The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เล่มคู่มือปฐมนิเทศนักศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by taohoonawaporn.2538, 2022-11-03 05:00:24

เล่มคู่มือปฐมนิเทศนักศึกษา

เล่มคู่มือปฐมนิเทศนักศึกษา

034-716691

เอกสารทางวิชาการ 2/2565

สาระสาคัญของการจัดการศึกษานอกระบบ ตลอดจนธรรมชาติ การเรียนรู้ของกลุ่มเป้าหมายดังกล่าวข้างต้นโดยใช้
หลกั การและศาสตร์ การเรียนรู้ของผู้ใหญ่ รวมท้ังผู้สอนก็ต้องมีความรู้ในการ
หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ที่เหมาะสมกับผ้ใู หญ่
2551 พัฒนาขน้ึ ตามหลักการและปรชั ญาการศกึ ษานอกระบบ นโยบายของ
รัฐบาล แผนพัฒนาเศรษฐกจิ และสงั คมแหง่ ชาติ และพระราชบัญญตั ิ 3. การกาหนดสาระและประสบการณ์การเรียนรู้สาหรับผู้ใหญ่ ต้อง
คานงึ ถงึ หลักจิตวิทยาผูใ้ หญ่ และปรัชญาการศึกษาผู้ใหญ่ที่มุ่งเน้นการส่งเสริม
การศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 และท่ีแกไ้ ขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. การวิเคราะห์สภาพสังคม และการแก้ปัญหาโดยใช้กระบวนการ "คิดเป็น"
2545 โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้มีธรรม จริยธรรม มีติปัญญา เปน็ หลักในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพ่ือนาไปสร้างองค์ความรู้และนาสู่การ
และมี ศกั ยภาพในการประกอบอาชีพ การศึกษาต่อ และสามารถครอบครัว แกป้ ญั หาอย่างเปน็ ระบบ
ชมุ ชนสงั คม ไดอ้ ย่างมคี วามสขุ การจดั การศึกษานอกระบบ ได้มีการพัฒนามา
จากพื้นฐานทางดา้ นปรชั ญาการศกึ ษา จติ วทิ ยา ความเชื่อ และการเรียนรู้ของ 4. ความตอ้ งการในการเรียนรขู้ องผใู้ หญเ่ ป็นการเรียนรู้เพ่ือนาความรู้
ผู้ใหญ่ ทฤษฎีหลักสูตรและแนวคิดเก่ียวกับการจัดการศึกษานอกระบบ ไปใชป้ ระโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการประกอบอาชีพได้ทันที ดงั นน้ั
ตลอดจนการพัฒนากระบวนการเกย่ี วกบั การเรียนรู้ที่เหมาะสมและสอดคล้อง การจัดสาระและกจิ กรรม การเรียนรู้ จึงมีความจาเป็นต้องจัดให้สอดคล้องกับ
กับธรรมชาติ และความตอ้ งการของกลุ่มเป้าหมายผู้ที่พันเกณฑ์การศึกษาภาค ความตอ้ งการของผู้เรียนดังกลา่ วดว้ ย
บงั คับ โดยมีสาระสาคัญดังน้ี
1. หลกั การ
1. ผู้ใหญ่เป็นผู้ท่ีมีความรู้และประสบการณ์ มีคุณลักษณะและ
เปา้ หมายในการเรียนรทู้ ่แี ตกตา่ งไปจากเดก็ เชน่ ผ้ใู หญส่ ว่ นใหญ่เป็นผู้ประกอบ หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช
อาชพี แล้วต้องการเรียนรเู้ พ่อื การพัฒนาและปรบั ปรงุ อาชพี ที่ทาอยู่ บางคนเป็น 2551 กาหนดหลกั การไวด้ ังนี้
ผู้ประสบความสาเร็จในหน้าท่ีการงาน แต่ยังมีพ้ืนฐานการศึกษาค่อนข้างต่า
ตอ้ งการได้รบั การศกึ ษาท่ีสูงขึ้นเพื่อการศึกษาต่อ หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิต 1.1 เป็นหลักสูตรที่มีโครงสร้างยืดหยุ่นด้านสาระการเรียนรู้ เวลา
บางคนเป็นผู้นาชุมชน ต้องการเรียนรู้เพ่ือเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพของ เรียน และการจดั การเรียนรู้ โดยเน้นการบูรณาการเน้ือหาให้สอดคล้องกับวิถี
ตนเองในการปฏิบตั ิหน้าที่ บางคนเปน็ ภูมิปัญญาท้องถิ่น บางคนต้องการได้รับ ชวี ติ ความแตกต่างของบุคคล ชมุ ชน และสังคม
การยอมรบั จากสังคม นอกจากนผี้ ้ใู หญ่บางคนอาจมีปัญหาและข้อจากัดในการ
เรยี นรู้ เชน่ ไม่มีเวลาเรียน ขาดความมน่ั ใจ เรียนรู้บางเร่อื งไดช้ า้ ดงั นั้นการจัด 1.2 ส่งเสริมให้มีการเทียบโอนผลการเรียนจากการศึกษาในระบบ
หลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้สาหรับผู้ใหญ่จะต้องคานึงถึงคุณลักษณะ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศยั
เหล่าน้ี

