The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ ภาษาไทย gpas 5 step

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by darasophinya, 2022-09-03 09:32:16

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ ภาษาไทย gpas 5 step

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ ภาษาไทย gpas 5 step

Keywords: แผนการจัดการเรียนรู้

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๙

รหัสวชิ า ท๓๑๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย ๑ กล่มุ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย

ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔ ภาคเรยี นท่ี ๑

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๙ เร่ืองการอ่านอย่างมวี จิ ารณญาณ เร่อื ง ทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี เวลา.3 .ชั่วโมง

ครูผสู้ อน นางโสภิญญา ดารา โรงเรยี นโกสมั พีวทิ ยา

……………………………………………………………………..

๑. หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๙ เรอ่ื งการอ่านอยา่ งมีวิจารณญาณ เรอ่ื ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี

๒. มาตรฐานการเรยี นรู้ /ตวั ชีว้ ัด

ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็ คุณคา่ และนำมา

ประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตจรงิ

ม.4-๖/8 มมี ารยาทในการอา่ น

ตัวช้วี ัด

ม.4-6/1 อา่ นออกเสียงบทรอ้ ยแก้วและบทร้อยกรองได้อยา่ งถกู ต้อง ไพเราะ และเหมาะสมกบั เรือ่ ง

ท่อี ่าน

ม.4-6/๒. วิเคราะห์ลกั ษณะเด่นของวรรณคดเี ช่อื มโยงกับการเรยี นรู้ทางประวตั ิศาสตร์และวิถี

ชวี ติ ของสังคมในอดีต

ม.4-6/๓. วิเคราะหแ์ ละประเมินคณุ คา่ ดา้ นวรรณศลิ ป์ของวรรณคดแี ละวรรณกรรมในฐานะท่ี

เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติ

ม.4-6/๔. สงั เคราะหข์ อ้ คดิ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเพ่อื นำไปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ จริง

ม.4-6/๕. รวบรวมวรรณกรรมพื้นบา้ นและอธบิ ายภมู ิปัญญาทางภาษา

ม.4-6/๖. ทอ่ งจ าและบอกคุณค่าบทอาขยานตามทก่ี ำหนดและบทร้อยกรองที่มคี ุณค่าตาม

ความสนใจและนำไปใช้อา้ งองิ

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี เป็นบทความพระราชนพิ นธใ์ นสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี ท่ี

แสดงให้เหน็ ถึงการเอาพระทัยใสแ่ ละความเขา้ พระทัยในปัญหาตา่ งๆ ตลอดจนพระเมตตาของพระองค์ที่มีต่อชาวนา

ไทย แทรกข้อคิดท่ีเปน็ ประโยชน์ สามารถนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้

4. สาระการเรยี นรู้
4.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1. หลักการวเิ คราะหแ์ ละวิจารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมเบื้องต้น
- จุดมุง่ หมายการแต่งวรรณคดีและวรรณกรรม
- การพจิ ารณารปู แบบของวรรณคดแี ละวรรณกรรม
- การพจิ ารณาเน้อื หาและกลวิธใี นวรรณคดแี ละวรรณกรรม
- การวิเคราะห์และการวจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรม
2. การวเิ คราะห์และประเมินคุณค่าวรรณคดีและวรรณกรรม
- ดา้ นวรรณศลิ ป์
- ด้านสังคมและวัฒนธรรม
3. การสงั เคราะหว์ รรณคดแี ละวรรณกรรม

4.2 สาระการเรียนร้ทู ้องถ่ิน (ถา้ มี)

-

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร ๒. ความสามารถในการคดิ ๓. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
2. รักความเปน็ ไทย
6. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

1. ใฝ่เรียนรู้ ๒. มุ่งม่นั ในการทำงาน

7. ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด/ระหว่างเรียน) 3. ประเมนิ
๗.๑ บทความแสดงความคดิ เหน็ เรอ่ื ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี
๗.๒ แผนภาพความคิดทุกข์ของชาวนาในบทกวี

8. การวดั ผลและประเมินผล (รวบยอด/ระหว่างเรียน)
8.1 การประเมนิ ก่อนเรยี น
- ทดสอบกอ่ นเรียน
8.2 การประเมนิ ระหวา่ งการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
1. ใบงานที่ ๑ เรอื่ งความเปน็ มาและประวัติผแู้ ตง่
2. ใบงานที่ ๒ เรอ่ื ง สรปุ เนอื้ หา คำศพั ท์
3. ใบงานท่ี ๓ เรือ่ งประเมนิ คุณค่าและสังเคราะห์ข้อคิดเร่ือง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี

การนำเสนอผลงาน
4. สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบคุ คล
5. สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลมุ่
6. สงั เกตคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

8.3 การประเมนิ หลงั เรียน
- แบบทดสอหลังเรียน

8.4 การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด/ระหว่างเรียน)
- โครงงานสำรวจเพลงลกู ทงุ่ ท่ีปรากฏสภาพชีวิตชาวนา
- แต่งเพลงเกย่ี วกบั สภาพชวี ิตชาวนา

9. กิจกรรมการเรยี นรู้ ดังแนบมาพรอ้ มนี้
- กจิ กรรมนำสูก่ ารเรียนรู้
- กิจกรรมพฒั นาการเรยี นรู้
- กิจกรรมรวบยอด

10. เวลาเรียน จำนวน ๔ ชวั่ โมง

1๑. กจิ กรรมเสนอแนะ

๑๒. บันทกึ หลงั กระบวนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

การออกแบบการจดั การเรยี นรู้

รหสั วชิ า ท ๓๑๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๔ ภาคเรียนท่ี ๑

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๙ เร่อื ง การอ่านอยา่ งมีวจิ ารณญาณ เร่อื ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี เวลา 3 ช่ัวโมง

แผนการจดั สาระการเรียนรู้ ตวั ชว้ี ดั / จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เวลา
การเรยี นรู้ (ชวั่ โมง)
การอ่านอยา่ งมวีมิจ.4าร-6ณ/ญ1าอณา่ นม.4-6/1 อ่านออกเสยี งบทร้อยแก้วและบท
14 3

เรอ่ื ง ทกุ ขข์ องชาวนาในบท ร้อยกรองได้อย่างถูกต้อง ไพเราะ

กวี และเหมาะสมกบั เรือ่ งทอ่ี ่าน

ม.4-6/๒. วเิ คราะห์ลักษณะเด่นของวรรณคดี

เชอ่ื มโยงกบั การเรยี นรู้ทาง

ประวัติศาสตร์และวิถีชวี ติ ของสังคม

ในอดตี

ม.4-6/๓. วิเคราะห์และประเมินคณุ คา่ ดา้ น

วรรณศิลป์ของวรรณคดแี ละ

วรรณกรรมในฐานะทเ่ี ป็นมรดกทาง

วฒั นธรรมของชาติ

ม.4-6/๔. สงั เคราะห์ข้อคิดจากวรรณคดแี ละ

วรรณกรรมเพ่ือนำไปประยุกต์ใช้ใน

ชวี ิตจริง

ม.4-6/๕. รวบรวมวรรณกรรมพ้นื บ้านและ

อธิบายภมู ิปัญญาทางภาษา

ม.4-6/๖. ทอ่ งจำและบอกคุณค่าบทอาขยาน

ตามทีก่ ำหนดและบทรอ้ ยกรองทม่ี ี

คุณคา่ ตามความสนใจและ

นำไปใชอ้ ้างอิง

แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๑4 การจดั การเรียนรแู้ บบ GPAS 5 Steps

รหัสวชิ า ท ๓๑๑๐๑ รายวชิ า ภาษาไทย กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย

ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ภาคเรียนที่ ๑

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๙ เรือ่ ง การอา่ นอยา่ งมวี ิจารณญาณ เรือ่ ง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี เวลา 3 ช่ัวโมง

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๑4 เรอื่ ง การอา่ นอยา่ งมีวจิ ารณญาณ เรอื่ ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี

เวลา 3 ชว่ั โมง

ครผู ้สู อน นางโสภญิ ญา ดารา โรงเรยี นโกสัมพีวทิ ยา

สอนวันท.ี่ ..............เดือน............. พ.ศ. ................

----------------------------------------------------------------

1. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

ทุกข์ของชาวนาในบทกวีเป็นบทพระราชนิพนธท์ ่ีมเี น้ือหากล่าวถึงชีวติ และความทุกข์ยากของชาวนา มีการลำดับ

ความงา่ ย ใช้ถ้อยคำกะทดั รัดสละสลวย และมีข้อคิดท่ีนำไปพิจารณาไตร่ตรองแลว้ ปรับใช้ในชวี ติ ประจำวนั ได้

2. มาตรฐานการเรียนรู้
ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เหน็ วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณคา่ และน ามา

ประยุกตใ์ ช้ในชีวติ จริง
ม.4/8 มีมารยาทในการอา่ น

ตวั ชี้วดั
ม.4-6/1 อา่ นออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรองไดอ้ ย่างถกู ต้อง ไพเราะ และเหมาะสมกบั เรื่อง
ทีอ่ ่าน
ม.4-6/๒. วิเคราะหล์ กั ษณะเดน่ ของวรรณคดีเชือ่ มโยงกับการเรยี นรูท้ างประวัติศาสตร์และวิถีชวี ิต
ของสังคมในอดตี
ม.4-6/๓. วิเคราะหแ์ ละประเมนิ คณุ ค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะทีเ่ ป็น
มรดกทางวัฒนธรรมของชาติ
ม.4-6/๔. สังเคราะห์ข้อคดิ จากวรรณคดีและวรรณกรรมเพ่ือนำไปประยกุ ต์ใช้ในชวี ติ จริง
ม.4-6/๕. รวบรวมวรรณกรรมพ้นื บา้ นและอธิบายภมู ิปัญญาทางภาษา
ม.4-6/๖. ทอ่ งจำและบอกคุณคา่ บทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองท่ีมีคุณคา่ ตามความ
สนใจและนำไปใช้อ้างอิง

3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K )เพื่อให้นักเรยี นสามารถ
๑. บอกประวตั ิผแู้ ต่งเรื่อง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี ได้
๒. อธบิ ายความเป็นมาของเรือ่ ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี ได้
3.2 ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P )เพื่อให้นักเรยี นสามารถ
๑. วเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณ์เรื่องท่ีอ่าน
๒. สามารถสรา้ งนวัตกรรมหลังจากศึกษาเรื่องทุกข็ของชาวนาในบทกวไี ด้
3.3 ด้านเจตคติ (A )เพื่อให้นกั เรยี น
๑. ตระหนกั และเห็นคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม

๒. มีมารยาทในการอา่ น

4. สาระการเรยี นรู้
ทุกข์ของชาวนาในบทกวี

5. สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
๑. ความสามารถในการสอ่ื สาร

