ประวัติบาสเกตบอล บาสเกตบอล ( Basketball ) เปนกีฬาประจําชาติอเมริกัน ถูกคิดขึ้น เพื่อตองการ ชวยเหลือบรรดาสมาชิก Y.M.C.A.ไดเลนกีฬาในฤดูหนาว เนื่องจากในชวงฤดูหนาว สภาพพื้นภูมิประเทศโดยทั่วๆไป ถูกหิมะปกคลุมอันเปนอุปสรรคในการเลนกีฬา กลางแจง เชน อเมริกันฟุตบอล เบสบอล คณะกรรมการสมาคม Y.M.C.A. ไดพยายาม หาหนทางแกไขใหบรรดาสมาชิกทั้งหลายไดเลนกีฬาในชวงฤดูหนาวโดยไมบังเกิด ความเบื่อหนาย ในป ค.ศ.1891 Dr.James A.Naismith ครูสอนพลศึกษาของ The International Y.M.C.A. Training School อยูที่เมือง Springfield รัฐ Massachusetts ไดรับมอบหมาย จาก Dr.Gulick ใหเปนผูคิดคนการเลนกีฬาในรมที่เหมาะสมที่จะใชเลนในชวงฤดูหนาว Dr.James ไดพยายามคิดคนดัดแปลงการเลนกีฬาอเมริกันฟุตบอลและเบสบอลเขา ดวยกันและใหมีการเลนที่เปนทีมในครั้งแรก Dr.James ไดใชลูกฟุตบอลและตะกราเปน
อุปกรณสําหรับใหนักกีฬาเลน เขาไดนําตะกราลูกพีชไปแขวนไวที่ฝาผนังของหองพล ศึกษา แลวใหผูเลนพยายามโยนลูกบอลลงในตะกรานั้นใหได โดยใชเนื้อที่สนาม สําหรับเลนใหมีขนาดเล็กลงแบงผูเลนออกเปนขางละ 7คน ผลการทดลองครั้งแรกผู เลนไดรับความสนุกสนานตื่นเตน แตขาดความเปนระเบียบ มีการชนกัน ผลักกัน เตะ กัน อันเปนการเลนที่รุนแรงในการทดลองนั้น ตอมา Dr.James ไดตัดการเลนที่รุนแรง ออกไป และไดทําการวางกติกาหามผูเลนเขาปะทะถูกเนื้อตองตัวกัน นับไดวาเปนหลัก เบื้องตนของการเลนบาสเกตบอล Dr.James จึงไดวางกติกาการเลนบาสเกตบอลไวเปน หลักใหญๆ 4ขอ ดวยกัน คือ 1. ผูเลนที่ครอบครองลูกบอลอยูนั้นจะตองหยุดอยูกับที่หามเคลื่อนที่ไปไหน 2. ประตูจะตองอยูเหนือศีรษะของผูเลน และอยูขนานกับพื้น 3. ผูเลนสามารถครอบครองบอลไวนานเทาใดก็ได โดยคูตอสูไมอาจเขาไป ถูกตองตัวผูเลนทีครอบครองบอลได 4. หามการเลนที่รุนแรงตางๆโดยเด็ดขาด ผูเลนทั้งสองฝายจะตองไมกระทบ กระแทกกัน เมื่อไดวางกติกาการเลนขึ้นมาแลวก็ไดนําไปทดลอง และพยายามปรับปรุง แกกไขระเบียบดีขึ้น เขาไดพยายามลดจํานวนผูเลนลงเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกัน จนใน ที่สุดก็ไดกําหนดตัวผูเลนไวฝายละ 5คน ซึ่งเปนจํานวนที่เหมาะสมที่สุดกับขนาดเนื้อที่ สนาม Dr.James ไดทดลองการเลนหลายครั้งหลายหน และพัฒนาการเลนเรื่อยมา จนกระทั่งเขาไดเขียนกติกาการเลนไวเปนจํานวน 13ขอ ดวยกัน และเปนตนฉบับการ
เลนที่ยังคงปรากฏอยูบนกระดานเกียรติยศในโรงเรียนพลศึกษา ณ Springfield อยู จนกระทั่งทุกวันนี้ กติกา 13 ขอ ของ Dr.James มีดังนี้ 1. ผูเลนหามถือลูกบอลแลววิ่ง 2. ผูเลนจะสงบอลไปทิศทางใดก็ได โดยใชมือเดียวหรือสองมือก็ได 3. ผูเลนจะเลี้ยงบอลไปทิศทางใดก็ได โดยใชมือเดียวหรือสองมือก็ได 4. ผูเลนตองใชมือทั้งสองเขาครอบครองบอล หามใชรางกายชวยในการ ครอบครองบอล 5. ในการเลนจะใชไหลกระแทก หรือใชมือดึง ผลัก ตี หรือทําการใดๆใหฝายตรง ขามลมลงไมได ถาผูเลนฝาฝนถือเปนการฟาวล 1ครั้ง ถา ฟาวล 2ครั้ง หมดสิทธิ์เลน จนกวาฝายหนึ่ง ฝายใดทําประตูกันไดจึงจะกลับมาเลนไดอีก ถาเกิดการบาดเจ็บ ระหวางการแขงขัน จะไมมีการเปลี่ยนตัวผูเลน 6. หามใชขาหรือเทาแตะลูก ถือเปนการฟาวล 1ครั้ง 7. ถาฝายหนึ่งฝายใดทําฟาวลติดตอกัน 3ครั้ง ใหอีกฝายหนึ่งไดประตู 8. ประตูที่ทําไดหรือนับวาไดประตูนั้น ตองเปนการโยนบอลใหลงตะกรา ฝาย ปองกันจะไปยุงเกี่ยวกับประตูไมไดเด็ดขาด 9. เมื่อฝายหนึ่งฝายใดทําลูกบอลออกนอกสนาม ใหอีกฝายหนึ่งสงลูกเขามาจาก ขอบสนาม ภายใน 5วินาที ถาเกิน 5วินาที ใหเปลี่ยนสง และถาผูเลนฝายใดพยายามถวง เวลาอยูเสมอให ปรับเปนฟาวล
