข้อมูลไม่เช่ือมโยงกัน อีกทั้งผู้รับผิดชอบงำนมีภำระงำนมำก มีกำรเปลี่ยนแปลง
ผู้รบั ผิดชอบบอ่ ย รวมถงึ กำรเรยี นร้รู ะบบกำรรำยงำนกำร รบั -จ่ำยถุงยำงอนำมยั และสำรหล่อลน่ื (ตอ.100) ในระบบออนไลน์
ข้อเสนอแนะ
มีกำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้กำรด�ำเนินงำนและสร้ำงแรงจูงใจคนท�ำงำนบริหำรจัดกำรถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อลื่น
และมีกำรท�ำงำนร่วมกับเครือข่ำยเช่น หน่วยงำนท้องถิ่น สถำนศึกษำ องค์กรเอกชน หรืออ่ืนๆ เพื่อให้ส่งเสริมให้เกิดกำรป้องกัน
ควบคมุ โรคเอดสแ์ ละโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพันธท์ ่ียั่งยนื ในพืน้ ทีต่ ่อไป

2.1.10 โครงการจดั พิมพ์หนังสือยุทธศาสตรถ์ ุงยางอนามัยแหง่ ชาติ พ.ศ. 2558-2562

วภิ าดา มหรตั นวโิ รจน์

หลักการเหตุผล
เพื่อสนบั สนนุ ภำครัฐ ภำคประชำสังคม และบุคลำกรดำ้ นสำธำรณสุขทีเ่ กีย่ วข้อง

วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อปรบั เปลี่ยนภำพลักษณแ์ ละเจตคติตอ่ ถุงยำงอนำมัยใหเ้ ป็นอปุ กรณ์สขุ อนำมยั ทำงเพศ
2. เพื่อส่งเสริมกำรเข้ำถึงและใช้ถุงยำงอนำมัยหรือถุงอนำมัยสตรี และสำรหล่อล่ืนอย่ำงถูกต้อง สม่�ำเสมอ ท่ัวถึง
และสอดคล้องกบั บรบิ ทวถิ ชี วี ติ และควำมตอ้ งกำรของประชำชน
3. เพอ่ื สนบั สนนุ และพฒั นำศกั ยภำพและระบบกำรจดั กำรและบรกิ ำรถงุ ยำงอนำมยั แกท่ กุ ภำคสว่ นอยำ่ งบรู ณำกำร
และย่งั ยืน
68

4. เพอ่ื สร้ำงหรอื ปรบั ปรุงสิง่ แวดล้อมทีเ่ อ้ืออำ� นวยต่อกำรสง่ เสริมกำรใช้ถงุ ยำงอนำมยั

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

68 สำนกั โรคเอดส์ วณั โรค และโรคตดิ ต่อทำงเพศสัมพนั ธ์ ป พ.ศ. 2558

สรปุ ผลการดำาเนินงาน
จดั พิมพห์ นงั สอื ยุทธศำสตร์ถุงยำงอนำมยั แห่งชำติ พ.ศ. 2558-2562 จำ� นวน 3,000 เล่ม พรอ้ ม CD ในเล่มและ
จัดส่งลงพนื้ ท่ี ประกอบด้วย
1. ส�ำนกั งำนปอ้ งกันควบคุมโรคท่ี 1-12
2. สำ� นกั งำนสำธำรณสขุ จังหวัด 76 แห่ง
3. โรงพยำบำล จ�ำนวน 840 แห่ง
4. กองควบคมุ โรคเอดส์ วณั โรคและโรคตดิ ต่อทำงเพศสมั พนั ธ์ สำ� นกั อนำมยั กรงุ เทพมหำนคร
5. สำ� นักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ต่อทำงเพศสัมพันธ์ กรมควบคมุ โรค กระทรวงสำธำรณสุข
ปัจจัยความสำาเรจ็
ผบู้ รหิ ำรระดบั สงู เจำ้ หนำ้ ท่ี ภำครฐั ภำคเอกชน และภำคประชำสงั คม เหน็ ควำมสำ� คญั ตอ่ กำรขบั เคลอ่ื นยทุ ธศำสตร์
ถงุ ยำงอนำมัยแหง่ ชำติ และกำรกระจำยถงุ ยำงอนำมัยใหท้ ั่วถงึ ทกุ กลุ่มประชำกร
ปัญหาอปุ สรรค
ประชำชนบำงกล่มุ ยังไม่เหน็ ควำมส�ำคญั ของกำรใช้ถงุ ยำงอนำมยั
ข้อเสนอแนะการแก้ไข
1. จัดประชมุ คณะอนกุ รรมกำรเอดสจ์ ังหวดั ทกุ จงั หวดั ให้มมี ำตรกำรขบั เคลอ่ื นถงุ ยำงอนำมยั ทั้ง 5 ยทุ ธศำสตร์
ใหค้ รอบคลุมทุกพ้นื ที่ เพอื่ เปำ้ หมำย 3 ศูนย์ ในป 2573
2. ขบั เคล่ือนเครอ่ื งจ�ำหนำ่ ยถงุ ยำงอนำมัย ใหไ้ ด้ตำมแนวทำงของกระทรวงสำธำรณสขุ และมีสญั ลักษณร์ บั รอง
2.1.11 โครงการสนบั สนนุ คณะอนุกรรมการวชิ าการการทดลองวัคซนี เอดส์ ปงี บประมาณ 2558

นภา วงษศ์ ิลป์
หลักการและเหตุผล
กำรวิจัยวัคซีนเอดส์เป็นส่วนหน่ึงในกำรพัฒนำเทคโนโลยีใหม่ด้ำนชีวกำรแพทย์ เพื่อป้องกันกำรติดเชื้อเอชไอวี
ซ่ึงนำนำชำติก�ำลังศึกษำวิจัยอยู่โดยมุ่งเน้นไปท่ีสำยพันธุ์ B เนื่องจำกพบมำกในทวีปอเมริกำและยุโรป แต่สำยพันธุ์ที่แพร่ระบำด
ในประเทศไทยสว่ นใหญ่ (95%) เปน็ สำยพันธ์ุ E (CRF01_AE) ซึง่ แตกต่ำงจำกภูมภิ ำคอ่ืนจึงจำ� เป็นต้องมกี ำรวจิ ยั วคั ซีนเอดสท์ เี่ ป็น
สำยพนั ธทุ์ แี่ พรร่ ะบำดในคนไทย หำกสำ� เรจ็ คนไทยจะได้ใช้วคั ซนี นน้ั
กำรวจิ ยั วคั ซนี เอดสใ์ นประเทศไทยตอ้ งไดร้ บั ควำมเหน็ ชอบจำก “คณะอนกุ รรมกำรวชิ ำกำรกำรทดลองวคั ซนี เอดส”์
(แตง่ ตง้ั โดยคณะกรรมกำรแหง่ ชำตวิ ำ่ ดว้ ยกำรปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หำเอดส์ : คช.ปอ.) มอี ำ� นำจหนำ้ ทหี่ ลกั ในกำรพจิ ำรณำกลนั่ กรอง
โครงกำรวิจัยวัคซีนเอดส์ทดลองที่จะท�ำกำรศึกษำในประเทศไทยให้สอดคล้องกับนโยบำยกำรพัฒนำวัคซีนเอดส์และควำมต้องกำร
ของประเทศ รวมทงั้ ตอ้ งเปน็ ไปตำมหลกั กำรทำงดำ้ นวทิ ยำศำสตรแ์ ละจรยิ ธรรมตำมมำตรฐำนสำกลในกำรปฏบิ ตั กิ ำรวจิ ยั ทำงคลนิ กิ ทดี่ ี
(Good Clinical Practice: GCP) เพื่อเปน็ กำรรับประกันว่ำ สิทธิ ควำมปลอดภยั และควำมเปน็ อยู่ทด่ี ีของอำสำสมัครได้รบั กำร
คุ้มครอง ซงึ่ เป็นหวั ใจสำ� คญั ของกำรศึกษำวจิ ยั ทำงคลนิ กิ และรับประกันวำ่ ขอ้ มลู จำกกำรวจิ ยั นำ่ เชือ่ ถือ
วัตถปุ ระสงค์
สนับสนุนกำรดำ� เนนิ งำนของคณะอนุกรรมกำรวชิ ำกำรกำรทดลองวัคซีนเอดส์ ในกำรทำ� หน้ำทก่ี ล่นั กรองโครงกำร
วจิ ัยวัคซนี เอดสท์ ดลอง และตดิ ตำมกำ� กับใหเ้ ป็นไปตำมแผนกำรวิจยั ในโครงกำรทไี่ ดร้ ับอนมุ ัติ

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

สำนกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ ป พ.ศ. 2558 69

ผลการดาำ เนนิ งาน
คณะอนกุ รรมกำรชดุ นมี้ ี ศ.เกยี รตคิ ุณ นพ. อมร ลีลำรัศมี เปน็ ประธำน มผี ูเ้ ชีย่ วชำญสำขำตำ่ งๆ และหน่วยงำนท่ี
เก่ยี วข้องรว่ มเปน็ อนุกรรมกำร (เช่น ด้ำนวัคซนี ไวรัสวทิ ยำ จุลชวี วทิ ยำ ภูมิคมุ้ กันวิทยำ โรคตดิ เช้ือ อย. กรมวทิ ย์ฯ) และมผี ู้อ�ำนวย
กำรสำ� นกั โรคเอดส์ วณั โรคและโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ เปน็ อนกุ รรมกำรและเลขำนกุ ำร รวมทง้ั หมด 16 คน มกี ำรประชมุ 6 ครง้ั /ป
ในกำรประชมุ มกี ำรพจิ ำรณำเรอื่ งตำ่ งๆ ดังน้ี
1. กำรพจิ ำรณำกลั่นกรองโครงกำรใหม่ จำ� นวน 3 โครงกำร

- อนุมตั แิ ลว้ 1 โครงกำร ไดแ้ ก่ โครงกำร HIV-V-A004
- เหน็ ชอบในหลกั กำรดำ้ นวทิ ยำศำสตรแ์ ลว้ 2 โครงกำร (รอกำรพจิ ำรณำจำกคณะกรรมกำรจรยิ ธรรมกำรวจิ ยั )
ไดแ้ ก่ โครงกำร RV403 และ โครงกำร RV405
2. กำรติดตำมกำ� กบั โครงกำรทอ่ี นุมตั ิแลว้ จำ� นวน 6 โครงกำร ได้แก่ โครงกำร RV144, RV148, RV152, RV305,
RV 306, RV328 โครงกำรทอี่ นุมัติแลว้ หำกมกี ำรเปล่ียนแปลง หรือไมเ่ ป็นไปตำมแผนกำรวจิ ยั ในโครงกำรทไ่ี ดร้ บั อนุมัติ จะตอ้ งขอ
อนุมัติกำรเปลี่ยนแปลงแกไ้ ข และต้องสง่ รำยงำนต่ำงๆ ใหค้ ณะอนุกรรมกำรพจิ ำรณำ ดังน้ี
2.1 กำรขอแก้ไขโครงกำร กำรเปล่ยี นแปลงเพิม่ เติมรำยละเอยี ดและกำรแกไ้ ขเอกสำรต่ำงๆ
2.2 รำยงำนควำมก้ำวหน้ำประจ�ำป รำยงำนเหตุกำรณ์ต่ำงๆท่ีเกิดกับอำสำสมัคร เช่น รำยงำนเหตุกำรณ์
ไมพ่ งึ ประสงค์รำ้ ยแรง (SAE) เหตกุ ำรณไ์ ม่พึงประสงคท์ ไี่ มค่ ำดคดิ (UAE) กำรเบย่ี งเบนแบบเร่งด่วน (ED)
2.3 เร่อื งอน่ื ๆ ทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั วัคซนี เอดส์ และกำรปอ้ งกัน/ดแู ลรักษำผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผ้ปู ว่ ยเอดส์
หมายเหตุ โครงกำร RV148 และ RV152 ไมใ่ ชโ่ ครงกำรทดสอบวคั ซนี เอดส์ แตเ่ ปน็ โครงกำรทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั โครงกำร
RV144 ดงั น้ี
- โครงกำร RV148 เปน็ โครงกำรคดั กรองอำสำสมัครเขำ้ โครงกำร RV144
- โครงกำร RV152 เป็นโครงกำรประเมินผลเพิ่มเติมด้ำนไวรัสวิทยำ ภูมิคุ้มกันวิทยำและด้ำนกำรด�ำเนินโรคใน
อำสำสมัครที่ตดิ เชอื้ เอชไอวี-1 ระหวำ่ งอยู่ในโครงกำร RV144

ตารางที่ 4.3 สรปุ โครงกำรวจิ ยั วคั ซนี เอดสท์ ดลองในคนท่ีอยรู่ ะหว่ำงดำ� เนนิ กำรในประเทศไทย (ณ วนั ท่ี 15 ต.ค. 58)

ชือ่ โครงการ วคั ซนี ท่ใี ชท้ ดสอบ หัวหนา้ โครงการวจิ ัย หน่วยงานที่รบั ผดิ ชอบ สถานะโครงการ
และผู้วจิ ัยหลกั

1. โครงกำร RV144 1. ALVAC-HIV นพ. ศภุ ชัย ฤกษง์ ำม กรมควบคุมโรค ประกำศผล 24 ก.ย. 52
(ระยะท่ี 3) (vCP1521) กระทรวงสำธำรณสขุ (ผล 31.2%) อยู่ระหวำ่ งกำร
2. (AIDSVAX® B/E) กรมควบคุมโรค วิเครำะห์ข้อมลู เพม่ิ เตมิ
กระทรวงสำธำรณสขุ ส้ินสดุ กิจกรรมกำรวิจยั กบั
2. โครงกำร RV305 1.7A0LVAC-HIV นพ. ศภุ ชัย ฤกษ์งำม อำสำสมคั รแลว้ (ตง้ั แต่ 30
เม.ย. 57) อยู่ระหว่ำงปรบั
(ระยะท่ี 2) (vCP1521) แกโ้ ครงกำรเพอื่ ดำ� เนนิ กำร
2. (AIDSVAX® B/E) วจิ ยั ต่อเนื่อง

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

70 สำนกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์ ป พ.ศ. 2558

ชอื่ โครงการ วัคซีนที่ใชท้ ดสอบ หวั หนา้ โครงการวิจัย หนว่ ยงานท่ีรบั ผิดชอบ สถานะโครงการ
และผูว้ ิจยั หลัก

3. โครงกำร RV306 1.ALVAC-HIV 1. ศ.พญ. พรรณี ปติ ิสุทธิธรรม 1. ศูนย์ควำมเป็นเลิศดำ้ นกำร รบั อำสำสมคั รและฉดี วคั ซีน
(ระยะท่ี 2) (vCP1521) 2. พล.ท.นพ. สรชยั นิตยพนั ธ์ ทดสอบวคั ซนี คณะเวชศำสตร์ ครบแลว้ อยรู่ ะหวำ่ งติดตำม
2. (AIDSVAX® B/E) 3. ศ.นพ. สวุ ฒั น์ จรยิ ำเลศิ ศกั ดิ์ เขตร้อน มหำวทิ ยำลัยมหดิ ล อำสำสมคั ร
2. สถำบันวิจัยวิทยำศำสตร์
กำรแพทย์ทหำร กรมแพทย์
ทหำรบก
3. สถำบันวิจัยวิทยำศำสตร์
สขุ ภำพ มหำวทิ ยำลยั เชยี งใหม่

4. โครงกำร RV328 (AIDSVAX® B/E) พญ. นติ ยำ ภำนุภำค หน่วยวิจัยเซริ ช์ (SEARCH) รับอำสำสมคั รครบแลว้ อยู่
(ระยะที่ 2) ศนู ยว์ ิจัยโรคเอดส์ ระหวำ่ งฉีดวคั ซีนเข็ม
สภำกำชำดไทย สดุ ทำ้ ย

5. โครงกำร 1. Ad26 Mosaic 1. พล.ท. นพ. สรชยั นิตยพนั ธ์ 1. สถำบันวิจัยวิทยำศำสตร์ อยู่ระหว่ำงรบั อำสำ
HIV-V-A004 2. MVA Mosaic 2. ศ.พญ.พรรณี ปิติสทุ ธธิ รรม กำรแพทย์ทหำร กรมแพทย์ สมัครเข้ำโครงกำร
(ระยะท่ี 1/2) 3. Clade C gp140 ทหำรบก
2. ศูนย์ควำมเปน็ เลศิ ดำ้ นกำร
ทดสอบวคั ซนี คณะเวชศำสตร์
เขตรอ้ น มหำวทิ ยำลยั มหิดล

สรุปปญั หาอปุ สรรคและข้อเสนอแนะ
คณะอนุกรรมกำรชดุ น้เี ป็นผูท้ ม่ี คี วำมร้คู วำมสำมำรถและใหค้ วำมสำ� คัญในกำรเข้ำประชมุ อย่ำงดีย่ิง ทำ� ให้โครงกำร
วิจัยวัคซีนเอดสข์ องหนว่ ยงำนตำ่ งๆ สำมำรถดำ� เนินกำรได้อย่ำงต่อเน่ือง
ปญั หำกำรดำ� เนินงำนในภำพรวมของประเทศคอื ยังไมม่ ีคลงั เกบ็ ตัวอยำ่ งสง่ ตรวจ (Specimen) เช่น ซรี ัม่ พลำสมำ
และเนื้อเยือ่ ต่ำงๆ ของอำสำสมคั รจำกโครงกำรวจิ ยั เพอ่ื น�ำมำศึกษำตอ่ ไปในอนำคตหรือเพ่ือกำรอ้ำงอิง ซงึ่ ตอ้ งไดร้ ับกำรสนบั สนนุ
ในระดับนโยบำยเนอ่ื งจำกตอ้ งมีคำ่ ใช้จำ่ ยในกำรเก็บรักษำ

2.1.12 โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการอบรมบุคลากรด้านความต้องการและการรับ-จ่ายถุงยางอนามัยและ
สารหลอ่ ลื่น (ตอ.100) ดว้ ยระบบออนไลน์

วภิ าดา มหรัตนวโิ รจน,์ สริ พิ ร ภิยโยทัย และจุฑามาศ มากกุญชร

หลกั การเหตผุ ล
ตำมท่ีสำ� นกั โรคเอดส์ฯ ได้สนบั สนุนถุงยำงอนำมยั และสำรหลอ่ ลน่ื มำอย่ำงตอ่ เนอ่ื งทกุ ป ซงึ่ ในปง บประมำณ 2557
มีกำรปรบั ระบบบริหำรจัดกำรถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อลนื่ ทั้งดำ้ นกำรกระจำยคอื มกี ำรจดั สง่ ถึงหนว่ ยงำนโรงพยำบำลโดยตรง
และระบบกำรแจง้ ควำมตอ้ งกำรและกำรรำยงำนกำรรบั -จำ่ ยถงุ ยำงอนำมยั และสำรหลอ่ ลน่ื (ตอ.100) คอื มกี ำรสำ� รวจควำมตอ้ งกำร
ถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อลื่นประจ�ำป และรำยงำนกำรรับ-จ่ำยถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อลื่น (ตอ.100) ในระบบออนไลน์
ซ่ึงจำกกำรติดตำมประเมินผลกำรบริหำรจัดกำรถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อล่ืนในพื้นท่ี พบว่ำหน่วยงำนพื้นที่ยังขำดควำมเข้ำใจ
กำรใช้งำนโปรแกรมในระบบออนไลน์ ผำ่ นเว็บไซด์สำ� นกั โรคเอดส์ วัณโรคและโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

สำนกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธ์ ป พ.ศ. 2558 71

วัตถปุ ระสงค์
เพ่ือให้เจ้ำหน้ำที่ผู้รับผิดชอบงำนบริหำรจัดกำรถุงยำงอนำมัยและสำรหล่อล่ืนในพื้นที่ มีควำมรู้ควำมเข้ำใจและ
สำมำรถลงข้อมูลในระบบออนไลน์ ท้งั กำรแจง้ ควำมตอ้ งกำรและกำรรำยงำนกำรรบั -จ่ำยถงุ ยำงอนำมัยและสำรหล่อลืน่ (ตอ.100)
สรุปผลการดำาเนินงาน
ดำ� เนนิ กำรจดั ประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ำรอบรมบคุ ลำกรดำ้ นควำมตอ้ งกำรและกำรรบั -จำ่ ยถงุ ยำงอนำมยั และสำรหลอ่ ลนื่
(ตอ.100) ดว้ ยระบบออนไลน์ ในวันท่ี 8-9 กรกฎำคม 2558 ณ โรงแรมแกรนไชนำ่ โฮเทล กรงุ เทพมหำนคร ผูเ้ ข้ำรว่ มประชุมเป็น
เจ้ำหน้ำที่ผู้รับผิดชอบงำนจำก กลุ่มบำงรักโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์กองควบคุมโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์
สำ� นักอนำมยั กรุงเทพมหำนคร สำ� นกั งำนป้องกันควบคุมโรคจ�ำนวน 12 แหง่ สำ� นักงำนสำธำรณสขุ จงั หวดั จ�ำนวน 17 แหง่ และ
โรงพยำบำลจำ� นวน 11 แหง่
กำรประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ำรอบรมบคุ ลำกรดำ้ นควำมตอ้ งกำรและกำรรบั -จำ่ ยถงุ ยำงอนำมยั และสำรหลอ่ ลน่ื (ตอ.100)
ดว้ ยระบบออนไลน์ นอกจำกเปน็ กำรใหค้ วำมรคู้ วำมเขำ้ ใจกำรใชง้ ำนโปรแกรมในระบบออนไลนแ์ ลว้ ยงั มกี ำรบรรยำยทศิ ทำง นโยบำย
และกำรผลักดันยุทธศำสตร์ถุงยำงอนำมัยแห่งชำติ (National Condom Strategy) พ.ศ. 2558-2562 เพื่อเป็นส่งเสริมกำร
กำรดำ� เนนิ งำนในระดบั ประเทศ มกี ำรนำ� เสนอบทเรยี นกำรดำ� เนนิ งำนกำรบรหิ ำรจดั กำรถงุ ยำงอนำมยั และสำรหลอ่ ลน่ื ในพน้ื ท่ี และ
มกี ำรรว่ มแลกเปลยี่ นประสบกำรณก์ ำรดำ� เนนิ งำน ในพน้ื ท่ี ในกำรสง่ เสรมิ กำรเขำ้ ถงึ ถงุ ยำงอนำมยั ผำ่ นเครอ่ื งจำ� หนำ่ ยถงุ ยำงอนำมยั
ชนิดหยอดเหรียญ ซ่ึงท�ำให้เจ้ำหน้ำที่ผู้ปฏิบัติงำนท่ีเข้ำร่วมกำรประชุม มีควำมรู้ควำมเข้ำใจ สำมำรถลงข้อมูลในระบบออนไลน์
ท้งั กำรแจง้ ควำมต้องกำรและกำรรำยงำนกำรรับ-จ่ำยถุงยำงอนำมัยและสำรหลอ่ ลน่ื (ตอ.100) ได้ และยังท�ำให้เกิดกำรสง่ เสริมกำร
ใช้ถุงยำงอนำมัยในกำรป้องกันเอดส์และโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ต่อไป ซ่ึงควรมีกำรจัดประชุมทุกป เพื่อรับทรำบถึงปัญหำต่ำงๆ
บทเรยี นที่ดี ฟืน้ ฟูควำมรู้ หรือถำ่ ยทอดองค์ควำมร้สู ่ผู ู้รบั ผดิ ชอบงำนใหม่ รวมท้งั เพอ่ื ใหแ้ ตล่ ะพื้นท่ีได้มีโอกำสแลกเปลยี่ นเรยี นรงู้ ำน
ดำ้ นเอดส์และโรคตดิ ต่อทำงเพศสมั พันธ์
ปจั จัยความสำาเร็จ
ควำมร่วมมือของพนื้ ทที่ ง้ั สคร., สสจ. และ รพ.
ปญั หาอปุ สรรค
1. หลำย รพ ไม่ไดล้ งขอ้ มูลกำรรบั จำ่ ยถงุ ยำงอนำมัย (ตอ.100) ในระบบ online
2. ไมม่ เี จำ้ หนำ้ ทร่ี บั ผิดชอบในกำรรวบรวมและกำรคีย์ขอ้ มลู กำรรบั จำ่ ยถงุ ยำงอนำมัย (ตอ.100) ในระบบ
ขอ้ เสนอแนะการแก้ไข
1. สอนวธิ กี ำรลงขอ้ มลู กำรรับจ่ำยถุงยำงอนำมัย (ตอ.100) ในระบบ online และใหล้ องฝึกหัดทำ�
2. ประสำนผอู้ ำ� นวยกำรโรงพยำบำล ใหม้ อบหมำยผรู้ บั ผดิ ชอบในกำรรวบรวมและกำรคยี ข์ อ้ มลู กำรรบั จำ่ ยถงุ ยำง

อนำมัย (ตอ.100) ในระ7บ2บ online

2.1.13 โครงการสง่ เสรมิ นโยบายและกลไกเพอื่ เพม่ิ การเขา้ ถงึ บรกิ ารดา้ นอนามยั เจรญิ พนั ธแ์ุ ละการปอ้ งกนั การ
ติดเชอ้ื เอชไอวใี นกลมุ่ ประชากรสำาคญั ทีส่ ง่ ผลตอ่ การระบาดของเชอื้ เอชไอวี

วภิ าดา มหรตั นวิโรจน์
หลักการเหตผุ ล
กวำ่ 90% ของผ้ตู ดิ เชือ้ เอชไอวีรำยใหมใ่ นแต่ละป พบวำ่ เปน็ กำรรับและถำ่ ยทอดเชื้อฯ จำกกำรมีเพศสมั พันธแ์ ละ
มีผลกระทบต่อกลุ่มประชำกรท่ีส�ำคัญ เช่น เยำวชน, ชำยมีเพศสัมพันธ์กับชำย, สำวประเภทสอง, พนักงำนบริกำร และลูกค้ำ
กำรคำดประมำณจ�ำนวนผู้ติดเช้ือฯ รำยใหม่ โดยใช้ AIDS Epidemic Model (AEM) คำดว่ำจะมีผู้ติดเช้ือฯรำยใหม่ประมำณ
43,000 คน เกดิ ข้ึนในช่วง ป พ.ศ. 2555-2559 ในประเทศไทย ทำ่ มกลำงจ�ำนวนผตู้ ิดเชื้อฯ รำยใหม่ ประมำณ 62% เป็นกำรรับ

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

72 สำนกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์ ป พ.ศ. 2558

และถ่ำยทอดเชื้อฯ ในกลุ่มชำยมีเพศสัมพันธ์กับชำย พนักงำนบริกำรและลูกค้ำ และ ผู้ใช้ยำด้วยวิธีฉีด 32% เป็นกำรรับและ
ถำ่ ยทอดเชอื้ ฯ ผำ่ นคู่ และ 6% เปน็ กำรรบั และถำ่ ยทอดเชอื้ ฯ ผำ่ นกำรมเี พศสมั พนั ธฉ์ ำบฉวยและนอกคสู่ มรส โครงกำรนถี้ กู ออกแบบ
มำเพอ่ื สนบั สนนุ แผนยุทธศำสตร์กำรปอ้ งกันและแก้ไขปญั หำเอดสแ์ หง่ ชำติ พ.ศ. 2555-2559 เพอื่ มุง่ ส่เู ปำ้ หมำยทเี่ ป็นศูนยใ์ นกำร
ลดผตู้ ิดเชื้อฯ รำยใหม่ ลดกำรตีตรำและกำรเลอื กปฏบิ ตั ิ กองทนุ ประชำกรแห่งสหประชำชำติ (UNFPA) มีบทบำทในกำรสนับสนนุ
ประเทศไทยในกำรก�ำหนดนโยบำยส่งเสริมและกลไกในกำรเพ่ิมกำรเข้ำถึงบริกำรสุขภำวะทำงเพศอนำมัยกำรเจริญพันธุ์และ
เอชไอวี ในกลมุ่ ประชำกรส�ำคญั ทีไ่ ดร้ ับผลกระทบโดยเฉพำะอย่ำงย่งิ พนักงำนบรกิ ำรและเยำวชน

วัตถุประสงค์
เพ่อื ขับเคลอ่ื นถุงยำงอนำมยั ตำมแผนยทุ ธศำสตรถ์ งุ ยำงอนำมัยแห่งชำติ
สรปุ ผลการดำาเนนิ งาน
1. ประชุมคณะกรรมกำรขบั เคลอื่ นยทุ ธศำสตร์ถงุ ยำงอนำมยั แห่งชำติ ครงั้ ท่ี 1 วนั ท่ี 14 สิงหำคม 2558 โรงแรม
นำรำยณ์ โดยมวี ตั ถุประสงคเ์ พอ่ื ปรับเปลี่ยนภำพลกั ษณแ์ ละเจตคติตอ่ ถุงยำงอนำมัยให้เป็นอปุ กรณส์ ขุ อนำมยั ทำงเพศ เพื่อสง่ เสริม
กำรเข้ำถงึ และใชถ้ ุงยำงอนำมัยหรอื ถุงอนำมัยสตรี และสำรหล่อลื่นอย่ำงถูกต้อง สม�ำ่ เสมอ ทัว่ ถึง และสอดคลอ้ งกบั บรบิ ทวิถชี ีวติ
และควำมต้องกำรของประชำชน เพอ่ื สนับสนุนและพัฒนำศักยภำพและระบบกำรจัดกำรและบรกิ ำรถุงยำงอนำมยั แก่ทุกภำคส่วน
อย่ำงบูรณำกำรและย่ังยืน และเพ่ือสร้ำงหรือปรับปรุงสิ่งแวดล้อมที่เอ้ืออ�ำนวยต่อกำรส่งเสริมกำรใช้ถุงยำงอนำมัย งบประมำณ
ทใ่ี ช้ในกำรจัดประชุม 46,100 บำท
2. ประชุมผู้รับผิดชอบด้ำนกำรกระจำยถุงยำงอนำมัยเพื่อช้ีแจงและก�ำหนดแนวทำงกำรด�ำเนินงำนเพ่ือส่งเสริม
และสนับสนุนกำรด�ำเนินงำนเร่ืองเคร่ืองจ�ำหน่ำยถุงยำงอนำมัย ครั้งที่ 1 วันที่ 24 สิงหำคม 2558 โรงแรม แกรนด์ไชน่ำ โดยมี
วตั ถุประสงคเ์ พ่อื หำแนวทำงรว่ มกนั ระหวำ่ ง ภำครัฐ ภำคเอกชน เรอ่ื งเครอ่ื งจ�ำหน่ำยถุงยำงอนำมัย รำคำถงุ ยำงอนำมยั และเรอ่ื ง
ส่ือประชำสมั พนั ธ์เพ่ือใหเ้ จำะใหถ้ ึงกลุ่มเปำ้ หมำยอย่ำงเปน็ รปู ธรรม และเพ่ือลดโรค ลดเร่ืองทอ้ งไมพ่ รอ้ ม ฯลฯ งบประมำณที่ใชใ้ น
กำรจัดประชุม 36,240 บำท
ปัจจยั ความสาำ เร็จ
ผบู้ รหิ ำรระดบั สงู เจำ้ หนำ้ ที่ ภำครฐั ภำคเอกชน และภำคประชำสงั คม เหน็ ควำมสำ� คญั ตอ่ กำรขบั เคลอื่ นยทุ ธศำสตร์
ถงุ ยำงอนำมยั แห่งชำติ และกำรกระจำยถงุ ยำงอนำมัยให้ทวั่ ถงึ ทุกกลุ่มประชำกร
ปัญหาอุปสรรค
ประชำชนบำงกลุ่มยังเหน็ ถงุ ยำงอนำมยั เปน็ ส่งิ น่ำอำย ไมก่ ล้ำพกพำ
ข้อเสนอแนะการแก้ไข
ประชำสัมพนั ธ์ให้ประชำชนตระหนักถึงกำรใช้ถุงยำงอนำมัยใหเ้ ป็นวิถีชวี ติ ปกติ

2.1.14 โครงการยตุ ปิ ญั หาวัณโรคและเอดส์ดว้ ยชุดบรกิ าร RRTTR

เครือทิพย์ จันทรธานีวฒั น์ และผ่องเพ็ญ ต้ังจิตพนิ จิ การ

หลกั การเหตผุ ล
กำรคำดประมำณจำ� นวนผตู้ ดิ เชอ้ื รำยใหมใ่ นป พ.ศ. 2556 ดว้ ยโมเดลกำรคำดประมำณกำรตดิ เชอื้ เอชไอวขี องเอเชยี
(AIDS Epidemic Model : AEM) คำดวำ่ รอ้ ยละ 32 ของจ�ำนวนผู้ติดเชื้อรำยใหม่อยู่ในกล่มุ คู่ท่ีมีผลเลอื ดตำ่ งโดยเฉพำะในคู่ของ
ประชำกรทม่ี อี ตั รำกำรตดิ เชอื้ สงู (KP-Key Populations) คำดประมำณวำ่ ภำยในสนิ้ ป พ.ศ. 2556 ประเทศไทยจะมจี ำ� นวนผตู้ ดิ เชอ้ื
เอชไอวี 451,258 คน ส�ำนักโรคเอดส์ฯ จึงได้จัดทำ� โครงกำรยตุ ปิ ญั หำวณั โรคและเอดส์ ดว้ ยชุดบรกิ ำร R-R-T-T-R โดยจะรบั หน้ำท่ี
หลักในกำรพัฒนำเชอ่ื มตอ่ ระบบบริกำรสุขภำพ ในส่วนของมลู นธิ ิรกั ษ์ไทยภำยใต้เงินสนบั สนนุ กองทนุ โลก จะมงุ่ เนน้ กำรดำ� เนนิ งำน
โครงกำรทข่ี บั เคลอ่ื นโดยภำคประชำสงั คม และกำ� กบั กำรดำ� เนนิ งำนกบั ประชำกรหลกั ในหมวดกิจกรรมที่เก่ียวข้องกับเอชไอวีและ
กำรตรวจหำผู้ปว่ ยแบบเข้มขน้ ในกลมุ่ แรงงำนขำ้ มชำติ