6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

1. ใฝ่เรยี นรู้ ๒. มุ่งมน่ั ในการทำงาน ๓. รักความเป็นไทย

7. ทกั ษะในศตวรรษที่ 21 (3R ,8C)

๗.๑ ทักษะของคนในศตวรรษที่ ๒๑ คอื การเรียนรู้ ๓R ๘C

 Reading (อา่ นออก)

 (W) Riting (เขียนได้)

 ทกั ษะด้านการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณและทกั ษะในการแก้ไขปัญหา

(Critical Thinking and Problem Solving)

 ทกั ษะด้านการสรา้ งสรรค์ และนวัตกรรม (Creativity and Innovation)

 ทักษะดา้ นความเขา้ ใจความต่างวัฒนธรรม ตา่ งกระบวนทศั น์ (Cross-cultural Understanding)

 ทักษะด้านความรว่ มมอื การทำงานเป็นทีมและภาวะผู้นำ (Collaboration, Teamwork and Leadership)

 ทกั ษะด้านการส่อื สาร สารสนเทศและรู้เท่าทนั สื่อ (Communications, Information, and Media

Literacy)

 มคี ณุ ธรรม มเี มตตา กรณุ า มรี ะเบยี บวินยั ซึง่ เป็นคณุ ลักษณะพน้ื ฐานสำคัญของทกั ษะขั้นต้นทง้ั หมด

และเป็นคุณลักษณะทีเ่ ด็กไทยจำเปน็ ต้องมี (Compassion)

๗.๒ ทกั ษะดา้ นชวี ิตและอาชพี ของคนในศตวรรษท่ี ๒๑

 ความยดื หยุ่นและการปรับตัว

 การริเร่ิมสรา้ งสรรคแ์ ละเป็นตัวของตัวเอง

 การเปน็ ผูส้ รา้ งหรือผผู้ ลติ (Productivity) และความรับผดิ ชอบเชอื่ ถือได้

(Accountability)

 ภาวะผู้นำและความรบั ผดิ ชอบ (Responsibility)

๗.๓ คุณลกั ษณะของคนในศตวรรษที่ ๒๑

 คุณลกั ษณะด้านการทำงาน ได้แก่ การปรบั ตัว ความเปน็ ผ้นู ำ

 คุณลักษณะดา้ นการเรียนรู้ ไดแ้ ก่ การช้ีนำตนเอง การตรวจสอบการเรียนรู้ของตนเอง

 คณุ ลักษณะดา้ นศลี ธรรม ไดแ้ ก่ ความเคารพผู้อนื่ ความซอื่ สตั ย์ ความสำนกึ พลเมือง

- นักเรียนศึกษาค้นควา้ พระราชประวตั ิสมเดจ็ พระกนิษฐาธริ าชเจา้ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ

สยามบรมราชกุมารีจติ ร ภมู ิศักดิ์ และหลี่เชนิ แลว้ นำมาจดั ป้ายนิเทศให้ความรแู้ กผ่ ู้ทีส่ นใจ

การบูรณาการกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๑ ความพอเพียง

๑.๑ ความพอประมาณ การใช้ชวี ิตตามหลกั การพอมีพอกินการดำเนินชวี ติ ของประชาชนใน
สมยั กอ่ นทีอ่ ยู่อย่างพอมีพอกิน

๑.๒ ความมเี หตผุ ล มีหลักเหตุผลในการยอมรับความแตกตา่ ง ความเหน็ ตา่ งของ
แตล่ ะคน

๑.๓ การมภี มู คิ มุ้ กนั ท่ดี ี รู้หลักการดำเนินชวี ิตท่ีให้ดำเนินไปด้วยความสุข
๒ คณุ ธรรมกำกบั ความรู้

๒.๑ เงอ่ื นไขคุณธรรม ความอดทน
๒.๒ เงอ่ื นไขความรู้ รอบรู้เรือ่ งและมีความชำนาญในการอ่านวรรณกรรมเร่ืองทุกขข์ องชาวนา
ในบทกวี
Latency Thinking Skill
Writing :เขยี นโครงงาน แต่งเพลงเก่ียวกับชาวนา
Reading :อ่านวรรณคดีเรอ่ื งทุกข์ของขาวนาในบทกวี
Oral :นำเสนอผลงาน
8. กิจกรรมการเรียนรู้ (การจดั การเรยี นร้แู บบ GPAS 5 Steps)
ช่ัวโมงท่ี ๑
กจิ กรรม Brain Gym กา๊ บ กา๊ บ กา๊ บ เปด็ อาบนำ้ ในคลอง
ขัน้ ที่ 1 G= Gathering : ข้ันสงั เกตและรวบรวมข้อมลู
๑. นักเรยี นตอบคำถามแสดงความคดิ เหน็ ดงั นี้
• นักเรียนเคยเห็นการทำนาหรือไม่ อย่างไร (ตัวอยา่ งคำ ตอบ เคย จากชวี ติ จริงหรือจากสารคด)ี
๒. นกั เรยี นชมคลปิ Soundtrack of Life : บทเพลงชาวนา จากกระดูกสันหลังของชาตสิ ู่ชนช้นั ผถู้ ูกกดข่ี
https://prachatai.com/journal/2015/07/60308
๓ นักเรยี นร่วมกนั วเิ คราะห์ถึงคลิปวดี ิโอทช่ี ม
๔. นกั เรยี นดภู าพผรู้ วบรวมบทความเร่อื งทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี พรอ้ มฟังครูอธบิ าย

บทความเรอื่ ง “ทุกขข์ องชาวนาในบทกว”ี มีท่ีมาจากหนังสอื รวมบทความบทพระราชนิพนธ์ในสมเดจ็
พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี เรอ่ื ง มณีพลอยร้อยแสง

ซง่ึ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ใหจ้ ดั พมิ พข์ นึ้ เม่ือ พ.ศ. ๒๕๓๓ ในวโรกาสทพี่ ระองค์ทรงเจรญิ พระชนมายุครบ
๓ รอบ โดยนิสติ คณะอักษรศาสตร์ จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย รนุ่ ที่ ๔๑

๕. ศกึ ษาบทนำเร่ือง จาก Link https://sites.google.com/site/phasathiym4/raywicha-phasa-thiy-
chan-mathymsuksa-pi-thi4/bthi6-reuxng-thukkh-khxng-chawna-ni-bth-kwi ทีค่ รูแชร์ใหด้ ูเพ่อื ทำความ
เขา้ ใจก่อนอ่านทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี

๖. นักเรยี นศกึ ษาความหมายของคำศัพทจ์ ากศัพทานุกรมท้ายเรื่อง จาก Link
https://sites.google.com/site/thaim04/home/kha-xthi-ba-ysaphthelea-khxkhwam ท่คี รแู ชร์ใหด้ ูนักเรียน
บันทกึ ลงสมุด

๗. นักเรยี นทำใบงานท่ี ๑ เร่อื งความเป็นมาและประวตั ผิ ู้แต่ง
ชัว่ โมงท่ี ๒
ขนั้ ท่ี 2 P= Processing: ขั้นคิดวเิ คราะห์และสรุปความรู้
๘. นกั เรยี นรบั ชมคลิปและฟังเพลง เปิบข้าว ของจิตร ภูมศิ กั ดิ์ จาก Youtube โดยครูแชร์ Link
https://www.youtube.com/watch?v=5qgK9yJy3Ro ใหน้ ักเรยี นชม นักเรียนร่วมกนั สรุปความจากคำประพันธ์
หรือบทเพลงของจิตร ภูมศิ ักด์ิแล้วแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ร่วมกนั (ตวั อยา่ งคำตอบ ข้าวทุกคำทเ่ี ราได้กินอยา่ ง
อรอ่ ยล้นิ มาจากความเหน่อื ยยาก ความลำบาก อยา่ งแสนสาหสั ของชาวนา)
๙. นักเรยี นรว่ มกนั วิเคราะหว์ ่าสภาพปัญหาท่ชี าวนาพบในปัจจบุ นั ปญั หานั้นยังคงมีอยู่หรือไม่อย่างไร
(ตัวอยา่ งคำตอบ ปัญหาท่ีเกิดขึ้นกบั ชาวนา ไม่วา่ จะเป็นเรือ่ งราคาข้าวทตี่ กต่ำ จนทำให้ เกดิ การละทง้ิ อาชีพ
เกษตรกรรมไปอยใู่ นภาคอุตสาหกรรมหรอื บริการ และปัญหาอน่ื ๆ ในปจั จุบันยงั คงมีอยู่ และดูจะรุนแรงยง่ิ ข้นึ ด้วย)

๑๐. นกั เรียนและครูรว่ มกันสนทนาถึงความรู้เกี่ยวกับการทำนา และ ชวี ติ ความเปน็ อยู่ ของชาวนาไทย
รวมถึงสาเหตทุ ่ีทำใหช้ าวนามีความทุกข์วา่ เป็นอย่างไร

๑๑. นักเรยี นศกึ ษา Powerpoint เรือ่ ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี แล้วรว่ มกนั วเิ คราะห์บทประพนั ธ์ ของจติ ร
ภูมิศักดิ์กับบทประพนั ธข์ องหล่เี ชนิ วา่ มีสว่ นใดที่เหมอื นกนั และสว่ นใดท่ตี ่างกัน (ตวั อย่างคำ ตอบ สว่ นที่เหมือนกนั
คือ เน้อื หาที่กวีสอื่ ในเร่อื งของความทุกขย์ าก ความลำบากของชาวนาทก่ี ว่าจะได้ผลผลติ ตอ้ งเหนอ่ื ยแสนสาหสั สว่ น
ทต่ี ่างกนั คือ ลักษณะคำประพนั ธ์ของจิตร ภมู ศิ ักด์ิ ใชค้ ือ กาพย์ยานี แตข่ องหลเ่ี ชิน เป็นบทกวจี นี เมื่อแปลออก
มาแล้วมีลักษณะเหมอื นกลอนเปลา่ และเทคนิคในการเขียน จติ รใช้บรรยายเร่อื งเหมือนตนเปน็ ชาวนาเอง สว่ นหล่ี
เชนิ เล่าเหมือน จติ รกรวาดภาพให้คนชม)

๑๒. นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายข้อคิด ท่ปี รากฏในทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี (ตัวอย่างคำ ตอบ ๑. กวา่ จะได้
ขา้ วแตล่ ะเม็ดชาวนาต้องลำบากมาก ๒. ควรเหน็ คณุ ค่าของข้าวทกุ เม็ด)