2. การพัฒนาหลักสตู รและวิธกี ารจัดสาระและกระบวนการเรียนการ
สอนจะต้องสอดคล้องกับทฤษฎีหลักสูตรตามแนวทางการจัดการศึกษาผู้ใหญ่

1.3 ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาและเรียนรู้อย่างต่อเน่ืองตลอดชีวิต 7. เปน็ บคุ คลแห่งการเรียนรู้ มีทักษะในการแสวงหาความรู้ สามารถ
โดยตระหนกั ว่าผ้เู รียนมคี วามสาคญั สามารถพฒั นาตนเองไดต้ ามธรรมชาติและ เข้าถงึ แหลง่ เรยี นรู้ และบรู ณาการความรู้มาใช้ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว
เต็มศักยภาพส่งเสรมิ ใหภ้ าคีเครอื ขา่ ยมสี ่วนร่วมในการจดั การศึกษา ชุมชน สงั คม และประเทศชาติ

2. จดุ หมายของการจดั การศกึ ษา 3. กลมุ่ เปา้ หมาย
ประชาชนท่ัวไปทีไ่ มไ่ ด้อยูใ่ นระบบโรงเรียน
หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช
2551 มุ่งพัฒนาใหผ้ เู้ รยี นมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม มสี ตปิ ญั ญา มคี ุณภาพชีวิตท่ีดี 4. โครงสร้าง
มีศักยภาพในการประกอบอาชีพ และการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็น เพอื่ ให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามหลักการ จุดหมาย และมาตรฐาน
คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ทตี่ ้องการ จงึ กาหนดจดุ หมายดังต่อไปน้ี
การเรียนรู้ ทก่ี าหนดไวใ้ ห้สถานศึกษาและภาคีเครือข่ายมีแนวปฏิบัติในการจัด
1. มีคุณธรรม จริยธรรม ค่านิยมที่ดีงาม และสามารถอยู่ร่วมกันใน หลกั สตู รสถานศกึ ษา จึงไดก้ าหนดโครงสร้างของหลักสูตรการศึกษานอกระบบ
สงั คมอย่างสันติสุข ระดับการศึกษาชั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ไว้ดังน้ี

2. มีความรู้พนื้ ฐานสาหรบั การดารงชีวิต และการเรียนรอู้ ย่างต่อเนื่อง 1. ระดับการศกึ ษา
3. มีความสามารถในการประกอบสัมมาอาชีพให้สอดคล้องกับความ ระดับการศึกษา แบ่งออกเปน็ 3 ระดับ ดงั น้ีคือ
สนใจ ความถนัดและตามทันความเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และ » ประถมศึกษา
การเมอื ง » มัธยมศึกษาตอนตน้
4. มีทักษะการดาเนินชีวิตที่ดี และสามารถจัดการกับชีวิต ชุมชน » มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
สังคมได้อยา่ งมีความสุขตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
5. มีความเข้าใจประวัติศาสตร์ชาติไทย ภูมิใจในความเป็นไทย 2. สาระการเรยี นรู้
โดยเฉพาะภาษา ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี กฬี า ภมู ิปัญญาไทย ความเป็น สาระการเรยี นรู้ในแต่ละระดบั ประกอบดว้ ย 5 สาระดงั น้ี
พลเมืองดี ปฏิบัติตนตามหลักธรรมของศาสนายึดมั่นในวิถีชีวิต และการ 1. สาระทักษะการเรยี นรู้ เปน็ สาระเกย่ี วกับการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
ปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมุข
6. มีจิตสานึกในการอนุรักษ์ และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและ การใชแ้ หล่งเรยี นรกู้ ารจัดการความรู้ การคดิ เป็น และการวิจัยอยา่ งงา่ ย
ส่ิงแวดล้อม 2. สาระความรู้พื้นฐาน เป็นสาระเกี่ยวกับภาษาและการส่ือสาร

คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี

3. สาระการประกอบอาชีพ เป็นสาระเกี่ยวกับการมองเห็น 3.2. กิจกรรมการเรียนรู้ที่มุ่งเน้นการพัฒนาชุมชนและสังคม โดยใช้
ช่องทางและการตัดสินใจประกอบอาชีพ ทักษะในอาชีพ การจัดการ กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ในด้านต่างๆ เช่นด้านพัฒนาชุมชน/สังคม
อาชีพอย่างมคี ุณธรรม และการพฒั นาอาชพี ใหม้ คี วามม่ันคง เช่นโครงการอาสาสมัครยุวกาชาดนอกโรงเรียน , ด้านอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ / ส่ิงแวดล้อม เช่นโครงการลดโลกร้อน , ด้านศาสนา
4. สาระทักษะการดาเนินชีวิต เป็นสาระเก่ียวกับปรัชญา ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี เช่นโครงการอนุรักษ์วัฒนธรรม , ด้านภูมิบัญญา
เศรษฐกิจ ท้องถ่ินและแหล่งเรียนรู้ เช่น โครงการคลังสมองร่วมพัฒนาชุมชน , ด้านกา
พอเพียง สขุ ศกึ ษา พลศกึ ษา และศิลปศกึ ษา สนับสนุนส่งเสริม งานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เช่น
โครงการอาสาสมัคร กศน. โครงการบรรณารกั ษอ์ าสา
5. สาระการพัฒนาสังคม เป็นสาระเก่ียวกับภูมิศาสตร์
ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ การเมืองการปกครอง ศาสนา วัฒนธรรม 4. เวลาเรยี น
ประเพณี หนา้ ที่พลเมอื ง และการพฒั นาตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน สงั คม ในแตล่ ะระดบั ใชเ้ วลาเรียน 4 ภาคเรยี น ยกเวน้ กรณีท่ีมีการเทียบโอน
3. กจิ กรรมพฒั นาคณุ ภาพชีวิต (กพช.)
ผลการเรยี น ท้ังน้ีผู้เรียนตอ้ งลงทะเบียนเรียนในสถานศึกษาอย่างน้อย 1 ภาค
กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต เป็นกิจกรรมท่ีจัดขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนได้ เรียน
พัฒนา ตนเอง ครอบครัวชุมชน สังคม โดย ในทุกระดับการศึกษาต้องจัดให้
ผู้เรียนทากิจกรรมจานวน ไม่น้อยกว่า 100 ชั่วโมง เป็นเง่ือนไขในการจบ
หลักสูตรโดย ขอบข่ายเน้ือหาการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต แบ่งเป็น 2
ประเภท คอื

3.1 กจิ กรรมการเรยี นรู้ท่ีมุ่งน้นการพฒั นาทกั ษะชวี ติ ตนเอง และ
ครอบครัว โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของผู้เรียน ในต้านต่างๆ
เช่น ด้านสขุ ภาพกาย/จิต เชน่ โครงการ กศน.ไร้พุง , ด้านคุณธรรม จริยธรรม
เช่น โครงการคุณธรรมนาชีวิต , ด้านเศรษฐกิจพอเพียง เช่น โครงการรู้รับ รู้
จา่ ย , ด้านยาเสพติด เช่นโครงการครอบครวั อบอุน่ , ด้าน เพศศึกษา เช่น
โครงการ พ่อ-แม่รู้ใจวัยรุ่น , ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เช่น
โครงการเตรียมตวั เตรยี มใจรับภัยธรรมชาติ

โครงสรา้ งหลกั สตู รการศึกษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน ผ้เู รียนสามารถเลอื กวธิ กี ารเรยี นรู้ไดจ้ าก 7 วิธี ดังต่อไปนี้
พทุ ธศกั ราช 2551
1. การเรียนรู้ด้วยตนเอง
หมายเหตุ 1. วิชาเลือกในแต่ละระดับสถานศึกษาผู้เรียนต้องเรียนรู้จากการ
ทาโครงงาน จานวนอย่างนอ้ ย 3 หนว่ ยกติ เป็นวิธีที่ผู้เรียนต้องศึกษาหาความรู้ด้วยตนเองในรายวิชาที่ลงทะเบียน
เรียน โดยการคันคว้าจากส่ือต่างๆ เช่นหนังสือท่ีเก่ียวข้องกับรายวิชาน้ันๆ
2. เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง มีคา่ เทา่ กบั 1 หน่วยกิต แบบเรียน ส่ืออิเลคทรอนิคส์ จากภูมิปัญญา หรือผู้รู้ โดยมีครูเป็นที่ปรึกษา
วธิ กี ารจดั การเรียนรู้ และให้คาแนะนาในการศึกษาหาความรดู้ ว้ ยตนเอง

หลกั สูตรการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2. การเรยี นรแู้ บบพบกลมุ่
2551 กาหนดวิธกี ารจดั การเรียนร้ไู วห้ ลากหลาย เช่น เรียนรู้ด้วยตนเอง พบ
กล่มุ ทางไกล ชน้ั เรียน เรยี นรูต้ ามอัธยาศัย เรยี นร้จู าการทาโครงงาน และ เป็นวธิ ีการเรยี นรู้ท่ีผ้เู รียนจะต้องมาพบกลมุ่ ตามเวลาที่นัดหมาย สัปดาห์ละ
การเรียนรู้รูปแบบอ่ืน ๆ เพื่อให้ผู้เรียนเลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง หรือหลายวิธีก็ได้ 3 ชวั่ โมง โดยมคี รูเปน็ ผดู้ าเนินการให้เกดิ กระบวนการกลมุ่ และมกี ารนัดหมาย
ข้นึ อยู่กบั ความยากงา่ ยของเนื้อหารายวชิ านนั้ ๆ และวิถชี วี ิตของผเู้ รยี น การทากิจกรรม ต่าง ๆ ที่ผู้เรียนต้องทาระหว่างสัปดาห์ มีการน้าเสนอ
ผลงานการศึกษาคันคว้าด้วยตนเองหรืองานกลุ่มที่เป็นกิจกร รมที่ได้รับ
มอบหมาย มกี ารอภิปรายแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ และหาข้อสรุปร่วมกัน เหมาะกับ
ผทู้ ่พี อมีเวลามาพบกลุ่มในแตล่ ะสัปดาห์

3. การเรียนรู้แบบทางไกล

เป็นวิธีการเรียนรู้ที่นักศึกษาไม่จาเป็นต้องมาพบครู แต่นักศึกษาและครูจะ
สื่อสารกนั ทางสือ่ อิเลค็ ทรอนคิ ส์ นกั ศึกษาจะส่งงาน ส่งเอกสารการค้นคว้า ส่ง
แบบฝึกหัด สื่อสารทาง E-mail , Line , Google Classrom กับครู
โดยครแู ละนกั ศกึ ษาจะสื่อสารตามเวลาท่กี าหนดนดั หมายกนั

E-mail

Line

Google Classroom

4. การเรยี นรูแ้ บบช้ันเรียน วธิ กี ารเรยี นรู้ท้ัง 7 วิธี เป็นรูปแบบวิธีท่ีตู้เรียนสามารถเลือกวิธีการเรียนรู้
ในแตล่ ะรายวิชาได้โดยเลือกตามความต้องการท่ีเหมาะสมกับเวลา เหมาะสม
ตารางสอนในรายวิชานั้นๆ นักศึกษาต้องเข้าเรียนตามตารางสอนท่ีครู กับตนเอง และเหมาะสมกับรายวิชาที่เรียนซึ่งในแต่ละวิธีเรียนจะมีการวัดผล
กาหนด โดยวิธีการจัดการเรียนรู้วิธีน้ีเหมาะเป็นวิธีการเรียนรู้ที่สถานศึกษา ประเมินผลโดยใช้เครื่องมือในรูปแบบต่างๆ แตกต่างกันออกไปตามความ
กาหนดรายวชิ า เวลาเรียนและสถานที่ ทช่ี ดั เจน โดยกาหนดเป็นสาหรับผู้เรียน เหมาะสมของ รายวิชานัน้ ๆ
ทมี่ ีเวลาเขา้ ชน้ั เรียน

5. การเรยี นรตู้ ามอธั ยาศัย

เปน็ วธิ ีการเรยี นรทู้ ่ีผู้เรยี นสามารถเรยี นไดต้ ามตอ้ งการ และตามความสนใจ
จากส่ืออิเล็กทรอนิคส์จากแหล่งเรียนรู้หรือจากการฝึกปฏิบัติ ฝึกอบรมจาก
แหล่งเรียนรู้ต่างๆ แล้วนาความรู้และประสบการณ์มาประเมินเข้าสู่หลักสูตร
การศกึ ษานอกระบบระดับการศึกษาชน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 นักศึกษา
ทเ่ี รียนรจู้ ากวิธีนส้ี ามารถเรยี นร้ไู ดจ้ ากส่อื แหลง่ เรียนรู้ตา่ ง ๆ ท่มี ีอยู่โดยรอบ

6. การเรียนรจู้ ากการทาโครงงาน

เป็นวิธีการเรียนรู้ท่ีผู้เรียนกาหนดเรื่องในการทาโครงงานจากเนื้อหา
รายวิชาที่ลงทะเบียนเรียนที่สนใจโดยความสมัครใจ และโดยความสนใจของ
ตนเอง แล้วทาการค้นคว้า ทดลอง ลงมือปฏิบัติจริง และมีการสรุปผลการ
ดาเนนิ งานตามโครงงาน โดยมีครูเป็นผใู้ ห้คาปรกึ ษาแนะนา

7. การเรยี นรู้รูปแบบอืน่ ๆ

เป็นวิธีการเรียนรู้ที่สถานศึกษาสามารถออกแบบในรูปแบบอื่นๆได้ตาม
ความตอ้ งการหรอื ความประสงคข์ องผ้เู รียน

การวัดและประเมินผล 1.1.3 การวดั และประเมนิ ผลปลายภาคเรียน เพ่ือทราบวัตถุประสงค์
ผลการเรียนรู้โดยรวมของผู้เรียนท่ีได้เรียนตามสาระและมาตรฐานการเรียนรู้
การวดั และประเมินผลมี 2 ระดับ คือ ของแต่ละรายวิชา โดยอาจใช้เครื่องมือท่ีหลากหลายตามลักษณะของรายวิชา
1. การประเมินผลในระดับสถานศึกษา เป็นการดาเนินการวัดและ เช่น แบบทดสอบปรนยั แบบทดสอบอัตนยั แบบประเมินการปฏิบัติ เป็นตน้
ประเมินผลการเรียนเปน็ รายวิชา
ประเมินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต และประเมินคุณธรรม มี 1.1.4 การตัดสินผลการเรียนรายวชิ า ให้นาคะแนนระหวา่ งภาคเรียน
รายละเอยี ดดงั นี้ มารวมกบั คะแนนปลายภาคเรยี น และจะตอ้ งได้คะแนนไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 50
1.1 การวัดและประเมินผลการเรียนเป็นรายวิชา เป็นการประเมิน จึงจะถือว่าผ่านการเรียนในรายวิชาน้ัน แล้วนาคะแนนไปเปรียบเทียบกับ
เพ่อื ทราบความก้าวหน้าทงั้ ดา้ น เกณฑท์ สี่ ถานศกึ ษากาหนดเพอื่ ใหค้ า่ ระดบั ผลการเรียน
ความรู้ ทักษะ เจตคติ และคณุ ธรรมจริยธรรม อันเป็นผลมาจาการจัด
กิจกรรมการเรียนรู้ในแตล่ ะรายวชิ า ดว้ ยวิธที ี่ 1.1.5 คะแนนทดสอบปลายภาคเรียนในรายวิชาบังคับทุกระดับ
หลากหลาย เช่นการสังเกต การสัมภาษณ์ การประเมินจากแฟ้ม การศกึ ษา ผเู้ รยี นต้องได้คะแนนสอบปลายภาคเรยี นอยา่ งนอ้ ยรอ้ ยละ 30 ของ
สะสมงาน ประเมินการปฏบิ ตั ิตามมาตรฐานการ คะแนนสอบปลายภาค (12 คะแนนจาก 40)
เรียนรู้ ประเมินการปฏิบัติจริง ทดสอบย่อย ประเมินจากกิจกรรม
โครงงาน หรอื แบบฝึกหดั เป็นตน้ การกาหนด 1.1.6 กาหนดระยะเวลาเรยี นมาเป็นเกณฑใ์ นการมีสิทธิ์ขา้ สอบปลาย
คะแนนระหว่างภาคเรียนและปลายภาคเรียนให้เป็นไปตามเกณฑ์
ท่ีสานกั งาน กศน. กาหนด โดยการวัดผลระหวา่ ง ภาคเรยี นโดยกาหนดให้ผู้เรยี นที่เรียนโดยวธิ กี ารเรียนรูแ้ บบ กศน. ตอ้ งมเี วลา
ภาคเรียนสถานศึกษาเป็นผู้ดาเนินการ สาหรับการวัดผลปลายภาค
เรยี นใหเ้ ปน็ ไปตามท่ีสานกั งาน กศน. กาหนด ในการพบกลมุ่ หรือพบครไู ม่น้อยกว่าร้อยละ 75 ของเวลาตามแผ่นการเรยี นรู้
สถานศกึ ษาควรดาเนินการประเมินผลรายวชิ าดงั นี้
1.1.1 การวัดและประเมินผลก่อนเรียน เพื่อเป็นการตรวจสอบ ของผูเ้ รยี นท่ตี กลงรว่ มกบั ครู จึงจะมสี ิทธข์ิ ้าสอบ ถา้ ผ้เู รียนมีระยะเวลาในการ
ความรู้ ทักษะความพร้อมต่าง ๆ ของผู้เรียน เพ่ือเป็นข้อมูลพื้นฐานในการจัด
กระบวนการเรยี นร้ใู ห้เหมาะสมกับสภาพ ความพร้อม และความรู้พื้นฐานของ พบกลุ่มหรือพบครูไมถ่ ึงรอ้ ยละ 75 แตถ่ งึ รอ้ ยละ 50 ให้อย่ใู นดุลพนิ ิจของ
ผเู้ รยี น
1.1.2 การวัดและประเมินผลระหว่างภาคเรียน เพ่ือทราบ ผู้บริหารสถานศึกษาท่ีจะพิจารณาอนุญาตให้เข้าสอบปลายภาคเรียน ถ้าไม่
ความก้าวหน้าทั้งด้านความรู้ ทักษะ เจตติ และพฤติกรรมการเรียน การร่วม
กจิ กรรมและผลงาน อนั เป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ อนุญาตใหเ้ ขา้ สอบปลายภาคเรียนใหผ้ ้เู รียนผูน้ ้นั ด้วยระดับผลการเรียนเปน็

"0" (การกาหนดระยะเวลาตามหลกั เกณฑ์ดังกลา่ วยกเวน้ นักศกึ ษาของ

สถาบนั การศึกษาทางไกล)

การให้ค่าระดับผลการเรยี นใหก้ าหนดเปน็ 8 ระดับ ดงั น้ี - ประหยดั

ได้คะแนนรอ้ ยละ 80 – 100 ใหร้ ะดบั 4 หมายถึง ดีเยี่ยม - ซือ่ สตั ย์
ได้คะแนนร้อยละ 75 – 79 ใหร้ ะดับ 3.5 หมายถึง ดมี าก กลมุ่ ที่ 3 คณุ ธรรมเพือ่ การพัฒนาการอยู่ร่วมกนั ในสังคม

ไดค้ ะแนนร้อยละ 70 – 74 ใหร้ ะดับ 3 หมายถึง ดี ประกอบด้วย
ได้คะแนนร้อยละ 65 - 69 ใหร้ ะดบั 2.5 หมายถงึ ค่อนขา้ งดี - สามัคคี

ไดค้ ะแนนร้อยละ 60 - 64 ใหร้ ะดบั 2 หมายถงึ ปานกลาง - มนี ้าใจ
ได้คะแนนรอ้ ยละ 55 - 59 ให้ระดับ 1.5 หมายถึง พอใช้ - มวี ินัย
ได้คะแนนร้อยละ 50 – 54 ให้ระดับ 1 หมายถึง ผ่านเกณฑ์ 2. การประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ สถานศึกษา

ขนั้ ต่าท่กี าหนด จะต้องจัดให้ผู้เรียนทุกคนที่เรียนในภาคเรียนสุดท้ายของทุกระดับการศึกษา
ได้คะแนนรอ้ ยละ 0 - 49 ให้ระดับ 0 หมายถึง ต่ากว่าเกณฑ์ ได้เข้ารับการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ ในสาระการ
เรียนรู้ ตามที่สานักงาน กศน. กาหนด การประเมินคุณภาพการศึกษานอก
ขนั้ ต่าทก่ี าหนด ระบบระดับชาติ ไม่มผี ลต่อการได้หรือตกของผเู้ รียน แตม่ วี ัตถปุ ระสงค์เพื่อนา
1.2 การประเมินกจิ กรรมพฒั นาคุณภาพชีวติ ( กพช.) เปน็ เง่อื นไข ขอ้ มลู ทีไ่ ด้จากการประเมนิ ไปใช้วางแผนปรับปรงุ พัฒนาผู้เรยี น และการพัฒนา

หนึ่งในการจบหลักสตู รในแต่ละระดบั การศกึ ษา ซึ่งผเู้ รยี นทุกคนตอ้ งทา คณุ ภาพการเรยี นการสอนของสถานศึกษา และเปน็ เง่ือนไขในการจบหลกั สูตร

กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวติ เพ่อื เปน็ การพฒั นาตนเอง ครอบครัว ชุมชนและ
สงั คม จานวนไมน่ ้อยกว่า 200 ช่ัวโมง

1.3 การประเมินคณุ ธรรม เปน็ เงือ่ นไขหนง่ึ ทีผ่ ้เู รยี นทุกคนต้องได้รบั
การประเมินตามเกณฑท์ ส่ี ถานศึกษากาหนด จงึ จะได้รับการพจิ ารณาให้จบ
หลักสูตรในแต่ละระดับการศกึ ษา

คุณธรรมเบือ้ งตันท่สี านักงาน กศน. กาหนด เพอื่ ใช้เป็นหลกั ใน
การประเมินมจี านวน 9 คุณธรรม ตามหลกั สูตรการศึกษานอกระบบระดบั

การศึกษาช้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 แบง่ ออกเปน็ 3 กลุ่ม คอื
กลุ่มท่ี 1 คุณธรรมเพ่ือการพฒั นาตน ประกอบดว้ ย
- สะอาด

- สุภาพ
- กตัญญูกตเวที

กลุ่มที่ 2 คุณธรรมเพ่อื การพฒั นาการทางาน ประกอบดว้ ย
- ขยัน

เกณฑ์การจบหลักสูตร การรับสมัครและลงทะเบียน

ผู้เรียนทั้งระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และระดับ นกั ศกึ ษาท่ีประสงคจ์ ะสมคั รเรียนเป็นนักศึกษาตามหลกั สูตรการศึกษา
มธั ยมศึกษาตอนปลาย มเี กณฑ์การจบหลักสูตรในแตล่ ะระดับ ดังน้ี นอกระบบระดับข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 ต้องทราบรายละเอียดของ
การสมคั รและการลงทะเบยี นเรียนดงั นี้
1. ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ และได้รบั การตดั สินผลการเรยี นตามเกณฑ์ 1. ระยะเวลาในการรับสมัคร
ท่ีสถานศึกษากาหนดทั้ง 5 สาระ การเรียนรู้ และได้ตามจานวนหน่วยกิต
ที่กาหนดตามโครงสรา้ งหลักสูตร ภาคเรยี นที่ 1 ระหว่างวนั ที่ 1 - 30 เมษายน
ภาคเรียนท่ี 2 ระหว่างวนั ท่ี 1 - 31 ตลุ าคม
2. ผ่านเกณฑ์การประเมินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) 2. คุณสมบัติของผูส้ มัครเรยี น
ไม่นอ้ ยกว่า 200 ช่ัวโมง 1. เป็นผมู้ คี ุณสมบตั ติ ามระเบียบกระทรวงศกึ ษาธกิ ารว่าดว้ ยหลักฐาน
ในการรับนกั เรียนนกั ศกึ ษาเขา้ เรยี นในสถานศึกษา พ.ศ. 2548
3. ผ่านการประเมินคณุ ธรรม ในระดับพอใช้ ขึ้นไป 2. เปน็ ประชาชนทว่ั ไปทีไ่ มไ่ ดอ้ ยู่ในระบบโรงเรียน
4. เข้ารับการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ 3. มพี ้นื ความรใู้ นแต่ละระดบั ดงั นี้
(N-NET) ระดับประถมศึกษา

หลักฐานการขอจบหลักสตู ร ไม่จากัดพ้ืนความรู้ สาหรบั พระภิกษุ สามเณรจะต้องสอบไล่
เม่ือนักศึกษาได้รับการอนุมัติผ่านระดับการศึกษาและจบหลักสูตร ได้นกั ธรรมช้ันตรมี าก่อน
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น
แต่ละระดับแล้วนักศึกษาจะต้องยื่นคาร้องขอจบการศึกษาพร้อมหลักฐาน
ดงั นี้ สอบได้วฒุ หิ รือระดับช้ันอย่างใดอยา่ งหน่งึ ต่อไปน้ี
มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 (ม.3 เดิม) หรอื ประถมศึกษาบที ี่ 7 ( ป.7 ) หรือ
1. ใบคารอ้ งขอจบหลักสตู ร ประถมศึกษาปที ่ี 6 ( ป.6 ) หรอื การศึกษาผใู้ หญร่ ะดับท่ี 3 หรอื
2. รูปถ่ายขนาด 4 x 5 เซนติเมตร จานวน 2 รูป สวมเสื้อเช้ิตสี การศึกษาผใู้ หญ่แบบเบด็ เสรจ็ ระดับท่ี 3 หรอื หลักสูตรการศึกษานอก
ขาว ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตา ถ่ายไว้ไม่เกิน 6 เดือน ไม่เป็นรูปถ่าย โรงเรียนระดบั ประถศกึ ษา หรอื ระดับประถมศึกษาตามหลกั สตู ร
ประเภทโพลารอยด์ การศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช 2544 หรือนาฎศิลป์ชั้นต้นปีท่ี 3
3. สาเนาทะเบยี นบ้าน หรือวฒุ อิ ่ืนท่ีกระทรวงศกึ ษาธกิ ารประกาศให้เทยี บเท่าประถมศกึ ษาปี
4. สาเนาเอกสารทเี่ กย่ี วข้อง เช่น ใบเปล่ียนชื่อ – เปล่ียนนามสกุล ท่ี 6 ตามหลักสูตรประถมศกึ ษา พทุ ธศกั ราช 2521 หรอื นกั ธรรมช้นั
ใบทะเบียนสมรส (ถา้ มี) เอก หรือธรรมศกึ ษาเอก หรือใบรบั รองวฒุ กิ ารสอบเทยี บความร้ชู ัน้
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 เพ่อื สิทธิบางอย่าง หรอื ใบรับรองวุฒิการสอบเทยี บ
ความร้ชู น้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 7 เพอื่ สิทธบิ างอยา่ ง หรอื เป็นผู้ท่ีเคย
ศึกษาหลกั สูตรตา่ งประเทศระดบั ช้ัน (เกรด) การศกึ ษาปที ี่ 7 หรือ

สอบไลไ่ ดร้ ะดับชนั้ (เกรด) การศึกษาอย่างน้อยปีที่ 7 ผูส้ อบตก ป.7 หลกั ฐานการสมัคร
ปีการศึกษา 2520 ถือว่าได้ ป.6 สาหรับพระภิกษุ สามเณรจะต้องมี
คุณวฒุ ิอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ขา้ งต้นและต้องสอบได้นกั ธรรมชนั้ โทมากอ่ น สถานศึกษาจะต้องตรวจสอบหลักฐานการสมัครเข้าเป็นนักศึกษาให้ถูกต้อง
ครบถ้วนดังนี้
ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
สอบไดว้ ฒุ ิหรือระดบั ชัน้ อย่างใดอย่างหนงึ่ ตอ่ ไปน้ี มัธยมปีท่ี 1. ใบสมคั ร
6 ( ม.6 เดิม) หรือประโยคศึกษา 3 (ม.3) หรือมัธยมศึกษาปีที่ 3 ( ม.3 ) 2. รูปถ่าย 1 นิ้ว จานวน 4 รูป (หน้าตรงไม่สวมแว่นตาดา และไม่
หรือการศกึ ษาผใู้ หญ่ระดับที่ 4 หรือการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จระดับท่ี 4 สวมหมวก สวมเส้ือสีขาวปก หรือชุดสุภาพ ถ่ายไม่เกิน 6 เดือน โดยไม่ใช้รูป
หรือหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น หรือระดับ ถ่ายประเภทโพลาลอยด์ ) เพ่ือใช้ติดใบสมัคร 1 รูป ติดบัตรประจาตัว 1 รูป
มัธยมศึกษาตอนต้นตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2544 ตดิ สมุดประจาตัวนกั ศึกษา 1 รูป และสาหรับกิจกรรมที่จาเป็นอีก 1 รูป
หรือเปรียญธรรม 3 ประโยค กระทรวงศึกษาธิการประกาศให้เทียบเท่า 3. สาเนาทะเบียนบ้านตนเองที่มีช่ือ บิดา มารดา พร้อมฉบับจริงไป
มัธยมศึกษาตอนตน้ ตามหลักสตู รมัธยมศึกษาตอนต้น พุทธศักราชหรือวุฒิอื่น แสดง
ท่ี 2521 หรือใบรับรองวุฒิการสอบเทียบความรู้ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เพ่ือ 4. สาเนาหนังสือแสด งวุฒิการศึกษา จานวน 3 ฉบับ เช่น
สิทธิบางอย่าง หรือเป็นผู้ท่ีเคยศึกษาหลักสูตรต่างประเทศระดับชั้น (เกรด) ประกาศนียบัตร ระเบยี นแสดงผลการเรยี น พร้อมฉบับจรงิ ไปแสดง
การศึกษาปที ี่ 10 หรือสอบไสได้ระดับช้ัน(เกรด) การศึกษาอย่างน้อยปีท่ี 10 5. สาเนาเอกสารท่เี กี่ยวข้อง พรอ้ มฉบับจรงิ ไปแสดง เชน่ ใบเปลี่ยนชื่อ
หรือ ผู้สอบตก ม.ศ. 3 ปีการศึกษา 2523 ถือว่าได้ ม.3 มัธยมศึกษาตอน ช่อื สกุล ใบทะเบียนสมรส ใบหยา่ ฯลๆ
ปลายให้เปน็ ไปตามมติของมหาเถรสมาคม สาหรับพระภิกษุ สามเณรจะสมัคร
เรียนระดับ หมายเหตุ หากมกี ารเปลยี่ นแปลงช่ือหรอื ช่อื สกุล ระหว่างภาค ให้ย่ืนหลักฐาน
ขอเปลี่ยนชอื่ และนามสกุลทันที กอ่ นสน้ิ ภาคเรยี น

สถานที่การสมัครเรยี น การพ้นสภาพการเป็นนักศึกษา

นักศกึ ษาสามารถสมัครเรยี นได้ตามสถานที่ดงั ต่อไปนี้ 1. สาเรจ็ การศึกษา
1. กศน.ตาบลทุกตาบล 2. ลาออก
2. ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอาเภอเมือง 3. ตาย
สมทุ รสงคราม 4. ออกตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรยี นหรือ
3. สานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัด นักศกึ ษา
สมทุ รสงคราม 5. ไมล่ งทะเบียนเพอื่ รักษาสถานภาพการเปน็ นกั ศึกษาเปน็ เวลา 6 ภาคเรยี น
ติดต่อกัน (กรณีทีน่ กั ศึกษาไม่สามารถลงทะเบยี นเรียนในภาคเรยี นใด ภาค
การปฏิบตั ิตนของนักศึกษา เรียนหนง่ึ จะตอ้ งลงทะเบียนรักษาสถานภาพการเป็นนกั ศกึ ษาทุกภาคเรียน)

ผู้เรียนในสถานศึกษา สังกัดสานักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ
การศกึ ษาตามอธั ยาศยั จะต้องปฏิบตั ิตนดังต่อไปนี้
1. ตอ้ งปฏบิ ตั ิตามระเบียบและข้อบงั คับของสถานศึกษานน้ั ๆอย่างเครง่ ครดั
2. ต้องแต่งกายตามระเบยี บขอ้ บังคับของสถานศกึ ษานนั้ ๆ อยา่ งเครง่ ครดั
3. ต้องปฏิบัตติ นเป็นพลเมอื งทีด่ ี
4. ตอ้ งรกั ษาไว้ซ่งึ ความสามัคคใี นหม่คู ณะ
5. ต้องไม่ทาอันตรายหรือทาให้เสียหายชารุด หรือบกพร่องซึ่งทรัพย์สินของ
สถานศึกษาและผ้อู ืน่
6. ตอ้ งไมเ่ ลน่ การพนนั และไม่นาพาอปุ กรณ์การพนนั มาในสถานศกึ ษา
7. ต้องไม่ดื่มสุรา ไม่สูบบุหรี่ และสิ่งเสพติดในห้องเรียนโตยเฉพาะในสถานท่ี
พบกลุ่ม
8. ตอ้ งไม่ประพฤติตนขดั ต่อศลี ธรรมอนั ดี
9. ไมน่ าความเส่ือมเสยี มาส่สู ถานศกึ ษาท่ีตนเองสังกัดอยู่
10. ไมท่ ะเลาะววิ าท ทารา้ ยรา่ งกายต่อผู้อน่ื

การแต่งกายทถ่ี ูกระเบียบ

» นกั ศกึ ษาชาย

1. เสื้อสุภาพสขี าว แขนยาว/สัน้ ไมต่ ิดกระดุมเหลก็ หรือเข็ม น่งุ ทับใน
กางเกง

2. กางเกงสแลค็ สดี า
3. รองเท้าหนงั /รองเทา้ ผ้าใบ สีสุภาพ

» นกั ศึกษาหญิง

1. เสื้อสุภาพสีขาว แขนยาว/สัน้ ไม่ตดิ กระดุมเหล็กหรือเข็ม นุ่งทบั ใน
กระโปรง

2. กระโปรงยาวคลุมเข่าสีดา
3. รองเท้าหนงั /รองเทา้ ผา้ ใบ หมุ้ สน้ สีสุภาพ


Click to View FlipBook Version