10. ผูตัดสินมีหนาที่ตัดสินวาผูเลนคนใดฟาวล และลงโทษใหผูเลนหมดสิทธิ์ 11. ผูตัดสินมีหนาที่ตัดสินวาลูกใดออกนอกสนาม และฝายใดเปนฝายสงลูกเขา เลน และจะทหนาที่เปนผูรักษาเวลาบันทึกจํานวนประตูที่ทําได และทําหนาที่ทั่วไปตาม วิสัยของผูตัดสิน 12. การเลนแบงออกเปน 2ครึ่งๆละ 20 นาที 13. ฝายที่ทําประตูไดมากที่สุดเปนผูชนะ ในกรณีคะแนนเทากันใหตอเวลา ออกไป และถาฝายใดทําประตูไดกอนถือวาเปนฝายชนะ แมวากติกาการเลนจะกําหนดขึ้นเพื่อเปดโอกาสใหผูสูงอายุไดเลนเพื่อความ สนุกสนานในแงนันทนาการ แตกีฬานี้ก็ไดรับความนิยมจากเยาวชนอยางรวดเร็ว ทั้งๆที่ มีผูคนเปนจํานวนมากเห็นวาเปนกีฬาสําหรับผูออนแอ และพยายามที่จะพิสูจนความเห็น นี้ดวยการหาเรื่องทะเลาะวิวาทกับผูเลนบาสเกตบอลก็ตาม อยางไรก็ดี ความรูสึกเชนนี้ คอยๆเริ่มจางหายไปเมื่อความรวดเร็วและความแมนยําในการเลนบาสเกตบอล ไดสราง ความประทับใจและดึงดูดความสนใจของผูคนเพิ่มมากขึ้น และไดแพรกระจายไปทาง ตะวันออกของอเมริกาอยางรวดเร็วและเมื่อโรงเรียนตางๆไดตระหนักถึงความสําคัญ ของกีฬาชนิดนี้ จึงพากันนิยมเลนไปทั่วประเทศ กอนป ค.ศ. 1915แมวาบาสเกตบอลจะเปนกีฬาที่ไดรับความนิยมอยาง กวางขวางเปนอยางมากก็ตาม แตก็จํากัดเปนเพียงการเลนเพื่อออกกําลังกายในหองพล
ศึกษาเทานั้น ไมมีองคกรใดรับผิดชอบจัดการเลนเปนกิจลักษณะ ยกเวนองคกร บาสเกตบอลอาชีพที่เกิดขึ้นเพียง 2-3องคกรแลวก็เลิกลมไป ฉะนั้นการเลนบาสเกตบอล ในแตละที่แตละแหงจึงตางก็ใชกติกาผิดแผกแตกตางกันออกไป ทําใหเปนอุปสรรคตอ การเจริญเติบโตและการพัฒนากีฬาบาสเกตบอลเปนอยางมาก ดังนั้นในป ค.ศ. 1915 สมาคม Y.M.C.A. สมาคมกีฬามหาวิทยาลัยแหงชาติ และสมาพันธกีฬาสมัครเลน ไดรวมประชุมเพื่อรางกติกาการเลนบาสเกตบอลขึ้นมาเพื่อ เปนบรรทัดฐานเดียวกัน กติกานี้ไดใชสืบมาจนกระทั่งป ค.ศ. 1938และไดรับการ ปรับปรุงแกไขใหดีขึ้นในการแขงขันกีฬาโอลิมปกครั้งที่ 11 ณ กรุงเบอรลิน ประเทศ เยอรมันนี โดยคณะกรรมการโอลิมปกนานาชาติเปนผูพิจารณาสหรัฐอเมริกายอมรับการ เลนบาสเกตบอลเปนกีฬาประจําชาติเมื่อวันที่ 20มกราคม ค.ศ. 1892 ซึ่งไดมีการเลน บาสเกตบอลอยางเปนทางการขึ้นเปนครั้งแรก สมาคม Y.M.C.A. ไดนํากีฬา บาสเกตบอลไปเผยแพรในทุกสวนของโลก ไดแพรเขาไปในประเทศจีนและอินเดียใน ราวป ค.ศ. 1894, ฝรั่งเศส ในราวป ค.ศ. 1895, ญี่ปุนราวป ค.ศ. 1900 เกือบจะกลาวไดวา บาสเกตบอลมีการเลนในทุกประเทศทั่วโลก ตั้งแตกอนสงครามโลกครั้งที่ 1และคาดวา กอนป ค.ศ. 1941 มีประชาชนทั่วโลกเลนกีฬาบาสเกตบอลเปนจํานวนถึง 20ลานคน ในขณะนี้มีผูนิยมเลนบาสเกตบอลกันทั่วทุกมุมโลก ไมนอยกวา 52 ประเทศ นอกจากนี้ ไดมีการแปลกติกาการเลนเปนภาษาตางๆมากกวา30 ภาษา ประวัติบาสเกตบอลในประเทศไทย กีฬาบาสเกตบอลแพรหลายเขามาในประเทศไทยเปนครั้งแรกในสมัยใด ปใด นั้น มิไดมีหลักฐานที่จะปรากฏยืนยันแนชัดได ทราบแตเพียงวา ในป พ.ศ.2477 นายนพ คุณ พงษสุวรรณ อาจารยสอนภาษาจีนที่โรงเรียนมัธยมวัดบพิตรพิมุข ไดชวยเหลือกรม