๑๓. นกั เรียนทำใบงานท่ี ๒ เรื่อง สรปุ เนอื้ หา คำศพั ท์
ขนั้ ท่ี 3 A= Applying 1 (Applying and Constructing the Knowledge) :ขน้ั ปฏิบตั แิ ละสรุปความรู้

หลังการปฏบิ ตั ิ
๑4. นักเรียนแบ่งกลุ่มตามความเหมาะสมแตล่ ะกล่มุ วางแผนการดำเนนิ งานโดยเลือกเรื่องทจี่ ะนำเสนอเพ่ือ
จดั ทำเป็นนวตั กรรมของกลุ่ม และจากมติการโหวตของนกั เรยี นได้ผลเร่ืองทจี่ ะนำมาสร้างนวตั กรรมดงั นี้

1. จดั ทำโครงงานสำรวจเพลงทปี่ รากฏสภาพชวี ติ ชาวนา
2. แต่งเพลงเกยี่ วกบั สภาพชวี ติ ชาวนา
๓. โครงงานประโยชน์จากขา้ ว
15. นักเรียนนำข้อมลู ทีไ่ ดม้ าวิเคราะห์ สภาพปัญหาและตรวจสอบผลงาน ประเมินความสำเรจ็ ของงาน เพื่อ
ปรบั ปรงุ และแก้ปัญหา
16. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุป ส่ิงท่ี เข้าใจ เป็นความรู้รว่ มกันดังนี้
• เร่ือง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี มแี นวคิดแสดงให้เห็นความทุกขย์ าก ในการดำเนินชีวิตของชาวนาใน
บทกวี ของท้ังไทยและจีนซ่งึ แมเ้ วลาจะผา่ นมา หลายปีแตภ่ าพความยากลำบาก ของชาวนานั้นก็ยังคงอยแู่ ละสร้าง
ความสะเทือนใจไปทุกยุคสมัย
ช่วั โมงที่ 3
ขั้นท่ี 4 A= Applying 2 (Applying and Communication Skill) : การสื่อสารและนำเสนอ
๑7. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนำเสนองานทตี่ นเองไดร้ บั มอบหมาย ของตนเองหนา้ ชัน้ เรียนเพื่อแลกเปลี่ยน ความรู้
18. เพื่อนภายในชน้ั ช่วยกนั วิพากษก์ ารนำเสนอของเพื่อน
๑9. นกั เรยี นสบื ค้นความรู้ทีเ่ กี่ยวกับการทำนา เชน่ ข้นั ตอนการทำนา โดยสืบค้นจากแหล่งเรยี นรู้ เวปไซต์
ตา่ งๆจากโทรศัพท์ของตนเอง แล้วนำเสนอรว่ มกนั ว่าเป็นอยา่ งไร
ข้นั ที่ 5 S=Self – regulating : ข้นั ประเมนิ เพ่อื เพิ่มคุณค่าบริการสงั คมและจิตสาธารณะ
20. นักเรียนนำรายงานโครงงานสำรวจชวี ติ ชาวนาในบทเพลงลูกท่งุ เผยแพร่ใน เว็บไซตข์ องโรงเรยี น หรือ
เวปไซตอ์ น่ื ๆ หรือเฟซบุค๊ เพื่อให้ความรู้ แกผ่ ้สู นใจหรือจัดนิทรรศการให้ความรู้ ในวนั วันโลกวิชาการหรือวนั สำคัญ
ตา่ งๆที่ทางโรงเรยี นจัดขนึ้
21. นกั เรียนนำเพลงทแี่ ต่งเกี่ยวกบั ชวี ติ ชาวนาร้องแลว้ เผยแพรท่ างยูทูป และทางเฟซบคุ๊ หรืออาจนำมา
แสดงในวนั โลกวชิ าการหรือ วนั สำคญั ต่างๆทางโรงเรียนจัดขน้ึ
22. นักเรียน ครูผสู้ อนและผูป้ กครอง รว่ มกนั ประเมินช้นิ งาน (เพลง โครงงาน วาดภาพ) ในขน้ั Applying 2
23. นักเรยี นทำใบงานที่ ๓ เรือ่ งประเมินคุณค่าและสังเคราะหข์ ้อคิดเรื่อง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี

๙. สอ่ื การเรยี นรู้/แหลง่ เรียนรู้
๙.๑ สือ่ การเรยี นรู้
1) Powerpoint เร่อื ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี
2) เพลง เปบิ ขา้ ว ของ จติ ร ภมู ศิ กั ดิ์ https://www.youtube.com/watch?v=5qgK9yJy3Ro
๓) Soundtrack of Life : บทเพลงชาวนา จากกระดูกสันหลังของชาติสู่ชนชน้ั ผู้ถกู กดข่ี
https://prachatai.com/journal/2015/07/60308
๔) ภาพสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
๕) บทนำเรื่อง จาก Link https://sites.google.com/site/phasathiym4/raywicha-phasa-thiy-
chan-mathymsuksa-pi-thi4/bthi6-reuxng-thukkh-khxng-chawna-ni-bth-kwi
๖) คำศัพทจ์ ากศัพทานกุ รมท้ายเรือ่ ง จาก Link
https://sites.google.com/site/thaim04/home/kha-xthi-ba-ysaphthelea-khxkhwam
๗) ใบงานท่ี ๑ เรอ่ื งความเป็นมาและประวัติผแู้ ต่ง
๘) ใบงานท่ี ๒ เรื่อง สรปุ เนอื้ หา คำศัพท์
๙) ใบงานที่ ๓ เรอื่ งประเมินคุณค่าและสังเคราะห์ข้อคดิ เรื่อง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี

9.2 แหลง่ เรียนรู้
- Internet
- Youtube

.10. การวดั ผลและประเมนิ ผล(รวบยอด/ระหว่างเรียน)

วธิ ีการ เครอ่ื งมือ เกณฑ์
แบบประเมนิ การตอบคำถาม ใบงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
ดา้ นความร้(ู K)
๑. บอกประวัตผิ แู้ ตง่ เร่ือง ทุกขข์ องชาวนาใน
บทกวี ได้
๒. อธิบายความเปน็ มาของเรื่อง
ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี ได้

ดา้ นทักษะ/กระบวนการ(P) 1. แบบประเมินการทำงานกลมุ่ ระดบั ๓ ขึ้นไป จำนวน ๔ ใน
1. ประเมินการทำงานกลุ่ม ๖ รายการ
2. แบบประเมินการแตง่ เพลง
2. ประเมนิ การแตง่ เพลง 3. แบบประเมินการทำโครงงาน ระดับคุณภาพ 3 ผา่ นเกณฑ์
3. ประเมนิ การทำโครงงาน ๔. แบบประเมนิ การนำเสนอ ระดบั คุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
4. ประเมินการนำเสนอ
ระดบั คุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์

วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑ์

ประเมนิ เจตคติ(A) แบบประเมนิ เจตคติ
ประเมนิ เจตคติ - ตระหนักและเห็นคุณคา่ ของวรรณคดี ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
- ตระหนักและเหน็ คุณคา่ ของวรรณคดแี ละ และวรรณกรรมและมีมารยาทในการอ่าน
วรรณกรรมและมมี ารยาทในการอ่าน

ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านยิ ม แบบประเมนิ คณุ ธรรม จริยธรรมและ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
ประเมินคุณธรรม จรยิ ธรรมและคา่ นยิ ม คา่ นยิ ม
- ความอดทน
- ความอดทน
ดา้ นสมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
ประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน แบบประเมินสมรรถนะสำคญั ของผู้เรยี น ในระดับ 1 ขนึ้ ไปทุกขอ้ จงึ
๑.ความสามารถในการส่อื สาร ๑.ความสามารถในการสือ่ สาร จะอนมุ ัติให้ผ่านเกณฑ์การ
๒. ความสามารถในการคิด ๒. ความสามารถในการคิด ประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึง
๓. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี ๓. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ประสงค์

ดา้ นคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับ 1 ขน้ึ ไปทุกขอ้ จึง
1. ใฝเ่ รยี นรู้ จะอนมุ ัติใหผ้ ่านเกณฑ์การ
ประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๒. มงุ่ ม่นั ในการทำงาน ประเมินคุณลักษณะอนั พึง
1. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. รักความเปน็ ไทย ประสงค์
๒. มุ่งมั่นในการทำงาน
3. รกั ความเปน็ ไทย

๑๑. กิจกรรมเสนอแนะ
สร้างคา่ นิยมการมคี วามอดทนและมี อุดมการณใ์ นส่งิ ที่ดงี ามเพ่ือสว่ นรวม ครูอธิบายให้นักเรียนเห็นถึงความ

อดทน และความเหน่ือยยากของชาวนาทีก่ วา่ จะ ปลูกขา้ วจนออกรวงมาให้เราไดร้ ับประทาน ตอ้ งต่อสกู้ บั ปัญหาทาง
ธรรมชาติและ ปญั หาทางเศรษฐกจิ แต่ชาวนาก็ไมย่ อมแพ้ และพยายามทำงานของตนสุดความสามารถ

๑๒. บนั ทกึ หลงั กระบวนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้

๑๒.1 ดา้ นความรู้ (K)
............................................................................................................................. ..............................
.................................................................................................... .....................................................................
............................................................................................................................. ............................................

ดา้ นทกั ษะกระบวนการ(P)
............................................................................................................................. ..............................
.................................................................................... ....................................................... ..............................
............................................................................................................................. ............................................

ด้านเจตคติ(A)
............................................................................................................................. ..............................
.........................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ............................................

๑2.๒ ปญั หาอปุ สรรค/แนวทางการแก้ไข
............................................................................................................................. ..............................
........................................................................................................................................... ..............................
............................................................................................................................. ............................................

๑๒.๓ ข้อเสนอแนะ
............................................................................................................................. ..............................
.................................................................................................... .....................................................................
............................................................................................................................. ............................................

ลงช่อื ..................................................
(นางโสภิญญา ดารา)
ตำแหน่ง ครู คศ.2

แบบบนั ทกึ สรุปผลการเรียนรู้สำหรบั ผเู้ รยี น

ช่อื -นามสกุล...................................... เลขท่ี ............................................ ชน้ั ..................................
วันท่ี ................................................ เดอื น ........................................................... พ.ศ. ...................
คำช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นบันทึกสรุปผลการเรยี นรจู้ ากหนว่ ยการเรียนรู้นี้

นกั เรียนมีความรู้สึกอยา่ งไร หลังจาก
ทเ่ี รียนหนว่ ยการเรยี นรนู้ แ้ี ลว้

นักเรยี นยังไม่เขา้ ใจเรื่องใดอีกบ้างท่ี ................................................................... นกั เรยี นได้รบั ความร้เู รอ่ื งใดบ้าง
เกย่ี วกับหนว่ ยการเรยี นรนู้ ี้ ................................................................... จากหนว่ ยการเรียนร้นู ้ี
...................................................................
ซึ่งต้องการให้ครูอธบิ ายเพิ่มเติม ............................................................
............................................................
................................................................ .........................................................
................................................................
............................................................ ...........................................................

