The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การเคลื่อนย้ายเชิงพื้นที่ทางสังคมของคนไทยในออสเตรเลีย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Tpso10 Network, 2022-01-24 22:44:25

การเคลื่อนย้ายเชิงพื้นที่ทางสังคมของคนไทยในออสเตรเลีย

การเคลื่อนย้ายเชิงพื้นที่ทางสังคมของคนไทยในออสเตรเลีย

การเลือ่ นย้ายเชงิ พื้นท่ที างสงั คม
ของคนไทยในออสเตรเลีย

สรอ้ ยมาศ รุง่ มณี



งานวิจัยที่เก่ียวข้องกับการย้ายถ่ินและการพัฒนานำ�เสนอคุณูปการของ
การย้ายถ่ินทั้งในระดับประเทศและระดับระหว่างประเทศอันนำ�มาซึ่งเงิน
สง่ กลบั บา้ นทช่ี ว่ ยเลอ่ื นชน้ั ทางสงั คม (upward mobility) ทงั้ ของตวั ผยู้ า้ ย
ถน่ิ ในฐานะผทู้ มี่ คี วามสามารถในการเคลอื่ นยา้ ยไปสพู่ นื้ ทที่ พ่ี ฒั นากวา่ ถนิ่
เดมิ สามารถหารายไดท้ จ่ี ะชว่ ยยกระดบั ทางเศรษฐกจิ ของครวั เรอื นตน้ ทาง
และยงั เปน็ สว่ นหนง่ึ ในสงั คมเศรษฐกจิ ทท่ี นั สมยั อยา่ งไรกต็ าม ในหลายกรณี
การย้ายถิ่นระหว่างประเทศสามารถนำ�มาสู่การเลื่อนช้ันทางสังคมท่ีตำ่�ลง
(downward mobility) หรอื เลอ่ื นสงู ขนึ้ ไดด้ ว้ ย ซง่ึ ในการอธบิ ายการเลอื่ น
ชน้ั ทางสงั คมโดยมากเปน็ การอธบิ ายผา่ นกรอบคตู่ รงขา้ มระหวา่ งการยา้ ยถน่ิ
ทท่ี �ำ ใหเ้ กดิ การเลอ่ื นชน้ั ขน้ึ และลง แตใ่ นบทความน้ี ผเู้ ขยี นเสนอใหม้ องการ
ยา้ ยถนิ่ ระหวา่ งประเทศทมี่ พี ลวตั บางมติ สิ ามารถทจี่ ะท�ำ ใหผ้ ยู้ า้ ยถนิ่ เลอ่ื น
ชน้ั ทางสงั คมขน้ึ หรอื ลง หรอื อยรู่ ะหวา่ งกลางสลบั ไปมาซง่ึ เปน็ บรบิ ทขา้ มพน้ื ท่ี

ผเู้ ขยี นศกึ ษาขอ้ มลู เชงิ คณุ ภาพ โดยรวบรวมขอ้ มลู จากการศกึ ษาเอกส­ าร
ติดตามและสัมภาษณ์คนไทยท่ีมีสถานภาพเป็นแรงงานในมหานครซิดนีย์
ประเทศออสเตรเลีย จำ�นวน 10 ราย ซ่ึงในจำ�นวนน้ี สองรายเป็นผู้ย้าย
ถ่ินเขา้ มาระหวา่ งทศวรรษ 1970 และ 1990 ในขณะทีผ่ ู้ให้ขอ้ มูลราย​อื่นๆ 
เป็นผู้ย้ายถิ่นเข้ามาหลังปี 2000 บทความมุ่งวิเคราะห์ชนช้ันทางสังคม
(social class) ชวี ติ การท�ำ งานและชวี ติ ทางสงั คม ซง่ึ แมส้ ภาวะโลกาภวิ ตั น์
ท�ำ ใหแ้ รงงานสามารถเคลอ่ื นยา้ ยไดส้ ะดวกมากขนึ้ แตค่ วามสามารถในการ
เลอ่ื นชน้ั ทางสงั คมของผยู้ า้ ยถน่ิ กลบั ไมไ่ ดเ้ ทา่ เทยี มกนั เนอ่ื งมาจากชว่ งเวลา
การยา้ ยถนิ่ และนโยบายรฐั ในแตล่ ะยคุ สมยั ผเู้ ขยี นสะทอ้ นประเดน็ ดงั กลา่ ว
ผา่ นตวั อยา่ งทแ่ี สดงใหเ้ หน็ ถงึ ปรากฏการณก์ ารยา้ ยถน่ิ ทอี่ าจไมไ่ ดจ้ บสน้ิ ลง
เพยี งแคก่ ารเดนิ ทางไปถงึ ประเทศปลายทาง และความพยายามของแรงงาน

— 187 —

การเล่อื นยา้ ยเชงิ พ้ืนท่ีทางสังคมของคนไทยในออสเตรเลีย

ในการตอ่ รองเพอ่ื ทจ่ี ะเคลอื่ นยา้ ย (mobility) ดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ รวมไปถงึ
ความพยายามที่จะหยุดเคลื่อนท่ี (dwelling) เพ่ือที่จะมีชีวิตท่ีดีขึ้นใน
ประเทศทม่ี ีระดบั การพัฒนามากกว่าด้วย

บทนำ�

งานวิชาการในกลุ่มการย้ายถิ่นระหว่างประเทศแสดงให้เห็นถึงการ
เคลอื่ นยา้ ยของผคู้ นและความเชอ่ื มโยงทไ่ี มไ่ ดม้ เี พยี งการเชอื่ มโยงเชงิ พนื้ ที่
ทางภมู ศิ าสตรร์ ะหวา่ งตน้ ทางกบั ปลายทางในเชงิ พน้ื ที่ (spatial mobility)
แตย่ งั สง่ ผลเชงิ บวกตอ่ การเลอ่ื นชน้ั ทางสงั คม (social mobility) โดยเฉพาะ
กรณที ผ่ี ยู้ า้ ยถน่ิ ประสบความส�ำ เรจ็ สามารถยกระดบั ฐานะทางเศรษฐกจิ ใน
ครวั เรอื นตน้ ทางได้ ประเดน็ ดงั กลา่ วถกู เนน้ ย�ำ้ ในรายงานการพฒั นามนษุ ย์
ปี 2009 (Human Development Report, 2009) ซง่ึ กลา่ วถงึ ความสมั พนั ธ์
ของการเคลอ่ื นยา้ ยกบั การพฒั นา (human mobility and development)
และยงั ชว้ี า่ หากมนษุ ยส์ ามารถเคลอ่ื นยา้ ยตามความปรารถนาของตนเองได้
กม็ กั จะไปในทท่ี ด่ี กี วา่ เดมิ รายงานชว้ี า่ กวา่ 3 ใน 4 ของผยู้ า้ ยถน่ิ ขา้ มชาตนิ น้ั
จะย้ายไปยังท่ีท่ีมีระดับการพัฒนาคนที่สูงกว่าที่เป็นอยู่ในประเทศต้นทาง
(UNDP, 2009, p. 21) งานวชิ าการเกยี่ วกบั การยา้ ยถนิ่ ในประเทศไ​ทยและ
ประเทศเพื่อนบ้านต่างช้ีให้เห็นคุณูปการของการย้ายถิ่นเช่นเดียว­กัน โดย
เฉพาะในเร่ืองการเปล่ียนแปลงวิถีชีวิต การเปลี่ยนแปลงแหล่งราย­ได้ท่ีไม่
ได้มีเพียงภาคเกษตรกรรมแต่ยังมีเงินส่งกลับบ้าน (remittances) ที่เป็น
ส่วนประกอบสำ�คัญของรายได้ (พัฒนา กิตติอาษา, 2557; Keyes, 2012;
Kelly, 2012a) นอกจากนี้ การยา้ ยถน่ิ ยงั ท�ำ ใหผ้ หู้ ญงิ เปลยี่ นบทบาทตนเอง
ใหก้ ลายเปน็ ผหู้ ารายได้ใหก้ บั ครวั เรอื นตน้ ทางซง่ึ ตวั ชวี้ ดั ความส�ำ เรจ็ อาจจะ

— 188 —

สรอ้ ยมาศ รงุ่ มณี

เปน็ บ้านหลงั ใหมท่ ีท่ นั สมยั (Mills, 1999; Rigg, 2005)
อย่างไรก็ตาม งานที่ศึกษาการเลื่อนชั้นทางสังคมของตัวผู้ย้ายถิ่นใน

การเคล่ือนย้ายระหว่างประเทศโดยเฉพาะในกรณีของแรงงานย้ายถ่ินไทย
ในตา่ งประเทศยงั มคี อ่ นขา้ งจ�ำ กดั โดยมากจะเนน้ ไปทวี่ ถิ ชี วี ติ ความเปน็ อยู่
และความสัมพันธ์กับครัวเรือนต้นทาง (พัฒนา, 2553; Kaminer, 2005)
หรอื เนน้ ทกี่ ารเลอ่ื นชนั้ ทางสงั คมของผหู้ ญงิ ทแี่ ตง่ งานขา้ มวฒั นธรรมกบั ชาย
ชาวตะวนั ตก ซงึ่ งานวจิ ยั ของ อเลก็ ซานเดอร์ ทรปู๊ และโฆษติ า บตุ รรตั น์
(Alexander Trupp & Kosita Butratana, 2015) พบวา่ กลมุ่ ผู้ใหข้ อ้ มลู ซง่ึ
เปน็ ผหู้ ญงิ ไทยทส่ี มรสกบั คนออสเตรยี สว่ นใหญจ่ ะประสบความส�ำ เรจ็ ทาง
เศรษฐกิจหลังการย้ายถิ่นมาประเทศออสเตรีย ซึ่งผู้หญิงโดยส่วนใหญ่จบ
การศกึ ษาภาคบงั คบั ท�ำ ใหห้ างานนอกบา้ นทไี่ มใ่ ชง่ านแรงงานไมไ่ ด้ แตโ่ ดย
ภาพรวม พวกเธอมชี วี ติ ความเปน็ อยทู่ ด่ี ขี นึ้ และมรี ายไดส้ ง่ กลบั บา้ นโดยมา
จากการพงึ่ พาค่สู มรส

เพ่ือที่จะทำ�ความเข้าใจการเล่ือนช้ันทางสังคมที่เปล่ียนผ่านจากการ
ยา้ ยถนิ่ ระหวา่ งประเทศ บทความน้ีใชก้ รณศี กึ ษาการยา้ ยถน่ิ ของคนไทยใน
ออสเตรเลีย โดยรวบรวมข้อมูลจากการศึกษาเอกสารนโยบายการอพยพ
และงานวจิ ยั นอกจากน้ี ผเู้ ขยี นไดส้ มั ภาษณค์ นไทยทอี่ ยอู่ าศยั ในมหานคร
ซดิ นยี ์ ประเทศออสเตรเลยี จ�ำ นวน 10 ราย ในจ�ำ นวนน้ี สองรายเปน็ ผยู้ า้ ย
ถน่ิ เขา้ มาในออสเตรเลยี ในทศวรรษ 1970 และ 1990 ในขณะทผ่ี ู้ใหข้ อ้ มลู
รายอื่นๆ เป็นผู้ย้ายถิ่นเข้ามาหลังปี 2000 โดยท้ังหมดจบการศึกษาระดับ
อดุ มศกึ ษาจากประเทศไทย ใชว้ ซี า่ นกั เรยี นและมจี ดุ ประสงคเ์ รยี นภาษาและ
ทำ�งานไปพร้อมกัน บทความแบ่งการนำ�เสนอออกเป็นสี่ส่วน ส่วนแรก
เปน็ การทบทวนกรอบแนวคดิ เรอื่ งพน้ื ทกี่ บั การเลอื่ นชนั้ ทางสงั คมซงึ่ ผเู้ ขยี น
เรยี กวา่ “การเลอ่ื นยา้ ยเชงิ พนื้ ทที่ างสงั คม” (socio-spatial mobility) สว่ น
ที่สอง เป็นประวัติศาสตร์การย้ายถิ่นของคนไทยในออสเตรเลียและการ

— 189 —

การเล่อื นยา้ ยเชิงพ้ืนท่ีทางสังคมของคนไทยในออสเตรเลีย

เล่ือน­ชั้นทางสังคมของผู้ย้ายถิ่นไทยรุ่นแรก ส่วนท่ีสาม เป็นการวิเคราะห์
การเลอ่ื น­ชน้ั ทางสงั คมของผยู้ า้ ยถน่ิ รนุ่ ปจั จบุ นั และสว่ นสดุ ทา้ ย เปน็ บทสรปุ
เน้นย้ำ�ถึงความสามารถในการเลื่อนชั้นทางสังคมท่ีไม่เท่ากันของผู้ย้ายถ่ิน
อนั เน่ืองมาจากชว่ งเวลาการย้ายถิ่นและนโยบายรฐั

การเล่อื นช้ันทางสงั คม (Social Mobility)
การเคล่อื นยา้ ยเชงิ พื้นที่ (Spatial Mobility)
และการเลอื่ นย้ายเชงิ พื้นทีท่ างสังคม
(Socio-spatial Mobility)

