The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

I9 พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by E-Library DAS, 2021-10-01 05:15:49

พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550

I9 พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550

Keywords: I9,พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ 2550

สารบัญ หนา

พระราชบญั ญตั สิ ุขภาพแหง ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ ๑
หมวด ๑ สิทธแิ ละหนาท่ีดา นสุขภาพ ๔
หมวด ๒ คณะกรรมการสุขภาพแหง ชาติ ๗
หมวด ๓ สาํ นักงานคณะกรรมการสุขภาพแหงชาติ ๑๔
หมวด ๔ สมชั ชาสขุ ภาพ ๒๑
หมวด ๕ ธรรมนูญวา ดวยระบบสุขภาพแหงชาติ ๒๓
หมวด ๖ บทกําหนดโทษ ๒๕
บทเฉพาะกาล ๒๕

พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐


พระราชบญั ญตั สิ ุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ๑ พระราชบัญญัติน้ีเรียกวา “พระราชบัญญัติสุขภาพ
แหงชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐”

มาตรา ๒๑[๑] พระราชบัญญัติน้ีใหใชบังคับต้ังแตวันถัดจากวัน
ประกาศในราชกจิ จานุเบกษาเปนตนไป

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตนิ ้ี
“สุขภาพ” หมายความวา ภาวะของมนุษยที่สมบูรณทั้งทางกาย
ทางจิต ทางปญ ญา และทางสงั คม เชื่อมโยงกนั เปนองครวมอยางสมดุล
“ปญ ญา” หมายความวา ความรูทั่ว รูเ ทา ทันและความเขาใจอยาง
แยกไดในเหตผุ ลแหงความดี ความชัว่ ความมปี ระโยชนและความมีโทษ
ซึง่ นําไปสคู วามมีจติ อันดงี ามและเอ้ือเฟอ เผื่อแผ
“ระบบสุขภาพ” หมายความวา ระบบความสัมพันธท้ังมวลท่ี
เกยี่ วของกับสขุ ภาพ
“บริการสาธารณสุข” หมายความวา บริการตาง ๆ อันเกี่ยวกับ
การสรางเสริมสุขภาพการปองกันและควบคุมโรคและปจจัยที่คุกคาม
สขุ ภาพ การตรวจวนิ จิ ฉัยและบําบัดสภาวะความเจ็บปวย และการฟนฟู
สมรรถภาพของบคุ คล ครอบครัวและชมุ ชน
“บุคลากรดานสาธารณสุข ” หมายความวา ผูใหบริการ
สาธารณสขุ ที่มีกฎหมาย ระเบียบ หรอื ขอกําหนดรองรบั
“ผูประกอบวิชาชีพดานสาธารณสุข” หมายความวา ผูประกอบ
วิชาชพี ตามกฎหมายวาดวย สถานพยาบาล

๑[๑] ราชกิจจานุเบกษา เลม ๑๒๔/ตอนท่ี ๑๖ ก/หนา ๑/๑๙ มีนาคม
๒๕๕๐


พระราชบญั ญตั ิสุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

“สมัชชาสขุ ภาพ” หมายความวา กระบวนการท่ีใหประชาชนและ
หนวยงานของรัฐท่ีเก่ียวของไดรวมแลกเปล่ียนองคความรูและเรียนรู
อยางสมานฉันท เพื่อนําไปสูการเสนอแนะนโยบายสาธารณะ เพ่ือ
สุขภาพหรือความมีสุขภาพของประชาชน โดยจัดใหมีการประชุมอยาง
เปนระบบและอยางมสี วนรวม

“กรรมการ” หมายความวา กรรมการสุขภาพแหง ชาติ
“คณะกรรมการสรรหา” หมายความวา คณะกรรมการสรรหา
กรรมการสขุ ภาพแหงชาติ
“เลขาธิการ” หมายความวา เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพ
แหง ชาติ
“สํานักงาน” หมายความวา สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพ
แหงชาติ
“คณะกรรมการบริหาร” หมายความวา คณะกรรมการบริหาร
สาํ นกั งานคณะกรรมการสุขภาพแหงชาติ
“กรรมการบริหาร” หมายความวา กรรมการในคณะกรรมการ
บรหิ าร
“หนวยงานของรัฐ” หมายความวา ราชการสวนกลาง ราชการ
สวนภูมิภาค ราชการสวนทองถิ่นรัฐวิสาหกิจ องคกรควบคุมการ
ประกอบวชิ าชีพ องคการมหาชนและหนว ยงานอน่ื ของรัฐ
“รั ฐ มน ต รี ” หมา ย ค ว า มว า รั ฐ มน ต รี ผู รั ก ษ า ก า รต า ม
พระราชบญั ญัติน้ี
มาตรา ๔ ใหนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีวาการกระทรวง
สาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และใหมีอํานาจออก
กฎกระทรวง เพ่อื ปฏบิ ัตกิ ารตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี


พระราชบญั ญัตสิ ุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

กฎกระทรวงน้ันเม่ือไดประกาศในราชกิจจานุเบกษาแลว ใหใช
บงั คับได

หมวด ๑
สิทธแิ ละหนาท่ดี า นสุขภาพ

มาตรา ๕ บุคคลมีสิทธิในการดํารงชีวิตในส่ิงแวดลอมและ
สภาพแวดลอ มทเี่ อ้อื ตอสุขภาพ

บุคคลมีหนาที่รวมกับหนวยงานของรัฐในการดําเนินการใหเกิด
สิง่ แวดลอมและสภาพแวดลอมตามวรรคหน่ึง

มาตรา ๖ สุขภาพของหญิงในดานสุขภาพทางเพศและสุขภาพ
ของระบบเจริญพันธุซงึ่ มคี วามจําเพาะ ซับซอนและมีอิทธิพลตอสุขภาพ
หญิงตลอดชวงชีวิต ตองไดรับการสรางเสริม และคุมครองอยาง
สอดคลอ งและเหมาะสม

สขุ ภาพของเด็ก คนพกิ าร คนสงู อายุ คนดอ ยโอกาสในสังคมและ
กลุมคนตา ง ๆ ที่มคี วามจําเพาะในเรือ่ งสขุ ภาพตองไดร บั การสรางเสริม
และคุม ครองอยา งสอดคลองและเหมาะสมดว ย

มาตรา ๗ ขอ มูลดา นสขุ ภาพของบคุ คล เปนความลับสว นบุคคล
ผูใดจะนาํ ไปเปดเผยในประการท่ีนา จะทําใหบุคคลน้ันเสยี หายไมได เวน
แตการเปด เผยน้ันเปนไปตามความประสงคข องบุคคล น้นั โดยตรง หรือ
มกี ฎหมายเฉพาะบัญญัติใหต องเปดเผย แตไมวาในกรณีใด ๆ ผูใดจะ
อาศัยอํานาจหรอื สิทธิตามกฎหมายวาดวยขอมลู ขา วสารของราชการหรือ


พระราชบัญญัติสขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

กฎหมายอื่นเพอ่ื ขอเอกสารเกยี่ วกบั ขอมลู ดานสุขภาพของบุคคลท่ีไมใช
ของตนไมได

มาตรา ๘ ในการบริการสาธารณสุข บุคลากรดานสาธารณสุข
ตองแจงขอมูลดานสุขภาพท่ีเกี่ยวของกับการใหบริการใหผูรับบริการ
ทราบอยางเพียงพอที่ผูรับบริการจะใชประกอบการตัดสินใจในการรับ
หรอื ไมรบั บริการใด และในกรณีที่ผูรับบรกิ ารปฏเิ สธไมรับบริการใด จะ
ใหบ ริการนั้นมิได