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี

...........................................
...........................................

นกั เรียนจะสามารถนำความรู้ ผลงานท่นี กั เรียนชอบและต้องการ กจิ กรรมทีน่ ักเรียนชอบมากท่ีสุด
ความเข้าใจจากหนว่ ยการเรยี นรนู้ ี้ คัดเลอื กเปน็ ผลงานดเี ดน่ จาก
ไปใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจำวันได้ ในหนว่ ยการเรียนรู้นค้ี อื กจิ กรรมใด
อยา่ งไรบ้าง หน่วยการเรยี นรนู้ ี้คือผลงานใดบ้าง เพราะอะไร

................................................................ ....................................................................
................................................................ ....................................................................
................................................................ ....................................................................
........................................................... ............................................................
..........................................................

................................................................
................................................................
............................................................

ใบงานท่ี

1 ความเปน็ มาและประวัติผู้แตง่ เรอื่ ง ทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามต่อไปนี้
1. ทุกข์ของชาวนาในบทกวี หมายความวา่ อย่างไร
2. บทความเรื่อง ทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี มที ่ีมาจากหนังสอื เร่ืองอะไร
3. บทความเรื่อง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี ผูท้ รงพระราชนิพนธ์ขนึ้ มีพระนามว่าอยา่ งไร
4. ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี มีลกั ษณะคำประพันธ์รูปแบบใด
5. ใหน้ กั เรยี นสรปุ เรื่องย่อของเรื่อง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี มาพอสงั เขป

ใบงานที่

1 ความเป็นมาและประวตั ิผ้แู ต่งเรือ่ ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี

คำชี้แจง ใหน้ กั เรียนตอบคำถามต่อไปนี้
1. ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี หมายความว่าอยา่ งไร
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยให้อยู่ในดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน)
2. บทความเร่ือง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี มีท่ีมาจากหนังสือเร่ืองอะไร
มณีพลอยร้อยแสง
3. บทความเร่ือง ทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี ผทู้ รงพระราชนิพนธ์ข้ึน มพี ระนามวา่ อยา่ งไร
สมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
4. ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี มลี ักษณะคำประพนั ธร์ ปู แบบใด
บทความแสดงความคดิ เห็น
5. ให้นักเรยี นสรุปเรอื่ งย่อของเรื่อง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี มาพอสงั เขป

ใบงานท่ี ๒

คำชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นหาคำศัพทพ์ ร้อมความหมายและถอดความบทกวที ี่กำหนดเป็นบทร้อยแก้วด้วยภาษาทส่ี ละสลวย
แบบประเมนิ การตอบคำถาม

1. จดุ ม่งุ หมายในการแตง่ เรือ่ ง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. รูปแบบของเร่ือง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3. เน้ือหาและกลวิธีในการแต่งเรอื่ ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

4. กลวิธใี นการแต่งเร่ือง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

5. คุณคา่ ดา้ นสังคมของเร่อื ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

คำชีแ้ จง ใหน้ ักเรียนหาคำศัพทพ์ ร้อมความหมายและถอดความบทกวีทก่ี ำหนดเปน็ บทร้อยแก้วดว้ ยภาษาทสี่ ละสลวย

เปิปขา้ วทุกคราวคำ จงสจู ำเป็นอาจิณ

เหงื่อกูที่สูกนิ จงึ กอ่ เกิดมาเป็นคน

ขา้ วน้ีน่ะมีรส ใหช้ นชิมทุกช้ันชน

เบือ้ งหลังสทิ กุ ขท์ น และขมข่ืนจนเขียวคาว

จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางน้นั เหยียดยาว

จากรวงเปน็ เม็ดพราว ลว้ นทุกขย์ ากลำเค็ญเข็ญ

เหง่ือหยดสักกีห่ ยาด ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น

ปดู โปนกี่เสน้ เอน็ จงึ แปรรวงมาเปิปกนิ

น้ำเหงอ่ื ทเ่ี ร่ือแดง และนำ้ แรงอันหลั่งรนิ

สายเลือดกทู ั้งสิ้น ทสี่ ูซดกำซาบฟัน

คำศัพท์

1. ................................ ความหมาย ............................................................................................

2. ................................ ความหมาย ............................................................................................

3. ................................ ความหมาย ............................................................................................

4. ................................ ความหมาย ............................................................................................

5. ................................ ความหมาย ............................................................................................

6. ................................ ความหมาย ............................................................................................

7. ................................ ความหมาย ............................................................................................

8. ................................ ความหมาย ............................................................................................

9. ................................ ความหมาย ............................................................................................

10. ................................ ความหมาย ............................................................................................

11. ................................ ความหมาย ............................................................................................

12. ................................ ความหมาย ............................................................................................

13. ................................ ความหมาย ............................................................................................

14. ................................ ความหมาย ............................................................................................

15. ................................ ความหมาย ............................................................................................

ใบงานที่

3 เร่อื ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี

คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามต่อไปน้ี
1. บทกวขี อง จติ ร ภมู ิศักด์ิ ให้ข้อคิดอยา่ งไรแก่ผูอ้ ่าน
2. บทกวขี อง หลี่เชนิ ทีท่ รงแปลเป็นภาษาไทยโดยสมเด็จพระเทพพระรตั นราชสดุ าฯ ให้ข้อคิดอยา่ งไรแก่ผู้อ่าน

3. เร่ือง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี ใหข้ ้อคดิ อยา่ งไรแก่ผู้อา่ น

4. นกั เรยี นจะนำขอ้ คิดจากเรื่อง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี ไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้อยา่ งไร

5. เรอ่ื ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี มีคุณคา่ ดา้ นสงั คมอย่างไร

ใบงานท่ี

3 ประเมินคณุ ค่าและสงั เคราะหข์ ้อคิดเรอ่ื ง ทุกข์ของชาวนาใน

คำชแ้ี จง ใหบ้นกัทเรกยี นวตี อบคำถามต่อไปน้ี

1. บทกวขี อง จติ ร ภูมศิ กั ด์ิ ให้ข้อคิดอย่างไรแก่ผู้อา่ น

ชาวนามีความยากลำบากมาก กว่าทช่ี าวนาจะปลกู ข้าวให้เรารบั ประทานได้นัน้ ตอ้ งใชค้ วามอดทน
ความเหนื่อยยาก ความลำบากเปน็ อย่างมาก ดังนัน้ คนไทยจงึ พึงระลึกถงึ บญุ คณุ ของชาวนา

2. บทกวีของ หลี่เชิน ทท่ี รงแปลเปน็ ภาษาไทยโดยสมเดจ็ พระเทพพระรตั นราชสุดาฯ ให้ข้อคิดอย่างไร แก่
ผอู้ า่ น

ชาวนาในประเทศจีนตอ้ งใชค้ วามพยายาม ความอดทน และความยากลำบากในการทำนา ปลูกขา้ ว ต้องทน
ตรากตรำทัง้ วัน ซ่งึ ถึงแม้ว่าชาวนาจะปลูกข้าวใหท้ ุกคนได้รับประทาน แต่ชาวนากย็ ังมฐี านะยากจน ดงั นัน้ ข้าวทกุ
เม็ดทเ่ี รารับประทานล้วนมาจากความยากลำบากของชาวนา

3. เรอ่ื ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี ให้ข้อคิดอย่างไรแก่ผู้อา่ น

1. ทำใหเ้ ขา้ ใจความรสู้ กึ ของชาวนาท่ีต้องประสบปญั หาตา่ งๆ
2. ทำใหไ้ ดร้ ู้ถึงความทกุ ขย์ าก ความลำบากของชาวนาในการปลูกขา้ ว
3. ทำใหไ้ ด้เห็นถึงคณุ ค่าของขา้ วทไี่ ดร้ บั ประทานเปน็ อาหารหลกั ในการดำรงชวี ติ ของมนุษย์

4. นกั เรียนจะนำข้อคิดจากเรื่อง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี ไปใช้ในชีวิตประจำวนั ได้อย่างไร

1. ชืน่ ชม ยกย่อง และสำนกึ ในบญุ คณุ ของชาวนา
2. เหน็ คณุ ค่าของขา้ วแตล่ ะเมด็ และรบั ประทานขา้ วหมดจานทุกคร้ัง
3. ดำรงตนเปน็ ผปู้ ระหยดั และยดึ หลักเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ ัว

5. เรือ่ ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี มีคุณค่าด้านสังคมอยา่ งไร

แบบประเมนิ ใบงาน
เรื่อง......................................................................
ชอ่ื ..........................................................สกุล.....................................................ช้นั ...........เลขท่.ี .........

รายการประเมิน ดี (๓) พอใช้ (๒) ปรบั ปรุง (๑)

๑. การคิดวิเคราะห์

๒. การตอบคำถามส่อื ความ

๓. มคี วามคดิ สร้างสรรค์

๔. ประโยชน์ของการนำข้อมูลไปใช้

คะแนน ๑๒ คะแนน ได้.................คะแนน

เกณฑ์การให้คะแนน

- การคดิ วเิ คราะห์

๓ คะแนน = มกี ารจบั ประเด็นสำคญั ขยายความ ยกตัวอย่าง เปรยี บเทยี บและสรุปความคดิ รวบยอดได้ดี

๒ คะแนน = มกี ารจบั ประเด็นสำคญั ได้ แต่ขยายความหรือยกตวั อยา่ งไม่ได้

๑ คะแนน = มกี ารจับประเด็นสำคัญไดน้ ้อย

- การเขียนสือ่ ความ

๓ คะแนน = ตอบสื่อความได้ถูกต้องตามอกั ขรวธิ ี ตรงประเด็นและ เขา้ ใจงา่ ย

๒ คะแนน = ตอบสื่อความไม่ถูกต้องตามอักขรวธิ ี ๒-๓ แห่ง ตรงประเดน็

๑ คะแนน = ตอบส่ือความได้นอ้ ย ไมต่ รงประเดน็

- มีความคิดสรา้ งสรรค์

๓ คะแนน = ผลงานมรี ูปแบบนา่ สนใจ มีความสมั พันธก์ ับหัวขอ้ ท่ีกำหนด ระบายสีไดส้ วยงาม