การเล่ือนช้ันทางสังคม (social mobility) เป็นประเด็นที่นักสังคม-
วทิ ยาสนใจมาชา้ นานวา่ การกลายเปน็ สงั คมอตุ สาหกรรมจะท�ำ ใหป้ จั เจกชน
ส่วนหนึ่งท่ีมีความสามารถ มีความพยายาม หรือโชคดี สามารถเลื่อนชั้น
ทางสงั คมได้ กอ่ ใหเ้ กดิ ความไมเ่ ทา่ เทยี มและล�ำ ดบั ชน้ั ทางสงั คมจากคนรนุ่
หนึ่งสู่อีกรุ่น (Favell & Recchi, 2011) หรือเป็นการเปล่ียนผ่านของการ
จดั สรรทรพั ยากรและต�ำ แหนง่ ทางสงั คมของปจั เจก ครอบครวั หรอื กลมุ่ คน
ภายใตโ้ ครงสรา้ งสงั คมหรอื เครอื ขา่ ยทถ่ี กู ก�ำ หนดไวแ้ ลว้ (Kaufman et al.,
2004, p. 747) แตใ่ นยคุ โลกาภวิ ตั น์ การเคลอ่ื นยา้ ยเชงิ พน้ื ท่ี (spatial mo-
bility) เชน่ การยา้ ยถน่ิ การเดนิ ทางระยะยาว รวมถงึ การเคลอ่ื นทข่ี องทงั้
ผู้คน ส่ิงของ บริการข้ามพ้ืนท่ีเกิดขึ้นเป็นปกติอันเป็นสัญลักษณ์แสดงถึง
สงั คมทถ่ี กู เชอื่ มโยงเปน็ เครอื ขา่ ยในยคุ ปจั จบุ นั นกั วชิ าการกลมุ่ การเคลอ่ื น
ยา้ ยศ­ กึ ษา (mobility turn) จงึ น�ำ เสนอกรอบแนวคดิ เพอ่ื อธบิ ายมติ คิ วาม
สัมพันธ์ระหว่าง “สิ่งท่ีเคล่ือน” กับ “พ้ืนที่” ซ่ึงในทีนี้การเคลื่อนย้ายเชิง
พื้นท่ีมีความหมายมากกว่าการเคลื่อนระหว่างจุดเร่ิมต้นไปยังจุดหมาย

— 190 —

สร้อยมาศ รงุ่ มณี

ปลายทางเป็นเส้นตรง ในท่ีน้ี การเคล่ือนย้ายเชิงพื้นที่ของสิ่ง (entities)
อาจจะส่งอิทธิพลต่อจุดออกตัว ช่วงเวลาของการเดินทาง และจุดหมาย
ปลายทางดว้ ย และการเปลย่ี นรปู แบบการเคลอ่ื นยา้ ยกอ็ าจจะเปน็ พน้ื ฐาน
ของการเปลยี่ นแปลงทางสงั คมดว้ ย ยงิ่ ไปกวา่ นนั้ แนวคดิ เรอื่ งการเคลอ่ื น
ย้ายศึกษายังเสนอให้พิจารณาความไม่ต่อเนื่องของการเคล่ือนย้ายหลาย
ลกั ษณะ เชน่ ประกอบไปดว้ ย การหยดุ นงิ่ ในพน้ื ที่ (spatial fixity) การ
อยู่อาศัย (dwelling) การหยดุ นง่ิ ชวั่ ขณะ (mooring) เป็นต้น ซง่ึ ลกั ษณะ
ดังกล่าวอาจไม่ได้เกิดจากตัว “สิ่ง” นั้นเองก็ได้ แต่อาจเป็นเง่ือนไขทาง
โครงสร้างเชิงอำ�นาจ เช่น ระเบียบกฎเกณฑ์ที่กำ�กับการเคลื่อน (Cress-
well, 2006; Urry, 2000) ซง่ึ ภายใตก้ รอบคดิ การเคลอื่ นยา้ ยศกึ ษาดงั กลา่ ว
คำ�ถามสำ�คัญที่บทความน้ีต้องการพิจารณาคือการเคล่ือนย้ายเชิงพ้ืนที่ซึ่ง
เปน็ การเคลอื่ นยา้ ยเชงิ กายภาพมคี วามเกย่ี วขอ้ งหรอื สง่ ผลตอ่ มติ กิ ารเลอ่ื น
ชนั้ ทางสงั คมอยา่ งไร ซงึ่ ในทนี่ ้ี ผเู้ ขยี นขอเรยี กการปรบั ใชแ้ นวคดิ การเคลอื่ น
ย้ายเชิงพ้ืนท่ีท่ีสัม­พันธ์กับมิติการเคล่ือนย้ายทางสังคมว่า “การเลื่อนย้าย
เชิงพ้ืนทที่ างสงั คม” (socio-spatial mobility)

ฟลิ ปิ เอฟ เคลลี (Philip F. Kelly, 2012b) ตง้ั ขอ้ สงั เกตวา่ การศกึ ษา
เรอ่ื งการเลอื่ นชน้ั ทางสงั คมหรอื การเปลยี่ นแปลงชนชน้ั (class) ของปจั เจก­
ชนจากชั้นหน่ึงไปสู่ชั้นอื่นในสังคมไม่ว่าจะพิจารณาตามกรอบมาร์กซิสต์
(Marxist) ในเร่ืองการเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต หรือตามกรอบมักซ์
เวเบอร์ (Max Weber) ทใี่ ชอ้ �ำ นาจทางเศรษฐกจิ สงั คม และการเมอื งเปน็
ตัววัดก็ตาม การเล่ือนช้ันทางสังคมมักถูกทำ�ความเข้าใจบนฐานของภูมิ-
ศาสตรร์ ะดบั ชาติ (national scale) มากกวา่ ทจ่ี ะขา้ มพรมแดน ดงั นน้ั เรา
จึงมักเห็นการต้ังคำ�ถามในพ้ืนที่ขนาดย่อย เช่น การผลิตซำ้�ทางชนช้ันใน
พื้นที่ท่ีกลายเป็นเมือง และสภาพของชนชั้นแรงงานเมือง และพื้นที่ทาง
เศรษฐกิจในฐานะพื้นท่ีพิเศษที่กักแรงงานเอาไว้ (Pratt, 1989) หรือใน

— 191 —

การเล่ือนยา้ ยเชงิ พ้ืนท่ีทางสงั คมของคนไทยในออสเตรเลีย

ประเทศไทย (ปกรฒ์ เช้ือแก้วจิญดา, 2559) ใช้แนวคิดการจัดช่วงชั้นทาง
สังคมศึกษาประสบการณ์ มุมมอง และทัศนคติของคนกวาดถนนสังกัด
กรงุ เทพมหานครซ่งึ ถือว่าเปน็ อาชีพทต่ี ำ่�ตอ้ ยในสงั คม การวิเคราะหช์ นชนั้
ดังกล่าวราวกับว่าชนชั้นทางสังคมเป็นลักษณะที่เกิดในพ้ืนที่แห่งหน่ึงท่ี
บรรจกุ ระบวนการทางชนช้นั เอาไว้ (Kelly, 2012b, p. 163)

ในสถานการณท์ มี่ กี ารเคลอื่ นยา้ ยประชากรระดบั โลกจ�ำ นวนมากดงั ยคุ
ปจั จบุ นั การยา้ ยถน่ิ ระหวา่ งประเทศไดน้ �ำ มาซงึ่ การเปลยี่ นแปลงการกอ่ ตวั
ทางชนช้ันและการเลื่อนช้ันทางสังคมท้ังที่สังคมต้นทางและปลายทาง ใน
พ้ืนที่ต้นทาง อาจมีเพียงครัวเรือนที่มีฐานะที่สามารถระดมทรัพยากรใน
การจ่ายค่าเดินทางไปทำ�งานในต่างประเทศซ่ึงมีค่าใช้จ่ายสูง (Barney,
2011; Kelly, 2011) ในขณะท่ีเงินส่งกลับบ้านในกรณีท่ีแรงงานประสบ
ความส�ำ เรจ็ อาจท�ำ ใหค้ รวั เรือนปลายทางสามารถยกระดบั และสถานภาพ
ทางเศรษฐกิจได้ นอกจากน้ี ถ้าเราพิจารณาชนช้ันทางสังคมแบบเป็น​
กระบวนการ (process) ในการย้ายถิ่นระหว่างประเทศ เราอาจพบความ
ซบั ซอ้ นของกระบวนการดงั กลา่ ว เชน่ กรณแี รงงานฟลิ ปิ ปนิ สท์ ยี่ า้ ยถนิ่ ไป
เปน็ คนรบั ใช้ในบา้ นในประเทศแคนาดา พวกเขามกี ารศกึ ษาทดี่ แี ตต่ อ้ งลด
สถานะทางสงั คมลงสกู่ ารเปน็ ชนชน้ั แรงงาน แตป่ จั จยั ในเรอ่ื งเครอื ขา่ ยทาง
สังคมของแรงงานในประเทศต้นทางและปลายทางและโครงสร้างสังคม
ในฟิลิปปินส์ท่ีการเลื่อนช้ันทางสังคมสูงข้ึนทำ�ได้ค่อนข้างยาก แรงงาน
ฟลิ ปิ ปนิ สท์ มี่ ที กั ษะจ�ำ นวนมากจงึ ตอ้ งการออกจากการเลอื่ นชนั้ แบบปดิ ใน
ประเทศตนเองสกู่ ารแสวงโชคในประเทศพัฒนาแลว้ (Kelly, 2012b)

เจอรัลดีน แพรตต์ (Geraldine Pratt, 1999) ศึกษาการย้ายถิ่นของ
แรงงานฟลิ ิปปินสเ์ ช่นกนั และต้ังข้อสงั เกตว่าการยา้ ยถน่ิ ไดท้ ำ�ใหผ้ ู้ยา้ ยถิน่
เคลอ่ื นจากสถานการณภ์ ายในประเทศตน้ ทางทส่ี ถานะของพวกเขาอาจจะ
สามารถเป็นนายจ้างหรือผู้จ้าง ให้กลายสถานะสู่การเป็นคนรับใช้ใน

— 192 —

สรอ้ ยมาศ รงุ่ มณี

ประเทศอน่ื ในกรณกี ารยา้ ยถน่ิ ของแรงงานฟลิ ปิ ปนิ ส์ แรงงานจ�ำ นวนมาก
ท่ีสามารถอยู่ในสถานะชนช้ันกลางในประเทศต้นทางได้กลายเป็นแรงงาน
ระดบั ลา่ งในประเทศปลายทาง งานของ สรอ้ ยมาศ รงุ่ มณี (Rungmanee,
2014) กลา่ วถงึ การเปลยี่ นสถานภาพทางชนชน้ั ในการยา้ ยถนิ่ ขา้ มแดนของ
แรงงานโดยศกึ ษาการเคลอ่ื นยา้ ยของแรงงานลาวในประเทศไทย พบวา่ การ
จัดชนชั้นทางสังคมบนฐานของการครอบครองปัจจัยการผลิตอาจใช้ไม่ได้
ในกรณนี ้ี เนอ่ื งจากแรงงานลาวเมอ่ื อยทู่ ห่ี มบู่ า้ นตน้ ทางตา่ งเปน็ เจา้ ของทด่ี นิ
และตา่ งสามารถจา้ งแรงงานรบั จา้ งในหมบู่ า้ นมาเปน็ แรงงานในฤดเู พาะปลกู
แตเ่ มอ่ื พวกเขาเดนิ ทางขา้ มแดนมาเปน็ แรงงานในประเทศไทย พวกเขากลาย
เปน็ ชนชน้ั แรงงานและยงั ถกู กดทบั ดว้ ยสถานภาพความเปน็ ตา่ งดา้ ว ซง่ึ การ
เลอ่ื นชนั้ ทางสงั คมต�่ำ ลงของแรงงานลาวในไทยในกรณนี ้ีไดท้ �ำ ใหค้ รวั เรอื น
ในหมบู่ า้ นตน้ ทางสามารถเลอ่ื นชน้ั สงู ขน้ึ ผา่ นการมบี า้ นหลงั ใหม่ ผา่ นวฒั น-
ธรรมการบริโภคแบบเมอื งและความสามารถในการซอื้ ทดี่ นิ ได้เพ่ิมขึ้น

บทความนี้ใชแ้ นวคดิ การเคลอ่ื นยา้ ยเชงิ พนื้ ทก่ี บั การเลอื่ นชน้ั ทางสงั คม
บนฐานของงานวจิ ยั ขา้ งตน้ ในการพจิ ารณาผยู้ า้ ยถนิ่ คนไทยในออสเตรเลยี
โดยจะพจิ ารณาความซบั ซอ้ นของการเลอ่ื นชน้ั ทางสงั คมขา้ มพน้ื ท่ี และช้ีให้
เหน็ วา่ ในบางกรณกี ารยา้ ยถน่ิ ระหวา่ งประเทศสามารถน�ำ มาสกู่ ารเลอื่ นชนั้
ทางสงั คมต�ำ่ ลงหรอื อาจจะเลื่อนสงู ขึน้ หรือเปลยี่ นแปลงสลบั ไปมาได้ ซง่ึ
ในการอธิบายการเลื่อนช้ันทางสังคมโดยมากเป็นการอธิบายผ่านกรอบคู่
ตรงขา้ มระหวา่ งการยา้ ยถน่ิ ทท่ี �ำ ใหเ้ กดิ การเลอ่ื นชน้ั ขน้ึ และลง อยา่ งไรกต็ าม
ผู้เขียนเสนอให้มองการย้ายถ่ินระหว่างประเทศท่ีมีพลวัต โดยช้ีให้เห็นว่า
โอกาสในการเลอ่ื นชน้ั ทางสงั คมระหวา่ งผยู้ า้ ยถนิ่ เขา้ มาในยคุ แรก (ทศวรรษ
1970–1990) และผู้ย้ายถิ่นในยุคต่อมามีความแตกต่างกันทั้งน้ีเน่ืองจาก
กฎระเบยี บการยา้ ยถน่ิ สถานการณท์ างเศรษฐกจิ และสงั คมทเ่ี ปลยี่ นแปลง
และปริมาณการย้ายถ่ินของคนไทยสู่ออสเตรเลียมีมากขึ้นกว่าเดิมหลาย

