ความรู้�้เบื้�อ้ งต้้น
เกี่่�ยวกับั สังั คมวััฒนธรรมจีนี ในนครสวรรค์์
ที่�่ปรึึกษา
๑. ผู้้ช� ่่วยศาสตราจารย์์ ดร.ไชยรัตั น์์ ปราณี ี อธิิการบดีมี หาวิิทยาลัยั ราชภัฏั นครสวรรค์์
๒. อาจารย์ภ์ าสกร วรอาจ รองอธิิการบดีมี หาวิทิ ยาลััยราชภัฏั
นครสวรรค์์
๓. นางปรีีชญา พรมชูู วััฒนธรรมจัังหวััดนครสวรรค์์
ผู้ท�้ รงคุณุ วุุฒิิ สำำ�นักั ศิิลปะและวััฒนธรรม
๔. นายสมศัักดิ์์� อรุณุ สุรุ ัตั น์์ ผู้้�ทรงคุณุ วุุฒิิ สำ�ำ นัักศิิลปะและวััฒนธรรม
๕. นายสันั ติิ คุุณาวงศ์์ ผู้้�ทรงคุณุ วุุฒิิ สำำ�นักั ศิิลปะและวััฒนธรรม
๖. นายปิยิ ชาติิ อ้้นสุุวรรณ์์ ผู้้�ทรงคุณุ วุุฒิิ สำ�ำ นัักศิิลปะและวััฒนธรรม
บรรณาธิกิ าร ผู้�้อำ�ำ นวยการสำ�ำ นักั ศิิลปะและวััฒนธรรม
ผู้้ช� ่่วยศาสตราจารย์ธ์ ีีรพร พรหมมาศ
กองบรรณาธิิการ
รองศาสตราจารย์พ์ รรษประเวศ อชิโิ นบุุญวััฒน์ ์ รองผู้้อ� ำำ�นวยการ
สำำ�นักั ศิิลปะและวััฒนธรรม
ผู้้�ช่่วยศาสตราจารย์ท์ ััศนีพี ร วิศิ าลสุวุ รรณกร รองผู้�้อำ�ำ นวยการ
สำำ�นัักศิิลปะและวััฒนธรรม
ผู้ช�้ ่่วยศาสตราจารย์ช์ ุณุ ษิิตา นาคภพ รองผู้้อ� ำำ�นวยการ
สำำ�นัักศิิลปะและวััฒนธรรม
ผู้้ช� ่่วยศาสตราจารย์์ ดร.เพีียงพิิศ ชะโกทอง ผู้�ช้ ่่วยผู้้�อำำ�นวยการ
สำำ�นัักศิิลปะและวััฒนธรรม
ผู้ช้� ่ว่ ยศาสตราจารย์์ ดร.ไพศาล เครืือแสง รักั ษาการหััวหน้้ากลุ่่�มงานส่ง่ เสริิม
และทำ�ำ นุุบำำ�รุงุ ศิิลปวััฒนธรรม
นางสาวชััญภร สาทประสิทิ ธิ์์ � หัวั หน้้าสำ�ำ นัักงานผู้อ�้ ำำ�นวยการ
นายปริญิ ญา จั่่�นเจริญิ นักั วิชิ าการศึึกษา
นางสาวศุุภรสวรรค์์ รอเพ็็ชร์์ นัักวิิชาการศึึกษา
นางช่อ่ ลััดดา คันั ธชิติ เจ้้าหน้้าที่่�บริหิ ารงานทั่่ว� ไป
นางสาวณััฐนรีี แสงสุุข เจ้้าหน้้าที่่�บริิหารงานทั่่�วไป
พิิมพ์์ที่�่ : หจก. วิสิ ุทุ ธิ์์ก� ารพิิมพ์์ ๑๙๖๙
๑/๓๙ ถนนสวรรค์ว์ ิถิ ีี ตำำ�บลปากน้ำ�ำ� โพ อำำ�เภอเมือื ง จังั หวััดนครสวรรค์์ ๖๐๐๐๐
E-mail : [email protected]
ก
คำ�ำ นำำ�
นครสวรรค์์ เป็น็ จังั หวัดั หนึ่่ง� ที่่ม� ีชี าวจีนี เดินิ ทางเข้้ามาตั้้ง� รกราก
อยู่่�เป็็นจำำ�นวนมาก เรื่่�องราวการตั้้�งถิ่่�นฐานของชาวจีีนในนครสวรรค์์
สะท้้อนให้้เห็็นถึึง การต่่อสู้้�และวิิถีีชีีวิิตของชุุมชนชาวจีีนทุุกกลุ่่�มภาษา
ทั้้�งชาวจีีนอพยพและชาวจีีนที่่�เกิิดในนครสวรรค์์ ชาวจีีนเหล่่านี้้�มีีความ
ขยันั ขันั แข็็ง มััธยัสั ถ์์ และมีคี วามสามารถในการปรัับตัวั ให้้เข้้ากับั สังั คม
ของไทยเป็น็ อย่า่ งดีี ยิ่่ง� ไปกว่า่ นั้้น� ชาวจีนี เหล่า่ นี้้ย� ังั รักั ษาขนบธรรมเนียี ม
ประเพณีีของตนไว้้ได้้เป็็นอย่่างดีี โดยเฉพาะอย่่างยิ่่�ง ในช่่วงเทศกาล
ตรุุษจีีนที่่�ชาวไทยเชื้้�อสายจีีนร่่วมกัับชาวไทยในปากน้ำำ�� โพ ได้้ร่่วมจััด
“ประเพณีแี ห่เ่ จ้้าพ่่อ–เจ้้าแม่ป่ ากน้ำ�ำ� โพ” ขึ้้น� ซึ่ง�่ เป็น็ ประเพณีที ้้องถิ่่น� ของ
นครสวรรค์ท์ ี่่ม� ีชี ื่่อ� เสียี งและดึงึ ดููดให้้ผู้ค�้ นจากทั่่ว� ประเทศเดินิ ทางมาร่ว่ ม
งานในประเพณีนี ี้้เ� ป็น็ ประจำ�ำ ทุกุ ปีี รวมทั้้ง� เป็น็ การแสดงให้้ทราบถึงึ การ
ผสมผสานวัฒั นธรรมจีนี กับั วัฒั นธรรมท้้องถิ่่น� นครสวรรค์ไ์ ด้้เป็น็ อย่า่ ง
ดีี
สำ�ำ นักั ศิิลปะและวััฒนธรรม มหาวิทิ ยาลััยราชภััฏนครสวรรค์์ ใน
ฐานะหน่่วยงานหลัักที่่�รัับผิิดชอบดููแลด้้านการส่่งเสริิมทำำ�นุุบำ�ำ รุุงศิิลป
วััฒนธรรมของท้้องถิ่่�นและของชาติิ ได้้ตระหนัักถึึงความสำ�ำ คััญของ
วััฒนธรรมจีีนในสัังคมนครสวรรค์์ จึึงได้้จััดทำำ�เอกสาร “ความรู้้�เบื้้�อง
ต้้นเกี่่�ยวกัับสัังคมวััฒนธรรมจีีนในนครสวรรค์์” ขึ้้�น เพื่่�อร่่วมเป็็นส่่วน
หนึ่่ง� ในการอนุรุ ักั ษ์์ ส่ง่ เสริมิ สืบื สาน และเผยแพร่ค่ วามรู้เ�้ กี่่ย� วกับั สังั คม
วััฒนธรรมจีีนในครสวรรค์์ให้้แก่่สัังคม เนื่่�องในโอกาสเทศกาลตรุุษจีีน
๒๕๖๖
ท้้ายนี้้�ขอขอบคุุณ ผู้�้ช่่วยศาสตราจารย์์ ดร.ไชยรััตน์์ ปราณีี
อธิิการบดีีมหาวิิทยาลััยราชภััฏนครสวรรค์์ ที่่�เล็็งเห็็นความสำ�ำ คััญของ
การทำำ�นุุบำำ�รุุงศิิลปวััฒนธรรมท้้องถิ่่�น และให้้การสนัับสนุุนการดำ�ำ เนิิน
การของสำ�ำ นัักศิิลปะและวััฒนธรรม มหาวิิทยาลััยราชภััฏนครสวรรค์์
ด้้วยดีีตลอดมา
สำำ�นัักศิิลปะและวััฒนธรรม
มหาวิทิ ยาลััยราชภัฏั นครสวรรค์์
ข
สารบัญั
หน้้า
ก
รายนามคณะกรรมการดำำ�เนิินงานโครงการฯ
ข
ประจำ�ำ ปีพี ุุทธศัักราช ๒๕๖๖ ๑
๑๐
คำ�ำ นำำ� ๑๓
๑๘
นครสวรรค์์ : อดีีต-ปัจั จุบุ ััน ๒๐
๒๒
ประวัตั ิคิ วามเป็น็ มาของชุมุ ชนชาวจีีนในนครสวรรค์์ ๒๓
๒๘
กำ�ำ เนิิดประเพณีแี ห่่มัังกร ปากน้ำำ�� โพ ๒๙
ประวัตั ิศิ าสตร์์การเชิิดสิิงโต ๓๐
ประวัตั ิกิ ารเชิิดสิงิ โตในเมืืองไทย
ประวัตั ิกิ ารเชิิดสิงิ โตกว๋อ๋ งสิิวในจังั หวัดั นครสวรรค์ ์
ความเชื่่�อกัับหัวั สิิงโตกว๋๋องสิวิ
ท่่าทางการเชิดิ สิงิ โต
การเชิดิ สิิงโตกว๋๋องสิวิ ในงานประเพณีี
แห่เ่ จ้้าพ่่อ-เจ้้าแม่ป่ ากน้ำำ�� โพ จังั หวััดนครสวรรค์์
การอนุุรักั ษ์์การเชิิดสิงิ โตกว๋๋องสิิวในจังั หวัดั นครสวรรค์์
ค
จัังหวััดนครสวรรค์์ ตั้้�งอยู่่�ตอนบนของที่่�ราบภาค
กลาง ลัักษณะภููมิิประเทศคล้้ายแอ่่งกระทะ ตอนกลาง