พลศึกษาจัดแปลกติกาการเลนบาสเกตบอลขึ้น ตอมาในป พ.ศ. 2478กระทรวงธรรม การ ไดจัดการอบรมครูจังหวัดตางๆจํานวน 100คน ภายในระยะเวลา 1 เดือน และไดรับ ความชวยเหลือจาก พ.ต.อ. หลวงชาติตระการโกศล ผูซึ่งมีความรูและเชี่ยวชาญทางการ เลนกีฬาบาสเกตบอลคนหนึ่ง ทั้งได>เคยเปนตัวแทนของมหาวิทยาลัยเขารวมการ แขงขัน เมื่อครั้งทานกําลังศึกษาอยูในสหรัฐอเมริกา มาเปนผูบรรยายเกี่ยวกับเทคนิคและ วิธีเลนบาสเกตบอลแกบรรดาครูที่เขารับการอบรม ตอมาก็เปนผลทําใหกีฬา บาสเกตบอลแพรหลายไปทั่วประเทศไทย ในป พ.ศ. 2496 สมาคมบาสเกตบอลสมัครเลนแหงประเทศไทยไดถูกจัดตั้ง ขึ้นตามแบบอันถูกตอง โดยจดทะเบียนที่สภาวัฒนธรรมแหงชาติ และไดกลายมาเปน สมาคมบาสเกตบอลแหงประเทศไทยในปเดียวกันนั้นเอง และในวันที่ 10กรกฎาคม พ.ศ. 2496 สมาคมบาสเกตบอลแหงประเทศไทยก็ไดเขารวมเปนสมาชิกของสมาคม บาสเกตบอลระหวางประเทศ
แนะนําอุปกรณบาสเกตบอล สนาม - ขนาด สนามที่ใชเลนบาสเกตบอลจะตองเปนสี่เหลี่ยมผืนผา มีพื้นเรียบแข็งปราศจาก สิ่งกีดขวางใด ๆ ซึ่งสนามที่ใชแขงขันโอลิมปกและชิงแชมเปยนโลกจะตองมีขนาด ยาว 28 เมตร และกวาง 15 เมตร โดยวัดจากขอบในของเสนเขตสนาม สําหรับการแขงขัน ระดับอื่นๆ ในองคกรภายใตการควบคุมของฟบา (FIBA) เชน คณะกรรมการบริหารของ โซน (Zone) ในกรณีการแขงขัน ระดับโซน และระดับทวีปหรือสมาคมกีฬา บาสเกตบอลของชาตินั้นๆ ในกรณีการแขงขันภายในประเทศ จะมีอํานาจในการรับรอง สนามแขงขันซึ่งมีขนาดตามกําหนดดังตอไปนี้คือ ความยาวลดลงกวามาตรฐานไดไม เกิน 4 เมตร และความกวางลดลงกวามาตรฐานไดไมเกิน 2 เมตร ทั้งนี้อัตราสวนของการ ลดขนาดของสนามตองเปนสัดสวนตอกัน สนามที่จะสรางขึ้นใหมตองมีขนาดตามที่
กําหนด เพื่อใชแขงขันระดับสําคัญๆ ของฟบา คือ ขนาด 28 x 15เมตร สําหรับเพดานนั้น ใหมีความสูงอยางนอย 7 เมตร และพื้นสนามควรไดรับแสงสวางเพียงพอและทั่วถึงกัน ทั้งนี้ควรติดตั้งโคมไฟโดยมิใหปดบังสายตาของผูเลนขนาดและพื้นของสนามตองตรง กับเกณฑที่ระบุไว เพื่อใชแขงขันระดับสําคัญๆ ของฟฟา เสนขอบสนาม สนามแขงขันตองมีเสนขอบสนามอยางชัดเจน โดยทุกจุดตองมีระยะหางจาก คนดู ปายโฆษณา หรือสิ่งกีดขวางอื่นๆ อยางนอย 2 เมตร เสนขอบสนามทางดานยาวมี ชื่อเรียกวา เสนขาง และเสนขอบสนามทางดานสั้นมีชื่อเรียกวา เสนหลัง เสนตางๆ ที่ กลาวในขอนี้ และในขออื่นๆ จะตองเห็นไดอยางชัดเจน และมีขนาดกวาง 5 เซนติเมตร วงกลมกลาง วงกลมกลางตองมีรัศมี 1.80 เมตร และอยูที่กลางสนาม ใหวัดรัศมีจากขอบนอกของ เสนรอบวง เสนกลาง แดนหนา และแดนหลัง เสนกลางตองลากใหขนานกับเสนหลังจากจุดกึ่งกลางของเสนขาง และตอง ยื่นเลยเสนขางออกไปอีกขางละ 15เซนติเมตร แดนหนาของทีม คือสวนของสนาม ระหวางเสนหลังที่อยูดานหลังของหวงประตูของคูแขงขันกับขอบดานใกลของเสน กลาง สําหรับสวนที่เหลือของสนามรวมทั้งเสนกลางคือ แดนหลังของทีม เขตยิงประตูเพื่อทํา 3คะแนน