๒ คะแนน = ผลงานมีความสัมพันธก์ บั หัวข้อที่กำหนด แต่ไม่ดึงดูดความสนใจ

๑ คะแนน = ผลงานมีความสัมพันธก์ บั หวั ข้อที่กำหนดน้อยมาก

- ประโยชน์ของการนำขอ้ มลู ไปใช้

๓ คะแนน = สามารถนำไปประยุกต์กับสถานการณ์ในชวี ิตประจำวนั ได้อยา่ งเหมาะสม

๒ คะแนน = สามารถนำไปประยุกต์กบั สถานการณใ์ นชีวิตประจำวนั ไดบ้ ้าง

๑ คะแนน = สามารถนำไปใช้ประโยชนไ์ ดน้ อ้ ยมาก

การประเมินผล

คะแนน ๑๒ - ๙ = ดี (๓)

คะแนน ๘ - ๕ = พอใช้ (๒)

คะแนน ๔ - ๐ = ควรปรับปรุง (๑)

เกณฑ์การตดั สนิ ใบงาน

ระดบั คุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์

ลงชื่อผปู้ ระเมนิ ................................................... ครู
นกั เรียน
เพอ่ื นนักเรยี น
ผ้ปู กครอง

แบบประเมนิ การนำเสนอผลงานกลุ่ม
กลุม่ ท่.ี ............เรื่อง...........................................................................................................
รายวชิ า............................................รหัสวชิ า...................................ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี......................
คำชีแ้ จง ให้นักเรยี นประเมิน โดยกาเครื่องหมาย / ลงในชอ่ งระดับคะแนนใหต้ รงกับความเปน็ จริงมากทส่ี ุด

รายการประเมนิ ระดับคะแนน รวม หมาย
4 3 21 เหตุ

1. ความเหมาะสมของบทบาทการนำเสนอ
2. ความถกู ต้องข้อมูล สาระ ความรู้
3. ส่วนประกอบอน่ื ๆและความคดิ ริเรมิ่ สรา้ งสรรค์

คะแนนรวม

ลงชอื่ ....................................นกั เรียนผู้ประเมนิ ลงชอื่ ....................................ครผู ู้สอน

(........................................................) (........................................ ................)

วันที่...............เดอื น.............................พ.ศ........................

ประเดน็ การประเมิน เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน / ระดบั คุณภาพ

1. ความเหมาะสมของ 4 32 1
บทบาทการนำเสนอ แสดงบทบาท
เหมาะสม เสียง แสดงบทบาท แสดงบทบาท แสดงบทบาท
ดงั ฟังชดั ลีลา
ประกอบดีมาก เหมาะสม เสียง เหมาะสม เสียง เหมาะสม เสียง
(10 – 12)
ดงั ปานกลาง เบา ลลี าประกอบ เบา ลลี าประกอบ

ลลี าประกอบดี ค่อนข้างน้อย น้อยมาก

(7 – 9) (4 - 6) (1 - 3)

2. ความถกู ตอ้ งข้อมลู เนอื้ หาสาระ เนอ้ื หาสาระ เน้ือหาสาระถูกต้อง แสดงไม่ดีไม่มี
สาระ ความรู้ ถูกต้องครบถ้วน ถกู ต้องเปน็
(10 – 12) ส่วนมาก(7 – 9) เป็นสว่ นน้อย เนอ้ื หาสาระ
3. ส่วนประกอบอืน่ ๆและ (1 - 3)
ความคิดรเิ ริม่ สรา้ งสรรค์ (4 – 6)

มกี ารนำอปุ กรณ์ มกี ารนำอุปกรณ์ มกี ารนำอปุ กรณ์ ไม่นำอปุ กรณ์มา
มาประกอบการ มาประกอบการ มาประกอบการ หรือนำมาแคบ่ าง
นำเสนอ ดมี าก นำเสนดี นำเสนอ ค่อนขา้ ง ช้ิน
(10 – 12) (7 – 9) น้อย (4 – 6) (1 - 3)

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 4 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ดมี าก ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมสมบรู ณ์ดี ให้ 2 คะแนน
ผลงานหรือพฤตกิ รรมข้างน้อย ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรือพฤติกรรมค่อนน้อยมาก
เกณฑ์การตัดสนิ ผ่าน
ระดบั คุณภาพ 3 ผ่านเกณฑ์

แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานเป็นกลมุ่

รายการ

เนื้อหาสาระ ความถูกตอ้ ง ภาษาถูกต้อง คน้ ควา้ จาก รูปแบบการ ปรับปรุง และ
ลำดับ ชื่อ-สกุล ครบถว้ นตรง ของเน้ือหา เหมาะสม แหล่งเรียนรทู้ ี่ นำเสนอ แสดง

ที่ ตามประเด็น สาระ หลากหลาย น่าสนใจ ความรู้สึกตอ่
ชน้ิ งาน รวม

๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑



















๑๐

๑๑

๑๒

๑๓

๑๔

๑๕

๑๖

๑๗

๑๘

๑๙

๒๐

๒๑

๒๒

แบบประเมินพฤติกรรมการทำงานเปน็ กลุ่ม

รายการ

เนื้อหาสาระ ความถกู ต้อง ภาษาถกู ต้อง คน้ คว้าจาก รปู แบบการ ปรับปรุง และ
ลำดบั ครบถว้ นตรง ของเน้ือหา เหมาะสม แหล่งเรยี นรู้ที่ นำเสนอ แสดง

ท่ี ชือ่ -สกลุ ตามประเดน็ สาระ หลากหลาย นา่ สนใจ ความร้สู ึกตอ่
ช้ินงาน รวม

๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑๔๓๒๑

๒๓

๒๔

๒๕

๒๖

๒๗

๒๘

๒๙

๓๐

๓๑

๓๒

๓๓

๓๔

๓๕

๓๖

๓๗

๓๘

เกณฑ์การประเมนิ
๑. การให้คะแนน ✓ ให้ ๑ คะแนน

๒. การสรุปผลการประเมินให้เปน็ ระดับคุณภาพ ๔, ๓, ๒,๑ กำหนดเกณฑ์ได้ตามความเหมาะสม
หรอื อาจใช้เกณฑด์ ังน้ี
๙–๑๐ คะแนน = ๔ (ดมี าก)
๗–๘ คะแนน = ๓ (ดี)
๕–๖ คะแนน = ๒ (พอใช้)
๐–๔ คะแนน = ๑ (ควรปรบั ปรงุ )

เกณฑ์การประเมนิ แยกตามองคป์ ระกอบย่อย ๖ ด้าน
รายการท่ี ๑ เนอ้ื หาสาระครบถว้ นตรงตามประเด็น
๔ หมายถงึ มีเนอ้ื หาสาระครบถ้วนตามประเด็นที่กำหนดท้งั หมด

๓ หมายถงึ มีเน้อื หาสาระคอ่ นข้างครบถ้วนตามประเด็นท่ีกำหนดท้ังหมด

๒ หมายถงึ มีเน้อื หาสาระไม่ครบถว้ นตามประเด็นแต่ภาพรวมของสาระทงั้ หมดอย่ใู นเกณฑ์พอใช้
๑ หมายถึง มเี น้อื หาสาระไมค่ รบถว้ น ภาพรวมของสาระท้ังหมดอยู่ในเกณฑต์ ้องปรบั ปรุง
รายการที่ ๒ ความถูกต้องของเน้อื หาสาระ
๔ หมายถงึ เนอ้ื หาสาระท้ังหมดถกู ต้องตามข้อเท็จจริงและหลักวชิ า
๓ หมายถึง เน้อื หาสาระเกือบท้งั หมดถูกต้องตามข้อเท็จจริงและหลักวชิ า
๒ หมายถงึ เนื้อหาสาระบางส่วนถกู ต้องตามขอ้ เท็จจริงและหลักวชิ าต้องแก้ไขบางส่วน
๑ หมายถงึ เนอ้ื หาสาระส่วนใหญไ่ มถ่ ูกต้องตามข้อเท็จจรงิ หลักวิชาต้องแก้ไขเปน็ ส่วนใหญ่
รายการท่ี ๓ ภาษาถกู ต้องเหมาะสม
๔ หมายถึง สะกด การันต์ถกู ต้อง ถ้อยคำสำนวนเหมาะสมดมี าก ลำดับความไดช้ ดั เจนเข้าใจงา่ ย
๓ หมายถึง สะกด การันต์ถูกต้องเปน็ สว่ นใหญ่ ถ้อยคำสำนวนเหมาะสมดี ลำดบั ความได้ดีพอใช้
๒ หมายถึง สะกด การนั ต์มีผดิ อย่บู า้ ง ถ้อยคำสำนวนเหมาะสมพอใช้ ลำดับความพอเข้าใจ
๑ หมายถึง สะกด การันต์ผดิ มาก ถ้อยคำสำนวนไมเ่ หมาะสม สำดับความได้ไม่ชดั เจน
รายการท่ี ๔ ค้นควา้ จากแหล่งเรียนรู้ท่ีหลากหลาย
๔ หมายถงึ คน้ คว้าจากแหล่งเรยี นร้ทู ่ีหลากหลายตงั้ แต่ ๔ แหล่งข้ึนไป
๓ หมายถงึ คน้ ควา้ จากแหล่งเรยี นรทู้ ่หี ลากหลายตัง้ แต่ ๓ แหลง่ ข้ึนไป
๒ หมายถึง คน้ ควา้ จากแหล่งเรยี นรู้ ๒ แหล่ง
๑ หมายถึง ใช้ความรเู้ พยี งแหลง่ เรยี นรเู้ ดยี ว
รายการท่ี ๕ รปู แบบการนำเสนอน่าสนใจ
๔ หมายถงึ รูปแบบการนำเสนองานแปลกใหม่ น่าสนใจดี ลำดับเรอ่ื งราวได้ดีมาก
๓ หมายถึง รูปแบบการนำเสนองานน่าสนใจ ลำดบั เร่ืองราวได้ดี
๒ หมายถงึ รปู แบบการนำเสนองานนา่ สนใจพอใช้ ลำดับเร่อื งราวได้พอใช้
๑ หมายถงึ รูปแบบการนำเสนอผลงานไมน่ ่าสนใจ ลำดบั เร่ืองราวได้ไมด่ ี
รายการท่ี ๖ ประเมนิ ปรบั ปรุง และแสดงความรสู้ ึกต่อชน้ิ งาน
๔ หมายถงึ วเิ คราะห์ขอ้ เด่น ข้อด้อยของงานไดช้ ดั เจน ปรบั ปรุงพฒั นางานไดเ้ หมาะสม และแสดง

ความรูส้ กึ ต่องานท้งั กระบวนการทำงานและผลงานได้อยา่ งชดั เจน
๓ หมายถึง วเิ คราะหข์ อ้ เด่น ข้อด้อยของงานได้บางสว่ น ปรบั ปรุงพฒั นางานได้บา้ ง แสดงความรสู้ ึกต่อ

งานได้แตไ่ มค่ รบถว้ น
๒ หมายถงึ วเิ คราะหข์ อ้ เด่น ขอ้ ด้อยของงานได้เล็กน้อย ปรับปรุงพัฒนางานด้วยตนเองไม่ไดต้ อ้ งได้รบั

คำแนะนำจากผอู้ ื่น แสดงความรู้สกึ ต่องานได้แต่ไม่ครบถว้ น
๑ หมายถึง วิเคราะห์ข้อเด่น ขอ้ ด้อยของงานไม่ได้ ไมป่ รับปรงุ พฒั นางาน แสดงความรู้สึกตอ่ งานได้

เลก็ นอ้ ยหรอื ไมแ่ สดงความร้สู ึกต่องาน

เกณฑ์การตดั สนิ ผลการเรียน
นกั เรียนตอ้ งมีพฤติกรรมในแตล่ ะรายการอย่างน้อยระดับ ๓ ขนึ้ ไป จำนวน ๔ ใน ๖ รายการ

ลงช่ือ ........................................... ผปู้ ระเมิน
(นางโสภญิ ญา ดารา)

............/................................/.................