— 193 —

การเล่อื นย้ายเชิงพ้ืนท่ีทางสังคมของคนไทยในออสเตรเลยี

รอ้ ยเทา่ แตก่ ไ็ มใ่ ชว่ า่ ผยู้ า้ ยถน่ิ เหลา่ นจี้ ะตอ้ งตดิ อยกู่ บั สถานะทางสงั คมโดย
เล่ือนช้ันข้ึนหรือลงท่ีเป็นความสัมพันธ์แนวต้ังน้ีไปตลอด ในส่วนต่อไปจะ
กลา่ วถงึ บรบิ ททางประวตั ศิ าสตรก์ ารยา้ ยถนิ่ ของคนไทยในออสเตรเลยี และ
การเล่ือนชัน้ ทางสังคมของผยู้ ้ายถน่ิ ไทยรนุ่ แรก

ประวตั ศิ าสตรก์ ารยา้ ยถน่ิ ของคนไทยในออสเตรเลยี
และการเลื่อนชั้นทางสังคมของผู้ย้ายถิ่นรุ่นแรก

ออสเตรเลยี เปน็ ประเทศทกี่ �ำ เนดิ ขนึ้ จากการอพยพของผยู้ า้ ยถน่ิ ตง้ั แต่
อดตี จนปจั จบุ นั หลงั จากคน้ พบทวปี ออสเตรเลยี ระหวา่ ง ค.ศ. 1788–1848
สหราชอาณาจกั รซงึ่ ยดึ ครองออสเตรเลยี ในฐานะอาณานคิ มได้ใชด้ นิ แดนนี้
เปน็ อาณานคิ มส�ำ หรบั นกั โทษ ผตู้ งั้ ถนิ่ ฐานในยคุ แรกโดยมากจงึ เปน็ นกั โทษ
และครอบครวั ของทหารทถ่ี กู สง่ มาจากประเทศเจา้ อาณานคิ ม จนศตวรรษ
ท่ี 19 เกิดปรากฏการณ์ตื่นทอง (Gold Rush) ส่งผลให้ผู้ท่ีมิใช่นักโทษ
อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในทวีปออสเตรเลียมากขึ้นเร่ือยๆ ในจำ�นวนน้ีมี
ประชากรจนี และมองโกลรวมอยรู่ าวรอ้ ยละ 3.3 ของจ�ำ นวนประชากรทง้ั หมด
(Australian Government, 2015) หลังการสถาปนาเครือรัฐออสเตรเลีย
(Commonwealth of Australia) เม่ือวันที่ 1 มกราคม 1901 พระราช­
บัญญัติเกี่ยวกับการอพยพโยกย้ายฉบับแรกมีจุดประสงค์เพื่อจำ�กัดการ
อพยพยา้ ยถน่ิ ไวเ้ ฉพาะชาวยโุ รปโดยก�ำ เนดิ เพอ่ื ทจ่ี ะสรา้ งออสเตรเลยี ใหเ้ ปน็
ดนิ แดนของคนผวิ ขาว (White Australia Policy)1 เพอื่ ลดการแขง่ ขนั ทาง

1  ในทน่ี ห้ี มายรวมถงึ ทง้ั เปน็ ดนิ แดนของประชากรผวิ ขาวและเปน็ ดนิ แดนทม่ี คี วามบรสิ ทุ ธ์ิ
ทางเชื้อชาติ พระราชบัญญัติน้ียังกำ�หนดลักษณะผู้ย้ายถิ่นที่ไม่เป็นที่ต้องการ เช่น

— 194 —

สร้อยมาศ รงุ่ มณี

เศรษฐกิจระหวา่ งผตู้ ั้งรกรากจากยโุ รปกบั ผอู้ พยพทีม่ าจากทวปี เอเชีย
แตใ่ นทสี่ ดุ รฐั บาลออสเตรเลยี กจ็ �ำ เปน็ จะตอ้ งเปลยี่ นทศิ ทางและยกเลกิ

การจ�ำ กดั การยา้ ยถน่ิ เมอ่ื สถานการณก์ ารเมอื งโลกเปลย่ี นแปลง หลงั สงคราม​
โลกครง้ั ทส่ี อง (ปี 1949 เปน็ ตน้ มา) ความจ�ำ เปน็ ในการพฒั นาอตุ สาหกรรม
และเพิ่มศักยภาพทางการทหารจึงทำ�ให้รัฐบาลเน้นรับผู้อพยพและผู้พลัด
ถน่ิ หลงั สงครามจากประเทศในทวปี ยโุ รป2 นอกจากน้ี ชว่ งสงครามอนิ โดจนี
รัฐบาลเริ่มคำ�นึงถึงผลประโยชน์ของออสเตรเลียท่ีจะเป็นผู้นำ�ในเอเชีย
แปซิฟิก และยอมรับหลักการการรับผู้ลี้ภัยโดยไม่เลือกปฏิบัติ (Immigra-
tion without discrimination) (Jupp, 1995) โดยสรปุ รฐั บาลออสเตรเลยี
รบั ผลู้ ภ้ี ยั ระหวา่ งปี 1975 ถงึ 1997 รวมทง้ั สน้ิ 185,700 ราย แบง่ เปน็ ผลู้ ภ้ี ยั
จากเวียดนาม (157,863 ราย) กัมพูชา (17,605 ราย) และลาว (10,239
ราย) (UNHCR, 2000, p. 98) ซ่ึงผู้ย้ายถ่ินจากประเทศเหล่านี้จำ�นวนมาก
อาศัยอยู่ตามค่ายผู้ล้ีภัยบริเวณชายแดนไทยหรือเกิดท่ีชายแดนไทยใน
ระห­ วา่ งรอการอพยพไปประเทศทส่ี าม3 ท�ำ ใหพ้ บวา่ ผยู้ า้ ยถน่ิ ไทยรนุ่ แรกๆ 

มีอาการทางจิต เป็นโรคติดต่อ โสเภณี เป็นบุคคลจัดว่าอันตราย เช่น อาชญากร
ผู้ใช้แรงงานหนัก และต้องผ่านแบบทดสอบท่ีเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาตระกูลยุโรป
ดงั นน้ั จงึ จ�ำ เปน็ ทจ่ี ะตอ้ งรหู้ นงั สอื (Department of Immigration and Border Protec-
tion, 2017)
2  ประเทศดงั กลา่ ว ไดแ้ ก่ อติ าลี กรซี โปแลนด์ ยโู กสลาเวยี ลตั เวยี ลทิ วั เนยี เอส­โตเนยี
ยูเครน เชโกสโลวาเกีย และฮังการี
3  ดงั นน้ั เมอ่ื รฐั บาลส�ำ รวจส�ำ มะโนประชากรซง่ึ จะมคี �ำ ถามถงึ ประเทศทเ่ี กดิ (country of
birth) จงึ มปี ระชากรจ�ำ นวนหนง่ึ ระบวุ า่ เปน็ ผเู้ กดิ ในแผน่ ดนิ ไทย ขอ้ มลู ปี 1986 ระบวุ า่
ประชากรทเ่ี กดิ ในประเทศไทยทอี่ ยอู่ าศยั ในออสเตรเลยี มจี �ำ นวน 6,998 คน แตม่ เี พยี ง
แค่คร่ึงเดียวในจำ�นวนนี้ที่มีเชื้อชาติไทย (Department of Immigration and Citizen-
ship 2011).

— 195 —

การเล่ือนยา้ ยเชิงพ้ืนท่ที างสงั คมของคนไทยในออสเตรเลีย

ในออสเตรเลียที่มีภูมิลำ�เนาในจังหวัดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงใต้บาง
สว่ นจงึ ยา้ ย­ถน่ิ เขา้ มายงั ออสเตรเลยี พรอ้ มกบั เครอื ญาตทิ ล่ี ภี้ ยั จากประเทศ
สงครามเหล่านีเ้ ชน่ กัน

ในยุคเปิดรับการย้ายถ่ินยุคแรก ประชากรของออสเตรเลียยังเบาบาง
และกระบวนการให้สัญชาติของรัฐยังทำ�ได้โดยง่าย ผู้เขียนมีโอกาสได้พบ
กับ คุณเฉลียว ทองศรีนุ่น นายกสมาคมร้านอาหารไทยในออสเตรเลีย
ปัจจุบันอายุ 70 ปี หน่ึงในคนไทยท่ีย้ายถ่ินเข้ามาอยู่ในออสเตรเลียในปี
1973 จากการแนะนำ�ของอาจารย์สอนภาษาไทยในมหาวิทยาลัยที่ผู้เขียน
ศกึ ษาในออสเตรเลยี คณุ เฉลยี ว (หรอื ทคี่ นรนุ่ หลงั เรยี กวา่ “คณุ ลงุ เฉลยี ว”)
ใหข้ อ้ มลู วา่ ตนเปน็ คนจงั หวดั พทั ลงุ จบการศกึ ษาระดบั อาชวี ศกึ ษาแลว้ ได้
งานเปน็ คนดแู ลบา้ นของเจา้ หนา้ ทส่ี ถานทตู เมอ่ื ไดร้ บั การชกั ชวนใหเ้ ดนิ ทาง
มาทอ่ งเทย่ี วในออสเตรเลยี คณุ เฉลยี วซง่ึ ในเวลานน้ั เหน็ วา่ ประเทศไทยก�ำ ลงั
มีความวุ่นวายทางการเมอื งและเศรษฐกิจตกตำ่�จึงเดินทางเข้าออสเตรเลยี
ดว้ ยวซี า่ ทอ่ งเทย่ี วแลว้ ตดั สนิ ใจอยหู่ างานท�ำ ในเมอื งซดิ นยี เ์ พราะมรี ายไดแ้ ละ
โอกาสทด่ี ี ขณะทค่ี นไทยจ�ำ นวนมากในยคุ นน้ั มงุ่ ไปสหรฐั อเมรกิ า คณุ เฉลยี ว
เลือกที่จะมาออสเตรเลียแม้จะแทบไม่รู้จักเลยว่าออสเตรเลียมีสภาพเป็น
อยา่ งไร เมอ่ื มาถงึ แลว้ พบวา่ แรงงานเปน็ ทต่ี อ้ งการจนเรยี กวา่ สามารถเปลย่ี น
งานไดต้ ลอดเวลา “วนั นที้ �ำ งานหนงึ่ พรงุ่ นห้ี างานใหมก่ ไ็ ด้ ถา้ ไมช่ อบ บา้ น
เมืองก็ปลอดภัย ขับรถมาจอดเสียบกุญแจท้ิงไว้ก็ไม่หาย อาชญากรรมก็
ไม่มี หมาตายตัวหนึ่งน่ีลงหนังสือพิมพ์แล้วเพราะไม่มีข่าวจะลง” (เฉลียว
ทองศรีนนุ่ , สมั ภาษณ์ 22 กมุ ภาพันธ์ 2014)

ในยุคของคุณเฉลียว การย้ายถ่ินมาทำ�งานต่างประเทศคือการเดิน
ทางออกจากประเทศต้นทางในระยะยาว มาแล้วไม่ได้กลับจนเกือบสิบปี
ผ่านไป นอกจากน้ี หนทางการกลายเป็นพลเมืองไม่ใช่เร่ืองยากลำ�บาก
ดังเช่นยุคปัจจุบันเพราะเพียงไปรายงานตัวกับรัฐก็สามารถขอสัญชาติได้

— 196 —

สร้อยมาศ ร่งุ มณี

โดยไม่ยุ่งยาก เมื่อมีประสบการณ์ทำ�งานระยะหน่ึงและพอมีเงินทุนแล้ว
คุณเฉลียวจึงเป็นผู้ตั้งร้านอาหารไทยร้านแรกในซิดนีย์และประกอบธุรกิจ
ร้านอาหารเรื่อยมาจนในปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านอาหารไทยใจกลางเมือง
ซดิ นียข์ ายอาหารปักษ์ใตแ้ ละเป็นนักธุรกิจคนไทยท่ไี ด้รบั การยอมรับ