เขตยิงประตูเพื่อทํา 3คะแนน คือสวนของพื้นสนามที่มีเสนแสดงเปนเสนโคง 2แหง ซึ่งแตละแหงจะเปนเสนครึ่งวงกลม ขนาดรัศมี 6.25เมตร โดยวัดจากขอบนอก ของเสนครึ่งวงกลม ทั้งนี้จะมีศูนยกลางอยูที่จุดของเสนดิ่งที่ลากผานจุดศูนยกลางของ หวงประตูลงจดถึงพื้นสนาม และลากเสนที่ตอจากปลายเสนครึ่งวงกลมใหขนานกับเสน ขางบรรจบกับเสนหลัง ระยะหางระหวางจุด กึ่งกลางของเสนหลังวัดจากขอบในไปยัง จุดศูนยกลางของครึ่งวงกลมคือ 1.575เมตร เขต 3วินาที (เขตกําหนดเวลา) เขตโยนโทษ และเสนโยนโทษ เขต 3วินาที คือพื้นที่ในสนามที่มีเขตตั้งแตเสนหลัง เสนโยนโทษ และเสนที่ ลากจากเสนโยนโทษไปบรรจบกับเสนหลังจากจุดกึ่งกลางของเสนหลังไปสิ้นสุดที่ขอบ นอกของเสนแนวยืนการโยนโทษ ระยะหาง 3เมตร เขตโยนโทษ คือพื้นที่กําหนดที่ตอจากเขต 3วินาที เขาไปในสนามโดยทําครึ่ง วงกลมรัศมี 1.80เมตร และมีจุดศูนยกลางที่กึ่งกลางของเสนโยนโทษ ใหทําครึ่งวงกลม ขนาดเดียวกัน แตตีเสนปะเขาไปในเขต 3วินาทีดวย ชองยืนตามแนวการโยนโทษ เปนชองที่ผูเลนยืนขณะมีการโยนโทษ ซึ่งมี ลักษณะดังนี้ คือ เสนแรกของชองที่จะตองอยูหางจากขอบในของเสนหลัง 1.75เมตร วัดตามแนวของ เสนแนวยืนโยนโทษ พื้นที่ของชองแรกจะมีเสนกําหนดหางจากเสนแรก 85 เซนติเมตร สวนชองที่สองจะอยูถัดจากเขตปลอดผูเลน (Neutral Zone) ซึ่งมีขนาดกวาง 30 เซนติเมตร สวนชองที่สองจะอยูถัดจากเขตปลอดผูเลน และมีขนาดกวาง 85 เซนติเมตร ถัดจากเสนกําหนดชองที่สองจะเปนชองที่สามซึ่งมีขนาด 85 เซนติเมตรเชนเดียวกัน
เสนที่แสดงชองตางๆ เหลานี้มีความยาว 10 เซนติเมตร และกวาง 5 เซนติเมตรตั้งฉากกับ เสนแนวยืนการโยนโทษ และใหลากจากขอบนอกของพื้นที่เขตกําหนดเวลา เสนโยนโทษ จะตองลากใหขนานกับเสนหลัง โดยมีขอบนอกหางจากขอบใน ของเสนหลัง 5.80 เมตร และยาว3.60เมตรจุดกึ่งกลางของเสนโยนโทษตองอยูในแนว เสนตรงเดียวกันกับจุดกึ่งกลางของเสนหลังทั้งสองเสน พื้นที่นั่งของทีม พื้นที่นั่งของทีม กําหนด ณ พื้นที่นอกเขตสนามทางดาน เดียวกันกับโตะเจาหนาที่ พื้นที่กําหนดคือเสนตรงยาว 2 เมตร ที่ลากตอจากเสนหลัง และเสนตรงยาว 2 เมตร ลากจากจุดที่หางจากเสนกลาง 5 เมตร ใหตั้งฉากกับเสนขาง เสนตรง 2 เมตรจะตองมีสีแตกตางจากสีของเสนขางและเสนหลัง กระดานหลัง (แปน) ขนาด วัสดุ และตําแหนงที่ติดตั้ง กระดานหลังจะตองทํา จากไมเนื้อแข็งหนา 3 เซนติเมตร หรือเปนวัสดุโปรงใสที่เหมาะสม (แผนเดียวและมี ความหนาแนนเชนเดียวกับไมเนื้อแข็ง) การแขงขันระดับโอลิมปกและชิงแชมเปยนโลก กระดานหลังจะตองมีขนาดความยาว 1.80เมตร กวาง 1.05 เมตรและขอบลางสูงจากพื้น สนาม 2.90เมตร สําหรับการแขงขันระดับอื่นๆ ใหองคกรภายใตการควบคุมของฟบา เชน คณะกรรมการบริหารของโซนในกรณีการแขงขันของโซนหรือทวีป หรือสมาคม กีฬาบาสเกตบอลของชาตินั้นๆ สําหรับการแขงขันของโซนหรือทวีป หรือสมาคมกีฬา บาสเกตบอลของชาตินั้นๆ สําหรับการแขงขันภายในประเทศ จะมีอํานาจในการรับรอง ขนาดของกระดานหลัง ซึ่งจะเปนขนาดยาว 1.80 เมตร กวาง 1.20 เมตร ขอบลางสูงจาก พื้นสนาม 2.75 เมตร หรือขนาดยาว 1.80 เมตร กวาง 1.05 เมตร และมีขอบลางสูงจาก พื้นสนาม 2.90 เมตรก็ไดสวนกระดานหลังที่ติดตั้งใหมทั้งหมด จะตองมีขนาดเทากับที่ ระบุไวสําหรับการแขงขันระดับโอลิมปก และชิงแชมเปยนโลก คือขนาด 1.80 x 1.05