แบบประเมินการแตง่ เพลง

รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ / ระดับคะแนน

1. คุณภาพ ดมี าก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
เนือ้ หา
มีเอกภาพ มเี อกภาพ มีเอกภาพ ไมม่ เี อกภาพขาด
ความหมาย ไมม่ ี
มีความหมายเข้าใจ มีความหมายเข้าใจ มคี วามหมายเขา้ ใจ สาระ
(5-8)
ง่ายมจี ุดเด่นของเน้ือ งา่ ยมจี ุดเด่นของเนื้อ ง่ายของสารไดบ้ ้าง

รอ้ งในแต่ละท่อน รอ้ งในแตล่ ะท่อน แตไ่ ม่ครบถ้วน

เพลงครบถ้วน เพลง แต่ไมค่ รบถ้วน (9-12)

(๑๗-๒๐) (13-16)

2. คุณภาพดา้ น - คุณภาพของเสยี งมี คณุ ภาพของเสยี งมี คณุ ภาพของเสียงมี คุณภาพของเสยี งมี
เสยี ง
ความชัดเจน แจ่มใส ความชัดเจน แจ่มใส ความชัดเจน ความชัดเจน

ไพเราะนา่ ฟงั ไพเราะนา่ ฟัง แจม่ ใส ไพเราะน่า แจ่มใส ไพเราะน่า

และเป็นธรรมชาติ และเปน็ ธรรมชาติ ฟังและเปน็ ฟงั

หรอื ไม่ หรอื ไม่ ธรรมชาติหรอื ไม่ และเป็นธรรมชาติ

- การถา่ ยทอด - การถา่ ยทอด - การถ่ายทอด หรือไม่

อารมณ์และ อารมณ์และ อารมณ์และ - การถ่ายทอด

ความร้สู ึกตา่ ง ๆ เชน่ ความรสู้ กึ ตา่ ง ๆ เชน่ ความร้สู กึ ต่าง ๆ อารมณ์และ

อ่อนหวาน นุม่ นวล ออ่ นหวาน นมุ่ นวล เช่นออ่ นหวาน ความรสู้ ึกตา่ ง ๆ

- ความถกู ต้องในเร่ือง ความถกู ต้องในเรอ่ื ง น่มุ นวล เช่น

เทคนิคการบรรเลงดี เทคนคิ การบรรเลง - ความถูกต้องใน อ่อนหวาน นมุ่ นวล

มาก คอ่ นข้างดี เรอ่ื งเทคนคิ การ ความถูกตอ้ งใน

(๑๗-๒๐) (13-16) บรรเลง เรอ่ื งเทคนิคการ

ไพเราะเล็กน้อย บรรเลง ไมไ่ พเราะ

(9-12) เลย(5-8)

3. คณุ ภาพดา้ น ลลี าจังหวะของดนตรี ลลี าจงั หวะของดนตรี ลลี าจงั หวะของ ลลี าจังหวะของ
องคป์ ระกอบ
ดนตรี ความหนกั – เบาของ ความหนกั - เบาของ ดนตรคี วามหนัก – ดนตรคี วามหนัก –

จังหวะดนตรีการ จังหวะดนตรกี าร เบาของจังหวะ เบาของจังหวะ

ประสานเสียงมีความ ประสานเสียงมคี วาม ดนตรกี ารประสาน ดนตรกี ารประสาน

กลมกลืนกันดีมาก กลมกลนื กนั ค่อนข้าง เสียงมคี วามขาด เสยี งฟังแล้ว

(๑๗-๒๐) ดี(13-16) ความกลมกลืน กระดา้ ง (5-8)

(9-12)

เกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ

ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
ดมี าก
17-20 ดี
พอใช้
13-16 ปรับปรงุ

9-12

5-8

เกณฑ์การประเมนิ

คะแนน 4 หมายถงึ ดีมาก ได้ ระดบั 4

คะแนน ๓ หมายถงึ ดี ได้ ระดับ ๓

คะแนน ๒ หมายถงึ ปานกลาง ได้ ระดับ ๒

คะแนน ๑ หมายถึง ปรบั ปรงุ ได้ ระดับ ๑

เกณฑก์ ารตดั สินผ่าน

นักเรยี นต้องมีพฤติกรรมในระดับ ๒ ขึน้ ไป จงึ ผ่านเกณฑ์

ลงชอื่ ………………………………………. ผ้ปู ระเมิน
( ………………………………………………)

แบบประเมินโครงงาน
กลมุ่ ที่.............เร่อื ง................................................................
คำชแี้ จง : ทำเคร่อื งหมาย / ลงในชอ่ งระดบั คะแนนตามเกณฑ์การประเมนิ

ด้านการออกแบบ คะแนน คะแนนทไ่ี ด้ หมายเหต
เต็ม
ความคดิ สร้างสรรค์ ความสวยงามและความ 10
นา่ สนใจ
ความเหมาะสมของรปู แบบตัวอกั ษร 5
การจัดวางองคป์ ระกอบทเี่ หมาะสม 10
พ้นื ท่ที ัง้ หมดใชอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ 5
การใชส้ ีและเทคนิคทางศิลปะ 10
รวม 50

ด้านเนอ้ื หา 10
เนื้อหาถูกต้องและเหมาะสม 10
เข้าใจได้งา่ ย 10
แนวคดิ ของงานที่แสดงถงึ การคิด วิเคราะห์ 10
สงั เคราะหเ์ พ่ือสรปุ ความ 40
รวม
10
ด้านคณุ ธรรม 10
สง่ งานตรงตามกำหนดเวลา 100
รวม
รวมคะแนนทัง้ หมด

เกณฑ์ ยอดเย่ียม เกณฑ์การประเมนิ ผล ควรปรบั ปรงุ
๑. การออกแบบ ชว่ งคะแนนที่ 4
1.1 ความคดิ สร้างสรรค์ ช่วงคะแนนท่ี 1 คณุ ภาพ มีความคิดสร้างสรรค์
ความสวยงามและความ นอ้ ยลอกเลียนแบบ
น่าสนใจ ความคดิ สรา้ งสรรค์ ดี พอใช้ งานและแนวคิดของ
มากทีส่ ุดแปลกใหม่ ไม่ ผู้อ่ืน (4)
1.2 ความเหมาะสมของ ซ้ำใคร และมีแนวคดิ ที่ ชว่ งคะแนนท่ี 2 ชว่ งคะแนนท่ี 3
รปู แบบตวั อกั ษร นำเสนอในมุมมองที่ รปู แบบตวั อักษรไมม่ ี
แตกต่างจากงานทัว่ ไป ความคดิ สร้างสรรค์ ความคดิ สรา้ งสรรค์ สสี นั และขนาดที่
1.3 การจดั วาง (10) มาก แตม่ ีแนวคดิ พอใชล้ อกเลยี นแบบ เหมาะสมกบั ภาพ (2)
องค์ประกอบท่เี หมาะสม คล้ายหรอื ใกล้เคยี ง งาน และแนวคิดของ
รูปแบบตวั อักษรมี กบั งานท่ีมอี ยทู่ ั่วไป ผูอ้ ่นื (6) มีการจัดวาง
1.4 พน้ื ทีท่ ั้งหมดใช้ ความเหมาะสม (8) องคป์ ระกอบ
อย่างมีประสิทธิภาพ มากทส่ี ุด ท้ังสสี นั และ เหมาะสมเปน็ บางส่วน
ขนาด (5) รูปแบบตัวอักษรมี รปู แบบตัวอกั ษรมสี ีสนั (4)
1.5 การใช้สีและเทคนคิ ความเหมาะสมมาก และขนาดเหมาะสม สสี นั ไม่มีความ
ทางศิลปะ มีการจดั วาง ท้งั สีสนั และขนาด ปานกลาง(3) กลมกลืนกัน
องคป์ ระกอบท่ี (4) และสอดคลอ้ งกบั
เหมาะสมมากที่สดุ มกี ารจัดวาง แนวคิดของ
(10) มกี ารจดั วาง องคป์ ระกอบที่ งานในระดบั น้อยมาก
องคป์ ระกอบท่ี เหมาะสมพอใจ (6) (2)
มกี ารใช้สแี ละเทคนิค เหมาะสมมาก (8) พืน้ ทท่ี ้งั หมดใช้อย่างมี
ทางศลิ ปะได้อย่าง ประสทิ ธภิ าพน้อย (4)
เหมาะสมมากทีส่ ุด มีการใช้สีและเทคนิค มกี ารใช้สแี ละเทคนิค
โดยใชส้ สี ันไดก้ ลมกลืน ทางศิลปะได้อย่าง ทางศลิ ปะไดเ้ หมาะสม
กับแนวคดิ ที่ต้องการ เหมาะสมมากโดยใช้ ปานกลาง (3)
นำเสนอ (5) สสี ันไดก้ ลมกลนื กับ
แนวคดิ ที่ต้องการ
พืน้ ท่ที งั้ หมดใช้อย่างมี นำเสนอ(4)
ประสทิ ธภิ าพมากทีส่ ดุ
(10) พนื้ ที่ทัง้ หมดใช้อย่าง พื้นทที่ งั้ หมดใช้อย่างมี
มปี ระสิทธิภาพ (8) ประสิทธิภาพปาน

กลาง (6)

