คำนำ การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) เป็นการรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ ในองค์กร ซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสารมาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถ เข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กร มีความสามารถเชิงแข่งขันสูงสุด โดยเป้าหมายที่สำคัญของการจัดการความรู้มุ่งพัฒนาใน 3 ประเด็น ได้แก่ พัฒนางาน พัฒนาคน และการเป็นองค์กรหลักในการส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการด้านการพัฒนาสังคม แก่ภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่ ศึกษา วิเคราะห์ สถานการณ์เพื่อคาดการณ์แนวโน้มสถานการณ์ทางสังคมและ ผลกระทบ การถ่ายทอดความรู้ด้านการพัฒนาสังคมในระดับพื้นที่ รวมถึงเป็นศูนย์เรียนรู้ ศูนย์บริการวิชาการ ในระดับพื้นที่กลุ่มจังหวัด โดยมีจังหวัดพื้นที่รับผิดชอบ 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต และจังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับการดำเนินงานในปี 2566 สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10 ได้ดำเนินโครงการ ศูนย์บริการวิชาการพัฒนาสังคมและจัดสวัสดิการสังคม โดยมีกิจกรรม การจัดการความรู้และการถ่ายทอด องค์ความรู้ ในการถอดบทเรียนกระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์โดยบุคลากร ที่มีความความเชี่ยวชาญองค์ความรู้ด้านการค้ามนุษย์ ซี่งผู้บริหารกระทรวง พม.ได้ให้ความสำคัญกับองค์ความรู้ ที่อยู่ในตัวคนผู้ปฏิบัติงาน และนำมาถ่ายทอดให้กับคนรุ่นหลังเพื่อเป็นแนวทางการปฏิบัติที่ดี เพื่อมุ่งสู่ ผลสัมฤทธิ์ของการทำงานด้านการค้ามนุษย์ เพื่อถอดบทเรียนผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์องค์ความรู้ และ ความเชี่ยวชาญ ด้านการค้ามนุษย์ เพื่อให้เป็นคู่มือ ต้นแบบการทำงานที่นำไปสู่การขยายผลและปรับใช้ ให้เหมาะสมตามสถานการณ์และบริบทการทำงานด้านการค้ามนุษย์ โดยสิ่งที่คาดหวังจากการจัดเวที ถอดบทเรียนในครั้งนี้ คือบทเรียนการทำงานด้านกระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ที่เป็นรูปธรรมและบูรณาการทุกภาคส่วน สามารถนำไปเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่นนำไปปรับใช้ต่อไป คณะผู้จัดทำ สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10 กรกฎาคม 2566
ส่วนที่ 1 บทนำ ส่วนที่ 2 สถานการณ์การค้ามนุษย์ในประเทศไทย ส่วนที่ 3 กระบวนการช่วยเหลือและคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ส่วนที่ 4 การคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ส่วนที่ 5 บทสรุป ภาคผนวก
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 1 “การค้ามนุษย์” ภัยเงียบที่อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด ในยุคโลกาภิวัตน์ที่มีการติดต่อสื่อสาร การเดินทาง หรือการไปมาหาสู่มีความสะดวก รวดเร็ว และไปได้ไกลมากขึ้น การติดต่อสื่อสารแบบไร้พรมแดน บางครั้งจึงเป็นโอกาสของผู้ที่ไม่หวังดีและใช้โอกาสอันดีนี้ในการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ จากการ หลอกลวงผู้คนจนเกิดปัญหาเป็นวงกว้าง หลายคนอาจมีภาพจำว่าการค้ามนุษย์จะเกิดเฉพาะในพื้นที่ที่ห่างไกล และทุรกันดาร แต่ความจริงแล้วการค้ามนุษย์อยู่ใกล้ตัวมากกว่าที่คิด เพราะเกือบทุกประเทศล้วนเป็นส่วนหนึ่ง ในเส้นทางการค้ามนุษย์ โดยอาจเป็นประเทศต้นทาง ประเทศทางผ่าน หรือประเทศปลายทาง มูลนิธิวอร์ค ฟรี ฟาวเดชั่น (Walk Free Foundation) องค์กรด้านสิทธิมนุษย์สากล นิยาม การค้ามนุษย์คือ "ทาสสมัยใหม่" แรงงานบังคับ แรงงานขัดหนี้ การสมรสโดยบังคับหรือเพื่อรับใช้ หรือการแสวงหาประโยชน์ ทางเพศเชิงพาณิชย์ซึ่งในแต่ละมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่ต้องเผชิญกับความโหดร้ายจากช่องว่างความยากจน สงคราม ความไม่มั่นคงทางการเมือง และภัยธรรมชาติหรือครอบครัวแตกสลายนำมาซึ่งการตกเป็นเหยื่อ การค้ามนุษย์ การค้ามนุษย์ความหมายตาม พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไข เพิ่มเติมคือ เป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยวกักขังจัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งบุคคลใด โดยข่มขู่ ใช้กำลังบังคับ ลักพาตัว ฉ้อฉล หลอกลวง ใช้อำนาจโดยมิชอบ ใช้อำนาจ ครอบงำบุคคลด้วยเหตุที่อยู่ในภาวะอ่อนด้อยทางร่างกาย จิตใจ การศึกษา หรือทางอื่นใดโดยมิชอบ ขู่เข็ญ ว่าจะใช้กระบวนการทางกฎหมายโดยมิชอบ หรือโดยให้เงินหรือผลประโยชน์อย่างอื่นแก่ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล บุคคลนั้นเพื่อให้ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลให้ความยินยอมแก่ผู้กระทำความผิดในการแสวงหาประโยชน์จากบุคคล ที่ตนดูแล หรือ เป็นธุระจัดหา ซื้อ ขาย จำหน่าย พามาจากหรือส่งไปยังที่ใดหน่วงเหนี่ยวกักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งเด็ก เพื่อแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ หมายความถึง การแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี การผลิตหรือเผยแพร่วัตถุหรือสื่อลามก การแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่น การเอาคนลงเป็นทาสหรือ ให้มีฐานะคล้ายทาส การนำคนมาขอทานการตัดอวัยวะเพื่อการค้า การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ ในการ ข่มขืนใจผู้อื่นให้ทำงานหรือให้บริการโดยวิธีการทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของบุคคลนั้นเองหรือของผู้อื่น ขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ ใช้กำลังประทุษร้าย ยึดเอกสารสำคัญ ประจำตัวของบุคคลนั้นไว้ นำภาระหนี้ของบุคคลนั้นหรือของผู้อื่นมาเป็นสิ่งผูกมัดโดยมิชอบ ทำด้วยประการ อื่นใดอันมีลักษณะคล้ายคลึงกับการกระทำดังกล่าวข้างต้น และได้กระทำให้ผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถ ขัดขืนได้
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 2
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 3
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 4 รายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (TIP Report) ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รับการเผยแพร่เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2566 โดยปีนี้ “ไทย” ยังคงอยู่ในกลุ่ม Tier 2 สะท้อนความพยายาม ปรับปรุงแก้ไข แม้ว่าจะยังไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำ ขณะที่อีก 24 ประเทศ ยังอยู่ใน Tier 3 หรือระดับ ต่ำที่สุด เนื่องจากไม่มีความพยายามแก้ปัญหาอย่างจริงจัง แนวโน้มการค้ามนุษย์ยุคหลังโควิด-19 ผ่านการ หลอกลวงทางไซเบอร์ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ทำให้อัตราว่างงานพุ่งสูงขึ้น (https://shorturl.asia/nsSNr เข้าถึง เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2566) โดยรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ หรือ TIP Report ของรัฐบาล สหรัฐอเมริกาถือเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดทิศทางการค้ามนุษย์ของหลายประเทศทั่วโลก แถลงการณ์ของรัฐมนตรี ต่างประเทศสหรัฐอเมริกาให้ความสำคัญกับการสร้างความร่วมมือแก้ปัญหาการค้ามนุษย์และการค้าประเวณี อย่างจริงจัง TIP Report ประจำปี 2023 ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้รวบรวมสถานการณ์ การค้ามนุษย์ใน 188 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ รายงานฉบับนี้จัดระดับสถานการณ์เป็น 4 กลุ่ม ตั้งแต่ Tier 1 – Tier 3 ดังนี้ Tier 1 หรือ “กลุ่มดีที่สุด” มีทั้งหมด 30 ประเทศและเขตเศรษฐกิจ Tier 2 มี 105 ประเทศ Tier 2 Watch List มี 26 ประเทศ Tier 3 มี 24 ประเทศ และ Special Case หรือ กลุ่มเฝ้าระวัง อีก 3 ประเทศ โดยปีนี้ประเทศไทยยังคงอยู่ในกลุ่ม Tier 2 สะท้อนความพยายามปรับปรุงแก้ไขแม้ว่าจะยัง ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำตามกฎหมาย TVPA ก็ตาม ขณะที่การทุจริตและการสมรู้ร่วมคิดของเจ้าหน้าที่ หน่วยงานภาครัฐกลายเป็นอุปสรรคสำคัญของการแก้ปัญหาค้ามนุษย์ของรัฐบาลไทย การสร้างความร่วมมือ ของไทยกับประเทศเพื่อนบ้านยังมีความจำเป็น เนื่องจากไทยเป็นทั้งต้นทาง ทางผ่าน และปลายทาง การค้ามนุษย์ กาญจนา ภัทรโชค อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่ารายงานได้ สะท้อนถึงพัฒนาการสำคัญในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ระหว่างรัฐบาลไทยกับภาคส่วนต่าง ๆ ทำให้จำนวนการสืบสวนสอบสวน การดำเนินคดี การตัดสินโทษและการระบุตัวตนผู้เสียหายเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังขับเคลื่อนกลไกการส่งต่อระดับชาติ ดำเนินคดี และตัดสินโทษผู้กระทำผิดที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐและพัฒนา ศักยภาพเจ้าหน้าที่ สถานการณ์การค้ามนุษย์ในอาเซียนเริ่มมีพัฒนาการมากขึ้น หลังจากสหรัฐอเมริกา ยกระดับหลายประเทศขึ้นมาจากรายงานเมื่อปีที่ผ่านมา เวียดนาม มาเลเซียและบรูไน ถูกเลื่อนจาก “Tier 3” เป็น “Tier 2 WL” ในขณะที่อินโดนีเซีย ถูกเลื่อนจาก “Tier 2 WL” เป็น “Tier 2” ผลจากการระบาดของ โควิด-19 ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา เปลี่ยนพฤติกรรมให้คนเริ่มหันมาใช้อินเทอร์เน็ตหางานผ่านทางออนไลน์มากขึ้น
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 5 ขบวนการค้ามนุษย์ใช้ประโยชน์จากอัตราการว่างงานในการก่อเหตุ โดยเฉพาะเมียนมา กัมพูชา ลาว มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กานา และตุรกี ยกตัวอย่างกรณี “ลวี่” อดีตคนงานก่อสร้างชาวจีนวัย 34 ปี ถูกขบวนการค้ามนุษย์ หลอกลวงให้มาทำงานก่อสร้างที่สีหนุวิลล์ของกัมพูชา แต่เมื่อเขาเดินทางมาถึงกลับถูกบังคับให้เปิดบัญชีปลอม บน Facebook และ Tiktok เพื่อหวังหลอกให้คนมาลงทุนในเหรียญคริปโต สำนักงานยาเสพติดและ อาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ UNODC ชี้ว่าเหยื่อขบวนการค้ามนุษย์อาจแตะหลักหมื่นและกำลัง เผชิญชะตากรรมเลวร้าย TIP Report ยังให้ความสำคัญกับการแสวงหาประโยชน์จากเด็กชาย เพราะเด็กชาย ตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์เพิ่มขึ้นถึง 500% การรับมือกับปัญหาขบวนการค้ามนุษย์ในรูปแบบใหม่ มีความสำคัญ เพราะคนทุกเพศทุกวัยตกเป็นเป้าหมายของการค้ามนุษย์ได้ทั้งสิ้น รัฐบาลไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำอย่างครบถ้วนในการขจัดการค้ามนุษย์แต่มีความพยายาม อย่างมีนัยสำคัญในการดำเนินการดังกล่าว โดยเมื่อพิจารณาถึงผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (หากมี) ต่อประสิทธิภาพในการต่อต้านการค้ามนุษย์ พบว่า รัฐบาลแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่เพิ่มขึ้น โดยรวมเมื่อเทียบกับรอบระยะเวลาการรายงานปีที่ผ่านมา ดังนั้นประเทศไทยจึงยังคงอยู่ในระดับ 2 (Tier 2) ซึ่งความพยายามดังกล่าวประกอบด้วย 1. จำนวนการสืบสวน การดำเนินคดี และการตัดสินลงโทษคดีค้ามนุษย์เพิ่มขึ้น 2. การเริ่มกระบวนการสอบสวนเจ้าหน้าที่ รัฐถูกกล่าวหาว่าเขาไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ จำนวน 35 คนในปี2565 และตัดสินจำคุก จำนวน 4 คน 3. การระบุตัวผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ได้จำนวนมากขึ้น 4. การเริ่มขับเคลื่อนกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) และฝากอบรมให้กับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการ ดำเนินงานตามกลไกดังกล่าว อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไม่ได้ปฏิบัติตามมาตรฐานขั้นต่ำในประเด็นสำคัญหลายด้าน ได้แก่ 1. การปฏิบัติในการสัมภาษณ์ที่ไม่สอดคล้องกันและไม่มีประสิทธิภาพในระหว่างการตรวจแรงงาน และการสัมภาษณ์คัดแยกผู้เสียหาย ส่งผลให้ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จำนวนมากไม่ถูกระบุตัว โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ถูกแสวงประโยชน์จากการบังคับใช้แรงงาน 2. หน่วยงานที่มีอำนาจไม่ได้พยายามอย่างเพียงพอในการคุ้มครองผู้เสียหายจากค้ามนุษย์ที่ถูกแสวงหา ประโยชน์จากการบังคับใช้แรงงาน จากกระบวนการหลอกลวงทางไซเบอร์(Cyber scam) ในประเทศเพื่อน บ้าน รวมถึงคนไทยที่กลับเข้าประเทศภายหลังจากการถูกแสวงหาประโยชน์ที่บ่อยครั้งพบว่าไม่มีสถานะ ทางกฎหมาย โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ได้ระบุว่าบุคคลจำนวนมากเหล่านี้ เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ การกักตัวผู้เสียหายชาวต่างชาติ เข้าห้องกักสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และจับกุมผู้เสียหายรวมถึงคนไทย สำหรับการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการถูกค้ามนุษย์ในกระบวนการที่ผิดกฎหมายเหล่านี้
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 6 3. ข้อกำหนดทางกฎหมายของรัฐที่กำหนดให้ผู้เสียหายชาวต่างชาติส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในสถานคุ้มครอง ในระหว่างการดำเนินคดีกับผู้ค้ามนุษย์เป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ผู้ที่อาจเป็นผู้เสียหายจำนวนมาก ไม่สามารถให้ข้อมูลเกี่ยวกับการถูกแสวงหาประโยชน์ของพวกเขา หรือตกลงที่จะเข้าร่วมเป็นพยาน ซึ่งเป็นการตัดทอนอำนาจการบังคับใช้กฎหมายและความพยายามในการคุ้มครองโดยรวม 4. การให้บริการของรัฐแก่ผู้เสียหายในด้านต่าง ๆ ยังคงมีช่องว่างที่สำคัญ 5. การทุจริตและการมีส่วนเกี่ยวข้องของเจ้าหน้าที่รัฐยังคงขัดขวางความพยายามในการปราบปราม การค้ามนุษย์ 1. สืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีเชิงรุกต่อเจ้าหน้าที่ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ และพิพากษาลงโทษผู้ค้ามนุษย์ที่ถูกตัดสินว่ากระทำผิดอย่างเหมาะสมซึ่งรวมถึงการกำหนดอัตรา โทษจำคุกอย่างหนัก 2. เพิ่มความพยายามในการคัดแยกและคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่ถูกแสวงหาประโยชน์ ด้านแรงงาน จากกระบวนการหลอกลงทางอินเทอร์เน็ตที่เดินเข้ามาประเทศไทย ยุติการกักตัว ผู้เสียหายในห้องกักของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และควรดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าผู้เสียหายจะ ไม่ถูกลงโทษอย่างไม่เหมาะสมจากการกระทำผิดกฎหมายที่เป็นผลมาจากการถูกค้ามนุษย์ 3. ขับเคลื่อนกลไกการส่งต่อระดับชาติ (NRM) และระยะเวลาฟื้นฟูและไตร่ตรอง (Reflection Period) และเปิดใช้ศูนย์คัดแยกผู้เสียหายเต็มรูปแบบ 4. ยึดหลักการผู้เสียหายเป็นศูนย์กลางและการคำนึงถึงบาดแผลทางจิตใจ โดยรวมถึงในระหว่าง การสัมภาษณ์ผู้เสียหายของทีมสหวิชาชีพและการตรวจแรงงาน 5. เพิ่มความพร้อมสำหรับการให้บริการล่ามเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหาย ทั้งในสถานคุ้มครองและ ในกระบวนการทางศาล 6. เพิ่มการจัดทำวีซ่าเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายให้สามารถอยู่และทำงานในประเทศไทย ภายหลังเสร็จ สิ้นกระบวนการดำเนินคดีกับผู้ค้ามนุษย์ 7. ฝากอบรมเจ้าหน้าที่ เพื่อให้แน่ใจว่าสามารถดำเนินการตามมาตรา 6/1 แห่งกฎหมายว่าด้วยการ ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์และดำเนินการคัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 8. เพิ่มความสามารถของผู้เสียหาย โดยเฉพาะผู้เสียหายที่เป็นผู้ใหญ่ให้สามารถเดินทางเข้า-ออกสถาน คุ้มครองได้อย่างอิสระ รวมถึงการใช้เครื่องมือสื่อสาร และทบทวนการจัดให้ผู้เสียหายอยู่ในสถาน คุ้มครองเป็นระยะ เพื่อไม่ให้ผู้เสียหายต้องอยู่ในสถานคุ้มครองนานเกินความจำเป็น
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 7 9. กำหนดให้สถานคุ้มครองของรัฐและนอกภาครัฐดูแลผู้เสียหายโดยคำนึงถึงบาดแผลทางจิตใจและ ให้การดูแลผู้เสียหายเป็นรายบุคคลอย่างเพียงพอ เช่น การให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและ การเยียวยาสภาพจิตใจ รวมทั้งดำเนินนโยบายที่สอดคล้องกันในสถานคุ้มครองทุกแห่ง 10. ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการสืบสวนการละเมินแรงงานและข้อร้องเรียนของแรงงานต่างด้าวที่มี ข้อบ่งชี้ของการบังคับใช้แรงงาน เพื่อระบุอาชญากรรมค้ามนุษย์รวมถึงการบังคับใช้ขั้นตอนสำหรับ เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานในการส่งต่อกรณีที่อาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์ด้านแรงงานไปยังทีมสหวิชาชีพ และเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย 11. เพิ่มการสร้างความตระหนักรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับข้อบ่งชี้ด้านการค้ามนุษย์ เช่น การบังคับให้ใช้หนี้ การทำงานล่วงเวลาเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดการยึดเอกสารสัญญา และการค้างจ่ายค่าจ้าง 12. ตรวจคัดกรองแรงงานชาวเกาหลีเหนือเพื่อหาข้อบ่งชี้ของการค้ามนุษย์และส่งต่อพวกเขาไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบตามข้อมติ 2397 ของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 8
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 9
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 10 สำหรับสถานการณ์การค้ามนุษย์ในพื้นที่รับผิดชอบ 7 จังหวัดตอนบน ประกอบด้วย จังหวัดชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ นครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่าสถิติจำนวนคดีการค้ามนุษย์ มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี2563 - 2565 และลดลงในปี 2566 เป็นรูปแบบการแสวงหาประโยชน์ ในรูปแบบการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ การค้าประเวณี และอื่นใดอันคล้ายคลึงกันอันเป็นการขูดรีดบุคคล รวมทั้งการผลิตหรือเผยแพร่วัตถุหรือสื่อลามก ในปี 2565 และ 2566 โดยในปี 2566 มีสถิติการดำเนินคดี การค้ามนุษย์ จำนวน 3 คดี ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต จำนวน 2 คดีเป็นรูปแบบการแสวงหาประโยชน์ในการ ค้าประเวณี 1 คดี และการผลิตหรือเผยแพร่วัตถุหรือสื่อลามก 1 คดี และจังหวัดชุมพร จำนวน 1 คดี เป็นรูปแบบการแสวงหาประโยชน์การบังคับใช้แรงงานหรือบริการ 1 คดีจะเห็นได้ว่าการค้ามนุษย์มักเกิดขึ้น ในพื้นที่จังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงจังหวัดระนองเป็นพื้นที่จังหวัดชายแดนระหว่างประเทศไทยกับ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ดังภาพ
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 11 กระบวนการช่วยเหลือและคุ้มครอง
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 12 จังหวัดระนองมีลักษณะรูปร่างเรียวยาว จากทิศเหนือสุดจดใต้สุดยาว 169 กิโลเมตร มีส่วนที่ กว้างที่สุดที่เป็นพื้นดิน ประมาณ 25 กิโลเมตร ส่วนที่แคบที่สุดอยู่ที่คอคอดกระ อำเภอกระบุรี กว้าง 9 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นส่วนที่แคบที่สุดในแหลมมลายูมีพรมแดนติดกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา (จังหวัดเกาะสอง) และทะเลอันดามันทางด้านทิศตะวันตก มีแม่น้ำกระบุรีกั้นพรมแดนไทยกับสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ทำให้มีเส้นทางเข้า - ออก ตามกฎหมายและเส้นทางธรรมชาติมากมาย ทำให้เป็นช่องทางการหลบหนีเข้าเมือง เพื่อเข้ามาอยู่ มาทำงาน และเป็นทางผ่านไปที่อื่นรวมทั้งไปยังประเทศอื่นมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งสุ่มเสี่ยงต่อ การค้ามนุษย์และการถูกแสวงหาผลประโยชน์ นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดปัญหาแรงงาน ยาเสพติด อาชญากรรม ความรุนแรง การละเลยทอดทิ้งเด็กและสตรี ซึ่งเกิดจากสภาพที่ตั้ง ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และปัญหา ความเหลื่อมล้ำ ด้านเศรษฐกิจและสังคมระหว่างพื้นที่ชายแดน ทำให้จังหวัดระนองมีสถานะเป็นทั้งทางผ่าน และปลายทาง ที่มา : รายงานสถานการณ์ทางสังคมจังหวัดระนอง ประจำปี 2565
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 13 จังหวัดระนองมีการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ตามหลักมาตรฐานสากล 5P ประกอบด้วย การกำหนดนโยบาย (Policy) การดำเนินคดีและการบังคับใช้กฎหมาย (Prosecution) การคุ้มครอง ช่วยเหลือ (Protection) การป้องกัน (Prevention) และ การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน (Partnership) ที่เชื่อมโยงทุกด้าน และมีศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์จังหวัด (ศปคม.) โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด เป็นหน่วยงานประสานและเป็นกลไกขับเคลื่อน ความร่วมมือระหว่างสหวิชาชีพภายใต้ความร่วมมือทุกภาคส่วนเป็นอย่างดีทำให้มีมาตรการในการป้องกันและ ปราบปรามการค้ามนุษย์ทั้งภายในและภายนอกที่มีประสิทธิภาพ โดยปัจจัยภายใน ได้แก่ มาตรการ เชิงป้องกันในการอบรมให้ความรู้กลุ่มเด็ก เยาวชน และกลุ่มเสี่ยงมาตราการสื่อประชาสัมพันธ์ จากความร่วมมือสื่อมวลชนในพื้นที่ โดยเฉพาะ อสมท. มีช่องทางการรับแจ้งเหตุในโซเชียลมีเดีย สำหรับการ เฝ้าระวัง และป้องกันปัญหาการค้ามนุษย์ตั้งแต่จุดเริ่ม มาตรการให้องค์ความรู้กับสหวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เรื่องการป้องกันและสกัดกั้นการค้ามนุษย์ การทำงานร่วมกันในลักษณะของทีมสหวิชาชีพ เพื่อการช่วยเหลือและคุ้มครองผู้เสียหาย ผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการ อาทิ ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัด ทำบทบาทในการรณรงค์ จัดระเบียบคนไร้ที่พึ่งและขอทาน ซึ่งจะทำเป็นประจำทุกเดือน ๆ ละ 2 ครั้ง ร่วมกับทีมสหวิชาชีพและเครือข่ายในสถานที่สาธารณะเป็นส่วนใหญ่ ตลาดสด หรือเทศกาลสำคัญต่าง ๆ เพื่อป้องกันการค้ามนุษย์ในรูปแบบของการนำคนมาขอทาน ซึ่งในจังหวัด ระนองยังไม่พบประเด็นการนำคนมาขอทานเพื่อการค้ามนุษย์ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัด เป็นหน่วยสนับสนุนในการทำงานด้านการค้ามนุษย์ ในการ ป้องกันและคุ้มครองเด็กและเยาวชน รวมทั้งเป็นจุดคัดกรองในกรณีเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี และรับเข้าดูแล ชั่วคราวในกรณีที่เด็กไม่สามารถเข้าสถานคุ้มครองได้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) มีหน้าที่ตรวจบุคคลและพาหนะที่เดินทางเข้าออกมายัง ภายในประเทศ พร้อมทั้งตรวจสอบคนต่างด้าวที่อาจเข้าเมืองมาอย่างผิดกฎหมาย และเป็นสถานที่กักตัว บุคคลต่างชาติที่เข้ามาในประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาตหรืออยู่ในประเทศนานเกินระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต ในกรณีที่ตรวจพบคนต่างชาติที่กระทำความผิดแล้วต้องส่งตัวกลับประเทศ ระหว่างกระบวนการประสานงาน เพื่อส่งตัวนั้น คนต่างชาติก็จะถูกกักไว้ในสถานที่ของ ตม.โดยเฉพาะ โดยจังหวัดระนองปัจจุบันมีทั้งเมียนมา มุสลิม และเมียนมาโรฮิงญา ซึ่งในส่วนของโรฮิงญาขังไว้ประมาณ 7 – 8 ปีแล้ว ได้ประสานกับ UN และ IOM ยังคงต้องรอ จนทำให้เด็กเกิดภาวะเครียด สำนักงานแรงงานจังหวัด ภารกิจหลักคือการป้องกัน สร้างการรับรู้ให้กับนายจ้าง ลูกจ้าง รวมถึง เครือข่ายในชุมชน สิ่งใดการกระทำใดที่ว่าอาจจะเป็นการกระทำเรื่องของการบังคับใช้แรงงาน การแสวงหา ประโยชน์จากแรงงาน นำพาซึ่งของการค้ามนุษย์และแรงงาน สิ่งที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดระนอง ณ วันนี้ ยังไม่เจอการบังคับใช้แรงงาน การแสวงหาประโยชน์ แต่สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเนื่องจากจังหวัดระนองเป็นเขตแดน
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 14 ที่ติดกับประเทศพม่าการไหลทะลักของเมียนมาเข้ามาทำงาน มิติแรกสำนักงานจัดหางานต้องควบคุม การทำงานของแรงงานต่างด้าว โดยสวัสดิการคุ้มครองแรงงานตรวจคุ้มครองแรงงาน การกระทำที่ผิดกฎหมาย ด้านแรงงานในระยะยาว ครั้งแรกยังทำผิดในเรื่องของการจ้างแรงงานต่างด้าวโดยผิดกฎหมายยังทำอยู่ จ่ายค่าจ้างผิดต่ำกว่ากฎหมายที่กำหนด การทำงานผิดตามข้อกฎหมายของสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน การทำงานผิดกฎหมายระยะยาวอาจจะนำซึ่งการแสวงหาผลประโยชน์เรื่องของการค้ามนุษย์ และการบังคับใช้ แรงงานได้ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ประจำประเทศไทย เป็นหน่วยงาน สนับสนุนการทำงานที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ใน 2 มิติ คือมิติการสนับสนุนกลไกของ NRM เช่น การลงพื้นที่ สนับสนุนในการองค์ความรู้ทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับ NRM การดูแลทางสุขภาพกายและใจ การให้บริการ ช่วงระยะเวลาฟื้นฟูไตร่ตรอง (Reflection Period) และการทำคู่มือต่าง ๆ ให้เป็นรูปธรรมร่วมกับกองต่อต้าน การค้ามนุษย์ การช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมให้กับผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบปกติและไม่ปกติรวมถึงกลุ่ม โรฮิงญา โดยทำงานร่วมกับหลายองค์กรไม่ว่าจะเป็นสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัด และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.).ในส่วนนี้ที่เกี่ยวข้อง และอีกส่วนหนึ่ง คือการไปประเทศที่ 3 เนื่องจาก IOM เป็นหน่วยงานในองค์การสหประชาชาติทำงานร่วมกับ UN และองค์กร UN อื่น ๆ เช่น UNSCR ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ลี้ภัยต่าง ๆ ได้เดินทางไปประเทศที่ 3 เพื่อตั้งพื้นฐานใหม่ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน มีหน้าที่หลักก็คือคุ้มครองแรงงานเชิงรุกและเชิงรับ เชิงรับคือการรับคำร้องเมื่อลูกจ้างถูกละเมิดสิทธิ์ไม่ได้รับค่าจ้างให้ออกจากการทำงาน การหาข้อเท็จจริง การตรวจสถานประกอบการในจังหวัดระนองมีประมาณ 2,800 แห่ง ลูกจ้างในระบบมีประมาณ 25,000 คน และเชิงรุกคือการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์และแรงงาน มีกิจกรรมหลัก 3 กิจกรรม ได้แก่การตรวจ แปรรูป สัตว์น้ำ ตรวจกิจการในประมงทะเล และการตรวจกลุ่มเสี่ยงในสถานประกอบการ รวมถึงการคัดกรอง เบื้องต้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด มีหน้าที่ให้บริการด้านสุขภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จาก สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ บ้านพักเด็กและครอบครัว และศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง รวมทั้งมีส่วนร่วมในกระบวนการคัดกรอง การคัดแยก และการคุ้มครอง ด้านการตรวจร่างกาย ตรวจสุขภาพ ต่าง ๆ ก่อนเข้าสู่การดูแลของหน่วยงาน ที่ทำการปกครองจังหวัด มีความเกี่ยวข้องในเรื่องของสถานบูรณาการคัดแยกผู้เสียหายจาก การค้ามนุษย์ตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในการจัดหาสถานที่รองรับเพื่อคุ้มครองและ คัดแยกเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริง โดยจังหวัดระนองใช้กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดระนองที่ 1 โดยได้มีการ ปรับปรุงให้ได้มาตรฐาน 13 ข้อ คือ ลักษณะอาคารพร้อมใช้งาน อากาศถ่ายเทสะดวก ระบบไฟฟ้า ระบบ ประปาที่พร้อมใช้งาน ที่พัก การจัดหาเครื่องนอน ห้องอาบน้ำพร้อมอุปกรณ์เครื่องใช้ในห้องน้ำ ห้องสุขา
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 15 โดยแยกเป็ดสัดส่วน พื้นที่ชาย - หญิง พื้นที่สำหรับรับประทานอาหาร พื้นที่สำหรับซักล้าง ระบบรักษา ความปลอดภัย เช่น กล้องวงจรปิด ถังดับเพลิง เป็นต้น พื้นที่สำหรับเป็นห้องให้คำปรึกษาแก่ผู้เข้ารับบริการ และห้องประชุมสำหรับสหวิชาชีพ สำนักงานประมงจังหวัด จังหวัดระนองอยู่ติดกับชายแดนประเทศพม่า ทำให้เสี่ยงต่อการ ค้ามนุษย์และการบังคับใช้แรงงาน มีการทำงานร่วมกับทีมสหวิชาชีพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ ในเรื่องการขออนุญาตประมง การออกใบอนุญาตทำงานในเรือประมง และแรงงานภาคประมง มีการให้ความรู้ ผู้ประกอบการและแรงงานในเรื่องระเบียบ กฎหมาย และการตรวจบูรณาการเฝ้าระวังในเขตการประมงไทย สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เป็นองค์กรในการคุ้มครอง ป้องกัน ฟื้นฟู และเสริมสร้างศักยภาพแก่กลุ่มเป้าหมายสามารถพึ่งตนเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยการมีส่วนร่วมของ ทุกภาคส่วนสถานการณ์การค้ามนุษย์ในปัจจุบันลดลงจากสถิติการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการ ค้ามนุษย์จังหวัดระนองจากปี 2562 จำนวน 277 คน ปี 2563 จำนวน 149 คน ปี 2564 จำนวน 6 คน ปี2565 จำนวน 12 คน และปี 2566 จำนวน 4 คน สาเหตุจากสถานการณ์โรคโควิด - 19 ที่ผ่านมาและ ทุกหน่วยงานมีการป้องกันมากขึ้น การทำความร่วมมือกับประเทศต้นทาง และการดำเนินการในเชิงป้องกัน ทั้งหน่วยงานภายใน หน่วยงานของต่างประเทศ แต่ยังคงมีความเสี่ยงเด็กโดนหลอกผ่านโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ยังมีศูนย์ให้บริการ SME ครบวงจร สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อม (สสว.) เป็นหน่วยงานที่ขึ้นทะเบียนให้กับ SME จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐและรับโครงการของ สสว. ส่วนกลางมาประชาสัมพันธ์ให้กับจังหวัดและส่งเสริมและบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่าย สามารถเชื่อมโยงสินค้ากับผู้ประกอบการในการฝึกฝนอาชีพให้กับแรงงานและสร้างอาชีพขายออนไลน์ได้
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 16 และปัจจัยภายนอก ได้แก่ การสร้างความร่วมมือตามแนวชายแดนในการต่อต้านการค้ามนุษย์ ระหว่างไทยกับเมียนมา (Border Cooperation on Anti-trafficking in Persons : BCATIP) เพื่อให้พื้นที่ ปราศจากการค้ามนุษย์ การกระทำทารุณต่อ เด็ก สตรี และบุคคลอื่น การบูรณาการ การประสานความร่วมมือ ส่งต่อ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเมืองคู่แฝดระนอง-เกาะสอง และเป็น Good model ในการบูรณาการ ช่วยเหลือกลุ่มผู้ด้อยโอกาสระหว่างประเทศไทย - เมียนมา และนานาประเทศ โดยจุดเด่นของการดำเนินการ คือ การใช้ทีมสหวิชาชีพเข้ามาช่วยดำเนินการเมื่อพบผู้เสียหาย BCATIP จะประสานและจัดทีมสหวิชาชีพเข้าไป คัดกรองและดำเนินการทันที รวมทั้งทำงานอย่างเป็นระบบ มีคู่มือการปฏิบัติงาน การติดตามประเมินผล ที่ชัดเจน จนเกิดกระบวนการขั้นตอนในการทำงานที่ เป็นต้นแบบช่วยเหลือบุคคลในกลุ่มเสี่ยงหลายขั้นตอน เช่น ขั้นตอนการรับ-ส่งผู้ต้องหา/ผู้ต้องสงสัย คดีค้ามนุษย์ชาวเมียนมาที่อยู่ในประเทศไทย ขั้นตอนการรับ-ส่ง ผู้ต้องหา/ผู้ต้องสงสัยคดีค้ามนุษย์ชาวไทยที่อยู่ในเกาะสอง และขั้นตอนการส่งกลับผู้ย้ายถิ่นฐานกลุ่มเสี่ยงและ ผู้ต้องการช่วยเหลือเป็นพิเศษชาวเมียนมา นอกจากนี้ปัจจุบันยังมีกลไกการส่งต่อระดับชาติ (National Referral Mechanism : NRM) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ให้ทุกภาคส่วนนำมาใช้ในการปฏิบัติงานการประสาน ความร่วมมือ การแบ่งปันข้อมูล การส่งต่อความช่วยเหลือคุ้มครองบุคคลที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะเป็น ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ผู้เสียหายจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ และเพื่อช่วยให้บุคคลเหล่านั้น สามารถเข้าถึงบริการการช่วยเหลือในเบื้องต้นได้ ประกอบไปด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้ ➢ ขั้นตอนที่ 1 การเผชิญเหตุหรือรับแจ้งเหตุ (Front Line Response) เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ด้านป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ประสบเหตุขณะออกปฏิบัติหน้าที่ หรือได้รับแจ้งเหตุ หรือเบาะแสเกี่ยวกับพฤติการณ์หรือบุคคลอันมีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจมีการกระทำผิดเกี่ยวกับ การค้ามนุษย์หรือการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ หรือเมื่อมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลร้องขอ ความช่วยเหลือ หลบหนีหรือได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานของหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ให้ออกมาจากหรือหลุดพ้นจากสถานที่ใด หรือการควบคุมดูแลของบุคคลอื่นใด ให้ถือว่า บุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นผู้ที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าอาจเป็นผู้เสียหาย (Potential Victims of TIP/FL) ซึ่งเจ้าหน้าที่ผู้เผชิญเหตุ (Front Line Practitioners) ของหน่วยงานด่านหน้า (First Responders) ต้องดำเนินการนำตัวเข้าสู่กระบวนการของกลไกการส่งต่อระดับชาติโดยพลัน โดยอาจซักถามและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นตามความจำเป็นและเหมาะสม รวมทั้ง เตรียมความพร้อมสำหรับขั้นตอนการคัดกรองเบื้องต้นต่อไป ➢ ขั้นตอนที่ 2 การคัดกรองเบื้องต้น (Initial Victim Screening Process) เป็นการนำผู้มีเหตุอัน ควรสงสัยว่าอาจเป็นผู้เสียหายเข้าสู่การซักถามพฤติการณ์ แสวงหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นกับบุคคลผู้นั้น และให้ความช่วยเหลือคุ้มครองสวัสดิภาพเบื้องต้นตามความจำเป็น เป็นรายกรณี ซึ่งอาจจัดให้มีการตรวจร่างกายและสังเกตสภาพจิตใจของบุคคลดังกล่าว เพื่อประเมิน ข้อบ่งชี้ที่เกี่ยวข้องกับพฤติการณ์ดังกล่าว โดยเจ้าหน้าที่ผู้เผชิญเหตุอาจมีเหตุผลเพียงพอหรือมีเหตุ
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 17 อันควรที่จะสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือการแสวงหาประโยชน์ อย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อนำผู้ที่ถูกสันนิษฐานว่าเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (Presumed Victims of TIP/FL) ดังกล่าว เตรียมความพร้อมเข้าสู่ระยะเวลาฟื้นฟูไตร่ตรอง (Reflection Period - RP) หรือหากไม่พบว่ามีพฤติการณ์ตามข้อบ่งชี้แต่อย่างใด ก็อาจส่งตัวบุคคลดังกล่าวต่อไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ➢ ขั้นตอนที่ 3 การคัดแยก (Victim Identification Procedures) เป็นการนำผู้ที่ถูกสันนิษฐาน ว่าเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์หรือการแสวงหาประโยชน์อย่างหนึ่งอย่างใด (Presumed Victims of TIP/FL) เข้าสู่กระบวนการแสวงหาข้อเท็จจริงตามข้อบ่งชี้เพิ่มเติมด้วยการสัมภาษณ์ ซักถาม พิสูจน์ทราบข้อเท็จจริงตามคำให้สัมภาษณ์ และรวบรวมพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมทั้งประเมินความพร้อมของผู้ที่สันนิษฐานว่าเป็นผู้เสียหายดังกล่าว โดยทีมสหวิชาชีพอาจเริ่ม กระบวนการคัดแยกอย่างเป็นทางการ เมื่อบุคคลที่ถูกสันนิษฐานว่าเป็นผู้เสียหายนั้นมีความพร้อม ประกอบกับมีข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับข้อบ่งชี้ที่แสวงหามาได้เพียงพอ หากพบว่าบุคคลนั้น เป็นผู้เสียหายก็ให้แจ้งสิทธิและสอบถามความสมัครใจในการเข้าสู่กระบวนการคุ้มครอง หรือหากบุคคลดังกล่าวไม่เข้าข่ายเป็นผู้เสียหาย ก็ให้ส่งตัวต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ต่อไป แล้วแต่กรณี
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 18
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 19 ➢ ขั้นตอนที่ 4 การคุ้มครอง (Victim Protection Process) เป็นการนำผู้ที่ทีมสหวิชาชีพระบุตัว ในการคัดแยกว่าเป็นผู้เสียหาย (Identified Victims of TIP/FL) เข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือ คุ้มครองในสถานคุ้มครอง โดยอาจมีระยะเวลาฟื้นฟูไตร่ตรองหรือไม่ก็ตามแล้วแต่กรณี ในสถาน คุ้มครองของรัฐหรือที่ได้รับอนุญาตจากรัฐ ซึ่งต้องจัดให้มีการประเมินความช่วยเหลือเป็นรายกรณี (Victim Care Assessment) การจัดทำรายงานผลกระทบต่อบาดแผลทางจิตใจ (Victim Impact Statement) รวมทั้งการให้บริการของรัฐในการบำบัดฟื้นฟูทางร่างกายและจิตใจและเตรียมการ ส่งกลับคืนสู่สังคมไปยังประเทศต้นทาง หรือภูมิลำเนาของผู้เสียหาย สำหรับผู้ที่ถูกระบุตัวว่า เป็นผู้เสียหายคนใดไม่สมัครใจเข้าสถานคุ้มครอง ก็จะได้รับการช่วยเหลือคุ้มครองโดยหน่วยงานอื่น ที่เกี่ยวข้องตามสิทธิและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 20
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 21
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 22 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นหน่วยงานหลักของภาครัฐที่ทำหน้าที่ ให้การช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ โดยทำหน้าที่โดยตรงในการประสานงานกับส่วนราชการ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ใช้บริการ และการให้ความช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ซึ่งเข้ารับบริการในหน่วยงานภายใต้ การดำเนินงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 9 แห่ง และให้การคุ้มครอง สวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 เพื่อรอการดำเนินคดีในชั้นศาลก่อน ส่งกลับประเทศภูมิลำเนาและคืนสู่สังคม โดยหน่วยงาน ทั้ง 9 แห่ง จะทำหน้าที่ตั้งแต่ระบวนการ รับแจ้งเหตุ การประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือให้ ผู้เสียหายหลุดพ้นจากสภาพเลวร้าย การส่งต่อเพื่อเข้ารับบริการที่เหมาะสม จัดบริการด้านปัจจัย 4 การจัดหา ที่พักพิงที่ปลอดภัย บริการให้ คำปรึกษา ให้บริการบำบัดฟื้นฟู บริการตรวจสุขภาพและให้การรักษา ทางการแพทย์ ฝึกอาชีพในลักษณะอาชีวบำบัด ซึ่งเน้นฝึกอาชีพเพื่อการ เสริมสร้างสมรรถภาพให้ผู้เสียหาย สามารถปรับตัว เข้ากับสิ่งแวดล้อมได้อย่างอิสระ สามารถพึ่งพา ตนเองได้ และเป็นอาชีพเสริม มีรายได้ระหว่าง เข้ารับการคุ้มครอง ให้บริการทางกฎหมายประสานกับหน่วยงานเกี่ยวข้องในการเรียกร้องสิทธิและประโยชน์ ให้กับผู้เสียหาย และการช่วยเหลือให้กลับคืนสู่ครอบครัวและสังคมได้โดยปลอดภัย เน้นการปฏิบัติต่อผู้เสียหาย ในฐานะที่เป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ มิใช่อาชญากรอยู่บนพื้นฐานของการเคารพต่อสิทธิมนุษยชน และการให้ ความช่วยเหลือตามมนุษยธรรม ซึ่งจะให้ความช่วยเหลือโดยไม่เลือกปฏิบัติเพื่อป้องกันมิให้กลับเข้าสู่ กระบวนการค้ามนุษย์ การคุ้มครองสว ัสดิภาพผู้เสียหาย
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 23 จังหวัดระนองมีสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ (Ranong Welfare Protection Center for victims of Trafficking in Person) เดิมชื่อ สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพ (ชาย) จังหวัดระนอง สังกัดสำนักป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก จัดตั้งขึ้นเมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 เพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมายที่ตกเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ต่อมากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ได้แบ่งส่วนราชการใหม่ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2558 และจัดตั้งเป็นสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์แทน ชื่อเดิม สังกัดกองต่อต้าน การค้ามนุษย์ สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อรองรับภารกิจ ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ ทั้งเชิงรุกและเชิงรับ และการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหาย จากการค้ามนุษย์ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เป็นองค์กรในการคุ้มครอง ป้องกัน ฟื้นฟู และเสริมสร้างศักยภาพแก่กลุ่มเป้าหมายสามารถพึ่งตนเองได้ และมีคุณภาพชีวิตที่ดี โดยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 24 กลุ่มเป้าหมายผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการะบวนการค้ามนุษย์เพศชาย อายุ 15 ปีขึ้นไป ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติตาม ม.28 และ ม.33 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม 1. คนที่อาจตกเป็นเหยื่อ หรือตกเป็นเหยื่อจากกระบวนการค้ามนุษย์ทั้งในและนอกราชอาณาจักรไทย 2. คนต่างด้าวที่เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทย โดยถูกต้องตามกฎหมายแต่ภายหลังอาจตก หรือ ตกเป็นเหยื่อจากกระบวนการค้ามนุษย์ 3. คนต่างด้าวที่เข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทย โดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และตก หรืออาจจะ ตกเป็นเหยื่อจากกระบวนการค้ามนุษย์ 4. คนที่ไม่ได้รับสัญชาติไทย แต่อาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทย หรือเคยมีภูมิลำเนาหรือสถานะอยู่ อาศัยในราชอาณาจักรไทยมาก่อนหรืออาจตก หรือตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ในรูปแบบ การค้าประเวณีในรูปแบบแรงงาน และในรูปแบบขอทาน
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 25 นายฤภวัฒน์ โพธิ์แก้ว ผู้อำนวยการสถาน คุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ผู้อำนวยการสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการ ค้ามนุษย์ จังหวัดระนอง เป็นบุคคลที่ได้รับรางวัลบุคคล ดีเด่นด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เนื่องในวันรณรงค์ต่อต้านการค้ามนุษย์ ประจำปี 2566 โดย นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เนื่องจาก มีผลงานเป็นที่ประจักษ์ สร้างคุณประโยชน์ให้กับองค์กร บุคลากร และผู้รับบริการเป็นอย่างมาก เป็นต้นแบบ ในการทำงานให้กับคนรุ่นหลัง อีกทั้งยังสร้างองค์กรต้นแบบด้านการค้ามนุษย์ จากการเปลี่ยน “สถานรองรับ เป็นบ้าน” สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จังหวัดระนอง หรือ บ้านระนอง โดยตั้งเป้าหมายการดูแลคุ้มครองผู้เสียหายภายใต้นโยบาย Happy Shelter บ้านแห่งความสุขสำหรับ ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เพื่อสร้างบรรยากาศในการดูแลผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ รวมทั้งผู้เสียหาย จากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ ได้อยู่ในสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ อย่างมีความสุขและมีความหวังที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ เมื่อผ่านพ้นจากภัยร้ายของการค้ามนุษย์ และดำเนิน โครงการ ภายใต้ชื่อ “Friendly Shelter” ยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลางให้การคุ้มครอง ดูแลและช่วยเหลือ ผู้เสียหายฯ ด้วยความเป็นมิตร มุ่งเน้นให้บุคลากรมีจิตบริการที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรม และมีสัมพันธภาพที่ดี ระหว่างเจ้าหน้าที่ และผู้เสียหายฯ รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตร ร่มรื่น สวยงามน่าอยู่ เหมาะแก่การ ผ่อนคลาย และบำบัดฟื้นฟูบาดแผลทางใจของผู้เสียหายฯ
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 26 จากนโยบาย Happy Shelter บ้านแห่งความสุขสำหรับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ทำให้ ผู้รับบริการที่เข้ามาในบ้านระนอง มีความสุข รู้สึกผ่อนคลาย และมีความหวัง และที่สำคัญทำให้ผู้เสียหาย มีรายได้ระหว่างอยู่ในสถานรองรับเพื่อช่วยเหลือเจือจุนครอบครัว ดังนี้ 1. การลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านการจ้างงานผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ระหว่าง สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดย สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนองกับสถานประกอบกิจการ จำนวน 8 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดระนอง วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมและช่วยเหลือให้ผู้เสียหายจาก การค้ามนุษย์มีรายได้จากการทำงานระหว่างอยู่ในความคุ้มครองสวัสดิภาพ และตอบสนองความ ต้องการด้านแรงงานของสถานประกอบกิจการ อีกทั้งเป็นการเยียวยาคุณค่าความเป็นมนุษย์ให้กับ ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 โดยมีนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นประธานในพิธี พร้อมรับมอบศาล จำลองจากองค์การ Operation Underground Railroad (O.U.R) และมีนายธนสุนทร สว่างสาลี รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ร่วมเป็นเกียรติในพิธีลงนามฯ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคีที่เกี่ยวข้อง
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 27 2. โครงการ “Friendly Shelter” โดยยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง ให้การคุ้มครอง ดูแลและ ช่วยเหลือผู้เสียหายฯ ด้วยความเป็นมิตร มุ่งเน้นให้บุคลากรมีจิตบริการที่ดี มีคุณธรรมจริยธรรม และมีสัมพันธภาพที่ดีระหว่างเจ้าหน้าที่ และผู้เสียหายฯ รวมถึงการจัดสภาพแวดล้อมให้เป็นมิตร ร่มรื่น สวยงามน่าอยู่ เหมาะแก่การผ่อนคลาย และบำบัดฟื้นฟูบาดแผลทางใจของผู้เสียหายฯ ด้วยสโลแกน 3 มิตร ประกอบด้วย การคุ้มครองเป็นมิตร (Victim - Friendly Approach) เป็นการจัดกิจกรรมเน้นให้ ผู้เสียหายฯ รู้สึกถึงความเป็นมิตรเสมือนอยู่กับญาติพี่น้องโดยยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง ในการตัดสินใจกระทำการใด ๆ ในการให้ความคุ้มครองช่วยเหลือ อยู่บนพื้นฐานของ ความสมัครใจของผู้เสียหาย โดยการเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายฯ ได้แสดงความคิดเห็น ในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน เช่น การเลือกกิจกรรมและร่วมออกแบบกิจกรรม ในแต่ละวัน การเลือกเมนูอาหารและการทำอาหารด้วยตนเอง จัดให้มีกิจกรรมเสริม อาทิ เล่นกีฬา ดูหนัง ฟังเพลง เล่นดนตรี การแลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรม ประเพณีและภาษา ซึ่งกันและกัน โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล เอาใจใส่ เสมือนคนในครอบครัว และเมื่อผู้รับฯ เกิดปัญหาหรือหาทางออกไม่ได้ นักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์พร้อม Support ในเรื่องนั้น ๆ อยู่เสมอ
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 28 นอกจากนี้การจัดกิจกรรมพัฒนากระบวนการที่สอดคล้องกับมาตรฐานคุ้มครอง ได้แก่ การจัดประชุมทีมสหวิชาชีพ การวางแผนและการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดูแลเพิ่มเติม ตามข้อเสนอแนะจาก Tip Report ที่ต้องดูแลผู้เสียหายฯ ด้วยความเท่าเทียมกัน ไม่ว่า เชื้อชาติไหน สัญชาติอะไรก็ดูแลด้วยความเท่าเทียมกัน โดยยึดหลักสิทธิมนุษยชน หากมีการใช้ระบบการดูแลแบบ TIC และเกินความสามารถของเจ้าหน้าที่สถานคุ้มครองฯ จะทำการส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ดำเนินการช่วยเหลือต่อไป ส่วนใหญ่จะเป็น การให้ความรู้ และเสริมสร้างทักษะในด้านต่าง ๆ เช่น ทักษะการคลายเครียดด้วยตนเอง ทักษะชีวิต ทักษะทางสังคม เพื่อให้ผู้เสียหายฯ สามารถปรับตัวได้ นำความรู้ที่ได้มาปรับใช้ ในชีวิตประจำวันได้ และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการสร้างอาชีพ สร้างชีวิตใหม่หลังออก จากสถานคุ้มครองฯ อาทิ กิจกรรมแปลงผักริมรั้ว การเรียนรู้วัฒนธรรม Sport to day กิจกรรมจิตสังคม Food Choice by Chef Ton กิจกรรมประเมินสุขภาพ กิจกรรม ทางศาสนา กิจกรรมทักษะชีวิตพิชิตโลกภายนอก กิจกรรมส่งเสริมเรียนรู้ด้าน IT กิจกรรม คลินิกส่งเสริมและพัฒนา กิจกรรมนันทนาการต่าง ๆ กิจกรรม Natural Base Therapy และกิจกรรมคลินิกสุขภาพ บุคลากรเป็นมิตร (Friendly Staff) มุ่งเน้นให้บุคลากรมีจิตบริการที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรม และมีสัมพันธภาพที่ดีระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้เสียหายฯ โดยมีการจัดกิจกรรม และบริการให้บุคลากร ดังนี้ 1) จัดกิจกรรมการสนับสนุนและพัฒนาองค์ความรู้ตามวิชาชีพเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการปฏิบัติงาน ได้แก่ การออกแบบ Infographic ด้วยโปรแกรม Canva การถ่ายภาพเบื้องต้นและเทคนิคการถ่ายภาพบุคคล กิจกรรมไอทีพี่อยากคุย (Wanna Talk About IT) การพัฒนาบุคลิกภาพ การเพิ่มทักษะทางด้านภาษา (อังกฤษ) และการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของบุคลากร ได้แก่ การจัดการความรู้ (KM) เพื่อเพิ่มทักษะดิจิทัล การพัฒนาทักษะดิจิทัลด้วยตนเองผ่านออนไลน์ และ การสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ เข้าร่วมโครงการฝึกอบรม เพื่อเพิ่มความรู้ตามวิชาชีพ หรือตำแหน่งงาน
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 29 2) การจัดสวัสดิการ การ Retreat และการดูแลทุกข์-สุข เจ้าหน้าที่ ได้แก่ การจัดตั้ง กองทุนสวัสดิการสถานคุ้มครองฯ จังหวัดระนอง เป็นสวัสดิการสำหรับบุคลากร ของสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จังหวัดระนอง เพื่อประโยชน์แก่การดำรงชีพนอกเหนือจากสวัสดิการที่ทางส่วนราชการจัดให้ เป็นกรณีปกติ โดยให้มีการออมเงินสะสมเข้ากองทุนฯ ขั้นต่ำเดือนละ 100 บาท และ สามารถกู้ยืมเงินกองทุนฯ ได้โดยมีอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 1 บาทต่อเดือน และกิจกรรม 1 ห้อง 1 ร่อง 1 ผัก โดยจัดสรรพื้นที่ด้านข้างอาคารพักอาศัย สำหรับใช้ เป็นพื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่สถานคุ้มครองฯ จังหวัดระนอง ที่อยู่ในอาคารพักอาศัยดำรงตนโดยยึดหลักความพอเพียง 3) การจัดสวัสดิการ การ Retreat และการดูแลทุกข์-สุข เจ้าหน้าที่ ได้แก่ การจัดตั้ง กองทุนสวัสดิการสถานคุ้มครองฯ จังหวัดระนอง เป็นสวัสดิการสำหรับบุคลากร ของสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จังหวัดระนอง เพื่อประโยชน์แก่การดำรงชีพนอกเหนือจากสวัสดิการที่ทางส่วนราชการจัดให้ เป็นกรณีปกติ โดยให้มีการออมเงินสะสมเข้ากองทุนฯ ขั้นต่ำเดือนละ 100 บาท และ สามารถกู้ยืมเงินกองทุนฯ ได้โดยมีอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 1 บาทต่อเดือน และ กิจกรรม 1 ห้อง 1 ร่อง 1 ผัก โดยจัดสรรพื้นที่ด้านข้างอาคารพักอาศัย สำหรับ ใช้เป็นพื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัว เพื่อส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่สถานคุ้มครองฯ จังหวัด ระนอง ที่อยู่ในอาคารพักอาศัยดำรงตนโดยยึดหลักความพอเพียง
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 30 สถานที่เป็นมิตร (Friendly Place) ดำเนินการปรับภูมิทัศน์ภายในสถานคุ้มครองฯ จังหวัดระนอง ให้มีสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร เหมาะสม สวยงาม ร่มรื่นน่าอยู่ มีความปลอดภัย สามารถเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของ ผู้รับการคุ้มครองฯ และ เจ้าหน้าที่ รวมถึงเป็นการสร้างความประทับใจให้แก่ผู้มาติดต่อราชการ ปรับ “สถานรองรับ ให้เป็นรีสอร์ท” เช่น กิจกรรมปรับภูมิทัศน์ภายในสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหาย จากการค้ามนุษย์ จังหวัดระนอง กิจกรรมบ้านระนองน่าอยู่ 5 ส. รอรัก(ษ์) กิจกรรมถนน สะอาด กวาดทุกวันเสาร์ ครัวสะอาด อาหารอร่อย (Clean Food) เป็นต้น การดำเนินงานส่งผลสัมฤทธิ์ต่อการดำเนินงานของสถานคุ้มครองฯ โดยผู้รับบริการใช้ชีวิต ภายในสถานคุ้มครองฯ อย่างมีความสุข เสมือนอยู่กับคนในครอบครัว และสามารถ ลดบาดแผลทางจิตใจ (Trauma Informed Care) ผู้รับบริการมีความสุข มีความพร้อม ในการอยู่เป็นพยานและการให้ความร่วมมือที่ดีในการรอรับกระบวนการช่วยเหลือ ด้านต่างๆ มีความเข้าใจในกระบวนงานการให้ความช่วยเหลือ มีทัศนคติที่ดีและมี ความสัมพันธ์อันดีต่อเจ้าหน้าที่สถานคุ้มครองฯ ทำให้สถานคุ้มครองฯ น่าอยู่ เป็นสถานที่ แห่งความเป็นมิตรของผู้รับบริการ และเจ้าหน้าที่สถานคุ้มครองฯ มีคุณภาพที่ดีมีความสุข กับการทำงานภายในสถานคุ้มครอง
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 31 3. กิจกรรมภายใต้กระบวนการระยะฟื้นฟูไตร่ตรอง RP สัปดาห์ที่ 1 (รับเข้า) หลังจากสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ได้รับตัวผู้เสียหายที่สมัครใจ เข้ารับการคุ้มครองแล้ว จะดำเนินการตามกระบวนการช่วยเหลือคุ้มครองผู้เสียหาย และดำเนินการ ในช่วงระยะเวลา RP (Reflection Period) ภายหลังจากการเข้ารับการคุ้มครองจะใช้ระยะเวลา ไม่เกิน 30 วัน (นับตั้งแต่วันที่สถานคุ้มครองฯ รับตัวผู้เสียหาย) ตามแนวทาง NRM เพื่อให้ผู้เสียหาย ได้รับบริการที่เหมาะสมตามความต้องการ ก่อนที่จะตัดสินใจให้ความร่วมมือในกระบวนการ ให้ข้อเท็จจริง กระบวนการช่วยเหลือทางกฎหมายและการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด โดยคำนึงถึงผลกระทบจากบาดแผลทางด้านจิตใจและร่างกายของผู้เสียหาย โดยมีตารางกิจกรรม สำหรับการฟื้นฟูและไตร่ตรอง 4 สัปดาห์ คือ รับเข้า ปรับตัว เรียนรู้ สร้างภูมิคุ้มกัน และ เตรียมพร้อมเพื่อการตัดสินใจ
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 32
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 33
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 34
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 35 หลังจากผู้มีหน้าที่คัดแยกวินิจฉัยแล้วว่าบุคคลนั้น เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ตามมาตรา 6 หรือเป็นผู้เสียหายจากการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ ตามมาตรา 6/1 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและ ปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หากมีความประสงค์จะเข้ารับการคุ้มครอง จะถูกส่งตัวเข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพในหน่วยงาน และดำเนินการตามกระบวนการรับเข้าสถานคุ้มครองฯ ประกอบด้วย 1. กระบวนการนำเข้า เมื่อได้การรับประสานจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (แจ้งล่วงหน้า 1 วัน) สถานคุ้มครองจะมีการเตรียมคน สถานที่ อาหาร อุปกรณ์เพื่อรองรับ และการ ให้บริการที่ดีสำหรับผู้เสียหาย โดยดำเนินการ การตรวจสอบเอกสาร การประเมินสภาพ ร่างกายเบื้องต้น การตรวจสอบและนำฝากทรัพย์สินส่วนตัว และการมอบของใช้ส่วนตัว รวมทั้งได้มีการตรวจหาเชื้อแล้วไม่พบการติดเชื้อโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) และตรวจสอบสิ่งของ ตรวจกระเป๋าให้ผู้เสียหายดูด้วย และเทคนิค คือ เจ้าหน้าที่บริการ ด้วยรอยยิ้ม
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 36 2. การช่วยเหลือและคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายผ่านการบริหารจัดการรายกรณี(Case Management) เพื่อให้เกิดการบริการที่มีคุณภาพ มีการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เป็นกระบวนการเพื่อเป็นการสร้างหลักประกันให้การทำงานบรรลุผลสำเร็จ และผู้เสียหายได้รับ การช่วยเหลือแก้ปัญหาของตนเองได้ รวมทั้งได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง เข้าสู่วิถีชีวิตปกติในที่สุด โดยมีกระบวนการทำงานที่อาศัยความร่วมมือในการวางแผน การประสานงาน การติดตามกำกับ งาน และการประเมินทางเลือก การบริการที่สอดคล้องและตอบสนองความต้องการของผู้เสียหาย โดยอาศัยการสื่อสาร การจัดการทรัพยากรให้เกิดบริการที่ประสิทธิภาพ และเกิดการเปลี่ยนแปลง ที่ดีต่อคุณภาพชีวิตของผู้เสียหาย ตามกระบวนการ ดังนี้ 1) การปฐมนิเทศ แจ้งสิทธิและหน้าที่ของผู้เสียหาย แนะนำหน่วยงาน ภารกิจ หน้าที่ กฎระเบียบ และจัด กิจกรรมละลายพฤติกรรม 2) การตรวจประเมินสุขภาพร่างกาย และจิตใจ เบื้องต้นให้กับผู้เสียหาย จากสำเนานำส่ง ผู้เสียหาย และแบบสัมภาษณ์ประเมินสุขภาพ และตรวจร่างกายเบื้องต้น เช่น ชั่งน้ำหนัก วัดส่วนสูง วัดความดัน วัดไข้ และสุขอนามัย 3) การประเมินสภาวะปัญหาในระดับจุลภาค ดังนี้ การประชุมทีมสหวิชาชีพภายในสถานคุ้มครองฯ จังหวัดระนอง (ทุกวันศุกร์ ของสัปดาห์) ร่วมวางแผนการดูแล/การแก้ปัญหา ด้านร่างกาย, ด้านจิตใจ, ด้านสิทธิ ของผู้รับการคุ้มครองฯ การประชุมทีมสหวิชาชีพภายนอก เพื่อวางแผนการจัดกิจกรรมกับผู้เสียหาย ร่วมกับ องค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ทุกเดือนผ่านระบบออนไลน์ โดยกลุ่มคุ้มครอง สังเกตพฤติกรรมผู้รับการคุ้มครอง ขณะเข้าร่วมกิจกรรม และนำข้อมูลมาหารือการปรับแผนกิจกรรม
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 37 3. กระบวนการคุ้มครองช่วยเหลือ ดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยชนในการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและสังคม ได้แก่ การขอผ่อนผันให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว การจัดหางาน การขอรับเงินสนับสนุน จากกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์การดำเนินคดีตามกระบวนการกฎหมาย (คดีอาญา) การขอรับสนับสนุนค่าใช้จ่ายในโครงการจากเงินกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปราม การค้ามนุษย์Empowerment Network “เครือข่ายเสริมพลัง ปรับฐานคิดชีวิตเปลี่ยน” และ การดำเนินกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้านกฎหมาย เช่น กิจกรรมให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ภายใต้กิจกรรม คลินิกส่งเสริมและพัฒนา แก่ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ทุกวันอังคาร และวันพฤหัสบดี ระหว่างเวลา 15.00 - 16.30 น. กิจกรรมการเตรียมความพร้อมพยานผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ก่อนขึ้นศาล เพื่อให้พยาน ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ทราบถึงข้อปฏิบัติการมาศาล การปฏิบัติตนในศาล ข้อห้าม และ ใครเป็นใคร...ในห้องพิจารณาคดี ตามกระบวนการทางกฎหมาย การดำเนินคดีและให้ ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบหลักการปฏิบัติ การประชุมเตรียมความพร้อมพยานผู้เสียหายจาการค้ามนุษย์ของพนักงานอัยการ เพื่อให้ พยานทราบถึงข้อปฏิบัติตนเองตามกระบวนการของศาลการดำเนินคดีค้ามนุษย์ การสืบพยาน และดำเนินการตามข้อเสนอแนะที่สำคัญของ Tip Report 2021 การเตรียมความพร้อมพยาน สถานที่ และอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ เพื่อนำผู้เสียหายจาก การค้ามนุษย์สืบพยานก่อนฟ้อง ผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านโปรแกรม Google Meet
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 38 การจัดกิจกรรมฟื้นฟู กาย จิต และสังคม ด้วยวิธีสหศาสตร์ ดังนี้ ด้านร่างกาย มีกิจกรรม “Well Health Clinic คลินิกสุขภาพ” ให้ความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ เป็นประจำทุกวัน การประเมินสุขภาพเบื้องต้น อาทิตย์ละ 1 ครั้ง การปฐมพยาบาลเบื้องต้น นำผู้เสียหายตรวจสุขภาพและโรคติดต่อร้ายแรง นำส่งโรงพยาบาล และการนำผู้เสียหาย ตรวจสุขภาพและโรคติดต่อร้ายแรง ด้านจิตใจ มีกิจกรรมเช็คอินความรู้สึก (Emotional Check-in) เส้นทางชีวิต กิจกรรม Take care คลินิกสุขภาพจิต การประเมินสุขภาพจิตด้วยแบบประเมินความเครียด และ กิจกรรม Mindfulness การประเมินความเครียด ST5 การประเมินสภาวะทางจิต และ กิจกรรมทางจิตวิทยา (ดนตรีบำบัด) การประเมินความเครียด คัดกรองโรคซึมเศร้าและ ผู้มีภาวะเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย บริการให้คำปรึกษาด้วยการพูดคุย การบำบัดความคิดและ พฤติกรรม สำหรับผู้มีบาดแผลทางใจ กิจกรรมส่งเสริมกำลังใจและสร้างความตระหนักถึง คุณค่าในตนเอง (TIC) ด้านสังคม มีกิจกรรม Relaxation กิจกรรม Sport 4 Life ทัศนศึกษานอกสถานที่ (พี่น้อง ตะลอนทัวร์พี่น้องจ่ายตลาด) กิจกรรมสื่อสายใยรักแห่งครอบครัว (Social of love my family) ทีมสัมพันธ์ (Team building) สิ่งประดิษฐ์ของฉัน กิจกรรมกายบริหาร และกีฬา พิชิตโรค และนันทนาการ (บอร์ดเกม เกมหรรษา ฟังเพลง คาราโอเกะ และอื่น ๆ)
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 39 การฝึกและพัฒนาทักษะอาชีพ อาชีวบำบัด และการศึกษา เป็นการใช้กิจกรรม ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตเป็นสื่อในการบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ รวมถึงในบางกิจกรรม อาจช่วยในการฟื้นฟูความบอบช้ำทางจิตใจได้ ได้แก่ การฝึกการทำเกษตร การฝึกทำงานฝีมือ และการทำกิจกรรมสันทนาการต่างๆ ภายในและภายนอกสถานคุ้มครอง เพื่อให้ผู้เสียหาย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เกิดการเรียนรู้ใหม่เกี่ยวกับตนเองในด้านการมองปัญหาและแนวทางแก้ไข ด้วยตนเอง สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ใช้ศักยภาพของตนเองให้เป็นประโยชน์ กับตนเองเพื่อที่จะอยู่กับชุมชนและสังคมได้ 4. กระบวนการส่งกลับคืนสู่สังคม สถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จังหวัดระนอง จัดกิจกรรม เตรียมความพร้อมเพื่อให้ความรู้ในการป้องกันตนเอง สร้างภูมิคุ้มกัน และปรับทัศนคติไม่ให้ ผู้เสียหายกลับมาเป็นผู้เสียหายซ้ำ รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ การเข้าเมืองอย่างถูก กฎหมาย จากนั้นสถานคุ้มครองแจ้งประสานหน่วยงานเพื่อประเมินความพร้อมของครอบครัว ซึ่งเป็นการดำเนินงานตามกรอบบันทึกข้อตกลงระหว่างประเทศ เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการคุ้มครอง และประเทศต้นทางยืนยันรับตัวกลับประเทศภูมิลำเนา เจ้าหน้าที่จะเดินทางส่งผู้เสียหายกลับ ประเทศอย่างปลอดภัย โดยมีกิจกรรม ดังนี้ กิจกรรมชวนคิด สร้างฝัน สร้างแรงบันดาลใจ การวางแผนอนาคตชีวิต การเรียนรู้ความแตกต่างความเท่าเทียมทางสังคม การคิดวิเคราะห์แก้ไขปัญหาในสถานการณ์หรือภาวะวิกฤต
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 40 การเตรียมความพร้อมการเดินทางไปตั้งถิ่นฐานประเทศที่สาม อาทิเช่น ด้านภาษา อาหาร ประเพณีวัฒนธรรม บริบทของประเทศสหรัฐอเมริกา การเตรียมตัวในการโดยสารเครื่องบิน โดยในปี 2565 ได้ดำเนินการส่งผู้เสียหายกลับภูมิลำเนา จำนวน 2 ราย ได้แก่ ผู้เสียหายฯ ชาวกัมพูชา เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2564 และผู้เสียหายฯ ชาวโรฮิญจา ส่งผู้เสียหาย ไปตั้งถิ่นฐาน ณ ประเทศที่ 3 เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2565
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 41 เนื่องด้วยจังหวัดระนองเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับชายแดนสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ทำให้ มีเส้นทางเข้า - ออก ตามกฎหมายและเส้นทางธรรมชาติมากมาย จึงเป็นช่องทางการหลบหนีเข้าเมือง เพื่อเข้ามาอยู่มาทำงานและเป็นทางผ่านไปที่อื่นรวมทั้งไปยังประเทศอื่นมาเป็นระยะเวลานาน ทำให้หน่วยงาน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนมีการทำงานบูรณาการร่วมกันให้มาตราการในการเฝ้าระวัง การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ทั้งภายในและภายนอก ซึ่งจังหวัดระนองมีภาคีเครือข่ายที่เข้มแข็งและ พร้อมให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีมีประสิทธิภาพ ทำให้มีปัญหาและอุปสรรคค่อนข้างน้อยด้วยเหตุผลนี้ทำให้ จังหวัดระนองมีคดีค้ามนุษย์ที่ลดลง ผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้บริหารกระทรวง ให้ความสำคัญกับ การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ ผู้นำหน่วยงานมีองค์ความรู้ด้านการค้ามนุษย์ที่ชัดเจน หน่วยงานด้านการค้ามนุษย์เข้าใจและรู้บทบาทหน้าที่ของตัวเองอย่างชัดเจน มีการทำงาน แบบบูรณาการทุกภาคส่วน มีหน่วยงานองค์การระหว่างประเทศเพื่อการโยกย้ายถิ่นฐาน (IOM) ในพื้นที่ มีสถานคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์อยู่ในพื้นที่ ทีมสหวิชาชีพมีความเข้มแข็งและบุคลากรมีองค์ความรู้ด้าน การค้ามนุษย์ ภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และประชาชน ให้ความร่วมมือในการป้องกันการค้ามนุษย์ในพื้นที่ มีการสร้างข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับประเทศเพื่อนบ้าน (เมียนมาร์) และกำหนด แนวปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างคณะทำงานศูนย์ประสานงานชายแดนเพื่อต่อต้านการค้ามนุษย์ ระนอง - เกาะสอง มีโครงการ/กิจกรรมเชิงป้องกันการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง เช่น การอบรมให้ความรู้แก่เด็ก และเยาวชน เครือข่าย หน่วยงาน และประชาชนในพื้นที่ การประชาสัมพันธ์เชิงรุก เป็นต้น มีล่ามจิตอาสาในพื้นที่ สถานการณ์โควิดทำให้คดีการค้ามนุษย์ลดลง
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 42 ทีมปฏิบัติการศูนย์บูรณาการคัดแยก ต้องการความรู้ ความเข้าใจในการดูแลบุคคลที่รับเข้ามา อยู่ในศูนย์ เช่น การเยียวยาด้านร่างกาย จิตใจ และการทำกิจกรรมในช่วง Reflection Period กรณีต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง/ทำผิดกฎหมายการเข้าเมือง และไม่สามารถส่งกลับประเทศ ต้นทางได้ ใน ตม. มีสถานที่จำกัด ต้องอยู่อย่างแออัดและเกิดภาวะเครียด อีกทั้งรัฐบาลต้องเสีย งบประมาณในการดูแล การสรรหาผู้รับเหมาทำอาหารให้กับผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในสถานคุ้มครองค่อนข้างยาก เนื่องจากงบประมาณค่าอาหารค่อนข้างน้อย (57 บาท/วัน/คน) ควรมีการนิยามหรือกำหนดเกณฑ์การเรียกร้อง ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้เสียหายจากการกระทำ ความผิดฐานค้ามนุษย์ที่ชัดเจน โดยเฉพาะค่าเสียหายที่ไม่เป็นตัวเงิน ควรมีการจัดทำคู่มือและองค์ความรู้เฉพาะทางที่จำเป็นให้กับผู้ปฏิบัติงานนำไปใช้ เช่น กิจกรรม Reflection Period การเยียวยาร่างกาย และจิตใจ ควรมีการอบรมให้ผู้ปฏิบัติงานมีองค์ความรู้และเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พรบ. ที่เกี่ยวข้อง เช่น พนักงานตรวจแรงงานให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พรบ.ค้ามนุษย์ และพนักงานเจ้าหน้าที่ ตาม พรบ. ค้ามนุษย์ เป็นพนักงานตรวจแรงงาน
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 43
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 44
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 45 ที่ปรึกษา นางอุบล ทองสลับล้วน ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10 คณะทำงาน นางสาวพวงทิพย์ พูลสวัสดิ์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ นางสาวศศิพร แม้นนนทรัตน์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ นางสาวพนิดา แซ่ตั้ง นักพัฒนาสังคมชำนาญการ นางสาวกมลวรรณ บุญทัน นักจัดการงานทั่วไปปฏิบัติการ จัดทำและเรียบเรียง นางสาวกุสุมา สวัสดิวงศ์ เจ้าพนักงานพัฒนาสังคมปฏิบัติงาน ออกแบบและประชาสัมพันธ์ นางสาวนิศากร หนูนวล นักพัฒนาสังคม จัดพิมพ์และเผยแพร่ สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10 จังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 33 หมู่ที่ 1 ตำบลขุนทะเล อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84100 โทรศัพท์ : 0-7735-5022-3 โทรสาร : 0-7735-5705 E-mail : [email protected] Website : http://tpso-10.m-society.go.th Facebook : สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10 จังหวัดสุราษฎร์ธานี Line : @tpso10surat ปีที่ผลิต : มิถุนายน 2566 พิมพ์ที่ : สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10
กระบวนการคุ้มครองสวัสดิภาพผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์จังหวัดระนอง 46