เป็็นแอ่่งที่่�ตั้้�งของที่่�ราบน้ำ�ำ� ท่่วมถึึง และค่่อย ๆ สููงขึ้้�นมา
บริิเวณขอบทางตะวัันออกและตะวัันตก เป็็นเขตติิดต่่อ
ระหว่า่ งชุุมชนลุ่่�มแม่่น้ำ�ำ� ตอนเหนืือ คือื ลุ่่�มแม่่น้ำำ�� ปิงิ วังั ยม
น่่าน กัับบริิเวณฝั�่่งทะเลตอนใต้้ ซึ่�่งในอดีีตเป็็นดิินแดนที่่�
ต่อ่ เนื่่�องกันั และมีพี ััฒนาการทางวััฒนธรรมร่ว่ มสมััยกันั
แต่่เนื่่�องจากมีีการจััดแบ่่งเขตแดนตามการปกครองทาง
รััฐศาสตร์ใ์ นปัจั จุุบััน ทำำ�ให้้มีีการแยกศึึกษาตามอาณาเขต
ที่่�มา : สุุภรณ์์ โอเจริิญ(บรรณาธิิการ), นครสวรรค์์ : รััฐกึ่่�งกลาง
รายงานการสััมมนาประวััติิศาสตร์์และวััฒนธรรมท้้องถิ่�่นจัังหวััด
นครสวรรค์์, อมริินทร์์การพิิมพ์์, ๒๕๒๘
๑
จัังหวััด แหล่่งโบราณคดีีในจัังหวััดนครสวรรค์์จึึงมีี
ลัักษณะคล้้ายคลึึงกัับแหล่่งอื่่�นที่่�อยู่่�บริิเวณใกล้้เคีียง
กััน เช่่น ลพบุุรีี และบริิเวณภาคกลาง เช่่น นครปฐม
สุุพรรณบุุรีี
พััฒนาการของนครสวรรค์เ์ ริ่่ม� เมื่่อ� ประมาณ ๓,๐๐๐
ปีมี าแล้้ว (บางเมือื งอาจไกลถึงึ ๔,๕๐๐ ปี)ี มีีลักั ษณะเป็น็
ชุมุ ชนเกษตรกรรมขนาดเล็ก็ รู้จ�้ ักั การทำ�ำ เครื่่อ� งปั้� ้นดินิ เผา
และขวานหิินขััด บางแหล่่งยัังพบว่่าเริ่่�มมีีการใช้้โลหะคืือ
สำำ�ริิดและเหล็็กทำ�ำ เครื่่�องมืือเครื่่�องใช้้ นอกจากนี้้�ยัังมีีการ
ทำำ�ลููกปััดหิิน บางแห่่งก็็รู้�้จัักทอผ้้าเพราะพบแวดิินเผา
ชุุมชนก่่อนประวััติิศาสตร์์ตอนปลายเหล่่านี้้�มัักอยู่่�ในเขตที่่�
ดอนใกล้้แหล่่งที่่�มีีน้ำำ�� ซึึมน้ำำ�� ซัับ เช่่น พุุขมิ้้�น พุุช้้างล้้วงใน
อำำ�เภอตาคลีี พุุนิมิ ิติ ร ซับั ตะเคียี นในอำ�ำ เภอตากฟ้า้ เป็น็ ต้้น
ชุุมชนเหล่่านี้้�อาจพััฒนาขึ้้�นมาเป็็นชุุมชนเมืืองที่่�มีีรููปแบบ
ผัังเมืืองที่่�ชััดเจนในสมััยประวััติิศาสตร์์ และมีีระบบและ
โครงสร้้างทางสัังคมและวััฒนธรรมที่่�ซัับซ้้อน ซึ่�่งแสดง
ถึงึ การรับั อิทิ ธิพิ ลจากอินิ เดียี เข้้ามาปรุงุ แต่ง่ จนกลายเป็น็
วัฒั นธรรมที่่�เรียี กกัันว่่า “วัฒั นธรรมทวารวดีี” (ประมาณ
พุุทธศตวรรษที่่๑� ๑-๑๖) ดังั ปรากฎหลักั ฐานการสร้้างบ้้าน
ที่่ม� ีคี ููน้ำ�ำ� คันั ดินิ ล้้อมรอบ ศาสนา ภาษา-ตัวั อักั ษร เครื่่อ� งมือื
เครื่่อ� งใช้้และรููปเคารพที่่เ� ป็น็ แบบทวารวดีี ชุมุ ชนในยุคุ นี้้ม� ักั
ตั้้�งอยู่่�ใกล้้แม่่น้ำำ�� ลำ�ำ คลอง
จากการสำำ�รวจภาพถ่่ายทางอากาศก็็ได้้พบชุุมชน
สมััยทวารวดีีมากกว่่า ๒๐ เมืือง กระจายอยู่่�ตามอำำ�เภอ
ต่่างๆ เช่น่ เมือื งจันั เสนในอำ�ำ เภอตาคลีี เมืืองบนในอำ�ำ เภอ
พยุุหะคีรี ีี เมือื งทััพชุุมพลในอำ�ำ เภอเมือื งนครสวรรค์์ เมืือง
ดงแม่่นางเมืืองในอำ�ำ เภอบรรพตพิิสััย เป็็นต้้น ลัักษณะ
๒
ดงแม่น่ างเมือื งในปััจจุบุ ันั มองเห็น็ คัันดินิ (บริเิ วณศรชี้)้�
ที่่ม� า : สุุภรณ์์ โอเจริิญ(บรรณาธิิการ), นครสวรรค์์ : รัฐั กึ่่ง� กลาง
รายงานการสััมมนาประวััติิศาสตร์์และวััฒนธรรมท้้องถิ่�่นจัังหวััด
นครสวรรค์์, อมริินทร์์การพิิมพ์์, ๒๕๒๘, ๑๓๒.
ของชุุมชนโบราณเหล่่านี้้�ตลอดจนโบราณสถานและศิิลป
วัตั ถุทุ ี่่ข� ุดุ พบในบริเิ วณนั้้น� มีคี วามคล้้ายคลึงึ หรือื มีลี ักั ษณะ
ร่่วมสมััยกับั เมือื งสมัยั ทวารวดีอี ื่่�น ๆ ที่่�สำำ�คััญ เช่่น อู่่�ทอง
นครปฐม พงตึึก ฯลฯ หลักั ฐานทางโบราณวัตั ถุทุ ี่่�พบใน
ชุุมชนโบราณดัังกล่่าว นอกจากจะแสดงว่่ามีีการติิดต่่อ
กับั ต่า่ งประเทศโดยเฉพาะอินิ เดียี แล้้ว ยังั ชี้้�ให้้เห็น็ ถึงึ ความ
สัมั พัันธ์ท์ างวัฒั นธรรมอย่า่ งใกล้้ชิดิ กับั ชุมุ ชนในภาคตะวันั
ออกเฉียี งเหนือื ดัังจะเห็็นได้้จากลัักษณะการวางผังั เมืือง
ที่่�มีีคููน้ำ�ำ� คัันดิินล้้อมรอบ ๒ ชั้้�น ทั้้�งที่่�เมืืองบน เมืืองดง
แม่่นางเมืือง และเมืืองทััพชุมุ พล ซึ่�ง่ คล้้ายกัับเมืืองสีีมาที่่�
นครราชสีีมา เมือื งแอมที่่�ขอนแก่่น นอกจากนี้้�ใบเสมาหิิน
ที่่�ปัักอยู่่�รอบเนิินศาสนสถานในภาคตะวัันออกเฉีียงเหนืือ
ก็็เป็็นหลัักฐานทางวััฒนธรรมอีีกชิ้้�นหนึ่่�งที่่�ยืืนยัันความ
๓
เกี่่�ยวข้้องกััน หลัังสมััยทวารวดีีแล้้ว นครสวรรค์์ได้้มีี
พััฒนาการต่่อเนื่่�องเข้้าสู่่�สมััยสุุโขทััยและสมััยอยุุธยาตาม
ลำำ�ดัับ แม้้ว่่าจะพบหลัักฐานด้้านโบราณวััตถุุและโบราณ
สถานน้้อยมาก เช่่น เจดีีย์ท์ ี่่�วัดั กบ รอยพระพุุทธบาทศิิลา
บนยอดเขากบ ซึ่�่งเป็็นหนึ่่�งในจำำ�นวนรอยพระพุุทธบาทสี่่�
แห่่งที่่�สร้้างในสมััยพระมหาธรรมราชาลิิไทย และเป็็นหลััก
ฐานชิ้้�นสำ�ำ คััญทางประวััติิศาสตร์์และโบราณคดีีที่่�ช่่วย
ยืืนยัันว่่า “เมืืองพระบาง” ที่่�กล่่าวถึึงในศิิลาจารึึกสุุโขทััย
หลายหลัักนั้้น� คือื เมือื งนครสวรรค์์นั่่น� เอง
มณฑปครอบรอยพระพุุทธบาท บนยอดเขากบ, เจดีีย์ส์ มััยสุุโขทัยั
วััดวรนาถบรรพต (วััดกบ), รอยพระพุุทธบาทศิิลาที่่�สมเด็็จพระ
มหาธรรมราชาลิิไทยทรงสร้้าง ประดิิษฐานอยู่�ใ่ นมณฑปบนเขากบ
ที่่ม� า : สุุภรณ์์ โอเจริิญ(บรรณาธิกิ าร), นครสวรรค์์ : รััฐกึ่่ง� กลาง
รายงานการสััมมนาประวััติิศาสตร์์และวััฒนธรรมท้้องถิ่�่นจัังหวััด
นครสวรรค์์, อมรินิ ทร์์การพิิมพ์์, ๒๕๒๘, ๑๔๑.