เกณฑก์ ารประเมนิ ผล

คณุ ภาพ

เกณฑ์ ยอดเยี่ยม ดี พอใช้ ควรปรบั ปรงุ
ชว่ งคะแนนที่ 4
2. ดา้ นเนื้อหา ช่วงคะแนนท่ี 1 ชว่ งคะแนนที่ 2 ชว่ งคะแนนที่ 3 เน้ือหาผิดพลาด
มากกวา่ 2 จุด
2.1 เน้อื หาถูกต้องและ เนื้อหาถูกตอ้ ง เนอื้ หาผดิ พลาด 1 จุด เนอื้ หาผิดพลาด 2 (4)
ต้องใชเ้ วลาในการ
เหมาะสม เหมาะสมทกุ จุด (8) จุด (6) พจิ ารณาเพือ่ ใหเ้ ข้าใจ
(4)
(10)
มแี นวคดิ เปน็ ของ
2.2 เข้าใจไดง้ า่ ย สามารถมองแล้วเขา้ ใจ สอ่ื สารไดเ้ ข้าใจง่าย (8) สอื่ สารได้เข้าใจได้ ตนเองแต่
ไมไ่ ดม้ กี ารวิเคราะห์
สง่ิ ท่ีต้องการสื่อสารได้ ปานกลาง(6) สงั เคราะหเ์ พือ่ สรุป
ความ (4)
ทนั ทีท้ังจากภาพและ
ประโยชน์ตอ่ ตนเอง
ตัวอักษร (10) และชุมชน
นอ้ ย (4)
2.3 แนวคิดของงานท่ี มแี นวคดิ เป็นของ มแี นวคดิ เปน็ ของตนเอง มีแนวคดิ เป็นของ ช่วงคะแนนที่ 4
สง่ งานเลย
แสดงถึงการคดิ ตนเอง ทแ่ี สดง ที่แสดงถงึ การคดิ ตนเองและมกี ารคดิ กำหนดเวลา 3 วัน
แต่ไมเ่ กิน 7 วนั (4)
วเิ คราะห์ สังเคราะหเ์ พื่อ ถึงการคิดวิเคราะห์ วิเคราะหส์ ังเคราะหเ์ พอ่ื วิเคราะห์สังเคราะห์

สรุปความ สงั เคราะห์ สรุปความมาก (8) เพือ่ สรุปความ

เพอื่ สรปุ ความมากที่สุด ปานกลาง (6)

(10)

2.4 มปี ระโยชน์ตอ่ มปี ระโยชน์ตอ่ ตนเอง มปี ระโยชน์ต่อตนเอง ประโยชน์ต่อตนเอง

ตนเองและชมุ ชน และชุมชน และชมุ ชนมาก (10) และชุมชนปานกลาง

มากทีส่ ดุ (10) (6)

3. ดา้ นคณุ ธรรม ชว่ งคะแนนท่ี 1 ช่วงคะแนนที่ 2 ชว่ งคะแนนท่ี 3

3.1 ส่งงานตาม สง่ งานตาม สง่ งานเลยกำหนดเวลา สง่ งานเลย

กำหนดเวลา กำหนดเวลา (10) 1 กำหนดเวลา 2วัน

วัน (8) (6)

เกณฑ์การตัดสินผ่าน
ระดับคุณภาพ ๓ ผ่าน

แบบประเมนิ คุณธรรม จรยิ ธรรม ดา้ นความอดทน

ลำดบั ที่ ชอ่ื -สกุล รายการ รวม
คณุ ธรรมความอดทน
๑ ๓๒๑








๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘
๑๙
๒๐
๒๑
๒๒
๒๓
๒๔

เกณฑ์การประเมนิ ความตระหนกั รู้คณุ ธรรมด้านความอดทนในการทำงาน

รายการประเมิน ๓ คะแนน คำอธิบายคุณภาพ ๑ คะแนน

๑. ความอดทนในการ ทกุ คร้ังมีความอดทน ๒ คะแนน บางครงั้ มีความอดทน
ทำงาน ในการทำงานแม้การ น้อยในการทำงาน
ทำงานจะมีปญั หายุ่งยาก บอ่ ยครง้ั มคี วามอดทน ท่ีมีปญั หาและใช้
และใชเ้ วลานาน ต่อการทำงานได้เปน็ เวลานาน
บางครัง้ แมก้ ารทำงานจะ
มีปญั หายุ่งยาก
และใช้เวลานาน

เกณฑ์การประเมนิ (ระดับคุณภาพ ๓)
คะแนน ๓ หมายถึง ดี (ระดบั คณุ ภาพ ๒)
คะแนน ๒ หมายถงึ ปานกลาง (ระดบั คณุ ภาพ ๑)
คะแนน ๑ หมายถึง ปรับปรุง
เกณฑก์ ารตัดสนิ ผา่ น

ระดับคุณภาพ ๒ ผา่ นเกณฑ์

ลงชือ่ ………………………………………. ผู้ประเมนิ
( ………………………………………………)

แบบประเมินการมีเจตคติตระหนกั และเห็นคุณค่าของวรรณคดแี ละวรรณกรรมและมีมารยาทในการอา่ น

เลขท่ี ชื่อ-สกลุ การมเี จตคติตระหนกั และเห็นคณุ คา่ ของ รวม
วรรณคดีและวรรณกรรมและมีมารยาท
ในการอ่าน

๓ ๒๑





เกณฑก์ ารประเมนิ การมเี จตคติตระหนกั และเห็นคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมและมีมารยาทในการอา่ น

คำอธิบายคุณภาพ

รายการประเมิน ๓ คะแนน ๒ คะแนน ๑ คะแนน

๑. ตระหนกั และเห็นคุณคา่ ทกุ ครัง้ ตระหนกั และเห็น ตระหนกั และเหน็ คุณคา่ ตระหนกั และเห็นคุณคา่

ของวรรณคดีและวรรณกรรม คณุ ค่าของวรรณคดแี ละ ของวรรณคดแี ละ ของวรรณคดแี ละ

และมีมารยาทในการอา่ น วรรณกรรมและมมี ารยาทใน วรรณกรรมและมี วรรณกรรมและมี

การอ่าน มารยาทในการอา่ น มารยาทในการอ่าน

บอ่ ยคร้งั เปน็ บางคร้งั

เกณฑ์การให้คะแนน

คะแนน ๓ คือ ดี (ระดบั คุณภาพ ๓)

คะแนน ๒ คอื ปานกลาง (ระดับคณุ ภาพ ๒)

คะแนน ๑ คือ ปรบั ปรงุ (ระดบั คุณภาพ ๑)

เกณฑ์การตดั สินผ่าน

ระดับคุณภาพ ๒ ผ่านเกณฑ์

ลงชอ่ื ..............................................ผ้ปู ระเมิน

(.............................................)

แบบประเมนิ สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
ชอ่ื ..............................................................นามสกุล................................................ช้ัน ........ เลขที่.....

คำช้ีแจง : สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ ลงในช่องท่ีตรงกับระดับ

คะแนน

สมรรถนะที่ประเมนิ ระดบั คะแนน

3210

๑. ความสามารถในการสอื่ สาร

๑.๑ มคี วามสามารถในการรับ-สง่ สาร

๑.๒ มคี วามสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิด ความเข้าใจของตนเอง

โดยใช้ภาษาอยา่ งเหมาะสม

๑.๓ ใช้วธิ ีการสือ่ สารทีเ่ หมาะสม มปี ระสทิ ธภิ าพ

๑.๔ เจรจาตอ่ รอง เพ่ือขจัดและลดปัญหาความขดั แยง้ ต่างๆ ได้

๑.๕ เลือกรบั และไมร่ ับข้อมลู ข่าวสารดว้ ยเหตผุ ลและถูกต้อง

สรปุ ผลการประเมิน

2. ความสามารถในการคิด

2.1 มคี วามสามารถในการคิดวิเคราะห์สงั เคราะห์

2.2 มีทกั ษะในการคดิ นอกกรอบอย่างสรา้ งสรรค์

2.3 สามารถคิดอย่างมีวิจารณญาณ

2.4 มคี วามสามารถในการสรา้ งองคค์ วามรู้

2.5 ตดัสนิ ใจแก้ปญั หาเกยี่ วกับตนเองได้อย่างเหมาะสม

สรปุ ผลการประเมนิ

3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

3.1 เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยไี ด้เหมาะสมตามวยั

3.2 มีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี

3.3 สามารถนําเทคโนโลยไี ปใช้พัฒนาตนเอง

3.4 ใช้เทคโนโลยีในการแกป้ ัญหาอยา่ งสร้างสรรค์

3.5 มีคุณธรรม จริยธรรมในการใชเ้ ทคโนโลยี

สรปุ ผลการประเมิน

เกณฑ์การใหค้ ะแนนระดบั คณุ ภาพ

ดีเยย่ี ม – พฤติกรรมทป่ี ฏบิ ตั ชิ ดั เจนและสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
2 คะแนน
ดี - พฤตกิ รรมทปี ฏบิ ตั ิชัดเจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 1 คะแนน
0 คะแนน
ผา่ นเกณฑ์ – พฤติกรรมทปี่ ฏิบัติบางคร้ัง ให้

ควรปรับปรุง – ไม่เคยปฏบิ ัติพฤติกรรม ให้

เกณฑ์การสรปุ ผล

ดีเยยี่ ม 13 – 15 คะแนน (๓ คะแนน)

ดี 9 – 12 คะแนน (๒ คะแนน)

ผ่านเกณฑ์ 1 – 8 คะแนน (๑ คะแนน)

ควรปรบั ปรุง 0 คะแนน (๐ คะแนน)

เกณฑ์การตดั สนิ สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน

ระดบั คุณภาพ 1 ผ่านเกณฑ์

ลงชื่อ................................................ผปู้ ระเมนิ

(.............................................)

แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของผ้เู รยี น
ชื่อ..............................................................นามสกุล................................................ชน้ั ........ เลขที่.....