เมตร พื้นดานหนาของกระดานหลังตองเรียบและมีสีขาว ยกเวนกระดานหลังที่เปนแบบ โปรงใส ใหมีเครื่องหมายตอไปนี้ที่พื้นดานหนาของกระดานหลังคือ ทํารูป สี่เหลี่ยมผืนผาหลังหวง โดยมีเสนขอบหนา 5 เซนติเมตร มีขนาดยาวตามแนวนอน 59 เซนติเมตร และกวาง 45เซนติเมตร ทั้งนี้ใหขอบบนเสนลางของรูปสี่เหลี่ยมผืนผาอยูใน ระดับเดียวกันกับหวง และขอบของกระดานหลังจะตองตีกรอบดวยเสนหนา 5 เซนติเมตร ถาเปนแบบโปรงใสใหใชสีขาวทํากรอบ นอกจากนั้นใหใชสีดําทํากรอบ ทั้ง ขอบของกระดานหลัง และสี่เหลี่ยมผืนผาภายในกระดานหลังจะตองมีสีเดียวกัน กระดานหลังจะตองติดตั้งอยางมั่นคงที่ดานเสนหลังของสนามแตละขาง และยื่นเขาไป ในสนามใหตั้งฉากกับพื้นสนาม และขนานกับเสนหลัง จุดศูนยกลางของกระดานหลัง หางจากจุดกึ่งกลางของเสนหลังวัดจากขอบใน 1.20เมตร สวนเสาที่ยึดกระดานหลัง จะตองหางจากขอบนอกของเสนหลังอยางนอย 1 เมตร และทาสีสดใสตัดกับสีดานหลัง เพื่อใหผูเลนมองเห็นไดอยางชัดเจน ขอบลางของกระดานหลังใหบุขอบลางของ กระดานหลัง และขอบดานขางสูงขึ้นไปอยางนอย 35 เซนติเมตร พื้นที่ดานหนาและ ดานหลังของกระดานหลังจะตองถูกบุอยางนอย 2 เซนติเมตรตอจากขอบลาง ทั้งนี้วัสดุ ที่ใชบุจะตองหนาไมต่ํากวา 2 เซนติเมตร สวนขอบลางของกระดานหลังจะตองบุดวย วัสดุที่หนาไมต่ํากวา 5เซนติเมตร อุปกรณที่ใชยึดกระดานหลังซึ่งอยูดานหลัง และสูง จากพื้นสนามไมถึง 2.75 เมตร จะตองบุพื้นผิวของอุปกรณนั้นๆ เปนระยะทาง 60 เซนติเมตร วัดจากดานหนาของกระดานหลังออกไป สําหรับกระดานหลังที่โยกยาย เคลื่อนที่ไดซึ่งมีฐานรองรับ จะตองบุพื้นผิวดานเขตสนามขึ้นสูง 2.15เมตร
หวงประตู หวงตองเปนเหล็กตัน มีขนาดเสนผาศูนยกลางวัดจากขอบในของหวง 45 เซนติเมตร ทาดวยสีสม เหล็กที่ทําหวงตองมีขนาดเสนผาศูนยกลางอยางนอย 1.70 เซนติเมตร และขนาดใหญที่สุด 2 เซนติเมตร โดยมีตะขอเล็ก ๆ เกี่ยวอยูขางลาง หรือ อุปกรณอื่นที่มีลักษณะคลายคลึงกันเพื่อใชยึดเกี่ยวตาขาย หวงตองติดแนนกับกระดาน หลัง และอยูในแนวขนานกับพื้นสนาม สูงจากพื้นสนาม สูงจากพื้นสนาม 3.05เมตร ทั้งนี้ตองอยูกึ่งกลางดานตั้งของกระดานหลัง ขอบหวงดานที่ใกลกับกระดานหลังจะหาง จากพื้นดานหนาของกระดานหลัง 15 เซนติเมตร ตาขายตองเปนเสนดายสีขาวผูกติดกับ หวง และมีลักษณะชวยตานลูกบอลเล็กนอย เพื่อใหเปนที่สังเกตขณะที่ลูกบอลผานลง
ไปในหวงประตู ตาขายมีความยาว 40เซนติเมตร หวงที่ยุบตัวได (เพราะแรงอัดแบบไฮ ดรอลิก) จะตองตรงกับเกณฑกําหนดตอไปนี้ 1. จะตองมีลักษณะการคืนตัวเหมือนกับหวงปกติที่ไมยุบตัว อุปกรณกลไกที่ทําใหเกิด การยุบตัว ตองแนนอนที่จะควบคุมการคืนตัวดังกลาว พรอมกับชวยปองกันหวงและกระดาน หลัง การ ออกแบบหวงและการสรางหวงควรจะประกันความปลอดภัยของผูเลนได 2. หวงที่มีกลไกเฉพาะสําหรับล็อคกลไกของการยุบตัว จะตองไมทํางานจนกวาจะมี น้ําหนักถึง 105กิโลกรัม ณ ปลายสุดดานบนของหวง 3. เมื่อยุบตัว การหยอนของหวงตองไมเกินกวา 30องศา จากตําแหนงแนวระดับเดิม 4. หลังจากการยุบตัวและไมมีน้ําหนักถวงอยูตอไปแลว หวงจะตองคืนตัวสูตําแหนงเดิม โดย อัตโนมัติทันที