ในกรณีท่เี กิดความเสียหายหรอื อนั ตรายแกผ รู บั บริการเพราะเหตุ
ที่ผูรับบริการปกปด ขอเท็จจริงที่ตนรูและควรบอกใหแจง หรือแจง
ขอ ความอนั เปน เทจ็ ผูใ หบริการไมต อ งรับผดิ ชอบในความเสียหายหรือ
อนั ตรายนนั้ เวนแตเปนกรณที ี่ผใู หบ รกิ ารประมาทเลนิ เลอ อยา งรายแรง

ความในวรรคหน่ึงมใิ หใชบ งั คบั กบั กรณีดังตอ ไปน้ี
(๑) ผูรับบริการอยูในภาวะท่ีเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตและมีความ
จาํ เปนตอ งใหค วามชว ยเหลือเปนการรบี ดว น
(๒) ผูรบั บรกิ ารไมอ ยูใ นฐานะทจ่ี ะรับทราบขอมูลได และไมอาจ
แจงใหบุคคลซึ่งเปนทายาทโดยธรรมตามประมวลกฎหมายแพงและ
พาณิชย ผูปกครอง ผูปกครองดูแล ผูพิทักษ หรือผูอนุบาลของ
ผูร ับบรกิ าร แลวแตก รณี รับทราบขอ มลู แทนในขณะน้นั ได
มาตรา ๙ ในกรณีท่ีผูประกอบวิชาชีพดานสาธารณสุขประสงค
จะใชผูรับบริการเปนสวนหนึ่งของการทดลองในงานวิจัย ผูประกอบ
วิชาชีพดานสาธารณสุขตองแจงใหผูรับบริการทราบลวงหนา และตอง
ไดรับความยินยอมเปนหนังสือจากผูรับบริการกอนจึงจะดําเนินการได
ความยินยอมดังกลาว ผรู บั บรกิ ารจะเพิกถอนเสยี เม่อื ใดกไ็ ด


พระราชบัญญตั ิสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ๑๐ เมอ่ื มีกรณที ่จี ะมผี ลกระทบตอ สขุ ภาพของประชาชน
เกิดข้ึน หนวยงานของรัฐท่ีมีขอมูลเก่ียวกับกรณีดังกลาว ตองเปดเผย
ขอมูลน้ันและวิธีปองกันผลกระทบตอสุขภาพใหประชาชนทราบและ
จัดหาขอมูลใหโ ดยเรว็

การเปดเผยขอ มลู ตามวรรคหน่ึงตองไมมีลักษณะเปนการละเมิด
สิทธสิ วนบคุ คลของบุคคลใดเปนการเฉพาะ

มาตรา ๑๑ บุคคลหรือคณะบุคคลมีสิทธิรองขอใหมีการ
ประเมินและมีสิทธิรวมในกระบวนการประเมินผลกระทบดานสุขภาพ
จากนโยบายสาธารณะ

บุคคลหรือคณะบุคคลมีสิทธิไดรับรูขอมูล คําช้ีแจง และเหตุผล
จากหนวยงานของรัฐกอนการอนุญาตหรือการดําเนินโครงการหรือ
กจิ กรรมใดทอี่ าจมีผลกระทบตอสุขภาพของตนหรอื ของชมุ ชนและแสดง
ความเห็นของตนในเรื่องดงั กลา ว

มาตรา ๑๒ บุคคลมีสิทธิทําหนังสือแสดงเจตนาไมประสงคจะ
รับบริการสาธารณสุขท่ีเปนไปเพียงเพื่อยืดการตายในวาระสุดทายของ
ชีวติ ตน หรอื เพื่อยตุ ิการทรมานจากการเจ็บปว ยได

การดาํ เนินการตามหนงั สือแสดงเจตนาตามวรรคหนึ่ง ใหเปนไป
ตามหลักเกณฑแ ละวิธีการทกี่ ําหนดในกฎกระทรวง

เม่ือผูประกอบวิชาชีพดานสาธารณสุขไดปฏิบัติตามเจตนาของ
บุคคลตามวรรคหนึ่งแลวมิใหถือวาการกระทําน้ันเปนความผิดและให
พนจากความรบั ผดิ ท้ังปวง


พระราชบัญญตั ิสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

หมวด ๒
คณะกรรมการสขุ ภาพแหง ชาติ

มาตรา ๑๓ ใหม คี ณะกรรมการสุขภาพแหงชาติ เรียกโดยยอวา
“คสช.” ประกอบดว ย

(๑) นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรี
มอบหมาย เปน ประธานกรรมการ

(๒) รัฐมนตรีวาการกระทรวงสาธารณสุข เปนรองประธาน
กรรมการ

(๓) รัฐมนตรวี า การกระทรวงที่นายกรัฐมนตรีกําหนดจํานวนไม
เกนิ หาคน เปน กรรมการ

(๔) ประธานสภาท่ีปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ เปน
กรรมการ

(๕) ประธานกรรมการสทิ ธมิ นุษยชนแหง ชาติ เปนกรรมการ
(๖) ผูแทนองคกรปกครองสวนทองถิ่นซ่ึงเลือกกันเองจํานวนสี่
คน เปน กรรมการ
(๗) ผูแทนองคกรวิชาชีพดานสาธารณสุขที่มีกฎหมายจัดต้ัง
องคกรละหนง่ึ คน เปน กรรมการ
(๘) ผูแทนคณะกรรมการวชิ าชพี ท่ีจัดต้ังขึ้นตามกฎหมายวาดวย
การประกอบโรคศิลปะ ซึ่งเลือกกนั เองจาํ นวนหนึ่งคน เปนกรรมการ
(๙) ผูทรงคุณวุฒิดานตาง ๆ ซ่ึงตองไมเปนผูประกอบวิชาชีพ
ดา นสาธารณสุขโดยเลอื กกนั เองจาํ นวนหกคน เปน กรรมการ


พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

(๑๐) ผูแทนองคกรภาคเอกชนที่ไมแสวงหากําไร ไมวาจะจด
ทะเบียนเปนนิติบุคคลหรือไม ซ่ึงเลือกกันเองจํานวนสิบสามคน เปน
กรรมการ

ใหเลขาธิการเปนกรรมการและเลขานุการ และใหเลขาธิการ
แตงตัง้ พนกั งานของสํานกั งานไมเ กนิ สองคนเปน ผูช ว ยเลขานุการ

มาตรา ๑๔ กรรมการตามมาตรา ๑๓ (๖) (๗) (๘) (๙) และ
(๑๐) ตอ งมีคณุ สมบัติและไมมีลกั ษณะตองหา ม ดงั ตอไปนี้

(๑) มสี ัญชาติไทย
(๒) มอี ายไุ มตํา่ กวายีส่ บิ ปบ รบิ รู ณ
(๓) ไมเปนผูมีความผิดปกติทางจิตอันเปนอุปสรรคตอการ
ปฏบิ ตั ิหนาท่ี
(๔) ไมต ดิ ยาเสพตดิ ใหโ ทษ
(๕) ไมเคยถูกลงโทษทางวินัยถึงไลออก ปลดออกหรือใหออก
จากหนว ยงานของรฐั
(๖) ไมเ คยไดรับโทษจําคุกโดยคําพิพากษาถึงท่ีสุดใหจําคุก เวน
แตเปนโทษสําหรับความผิดที่ไดกระทําโดยประมาทหรือความผิดลหุ
โทษ
มาตรา ๑๕ การเลือกกรรมการตามมาตรา ๑๓(๖) ให
ดําเนนิ การ ดงั น้ี
(๑) ใหผูวาราชการกรุงเทพมหานคร นายกเมืองพัทยาและ
หวั หนา ผูบริหารองคกรปกครองสวนทองถิ่นท่ีมีกฎหมายจัดตั้งข้ึนเปน
การเฉพาะทาํ นองเดียวกัน ดําเนินการเลือกกันเองใหไดกรรมการหน่ึง
คน


พระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

(๒) ใหน ายกเทศมนตรีทุกแหงเลือกกันเองใหไดกรรมการหนึ่ง
คน

(๓) ใหน ายกองคการบริหารสวนจังหวัดทุกแหงเลือกกันเองให
ไดกรรมการหนึ่งคน

(๔) ใหน ายกองคการบริหารสว นตาํ บลทุกแหงเลือกกันเองใหได
กรรมการหน่งึ คน

การเลือกกรรมการตาม (๒) (๓) และ (๔) คณะกรรมการสรร
หาจะจัดใหม กี ารประชุมเพ่ือเลือกกันเอง หรือจะจัดใหมีการสมัครและ
ใหลงคะแนนเลือกกันเองทางไปรษณียหรือวิธีอ่ืนใดก็ได ทั้งน้ี ตาม
วธิ ีการท่ีคณะกรรมการสรรหาประกาศกาํ หนด

มาตรา ๑๖ การเลือกกรรมการตามมาตรา ๑๓ (๘) ใหเปนไป
ตามวิธีการทคี่ ณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะตามกฎหมายวาดวย
การประกอบโรคศิลปะกาํ หนด

มาตรา ๑๗ การเลือกกรรมการตามมาตรา ๑๓ (๙) ใหเปนไป
ตามหลกั เกณฑแ ละวธิ ีการท่ีคณะกรรมการสรรหาประกาศกําหนด

ในการกาํ หนดหลกั เกณฑต ามวรรคหน่งึ ใหค ณะกรรมการสรรหา
แยกกลุมของผทู รงคุณวุฒดิ า นตาง ๆ เปน หกกลุม และใหผูทรงคุณวุฒิ
ของแตละกลมุ เลือกกนั เองใหไดกรรมการกลมุ ละหน่งึ คน

การจัดใหผูทรงคุณวุฒิผูใดอยูในกลุมผูทรงคุณวุฒิกลุมใด ให
เปนไปตามที่ผูทรงคุณวุฒิแสดงความจํานงตอคณะกรรมการสรรหา
และคณะกรรมการสรรหาจะเสนอช่ือบุคคลเขาอยูในบัญชีรายชื่อของ
กลุมผูทรงคุณวุฒิแตละกลุมตามท่ีเห็นสมควรดวยก็ได แตตองไมเกิน
หนึ่งในสามของจํานวน ผูทรงคุณวุฒิที่แสดงความจํานงในแตละกลุม


พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

เวนแตมีผูแสดงความจํานงนอยกวาหาคน ใหคณะกรรมการสรรหา
เสนอไดไมเ กินหา คน

ผทู รงคุณวุฒิซ่ึงแสดงความจํานงเพ่ือเขาอยูในกลุมใดตามวรรค
สามตองมีคุณสมบัติเฉพาะตามที่คณะกรรมการสรรหากําหนดสําหรับ
กลมุ นน้ั และจะแสดงความจํานงเขาอยใู นกลมุ ใดเกนิ หนึ่งกลุมมิได

การแยกกลมุ ผูทรงคณุ วุฒิตามวรรคสองใหประกาศใหประชาชน
ทราบเปน การท่ัวไปลวงหนาไมนอยกวา หกสบิ วนั กอ นมีการเลือก และให
ประกาศแยกกลุมใหมท ุกครั้งท่จี ะมกี ารเลือก

มาตรา ๑๘ การเลือกกรรมการตามมาตรา ๑๓ (๑๐) ให
คณะกรรมการสรรหาดาํ เนนิ การดังตอไปนี้

(๑) จัดกลุมขององคกรภาคเอกชนตามลักษณะของกิจกรรมท่ี
ดาํ เนนิ งานเกย่ี วกบั สขุ ภาพ

(๒) จัดใหองคกรภาคเอกชนในแตละจังหวัดท่ีประสงคจะมีสวน
รวมมาขน้ึ ทะเบียนในกลมุ ตาง ๆ ตาม (๑)

(๓) จัดใหผูซ่ึงมีหนังสือมอบหมายใหเปนผูแทนขององคกร
ภาคเอกชนท่ขี ้ึนทะเบยี นตาม (๒) ของแตละจังหวัดมาเลือกกันเองใน
แตละกลมุ ใหเหลอื กลมุ ละหนึง่ คน

(๔) จัดใหผูไดรับการเลือกเปนผูแทนของแตละกลุมในแตละ
จังหวัดตาม (๓) มาประชุมรวมกันและเลือกกันเองใหเหลือผูแทน
จงั หวดั ละหนึง่ คน

(๕) ประกาศกําหนดพ้ืนท่ีของประเทศออกเปนสิบสามเขต โดย
ใหกรุงเทพมหานครเปนหนึ่งเขต และใหผูแทนตาม (๔) ของแตละ
จังหวัดในแตล ะเขต ยกเวน กรุงเทพมหานครมาประชุมรวมกนั และเลือก
กันเองใหเหลอื เขตละหนงึ่ คน

๑๐
พระราชบญั ญัติสขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

การดําเนินการตามวรรคหน่ึง ใหเปนไปตามหลักเกณฑ วิธีการ
และระยะเวลาทีค่ ณะกรรมการสรรหาประกาศกาํ หนด

มาตรา ๑๙ ใหมีคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่ง ซ่ึง คสช.
แตง ตัง้ ประกอบดว ย

(๑) กรรมการตามมาตรา ๑๓ (๗) (๘) (๙) หรือ (๑๐) หนึ่ง
คน เปน ประธานคณะกรรมการสรรหา

(๒) ผทู รงคุณวุฒซิ ึ่งแตงต้ังจากผูแทนกระทรวงสาธารณสุขหน่ึง
คน ผูประกอบวิชาชีพดานสาธารณสุขหน่ึงคน ศาสตราจารยของ
มหาวทิ ยาลัยของรัฐซงึ่ มใิ ชเปนผปู ระกอบวชิ าชพี ดานสาธารณสุขหนึง่ คน
ผูประกอบอาชีพส่ือมวลชนหนึ่งคน ผูซึ่งทําหนาท่ีเปนผูแทนตาม
กฎหมายขององคกรภาคเอกชนทีเ่ ปน นิติบุคคลและดําเนินงานเกี่ยวกับ
สุขภาพโดยไมแสวงหากาํ ไรหน่ึงคน เปนกรรมการ

(๓) เลขาธิการเปน เลขานกุ ารคณะกรรมการสรรหา
มาตรา ๒๐ ใหคณะกรรมการสรรหามีหนาท่ีและอํานาจ
ดงั ตอไปนี้
(๑) กําหนดวิธีการ หลักเกณฑและระยะเวลา ตลอดจน
ดําเนนิ การอนื่ ใดตามทีบ่ ญั ญตั ิไวใน มาตรา ๑๕ มาตรา ๑๗ และมาตรา
๑๘
(๒) แตงต้ังคณะอนุกรรมการเพ่ือใหปฏิบัติหนาท่ีตามที่
คณะกรรมการสรรหามอบหมาย
มาตรา ๒๑ กรรมการตามมาตรา ๑๓ (๖) (๗) (๘) (๙) และ
(๑๐) มีวาระการดํารงตําแหนงคราวละส่ีป โดยกรรมการตามมาตรา