คำชแี้ จง : สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ ลงในชอ่ งท่ีตรงกับระดับ
คะแนน

1. ใฝ่เรียนรู้ หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียน แสวงหาความรู้

จากแหล่งเรยี นรทู้ ้ังภายในและภายนอกโรงเรียน

ผู้ที่ใฝ่เรียนรู้ คือ ผู้ที่มีลักษณะแสดงออกถึงความตั้งใจ เพียรพยายามในการเรียนและเข้าร่วมกิจกรรม
การเรียนรู้ แสวงหาความรู้จากแหล่งเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกโรงเรียนอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการเลือกใช้สื่ออย่าง
เหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ สรุปเป็นองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอด เผยแพร่ และนำไปใช้ใน
ชีวิตประจำวันได้

ตวั ชีว้ ัดและพฤติกรรมบ่งชี้

ตวั ชี้วดั พฤติกรรมบ่งชี้

1.1. ตัง้ ใจ เพียรพยายามในการ 1.1.1 ตงั้ ใจเรียน
เรยี น และเขา้ รว่ มกจิ กรรมการ 1.1.2 เอาใจใส่และมคี วามเพียรพยายามในการเรยี นรู้
เรยี นรู้ 1.3 สนใจเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรียนรตู้ า่ งๆ

1.2. แสวงหาความรูจ้ ากแหล่ง 1.2.1 ศึกษาคน้ ควา้ หาความรู้จากหนังสือ เอกสาร สิ่งพิมพ์ สื่อเทคโนโลยี
เรียนรู้ต่างๆ ท้งั ภายในและภายนอก ต่างๆ แหล่งเรียนร้ทู ง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี น และเลือกใชส้ ่อื ได้อยา่ ง
โรงเรยี น ดว้ ยการเลือกใช้สื่ออย่าง เหมาะสม
เหมาะสม บันทึกความรู้ วิเคราะห์ 1.2.2 บนั ทกึ ความรู้ วเิ คราะห์ ตรวจสอบจากสิ่งท่ีเรยี นรู้ สรปุ เป็นองค์ความรู้
สรุปเปน็ องค์ความรู้ แลกเปลี่ยน 1.2.3 แลกเปลยี่ นเรียนรดู้ ว้ ยวธิ ีการต่างๆ และนำไปใชใ้ นชีวติ ประจำวัน
เรียนรู้ และนำไปใชใ้ น
ชีวิตประจำวันได้

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน (ใชข้ ้อมูลจากการสังเกตตามสภาพจริงของครูผู้สอน)

พฤตกิ รรมบ่งช้ี ควรปรับปรุง(0) ผา่ นเกณฑ์ (1) ดี (2) ดีเยีย่ ม (3)

ตามข้อ 1.1 – 1.2 ไมต่ ัง้ ใจเรียนไม่ เข้าเรียนตรงเวลา เขา้ เรียนตรงเวลา เข้าเรียนตรงเวลา ต้งั ใจ
ศกึ ษาค้นควา้ หา
ความรู้ ตง้ั ใจเรยี น เอาใจ ตงั้ ใจเรยี น เอาใจ เรียน เอาใจใสใ่ นการ

ใสใ่ นการเรยี น ใสใ่ นการเรียน เรยี น และมสี ว่ นรว่ มใน

และมีสว่ นร่วมใน และมีส่วนรว่ มใน การเรยี นรู้ และเข้ารว่ ม

การเรยี นรู้ และเข้า การเรยี นรู้ และเข้า กิจกรรมการเรยี นรตู้ ่างๆ

รว่ มกิจกรรมการ ร่วมกิจกรรมการ ทง้ั ภายในและภายนอก

เรยี นรตู้ า่ งๆ เป็น เรยี นรู้ต่างๆ โรงเรียนเป็นประจำ

บางคร้ัง บอ่ ยครงั้

2. มุ่งมั่นในการทำงาน หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงความตั้งใจ และรับผิดชอบในการทำหน้าท่ี
การงานดว้ ยความเพียรพยายาม อดทน เพื่อใหง้ านสำเร็จตามเปา้ หมาย

ผู้ที่มุ่งมั่นในการทำงาน คือ ผู้ที่มีลักษณะซึ่งแสดงออกถึงความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายด้วย
ความเพียรพยายาม ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายที่กำหนดด้วย
ความรับผิดชอบ และมีความภาคภมู ิใจในผลงาน

ตวั ช้วี ดั และพฤตกิ รรมบ่งช้ี

ตวั ชว้ี ัด พฤตกิ รรมบ่งช้ี

2.1 ตงั้ ใจและรบั ผิดชอบในการ 2.1.1 เอาใจใส่ต่อการปฏบิ ตั ิหนา้ ทีท่ ไี่ ด้รบั มอบหมาย
ปฏิบัตหิ น้าที่การงาน 2.1.2 ตงั้ ใจและรบั ผิดชอบในการทำงานใหแ้ ลว้ เสรจ็

2.1.3 ปรับปรุงและพฒั นาการทำงานด้วยตนเอง

2.2 ทำงานดว้ ยความเพยี รพยายาม 2.2.1 ทุ่มเททำงาน อดทน ไมย่ ่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน
และอดทนเพ่ือให้งานสำเร็จตาม

เป้าหมาย 2.2.2 พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานใหแ้ ล้วเสร็จ

2.2.3 ชื่นชมผลงานด้วยความภาคภูมใิ จ

เกณฑ์การให้คะแนน (ใช้ขอ้ มลู จากการสงั เกตตามสภาพจริงของครผู สู้ อน)

พฤติกรรมบ่งช้ี ควรปรับปรุง(0) ผา่ นเกณฑ์ (1) ดี (2) ดีเยีย่ ม (3)

ตามข้อ 2.1 – 2.2 ไมต่ งั้ ใจปฏบิ ตั ิ ตง้ั ใจและ ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบ ตงั้ ใจและรบั ผิดชอบใน
หนา้ ที่การงาน
รับผดิ ชอบในการ ในการปฏบิ ตั หิ นา้ ที่ท่ี การปฏิบัตหิ น้าทีท่ ่ีได้รับ

ปฏบิ ตั หิ น้าทีท่ ่ี ไดร้ บั มอบหมายให้ มอบหมายให้สำเรจ็ มี

ได้รับมอบหมาย สำเร็จ มกี ารปรับปรงุ การปรับปรงุ และ

ใหส้ ำเร็จ และพัฒนาการ พฒั นาการทำงานใหด้ ีข้นึ

ทำงานใหด้ ีขนึ้ ภายในเวลาทก่ี ำหนด

3. รักความเปน็ ไทย หมายถงึ คณุ ลักษณะที่แสดงออกถึงความภาคภูมิใจ เหน็ คณุ ค่า ร่วมอนุรักษ์สืบทอด
ภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศลิ ปะและวฒั นธรรม ใชภ้ าษาไทยในการสื่อสารได้อย่างถูกต้อง
และเหมาะสม

ผทู้ รี่ ักความเป็นไทย คอื ผู้ทม่ี คี วามภาคภมู ิใจ เหน็ คุณค่า ชน่ื ชม มีสว่ นรว่ มในการอนุรักษ์ สืบทอด เผยแพร่
ภูมิปัญญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรมไทย มีความกตัญญูกตเวที ใช้ภาษาไทยในการสื่อสาร
อย่างถูกต้องเหมาะสม

ตวั ช้ีวัดและพฤตกิ รรมบง่ ช้ี

ตัวช้วี ดั พฤตกิ รรมบ่งชี้

3.1 ภาคภมู ใิ จในขนบธรรมเนยี ม 3.1.1 แตง่ กายและมมี ารยาทงดงามแบบไทย มสี มั มาคารวะ กตัญญูกตเวที
ประเพณี ศลิ ปะ วฒั นธรรมไทย และมี ต่อผู้มพี ระคุณ
ความกตัญญกู ตเวที 3.1.2 รว่ มกิจกรรมทีเ่ กย่ี วข้องกบั ประเพณี ศลิ ปะ และวัฒนธรรมไทย
3.1.3 ชักชวน แนะนำใหผ้ อู้ ่ืนปฏบิ ัตติ ามขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปะและ
วัฒนธรรมไทย

3.2 เห็นคุณคา่ และใช้ภาษาไทยในการ 3.2.1. ใชภ้ าษาไทยและเลขไทยในการสื่อสารได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม

สอ่ื สารได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม 3.2.2 ชักชวน แนะนำให้ผอู้ ื่นเหน็ คณุ ค่าของการใชภ้ าษาไทยที่ถูกตอ้ ง

3.3 อนุรกั ษ์และสบื ทอดภูมิปัญญาไทย 3.3.1 นำภมู ปิ ัญญาไทยมาใช้ให้เหมาะสมในวถิ ีชวี ิต
3.3.2 รว่ มกิจกรรมทเ่ี กีย่ วข้องกบั ภมู ปิ ญั ญาไทย
3.3.3 แนะนำ มีสว่ นรว่ มในการสบื ทอดภมู ปิ ญั ญาไทย

เกณฑ์การใหค้ ะแนน (ใชข้ ้อมูลจากการสังเกตตามสภาพจรงิ ของครผู ู้สอน)

พฤติกรรมบ่งช้ี ควรปรบั ปรงุ (0) ผา่ นเกณฑ์ (1) ดี (2) ดเี ย่ียม (3)

ตามข้อ 3.1 – 3.3 ไมม่ สี ัมมาคารวะต่อ มสี ัมมาคารวะตอ่ มีสมั มาคารวะต่อ มีสมั มาคารวะ ตอ่ ครู
ครอู าจารย์
ครูอาจารย์ ใช้ ครอู าจารย์ ปฏิบัติ อาจารย์ ปฏบิ ัติตนเป็น

ภาษาไทย เลขไทย ตนเป็นผ้มู ีมารยาท ผมู้ มี ารยาทแบบไทยใช้

ในการส่อื สารได้ แบบไทยใช้ ภาษาไทย เลขไทยใน

ถูกต้อง ภาษาไทย เลขไทย การส่อื สารได้ถูกต้องเข้า

ในการสอื่ สารได้ รว่ มกจิ กรรมที่เกยี่ วข้อง

ถกู ต้องเขา้ รว่ ม กบั ภูมิปัญญาไทยและมี

กิจกรรมท่ี สว่ นรว่ มในการสืบทอด

เก่ียวขอ้ งกบั ภมู ปิ ญั ญาไทย

ภมู ปิ ญั ญาไทย

หมายเหตุ ข้อมูลนี้ได้รับจากงานกิจกรรมท่เี กยี่ วกับประเพณี ศลิ ปะ และวัฒนธรรมไทย,แหลง่ เรียนร้ภู ูมิปญั ญาไทย,
การใชต้ วั เลขไทย,แบบสังเกตพฤติกรรม

ระดับคุณภาพ

ระดบั คณุ ภาพ 3 หมายถึง ระดับดเี ยีย่ ม

ระดับคณุ ภาพ 2 หมายถึง ระดับดี

ระดบั คณุ ภาพ 1 หมายถงึ ระดบั ผา่ นเกณฑ์

ระดับคุณภาพ 0 หมายถึง ระดับควรปรับปรงุ

เกณฑ์พิจารณาสรุปผลการประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ของนักเรยี นรายบุคคล ดงั น้ี

คะแนน 19 - 24 หมายถงึ ระดบั คุณภาพ ดเี ยยี่ ม (3)

คะแนน 13 - 18 หมายถงึ ระดับคุณภาพ ดี (2)

คะแนน 7 - 12 หมายถงึ ระดบั คุณภาพ ผ่านเกณฑ์ (1)

คะแนน 0 - 6 หมายถงึ ระดบั คุณภาพ ควรปรบั ปรุง (0)

หมายเหตุ นักเรียนต้องได้รับการประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับ 1 ขึ้นไปทุกข้อจึงจะอนุมัติ

ให้ผ่านเกณฑ์การประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์

ลงชื่อ ………………………………………. ผูป้ ระเมิน
( …………………………………………)


Click to View FlipBook Version