๔
อย่่างไรก็็ตามจากหลัักฐานที่่�เป็็นลายลัักษณ์์อัักษร
ทั้้ง� ศิิลาจารึึกและพงศาวดารที่่�กล่่าวถึึงเมืืองนี้้� ทำ�ำ ให้้ทราบ
ว่่า ในสมัยั สุโุ ขทััย เมืืองนครสวรรค์ม์ ีคี วามสำำ�คััญในฐานะ
เมือื งหน้้าด่่าน คอยปกป้อ้ งการขยายตัวั ของหัวั เมืืองทาง
ใต้้ที่่�จะขึ้้น� มายังั สุุโขทััย
ครั้้�นถึึงสมััยอยุุธยา เมืืองนครสวรรค์์ได้้ปรากฏ
บทบาทในฐานะเป็็นเมืืองยุุทธศาสตร์์ที่่�สำ�ำ คััญพร้้อม ๆ
กัับการเกิิดสงครามระหว่่างไทยกัับพม่่า โดยพม่่าได้้ยึึด
เอานครสวรรค์์เป็็น “เมืืองประชุุมพล” เพื่่�อยกมาล้้อม
กรุุงศรีีอยุุธยา เช่่น สงครามคราวเสีียกรุุงศรีีอยุุธยา
พ.ศ.๒๑๑๒ แต่่พม่่าก็็มีีโอกาสใช้้ประโยชน์์จากเมืือง
นครสวรรค์์เพีียง ๒๓ ปีี (พ.ศ.๒๑๐๖-๒๑๒๙) เพราะ
หลัังปีี พ.ศ.๒๑๒๙ ไทยได้้เปลี่่�ยนยุุทธศาสตร์์การรัับศึึก
ใหม่่ โดยยกออกไปตั้้�งรัับทััพพม่่านอกกรุุงศรีีอยุุธยา
ประกอบกับั พม่า่ ก็เ็ ปลี่่ย� นเส้้นทางเดินิ ทัพั เข้้าสู่่�ไทย ดังั นั้้น�
นครสวรรค์จ์ ึงึ เป็น็ เพีียงเมือื งผ่า่ นหรือื เมือื งพัักทัพั ในสมัยั
ต่อ่ มา
จากการที่่�นครสวรรค์์เป็็นที่่�รวมของแม่่น้ำ�ำ� ที่่�ปากน้ำ�ำ�
โพ ทำำ�ให้้เป็็นศููนย์์กลางการซื้้�อขายแลกเปลี่่�ยนสิินค้้า
ระหว่่างภาคเหนืือกัับภาคกลางและต่่อไปยัังต่่างประเทศ
นครสวรรค์์จึึงมีีฐานเป็็น “ชุุมทางสิินค้้า” หรืือ “รััฐ
กึ่่�งกลาง” ทางเศรษฐกิิจมาตั้้�งแต่่สมััยสุุโขทััย อยุุธยา
จนถึงึ สมััยรัตั นโกสินิ ทร์์ โดยเฉพาะ ภายหลัังการทำำ�สนธิิ
สััญญาเบาว์์ริ่่�งในสมััยรััชกาลที่่� ๔ (พ.ศ.๒๓๙๘) ทำำ�ให้้
เกิิดการค้้าเสรีี นครสวรรค์์กลายเป็็นแหล่่งรวมสิินค้้าที่่�
สำ�ำ คััญ โดยเฉพาะข้้าวและไม้้สัักจากภาคเหนืือเพื่่�อส่่งต่่อ
ไปยัังกรุุงเทพฯ บริิเวณฝั�่่งตะวัันออกหรืือฝั�่่งแม่่น้ำ�ำ� น่่าน
๕
(แควใหญ่่) จะคึกึ คักั ไปด้้วยบ้้านเรือื น เรืือนแพ ตลาดการ
ค้้า โรงสีี บริษิ ััทค้้าไม้้ โรงเลื่่อ� ย โรงน้ำำ�� แข็ง็ และโกดังั สินิ ค้้า
มากมาย การขยายตัวั ทางการค้้าดังั กล่่าว ทำำ�ให้้มีีชาวจีนี
หลั่่�งไหลเข้้ามาขายแรงงานและประกอบการค้้าต่่างๆมาก
ขึ้้น� และได้้กลายเป็น็ ฐานความเจริญิ ทางเศรษฐกิจิ ที่่ส� ำ�ำ คัญั
ของนครสวรรค์ท์ ั้้ง� กิจิ การค้้ารายย่อ่ ยและการค้้าใหญ่ๆ่ เช่น่
กิิจการโรงสีี ป่า่ ไม้้ โรงเลื่่�อย เป็น็ ต้้น ซึ่ง�่ ในสมััยรัชั กาลที่่�
๕ ได้้โปรดให้้ย้้ายตัวั เมืืองจากฝั�่ง่ ตะวัันออกมายัังฝั�่ง่ ตะวััน
ตกของแม่น่ ้ำ�ำ� เจ้้าพระยา(คือื บริเิ วณตัวั เมือื งปัจั จุบุ ันั ) การ
ค้้าของนครสวรรค์ร์ ุ่่�งเรืืองสููงสุุดในสมัยั รััชกาลที่่� ๖ และ
ต้้นรััชกาลที่่� ๗ บริิเวณปากน้ำ�ำ� โพมีสี ภาพเป็น็ ชุมุ ทางการ
ค้้าโดยเฉพาะข้้าวที่่�ส่่งมาทางเรืือโยง และไม้้สัักที่่�มีีการ
ผููกเป็็นแพล่่องลงมาเป็็นจำำ�นวนมาก เรืือบรรทุุกสิินค้้า
และพ่่อค้้าจากที่่�ต่่างๆจะมาชุุมนุุมกัันเพื่่�อเลืือกสิินค้้าและ
ทำ�ำ การประมููลสิินค้้าที่่�ปากน้ำ�ำ� โพ ขณะเดีียวกัันสิินค้้าจาก
กรุงุ เทพฯ เช่่น บุุหรี่่� เหล้้า อะไหล่่ ฯลฯ จะส่่งมาโดยทาง
รถไฟมาลงที่่ส� ถานีปี ากน้ำ�ำ� โพ เพื่่�อขนลงสู่่�แม่น่ ้ำ�ำ� น่า่ นแล้้วจึงึ
ส่ง่ ต่อ่ ไปยังั ตลาดปากน้ำำ�� โพ (ซึ่ง่� อยู่่�ทางฝั�่ง่ ตะวันั ตก) ตลาด
การค้้าที่่�สำ�ำ คัญั ของนครสวรรค์์ ได้้แก่่ ตลาดลาว ตลาด
สะพานดำ�ำ ตลาดท่่าซุดุ สินิ ค้้าที่่�ซื้้�อขายกันั นอกจากข้้าว ไม้้
สักั เกลือื แล้้วยังั มีพี วกของป่า่ เช่น่ หวาย ชันั สีเี สียี ด น้ำำ�� มันั
ยาง เปลือื กไม้้ น้ำำ�� ผึ้้ง� เป็น็ ต้้น ต่อ่ มาเมื่่อ� การขยายเส้้นทาง
รถไฟไปถึึงเชีียงใหม่่ในพ.ศ.๒๔๖๕ ตามมาด้้วยการใช้้เส้้น
ทางรถยนต์์และการเปิดิ สะพานเดชาติวิ งศ์์ใน พ.ศ.๒๔๙๓
รวมทั้้�งการขยายถนนและสร้้างถนนสายเอเชีียในเวลาต่่อ
มา นครสวรรค์จ์ ึงึ กลายเป็น็ เมือื งผ่า่ น สินิ ค้้าต่า่ งๆไม่ต่ ้้อง
มารวมกันั ที่่น� ี่่อ� ีกี แล้้ว แต่จ่ ะเลยผ่า่ นไป ภาพการซื้้อ� ขายและ
๖
ความคึกึ คัักของตลาดแบบเดิิมก็ห็ ายไป อย่า่ งไรก็็ตามคน
จีีนชั้้�นนำ�ำ ในนครสวรรค์์ก็็สามารถพััฒนาตนเองให้้เข้้ากัับ
ระบบเศรษฐกิิจที่่�เปลี่่�ยนแปลงไปตลอดเวลา กลายเป็็น
เจ้้าของทุนุ ทั้้ง� ด้้านการเกษตร อุตุ สาหกรรม การคมนาคม
การธนาคาร เป็น็ ต้้น ในปัจั จุบุ ัันนครสวรรค์ย์ ังั คงมีสี ภาพ
เป็น็ เมืืองธุรุ กิิจการค้้า ซึ่�ง่ ได้้ขยายตัวั เมือื งเลียี บขนานกัับ
ลำำ�น้ำำ�� เจ้้าพระยา เป็็นเมืืองที่่�เติิบโตเร็็ว เพราะเป็็นเมืืองที่่�
อุดุ มสมบููรณ์์ มีเี ศรษฐกิจิ ดีี ทั้้ง� ยังั เป็น็ ชุมุ ทางและเป็น็ ประตูู
สู่่�ภาคเหนืือ ๑๗ จังั หวัดั ทำำ�ให้้มีผี ู้้�คนเข้้ามาแวะเวียี นหรืือ
ประกอบธุุรกิิจต่่างๆตลอดเวลา
ท่า่ น้ำ�ำ� บริเิ วณ “ท่า่ ซุุด” ชุุมทางการค้า้ ที่ส่� ำำ�คัญั ในอดีีต
ที่ม่� า : สุุภรณ์์ โอเจริิญ(บรรณาธิกิ าร), นครสวรรค์์ : รััฐกึ่ง่� กลาง
รายงานการสััมมนาประวััติิศาสตร์์และวััฒนธรรมท้้องถิ่�่นจัังหวััด
นครสวรรค์,์ อมรินิ ทร์ก์ ารพิิมพ์์, ๒๕๒๘, ๒๑๔.
๗
“ท่าซุด” ชุมทางการค้าท้ังทางบก และทางน�้ำ เชื่อมระหว่างภาค
กลางกบั ภาคเหนือ
ที่มา : สุภรณ์ โอเจริญ(บรรณาธิการ), นครสวรรค์ : รฐั กงึ่ กลาง
รายงานการสััมมนาประวััติิศาสตร์์และวััฒนธรรมท้้องถิ่�่นจัังหวััด
นครสวรรค์์, อมริินทร์ก์ ารพิิมพ์์, ๒๕๒๘, ๒๑๔.
ส่ว่ นสภาพสังั คมของนครสวรรค์ก์ ็ม็ ีลี ักั ษณะเป็น็ พหุุ
สังั คม ประกอบด้้วยคน ๒ กลุ่่�ม คืือ คนไทย ซึ่ง�่ ส่่วนใหญ่่
มีีอาชีีพทางการเกษตร และคนจีีน(หรืือปััจจุุบัันเป็็นชาว
ไทยเชื้้�อสายจีีน) ซึ่�่งประกอบอาชีีพทางการค้้า คนทั้้�ง ๒
กลุ่่�มต่า่ งก็ม็ ีีวิถิ ีกี ารดำ�ำ เนินิ ชีวี ิติ ความเชื่่�อ ขนบธรรมเนียี ม
ประเพณีแี ละวัฒั นธรรมที่่เ� ป็น็ เอกลักั ษณ์ข์ องตนเอง กล่า่ ว
คือื
พวกชาวนาชาวไร่่ มัักมีปี ระเพณีีและวัฒั นธรรมการ
ละเล่่นพื้้�นบ้้านที่่�เกี่่�ยวข้้องกัับพุุ ทธศาสนาและการประกอบ
อาชีีพทางการเกษตรเพื่่�อความเป็็นสิิริิมงคล เกิิดความ
สนุุกสนานและเป็็นการผ่่อนคลายความเหน็็ดเหนื่่�อยจาก
การทำ�ำ งาน เช่่น ประเพณีีแข่่งเรืือ ประเพณีีสงกรานต์์
ประเพณีแี ห่เ่ ทียี นพรรษา ประเพณีเี ลี้้ย� งข้้างแช่่ ฯลฯ ส่ว่ น
การละเล่่นพื้้�นบ้้านก็็มีีมากมายที่่�สำ�ำ คััญและเป็็นที่่�รู้้�จัักดีี
๘
ได้้แก่่ เพลงเต้้นกำ�ำ รำำ�เคีียว เพลงเกี่่�ยวข้้าว เพลงช้้าเจ้้า
โลม เพลงโขลกแป้ง้ เพลงผีีเข้้า เพลงรำ�ำ วงประกอบบท
รำำ�กลองยาว ฯลฯ