ลูกบอล วัสดุ ขนาด และน้ําหนัก ลูกบอลตองเปนทรงกลม และมีสีสมตามที่ไดรับรองแลว โดยมีเปลือกนอกทํา ดวยหนัง ยาง หรือวัสดุสังเคราะห ทั้งนี้จะมีเสนรอบวงไมนอยกวา 74.9 เซนติเมตร และ ไมเกิน 78 เซนติเมตร หนักไมนอยกวา 567กรัม และไมเกิน 650กรัม จะตองสูบลมให แข็งโดยประมาณวาเมื่อปลอยลูกบอลจากที่สูงประมาณ 1.80 เมตรลงสูพื้นไมแข็งหรือ พื้นสนามแขงขัน ลูกบอลจะกระดอนขึ้นไมต่ํากวา 1.20 เมตร หรือสูงไมเกิน 1.40 เมตร เมื่อวัดจากสวนบนของลูกบอล ตะเข็บและ /หรือรองของรอยตอลูกบอลจะตองไมเกิน 0.635 เซนติเมตร ทีมเหยาตองจัดหาลูกบอลตามเกณฑที่กําหนดไวอยางนอย 1ลูก สําหรับแขงขัน ทั้งนี้ผูตัดสินที่หนึ่งมีอํานาจเพียงผูเดียว ที่จะตัดสินวาลูกบอลใด เขาเกณฑของกติกา และอาจเลือกเอาลูกบอลที่ทีมเยือนจัดหามาใชแขงขันก็ได
อุปกรณทางเทคนิค อุปกรณทางเทคนิคตอไปนี้เปนหนาที่ของทีมเหยาจะตองจัดเตรียมไว และมี พรอมไวใหผูตัดสินและผูชวงผูตัดสิน คือ 1. นาฬิกาจับเวลาการแขงขัน และนาฬิกาจับเวลานอก ผูจับเวลาตองมีนาฬิกาจับเวลาการ แขงขัน
และนาฬิกาจับเวลาธรรมดา เพราะนาฬิกาจับเวลาการแขงขันมีไวสําหรับจับเวลา นอก นาฬิกาทั้งสองเรือนนี้จะตองจัดตั้งไวใหสามารถมองเห็นไดชัดเจนโดยผูจับเวลาและ ผูบันทึก 2. นาฬิกาจับเวลา 30วินาที เปนอุปกรณจําเปนที่จะตองติดตั้งใหสามารถมองเห็นไดทั้ง ผูเลน และผูชม และดําเนินการควบคุมโดยเจาหนาที่ที่จับเวลา 30วินาที 3. ใบบันทึก จะตองเปนแบบที่กําหนดโดยสหพันธบาสเกตบอลสมัครเลนนานาชาติ และตองให ผูบันทึกเปนผูดําเนินการกรอกขอความกอนการแขงขัน และระหวางที่การแขงขัน ตามที่ระบุ ไวในกติกา 4. อยางนอยจะตองมีอุปกรณเพื่อแสดงสัญญาณ 3 ชนิด ที่ระบุไวในกติกา นอกจากนั้น ยังจะตอง มีปายบอกคะแนนที่สามารถมองเห็นโดยผูเลน ผูชมและเจาหนาที่โตะ 5. ปายแจงหมายเลขตั้งแต 1ถึง 5 ตองจัดใหผูบันทึกทุกครั้งที่ผูเลนกระทําฟาวล ผูบันทึก ตองยก ปายนี้แสดงจํานวนฟาวลของผูเลนคนนั้นใหสามารถมองเห็นไดโดยโคชทั้งสองทีม ปายนี้ให
มีพื้นสีขาว และเขียนหมายเลข 1ถึง 4 ดวยสีดํา สวนหมายเลข 5 เขียนดวยสีแดง โดย มีขนาด ของปายอยางนอย 20 x 10เซนติเมตร 6. ตองจัดเครื่องหมายแสดงจํานวนการฟาวลของทีมใหแกผูบันทึก ซึ่งเครื่องหมายนี้จะ เปนสี แดง จัดตั้งไวบนโตะเจาหนาที่เพื่อใหมองเห็นไดงายโดยผูเลน โคช และผูตัดสิน ทันทีที่ลูก บอลเขาสูการเลนภายหลังการฟาวลของผูเลนครั้งที่ 7ของทีมนั้นๆ ใหแสดง เครื่องหมายนี้บน โตะเจาหนาที่ทางดานที่นั่งของทีมที่กระทําฟาวลของผูเลนครั้งที่ 7 7. เครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อแสดงจํานวนฟาวลของทีม สถานที่ และอุปกรณที่ระบุไวเพื่อ การ แขงขันระดับนานาชาติตอไปนี้จะ ตองไดรับการอนุมัติจากฟบา คือ โอลิมปก ชิงแช มเปยน โลก สําหรับประเภทชาย ประเภทหญิง เยาวชนชาย เยาวชนหญิง และสําหรับประเภท ชายอายุ ไมเกิน 22 ป 1. ที่นั่งสําหรับผูชมในสนามแขงขัน จะตองมีที่นั่งไมนอยกวา 6,000 ที่นั่ง สําหรับระดับ ชิงแชม
เปยนโลก เยาวชนชาย เยาวชนหญิง และสําหรับประเภทชายอายุไมเกิน 22 ป และ ตองมีที่นั่ง ไมนอยกวา 12,500 ที่นั่งสําหรับระดับโอลิมปก และชิงแชมเปยนโลก สําหรับ ประเภทชาย และหญิง 2. พื้นสนามที่ใชแขงขันตองทําดวยไมหรือวัสดุอื่นซึ่งมีคุณลักษณะเหมือนไม และ ไดรับความ เห็นชอบโดย ฟบา สนามแขงขันตองเปนรูปสี่เหลี่ยมผืนผาราบเรียบ มีพื้นแข็ง ขนาด ยาว 28 เมตร และกวาง 15 เมตร เมื่อสนามแขงขันออกแบบโดยไมตีเสนขอบสนาม ซึ่งมี ความหนา 5 เซนติเมตรไว แตใชสีซึ่งตัดกันเปนสิ่งกําหนดพื้นที่ของเขตสนาม และพื้นที่นอกเขต สนาม แลว ใหถือวาเสนที่แบงสีที่ตัดกันนั้นเปนขอบในของเสนสนาม 3. จะตองมีกระดานหลังเปนวัสดุโปรงใส ทําดวยวัสดุที่มีความหนาแนนเหมือนไมที่มี ความหนา 3เซนติเมตร มีขนาดยาวตามแนวนอน 1.80เมตร และกวางตามแนวตั้ง 1.05เมตร ทั้งนี้ขอบ ลางของกระดานหลังจะตองสูงจากพื้นสนาม 2.90เมตร
4. อุปกรณที่ใชยึดกระดานหลัง จะตองตั้งอยูนอกเขตสนามหางจากขอบนอกของเสน หลังอยาง นอย 2 เมตรและตองมีสีสดใสตัดกับสีดานหลัง เพื่อใหผูเลนมองเห็นไดอยางชัดเจน 5. ลูกบอลตองทําดวยหนังและไดรับอนุมัติจากฟบา ฝายจัดการแขงขันจะตองจัดหาลูก บอลอยาง นอย 12ลูก ซึ่งเปนผลิตภัณฑเดียวกัน เพื่อการใชฝกซอม และอบอุนรางกายกอนเริ่ม การ แขงขัน แสงสวางที่ใชกับสนามแขงขันจะตองไมต่ํากวา 1,500ลักซ (Lux) ซึ่งวัด ความสวาง ระดับความสูง 1 เมตร เหนือพื้นสนาม แสงสวางดังกลาวตองตรงกับเกณฑที่กําหนด เพื่อ ถายทอดทางโทรทัศนดวย 6. สนามแขงขันจะตองติดตั้งอุปกรณอิเล็กทรอนิกสตอไปนี้ ซึ่งจะตองใหเห็นเดนชัด จากโตะ
เจาหนาที่ สนามแขงขัน และที่นั่งของทีม คือ 6.1 ปายแสดงคะแนนขนาดใหญสองปาย แตละปายติดนาฬิกาชนิดตัวเลขที่ นับถอยหลังซึ่งมองเห็นไดเดนชัด พรอมกับมีอุปกรณที่ใหสัญญาณเสียงอัตโนมัติที่ดัง มากๆ เพื่อบอกการสิ้นสุดเวลาการแขงขันในแตละครึ่งเวลา และเวลาเพิ่มพิเศษ นาฬิกา จะตองออกแบบอยางสมบูรณและแสดงเวลาที่เหลือตลอดการแขงขัน และอยางนอย ที่สุดในชวง 60วินาที นาทีสุดทายของแตละครึ่ง และเวลาเพิ่มพิเศษ จะตองแสดงเวลา ทุก 1/10วินาที ผูตัดสินที่หนึ่งจะเปนผูกําหนดใหนาฬิกาเรือนหนึ่งเปนนาฬิกาจับเวลา ของการแขงขัน ปายแสดงคะแนนจะตองบอกคะแนนที่แตละทีมทําได พรอมกับบอก จํานวนฟาวลของผูเลนในแตละทีม ขบวนการดังกลาวมิไดหมายความวาใหติดปาย แสดงการฟาวลที่เจาหนาที่บันทึกใชแจงจํานวนฟาวล
6.2อุปกรณอัตโนมัติที่ใชจับเวลา 30วินาที ชนิดตัวเลขนับถอยหลังแสดงเวลา เปนวินาที จะตองมีอุปกรณดังกลาว 2 ชุด ถาติดตั้งตรงแนวสวนบนของกระดานหลัง หรือมี 4 ชุด ถาติดตั้งดวยความเหมาะสมตามมุมของสนามแขงขัน อุปกรณ 30วินาที จะตองพวงเขากับนาฬิกาที่จับเวลาการแขงขัน ทั้งนี้เมื่อเวลาหมดลงเปน " ศูนย " จะมี สัญญาณดังขึ้น ก็จะทําใหหยุดเวลาการแขงขันโดยอัตโนมัติดวย 6.3อุปกรณที่มีแสงสวางเพื่อบอกจํานวนฟาวลของแตละทีม ซึ่งควรมีตัวเลข จาก 1ถึง 7 6.4 สัญญาณเสียงที่แยกกัน 3 ชุด และมีเสียงแตกตางกันจะตองจัดใหมีคือ ชุด หนึ่งเพื่อใหแกเจาหนาที่จับเวลา ซึ่งจะตองสงสัญญาณเสียงโดยอัตโนมัติเมื่อสิ้นสุดเวลา การแขงขันในแตละครั้ง หรือแตละครั้งเพื่อบอกการสิ้นสุดเวลาการแขงขัน อีกชุดหนึ่ง เพื่อใหแกเจาหนาที่ผูจับเวลา 30วินาทีอุปกรณทั้ง 3 ชุดนี้จะตองมีสัญญาณเสียงดังมาก พอที่จะไดยินอยางชัดเจนภายใตสถานการณวุนวาย หรือเสียงรบกวนอื่นๆ 7. เขต 3วินาที (เขตกําหนดเวลา) และวงกลมกลางจะตองเปนสีที่แตกตางจากสีของพื้น สนามแขงขันมาตรฐานที่กําหนดไวขางตน ควรจะนําไปใชในการแขงขันระดับสําคัญ อื่นๆ ดวย กติกาบาสเกตบอล บาสเกตบอลเปนกีฬาที่เลนระหวางผูเลน 2 ชุด ชุดละ 5คน โดยมีจุดมุงหมาย วา แตละชุดตองนําลูกบอลไปโยนใหลงหวงประตูของคูแขงขัน และพยายามปองกันมิ