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

สำนกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธ์ ป พ.ศ. 2558 73

วัตถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื คน้ หำผตู้ ดิ เชอ้ื เอชไอวแี ละผปู้ ว่ ยวณั โรคในชมุ ชน และในสถำนบรกิ ำรสขุ ภำพ โดยเขำ้ ถงึ ประชำกรกลมุ่ เปรำะบำง
และทีม่ ีพฤตกิ รรมเส่ยี งตอ่ กำรรบั เช้อื ให้ไดร้ ับกำรตรวจหำกำรติดเช้อื เอชไอวี
2. เพ่ือพัฒนำศักยภำพกำรตรวจวินิจฉัยกำรติดเชื้อเอชไอวีและกำรป่วยวัณโรคได้อย่ำงถูกต้องโดยกำรเพิ่ม
ควำมสำมำรถในกำรตรวจวินิจฉัย และลดระยะเวลำในกำรฟังผลเลือด (กำรตรวจหำภำวะกำรติดเชื้อเอชไอวีโดยใช้ชุดตรวจ
ท่ที รำบผลภำยในวันเดียว)
3. เพื่อสนบั สนุนใหเ้ กิดกำรรกั ษำทร่ี วดเรว็ และกำรดแู ลท่ีต่อเนือ่ งสำ� หรับผู้ท่ีไดร้ บั กำรวินิจฉยั กำรตดิ เช้อื เอชไอวี
4. เพ่ือให้เกิดกำรเช่ือมประสำนงำนระหว่ำงหน่วยงำนท่ีท�ำงำนด้ำนเอชไอวีและวัณโรคทั้งในระดับประเทศ และ
ระดับพ้ืนที่
5. เพอ่ื ให้กำรตดิ เช้ือเอชไอวแี ละวณั โรคเป็นเร่ืองปกติวสิ ยั โดยกำรลดกำรตีตรำและเลือกปฏบิ ัติ
สรปุ ผลการดำาเนินงาน
1. ประชมุ จดั ทำ� มำตรฐำนศนู ยบ์ รกิ ำรชมุ ชน 4 ครงั้ ตำมมตทิ ป่ี ระชมุ ใหท้ มี เลขำนกุ ำรลงสำ� รวจขอ้ มลู กำรจดั บรกิ ำร
4 แหง่ และนำ� ร่ำงมำตรฐำนศูนย์บริกำรชมุ ชนไปทดสอบประเมนิ ศูนย์บรกิ ำรชุมชน 3 แหง่
2. จดั ประชุมจัดตั้งศูนยบ์ รกิ ำรชุมชน 29 แหง่
3. อบรมเพ่ือพัฒนำศักยภำพผู้ให้บริกำรให้มีควำมรู้ควำมเข้ำใจในแนวคิดและหลักกำรตรวจเลือดแบบทรำบ
ผลในวันเดียว และหลกั กำรให้คำ� ปรึกษำแบบทรำบผลภำยในวันเดียว 6 ครงั้
4. ประชุมพฒั นำระบบให้บริกำรเรื่อง HCT-SDR 5 คร้ัง
5. อบรมพัฒนำศกั ยภำพเจ้ำหน้ำทีผ่ ู้ให้บรกิ ำรเร่อื ง HCT-SDR
ปัจจยั ความสาำ เรจ็
1. มีกำรท�ำควำมเข้ำใจเก่ยี วกบั แผนงำน วตั ถปุ ระสงคข์ องโครงกำร
2. มกี ำรเตรยี มควำมพร้อม ในกำรวำงแผนกำรดำ� เนนิ กำรลว่ งหนำ้
3. ไดต้ ดิ ต่อประสำนงำน และทำ� ควำมเข้ำใจเก่ียวกบั แผนงำน รปู แบบกำรดำ� เนนิ งำนกบั พ้ืนทที่ ีด่ �ำเนนิ กำร
ปญั หาอุปสรรค
กำรดำ� เนินงำนไม่เปน็ ไปตำมแผน เนือ่ งจำกโอนงบประมำณให้ SSR ลำ่ ชำ้ เพรำะรอกำรลงนำมในข้อตกลงท�ำให้
ดำ� เนนิ กำรลำ่ ชำ้
ข้อเสนอแนะการแก้ไข
ควรมกี ำรวำงแผนกำรดำ� เนินงำนล่วงหนำ้ เพอื่ ให้ภำรกิจงำนเปน็ ไปอย่ำงตอ่ เน่ือง มงี บประมำณรองรับ

74

2.1.15 โครงการบรู ณาการการปอ้ งกนั การตดิ เชอื้ เอชไอวแี ละการดแู ลรกั ษา ในกลมุ่ ชายมเี พศสมั พนั ธก์ บั ชายใน
กรงุ เทพมหานครและพน้ื ทเี่ รง่ รดั ภายใตย้ ทุ ธศาสตรป์ อ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หาเอดสแ์ หง่ ชาติ พ.ศ. 2555-2559 สเู่ ปา้ หมายทเ่ี ปน็ ศนู ย์

พิชพนั ธ์ พงษ์สกุล, สุวนยี ์ ใหมส่ วุ รรณ, พัชรนิ ทร์ ศรีวสุทธิ์ และณัฐวรรณ ขุนบุญ

หลกั การเหตผุ ล
ในปัจจุบัน นวัตกรรมในดำ้ นกำรปอ้ งกันและแนวคดิ ไดป้ รับเปลยี่ นรปู แบบ จำกกำรดำ� เนินกำรในลกั ษณะแยกส่วน
ระหวำ่ งกำรปอ้ งกนั และกำรดแู ลรกั ษำ เปน็ กำรเชอ่ื มโยงทง้ั สองระบบเขำ้ ดว้ ยกนั เพอ่ื ใหก้ ลมุ่ เปำ้ หมำยไดร้ บั กำรดแู ลทคี่ รบถว้ นตงั้ แต่
กำรได้รับควำมรู้ กำรเข้ำถึงบริกำรตรวจกำรติดเช้ือเอชไอวี และโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ ไปจนถึงกำรสร้ำงควำมเข้มแข็งให้กับ
ระบบส่งต่อเพ่ือให้ผู้ติดเช้ือฯ สำมำรถเข้ำสู่ระบบกำรดูแลรักษำได้อย่ำงทันท่วงที เนื่องจำกมีหลักฐำนเชิงประจักษ์ท่ีชัดเจนว่ำกำร
ทผ่ี ตู้ ดิ เชอ้ื ฯ ไดร้ บั กำรรกั ษำดว้ ยยำตำ้ นไวรสั ฯ แตเ่ นน่ิ ๆ สำมำรถชว่ ยลดกำรตดิ เชอื้ ฯ ในคลู่ งไดถ้ งึ รอ้ ยละ 96 (Cohen M, et al. 2011)

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

74 สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ต่อทำงเพศสัมพนั ธ์ ป พ.ศ. 2558

นอกเหนือจำกนี้ควรต้องสนับสนุนให้มีกำรตรวจกำรติดเช้ือเอชไอวีอย่ำงสม่�ำเสมอในรำยท่ีตรวจไม่พบเชื้อฯ เพ่ือเฝ้ำระวังสุขภำพ
ของตนเอง พืน้ ท่ดี �ำเนนิ งำน 11 จงั หวัด ไดแ้ ก่ นนทบรุ ี ปทมุ ธำนี สมุทรปรำกำร ระยอง พระนครศรีอยธุ ยำ ลพบุรี พะเยำ หนองคำย
บุรรี มั ย์ ตรงั และพังงำ กรอบกำรดำ� เนนิ โครงกำร คอื Reach Recruit Test Treat Retain (R-R-T-T-R)

วตั ถปุ ระสงค์
เพื่อใหช้ ำยมีเพศสมั พันธ์กับชำยรสู้ ถำนะกำรติดเช้อื เอชไอวีของตนเองและไดร้ บั กำรรกั ษำแตเ่ นน่ิ ๆ อยำ่ งต่อเนื่อง
สรปุ ผลการดำาเนนิ งาน
1. งำนด้ำนบรกิ ำร (services) ประกอบดว้ ยกำรสรำ้ งควำมตอ้ งกำรใชบ้ ริกำร กำรป้องกันและบริกำรตรวจกำรติด
เชื้อเอชไอวี ตรวจและรักษำโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ กำรประชำสัมพันธ์ผ่ำนเครือข่ำยทำงสังคมของกลุ่มชำยมีเพศสัมพันธ์
กบั ชำย (social network) และเครอื ข่ำยสังคมออนไลน์ (social media) จดั ท�ำเว็บไซต์ buddystation.org กำรใหบ้ รกิ ำรสขุ ภำพ
ตรวจกำรตดิ เชอื้ เอชไอวแี บบทรำบผลในวนั เดยี วกนั Mobile VCT และดแู ลรกั ษำดว้ ยยำตำ้ นไวรสั ฯ กำรสรำ้ งเครอื ขำ่ ยสถำนบรกิ ำร
เอกชนพน้ื ท่กี รุงเทพมหำนคร เครือขำ่ ยร้ำนขำยยำคณุ ภำพท่จี ะใหข้ อ้ มูลแกช่ ำยมีเพศสมั พนั ธก์ ับชำยทม่ี ำซ้อื ยำรักษำโรคตดิ ต่อทำง
เพศสมั พันธ์ แนะน�ำและส่งตอ่ ไปตรวจกำรตดิ เช้อื เอชไอวี
2. งำนด้ำนกำรพัฒนำและประกันคุณภำพกำรสร้ำงควำมต้องกำรใช้บริกำร มีกำรพัฒนำศักยภำพ บุคลำกร
ในโครงกำร กำรฝึกอบรม กำรให้ค�ำแนะน�ำในกำรท�ำงำนในพ้ืนที่ (coaching) และกำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่ำงพื้นท่ี จัดท�ำ
Target Mapping เพือ่ วำงแผนกำรเข้ำถงึ กล่มุ เปำ้ หมำย

83,100

18% 50%

16,322 150

2,918 299 # of MSM newly
initiated ART
MSM size estimation # of MSM reached # of MSM tested # of MSM+
Annually

ผลการดำาเนนิ งาน
กำรคำดประมำณจำ� นวนกลมุ่ ชำยมเี พศสมั พนั ธก์ บั ชำยของประเทศ ทค่ี ดิ จำกรอ้ ยละ 16 ทมี่ คี วำมเสยี่ งสงู ของกลมุ่
ประชำกรชำย อำยุ 15-49 ป มีจ�ำนวน 504,000 คน และคำดประมำณในพืน้ ท่ี 11 จงั หวัด มีจำ� นวน 83,100 คน และคำดประมำณ
รอ้ ยละ 7 เป็นผูอ้ ยู่รว่ มกบั เช้ือเอชไอวใี น 11 จังหวดั มีจำ� นวน 5,800 คน และขอ้ มูลผลกำรด�ำเนนิ งำนป 2557-31 มีนำคม 2558
ในพนื้ ท่ี 11 จังหวัด เม่ือเปรยี บเทยี บจำกข้อมลู คำดประมำณจำ� นวน 83,100 คน
ปจั จัยความสำาเร็จ
แนวคดิ ในกำรดำ� เนนิ โครงกำรฯ เพอื่ ใหเ้ กดิ ควำมสอดคลอ้ งและเชอื่ มโยงกนั จำกกำรปอ้ งกนั ไปสกู่ ำรดแู ลรกั ษำเอชไอวี
โดยมีจุดส�ำคัญคือบริกำรตรวจกำรติดเช้ือเอชไอวี ซึ่งจะเป็นจุดศูนย์กลำงในกำรเชื่อมผู้ติดเช้ือฯเข้ำสู่ระบบบริกำรและให้ค�ำปรึกษำ
เพ่ือให้ผูท้ ยี่ งั ไม่ติดเชื้อฯ สำมำรถดแู ลตนเองให้ปลอดเชือ้ ฯ และกลับมำตรวจเพื่อเฝำ้ ระวังสขุ ภำพของตนเองอย่ำงสม่ำ� เสมอ

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

สำนกั โรคเอดส์ วณั โรค และโรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์ ป พ.ศ. 2558 75

ปญั หาอุปสรรค
ผู้ประสำนงำนของส�ำนักงำนสำธำรณสุขจังหวัดมภี ำระงำนมำก มีกำรปรับแผนงำน และกรอบเวลำกำรด�ำเนินงำน
และกำรจัดจ้ำงเจ้ำหน้ำที่เชิงรกุ (outreach coordinator) บำงพนื้ ทล่ี ำ่ ช้ำ
ข้อเสนอแนะการแก้ไข
จำกกำรประเมินจำกมหำวิทยำลัยนเรศวรเพ่ือวิเครำะห์ต้นทุน-ประสิทธิผลของโครงกำรฯ ในส่วนของเจ้ำหน้ำที่
เชิงรุก (outreach coordinator) ท้ังรูปแบบกำรในด�ำเนินงำน กำรพัฒนำเจ้ำหน้ำท่ีเชิงรุก และแนวทำงในกำรพัฒนำกิจกรรมท่ี
ดำ� เนนิ งำนโดยเจ้ำหนำ้ ท่เี ชงิ รกุ ในเชงิ ของกำรวเิ ครำะห์ต้นทุน-ประสิทธผิ ล ผลกำรศกึ ษำ สรุปในเบื้องตน้ ได้วำ่ กำรพัฒนำเจำ้ หนำ้ ท่ี
เชิงรกุ (outreach Coordinator) มคี วำมคมุ้ ค่ำท่ีจะลงทนุ

2.1.16 โครงการเสรมิ สร้างความเขม้ แขง็ ของระบบขอ้ มลู สขุ ภาพด้านเอชไอวีและเอดส์ ประเทศไทย (ระบบ
ขอ้ มูลในกล่มุ ผใู้ ชย้ าเสพตดิ ดว้ ยวิธีฉดี (IDU Database))

จุฑามาศ มากกญุ ชร , สรายุทธ์ิ อินทศร และอาษา สวสั ดี

หลักการเหตผุ ล
ประเทศไทยไดพ้ ฒั นำและใชร้ ะบบกำรเฝำ้ ระวงั ตำมหลกั ธรรมชำตขิ องกำรเกดิ โรคและมกี ำรตดิ ตำมตรวจสอบระบบ
กำรเฝำ้ ระวงั ระบบเฝำ้ ระวงั ทมี่ อี ยนู่ นั้ แมจ้ ะสนบั สนนุ กำรวดั ของตวั ชวี้ ดั แตย่ งั จำ� เปน็ ทต่ี อ้ งแกไ้ ขปรบั ปรงุ และเสรมิ สรำ้ งควำมเขม้ แขง็
เพอ่ื ติดตำมจำ� นวนผ้ตู ิดเช้ือรำยใหม่และผลของกำรด�ำเนนิ กำรกิจกรรมปอ้ งกันทมี่ ีประสทิ ธิภำพ ระบบกำรตดิ ตำมบำงระบบยังขำด
กำรประสำนงำนและมีควำมซับซ้อนในกำรเก็บรวบรวมข้อมูล นอกจำกนั้นในระดับจังหวัดยังขำดควำมสำมำรถในกำรน�ำข้อมูล
มำใชป้ ระโยชนใ์ นกำรวเิ ครำะหส์ ถำนกำรณเ์ อชไอวแี ละเอดส์ และแบบแผนกำรระบำดของกำรตดิ เชอ้ื เอชไอวี เพอ่ื กำรคำดประมำณ
สถำนกำรณเ์ อชไอวีและเอดส์ใชใ้ นกำรวำงแผนเพือ่ กำ� หนดนโยบำยของพ้ืนที่
เพ่ือสนับสนุนในกำรด�ำเนินงำนที่มีประสิทธิภำพของแผนยุทธศำสตร์บูรณำกำรกำรป้องกันและแก้ไขปัญหำเอดส์
แห่งชำติ พ.ศ. 2555-2559 โดยกำรเสริมสร้ำงควำมผสมผสำนและควำมครอบคลุมของกรอบข้อมูลเชิงกลยุทธ์และกำรจัดกำร
ระบบข้อมูลด้ำนสุขภำพ (HMIS) กำรด�ำเนินงำนน้ีจะช่วยท�ำให้มีควำมพร้อมและกำรเข้ำถึงข้อมูลเชิงกลยุทธ์และเสริมสร้ำง
ควำมสำมำรถดำ้ นทรพั ยำกรมนษุ ย์ ในกำรใชป้ ระโยชนจ์ ำกขอ้ มลู ไดอ้ ยำ่ งมปี ระสทิ ธภิ ำพ สง่ เสรมิ กำรจดั กำรปญั หำเอชไอวแี ละเอดส์
ที่มีประสิทธิภำพในระดับจังหวัดและระดับชำติ กำรสร้ำงเสริมควำมสำมำรถในกำรจัดกำรด้ำนระบำดวิทยำและกำรจัดกำรระบบ
สำรสนเทศท่ีทันสมัย ตลอดจนกำรบรหิ ำรจดั กำรโครงกำรเอชไอวแี ละเอดส์ และควำมเช่ียวชำญในทรพั ยำกรของภำครัฐท่มี ีอยู่
วัตถุประสงค์
1. เพ่ือเสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งของระบบกำรเฝ้ำระวังในกำรติดตำมสถำนกำรณ์เอชไอวีและเอดส์ ตรวจสอบ

แบบแผนกำรระบำดขอ7งก6ำรติดเชื้อเอชไอวี และผลกระทบของโครงกำรป้องกันเอชไอวี และผลกำรเฝ้ำระวังที่สำมำรถใช้สำ� หรับ

กำรวำงแผนงำนโครงกำรภำยในป 2559 พร้อมทัง้ เช่ือมโยงงำนเฝ้ำระวังร่วมกับงำนบริกำรป้องกนั ดแู ล และรักษำผตู้ ิดเช้ือเอชไอวี
2. เพอ่ื พฒั นำศกั ยภำพและเสรมิ สรำ้ งควำมเขม้ แขง็ ของบคุ ลำกรในกำรใชข้ อ้ มลู เชงิ กลยทุ ธแ์ ละกำรสงั เครำะหข์ อ้ มลู

จำกหลำยแหล่งขอ้ มลู เพ่ือใชใ้ นกำรวำงแผนกำ� หนดนโยบำยและกำรด�ำเนินงำนโครงกำรระดบั จงั หวัด ภำยในป 2559
สรปุ ผลการดาำ เนนิ งาน
ส�ำนักโรคเอดส์ฯ ติดตำมกำรใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ผ่ำนจดหมำยอิเล็กทรอนิกส์ และกำรโทรศัพท์ เพ่ือติดตำม

กำรใช้โปรแกรม ปรับปรุงแก้ไขโปรแกรม แนะน�ำวิธีกำรใช้โปรแกรม และรวบรวมข้อมูล โดยทำงหน่วยงำนเครือข่ำยจะส่งข้อมูล
ใหก้ บั สำ� นกั งำนสำธำรณสขุ จงั หวดั เพอ่ื รวบรวมขอ้ มลู ทงั้ จงั หวดั หรอื หนว่ ยงำนเครอื ขำ่ ยบำงแหง่ จะสง่ ขอ้ มลู มำยงั สำ� นกั โรคเอดสฯ์
โดยตรง ภำยในวันท่ี 10 ของเดือน และส�ำนักโรคเอดส์ฯ เป็นผู้รวบรวมข้อมูลของหน่วยงำนทุกแห่งเพ่ือสรุปข้อมูลด้ำนสุขภำพ
ในกล่มุ ผใู้ ชย้ ำเสพติดดว้ ยวธิ ฉี ีดและวธิ ีอื่น

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

76 สำนักโรคเอดส์ วณั โรค และโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ ป พ.ศ. 2558

กำรประชมุ หนว่ ยงำนเครอื ขำ่ ยเพอื่ ขบั เคลอื่ นกำรดำ� เนนิ งำนในกำรพฒั นำระบบขอ้ มลู ดำ้ นสขุ ภำพในกลมุ่ ผใู้ ชย้ ำเสพ
ตดิ ดว้ ยวธิ ฉี ดี โดยมกี ำรวำงแผนกำรดำ� เนนิ งำน ปง บประมำณ 2559 และสรปุ ขอ้ มลู ดำ้ นสขุ ภำพในกลมุ่ ผใู้ ชย้ ำเสพตดิ ดว้ ยวธิ ฉี ดี และ
วิธีอืน่ หนว่ ยงำนเครือข่ำยท่รี ่วมด�ำเนนิ กำร จำ� นวน 26 แห่ง (11 จังหวัด)

ปจั จยั ความสำาเรจ็
1. กำรติดต่อประสำนงำนกับผู้รับผิดชอบงำน ซ่ึงในลักษณะกำรประสำนงำน ต้องมีกำรพูดคุยกันเป็นประจ�ำ
สนิทสนมคนุ้ เคย ไม่ใช่แคต่ ดิ ตอ่ เรือ่ งงำน แต่สว่ นกลำงจะต้องคอยสนับสนุน และใหค้ วำมชว่ ยเหลอื ตลอดเวลำ ดว้ ยเหตทุ ี่เป็นระบบ
ข้อมูล อำจจะมปี ัญหำจำกกำรใชง้ ำนและจำกระบบท่ีขัดข้อง ท้ังกำรพดู คุยแบบพีน่ อ้ ง จะช่วยใหก้ ำรท�ำงำนเป็นไปไดด้ ้วยดี
2. คณะทำ� งำนมกี ำรสรปุ ผลกำรดำ� เนนิ งำน ปญั หำ อปุ สรรค และวำงแผนกำรดำ� เนนิ งำนตอ่ ไปเปน็ ประจำ� ทกุ ๆ เดอื น
3. ผู้รับผิดชอบงำนของหน่วยงำนเครือข่ำย เห็นประโยชน์และควำมส�ำคัญของระบบข้อมูลและน�ำไปใช้ใน
กำรวำงแผนกำรดำ� เนนิ งำนและติดตำมกำรดแู ลรักษำผู้ใช้ยำเสพตดิ ทง้ั ด้วยวิธฉี ีดและวิธีอ่ืนๆ
ปัญหาอุปสรรค
ระบบขอ้ มลู ตอ้ งมกี ำรปรบั แบบบนั ทกึ และโปรแกรมคอมพวิ เตอร์ เพอื่ ใหต้ รงกบั กำรดำ� เนนิ งำนนโยบำยลดอนั ตรำย
จำกกำรใชย้ ำเสพติด จึงทำ� ใหข้ อ้ มลู ทไี่ ด้ลำ่ ช้ำและตดิ ปญั หำจำกโปรแกรมทปี่ รับปรงุ ใหม่
ขอ้ เสนอแนะการแก้ไข
1. กำรสร้ำงควำมเข้ำใจและกำรช้ีให้เห็นควำมส�ำคัญของระบบข้อมูลต่อผู้บริหำร เป็นสิ่งท่ีจ�ำเป็น เน่ืองด้วย
ระบบขอ้ มลู สำ� หรบั กลมุ่ ผใู้ ชย้ ำ/สำรเสพตดิ น้ี ไมไ่ ดเ้ ปน็ ตวั ชว้ี ดั หลกั หำกผบู้ รหิ ำรเหน็ ควำมสำ� คญั และประโยชน์ กจ็ ะสำมำรถดำ� เนนิ งำน
ในหน่วยงำนนน้ั ๆได้ดขี ึ้น
2. กำรพฒั นำระบบข้อมลู รว่ มกันของทกุ ฝ่ำยท่ีเกย่ี วข้อง ท้ังเจำ้ หนำ้ ท่ีด้ำนเอดส์และดำ้ นยำเสพตดิ เพ่อื ให้ตรงกบั
วัตถุประสงค์ และกำรใชป้ ระโยชนข์ องข้อมลู

2.2 กลุ่มพัฒนาการดูแลรกั ษาเอชไอวี และ เอดส์
2.2.1 โครงการสง่ เสรมิ การดาำ เนนิ งานตามแนวปฏบิ ตั แิ หง่ ชาตวิ า่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และบรหิ ารจดั การดา้ นเอดส์

ในสถานทท่ี ำางาน ปงี บประมาณ 2558

ชวี นันท์ เลิศพิริยะสวุ ฒั น,์ ปาริชาติ จนั ทร์จรัส และศรัญญา สุขอ�่า

หลกั การเหตผุ ล
ตำมทีค่ ณะกรรมกำรแหง่ ชำตวิ ำ่ ดว้ ยกำรปอ้ งกนั และแกไ้ ขปัญหำเอดส์ (คช.ปอ.) มีมตเิ ห็นชอบมำตรกำรยตุ ิปญั หำ
เอดสข์ องประเทศไทย และใหบ้ รรจมุ ำตรกำรยตุ ปิ ญั หำเอดสไ์ วใ้ นแผนยทุ ธศำสตรป์ อ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หำเอดสไ์ วใ้ นแผนยทุ ธศำสตร์
ปอ้ งกนั และแก้ไขปญั หำเอดสแ์ หง่ ชำติ พ.ศ.2557-2559 ซ่ึงไดก้ �ำหนดยทุ ธศำสตรไ์ ว้ 5 ยุทธศำสตร์ ได้แก่ ยทุ ธศำสตร์ท่ี 1 เรง่ รัด
ขยำยกำรปอ้ งกนั ใหค้ รอบคลมุ พน้ื ท่ี และประชำกรทม่ี พี ฤตกิ รรมเสย่ี งและคำดวำ่ จะมกี ำรตดิ เชอื้ ฯ รำยใหมม่ ำกทส่ี ดุ ยทุ ธศำสตรท์ ่ี 2
ขยำยกำรปกป้องทำงสังคมและปรับเปล่ียนสภำวะแวดล้อมทำงกฎหมำยท่ีมีควำมส�ำคัญต่อกำรป้องกันและรักษำ ยุทธศำสตร์ที่ 3
เพม่ิ ควำมรบั ผดิ ชอบและเปน็ เจำ้ ของรว่ มในระดบั ประเทศ จงั หวดั และท้องถิน่ ยทุ ธศำสตร์ท่ี 4 พฒั นำระบบขอ้ มลู เชงิ ยุทธศำสตร์
เพอื่ เพมิ่ ประสิทธภิ ำพกำรป้องกันและแกไ้ ขปัญหำเอดสใ์ นทุกระดับ และ ยทุ ธศำสตร์ท่ี 5 ยกระดับคุณภำพมำตรกำรและแผนงำนที่
มีอยู่เดิมใหเ้ ข้มข้นขน้ึ และบรู ณำกำร

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ ป พ.ศ. 2558 77

เพื่อใหบ้ รรลุเปำ้ หมำยในกำรยตุ ปิ ัญหำเอดส์ คือ ไมม่ ีกำรติดเช้ือเอชไอวีรำยใหม่ กำรเสียชวี ติ ท่เี กย่ี วเน่อื งกบั เอชไอ
วแี ละกำรตตี รำและเลอื กปฏบิ ตั เิ นอ่ื งจำกเอดส์ กรมควบคมุ โรคจงึ ไดก้ ำ� หนดมำตรกำรทเ่ี ปน็ จดุ เนน้ สำ� คญั ไดแ้ ก่ 1) สรำ้ งควำมตอ้ งกำร
กำรใช้บรกิ ำรและกำรลดกำรตตี รำรังเกยี จในกลุม่ เปำ้ หมำยหลัก และประชำกรทว่ั ไป 2) พัฒนำบริกำรและคุณภำพของกำรป้องกัน
กำรรกั ษำ กำรตรวจกำรตดิ เชอื้ เอชไอวี กำรคดั กรองและรกั ษำSTI และกำรดแู ลรกั ษำเอชไอวตี อ่ เนอ่ื ง 3) สง่ เสรมิ กำรใช้ และพฒั นำกำร
บรหิ ำรจดั กำรถงุ ยำงอนำมยั และสำรหลอ่ ลนื่ 4) กำรพฒั นำและผลกั ดนั นโยบำย กฎหมำย และสภำพแวดลอ้ มทเี่ ออ้ื ตอ่ กำรดำ� เนนิ งำน
และ 5) พฒั นำระบบข้อมลู ยทุ ธศำสตร์ กำรตดิ ตำมประเมนิ ผล และกำรใชป้ ระโยชน์ขอ้ มูล

จำกจุดเน้นข้ำงต้น ส�ำนักโรคเอดส์ฯ พิจำรณำเห็นว่ำแนวปฏิบัติแห่งชำติว่ำด้วย กำรป้องกันและบริหำรจัดกำร
ด้ำนเอดสใ์ นสถำนทท่ี ำ� งำน เปน็ นโยบำย/ระเบียบส�ำคัญท่ีสอดคลอ้ งกบั จดุ เนน้ ที่ 4 ทีเ่ ป็นกำรพัฒนำสภำพแวดล้อม ทเ่ี อ้ือตอ่ กำร
ด�ำเนนิ งำนป้องกันและแก้ไขปัญหำเอดส์ ส�ำนกั โรคเอดส์ วัณโรคและโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ จงึ เหน็ ควรจดั โครงกำรเพอ่ื สง่ เสริม
ใหห้ นว่ ยงำนตำ่ งๆ น�ำแนวปฏิบัติแหง่ ชำตวิ ำ่ ด้วยกำรป้องกนั และบรหิ ำรจัดกำรดำ้ นเอดสใ์ นสถำนที่ ทำ� งำนไปใช้

วตั ถุประสงค์
เพ่ือส่งเสริมให้หน่วยงำนภำครัฐน�ำแนวปฏิบัติแห่งชำติว่ำด้วยกำรป้องกันและบริหำรจัดกำรด้ำนเอดส์ในสถำนที่
ทำ� งำนไปใชป้ ฏิบัติ
สรปุ ผลการดำาเนนิ งาน
จำกผลกำรดำ� เนนิ งำน มหี นว่ ยงำนภำครฐั มกี ำรพฒั นำองคก์ รตำมแนวปฏบิ ตั แิ หง่ ชำตวิ ำ่ ดว้ ยกำรปอ้ งกนั และบรหิ ำร
จดั กำรด้ำน เอดสใ์ นสถำนทีท่ �ำงำน จำ� นวน 80 หน่วยงำนและจำกกำรประชำสัมพนั ธข์ องหนว่ ยงำนในสว่ นกลำง และส่วนพื้นทท่ี ้งั
โดยสำ� นกั งำนปอ้ งกนั ควบคมุ โรคที่ 1-12 และสำ� นกั งำนสำธำรณสขุ จงั หวดั ทกุ จงั หวดั ในชว่ งทผี่ ำ่ นมำ มอี งคก์ รทสี่ นใจสมคั รเขำ้ รว่ ม
ประกวด รวมท้งั ส้นิ 101 องค์กร โดยแบ่งเป็น
 องค์กรด้ำนสำธำรณสขุ จ�ำนวน 52 องคก์ ร
 องค์กรด้ำนกำรศกึ ษำ จำ� นวน 27 แห่ง
 องค์กำรปกครองส่วนท้องถิ่น จำ� นวน 14 แหง่
 องค์กรอื่นๆ จ�ำนวน 8 องค์กร
ตอ่ มำสำ� นกั โรคเอดสฯ์ รว่ มกบั สำ� นกั งำนปอ้ งกันควบคมุ โรคที่ 1-12 ประสำนและจดั ทำ� แผนตดิ ตำมประเมนิ องคก์ ร
ทส่ี มัครเข้ำร่วมประกวดฯ โดยแบ่งทมี ตำมเขต สคร. ซึ่งแตล่ ะทีมได้สรปุ ผลกำรตดิ ตำมประเมนิ ตำมเกณฑท์ ่กี ำ� หนดฯ หลงั จำกนั้นได้
คดั เลือกองค์กรทไี่ ดค้ ะแนนสงู สุดในแตล่ ะประเภทของเขต มำนำ� เสนอตอ่ คณะกรรมกำรประกวดองค์กร “ดูแล ห่วงใย ใส่ใจป้องกนั
เอดสใ์ นที่ทำ� งำน” ในวันท่ี 25 พฤศจกิ ำยน 2557 เวลำ 09.00.-16.30 น. ณ หอ้ งประชุมอำยรุ กิจโกศล จ�ำนวน 23 องคก์ ร หลงั จำก
กำรน�ำเสนอแล้ว คณะกรรมกำรฯ ได้ประกำศผลกำรพจิ ำรณำ และมีกำรมอบโล่รำงวลั ให้กบั องคก์ รทชี่ นะเลศิ ท่ี 1 ประเภทรำงวัล
ระดับองคก์ ร 4 ประเภท/4 องค์กร และรำงวลั ระดบั เขต คอื พ่เี ลย้ี งสนบั สนนุ กำรประกวดองคก์ รฯ จ�ำนวน 1 องค์กร ในพธิ เี ปิดกำร

สมั มนำระดบั ชำตเิ รอื่ งโร7ค8เอดส์ ครงั้ ท่ี 14 และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ ครงั้ ที่ 1 เมอื่ วนั ท่ี 17 ธนั วำคม 2557 เวลำ 10.00-11.00 น.

และมอบโล่รำงวัลให้กับองค์กรท่ีชนะเลิศท่ี 2 ประเภทรำงวัลระดับองค์กร 4 ประเภท จ�ำนวน 19 องค์กร ในช่วง Plenary
เรื่อง กำรสร้ำงควำมเขำ้ ใจกำรตีตรำและลดกำรเลอื กปฏบิ ตั ิ เวลำ 13.00-17.00 น.