สำำ� ห รัั บ ช า ว จีี นที่่� เ ข้้ า ม า ป ร ะ ก อ บ ธุุ ร กิิ จ ก า ร ค้้ า ใ น
นครสวรรค์์ ก็็ได้้สร้้างความเป็็นปึึกแผ่่นทางเศรษฐกิิจ
และสังั คมในหมู่่�พวกตน นอกจากนี้้ช� าวจีนี ที่่ม� ีฐี านะดีี มีีทุนุ
ทรััพย์์มากก็็มัักประมููลเพื่่�อรัับตำ�ำ แหน่่งเจ้้าภาษีีนายอากร
โดยมีบี รรดาศัักดิ์์อ� ย่า่ งขุนุ นางไทย เช่น่ ขุนุ ประจักั ษ์์จีนี กิจิ
ขุนุ สุขุ นิติ ิธิ รรม เป็น็ ต้้น เมื่่อ� การค้้าเจริญิ รุ่่�งเรือื ง พ่่อค้้าจีนี
ก็็ต้้องการแสดงความกตััญญููต่่อผู้้�มีีพระคุุณทั้้�งเทพเจ้้า
และสิ่่�งศัักดิ์์�สิิทธิ์์� โดยเฉพาะกิิจกรรมในการไหว้้เจ้้า ซึ่�่ง
เป็น็ สิ่่�งที่่�ชาวจีีนปฏิิบััติิกัันมาช้้านาน ดัังนั้้�นจึึงมีีการสร้้าง
ศาลเจ้้าจีีนขึ้้�นมากมายในนครสวรรค์์ เช่่น ศาลเจ้้าพ่่อ
เทพารัักษ์์ ศาลเจ้้าพ่่อกวนอูู ศาลเจ้้าแม่่ทัับทิมิ ฯลฯ เพื่่�อ
เป็น็ ที่่�ประกอบพิิธีีกรรมเซ่่นไหว้้ในเทศกาลต่า่ ง ๆ และชาว
จีีนยัังถืือเป็็นประเพณีีที่่�จะต้้องนำ�ำ เจ้้าพ่่อ-เจ้้าแม่่ออกแห่่
รอบเมือื งในวันั ตรุษุ จีนี ซึ่ง่� ถือื เป็น็ วันั ขึ้้น� ปีใี หม่ข่ องจีนี เพื่่�อ
แสดงความเป็็นสิิริิมงคลและความรุ่่�งเรืืองในการประกอบ
ธุุรกิจิ งานแห่่เจ้้าพ่่อเจ้้าแม่น่ ี้้�ประกอบด้้วยพิิธีีกรรมในการ
เซ่่นไหว้้เจ้้าและการละเล่่นต่่าง ๆ ที่่�สนุุกสนานตื่่�นตาตื่่�นใจ
เช่่น การเชิิดมัังกร การแห่่สิงิ โต การแสดงเอ็็งกอ ฯลฯ
รวมทั้้ง� มหรสพต่่าง ๆ เช่่น งิ้้�ว หนัังกลางแปลง เป็น็ ต้้น
และประเพณีีแห่่เจ้้าพ่่อเจ้้าแม่่-การเชิิดมัังกรก็็ได้้กลายมา
เป็น็ เอกลักั ษณ์ป์ ระจำำ�จัังหวััดนครสวรรค์์ในปัจั จุุบััน
ที่่�มา : สุุภรณ์์ โอเจริญิ พิิมพ์์ครั้้�งแรก ในวารสารมหามิติ ร ปีที ี่่� ๓ ฉบัับที่่� ๗ (กรกฏาคม
๒๕๔๓) หน้้า ๒๔-๒๕
๙
คนจีนี เริ่่ม� อพยพเข้้าสู่่�ประเทศสยามตั้้ง� แต่ป่ ลายสมัยั
กรุุงศรีีอยุุธยาเรื่่�อยมาจนถึึงสมััยกรุุรััตนโกสิินทร์์ ตอน
ต้้น ในระหว่า่ งปีี พ.ศ.๒๔๘๙-๒๔๙๘ พบว่่าจำำ�นวนคนจีนี
ที่่�เดินิ ทางเข้้าประเทศไทยทั้้ง� หมดคิิดเป็น็ ๒๖๗.๘ พัันคน
ออกจากประเทศไทย ๑๐๗.๘ พัันคน จากจำ�ำ นวนชาวจีนี ที่่�
อพยพเข้้ามาทั้้ง� หมดในประเทศไทย พบว่า่ ชาวจีนี แต้้จิ๋๋ว� นั้้น�
มีีมากที่่�สุุดในประเทศไทย ตามตััวเลขในปีี พ.ศ. ๒๔๙๘ ใน
จำำ�นวนกลุ่่�มคนจีีนทั้้�ง ๕ ภาษา คือื จีีนแต้้จิ๋๋ว� แคะ ไหหลำำ�
ฮกเกี้้ย� น กวางตุ้้ง� และอื่่น� ๆ มีสี ัดั ส่ว่ นคิดิ เป็น็ ร้้อยละ ๕๖.๐,
๑๖.๐, ๑๒.๐, ๗.๐, ๗.๐ และ ๒.๐ ตามลำ�ำ ดับั
สำ�ำ หรัับจัังหวััดนครสวรรค์์นั้้�นไม่่ปรากฏหลัักฐาน
แน่่ชััดว่่า คนจีีนเริ่่�มอพยพเข้้ามาตั้้�งถิ่่�นฐานตั้้�งแต่่ เมื่่�อ
ใดแน่่ แต่่จากคำำ�บอกเล่่าของชาวบ้้านจัังหวััดนครสวรรค์์
กล่่าวว่่า ในบรรดาคนจีีนทั้้�งหมดที่่�อพยพเข้้ามา อยู่่�
นครสวรรค์์นั้้�น คนจีีนไหหลำ�ำ ได้้อพยพเข้้ามาตั้้�งถิ่่�นฐาน
แถว ๆ อำำ�เภอเก้้าเลี้้�ยวและแถวบ้้านมะเกลืือก่่อน ต่่อมา
พวกจีนี แต้้จิ๋๋ว� ก็อ็ พยพเข้้ามาค้้าขายพวกผ้้า เครื่่อ� งอุปุ โภค
บริิโภคต่่าง ๆ ส่ว่ นพวกจีนี แคะและจีนี กวางตุ้้�งนั้้�นมักั เข้้า
มาตั้้ง� โรงงาน การอพยพของชาวจีนี มีีทั้้�งอพยพจากต่า่ ง
ประเทศโดยตรง และอพยพภายในประเทศ จากการศึึกษา
ของศาสตราจารย์์ G.William Skinner ถึึงจำ�ำ นวนคนจีีน
ในนครสวรรค์์ ช่่วงปีี พ.ศ. ๒๕๔๗ พบว่า่ ประชากรจีนี ใน
ประเทศไทย ขณะที่่ก� ารปกครองขณะนั้้น� จำำ�แนกเป็น็ มณฑล
๑๐
นครสวรรค์์ มีีจำำ�นวนถึงึ ๖,๓๐๐ คน จากจำ�ำ นวนคนจีนี
ทั้้�งมณฑลภาคกลาง ๑๐,๙๐๐ คน (มณฑลภาคกลาง
ประกอบด้้วย นครสวรรค์์ พิิษณุุโลก เพชรบููรณ์)์ ขณะที่่�
คนจีนี ทั้้ง� ประเทศขณะนั้้น� มีจี ำ�ำ นวนถึงึ ๓๙๗,๑๐๐ คน จาก
จำ�ำ นวนชาวจีนี ดังั กล่า่ วเมื่่อ� นำ�ำ ไปเปรียี บเทียี บจำ�ำ นวนชาวจีนี
ที่่�รััฐบาลเก็็บเงิินผููกปี้�้ ปรากฏว่่ามีีจำำ�นวนที่่�ใกล้้เคีียงกััน
กล่า่ วคือื ในปีี พ.ศ. ๒๔๔๖ มีจี ำ�ำ นวนคนจีนี ๖,๑๔๙ คน จน
กระทั่่ง� ถึงึ ปีี พ.ศ. ๒๕๕๒ พบว่า่ จำ�ำ นวนคนจีนี ในนครสวรรค์์
มีีถึงึ ๗,๐๙๓ คน (ดููรายละเอีียดในตารางประกอบ)
บรรดาชาวจีีนทั้้�งหมดไม่่ว่่าจะเป็็นชาวจีีนฮกเกี้้�ยน
ไหหลำำ� แต้้จิ๋๋�ว แคะ หรืือแม้้กระทั่่�งกวางตุ้้�ง ต่่างมีีความ
เชี่่�ยวชาญในด้้านการค้้ามาก่่อนทั้้�งสิ้้�น เพราะเป็็นเมืือง
ทางใต้้ที่่ต� ิดิ กับั ทะเลซึ่ง่� ย่อ่ มจะได้้รับั ข่า่ วสาร ข้้อมููลจากโลก
ภายนอกได้้เร็็วกว่่าส่่วนอื่่�น ๆ ที่่�เหลืือภายในประเทศ เมื่่�อ
อพยพสู่่�ประเทศไทยก็ย็ ังั คงยึดึ อาชีพี การค้้า เพราะสาเหตุุ
สำ�ำ คัญั ๓ ประการ คือื
๑๑
ประการแรก ชาวจีีนเหล่่านี้้�เกืือบทั้้�งหมดเป็็นอิิสระ
ชน ไม่่เคยเป็็นทาสเพราะไม่่ปรากฏว่่ามีีการนำ�ำ เข้้าชาวจีีน
ในลักั ษณะเชลยสงคราม และไม่ม่ ีกี ารซื้้อ� ขายสู่่�การเป็น็ ทาส
เหมือื นเช่่นกรณีีลาว มอญ และเขมร เป็น็ ต้้น ขณะที่่�ชาว
ไทยต้้องตกเป็น็ ทาสในระบอบสัังคมศัักดิินา ดังั นั้้น� ภายใต้้
เงื่่�อนไขความสััมพัันธ์์ในสัังคมศัักดิินาไทยนี้้�เมื่่�อเทีียบกัับ
ชาวไทยแล้้วชาวจีนี มีีความเป็น็ อิสิ ระกว่า่ เพีียงแต่เ่ สีียเงิิน
ค่่าราชการก็็สามารถเดิินทางค้้าขายได้้ทั่่�วทุุกแห่่ง
ประการที่่ส� อง ในระบบสังั คมศัักดินิ าไม่เ่ ปิดิ โอกาสให้้
คนจีีนมีีกรรมสิิทธิ์์�ในที่่�ดิิน ที่่�ดิินทั้้�งหมดเป็็นของพระมหา
กษััตริิย์์แต่่ผู้้�เดีียว ดัังนั้้�นชาวจีีนจึึงไม่่มีีทางเลืือกมากนััก
ที่่�จะดำ�ำ รงชีพี ในระบบเศรฐกิจิ ไทย จึงึ ต้้องหัันมายึึดอาชีีพ
ค้้าขาย
ประการที่่�สาม จากผลของสนธิิสััญญาเบาว์์ริิง
๒๓๙๘ ที่่�พ่่อค้้าตะวัันตกเข้้ามาแทนที่่� ผลประโยชน์์ของ
พ่่อค้้าชาวจีีนในการส่่งออก และนำ�ำ เข้้าที่่�ท่่าเรืือลดลง
เนื่่�องจากเดิิมพ่่อค้้าคนจีีนมีีบทบาทสำ�ำ คััญในการค้้าแทน
เจ้้าขุนุ มููลนาย จึงึ ผลักั ดันั ให้้พ่่อค้้าชาวจีนี ต้้องเข้้าไปหาผล
ประโยชน์จ์ ากพื้้�นที่่ภ� ายในประเทศแทน ส่ว่ นนายทุนุ ต่า่ งชาติิ
ได้้เข้้ามาหาผลประโยชน์์ในกิจิ การไม้้สักั เป็น็ หลััก
ดัังนั้้�นพ่่อค้้าชาวจีีนในนครสวรรค์์ยุุคนั้้�นจึึงมีีโอกาส
ทำ�ำ การค้้าขายมาก เริ่่ม� ต้้นด้้วยการรับั ซื้้อ� สินิ ค้้า จากชาวนา
ชาวไร่่ หรือื ของพื้้�นเมืืองล่่องเรืือขายกรุุงเทพฯ
ที่่�มา : สุุภรณ์์ โอเจริิญ(บรรณาธิิการ), นครสวรรค์์ : รััฐกึ่่�งกลาง รายงานการสััมมนา
ประวััติิศาสตร์์และวััฒนธรรมท้้องถิ่่�นจัังหวััดนครสวรรค์์, อมริินทร์์การพิิมพ์์, ๒๕๒๘,
๒๑๕-๒๑๖.