ใหอีกฝายหนึ่งไดครอบครองลูกบอล หรือทําคะแนน ทั้งนี้ผูเลนอาจจะสง โยน ปดกลิ้ง หรือเลี้ยงลูกบอลไปยังทิศทางใดก็ไดใหถูกตองตามกติกา ทีม แตละทีมจะประกอบไปดวยผูเลนไมเกิน 10คน และโคช 1คน ผูเลนคนใด คนหนึ่งจะเปนหัวหนาทีม แตละทีมอาจจะมีผูชวยโคชอีก 1คน สําหรับทัวรนาเมนตที่ ทีมนั้นจะตองแขงขันมากกวา 3ครั้ง จํานวนผูเลนในแตละทีมอาจจะเพิ่มเปน 12คนก็ได ผูเลน 5คนของแตละทีมจะตองอยูในสนามแขงขันระหวางเวลาการแขงขัน และ สามารถเปลี่ยนตัวผูเลนไดตามที่ระบุไวในกติกา ผูเลนของทีมคือผูเลนที่อยูในสนามแขง ขัน และถูกกําหนดวาจะลงแขงขันนอกเหนือจากนี้แลวจะเปนผูเลนสํารอง ดังนั้นผูเลน สํารองจะกลายเปนผูเลนเมื่อผูตัดสินไดใหสัญญาณแจงใหเขาเขาไปในสนามแขงขัน และผูเลนจะกลายเปนผูเลนสํารองทันทีที่ผูตัดสินไดสงสัญญาณแกผูที่จะเขามาแทนผู เลนคนนั้นใหเขาไปในสนามแขงขัน ผูเลนแตละคนจะตองมีหมายเลขที่ดานหนาและ ดานหลังของเสื้อที่ตนสวมใส โดยมีลักษณะเรียบธรรมดา (ไมมีลวดลาย) และมีสีทึบติด กับเสื้อ หมายเลขจะตองเดนชัด สําหรับหมายเลขที่ติดดานหลังจะตองสูงไมนอยกวา 20 เซนติเมตร และหมายเลขที่ติดดานหนาจะตองสูงไมนอยกวา 10 เซนติเมตร ทําดวยวัสดุ ที่กวางไมนอยกวา 2 เซนติเมตร ทีมหนึ่ง ๆ จะตองใชหมายเลขตั้งแต 4ถึง 15ผูเลนใน ทีมเดียวกันจะตองไมใชหมายเลขซ้ํากัน ชุดที่ผูเลนสวมใสจะตองประกอบไปดวยสิ่งตอไปนี้ - เสื้อทีม จะเปนสีเดียว มีลักษณะทึบสม่ําเสมอเหมือนกันทั้งดานหนาและดานหลัง ตอง สวมใส
โดยผูเลนทุกคนในทีมนั้นเสื้อที่มีลายทางแบบริ้วลายจะไมอนุญาตใหใช -กางเกงขาสั้น จะเปนสีเดียว มีลักษณะทึบสม่ําเสมอเหมือนกันทั้งทีม และจะตองสวม ใสโดยผู เลนทุกคนในทีมนั้น - เสื้อคอกลม (ทีเชิ้ต) อาจจะสวมใสไดภายในเสื้อทีม แตถาสวมเสื้อคอกลมจะตอง ใชเสื้อคอ กลมมีสีเดียว และใหเหมือนกับสีของเสื้อทีม - ชุดชั้นในของกางเกง ที่ยื่นเลยต่ํากวากางเกงขาสั้น อาจจะสวมใสไดโดยมีขอกําหนดวา จะตองมีสีเดียว และเหมือนกับกางเกงขาสั้น ในกรณีที่เสื้อทีมมีสีตรงกันใหทีมเหยา เปลี่ยนสีเสื้อทีมเมื่อแขงขันที่สนามกลาง หรือในทัวรนาเมนตทีมที่มีชื่อแรกใน โปรแกรมการแขงขัน และตองเปนชื่อแรกในใบบันทึกจะตองเปลี่ยนสีเสื้อทีม เพราะใน ทัวรนาเมนตหนึ่งๆ แตละทีมจะตองมีเสื้อทีมอยางนอย 2 ชุด คือชุดที่เปนสีจาง และชุดที่ เปนสีเขม สําหรับการแขงขันที่ถายทอดทางโทรทัศน ใหทีมที่มีชื่อแรกในโปรแกรมการแขงขัน (ทีมเหยา) สวมเสื้อสีจาง และทีมที่มีชื่อที่สอง (ทีมเยือน) สวมเสื้อสีเขม สําหรับการแขงขันระดับสําคัญๆ ของฟฟา ผูเลนในทีมเดียวกันจะตองปฏิบัติดังนี้ 1. สวมรองเทาซึ่งมีสีเหมือนกัน 2. สวมถุงเทาซึ่งมีสีเหมือนกัน
ผูเลนออกจากเขตสนามแขงขัน จะไมอนุญาตใหผูเลนออกจากเขตสนาม เพื่อใหไดเปรียบคูแขงขันอยางไมยุติธรรม หัวหนาทีม หนาที่ และอํานาจ เมื่อมีเหตุจําเปน หัวหนาทีมจะตองเปนผูแทนของทีมในสนามแขงขันสามารถ พูดกับผูตัดสินเพื่อขอคําอธิบาย หรือเพื่อขอทราบขอมูลที่จําเปน แตตองกระทําดวย ความสุภาพ