ปจั จัยความสาำ เร็จ
1. กำรสนบั สนนุ เชงิ นโยบำยจำกกรมควบคมุ โรค ทำ� ให้ สำ� นกั งำนปอ้ งกนั ควบคมุ โรค.ใหก้ ำรสนบั สนนุ กำรดำ� เนนิ งำน
2. ควำมรว่ มมอื ของทมี งำนของ สำ� นกั โรคเอดสฯ์ และ สำ� นกั งำนปอ้ งกนั ควบคมุ โรค โดยเฉพำะในสว่ นของกำรประสำน
และสนบั สนนุ กำรตดิ ตำมประเมนิ ฯ

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

78 สำนักโรคเอดส์ วณั โรค และโรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ ป พ.ศ. 2558

ปัญหาอุปสรรค
ส�ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคไม่สำมำรถตั้งงบประมำณได้เอง ต้องใช้งบประมำณ ของส�ำนักโรคเอดส์ฯ ท�ำให้เกิด
ควำมรสู้ กึ ว่ำทำ� งำนให้ สำ� นกั โรคเอดส์ฯ ขำดควำมเปน็ เจ้ำของโครงกำร เพรำะผลผลิตไมใ่ ช่ของส�ำนกั งำนป้องกันควบคุมโรค
ข้อเสนอแนะการแก้ไข
โครงกำรทเี่ ปน็ โครงกำรสำ� คญั เพอ่ื ตอบจดุ เนน้ และมงุ่ สกู่ ำรยตุ ปิ ญั หำเอดส์ ควรนำ� เสนอในทป่ี ระชมุ กรมฯ เพอ่ื ให้
ผบู้ รหิ ำร สำ� นกั งำนปอ้ งกนั ควบคมุ โรค แหง่ รบั ทรำบและใหก้ ำรสนบั สนนุ เพอ่ื เปน็ ทศิ ทำงเดยี วกนั หรอื ชอ่ งทำงอน่ื เชน่ กองแผนฯ
ทน่ี ำ่ จะตอ้ งแจง้ โครงกำรทเ่ี ปน็ จดุ เนน้ สำ� คญั ท่ี สำ� นกั งำนปอ้ งกนั ควบคมุ โรค ควรตอ้ งทำ� แผนรองรบั และเปน็ ผลผลติ ของ สำ� นำ� งำนปอ้ งกนั
ควบคมุ โรคดว้ ย

2.2.2 โครงการสนบั สนุนคณะอนุกรรมการระดับประเทศดา้ นเทคโนโลยใี หมช่ ีวการแพทย์เพื่อการปอ้ งกัน
การตดิ เชอ้ื เอชไอวี และด้านดแู ลรกั ษาผู้ติดเชอ้ื เอชไอวีและเอดส์ ปงี บประมาณ 2558

ชีวนันท์ เลศิ พิรยิ สวุ ฒั น์ และนภารัตน์ ภัทรประยรู

หลกั การเหตุผล
ส�ำนักโรคเอดส์ฯ ในฐำนะอนุกรรมกำรและเลขำนุกำรคณะอนุกรรมกำรระดับประเทศด้ำนเทคโนโลยีใหม่
ดำ้ นชวี กำรแพทยเ์ พอ่ื ปอ้ งกนั กำรตดิ เชอื้ เอชไอวี และดำ้ นดแู ลรกั ษำผตู้ ดิ เชอื้ เอชไอวแี ละเอดส์ ซง่ึ แตง่ ตง้ั โดยคณะกรรมกำรแหง่ ชำติ
ว่ำด้วยกำรป้องกันและแก้ไขปัญหำเอดส์ มีภำรกิจและหน้ำที่ในกำรสนับสนุนกำรด�ำเนินงำนของคณะอนกุ รรมกำรฯ ทง้ั สองคณะ
โดยคณะอนกุ รรมกำรระดบั ประเทศดำ้ นเทคโนโลยใี หมด่ ำ้ นชวี กำรแพทยเ์ พอ่ื ปอ้ งกนั กำรตดิ เชอ้ื เอชไอวี มบี ทบำทในกำรจดั ท�ำขอ้ เสนอ
เชิงนโยบำยในกำรน�ำเทคโนโลยีใหมๆ่ มำใชใ้ นกำรป้องกันในกำรขยำยบรกิ ำรใหก้ ำรปรึกษำและกำรตรวจหำกำรตดิ เช้ือ โดยเฉพำะ
บรกิ ำรทผี่ ใู้ หบ้ รกิ ำรเปน็ ผเู้ รมิ่ ตน้ กระบวนกำร สง่ เสรมิ กำรประยกุ ตใ์ ชก้ ระบวนกำรปฏบิ ตั กิ ำรทด่ี ใี นกำรมสี ว่ นรว่ มกำรวจิ ยั ปฏบิ ตั กิ ำร
ส�ำหรับมำตรกำรป้องกันด้ำนชีวกำรแพทย์ เพ่ือเป็นหลักประกันว่ำทุกฝ่ำยที่มีส่วนได้ส่วนเสียจะมีส่วนร่วมจริง ส�ำหรับคณะ
อนกุ รรมกำรระดบั ประเทศดำ้ นดแู ลรกั ษำผตู้ ดิ เชอ้ื เอชไอวแี ละเอดส์ มบี ทบำทในกำรเสนอนโยบำยในกำรดำ� เนนิ งำนตำมยทุ ธศำสตร์
ดำ้ นกำรดูแลรกั ษำผตู้ ดิ เชื้อเอชไอวี เพื่อใหป้ ระเทศบรรลุเปำ้ หมำยลดกำรเสียชีวิตเนอื่ งจำกเอดส์ รวมถึงจัดทำ� ข้อเสนอในกำรสร้ำง
หลกั ประกนั ตอ่ กำรเขำ้ ถงึ กำรดแู ลรกั ษำพยำบำลของผเู้ ชอื้ เอชไอวที ไ่ี มใ่ ชค่ นไทย รวมถงึ ตดิ ตำมควำมกำ้ วหนำ้ กำรดำ� เนนิ งำน สนบั สนนุ
กำรแก้ไขปัญหำและขอ้ จ�ำกัดตำ่ งๆ
วัตถุประสงค์
สนบั สนุนกำรด�ำเนนิ งำนของคณะอนกุ รรมกำรด้ำนชีวกำรแพทยเ์ พื่อป้องกันกำรติดเชอื้ เอชไอวแี ละด้ำนดูแลรกั ษำ
ผูต้ ดิ เชอ้ื เอชไอวแี ละเอดสใ์ นกำรทำ� หน้ำที่น�ำข้อเสนอและควำมเหน็ จำกคณะอนกุ รรมกำรฯ เพือ่ เปน็ ข้อเสนอเชิงนโยบำยในกำรน�ำ
มำตรกำรตำ่ งๆ ทมี่ คี วำมกำ้ วหนำ้ และเปน็ ประโยชนม์ ำใชใ้ นกำรดแู ลรกั ษำและปอ้ งกนั กำรตดิ เชอ้ื เอชไอวที ส่ี อดคลอ้ งกบั สภำพปญั หำ
และระบบสำธำรณสขุ ของประเทศไทย
สรุปผลการดำาเนินงาน
1. จดั ประชมุ คณะอนกุ รรมกำรระดบั ประเทศดำ้ นกำรดแู ลรกั ษำผตู้ ดิ เชอ้ื เอชไอวแี ละเอดส์ ในวนั ที่ 17 พฤศจกิ ำยน
2557 ณ ห้องประชุมอำยุรกิจโกศล มผี ู้เข้ำรว่ มประชมุ จ�ำนวน 21 คน จำก 8 หน่วยงำน
2. จัดประชุมคณะอนุกรรมกำรระดับประเทศด้ำนเทคโนโลยีใหม่ด้ำนชีวกำรแพทย์ เพ่ือกำรป้องกันกำรติดเช้ือ
เอชไอวี ในวนั ท่ี 29 ธนั วำคม 2557 ณ ห้องประชุมสำ� นกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธ์ มีผเู้ ขำ้ ร่วมประชุม จำ� นวน
23 คน จำก 10 หนว่ ยงำน

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ ป พ.ศ. 2558 79

3. จัดประชุมคณะอนุกรรมกำรระดับประเทศด้ำนเทคโนโลยีใหม่ด้ำนชีวกำรแพทย์ เพ่ือกำรป้องกันกำรติดเชื้อ
เอชไอวี ในวนั ท่ี 7 พฤษภำคม 2558 ณ หอ้ งประชมุ ส�ำนักโรคเอดสฯ์ มผี ู้เขำ้ ร่วมประชุม จำ� นวน 25 คน จำก 11 หน่วยงำน

4. จดั ประชมุ คณะอนกุ รรมกำรระดบั ประเทศด้ำนกำรดูแลรกั ษำผูต้ ิดเชอ้ื เอชไอวีและเอดส์ ในวนั ที่ 26 มิถุนำยน
2558 ณ ห้องประชุมกองคลงั มีผเู้ ข้ำรว่ มประชมุ จำ� นวน 18 คน จำก 8 หนว่ ยงำน ซงึ่ มขี อ้ สรุปและขอ้ เสนอแนะ ดงั น้ี

4.1 คณะอนกุ รรมกำรระดบั ประเทศดำ้ นเทคโนโลยใี หม่ชวี กำรแพทย์เพ่อื กำรปอ้ งกันกำรตดิ เช้อื เอชไอวี
4.1.1 เหน็ ชอบในหลกั กำรตรวจเรว็ และรกั ษำเรว็ เพอ่ื ปอ้ งกนั กำรแพรร่ ะบำดของเชอ้ื เอชไอวี มขี อ้ เสนอแนะ

เชิงนโยบำยดงั น้ี
1) กำรประชำสัมพันธ์ให้ประชำชนรับรู้สิทธ์ิที่สำมำรถตรวจเอดส์ได้ฟรี ปละ 2 ครั้ง และท�ำให้กำร

ตรวจเอดสเ์ ป็นเสมอื นหนึง่ กำรตรวจสขุ ภำพประจำ� ปของทุกคน
2) สง่ เสริมใหโ้ รงพยำบำลสง่ เสรมิ สุขภำพชุมชน มศี ักยภำพในกำรตรวจเอดส์
3) สง่ เสริมใหท้ กุ โรงพยำบำลให้บริกำรตรวจหำกำรติดเชือ้ เอชไอวี โดยรผู้ ลภำยในวันเดยี ว
4) ตอ้ งมนี โยบำยท่ีชดั เจน มกี ำรปรับแก้กฎระเบียบ กำรฝกึ อบรม และกำรควบคมุ คณุ ภำพกำรผอ่ ง

ถ่ำยภำระงำน (task shifting) กำรให้ค�ำปรึกษำ และกำรตรวจหำกำรตดิ เชือ้ เอชไอวี
5) ตอ้ งปรบั เปลยี่ นกฎระเบยี บของสำ� นกั งำนคณะกรรมกำรอำหำรและยำทจี่ ะทำ� ใหป้ ระชำชนเขำ้ ถงึ

ชดุ ตรวจเอดสแ์ ละสำมำรถตรวจเอดสไ์ ดด้ ว้ ยตนเอง โดยตอ้ งมกี ำรควบคมุ คณุ ภำพชดุ ตรวจ มมี ำตรกำรในกำรใหข้ อ้ มลู กบั ประชำชน
ก่อนตรวจ และหลงั ทรำบผลกำรตรวจอยำ่ งมปี ระสทิ ธภิ ำพ เพือ่ นำ� เขำ้ สรู่ ะบบกำรดแู ลรกั ษำที่ถูกต้องต่อไป

4.1.2 รับทรำบประสิทธิภำพของกำรให้ยำต้ำนไวรัสฯ ก่อนสัมผัสเช้ือในกำรป้องกันกำรติดเช้ือเอชไอวี
(PrEP) ซง่ึ ประเทศไทยมีสว่ นรว่ มอยู่ในกำรศึกษำวิจัยดว้ ย เห็นควรสนับสนุนใหก้ ระทรวงสำธำรณสขุ ท�ำโครงกำรน�ำร่องเร่อื ง PrEP
เพ่ือน�ำขอ้ มูลมำประกอบกำรตัดสินใจเชิงนโยบำย

4.2 คณะอนกุ รรมกำรระดับประเทศด้ำนดแู ลรกั ษำผ้ตู ดิ เช้อื เอชไอวแี ละเอดส์
4.2.1 เร่ืองกำรเริ่มบริกำรกำรรักษำด้วยยำต้ำนไวรัสในผู้ติดเช้ือเอชไอวีที่มีซีดี 4 ทุกระดับ โดยเริ่มต้ังแต่

วนั ท่ี 1 ตลุ ำคม 2557 เปน็ ตน้ ไป กรมควบคมุ โรค ไดแ้ จง้ หนว่ ยบรกิ ำรสขุ ภำพสงั กดั กระทรวงสำธำรณสขุ ใหท้ รำบ พรอ้ มทงั้ จดั ประชมุ
อบรมกำรเตรียมควำมพร้อมในกำรรองรับกำรให้บริกำรตำมแนวทำงกำรตรวจรักษำและป้องกันกำรติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย
ป 2557 โดยควำมรว่ มมอื กันระหว่ำง กรมควบคมุ โรค สปสช. และสมำคมโรคเอดส์ ซ่ึงมีกำรจัดประชมุ เป็น 4 ภำค

4.2.2 เรอ่ื งสิทธิประโยชนฯ์ กำรประกนั สุขภำพตำ่ งด้ำว ซึง่ ได้ครอบคลุมกำรรกั ษำโรคเอดส์ มีกำรให้ยำต้ำน
ไวรัสและกำรดูแลรักษำเอชไอวี ซ่ึงสิทธิกำรรักษำเท่ำเทียมคนไทยทุกประกำร เร่ิมใช้ต้ังแต่ วันท่ี 13 สิงหำคม 2556 เป็นต้นมำ
ระยะแรกมีปญั หำเรื่องกำรสง่ เบกิ คำ่ ใชจ่ ่ำย ปัจจบุ ันปญั หำท่ีเกิดขึน้ จะเป็นประเด็นกำรขำยบัตร ซงึ่ โรงพยำบำลบำงแหง่ ไมข่ ำยบตั ร
เนอ่ื งจำกคดิ วำ่ ไมค่ มุ้ ทนุ รวมถงึ ผตู้ ดิ เชอื้ ในกลมุ่ ตำ่ งดำ้ ว หำกไมเ่ จบ็ ปว่ ยกจ็ ะไมซ่ อ้ื บตั รประกนั ทำ� ใหก้ ำรขำยบตั รเกดิ ขนึ้ นอ้ ย นอกจำกนี้
พบประเดน็ เรือ่ งยำตำ้ นไวรสั ทใ่ี ชใ้ นกำรรกั ษำระหว่ำงคนไทยและตำ่ งด้ำว ยังมีควำมแตกต่ำงกันอยู่ โดยเงื่อนไขเดิมเจำ้ ของทนุ และ

เรือ่ งกำรบังคบั ใชส้ ทิ ธิตำ8ม0สทิ ธบิ ัตรยำ (compulsory licensing: CL)

4.2.3 เรอ่ื งกำรใชส้ ทิ ธขิ องผปู้ ว่ ย 3 กองทนุ ดำ้ นขอ้ มลู กำรใชส้ ทิ ธขิ ำ้ มเขต และอน่ื ๆ ซง่ึ กำรบนั ทกึ ขอ้ มลู กำร
ให้บริกำรยำต้ำนไวรัสโดยผ่ำนโปรแกรม NAP-plus นั้น ยังพบข้อจ�ำกัดในเรื่องระบบบริกำรของกรมบัญชีกลำงและประกันสังคม
ซึง่ ระบบเบกิ จ่ำยทั้ง 2 ระบบ ยังไมไ่ ด้เชอ่ื มโยงกับข้อมูล ปจั จุบนั ระบบ NAP-plus สำมำรถเชือ่ มโยงขอ้ มลู ได้ดที ่ีสดุ ถำ้ หำกเชื่อม
กระบวนกำรได้ ไมว่ ่ำเรอื่ งกำรเบิกจำ่ ยเงนิ หรอื เบกิ จำ่ ยยำ จะท�ำใหก้ ำรบันทกึ เปน็ ระบบเดยี วกันและมกี ำรเชอ่ื มโยงขอ้ มลู กัน

4.2.4 เรอื่ งกำรตรวจหำกำรตดิ เชือ้ เอชไอวี โดยใหบ้ รรจใุ นบรกิ ำรตรวจสขุ ภำพประจำ� ปขำ้ รำชกำร

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

80 สำนกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ ป พ.ศ. 2558

ปจั จยั ความสำาเรจ็
กำรเข้ำร่วมกำรประชุมของคณะอนุกรรมกำรฯ ให้ครบองค์ประชุมและจัดท�ำข้อเสนอเชิงนโยบำยเพื่อน�ำเสนอต่อ
กำรประชุมคณะกรรมกำรแห่งชำติวำ่ ดว้ ยกำรป้องกนั และแก้ไขปัญหำเอดส์ ใหม้ ีกำรผลกั ดนั และขับเคลือ่ นกำรดำ� เนนิ งำนต่อไป
ปัญหาอปุ สรรค
ข้อเสนอเชิงนโยบำยอำจมีกระบวนกำรในกำรด�ำเนินงำนท่ีเก่ียวข้องกับหลำยหน่วยงำน ต้องใช้ระยะเวลำในกำร
ประสำนงำน ส่งผลให้เกิดควำมลำ่ ชำ้ ในกำรขบั เคลอื่ นนโยบำยนน้ั ๆ
ข้อเสนอแนะการแกไ้ ข
วำงแผนกำรด�ำเนินงำน และตดิ ตำมควำมกำ้ วหน้ำอยำ่ งต่อเนื่อง

2.2.3 โครงการการรกั ษาด้วยยาต้านไวรัสในผตู้ ิดเชื้อเอชไอวีที่มเี ม็ดเลอื ดขาวซีดสี ่ที กุ ระดับ

ชวี นันท์ เลิศพิรยิ สวุ ฒั น์ และพรทิพย์ ยุกตานนท์

หลกั การเหตผุ ล
สถำนกำรณก์ ำรระบำดของกำรตดิ เชอ้ื เอชไอวขี องประเทศไทย ยงั มแี นวโนม้ ลดลง แตค่ อ่ นขำ้ งชำ้ ทผี่ ำ่ นมำกำรแพร่
ระบำดเกดิ ขน้ึ สงู สดุ ในชว่ งระหวำ่ งป 2538-2540 โดยมผี ตู้ ดิ เชอ้ื เอชไอวรี ำยใหมป่ ล ะประมำณ 160,000 รำย โครงกำรถงุ ยำงอนำมยั
100% ซึ่งป้องกันกำรรับและถ่ำยทอดเช้ือฯ ระหว่ำงลูกค้ำกับพนักงำนบริกำร ได้ท�ำให้กำรติดเชื้อฯรำยใหม่ลดลงอย่ำงรวดเร็ว
ประเทศไทยไดด้ �ำเนินกำรท�ำให้กำรตดิ เช้ือฯ รำยใหม่ลดลงเหลอื ปละประมำณ 9,000 รำย ในป 2555 และคำดประมำณว่ำมีผตู้ ิด
เชอ้ื ฯ ทย่ี ังมชี ีวติ อยู่ท้งั หมดประมำณ 500,000 รำย โดยประมำณ 240,000 รำย ก�ำลังรับยำต้ำนไวรสั แมบ้ รกิ ำรดแู ลรักษำผู้ติดเชอ้ื
เอชไอวแี ละเอดสไ์ ดข้ ยำยครอบคลมุ ทั่วประเทศมำตง้ั แต่ ป พ.ศ. 2546 แตย่ ังมีผูเ้ สยี ชวี ติ ทเ่ี กย่ี วข้องกับเอดสป์ ละเกอื บ 20,000 รำย
และมีผตู้ ิดเช้อื รำยใหมเ่ กือบหมืน่ รำยตอ่ ป ผู้ตดิ เชอ้ื เร่ิมรกั ษำด้วยยำตำ้ นไวรัสช้ำกวำ่ ทคี่ วรจะเปน็ โดยมำกกว่ำ รอ้ ยละ 70 ไดเ้ รมิ่ ยำ
ต้ำนไวรัสเมอ่ื มีภำวะภมู คิ ุ้มกนั คอ่ นข้ำงต่�ำ (CD4<200 cells/µl) และมีอัตรำตำยสูง
ยทุ ธศำสตร์ปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หำเอดส์ พ.ศ. 2557-2559 มุ่งส่เู ป้ำหมำยลดกำรติดเช้ือรำยใหม่ ลดกำรเสยี ชวี ติ
เน่ืองจำกเอดส์ และลดกำรตีตรำหรือเลือกปฏิบัติ รวมถึงมำตรกำรยุติปัญหำเอดส์ประเทศไทยภำยในป พ.ศ. 2573 จำกข้อมูล
กำรวจิ ยั ลำ่ สดุ ทร่ี ะบวุ ำ่ หำกใหก้ ำรรกั ษำผตู้ ดิ เชอื้ เอชไอวแี ตเ่ นน่ิ ๆ และรกั ษำอยำ่ งตอ่ เนอ่ื งจะทำ� ใหป้ รมิ ำณไวรสั ในรำ่ งกำยมนี อ้ ยมำก
พบว่ำสำมำรถป้องกันกำรถ่ำยทอดเช้ือเอชไอวีจำกผู้กินยำต้ำนไวรัสอย่ำงสม�่ำเสมอน้ี โดยมีประสิทธิผลสูงถึงร้อยละ 96 ดังน้ัน
กำรยุตปิ ญั หำเอดส์ในประเทศไทยจะเป็นจริงได้ หำกใช้มำตรกำรดงั กลำ่ ว ที่ใชผ้ ลของกำรป้องกนั จำกยำตำ้ นไวรัสฯ ผสมผสำนกบั
มำตรกำรกำรปอ้ งกนั โรคท่ใี ช้อยู่เดิม เช่น ถุงยำงอนำมัย เปน็ ตน้ จะท�ำใหก้ ำรตดิ เช้อื รำยใหม่ลดลงได้
จำกกำรท�ำ mathematical model ของประเทศไทย พบว่ำ หำกเพม่ิ กำรเข้ำถงึ กำรตรวจเลือดในกล่มุ ประชำกร
สำ� คญั ไดแ้ ก่ กลุม่ ชำยมีเพศสมั พนั ธ์กับชำย พนักงำนบริกำร และผู้ใชย้ ำด้วยฉดี เข้ำเส้นให้ครอบคลุมถึงรอ้ ยละ 90 รว่ มกับกำรใหย้ ำ
ตำ้ นไวรัสทนั ทีแก่ผ้ตู ิดเชอ้ื ในกล่มุ ประชำกรน้โี ดยไม่ค�ำนึงถงึ ระดับ CD4 จะเปน็ หนทำงเดยี วท่ีจะสำมำรถลดจำ� นวนผตู้ ิดเช้ือรำยใหม่
ในประเทศลงให้ต�ำ่ กว่ำปละ 1,000 รำย ภำยในป พ.ศ. 2573 ซึง่ เปน็ เป้ำหมำยของกำรยุตปิ ัญหำเอดสใ์ นประเทศไทย
วตั ถุประสงค์
1. เพ่อื ลดกำรตดิ เช้อื รำยใหม่
2. เพ่อื ลดกำรเสียชีวติ เน่ืองจำกเอดส์
สรปุ ผลการดาำ เนินงาน
1. สื่อสำรสำธำรณะสรำ้ งภำพลกั ษณ์/ทศั นคตเิ ชงิ บวกในเรอื่ งประโยชน์ กำรตรวจกำรตดิ เชอ้ื กำรเริม่ ยำต้ำนไวรัส
ในทุกระดบั CD4 โดยผำ่ นชอ่ งทำงทหี่ ลำกหลำย เช่น ส่ือทำงสังคม ฯลฯ

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

สำนกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ต่อทำงเพศสมั พันธ์ ป พ.ศ. 2558 81

2. พัฒนำคุณภำพศักยภำพบุคคลำกรให้สำมำรถจัดบริกำรได้อย่ำงมีคุณภำพตำมแนวทำงกำรตรวจรักษำฯของ
ประเทศ และกำรสนบั สนนุ ใหท้ กุ โรงพยำบำลใช้ “แนวทำงกำรตรวจรกั ษำและกำรปอ้ งกนั กำรตดิ เชอ้ื เอชไอวปี ระเทศไทย ป 2557”

3. สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหเ้ กดิ กำรนำ� แนวปฏบิ ตั แิ หง่ ชำตวิ ำ่ ดว้ ยกำรปอ้ งกนั และบรหิ ำรจดั กำรเอดสใ์ นสถำนทท่ี ำ� งำน
ไปใชอ้ ยำ่ งครอบคลุมในองค์กรภำครฐั และเอกชนในระดบั พน้ื ที่

4. ติดตำมจ�ำนวนผู้ท่ีเข้ำถึงบริกำรยำต้ำนไวรัสในระดับเขต ปัญหำอุปสรรคและข้อจ�ำกัดในกำรให้บริกำรยำต้ำน
ไวรสั ในทกุ ระดบั CD4

5. สง่ เสรมิ กำรขยำยกำรจดั บรกิ ำรใหก้ ำรปรกึ ษำและตรวจกำรตดิ เชอ้ื เอชไอวี แบบรผู้ ลวนั เดยี ว (Same Day Test
Result: SDR) ระดบั เขต ใหค้ รอบคลมุ หนว่ ยบริกำรสำธำรณสขุ ในเขตพื้นท่ี

6. ตดิ ตำมกำรจัดบรกิ ำร SDR ในผมู้ ำตรวจหำกำรตดิ เชื้อเอชไอวที ุกรำย และในกลุ่มเปำ้ หมำยส�ำคัญ
7. กำรพัฒนำคุณภำพระดบั เขต ไดแ้ ก่ กำรสังเครำะห์ข้อมลู ระดบั เขตจำกฐำนข้อมูล NAP-plus เพ่ือประโยชน์ใน
กำรตดิ ตำมผลกำรรกั ษำและสำมำรถวำงแผนกำรดำ� เนนิ งำนใหส้ อดคลอ้ งตำมสถำนกำรณป์ ญั หำในพน้ื ท่ี และกำรวเิ ครำะหห์ ำสำเหตุ
กำรเสยี ชีวิตของผปู้ ว่ ย TB/HIV ในพ้นื ทเี่ ปำ้ หมำยท่ีมีอตั รำกำรตำยสูง
8. กำรวำงแผนงำน/โครงกำรร่วมกับหน่วยบริกำรสุขภำพในกำรพัฒนำคุณภำพระบบบริกำรที่เชื่อมโยงระหว่ำง
งำน TB และ HIV
ปจั จัยความสาำ เร็จ
1. กำรสรำ้ งสภำวะแวดล้อมเพื่อส่งเสริมกำรอยรู่ ่วมกันในชมุ ชนของผอู้ ยูร่ ว่ มกบั เช้อื เอชไอวี กำรลดกำรตีตรำและ
เลือกปฏิบัติต่อผู้ตดิ เชื้อ หนว่ ยงำนมีกำรใหบ้ ริกำรท่ีเปน็ มติ รและไมเ่ ลือกปฏบิ ัติ
2. กำรส่งเสริมกำรเข้ำถึงกำรตรวจหำกำรติดเช้ือเอชไอวี เพื่อช่วยให้ผู้ติดเช้ือทรำบสถำนกำรณ์ติดเช้ือของตนเอง
แตเ่ นิน่ ๆ ให้ครอบคลมุ ที่สดุ ผ่ำนทำงกำรตรวจหำกำรตดิ เช้อื เอชไอวอี ย่ำงสมำ่� เสมอหรือตรวจโดยเร็วหลงั มคี วำมเส่ียงตอ่ กำรติดเชอ้ื
3. กำรเริ่มยำต้ำนไวรัสให้กับผู้ที่ตรวจพบว่ำติดเชื้อเอชไอวีในทุกระดับ CD4 ผ่ำนระบบเชื่อมโยงและส่งต่อที่มี
ประสทิ ธภิ ำพจำกสถำนพยำบำลทใี่ ห้บริกำรตรวจหำกำรติดเช้ือเอชไอวสี สู่ ถำนพยำบำลที่ให้กำรดแู ลและรกั ษำผตู้ ิดเช้อื เอชไอวี
ปญั หาอปุ สรรค
1. กำรรณรงค์และให้ประชำชนเห็นประโยชน์กำรรู้สถำนะกำรติดเช้ือของตนเอง เพ่ือเข้ำสู่กำรรักษำแต่เน่ินๆ
ยงั ต้องทำ� อย่ำงต่อเนอ่ื ง ซ่ึงตอ้ งมเี จ้ำภำพและงบประมำณสนบั สนุน
2. กำรเริ่มยำต้ำนไวรัสในทุกระดับ CD4 ข้ึนกับควำมพร้อมและกำรตัดสินใจของผู้รับบริกำรรวมถึงทัศนคติของ
ผู้ให้บริกำรกระบวนกำรดูแลรักษำจะต้องสนับสนุนให้บุคลำกรสุขภำพสำมำรถเข้ำใจ และให้กำรดูแลรักษำ รวมถึงแนวทำงกำรให้
บรกิ ำรปรึกษำดว้ ยเชน่ กัน
3. กำรคงอยใู่ นระบบบรกิ ำรอยำ่ งตอ่ เนอ่ื งยงั เปน็ ประเดน็ สำ� คญั ทต่ี อ้ งมกี ำรพฒั นำระบบกำรตดิ ตำมทมี่ ปี ระสทิ ธภิ ำพ

ทง้ั ผ้ทู ี่ทรำบสถำนะกำรต8ิด2เชอื้ และยังไมเ่ รมิ่ ยำ รวมถงึ ผู้ทเี่ ริม่ กนิ ยำตำ้ นไวรัสแล้วใหม้ ำตดิ ตำมกำรรักษำอยำ่ งตอ่ เนื่อง

ข้อเสนอแนะการแกไ้ ข
1. กำรรณรงค์และให้ประชำชนเห็นประโยชน์กำรรู้สถำนกำรณ์ติดเช้ือของตนเองและประโยชน์ของกำรเริ่มกำร
รกั ษำแต่เน่นิ ๆอย่ำงต่อเนอ่ื ง รวมถึงกำรขยำยควำมครอบคลุมของกำรด�ำเนินงำนปรบั เปลย่ี นพฤตกิ รรมและกำรให้กำรปรึกษำและ
ตรวจกำรตดิ เชอ้ื เอชไอวที ม่ี งุ่ เนน้ กลมุ่ ประชำกรหลกั และกำรจดั บรกิ ำรใหก้ ำรปรกึ ษำและตรวจกำรตดิ เชอ้ื เอชไอวี แบบรผู้ ลวนั เดยี ว
ใหค้ รอบคลุมพ้นื ทีท่ ีร่ ับผิดชอบ
2. กำรขยำยควำมครอบคลมุ ของกำรดำ� เนนิ งำนปรบั เปลยี่ นพฤตกิ รรมและกำรใหก้ ำรปรกึ ษำและตรวจกำรตดิ เชอ้ื
เอชไอวที มี่ งุ่ เนน้ กลมุ่ ประชำกรหลกั และกำรจดั บรกิ ำรใหก้ ำรปรกึ ษำและตรวจกำรตดิ เชอ้ื เอชไอวี แบบรผู้ ลวนั เดยี วใหค้ รอบคลมุ พนื้ ที่

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

82 สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธ์ ป พ.ศ. 2558

3. ผลักดันนโยบำยกำรให้กำรรักษำด้วยยำต้ำนไวรัสในทุกระดับ CD4 ในทุกคนท่ีตรวจพบว่ำติดเช้ือเอชไอวีและ
กำรตดิ ตำมผ้ทู ีย่ ังไมร่ บั ยำเพือ่ เร่มิ กำรรักษำ (เป้ำหมำย: รำยใหม่ทตี่ รวจหำกำรตดิ เชื้อท่ี positive และพรอ้ มเร่ิมยำต้ำนไวรัสรำยเกำ่
ที่ positive และยงั ไมเ่ รมิ่ ยำตำ้ นไวรสั ) ให้ครอบคลุม และกำรคงอย่ใู นระบบบรกิ ำรอย่ำงตอ่ เน่อื งยงั เปน็ ประเด็นส�ำคญั ที่ จึงต้องมี
กำรพัฒนำระบบกำรติดตำมท่มี ีประสทิ ธภิ ำพทง้ั ผู้ทที่ รำบสถำนะกำรตดิ เชอื้ และยงั ไม่เรมิ่ ยำ รวมถึงผทู้ เี่ ริ่มกินยำตำ้ นไวรัสแลว้ ให้มำ
ตดิ ตำมกำรรักษำอย่ำงตอ่ เนอื่ ง

2.2.4 โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบข้อมูลสุขภาพด้านเอชไอวีและเอดส์ ประเทศไทยด้านการ
ติดตามตวั ชวี้ ดั สัญญาณเตือนการเกิดเชื้อเอชไอวดี ื้อต่อยาต้านไวรัส (HMIS-HIVDR)

ชวี นันท์ เลศิ พริ ยิ สุวฒั น,์ สุรพล เกาะเรียนอดุ ม, นภารตั น์ ภทั รประยูร
นฐั กานต์ อศั วแกว้ ฟ้า และอรพรรณ ยอดฉุน

หลักการเหตุผล
ประเทศไทยตั้งเป้ำหมำยลดกำรติดเช้ือเอชไอวีรำยใหม่ โดยกำรป้องกันกำรแพร่กระจำยของเอชไอวีและเอดส์
ลดกำรตำยจำกโรคเอดส์ และลดกำรตตี รำและกำรเลอื กปฏบิ ตั ิในสงั คม ซึง่ กำรวิเครำะหส์ ถำนกำรณแ์ ละแบบแผนกำรระบำดของ
เอชไอวีและเอดส์ และกำรตอบสนองอยำ่ งตอ่ เน่อื ง เพ่ือใชเ้ ป็นแนวทำงในกำรพัฒนำกลยุทธท์ ี่มปี ระสทิ ธิภำพและกำรวำงแผนกำร
ดำ� เนนิ งำนเปน็ สงิ่ จำ� เปน็ โดยกำรใชป้ ระโยชนข์ องขอ้ มลู เอชไอวแี ละเอดสจ์ ำกหลำยแหลง่ ขอ้ มลู รว่ มกบั กำรตคี วำมทม่ี ปี ระสทิ ธภิ ำพ
นำ� มำใชใ้ นกำรตัดสินใจและกำ� หนดนโยบำยต่อไป ทัง้ น้ี ศนู ย์ปอ้ งกันควบคมุ โรคแห่งชำติ ประเทศสหรฐั อเมรกิ ำ ไดใ้ หก้ ำรสนับสนนุ
งบประมำณในกำรดำ� เนนิ งำนทมี่ ปี ระสทิ ธภิ ำพของแผนยทุ ธศำสตรบ์ รู ณำกำรปอ้ งกนั และแกไ้ ขปญั หำเอดสแ์ หง่ ชำติ พ.ศ. 2555-2559
โดยกำรเสรมิ สรำ้ งควำมผสมผสำนและควำมครอบคลมุ ของกรอบข้อมลู เชงิ กลยทุ ธ์และกำรจัดกำรระบบข้อมูลดำ้ นสขุ ภำพ (HMIS)
กำรดำ� เนนิ งำนนจ้ี ะชว่ ยทำ� ใหม้ คี วำมพรอ้ มและกำรเขำ้ ถงึ ขอ้ มลู เชงิ กลยทุ ธแ์ ละเสรมิ สรำ้ งควำมสำมำรถดำ้ นทรพั ยำกรมนษุ ยใ์ นกำร
ใช้ประโยชน์จำกข้อมูล ส่งเสรมิ กำรจัดกำรปญั หำเอชไอวีและเอดสท์ ี่มีประสทิ ธภิ ำพในทุกระดับ กำรสร้ำงเสริมควำมสำมำรถในกำร
จดั กำรดำ้ นระบำดวทิ ยำและกำรจดั กำรระบบสำรสนเทศทท่ี นั สมยั ตลอดจนกำรบรหิ ำรจดั กำรโครงกำรเอชไอวแี ละเอดสแ์ ละควำม
เชีย่ วชำญในทรัพยำกรภำครฐั ทมี่ ีอยู่
วัตถุประสงค์
เพ่ือสร้ำงควำมเข้มแข็งกำรใช้ประโยชน์จำกกำรติดตำมกำรบริกำรข้ันพ้ืนฐำนในกำรพัฒนำกำรด�ำเนินงำนให้มี
ประสิทธิภำพและประสิทธิผล โดยมุ่งเน้นไปที่กำรสรรหำในช่วงเร่ิมต้น และกำรบริกำรรักษำในกลุ่มผู้ติดเช้ือเอชไอวี โดยกำรดูแล
รักษำ กำรรับยำตำ้ นไวรสั (ART) กำรปอ้ งกันเช้ือเอชไอวดี ้ือยำ (HIVDR) และกำรรักษำล้มเหลว
สรุปผลการดาำ เนนิ งาน
ระบบบริหำรจัดกำรข้อมูลสำธำรณสุขด้ำนกำรติดตำมตัวชี้วัดสัญญำณเตือนกำรเกิดเชื้อเอชไอวีดื้อต่อยำต้ำนไวรัส
(HMIS-HIVDR) โดยมกี ิจกรรมทีไ่ ดด้ ำ� เนนิ งำน ดังนี้
1. กำรประชมุ กำรวเิ ครำะหข์ อ้ มลู กำรตดิ ตำมควำมชกุ และอบุ ตั กิ ำรณเ์ ชอ้ื เอชไอวดี อื้ ยำตำ้ นไวรสั และนเิ ทศตดิ ตำม
ข้อมูลผลกำรดูแลรักษำผู้ติดเช้ือเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ภำยใต้โครงกำร Cohort study 2013 เพื่อติดตำมผลกำรดูแลรักษำและ
กำรเกิดเช้ือดื้อยำต้ำนไวรัสในผู้ที่รับยำต้ำนไวรัสจ�ำนวน 4 แห่ง ได้แก่ โรงพยำบำลสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลรำชธำนี,
โรงพยำบำลตรัง จงั หวัดตรัง, โรงพยำบำลพระจอมเกลำ้ เพชรบุรี จงั หวดั เพชรบุรี และโรงพยำบำลเชียงรำยประชำนเุ ครำะห์ จงั หวัด
เชยี งรำย
2. กำรประชุมผู้เชี่ยวชำญกำรเฝำ้ ระวงั กำรเกดิ เชอื้ เอชไอวดี อื้ ยำต้ำนไวรสั วนั ท่ี 27-31 ตุลำคม 2557 โดยเปน็ กำร
ประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลสถำนกำรณ์ และองค์ควำมรู้ รวมถึงแนวทำงในกำรติดตำม และเฝ้ำระวังกำรเกิดเชื้อด้ือยำต้ำนไวรัส
สำ� หรับกำรจดั ท�ำแผนยุทธศำสตร์ระดบั ประเทศ

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพันธ์ ป พ.ศ. 2558 83

3. กำรด�ำเนินงำนรว่ มกบั ส�ำนกั งำนป้องกันควบคุมโรคท่ี 10 จ.เชียงใหม่ เรือ่ ง “กำรวเิ ครำะห์สำเหตุเสียชวี ิตเพื่อ
พฒั นำระบบบรหิ ำรจดั กำรดแู ลรกั ษำใหม้ คี ณุ ภำพ มงุ่ สกู่ ำรลดอตั รำเสยี ชวี ติ ในผตู้ ดิ เชอื้ เอชไอวที รี่ บั บรกิ ำร ระดบั เขต” โดยมรี ปู แบบ
กำรเก็บข้อมูล วิเครำะห์ ประชุมเพ่ือทบทวนประเด็นปัญหำสำเหตุของกำรเสียชีวิตในพื้นท่ีเพ่ือวำงแผนกำรพัฒนำคุณภำพระบบ
บริกำรที่สำมำรถลดอัตรำเสียชีวิตในพ้ืนที่ และหำรือรูปแบบกำรนิเทศรำยจังหวัด รวมท้ังวำงแผนงำนข้ันตอน กำรท�ำ external
coaching รำยจังหวัด

4. กำรประชุมเชงิ ปฏิบตั ิกำรพัฒนำศักยภำพบุคลำกรในกำรบรหิ ำรจดั กำรระบบตดิ ตำมผลกำรดูแลรักษำผ้ตู ิดเชื้อ
เอชไอวี และกำรติดตำมตัวชี้วดั สัญญำณเตือนกำรเกดิ เช้ือดอื้ ยำต้ำนไวรัสเพ่ือเพมิ่ ประสทิ ธิภำพกำรพฒั นำคณุ ภำพระบบบรกิ ำร ซง่ึ
ผเู้ ขำ้ รว่ มประชมุ ไดแ้ ก่ ผแู้ ทนจำกสำ� นกั งำนปอ้ งกนั ควบคมุ โรค สำ� นกั งำนสำธำรณสขุ จงั หวดั และโรงพยำบำล โดยจดั เปน็ 4 ภมู ภิ ำค

5. กำรจัดท�ำร่ำงแบบส�ำรวจคลังยำต้ำนไวรัสในกำรให้บริกำรกำรรักษำด้วยยำต้ำนไวรัสในระบบบริกำรปกติของ
หนว่ ยบรกิ ำรสขุ ภำพทัว่ ประเทศ ประจำ� ป 2558

ผลกำรด�ำเนินงำนเปน็ กำรใชร้ ะบบข้อมลู สำรสนเทศ เพ่ือน�ำขอ้ มูลไปสกู่ ำรวเิ ครำะห์ สงั เครำะห์ เชงิ ปรมิ ำณและเชิง
คุณภำพ ในกำรเฝ้ำระวังกำรติดตำมสถำนกำรณ์เอชไอวแี ละเอดส์ กำรตดิ ตำมและประเมนิ ผล และกำรบรหิ ำรจดั กำรระบบบรกิ ำร
ของหนว่ ยงำนนั้นๆ ผลผลติ ทไี่ ด้ คอื มรี ะบบกำรตดิ ตำมตวั ชี้วดั สญั ญำณเตอื นกำรเกดิ เชอื้ ดอื้ ยำตำ้ นไวรสั หน่วยบริกำรสขุ ภำพไดร้ บั
กำรพัฒนำศักยภำพกำรใช้ประโยชน์จำกข้อมูลเพ่ือกำรติดตำมผลกำรด�ำเนินงำนและพัฒนำคุณภำพระบบบริกำร หน่วยบริกำร
สขุ ภำพมีแนวทำงกำรคน้ หำประเดน็ เร่งดว่ นและพ้ืนทเี่ รง่ รัดกำรแกไ้ ขปญั หำ กำรกำ� หนดเปำ้ หมำยกำรพัฒนำคุณภำพ และรปู แบบ
กำรด�ำเนินงำนของทีมพัฒนำคุณภำพระดับเขต เพ่ือสนับสนุนกำรเพิ่มประสิทธิภำพกำรพัฒนำคุณภำพหน่วยบริกำร นอกจำกนี้
มฐี ำนขอ้ มูลทเ่ี กิดจำกกำรเก็บรวบรวมข้อมูลแบบส�ำรวจ ART และกำรทำ� วิจยั เพือ่ เปน็ ขอ้ มูลประกอบกำรพัฒนำผลกำรดำ� เนนิ งำน
ดำ้ นกำรป้องกันกำรเกิดเช้ือดอื้ ยำตำ้ นไวรสั ทั้งในระดับพ้ืนทแ่ี ละระดบั ประเทศ

ปจั จัยความสำาเรจ็
1. กำรบูรณำกำรเนอ้ื หำงำนเขำ้ กบั ระบบงำนปกตขิ องกลมุ่ เปำ้ หมำย เพ่อื หลีกเลย่ี งกำรสร้ำงภำระงำนที่เพิ่มขน้ึ ให้
แก่ผูป้ ฏบิ ัติงำน
2. กำรตดิ ตำมและประเมินสถำนกำรณ์ในระดับพื้นท่ี ควบคกู่ ับกำรวิเครำะห์แผนในระดบั นโยบำย
3. กำรสนบั สนุนองค์ควำมร้ทู ำงด้ำนวิชำกำร และเครอ่ื งมือทจ่ี �ำเป็นต่อกำรด�ำเนนิ งำน
4. กำรใช้ข้อมูลเพ่ือกำรวิเครำะห์และประเมินสถำนกำรณ์ ส�ำหรับกำรวำงแผนกิจกรรมให้มีควำมสอดคล้อง
ต่อประเดน็ ปญั หำหรอื วำระในระดับประเทศ
5. กำรประสำนเครือข่ำยในทกุ ระดบั เพ่ือสรำ้ งควำมเข้ำใจและสรำ้ งควำมรว่ มมอื ในกำรด�ำเนินงำน
ปญั หาอปุ สรรค
กำรดำ� เนินงำนของบำงกจิ กรรมไม่เปน็ ไปตำมแผนท่ีวำงไว้

ข้อเสน8อ4แนะการแก้ไข

1. ผลกั ดนั ใหห้ นว่ ยงำน หรอื ผมู้ สี ่วนเกย่ี วขอ้ งโดยตรงในพน้ื ทเี่ ปน็ เจำ้ ภำพหลกั หรอื เปน็ ผนู้ ำ� ในกำรดำ� เนนิ กจิ กรรม
เพอ่ื ใหก้ จิ กรรมกำรดำ� เนนิ งำนตอบปญั หำของพนื้ ทไี่ ดอ้ ยำ่ งแทจ้ รงิ และเปน็ กำรสรำ้ งกำรมสี ว่ นรว่ มในกำรแกไ้ ขปญั หำของพน้ื ทด่ี ว้ ย

2. เน้นกำรบูรณำกำรร่วมกับงำนอื่นๆ ที่เก่ียวข้องในพ้ืนที่ เพ่ือสร้ำงควำมร่วมมือจำกทุกภำคส่วนซึ่งจะท�ำให้กำร
ด�ำเนนิ งำนมีควำมต่อเนอ่ื งและยง่ั ยืน

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

84 สำนกั โรคเอดส์ วณั โรค และโรคติดต่อทำงเพศสัมพนั ธ์ ป พ.ศ. 2558

2.2.5 โครงการพฒั นาระบบและคณุ ภาพบรกิ ารปรกึ ษาในการดแู ลรกั ษาผตู้ ดิ เชอ้ื เอชไอวแี ละผปู้ ว่ ยเอดส์ ปี 2558

ลีซา่ กนั ธมาลา, เดชวตั ร สอนดี และสพุ รรณี จันทโรทยั

หลักการเหตุผล
กำรสนับสนุนเชิงยุทธศำสตร์ที่ส�ำคัญโดยมุ่งเน้นควำมเข้มแข็งของโครงสร้ำงและระบบงำนบริกำรปรึกษำและ
กำรตรวจหำกำรตดิ เชอื้ เอชไอวี ประกอบดว้ ยกำรสง่ เสรมิ กำรเขำ้ ถงึ บรกิ ำรปรกึ ษำเพอ่ื สรำ้ งควำมตระหนกั แกก่ ลมุ่ เปำ้ หมำยใหส้ ำมำรถ
ประเมนิ ควำมเสยี่ งตนเอง และเข้ำสูร่ ะบบกำรใหก้ ำรปรึกษำและตรวจหำกำรติดเชื้อเอชไอวี กำรส่อื สำรผำ่ นทำงส่ือสำธำรณะ และ
สถำนบรกิ ำรสขุ ภำพ รวมถงึ กำรสง่ เสรมิ กำรจดั บรกิ ำรเชงิ รกุ ในพน้ื ท่ี พบวำ่ กำรพฒั นำงำนในดำ้ นคณุ ภำพนน้ั ตอ้ งอำศยั ควำมตอ่ เนอื่ ง
ทัง้ ด้ำนนโยบำย กำรปรับโครงสร้ำงบริกำร และกำรถำ่ ยทอดทกั ษะทีไ่ ดร้ บั กำรจำกกำรพัฒนำศกั ยภำพท่ีจะส่งผลตอ่ กำรใหบ้ รกิ ำร
กลมุ่ เปำ้ หมำยนน้ั ตอ้ งอำศยั กำรดำ� เนนิ งำนผำ่ นเครอื ขำ่ ยงำน กำรถอดบทเรยี นและรว่ มเรยี นรรู้ ว่ มกนั ในระดบั ตำ่ งๆ ทง้ั ในสว่ นกลำง
ระดบั เขต และระดับหน่วยปฏิบัติ
นอกจำกน้ี ยังพบว่ำทิศทำงกำรประสำนกลไกกำรท�ำงำนเพ่ือส่งเสริมกำรเข้ำถึงบริกำรปรึกษำและตรวจหำกำรติด
เช้ือเอชไอวี เพ่ือให้บรรลุตัวช้ีวัดต่ำงๆที่วำงไว้น้ัน ควรมีกำรกำรสนับสนุนให้หน่วยงำนในระดับจังหวัดพื้นท่ีสำมำรถเป็นผู้บริหำร
จัดกำรในกำรพัฒนำงำนบริกำรปรึกษำ มีควำมเข้ำใจ มีข้อมูลพ้ืนฐำนเก่ียวกับควำมส�ำคัญของกำรเข้ำรับบริกำรตรวจวินิจฉัย
กำรป้องกันและกำรส่งเสริมให้สำมำรถเข้ำรับบริกำรรักษำโดยเร็ว รวมถึงมำตรกำรทำงกฎหมำยสังคมท่ีมีกำรปรับปรุงเพ่ือรองรับ
ปญั หำทมี่ คี วำมซบั ซอ้ น นอกจำกนใ้ี นภำพรวมมงุ่ หวงั ใหเ้ กดิ แนวทำงกำรพฒั นำงำนทสี่ ำ� คญั อยำ่ งเปน็ ระบบและมที ศิ ทำงเดยี วกนั กบั
ทั้งส่วนกลำงและระดับนำนำชำติ
วัตถุประสงค์
สนับสนุนกำรพัฒนำศักยภำพบคุ ลำกรสขุ ภำพ ไดแ้ ก่ พฒั นำวิชำกำรและเทคโนโลยีหลกั สูตรวิทยำกร กำรส่อื สำร
ประชำสมั พนั ธใ์ หเ้ กดิ กำรสง่ เสรมิ กำรเขำ้ ถงึ บรกิ ำรปรกึ ษำและกำรตรวจหำกำรตดิ เชอ้ื เอชไอวี สำ� หรบั กลมุ่ ประชำกรเปำ้ หมำยตำ่ งๆ
ได้อย่ำงมีประสิทธิภำพ
สรปุ ผลการดาำ เนนิ งาน
1. พฒั นำแนวทำงกำรใหบ้ ริกำรปรกึ ษำ

1.1 คมู่ อื วิทยำกร: กำรให้กำรปรึกษำเพือ่ ตรวจหำกำรตดิ เชื้อเอชไอวี ส�ำหรับผู้รบั บรกิ ำรชำยที่มเี พศสัมพันธก์ ับ
ชำยและสำวประเภทสอง จำ� นวน 200 เล่ม

1.2 แนวทำงกำรใหบ้ ริกำรเพือ่ เรม่ิ ยำตำ้ นไวรสั ในทุกระดับ CD4 ป 2557 จำ� นวน 3,500 เล่ม
2. กำรจดั แถลงขำ่ วรณรงค์ “VCT Day 1 กรกฎำคม วนั รณรงค์ตรวจเอชไอว”ี วันที่ 1 กรกฎำคม 2558 ณ เกำะ
พญำไท เขตรำชเทวี รวมถงึ กำรแจ้งสนับสนุนกำรรณรงค์ทว่ั ประเทศผำ่ นสำ� นกั งำนสำธำรณสุขจังหวดั
3. เผยแพร่ค่มู อื “แนวทำงกำรใหบ้ ริกำรเพือ่ เรม่ิ ยำตำ้ นไวรัสในทุกระดับ CD4” และ “แนวทำงบรกิ ำรปรึกษำและ
ตรวจหำเชื้อเอชไอวีฯ” และรวบรวมแบบประเมนิ ควำมพึงพอใจผลติ ภณั ฑ์ ในงำนวชิ ำกำร The 1st National QI Forum for HIV,
TB and STIs วนั ที่ 3-5 สิงหำคม 2558 ณ รร.เซ็นทำรำศนู ยร์ ำชกำร แจง้ วฒั นะ
4. รว่ มกำรถอดบทเรยี นรปู แบบทด่ี ใี นกำรจดั บรกิ ำรปรกึ ษำและตรวจหำกำรตดิ เชอื้ เอชไอวี ในชมุ ชน (Community
HTC) ส�ำหรบั กลุ่มประชำกรสำ� คัญของประเทศไทย ดำ� เนินงำนรว่ มระหว่ำง UNAIDS, USAID สภำกำชำดไทย และกรมควบคมุ โรค
5. กำรพัฒนำศักยภำพบุคลำกรและระบบงำนบริกำรปรึกษำและระบบวินิจฉัยกรณีกำรเกิด Misdiagnosis โดย
กำรจัดประชุมเชิงปฏิบัติกำรเพ่ือเสริมสร้ำงศักยภำพหน่วยบริกำรสุขภำพด้ำนคุณภำพกำรตรวจวินิจฉัยและกำรดูแลรักษำเอชไอวี/
เอดส์ เพ่อื รองรับยำตำ้ นไวรสั ทกุ ระดบั CD4 จ�ำนวน 4 รุ่น ผูเ้ ขำ้ ประชุมจำ� นวน 287 คน
6. รว่ มจดั ประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ำรเพอ่ื สง่ เสรมิ กำรทำ� งำนแบบบรู ณำกำรเพอื่ ครอบคลมุ และยตุ ปิ ญั หำเอดส์ (RTTR &
Cascading for Ending AIDS) ในกลุ่ม MSM จ�ำนวน 4 รนุ่ ผ้เู ขำ้ ประชมุ จ�ำนวน 305 คน

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

สำนกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ ป พ.ศ. 2558 85

ปัจจัยความสำาเรจ็
ควำมร่วมมือในกำรร่วมด�ำเนินงำน รวมถึงกำรจัดกิจกรรม ของภำคีเครือข่ำยต่ำงๆ ท้ังระดับจังหวัด หน่วยงำน
รำชกำรและ NGOs ท�ำให้ได้รบั ขอ้ เสนอทีเ่ ปน็ ประโยชน์ในกำรพฒั นำ โดยได้ข้อเสนอแนะในกำรพฒั นำคณุ ภำพจำกพื้นที่
ปัญหาอปุ สรรค
กำรขำดควำมคลอ่ งตัวในกำรตดิ ต่อประสำนงำนกับหนว่ ยงำนภำยนอก
ขอ้ เสนอแนะการแกไ้ ข
ควรสนับสนุนทุนงบประมำณกำรด�ำเนินงำนที่ต่อเนื่อง ให้สอดคล้องกับกำรจัดวำงนโยบำยกำรส่งเสริมกำรตรวจ
วินิจฉัยตั้งแต่เริ่มแรก เพื่อให้เกิดกำรรักษำท่ีเร็ว ลดอัตรำกำรติดเชื้อรำยใหม่ ลดกำรเสียชีวิตจำกเอดส์ และลดกำรเลือกปฏิบัติ
อนั จะมุ่งสู่กำรยตุ ปิ ญั หำเอดสต์ ่อไป

2.2.6 โครงการการจดั การเชิงรกุ รายบุคคลเพิม่ เรมิ่ ยาตา้ นไวรัสแก่ทารกทีต่ ิดเชอ้ื เอชไอวใี ห้เร็วท่ีสุด

พชั รภรณ์ ภวภตู านนท์ และหทัยชนม์ บุญหัตถ์

หลกั การเหตผุ ล
สำ� นักโรคเอดสฯ์ และศนู ยค์ วำมรว่ มมือไทย-สหรฐั ดำ้ นสำธำรณสขุ พัฒนำโครงกำรจัดกำรเชิงรกุ รำยบุคคลขน้ึ เพอ่ื
ให้มีกำรใช้ระบบกำรดูแลท่ีเหมำะสม จำกประเมินโครงกำรวินิจฉัยกำรติดเชื้อเอชไอวีในเด็กให้เร็วที่สุด (EID) ระดับประเทศในป
พ.ศ. 2555 พบวำ่ รอ้ ยละ 39 ของทำรกทีไ่ ด้รบั เช้อื เอชไอวีซึง่ เกิดระหว่ำงป 2551-2554 ไม่ไดร้ ับ กำรวินจิ ฉยั กำรติดเชอื้ ใหเ้ รว็ ทสี่ ุด
และมเี พยี ง 157 คน (รอ้ ยละ 37) เท่ำนน้ั ที่ไดร้ ับกำรรกั ษำด้วยยำต้ำนไวรัสในชว่ งขวบปแรก ในป 2555 มีเด็กทำรกเพยี งร้อยละ 18
เทำ่ นนั้ ทไ่ี ดร้ บั ยำตำ้ นไวรัสกอ่ นอำยุ 6 เดือน และรอ้ ยละ 52 ได้รบั ยำตำ้ นไวรัสกอ่ นอำยุ 1 ป กำรวินจิ ฉยั ท่ลี ำ่ ช้ำน�ำไปสูก่ ำรสง่ ต่อ
เพื่อรกั ษำดว้ ยยำต้ำนไวรสั ท่ีล่ำช้ำ และอำจนำ� ไปสู่อตั รำกำรเจบ็ ป่วยและเสยี ชีวิตทส่ี งู ในเด็กทตี่ ิดเชอื้ เอชไอวี ประเด็นปัญหำเหล่ำนี้
จำ� เปน็ ตอ้ งได้รบั กำรแก้ไขเพือ่ ท่จี ะบรรลเุ ปำ้ หมำยทเ่ี ปน็ ศูนย์ของประเทศในด้ำนกำรลดกำรตดิ เช้ือเอชไอวรี ำยใหมใ่ นทำรก และลด
กำรเสียชีวิตจำกเอดส์
วตั ถปุ ระสงค์
เพื่อสร้ำงเครือข่ำยกำรจัดกำรเชิงรุกรำยบุคคล และเด็กทุกคนที่เกิดจำกแม่ที่ติดเชื้อเอชไอวีได้รับกำรตรวจวินิจฉัย
กำรตดิ เช้ือเอชไอวีให้เรว็ ท่สี ดุ และได้รบั กำรรักษำ
สรุปผลการดำาเนินงาน
1. โครงกำรจะตดิ ตำมจำ� นวนของเดก็ ทเี่ ขำ้ ถงึ กำรตรวจ EID หำเดก็ ทตี่ ดิ เชอื้ เอชไอวที ต่ี รงตำมเกณฑ์ และระบสุ ำเหตุ
ของกำรตดิ เชือ้ เอชไอวีจำกแมส่ ลู่ กู จำก ACC และฐำนขอ้ มูล NAP ไดแ้ ก่

1.18จ6ำ� นวนของโรงพยำบำล/เจ้ำหนำ้ ทส่ี ำธำรณสุขทไี่ ด้รับกำรฝกึ อบรมกำรจดั กำรเชิงรกุ รำยบคุ คล

1.2 จ�ำนวนของกำรตรวจ PCR ทม่ี ผี ลบวก และสำมำรถยนื ยนั สถำนะกำรตดิ เชือ้ เอชไอวไี ด้
1.3 จ�ำนวนและสัดส่วนของเด็กที่ติดเชื้อเอชไอวีท่ีเข้ำถึงโครงกำรดูแลรักษำเอชไอวี และเร่ิมยำต้ำนไวรัสภำย
ในอำยุ 3 เดอื น
1.4 จำ� นวนและสดั สว่ นของเดก็ ทำรก/เดก็ ทต่ี ดิ เชอื้ เอชไอวที ม่ี กี ำรกนิ ยำทสี่ มำ�่ เสมอ กดไวรสั ไดภ้ ำยใน 12 เดอื น
และ24 เดือนหลงั จำกเร่ิมยำ
2. ผลกำรด�ำเนินงำนบรรลุผลผลติ และผลลัพธ์โครงกำร ไดแ้ ก่
2.1 เกิดระบบเครือข่ำยกำรติดตำมเชิงรุกระดบั ส่วนกลำง ไดแ้ ก่ กรมควบคมุ โรค กรมอนำมัย กรมวทิ ยำศำสตร์
กำรแพทย์ สว่ นกลำงและเชียงใหม่ ศนู ย์วิจัยโรคเอดสส์ ภำกำชำดไทยและศูนยค์ วำมรว่ มมือไทย-สหรฐั
2.2 เกิดเครือข่ำยกำรจัดกำรเชิงรุก 5 ภำค ได้แก่ ภำคเหนือ: โรงพยำบำลเชียงรำยประชำนุเครำะห์ จังหวัด

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

86 สำนักโรคเอดส์ วณั โรค และโรคติดต่อทำงเพศสมั พันธ์ ป พ.ศ. 2558

เชยี งรำย ภำคใต:้ โรงพยำบำลหำดใหญ่ จงั หวดั สงขลำ ภำคอสี ำน: โรงพยำบำลศรนี ครนิ ทร์ จงั หวดั ขอนแกน่ ภำคกลำง: โรงพยำบำล
พระจอมเกล้ำ จงั หวดั เพชรบรุ ี และภำคตะวันออก: ศูนย์วิจยั โรคเอดส์สภำกำชำดไทย

2.3 เกดิ ระบบกำรตดิ ตำมเชงิ รกุ ทเี่ ปน็ รปู ธรรม เชน่ สรำ้ งระบบกำรรำยงำนผปู้ ว่ ยเดก็ ตดิ เชอ้ื รำยใหม่ ระบบกำร
สอื่ สำรทที่ นั สมยั และรวดเรว็ ทนั ที เพอ่ื สง่ เสรมิ ใหม้ ชี อ่ งทำงกำรเขำ้ ถงึ กำรรบั กำรตรวจวนิ จิ ฉยั กำรตดิ เชอื้ เอชไอวไี ดเ้ รว็ เชน่ ระบบ LINE

2.4 พฒั นำโปรแกรมบนเวบ็ และระบบในกำรตดิ ตำมและจัดกำรเด็กทำรกทม่ี ีผล PCR เปน็ บวกและกำรจัดกำร
เชงิ รุกรำยบคุ คล

2.5 ไดแ้ นวทำงปฏบิ ตั ิกำรจดั กำรเชงิ รุกรำยบคุ คลเพอ่ื เร่มิ ยำตำ้ นไวรสั แกท่ ำรกที่ติดเชอ้ื เอชไอวีใหเ้ รว็ ที่สดุ
ปจั จัยความสาำ เร็จ
1. ไดร้ ับควำมร่วมมือจำกเครอื ข่ำยทกุ ระดับทงั้ สว่ นกลำงและสว่ นภมู ภิ ำค
2. ได้รับกำรสนับสนุนด้ำนนโยบำยและงบประมำณจำกหน่วยงำนวิชำกำร ได้แก่ ศูนย์ควำมร่วมมือไทย-สหรัฐ
ดำ้ นสำธำรณสขุ ศูนย์วิจยั สภำกำชำดไทย คณะแพทยศ์ ำสตร์ศริ ริ ำชพยำบำล มหำวิทยำลัยมหดิ ล
ปญั หาอุปสรรค
1. กำรด�ำเนินโครงกำรฯ บำงพื้นท่ีไม่สำมำรถถ่ำยทอดแนวปฏิบัติไปถึงระดับรพช. ได้เน่ืองจำกไม่มีงบประมำณ
ด�ำเนินกำร
2. ตอ้ งมกี ำรเชือ่ มกับหลำยหนว่ ยงำนในโรงพยำบำลจึงพบว่ำบุคลำกรบำงทำ่ นยังไมท่ รำบ
3. แนวทำงกำรตรวจรักษำเอชไอวี เมอื่ น�ำไปปฏบิ ตั ิจรงิ มีประเดน็ ทเี่ กยี่ วขอ้ งในกำรดำ� เนินโครงกำร เช่น กำรตรวจ
viral load ในหญงิ ตัง้ ครรภ์ กำรจ�ำแนกควำมเสยี่ งเดก็ กำรตรวจเลอื ดเพอื่ วนิ ิจฉยั อำยุกำรตรวจ HIV PCR และกำรแปลผล เป็นต้น
ขอ้ เสนอแนะการแก้ไข
1. ทีมอำจำรย์ผู้เชี่ยวชำญควรร่วมกันพิจำรณำประเด็นที่เกี่ยวข้องและจัดท�ำ Supplement PMTCT และ
Pediatric HIV Treatment and care guidelines เสนอต่อ สปสช.ใหพ้ ิจำรณำ เร่อื งสทิ ธิประโยชน์
2. ระดับพื้นที่ควรเป็นหน่วยงำนท่ีน�ำข้อมูลท่ีได้จำกกำรท�ำงำนไปวำงแผนในกำรวำงกลยุทธ์ ท�ำงำนเพ่ือให้ถึง
เปำ้ หมำย AIDS ZERO

2.2.7 โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์และโรคติดต่อ
ทางเพศสัมพันธ์ (2558-2559) Project Code: CARE-HIV

ฐติ ิรตั น์ จริ ญั ญนนั ท์

หลักการเหตุผล
กำรด�ำเนินงำนตำมรปู แบบ HIVQUAL ในประเทศไทยไดเ้ ร่ิมตงั้ แต่ป พ.ศ.2546 โดยควำมรว่ มมือของกำรทำ� งำน
ระหว่ำงส�ำนกั โรคเอดส์ฯ กรมควบคุมโรคทที่ �ำหน้ำท่ีเป็นผูบ้ รหิ ำรจดั กำรโครงกำร และโครงกำรเอดสโ์ ลก (Global AIDS Program)
ศนู ยค์ วำมรว่ มมอื ไทย-สหรฐั ดำ้ นสำธำรณสขุ เปน็ ผสู้ นบั สนนุ ทำงดำ้ นวชิ ำกำรและงบประมำณ และตง้ั แตป่  2550 ไดข้ ยำยพน้ื ทก่ี ำร
ดำ� เนินงำนในทกุ จงั หวัดของประเทศ มโี รงพยำบำลท่ีด�ำเนนิ งำนมำกกวำ่ 700 แหง่ ใน 76 จังหวดั ภำยใต้โครงกำรพฒั นำคุณภำพ
บริกำรกำรดูแลรักษำผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ โดยควำมร่วมมือระหว่ำงส�ำนักโรคเอดส์ฯ โดยมุ่งเน้นกำรพัฒนำศักยภำพ
ผใู้ หบ้ รกิ ำรในทกุ ระดบั ทงั้ ระดบั ประเทศ เขต จงั หวดั และโรงพยำบำล เพอ่ื ใหม้ คี วำมรแู้ ละทกั ษะในกำรวดั ผลกำรดำ� เนนิ งำน สนบั สนนุ
ใหเ้ กดิ กำรบรู ณำกำรงำนพฒั นำคณุ ภำพบรกิ ำรเขำ้ กบั ระบบรบั รองคณุ ภำพโรงพยำบำลกำรขยำยเครอื ขำ่ ยกำรพฒั นำคณุ ภำพบรกิ ำร
กำรดแู ลรกั ษำผปู้ ว่ ยตง้ั แตร่ ะดบั โรงพยำบำลสรู่ ะดบั ชมุ ชนรวมทง้ั สรำ้ งควำมเขม้ แขง็ ใหร้ ะบบทมี พเ่ี ลย้ี งเพอ่ื ขยำยและพฒั นำคณุ ภำพ
บรกิ ำรดแู ลรักษำผตู้ ิดเช้อื เอชไอวแี ละผู้ปว่ ยเอดสอ์ ย่ำงต่อเน่อื ง
กำรดำ� เนนิ งำนโครงกำรดงั กลำ่ วสง่ ผลใหเ้ กดิ ผลผลติ และผลลพั ธข์ องโครงกำรในหลำยดำ้ น ดงั นน้ั จงึ จำ� เปน็ ตอ้ งศกึ ษำ

