The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chanapa Noonnak, 2023-08-06 09:40:59

คู่มือการปฏิบัติงานของสัตวแพทย์ไก่ประกันส่วนกลาง

test

คู่มือการท างานสัตวแพทย์วิชาการ ส านักประกันคุณภาพและสุขภาพสัตว์ไก่ประกัน (ส่วนกลาง)


คู่มือการท างานสัตวแพทย์วิชาการ ในการท างานด้านสัตวแพทย์วิชาการไก่เนื้อเบทาโกร มีขอบเขตและหน้าที่การท างาน ที่สามารถ แยกเป็นประเด็นหลักได้ดังนี้ 1. การเข้าตรวจและปฏิบัตงิานในแต่ละขั้นตอนของการผลิต - การเตรียมฟาร์มและเตรียมความพร้อมก่อนลงไก่ - การเข้าตรวจสุขภาพและติดตามเลี้ยงไก่ในระยะกก - การเข้าตรวจสุขภาพและติดตามเลี้ยงไก่สัปดาห์ที่ 2-5 - การเข้าตรวจสุขภาพและติดตามเลี้ยงไก่สัปดาห์ที่ 6 และ การประเมินสุขภาพไก่ก่อนจับ -จับไก่และสรุปประสิทธิภาพการเลี้ยง - วิเคราะห์ปัญหาและวางแนวทางการแก้ปัญหาในการเลี้ยงรุ่นต่อไป 2. การวางแผนโปรแกรมยา วัคซีน สารเสริม และเวชภัณฑ์ - การใช้ยาฆ่าเชื้อและยาฆ่าแมลงในขั้นตอนการเตรียมเล้า (BAG002) - การใช้ยาปฏิชีวนะ วัคซีนและสารเสริมในระยะการเลี้ยง (BAG005) 3. การประเมินระบบป้องกันโรคและควบคุมการเกิดโรคระบาด - ประเมินระบบป้องกันโรคทางชีวภาพประจ าปี อย่างน้อยฟาร์มละ 2 ครั้ง/ปี - ประเมินระบบป้องกันโรคทางชีวภาพประจ ารุ่น 4. การรักษามาตรฐานการเลีย้งจากการตรวจประเมินทั้งภายในและภายนอก - เอกสารการที่เกี่ยวข้องกับสัตวแพทย์ทั้งหมด - เป็นผู้ให้ข้อมูลในการตรวจประเมิน 5. ให้ความรู้และฝึกอบรมแก่ผู้ประกอบการ พนักงานเลีย้งไก่ -อบรมและให้ความรู้ตามหัวข้อการฝึกอบรม อย่างน้อยฟาร์มละ 2 ครั้ง/ปี


หนา้ทกี่ารทา งานสตัวแพทยต์ามวงรอบการผลิตไก่เนอื้เบทาโกร 8.จับไก่ 3.การเลี้ยงไก่ wk2 2.การเลี้ยงไก่ระยะกก 5.การเลี้ยงไก่ wk4 4.การเลี้ยงไก่ wk3 6.การเลี้ยงไก่ wk5 7.การเลี้ยงไก่ wk6 1.เตรียมฟาร์ม ตรวจสอบการท าความสะอาด โรงเรือน และฟาร์ม ตรวจสอบฆ่าเชื้อโรงเรือน การจัดกก อุปกรณ์การกก ,แกลบ ตรวจสอบความเสี่ยงระบบป้องกันโรคทางชีวภาพก่อนลงไก่ อบรมพนักงานเลี้ยงไก่ วางแผนโปรแกรม ยา วัคซีน สารเสริม การตรวจสอบการรับลูกไก่ การลงไก่และคุณภาพลูกไก่ การจัดการการกก การจัดการการให้ยาและสารเสริม การจัดการการให้วัคซีน ประเมินสุขภาพไก่ก่อนท าวัคซีน ติดตามสุขภาพและผ่าซาก ติดตามสุขภาพหลังการให้วัคซีน ปรับโปรแกรมการให้ยา - สารเสริมในกรณีพบปัญหาสุขภาพ ติดตามสุขภาพและผ่าซาก ปรับโปรแกรมการให้ยา-สารเสริม ในกรณีพบปัญหาสุขภาพ ตรวจสุขภาพก่อนจับ ตรวจ BQM และ ประเมินไก่ป่ วยก่อนเข้าโรงงาน ตรวจสอบระยะหยุดยาปฏิชีวนะ ยากันบิด เอกสาร สพส. 001 สรุปประสิทธิภาพการเลี้ยง วางแผนการเตรียมโรงเรือน วิเคราะห์ปัญหาและวางแผนการเลี้ยงรุ่นถัดไป