๑๑
พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

๑๓ (๗) (๘) (๙) และ (๑๐) จะดํารงตาํ แหนงเกนิ สองวาระติดตอกัน
มิได

ใหกรรมการทพ่ี นจากตําแหนงตามวาระอยูใ นตาํ แหนงเพอ่ื ปฏบิ ตั ิ
หนาทตี่ อ ไปจนกวา กรรมการท่ไี ดร ับการแตงต้งั แทนตนจะเขารับหนาที่

เม่ือกรรมการจะพนจากตําแหนงตามวาระ ใหดําเนินการเลือก
เพือ่ แตง ตั้งกรรมการประเภทเดียวกนั แทนกอนวันครบวาระไมนอยกวา
เกา สบิ วนั

ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพนจากตําแหนงกอนครบวาระ
ใหดําเนินการเลือกกรรมการประเภทเดียวกันแทนภายในหนึ่งรอยยี่สิบ
วันนับแตวันท่ีตาํ แหนงกรรมการนั้นวางลง และใหผูไดรับแตงต้ังอยูใน
ตําแหนง เทา กบั วาระทีเ่ หลอื อยขู องกรรมการซงึ่ ตนแทน

ในกรณีท่ีวาระของกรรมการที่พนจากตําแหนงกอนครบวาระ
เหลอื อยไู มถงึ หนึ่งป และยังมีกรรมการประเภทเดียวกันเหลืออยู หรือ
แมไ มมีกรรมการประเภทเดยี วกันเหลืออยู แตม ีวาระเหลอื อยูไมถึงหน่ึง
รอยแปดสบิ วัน จะไมดาํ เนนิ การเลอื กเพอ่ื แตง ต้ังแทนตําแหนงท่ีวางนั้น
ก็ได และในกรณีน้ใี ห คสช. ประกอบดว ยกรรมการทเ่ี หลอื อยู

มาตรา ๒๒ นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระ กรรมการ
ตามมาตรา ๑๓ (๖) พนจากตาํ แหนง เม่อื พน จากตําแหนงตามท่ีระบุไว
ในมาตรา ๑๕ (๑) (๒) (๓) หรอื (๔) แลว แตกรณี

มาตรา ๒๓ นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระ กรรมการ
ตามมาตรา ๑๓ (๖) (๗) (๘) (๙) และ (๑๐) พนจากตําแหนง เม่อื

(๑) ตาย
(๒) ลาออก

๑๒
พระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

(๓) ถูกจําคุก
(๔) คสช. มีมติไมนอยกวาสองในสามของจํานวนกรรมการ
ท้ังหมดเทาท่ีมีอยูใหออกเพราะบกพรองตอหนาท่ี มีความประพฤติ
เสื่อมเสียหรอื หยอนความสามารถ
(๕) ขาดคณุ สมบัตหิ รือมลี กั ษณะตองหา มตามมาตรา ๑๔
มาตรา ๒๔ หลักเกณฑและวิธีการการประชุม คสช. และการ
ปฏบิ ัติงานของ คสช. ใหเปน ไปตามระเบียบท่ี คสช. กําหนด
มาตรา ๒๕ ให คสช. มีหนา ท่แี ละอํานาจ ดังตอ ไปน้ี
(๑) จัดทําธรรมนูญวาดวยระบบสุขภาพแหงชาติเพ่ือเสนอ
คณะรัฐมนตรีพจิ ารณาใหค วามเห็นชอบ
(๒) เสนอแนะหรือใหคําปรึกษาตอคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับ
นโยบายและยุทธศาสตรดานสุขภาพ และติดตามผลการดําเนินงาน
ตามท่ีไดเสนอแนะหรือใหคําปรึกษาดังกลาวพรอมท้ังเปดเผยให
สาธารณชนทราบดว ย
(๓) จดั ใหม สี มชั ชาสขุ ภาพแหงชาติและสนับสนุนในการจัดใหมี
สมัชชาสุขภาพเฉพาะพืน้ ท่ี หรือสมัชชาสุขภาพเฉพาะประเดน็
(๔) จัดใหมี หรือสงเสริม สนับสนุนใหมีกระบวนการในการ
พัฒนานโยบายและยุทธศาสตรดานสุขภาพเพ่ือใหเกิดการดําเนินงาน
อยา งตอเนือ่ ง และมีสว นรวมจากทุกฝาย
(๕) กําหนดหลักเกณฑและวิธีการในการติดตามและประเมินผล
เกี่ยวกับระบบสุขภาพแหงชาติและผลกระทบดานสุขภาพท่ีเกิดจาก
นโยบายสาธารณะทั้งระดับนโยบายและระดบั ปฏิบัติการ

๑๓
พระราชบญั ญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

(๖) เสนอแนะหรือใหคําปรึกษาในการแกไขเพ่ิมเติม
พระราชบัญญัตินี้ หรอื การออกกฎกระทรวงตามพระราชบัญญตั ินี้

(๗) กําหนดนโยบาย และกํากับดูแลการดําเนินการของ
คณะกรรมการบริหารและสาํ นกั งาน

(๘) แตงต้ังคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการหรือคณะทํางาน
เพอ่ื ใหปฏบิ ัตหิ นาทต่ี าม ท่ี คสช. มอบหมาย

(๙) วางระเบียบวาดวยเบ้ียประชุมท่ีมิใชเบี้ยประชุมของ คสช.
และระเบียบวาดวยคาใชจายในการเดินทาง และคาใชจายอื่นในการ
ปฏิบตั ิหนา ทต่ี ามพระราชบญั ญตั ินี้

(๑๐) ปฏิบัติหนาที่อ่ืนตามที่กําหนดไวในพระราชบัญญัติน้ีหรือ
กฎหมายอื่น หรือตามทค่ี ณะรัฐมนตรีมอบหมาย

ขอ เสนอแนะหรือคํา ปรกึ ษาเกย่ี วกับนโยบายและยทุ ธศาสตรดา น
สุขภาพตาม (๒) ตองสอดคลองกับธรรมนูญวาดวยระบบสุขภาพ
แหงชาติ และคํานงึ ถึงขอเสนอแนะของสมัชชาสุขภาพดว ย

หมวด ๓
สาํ นกั งานคณะกรรมการสุขภาพแหงชาติ

มาตรา ๒๖๒[๒] ใหจ ดั ตง้ั สํานกั งานคณะกรรมการสขุ ภาพแหงชาติ
ขึ้นเปนหนวยงานของรัฐท่ีไมเปนสวนราชการตามกฎหมายวาดวย

๒[๒] มาตรา ๒๖ วรรคหน่ึง แกไขเพ่ิมเติมโดยพระราชบัญญัติสุขภาพแหงชาติ
(ฉบบั ที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓

๑๔
พระราชบัญญตั สิ ขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

ระเบียบบริหารราชการแผนดิน และไมเปนรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายวา
ดว ยวธิ กี ารงบประมาณหรือกฎหมายอ่นื

ใ ห สํ า นั ก ง า น มี ฐ า น ะ เ ป น นิ ติ บุ ค ค ล แ ล ะ อ ยู ใ น กํ า กั บ ข อ ง
นายกรฐั มนตรี

กจิ การของสํานกั งานไมอยภู ายใตบังคับแหงกฎหมายวาดวยการ
คมุ ครองแรงงาน กฎหมายวาดวยแรงงานสัมพันธ กฎหมายวาดวยการ
ประกันสังคมและกฎหมายวาดวยเงินทดแทน แตพนักงานและลูกจาง
ของสํานักงานตองไดรับประโยชนตอบแทนไมนอยกวาที่กําหนดไวใน
กฎหมายดงั กลา ว

มาตรา ๒๗ ใหสํานักงานมีหนาที่และอํานาจ ดังตอไปน้ี
(๑) รบั ผิดชอบงานธุรการของ คสช. และคณะกรรมการบริหาร
(๒) ประสานงานกับหนว ยงานดานนโยบายและยุทธศาสตรของ
รัฐบาลและหนว ยงานอ่ืน ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนท่ีดําเนินงานเกี่ยวกับ
เรื่องสุขภาพ และดําเนินการเพ่ือใหเกิดการทํางานรวมกันในระดับ
นโยบาย ยุทธศาสตรและแผนงานดา นสขุ ภาพ
(๓) สํารวจ ศึกษาและวเิ คราะหข อมูลตาง ๆ รวมท้ังสถานการณ
ของระบบสุขภาพเพ่ือจัดทําเปนรายงานหรือเพื่อประโยชนในการ
ดําเนนิ การตามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
(๔) ดําเนินการเพ่ือใหการจัดสมัชชาสุขภาพแหงชาติ และการ
สนับสนุนการจัดสมัชชาสุขภาพเฉพาะพ้ืนท่ีและสมัชชาสุขภาพเฉพาะ
ประเดน็ บรรลุผลตามมติของ คสช.
(๕) ปฏิบัติหนาท่ีอ่ืนตามท่ีกําหนดไวในพระราชบัญญัติน้ีหรือ
ตามกฎหมายอนื่ หรือตามทคี่ ณะรฐั มนตรีหรอื คสช. มอบหมาย

๑๕
พระราชบัญญัตสิ ขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ๒๘ รายไดของสํานกั งาน ประกอบดว ย
(๑) เงนิ อุดหนุนทัว่ ไปทรี่ ัฐบาลจดั สรรใหตามความเหมาะสมเปน
รายป
(๒) เงนิ หรือทรัพยส นิ ทมี่ ีผูบ รจิ าคให
(๓) เงินหรือทรัพยสินอ่ืนทตี่ กเปน ของสํานักงาน
(๔) รายไดจากการดําเนนิ กจิ การของสาํ นกั งาน
(๕) ดอกผลของเงนิ หรือทรัพยส นิ ตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔)
มาตรา ๒๙ บรรดารายไดข องสาํ นกั งานตามมาตรา ๒๘ ไมเปน
รายไดทต่ี อ งนาํ สง กระทรวงการคลังตามกฎหมายวาดวยเงินคงคลังและ
กฎหมายวาดว ยวธิ ีการงบประมาณ
ทรัพยสินของสํานักงานไมอยูในความรับผิดแหงการบังคับคดี
และบุคคลใดจะยกอายุความข้นึ เปนขอตอสูสํานักงานในเรื่องทรัพยสิน
ของสํานักงานมไิ ด
บรรดาอสังหาริมทรัพยท่ีสํานักงานไดมาโดยมีผูบริจาคใหหรือ
ไดมาโดยการซื้อหรือแลกเปล่ียนจากรายไดตามมาตรา ๒๘ (๒) (๓)
(๔) หรอื (๕) ของสาํ นกั งาน ใหเ ปนกรรมสทิ ธข์ิ องสาํ นักงาน
ใหสํานักงานมีอํานาจในการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา ใช และ
จัดหาประโยชนจ ากทรัพยสินของสํานักงาน
บรรดาอสังหาริมทรัพยท่ีสํานักงานไดมาโดยใชเงินรายไดตาม
มาตรา ๒๘ (๑) ใหตกเปนที่ราชพัสดุ แตสํานักงานมีอํานาจในการ
ปกครอง ดแู ล บํารงุ รักษา ใช และจดั หาประโยชนไ ด
มาตรา ๓๐ การเก็บรักษาและการใชจายเงินของสํานักงานให
เปนไปตามระเบยี บท่คี ณะกรรมการบริหารกําหนด

๑๖
พระราชบญั ญัติสุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

การบัญชีของสํานักงาน ใหจัดทําตามหลักสากลตามแบบและ
หลักเกณฑท่ีคณะกรรมการบริหารกําหนด และตองจัดใหมีการ
ตรวจสอบภายในเก่ยี วกบั การเงนิ การบญั ชี และการพัสดุของสํานักงาน
ตลอดจนรายงานผลการตรวจสอบใหคณะกรรมการบริหารทราบอยาง
นอยปล ะครัง้

ใหสํานักงานจัดทํางบการเงนิ ซงึ่ อยา งนอ ยตอ งประกอบดว ยงบดุล
และบัญชีทําการสงผูสอบบัญชีภายในหน่ึงรอยย่ีสิบวันนับแตวันส้ินป
บญั ชีของทกุ ป

ใ น ทุ ก ร อ บ ป ใ ห สํ า นั ก ง า น ก า ร ต ร ว จ เ งิ น แ ผ น ดิ น ห รื อ
บุคคลภายนอกตามท่ีคณะกรรมการบริหารแตงตั้งดวยความเห็นชอบ
ของสาํ นกั งานการตรวจเงินแผนดินเปนผูสอบบัญชีและประเมินผลการ
ใชจ ายเงนิ และทรัพยสินของสาํ นักงาน โดยใหแ สดงความคิดเห็นเปนขอ
วเิ คราะหว าการใชจายดงั กลาว เปนไปตามวัตถุประสงค ประหยัด และ
ไดผลตามเปาหมายเพียงใด แลวทํารายงานผลการสอบบัญชี เสนอตอ
คสช.

ภายในหนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันสิ้นปบัญชีของทุกป ให
สํานกั งานทาํ รายงานประจําปเสนอตอ คณะกรรมการบรหิ ารเพอื่ เสนอตอ
คสช. และรัฐมนตรีเพ่ือทราบ โดยแสดงงบการเงินและบัญชีทําการท่ี
ผูสอบบัญชีรับรองวาถูกตองแลว พรอมท้ังรายงานของผูสอบบัญชี
รวมทงั้ แสดงผลงานของสํานักงานในปท ี่ลว งมาดวย

มาตรา ๓๑ ใหมีเลขาธิการคนหนึ่งเปนผูรับผิดชอบการ
บรหิ ารงานของสํานกั งานขึน้ ตรงตอ คสช. มหี นา ท่ีควบคุมดแู ลโดยท่ัวไป
ซึ่งงานของสํานักงาน และเปนผูบังคับบัญชาพนักงานและลูกจางใน

๑๗
พระราชบัญญตั ิสขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

สํานักงาน โดยอาจมีรองเลขาธิการตามจํานวนท่ีคณะกรรมการบริหาร
กาํ หนดเปนผชู ว ย สง่ั และปฏบิ ตั ิงานตามทีเ่ ลขาธิการมอบหมายกไ็ ด

คุณสมบัติของเลขาธิการและรองเลขาธิการ ใหเปนไปตามท่ี
คณะกรรมการบริหารกําหนดโดยความเหน็ ชอบของ คสช.

ใ ห น า ย ก รั ฐ ม น ต รี มี อํ า น า จ แ ต ง ตั้ ง เ ล ข า ธิ ก า ร จ า ก บุ ค ค ล ที่
คณะกรรมการบริหารคดั เลอื ก และ คสช. ใหความเหน็ ชอบแลว

หลกั เกณฑและวิธกี ารคัดเลือกเลขาธิการตามวรรคสามใหเปนไป
ตามระเบียบท่ี คสช. กาํ หนด

เลขาธิการมีอํานาจแตงตั้งรองเลขาธิการโดยความเห็นชอบของ
คณะกรรมการบริหาร

มาตรา ๓๒ ใหเลขาธิการมีวาระการดํารงตําแหนงคราวละส่ีป
และอาจไดรับแตงตั้งอีกไดแตจะดํารงตําแหนงเกินสองวาระติดตอกัน
มไิ ด

เม่ือเลขาธิการพนจากตาํ แหนง ใหร องเลขาธิการพนจากตําแหนง
ดว ย

เม่อื ตาํ แหนง เลขาธิการวางลงและยงั ไมมีการแตงตง้ั เลขาธิการคน
ใหม ใหคณะกรรมการบริหารแตงตั้งกรรมการบริหารคนหนึ่งเปนผู
รักษาการแทน

ในกรณีท่ีเลขาธิการไมอาจปฏิบัติหนาที่ได ใหรองเลขาธิการท่ี
คณะกรรมการบริหารกําหนดเปนผูรักษาการแทน แตถาไมมีรอง
เลขาธิการหรือรองเลขาธิการไมอาจปฏิบัติหนาท่ีไดใหคณะกรรมการ
บรหิ ารแตง ตัง้ พนกั งานของสํานกั งานคนหนง่ึ เปนผรู กั ษาการแทน

๑๘
พระราชบญั ญตั ิสุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ๓๓ นอกจากการพนจากตําแหนงตามวาระแลว
เลขาธิการพนจากตาํ แหนง เม่อื

(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ถกู จาํ คกุ
(๔) ไมสามารถปฏิบัติหนาท่ีไดอยางมีประสิทธิภาพ หรือไมผาน
การประเมิน ทั้งน้ี ตามระเบียบท่ีคณะกรรมการบริหารกําหนดโดย
ความเหน็ ชอบของ คสช.
มาตรา ๓๔ เลขาธิการมหี นา ทีแ่ ละอํานาจ ดงั ตอ ไปน้ี
(๑) บรหิ ารกิจการของสาํ นกั งานใหเ ปน ไปตามกฎหมาย นโยบาย
มติ ขอบังคับ ระเบียบ หรือประกาศของ คสช. และคณะกรรมการ
บริหาร
(๒) จัดทําแผนงานหลัก แผนการดําเนินงาน แผนการเงินและ
งบประมาณประจาํ ปของสํานกั งานเสนอคณะกรรมการบริหารเพื่ออนมุ ตั ิ
(๓) ดําเนินการเก่ียวกับการบริหารงานบุคคล การเงิน
การงบประมาณและการบริหารดานอ่ืนของสํานักงาน ตามระเบียบที่
คณะกรรมการบรหิ ารกําหนด
(๔) วางระเบียบเกีย่ วกบั การดาํ เนนิ งานของสาํ นักงานเทาที่ไมขัด
หรือแยง กับกฎหมาย นโยบาย มติ ขอบังคับ ระเบียบหรือประกาศของ
คสช. และคณะกรรมการบริหาร
(๕) ป ฏิ บั ติหน าท่ี อื่ น ตา มท่ีค ณ ะ รัฐ มนต รี คสช . แ ละ
คณะกรรมการบริหารมอบหมาย

๑๙
พระราชบัญญตั สิ ุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ๓๕ เงนิ เดือนและประโยชนตอบแทนอ่ืนของเลขาธิการ
ใหค ณะกรรมการบรหิ ารกาํ หนดตามหลกั เกณฑท ีค่ ณะรฐั มนตรีกําหนด

มาตรา ๓๖ ใหเ ลขาธกิ ารเปนผูแ ทนของสาํ นกั งานในกิจการของ
สาํ นักงานทเี่ กี่ยวของกับบุคคลภายนอก แตเลขาธิการจะมอบหมายให
บคุ คลใดปฏิบัติงานในเรอ่ื งใดแทนตามระเบียบท่ีคณะกรรมการบริหาร
กาํ หนดกไ็ ด

มาตรา ๓๗ ให คสช. แตงต้ังคณ ะกรรมการบริหา ร
ประกอบดว ย

(๑) ประธานกรรมการบริหารซง่ึ แตงต้ังจากกรรมการ
(๒) กรรมการบริหารซ่ึงแตงตั้งจากผูแทนกระทรวงสาธารณสุข
หนึ่งคน
(๓) กรรมการบริหารซึง่ แตงตงั้ จากผูท รงคณุ วฒุ ิจาํ นวนไมเ กินหา
คน
(๔) เลขาธิการเปน กรรมการบริหารและเลขานุการ
คณุ สมบตั ิ หลักเกณฑและวิธีการในการสรรหาผูทรงคุณวุฒิตาม
(๓) ใหเ ปน ไปตามระเบยี บที่ คสช. กาํ หนด
มาตรา ๓๘ การดาํ รงตาํ แหนง การพน จากตาํ แหนง การประชุม
และการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหาร ใหเปนไปตามระเบียบท่ี
คสช. กาํ หนด
มาตรา ๓๙ คณะกรรมการบริหารมีหนาท่ีและอํานาจ
ดงั ตอไปน้ี

๒๐
พระราชบัญญัตสิ ุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

(๑) กําหนดนโยบาย และกํากับดแู ลการดาํ เนนิ งานของสาํ นกั งาน
ใหเ กดิ การจดั การที่ดีมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงคตามอํานาจ
หนาท่ี

(๒) กําหนดคุณสมบัติของเลขาธิการและรองเลขาธิการ และ
ดาํ เนนิ การคดั เลือกเลขาธิการตามระเบยี บท่ี คสช. กําหนด

(๓) อนุมัติแผนงานหลัก แผนการดําเนินงาน แผนการเงินและ
งบประมาณประจําปของสาํ นกั งาน

(๔) ออกขอบังคับ ระเบียบหรือประกาศตามที่กําหนดใน
พระราชบญั ญัตนิ ้ี

(๕) จัดใหมีการประเมินผลการดําเนินงานของสํานักงานและ
รายงานตอ คสช. อยา งนอยปละหนึง่ ครั้ง

(๖) จัดใหมกี ารประเมินผลการปฏิบตั ิงานของเลขาธิการ
(๗) แตงตั้งคณะอนุกรรมการเพ่ือใหปฏิบัติหนาที่ตามที่คณะ
กรรมการบริหารมอบหมาย
(๘) ปฏิบัติหนาท่ีอื่นตามท่ีกําหนดไวในพระราชบัญญัตินี้หรือ
ตามท่ี คสช. มอบหมาย

หมวด ๔
สมชั ชาสุขภาพ
มาตรา ๔๐ การจัดสมัชชาสุขภาพเฉพาะพ้ืนที่ หรือสมัชชา
สุขภาพเฉพาะประเด็น หรือสนับสนุนใหประชาชนรวมตัวกันเพื่อจัด

๒๑
พระราชบญั ญตั สิ ุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

สมัชชาสุขภาพเฉพาะพื้นที่ หรอื สมัชชาสุขภาพเฉพาะประเด็นใหเปนไป
ตามหลกั เกณฑแ ละวิธกี ารที่ คสช. กําหนด

ในกรณีท่ีสมัชชาสุขภาพตามวรรคหน่ึง มีขอเสนอใหหนวยงาน
ของรัฐนําไปปฏิบัติหรือนําไปพิจารณาประกอบในการกําหนดนโยบาย
สาธารณะเพื่อสุขภาพ ใหเสนอตอ คสช. เพ่ือพิจารณาดําเนินการให
บรรลผุ ลตามควรแกก รณีตอไป

มาตรา ๔๑ ให คสช. จดั ใหมีสมัชชาสุขภาพแหงชาติอยางนอย
ปละหน่งึ ครั้ง

มาตรา ๔๒ ในการจัดสมชั ชาสขุ ภาพแหงชาติ ให คสช. แตงตั้ง
คณะกรรมการจดั สมัชชาสขุ ภาพแหงชาติคณะหน่งึ มีจํานวนตามที่ คสช.
กําหนด

กรรมการตามวรรคหนงึ่ ใหแ ตงตงั้ จากผูแ ทนหนว ยงานของรัฐและ
ผซู ง่ึ มิไดเ ปนผูแทนหนวยงานของรฐั ในอัตราสว นที่ คสช. กาํ หนด ทั้งน้ี
ผูซง่ึ มิไดเ ปนผแู ทนหนว ยงานของรัฐจะตองมีจํานวนไมนอยกวารอยละ
หกสบิ ของจาํ นวนกรรมการตามวรรคหน่ึง

ใหคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแหงชาติ มีอํานาจกําหนด
หลักเกณฑแ ละวิธีการจดั การเกยี่ วกบั การจดั ประชุมและหลักเกณฑอื่นท่ี
เก่ยี วกบั การปฏบิ ัติหนา ที่

มาตรา ๔๓ ใหคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแหงชาติ มี
หนาทใ่ี นการจัดการประชุมสมัชชาสุขภาพแหง ชาติ กาํ หนดวนั เวลาและ
สถานท่ใี นการประชุม ซึ่งตองประกาศใหป ระชาชนทราบลว งหนาไมนอย
กวาสามสบิ วนั กอนวนั ประชมุ

๒๒
พระราชบญั ญตั ิสขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ๔๔ ผูใดประสงคจะเขารวมสมัชชาสุขภาพแหงชาติใน
การประชุมครั้งใด ใหสมัครลงทะเบียนสําหรับการประชุมครั้งน้ันตอ
เจาหนาที่ท่ีคณะกรรมการจัดสมัชชาสุขภาพแหงชาติกําหนดตามแบบ
และหลกั เกณฑท ่ีคณะกรรมการจัดสมชั ชาสขุ ภาพแหง ชาติกําหนด

นอกจากผูลงทะเบียนตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการจัดสมัชชา
สุขภาพแหงชาติจะกําหนดใหเชิญบุคคล ผูแทนหนวยงานของรัฐหรือ
องคก รภาคเอกชนตามทเ่ี หน็ สมควรมารว มประชมุ ดวยกไ็ ด

มาตรา ๔๕ ในกรณีท่ีสมัชชาสุขภาพแหงชาติมีขอเสนอให
หนวยงานของรฐั นาํ ไปปฏบิ ัติ หรอื นําไปพิจารณาประกอบในการกาํ หนด
นโยบายสาธารณะเพอื่ สุขภาพ ใหเสนอตอ คสช.เพอ่ื พิจารณาดําเนนิ การ
ใหบ รรลุผลตามควรแกกรณตี อไป

หมวด ๕
ธรรมนญู วาดว ยระบบสุขภาพแหง ชาติ

มาตรา ๔๖ ให คสช. จัดทําธรรมนูญวาดวยระบบสุขภาพ
แ ห ง ช า ติ เ พ่ื อ ใ ช เ ป น ก ร อ บ แ ล ะ แ น ว ท า ง ใ น ก า ร กํ า ห น ด น โ ย บ า ย
ยุ ท ธ ศ า ส ต ร แ ล ะ ก า ร ดํ า เ นิ น ง า น ด า น สุ ข ภ า พ ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ เ ส น อ
คณะรัฐมนตรเี พื่อพิจารณาใหความเห็นชอบ

ในการจัดทําธรรมนูญวา ดว ยระบบสุขภาพแหงชาติ ให คสช. นํา
ความคดิ เห็นและขอเสนอแนะของสมัชชาสุขภาพมาประกอบดวย

๒๓
พระราชบัญญตั ิสขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

เม่ือคณะรัฐมนตรีใหความเห็นชอบในธรรมนูญวาดวยระบบ
สุขภาพแหงชาติแลว ใหรายงานตอสภาผูแทนราษฎรและวุฒิสภาเพ่ือ
ทราบและประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา

ให คสช. ทบทวนธรรมนูญวาดวยระบบสุขภาพแหงชาติอยาง
นอ ยทกุ หาป

มาตรา ๔๗ ธรรมนูญวาดวยระบบสุขภาพแหงชาติ ตอง
สอดคลองกับรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย และอยางนอยตองมี
สาระสาํ คญั เกีย่ วกบั เรื่องดังตอ ไปน้ี

(๑) ปรัชญาและแนวคิดหลักของระบบสขุ ภาพ
(๒) คณุ ลกั ษณะทีพ่ ึงประสงคแ ละเปาหมายของระบบสุขภาพ
(๓) การจดั ใหม ีหลักประกนั และความคมุ ครองใหเ กดิ สุขภาพ
(๔) การสรางเสริมสขุ ภาพ
(๕) การปองกนั และควบคมุ โรคและปจจัยท่คี กุ คามสุขภาพ
(๖) การบรกิ ารสาธารณสขุ และการควบคมุ คณุ ภาพ
(๗) การสงเสริม สนับสนุน การใชและการพัฒนาภูมิปญญา
ทองถิ่นดานสุขภาพการแพทยแผนไทย การแพทยพ้ืนบานและ
การแพทยทางเลอื กอน่ื ๆ
(๘) การคุมครองผูบริโภค
(๙) การสรางและเผยแพรองคความรูดานสุขภาพ
(๑๐) การเผยแพรข อ มลู ขาวสารดานสขุ ภาพ
(๑๑) การผลิตและการพัฒนาบุคลากรดานสาธารณสุข
(๑๒) การเงนิ การคลงั ดา นสขุ ภาพ

๒๔
พระราชบญั ญตั ิสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

มาตรา ๔๘ ธรรมนูญวา ดว ยระบบสขุ ภาพแหง ชาติ และนโยบาย
และยุทธศาสตรดานสุขภาพตามมาตรา ๒๕ (๒) ที่คณะรัฐมนตรีให
ความเห็นชอบแลว ใหผูกพันหนวยงานของรัฐและหนวยงานอื่นท่ี
เกยี่ วของทจี่ ะตอ งดําเนนิ การตอไปตามอํานาจหนาที่ของตน

หมวด ๖
บทกําหนดโทษ

มาตรา ๔๙ ผูใ ดฝาฝน มาตรา ๗ หรือมาตรา ๙ ตองระวางโทษ
จาํ คุกไมเกินหกเดอื น หรอื ปรับไมเ กินหน่งึ หม่ืนบาท หรอื ทัง้ จาํ ท้งั ปรับ

ความผิดตามมาตรานเี้ ปนความผิดอนั ยอมความได
บทเฉพาะกาล

มาตรา ๕๐ ใหโอนบรรดากิจการ ทรัพยสิน สิทธิ หน้ีสิน และ
เงนิ งบประมาณของสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขในสวนของสํานักงาน
ปฏิรูประบบสุขภาพแหงชาติ ไปเปน ของสํานกั งานตามพระราชบญั ญตั นิ ี้

ใหโอนพนักงานของสํานักงานปฏิรูประบบสุขภาพแหงชาติ
สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุขไปเปนพนักงานของสํานักงานตาม
พระราชบญั ญัตนิ ้ี

ขา ราชการและลูกจางผูใดถูกส่ังใหไปชวยปฏิบัติงานที่สํานักงาน
ปฏิรูประบบสุขภาพแหงชาติสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข อยูในวันที่

๒๕
พระราชบญั ญัตสิ ุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

พระราชบญั ญตั นิ ปี้ ระกาศในราชกจิ จานุเบกษา เม่ือไดแสดงความจํานง
เปนหนังสือตอเลขาธิการภายในหกสิบวันนับแตวันท่ีพระราชบัญญัติน้ี
ใชบังคับ ใหโอนมาเปนพนักงานหรือลูกจางของสํานักงานนับแตวันที่
แสดงความจาํ นง

มาตรา ๕๑ ใหน าํ บรรดาขอบงั คับ ระเบียบ ประกาศ หรือคําสั่ง
ที่เก่ยี วขอ งกับการปฏิบตั งิ านของสาํ นกั งานปฏิรูประบบสุขภาพแหงชาติ
มาใชบังคับกับการปฏิบัติงานของสํานักงานโดยอนุโลม จนกวาจะไดมี
ขอ บังคบั ระเบยี บ ประกาศ หรอื คําสงั่ ที่ออกตามพระราชบัญญตั นิ ี้

มาตรา ๕๒ ใหถอื วาขาราชการท่ีโอนมาตามมาตรา ๕๐ ออกจาก
ราชการเพราะทางราชการเลิกหรือยุบตําแหนงตามกฎหมายวาดวย
บาํ เหน็จบาํ นาญขาราชการหรอื กฎหมายวาดวยกองทุนบําเหน็จบํานาญ
ขาราชการ แลว แตกรณี

ใหถือวาลูกจางที่โอนมาตามมาตรา ๕๐ ออกจากงานเพราะทาง
ราชการยุบเลิกตําแหนงหรือเลิกจางโดยไมมีความผิด และใหไดรับ
บาํ เหน็จตามระเบยี บกระทรวงการคลงั วาดวยบําเหนจ็ ลูกจาง

มาตรา ๕๓ ใหนําความในมาตรา ๕๒ มาใชบังคับกับการออก
จากราชการหรือออกจากงานของขาราชการหรือลูกจางของสวนราชการ
ท่ีสํานักงานรับเขาทํางานดวยโดยอนุโลม แตขาราชการหรือลูกจางน้ัน
ตองแสดงความจํานงเปนหนังสือสมัครเขาทํางานตอสํานักงานภายใน
หนึง่ ป นับแตว ันที่พระราชบัญญัตนิ ี้ใชบ งั คบั

มาตรา ๕๔ ใหผ ูป ฏบิ ตั หิ นาทีผ่ ูอาํ นวยการสาํ นกั งานปฏริ ปู ระบบ
สุขภาพแหงชาติอยูในวันที่พระราชบัญญัติน้ีประกาศในราชกิจจา

๒๖
พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

นเุ บกษา ปฏบิ ตั ิหนา ที่เลขาธิการไปจนกวาจะมีการแตง ตัง้ เลขาธิการตาม
พระราชบญั ญัตนิ ้ี

มาตรา ๕๕ ในวาระเร่ิมแรก ใหนายกรัฐมนตรีเปนผูแตงต้ัง
คณะกรรมการสรรหาตาม มาตรา ๑๙ ใหแ ลวเสรจ็ ภายในหกสิบวัน นับ
แตวนั ท่ีพระราชบัญญตั นิ ี้ใชบังคับ ตามหลักเกณฑ ดังตอ ไปนี้

(๑) ประธานกรรมการสรรหาตามมาตรา ๑๙ (๑) ใหแตง ตัง้ จาก
ผเู คยดาํ รงตาํ แหนงกรรมการผูท รงคุณวฒุ ิในคณะกรรมการปฏิรูประบบ
สุขภาพแหง ชาตติ ามระเบียบสาํ นกั นายกรัฐมนตรวี า ดวยการปฏิรปู ระบบ
สขุ ภาพแหง ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๓

(๒ ) กรรมก ารผูทรง คุณ วุ ฒิต ามมา ตรา ๑๙ (๒ ) ใ ห
นายกรฐั มนตรแี ตงตง้ั ตามขอเสนอแนะของเลขาธกิ าร

ใหค ณะกรรมการสรรหาดําเนินการตามมาตรา ๒๐ ใหแลวเสร็จ
ภายในสองรอยส่สี ิบวนั นับแตวนั ท่พี ระราชบัญญัตินใ้ี ชบงั คับ
ผูรบั สนองพระบรมราชโองการ

พลเอก สุรยุทธ จลุ านนท
นายกรัฐมนตรี

๒๗
พระราชบญั ญตั สิ ขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ โดย
ที่สุขภาพหมายถึง ภาวะของมนุษยท่ีสมบูรณทั้งทางกาย ทางจิต ทาง
ปญญา และทางสังคม เชื่อมโยงกันเปนองครวมอยางสมดุล การวาง
ระบบ เพ่อื ดแู ลแกไขปญหาดานสุขภาพของประชาชน จึงไมอาจมุงเนน
ทีก่ ารจดั บริการเพื่อการรกั ษาพยาบาลเพยี งดานเดียว เพราะจะทาํ ใหรัฐ
และประชาชนตองเสียคาใชจายมาก และจะเพ่ิมมากข้ึนตามลํา ดับใน
ขณะเดียวกันโรคและปจจัยที่คุกคามสุขภาพมีการเปล่ียนแปลงและมี
ความยุงยากสลับซับซอนมากข้ึน จําเปนตองดําเนินการใหประชาชนมี
ความรูเทาทัน มีสวนรวม และมีระบบเสริมสรางสุขภาพและระวัง
ปอ งกนั อยางสมบรู ณ สมควรมีกฎหมายวาดว ยสขุ ภาพแหงชาติ เพ่ือวาง
กรอบและแนวทางในการกําหนดนโยบายยุทธศาสตรและการดาํ เนินงาน
ดานสุขภาพของประเทศ รวมทั้งมีองคกรและกลไกเพื่อใหเกิดการ
ดําเนินงานอยางตอเน่ืองและมีสวนรวมจากทุกฝาย อันจะนําไปสู
เปาหมายในการสรา งเสริมสุขภาพ รวมทัง้ สามารถดูแลแกไขปญหาดาน
สุขภาพของประชาชนไดอยางมีประสิทธิภาพและท่ัวถึง จึงจําเปนตอง
ตราพระราชบญั ญตั ินี้

พระราชบัญญัติสขุ ภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

๒๘
พระราชบัญญัติสขุ ภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

พระราชบญั ญตั สิ ุขภาพแหงชาติ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓๓[๓]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใชพระราชบัญญัติฉบับน้ี คือ
เน่ืองจากพระราชบัญญัติสุขภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐ บัญญัติให
สํานักงานคณะกรรมการสุขภาพแหงชาติเปนหนวยงานของรัฐท่ีไมเปน
สว นราชการหรือรัฐวสิ าหกิจตามกฎหมายวา ดว ยวิธีการงบประมาณหรือ
กฎหมายอน่ื ทําใหเกิดปญหาการตีความเกี่ยวกับสถานะและการขอต้ัง
งบประมาณของสาํ นกั งานคณะกรรมการสุขภาพแหงชาติ สมควรแกไข
เ พิ่ ม เ ติ ม บ ท บั ญ ญั ติ ดั ง ก ล า ว เ พื่ อ กํ า ห น ด ส ถ า น ะ ข อ ง สํ า นั ก ง า น
คณะกรรมการสุขภาพแหงชาติใหมีความชัดเจนยิ่งข้ึน จึงจําเปนตอง
ตราพระราชบัญญตั ิน้ี

๓[๓] ราชกจิ จานเุ บกษา เลม ๑๒๗/ตอนที่ ๒๒ ก /หนา ๑/๓๑ มีนาคม ๒๕๕๓
พระราชบญั ญัติสขุ ภาพแหงชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐

๒๙
พระราชบัญญัติสุขภาพแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๕๐


Click to View FlipBook Version