ประสบการณ์ของคุณลุงเฉลียวคล้ายคลึงกับประสบการณ์ของคุณ
เพชรา นาสตสี้ ์ เจา้ ของรา้ นอาหารไทยซงึ่ ผเู้ ขยี นเคยไปท�ำ งานเปน็ พนกั งาน
เสิร์ฟ คุณเพชรามีภูมิลำ�เนาอยู่จังหวัดหนองคาย ในปี 1986 ขณะท่ีคุณ
เพชรากำ�ลังศึกษาระดับปริญญาตรีปีแรกท่ีมหาวิทยาลัยรามคำ�แหง ญาติ
ซงึ่ ยา้ ยไปอยเู่ มอื งโอค๊ แลนด์ นวิ ซแี ลนด์ ชกั ชวนใหม้ าเยย่ี มเยยี น ญาตขิ อง
คุณเพชราเดินทางมากับคนลาวอพยพท่ีหนีสงครามในลาวเข้ามาจังหวัด
หนองคาย คุณเพชราจึงเดินทางไปโอ๊คแลนด์โดยการรับรองของญาติและ
อยทู่ �ำ งานในโรงงานอาหารทะเลทน่ี น่ั และยงั พยายามสรา้ งธรุ กจิ ของตนเอง
เชน่ เคยพยายามจะเปดิ รา้ นขายเสอื้ ผา้ แตก่ จิ การขาดทนุ จนปี 1993 ได้
พบกับสามีซ่ึงย้ายมาจากประเทศอังกฤษ จึงชวนกันย้ายมาต้ังรกรากใน
เมืองซิดนีย์และเปิดร้านอาหารร่วมกันเพราะเห็นว่าเป็นเมืองท่ีเศรษฐกิจดี
กวา่ ทโี่ อค๊ แลนด์ คณุ เพชราท�ำ งานอยา่ งหนกั และยงั เปน็ ผรู้ บั รองพสี่ าวของ
ตนเองสองคนให้ย้ายถิ่นเข้ามาในออสเตรเลียเพ่ือเป็นแม่ครัวที่ร้านอาหาร
ด้วย “สมัยก่อนมันทำ�ได้ เราไม่มีแรงงานเราก็สปอนเซอร์คนไทยด้วยกัน
มาทำ�งานครัวได้ รัฐบาลเขาให้ แต่ตอนนี้ทำ�ได้ยาก แล้วก็แพงมากด้วย”
เม่ือให้เปรียบเทียบเส้นทางชีวิตของตนเองกับคนรุ่นปัจจุบันที่เข้ามาอยู่ท่ี
ซิดนีย์ คุณเพชรากล่าวว่า “มันไม่เหมือนกันนะ เดี๋ยวน้ีจะมาก็ยาก ค่าใช้
จา่ ยมนั สงู อะไรๆ กแ็ พง มนั ไมใ่ ชจ่ ะลงทนุ แลว้ ตงั้ ตวั ไดแ้ บบเมอื่ กอ่ น รา้ น
อาหารไทยกม็ เี ยอะแลว้ ” (เพชรา นาสตส้ี ,์ สมั ภาษณ์ 25 กมุ ภาพนั ธ์ 2014)

ปจั จบุ นั คณุ เพชราเปน็ เจา้ ของรา้ นอาหารขนาด 100 ทน่ี ง่ั ในยา่ นการคา้
ขนาดใหญ่ของเมืองซิดนีย์ ร้านอาหารแห่งนี้ยังเป็นแหล่งงานของนักเรียน

— 197 —

การเล่ือนย้ายเชงิ พ้ืนท่ีทางสังคมของคนไทยในออสเตรเลีย

ไทยและผู้หญิงไทยที่ย้ายถ่ินจากการแต่งงานกับคนออสเตรเลียด้วย
นอกจากนี้ คณุ เพชรายงั คงเดนิ ทางกลบั บา้ นทห่ี นองคายทกุ ปเี พอื่ ไปเยย่ี ม
ครอบครัว และไปทำ�บุญในวัดประจำ�ตำ�บลซ่ึงแม้ไม่ได้คิดจะกลับไปอยู่ที่
ประเทศไทยแล้ว แต่ก็คดิ ว่าตนเองยังผูกพันกับแผน่ ดินเกดิ

คุณเฉลียวและคุณเพชราเป็นตัวอย่างผู้ย้ายถิ่นคนไทยในออสเตรเลีย
รนุ่ บกุ เบกิ ทสี่ ามารถสรา้ งฐานะทางเศรษฐกจิ โดยอยใู่ นชว่ งเวลาทไ่ี ดเ้ ปรยี บ
ในเรื่องของนโยบายการรับผู้ย้ายถ่ินของประเทศออสเตรเลียในขณะน้ัน
และยังมีโอกาสจากการทำ�งานที่ยังมีการแข่งขันไม่สูง ในปัจจุบันเจ้าของ
ธุรกิจร้านอาหารไทยในรัฐนิวเซาท์เวลส์มีการรวมตัวกันในรูปแบบสมาคม
ร้านอาหาร และรวมตัวกันเองโดยเฉพาะกลุ่มเจ้าของรา้ นอาหารร่นุ แรกๆ 
ทย่ี า้ ยถนิ่ เขา้ มาในยคุ 1980–1990 ซง่ึ ตา่ งสามารถพฒั นารา้ นอาหารจนเปน็
กจิ การขนาดกลางถงึ ใหญ่ บางรายมหี ลายสาขา และอาหารไทยกลายเปน็
อาหารท่เี ปน็ ทร่ี จู้ ักจนแทบจะพบรา้ นอาหารไทยทกุ มุมถนนในเมืองซิดนีย์

ในส่วนต่อไปจะกล่าวถึงประสบการณ์และลักษณะการย้ายถ่ินของ
ผู้ย้ายถิ่นคนไทยรุ่นต่อมาซึ่งมีความแตกต่างกับผู้ย้ายถิ่นรุ่นแรกในเรื่อง
กฎ­เกณฑก์ ารยา้ ยถน่ิ เงอื่ นไขและคา่ ใชจ้ า่ ยซง่ึ แมว้ า่ ผยู้ า้ ยถนิ่ รนุ่ ตอ่ มาจะมี
การศกึ ษาระดบั มหาวทิ ยาลยั ทง้ั หมด แตก่ ารจะเลอ่ื นชนั้ ทางสงั คมสเู่ จา้ ของ
ธรุ กจิ หรอื การอยอู่ าศยั ในออสเตรเลยี ในระยะยาวเปน็ เรอื่ งยากและตอ้ งใช้
ความพยายามดิ้นรนมากกวา่

— 198 —

สรอ้ ยมาศ รุ่งมณี

นโยบายการย้ายถิน่ หลงั ปี 2000 จนถึงปัจจบุ ัน
และการเลอ่ื นชนั้ ทางสังคมต�่ำลงของ
ผ้ยู า้ ยถน่ิ คนไทยในออสเตรเลยี

นโยบายเกี่ยวกับการย้ายถ่ินหลังปี 2000 และปรากฏการณ์การย้าย
ถน่ิ ในออสเตรเลยี มคี วามเปลย่ี นแปลงอยา่ งมนี ยั ส�ำ คญั ในขณะทก่ี ารอพยพ
ในยุคก่อนๆ เปน็ การเคลอ่ื นท่ีเพอื่ มาต้ังรกรากถาวร หลังปี 2000 เปน็ ตน้
มาพบวา่ มกี ารเพม่ิ ขน้ึ ของการอพยพทไ่ี มถ่ าวร (non-permanent migra-
tion) การไหลบ่าของผู้ย้ายถ่ินในยุคก่อนและปัญหาการก่อการร้ายทำ�ให้
รฐั หนั มาสนบั สนนุ การใหว้ ซี า่ ระยะสนั้ ๆ และเปดิ รบั การยา้ ยถน่ิ นอ้ ยลง รฐั
ออกนโยบายจำ�กัดการอนุญาตการย้ายถิ่นแบบถาวรไว้ท่ีแรงงานมีทักษะ
บางสาขาซง่ึ จะไดร้ บั วซี า่ ชวั่ คราวเปน็ เวลา 4 ปี และสามารถเปลยี่ นสถาน-
ภาพเป็นผู้พำ�นักถาวรได้4 การสมรสกับคนสัญชาติออสเตรเลีย และผู้ที่มี
แนวโน้มจะทำ�ประโยชน์ทางเศรษฐกิจใหก้ บั ออสเตรเลยี โดยลงทนุ 5 ล้าน
ดอลลารอ์ อสเตรเลยี ขนึ้ ไปเปน็ ระยะเวลาสป่ี ี ไมว่ า่ จะในธรุ กจิ ใดๆ หรอื ซอ้ื
อสงั หารมิ ทรพั ย์ในออสเตรเลยี และพ�ำ นกั อาศยั ในออสเตรเลยี เกนิ 180 วนั
สามารถได้สิทธิพำ�นักถาวรจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นนโยบายดึงดูด
นักลงทุนผู้ร�่ำ รวยโดยเฉพาะจากประเทศจนี

ประเภทวีซ่าระยะส้ันท่ีเป็นท่ีนิยมมากที่สุดหลังปี 2000 ได้แก่ วีซ่า

4  งานของ เลสลีย์แอน ฮอว์ธอร์น (Lesleyanne Hawthorne, 2010) ช้ีว่าระหว่างปี
2001–2006 มแี รงงานมที กั ษะทเ่ี ปลยี่ นสถานะจากผพู้ �ำ นกั ชว่ั คราวเปน็ ผพู้ �ำ นกั ถาวรโดย
พบว่า ผู้ท่ีทำ�งานเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศจำ�นวนถึง ร้อยละ 57 วิศวกร
จำ�นวน ร้อยละ 52 แพทย์ ร้อยละ 45 และนักบัญชี ร้อยละ 41 ท่ีอยู่ในออสเตรเลีย
เปน็ ผทู้ ีเ่ กิดในประเทศอื่น

— 199 —

การเล่ือนยา้ ยเชิงพ้ืนท่ที างสังคมของคนไทยในออสเตรเลยี

นกั เรยี น และวซี า่ ประเภท Woking and Holiday Makers (WHM) ส�ำ หรบั
เยาวชนในประเทศพฒั นาแลว้ ทอ่ี ายรุ ะหวา่ ง 18–30 ปี ซงึ่ ในแตล่ ะปมี ผี ยู้ น่ื
ขอวีซ่าประเภทน้ีมากกว่าหนึ่งแสนราย ระหว่างปี 2004–2005 พบว่ามีผู้
ยา้ ยถ่ินเพ่ือตง้ั รกรากในออสเตรเลียเพยี ง 123,424 ราย ในขณะท่ีมีผทู้ ถ่ี ือ
วีซ่าพำ�นักระยะสั้น 371,373 ราย [Department of Immigration and
Multicultural and Indigenous Affairs (DIMIA), 2006 cited in Hugo,
2006, p. 110] นอกจากนี้ รัฐบาลออสเตรเลียยังสนับสนุนการให้วีซ่ากับ
นักเรียนต่างชาติที่จะเข้ามาศึกษาต่อในออสเตรเลียและยังอนุญาตให้
นกั ศกึ ษาท�ำ งานนอกเวลาได้ไมเ่ กนิ 20 ชวั่ โมงตอ่ สปั ดาห์ ระบบการศกึ ษา
ของออสเตรเลยี มที ง้ั การเรยี นในระดบั มหาวทิ ยาลยั วทิ ยาลยั โรงเรยี นฝกึ
อาชพี (vocational training school) ซง่ึ เรยี นเปน็ ประกาศนยี บตั รระยะสน้ั
และได้รับความนิยมอย่างย่ิง วีซ่าสำ�หรับนักศึกษาระดับมหาวิทยาลัยให้
ตามระยะเวลาการศกึ ษา แตส่ �ำ หรบั ประกาศนยี บตั รระยะสน้ั นนั้ มตี ง้ั แต่ 3
เดอื น 6 เดอื น ไปจนถงึ 1 ปี ซง่ึ ผยู้ า้ ยถน่ิ เขามาพ�ำ นกั ชว่ั คราวดว้ ยการขอ
เขา้ มาเรยี นหลกั สตู รเหลา่ น้จี ะอยไู่ ด้ไมเ่ กนิ 8 ปเี ทา่ นนั้

ผลกระทบของนโยบายการย้ายถ่ินส่งผลต่อลักษณะการเคลื่อนย้าย
ของประชากรไทยในออสเตรเลยี ดว้ ย แมจ้ �ำ นวนประชากรไทยในออสเตรเลยี
เพม่ิ ขน้ึ อยา่ งรวดเรว็ หลงั ปี 20005 แตจ่ ากการวเิ คราะหฐ์ านขอ้ มลู ประชากร
ทเ่ี กดิ ในประเทศไทยและอาศยั อยใู่ นออสเตรเลยี ในปี 2011 ของ แทเมอร­์
เลน บีสลีย์ และคณะ (Tamerlaine Beasley et al., 2014) พบว่าโดย

5  ข้อมูลสำ�มะโนประชากรของรัฐบาลออสเตรเลียระบุว่าก่อนปี 2000 มีผู้ท่ีเกิดใน
ประเทศไทยอาศัยอยู่ในออสเตรเลียจำ�นวนเพียง 19,000 คน แต่ในปี 2011 ประเทศ​
ไทยติดอันดับที่ 10 จาก 15 อันดับประเทศต้นทางที่มีอัตราการเพ่ิมของผู้ย้ายถิ่นเข้า
ออสเตรเลยี มากทส่ี ดุ และมจี �ำ นวนผทู้ เี่ กดิ ในประเทศไทยทอี่ ยอู่ าศยั ในออสเตรเลยี เพมิ่
ข้นึ เป็น 61,910 คน (Australian Bureau of Statistics, 2015)

— 200 —

สร้อยมาศ รุ่งมณี

เฉลย่ี แลว้ ประชากรไทยมรี ะดบั การศกึ ษาดกี วา่ ประชากรในออสเตรเลยี ทว่ั ไป
กลา่ วคอื มสี ดั สว่ นของผจู้ บการศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรหี รอื สงู กวา่ ประชากร
โดยรวมของออสเตรเลยี ถงึ เกอื บสองเทา่ (ดู แผนภมู ิ 1) แตก่ ลบั ประกอบ
อาชพี ในกจิ การใชแ้ รงงาน และยงั มรี ายไดเ้ ฉลยี่ นอ้ ยกวา่ พลเมอื งกลมุ่ อนื่ ๆ 
ในออสเตรเลียด้วย (ดู แผนภูมิ 2)