๑๒
จุดุ เริ่่ม� ต้้นงานประเพณีแี ห่จ่ ้้าวพ่่อ-จ้้าวแม่ป่ ากน้ำำ�� โพ
เมื่่�อประมาณปีี พ.ศ.๒๔๖๔ ชุุมชนชาวบ้้าน ปากน้ำำ�� โพ ซึ่่ง�
อยู่่�บริเิ วณศาลจ้้าวพ่่อเทพารักั ษ์์ จ้้าวแม่ท่ ับั ทิมิ (แควใหญ่)่
ได้้เกิิดโรคห่า่ (อหิิวาตกโรค) หรืือโรคท้้องร่ว่ งระบาดไปทั่่ว�
ทุุกหััวระแหง ผู้้�คนเจ็็บป่่วย ล้้มตายเป็็นจำ�ำ นวนมากหมด
ทางที่่�แพทย์จ์ ะเยีียวยาได้้ เพราะเมื่่�อก่่อนวงการแพทย์ย์ ััง
ไม่เ่ จริญิ ก้้าวหน้้าเหมือื นปัจั จุบุ ันั นี้้� ที่่พ� ึ่่�งทางใจสุดุ ท้้ายของ
ชาวบ้้าน คือื การเชิญิ จ้้าวเข้้าทรง ด้้วยการเขียี นฮู้(�้ กระดาษ
ยัันต์)์ แล้้วนำ�ำ มาเผาไฟใส่น่ ้ำ�ำ� ดื่่�มกิิน ปรากฏเป็น็ ที่่�อัศั จรรย์์
ผู้ด้� ื่่�มกินิ น้ำำ�� มนต์์ได้้หายไปจากโรคร้้ายเป็น็ ปลิดิ ทิ้้�ง จากนั้้�น
๑๓
ชาวบ้้านจึึงพร้้อมใจกัันอััญเชิิญองค์์จ้้าวพ่่อ-จ้้าวแม่่ทุุก
พระองค์์ ออกแห่่เฉลิิมฉลองไปทั่่ว� ทุุกชุุมชน และขยายไป
ทั่่�วเมืือง เป็็นที่่�เลื่่�องลืือกล่่าวขานถึึงความศัักดิ์์�สิิทธิ์์�ของ
องค์จ์ ้้าวพ่่อ-จ้้าวแม่่ ไปทั่่ว� ประเทศ การแห่จ่ ้้าวฯ ช่ว่ งแรก
ๆ มีีการแห่่ล้้อโก้้ว(ผู้้�ชาย) การแสดงเอ็็งกอ-พะบู๊๊� สาวาม
เขี่่�ยเปียี (ถืือธงจีนี ) และการเชิิดสิงิ โต ๓ ภาษา คืือ สิิงโต
กวางตุ้้�ง(กว๋๋องสิิว) สิิงโตแคะ(ฮากกา) เสืือไหหนำ�ำ ปีี
พ.ศ.๒๕๐๗ เพิ่่�มการเชิดิ มังั กรทอง ๑ ขบวน ปีี พ.ศ.๒๕๑๘
ประเทศไทยได้้เชื่่อ� มสัมั พัันธไมตรีกี ับั สาธารณรัฐั ประชาชน
จีนี ได้้ติดิ ต่อ่ ซื้้อ� สิงิ โตกวางเจา(ปักั กิ่่ง� )มาเพิ่่�มอีกี ๑ ขบวน
รวมเป็น็ ๔ ภาษา (แต้้จิ๋๋�ว-กวางตุ้้ง� -แคะ-ไหหล้้า) การแห่่
จ้้าวฯ ได้้จัดั ต่่อเนื่่�องมาทุุกปีี จนเป็น็ งานประเพณีีแห่่ จ้้าว
พ่่อ-จ้้าวแม่่ ปากน้ำำ�� โพ และการฉลองเทศการตรุุษจีีนของ
ชาวตลาดปากน้ำ�ำ� โพ
ประวััติิคณะมัังกรทอง จ้้าวพ่่ อ-จ้้าวแม่่ ปากน้ำ�ำ� โพ
ปีี พ.ศ.๒๕๐๗ คณะกรรมการจััดงานแห่่จ้้าวประจ้้าปีี
พ.ศ.๒๕๐๖-๒๕๐๗ โดยนายหม่่งแจ๋๋ แซ่่เล้้า ประธาน
คณะกรรมการจััดงานฯ มีีความคิิดริิเริ่่�ม ที่่�จะจััดขบวน
แห่่จ้้าวให้้ยิ่่�งใหญ่่ และเพิ่่�มสีีสัันขบวนแห่่ให้้แปลกใหม่่กว่่า
เดิิม เพื่่�อเรีียกความสนใจจากประชาชนให้้มาเที่่�ยวแห่่จ้้าว
มากขึ้้น� และเพื่่�อส่ง่ เสริมิ พััฒนาการท่อ่ งเที่่ย� วของจังั หวัดั
นครสวรรค์์ นายหม่ง่ แจ๋๋ ประธานกรรมการจัดั งานฯ จึงึ ได้้
ปรึึกษากัับนายเป้ง้ ไฮ้้ แซ่่ตั้้ง� นายติิงลิิม แซ่เ่ อ็ง็ ขณะนั้้�น
ทั้้ง� ๒ ท่่านเป็น็ ครููฝึกึ สอนร้้าดาบจีีน กระบี่่� กระบอง(พะบู๊๊�)
และร้้ามวยจีีนทั้้�ง ๒ ท่า่ นมีีความคิดิ เห็น็ ตรงกันั เสนอให้้มีี
การแสดงเชิดิ มังั กร ซึ่ง่� ชาวจีนี ถือื ว่า่ มังั กรหรือื เล้้ง เป็น็ สิ่่ง�
สิริ ิิมงคลนำำ�โชคลาก และความผาสุุกมาให้้มวลมนุุษย์์ ทั้้�ง
๑๔
ยังั เป็น็ สัญั ลักั ษณ์ช์ ั้้น� สููงขององค์จ์ ักั พรรดิจิ ีนี ในอดีตี เมื่่อ�
คหบดีที ั้้�ง ๓ ท่่านได้้ปรึึกษากันั แล้้ว จึึงได้้ตกลงพร้้อมใจ
กันั ให้้มีกี ารเชิิดสิิงโตเพิ่่�มในขบวนแห่่อีีก ๑ ขบวน
จากนั้้�นนายเป้ง้ ไฮ้้ แซ่ต่ ั้้ง� ได้้รับั อาสาไปติดิ ต่่อทำ�ำ ตัวั
มังั กรกับั ญาติทิ ี่่�กรุงุ เทพฯ คืือ นายตงหั่่ง� แซ่่ตั้้ง� อยู่่�โรง
งิ้้�วแถวเยาวราช โดยมีีนายคุุงเอี่่�ยม แซ่่เตีีย(สุุนทรเลขา)
เป็น็ ผู้ป้� ระสานงาน ในการ ท้้ามังั กรตัวั แรกนั้้น� นายบงการ
ปัญั สุวุ รรณวงศ์์(ปังั บุ่่�งเต็ก็ ) ร้้านบงการพาณิชิ ย์์ ตัวั แทน
จำำ�หน่่าย รถจัักรยานยนต์์แลมแบตต้้า เป็็นผู้้�สนัับสนุุน
ออกค่า่ ใช้้จ่า่ ยทั้้�งหมด ๕,๐๐๐ บาท การทำ�ำ มัังกรตััวแรก
นั้้�น ใช้้เข่่งลำ�ำ ไยมาผููกมััดต่่อกััน แล้้วเอาผ้้ามาเย็็บหุ้้�มตััว
ลงลายสีีเกล็ด็ มังั กร ตัวั มังั กรยาว ๒๔ เมตร ต่อ่ มาเพิ่่�ม
ความยาวเป็น็ ๓๖ เมตร หัวั มังั กรหัวั แรก สานด้้วยไม้้ไผ่่
แปะ กระดาษสา ลงสีี ยาวคล้้ายหัวั จระเข้้ หนัักประมาณ
๑๕ กก. ปัจั จุบุ ัันนี้้� ทีีมงานคณะมังั กรได้้พััฒนา ส่่วนตัวั
มัังกร ใช้้โครงไม้้ไผ่่ท้้าตัวั หุ้้ม� ด้้วยผ้้าหนัังเทีียมสีที อง ลง
ลายสีสี วยงามกว่่าเดิิม เพิ่่�มความ ยาวเป็น็ ๕๒ เมตร หััว
มัังกรใหญ่่กว่า่ เก่่าหนััก ๒๕ กก. ปีี พ.ศ.๒๕๔๔- ๒๕๔๕
ได้้พััฒนาส่่วนหััว และเขามัังกรด้้วยทองคำำ�เปลว ๑๐๐%
ท้้าให้้สวยงาม มีีคุุณค่่ากว่่าเดิิม เป็น็ หนึ่่�งเดีียวในโลก เมื่่�อ
ติดิ ต่อ่ ทำ�ำ มังั กรเป็น็ ที่่เ� รียี บร้้อยแล้้ว นายเป้ง้ ไฮ้้ได้้ไปติดิ ต่อ่
เชิิญ นายเล้้งจุ้้ย� แซ่ล่ ิ้้�ม ชาวจีีนฮกเกี้้�ยน ซึ่ง�่ อยู่่�คณะงิ้้ว�
ย่า่ นเยาวราช มาเป็น็ อาจารย์ฝ์ ึกึ สอน ตััวอาจารย์์เองเคย
เชิิดมัังกรที่่�เมืืองจีีนมาก่่อน อาจารย์์มาช่่วยฝึึกสอนด้้วย
ความยินิ ดีี ท่า่ นสละเวลามาช่่วยฝึกึ สอนอยู่่� ๓ ปีี ปีลี ะ ๑
ครั้้�ง ครั้้�งละ ๑ เดืือน สถานที่่�ฝึึกซ้้อมครั้้�งแรกที่่�ถนนสุุ
นัันทา(ตรอกฉั่่�วซ้้าเฮง-ซอยสวรรค์ว์ ิิถีี ๑๗) หน้้าร้้านตั้้�ง
๑๕
เปงฮงเก่า่ เมื่่อ� อาจารย์เ์ ล้้งจุ้้ย� เห็น็ ลููกศิิษย์ม์ ีมี าตรฐานการ
เชิดิ เป็น็ ที่่�พอใจแล้้ว ท่า่ นได้้วางมือื มอบให้้นายเป้ง้ ไฮ้้ นาย
ติ้้ง� ลิ้้ม� ดููแลการฝึกึ สอนต่อ่ แต่เ่ นื่่อ� งด้้วยทั้้ง� ๒ ท่า่ นกิจิ การ
รััดตัวั ไม่ม่ ีเี วลาดููแลได้้เต็ม็ ที่่� จึึงได้้มอบหมายให้้นายมนต์์
ชััย อุฬุ ารรัักษ์์(แกละ) หรือื โง้้วจุ้้�งเฮ้้า ควบคุุมการฝึกึ สอน
ต่อ่ ประมาณปีี พ.ศ.๒๕๑๐-๒๕๑๙ ก่อ่ นมาควบคุมุ คณะ
มัังกร ท่่านเล่น่ พะบู๊๊�มาก่่อน จากนั้้น� ทีีมงานผู้�้เชิิดมังั กร ได้้
ร่ว่ มกันั ปรัับปรุุง ประยุกุ ต์์การแสดงให้้ดีขี ึ้้�น โดยเน้้นหนักั
ในท่า่ แสดงให้้สวยงาม ลีลี าการเชิดิ ที่่เ� ฉียี บขาด หวาดเสียี ว
ตื่่�นเต้้น เป็็นที่่�เลื่่�องลืือกล่่าวขานไปทั่่�วประเทศและทั่่�วภาค
พื้้�นเอเชียี อาคเนย์์ คณะมังั กรทอง จ้้าวพ่่อ-จ้้าวแม่่ ปากน้ำ�ำ�
โพ จึงึ ถือื กำำ�เนิิดเป็น็ คณะแรกของประเทศไทย มาตั้้ง� แต่่ปีี
พ.ศ.๒๕๐๗ ถือื เป็น็ สัญั ลักั ษณ์ข์ องจังั หวัดั นครสวรรค์์ ดังั