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

สำนกั โรคเอดส์ วณั โรค และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธ์ ป พ.ศ. 2558 87

ผลกำรด�ำเนินงำนในช่วงระยะเวลำท่ีผ่ำนมำ ในป 2558 ส�ำนักโรคเอดส์ฯ จึงด�ำเนินโครงกำรเสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งของระบบ
กำรดูแลรกั ษำผตู้ ดิ เชื้อเอชไอวี/ผู้ปว่ ยเอดส์ และโรคติดตอ่ ทำงเพศสัมพันธ์ ในโครงกำรย่อย CARE-HIV เพือ่ น�ำผลท่ีได้ไปปรบั ปรุง
และพฒั นำคณุ ภำพกำรดูแลรักษำผตู้ ิดเชอื้ เอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ตอ่ ไปอย่ำงตอ่ เนื่อง

วัตถปุ ระสงค์
1. เพอ่ื คน้ หำปจั จยั ทม่ี ผี ลตอ่ กำรประสบควำมสำ� เรจ็ และปจั จยั ทเี่ ปน็ อปุ สรรคในกำรดำ� เนนิ งำนกำรพฒั นำคณุ ภำพ
กำรดแู ลรกั ษำผูต้ ดิ เชอื้ เอชไอวีและผ้ปู ว่ ยเอดส์
2. เพอื่ จดั ทำ� ขอ้ เสนอแนะเชงิ นโยบำยอนั เปน็ ประโยชนต์ อ่ กำรปรบั ปรงุ กำรดำ� เนนิ งำนดำ้ นกำรพฒั นำคณุ ภำพบรกิ ำร
ดูแลรักษำผู้ติดเชอื้ เอชไอวี/เอดส์
สรุปผลการดำาเนนิ งาน
1. ผลผลติ และผลลพั ธโ์ ครงกำร ในระยะ 3 ป ไดแ้ ก่

1.1 ผ้ตู ดิ เชอื้ เอชไอว/ี เอดส์ ไดร้ ับบริกำรที่มีคณุ ภำพ และสถำนบริกำรสำมำรถใหบ้ รกิ ำรกำรดแู ลรกั ษำผู้ตดิ เช้ือ
เอชไอว/ี เอดสท์ ัง้ ผู้ใหญ่และเด็ก ท่มี ีควำมครอบคลุมและได้คณุ ภำพตำมมำตรฐำนกำรดแู ลรกั ษำของประเทศไทย

1.2 เกดิ โครงสรำ้ งและแนวปฏบิ ตั ใิ นกำรดแู ลรกั ษำผตู้ ดิ เชอื้ เอชไอวแี ละผปู้ ว่ ยเอดส์ เปน็ แนวทำงเดยี วกนั มคี วำม
สะดวก รวดเรว็ ในกำรดูแลรกั ษำผตู้ ดิ เชื้อเอชไอว/ี ผู้ป่วยเอดส์

1.3 มีเครือข่ำยกำรดูแล เป็นที่ปรึกษำปัญหำในกำรดูแลและประสำนข้อมูลส่งต่อระหว่ำงโรงพยำบำลแม่ข่ำย
และโรงพยำบำลชุมชน

1.4 เกิดระบบกำรจดั เก็บขอ้ มูลผ้ตู ดิ เช้อื เอชไอว/ี ผปู้ ว่ ยเอดส์ท่เี ปน็ ระบบและครบถว้ นมำกย่งิ ข้ึน
1.5 เกดิ แนวคดิ ดำ้ นกำรเชอื่ มโยงงำนเอชไอวแี ละงำนคณุ ภำพของโรงพยำบำลเพอื่ ขอกำรรบั รองคณุ ภำพบรกิ ำร
2. ข้อมูลและข้อเสนอแนะจำกกำรทบทวนโครงกำร สำมำรถไปใช้ในกำรปรับปรุงและพัฒนำรูปแบบกำร
ด�ำเนินงำนด้ำนกำรดูแลรักษำผู้ติดเช้ือเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ เช่น ปรับปรุงกำรรูปกำรประสำนงำนในกำรเชิญผู้เข้ำร่วมประชุม
ให้ตรงกับกลุ่มเป้ำหมำย และข้อเสนอแนะเชิงนโยบำยในกำรวำงแผนกำรด�ำเนินงำน เช่น กำรพัฒนำศักยภำพเจ้ำหน้ำท่ี
กำรสร้ำงเครอื ขำ่ ยในระดบั พ้นื ที่ เป็นต้น
ปจั จยั ความสำาเรจ็
1. ผูป้ ฏิบัติงำนเอดส์ เขำ้ ใจหลักกำรกำรพฒั นำคณุ ภำพและดำ� เนินกจิ กรรมพฒั นำคุณภำพอยำ่ งตอ่ เน่ือง
2. กำรนำ� ขอ้ มลู ทมี่ ีอย่ใู นระบบมำใชป้ ระโยชนใ์ นด้ำนกำรพัฒนำคุณภำพกำรดแู ลรกั ษำผตู้ ิดเช้อื เอชไอว/ี เอดส์
3. ควำมร่วมมือกับเครือข่ำย และหน่วยงำนอ่ืน ได้แก่ สปสช. สรพ. ก่อให้เกิดกำรบูรณกำรณ์เพ่ือควำมย่ังยืน
ในระบบกำรพฒั นำคุณภำพกำรดแู ลรักษำผ้ตู ิดเชอ้ื เอขไอวี

ปญั หา8อปุ8สรรค

จำกกำรเก็บข้อมูลประเมินโครงกำรเรำพบว่ำ ปัจจัยขัดขวำงกำรด�ำเนินงำนพัฒนำคุณภำพฯ ได้แก่ ผู้ท่ีเข้ำอบรม
มักไมต่ รงกับกลมุ่ เป้ำหมำย งบประมำณที่ได้รับไมเ่ พียงพอต่อกำรอบรมอยำ่ งทวั่ ถึง

ข้อเสนอแนะการแก้ไข
1. สนบั สนนุ ดำ้ นนโยบำยทงั้ ในระดบั ประเทศและพน้ื ทร่ี ะดมทรพั ยำกรบคุ ลำกรและงบประมำณปอ้ งกนั ดแู ลรกั ษำ
เอชไอวี/เอดส์ตอ่ ไปอย่ำงตอ่ เนอื่ ง
2. กำ� หนดนโยบำยใหก้ ำรสนับสนุนในกำรเสรมิ สรำ้ งระบบสขุ ภำพประชำชนอยำ่ งตอ่ เนือ่ ง
3. กำรสรำ้ งทมี พี่เลี้ยง
4. กำรพัฒนำศักยภำพเจ้ำหน้ำท่ี

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

88 สำนักโรคเอดส์ วณั โรค และโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ ป พ.ศ. 2558

2.2.8 โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์และโรคติดต่อ
ทางเพศสมั พันธ์ (2558-2559) Project Code: CARE-QUAL

ฐติ ิรตั น์ จริ ัญญนนั ท์

หลกั การเหตุผล
โครงกำรพัฒนำคุณภำพกำรบริกำรต่ำงๆ นั้น ด�ำเนินงำนเพ่ือกำรพัฒนำควำมเข้มแข็งของระบบกำรป้องกันดูแล
รักษำเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ท่ีมีควำมครอบคลุมตั้งแต่กำรเข้ำสู่กำรตรวจเลือดเพ่ือทรำบสถำนะกำรติดเชื้อเอชไอวี กำรคัดกรองโรค
ต่ำงๆ กำรดูแลรักษำในคลินิกเอชไอวี กำรด�ำเนินงำนส่งเสริมป้องกันและกำรพัฒนำระบบร่วมกับชุมชนให้สำมำรถสร้ำงควำมรู้ท่ี
ตอบสนองกำรพัฒนำกำรปอ้ งกันดแู ลรักษำเอชไอวใี นระบบสขุ ภำพ โดยมกี ำรสอดรับไปกับกำรปฏิรูประบบสำธำรณสขุ ในประเด็น
เขตสุขภำพในภำพรวม โดยเน้นกำรพัฒนำกลไกนโยบำยเสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งของระบบกำรดูแลรักษำผู้ติดเช้ือเอชไอวี/ผู้ป่วย
เอดส์ ใหส้ ำมำรถพฒั นำระบบบรกิ ำรไดอ้ ย่ำงตอ่ เน่อื ง ในป 2558 สำ� นักโรคเอดสฯ์ กรมควบคุมโรค จงึ ด�ำเนิน โครงกำรเสริมสร้ำง
ควำมเข้มแข็งของระบบกำรดูแลรักษำผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ และโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ ในโครงกำรย่อย CARE-QUAL
เพื่อกำรขับเคลื่อนระบบคุณภำพบริกำร กำรป้องกันดูแลรักษำผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ และโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์อย่ำงมี
ประสิทธภิ ำพด้วยกำรรบั รองเฉพำะโรค (DSC-HIV/STI) ตอ่ ไป
วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อสร้ำงควำมย่ังยืนของระบบพัฒนำคุณภำพกำรป้องกัน ดูแลรักษำ ผู้ติดเช้ือเอชไอวี/เอดส์ ในระบบปกติ
โดยร่วมมือกับสถำบันรับรองคุณภำพสถำนพยำบำล (สรพ.) (องค์กำรมหำชน) ภำยใต้โครงกำรกำรรับรองโรคเฉพำะเอชไอวีและ
โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์ (Disease Speciic Certiication)
2. เพอื่ พัฒนำศกั ยภำพเจ้ำหน้ำท่ดี ้ำนกำรน�ำขอ้ มลู ที่มีอยใู่ นระบบมำใช้ประโยชนใ์ นกำรพฒั นำคณุ ภำพบรกิ ำรกำร
ดแู ลรกั ษำผตู้ ดิ เชื้อเอชไอวี/เอดส/์ โรคตดิ ต่อทำงเพศสัมพนั ธ์
สรุปผลการดาำ เนนิ งาน
1. ในป 2558 โรงพยำบำลของรฐั บำล จำ� นวน 12 แหง่ เขำ้ รว่ มโครงกำรกำรรบั รองโรคเฉพำะเอชไอวแี ละโรคตดิ ตอ่
ทำงเพศสัมพนั ธ์ (Disease Speciic Certiication)
2. บุคลำกรจำกโรงพยำบำล 12 แหง่ ได้รบั กำรพฒั นำศักยภำพดำ้ นกำรพัฒนำคุณภำพบริกำรกำรดแู ลรกั ษำผู้ติด
เชอ้ื เอชไอวแี ละกำรเตรยี มควำมพร้อมกำรรับรองโรคเฉพำะเอชไอวแี ละโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์ โดยกำรลงพื้นทเี่ ย่ียมส�ำรวจและ
เตรียมควำมพรอ้ มจำกำรประเมินหนำ้ งำน กำรสมั ภำษณ์ และกำรเกบ็ ข้อมูล
3. บุคลำกรในโรงพยำบำล 12 แห่ง ไดร้ ับกำรอบรมเกณฑ์ประเมนิ กำรรับรองโรคเฉพำะเอชไอวแี ละโรคตดิ ตอ่ ทำง
เพศสมั พนั ธ์ เพอ่ื น�ำเกณฑ์ประเมินไปปรบั ใช้ตำมบริบทของโรงพยำบำล
ปัจจยั ความสำาเรจ็
1. กำรเช่ือมโยงงำนบริกำรกำรดูแลรักษำเอชไอวีและโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์กับหน่วยงำนอ่ืนท้ังภำยนอกและ
ภำยในโรงพยำบำล และกำรหำโอกำสพฒั นำ กำรทบทวนกจิ กรรมบรกิ ำร และจำกกำรวเิ ครำะหป์ ญั หำจำกกำรทำ� งำน กำรรวบรวม
ขอ้ มลู อย่ำงเป็นระบบและกำรใช้ประโยชน์ข้อมูลของโรงพยำบำล
2. กำรไดร้ บั กำรตดิ ตำม นเิ ทศ สอนงำนและใหค้ ำ� แนะนำ� จำกหนว่ ยงำนทง้ั ภำยในและภำยนอก รวมถงึ กำรประเมนิ ผล
(Feed Back) จะชว่ ยให้ผู้ปฎิบตั ิมแี นวทำงกำรปรบั ปรุงพัฒนำระบบกำรใหบ้ รกิ ำรอยู่เสมอ
ปญั หาอปุ สรรค
1. หนว่ ยบรกิ ำรยงั มรี ะบบงำนทส่ี ำ� คญั แยกสว่ นกนั ยดึ ตดิ กบั ภำระงำนและกำรเปน็ เจำ้ ของงำนขำดกำรกระจำยงำน
ใหก้ ับผ้ทู เ่ี กย่ี วข้อง และไม่นำ� ข้อมลู มำวเิ ครำะหแ์ ละแก้ไขปญั หำรวมกนั
2. ไมม่ ีกำรเชื่อมโยงขอ้ มลู กำรรักษำและขำดกำรนำ� ขอ้ มลู สำรสนเทศมำใช้ประโยชน์ในกำรพฒั นำ

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

สำนักโรคเอดส์ วณั โรค และโรคติดต่อทำงเพศสัมพนั ธ์ ป พ.ศ. 2558 89

ข้อเสนอแนะการแก้ไข
สง่ เสรมิ สนบั สนนุ ใหผ้ ปู้ ฏบิ ตั งิ ำนในหนว่ ยงำนไดม้ โี อกำสแลกเปลย่ี นขอ้ มลู สำรสนเทศและนำ� ขอ้ มลู มำใชป้ ระโยชน์
เพ่อื กำรพัฒนำคุณภำพกำรดแู ลคนไข้ และเพอ่ื กำรรบั รองเฉพำะรำยโรคเอชไอวีและโรคตดิ ต่อทำงเพศสัมพันธ์

2.2.9 โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ และโรคติดต่อ
ทางเพศสัมพนั ธ์ ในโครงการยอ่ ยที่ 3 CARE-VCT

ลซี า่ กนั ธมาลา

หลกั การเหตผุ ล
จำกกำรท่ี กรมควบคมุ โรค โดยสำ� นกั โรคเอดสฯ์ และศนู ยค์ วำมรว่ มมอื ไทย-สหรฐั ดำ้ นสำธำรณสขุ ไดพ้ ฒั นำเครอ่ื งมอื
ต้นแบบ ในกำรวัดผลกำรปฏบิ ัตงิ ำนใหก้ ำรปรึกษำ โดยใช้โปรแกรม VCTQUAL ในกำรประเมนิ คณุ ภำพบริกำรปรึกษำและตรวจหำ
กำรตดิ เช้อื เอชไอวี ซึง่ เปน็ เครอ่ื งมือท่ีผู้ใชส้ ำมำรถรำยงำนผลไดท้ นั ที ร่วมกบั กำรใช้ แบบสอบถำมผู้รบั บรกิ ำร Client Exit survey
และแบบสอบถำมผใู้ ห้บริกำรปรึกษำ Counselor survey กำรวัดผลกำรปฏบิ ตั งิ ำนดว้ ยเครอื่ งมือดังกลำ่ ว ปล ะ 1 คร้ัง ขอ้ มูลทไ่ี ด้
จะแสดงใหเ้ หน็ ถงึ ขอ้ มลู สำ� คญั ทต่ี อบสนองตอ่ ตวั ชว้ี ดั คณุ ภำพบรกิ ำรปรกึ ษำตำ่ งๆ ทก่ี ำ� หนด เพอ่ื นำ� ขอ้ มลู และขอ้ เสนอแนะไปพฒั นำ
คณุ ภำพบรกิ ำรปรึกษำอย่ำงตอ่ เนือ่ ง
ในป 2558 ส�ำนักโรคเอดส์ฯ ร่วมกับศูนย์ควำมร่วมมือไทย-สหรัฐ ด้ำนสำธำรณสุข จึงได้ร่วมกันจัดท�ำโครงกำร
เสริมสร้ำงควำมเข้มแข็งของระบบกำรดูแลรักษำผู้ติดเช้ือเอชไอวี/ผู้ป่วยเอดส์ และโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ ในโครงกำรย่อยที่ 3
CARE-VCT เพ่ือกำรพฒั นำคณุ ภำพงำนบริกำรปรึกษำเร่ืองโรคเอดส์ โดยประสำนงำน ร่วมกบั หน่วยงำนทเ่ี ข้ำรว่ มโครงกำรในพ้ืนที่
และหนว่ ยงำนทีม่ คี วำมพรอ้ มและสมัครใจรว่ มพัฒนำบริกำรให้มคี ุณภำพในบรบิ ทของหน่วยบริกำรสุขภำพของประเทศต่อไป
วตั ถุประสงค์
1. เพือ่ พัฒนำรูปแบบ ระบบกำรตดิ ตำม และประเมนิ ผลเพ่อื กำรพฒั นำคุณภำพงำนบริกำรปรึกษำเร่ืองโรคเอดส/์
โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ ในหน่วยงำนนำ� รอ่ งทเ่ี ขำ้ รว่ มโครงกำร
2. เพ่ือพฒั นำคณุ ภำพงำนให้บริกำรปรกึ ษำกำรตรวจหำกำรตดิ เชือ้ เอชไอวีในสถำนบริกำรสขุ ภำพ
สรุปผลการดำาเนินงาน
ผลกำรดำ� เนินงำนบรรลุผลผลติ และผลลัพธ์โครงกำร ไดแ้ ก่
1. โรงพยำบำล 6 แหง่ ได้รบั กำรก�ำกบั ตดิ ตำม ประเมินผล และทบทวนรูปแบบกำรดำ� เนินงำนโครงกำรพฒั นำ
คุณภำพกำรให้บริกำรปรึกษำเพ่อื ตรวจหำกำรติดเชอ้ื เอชไอวี
2. ส่วนกลำงได้ศึกษำควำมพร้อมเบ้ืองต้นของหน่วยบริกำรด้ำนโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ในงำนให้บริกำรปรึกษำ

เอชไอวี จำ� นวน 3 โรงพ9ย0ำบำล

ปจั จยั ความสำาเรจ็
ปัจจัยควำมสำ� เรจ็ ของงำนให้บริกำรปรกึ ษำทุกโรงพยำบำลท่ไี ดร้ บั กำรกำ� กบั ติดตำม ประเมนิ ผล และทบทวนกำร
ดำ� เนนิ งำน โรงพยำบำลมีบุคลำกรผใู้ หก้ ำรปรึกษำ มกี ระบวนกำรให้กำรปรึกษำ แตค่ วรเพิม่ ในเรื่องของกำรใหบ้ ริกำรปรึกษำในงำน
ด้ำนโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์
ปัญหาอุปสรรค
โรงพยำบำลสว่ นใหญท่ ไี่ ดล้ งไปตดิ ตำม กำ� กบั กำรดำ� เนนิ งำน ยงั ดำ� เนนิ กำรในเรอื่ งของกำรใหบ้ รกิ ำรปรกึ ษำในงำน
ดำ้ นโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธน์ ้อยมำก

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

90 สำนักโรคเอดส์ วณั โรค และโรคตดิ ต่อทำงเพศสมั พันธ์ ป พ.ศ. 2558

ขอ้ เสนอแนะการแกไ้ ข
สง่ เสรมิ ใหม้ กี ำรบรกิ ำรปรกึ ษำดำ้ นโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ ในโรงพยำบำลเพมิ่ มำกขน้ึ พรอ้ มทงั้ อบรมดำ้ นวชิ ำกำร
งำนบรกิ ำรเอชไอวใี นงำนดำ้ นโรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์

2.2.10 โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบการดูแลรกั ษาผตู้ ดิ เชื้อเอชไอว/ี ผ้ปู ่วยเอดส์ และโรคตดิ ต่อ
ทางเพศสัมพันธ์ (2558-2559) Project Code: CARE-STI

ท�าเนยี บ สงั วาลประกายแสง

หลกั การเหตุผล
ในป 2558 ส�ำนกั โรคเอดส์ฯ กรมควบคุมโรค จงึ ด�ำเนนิ โครงกำรเสริมสรำ้ งควำมเขม้ แขง็ ของระบบกำรดแู ลรกั ษำ
ผูต้ ดิ เช้ือเอชไอว/ี ผปู้ ่วยเอดส์ และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธ์ ในโครงกำรยอ่ ย CARE-STI ไดเ้ ร่ิมดำ� เนินงำนโดยใฃ้รปู แบบกำรพัฒนำ
คณุ ภำพบรกิ ำรตั้งแต่ในป 2549 จนถึงปจั จุบนั ซึง่ ทำงโรงพยำบำลท่ใี ห้กำรดูแลรักษำ เร่ืองเอชไอว/ี เอดส์ สำมำรถใหบ้ ริกำรตรวจ
หำกำรติดเชื้อเอชไอวีและกำรให้บริกำรดูแลรักษำโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ ส�ำหรับกำรป้องกันกำรติดเช้ือเอชไอวี โดยต้ังแต่
ป 2553-2556 สำมำรถขยำยนำ� STIQUAL ไปใชใ้ นกำรพฒั นำคณุ ภำพและตดิ ตำมประเมนิ ผลดำ้ นกำรพฒั นำคณุ ภำพโรคตดิ ตอ่ ทำง
เพศสมั พนั ธ์ มหี นว่ ยบรกิ ำรทเี่ ขำ้ รว่ มโครงกำรรวมทง้ั สน้ิ 22 หนว่ ย ใน 20 จงั หวดั นำ� รอ่ ง และมกี ำรคดั กรองโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์
ในกลุ่มประชำกรเป้ำหมำยหลัก รวมท้ังส้ิน 39 จังหวัด และได้มีกำรอบรมกำรพัฒนำคุณภำพด้ำนกำรให้ค�ำปรึกษำเพ่ือตรวจหำ
เชื้อเอชไอวีใน 156 โรงพยำบำล จำก 64 จังหวดั มีผสู้ ่งผลงำนดำ้ นกำรพฒั นำคณุ ภำพ 40 โรงพยำบำล

วัตถุประสงค์
1. เพือ่ พฒั นำคณุ ภำพงำนให้บรกิ ำรปรึกษำตรวจหำกำรติดเชือ้ เอชไอวีในสถำนบรกิ ำร
2. เพ่อื เสริมสร้ำงควำมเขม้ แขง็ ให้กับศนู ย์สำธำรณสขุ มูลฐำนท่ดี �ำเนินงำนให้บรกิ ำรปรึกษำเอชไอวี
3. เพ่ือปรบั ปรงุ ระบบข้อมลู สำรสนเทศที่สนับสนุนกำรพัฒนำคณุ ภำพดำ้ นโรคตดิ ต่อทำงเพศสัมพันธ์

กำรใช้งำน สรุปผลการดาำ เนินงาน
ผลกำรดำ� เนนิ งำนบรรลุผลผลติ และผลลัพธ์โครงกำร ได้แก่
1. พัฒนำกำรปฎบิ ตั ิงำนโดยมุ่งผลตำมตัวชวี้ ดั ที่ได้จำกกำรวัดผลกำรปฎิบัตงิ ำน
2. พัฒนำระบบสำรสนเทศ รูปแบบกำรบันทึกข้อมูลทั้งในแบบเอกสำรและโปรแกรมคอมพิวเตอร์ รวมถึงคู่มือ

ผู้ปว่ ยเอดส์ ปัจจยั ความสำาเร็จ
1. เจ้ำหน้ำท่ีสำมำรถน�ำข้อมูลท่ีมีอยู่ในระบบมำใช้ประโยน์เพ่ือพัฒนำคุณภำพกำรดูแลรักษำผู้ติดเช้ือเอชไอวี/
2. สำมำรถเพ่มิ จำ� นวนกำรเข้ำถึงบรกิ ำรด้ำนกำรคดั กรองโรคตดิ ต่อทำงเพศสัมพันธ์

ปญั หาอุปสรรค
ไมม่ ี

ข้อเสนอแนะการแกไ้ ข
1. ส่งเสริม สนับสนุน ให้ผู้ปฏิบัติงำนในหน่วยงำนได้มีโอกำสแลกเปล่ียนข้อมูล สำรสนเทศและน�ำข้อมูลมำใช้
ประโยชน์เพือ่ กำรพัฒนำคณุ ภำพกำรดแู ลคนไข้ และเพ่อื กำรรับรองเฉพำะรำยโรคเอชไอวแี ละโรคตดิ ต่อทำงเพศสมั พนั ธ์
2. กำรพัฒนำศกั ยภำพเจ้ำหนำ้ ท่ี

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

สำนกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์ ป พ.ศ. 2558 91

2.2.11 โครงการเสรมิ สรา้ งความเข้มแขง็ ของระบบการดูแลรกั ษาผูต้ ิดเชอ้ื เอชไอว/ี ผปู้ ่วยเอดส์ และโรคตดิ ตอ่
ทางเพศสัมพันธ์ (2558-2559) Project Code: CARE โครงยอ่ ย CARE-LAB

สมชัย หลกภชิ าติ และกรศิริ บุญประเทือง

หลักการเหตุผล
กำรด�ำเนินงำนเฝ้ำระวังโรคเอดส์เป็นมำตรกำรเชิงรุกท่ีประเทศไทยใช้ในกำรติดตำมสถำนกำรณ์กำรแพร่ระบำด
ของกำรตดิ เชอ้ื เอชไอวี และกำรปว่ ยดว้ ยโรคเอดส์ ซง่ึ พบวำ่ สำเหตุหนง่ึ ของกำรตดิ เชือ้ เอชไอวีนัน้ ผู้ปว่ ยมพี ฤติกรรมเสยี่ งสงู ทำงเพศ
ท�ำให้เกิดกำรตดิ เช้ือโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพันธ์ตำ่ งๆ เชน่ โรคหนองใน โรคหนองในเทียม โรคซิฟลิ ิส โรคเรมิ ที่อวยั วะเพศ โรคพยำธิ
ในชอ่ งคลอด เปน็ ตน้ ผปู้ ว่ ยทตี่ ดิ เชอ้ื โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธน์ น้ั มที งั้ แสดงอำกำร และไมแ่ สดงอำกำร หอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรทำงกำรแพทย์
จึงมีบทบำทในกำรตรวจวินิจฉัยเพ่ือแพทย์สำมำรถน�ำผลกำรตรวจวินิจฉัยไปด�ำเนินกำรรักษำผู้ป่วยต่อไป กำรพัฒนำคุณภำพกำร
ดแู ลรกั ษำผตู้ ดิ เชอ้ื เอชไอว/ี ผปู้ ว่ ยเอดสแ์ ละโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธน์ นั้ ผใู้ หบ้ รกิ ำรตอ้ งมคี วำมรแู้ ละทกั ษะในกำรดำ� เนนิ กำรตรวจ
วินิจฉยั เพอ่ื ให้กำรรักษำมีประสทิ ธิภำพ หอ้ งปฏิบตั ิกำรงำนชนั สูตร กลมุ่ บำงรักโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ สำ� นักโรคเอดส์ฯ เป็นหอ้ ง
ปฏบิ ตั กิ ำรสำ� หรบั ตรวจวนิ จิ ฉยั โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ และเปน็ สถำนทศ่ี กึ ษำดงู ำนดำ้ นกำรชนั สตู รโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธข์ อง
แพทย์ บคุ ลำกรทำงกำรแพทย์ และนกั ศกึ ษำ ทง้ั ระดบั ประเทศ และนำนำชำติ เพอื่ พฒั นำคณุ ภำพของหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรใหไ้ ดม้ ำตรฐำน
สำมำรถเปน็ หอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรอำ้ งองิ ดำ้ นกำรชนั สตู รโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธใ์ หแ้ กห่ อ้ งปฏบิ ตั กิ ำรเครอื ขำ่ ย ประชำชนทม่ี ำรบั บรกิ ำร
ไดร้ บั กำรบรกิ ำรทม่ี คี ณุ ภำพ และมคี วำมมนั่ ใจในผลกำรตรวจวเิ ครำะหท์ ำงหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร และเพอ่ื ใหเ้ ปน็ หลกั ประกนั วำ่ หอ้ งปฏบิ ตั ิ
กำรมีควำมมุ่งม่ันท่ีจะควบคุมคุณภำพภำยในห้องปฏิบัติกำรเป็นแนวทำงเดียวกัน และกำรตรวจติดตำมกำรด�ำเนินงำนตำมระบบ
คุณภำพอย่ำงสม่�ำเสมอ เพื่อให้ได้ผลกำรทดสอบท่ีถูกต้องตำมหลักวิชำกำร รวมท้ังมีควำมร่วมมือในกำรพัฒนำคุณภำพมำตรฐำน
ห้องปฏบิ ัติกำรอย่ำงตอ่ เน่ืองตอ่ ไป
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพ่ือประเมินศักยภำพและควำมพร้อมของห้องปฏิบัติกำร สคร. เพ่ือศูนย์ควำมเป็นเลิศด้ำนโรคติดต่อทำง
เพศสัมพนั ธ์ เรื่องกำรตรวจหำเชื้อหนองในด้ือยำ
2. เพื่อประเมินคณุ ภำพของห้องปฏิบัตกิ ำรทำงกำรแพทยท์ ่วั ประเทศ ท่ที ำ� กำรตรวจซฟิ ิลสิ
3. เพอื่ ใหม้ ีกำรตดิ ตำมกำรดำ� เนนิ งำนตำมระบบคณุ ภำพอยำ่ งสมำ่� เสมอ และมคี วำมรว่ มมอื ในกำรพัฒนำคุณภำพ
กำรตรวจวเิ ครำะห์อย่ำงต่อเน่ือง
สรปุ ผลการดำาเนินงาน
1. ลงพน้ื ทเ่ี กบ็ ขอ้ มลู ของหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำร สคร. เพอื่ ศนู ยค์ วำมเปน็ เลศิ ดำ้ นโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ เรอ่ื งกำรตรวจ
หำเชือ้ หนองในด้ือยำ 5 แห่ง คือ สคร.3 จ.ชลบุรี, สคร.7 จ.อบุ ลรำชธำนี, สคร.8 จ.นครสวรรค,์ สคร.10 จ.เชยี งใหม่ และ ศูนย์

หำดใหญ่นวรัตน์ จ.สงข9ล2ำ ตั้งแต่ กุมภำพันธ์-พฤษภำคม 2558 เพ่ือประเมินศักยภำพและควำมพร้อมของห้องปฏิบัติกำร สคร.

เพ่อื ศูนยค์ วำมเปน็ เลศิ ด้ำนโรคติดตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธ์ เรือ่ งกำรตรวจหำเชื้อหนองในดอ้ื ยำ
2. จดั ประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ำรเพอ่ื หำแนวทำงกำรดำ� เนนิ งำนรว่ มกนั เพอ่ื ใหก้ ำรดำ� เนนิ งำนดำ้ นกำรตรวจหำเชอ้ื หนองใน

ดื้อยำให้เปน็ มำตรฐำนเดียวกนั ในทกุ หน่วยงำน เมื่อวนั ที่ 14 กรกฎำคม 2558
3. จัดประชุมเชิงปฏิบัติกำรเพ่ือให้สมำชิกโครงกำรประเมินคุณภำพของห้องปฏิบัติกำรทำงกำรแพทย์ท่ัวประเทศ

ท่ีท�ำกำรตรวจซิฟิลิส มีควำมร่วมมือในกำรด�ำเนินงำนตำมระบบคุณภำพและพัฒนำคุณภำพกำรตรวจวิเครำะห์อย่ำงต่อเนื่อง
เมือ่ วนั ท่ี 13 กรกฎำคม 2558

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

92 สำนกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ต่อทำงเพศสมั พันธ์ ป พ.ศ. 2558

ปจั จัยความสำาเร็จ
1. ห้องปฏิบัติกำรทำงกำรแพทย์ของหน่วยบริกำรสำธำรณสุขที่ท�ำกำรตรวจซิฟิลิส ให้ควำมส�ำคัญในกำรเข้ำร่วม
โครงกำรประเมินคณุ ภำพกำรตรวจซิฟลิ ิสทำงห้องปฏบิ ตั กิ ำร
2. หอ้ งปฏบิ ตั ิกำรสคร. เพอ่ื ศนู ย์ควำมเปน็ เลิศดำ้ นโรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์ เรือ่ งกำรตรวจหำเชือ้ หนองในดื้อยำ
5 แห่ง ใหค้ วำมรว่ มมอื ในกำรหำแนวทำงกำรดำ� เนนิ งำนด้ำนกำรตรวจหำเชอื้ หนองในดอ้ื ยำทเ่ี ปน็ มำตรฐำนเดยี วกัน
3. คณะทำ� งำนให้ควำมรว่ มมือในกำรด�ำเนินงำน
ปัญหาอปุ สรรค
1. มีกำรปรบั เปล่ยี นผ้รู ับผิดชอบงำนดำ้ น STIs ท�ำใหก้ ำรดำ� เนินงำนไมต่ ่อเน่อื งและล่ำช้ำ
2. ระบบกำรรำยงำนผลกำรเฝ้ำระวังเช้อื หนองในด้อื ยำยังไมเ่ ป็นรปู แบบเดียวกนั
ข้อเสนอแนะการแก้ไข
ควรพัฒนำระบบกำรรำยงำนผลกำรเฝ้ำระวังเชื้อหนองในด้อื ยำ เพอื่ ให้ได้ขอ้ มลู ทถ่ี ูกต้องและเปน็ รูปแบบเดียวกนั

2.3 กลุ่มบางรักโรคติดตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ์
2.3.1 โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการ เร่ืองการประสานความร่วมมือเพ่ือพัฒนา Center of Excellence

ด้านโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยการมีส่วนร่วมของสำานักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และสำานักงาน
ป้องกนั ควบคมุ โรคท่ี 1-12

จิราภรณ์ ยาชมภู
หลักการเหตผุ ล
กรมควบคุมโรค ประกำศนโยบำยกำรพัฒนำควำมเข้มแข็งแผนงำนป้องกันควบคุมโรค (Revitalizing disease
control program : RDCP) ซ่งึ สอดคล้องกบั นโยบำยกระทรวงสำธำรณสุข ตำมบทบำท National Health Authority : NHA
โดยในปง บประมำณ 2558 ไดม้ อบหมำยใหส้ ำ� นกั โรคเอดสฯ์ พฒั นำควำมเขม้ แขง็ แผนงำนปอ้ งกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์
จำกกำรวเิ ครำะหช์ อ่ งวำ่ งในกำรทำ� งำน และจดั ลำ� ดบั ควำมสำ� คญั ของประเดน็ ตำ่ งๆ เพอื่ วำงแผนพฒั นำแผนงำนปอ้ งกนั ควบคมุ โรค
ใหม้ คี วำมเขม้ แขง็ และปดิ ชอ่ งวำ่ ง ซง่ึ พบวำ่ ประเดน็ ทใ่ี หค้ วำมสำ� คญั มำกทสี่ ดุ คอื กำรจดั ทำ� ยทุ ธศำสตรป์ อ้ งกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ทำง
เพศสัมพันธ์แห่งชำติ พ.ศ. 2559-2564 เพ่ือมุ่งเน้นกำรยุติกำรแพร่ระบำด ของโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ท่ีเป็นอันตรำยเพื่อไม่ให้
เป็นปัญหำสำธำรณสุขของประเทศ และใช้เป็นเครื่องมือในกำรด�ำเนินงำน และขับเคล่ือนกลวิธีที่ได้ผล รวมท้ังส่งเสริมสนับสนุน
กำรบูรณำกำรงำน โดยกำรประสำนควำมร่วมมือกับส�ำนกั งำนป้องกันควบคมุ โรคท่ี 1-12 ส�ำนกั งำนสำธำรณสขุ จงั หวัด เครือข่ำย
ประชำสังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้อง ในกำรขับเคลื่อนยุทธศำสตร์ และติดตำมประเมินผลยุทธศำสตร์ กลยุทธ์ และ
โครงกำรปอ้ งกันและควบคุมโรคติดต่อทำงเพศสัมพนั ธ์ในระดับชำติ (National program) ระดับเขต (Regional program) และ
บูรณำกำรกบั งำนพัฒนำ Center of Excellence ดำ้ นโรคตดิ ต่อทำงเพศสมั พันธ์ ซง่ึ สง่ ผลตอ่ กำรพฒั นำโครงสร้ำงกำรดำ� เนินงำน
ที่เช่ือมต่อจำกส่วนกลำงและระดับเขต น�ำสู่กำรจัดท�ำแผนปฏิบัติกำรและด�ำเนินงำนอย่ำงมีประสิทธิภำพ ในระดับจังหวัด อ�ำเภอ
ทอ้ งถ่ินและพ้นื ท่ีต่อไป
วตั ถุประสงค์
1. เพอ่ื แลกเปลยี่ นเรยี นรรู้ ะหวำ่ งสำ� นกั โรคเอดสฯ์ กบั สำ� นกั งำนปอ้ งกนั ควบคมุ โรค เกย่ี วกบั บทบำทภำรกจิ ในกำรเปน็
Center of Excellence ดำ้ นโรคติดต่อทำงเพศสัมพนั ธ์
2. เพ่ือจัดท�ำยุทธศำสตร์ป้องกันควบคุมโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์แห่งชำติ พ.ศ. 2559-2564 ท่ีมุ่งสู่เป้ำหมำย
ยตุ กิ ำรแพรร่ ะบำดของโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธท์ เ่ี ปน็ อนั ตรำย ไมใ่ หเ้ ปน็ ปญั หำสำธำรณสขุ ของประเทศ ภำยใน 15 ป ผลผลติ โครงกำร

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ต่อทำงเพศสมั พนั ธ์ ป พ.ศ. 2558 93

สรุปผลการดาำ เนนิ งาน
- ผลกำรดำ� เนนิ งำนบรรลุผลผลิตและผลลัพธ์โครงกำร
1. จัดประชุมเชิงปฏิบัติกำร (คร้ังที่ 1/2558) เรื่องประสำนควำมร่วมมือเพ่ือพัฒนำ Center of Excellence
ด้ำนโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ ร่วมกับกำรระดมควำมคิดเกี่ยวกับขอบเขตเนื้อหำ (ร่ำง) ยุทธศำสตร์ป้องกันควบคุมโรคติดต่อทำง
เพศสมั พนั ธ์แห่งชำติ ป 2559-2564 เมอื่ วนั ท่ี 3 กมุ ภำพนั ธ์ 2558 เวลำ 08.30-16.30 น. ณ โรงแรมนำรำยณ์ กรุงเทพมหำนคร
คณะวทิ ยำกรและผู้เข้ำรว่ มประชุม จำ� นวน 30 คน
2. ปรบั แผนและจดั ประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ำร (ครงั้ ท่ี 2/2558) เรอ่ื งกำรพฒั นำ Center of Excellence ดำ้ นโรคตดิ ตอ่
ทำงเพศสมั พนั ธ์ รว่ มกบั กำรระดมควำมคดิ เกย่ี วกบั (รำ่ ง) ยทุ ธศำสตรป์ อ้ งกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธแ์ หง่ ชำติ พ.ศ. 2559-2564
เมื่อวนั ที่ 25 พฤษภำคม 2558 เวลำ 08.30-17.00 น. ณ หอ้ งประชมุ กลมุ่ บำงรักโรคตดิ ต่อทำงเพศสมั พันธ์ ชัน้ 4 กรงุ เทพมหำนคร
คณะวิทยำกรและผ้เู ข้ำประชมุ จำ� นวน 32 คน ประกอบด้วย
- ผอู้ �ำนวยกำรส�ำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ต่อทำงเพศสัมพนั ธ์ และทมี งำน จำ� นวน 16 คน
- ผ้แู ทนส�ำนักงำนป้องกนั ควบคุมโรค ที่ 1-12 จ�ำนวน 12 คน
- ผ้แู ทนสำ� นกั งำนสำธำรณสขุ จังหวดั ลพบรุ ี และโรงพยำบำลพระนำรำยณ์ จงั หวัดลพบุรี จำ� นวน 2 คน
- ท่ปี รึกษำศูนย์วิจัยเศรษฐศำสตรส์ ำธำรณสุข มหำวทิ ยำลัยมหิดล และ นกั วิชำกำรอิสระ จำ� นวน 2 คน
ปจั จยั ความสาำ เรจ็
1. มนี โยบำยสนบั สนนุ ชดั เจน โดยกรมควบคมุ โรค ประกำศนโยบำยกำรพฒั นำควำมเขม้ แขง็ แผนงำนปอ้ งกนั ควบคมุ
โรค (Revitalizing disease control program: RDCP) ซงึ่ สอดคลอ้ งกบั นโยบำยกระทรวงสำธำรณสุข ตำมบทบำท National
Health Authority: NHA
2. มกี ำรกำ� หนดทมี งำนหลกั ทท่ี ำ� หนำ้ ทบี่ รหิ ำรจดั กำรแผนงำน (STI Program Management Core Team) ชดั เจน
3. มีกำรก�ำหนดบทบำทภำรกิจ ท้ังในระดับส่วนกลำงและระดับเขต ในกำรพัฒนำ Center of Excellence
ดำ้ นโรคติดต่อทำงเพศสัมพนั ธ์
ปัญหาอุปสรรค
1. งบประมำณไมเ่ พยี งพอ ในกำรจัดเวทแี ลกเปล่ียนเรยี นรรู้ ะหวำ่ งสำ� นักโรคเอดส์ฯ กบั สำ� นักงำนปอ้ งกนั ควบคมุ
โรค เกี่ยวกบั บทบำทภำรกิจในกำรเป็น Center of Excellence ดำ้ นโรคติดต่อทำงเพศสมั พันธ์ ร่วมกับจดั ทำ� ยุทธศำสตรป์ อ้ งกนั
ควบคมุ โรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์แห่งชำติ พ.ศ. 2559-2564
2. จดั ทำ� แผนปฏบิ ตั กิ ำรรว่ มกนั ระหวำ่ งระดบั สว่ นกลำงและระดบั เขตยงั ไมส่ ำ� เรจ็ เพอ่ื พฒั นำ Center of Excellence
ดำ้ นโรคติดต่อทำงเพศสัมพนั ธ์
3. ไม่มีทีมงำนเช่ียวชำญเฉพำะสำขำเชิงยุทธศำสตร์ จึงมีควำมจ�ำเป็นเร่งด่วนท่ีต้องจัดเวทีระดมควำมคิดจำก

ท่ีปรกึ ษำผ้เู ช่ียวชำญ แล9ะ4ผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสยี เกี่ยวกบั กำรปอ้ งกันควบคมุ โรคติดต่อทำงเพศสมั พันธอ์ ย่ำงตอ่ เนือ่ ง

ขอ้ เสนอแนะการแก้ไข
1. ควรจดั เวทแี ลกเปลยี่ นเรยี นรอู้ ยำ่ งตอ่ เนอ่ื ง ระหวำ่ งส�ำนักโรคเอดส์ฯ กบั สำ� นกั งำนปอ้ งกนั ควบคมุ โรค เกย่ี วกบั แผน
ปฏบิ ตั กิ ำร (3-5 ป) ในกำรพัฒนำ Center of Excellence ด้ำนโรคติดต่อทำงเพศสมั พันธ์
2. ควรสร้ำงกลไกขับเคล่ือนระดับชำติ เพื่อขอควำมเห็นชอบในประเด็น “ยุทธศำสตร์ป้องกันควบคุมโรคติดต่อ
ทำงเพศสัมพนั ธแ์ หง่ ชำติ ป 2559-2564” จำกคณะกรรมกำรแหง่ ชำติว่ำดว้ ยกำรปอ้ งกันและแกไ้ ขปญั หำเอดส์ และคณะกรรมกำร
บริหำรยทุ ธศำสตรป์ อ้ งกันและแกไ้ ขปญั หำเอดส์ กรมควบคุมโรค
3. ควรวำงแผนปฏิทินกำรจัดท�ำและขับเคลื่อนยุทธศำสตร์ป้องกันควบคุมโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์แห่งชำติ
ป 2559-2564 ให้สอดคล้องกับ ยุทธศำสตร์ป้องกันและแก้ไขปัญหำเอดส์แห่งชำติ และยุทธศำสตร์ถุงยำงอนำมัยแห่งชำติ
โดยกำรก�ำหนดแผนงำน/โครงกำรตดิ ตำมและประเมินผลร่วมกัน (ครึง่ แผน) ไว้ใหช้ ัดเจน

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

94 สำนกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพันธ์ ป พ.ศ. 2558

2.3.2 โครงการการพฒั นาแนวทางเวชปฏบิ ตั ิ การดูแลรกั ษาโรคตดิ ต่อทางเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2558

เอกชยั แดงสะอาด และนทั ธวิทย์ สขุ รักษ์

หลักการเหตผุ ล
โรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ยังคงเป็นปัญหำสำธำรณสุขท่ีส�ำคัญในหลำยๆ ประเทศทั่วโลก ท่ีส่งผลกระทบ
ท้ังด้ำนสุขภำพและเศรษฐกิจของผู้ป่วย/ผู้ติดเช้ือ ซ่ึงผลกระทบทำงด้ำนสุขภำพนั้นส่งผลต่อกำรเจ็บป่วยและกำรเสียชีวิตของผู้ติด
เช้ือถ้ำไม่ได้รับกำรดูแลรักษำอย่ำงถูกวิธี รวมท้ังโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ส่งผลกระทบโดยรวม ท้ังด้ำนสังคม และเศรษฐกิจของ
ประเทศชำติ จำกข้อมูลกำรเฝ้ำระวังทำงระบำดวิทยำ พบว่ำโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ในภำพรวมของประเทศ มีแนวโน้มเพิ่มข้ึน
จำกอัตรำป่วย 25.54 ต่อแสนประชำกร ในป 2550 เป็น 45.10 ต่อแสนประชำกรในป 2554 พบว่ำโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์
ท่ีพบมำกที่สดุ ไดแ้ ก่ หนองใน ซฟิ ลิ สิ และหนองในเทียม ตำมลำ� ดับ โดยหนองในมีอตั รำป่วย 12.50 ตอ่ แสนประชำกร กลมุ่ อำยุ
ท่ีพบกำรติดเชื้อหนองในมำกที่สดุ เปน็ กลมุ่ วยั รุน่ มีควำมชกุ ของกำรติดเช้ือรอ้ ยละ 53.5
กำรดแู ลรักษำผู้ปว่ ยโรคติดต่อทำงเพศสมั พนั ธ์ นอกเหนือจำกกำรวนิ ิจฉยั ท่ีถกู ต้องแลว้ กำรรักษำทีม่ ปี ระสทิ ธภิ ำพ
ถกู ตอ้ งตำมเกณฑม์ ำตรฐำนถอื เปน็ สงิ่ สำ� คญั ยง่ิ กำรปฏบิ ตั โิ ดยกำรอำ้ งองิ จำกหลกั ฐำนเชงิ ประจกั ษท์ ำงกำรแพทย์ เปน็ ประเดน็ สำ� คญั
ย่ิงในกำรบริกำรสุขภำพของหลำยๆ ประเทศในทศวรรษที่ผ่ำนมำ เน่ืองจำกมีควำมต้องกำรในกำรควบคุมคุณภำพกำรบริกำร
กำรลดต้นทุนในกำรบริกำร และกำรบริกำรท่ีให้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลำง โดยกำรปฏิบัติโดยใช้หลักฐำนเชิงประจักษ์ทำงกำรแพทย์น้ัน
มีเคร่ืองมือท่ีส�ำคัญคือแนวปฏิบัติทำงคลินิก ดังน้ันจึงมีควำมจ�ำเป็นที่ต้องมีกำรปรับปรุงแนวทำงกำรดูแลรักษำโรคติดต่อทำงเพศ
สัมพนั ธ์ ใหม้ ีควำมทนั สมัยยิ่งขน้ึ
วตั ถุประสงค์
1. เพ่ือพัฒนำและปรบั ปรงุ แนวทำงกำรดูแลรักษำโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธ์ พ.ศ. 2558
2. เพอ่ื จดั ประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ำรในกำรพฒั นำและปรบั ปรงุ แนวทำงกำรดแู ลรกั ษำโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ พ.ศ. 2558
3. เพือ่ จัดพมิ พ์หนงั สอื เร่อื ง แนวทำงกำรดแู ลรกั ษำโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธ์ พ.ศ. 2558
สรปุ ผลการดำาเนินงาน
กำรด�ำเนินงำนโครงกำร “กำรพัฒนำแนวทำงเวชปฏิบัติ กำรดูแลรักษำโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2558”
ประกอบดว้ ย โครงกำรยอ่ ย จำ� นวน 5 โครงกำร ดังนี้ คอื
1. กำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรพิจำรณำร่ำงแนวทำงปฏิบัติกำรดูแลรักษำโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2558
ครงั้ ที่ 1 เปน็ ขนั้ ตอนในกำรจดั เตรยี มขอ้ มลู ดำ้ นตำ่ งๆ และเตรยี มควำมพรอ้ มของคณะทำ� งำน มกี ำรอภปิ รำยในประเดน็ เรอ่ื ง แนวทำง
กำรพัฒนำแนวทำงเวชปฏิบัติ ระดับควำมน่ำเชื่อถือของงำนวิจัย กำรประเมินแนวปฏิบัติทำงคลินิก และประสบกำรณ์จำกกำรจัด
ท�ำแนวทำงกำรดูแลรักษำโรค หลังจำกเสร็จส้ินกำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรได้มอบหมำยให้คณะท�ำงำนทุกท่ำนสืบค้นหลักฐำนเชิง
ประจักษ์ทำงกำรแพทยท์ ีเ่ กยี่ วกบั โรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์ เพอ่ื จดั เตรียมไวใ้ ชใ้ นกำรประชมุ เชิงปฏบิ ัติกำรคร้ังต่อไป
2. กำรประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ำรจดั ทำ� รำ่ งแนวทำงปฏบิ ตั กิ ำรดแู ลรกั ษำโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ พ.ศ. 2558 ครง้ั ท่ี 2
เปน็ ขนั้ ตอนปฏบิ ัตงิ ำนเพ่ือให้ไดผ้ ลผลติ “แนวทำงกำรดูแลรกั ษำโรคตดิ ต่อทำงเพศสัมพนั ธ์ พ.ศ. 2558 (ฉบบั รำ่ งคร้ังที่ 1/2558)”
ได้มกี ำรแบ่งกลุ่มยอ่ ย 5 กลมุ่ แต่ละกลมุ่ จะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชำญในดำ้ นนนั้ ๆ จำ� นวน1-2 ทำ่ น เปน็ วทิ ยำกรประจำ� กลุม่ กอ่ นกำรลงมือ
ปฏบิ ตั งิ ำน ไดม้ ีอภปิ รำยรว่ มกันเพ่ือหำขอ้ สรปุ ของ “แนวทำงกำรดแู ลรกั ษำโรคติดต่อทำงเพศสัมพนั ธ์ พ.ศ. 2558” หลังจำกกำร
ประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ำรครง้ั นท้ี กุ กลมุ่ จะไดแ้ นวทำงกำรดแู ลรกั ษำฯ ฉบบั รำ่ งครง้ั ที่ 1/2558 กลมุ่ ละ 1 ฉบบั หลงั จำกพสิ จู นค์ วำมถกู ตอ้ ง
ของเนื้อหำว่ำตรงตำมเอกสำรท่ีน�ำมำอ้ำงอิง จะส่งฉบับร่ำงคร้ังท่ี 1/2558ไปให้แพทย์ผู้เช่ียวชำญสำขำต่ำงๆ จำกโรงเรียนแพทย์
เปน็ ผู้ทบทวนก่อนกำรวิพำกษ์ในกำรประชมุ เชิงปฏิบตั ิกำรในครง้ั ที่ 3

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์ ป พ.ศ. 2558 95

3. กำรประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ำรจดั ทำ� รำ่ งแนวทำงปฏบิ ตั กิ ำรดแู ลรกั ษำโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ พ.ศ. 2558 ครง้ั ท่ี 3
เปน็ ขั้นตอนปฏิบตั ิงำนเพอ่ื ให้ไดผ้ ลผลติ “แนวทำงกำรดูแลรักษำโรคติดต่อทำงเพศสัมพนั ธ์ พ.ศ. 2558 (ฉบับรำ่ งครงั้ ท่ี 2/2558)”
แพทย์ผู้เชี่ยวชำญประจ�ำกลุ่มจะน�ำเสนอแนวทำงกำรรักษำโรคฉบับร่ำงที่จัดท�ำข้ึนเพื่อรับข้อเสนอแนะ ในกำรปรับปรุง แก้ไข
จำกแพทย์ผู้วพิ ำกษจ์ ำกสำขำต่ำงๆ จำ� นวน 6 คน หลังจำกเสรจ็ สน้ิ กำรวิพำกษ์จำกแพทยผ์ ้เู ชยี่ วชำญแลว้ คณะท�ำงำนจะรวบรวบ
ประเด็นที่ตอ้ งแกไ้ ข เพม่ิ เติมใหก้ ับวทิ ยำกรกลมุ่ เพอื่ นำ� ไปปรับปรุง แกไ้ ข ตำมค�ำแนะนำ� ตอ่ ไป

4. กำรประชุมเชิงปฏิบัติกำรพิจำรณำร่ำงแนวทำงปฏิบัติกำรดูแลรักษำโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2558
ครง้ั ที่ 4 ไดเ้ ชญิ นำยแพทยผ์ ทู้ รงคณุ วฒุ ทิ ม่ี คี วำมเชย่ี วชำญดำ้ นโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ กรมควบคมุ โรค มำอภปิ รำยและใหข้ อ้ คดิ เหน็
ข้อเสนอแนะ “แนวทำงกำรดูแลรักษำโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ พ.ศ. 2558 (ฉบับร่ำงคร้ังท่ี 2/2558)” เพื่อที่คณะท�ำงำนและ
บรรณำธกิ ำรจะไดป้ รบั ปรงุ แกไ้ ข ตำมคำ� แนะนำ� เปน็ ครง้ั สดุ ทำ้ ยแลว้ รวบรวมเปน็ “แนวทำงกำรดแู ลรกั ษำโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์
พ.ศ. 2558 (ฉบับร่ำงคร้ังท่ี 3/2558)” เพื่อน�ำไปทดลองใช้กับกลุ่มเป้ำหมำย ที่ประกอบไปด้วย แพทย์ เภสัชกร พยำบำล และ
นกั เทคนคิ กำรแพทย์ หลงั จำกนน้ั นำ� ผลกำรประเมนิ จำกผใู้ ชม้ ำปรบั ปรงุ อกี ครง้ั เพอ่ื จดั เตรยี มเปน็ “แนวทำงกำรดแู ลรกั ษำโรคตดิ ตอ่
ทำงเพศสมั พันธ์ พ.ศ. 2558”ฉบบั สมบูรณ์

5. กำรจดั พิมพห์ นงั สอื “แนวทำงปฏบิ ัติกำรดแู ลรกั ษำโรคติดต่อทำงเพศสัมพนั ธ์ พ.ศ. 2558” ประชุมคณะทำ� งำน
และคณะบรรณำธิกำร เพ่ือตรวจสอบควำมถูกต้องของเนื้อหำอีกครั้ง ตรวจพิสูจน์อักษรให้ถูกต้องตำมหลักภำษำไทยและ
ภำษำอังกฤษ ประสำนงำนไปยังส�ำนักพิมพ์เพื่อออกแบบหนังสือและจัดรูปแบบ พร้อมทั้งตรวจสอบควำมถูกต้องของเน้ือหำและ
พิสูจน์อักษรอีก 3 คร้ัง กอ่ นกำรจัดพิมพต์ น้ ฉบบั เพื่อเข้ำเลม่ และเตรยี มเผยแพรต่ อ่ ไป
ปัจจยั ควำมสำ� เร็จ

ควำมพรอ้ มของคณะทำ� งำนไดร้ บั งบประมำณตำมทกี่ ำ� หนดไวอ้ ปุ กรณส์ ำ� นกั มใี ช้ มแี ผนระยะเวลำในกำรดำ� เนนิ งำน
ดำ� เนนิ งำนตำมขน้ั ตอนท่วี ำงไว้

ปญั หาอุปสรรค
วิทยำกรเป้ำหมำยไม่สำมำรถมำอภิปรำยตำมวัน เวลำ ที่ก�ำหนดไว้ในโครงกำรได้วิทยำกรเป้ำหมำยไม่สำมำรถ
มำอภิปรำยตำมวัน เวลำ เน่ืองจำกติดรำชกำรด่วน คณะท�ำงำนบำงท่ำนไม่สำมำรถเข้ำร่วมประชุมได้เนื่องจำกติดรำชกำร คณะ
ท�ำงำนขำดควำมช�ำนำญในกำรจดั ท�ำหนงั สือรำชกำรตำมระเบียบสำรบรรณ ปญั หำในกำรพิสจู น์เนอ้ื หำ คำ� และควำมถกู ตอ้ งของ
เนอื้ หำตำมหลกั ฐำนทำงกำรแพทย์ท่ีนำ่ เชอื่ ถอื ทส่ี บื คน้ มำได้ ทำ� ใหต้ อ้ งใช้เวลำใช้ในกำรตรวจสอบเนื้อหำ
ข้อเสนอแนะการแกไ้ ข
ในกำรจดั ทำ� โครงกำรทกุ โครงกำร ควรมกี ำรจดั ทำ� โครงกำรประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ำรยอ่ ย ในระยะสดุ ทำ้ ยหลงั กำรดำ� เนนิ
งำนเสรจ็ สิ้น เพ่อื สรุปผลกำรด�ำเนินงำน ปญั หำ อุปสรรคของโครงกำรในภำพรวม

96

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

96 สำนักโรคเอดส์ วณั โรค และโรคติดต่อทำงเพศสมั พนั ธ์ ป พ.ศ. 2558

2.3.3 โครงการอบรมวจิ ัยการประเมนิ ผลโครงการ ปี 2557 กลุ่มบางรักโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสัมพนั ธ์
สำานักโรคเอดส์ วณั โรคและโรคตดิ ต่อทางเพศสัมพนั ธ์ (Phase 2)

นฤมล เยน็ ยาซนั , รงั ษี เจริญวงศร์ ะยบั
วนดิ า รอดรงั นก และลา� พงึ เลศิ หริ ัญวงศ์

หลักการเหตผุ ล
กลุ่มบำงรักโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ ส�ำนักโรคเอดส์ฯ มีวิสัยทัศน์ คือ เป็นองค์น�ำด้ำนวิชำกำร และเทคโนโลยี
กำรปอ้ งกนั ควบคมุ แกไ้ ขปญั หำโรคเอดส์ วณั โรค และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ ในระดบั ประเทศและภมู ภิ ำคอำเซยี น และไดก้ ำ� หนด
พันธกิจ ดงั นี้ วิจัย พฒั นำและถำ่ ยทอดองค์ควำมรู้ เทคโนโลยีทไ่ี ด้มำตรฐำน ประสำน สนับสนนุ เครือข่ำยในกำรเฝ้ำระวัง ป้องกัน
ควบคมุ และแก้ไขปัญหำโรคเอดส์ วณั โรคและโรคตดิ ต่อทำงเพศสมั พนั ธ์ ทัง้ ในประเทศ และระหวำ่ งประเทศ โดยมีเครอื ขำ่ ยในกำร
ทำ� งำนทง้ั ในระดบั ภมู ภิ ำค จงั หวัด และระดบั ทอ้ งถิ่น ซ่ึงเครือข่ำยตำ่ งๆ เหลำ่ นมี้ กี ำรดำ� เนนิ งำนโครงกำรต่ำงๆ มำกมำย แต่ขำดกำร
ประเมนิ ผลโครงกำรในรปู แบบของกำรวจิ ัย และกำรประเมนิ ยงั ขำดครอบคลมุ ในดำ้ น ประสทิ ธผิ ล (Effectiveness) ประสทิ ธภิ ำพ
(Eficiency) ควำมพอเพียง (Adequacy) ควำมเสมอภำค (Equality, equity) ควำมเปน็ ธรรม (Justice)
ปัจจุบันกำรประเมินโครงกำรมีบทบำทส�ำคัญต่อกำรพัฒนำงำนและกำรปฏิบัติภำรกิจของท้ังภำครัฐและเอกชน
เน่ืองจำกเป็นกลไกท่ีนักบริหำร นักวิชำกำร และนักปฏิบัติและบุคลำกรในหน่วยงำนต่ำงๆ แทบทุกสำขำวิชำจะต้องรู้จักน�ำไป
ประยกุ ตใ์ ช เ้ พอื่ ประโยชนใ์ นกำรตดั สนิ ใจรวมทงั้ เพอื่ แกป้ ญั หำหรอื พฒั นำโครงกำรตำ่ งๆ ทตี่ นรบั ผดิ ชอบใหด้ ำ� เนนิ ไปโดยรำบรน่ื และ
เกดิ ประโยชนส์ งู สุดต่อหน่วยงำน กำรใหค้ วำมสำ� คญั ตอ่ กำรพฒั นำคณุ ภำพและประสทิ ธภิ ำพ กำรท�ำหน้ำทขี่ องหนว่ ยงำนตนใหส้ ูง
ยง่ิ ขึ้น โดยนำ� หลกั กำรและเทคนคิ วิธที ีส่ อดคล้องกบั ยุทธศำสตรก์ ำรบรหิ ำรจัดกำรทดี่ มี ำประยกุ ตใ์ ช้กนั อยำ่ งแพร่หลำย ภำยใต้ของ
กำรปฏิรูประบบรำชกำรและกำรประกันคุณภำพองคก์ รจึงท�ำให้กำรประเมินโครงกำรทวีควำมสำ� คัญขึ้น โดยกำรประเมินโครงกำร
สำมำรถชว่ ยใหก้ ำรบรหิ ำรจดั กำรงำน/โครงกำรทกุ ประเภทประสบควำมสำ� เรจ็ ไดม้ ำกยง่ิ ขนึ้ ดว้ ยเหตนุ กี้ ลมุ่ บำงรกั โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศ
สมั พนั ธจ์ งึ ไดจ้ ดั โครงกำรอบรมวจิ ยั กำรประเมนิ ผลโครงกำร ป 2557 กลมุ่ บำงรกั โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ สำ� นกั โรคเอดสฯ์ ซง่ึ เปน็
Phase 2 โดยมีเนอ้ื หำต่อเนอื่ งจำกคร้งั ที่ 1
วตั ถุประสงค์
1. เพ่อื พัฒนำศักยภำพบุคลำกรให้มคี วำมรู้ และทักษะด้ำนกำรตดิ ตำม และประเมนิ ผล
2. เพ่ือด�ำเนินกำรตดิ ตำม และประเมินผลโครงกำรของหนว่ ยงำน
สรปุ ผลการดำาเนนิ งาน
ไดจ้ ดั อบรมเมอ่ื วนั ท่ี 22-23 ธนั วำคม 2557 ผลกำรดำ� เนนิ งำนไดบ้ รรลตุ ำมวตั ถปุ ระสงค์ มผี เู้ ขำ้ อบรมจำ� นวน 35 คน
จำกส�ำนักงำนป้องกันควบคมุ โรค 12 เขต มีผลงำนวจิ ยั เข้ำรว่ มน�ำเสนอ 6 เรอ่ื ง ไดแ้ ก่
1. ตดิ ตำมผลตรวจเลือดหำกำรติดเชื้อเอชไอวีปง บประมำณ 2552-2556 กลมุ่ ชำยทมี่ เี พศสมั พันธก์ บั ชำย คลินิก
สุขภำพชำย กลุ่มบำงรักโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธ์ (HIV Testing Results during iscal years 2009-2013 among Men Who
Have Sex with Men (MSM) at Male Health Clinic, Bangrak Sexually Transmitted Infection Division) โดย น.ส.นฤมล
เยน็ ยำซนั กลมุ่ บำงรักโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธ์
2. กำรประเมนิ มำตรฐำนกำรดำ� เนนิ งำนดำ้ นโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ ในสถำนบรกิ ำรสำธำรณสขุ ปงื บประมำณ 2557
โดย นำงผ่องศรี สืบทว้ ม สำ� นักงำนปอ้ งกนั ควบคมุ โรคที่ 11 จังหวดั นครศรีธรรมรำช
3. กำรศึกษำปัจจัยทำงด้ำนระบำดวทิ ยำและปัจจยั ทำงดำ้ นสิง่ แวดลอ้ ม น.ส.ชชั ชฎำ ศรีชเู ป่ยม สำ� นกั งำนป้องกนั
ควบคุมโรคท่ี 6
4. ปัจจัยบ่งช้ใี นกำรเขำ้ รับบรกิ ำรฉกุ เฉนิ ของผปู้ ่วยโรคไม่ติดต่อเรอ้ื รัง โดย นำงมทั นำ แอร์แบร์ ส�ำนักงำนป้องกนั
ควบคุมโรคท่ี 10

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

สำนกั โรคเอดส์ วณั โรค และโรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ ป พ.ศ. 2558 97

5. คณุ ภำพชวี ติ และพฤตกิ รรมกำรปอ้ งกนั โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธข์ องผใู้ หบ้ รกิ ำรทำงเพศไทยในประเทศมำเลเซยี
โดย น.ส.โสภษิ ตำ ตนั ธนำธิป สำ� นักงำนปอ้ งกันควบคุมโรคท่ี 12

6. กำรประเมนิ ผลกำรดำ� เนนิ งำนจดั บรกิ ำรสรำ้ งเสรมิ สขุ ภำพและปอ้ งกนั กำรตดิ เชอื้ เอชไอวโี ดยงำนปอ้ งกนั ควบคมุ
ดูแลรกั ษำโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ โดย นำยรังษี เจรญิ วงศ์ระยบั กลมุ่ บำงรักโรคติดต่อทำงเพศสมั พนั ธ์

ผเู้ ข้ำอบรมส่วนใหญร่ ้อยละ 96 มีควำมพึงพอใจต่อกำรอบรมครั้งนี้ มีระดบั ควำมพงึ พอใจท่รี ้อยละ 82 และไดจ้ ดั
สรปุ ผลโครงกำรเมือ่ วันที่ 11-12 มถิ ุนำยน 2558

ปัจจัยความสาำ เรจ็
1. งบประมำณไดร้ ับภำยในเดอื นธนั วำคม 2557
2. มีคณะทำ� งำนในกำรด�ำเนนิ โครงกำรใหเ้ ปน็ ไปตำมวตั ถปุ ระสงค์
3. ผูบ้ ริหำรระดบั สงู มองเห็นควำมสำ� คัญและสนบั สนุนกำรด�ำเนนิ งำนตลอดโครงกำร
4. เจำ้ หน้ำทใ่ี ห้ควำมรว่ มมือในกำรเขำ้ รบั กำรอบรมอยำ่ งเตม็ เวลำตลอดหลักสูตร
ปญั หาอุปสรรค
1. กำรจดั สรรงบประมำณใหไ้ มส่ มดุลตำมแผนกำรใช้จ่ำยโครงกำร ทำ� ให้งบประมำณไม่พอในกำรจดั ประชุม หรอื
อบรม แตง่ บประมำณมำกเกนิ ไปในกำรจัดสรุปผลงำน
2. ส�ำนกั งำนป้องกนั ควบคุมโรคหลำยแหง่ เปลย่ี นผ้รู ับผิดชอบงำนด้ำน STI จงึ ท�ำใหไ้ ม่ได้ผรู้ บั ผดิ ชอบงำนโดยตรง
และไมม่ ผี ู้แทนมำรว่ มในกำรดำ� เนินงำน
3. นโยบำยเร่งรดั กำรใชจ้ ่ำยงบประมำณภำยในไตรมำส ที1่ ทำ� ให้บำงหนว่ ยงำนไม่สำมำรถเข้ำร่วมประชมุ ได้ครบ
เน่ืองจำกต้องเร่งรดั จดั กำรภำรกิจของหน่วยงำนก่อน
4. กำรลง Estimate ในกำรท�ำโปรแกรมยุ่งยำก ทำ� ใหล้ ำ่ ช้ำ
ขอ้ เสนอแนะการแกไ้ ข
1. จัดสรรงบประมำณใหมต่ ำมแผนกำรใชจ้ ำ่ ยของโครงกำร
2. กำ� หนดนโยบำยเรง่ รดั กำรใชจ้ ำ่ ยงบประมำณใหส้ อดคลอ้ งกบั กำรจดั สรรงบประมำณและเปน็ ไปตำมแผนกจิ กรรม
ของโครงกำร

98

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

98 สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ต่อทำงเพศสมั พนั ธ์ ป พ.ศ. 2558

2.3.4 โครงการจดั การถา่ ยทอดองคค์ วามรเู้ ทคโนโลยใี นการเปน็ เจา้ ภาพรว่ มจดั ประชมุ นานาชาตเิ รอ่ื ง โรคตดิ ตอ่
ทางเพศสมั พันธ์ ในภูมภิ าคเอเชียและแปซฟิ ิก คร้ังท่ี 18

จริ าภรณ์ ยาชมภู
หลักการเหตุผล
ประเทศไทยเปน็ เจำ้ ภำพจดั ประชมุ นำนำชำตเิ รอื่ งโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ ในภมู ภิ ำคเอเชยี และแปซฟิ กิ ครงั้ ที่ 18
ซง่ึ เวทปี ระชมุ นำนำชำตคิ รงั้ น้ี กวำ่ จะเวยี นมำใหป้ ระเทศไทยเปน็ เจำ้ ภำพ ใชเ้ วลำนำนถงึ 10 ป นบั เปน็ โอกำสอนั ดใี นกำรแลกเปลย่ี น
เรียนรู้ และรวบรวมองค์ควำมรู้จำกกำรประชุม ในประเด็นส�ำคัญเกี่ยวกับกำรด�ำเนินงำนโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์และเอดส์ ใน
ภูมิภำคเอเชียแปซิฟิก ซ่งึ จะส่งผลประโยชน์ต่อกำรดำ� เนนิ งำนป้องกันควบคมุ และดูแลรกั ษำโรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธแ์ ละเอดสท์ ี่มี
ประสทิ ธภิ ำพ
กำรจดั ประชุมนำนำชำตคิ รง้ั น้ี เป็นควำมร่วมมอื ในกำรเป็นเจำ้ ภำพร่วมกันระหว่ำงกล่มุ สถำบันฝึกอบรมโรคติดตอ่
ทำงเพศสมั พนั ธแ์ ละโรคเอดส์แห่งประเทศไทย (Consortium of Thai Training Institutes for STDs and AIDS: COTTISA)
กรมควบคมุ โรค โดยสำ� นกั โรคเอดสฯ์ และมหำวทิ ยำลัยพะเยำ ซง่ึ ก�ำหนดกำรประชุมระหว่ำงวันท่ี 11-14 พฤศจกิ ำยน 2557 ณ โรง
แรมแอมบำสเดอร์ กรุงเทพฯ โดยแนวคดิ (Theme) ในกำรจัดประชุมนำนำชำติ 18th IUSTI 2014 Bangkok คอื “STIs & HIV/
AIDS and Sexual Health Global Collaboration for Effective Prevention” ซึ่งส่งเสริมกำรประสำนควำมรว่ มมือกับภำคี
เครือขำ่ ยระหว่ำงประเทศ และสนับสนุนให้บุคลำกรกรมควบคุมโรค และผู้เก่ียวข้องเกิดกำรแลกเปลย่ี นเรียนรู้ ประเดน็ องค์ควำมรู้
และเทคโนโลยดี ำ้ นกำรเฝำ้ ระวงั ปอ้ งกนั ควบคุมโรคและดแู ลรกั ษำโรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ ในภมู ิภำคเอเชียและแปซิฟกิ พรอ้ ม
กันน้ีจะบังเกิดผลดี ท�ำให้ได้มีโอกำสทบทวนและน�ำเสนอประสบกำรณ์กำรท�ำงำนด้ำนโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์และเอดส์ของ
ประเทศไทย ส่งผลให้หน่วยงำนภำครัฐ และหน่วยงำนที่เก่ียวขอ้ ง สนใจปญั หำโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์และเอดส์มำกยิง่ ข้ึนต่อไป
วัตถปุ ระสงค์
1. เพื่อบริหำรจดั กำรประชุมนำนำชำตทิ ่ปี ระเทศไทยเปน็ เจ้ำภำพเร่อื ง โรคติดต่อทำงเพศสมั พนั ธใ์ นภมู ิภำคเอเชยี
และแปซิฟิก คร้ังที่ 18 “The 18th Congress of the International Union against Sexually Transmitted Infections
(IUSTI) in Asia and the Paciic”
2 เพอ่ื จดั กำรถำ่ ยทอดองคค์ วำมรเู้ ทคโนโลยี กำรพฒั นำวชิ ำกำรและสรำ้ งเครอื ขำ่ ยควำมรว่ มมอื ดำ้ นวชิ ำกำรแพทย์
และสำธำรณสุข โดยสนับสนุนให้บุคลำกรกรมควบคุมโรค และผู้เกี่ยวข้องได้มีโอกำสแลกเปล่ียนเรียนรู้เก่ียวกับองค์ควำมรู้ และ
เทคโนโลยดี ้ำนกำรเฝำ้ ระวงั ป้องกัน ควบคุมโรคและดแู ลรกั ษำโรคติดต่อทำงเพศสมั พันธ์ ในภมู ิภำคเอเชยี และแปซฟิ ิก
สรุปผลการดำาเนินงาน
1. ภำพรวมจำ� นวนคณะวิทยำกรและผู้เข้ำประชมุ นำนำชำตเิ รื่อง โรคตดิ ต่อทำงเพศสมั พันธ์ ในภูมภิ ำคเอเชยี และ
แปซิฟิก ครง้ั ที่ 18 วนั ท่ี 11-14 พฤศจกิ ำยน 2557 ณ หอ้ งประชมุ โรงแรมแอมบำสเดอร์ ถนนสขุ มุ วิท กรงุ เทพมหำนคร รวมทงั้ ส้ิน
ประมำณ 352 คน (วทิ ยำกร 62 คนและผูเ้ ขำ้ ประชุม 290 คน) โดยคณะวทิ ยำกร (Chair) มำจำกประเทศออสเตรเลีย มำกทีส่ ุดร้อย
ละ 29.73 รองลงมำไดแ้ ก่ ประเทศองั กฤษ รอ้ ยละ 21.62 และ ประเทศสหรฐั อเมรกิ ำ รอ้ ยละ 13.51 สิ่งส�ำคญั คอื วทิ ยำกร (Co
Chair) มำจำกประเทศไทย มำกท่สี ุดรอ้ ยละ 67.65 รองลงมำไดแ้ ก่ ประเทศอังกฤษ และประเทศออสเตรเลยี เท่ำกันคอื รอ้ ยละ
13.51 ส�ำหรับผู้เข้ำประชุมนำนำชำติคร้ังน้ี ส่วนใหญ่มำจำกประเทศไทย จ�ำนวน 189 คน รองลงมำได้แก่ ประเทศออสเตรเลีย
ประเทศจนี และประเทศอินเดีย ตำมล�ำดบั

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ ป พ.ศ. 2558 99

2. ผลกำรส�ำรวจควำมพึงพอใจของผเู้ ข้ำประชมุ ตอ่ กำรจัดซุ้มนิทรรศกำร สอวพ. ในกำรประชมุ นำนำชำตคิ รงั้ นี้ ซึ่ง
มีจ�ำนวนผ้เู ข้ำชมซุ้มนิทรรศกำร จำ� นวน 195 คน จำกกำรวเิ ครำะห์ขอ้ มูลดว้ ยค่ำคะแนนเฉลยี่ พบว่ำผเู้ ขำ้ ชมซมุ้ นทิ รรศกำร สอวพ.
มีควำมพึงพอใจ อันดับแรกคือ มีควำมพึงพอใจต่อเนื้อหำของซุ้มนิทรรศกำร รองลงมำคือกำรถ่ำยทอดควำมรู้ของวิทยำกร และ
กจิ กรรมภำยในซมุ้ นทิ รรศกำร ตำมลำ� ดบั เมอื่ พจิ ำรณำในภำพรวมพบวำ่ ผเู้ ขำ้ ชมซมุ้ นทิ รรศกำรสำ� นกั โรคเอดสฯ์ มคี วำมพงึ พอใจตอ่
ซมุ้ นทิ รรศกำร โดยมีค่ำเฉลี่ยเทำ่ กบั 4.40 ซง่ึ อย่ใู นระดับควำมพงึ พอใจมำก

3. สรุปขอ้ มลู สะท้อนจำกมุมมองของผ้เู ข้ำประชุมจำกประเทศไทย ในประเดน็ กำรเปน็ เจำ้ ภำพรว่ มเรื่อง โรคติดต่อ
ทำงเพศสัมพนั ธ์ ในภูมภิ ำคเอเชียและแปซิฟกิ คร้งั ท่ี 18 พบวำ่

ประเด็น จดุ แขง็ จุดอ่อน ขอ้ เสนอเพม่ิ เติม

- กำรประชำสมั พันธ์ - มีกำรท�ำหนังสือถึงหน่วยงำน - สสจ.ไม่มีสว่ นร่วม ทำ� ให้ไม่ ควรมีกำรประชำสัมพันธ์
- กำรลงทะเบียน (สคร.) ประมำณครง่ึ ปล ่วงหนำ้ สำมำรถแจ้งให้ รพ.ตำ่ งๆ ได้ ผำ่ น สสจ. เพอ่ื จะได้แจง้ ให้ รพ.
- กำรรับผลงำน - มกี ำรประชำสัมพนั ธผ์ ่ำน - เวปไซด์ยังไม่ active ต่ำงๆ โดยเฉพำะแพทย์และ
- กำรเข้ำรว่ มประชมุ เวปไซต์ - ระบบตอบรบั บทคดั ย่อ ไม่ ผู้รบั ผดิ ชอบงำนโรคตดิ ตอ่ ทำง
- มีทมี ลงทะเบียนเพยี งพอ good response เพศสมั พันธ์ ของรพ.
สะดวก ใหเ้ ข้ำรว่ มประชุมได้มำกขึ้น
- มีกำรแยกโต๊ะลงทะเบยี น
- อธั ยำศยั ทมี งำนดมี ำก
กำรแต่งกำยชดั เจน

สถำนท่ี/อำหำร/ - โรงแรม เดนิ ทำงงำ่ ยใกลส้ ถำนี อำหำรรสจดั ต่ำงชำติอำจมี ควรจดั อำหำรหลำกหลำย
ทีพ่ ัก บที เี อส ปัญหำ ประเภท
- สว่ นใหญเ่ ป็นอำหำรไทย
รสจัด

กำรประชุม - ห้องใหญ่ จุ คนไดม้ ำก - จอ LCD หอ้ งใหญ่ มสี องขำ้ ง ควรมีเอกสำรแจก
น่งั ไกลเหน็ ไมช่ ัด ควรมีหูฟงั ส�ำหรับคนไทย
- ไม่มีหฟู งั

บูธ/นทิ รรศกำร ซุ้มนทิ รรศกำร สอวพ. จดั ไดด้ ี ขำดควำมหลำกหลำยของ ควรประสำนกำรมีส่วนรว่ มของ
นทิ รรศกำร (มีแต่ของสำ� นักโรค ภำคประชำสงั คม และหนว่ ยงำน
เอดสฯ์ ที่ active) ในพื้นท่ี จะทำ� ใหง้ ำนมปี ระเด็น
100 หลำกหลำยขึน้

โปสเตอร์ presentation สถำนที่จดั เห็นงำ่ ย มนี อ้ ยไป ว่ำงหลำยบอรด์ ผจู้ ดั อำจเสริมงำนวชิ ำกำร
ของประเทศไทยเพิม่ เติม

กำรนำ� เสนองำนวชิ ำกำร - ส่วนใหญ่รกั ษำเวลำไดด้ ี บำงหวั ขอ้ ไมม่ ีผสู้ นใจ ควรสร้ำงแรงจงู ใจ ให้ผู้เข้ำ
- บรรยำกำศกำรแลกเปลี่ยน คนฟงั น้อย ประชมุ สนใจมำกข้ึน
ดำ้ นวชิ ำกำรในห้องดี
- มีห้อง IT บรกิ ำรดี

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

100 สำนกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ต่อทำงเพศสมั พันธ์ ป พ.ศ. 2558

ประเด็น จุดแข็ง จุดออ่ น ข้อเสนอเพิม่ เตมิ
เนือ้ หำวชิ ำกำร
- ได้ update ควำมรโู้ ดยเฉพำะ บำงดำ้ นยงั มกี ำรนำ� เสนอไมม่ ำก เสนอให้มีกำรนำ� เสนอเพิม่ เตมิ
ด้ำน LAB เช่น ด้ำนกำรดำ� เนินงำนใน ประเดน็ Best practice, IT,
- ไดเ้ รียนร้สู ถำนกำรณ์ของ KAP population Nursing, community
ตำ่ งชำติ involvement, innovation,
KAP population

ปัจจัยความสาำ เรจ็
1. ควำมร่วมมือในกำรเป็นเจ้ำภำพร่วมกันระหว่ำงกลุ่มสถำบันฝึกอบรมโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์
แห่งประเทศไทย (Consortium of Thai Training Institutes for STDs and AIDS: COTTISA) กรมควบคุมโรค โดยส�ำนัก
โรคเอดสฯ์ และมหำวิทยำลัยพะเยำ
2. กรมควบคมุ โรคสนบั สนนุ ทนุ ใหบ้ คุ ลำกรทง้ั สว่ นกลำง ระดบั เขต จงั หวดั และเครอื ขำ่ ยผเู้ กย่ี วขอ้ ง ไดม้ โี อกำสเขำ้
ประชุมนำนำชำติครั้งน้ี เพ่ือแลกเปล่ียนเรียนรู้เกี่ยวกับองค์ควำมรู้ และเทคโนโลยีด้ำนกำรเฝ้ำระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคและดูแล
รกั ษำโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์ ในระดับภมู ิภำคเอเชียและแปซฟิ ิก
ปัญหาอุปสรรค
1. ภำระงำนของบุคลำกร ทั้งได้รับมอบหมำยให้รับผิดชอบจัดประชุมนำนำชำติเรื่อง โรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์
ในภมู ภิ ำคเอเชยี และแปซฟิ กิ ครงั้ ท่ี 18 ในวนั ที่ 11-14 พฤศจกิ ำยน 2557 พรอ้ มทงั้ บคุ ลำกรสว่ นใหญต่ อ้ งเรง่ รดั กำรเตรยี มจดั สมั มนำ
ระดับชำติเรอ่ื งโรคเอดส์ ครง้ั ท่ี 14 และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธ์ คร้งั ที่ 1 ในวนั ท่ี 17-19 ธันวำคม 2557 ทำ� ใหต้ ้องเร่งรบี กำร
เตรยี มงำน ดงั นน้ั กำรเชอื่ มโยงงำนเชิงวชิ ำกำรจึงไมท่ ันเวลำท�ำให้มจี ำ� นวนน้อย
2. ช่วงเวลำกำรจัดประชุมอำจจะไม่เหมำะสมในเชิงกำรบริหำรจัดกำรงบประมำณ เน่ืองจำก จัดกำรประชุม
นำนำชำติเร่อื ง โรคตดิ ต่อทำงเพศสมั พนั ธ์ ในภูมภิ ำคเอเชียและแปซฟิ ิก คร้งั ที่ 18 ในวนั ท่ี 11-14 พฤศจิกำยน 2557 เป็นเดือนท่ี 2
ของไตรมำส 1 ท�ำให้ตอ้ งวำงแผนกำรเบกิ จ่ำยงบประมำณในชว่ ง 2 ครง้ั ทง้ั จัดท�ำโครงกำรป 2557 และโครงกำรป 2558
ขอ้ เสนอแนะการแกไ้ ข
1. ควรวำงแผนปฏิทินกำรด�ำเนินงำนทุกปงบประมำณร่วมกันอย่ำงต่อเน่ือง ส�ำหรับกิจกรรมกำรเป็นเจ้ำภำพ
จดั ประชุมนำนำชำติ และประชุมระดบั ชำติ ที่จำ� เปน็ ต้องใช้ทรัพยำกร และระดมควำมร่วมมือทุกสหสำขำวชิ ำชพี
2. ควรสง่ เสริมใหเ้ กดิ วฒั นธรรมองคก์ ร ให้ท�ำงำนร่วมมือกนั ในรูปแบบทีมงำน (Teamwork) และบูรณำกำรงำน
รวมท้ังขบั เคล่ือนงำนไปดว้ ยกนั ทงั้ งำนเอชไอวี/เอดส์ และงำนโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹Ô¹§Ò¹

สำนกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ต่อทำงเพศสัมพันธ์ ป พ.ศ. 2558 101

2.3.5 โครงการจดั อบรมพื้นฟูความรูแ้ ละการช่วยเหลือผ้ปู ่วยทม่ี อี าการแพย้ าอยา่ งเฉียบพลัน (anaphylaxis)
สาำ หรบั บุคลากรศนู ย์สาธติ บรกิ ารบางรกั

นฤมล เย็นยาซนั , วเิ ชยี ร สุขย้อย, วนิดา รอดรังนก
อานภุ าพ พ่วงสรอ้ ย และนัทธวทิ ย์ สขุ รักษ์

หลักการเหตุผล
จำกสถิติผู้ป่วยโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ของศูนย์สำธิตบริกำรบำงรัก กลุ่มบำงรักโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์
ตง้ั แต่ พ.ศ. 2547 จนปจั จบุ นั พบวำ่ โรคซฟิ ลิ สิ และโรคหนองในมแี นวโนม้ เพม่ิ ขน้ึ อยำ่ งตอ่ เนอื่ งทกุ ป ยำทใ่ี ชร้ กั ษำโรคซฟิ ลิ สิ ให้ ไดผ้ ลดี
คือ benzathine penicillin G ซ่งึ เปน็ ยำท่ีทำ� ให้เกิดกำรแพ้อยำ่ งเฉยี บพลัน (anaphylaxis) ได้ กำรแพอ้ ยำ่ งเฉยี บพลนั หมำยถงึ
ภำวะทเ่ี กิดจำกปฏกิ ิริยำภมู แิ พ้อย่ำงเฉียบพลันและรนุ แรง มผี ลตอ่ กำรล้มเหลวของระบบอวัยวะทส่ี �ำคัญ และมอี ัตรำตำยประมำณ
ร้อยละ 1 ของผมู้ ีอำกำรแพ้ยำอย่ำงเฉียบพลนั เมื่อมีกำรใช้ยำ benzathine penicillin G เพือ่ ใชร้ กั ษำโรคซิฟิลสิ เพมิ่ ข้นึ โอกำสพบ
ผปู้ ว่ ยทแี่ พย้ ำ benzathine penicillin G ยอ่ มเพม่ิ ขนึ้ ดว้ ยเสมอ กำรใชย้ ำ Ceftriaxone ทใี่ ชร้ กั ษำโรคหนองในมโี อกำสพบกำรแพย้ ำ
อย่ำงเฉยี บพลันไดเ้ ช่นเดยี วกนั
บคุ ลำกรของศนู ยส์ ำธติ บรกิ ำรจงึ ควรมคี วำมรแู้ ละเชย่ี วชำญในกจิ กรรมตำ่ งๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั กำรดแู ลรกั ษำโรคตดิ ตอ่
ทำงเพศสัมพันธ์ กลุ่มบำงรักโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์จึงมีควำมประสงค์จัด “โครงกำรจัดประชุมเชิงปฏิบัติกำรพื้นฟูควำมรู้และ
กำรชว่ ยเหลือผ้ปู ว่ ยทม่ี อี ำกำรแพ้ยำอยำ่ งเฉยี บพลัน (anaphylaxis) สำ� หรับบุคลำกรศูนยส์ ำธติ บรกิ ำรบำงรัก” ตำม “แนวทำงกำร
รกั ษำอำกำรแพย้ ำอยำ่ งเฉยี บพลนั (anaphylaxis) และกำรชว่ ยฟน้ื คนื ชพี สำ� หรบั บคุ ลำกรกลมุ่ งำนวจิ ยั และพฒั นำวชิ ำกำร (ป 2556)”
ทก่ี ำ� หนดใหม้ กี จิ กรรมกำรฟน้ื ฟคู วำมรแู้ ละกำรชว่ ยเหลอื ผปู้ ว่ ยใหป้ ลอดภยั จำกอำกำรแพย้ ำอยำ่ งเฉยี บพลนั (anaphylaxis) ปล ะ 1 ครง้ั
เพือ่ ให้เกดิ ควำมเช่ยี วชำญแก่ผใู้ ห้กำรดูแลรกั ษำผปู้ ่วยและลดอันตรำยจำกกำรแพ้อยำ่ งเฉียบพลัน (anaphylaxis)
วตั ถุประสงค์
1. เพอ่ื จดั ประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ำรพน้ื ฟคู วำมรแู้ ละกำรชว่ ยเหลอื ผปู้ ว่ ยทม่ี อี ำกำรแพย้ ำอยำ่ งเฉยี บพลนั (anaphylaxis)
ส�ำหรับบคุ ลำกรศนู ยส์ ำธิตบรกิ ำรบำงรกั
2. เพ่อื ให้บคุ ลำกรเกดิ ควำมเชย่ี วชำญในกำรชว่ ยเหลือผปู้ ว่ ยทมี่ ีอำกำรแพ้อยำ่ งเฉียบพลัน (anaphylaxis)
3. เพือ่ ลดอันตรำยจำกกำรแพ้อย่ำงเฉียบพลนั (anaphylaxis)
สรุปผลการดำาเนนิ งาน
จัดประชุมเชิงปฏิบัติกำรพ้ืนฟูควำมรู้และกำรช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีอำกำรแพ้ยำอย่ำงเฉียบพลัน (anaphylaxis)
สำ� หรบั บคุ ลำกรศนู ยส์ ำธติ บรกิ ำรบำงรกั วนั ท่ี 16 กมุ ภำพนั ธ์ 2558 ณ คลนิ กิ หญงิ และฝกึ ปฏบิ ตั ทิ ห่ี อ้ งฉดี ยำ คลนิ กิ ชำย กลมุ่ บำงรกั
โรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ โดยเชิญวิทยำกรหน่วยกำรแพทย์ฉุกเฉิน 2 แห่ง ผู้เข้ำอบรมเป็นเจ้ำหน้ำที่ของกลุ่มงำนวิจัยและพัฒนำ

ทำงคลนิ ิกจ�ำนวน 20 ค1น02กำรอบรมแบง่ เป็นตอบค�ำถำมทำงวชิ ำกำรแบบเติมค�ำ จ�ำนวน 8 ขอ้ 10 คำ� ตอบ ค�ำตอบละ 1 คะแนน

และภำคปฏิบัติคะแนนเต็ม 10 คะแนน จำกระดับคะแนนและควำมคิดเห็นของวิทยำกร 2 ท่ำน พบว่ำผู้เข้ำร่วมอบรมมีควำมรู้
เพ่มิ ข้นึ และกำรฝึกชว่ ยคนื ชพี คล่องขน้ึ ในวนั ท่ี 5 สิงหำคม 2558 คณะทำ� งำนได้ประชมุ ปรบั ปรงุ “แนวทำงกำรรักษำอำกำรแพย้ ำ
อย่ำงเฉียบพลัน (anaphylaxis) และกำรช่วยฟื้นคืนชีพส�ำหรับบุคลำกรกลุ่มงำนวิจัยและพัฒนำวิชำกำร” คร้ังสุดท้ำยก่อน
กำรประกำศใชใ้ นกลุม่ งำนวิจัยและพัฒนำทำงคลนิ กิ

ปจั จยั ความสำาเรจ็
1. บุคลำกรทุกระดบั มคี วำมเขำ้ ใจ มองเหน็ ควำมสำ� คัญและให้ควำมรว่ มมอื ในกำรด�ำเนินโครงกำร
2. มคี ณะทำ� งำนในกำรด�ำเนนิ โครงกำรใหเ้ ป็นไปตำมวัตถุประสงค์
3. ผูบ้ ริหำรระดับสงู มองเหน็ ควำมสำ� คัญและสนับสนนุ กำรดำ� เนนิ งำนตลอดโครงกำร

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

102 สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธ์ ป พ.ศ. 2558

2.3.6 โครงการพัฒนามาตรฐานและคณุ ภาพการดำาเนนิ งานดา้ นโรคติดต่อทางเพศสัมพนั ธ์

นัยนา จิรโรจน์วัฒน และสมชาย ฟองหริ ญั รัตน์

หลักการเหตุผล
ในอดตี จนกระทั่งถงึ ป 2545 ทกุ จงั หวัดในประเทศไทยมีคลนิ ิกกำมโรคอยำ่ งน้อย 1 แห่งที่ใหก้ ำรดูแลรักษำปอ้ งกนั
ควบคุมโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ ท่ีท�ำงำนทั้งเชิงรุกและเชิงรับ โดยบุคลำกรในคลินิกกำมโรคล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีควำมรู้
ควำมชำ� นำญ มที ักษะ ในกำรดำ� เนินงำน หลงั จำกที่มกี ำรโอนภำรกิจด้ำนโรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธใ์ หแ้ กห่ นว่ ยบริกำรสำธำรณสุข
ในพื้นทไ่ี ปแล้วในป 2545 เป็นตน้ มำ หน่วยงำนบรกิ ำรสำธำรณสุขในพ้นื ที่ดังกลำ่ วยังขำดควำมพรอ้ มในกำรด�ำเนินงำนกำรปอ้ งกัน
ควบคุมโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ โดยเฉพำะอย่ำงย่ิงในด้ำนควำมช�ำนำญ ทัศนคติ ทักษะของบุคลำกรที่รับผิดชอบ และระบบ
กำรใหบ้ รกิ ำรที่มีคุณภำพและได้มำตรฐำนกรมควบคมุ โรค
กลมุ่ บำงรกั โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ สำ� นกั โรคเอดสฯ์ ในฐำนะทเี่ ปน็ หนว่ ยงำนพฒั นำองคค์ วำมรู้ คณุ ภำพมำตรฐำน
ในกำรด�ำเนินงำนด้ำนโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ จึงได้พัฒนำแนวทำงกำรด�ำเนินงำนโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ ภำยใตร้ ปู แบบกำร
พฒั นำคณุ ภำพกำรดแู ลผมู้ ำรบั บรกิ ำรดำ้ นโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ ไดแ้ ก่ กำรคดั กรอง กำรดูแลรกั ษำ และกำรเฝ้ำระวังโรค โดยกำร
พฒั นำศักยภำพดำ้ นกำรบริหำรจัดกำรคุณภำพกำรดแู ลผมู้ ำรบั บริกำรในหน่วยบริกำรสำธำรณสขุ ตั้งแต่ป 2555 เป็นตน้ มำปละ 15
จงั หวัดและในป 2558 ได้ขยำยพน้ื ท่ดี ำ� เนนิ งำนเพ่มิ 15 จังหวัด รวมเปน็ 62 จังหวดั ไดแ้ ก่ 1. ปทุมธำนี 2. นครนำยก 3. จนั ทบุรี
4. ประจวบคีรขี นั ธ์ 5. สมุทรสงครำม 6. ชยั ภมู ิ 7. หนองบัวล�ำภู 8. บงึ กำฬ 9. ศรีสะเกษ 10. สกลนคร 11. ชยั นำท 12. อุตรดิตถ์
13. นำ่ น 14. ระนอง 15. สตลู นอกจำกน้ันหนว่ ยบริกำรสำธำรณสุขสำมำรถน�ำเครือ่ งมือกำรพฒั นำคุณภำพ ไปใช้ในกำรวัดผลกำร
ปฏิบตั ิงำนด้ำนกำรบรกิ ำรคัดกรอง ดแู ลรกั ษำ กำรเฝ้ำระวังโรคไดด้ ว้ ยตวั เอง และสำมำรถน�ำผลที่ได้ไปใชใ้ นกำรพัฒนำคุณภำพงำน
ดำ้ นโรคติดต่อทำงเพศสมั พนั ธต์ อ่ ไป
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพอื่ ขยำยพน้ื ทก่ี ำรดำ� เนนิ งำนโดยใชก้ ระบวนกำรพฒั นำคณุ ภำพ เพอ่ื ประเมนิ ระบบดแู ลรกั ษำโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์
2. เพอื่ สรำ้ งศกั ยภำพของสถำนบรกิ ำรสำธำรณสขุ ในกำรเขำ้ สกู่ ระบวนกำรพฒั นำคณุ ภำพกำรดำ� เนนิ งำนดำ้ นโรค
ติดตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์
3. เพ่ือสรำ้ งศักยภำพของ สคร. ในกำรตดิ ตำมประเมินผลกำรด�ำเนินงำนดำ้ นโรคติดต่อทำงเพศสมั พนั ธ์
สรปุ ผลการดาำ เนนิ งาน
ผลกำรด�ำเนินงำนบรรลผุ ลผลิตและผลลพั ธโ์ ครงกำร
1. ประชุมเชิงปฏิบัติกำรเพ่ือพัฒนำคุณภำพเครือข่ำยกำรด�ำเนินงำนด้ำนโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ วันท่ี 24-26
ธนั วำคม 2557 ณ โรงแรมนำรำยณ์ กรงุ เทพมหำนคร
2. พฒั นำเคร่อื งมือ STIQUAL เป็น BANGRAKQUAL
3. ลงพ้ืนที่เพื่อเป็นพ่ีเล้ียงให้ส�ำนักงำนป้องกันควบคุมโรคในกำรเก็บข้อมูลด้ำนโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์
ระหว่ำงวนั ท่ี 12 มกรำคม-18 พฤษภำคม 2558
4. ประชุมเชิงปฏิบัติกำรนิเทศติดตำมประเมินผลเพื่อถอดบทเรียนกำรด�ำเนินงำนโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์
กลมุ่ เปำ้ หมำย สคร. ระหว่ำงวันที่ 24-24 มถิ ุนำยน 2558 ณ โรงแรมดวงตะวัน จังหวดั เชียงใหม่
5. ประชมุ เชงิ ปฏบิ ตั กิ ำรวเิ ครำะหผ์ ลกำรนเิ ทศตดิ ตำมและประเมนิ ผลเพอื่ ถอดบทเรยี นกำรดำ� เนนิ งำนดำ้ นโรคตดิ ตอ่
ทำงเพศสมั พันธ์ สำ� หรับคณะทำ� งำน ระหว่ำงวนั ที่ 27-28 กรกฎำคม 2558 ณ โรงแรมเมธำวลัย จงั หวัดเพชรบรุ ี
ผลสำ� เร็จตำมมำตรกำรลดโรค
- กำรบรกิ ำรรกั ษำและฟืน้ ฟสู ภำพ เฉพำะโรคในกล่มุ โรคตดิ ตอ่ สำ� คัญ โรคอบุ ัตใิ หมแ่ ละภยั สุขภำพ
- พฒั นำศกั ยภำพกำรบรกิ ำร รกั ษำ และฟน้ื ฟสู ภำพเฉพำะโรคในกลมุ่ โรคตดิ ตอ่ สำ� คญั โรคอบุ ตั ใิ หมแ่ ละภยั สขุ ภำพ
ของเครือขำ่ ยบริกำรสขุ ภำพ

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

สำนกั โรคเอดส์ วณั โรค และโรคตดิ ต่อทำงเพศสัมพันธ์ ป พ.ศ. 2558 103

- เครอื ข่ำยมีศักยภำพให้บริกำรรกั ษำฟนื้ ฟสู ภำเฉพำะโรคในกลุม่ โรคตดิ ต่อส�ำคัญ โรคอุบัติใหมแ่ ละภัยสุขภำพ
- จำ� นวนจงั หวดั ทมี่ สี ถำนบรกิ ำรสำธำรณสขุ เขำ้ สกู่ ระบวนกำรพฒั นำคณุ ภำพจดั บรกิ ำรดแู ลรกั ษำปอ้ งกนั ควบคมุ
โรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ จ�ำนวน 62 จงั หวดั
ปจั จยั ความสำาเรจ็
1. ได้รบั ควำมร่วมมือจำกเครอื ข่ำยทกุ ระดับ ตั้งแต่ สคร. สสจ. สถำนบริกำรสำธำรณสขุ
2. ผูบ้ ริหำรเห็นควำมส�ำคญั ของโครงกำร
3. เปน็ ตวั ชว้ี ดั ของกรมควบคุมโรค
ปญั หาอปุ สรรค
1. บำงครั้งไมไ่ ด้ผู้รับผิดชอบงำนโดยตรงและไมม่ ผี ้แู ทนมำร่วมในกำรดำ� เนินงำน
2. เปลีย่ นผูร้ ับผดิ ชอบงำนด้ำนโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพันธ์
3. บำงหนว่ ยงำนไม่สำมำรถเขำ้ รว่ มประชมุ ไดค้ รบ เนื่องจำกตดิ ภำรกิจของหน่วยงำน
4. เนือ่ งจำกเปน็ โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ มขี ้อบังคบั ระเบียบ ในกำรท�ำโปรแกรมยงุ่ ยำก ท�ำใหล้ ำ่ ชำ้
ขอ้ เสนอแนะการแกไ้ ข
ผลกั ดนั เขำ้ สแู่ ผนงำนปอ้ งกนั ควบคมุ โรคและภยั สขุ ภำพประจำ� ป 2559 กรมควบคมุ โรค ในมำตรกำรท่ี 2 กำรพฒั นำ
รปู แบบบรกิ ำร และพฒั นำบรกิ ำรวชิ ำกำร กำรพฒั นำคณุ ภำพกำรดแู ลรกั ษำ HIV และ STIs ใหไ้ ดม้ ำตรฐำนทมี่ คี ณุ ภำพอยำ่ งตอ่ เนอื่ ง
ในกิจกรรมท่ี 2.1 สง่ เสริมและสนบั สนนุ กระบวนกำรพฒั นำคุณภำพกำรดำ� เนินงำนดำ้ นโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์
2.3.7 โครงการพฒั นาห้องปฏิบตั กิ ารสกู่ ารรับรองมาตรฐานคณุ ภาพหอ้ งปฏิบตั ิการ

สมชยั หลกภิชาติ และปริศนา บวั สกุล

หลกั การเหตุผล
ห้องปฏิบัติกำรงำนวิจัยและพัฒนำทำงชันสูตรกลุ่มบำงรักโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์เป็นห้องปฏิบัติกำรหน่ึงของ
ภำยใต้กรมควบคุมโรคท่ีให้บริกำรตรวจวิเครำะห์ส่ิงส่งตรวจของผู้ใช้บริกำรและผู้ป่วย ข้อมูลท่ีได้จำกกำรตรวจวิเครำะห์จะ
ช่วยสนับสนุนกำรตรวจวินิจฉัยโรคผู้ป่วยแก่แพทย์เพ่ือติดตำมกำรรักษำควบคุมป้องกันและเฝ้ำระวังกำรเกิดโรค ตลอดจนใช้เป็น
ข้อมูลทำงระบำดวิทยำเพ่ือป้องกันกำรแพร่ระบำดของโรคและกำรน�ำมำประเมินผลเพ่ือวำงแผนกำรบริหำรจัดกำรด้ำนนโยบำย
สขุ ภำพและกำรบรกิ ำรสำธำรณสขุ ของประเทศ ดงั นน้ั ผลกำรตรวจวเิ ครำะหห์ รอื ขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ำกหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรงำนชนั สตู รโรคตดิ ตอ่
ทำงเพศสัมพันธ์จึงต้องมีคุณภำพแม่นย�ำถูกต้องและเช่ือถือได้ ซึ่งจำ� เป็นต้องได้รับกำรรับรองมำตรฐำนห้องปฏิบัติกำรเพื่อแสดงว่ำ
เป็นห้องปฏิบัติกำรที่มีกำรด�ำเนินกำรได้อย่ำงมีประสิทธิภำพมีกำรด�ำเนินกำรท่ีเป็นระบบและมีกำรพัฒนำคุณภำพห้องปฏิบัติกำร

อยำ่ งสมำ่� เสมอและตอ่ เ1น0อื่ 4ง ในกำรขอรบั รองคณุ ภำพหอ้ งปฏบิ ตั กิ ำรสำมำรถขอรบั รองไดจ้ ำกหลำยสถำบนั ทง้ั ในระดบั ประเทศ เชน่

LA (Laboratory accreditation)
วัตถุประสงค์
เพือ่ พัฒนำห้องปฏบิ ตั กิ ำรโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธส์ ่กู ำรรบั รองคณุ ภำพมำตรฐำนหอ้ งปฏิบตั ิกำร

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

104 สำนกั โรคเอดส์ วณั โรค และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พันธ์ ป พ.ศ. 2558

สรปุ ผลการดำาเนินงาน
1. จัดประชุมเชิงปฏิบัติกำรเพ่ือกำรพัฒนำห้องปฏิบัติกำรโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์สู่มำตรฐำนระดับสำกล
ร่วมกับทีมตรวจติดตำมภำยใน (Internal audit) ของกรมควบคมุ โรค วนั ท่ี 17 เม.ย. 2558
2. จดั จำ้ งพัฒนำและปรับปรุงกำรจดั กำรระบบข้อมูลหอ้ งปฏิบตั กิ ำร (Laboratory Information System : LIS)
3. จดั จำ้ งดูแลบำ� รุงรกั ษำและสอบเทียบ เคร่ืองมือทำงหอ้ งปฏบิ ัตกิ ำร

- ตรวจสอบประสทิ ธิภำพต้ปู ลอดเชื้อ (Biological Safety Cabinet : BSC)
- สอบเทยี บ Autopipette
- สอบเทียบเครื่องมอื ทำงห้องปฏิบตั ิกำร
ปัจจัยความสาำ เร็จ
1. ผู้บรหิ ำรเหน็ ควำมสำ� คญั และบรรจเุ ปน็ ตวั ชวี้ ดั กรมควบคมุ โรค
2. เครอื ข่ำยห้องปฏิบตั ิกำรของกรมควบคุมโรคมีควำมเขม้ แข็งและใหค้ วำมชว่ ยเหลอื
2.3.8 โครงการประเมนิ ความพงึ พอใจของผรู้ บั บรกิ ารตอ่ การบรกิ ารรกั ษาฟน้ื ฟสู ภาพเฉพาะโรคตดิ ตอ่ ทางเพศสมั พนั ธ์

นฤมล เยน็ ยาซนั , รังษี เจริญวงศร์ ะยบั , นภาพร วบิ ูลยานนท์ และนทั ธวิทย์ สุขรกั ษ์
หลักการเหตุผล
กลมุ่ บำงรกั โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธไ์ ดถ้ กู กำ� หนดใหเ้ ปน็ “ศนู ยค์ วำมเปน็ เลศิ ทำงดำ้ นวชิ ำกำร (Center of Excellent:
COE)” ด้ำนโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ และงำนวิจัยและพัฒนำ โดยก�ำหนดบทบำทภำรกิจ 5 ข้อ ได้แก่ 1.เป็นต้นแบบบริกำร
ครบวงจรและเป็นบริกำรข้ันสูง เพ่ือกำรเรียนรู้ของกำรป้องกันและควบคุมโรคจำกเพศสัมพันธ์ในระดับเขต ออกแบบและพัฒนำ
รูปแบบปฏิบัติกำรป้องกันควบคุมโรคจำกเพศสัมพันธ์ท่ีสอดคล้องกับบริบทพื้นท่ีในระดับภูมิภำค ฝึกอบรมและถ่ำยทอดควำมรู้
แก่นกั ศึกษำ บุคลำกรประจ�ำกำร แพทย์ พยำบำล และเจำ้ หนำ้ ที่สำธำรณสขุ อื่นๆ ทั้งในระดับประเทศและนำนำชำติ จดั กำรและ
ดำ� เนนิ กำรวจิ ยั เพอื่ พฒั นำตอ่ ยอดใหไ้ ดค้ วำมรใู้ หมด่ ำ้ นกำรปอ้ งกนั และควบคมุ โรคจำกเพศสมั พนั ธ์ และพฒั นำระบบตดิ ตำมประเมนิ
ผลและดำ� เนินกำรเฝ้ำระวังโรครวมทงั้ กำรเฝำ้ ระวังเชอื้ หนองในดอื้ ยำ
ในกำรดำ� เนนิ กำรดำ้ นภำรกิจของศนู ยค์ วำมเป็นเลศิ ฯ จะเนน้ ดำ้ นคุณภำพกำรบรกิ ำรตำมมำตรฐำนกำรดำ� เนินงำน
ให้เป็นต้นแบบซ่ึงต้องใช้เวลำในกำรให้บริกำรนำนกว่ำ และข้ันตอนบริกำรซับซ้อนกว่ำบริกำรพ้ืนฐำนทั่วไป ซ่ึงกำรบริกำรดังกล่ำว
ยอ่ มขดั กบั ควำมตอ้ งกำรของประชำชนทวั่ ไปทตี่ อ้ งกำรกำรบรกิ ำรทไ่ี มซ่ บั ซอ้ น มคี วำมรวดเรว็ จงึ มคี วำมสำ� คญั อยำ่ งยง่ิ ทต่ี อ้ งประเมนิ
ควำมพึงพอใจของประชำชนท่ีมำรับบริกำรต่อกำรบริกำรรักษำฟื้นฟูสภำพเฉพำะโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ เพื่อปรับควำมสมดุล
ระหว่ำงกำรบริกำรเน้นคุณภำพกับควำมต้องกำรของผู้รับบริกำรและผู้รับบริกำรสำมำรถมีส่วนร่วมในกำรจัดบริกำรให้เป็นมิตร
ตอ่ ตัวผู้รับบริกำรเอง โดยกำรตอบแบบประเมนิ และแสดงควำมคดิ เหน็ ในกำรบริกำรไดอ้ ย่ำงไมม่ ขี อ้ จ�ำกัด
วัตถุประสงค์
1. เพ่ือประเมินควำมพึงพอใจของผู้รับบริกำรตอ่ กำรบรกิ ำรรกั ษำฟน้ื ฟสู ภำพเฉพำะโรคติดตอ่ ทำงเพศสัมพันธ์
2. เพอ่ื ด�ำเนนิ กำรตำมตวั ช้วี ดั SDA 412 (รอ้ ยละของประชำชนกลมุ่ เป้ำหมำยมีควำมพึงพอใจตอ่ กำรบรกิ ำรรักษำ
ฟนื้ ฟสู ภำพเฉพำะโรคในกลุ่มโรคติดต่อส�ำคัญ โรคอบุ ตั ใิ หมแ่ ละภยั สุขภำพ)
3. เพอ่ื ใชเ้ ปน็ ขอ้ มูลในกำรปรบั ปรุงและพัฒนำคลนิ กิ ให้เปน็ คลนิ กิ ทีเ่ ปน็ มติ ร โดยผรู้ ับบรกิ ำรมีสว่ นร่วม

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคตดิ ต่อทำงเพศสัมพนั ธ์ ป พ.ศ. 2558 105

สรปุ ผลการดาำ เนนิ งาน
ผลกำรด�ำเนนิ งำนบรรลุผลผลติ และผลลพั ธโ์ ครงกำร โดยประชุมผู้เกย่ี วข้องในวันท่ี 23 มิถุนำยน 2558 เพื่อสำ� รวจ
งำนขอ้ มลู ผมู้ ำรบั บรกิ ำรรวมทกุ คลนิ กิ กำ� หนดกลมุ่ เปำ้ หมำยและจำ� นวนผรู้ บั บรกิ ำรทจี่ ะประเมนิ ควำมพงึ พอใจตอ่ กำรบรกิ ำรรกั ษำ
และฟน้ื ฟสู ภำพ และแตง่ ตง้ั ผรู้ บั ผดิ ชอบหลกั ทจี่ ะเปน็ ผดู้ ำ� เนนิ งำนในภำพรวม จดั ทำ� แบบประเมนิ ควำมพงึ พอใจโดยใชแ้ บบประเมนิ
กลำงตำมแนวทำงของส�ำนักงำน คณะกรรมกำรพัฒนำระบบรำชกำร (กพร.) ซ่ึงมีกำรปรับข้อค�ำถำมบำงข้อให้เหมำะกับบริบท
ของหนว่ ยงำน โดยเกบ็ แบบสอบถำมทง้ั สนิ้ จำ� นวน 400 ชดุ (ใชต้ ำรำงหำขนำดของกลมุ่ ตวั อยำ่ งเพอื่ ประมำณคำ่ สดั สว่ นของประชำกร
ของ TARO YAMANE) ก�ำหนดเก็บข้อมูล เดือน กรกฎำคม ถึง สิงหำคม 2558 ประชุมคณะท�ำงำนฯ วันที่ 7 สิงหำคม 2558
เพ่ือรวบรวมและบันทึกขอ้ มลู จำกแบบส�ำรวจลงในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ประมวลผล วเิ ครำะหข์ ้อมลู และจัดส่งผลกำรดำ� เนนิ งำน
รอบ 12 เดือน ไปยงั กลุ่มยุทธศำสตร์ภำยในวนั ท่ี 20 กนั ยำยน 2558

ตารางท่ี 4.4 ผลประเมนิ ควำมพงึ พอใจของผู้รับบริกำรรักษำฟื้นฟสู ภำพเฉพำะโรคตดิ ต่อทำงเพศสมั พนั ธ์จ�ำแนกตำมคลินิก

ด้าน คลนิ ิกสุขภาพชาย คลินิกหญงิ คลนิ ิกชาย ภาพรวม
(รอ้ ยละ) (ร้อยละ) (รอ้ ยละ) (ร้อยละ)
1. ดำ้ นข้ันตอนกำรใหบ้ ริกำร 93.2
2. ด้ำนเจ้ำหน้ำทที่ ่ใี ห้บรกิ ำร 96.2 90.2 88.2 90.2
3. ดำ้ นสงิ่ อำ� นวยควำมสะดวก 91.6 90.8 88.4 91.2
4. ด้ำนคณุ ภำพกำรให้บริกำร 96.2 86.4 84.6 87.0
รวม 94.0 93.4 89.4 92.6
90.0 87.6 90.2

ผรู้ ับบรกิ ำรมีขอ้ เสนอแนะดงั นี้ (1 คน)
- ควำมเพยี งพอของสง่ิ อำ� นวยควำมสะดวก เช่น ทนี่ ัง่ รอ น�้ำดื่ม
** ไม่มีช่องทำงตดิ ต่อหรอื ให้ควำมร้ทู ำง Social network (9 คน)**
กำรพัฒนำคลินิก 3 คลนิ กิ
คณะทำ� งำนประเมนิ ควำมพงึ พอใจไดป้ ระชมุ สรปุ ผลกำรประเมนิ พบวำ่ ผรู้ บั บรกิ ำรตอ้ งกำรทรำบชอ่ งทำงกำรสอบถำม
ควำมรู้ทำงอินเตอร์เน็ตมำกที่สุด คณะท�ำงำนจึงได้พิมพ์ข้ันตอนเข้ำ FB ของกลุ่มบำงรักโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ไว้ทุกคลินิก
ส่วนเรื่องน�้ำด่ืมไม่พยี งพอเกิดจำกเป็นช่วงท่ตี ทู้ �ำน�้ำเย็น นำ้� ร้อนช�ำรุดและไดส้ ง่ ซ่อมตู้เรยี บร้อยแลว้

ปจั จยั ความสำาเรจ็
1. บคุ ลำกรทุกระดบั มีควำมเข้ำใจ มองเหน็ ควำมส�ำคัญและใหค้ วำมร่วมมือในกำรด�ำเนนิ โครงกำร
2. มคี ณะท�ำงำนในกำรด�ำเนนิ โครงกำรให้เป็นไปตำมวัตถุประสงค์

3. ผบู้ 1ร0หิ 6ำรระดบั สูงมองเห็นควำมส�ำคัญและสนบั สนนุ กำรดำ� เนินงำนตลอดโครงกำร

ปัญหาอปุ สรรค
ปญั หำอปุ สรรคในกำรประเมนิ ควำมพงึ พอใจของผรู้ บั บรกิ ำรไมพ่ บในกำรประเมนิ ครงั้ นี้ เนอื่ งจำกเจำ้ หนำ้ ทไี่ ดร้ ว่ มมอื
ปฏบิ ัตงิ ำนไดอ้ ย่ำงมีประสทิ ธภิ ำพ

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

106 สำนกั โรคเอดส์ วณั โรค และโรคติดต่อทำงเพศสัมพนั ธ์ ป พ.ศ. 2558

2.3.9 โครงการสำารวจแหล่งบริการทางเพศและผใู้ หบ้ ริการทางเพศ

ท�าเนียบ สังวาลประกายแสง

หลกั การเหตุผล
โรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์เป็นโรคติดต่อซ่ึงเกิดจำกกำรมีเพศสัมพันธ์เป็นหลัก โดยเฉพำะกำรมีเพศสัมพันธ์
กับกล่มุ เสี่ยงคอื กลมุ่ ผู้ใหบ้ รกิ ำรทำงเพศ กำรทีจ่ ะด�ำเนินกำรอยำ่ งใดอยำ่ งหนง่ึ กบั กล่มุ นจี้ งึ จำ� เป็นทีจ่ ะต้องทรำบจำ� นวนผ้ใู ห้บริกำร
ทำงเพศและแหล่งแพร่โรค เพื่อวำงแผนงบประมำณ กำรตรวจรักษำ กำรติดตำมผู้สัมผัส กำรให้สุขศึกษำ รวมถึงกำรสนับสนุน
ถงุ ยำงอนำมยั ในกลมุ่ ผูใ้ หบ้ ริกำรทำงเพศ ปจั จุบัน รปู แบบของกำรให้บริกำรทำงเพศไดม้ ีกำรปรับเปล่ยี นไปมำก ทง้ั นี้ เพรำะธรุ กจิ
ให้บริกำรทำงเพศเป็นส่ิงที่ผิดกฎหมำยตำมพระรำชบัญญัติป้องกันและปรำบปรำมกำรค้ำประเวณี พ.ศ. 2539 ท�ำให้ผู้มีอำชีพ
ดงั กลำ่ วพยำยำมหลกี เลย่ี งมำตรกำรทำงกฎหมำยออกไปดำ� เนนิ กำรในรปู แบบตำ่ งๆ โดยมกี ำรคำ้ ประเวณแี อบแฝงอยู่ เชน่ อำบอบนวด
นวดแผนโบรำณ ซำวนำ่ สปำ บำร์ คำเฟ่ คำรำโอเกะ ร้ำนอำหำร เตร็ดเตร่ และกำรให้บรกิ ำรบนเรอื สนิ คำ้ ยิ่งในยคุ ทม่ี ีควำมเจรญิ
ทำงด้ำนเทคโนโลยีท�ำให้กำรขำยบริกำรทำงเพศมีควำมหลำกหลำยมำกข้ึน เช่น เซ็กซ์ผ่ำนเว็บแคมโดยโอนเงินผ่ำนบัญชีธนำคำร
กำรขำยบรกิ ำรทำงเพศผำ่ นอนิ เตอรเ์ นต็ เซก็ ซผ์ ำ่ นมอื ถอื เปน็ ตน้ ดงั นน้ั จงึ มคี วำมจำ� เปน็ ทจี่ ะตอ้ งดำ� เนนิ กำรสำ� รวจแหลง่ บรกิ ำรทำง
เพศและผู้ใหบ้ รกิ ำรทำงเพศในพ้นื ทีจ่ ังหวดั ต่ำงๆ ทั่วประเทศอย่ำงตอ่ เนื่องทุกป เพอ่ื ตดิ ตำมสถำนกำรณท์ ่ีเปลีย่ นแปลงไปของแหล่ง
แพรโ่ รค รวมทง้ั ใชเ้ ปน็ ฐำนขอ้ มลู สำ� หรบั กำรสำ� รวจในปต อ่ ไปอกี ทงั้ หนว่ ยงำนทเ่ี กยี่ วขอ้ งสำมำรถนำ� ไปใชป้ ระโยชนไ์ ดอ้ ยำ่ งกวำ้ งขวำง
และทันต่อเหตุกำรณ์ของสังคมทีเ่ ปล่ยี นแปลงไป
วตั ถปุ ระสงค์
1. เพือ่ ทรำบจำ� นวนแหลง่ บริกำรทำงเพศและผใู้ ห้บริกำรทำงเพศท่ัวประเทศ
2. เพือ่ ติดตำมสถำนกำรณ์กำรเปลยี่ นแปลงของแหล่งบรกิ ำรทำงเพศและผู้ให้บริกำรทำงเพศ
สรุปผลการดำาเนนิ งาน
ได้รับผลกำรสำ� รวจ จำ� นวน 40 จงั หวดั จำกจำ� นวนทัง้ หมด 77 จังหวดั
ปจั จยั ความสำาเรจ็
- บคุ ลำกรมีควำมสำมำรถในกำรสำ� รวจแหลง่ บริกำรทำงเพศและผู้ให้บรกิ ำรทำงเพศ
- มแี นวทำงกำรสำ� รวจแหลง่ บริกำรทำงเพศและผูใ้ หบ้ รกิ ำรทำงเพศ
ปญั หาอุปสรรค
- จงั หวดั ส่งรำยงำนกำรสำ� รวจลำ่ ชำ้
- จังหวดั ไมส่ ง่ รำยงำนกำรสำ� รวจ (จำ� นวน 37 จังหวดั )
ขอ้ เสนอแนะการแกไ้ ข
ใหก้ ำรสนบั สนนุ งบประมำณส�ำรวจแหลง่ บริกำรทำงเพศและผใู้ หบ้ ริกำรทำงเพศ

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

สำนักโรคเอดส์ วณั โรค และโรคตดิ ต่อทำงเพศสัมพันธ์ ป พ.ศ. 2558 107

2.3.10 โครงการจดั พมิ พม์ าตรฐานการดาำ เนนิ งานโรคติดต่อทางเพศสมั พันธ์

นัยนา จิรโรจนว์ ัฒน และสมชาย ฟองหริ ัญรตั น์

หลักการเหตผุ ล
ในอดตี จนกระทงั่ ถึงป 2545 ทกุ จังหวัดในประเทศไทยมคี ลนิ กิ กำมโรคอย่ำงนอ้ ย 1 แหง่ ทใ่ี หก้ ำรดแู ลรกั ษำปอ้ งกัน
ควบคุมโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ ท่ีท�ำงำนทั้งเชิงรุกและเชิงรับ โดยบุคลำกรในคลินิกกำมโรคล้วนแล้วแต่เป็นผู้ที่มีควำมรู้
ควำมช�ำนำญ มที กั ษะ ในกำรดำ� เนนิ งำน หลังจำกที่มีกำรโอนภำรกิจดำ้ นโรคติดตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธใ์ หแ้ ก่หนว่ ยบริกำรสำธำรณสุข
ในพ้นื ท่ไี ปแล้วในป 2545 เป็นตน้ มำหนว่ ยงำนบรกิ ำรสำธำรณสุขในพื้นท่ดี งั กล่ำวยงั ขำดควำมพร้อมในกำรดำ� เนนิ งำนกำรป้องกนั
ควบคุมโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ โดยเฉพำะอย่ำงย่ิงในด้ำนควำมช�ำนำญ ทัศนคติทักษะของบุคลำกรท่ีรับผิดชอบและระบบกำร
ให้บรกิ ำรทม่ี คี ณุ ภำพและได้มำตรฐำนกรมควบคมุ โรค
กลมุ่ บำงรกั โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ สำ� นกั โรคเอดสฯ์ ในฐำนะทเ่ี ปน็ หนว่ ยงำนพฒั นำองคค์ วำมรู้ คณุ ภำพมำตรฐำน
กำรดำ� เนนิ งำนโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ จึงไดป้ รบั ปรงุ พฒั นำมำตรฐำนกำรดำ� เนนิ งำน โรคตดิ ต่อทำงเพศสัมพันธ์ในสถำนบรกิ ำร
สำธำรณสุขป 2557 เพอื่ เป็นแนวทำงกำรด�ำเนินงำนโรคติดต่อทำงเพศสมั พนั ธ์ ภำยใต้รปู แบบกำรพฒั นำคณุ ภำพกำรดูแลผู้มำรับ
บรกิ ำรดำ้ นโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ ดงั นน้ั กลมุ่ บำงรกั โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธจ์ งึ ดำ� เนนิ กำรจดั พมิ พม์ ำตรฐำนกำรกำรดำ� เนนิ งำน
โรคตดิ ต่อทำงเพศสัมพันธข์ นึ้
วตั ถุประสงค์
1. เพื่อเปน็ มำตรฐำนในกำรด�ำเนินงำนโรคติดตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธ์
2. เพ่อื ใช้ตวั ชี้วัดในมำตรฐำนประเมนิ ผลกำรดำ� เนินงำนดำ้ นโรคติดตอ่ ทำงเพศสัมพันธ์
3. เพ่อื กำรพัฒนำคุณภำพกำรด�ำเนินงำนโรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์
สรุปผลการดำาเนินงาน
ผลกำรดำ� เนนิ งำนบรรลผุ ลผลติ และผลลพั ธ์โครงกำร
1. ตรวจสอบรำ่ งมำตรฐำนกำรดำ� เนินงำนโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธใ์ หค้ รบถว้ นถกู ตอ้ ง
2. ส่งพมิ พ์มำตรฐำนกำรดำ� เนนิ งำนโรคตดิ ต่อทำงเพศสมั พันธจ์ �ำนวน 500 เล่ม
ผลส�ำเร็จตำมมำตรกำรลดโรค
ประชำชนกลุ่มเป้ำหมำยได้รับบริกำรเฝ้ำระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคที่เป็นปัญหำส�ำคัญ บริกำรเฝ้ำระวัง ป้องกัน
ควบคมุ โรคและภัยสุขภำพทเ่ี ป็นปัญหำรุนแรงและกลุม่ เป้ำหมำยพเิ ศษ
ปจั จัยความสาำ เร็จ
ไดร้ ับกำรสนบั สนนุ งบประมำณในกำรจัดพิมพ์ จำ� นวนทงั้ สน้ิ 100,000 บำท

ปัญหา1อ0ปุ 8สรรค

ใชเ้ วลำในกำรตรวจสอบตน้ แบบและปรบั ปรงุ แกไ้ ขนำนพอสมควร ทำ� ใหเ้ กดิ ควำมลำ่ ชำ้ จงึ ไมเ่ ปน็ ไปตำมแผนทก่ี ำ� หนดไว้
ข้อเสนอแนะการแกไ้ ข
ควรมโี ครงกำรปรบั ปรงุ มำตรฐำนในกำรด�ำเนนิ งำนโรคติดต่อทำงเพศสัมพนั ธท์ ุกๆ 4 ป

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

108 สำนกั โรคเอดส์ วณั โรค และโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสัมพนั ธ์ ป พ.ศ. 2558

2.3.11 โครงการสนบั สนนุ การจดั บรกิ ารศูนยส์ าธิตบรกิ ารบางรัก

งามตา ราชกรม

หลกั การเหตุผล
สถำนกำรณ์โรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ของไทยยังคงเป็นปัญหำท่ีน่ำกังวลอย่ำงมำกเน่ืองจำกแนวโน้มของกำรเกิด
โรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ยังคงเพ่ิมสูงข้ึนอย่ำงต่อเนื่องทุกปและท่ีส�ำคัญกำรป่วยด้วยโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์เกิดขึ้นในคนที่มี
อำยุน้อยลงทุกป ดังน้ันกำรเฝ้ำระวังป้องกันกำรติดเชื้อโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์และพฤติกรรมท่ีสัมพันธ์กับกำรเส่ียงต่อกำรติด
เชือ้ โรคติดตอ่ ทำงเพศสมั พันธเ์ ป็นภำรกิจทส่ี �ำคัญ ซ่งึ กลุ่มบำงรักโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พันธเ์ ป็นกลุ่มงำนทีต่ ้องกำรมุ่งสู่ควำมเปน็ เลิศ
ทำงด้ำนวิชำกำรและเป็นต้นแบบของกำรตรวจรักษำและบริกำรห้องปฏิบัติกำรที่มีมำตรฐำนและครบถ้วน ซึ่งในปัจจุบันบทบำท
ทำงด้ำนวิชำกำรของกลุ่มบำงรักโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์มีทั้งเป็นที่ศึกษำดูงำนของบุคลำกรทำงด้ำนสำธำรณสุขท้ังในและ
ต่ำงประเทศ เป็นศูนย์รวมข้อมูลกำรเฝ้ำระวังโรคหนองในด้ือยำ เป็นท่ีศึกษำวิจัยทำงด้ำนโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์และพฤติกรรม
ทเ่ี สยี่ งตอ่ กำรตดิ เชอ้ื โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์ จำกทก่ี ลำ่ วมำขำ้ งตน้ เปน็ เหตใุ หก้ ลมุ่ บำงรกั โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธจ์ งึ เปน็ กลมุ่ งำน
ทจ่ี ำ� เปน็ ตอ้ งมคี ลนิ กิ เปดิ ใหบ้ รกิ ำรเพอ่ื ใหม้ ปี รมิ ำณผรู้ บั บรกิ ำรทเ่ี พยี งพอในกำรทำ� วจิ ยั และเปน็ สถำนทศี่ กึ ษำดงู ำนและในกำรดำ� เนนิ
งำนป้องกันควบคุมโรติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ท่ีส�ำคัญประกำรหน่ึง คือ กำรให้บริกำรตรวจคัดกรอง/ วินิจฉัยและรักษำโรคติดต่อ
ทำงเพศสัมพันธ์ รวมถึงกำรติดตำมผู้สัมผัสโรคอย่ำงมีระบบมำตรฐำน ซ่ึงกลุ่มบำงรักโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์มีบริกำรเป็นคลินิก
เฉพำะทำงพเิ ศษ (Special clinic) ทคี่ ลนิ กิ หรอื สถำนบรกิ ำรสำธำรณสขุ ทว่ั ไปยงั ไมม่ กี ำรใหบ้ รกิ ำรเพอ่ื ใหไ้ ดม้ ำซง่ึ ขอ้ มลู ในกำรจดั ทำ� /
กำรพฒั นำมำตรฐำนกำรตรวจรกั ษำสำ� หรบั เปน็ ตน้ แบบแกส่ ถำนบรกิ ำรสำธำรณสขุ ในกำรดแู ลรกั ษำผปู้ ว่ ยโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์
ให้มีคณุ ภำพเพื่อสนองนโยบำยกำรพัฒนำคณุ ภำพกำรบรกิ ำรและเพอ่ื เป็นกำรป้องกนั กำรติดเช้ือเอชไอวีอกี ด้วย
วตั ถุประสงค์
1. เพ่ือให้เป็นคลินิกต้นแบบในกำรให้บริกำรผู้ป่วยและผู้สงสัยว่ำติดเช้ือโรคติดต่อทำงเพศสัมพันธ์ได้รับบริกำร
ทเี่ ปน็ มำตรฐำน
2. เพอื่ พัฒนำรูปแบบกำรจัดบรกิ ำรดูแลรกั ษำโรคติดตอ่ ทำงเพศสัมพันธท์ เี่ ป็นปัญหำในกลุม่ เป้ำหมำยเฉพำะ
3. เพอ่ื เปน็ แหลง่ ศกึ ษำดงู ำนแกบ่ คุ ลำกรทำงดำ้ นสำธำรณสขุ ในดำ้ นกำรจดั บรกิ ำรดแู ลรกั ษำโรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธ์
4. เพอื่ เผยแพรอ่ งคค์ วำมรเู้ ทคโนโลยกี ำรปอ้ งกนั ควบคมุ โรคตดิ ตอ่ ทำงเพศสมั พนั ธใ์ นระดบั ประเทศและนำนำชำติ
5. เพื่อนำ� องคค์ วำมร้จู ำกกำรให้บรกิ ำรมำพัฒนำกำรจดั บรกิ ำรดูแลรกั ษำโรคตดิ ต่อทำงเพศสัมพันธ์
สรุปผลการดำาเนนิ งาน
จ�ำนวนผรู้ ับบริกำร 14,697 รำย คดิ เป็นรอ้ ยละ 113.05
ปัจจัยความสาำ เรจ็
1. ผ้บู ริหำรเหน็ ควำมส�ำคัญของโครงกำร
2. ไดร้ บั ควำมร่วมมือจำกผู้เก่ียวข้องทุกฝำ่ ยในกำรสง่ ข้อมลู
ปญั หาอุปสรรค
1. มีกำรเปลย่ี นแปลงรหสั โครงกำร จำกเดิมทไ่ี ด้รับแจ้งคือ 21004 1000 2458 11200 25_1 เป็น 21004 1000
24 J 4695 5811200 25_1 ทำ� ใหห้ นงั สอื รำยงำนขอซอ้ื และหนงั สอื ขออนมุ ตั ซิ อื้ ตำ่ งๆ ทไี่ ดด้ ำ� เนนิ ไปแลว้ นน้ั ตอ้ งปรบั แกร้ หสั โครงกำร
2. กำรเร่งรัดใช้จ่ำยงบประมำณในไตรมำสที่2ท�ำให้กำรเบิกจ่ำยไม่เป็นไปตำมเป้ำหมำยเพรำะงบประมำณที่ใช้
ในโครงกำรต้องอำศยั เวลำเชน่ กำรจำ่ ยค่ำล่วงเวลำ
3. กำรลงรำยงำนกำรใชจ้ ำ่ ยงบประมำณของโครงกำร (งำนกำรเงินเปน็ ผูร้ ำยงำนในระบบ ESM) ไมส่ อดคล้องกบั
กำรใชจ้ ำ่ ยจริงคือนอ้ ยกว่ำจำ� นวนจรงิ ที่โครงกำรได้ใช้จำ่ ยไป

ÃÒ§ҹ¼Å¡ÒôÓà¹¹Ô §Ò¹

สำนกั โรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทำงเพศสมั พนั ธ์ ป พ.ศ. 2558 109


Click to View FlipBook Version