ในกรณนี ้ี กรอบความคดิ เรอ่ื งการเลอ่ื นสถานภาพทางสงั คมและชนชน้ั
ขา้ มพรมแดนชว่ ยใหเ้ ราเขา้ ใจปรากฏการณ์ไดด้ ขี นึ้ ผเู้ ขยี นจะน�ำ ขอ้ มลู ภาค
สนามจากกลมุ่ คนไทยในซดิ นยี ท์ ผี่ เู้ ขยี นเคยรว่ มงานในรา้ นอาหารไทย รา้ น
อาหารตะวันตก และร้านนวดแผนไทยจำ�นวน 8 ราย ท่ีย้ายถ่ินเข้ามาใน
ช่วงหลังปี 2009 ท้ังหมดอายุระหว่าง 24–33 ปี แบ่งเป็นเพศชาย 3 คน
เพศหญิง 5 คน โดยผู้เขียนจะแบ่งลักษณะทางสังคมของผู้ย้ายถิ่นไทยใน
ออสเตรเลียรนุ่ ใหม่ ออกเป็น 3 ประเดน็ ดงั นี้

การลดความเช่ยี วชาญ (deprofessionalisation)
และการลดทักษะ (deskilling)

ผู้ย้ายถ่ินชาวไทยซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลทุกรายในท่ีน้ีเป็นผู้มีการศึกษาไม่
ต่ำ�กว่าปริญญาตรี 2 ใน 8 รายจบการศึกษาด้านบริหารธุรกิจจากมหา-
วิทยาลัยเอกชนท่ีใช้ภาษาอังกฤษในการสอน 2 รายจบด้านบริหารธุรกิจ
และเศรษฐศาสตรจ์ ากมหาวทิ ยาลยั เอกชน 3 รายจบจากมหาวทิ ยาลยั ของ
รฐั ในสาขาศลิ ปศาสตรแ์ ละวศิ วกรรมศาสตร์ และรายสดุ ทา้ ยจบการศกึ ษา
ด้านบริหาร​ธุรกิจจากมหาวิทยาลัยเปิด ทุกรายสมัครวีซ่านักเรียนเข้า
ประเทศออสเตรเลยี เพอื่ ลงเรยี นภาษาองั กฤษหรอื หลกั สตู รประกาศนยี บตั ร
และมีลักษณะก้ำ�ก่ึงระหว่างความต้องการเข้ามาทำ�งานหารายได้ การหา
ประสบการณ์ใหม่ ๆ และความต้องการในการเข้ามาศึกษาต่อ อย่างไร

— 201 —

การเล่ือนยา้ ยเชิงพ้ืนท่ที างสังคมของคนไทยในออสเตรเลยี

50% Education ai Born

Total Population

Precent of population 40%

30%

20%

10%

0%

Level of
education
not stated
Level of
education
inadequately
described

Certi cate level

Advanced
diploma and
diploma level

Bachelor
degree level
Graduate
diploma and
graduate
certi cate level
Postgraduate
degree level

แผนภมู ิ 1: ระดับการศึกษาของผทู้ ีม่ ถี ิน่ เกดิ ในประเทศไทยทีอ่ ยู่อาศยั ในออสเตรเลีย
เทียบกบั ประชากรทัง้ หมด ขอ้ มลู ปี 2013

25% Occupation ai Born

Total Population

Precent of population 20%

15%

10%

5%

0%

Labourers
Machinery
operators
and drivers
Sales
Clerical and
administrative
Community and
personal service
Technicians
and trades
Professionals

Managers

แผนภมู ิ 2: อาชีพของผทู้ ม่ี ถี นิ่ เกิดในประเทศไทยท่ีอยอู่ าศัยในออสเตรเลีย
เทยี บกับประชากรทง้ั หมด ขอ้ มลู ปี 2013
ทม่ี า: Beasley et al. (2014)

— 202 —

สร้อยมาศ รุง่ มณี

กต็ าม เมอื่ เขา้ มาหางานท�ำ ในออสเตรเลยี พวกเขามโี อกาสท�ำ งานแรงงาน
เท่านั้น ผู้ให้ข้อมูลสี่รายเป็นพนักงานเสิร์ฟและเป็นพ่อครัวในร้านอาหาร
สองรายท�ำ งานในรา้ นนวดแผนไทย หนง่ึ รายเปน็ ชา่ งท�ำ ผม และรายสดุ ทา้ ย
ท�ำ อาชพี ขบั รถเกบ็ ของเกา่ และขบั รถสง่ อาหาร ยง่ิ ออสเตรเลยี เปน็ ประเทศ
ทมี่ คี นไทยอาศยั อยเู่ พม่ิ ขนึ้ เรอ่ื ยๆ เครอื ขา่ ยทงั้ ทางเศรษฐกจิ สงั คมของคน
ไทยยง่ิ กวา้ งขวาง มกี ารสรา้ งพนื้ ทป่ี ระกาศรบั สมคั รงานในเวบ็ ไซตค์ นไทย
รวมถึงบริษัทรับทำ�วีซ่าท่ีคนไทยเป็นเจ้าของกิจการ ผู้ท่ีย้ายมาใหม่เมื่อมา
ถงึ แลว้ สามารถจะหางานท�ำ ในธรุ กจิ ของคนไทยได้ มที อี่ ยอู่ าศยั ในหอ้ งเชา่
ของคนไทย และมเี พอ่ื นทม่ี ปี ระสบการณ์ใหค้ �ำ แนะน�ำ เครอื ขา่ ยของนกั เรยี น
ไทยท่ีกลายเป็นแรงงานในออสเตรเลียมีอยู่อย่างกว้างขวาง6 และแม้กฎ-
หมายจะก�ำ หนดใหผ้ ถู้ อื วซี า่ นกั เรยี นท�ำ งานได้ไมเ่ กนิ 20 ชว่ั โมงตอ่ สปั ดาห์
แต่งานใช้แรงงานทุกประเภทเป็นงานเหมาจ่ายด้วยเงินสด ทำ�ให้นักเรียน
ไทยส่วนใหญท่ �ำ งานเกินช่วั โมงทก่ี �ำ หนดได้

ระหวา่ งปี 2012–2013 ผเู้ ขยี นท�ำ งานเปน็ ประชาสมั พนั ธ์ในรา้ นนวดแผน
ไทยท�ำ ให้ไดร้ จู้ กั กบั พนกั งานในรา้ นกวา่ สบิ คนซง่ึ ยา้ ยถน่ิ เขา้ มาออสเตรเลยี
ดว้ ยวซี ่านกั เรยี น พวกเขาลงทะเบียนเรยี นภาษาอังกฤษอาทติ ยล์ ะสองวัน
ทกุ คนจบการศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรแี ตไ่ ปฝกึ นวดแผนไทยเพอ่ื จะมาท�ำ งาน
รา้ นนวด วนั ละเกอื บ 10 ชวั่ โมง (เวลาท�ำ งาน 10.00 น. จนถงึ 21.30 น.)
ซ่ึงสร้างรายได้ให้อย่างต่ำ�วันละ 120 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (หรือสามารถ
มากกว่าวันละ 300 ดอลลาร์ออสเตรเลียในวันที่ลูกค้าเยอะ) ในแต่ละวัน
จะมีพนักงานนวดประจำ�ร้าน 7–8 คน ข้าว (นามสมมติ) เป็นหนึ่งใน
เพื่อนร่วมงานท่ผี ูเ้ ขยี นไดพ้ บและยงั ติดต่ออยู่จนปัจจุบนั

6  ดูงานท่ีศึกษาเก่ียวกับเครือข่ายทางสังคมของแรงงานนักเรียนไทยในออสเตรเลียได้
ใน ธนพฤกษ์ ชามะรัตน์ (2559)

— 203 —

การเล่อื นยา้ ยเชิงพ้ืนท่ีทางสงั คมของคนไทยในออสเตรเลยี

ข้าว (ปัจจุบันอายุ 30 ปี) เรียนจบปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจจาก
มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหน่ึงในกรุงเทพฯ เล่าว่ามีคนชักชวนให้มาออส-
เตรเลยี โดยเฉพาะใหม้ าท�ำ งานรา้ นนวดเพราะรายไดด้ ี ขา้ วจงึ กเู้ งนิ และเขา้
มาออสเตรเลยี ไดส้ องปแี ลว้ เนอ่ื งจากตอ้ งท�ำ เอกสารและหลกั ฐานการ­เงนิ
ท�ำ ใหต้ อ้ งใชบ้ รษิ ทั ท�ำ ใหโ้ ดยจา่ ยคา่ ท�ำ หลกั แสนซง่ึ จะตอ้ งผอ่ นคนื เมอ่ื มาถงึ
และได้งานทำ�แล้ว ข้าวยอมจ่ายเงินเพื่อท่ีจะได้มาทำ�งาน “ต่างประเทศ”
และเพอื่ เกบ็ เงนิ เรยี นหลกั สตู รเบเกอร่ี งานทขี่ า้ วท�ำ ในรา้ นนวดแผนไทยไม่
เกยี่ วขอ้ งกบั วฒุ กิ ารศกึ ษาของขา้ ว แตข่ า้ วกท็ �ำ เพอื่ ทจ่ี ะเกบ็ เงนิ “ไมร่ จู้ ะหา
งานอะไรท�ำ นะพี่ ถา้ ไมน่ วดกม็ แี ตง่ านรา้ นอาหาร งานท�ำ ความสะอาด หนู
ว่าทำ�งานร้านอาหารเหน่ือยกว่างานนวดอีก ต้องวิ่งเสิร์ฟตลอด งานนวด
นี่เวลาไม่มีลูกค้าก็ยังได้น่ังเฉยๆ บ้าง” (ข้าว, สัมภาษณ์, 25 สิงหาคม
2016) ในมมุ มองของขา้ ว คนไทยในออสเตรเลยี จ�ำ นวนมากเดนิ ทางมาเพอื่
ท�ำ งานหารายไดแ้ ละหาประสบการณม์ ากกวา่ มาเรยี นหนงั สอื ดว้ ยคา่ แรง
ข้ันตำ่�ท่ีสูงกว่าประเทศไทยถึงสิบเท่าทำ�ให้คนจำ�นวนมากท่ีเข้ามาทำ�งาน
เพียงระยะเวลาห้าปีและกินอยู่อย่างประหยัดสามารถต้ังตัวได้ และชีวิต
ความเปน็ อยใู่ นออสเตรเลยี กม็ คี ณุ ภาพกวา่ ประเทศไทย ซง่ึ ส�ำ หรบั บณั ฑติ
จากมหาวทิ ยาลยั เอกชนอยา่ งขา้ วคงไมส่ ามารถหางานบรษิ ทั ในไทยทม่ี รี าย
ไดเ้ ทา่ กบั รา้ นนวด นอกจากน้ี ผู้ใหข้ อ้ มลู รายอน่ื ตา่ งกลา่ วไปในทางเดยี วกนั
ในเรอื่ งโอกาสทางเศรษฐกจิ ในประเทศไทยทแ่ี มจ้ ะหาอาชพี แบบชนชน้ั กลาง
ไม่ต้องทำ�งานแรงงาน แต่คงจะเป็นเร่ืองยากที่จะมีรายได้ต่อเดือนเท่ากับ
ในออสเตรเลียซึ่งรายได้ท่ีผู้ย้ายถิ่นไทยได้รับนั้นเป็นระดับตำ่�เทียบกับผู้ที่
เกิดในออสเตรเลียแต่พวกเขาก็เห็นว่าอยู่ในระดับพอรับได้เทียบกับรายได้
ขัน้ ต่ำ�ในประเทศไทย

พไี่ กเ่ ปน็ ผู้ใหข้ อ้ มลู ทเ่ี หน็ วา่ รายได้ในออสเตรเลยี เปน็ องคป์ ระกอบหนงึ่
ที่ทำ�ให้ผู้ย้ายถ่ินจากประเทศไทยยอมทำ�งานแรงงาน แต่คุณภาพชีวิตท่ีดี

— 204 —

สร้อยมาศ รุ่งมณี

กว่าในกรุงเทพฯ ก็มีส่วนสำ�คัญ ผู้เขียนได้รู้จักกับพ่ีไก่ (นามสมมติ) ผ่าน
การแนะนำ�ของเพื่อนคนไทย พ่ีไก่เป็นบัณฑิตวิศวกรรมศาสตร์จากมหา-
วิทยาลัยรัฐ เคยทำ�งานบริษัทในประเทศไทยมา 3 ปี ก่อนจะตัดสินใจลา
ออกและสมคั รมาเรยี นภาษาองั กฤษทอี่ อสเตรเลยี เพอื่ หาประสบการณ์ใหม่
พไี่ กอ่ ยใู่ นออสเตรเลยี เขา้ ปที ห่ี กแลว้ และประกอบอาชพี เกบ็ ของเกา่ ขายท่ี
ท�ำ ใหม้ รี ายได้เปน็ กอบเปน็ กำ�มากกว่างานบรษิ ทั ในประเทศไทยหลายเท่า

ผเู้ ขยี นตามไปดวู า่ พไ่ี กท่ �ำ งานอยา่ งไร จงึ พบวา่ พไี่ กข่ บั รถบรรทกุ ขนาด
เลก็ เกา่ ๆ ตระเวนไปตามยา่ นทอ่ี ยอู่ าศยั ในซดิ นยี ์ พไ่ี กจ่ ะดปู ระกาศลว่ งหนา้
ว่าทางการจะมาเก็บขยะช้ินใหญ่ๆ เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้าและเฟอร์นิเจอร์ใน
เขตใด วนั ใด พไี่ กจ่ ะไปทน่ี นั่ เกบ็ ของดงั กลา่ วไปขายกอ่ นทร่ี ถของเทศบาล
จะมาเก็บ งานนี้สร้างรายได้ให้พ่ีไก่วันละ 150–200 ดอลลาร์ออสเตรเลีย
โดยใช้เวลาเพียง 3 ชั่วโมงต่อวัน ย่ิงวันท่ีเก็บขยะอะลูมิเนียม เช่น ตู้เย็น
เตาบาร์บีคิวได้ย่ิงทำ�ให้ได้รายได้ดี ช่วงเย็นพี่ไก่ยังใช้รถคันเดิมหารายได้
ดว้ ยการเปน็ พนกั งานสง่ อาหารตามบา้ นดว้ ย เมอ่ื ถกู ถามวา่ หากครบ 8 ปี
แลว้ จะท�ำ อยา่ งไรตอ่ ไป พไี่ กต่ อบวา่ “คงจะตอ้ งกลบั ไทย แตจ่ ะไปท�ำ งาน
บริษัทแบบเดิมก็ไม่ได้แล้ว ตามไม่ทันรุ่นน้องแล้ว พี่คงไปเปิดร้านซ่อม
เครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากทำ�เรื่องอยู่ที่นี่เลยนะ พี่ว่าสังคมไม่
รีบร้อน อยู่สบายดี อยกู่ รงุ เทพฯ พที่ �ำ งานหนกั ทำ�โอที จนไมเ่ คยไดเ้ ห็น
พระอาทิตย์เลย” (ไก่, สัมภาษณ,์ 5 มกราคม 2014)

จะเหน็ ไดว้ า่ ผยู้ า้ ยถน่ิ รนุ่ หลงั เหลา่ นมี้ วี ธิ กี ารเขา้ ออสเตรเลยี ทผี่ กู อยกู่ บั
การเปลยี่ นแปลงนโยบายรฐั และยงั มโี อกาสทางเศรษฐกจิ ทจ่ี �ำ กดั อยา่ งไร
กต็ าม ผยู้ า้ ยถน่ิ ไทยในออสเตรเลยี ทอ่ี ยากจะอาศยั อยรู่ ะยะยาวไมไ่ ดต้ อ้ งการ
จะถูกลดทอนให้ทำ�งานไร้ทักษะ ผู้เขียนพบว่า ผู้ที่อยากจะอยู่ระยะยาว
เชน่ องิ ซงึ่ ในปจั จบุ นั เปน็ ชา่ งท�ำ ผม องิ ใหข้ อ้ มลู วา่ ตนเองกเ็ รม่ิ จากการเปน็
พนักงานเสิร์ฟและลงเรียนทักษะอาชีพคือการทำ�ผม อิงมองว่าช่างทำ�ผม

— 205 —

การเล่อื นย้ายเชิงพ้ืนท่ที างสงั คมของคนไทยในออสเตรเลยี

เปน็ งานตอ้ งใชท้ กั ษะฝมี อื และคา่ แรงกส็ งู กวา่ งานใชแ้ รงงานอนื่ ๆ มาก (คา่
ตัดผมในออสเตรเลยี ในรา้ นระดับดีราคา 100 ดอลลาร์ออสเตรเลยี ขึน้ ไป)
คลา้ ยๆ กบั ยง้ และบก๊ิ ซง่ึ เปน็ พอ่ ครวั ในรา้ นอาหารและรบั จา้ งท�ำ ความสะอาด
ย้งต้องการจะอยู่อาศัยในออสเตรเลียในระยะยาว ย้งวางแผนจะเก็บเงิน
เปดิ รา้ นของตนเองซง่ึ วธิ นี จี้ ะท�ำ ใหข้ อวซี า่ พ�ำ นกั ถาวรได้ ในขณะทผี่ ทู้ ค่ี ดิ มา
อยรู่ ะยะสนั้ เชน่ เป้ พอ่ ครวั ในรา้ นอาหารไทยแหง่ หนงึ่ ซง่ึ มาจากครอบครวั
ฐานะดี เป้กล่าวว่าเขามาทำ�งานเป็นพ่อครัวเพ่ือเก็บเงินและเพ่ือเรียนรู้
วิธีการทำ�ร้านอาหารในต่างประเทศ ถือว่ามาเป็นประสบการณ์เพียงสอง
ถงึ สามปกี เ็ ตรยี มจะกลบั บา้ น ในสภาพชวั่ คราวเชน่ นี้ เปส้ ามารถอดทนได้
เพราะมีเป้าหมายอ่ืนในชีวิต ดังน้ันในภาพรวม การย้ายถ่ินของผู้มีการ
ศกึ ษากลมุ่ นส้ี กู่ ารเปน็ แรงงานไรท้ กั ษะจงึ ถกู ใหค้ วามหมายหลายแบบไมว่ า่
จะเป็นงานท่ีทำ�ชั่วคราวเพื่อเก็บเงินและหาประสบการณ์ เป็นงานท่ีให้ค่า
จ้างงามเม่ือเทียบกับอยู่ประเทศไทยที่ชนชั้นกลางอย่างพวกเขาอาจต้อง
ทำ�งานหนักแต่เลื่อนชั้นทางสังคมให้สูงขึ้นไม่ได้ และชีวิตการทำ�งานใน
ออสเตรเลียแม้จะทำ�­งานแรงงานแต่ก็มีชีวิตทางสังคมและสภาพแวดล้อม
ทด่ี ีกวา่ ในเมืองใหญ่อยา่ งกรงุ เทพฯ

พ้ืนท่กี ารอยู่อาศยั

ซดิ นยี เ์ ปน็ มหานครทม่ี ผี ยู้ า้ ยถน่ิ อาศยั อยมู่ ากทส่ี ดุ ในออสเตรเลยี เฉพาะ
ใจกลางนครซิดนีย์ซ่ึงมีพื้นท่ีเพียง 25 ตารางกิโลเมตรพบว่ามีประชากร
ที่มีถิ่นเกิดในประเทศไทยอาศัยอยู่เป็นอันดับที่ 5 มีจำ�นวน 3,627 คน7

7  ล�ำ ดบั 1–4 ไดแ้ ก่ ประชากรทเี่ กดิ ในสหราชอาณาจกั ร 9,671 คน, จนี 9,113 คน,
นวิ ซีแลนด์ 5,528 คน และอินโดนเี ซยี 3,708 คน

— 206 —

สร้อยมาศ รุ่งมณี

นอกจากน้ี เม่ือเทศบาลนครซิดนีย์ (City of Sydney, 2016) ใช้ข้อมูล
ส�ำ มะโนประชากรดงั กลา่ ววเิ คราะห์ 10 อนั ดบั ภาษาทนี่ อกเหนอื จากภาษา
อังกฤษที่มีการใช้มากท่ีสุดในพื้นที่ใจกลางนครซิดนีย์ ภาษาไทยยังอยู่ใน
ลำ�ดับท่ี 3 ในกลุ่มนี้ด้วย8 เม่ือปริมาณประชากรเพ่ิมขึ้นเร่ือยๆ ชุมชนคน
ไทยในซดิ นยี จ์ งึ ไดเ้ สนอเทศบาลนครซดิ นยี ์ใหต้ ดิ ปา้ ยไทยทาวน์ (Thai Town)
ไวส้ องดา้ นของถนนสายหลกั กลางเมอื งซงึ่ เตม็ ไปดว้ ยรา้ นอาหาร รา้ นขาย
ของชำ� ร้านนวดแผนไทย ร้านตัดผม ร้านรับโอนเงิน และกิจการจำ�นวน
มากทเ่ี กดิ ขน้ึ โดยผยู้ า้ ยถนิ่ จากประเทศไทย ซง่ึ นบั เปน็ ไทยทาวนแ์ หง่ ทส่ี อง
ของโลกตอ่ จากไทยทาวนแ์ หง่ แรกในมหานครลอสแอนเจลสิ ในสหรฐั อเมรกิ า

ค่าเช่าห้องพักสองห้องนอนใจกลางเมืองราคาเฉล่ียอยู่ที่สัปดาห์ละ
1,000–2,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ขึ้นอยู่กับสภาพอาคาร ขนาดห้อง
ท�ำ เล และสงิ่ อ�ำ นวยความสะดวก คอนโดมเิ นยี มขนาดใหญร่ อบไทยทาวน์
เป็นที่อยู่อาศัยของผู้ย้ายถ่ินนานาชาติ รวมไปถึงผู้ย้ายถ่ินคนไทย แต่ด้วย
ราคาค่าเช่าท่ีสูงมากดังกล่าว ผู้เช่าหลักซ่ึงมักจะเป็นคนไทยด้วยกันที่เก็บ
เงินลงทุนปรับห้องพักขนาดสองห้องนอนให้กลายเป็นห้องเช่าที่สามารถ
บรรจุผู้เช่าได้ 10–15 คนโดยการจัดวางเตียงสองช้ันไว้ในแต่ละมุมไม่เว้น
แม้แต่ระเบียงกระจกที่สร้างไว้สำ�หรับตากผ้า (sunny room) ก็สามารถ
เปล่ียนเปน็ ที่นอนเลก็ ๆ สำ�หรบั คนหนง่ึ คนทจ่ี ะเขา้ ไปพักอาศยั ได้ หรอื มุม
ห้องรับแขกท่ีบางครั้งก็มีการเอาตู้มาก้ันเป็นซอกสำ�หรับวางฟูกและติดผ้า
ม่านบางๆ เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัว ผู้เช่าหลักหากำ�ไรกับผู้เช่ารายย่อย
ทต่ี อ้ งจา่ ยเงนิ ประมาณ 100–150 ดอลลารอ์ อสเตรเลยี ตอ่ สปั ดาห์ แลกกบั

8  ภาษาพดู ทน่ี อกเหนอื จากภาษาองั กฤษทม่ี กี ารใชม้ ากทสี่ ดุ ในใจกลางนครซดิ นยี อ์ นั ดบั
1–2 ไดแ้ ก่ ภาษาจีนกลาง (แมนดาริน) และภาษาจีนกวางตงุ้

— 207 —

การเล่ือนยา้ ยเชิงพ้ืนท่ที างสังคมของคนไทยในออสเตรเลีย

ความเปน็ อยทู่ แ่ี ออดั 9 แตค่ นสว่ นใหญต่ า่ งยอมจา่ ยและจ�ำ เปน็ ทจี่ ะตอ้ งอยู่
อาศัยในห้องแบบดังกล่าวเพราะการทำ�งานรายได้ข้ันตำ่�ในออสเตรเลียไม่
สามารถจะจา่ ยค่าความเป็นอยู่ในระดบั มาตรฐานได้

การเปดิ หอ้ งใหเ้ ชา่ ทบ่ี รรจผุ เู้ ชา่ เกนิ ขนาดของหอ้ งในซดิ นยี เ์ ปน็ ประเดน็ มา
ชา้ นาน มกี ารรอ้ งเรยี นกบั เทศบาลทอ้ งถน่ิ เปน็ ระยะๆ และมกี ารสง่ เจา้ ห­ นา้ ท่ี
มาตรวจตราหอ้ งพกั ดว้ ย แตผ่ ู้ใหเ้ ชา่ จะมวี ธิ กี ารเกบ็ หอ้ งใหเ้ หมอื นมคี นพกั
ตามจ�ำ นวนก�ำ หนด เชน่ ขนของขนึ้ ไปวางบนเตยี งชน้ั ทสี่ องแลว้ แจง้ วา่ ไมม่ ี
ใครนอนตรงนน้ั เปน็ ตน้ แตเ่ มอ่ื สอบถามเพอื่ นคนไทยอน่ื ๆ ในเรอ่ื งสภาพ
ความเป็นอยู่ ส่วนใหญ่จะตอบตรงกันว่าท่ีพักเป็นเพียงที่อาศัยนอน ชีวิต
ประจ�ำ วนั สว่ นใหญอ่ ยตู่ ามรา้ นอาหารและงานพเิ ศษอนื่ ๆ มากกวา่ สว่ นคน
ทมี่ คี รู่ กั กม็ กั จะหารคา่ ใชจ้ า่ ยกนั ท�ำ ใหส้ ามารถเชา่ หอ้ งพกั ทด่ี ขี นึ้ กวา่ เดมิ ได้

การปกั หลัก (dwelling) หยดุ นิ่งชวั่ ระยะ (mooring)
และพลวตั ของการ “เลอื่ นยา้ ย” เชงิ พื้นที่
(socio-spatial mobility)

การเป็นผู้ย้ายถ่ินในออสเตรเลียในยุคท่ีรัฐบาลจำ�กัดการย้ายถิ่น ซ่ึง
สวนทางกับสภาวการณ์ของโลกที่เชื่อมต่อเข้าหากันในยุคโลกาภิวัตน์น้ัน
ทำ�ให้ผู้ย้ายถ่ินที่อาจจะมีเงินไม่มากพอแต่ต้องการท่ีจะย้ายมาทำ�งานใน
ออสเตรเลยี ตอ้ งดน้ิ รนดว้ ยวธิ กี ารตา่ งๆ ดงั ทก่ี ลา่ วไปแลว้ ในขณะเดยี วกนั
ก็มีผู้ที่พร้อมจะยอมเสี่ยงเพื่อให้ตัวเองได้เคล่ือนย้าย (mobile) หรือได้
หยดุ นงิ่ (mooring) ชวั่ ระยะ หรอื ปกั หลกั (dwelling) ในรปู แบบตา่ งๆ กนั

9  ค่าเช่าห้องพักแบบท่ีต้องใช้ห้องนำ้�รวมราคาอยู่ที่ 250 ข้ึนไปต่อสัปดาห์ ส่วนค่าเช่า
หอ้ งแบบท่ีมหี อ้ งน�ำ้ ในตวั อาจสูงถงึ 350 ดอลลาร์ออสเตรเลียข้นึ ไปต่อสปั ดาห์

— 208 —

สร้อยมาศ ร่งุ มณี

และความไม่ต่อเนื่องของการเคล่ือนย้ายดังกล่าวมีความสัมพันธ์กับการ
เล่ือนย้ายเชิงพื้นท่ี (socio-spatial mobility) ในแง่ท่ีอาจทำ�ให้เกิดพลวัต
ของการเคล่ือนไปพร้อมกับการเลอ่ื นชัน้ ทางสังคมทไ่ี ม่หยดุ นิ่ง

ขา้ วเลา่ ใหฟ้ งั ถงึ ประสบการณข์ องตวั เองทเ่ี คยชว่ ยเพอื่ นคนไทยซงึ่ เรยี น
จบมาจากมหาวิทยาลัยเดยี วกันท่อี ยากจะเคล่อื นย้ายมาท�ำ งานท่อี อสเตร-
เลยี แตเ่ รม่ิ ตน้ เขา้ ประเทศดว้ ยวซี า่ ทอ่ งเทย่ี วแลว้ แอบท�ำ งาน ในระยะหลงั ๆ 
กจิ การคนไทยในเมอื งไมม่ ใี ครกลา้ จา้ งผถู้ อื วซี า่ ทอ่ งเทย่ี วเพราะเปน็ เรอื่ งผดิ
กฎหมาย หากโดนตรวจจับจะไม่คุ้มกับการเสียค่าปรับหรือถูกปิดกิจการ
เหลือแต่งานภาคเกษตร เช่น งานในไร่องุ่นซึ่งอยู่ไกลจากเมือง ข้าวจึงไป
ทำ�งานในไรอ่ งนุ่ กบั เพอ่ื นอย่สู ามเดอื น

“งานล�ำ บากมาก เขาใหต้ ดั กง่ิ องนุ่ ถอื กรรไกรตดั กง่ิ อนั ใหญๆ่  หนกั ๆ
ท�ำ งานกลางแจง้ หนาวกห็ นาว ทพี่ กั มใี หน้ อนรวมๆ กนั มที ง้ั คน
ลาว เขมร ไทย เจ้าของไร่เป็นผู้หญิงลาวที่แต่งงานกับคนออส-
เตรเลยี เวลาทม่ี ตี �ำ รวจมาตรวจเขากร็ ู้ไดย้ งั ไงไมร่ ู้ เขากเ็ อาคนงาน
ทเ่ี อกสารไมถ่ กู ตอ้ งไปซอ่ นไวก้ อ่ น เหน็ เขากร็ ทู้ กุ ทวี า่ จะมกี ารตรวจ
หนทู �ำ งานหนกั แบบนี้ไมไ่ หว อยไู่ มถ่ งึ เดอื นหนลู าออกเลย เพอ่ื น
ไมย่ อมออกกป็ ลอ่ ยไวน้ น่ั ละ่ ” (ขา้ ว, สมั ภาษณ,์ 25 สงิ หาคม 2016)

เพอ่ื นของขา้ วอยทู่ ไ่ี รอ่ งนุ่ ได้ไมน่ าน กส็ ามารถจา้ งผยู้ า้ ยถนิ่ คนไทยดว้ ย
กนั ใหจ้ ดทะเบยี นแตง่ งานกบั ตนเองเพอื่ จะไดร้ บั สถานะวซี า่ ตดิ ตามได้ การ
รบั จา้ งแตง่ งานเปน็ อกี วธิ ที เ่ี ปน็ ทน่ี ยิ ม แตใ่ ชว่ า่ จะใช้ไดเ้ สมอไป ดงั เชน่ ไหม
(นามสมมติ) พนักงานนวดหญิงในร้านท่ีผู้เขียนทำ�งานอยู่และได้พบกับ
เหตกุ ารณต์ �ำ รวจตรวจคนเขา้ เมอื งออสเตรเลยี เขา้ ควบคมุ ตวั ไหมเพอ่ื สง่ กลบั
ประเทศ (deport) เนอ่ื งจากไหมอยใู่ นฐานะโรบนิ ฮดู้ ไมไ่ ดล้ งทะเบยี นเรยี น

— 209 —

การเล่ือนย้ายเชงิ พ้ืนท่ีทางสงั คมของคนไทยในออสเตรเลีย

ภาษาและต่อวีซ่านักเรียน ไหมเคยจดทะเบียนแต่งงานกับคนไทยด้วยกัน
เพอ่ื ขอสถานะวซี า่ แตค่ นไทยคนนนั้ ตอ้ งการกลบั บา้ น สถานะดงั กลา่ วจงึ
หมดไป ไหมตอ้ งการแอบอยอู่ ยา่ งผดิ กฎหมายเพยี งชว่ั ระยะหนง่ึ เพอ่ื เกบ็ เงนิ
โดยคดิ จะกลบั บา้ นแลว้ ไมก่ ลบั มาอกี เลย อยมู่ าครบหนงึ่ ปจี งึ มเี รอ่ื งทะเลาะ
กับพนักงานคนอื่นในร้าน ทำ�ให้มีคนจับตามองว่าไหมไม่ได้ไปเรียนภาษา
และอาจอยู่อย่างผิดกฎหมาย นำ�ไปสู่การแจ้งตำ�รวจจนไหมถูกส่งตัวกลับ
สว่ นเจา้ ของรา้ นซง่ึ เปน็ คนไทยทยี่ า้ ยมาอยอู่ อสเตรเลยี เกนิ กวา่ 20 ปี และ
ได้สัญชาติออสเตรเลียเรียบร้อยแล้วถูกเรียกค่าปรับท่ีจ้างงานแรงงานผิด
กฎหมาย

ผู้ใหข้ อ้ มลู 2 ใน 8 ราย ไดแ้ ก่ ขา้ วและเลก็ เปน็ ผหู้ ญงิ ทต่ี อ้ งการพ�ำ นกั
ในออสเตรเลยี ระยะยาวโดยไมต่ อ้ งการกลบั เมอื งไทย ทง้ั สองรายจงึ ตกลงใจ
แตง่ งานกบั ผชู้ ายสญั ชาตอิ อสเตรเลยี ขา้ วเกบ็ เงนิ ไดก้ อ้ นหนง่ึ จงึ ไปลงเรยี น
ท�ำ เบเกอรต่ี ามทต่ี ง้ั ใจและหนั ไปท�ำ งานพเิ ศษในรา้ นเบเกอรี่ ขา้ วอยทู่ อี่ อส-
เตรเลยี จนเกือบครบแปดปีจึงได้แต่งงานกบั สามีทเ่ี พ่ิงรู้จักกันได้ไมน่ านแต่
ตอ้ งการจะชว่ ยใหข้ า้ วไดอ้ ยใู่ นออสเตรเลยี ตอ่ ขา้ วเลา่ วา่ อยากอยตู่ อ่ เพราะ
คงไมม่ ที ใ่ี ดทที่ �ำ ใหข้ า้ วท�ำ งานมรี ายได้ไปเทยี่ วยโุ รปไดท้ กุ ปี มสี วนสาธารณะ
สวยๆ ให้เดินเล่น สามารถซื้อของมีย่ีห้อใช้ได้ด้วยเงินของตัวเองและมี
สวสั ­ดกิ ารสขุ ภาพทดี่ ี สว่ นเลก็ ซงึ่ เปน็ พนกั งานเสริ ฟ์ ในรา้ นอาหาร หลงั จาก
แตง่ งานแล้วยังคงทำ�งานเสริ ฟ์ และลงคอร์สเรยี นเพมิ่ เตมิ เรื่องการดแู ลเดก็
เล็กโดยเล็กวางแผนจะเปิดกจิ การรับดแู ลเด็กในละแวกบา้ น

จะเหน็ ว่าผยู้ า้ ยถิน่ เพศหญงิ มโี อกาสขอวีซา่ พำ�นกั ถาวรในออสเตรเลยี
ด้วยการแต่งงานและอาจนำ�ไปสู่การเล่ือนย้ายสู่ที่พักที่ดีกว่าเดิม หรือ
สถานภาพทางสงั คมทด่ี ขี นึ้ ในฐานะทไี่ ดก้ ลายเปน็ พลเมอื งของออสเตรเลยี
แมว้ า่ โอกาสในปจั จบุ นั จะคอ่ นขา้ งจ�ำ กดั กวา่ ในอดตี ในขณะทโี่ อกาสของผู้
ย้ายถ่ินชายท่ีจะแต่งงานกับคนสัญชาติออสเตรเลียมีน้อยกว่าผู้หญิง ส่วน

— 210 —

สร้อยมาศ รุง่ มณี

คนอีกกลุ่มที่มีโอกาสในการขอวีซ่าพำ�นักระยะยาว ได้แก่ กลุ่มบุคคลที่มี
ความหลากหลายทางเพศ (LGBT) เนอ่ื งจากกฎหมายออสเตรเลยี อนญุ าต
ให้ผู้ท่ีมีความหลากหลายทางเพศท่ีมีหลักฐานความสัมพันธ์กันสามารถ
รับรองสถานะวีซ่าให้กันได้ ชายไทยจำ�นวนไม่น้อยจึงเปลี่ยนสถานะวีซ่า
ดว้ ยการมคี เู่ ปน็ ชายทถ่ี อื วซี า่ พ�ำ นกั ถาวรของออสเตรเลยี รบั รองให้ งานของ
ออเดรย์ หยู (Audrey Yue, 2008) ซงึ่ ศกึ ษาการไดว้ ซี า่ พ�ำ นกั ถาวรของกลมุ่
บุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ พบว่าระหว่างปี 1991–2005 มีผู้ได้
วซี า่ พ�ำ นกั ถาวรในออสเตรเลยี มากกวา่ 7,500 ราย โดยกลมุ่ ชายรกั รว่ มเพศ
ท่มี เี ช้อื สายเอเชียมีจำ�นวนมากท่สี ดุ

จากทก่ี ลา่ วมาทง้ั หมดจะเหน็ ไดว้ า่ ผยู้ า้ ยถนิ่ คนไทยในออสเตรเลยี รนุ่
ใหมม่ โี อกาสจ�ำ กดั ทจี่ ะไดว้ ซี า่ พ�ำ นกั ถาวรแตไ่ มใ่ ชว่ า่ จะเปน็ ไปไมไ่ ด้ อยา่ งไร
ก็ตาม โอกาสในการเลื่อนช้ันทางสังคมสู่ผู้ประกอบกิจการในต่างประเทศ
ยงั เปน็ เรอื่ งยากกวา่ ผยู้ า้ ยถน่ิ รนุ่ บกุ เบกิ เพราะจ�ำ เปน็ ตอ้ งใชเ้ งนิ ลงทนุ สงู และ
การแขง่ ขนั สงู คนสว่ นมากจงึ ท�ำ งานเกบ็ เงนิ และถา้ หากไมไ่ ดแ้ ตง่ งาน หรอื
ไมม่ ใี ครเปน็ ผรู้ บั รองสถานะเพอ่ื ขอวซี า่ พ�ำ นกั ถาวรใหก้ จ็ �ำ ตอ้ งกลบั ประเทศ​
ไทย แตก่ ระนน้ั การยอมทจ่ี ะท�ำ งานแรงงานต�ำ่ กวา่ วฒุ กิ ารศกึ ษาของตวั เอง
ชว่ั ระยะเวลาหนงึ่ เปน็ สงิ่ ทเี่ กดิ ขนึ้ ในกลมุ่ ผยู้ า้ ยถนิ่ จากประเทศก�ำ ลงั พฒั นา
สู่ประเทศพัฒนาแล้วทั่วโลก และการย้ายถ่ินไปต่างประเทศโดยเฉพาะ
ประเทศที่พัฒนากว่าอาจถือเป็นการเล่ือนชั้นทางสังคมในตัวของมันเอง
เพราะการกลับบ้านยังมีสัญลักษณ์ของชัยชนะหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น
เคร่ืองแต่งกาย ทักษะภาษาอังกฤษ ของฝากแก่ญาติพ่ีน้อง และความ
สามารถในการมที นุ ตงั้ ตวั

ผเู้ ขยี นมเี พอ่ื นนกั เรยี นไทยจ�ำ นวน 3 คนทข่ี อวซี า่ นกั เรยี นไปเรยี นภาษา
และปัจจุบันย้ายกลับประเทศไทยเม่ืออยู่ออสเตรเลียครบ 8 ปี ขณะท่ีอยู่
ออสเตรเลยี พวกเขาท�ำ งานรา้ นอาหารและงานใชแ้ รงงานอน่ื ๆ ซง่ึ ท�ำ ใหเ้ กบ็

— 211 —

การเล่ือนยา้ ยเชิงพ้ืนท่ที างสงั คมของคนไทยในออสเตรเลีย

เงนิ ไดค้ อ่ นขา้ งมาก เพอื่ นคนหนงึ่ สามารถซอื้ คอนโดมเิ นยี มในประเทศไทย
ไว้ให้เช่าได้ถึงสองแห่ง อีกคนมีเงินเก็บกลับมาทำ�ธุรกิจร้านทำ�ผมในบ้าน
เกดิ และคนสดุ ทา้ ยสง่ ตวั เองไปเรยี นภาษาจนี ในประเทศจนี การยอมเลอ่ื น
ชั้นทางสังคมสู่ชั้นแรงงานแม้ตนเองจะจบการศึกษาระดับปริญญาตรีของ
พวกเขาในชว่ งระยะเวลาหนง่ึ สามารถท�ำ ใหก้ ลายเปน็ ชนชน้ั กลางทมี่ ฐี านะ
ทางเศรษฐกิจดีขนึ้ เมอ่ื ย้ายถน่ิ กลับมาสู่ประเทศบ้านเกิดได้

บทสรปุ

บทความน้ีใชก้ รณกี ารยา้ ยถน่ิ ของคนไทยในออสเตรเลยี ในแตล่ ะยคุ สมยั
เพอื่ อธบิ ายความเชอื่ มโยงทไ่ี มไ่ ดม้ เี พยี งการเชอ่ื มโยงเชงิ พนื้ ทท่ี างภมู ศิ าสตร์
ระหว่างต้นทางกับปลายทาง แต่การย้ายถิ่นยังส่งผลต่อการเลื่อนย้ายเชิง
พ้ืนท่ีทางสังคม กล่าวคือ ไม่เพียงแต่เคล่ือนย้ายเชิงกายภาพแล้วหยุดปัก
หลักท่ีใดที่หน่ึง แต่การเคล่ือนดังกล่าวยังส่งผลต่อสถานะทางสังคมท่ี
สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างมีพลวัต นอกจากนี้ บทความยังชี้ให้เห็นว่า
แม้ว่าเทคโนโลกาภิวัตน์จะทำ�ให้คนสามารถเคลื่อนที่ได้ง่ายกว่าในยุคก่อน
แต่ในความเป็นจริงผู้คนมีความสามารถในการเคล่ือนย้ายทางสังคมได้ไม่
เท่ากัน บทความนี้ชี้ให้เห็นว่านโยบายการย้ายถ่ินในแต่ละช่วงเวลาของรัฐ
เปน็ ปจั จยั ส�ำ คญั ทกี่ �ำ หนดการเคลอื่ นยา้ ยทง้ั รปู แบบของการยา้ ยถน่ิ ของคน
รุ่นก่อนท่ีสามารถย้ายถิ่นและกลายเป็นพลเมืองของประเทศใหม่โดย
กระบวนการทไี่ มย่ งุ่ ยากและมโี อกาสทางเศรษฐกจิ ทด่ี ี และการเคลอ่ื นยา้ ย
หลายรูปแบบของผู้คนในรุ่นปัจจุบันที่มีท้ังการเคลื่อนแบบชั่วคราว การ
จดั การใหต้ วั เองสามารถเคลอื่ นทไ่ี ปได้ และการพยายามทจี่ ะปกั หลกั ดว้ ย
กลวิธีทแี่ ตกตา่ งกัน

— 212 —

สร้อยมาศ ร่งุ มณี

นอกจากนี้ แม้ว่าการย้ายถิ่นระหว่างประเทศ เช่น ในกรณีของการ
ย้ายถ่ินจากประเทศกำ�ลังพัฒนาสู่ประเทศพัฒนาแล้วสามารถนำ�มาสู่การ
เลอื่ นชนั้ ทางสงั คมต�่ำ ลง (downward mobility) ดงั ที่ ฟลิ ปิ เคลลี (Kelly,
2012) ตง้ั ขอ้ สงั เกตไวว้ า่ การยา้ ยถน่ิ ระหวา่ งประเทศอาจน�ำ มาซง่ึ การเปลย่ี น​
แปลงการกอ่ ตวั ทางชนชนั้ และการเลอื่ นชนั้ ทางสงั คมทงั้ ทส่ี งั คมตน้ ทางและ
ปลายทางซง่ึ ในหลายกรณแี รงงานถกู ลดความเชย่ี วชาญ ถกู ท�ำ ให้ไรท้ กั ษะ
และถกู เลอื่ นชนั้ ทางสงั คมต�ำ่ ลงกวา่ การเปน็ แรงงานในประเทศตน้ ทาง ซงึ่
ในกรณีประเทศออสเตรเลีย ภูมิหลังของผู้ย้ายถ่ินรุ่นปัจจุบันเป็นผู้มีการ
ศกึ ษาระดบั ปรญิ ญาตรขี น้ึ ไปทส่ี มคั รวซี า่ นกั เรยี นโดยมจี ดุ มงุ่ หมายเพอ่ื ทง้ั หา
ประสบการณด์ า้ นการศกึ ษาและการท�ำ งานเปน็ ระยะเวลาสน้ั ๆ และแมว้ า่
งานที่สามารถทำ�ได้จะเป็นงานใช้แรงงานตำ่�กว่าวุฒิการศึกษา แต่สถานะ
ดงั กลา่ วไมไ่ ดห้ ยดุ นง่ิ หรอื มลี กั ษณะลงหลกั ปกั ฐานเสมอไป บทความนแ้ี สดง
ใหเ้ หน็ วา่ ภายใตก้ ารยา้ ยถน่ิ ขา้ มพรมแดนและสถานะทางสงั คมของผยู้ า้ ยถน่ิ
มีลักษณะ “เลื่อนย้าย” มีพลวัต ไม่ได้มีลักษณะเพียงแต่ขึ้นหรือลง หรือ
พุ่งไปในทิศทางใดทางหนึ่ง ดังน้ันการจะทำ�ความเข้าใจปรากฏการณ์การ
ยา้ ยถนิ่ ในยคุ สมยั ใหมจ่ งึ อาจไมใ่ ชเ่ พยี งการพจิ ารณาการเคลอ่ื นทขี่ องผคู้ น
จากที่หนึ่งไปอยู่อีกที่หนึ่งเป็นระยะเวลานานๆ หรือสถานภาพหลังจาก
ต้ังรกรากในประเทศปลายทางแล้ว หากแต่ต้องมองปรากฏการณ์อย่าง
เล่ือนไหลเช่ือมโยงกับบริบทอ่ืนๆ อย่างรอบคอบในบริบทของการเคลื่อน
ยา้ ยข้ามพรมแดน

— 213 —

การเล่อื นย้ายเชงิ พ้ืนท่ที างสงั คมของคนไทยในออสเตรเลีย

บรรณานุกรม

ภาษาไทย

กรมการกงศุล กระทรวงการต่างประเทศ. (2555). จ�ำ นวนประมาณการคนไทยในตา่ ง
ประเทศที่มีสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลไทยตั้งอยู่. สืบค้นจาก http://
www.consular.go.th/main/contents/files/services-20120630-141533-674689.pdf.

ธนพฤกษ์ ชามะรัตน์. (2559). สัมมาชีพกลางมวลมิตรสหาย “ไทย-ออส”: เครือข่าย
ทางสังคมของแรงงานนักเรียนไทยในออสเตรเลีย. วารสารมนุษยศาสตร์และ
สงั คมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั สุราษฎร์ธาน,ี 8(3), 267–289.

ปกรฒ์ เชื้อแก้วจิญดา. (2559). คนกวาดถนน: คนเล็กในเมืองใหญ่. เอกสารประกอบ
การประชุมวิชาการ (Proceedings) การสัมมนาเครือข่ายนักศึกษาระดับบัณฑิต­
ศึกษา สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คร้ังท่ี 16 ประจำ� ปีการศึกษา 2559.
วนั ที่ 29–30 มถิ นุ ายน พ.ศ.2560, สบื คน้ จาก http://www.socsci.nu.ac.th/socant​
2017/downloads/proceeding/022.pdf.

พัฒนา กิติอาษา. (2553). คนไกลบ้าน: คำ�ให้การของคนไทยในสิงคโปร์. สิงคโปร์:
สมาคมเพือ่ นแรงงานไทยในสิงคโปร.์

พฒั นา กิติอาษา. (2557). สวู่ ถิ อี สี านใหม่. กรงุ เทพฯ: วภิ าษา.

สมั ภาษณ์

ไก.่ (2014, 5 มกราคม). สัมภาษณ์.
ขา้ ว. (2016, 25 สิงหาคม), สัมภาษณ.์
เฉลียว ทองศรีน่นุ . (2014, 22 กุมภาพันธ)์ . สัมภาษณ.์
เพชรา นาสตีส้ .์ (2014, 25 กุมภาพนั ธ์). สัมภาษณ์.

ภาษาอังกฤษ

Australian Bureau of Statistics. (2015). Estimated resident population by country

— 214 —

สร้อยมาศ รุ่งมณี

of birth–1992 to 2014, February 9, 2017. Retrieved from http://stat.data.abs.
gov.au/Index.aspx?DataSetCode=ERP_COB.
Australian Government. (2015). Gold Rush, April 13, 2017. Retrieved from http://
www.australia.gov.au/about-australia/australian-story/austn-gold-rush.
Barney, K. (2011). Land, livelihoods and remittances. Critical Asian Studies, 44(1),
57–83.
Beasley, T., Hirsch, P., & Rungmanee, S. (2014). Thailand in Australia. Sydney:
University of Sydney.
City of Sydney. (2016). Community Profile: Language spoken at home, February
9, 2017. Retrieved from http://profile.id.com.au/sydney/language?
Cresswell, T. (2006). On the move: Mobility in the modern western world. London:
Routledge.
Department of Immigration and Border Protection. (2017). Fact sheet – Abolition
of the ‘White Australia’ Policy, March 31, 2017. Retrieved from https://www.
border.gov.au/about/corporate/information/fact-sheets/08abolition.
Department of Immigration and Citizenship. (2011). Community Information
Summary: Thailand-Born, January 6, 2017. Retrieved from http://www.immi.
gov.au/media/publications/statistics/comm-summ/_pdf/thailand.pdf.
Favell, A., & Recchi, E. (2011). Social mobility and spatial mobility. In A. Favell &
V. Guiraudon (Eds.), Sociology of the European Union (pp. 50–75). Basingstoke:
Palgrave Macmillan.
Hawthorne, L. (2010). How valuable is “two-step migration”? Labor market out-
comes for international student migrants to Australia. Asia and Pacific Mi-
gration Journal, 19(1), 5–39.
Hugo, G. (2006). Globalization and changes in Australian international migration.
Journal of Population Research, 23(2), 107–134.
Jupp, J. (1995). From ‘White Australia’ to ‘Part of Asia’: Recent shifts in Australian
immigration policy towards the Region. The International Migration Review,
29(1), 207–228.
Kaminer, M. (2015). A long way from home – Isaan villagers’ experience of farm-

— 215 —

การเล่ือนยา้ ยเชงิ พ้ืนท่ที างสังคมของคนไทยในออสเตรเลยี

work in Israel, November 13, 2017. Retrieved from http://isaanrecord.com/​
2015/10/15/guest-editorial-a-long-way-from-home-isaan-villagers-experience-of-
farmwork-in-israel/.
Kaufmann, V., Bergman, M., & Joye, D. (2004). Motility: Mobility as capital. Inter-
national Journal of Urban and Regional Research, 28(4), 745–756.
Kelly, P. F. (2011). Migration, agrarian transition, and rural change in Southeast
Asia. Critical Asian Studies, 43(4), 479–506.
Kelly, P. F. (2012a). Class reproduction in a transitional agrarian setting: Youth
trajectories in a peri-urban Philippine village. In J. Rigg and P. Vandergeest
(Eds), Revisiting agrarian transformations: Localities, state and class in rural
Southeast Asia. Honolulu: University of Hawaii Press and National University
of Singapore Press.
Kelly, P. F. (2012b). Migration, transnationalism and the spaces of class identity.
Philippine Studies: Historical and Ethnographic Viewpoints, 60(2), 153–86.
Kendall, T. (2007). Within China›s orbit? China through the eyes of the Australian
parliament. Canberra: Parliamentary Library.
Keyes, C. (2012). ‘Cosmopolitant’ villagers and populist democracy in Thailand.
South East Asia Research, 20(3), 343–360.
Khoo, S, Voigt-Graf, C., & Hugo, G. et al. (2003). Temporary skilled migration to
Australia: The 457 visa sub-class. People and Place, 11(4), 27–40.
Mills, M. B. (1999). Thai women in the global labor force: Consuming desires, con-
tested selves. London: Rutgers University Press.
Pratt, G. (1989). Reproduction, class, and the spatial structure of the city. In R.
Peet and N. Thrift (Eds.), New models in Geography (pp. 84–108). London:
Unwin Hyman.
Pratt, G. (1999). From registered nurse to registered nanny: Discursive geographics
of Filipina domestic workers in Vancouver, B.C. Economic Geography, 75(3),
215–36.
Rigg, J. (2005). Living with transition in Laos: Market integration in Southeast Asia.
Oxon: Routledge.

— 216 —

สร้อยมาศ รุ่งมณี

Rungmanee, S. (2014). The dynamic pathways of agrarian transformation in the
Northeastern Thai-Lao borderland. Australian Geographer, 45(3), 341–354.

Trupp, A. & Butratana, K. (2015). Cross-border marriage and socioeconomic mo-
bility of Thai migrants in Austria. In สรุ ียพ์ ร พนั พึ่ง และคณะ (บ.ก.). ประชากร
และสังคม 2559 ประเทศไทยกับศตวรรษแห่งการย้ายถ่ินแห่งชาติ. นครปฐม:
สถาบันวจิ ยั ประชากรและสงั คม มหาวทิ ยาลัยมหิดล.

UNDP. (2009). Human Development Report 2009, Overcoming barriers: Human
mobility and development, November 23, 2017. Retrieved from http://hdr.
undp.org/sites/default/files/reports/269/hdr_2009_en_complete.pdf.

UNHCR. (2000). The State of The World’s Refugees 2000: Fifty Years of Humani-
tarian Action, May 23, 2017. Retrieved from http://www.unhcr.org/publica-
tions/sowr/4a4c754a9/state-worlds-refugees-2000-fifty-years-humanitarian-ac​
tion.html.

Urry, J. (2000). Sociology beyond societies: Mobilities for the twenty-first century.
London: Routledge.

Yue, A. (2008). Same-sex migration in Australia: From interdependency to intimacy.
Journal of Lesbian and Gay Studies, 14(2), 239–62.

— 217 —


Click to View FlipBook Version