หน้าทแี่ละขอบเขตการทา งานสัตวแพทยใ์นแต่ละขั้นตอนการผลิต ขั้นตอนที่1: เตรียมฟาร์มและเตรียมตวามพร้อมก่อนลงไก่ 1.1 การเตรียมฟาร์มและเตรียมความพร้อมก่อนลงไก่ ขั้นตอนนี้เริ่มหลังจากที่มีการจับไก่ออกจากโรงเรือนหมดแล้ว โดยการปฏิบัติงานของ ผู้ประกอบการจะปฏิบัติตามเอกสาร BAG002 ซึ่งสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์มจะต้องทราบข้อมูลและ เข้าตรวจสอบ ดังนี้ 1. ขนาดและพื้นที่ของโรงเรือน - ต้องรู้ขนาดของโรงเรือน คือ ความกว้าง ความยาว และความสูง 2. ค านวณปริมาณน ้าที่ใช้ในการผสมยาฆ่าเชื้อและยาฆ่าแมลง - ปริมาณน ้าที่ใช้ผสมยาฆ่าเชื้อ ใช้อัตราส่วน 0.3 L/ พืน้ที่1ตารางเมตร - การคิดพื้นที่พ่นยาฆ่าเชื้อ ให้คิดจากพื้นที่ 5 ด้าน ยกเว้นพื้นที่แพด และรอบโรงเรือนด้านละ 1 เมตร 3. ชนิด-ขนาด-ปริมาณ ของยาฆ่าเชื้อและยาฆ่าแมลงตามบัญชีเวชภัณฑ์ของ Betagro drug list และตรวจสอบวันหมดอายุ ต้องไม่น้อยกว่า 6 เดือน ตัวอย่างการคา นวนพืน้ที่ในการฆ่าเชือ้โรงเรือน เช่น โรงเรือนขนาด 16*100*2.2 เมตร ใช้ยาฆ่าเชื้อ เบต้าชิลด์ อัตราส่วน 1:100 ท่อน ้าไก่กินขนาด 4 หุน จ านวน 6 เส้น จะต้องใช้ปริมาณน ้า และยาฆ่าเชื้อ/น ้ายาแช่ท่อทั้งหมดกี่ลิตรในการฆ่าเชื้อ พื้นที่โรงเรือน = 2(กว้าง*ยาว)+2(ยาว*สูง)+(กว้าง*สูง)+2(1*ยาว) +2(1*กว้าง)+(4*1*1) = 2(16*100)+2(100*2.2)+(16*2.2)+2(1*100)+2(1*16)+4 = 3200+440+35.2+200+32+4 = 3,911.2 ตารางเมตร ต้องใช้ปริมาณน ้าทั้งหมด = ใช้อัตราส่วน 0.3 L/ พื้นที่ 1ตารางเมตร = 0.3 L* 3,911.2 = 1,173.36 ลิตร หรือ 1,200 ลิตร ใช้ยาฆ่าเชื้อ เบต้าชิลด์ อัตราส่วน 1:100 ปริมาณน ้า 100 ลิตร ใช้เบต้าชิลด์ 1 ลิตร 16 100 2.2


ถ้าปริมาณน ้า 1,200 ลิตร จะต้องใช้เบต้าชิลด์ = 1200*1/100 = 12 ลิตร ดังนั้น ในการฆ่าเชื้อโรงเรือนครั้งที่ 1 จะต้องใช้ปริมาณน ้าทั้งหมด 1,200 ลิตร และยาฆ่าเชื้อ 12 ลิตร ตัวอย่างการคา นวนพืน้ที่ในการฆ่าเชือ้ระบบนา ้ ท่อน ้าขนาด 4 หุน มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 18 มม. สูตรค านวน = จ านวนท่อน ้า( 2 *ความยาวของท่อน ้า) = 6(22/7*(18*10-3 /2)2 *100) = 6 (22/7)(81)(10-6 )( 102 ) = 6*254.57*10-4 = 1,527.43*10-4 = 0.1527 ลูกบาศ์กเมตร 1 ลูกบาศ์กเมตร = 1,000 ลิตร ดังนั้น จะต้องใช้ปริมาณน ้าในการแช่ท่อทั้งหมด 0.1527*1,000 = 152.7 ลิตร 4. ตรวจสอบประสิทธิภาพการล้างเล้าและการฆ่าเชื้อไม่ให้มีเศษแกลบ/มูลไก่/ขนไก่เก่าหลงเหลืออยู่ ภายในฟาร์ม ทั้งภายนอกและในโรงเรือยรวมถึงอุปกรณ์การเลี้ยง 5. วางแผนเก็บตัวอย่าง Surface swab/ Sweeping swab/ ตัวอย่างน ้าแบคทีเรีย


ขั้นตอนและจุดการเก็บตัวอย่าง Sweeping swab เอกสารคู่มือการเก็บตัวอย่าง sweeping swabs : คู่มือการปฎิบัติงาน sweeping swab.pdf Boot swab litter


เอกสารคู่มือการเก็บตัวอย่าง Boot swab litter : คู่มือการปฎิบัติงาน boot swab litter.pdf 6. วิเคราห์ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ Surface swab/ Sweeping swab/ Water/Boot litter โดยหากพบผลการตรวจไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ต้องให้ค าแนะน าและแนวทางการแก้ไข - กรณี Surface swab ไม่ผ่านมาตรฐาน - กรณี Drag/Sweeping swab ไม่ผ่านมาตรฐาน - กรณี Water ไม่ผ่านมาตรฐาน ตัวอย่าง เวลาในการเก็บ ต าแหน่ง ตรวจ เกณฑ์ Surface swab หลังพ่นยาฆ่าเชื้อ ครั้งที่ 1 1 ตารางนิ้ว 3 จุด (พื้น/ คูลลิ่งแพด/ แพน อาหาร) TVC < 3x103 cfu/sq.inch Sweeping swab หลังพ่นยาฆ่าเชื้อ ครั้งที่ 1 1 ตารางนิ้ว 5 จุด (พื้น โรงเรือน 2 จุด, รอยต่อ พื้นและผนัง,แพน อาหาร,ใบพัดพัดลม) Salmonella spp. Not detect ผลน ้า (ตรวจเชื้อ) หลังท าความ สะอาดและฆ่าเชื้อ ระบบน ้า ปลายท่อน ้าไก่กิน Coliforms < 2.2 MPN/100 ml E. coli Not detect Salmonella spp. Not detect Heterotrophic plate count < 500 cfu/ml Boot litter หลังพ่นยาฆ่าเชื้อ แกลบ ใส่shoe cover เดินให้ ได้พื้นที่ 100% ของ โรงเรือน Salmonella spp. Not detect 1.2 เตรียมความพร้อมก่อนลงไก่


เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการเตรียมฟาร์มแล้ว ทางสัตวแพทย์จะต้องด าเนินการปฏิบัติงาน ดังนี้ 1. ตรวจประเมินระบบการป้องกันโรคทางชีวภาพ 2. อบรมให้ความรู้กับพนักงานเลี้ยง ตามหัวข้ออบรม อย่างน้อยฟาร์มละ 2 ครั้ง/ปี 3. วางแผนการให้ยาและวัคซีน ตามแหล่งและคุณภาพลูกไก่/ผลระดับภูมิคุ้มกัน 4. ตรวจสอบและค านวนความหนาแน่นของพื้นที่การกก อุปกรณ์การกก อุณหภูมิกก น ้าและอาหาร ควาหนาแน่นของลูกไก่ต่อพื้นที่การกกอ้างอิงตามสายพันธุ์ Cobb *สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสภาพภูมิอากาศของแต่ละพื้นที่ ตารางแสดงความหนาแน่นของไก่ในแต่ละช่วงอายุ (Cobb Broiler management guide, 2021) พื้นที่กินน ้า Nipple 1 หัวนิปเปิ้ล/ไก่ 20-25 ตัว cobb 10-12 ตัว/หัว กระติกน ้าขนาด ลิตร 1 กระติก/ไก่ 50 ตัว พื้นที่กินอาหาร แพนอาหารอัตโนมัติ 1 แพน/ไก่ 75 ตัว ถาดอาหาร 1 ถาด/ ไก่ 100 ตัว ถังเหลืองแขวน 1 ถัง ต่อ 25 ตัว กระดาษปูกก ควรปูอย่างน้อย 50% ของพื้นที่กก


อัตราส่วนของอุปกรณ์กกต่อจ านวนลูกไก่ เป็นดังตาราง ชนิดของอุปกรณ์ อัตราส่วน (จ านวนอุปกรณ์: ไก่) ตู้กกฮีตเตอร์ 1:10,000 หัวกก SA4 1:500-800 หัวกก SA8 1:1,000-1,200 หัวกก Mirage 1:1,500-2,000 โดยจะต้องเตรียมอุปกรณ์การกก และจุดกกก่อนที่ลูกไก่จะมาถึงที่ฟาร์มอย่างน้อย 2 ชั่วโมง ตารางแสดงอุณหภูมิกกไก่ในโรงเรือน ตามเป้าหมายของสายพันธุ์ Ross 308 หัวกกแบบ SA8 หัวกกแบบ Mirage ตู้กกฮีตเตอร์


หลังจากค านวนพื้นที่ในการเลี้ยง ให้ท าการกั้นผ้าม่านห้องกก เพื่อควบคุมอุณหภูมิภายในกก โดย การกั้นผ้าม่านห้องกกจะต้องเว้นระยะจากบนเพดานลงมาประมาณ 30-50 cm เพื่อให้อากาศได้ระบาย ออกทางด้านบน ไม่ให้ลมปะทะโดนตัวไก่โดยตรง ขั้นตอนที่2: การเข้าตรวจสุขภาพและติดตามเลี้ยงไก่ในระยะกก ( อายุไก่ 0-10 วัน) 2.1 การรับลูกไก่และการตรวจสอบคุณภาพลูกไก่ 1. การรับลูกไก่ 1.1 จ านวนลูกไก่ น ้าหนัก เพศ ตรงตามบิลรับลูกไก่ที่แนบมา - สุ่มนับจ านวนลูกไก่ต่อกล่อง(กล่องกระดาษ 102 ตัว/กล่อง, กล่องพลาสติก 80 ตัว/กล่อง) - สุ่มชั่งน ้าหนักลูกไก่ เกรด A,B o ลูกไก่ เกรด A น ้าหนัก >37 กรัม o ลูกไก่ เกรด B น ้าหนัก 32-37 กรัม แผงกั้นกกสูง 50 ซม เทอร์โมมิเตอร์สูงจากพื้น 2 ซม แขวนกลางห้องกก เครื่องกกแขวนสูงจากพื้น 90-100 ซม. แกลบรองพื้นหนา 5-7ซม กระปุกน ้า ถาดอาหาร หลอดไฟฟ้า สูงจากพื้น 100 ซม พื้นที่เลี้ยงไก่ 50 ตัวต่อตรม


1.2 แหล่งลูกไก่และการตั้งรหัสลูกไก่ รหัสลูกไก่มีทั้งหมด 10 หลัก มีวิธีการอ่านดังนี้ รายละเอียดเอกสารการตั้งรหัสลูกไก่ : การต้งัรหสัลูกไก่(Rev. 2019-02-22).pdf 1.3 ตรวจสอบคุณภาพลูกไก่จากภายนอก - ไก่ตัวเล็ก แตกไซส์พิการ ข้อขาแห้งและแดง สะดือด า-อักเสบ เป็นต้น รายละเอียดข้อก าหนดคุณภาพลูกไก่เนื้ออื่น : BFBFI-HH-SP-001_02 ข้อตกลงคุณภาพลูกไก่เนื้อ 16042022.pdf หากพบลูกไก่ไม่ตรงตามข้อก าหนดให้ท าการออกข้อร้องเรียนคุณภาพลูกไก่ฯ หรือICP-ลูกไก่ เพื่อ แจ้งปัญหาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (คู่มือการออก ICP ลูกไก่:คู่มือการใชง้านแอพพลิเคชนั่ออกขอ้ร้องเรียนคุณภาพลูกไก่และการจดัส่ง .PDF)


ตรวจสอบการฉีดวัคซีนและการสเปรย์ที่โรงฟัก - ตรวจสอบในเอกสารบิลรับลูกไก่ - วัคซีนสเปรย์ ให้สังเกตการณ์ติดสีที่ขน - วัคซีนเชื้อตาย ให้สังเกตุที่ใต้หนังคอ 1.4 ผ่าซากตรวจคุณภาพลูกไก่จากภายใน - หนองที่ถุงลม, หนองที่ปอด, ถุงไข่แดงอักเสบ, เชื้อรา,ท้องมาน เป็นต้น - ประเมินการดูดซึมของไข่แดง โดยไข่แดงจะต้องดูดซึมหมดภายใน 7 วัน


2. การปล่อยลูกไก่ลงกก 2.1 สังเกตพฤติกรรมการกระจายตัวของไก่ในวงกก 2.2 ตรวจสอบการกินน ้า/อาหารของไก่ สุ่ม crop fill เมื่อเวลาผ่านไป 24 ชั่วโมง ไก่ควรได้กินน ้าและอาหาร 90% ของจ านวนที่สุ่ม หากสุ่มจับ crop แล้วมีลักษณะแข็ง หมายถึง ไก่กิน อาหารแต่ไม่ได้กินน ้า หรือหา crop fill ไม่เจอ หมายถึงไก่ไม่ได้กินทั้งน ้าและ อาหาร หรือได้กินเพียงน ้าอย่างเดียว ลักษณะของ crop fill ที่ดีควรมี ลักษณะนุ่ม ไม่แข็งหรือเหลงจนเกินไป 2.3 ตรวจสอบระบบน ้า - ตรวจสอบระดับความสูงของไลน์น ้าให้อยู่ในระดับสายตาของลูกไก่และระดับแรงดันน ้าให้ เหมาะสมตามอายุไก่ ดังภาพ อุณหภูมิเหมาะสม ไม่มีลูกไก่ ในจุดที่ร้อน ที่สุด อุณหภูมิต ่า อุณหภูมิสูง ลมโกรก


- ไก่สามารถเข้าถึงน ้าได้ตลอดเวลา ตรวจสอบหัวนิปเปิ้ลจะต้องไม่รั่ว นิปเปิ้ลไม่ค้าง/แข็ง และไม่มีอากาศค้างอยู่ภายในท่อ - ลูกไก่ต้องได้กินน ้าที่สะอาด และอุณหภูมิน ้าที่เหมาะสมอยู่ที่ 10-14องศาเซลเซียส 2.4 ตรวจสอบระบบอาหาร ตรวจสอบว่าไก่สามารถเข้าถึงอาหารได้ทันทีหลังจากที่ลงลูกไก่แล้ว และมีปริมาณเพียงพอกับ จ านวนลูกไก่ 2.5 สภาพแกลบ สภาพแกลบภายในกกจะต้องแห้ง ร่วนซุยและมีความหนาที่เหมาะสม (5-6 cm) 2.6 พิจารณาการให้ยาปฏิชีวนะ สารเสริมและก าหนดวันให้วัคซีน (อายุ 7-10 วัน) 2.7 ให้ค าแนะน าและแนวทางการแก้ไขปัญหาสุขภาพไก่ในระยะกก โดยปรึกษากับทางเจ้าหน้าที่ ส่งเสริมที่ดูแลฟาร์ม


3 การให้วัคซีนและการตรวจสอบประสิทธิภาพการให้วัคซีน 1. ก าหนดปริมาณวัคซีนที่ให้และน ้าที่ใช้ในการผสมวัคซีน - ก าหนดปริมาณจากจ านวนตัวลูกไก่ที่เหลือ ณ วันก่อนหน้าที่จะท าวัคซีน - ค านวณปริมาณน ้าที่ใช้ในการละลายวัคซีน การค านวณปริมาณน ้าที่ใช้ให้ไก่กินน ้าหมดภายใน 1 ½ ชั่วโมงถึง 2 ชั่วโมง โดยวิธีการ ค านวณปริมาณน ้าที่ใช้มี 2 วิธี คือ วิธีที่ 1 ค านวณจากสูตรการให้น ้าไก่ 1,000 ตัว : ใช้น ้า 1 ลิตร xอายุไก่ (วัน) เช่น ไก่จ านวน 10,000 ตัว ต้องการท าวัคซีนที่อายุ 14 วัน ปริมาณน ้าต ่าสุดที่ต้องการ เพื่อให้วัคซีนโดยการละลายน ้า เท่ากับ (1 ลิตร x 14x 10,000)/1000 = 140 ลิตร วิธีที่ 2 วัดจากปริมาณน ้าที่ไก่กินหมดภายใน 1-2 ชั่วโมง โดยการวัดปริมาณน ้าที่ไก่กิน วันก่อนหน้าที่จะท าวัคซีน โดยวัดในช่วงเวลาเดียวกับที่จะท าวัคซีนจริง 2. เก็บรักษาวัคซีน เก็บที่อุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส 3. งดผสมสารฆ่าเชื้อน ้า หรือให้ยาปฏิชีวนะ 2-3 วันก่อนท าวัคซีน รวมถึงงดการให้อิเล็กโตรไลต์ต่างๆ ด้วย เพราะ สารดังกล่าวอาจไปท าลายตัวเชื้อที่อยู่ในวัคซีนได้ 4. ติดตามสุขภาพไก่ก่อนท าวัคซีน ไก่จะต้องมีสุขภาพที่ดีก่อนที่จะได้รับวัคซีน 5. อดน ้าไก่ เป็นเวลา 2-3 ชั่วโมง ขึ้นกับสภาพอากาศ เพื่อให้ไก่หิวน ้าและได้รับวัคซีนครบถ้วน โดยการ ปิดระบบน ้าและยกไลน์น ้าขึ้น หากอากาศร้อน พิจารณาอดน ้าเร็วขึ้นเพื่อป้องกันไก่ขาดน ้า การอดน ้าน้อยเกินไป –อาจท าให้ไก่ไม่หิวน ้าและกินวัคซีนได้ไม่ทั่วถึง การอดน ้าที่นานเกินไป –อาจท าให้ไก่หิวน ้า/ขาดน ้า แย่งกันกินน ้า ท าให้ไก่ได้รับวัคซีนไม่ ทั่วถึงเช่นกัน 6. ควรท าวัคซีนในตอนเช้าที่ไก่จะกินน ้าได้เยอะและตื่นตัว 7. ผสมสารปรับสภาพน ้าและวัคซีน และเปิดระบบน ้าให้ไก่กินวัคซีน ตรวจเช็ค วัคซีนให้ไปถึงปลาย สาย โดยปล่อยน ้าค้างท่อออกจนกว่าน ้าที่ปลายสายจะ เป็นสีฟ้า ลดระดับน ้าให้ไก่กินพร้อมกันและดินกระตุ้นไก่กินวัคซีนให้ไก่กิน วัคซีนพร้อมกันอย่างทั่วถึง


8. ตรวจสอบประสิทธิภาพการท าวัคซีน ไก่ต้องได้รับวัคซีนมากกว่า 90% ของฝูง เมื่อเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง โดยสังเกตุจากสีที่ติดลิ้นและบริเวณกระเพาะพัก (crop) 9. หากไม่ถึงเกณฑ์จะต้องให้วัคซีนซ ้า 10. วางแผนการให้ยาปฏิชีวนะ หากพบไก่มีอาการแพ้วัคซีนเรื้อรัง 11. การใช้ยาเพื่อลดการติดเชื้อแทรกซ้อนจากการแพ้วัคซีนรุนแรง สามารถเริ่มให้ได้หลังจากไก่ได้รับ วัคซีน 2 วัน โดยกลุ่มยาที่ใช้ขึ้นกับดุลยพินิจของสัตวแพทย์ 2.3 การตรวจระบบการป้องกันโรคที่ส าคัญ 1. ท าการตรวจทุกครั้งที่เข้าเยี่ยมฟาร์ม 2. หากพบข้อบกพร่องต้องแจ้งให้ทางผู้ประกอบการรับทราบและแก้ไข รวมทั้งแจ้งกับเจ้าหน้าที่ ส่งเสริม เพื่อท าการติดตามการแก้ไขข้อบกพร่อง 2.4 การบันทึกข้อมูลสุขภาพและการผ่าซากไก่ 1. บันทึกและสรุปข้อมูลในเอกสาร BAG013 2. เอกสารประกอบที่ควรจะรู้ - BAG004 บันทึกผลการเลี้ยง - BAG005 ใบสั่งวัคซีน-ยา ขั้นตอนที่3: การเลี้ยงไก่สัปดาห์ที่ 2-5 ( อายุไก่ 11-35 วัน) 4.1 การเข้าตรวจสอบสุขภาพไก่ โดยจะต้องเข้าตรวจสอบ เก็บข้อมูลและปฏิบัติงานต่างๆ ได้ดังนี้ 1. ตรวจสอบอัตราการสูญเสีย ทั้งจากการตายและคัดทิ้ง


อัตราการตายต้องไม่เกิน 0.3% ต่อวัน 2. การตรวจสอบเบื้องต้นภายในโรงเรือน ประกอบไปด้วย – การกระจายตัวของไก่ภายในโรงเรือน - สุขภาพไก่โดยรวม -อุปกรณ์การให้น ้า ส าหรับระบบนิปเปิลต้องปรับแรงดันน ้าให้เหมาะสมกับอายุไก่วัดจากปริมาณน ้า ที่ไหลผ่านนิปเปิลในหนึ่งนาที อายุไก่ ปริมาณน ้าน้อยที่สุดที่วัดได้ (ซีซี/นาที)


1 –7 วัน 8 –14 วัน 15 –21 วัน 22 –28 วัน 29 –35 วัน 36 –42 วัน 30 -50 34 41 48 55 62 หรือใช้สูตรการค านวณปริมาณน ้าที่ไหลผ่านหัวนิปเปิลในเวลา 1 นาที -อุปกรณ์การให้อาหาร : ระดับความสูงต้องอยู่ในระดับเดียวกับหลังของไก่ - การจัดการการระบายอากาศ เช่น ความเร็วลม อุณหภูมิ ความชื้น และแก๊สแอมโมเนีย ตารางแสดงผลกระทบของอุณภูมิต่อสุขภาพไก่ อุณหภูมิ สภาพไก่ มากกว่า 38C ไก่เริ่มตาย, อากาศร้อน 30-38C ไก่เครียดจากอากาศร้อน, อ้าปากหายใจ, ไก่ไข่ลด, เปลือกไข่บาง 20-30C อุณหภูมิเหมาะสมส าหรับไก่ใหญ่ 10-20C กินอาหารมากขึ้น, ไข่ลด 0-10C ไก่ไม่สบาย ปริมาณน ้าที่ไหลผ่านหัวนิปเปิลในเวลา 1 นาที= (อายุไก่เป็นสัปดาห์ ×7) + 20 = ____________ ml/นาที


ตารางแสดงผลกระทบที่มีผลต่อสุขภาพไก่ ของแก๊สแอมโมเนีย คาร์บอนไดออกไซด์ คาร์บอนมอนออกไซด์ฝุ่ นและความชื้นในโรงเรือน - คุณภาพวัสดุรองพื้น เป็นเมินตามคะแนน พื้นแกลบสามารถประเมินคะแนนได้ดังนี้ คะแนน 1 : แกลบแห้งและร่วนซุยดี(เมื่อใช้มือก าแล้วคลายออก จะแตกออกเป็นส่วนๆ) คะแนน 2 : แกลบเปียกชื้นเล็กน้อย (เมื่อใช้มือก าแล้วคลายออก จะไม่แตกออกเป็นส่วนๆ) คะแนน 3 : แกลบเปียกชื้น บริเวณใต้ไลน์น ้า (เป็นพื้นที่เล็กๆ) คะแนน 4 : แกลบแข็งแน่นแต่ยังแห้ง คะแนน 5 : : แกลบแข็งแน่นและเปียกชื้น คะแนน 6 : : แกลบเปียกแฉะ โดยคะแนนพนแกลบต้ ื้องไม่เกิน ระดับ 4 3. สรุปการตรวจระบบการป้องกันโรคและหาแนวทางการแก้ไข คะแนน 1 คะแนน 2 คะแนน 3 คะแนน 4 คะแนน 5 คะแนน 6


3.2 การผ่าซากและวินิจฉัย 1.การผ่าซาก การน าไก่ออกมาผ่าซากนั้นจะต้องประกอบไปด้วยไก่สุขภาพปกติ ไก่เริ่มแสดงอาการ และ ไก่ป่ วย โดยอย่างน้อย 6 ตัว A. สังเกตอาการและรอยโรคจากภายนอก B. รอยโรคจากภายใน ระบบทางเดินหายใจ – หลอดลม ถุงลม ปอด ช่องอกและช่องท้อง ระบบทางเดินอาหาร – กระเพาะแท้ กระเพาะบด ล าไส้ วิการหรือรอยโรคอื่น ๆ เช่น ต่อมเบอร์ซ่า ไต 2. การวินิจฉัยสาเหตุเบื้องต้น A. โรคติดเชื้อแบคทีเรีย B. โรคติดเชื้อไวรัส C. โรคอื่นๆ D. ปัญหาจากการจัดการการเลี้ยง 3.3 ปรับโปรแกรมการให้ยา – สารเสริม ในกรณีพบปัญหาสุขภาพ การปรับโปรแกรมยาต้องระบุข้อมูลดังต่อไปนี้ 1. ชื่อยา/ ปริมาณยา 2. ระยะเวลาที่ให้ยา 3. ระยะหยุดยาและวันเชือดปลอดภัย โดยค านวนวันเชือดปลอดภัย ดังนี้ นับวันแรกหลังจากให้ยาวันสุดท้ายเป็นวันที่ 1 จนถึงระยะหยุดยาของยานั้น ๆ และนับวันถัดไป เป็นวันเชือดปลอดภัย หรือ วันให้ยาวันสุดท้าย + ระยะหยุดยา + 1 เช่น ให้ยา Doxycycline อายุ 1-5 วัน ระยะหยุดยาของ Doxycycline 21วัน มีวันเชือดปลอดภัย คือ = 5+21+1 = อายุ 27 วัน 3.4 การประเมินสัตว์พาหะและแนวทางการจัดการแก้ไข A. การพบและการกินเหยื่อสัตว์พาหะ (หนู แมลงวัน หนอนแกลบ แมลงแกลบ) B. วิเคราะห์ผลการประเมิน ให้ค าแนะน าในการแก้ไขปัญหา 3.5 ค าแนะน าในการเข้าเยี่ยมฟาร์ม การเข้าเยี่ยมฟาร์มหรือตรวจสุขภาพจะต้องให้ค าแนะน าการปฏิบัติงานโดยให้ครอบคลุมหัวข้อ ดังนี้ 1. สุขภาพไก่


2. ยา สารเสริม และเวชภัณฑ์ 3. ระบบป้องกันโรค 4. การก าจัดสัตว์พาหะ ขั้นตอนที่4 : การเข้าตรวจสุขภาพและติดตามเลี้ยงไก่สัปดาห์ที่ 6 และ การประเมินสุขภาพไก่ก่อนจับ 4.1 ตรวจสุขภาพก่อนจับและประเมินไก่ป่ วย 1. การผ่าซาก การน าไก่ออกมาผ่าซากนั้นจะต้องประกอบไปด้วยไก่สุขภาพปกติ ไก่เริ่มแสดงอาการ และ ไก่ป่ วย โดยอย่างน้อย 6 ตัว A. สังเกตอาการและรอยโรคจากภายนอก B. รอยโรคจากภายใน ระบบทางเดินหายใจ – หลอดลม ถุงลม ปอด ช่องอกและช่องท้อง ระบบทางเดินอาหาร – กระเพาะแท้ กระเพาะบด ล าไส้ วิการหรือรอยโรคอื่น ๆ เช่น ต่อมเบอร์ซ่า ไต 2. การประเมินไก่ตกราวจากวิการโรค A. หลักการประเมินไก่ตกราวจากวิการโรค B. พิจารณาข้อมูลทั้งประวัติย้อนหลัง แหล่งลูกไก่และประวัติสุขภาพที่ผ่านมา C. การแจ้งไก่ตกราวจากวิการโรค โดยปกติจะต้องแจ้งทีมธุรการก่อนไก่เข้าโรงเชือด 4 วันท าการหรือ ก่อนจัดคิว เชือด แต่หากเกินก าหนดจะต้องแจ้งไก่ป่ วยหลังคิวไปทางผู้ทเี่กี่ยวข้องในแต่ละโรงเชือด BFI หรือ BF 4.2 ตรวจสอบระยะหยุดยาปฏิชีวนะ ยากันบิด 1. ตรวจสอบวันเชือดปลอดภัยของยาปฏิชีวนะ - ตรวจสอบการกินยาปฏิชีวนะและระยะหยุดยา ในเอกสาร BAG005 2. ยากันบิดในอาหารเบอร์ 204 - ตรวจสอบจากบิลอาหารเบอร์ 204 มีการใช้ยากันบิดชนิดใดและปริมาณเท่าไหร่ผสมใน อาหาร - ตรวจสอบระยะหยุดยากันบิด ต้องมากกว่า7 วัน หรือตามรายละเอียดของยากันบิดนั้น 4.3 เอกสาร สพส. 001 1. เข้าระบบ Einspect : ผ่านทางเว็บไซต์ http://einspect.dld.go.th/


สัตวแพทย์ต้องเข้าเยี่ยมฟาร์มและตรวจสุขภาพไก่ก่อนจับเข้าโรงเชือดไม่เกิน 72 ช่ัวโมง - การลงข้อมูลในเอกสาร สพส.001 Link : การลงข้อมูล สพส.001 + Checklist ตรวจสอบ rev.020321.pdf - ตรวจสอบเอกสารที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายให้ถูกต้องและครบถ้วนก่อนเคลื่อนย้ายไก่ 2. เอกสารที่ใช้แนบไปในการเคลื่อนย้าย ดังนี้ 2.1 เอกสาร สพส.001 2.2 ใบเคลื่อนย้าย (ใบ ร.3) 2.3 ตั๋วจับไก่ 2.4 ผลแลป ND-AI กรมปศุสัตว์ 2.5 ส าเนาเอกสารมาตรฐานฟาร์ม 4.4 วางแผนการเตรียมโรงเรือน 1. จัดท าแผนการเตรียมและฆ่าเชื้อโรงเรือน BAG002 ขั้นตอนที่5 : จับไก่และสรุปประสิทธิภาพการเลี้ยง วิเคราะห์ปัญหาและวางแนวทางการแก้ปัญหา 5.1 สรุปประสิทธิภาพการเลี้ยง สรุปจากเป้าหมายการผลิตประจ าปี โดยข้อมูลจะใช้ในการน ามาสรุปประสิทธิภาพประกอบด้วย 1. อัตราการเลี้ยงรอด 2. % ไก่ตกราว/ปัญหา 3. FCR/ ADG เมื่อมีข้อมูลทุกอย่างแล้วก็จะค านวณหาค่า Performance Index (PI) 5.2 วิเคราะห์ปัญหาและวางแผนการเลี้ยงรุ่นถัดไป 1. สรุปประเด็นปัญหาการเลี้ยงจากรุ่นที่ผ่านและหาแนวทางการแก้ไข โดยพิจารณาจากประเด็นต่างๆ ดังนี้ 12. ปัญหาการจัดการการเลี้ยง Performance index(PI) = %live x BW(avr)/FCR/age(day)%


13. ปัญหาจากโรคระบาด 14. ปัญหาจากผู้ประกอบการ 2. วางแผนโปรแกรมยาปฏิชีวนะและสารเสริมในการเลี้ยงรุ่นต่อไป (BAG005) การประเมินระบบป้องกันโรคและควบคุมการเกิดโรคระบาด การตรวจประเมินระบบป้องกันโรคทางชีวภาพนั้น จะมีการตรวจ 2 แบบ ดังนี้ 1. ประเมินระบบป้องกันโรคทางชีวภาพประจ าปี อย่างน้อยฟาร์มละ 2 ครั้ง/ปี - หัวข้อตรวจประเมินทั้งหมด 77 ข้อ - การประเมินผลต้องผ่านทุกหัวข้อ 2. ประเมินระบบป้องกันโรคทางชีวภาพประจ ารุ่น - หัวข้อตรวจประเมินทั้งหมด 11 ข้อ - การประเมินผลต้องผ่านทุกหัวข้อ


การรักษามาตรฐานการเลีย้งจากการตรวจประเมินทงั้ภายในและภายนอก ในการรักษามาตรฐานการเลี้ยงการจัดการที่ฟาร์มนั้น มีทั้งภายในบริษัท หน่วยงานราชการและลูกค้า จากต่างประเทศ ซึ่งสัตวแพทย์จะมีส่วนเกี่ยวข้อง ดังต่อไปนี้ 1. การให้ข้อมูลด้านสุขภาพ การเลี้ยงการจัดการ และสวัสดิภาพสัตว์ทุกครั้งที่มีการตรวจประเมิน 2. เอกสารการตรวจประเมินที่เกี่ยวข้องกับสัตวแพทย์ เอกสารจะประกอบไปด้วย 2.1 ใบประกอบโรคศิลป์ /ใบสัตวแพทย์ผู้ควบคุมฟาร์ม 2.2 ใบมอบหมายการใช้ยา 2.3 ใบเตรียมฟาร์ม (BAG002) 2.4 ใบสั่งยา-วัคซีน (BAG005) 2.5 เอกสารบันทึกการเข้าเยียมฟาร์ม (BAG013) 2.6 ใบสรุปประสิทธิภาพการเลี้ยง (BAG026) 2.7 ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการและค าแนะน า


ประกอบด้วย Surface swab, Drag/Sweeping swab, ผลตรวจน ้าทางชีวภาพ, ผล ตรวจน ้าทางเคมี, Boot swab, ND-AI PCR 3. ผลตรวจคุณภาพอาหารรายเบอร์ 203 , 204, 205 4. ใบรับรองอาหารสัตว์/โรงงานอาหาร 5. โปรแกรมยากันบิดในอาหาร 6. ใบรับรองเวชภัณฑ์ (MSDS, Certificate) โดยเมื่อมีการตรวจประเมินจากภายนอก สัตวแพทย์คุมฟาร์มอาจจะมีหน้าที่ในการวางแผนการรับ การตรวจประเมิน ไม่ใช่ไปเตรียมฟาร์ม เขียนเอกสารกับทางฟาร์ม ซึ่งควรที่จะมีการรักษามาตรฐานอยู่แล้ว ฝึ กอบรมและใหค้วามรู้แก่ผู้ประกอบการ พนักงานเลีย้งไก่ เพื่อให้การปฏิบัติงานหรือการจัดการฟาร์มที่ดีของพนักงานและผู้ประกอบการ เป็นไปตาม มาตรฐานของเครือเบทาโกร จึงต้องมีการจัดอบรมพนักงาน รวมทั้งประเมินผล โดยโปรแกรมการฝึกอบรม อย่างน้อยฟาร์มละ 2 ครั้ง/ปีโดยหัวข้อการฝึกอบรม มีดังต่อไปนี้ 1. ระบบการป้องกันโรคทางชีวภาพ สุขศาสตร์และการก าจัดของเสียในฟาร์มไก่เนื้อ 2. การท าความสะอาดโรงเรือน การฆ่าเชื้อ การฆ่าแมลง และการเตรียมวัสดุรองพื้น


3. การจัดการการเลี้ยงไก่ระยะกก และ สัปดาห์ที่ 2-จับ 4. พฤติกรรมและการตรวจฝูงไก่ - ลักษณะไก่สุขภาพดี - ลักษณะไก่ป่ วย - ลักษณะไก่ที่มีความเครียดจากอากาศ 5. การให้ยา วัคซีน สารเสริมและเวชภัณฑ์ที่ฟาร์ม รวมทั้งการเก็บรักษา 6. การจัดการวัสดุรองพื้น 7. หลักสวัสดิภาพสัตว์เบื้องต้น - การจับบังคับไก่ - ลักษณะไก่คัดทิ้ง - การฆ่าตามหลักสวัสดิภาพสัตว์ 8. การควบคุมและก าจัดสัตว์พาหะ 9. ระบบเอกสารและการบันทึก 10. การฝึกอบรมในหัวข้ออื่นๆ - การตรวจสอบอุปกรณ์การเลี้ยง และการดูแลรักษา - การควบคุมระบบการระบายอากาศ ความชื้นและอุณฆภูมิในโรงเรือน - การปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้ น ้าท่วม ไฟดับ - ข้อก าหนดมาตรฐานอื่นๆ


ภาคผนวก เอกสารลูกไก่ บิลลูกไก่ บันทึกการสุ่มนับลูกไก่หน้าโรงฟัก ผลแลป ND-AI พ่อแม่พันธุ์ ใบเคลื่อนย้ายลูกไก่ (ร.3)


เอกสารเคลื่อนย้ายไก่ใหญ่ ผลแลป ND-AI ไก่เนือ้ใบเคลื่อนยา้ยไก่ (ร.3) สพส.001 ใบจับไก่


Click to View FlipBook Version