คำำ�พัังเพยที่่�ว่่า “เที่่ย� วงานประเพณีีสงกรานต์์ต้้องไปแอ่่ว
เชีียงใหม่่ เที่ย่� วงานประเพณีีแห่จ่ ้า้ วฯ ดููเชิดิ มังั กรที่ป่� ระทับั
ใจ ต้อ้ งไปที่ป่� ากน้ำำ�� โพ”
เมื่่อ� สร้้างมังั กรตัวั ใหม่เ่ สร็จ็ แล้้ว ก่อ่ นการแสดงทาง
คณะฯ จะต้้องนำำ�มัังกรไปให้้ร่่างทรงเตีียเทีียงซืือกง(จ้้าว
พ่่อปากคลอง) จ้้าวพ่่อสามตา(ฮั่่�วกวงไต่่ตี่่�) เจ้้าพ่่อ
เทพารักั ษ์์ จ้้าวแม่ท่ ับั ทิมิ แควใหญ่่ เพื่่�อความเป็น็ สิริ ิมิ งคล
และความศรััทธาของประชาชนชาวตลาดปากน้ำำ�� โพในวััน
งานประเพณีแี ห่จ่ ้้าว พ่่อ-จ้้าวแม่่ ปากน้ำ�ำ� โพของทุุกปีี
คณะมัังกรทองเป็็นสมบััติิส่่วนรวมของชาวตลาด
ปากน้ำำ�� โพทุุกคน ไม่่ได้้เป็็นของคนใดคนหนึ่่�ง มีีคณะ
กรรมการจัดั งานฯประจ้้าปีี เป็น็ ผู้ด้� ููแลดำำ�เนินิ งานในแต่ล่ ะปีี
มาถึงึ ปีี พ.ศ.๒๕๓๐ นายมนต์ช์ ัยั (แกละ) ได้้วางมือื เนื่่อ� งด้้วย
สุขุ ภาพไม่ค่ ่อ่ ยดีี คณะกรรมการจัดั งานฯ จึงึ มอบตำำ�แหน่ง่
๑๖
ผู้้�ควบคุุมการ ฝึกึ สอนให้้นายสุรุ ชััย วิสิ ุทุ ธากุลุ (ค่่าย) หรือื
ตั้้�งไขท้้ง เชิิดมังั กรตั้้�งแต่่ตัวั แรกปีี พ.ศ.๒๕๐๗ รัับช่ว่ ง
ต่อ่ มาถึงึ ปัจั จุบุ ันั นี้้� พร้้อมด้้วยทีมี งานผู้ช้� ่ว่ ยผู้ฝ�้ ึกึ สอน อาทิิ
นายเล็ก็ ขจรกสิริ ัตั น์(์ ล้้ออาเลี๊๊ย� ก) เล่น่ พะบู๊๊ม� าก่อ่ น นายมา
นิติ ย์์ อินิ ทะวงษ์์ นายอภิสิ ิทิ ธิ์์� ขุนุ อภัยั (เจี่่�ยงักั เฮง) นายธน
ธัญั หงส์ค์ ้้าพา นายสมทิพิ ย์์ มงคลธนารักั ษ์์(แซ่จ่ ิวิ ) นายก
อบชัยั ฉัตั รมานพ(แซ่่ฉัวั ) นายนัฐั พงษ์์ เผือื กแดง(สมพร)
นายสุุริินทร์์ เชาวลัันรััตน์์(แมว ลิ้้�มจิ้้�งกวง) นายมานิิตย์์
แพ่่งสุภุ า(แจ๊๊ต) ฝ่า่ ยประสานงาน นายจ้้าลอง ทองดี(ี นอม)
พร้้อมด้้วยผู้ร�้ ่่วมเชิิดทั้้ง� คณะจ้้านวน ๑๗๐ คน ล้้วนเป็น็
นัักแสดงสมััครเล่่น เป็็นลููกหลานชาวตลาด ปากน้ำำ�� โพ
โดยแท้้ ทุุกคนมีีอาชีพี การงานที่่�มาจาก พ่่อค้้า ข้้าราชการ
นิสิ ิติ นักั ศึึกษา และประชาชน ทั่่ว� ไปที่่ไ� ด้้สละเวลามาช่ว่ ยงาน
นี้้� ด้้วยความศรััทธา เพื่่�อให้้งานประเพณีแี ห่จ่ ้้าวฯ สำำ�เร็็จ
ลุลุ ่ว่ งได้้ด้้วยดีี เพื่่�อชื่่อ� เสียี งของจังั หวัดั บ้้านเกิดิ เมือื งนอน
ที่่�มา : http://www.midscaleoff3.com/km/information/012/01/K0066.pdf
๑๗
การเชิดิ สิงิ โตมีปี ระวัตั ิยิ ้้อนไปหลายต่อ่ หลายศตวรรษ
ตั้้�งแต่่เริ่่�มต้้นก่่อตั้้�งประเทศจีีน การเชิิดสิิงโตเริ่่�มต้้นด้้วย
การเต้้นที่่�เชื่่�อมโยงกัับการเมืือง สัังคม และวิิวััฒนาการ
ของวัฒั นธรรมจีนี การศึึกษาประวัตั ิกิ ารเชิดิ สิงิ โตจึงึ ต้้อง
มองกลัับไปถึึงการก่่อตั้้�งประเทศ และทำ�ำ ความเข้้าใจการ
เชิดิ สิงิ โตหรือื การเต้้นที่่�เป็น็ พิิธีกี รรม ความลึึกลับั ต่่าง ๆ
ตั้้�งแต่ก่ ารก่อ่ ตั้้�งอารยธรรมของจีีน ยกตััวอย่า่ งเช่่น
ราชวงศ์์จินิ ๒๖๕-๔๒๐ AD บัันทึกึ ช่ว่ งนี้้�ชััดเจนขึ้้�น
ว่า่ มีพี ิิธีกี รรมการเชิดิ สิงิ โตที่่ม� ีชี ุดุ เป็น็ รููปสิงิ โต มีที ฤษฎีอี ยู่่�
สองอย่า่ งคือื มีกี ารพััฒนามาจากการเต้้นใส่ห่ น้้ากากทาง
ตะวันั ตก หรืือ พััฒนามาจากการเต้้นทางทหาร
ราชวงศ์์ถััง ๖๑๘-๙๐๗ AD ยุุคนี้้�การเชิิดสิิงโต
มีีการพััฒนาอย่่างมาก มีีการแยกพััฒนาชััดเจนถึึง
สิิงโตเหนืือ สิิงโตใต้้อย่่างที่่�เป็็นอยู่่�ทุุกวัันนี้้� มีีการแสดง
ในพระราชวังั เป็น็ การเชิดิ สิิงโต ๕ ตัวั ๕ สีี ขนาดใหญ่่
แต่่ละตััวใช้้คนเชิิด ๑๒ คน การเชิดิ สิงิ โตยุุคนี้้�นิยิ มมากใน
กองทัพั
สิิงโตเหนืือ สิิงโตใต้้
๑๘
ราชวงศ์์หมิงิ ๑๓๖๘-๑๖๔๔ AD มีกี ารเพิ่่�มการเชิดิ
สิิงโตเข้้าไปในพิิธีกี รรมในศาสนาใหม่่ คือื ขงจื้้�อใหม่่ ที่่�รวม
แนวความคิิดด้้านการเมืืองของขงจื้้�อ พิิธีีกรรมต่่าง ๆ
ของเต๋า๋ และความเชื่่อ� แบบพุุทธ เป็น็ ศาสนาใหม่่ สิงิ โตที่่แ� ต่่
เดิิมสร้้างตามพิิธีกี รรมแบบพุุทธ เริ่่�มมีแี นวความเชื่่�อแบบ
เต๋า๋ เข้้ามา ทำ�ำ ให้้การเชิดิ หนักั ไปทางพิิธีกี รรมมากขึ้้น� มีกี าร
ออกแบบท่า่ เต้้นให้้เปิดิ พลังั งานแล้้วติดิ ต่อ่ กับั สวรรค์์ เป็น็
ช่ว่ งที่่�แนวความคิิดเต๋า๋ หลายอย่า่ งเข้้ามาสู่่�การเชิิดสิงิ โต
ราชวงศ์์ชิิง ๑๖๔๔-๑๙๑๒ AD ยุุคนี้้�เป็็นยุุคแห่่ง
การปฏิิวััติิ มีีการใช้้การเชิิดสิิงโตเป็็นเครื่่�องมืือใน การ
แสดงการต่อ่ ต้้าน มีกี ารเชิดิ สิงิ โตโดยคนจีนี ผลัดั ถิ่่น� ที่่อ� อก
ไปอยู่่�ทุกุ มุมุ โลก ช่ว่ งต้้นยุคุ เป็น็ ช่ว่ งที่่�มีกี ารต่อ่ ต้้านที่่จ� ะล้้ม
ราชวงศ์์ชิงิ เพื่่�อกู้�้ราชวงศ์์หมิิงโดยนักั กัังฟูู ช่่วงยุคุ ปลาย
มีวี ีีรบุรุ ุษุ ชื่่�อ หวงเฟยหง ที่่�มีสี ำำ�นักั กัังฟููที่่�โด่่งดััง รวมใจ
คนในชาติิ และเป็น็ คณะเชิดิ สิงิ โตที่่�มีีชื่่�อเสีียง ทำำ�ให้้สิิงโต
แบบกวางตุ้้ง� โด่ง่ ดังั จาก ฟอซานไปทั่่ว� โลก จากการแสดง
กิินผักั บนเสาสููง หรืือต่่อหอ
๑๙
การเชิดิ สิงิ โตในเมือื งไทยนั้้น� มีมี าอย่า่ งยาวนาน จาก
หลักั ฐานที่่ม� ีกี ารกล่า่ วถึงึ เริ่่ม� มีมี าแต่ส่ มัยั กรุงุ รัตั นโกสินิ ทร์์
ดัังที่่�สมเด็จ็ พระเจ้้าบรมวงศ์์เธอ กรมพระยาดำ�ำ รงราชานุุ
ภาพ ได้้ทรงอธิบิ ายไว้้ในตำำ�นานรำ�ำ โคมว่า่ “มีีคำ�ำ เล่่าสืืบกััน
มาว่า่ เมื่่อ� องเชีียงสืือเข้้ามาอยู่�ใ่ นกรุุงเทพนั้้�น ได้ค้ ิดิ ฝึึกหััด
ให้้พวกญวนเล่่นสิิงโตอย่า่ ง ๑ ญวนหก (พะบู๊๊�) อย่า่ ง ๑
สำำ�หรัับเล่่นกลางวััน และญวนรำ�ำ กระถางอย่่าง ๑ สิิงโต
ไฟคาบแก้้วอย่่าง ๑ สำำ�หรัับเล่่นกลางคืืน แล้้วนำ�ำ มาเล่่น
ถวายพระบาทสมเด็จ็ พระพุุทธยอดฟ้้าจุุฬาโลก (รัชั กาลที่่�
๑) ทอดพระเนตร เป็็นการสนองพระเดชพระคุุณ โปรดฯ
ให้้เล่่นที่่�หน้้าพลัับพลาและโปรดฯ ให้้ทำำ�มัังกรไฟคาบแก้้ว
ขึ้้�นเป็็นคู่่�กัันจึึงเลยเล่่นเป็็นประเพณีีสืืบจนถึึงหลัังรััชกาล
หลััง ๆ”
แต่เ่ ดิมิ นั้้น� การเชิดิ สิงิ โตจะดููว่า่ บ้้านใดมีคี วามยินิ ดีจี ะ
ให้้เข้้าสิงิ โตเข้้าไปไหว้้ตามประสงค์์ โดยจะตีกี ลองและม้้าล่อ่
ในจังั หวะเร็ว็ เมื่่อ� สิงิ โตเคารพ ๓ ครั้้ง� แล้้วออกจากบ้้านนั้้น�
ไป จังั หวะของกลองและม้้าล่อ่ ก็็จะช้้าลงเหมืือนเดิิม ในวันั
หนึ่่ง� ๆ จะเล่น่ ได้้อย่า่ งมากเพีียง ๓ บ้้านเท่า่ นั้้น� เพราะการ
เล่น่ ในแต่ล่ ะที่่�จะต้้องเล่่นกัันจนหมดฝีมี ือื คือื เริ่่�มเล่น่ เรื่่�อง
คนหัวั โต (หัวั เซียี น) ขโมยแก้้วของสิงิ โตไปจนถึงึ สิงิ โตออก
ตามหาแก้้ว แล้้วมีีลิิง ๒ ตััวมาขโมยแก้้วต่่ออีีกทีีหนึ่่ง� ใน
ช่ว่ งที่่ต� ามหาแก้้วนั้้น� นับั ว่า่ น่า่ ดููมากเพราะมีกี ารกระโดดขึ้้น�
โต๊๊ะ ข้้ามเก้้าอี้้�เพื่่�อแสดงความสามารถ
๒๐
การเชิิดสิิงโตมีีธรรมเนีียมและความเชื่่�อหลาย
ประการ เป็็นต้้นว่่าภายหลัังจากที่่�สร้้างหััวสิิงโตเสร็็จใหม่่
ๆ จำำ�เป็็นต้้องไปให้้เจ้้าประทัับทรงในศาลเจิิมเพื่่�อความ
เป็น็ สิิริมิ งคล และก่่อนที่่�จะนำ�ำ ออกงานจะต้้องเซ่่นไหว้้ด้้วย
“โหงวแซ” หรือื สััตว์ห์ ้้าชนิดิ ที่่�เป็น็ อาหาร เช่น่ หมูู เป็ด็ ไก่่
ปลาและปลาหมึกึ โดยใช้้เหล้้าเป็น็ เครื่่อ� งดื่่ม� และเมื่่อ� แสดง
เสร็จ็ จะต้้องมีพี ิิธีไี หว้้อำ�ำ ลาทุกุ ครั้้ง� สิ่่ง� ของที่่ใ� ช้้ไหว้้ลา ได้้แก่่
ขนมกุยุ ช่่าย เต๊๊เลี่่�ยว ซึ่่�งเป็น็ ขนมหวานอย่่างแห้้งของจีนี
เช่่นข้้าวพอง ถั่่�วตััด งาตััด ฟักั เชื่่�อมและถั่่ว� เคลือื บสีีขาว
แดง ส่ว่ นไข่น่ ั้้�นไม่น่ ิิยมใช้้เป็น็ ของไหว้้เพราะจะทำำ�ให้้คนเชิิด
ล้้มง่่ายเหมืือนไข่่
ส่่วนคนที่่�จะมาแสดงการเชิิดสิิงโตนั้้�นจะต้้องมีีพิิธีี
ยกครูู โดยใช้้ขนมถ้้วยฟููชิ้้�นโต ๆ ไหว้้ พอไหว้้เรีียบร้้อย
แล้้ว ผู้�้ที่่�ฝึึกใหม่่จะต้้องกิินซึ่�่งเชื่่�อกัันว่่าจะทำำ�ให้้หน้้าด้้าน
เวลาเชิดิ จะไม่อ่ ายคน ตามปกติผิ ู้แ้� สดงการเชิดิ สิงิ โตแต่ล่ ะ
คณะต้้องมีี ๗ คน คืือคนหนึ่่ง� ถืือกระดาษแดงใส่พ่ านนำำ�
หน้้าสิงิ โต เมื่่อ� เข้้าบ้้านใคร ก็ใ็ ห้้กระดาษแดงแก่บ่ ้้านนั้้น� หนึ่่ง�
ฉบัับ เสมืือนเป็น็ การอวยพร มีีคนตีีล้้ออีกี ๒ คน ตีฉี าบ
๑ คน ตีีกลอง ๑ คน หััวสิงิ โต ๑ คน หางสิงิ โต ๑ คน
ผู้�แ้ สดงแต่ล่ ะคนต้้องแต่่งกายสุุภาพเรียี บร้้อย ไม่่สกปรก
มอมแมม มีผี ้้าพัันแข้้งที่่�เรียี กว่า่ “คาเกี้้ย� ว” มัดั ตั้้�งแต่ข่ ้้อ
เท้้าถึึงหัวั เข่่า นอกจากนี้้�ยัังมีีผ้้าคาดเอวอีกี ด้้วย
๒๑
“สิิงโตกว๋๋องสิิว” หรืือ “สิิงโตกวางตุ้้ง� ” คำ�ำ ว่า่
“กว๋๋องสิิว” เป็็นชื่่�อของสมาคม ชื่่�อว่่า “สมาคมกว๋๋องสิิว
นครสวรรค์์” เป็็นสมาคมของชาวกวางตุ้้�ง ที่่�มีีกิิจกรรม
เกี่่�ยวกัับวััฒนธรรมของชาวกวางตุ้้�ง เช่่น การเชิิดสิิงโต
แบบวััฒนธรรมกวางตุ้้�ง คณะของสมาคมกว๋๋องสิิว
นครสวรรค์์ในจัังหวััดนครสวรรค์์ เริ่่�มราว ๑๒๐ ปีีก่่อน
โดยชาวกวางตุ้้ง� ในจังั หวัดั นครสวรรค์์ ที่่อ� พยพมาหลังั การ
สร้้างทางรถไฟ ในสมัยั พระบาทสมเด็จ็ พระจุลุ จอมเกล้้าเจ้้า
อยู่่�หััว (รัชั กาลที่่� ๕) ได้้รวมตััวกัันตั้้�งสมาคม ทำำ�กิิจกรรม
เชิดิ สิงิ โต ฝึกึ ลููกหลานยามว่า่ ง ออกงานอวยพร งานตรุษุ
จีนี งานมงคล กับั ชาวกวางตุ้้�งด้้วยกันั เอง
สิงโตกวอ๋ งสิว
ในงานประเพณีี
แห่เ่ จ้า้ พ่่อ - เจ้้าแม่่ปากน้ำ�ำ� โพ
จังั หวััดนครสวรรค์์
๒๒
ลัักษณะของสิิงโตกว๋๋องสิิว มาจากความเชื่่�อและ
ทััศนคติขิ องชาวจีนี ที่่�มีีต่่อเทพเจ้้า และลัักษณะของบุุคคล
ที่่ม� ีอี ยู่่�ในวรรณกรรมของจีนี อย่า่ งสามก๊๊ก โดยดึงึ ลักั ษณะ
เด่น่ รวมไปถึงึ สีที ี่่น� ำำ�มาใช้้เพื่่�อบอกเอกลักั ษณ์ข์ องหัวั สิงิ โต
ว่่ามีีความเกี่่�ยวข้้องอย่่างไรกัับบุุคคลนั้้�น และการใช้้สััตว์์
มงคลตามความเชื่่�อของชาวจีีนที่่�เข้้ามารวมกัับหััวสิิงโต
หััวสิิงโตจึึงแฝงไปด้้วยความหมายที่่�ลึึกซึ้้�ง สามารถบอก
ถึึงความเชื่่�อและความศรััทธา
หััวสิิงโต หััวสิิงโตกว๋๋องสิิวมีีอยู่่� ๒ ลัักษณะ คืือ
หััวสิิงโตฟัดั ซาน หรืือหััวยัักษ์์ และหััวสิิงโตฮกซาน หรืือ
หััวแบบปากเป็็ด ได้้ถููกสร้้างโดยนำำ�ลัักษณะต่่าง ๆ ของ
วัฒั นธรรมจีีนมารวมกััน โดยเฉพาะสิิงโตฟัดั ซาน เริ่่�มต้้น
จากลัักษณะจากความเชื่่�อตามลััทธิิเต๋๋า และฮวงจุ้้�ยคืือ
สัตั ว์ม์ งคลสวรรค์์ ผู้พ้� ิิทักั ษ์์ ๔ ทิิศ คืือ
๑. มัังกรเขีียว ปกป้อ้ งทิศิ ตะวันั ออก ฤดููใบไม้้
ผลิิ ธาตุไุ ม้้ เป็น็ ตัวั แทนของผู้ช�้ าย และ พลังั หยางที่่ร� ุนุ แรง
ในขณะที่่�มีีความสามารถขึ้้�นสวรรค์์ได้้ ตััวแทนของบารมีี
คุณุ งามความดีี ความเหมาะสม
๒. หงษ์์แดง ปกป้อ้ งทิิศใต้้ ฤดููร้้อน ธาตุไุ ฟ
เป็็นตััวแทนของพลัังหยิิน นำ�ำ ความสงบ เมตตา กรุุณา
คุุณธรรม มาสู่่�คุุณลักั ษณะสิิงโต
๓. เต่่าดำ�ำ ปกป้อ้ งทิิศเหนืือ ฤดููหนาว ธาตุนุ ้ำำ��
หรือื ดินิ เป็น็ ตัวั แทนความมั่่ง� คั่่ง� ความศรัทั รา ยั่่ง� ยืนื และ
๒๓
การปกป้้อง ส่่วนงููที่่�อยู่่�รอบคอเต่่า เป็็นตััวแทนของการ
เกิดิ ใหม่่ การรัักษา
๔. เสืือขาว ปกป้อ้ งทิศิ ตะวันั ตก ฤดููใบไม้้ร่่วง
ธาตุลุ ม หรือื เหล็ก็ เป็น็ เทพแห่ง่ การคุ้้ม� ครอง ขับั ไล่ส่ ิ่่ง� ชั่่ว�
ร้้าย สััญลัักษณ์ข์ องความกล้้าหาญ ดุุดััน
กิเิ ลน ปกป้อ้ งพิิษร้้าย ลููกธนูู และปรากฏตัวั เมื่่�อจะมีี
เซีียนเกิดิ หรือื ผ่า่ นมา มีเี ขาเดีียว เกิิดจาก ห้้าธาตุุ บางทีีก็็
ว่่าแทนเสือื ขาว ปกป้อ้ งทิิศตะวัันตก
เขาสิิงโต เขาสิิงโต ๒ แบบที่่�ใช้้กันั ทั่่�วไปของสิงิ โต
กวางตุ้้�งนั้้�นคืือ แบบเขากัังฟูู หรืือแบบเขาแหลม หรืือ
เขาไม้้ไผ่่ นิิยมใช้้ในหัวั แบบฟัดั ซาน (หััวยักั ษ์์) และเขาแบบ
กำ�ำ ปั้�้นคล้้ายกับั เขาแบบกังั ฟูู ปลายไม่แ่ หลม แต่จ่ ะม้้วนเป็น็
รููปคล้้ายกัับหมััดใช้้กันั มากในหััวแบบฮกซาน (ปากเป็ด็ ) สีี
ของเขานั้้น� โดยมากจะสีดี ำ�ำ โดยสีดี ำำ�นั้้น� อ้้างอิงิ มาจากสีขี อง
สวรรค์์ในหนัังสืือของอี้้�จิงิ
ในหนัังสืือกล่่าวว่่า สวรรค์์และโลก สีีดำ�ำ อย่่างน่่า
ประหลาด มาจากความรู้้�สึึกของคนโบราณที่่�เห็็นท้้องฟ้า้
ทางทิิศเหนือื มีีสีดี ำำ�อย่า่ งประหลาดมายาวนาน ผู้้ค� นจึงึ คิิด
ว่่าดาวเหนืือคืือสถานที่่� ๆ เง็็ดเซียี นฮ่่องเต้้อาศััยอยู่่� และ
สีีดำำ�หมายถึึงฮ่่องเต้้ในจีีนโบราณ ซึ่่�งจีีนโบราณบููชาสีีดำ�ำ
อย่า่ งเดียี วมายาวนานที่่ส� ุดุ และสีดี ำ�ำ ขาวยังั เป็น็ สีแี ทนความ
สมดุลุ ในสัญั ลััษณ์์หยินิ หยางด้้วย
โบว์แ์ ดง และดอกไม้้ เป็น็ สีแี สดงออกถึงึ ความอบอุ่่�น
และความสุขุ สีแี ดงยังั เปรียี บเทียี บกับั สีขี องเลือื ด ซึ่ง่� เป็น็
พลังั ชีวี ิติ ที่่ข� ับั เคลื่่อ� นทุกุ ชีวี ิติ ทั้้ง� หมดที่่ก� ล่า่ วมาจะเห็น็ ว่า่ สีี
แดงแทนทุกุ อย่า่ งที่่เ� ป็น็ พลังั งานหยาง หรือื พลังั งานบวก
เอาชนะพลังั งานด้้านลบทุกุ อย่า่ งรวมถึงึ เรื่่�องร้้าย ๆ ด้้วย
๒๔
อักั ษรจีนี คำ�ำ ว่า่ ยิ่่�งใหญ่่ ออกเสีียงพ้้องคำำ�ว่่า แดง อีกี ทั้้ง�
ยัังเชื่่�อกันั อีีกว่า่ สิ่่�งใดที่่�ห่่อด้้วยสีแี ดงจะถููกขยายพลังั อีกี
ด้้วย
ตามตำ�ำ นานมีอี ยู่่� ๒ ตำ�ำ นานที่่ม� ีกี ารกล่า่ วถึงึ การใช้้โบว์์
แดงหรือื ดอกไม้้แดงว่า่ ตำำ�นานแรก เซียี นผู้ป�้ ราบสิงิ โต ได้้
ผููกสายสะพายสีแี ดงไว้้กับั สิงิ โต หลังั จากที่่ส� ิงิ โตได้้ไปทำ�ำ ให้้
ผู้�ค้ นหวาดกลัวั แต่่หลังั จากเซีียนได้้สอน และให้้ความรู้ใ้� น
ศาสนาพุุ ทธกัับสิิงโตแล้้ว สิิงโตก็็กลายมาเป็็นผู้�้ปกป้้อง
ชาวบ้้าน และตำำ�นานที่่ส� อง คือื เทพเจ้้าหยกได้้ตัดั คอสิงิ โต
และขัับไล่่ลงมาจากสวรรค์์หลัังจากที่่�สิิงโตได้้กิินดอกไม้้
แห่่งความเป็็นอมตะ แทนที่่�จะปกป้้อง แต่่เจ้้าแม่่กวนอิิม
สงสารสิิงโต จึึงได้้ต่่อหััวให้้และผููกไว้้ด้้วยโบว์์สีีแดงวิิเศษ
ที่่�จะช่่วยสิิงโตไล่่ความโชคร้้ายและวิิญญาณร้้าย อย่่างไร
ก็ต็ าม ช่ว่ งต่อ่ ต้้านราชวงศ์์ชิงิ โบว์แ์ ดงที่่ผ� ููกไว้้บนเขาสิงิ โต
ที่่ม� ีคี วามหมายลับั ๆ เรื่่อ� งต้้านชิงิ ก็จ็ ะหมายถึงึ เลือื ดเนื้้อ� ที่่�
เสียี ไปและให้้จดจำำ� การต่อ่ สู้้�และจิติ วิิญญาณของผู้ท�้ ี่่�หลั่่�ง
โบว์์แดง
เชื่่อ� มโยงตำำ�นานเจ้า้ แม่่กวนอิิม และตำำ�นานพระปราบ
สิิงโต สีีแดง
สีีพระอาทิติ ย์์ สีีเลืือด แทนพลังั หยาง พลัังด้้านบวก มีี
อีีกความหมายคืือ คำ�ำ พ้้องเสีียงว่า่ ส่่งต่อ่ ในรุ่่�นต่่อไป
๒๕
กิมิ ฮวย ดอกไม้ส้ ีีทอง ดอกไม้้สีที อง เป็น็ สัญั ลักั ษณ์์
สููงสุดุ ที่่�มอบให้้กัับบััณฑิิตที่่�สอบจอหงวนได้้ในอดีีต และจะ
ได้้เป็น็ ขุนุ นาง เป็น็ สัญั ลัักษณ์ร์ ่ว่ มกัับโบว์์ สีแี ดงหมายถึงึ
ความสำำ�เร็็จ ในกรณีีของสิิงโตจะหมายถึึงสิิงโตได้้กลาย
มาเป็น็ ผู้�้พิิทัักษ์์ของมวลมนุษุ ย์์
กิมิ ฮวย
เป็็นสััญลักั ษณ์์สงสุุด
ที่จ่� ะบอกว่า่ ให้้ทำ�ำ สำำ�เร็็จ
มีีการใช้้กิ่่�งหลิวิ หรืือใบ
ส้้มโอกิ่่�งทัับทิิมต้้นหอม
ติดิ ไว้เ้ พื่่�อรองรัับพลััง
ไปปัดั เป่า่ สิ่่�งชั่่�วร้า้ ย
๒๖
กระจกส่่องสวรรค์์ ติดิ อยู่่�บริเิ วณหน้้าผากของสิงิ โต
มีแี ผ่น่ เหล็ก็ สะท้้อนเงา เป็น็ ตัวั แทนของกระจกส่อ่ งสวรรค์์
กระจกนี้้�รููปร่่างกลม หมายถึึงความยั่่ง� ยืืน ความยั่่ง� ยืนื ที่่�
ส่่องแสงได้้หมายความถึึง ความรอบรู้�้ กระจกยัังมีีเอา
ไว้้รัับแสง ๓ อย่า่ งคือื แสงตะวััน แสงเดืือน และแสงดาว
นอกจากรัับพลังั แล้้วยัังเอาไว้้ กด ขจััด เปิดิ เผย อำ�ำ นาจ
ชั่่ว� ร้้ายทั้้ง� หลายด้้วย และจากเงาสะท้้อนวิญิ ญาณร้้ายก็จ็ ะ
กลััวเงาตััวเอง อายความชั่่�วร้้ายของตััวเองไม่่กล้้าสู้�้หน้้า
ตััวเองนั่่�นเอง
กระจกส่่องสวรรค์์
กระจกตาที่่� ๓ รวมพลัังแสง
๒๗
การแสดงสิงิ โตจะใช้้ท่า่ ทางให้้การบอกการกระทำ�ำ และ
อารมณ์์ความรู้้�สึึก โดยผู้้�เชิิดสิิงโตเองจะมีีจัังหวะในการ
เดินิ หรืือการควบคุมุ ท่่าทางต่่าง ๆ ของสิิงโต เพื่่�อแสดง
อาการให้้ผู้ช�้ มได้้รัับรู้ถ้� ึึงการแสดงของสิิงโต
จัังหวะการเดิิน
เดินิ มีเี สตปเดิินหน้้าและจะมีกี ารถอยแล้้วเดิิน
ต่อ่ แสดงออกถึงึ ความขี้้�ระแวงและระมััดระวััง
กัดั มีที ั้้ง� กัดั ตัวั เอง และกัดั อย่า่ งอื่่น� เช่น่ บันั ได
ป้า้ ย เสา ทำ�ำ เพื่่�อชำำ�ระล้้างให้้สะอาดก่อ่ นทำ�ำ อย่า่ งอื่่น� ต่อ่ เช่น่
กัดั ตัวั เองให้้สะอาดก่อ่ นไหว้้เจ้้า กััดประตููก่่อนเข้้าบ้้าน กััด
เสาก่อ่ นปีนี กััดสะพานก่่อนข้้ามหรืือลอด
เหลีียวหลััง ก่่อนจะเข้้าไปกิินอะไรหรืือรัับอะไร
จะหันั ไปมองข้้างหลัังเพื่่�อเช็ค็ ว่่าจะมีีใครมาแย่่งหรืือไม่่
เชิิด ปัดั เป่า่ ศััตรูู คู่่�ต่อ่ สู้้� หรือื สิ่่ง� ไม่ด่ ีีให้้หนีีไป
ไหว้้ เข้้าบ้้านทางซ้้ายของสิิงโต เท้้าซ้้ายเข้้าก่อ่ น ออกทาง
ขวา ไม่ก่ ลัับตััวให้้ถอยออก
เชิดิ ปัดั เป่า่ ศััตรูู คู่่�ต่อ่ สู้้� หรือื สิ่่�งไม่ด่ ีใี ห้้หนีไี ป
ไหว้้ เข้้าบ้้านทางซ้้ายของสิิงโต เท้้าซ้้ายเข้้า
ก่อ่ น ออกทางขวา ไม่ก่ ลับั ตัวั ให้้ถอยออก
๒๘
สำำ� ห รัั บ ก า ร เ ข้้ า ร่่ ว ม ง า น ข อ ง สิิ ง โ ต ก ว๋๋ อ ง สิิ ว ใ น
ประเพณีีแห่่เจ้้าพ่่อเจ้้าแม่่ปากน้ำ�ำ� โพตั้้�งแต่่อดีีตถึึงปััจจุุบััน
นั้้น� สิงิ โตกวางตุ้้ง� ของสมาคมกว๋อ๋ งสิวิ ถููกเชิญิ ให้้ไปช่ว่ ยใน
งานแห่่เจ้้าในการแห่่ครั้้�งแรกเมื่่�อ ๑๐๔ ปีกี ่อ่ น เป็น็ การแห่่
เพื่่�อขอบคุุณเจ้้าพ่่อเจ้้าแม่่ในครั้้�งแรก และมีีแค่่สิิงโตของ
สมาคมขบวนเดีียวโดยไม่่มีีการแสดงอื่่�น และจากนั้้�นทุุก
ปีีตั้้�งแต่่นั้้�นมา สิิงโตกวางตุ้้�งของสมาคมกว๋๋องสิิวได้้ร่่วม
ออกแห่่นำ�ำ เจ้้าพ่่อเจ้้าแม่่ในงานประเพณีีแห่่เจ้้าพ่่อ-เจ้้าแม่่
ปากน้ำ�ำ� โพ จัังหวััดนครสวรรค์อ์ ย่่างต่่อเนื่่�อง
๒๙
การเชิดิ สิงิ โตกว๋อ๋ งสิวิ ถือื ว่า่ เป็น็ เอกลักั ษณ์ข์ องชาว
กวางตุ้้�ง ที่่�ยัังสืืบทอดมาถึงึ ปัจั จุบุ ััน และเป็น็ ความภาค
ภููมิิใจที่่�คนไทยเชื้้�อสายกวางตุ้้�งในจัังหวััดนครสวรรค์์ได้้
อนุุรัักษ์์และสืืบทอดมาอย่่างยาวนาน สิิงโตกว๋๋องสิิวจึึงมีี
ความผููกพัันกัับคนในพื้้�นที่่�เป็็นอย่่างมาก โดยเฉพาะลููก
หลานชาวกวางตุ้้ง� ที่่พ� ยายามสืบื ทอดและสืบื สานความเป็น็
เอกลัักษณ์์ของชาวกวางตุ้้ง� ไว้้ รวมถึงึ ความพยายามที่่�จะ
สร้้างเอกลักั ษณ์ใ์ ห้้เป็น็ ที่่�จดจำ�ำ ของคนรุ่่�นใหม่่ ให้้ตระหนักั
และรัักษารากเหง้้าและวัฒั นธรรมของบรรพบุรุ ุุษ
๓๐
สิิงโตกวางตุ้้�ง ของสมาคมกว๋อ๋ งสิิวนครสวรรค์์
๓๑
สํานกั ศิลปะและวฒั นธรรม มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครสวรรค์