แนวทางการพฒั นาศกั ยภาพ
อาสาสมคั รพฒั นาสงั คมและความมนั่ คงของมนษุ ย์ (อพม.) เพ่ือการพฒั นาชมุ ชน
ท่ีปรึกษา นางอบุ ล ทองสลับล้วน ผ้อู ำนวยการสำนักงานส่งเสรมิ และสนับสนนุ วชิ าการ 10
นางสาวพวงทพิ ย์ พูลสวัสด์ิ นกั พัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ
นางสาวพนดิ า แซต่ ้งั นกั พัฒนาสังคมชำนาญการ
บรรณาธกิ าร นางสาวทิพวดี มะฮง พนักงานบริการ
ปีการศกึ ษา กนั ยายน 2565
จดั ทำโดย กลมุ่ การวิจัยและการพัฒนาระบบเครือข่าย
สำนักงานสง่ เสริมและสนบั สนุนวชิ าการ 10 (สสว.10)
เลขที่ 33 หมู่ 1 ตำบลขนุ ทะเล อำเภอเมือง จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี 84100
โทรศัพท์ : 0 7735 5022 – 3 โทรสาร : 0 7735 5705
http://tpso-10.m-society.go.th
คำนิยม
อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ไดแ้ พรข่ ยายออกไปท่วั ประเทศไทย อพม. คือ
อาสาสมัครที่ปฏิบัตงิ านด้านต่างๆ ในชุมชนอยู่แล้ว และสนใจเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมและความม่ันคง
ของมนษุ ย์ เพื่อชุมชนของตนเอง
แตค่ นสว่ นใหญ่ไม่เชื่อว่าตนเองจะมีความสามารถทจี่ ะเป็น อพม. ได้ บางคนอาจคิดว่าการเป็น อพม. เป็น
ภาระเพิ่มขึ้น เพิ่มความยากลำบากเบียดบังเวลาทำงาน ท่านที่คิดเช่นนี้ ต้องอ่านหนังสือ “แนวทางการพัฒนา
ศกั ยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนุษย์ (อพม.) เพือ่ การพัฒนาชมุ ชน” เลม่ น้ี แล้วท่านจะ
เปลี่ยนใจ มองในมุมหนงึ่ อพม. กค็ อื อาสาสมคั รที่ปฏิบัติงานด้านการพัฒนาสังคม แตเ่ ปน็ การพฒั นาแบบมีแนวทาง
ในการดำเนินงาน หนังสือเล่มนี้ มีการเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบเชื่อถือได้ สำหรับนำมาใช้ประเมินและติดตามผล
ของงาน อพม. เพื่อใช้ในการปรับวิธีการของงานพัฒนาชุมชนตามที่ต้องการ และเมื่อได้ผลตามที่ต้องการแล้ว ก็
สามารถนำมาเขียนเป็นรายงานผลการวิจัยที่มีคุณภาพเพียงพอที่จะตีพิมพ์เผยแพร่ หรือนำไปนำเสนอในงาน
ประชมุ วชิ าการ
หนงั สือ “แนวทางการพฒั นาศกั ยภาพอาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ย์ (อพม.) เพอ่ื
การพฒั นาชมุ ชน” เขียนแบบเลา่ เร่ือง เพอ่ื ส่อื สารหลกั การวธิ กี าร และผลลพั ธ์ ในบริบทของสำนกั งานสง่ เสริมและ
สนับสนุนวิชาการ 10 ให้เห็นถึงการดำเนินงานตามบทบาทหน้าที่และภารกิจของอพม. เพื่อใ ห้เกิด
ประสิทธิภาพ และประสิทธิผล
ขอขอบคุณตัวละครจริงทุกคน ที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้แทนสังคมไทย ที่ท่านได้ริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งที่มีคุณคา่
ยิ่งให้แก่สังคม เพราะความรู้เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาศักยภาพ อพม. นั้น มีหลายชั้น หลายมิติ หลายมุมมอง
การรวบรวม ตีความ จัดหมวดหมู่ และนำเสนอความรู้จากประสบการณต์ รง เป็นเรื่องทีท่ ้าทาย สนุกสนาน และมี
คุณค่าสงู ยิ่ง ดังท่ีท่านผู้อา่ นจะสัมผสั ได้จากการอา่ นหนงั สอื เล่มน้ี
กลุ่มการวจิ ยั และการพัฒนาระบบเครือข่าย
กนั ยายน 2565
คำนำ
ด้วยความต้ังใจว่า Routine to Research (R2R) จะช่วยเสริมสร้างเครื่องมือในการพัฒนาคน เพื่อพัฒนา
งาน ขับเคลื่อนองค์กร สู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยยึดหลักวา่ ทุกคนสามารถสร้างความรู้เองได้ดว้ ยงานวิจัย และ
การวิจยั ไม่ใชเ่ รอื่ งยากอยา่ งทค่ี ดิ
เป้าหมายสำคัญของ R2R คือ การสร้างและใช้ความรู้เพื่อไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น R2R แตกต่างจาก
งานวิจัยจำนวนมากที่กลายเป็น “งานวิจัยขึ้นหิ้ง” คือ ไม่มีคนนำไปใช้ เพราะไม่ได้ตั้งเป้าหมายการใช้ประโยชน์ที่
ชดั เจนไวต้ ั้งแต่แรก การลงทุนเรือ่ ง R2R จงึ เป็นการลงทุนทคี่ ุ้มคา่ และจะนำไปสู่การพัฒนาท่ยี ่งั ยนื
หนังสือ “แนวทางการพัฒนาศักยภาพอาสาสมคั รพัฒนาสงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ย์ (อพม.) เพอ่ื
การพัฒนาชุมชน” นี้ เป็นอีกหนึ่งการลงทุนของ สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10 เพื่อส่งเสริม
สนับสนนุ ใหแ้ นวทางการพฒั นาศักยภาพ อพม. แพร่หลายออกไปในวงกว้างมากยง่ิ ขนึ้ และเชญิ ชวนผู้ทีส่ นใจสมัคร
เข้าร่วมเป็น อพม. นอกจากจะได้ความรู้แล้ว การอ่านหนังสือนี้ยังช่วยเสริมสร้างแนวทางการพัฒนาชุมชน สู่การ
สร้างแรงบันดาลใจให้คนรนุ่ ใหม่ “ทุ่มเททำความดดี ้วยหัวใจ แรงบนั ดาลใจเพอื่ สงั คม”
กลมุ่ การวิจัยและการพัฒนาระบบเครือข่าย
กนั ยายน 2565
สารบญั หน้า
บทนำ 1
ความเป็นมาและความสำคญั ของปญั หา 2
วตั ถปุ ระสงค์ของการวจิ ยั 3
ประโยชน์ของงานวจิ ัย 3
ขอบเขตการวิจยั 4
นิยามศพั ท์เฉพาะ
5
ทบทวนวรรณกรรมและงานวิจยั ที่เกี่ยวข้อง 6
ความเป็นมาของอาสาสมัครพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนษุ ย์ 8
บทบาทของอาสาสมคั รพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนษุ ย์ 10
งานวิจัยที่เก่ยี วข้อง
กรอบแนวคิดการวจิ ัย 11
11
วิธดี ำเนนิ การวิจยั 12
ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 12
เครือ่ งมือท่ีใชใ้ นการวิจัย
การเก็บรวบรวมข้อมลู 13
การวิเคราะห์ขอ้ มูล
16
ผลการวจิ ยั
ผลการปฏบิ ตั ิงาน ปญั หาและอุปสรรค แรงบันดาลใจ 22
แนวทางในการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ย์ 23
23
ตามบทบาทหนา้ ท่ีที่ไดร้ บั มอบหมาย 24
สรปุ อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ 25
สรุปผลการวจิ ัย
อภปิ รายผล
ข้อเสนอแนะ
บรรณานกุ รม
บคุ ลานกุ รม
บทนำ
ความเป็นมาและความสำคัญของปญั หา
อาสาสมคั รพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เกดิ ข้ึน เพื่อสนบั สนนุ และส่งเสรมิ ให้
อาสาสมัครที่มีอยู่หลากหลายในชุมชนและหมู่บ้านได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน เนื่องจากภารกิจ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีขอบเขตกว้างขวางเก่ียวข้องกบั ประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย
ซึ่งปัจจุบันอาสาสมัครที่มีอยู่ในชุมชน ท้องถิ่น มีหลายประเภท และปฏิบัติงานหลากหลายด้าน เช่น อาสาสมัคร
สาธารณสุข อาสาสมัครต่อต้านยาเสพติด อาสาสมัครคุมประพฤติ เป็นต้น ซึ่งอาสาสมัครสมัครเหล่านี้ล้วน
ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนทั้งสิ้น การส่งเสริมให้กลุ่มอาสาสมัครเหล่านี้ได้เข้าใจตระหนักถึง
ความสำคัญของการพัฒนาชุมชน ได้เรียนรู้บทบาท หน้าที่ ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน เพื่อการพัฒนา
สังคมในท้องถิ่นของตนเอง จะทำให้เกิดเครือข่ายในพื้นที่ที่จะเป็นพื้นฐานพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมไปสู่สังคม
แห่งสันติสุข ซึ่งอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น ใช้ชื่อย่อว่า “อพม.” มีชื่อภาษาอังกฤษว่า
Social Development and Human Security Volunteer ชอื่ ยอ่ ภาษาอังกฤษ “SDHSV” หมายความว่า บุคคล
ที่สมัครใจเพื่อเข้าช่วยเหลือการดำเนินงานตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
และผ่านการอบรม ตามเกณฑ์ วิธีการที่คณะกรรมการส่งเสริมงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษยก์ ำหนด ตามคุณสมบัติ ไดแ้ ก่ 1) มสี ญั ชาติไทย 2) เป็นบคุ คลทีส่ มัครใจ และมีความพรอ้ มในการปฏิบัติหน้าที่
เพื่อช่วยเหลือการดำเนินงานตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3) กรณีใน
ต่างประเทศ ตอ้ งมถี นิ่ พำนักที่ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศนนั้ ๆ 4) สามารถอา่ นออกเขียนได้ 5) มีความซ่ือสัตย์
สุจริต มีคุณธรรม และความประพฤติดี 6) เป็นผู้มคี วามจงรักภกั ดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ7) เป็นผู้มี
เวลาใหก้ บั การทำงานในบทบาท อพม. ตามบทบาท หนา้ ที่ และความรับผิดชอบ ได้แก่ 1) ปฏบิ ัตติ ามนโยบายของ
ทุกหน่วยงานในสงั กัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2) ค้นหา ชี้เป้า เฝ้าระวัง สำรวจข้อมลู
เสนอรายชื่อผู้ประสบปัญหาทางสังคม ให้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์พิจารณา เพื่อขอรับการช่วยเหลือตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
3) ให้คำแนะนะปรึกษาปัญหาทางสังคม ประสาน ติดตาม เสนอแนะแนวทางการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาความ
เดือดร้อน ให้บริการ และดำเนินงาน เพื่อพิทักษ์คุ้มครองสิทธิกลุ่มเป้าหมาย ตามภารกิจของทุกหน่วยงานในสังกดั
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
4) ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมทุกระดับ และจัดกิจกรรมด้านการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อ
การเฝ้าระวัง ป้องกนั แกไ้ ข และฟื้นฟูคุณภาพชวี ิต โดยสอดคลอ้ งกับสถานการณ์ของพืน้ ทน่ี นั้ ๆ 5) เสริมสร้างการมี
ส่วนร่วมทางสังคมและเสริมสร้างเครือข่ายด้านการพัฒนาสังคม 6) ประสานและสนับสนุนการดำเนินงานของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการสังคมและการพัฒนาสังคม 7) เผยแพร่
ประชาสัมพันธ์ จัดการรณรงค์ ให้ความรู้ข้อมูลข่าวสารด้านการพัฒนาสังคม และส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิของ
2
ประชาชนกลุ่มเป้าหมายตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 8) ศึกษา พัฒนา
ตนเอง เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดโดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหรือ
สง่ เสริมสนบั สนนุ การดำเนนิ งาน 9) กรณีปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีในตา่ งประเทศอย่างน้อยจะต้องปฏิบัติตาม (1) – (8) รวมท้ัง
กฎหมายระหวา่ งประเทศ และกฎหมายทอ้ งถ่ินในประเทศนั้นๆ
อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามระเบียบกระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย์ว่าด้วยอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พ.ศ. 2564 มีความแตกต่างจาก
อาสาสมัครประเภทอื่นๆ คือ การปฏิบัติหนา้ ที่โดยไมม่ ีค่าตอบแทน ดังนั้นเพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ ให้เกียรติ
ให้โอกาส แก่ อพม. ซึ่งเป็นคนที่มีแรงจูงใจในการทำงาน มีความทุ่มเท และพยายามทำงานเป็นพิเศษมากกว่า
อาสาสมัครอื่น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย์ จึงได้มีการมอบรางวัลแก่ อพม. ที่ปฏิบัติงาน
ดว้ ยความเสียสละ มีผลงานเปน็ ที่ประจักษ์ และปฏบิ ัตอิ ย่างต่อเน่ืองไมน่ ้อยกว่า 3 ปี สามารถสง่ ผลงาน เพื่อเข้ารับ
การคัดเลือกเป็นอาสาสมัครพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนษุ ย์ดเี ด่น มีสิทธิได้รับการพิจารณาคัดเลือกเพื่อรับ
ประกาศเกียรติคุณ อพม. ดีเด่นประจำปี และหากยังคงปฏิบัติงานดีเด่น อย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ รวมระยะเวลา
ติดต่อกันไม่น้อยกว่า 5 ปี มีสิทธิได้รับการพิจารณาคัดเลือกเพื่อขอรับโล่ประกาศเกียรติคุณ และเข็มเชิดชูเกียรติ
สามารถส่งผลงาน เพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดีเด่นพิเศษ
ประจำปี ด้วยความสำคัญของบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของ อพม. ย่อมส่งผลต่อการสนับสนุนงานด้าน
พัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็ง แต่พบข้อจำกัด คือ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษยข์ าดทักษะ
ในการเยี่ยมบ้านสอบข้อเท็จจริงผู้ประสบปัญหาทางสังคม เพื่อขอรับการช่วยเหลือจากหน่วยงานสังกัดกระทรวง
การพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนษุ ย์ สง่ ผลให้ขาดการยอมรับจากคนในชุมชน
สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10 ได้ให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างศักยภาพของ
อพม. ในฐานะสว่ นหนงึ่ ของกลไกการ ขับเคล่อื นงานดา้ นพัฒนาสงั คมและสวัสดกิ าร ท่ีสามารถตอบสนองต่อปัญหา
ความต้องการของชมุ ชนในพ้นื ท่ีอยา่ งเหมาะสม ทันสถานการณภ์ ายใตก้ ระบวนการมีส่วนรว่ มของทกุ ภาคส่วน จงึ ได้
ศึกษาแนวทางการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้ อพม. สามารถ
ปฏิบัติงานตามบทบาทได้ครบถ้วนและมีประสิทธิผล อันจะนำไปสู่การท่ีประชาชนได้รับบริการตามสทิ ธิท่ีจำเป็น
อย่างทั่วถงึ ตอ่ ไป
วัตถุประสงคข์ องการวจิ ัย
1. เพื่อศึกษาสภาพการปฏบิ ัติงานในปจั จบุ นั ปัญหาและอุปสรรค แรงบันดาลใจในการปฏิบัติงาน
ของอาสาสมัครพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่ีได้รับรางวัลดเี ด่นพเิ ศษและดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2564
2. เพือ่ นำเสนอแนวทางในการพฒั นาศักยภาพอาสาสมัครพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์
เพอ่ื การพฒั นาชุมชน
3
ประโยชนข์ องงานวิจยั
1. ได้แนวทางการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพอ่ื การ
พัฒนาชุมชน ซ่งึ จะใชเ้ ป็นแนวทางในการกำหนดยุทธศาสตร์และการขบั เคลื่อนการพฒั นาศักยภาพอาสาสมัคร
พฒั นาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้เปน็ รูปธรรมได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ
2. อาสาสมคั รพฒั นาสังคมและความมนั่ คงของมนุษย์ มีกรอบการพัฒนาที่ชัดเจน และมีแผนการ
ดำเนนิ งาน เพื่อพฒั นาการทำงานอย่างต่อเนื่อง และบรรลุเป้าหมายการพัฒนาชมุ ชนอย่างย่งั ยืน
ขอบเขตการวิจัย
1. ขอบเขตประชากรและกลุ่มตวั อย่าง
ประชากร คือ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้
ตอนบน ที่ได้รับรางวัลอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดีเด่นพิเศษ และดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2564
รวมจำนวน 9 คน
2. ขอบเขตด้านเนื้อหา เน้ือหาในการศึกษา ครง้ั นี้
แนวทางการพฒั นาศักยภาพอาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย์ ในพน้ื ท่ี 7จังหวดั
ภาคใต้ตอนบน ตามบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ ได้แก่ 1) ปฏิบัติตามนโยบายของทุกหน่วยงานในสังกัด
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2) ค้นหา ชเี้ ปา้ เฝา้ ระวัง สำรวจขอ้ มูล เสนอรายช่ือผู้ประสบ
ปัญหาทางสงั คม ใหก้ ับหนว่ ยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พิจารณา เพื่อขอรับ
การช่วยเหลือตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3) ให้คำแนะนำปรึกษาปัญหา
ทางสังคม ประสาน ติดตาม เสนอแนะแนวทางการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อน ให้บริการ และ
ดำเนนิ งาน เพื่อพทิ ักษค์ ุ้มครองสิทธิกลุ่มเปา้ หมาย ตามภารกิจของทุกหนว่ ยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ หรือตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง 4) ส่งเสริมการจัดสวัสดิการ
สังคมทุกระดับ และจัดกิจกรรมด้านการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกัน แก้ไข
และฟื้นฟูคุณภาพชีวิต โดยสอดคล้องกับสถานการณ์ของพื้นที่นั้นๆ 5) เสริมสร้างการมีส่วนร่วมทางสังคมและ
เสริมสร้างเครอื ข่ายด้านการพัฒนาสังคม 6) ประสานและสนบั สนนุ การดำเนินงานขององคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่
ในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการสังคมและการพัฒนาสังคม 7) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ จัดการรณรงค์ ให้
ความรู้ข้อมูลข่าวสารด้านการพัฒนาสงั คม และส่งเสรมิ การเขา้ ถึงสิทธิของประชาชนกลุ่มเป้าหมายตามภารกิจของ
กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษย์ 8) ศึกษา พัฒนาตนเอง เขา้ รว่ มกจิ กรรมทจ่ี ดั โดยหน่วยงานใน
สงั กัดกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย์ และหรอื สง่ เสริมสนบั สนุนการดำเนนิ งาน
4
3. ขอบเขตด้านเวลาและพืน้ ที่
การดำเนนิ การวิจยั คร้ังน้ี ดำเนินการในพ้นื ท่ี 7 จงั หวดั ภาคใต้ตอนบน
ระยะเวลาทใ่ี ช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมลู ระหว่างเดอื นตุลาคม 2564 - กันยายน 2565 เป็นระยะเวลา 12 เดอื น
นิยามศัพท์เฉพาะ
1. อาสาสมคั รพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์ (อพม.) หมายถึง อาสาสมัคร ท่เี ปน็ กลไก
สำคัญ ในระดับพื้นที่ที่สามารถเข้าไปดูแลกลุ่มเป้าหมายได้อย่างทั่วถึง เป็นการหนุนเสริมเติมเต็มภารกิจของ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้มีประสิทธิภาพ หน้าที่ของ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย์ คือการขับเคลื่อนงานด้านการส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม การให้คำแนะนำปรึกษา
ประสานการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อน ติดตาม เฝ้าระวัง ตลอดจนป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็ก
เยาวชน คนพกิ าร ผู้สงู อายุ คนไร้ที่พึง่ และคนขอทาน
2. การพัฒนาชุมชน หมายถึง เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกด้าน
โดยประชาชนและมีหน่วยงานอื่นๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน เป็นผู้ให้การสนับสนุน และการพัฒนาจะต้องสอดคล้อง
กบั ความต้องการของชุมชน และสภาพแวดลอ้ มเปน็ สำคญั
3. แนวทางการพัฒนา หมายถึง แนวทางในการก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความรู้ ทัศนคติ และ
พฤติกรรม ของสมาชิกในสังคม ตั้งแต่ระดับบุคล จนถึงระดับสังคม จากลักษณะที่สังคมเคยเป็นอยู่ให้ก้าวไปสู่การ
เป็นสังคมตามแบบอย่างที่ควรจะเป็น หรือเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นกว่าเดิม ซึ่งอาจเรียกว่า สังคมที่ได้รับการ
พัฒนา
4. ศักยภาพ หมายถึง ความสามารถ ความพร้อม หรือคุณสมบัติที่แฝงอยู่ในตัวบุคคลใดบุคคลหน่ึง
ซึ่งสามารถทำให้ปรากฏหากได้รับการพัฒนา หรือกระตุ้นจากภายนอก อันจะส่งผลต่อความสำเร็จ และความพึง
พอใจสูงสุด
5
ทบทวนวรรณกรรมและงานวจิ ัยทเ่ี กย่ี วขอ้ ง
การศึกษาเร่ือง แนวทางการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพฒั นาสงั คมและความม่นั คงของมนษุ ย์
เพ่ือการพฒั นาชุมชน สำนกั งานสง่ เสริมและสนับสนุนวชิ าการ 10 ไดท้ บทวนวรรณกรรมและงานวจิ ัยที่เก่ียวข้อง ดังนี้
ความเปน็ มาของอาสาสมคั รพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เกิดขึ้น เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้
อาสาสมัครที่มีอยู่หลากหลายในชุมชนและหมู่บ้านได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน เนื่องจากภารกิจ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ มีขอบเขตกว้างขวางเก่ียวข้องกับประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย
ซึ่งปัจจุบันอาสาสมัครที่มีอยู่ในชุมชน ท้องถิ่น มีหลายประเภท และปฏิบัติงานหลากหลายด้าน เช่น อาสาสมัคร
สาธารณสุข อาสาสมัครต่อต้านยาเสพติด อาสาสมัครคุมประพฤติ เป็นต้น ซึ่งอาสาสมัครสมัครเหล่านี้ ล้วน
ปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับการพัฒนาชุมชนทั้งสิ้น การส่งเสริมให้กลุ่มอาสาสมัครเหล่านี้ได้เข้าใจตระหนักถึง
ความสำคัญของการพัฒนาชุมชน ได้เรียนรู้บทบาท หน้าที่ ที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน เพื่อการพัฒนา
สังคมในท้องถิ่นของตนเอง จะทำให้เกิดเครือข่ายในพ้ืนที่ที่จะเป็นพื้นฐานพลังสำคัญในการพัฒนาสังคมไปสู่สังคม
แห่งสนั ติสุข ซ่ึงอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษยน์ ้ัน ใชช้ อ่ื ยอ่ ว่า “อพม.” มีชื่อภาษาอังกฤษว่า
Social Development and Human Security Volunteer ชื่อย่อภาษาอังกฤษว่า “SDHSV” ซึ่งหมายความว่า
บุคคลที่สมัครใจเพื่อเข้าช่วยเหลือการดำเนินงานตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์ และผ่านการอบรม ตามเกณฑ์ วิธีการที่คณะกรรมการส่งเสริมงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์กำหนด ตามคุณสมบัติ ได้แก่ 1) มีสัญชาติไทย 2) เป็นบุคคลที่สมัครใจ และมีความพร้อมในการปฏิบัติ
หน้าที่ เพื่อช่วยเหลือการดำเนินงานตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3) กรณี
ในต่างประเทศ ต้องมีถิ่นพำนักที่ถูกต้องตามกฎหมายในประเทศนั้นๆ 4) สามารถอ่านออกเขียนได้ 5) มีความ
ซื่อสัตย์สุจริต มีคุณธรรม และความประพฤติดี 6) เป็นผู้มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และ
7) เป็นผู้มีเวลาให้กับการทำงานในบทบาท อพม. ตามบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ ได้แก่ 1) ปฏิบัติตาม
นโยบายของทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 2) ค้นหา ชี้เป้า เฝ้าระวัง
สำรวจข้อมูล เสนอรายชื่อผู้ประสบปัญหาทางสังคม ให้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษย์พิจารณา เพื่อขอรับการช่วยเหลือตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์ 3) ให้คำแนะนะปรึกษาปัญหาทางสังคม ประสาน ติดตาม เสนอแนะแนวทางการช่วยเหลือผู้ประสบปญั หา
ความเดือดร้อน ให้บริการ และดำเนินงาน เพื่อพิทักษ์คุ้มครองสิทธิกลุ่มเป้าหมาย ตามภารกิจของทุกหน่วยงานใน
สังกัดกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
4) ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมทุกระดับ และจัดกิจกรรมด้านการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อ
การเฝ้าระวัง ป้องกัน แก้ไข และฟนื้ ฟูคุณภาพชวี ิต โดยสอดคลอ้ งกับสถานการณ์ของพน้ื ที่น้ันๆ 5) เสริมสร้างการมี
ส่วนร่วมทางสังคมและเสริมสร้างเครือข่ายด้านการพัฒนาสังคม 6) ประสานและสนับสนุนการดำเนินงานของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการสังคมและการพัฒนาสังคม 7) เผยแพร่
6
ประชาสัมพันธ์ จัดการรณรงค์ ให้ความรู้ข้อมูลข่าวสารด้านการพัฒนาสังคม และส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิของ
ประชาชนกลุ่มเป้าหมายตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 8) ศึกษา พัฒนา
ตนเอง เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดโดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหรือ
ส่งเสริมสนับสนุนการดำเนนิ งาน 9) กรณปี ฏบิ ตั หิ นา้ ทใ่ี นต่างประเทศอย่างน้อยจะต้องปฏิบัติตาม (1) – (8) รวมทั้ง
กฎหมายระหว่างประเทศ และกฎหมายท้องถน่ิ ในประเทศน้นั ๆ
สรุปได้ว่า การปฏิบัติงานอาสาสมัครพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ยม์ ีการกำหนดบทบาท
หน้าที่และภารกิจในการปฏบิ ตั งิ านท่ีชัดเจน มสี ิทธิประโยชน์ทีไ่ ดร้ ับจากการปฏิบัติงาน และการยกย่องเชิดชูเกียรติ
โดยได้รับประกาศเกียรติคุณ โล่ประกาศเกียรติคุณ หรือเข็มเชิดชูเกียรติ วุฒิบัตรกิตติมศักดิ์ และเข็มอาสาสมัคร
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กิตติมศักดิ์ รวมทั้งการพัฒนาศักยภาพโดยการส่งเสริมความรู้ และพัฒนา
ทักษะ ซึ่งมีโครงสร้างการปฏิบตั ิงานทีช่ ัดเจน มีคณะกรรมการส่งเสริมงานอาสาสมัครพฒั นาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์ (กอพม.) ในระดับกระทรวง คณะกรรมการส่งเสริมงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์ระดับจังหวัด (กอพม.จังหวัด) และคณะกรรมการส่งเสริมงานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนษุ ย์กรงุ เทพมหานคร (กอพม.กรงุ เทพมหานคร) เพ่อื เปน็ กลไกในการขับเคลอื่ นการปฏิบัตงิ านตามบทบาทภารกิจ
ที่ได้รบั มอบหมายจากกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย์
บทบาทของอาสาสมัครพัฒนาสงั คมและความมัน่ คงของมนษุ ย์
อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ย์ มบี ทบาท หน้าท่ี และความรบั ผดิ ชอบ ไดแ้ ก่
1. ปฏิบัตติ ติ ามนโยบายของทกุ หนว่ ยงานในสงั กดั กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ย์
2. คน้ หา ช้ีเป้า เฝา้ ระวงั สำรวจขอ้ มูล เสนอรายชอ่ื ผปู้ ระสบปัญหาทางสงั คม ใหก้ บั หน่วยงานใน
สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พิจารณา เพื่อขอรับการช่วยเหลือตามภารกิจของ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
3. ให้คำแนะนำปรึกษาปัญหาทางสังคม ประสาน ติดตาม เสนอแนะแนวทางการช่วยเหลือ
ผู้ประสบปัญหาความเดือดรอ้ น ให้บริการ และดำเนินงาน เพื่อพิทักษ์คุ้มครองสิทธิกลุ่มเป้าหมาย ตามภารกิจของ
ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือตามกฎหมาย ระเบียบ และ
หลกั เกณฑ์ทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
4. ส่งเสรมิ การจดั สวสั ดิการสงั คมทกุ ระดบั และจดั กจิ กรรมดา้ นการพัฒนาสังคมและความมน่ั คง
ของมนุษย์ เพ่อื การเฝ้าระวงั ป้องกัน แกไ้ ข และฟน้ื ฟคู ณุ ภาพชวี ิต โดยสอดคล้องกบั สถานการณ์ของพ้ืนทนี่ ัน้ ๆ
5. เสริมสรา้ งการมสี ว่ นรว่ มทางสงั คมและเสริมสรา้ งเครอื ข่ายดา้ นการพัฒนาสังคม
6. ประสานและสนบั สนนุ การดำเนนิ งานขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินในภารกิจทีเ่ กี่ยวข้องกบั
การจดั สวัสดิการสงั คมและการพฒั นาสงั คม
7
7. เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ จัดการรณรงค์ ให้ความรู้ข้อมูลข่าวสารด้านการพัฒนาสังคมและ
สง่ เสริมการเขา้ ถึงสิทธขิ องประชาชนกลุ่มเป้าหมายตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์
8. ศึกษา พัฒนาตนเอง เข้ารว่ มกจิ กรรมทจ่ี ดั โดยหนว่ ยงานในสังกดั กระทรวงการพัฒนาสังคม
และความม่ันคงของมนษุ ย์ และหรอื ส่งเสริมสนบั สนนุ การดำเนินงาน
9. กรณปี ฏบิ ตั หิ น้าที่ในตา่ งประเทศ อยา่ งนอ้ ยจะต้องปฏบิ ตั ติ าม (1) – (8) รวมทัง้ กฎหมาย
ระหวา่ งประเทศ และกฎหมายทอ้ งถิ่นในประเทศน้นั ๆ
นอกจากบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ ที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว อพม. ยังต้องปฏิบัติภารกิจ
และบทบาทหน้าที่ ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน
ประกอบด้วยพระราชบัญญตั ิหลักๆ ดังน้ี (กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย์, 2558, น.271-272)
พระราชบัญญัติส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550 มี
บทบาทในการส่งเสริมให้กลุ่มหรือองค์กรในชุมชน ขึ้นทะเบียนเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ตามพระราชบัญญัติ
ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2546 และแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2550 ซึ่งองค์กรที่ขึ้นทะเบียนเป็นองค์กร
สาธารณประโยชน์จะได้รบั การสนับสนุนการจัดสวัสดิการสังคม ได้แก่ 1) เงินอุดหนนุ จากกองทุน 2) การช่วยเหลือ
จากสำนักงานในด้านวิชาการและการพฒั นาบุคลากรที่ปฏบิ ัติงานในองค์กรสาธารณประโยชนต์ ามความจำเป็นและ
เหมาะสม และ 3) การช่วยเหลืออื่นๆ ตามท่ีคณะกรรมการกำหนด
พระราชบญั ญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 มีบทบาทในการสำรวจข้อมูล และเฝ้าระวังปัญหาที่จะ
เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน (ชี้เป้า เฝ้าระวัง) ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 เช่น เด็กถูกทอดทิ้ง เด็ก
ถูกกระทำทารุณกรรม เด็กเร่ร่อนหรือเด็กกำพร้า เป็นต้น และมีบทบาทในการประสานเครือข่ายเพื่อส่งต่อ
กลุ่มเป้าหมาย (เชื่อมกลุ่มเดิม เสริมสร้างกลุ่มใหม่) ให้ได้รับสวัสดิการและการคุ้มครองสวัสดิภาพตามที่กฎหมาย
กำหนด
พระราชบญั ญัติป้องกันและปราบปรามการคา้ มนุษย์ พ.ศ. 2551 มีบทบาทในการสำรวจข้อมูล
และเฝ้าระวังปัญหาที่จะเกิดขึ้นกบั เด็กและสตรี (ชเ้ี ปา้ เฝ้าระวัง) ตามพระราชบัญญตั ิปอ้ งกันและปราบปรามการค้า
มนษุ ย์ พ.ศ. 2551 เช่น ให้การช่วยเหลอื และคมุ้ ครองสวสั ดภิ าพผเู้ สียหายจากการคา้ มนษุ ย์
พระราชบัญญัตคิ ุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรนุ แรงในครองครัว พ.ศ. 2550 มีบทบาทในการ
สำรวจข้อมูลและเฝ้าระวังปัญหาท่ีจะเกดิ ขึ้นกับเด็กและสตรี หรือบุคคลในครอบครวั ตามพระราชบัญญัตคิ ุ้มครอง
ผถู้ ูกกระทำด้วยความรนุ แรงในครอบครวั พ.ศ. 2550 ซึง่ ถูกกระทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายจิตใจ หรอื สขุ ภาพ
พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 มีบทบาทในการสำรวจข้อมูลและเฝ้าระวังปัญหาที่จะเกดิ
ขึ้นกับผู้สูงอายุ ตามพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 และทำการประสานงานเพื่อส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อจัดสวัสดิการที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ ได้แก่ 1) การบริการทางการแพทย์และสาธารณสุข 2) การประกอบ
อาชีพหรือฝึกอาชีพทีเ่ หมาะสม 3) การช่วยเหลือผู้สูงอายุซ่ึงไดร้ ับอันตรายจากการถูกทารุณกรรม หรือถูกแสวงหา
ประโยชนโ์ ดยมชิ อบดว้ ยกฎหมาย หรือถกู ทอดทิ้ง 4) การจัดทพี่ กั อาศัยอาหารและเคร่ืองนุ่งห่มให้ตามความจำเป็น
อย่างทั่วถงึ และ 5) การสงเคราะหใ์ นการจัดการศพตามประเพณี
8
พระราชบัญญตั สิ ง่ เสรมิ และพฒั นาคุณภาพชวี ติ คนพกิ าร พ.ศ. 2550 มีบทบาทในการสำรวจ
ข้อมูลและเฝ้าระวังปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับคนพิการ ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ
พ.ศ. 2550 และทำการประสานงาน เพื่อส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดสวัสดิการที่เหมาะสมสำหรับคนพิการ
ได้แก่ 1) การบรหิ ารฟน้ื ฟูสมรรถภาพโดยกระบวนการทางการแพทย์ และค่าใช้จ่ายในการรกั ษาพยาบาลค่าอุปกรณ์
เครื่องช่วยความพิการ และสื่อส่งเสริมพัฒนาการเพื่อปรับสภาพทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม พฤติกรรม
สติปัญญา การเรียนรู้ หรือเสริมสร้างสมรรถภาพให้ดีขึ้น 2) การฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ การให้บริการที่มี
มาตรฐาน การคุ้มครองแรงงาน มาตรการเพ่อื การมงี านทำ ตลอดจนไดร้ ับการส่งเสริมการประกอบอาชีพอิสระและ
บรกิ ารสือ่ สิ่งอำนวยความสะดวก เทคโนโลยี หรือความช่วยเหลืออ่ืนใด เพ่ือการทำงานและประกอบอาชีพของคน
พิการ 3) การจัดสวัสดกิ ารเบย้ี ความพิการ และ 4) การปรับสภาพแวดล้องทอ่ี ยอู่ าศัย การมผี ู้ชว่ ยคนพกิ าร หรือการ
จดั ใหม้ สี วัสดิการอ่ืนๆ
สรุปได้ว่า อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความั่นคงของมนุษย์ กระจายครอบคลุมทั่วทุกตำบล
ซ่ึงนอกเหนือจากการปฏิบัติงานตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายแล้ว ยังต้องปฏิบัติภารกิจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
เพื่อให้ประชาชนในพื้นท่ีของตนเองเข้าถึงบริการของภาครัฐ ทั้งในด้านการป้องกัน และการแก้ไขปัญหาด้านสังคม
เบ้อื งตน้ อนั จักนำไปสกู่ ารพฒั นาคุณภาพชวี ติ ของประชาชนทุกกลมุ่ เป้าหมายในพ้นื ทขี่ องตนเองให้เป็นไปในทิศทาง
ทด่ี ีขน้ึ
งานวิจยั ที่เก่ียวขอ้ ง
จุไรรัตน์ พละเลิศ (2550) ไดศ้ ึกษาแนวทางการสร้างเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษย์ เพื่อปฏิบัติงานด้านสวัสดิการสังคม ผลการศึกษา พบว่า ลักษณะการปฏิบัติงานของอาสาสมัคร
พัฒนาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย์ภาพรวมอยู่ในระดับมาก โดยเฉพาะด้านการสำรวจข้อมลู การประสานงาน
อยู่ในระดับมาก ปัญหาอุปสรรคของอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภาพรวมอยู่ในระดับ
ปานกลาง แต่ปัญหาด้านสวัสดิการอยู่ในระดับมาก ทัศนะของอาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ท่ี
มีต่อประโยชน์การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ภาพรวมอยู่ในระดับมาก
ข้อเสนอแนะจากการศึกษา คือ กำหนดนโยบายให้มกี ารสร้างเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์ (อพม.) เพื่อปฏิบัติงานด้านสวัสดิการในพื้นที่ ควรให้อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มี
ส่วนร่วมในการจัดทำแผนงาน โครงการต่างๆ เพื่อจะได้มีการกำหนดกิจกรรมรว่ มกันอย่างต่อเนือ่ ง ควรมีการสร้าง
แกนนำอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ ให้เชื่อมโยงทุกภาคส่วน และกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความม่ันคงของมนุษย์ควรสง่ เสริมและสนับสนุนให้มีการฝกึ อบรม เพอื่ พฒั นาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์อย่างต่อเนอื่ ง
นพพร ทิพวงศ์ (2552) ได้ศึกษาการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์เพื่อการปฏิบัติงานด้านสวัสดิการสังคม ผลการศึกษา พบว่า ภาพรวมศักยภาพในการปฏิบัติงานของ อพม.
อยู่ในระดับปานกลางทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านการชี้เป้า เฝ้าระวัง ด้านการเชื่อมกลุ่มเดิม เสริมสร้างกลุ่มใหม่ ด้านการ
9
ร่วมใจทำแผนชุมชน โดยเฉพาะประเด็นชี้เป้า เฝ้าระวัง ปฏิบัติมากในด้านการส่งเสริมบริการสังคมเบื้องต้น ปัญหา
อุปสรรคของ อพม. พบว่าภาพรวมมีปัญหาระดับปานกลาง โดยปัญหาด้านการดําเนินงาน พัฒนาทักษะการ
ปฏิบตั ิงาน เฉพาะดา้ นมีปัญหาระดับมาก ส่วนข้อเสนอแนะคอื ควรส่งเสริมให้ อพม. มีกระบวนการทเ่ี พมิ่ พนู ความรู้
ทักษะ ความชาํ นาญในการปฏบิ ัตงิ านและทัศนคติทดี่ ีต่อการ ปฏบิ ัตงิ าน ควรจดั ให้มีการฝึกอบรม ทบทวน หรือจัด
ประชมุ เพ่ือแลกเปลี่ยนความรู้ ความเขา้ ใจ ประสบการณ์ และทิศทางการทำงานของกระทรวงการพฒั นาสังคมและ
ความมนั่ คงของมนษุ ย์
อมรมิตร มงคลเคหา (2552) ได้ศึกษาปัจจัยที่มี ความสัมพันธ์กับแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของ
อาสาสมัคร สาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลบ้านนิเวศน์ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด
ผลการศึกษา พบว่า อาสาสมคั รสาธารณสุขประจำหมบู่ ้านมรี ะดับแรงจูงใจอยู่ในระดับมาก ผลการทดสอบปัจจัยท่ี
มีความสัมพันธ์กับ แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน พบว่า ด้านการยอมรับนับถือ
ด้านความสัมพันธ์ระหว่าง เพื่อนร่วมงาน มีความสัมพันธ์กับแรงจูงใจในเชิงบวก ข้อเสนอแนะหลักในการศึกษา
ได้แก่ ควรมีกิจกรรมเพื่อ สร้างความสามัคคีอย่างสม่ำเสมอ ให้หน่วยงานของรัฐ สนับสนุนสิทธิผลประโยชน์ที่ควร
ไดร้ ับอยา่ งเต็มทเี่ ป็น รูปธรรมและต่อเนือ่ ง และควรมกี ารจดั ประชมุ อบรม เพิ่มเตมิ ความรู้อย่างสมำ่ เสมอ
กอบกุล มาดีคาน และคณะ (2564) ได้ศึกษา R2R ผลของการพัฒนาความรู้และทักษะของ
อาสาสมัครบริบาลท้องถิ่นในการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ผลการศึกษา พบว่า
อาสาสมัครบรบิ าลท้องถน่ิ มีบทบาทสำคัญในการชว่ ยดูแลผูส้ ูงอายุท่ีมีภาวะพึ่งพงิ ด้านสุขภาพขน้ั พ้ืนฐาน การฟ้ืนฟู
สภาพ และกจิ กรรมบรกิ ารภายใตก้ ารกำกับดแู ลของบุคลากรวิชาชีพดา้ นสุขภาพใน พน้ื ท่ี ปัจจุบันมจี ำนวนผสู้ ูงอายุ
ท่มี ีภาวะพ่ึงพิงเพิ่มมากขึน้ การพัฒนาศกั ยภาพของอาสาสมัครบรบิ าล ทอ้ งถน่ิ จึงเป็นสงิ่ สำคญั ทจี่ ะช่วยให้ผู้สูงอายุ
ที่มีภาวะพึ่งพิงได้รับบริการอย่างมีคุณภาพ ภายหลังการโค้ชอาสาสมัครบริบาลท้องถิ่นมีคะแนนเฉลี่ยความรู้และ
คะแนน เฉลี่ยทักษะการปฏบิ ัติการดูแลผูส้ ูงอายุทมี่ ภี าวะพ่ึงพงิ สูงขนึ้ กว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทาง สถิติ
(p<0.05) ผลการศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า การโค้ชสามารถทำให้อาสาสมัครบริบาลท้องถิ่นมี ความรู้และทักษะใน
การดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงเพิ่มขึ้น ดังนั้นการส่งเสริมให้มีการโค้ชจาก บุคลากรวิชาชีพด้านสุขภาพให้แก่
อาสาสมคั รบรบิ าลทอ้ งถิน่ จงึ มคี วามสำคัญยง่ิ
พิเชษฐ์ ศรีพลัง (2564) ได้ศึกษามูลเหตุจูงใจในการเป็นอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนษุ ยด์ ีเด่นพเิ ศษ กรมพฒั นาสังคมและสวสั ดิการ กรณศี ึกษา จงั หวัดปทมุ ธานี ผลการศกึ ษา พบวา่ อาสาสมัคร
พัฒนาสังคม และความม่ันคงของมนุษย์ดีเด่นพิเศษ มีบทบาทหน้าที ่ในการปฏิบัติงาน 3 ประการ ได้แก่ 1) การชี้
เป้า-เฝ้าระวัง 2) เชื่อมกลุ่มเดิม-เสริมสร้างกลุ่มใหม่ 3) ร่วมใจทำแผนชุมชน ซึ่งมูลเหตุจูงใจ ที่ส่งผลให้อาสาสมัคร
พัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ดีเด่นพิเศษปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง มีดังนี้ 1) การต้องการความสำเร็จใน
การทำงาน โดยความมุง่ มั่นทีจ่ ะปฏบิ ัตงิ านที่ไดร้ ับมอบหมายให้ ประสบความสำเร็จ 2) การไดร้ บั การยอมรับนับถือ
จากกลุ่ม อพม. ผู้นำท้องถิ่น คนในชุมชน และ บุคคลภายนอก ช่วยหนุนเสริมให้ปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง
3) ลักษณะงานที่ปฏิบัติ มีความท้าทาย ช่วยกระตุ้นให้เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาทางสังคม
4) การได้รับมอบหมายหน้าท่ี สำคัญช่วยให้เกิดความภาคภูมิใจ 5) ความก้าวหน้าในตำแหน่ง ช่วยหนุนเสริมให้
10
สามารถปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีแนวทางการพัฒนาการปฏิบัติงานดังน้ี
1) จัดรูปแบบ การรายงานผลการปฏิบัติงาน ในระบบออนไลน์ 2) เพิ่มช่องทางการประชาสัมพันธ์ผลงาน อพม.
ให้เป็นทรี่ ูจ้ กั แก่ประชาชน 3) พัฒนาศกั ยภาพเจา้ หนา้ ทีผ่ ้ปู ระสานงานในระดบั จังหวัด
กรอบแนวคดิ การวิจยั
จากการศึกษาความเป็นมาของอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และบทบาท หน้าที่
และความรับผิดชอบ ของอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อนำมาสร้างกรอบแนวคิด ใน
การศึกษาตามกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ได้วางบทบาทหน้าที่ และภารกิจของ อพม.
ไว้ดงั นี้
แนวทางการพฒั นาการปฏิบัติงานของ อพม.
- สามารถช้ีเป้า – เฝ้าระวังปญั หาทางสงั คม
- สามารถสอบข้อเท็จจริงของผู้ประสบปัญหาทางสังคม
- สามารถบรหิ ารจัดการในการช่วยเหลือผปู้ ระสบปัญหา
ทางสังคมใหไ้ ด้รับการช่วยเหลือ จนกระท่ังสภาพปัญหา
คลค่ี ลาย
- สามารถเปน็ นักจดั การชุมชน แกป้ ัญหาตา่ งๆ ในชมุ ชน
สามารถจัดโครงการ เพ่ือการป้องกนั แกไ้ ขปัญหา และ
พัฒนาพน้ื ที่ได้
การพฒั นาศักยภาพ อพม. เพ่ือการพฒั นาชมุ ชน
11
วิธีดำเนินการวจิ ยั
การวิจยั เรอื่ ง แนวทางการพัฒนาศกั ยภาพอาสาสมัครพัฒนาสงั คมและความมัน่ คงของมนษุ ย์
เพอ่ื การพฒั นาชมุ ชน เปน็ การวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการเกบ็ รวบรวมจากเอกสาร และทำการเก็บขอ้ มลู ภาคสนาม
ประชากรและกลมุ่ ตัวอย่าง
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.)
ในพ้นื ท่ี 7 จังหวัดภาคใตต้ อนบน ท่ีไดร้ บั รางวัลอาสาสมัครพัฒนาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย์ดีเด่นพิเศษ และ
ดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2564 รวมจำนวน 9 คน ระยะเวลาที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ระหว่างเดือนตุลาคม
2564 - กันยายน 2565 เปน็ ระยะเวลา 12 เดอื น
เคร่ืองมอื ทใ่ี ช้ในการวิจยั
1. ขัน้ ตอนการสร้างกระบวนการมี 6 ข้ันตอน ดังน้ี
ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาเอกสาร งานวจิ ัยทีเ่ กย่ี วข้อง และกำหนดแผนงาน
ขั้นตอนที่ 2 การเลือกพื้นทศ่ี ึกษาและผใู้ หข้ ้อมลู
ข้นั ตอนที่ 3 ศกึ ษาเครื่องมือท่ีใชใ้ นการรวบรวมขอ้ มลู
ขั้นตอนท่ี 4 การเก็บรวบรวมข้อมูล โดยลงพื้นท่ีสัมภาษณ์เชิงลึกในพื้นท่ี 7 จังหวัด
ภาคใต้ตอนบน
ขน้ั ตอนที่ 5 นำแนวทางมาพัฒนาศกั ยภาพ อพม. โดยเลอื ก อพม. กลมุ่ ตัวอย่างจาก
เทศบาลตำบลวดั ประดู่ อำเภอเมือง จังหวัดสรุ าษฎร์ธานี จำนวน 3 คน
ขนั้ ตอนท่ี 6 ประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมลู
ขั้นตอนที่ 7 จดั ทำรายงาน R2R ฉบับสมบรู ณ์
ในการศึกษามีการวิเคราะห์โดยใช้การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก โดยมีผู้ให้ข้อมูล คือ อาสาสมัคร
พัฒนาสงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ย์ ท่ีได้รบั รางวลั อาสาสมคั รพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ย์ดีเด่นพิเศษ
และดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2564 ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน โดยนำข้อมูลมาศึกษาตีความร่วมกับการศึกษา
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จากนั้นนำแนวทางที่ได้มาพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสงั คมและความมัน่ คง
ของมนษุ ย์ จำนวน 3 คน และเขยี นรายงานผล โดยวิธกี ารวจิ ัยเชิงพรรณนา
2. เคร่ืองมือทใี่ ช้ในการเก็บรวบรวมขอ้ มูล
การศึกษาเป็นวิจัยเชิงคุณภาพ ศึกษาแนวทางการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและ
ความม่ันคงของมนุษย์เพ่ือการพฒั นาชมุ ชน โดยได้เลอื กเครอื่ งมือทใี่ ช้ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูล คอื แบบสมั ภาษณ์
โดยทำการสัมภาษณอ์ าสาสมคั รพฒั นาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์ ประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่
ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไป ได้แก่ ชื่อ - สกุล อายุ สถานภาพระดับการศึกษา และระยะเวลา
ที่ปฏบิ ตั ิงาน เปน็ อพม.
12
ส่วนที่ 2 ลักษณะการปฏิบัตงิ านอาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มี 5 ข้อ ดังนี้
- ลักษณะการปฏิบัติงานของทา่ นในบทบาทอาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความมนั่ คงของมนุษย์
- ขอใหย้ กตัวอย่างการชว่ ยเหลอื ชมุ ชนท่ที า่ นภูมิใจหรือประทบั ใจ
- ท่านคิดว่าการปฏบิ ัติงานของทา่ นสามารถชว่ ยเหลือคนในพ้ืนทีไ่ ด้หรือไม่
- ขอใหท้ า่ นยกตัวอย่างการชว่ ยเหลือชมุ ชนทท่ี ่านไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือไดแ้ ละทา่ นมีแนวทาง
ในการแกไ้ ขปัญหาอย่างไร
- ทา่ นมปี ัญหา อปุ สรรคในการปฏบิ ตั งิ านเพื่อช่วยเหลอื คนในพน้ื ทหี่ รือไม่
วธิ ีการตรวจสอบเครอื่ งมือ (Validity and Reliability)
การตรวจสอบเครอ่ื งมือขณะเก็บรวบรวมข้อมลู ภาคสนาม ตรวจความแมน่ ยำ และความเช่อื ถือได้
ของข้อคำถามข้อมูลภาคสนามทุกครั้งที่เก็บข้อมูล ด้วยการดูข้อคำถาม สื่อความหมายตรงตามที่ต้องการหรือไม่
ในขณะที่สมั ภาษณ์คำตอบท่ีสอดคล้องกับบริบทของชชุ น ข้อมูลเดมิ ขอ้ สงั เกต หรอื ทดสอบกับสภาพแวดล้อม และ
ข้อมูลอื่นที่มอี ยู่เดิมจากแหล่งอื่นๆ ในลักษณะทดสอบแบบสามเสา้ ตามระเบียบวธิ วี ิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อให้ข้อมูลมี
ความแม่นยำ และครอบคลุมเนื้อหาได้มากที่สุด จากการสังเกตพฤติกรรม และการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูล โดยมีการ
ตรวจสอบสามเส้าในดา้ นตา่ งๆ ดงั นี้
1. ตรวจสอบข้อมูลโดยบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือสมาชิกในกลุ่มผู้ให้ข้อมูลหลักฐานต่างๆ ใน
ภาคสนาม ตรวจสอบความถูกตอ้ งและครบถ้วนของข้อมูลพ้ืนฐาน
2. ตรวจสอบโดยผู้วิจัยเอง โดยให้ผู้ร่วมวิจัยให้รายละเอียด แสดงความคิดเห็น วิพากษ์ วิจารณ์
หรือตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับข้อมูล หลักฐาน และแบบแผนอันเป็นแก่นสาระที่วิเคราะห์ได้จากข้อมูลหลักฐานที่เก็บ
รวบรวมได้จากสนามวิจยั
3. เชอ่ื มโยงข้อมูลการวิจัยแบบสามเส้า เพ่ือสือ่ ให้เห็นว่าข้อมลู หลกั ฐาน และแผนการวิจยั ที่อาศัย
การตคี วามหมายของข้อมูล หลักฐานทีเ่ กบ็ รวบรวมได้ มีความไวว้ างใจได้วา่ มคี วามถูกตอ้ ง
การเก็บรวบรวมข้อมลู
การเก็บรวบรวมข้อมูลภาคสนามโดยแจ้งไปยังบุคคลแบบเจาะจง ให้ทราบความมุ่งหมาย และ
เพื่อให้เป้าหมายเต็มใจในการให้ข้อมูลตามระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยการเก็บรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้ใช้การ
สงั เกตแบบไมม่ ีสว่ นรว่ ม โดยการสังเกตสภาพแวดลอ้ มและชวี ติ ความเปน็ อยู่ รวมท้งั จดบนั ทกึ ภาคสนาม และใชก้ าร
สัมภาษณ์แบบเจาะลึกกับอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน
ที่ได้รับรางวัลอาสาสมัครพฒั นาสังคมและความม่ันคงของมนษุ ย์ดเี ดน่ พเิ ศษและดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2564
การวเิ คราะหข์ ้อมลู
การศึกษาคร้ังน้ีจะวเิ คราะห์ข้อมูลท่ีไดจ้ ากการสมั ภาษณแ์ บบเจาะลกึ จากกลุ่มผใู้ ห้ขอ้ มลู โดยนำ
ขอ้ มูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์เปรยี บเทยี บกับแนวคิดทฤษฎี เอกสารงานวจิ ยั และข้อค้นพบที่ไดห้ ามา รวมท้ัง
เขยี นรายงานผลการวิจยั ด้วยวิธกี ารวิเคราะหเ์ ชิงพรรณนา
13
ผลการวิจัย
การวิจัยเรื่อง แนวทางการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
(อพม.) เพื่อการพัฒนาชุมชน มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพการปฏิบัติงานในปัจจุบัน ปัญหาและอุปสรรค
แรงบันดาลใจในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ได้รับรางวัลดีเด่นพิเศษ
และดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2564 และเพื่อนำเสนอแนวทางในการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความ
มัน่ คงของมนษุ ย์เพื่อการพฒั นาชมุ ชน โดยไดแ้ บง่ การวิเคราะหข์ อ้ มูลออกเป็น 2 สว่ น ดังน้ี
ส่วนท่ี 1 ผลการปฏบิ ัตงิ าน ปัญหาและอุปสรรค แรงบันดาลใจ
ส่วนที่ 2 แนวทางในการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพ่ือ
การพฒั นาชุมชน
สว่ นท่ี 1 ผลการปฏิบตั ิงาน ปญั หาและอปุ สรรค แรงบันดาลใจ
จากการสัมภาษณ์อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้
ตอนบน ที่ได้รับรางวัลอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ดีเด่นพิเศษ และดีเด่น ประจำปี
พ.ศ. 2564 รวมจำนวน 9 คน ท่ีมีผลการปฏิบตั ิงานท่ีชุมชนใหก้ ารยอมรับเป็นอยา่ งมาก พบว่า
อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นกลไกตามความมุ่งหวังของกระทรวง
การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ ในการเข้าไปค้นหา ชี้เป้า
เฝ้าระวัง สำรวจข้อมูล เสนอรายชื่อผู้ประสบปัญหาทางสังคม ให้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์พิจารณา ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวติ ของคนในชุมชน โดยการเก็บข้อมูลเพ่ือ
มาวเิ คราะหจ์ ดุ แข็ง จุดออ่ น โอกาส และอุปสรรค ในการปฏิบัตงิ านของ อพม. ปรากฏผลดังนี้
จุดแข็ง ได้แก่ อพม. เป็นคนที่มีจิตสำนึก และมีความเสียสละ เป็นคนในพื้นที่ที่เข้าใจความ
ต้องการของพื้นที่ได้ดี รวมทั้งมีบทบาทหน้าที่ในการทำงานช่วยเหลือสังคมหลายบทบาท เช่น อสม. อช. และ
อปพร. เป็นต้น รวมทั้งมีระเบียบกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่าด้วยอาสาสมัครพัฒนา
สังคมและความมนั่ คงของมนษุ ย์ พ.ศ. 2564 เพือ่ เปน็ กลไกในการขบั เคลือ่ นงานตามบทบาทหน้าท่ี
จุดอ่อน ได้แก่ อพม. ยังต้องการพัฒนาทักษะในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทักษะการ
เยี่ยมบ้านสอบข้อเท็จจริงผู้ประสบปัญหาทางสังคม เพื่อขอรับการช่วยเหลือจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงการ
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และมีหลายบทบาทหน้าที่จึงอาจทำให้ปฏิบัติหน้าที่ของตนเองได้ไม่เต็มที่
รวมท้ังตอ้ งการการยอมรับและความรว่ มมือในการปฏิบตั ิงานจากหนว่ ยงานภาครฐั และเอกชน
โอกาส ได้แก่ มีสำนกั งานพฒั นาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์ในพื้นที่ เป็นหน่วยงานสนับสนุน
การปฏิบัติงาน การจัดฝึกอบรม เพื่อพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ รวมทั้งการเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการต่างๆ ใน
ระดบั จงั หวัด
14
อุปสรรค ได้แก่ ขาดทักษะในการปฏิบัติงานในระดับพื้นที่ และ อพม. มีอาชีพที่ต้องรับผิดชอบ
ครอบครวั ทำให้มีเวลาในการปฏบิ ัตงิ านน้อย
จากผลการวิเคราะห์ SWOT ทำให้ทราบถึงอุปสรรคในการปฏิบัติงานของ อพม. อันได้แก่ปัญหา
อพม. ขาดทักษะการเยี่ยมบ้านสอบข้อเท็จจริงผู้ประสบปัญหาทางสังคม นอกจากนี้ อพม. ยังขาดการยอมรับ
ซึ่งสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในพื้นที่ ในฐานะที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนการดำเนินงานของ
อพม. จึงควรมกี ารพัฒนา อพม. โดยดำเนินการฝึกอบรม อพม. ใหม้ ที กั ษะความสามารถท่ีเหมาะสมกบั ลักษณะงาน
ในการปฏิบัติหน้าทีค่ วามรับผดิ ชอบที่ได้รับมอบหมาย การกำหนดทิศทาง และแนวทางการทำงานทีช่ ัดเจน พร้อม
ทั้งการสนับสนุนงบประมาณ และเครื่องมือในการปฏิบัติงาน รวมทั้งการสร้างการยอมรับและความร่วมมือในการ
ปฏิบัติงานให้กับ อพม. ซึ่งจะเป็นการส่งเสริมการปฏิบัติงานให้กับ อพม. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจักนำไปสู่การ
พฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ที่ดีของคนในชุมชน
กล่าวโดยสรุปจากการวิเคราะห์ข้อมูลในด้านแนวทางในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ 4 ประการ ดังนี้ ประการแรก การกำหนดแนวทางการทำงานของ อพม. ที่
ชัดเจน โดยการมคี ู่มือการปฏิบัติงานตามบทบาทและภารกิจ ประการทส่ี อง การอบรมเพื่อเพมิ่ ทักษะให้กับ อพม.
โดยการจัดอบรมให้ความรู้อย่างน้อยปีละครั้ง ประการที่สาม การสนับสนุนเครื่องมือ และงบประมาณ ในการ
ปฏิบัติงาน เช่น ค่าน้ำมันรถ เป็นต้น เพ่ือสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน และประการที่สี่ การสร้างการ
ยอมรบั และความร่วมมือในการปฏิบัติงานให้กับ อพม. โดยให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ใน
พ้นื ที่ เปน็ หนว่ ยงานชว่ ยเผยแพร่การทำงานของ อพม. เพอื่ สรา้ งการยอมรบั ใหเ้ กดิ ขึ้น
ปจั จัยที่สง่ ผลต่อความสำเรจ็
1. การมจี ิตสาธารณะ ยอมเสียสละประโยชนส์ ่วนตน เพ่ือประโยชนส์ ว่ นรว่ ม ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ
ในการปฏิบัติงาน เพ่อื ให้งานสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี
2. ความเขา้ ใจ การยอมรบั และการสนับสนนุ จากคนในครอบครัว หรือคนในชมุ ชน ซง่ึ เป็นปัจจัย
สำคญั อยา่ งหนงึ่ ท่สี ่งผลใหก้ ารปฏิบัตงิ านประสบความสำเร็จ
3. มีทักษะในการคัดกรองกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้เข้าถึงและได้รับการช่วยเหลือที่รวดเร็ว และ
ถูกต้อง เช่น การวางแผนการปฏิบัติงาน การสำรวจข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย และการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา
การเยย่ี มบา้ นสอบขอ้ เท็จจรงิ ผู้ประสบปญั หาทางสังคม เป็นตน้
4. ไม่หยุดที่จะเรียนรู้ เพื่อเสริมสร้างแรงบันดาลใจ ให้มีชีวิตอยู่อย่างรู้คุณค่า และมุ่งมั่นกับการ
ทำงานให้มีผลสัมฤทธิ์
5. การทำงานเป็นทีม การใหเ้ กยี รติ มคี วามไวเ้ น้ือเช่ือใจ และความเชอื่ ถอื ซึง่ กันและกัน
6. เคารพในความแตกต่าง และความหลากหลายของคนในสังคม ไม่แบ่งแยก สร้างความเท่าเทียมกัน
7. ทำงานทกุ อยา่ งด้วยความใส่ใจ รู้หน้าท่ี ตรงต่อเวลา มคี วามรับผิดชอบ และมวี นิ ัยต่อตนเอง
15
แรงบันดาลใจ
1. ความสำเร็จในการทำงาน คือ มีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าที่จะปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
ให้ประสบความสำเร็จ เพราะมีความรู้สึกภาคภมู ิใจทกุ ครั้งที่ได้ปฏิบัติงานให้สำเรจ็ ลุล่วง ถึงแม้บางครัง้ ต้องสละทุน
ทรัพย์ส่วนตัวบ้าง แต่ก็มีความเต็มใจ และภูมิใจที่ได้มีส่วนช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก ให้สามารถ
ช่วยเหลอื ตนเองได้ และมีคณุ ภาพชวี ิตทด่ี ีขึ้นกวา่ เดมิ
2. การยอมรับนับถือ คือ ได้รับความไว้วางใจ และการยอมรับนับถือจากกลุ่ม อพม. ผู้นำท้องถ่นิ
คนในชุมชน และหนว่ ยงานต่างๆ ท่ีเกย่ี วขอ้ ง และช่วยหนนุ เสริมให้ปฏบิ ัตงิ านได้อยา่ งต่อเน่ือง รวมถึงไดร้ ับคัดเลือก
ให้เป็น อพม. ดีเด่นพิเศษ และดีเด่น การทำงานอาสาสมัครให้ประสบความสำเร็จ และได้รับการยอมรับจากบคุ คล
อื่นเป็นเร่ืองที่ทา้ ทาย ต้องทำอย่างต่อเนือ่ ง สม่ำเสมอ ให้เกิดผลงานที่ชัดเจน จนกระทั่งทุกภาคส่วนในพืน้ ที่ให้การ
ยอมรับ
3. ลักษณะงานมีความท้าทาย คอื ลักษณะงานที่มีความท้าทาย ชว่ ยกระตนุ้ ให้ อพม. ดีเด่นพิเศษ
และดีเด่น เกิดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหา และปฏิบัติงานต่อเนื่องจนเกิดความชำนาญ และเมื่อ
ปฏิบัติงานที่มีความท้าทาย ความยาก ความซับซ้อน ได้ประสบผลสำเร็จ ทำให้รู้สึกภูมิใจในความสามารถของ
ตนเอง
4. ความมีคุณค่าในตัวเอง การได้ช่วยให้ผู้อื่นพ้นจากความทุกข์ มีพื้นฐานจิตใจที่ดีจากการเมตตา
คนอ่ืน มีสขุ ภาพกายทดี่ จี ากการทุม่ เทพลงั กาย รูส้ ึกภาคภมู ใิ จในตวั เองที่เปน็ ส่วนหนง่ึ ได้ขบั เคล่ือนให้ภารกจิ ประสบ
ความสำเร็จ การทำอะไรเพื่อผู้อนื่ ไดเ้ หน็ คนในชุมชนมชี ีวิตทีด่ ีขึน้ นอกจากจะสร้างสังคมให้นา่ อยู่แล้ว ยังก่อให้เกิด
ความอิ่มเอมใจ และไดพ้ ัฒนาทักษะความรขู้ องตนเอง เพราะงานอาสาสมัครเปน็ งานที่มีแค่ตัวเปล่าๆ ก็ทำได้แม้จะ
ไมม่ ีเงิน หรือความรตู้ ดิ ตัวมาเลย ดงั นน้ั โอกาสนี้ถอื เปน็ โอกาสดีทีจ่ ะได้พัฒนาตัวเอง รวมถงึ ได้สง่ ต่อความรัก ความ
เมตตาให้กับคนอื่น เพราะการทำงานเป็น อพม. ถือเป็นการปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างที่ดี ได้ปลูกฝังจิตสำนึก และ
สร้างคุณลักษณะให้กับลูกหลาน และคนรอบข้างให้มีความเห็นแก่ตัวน้อยลง มีความเห็นอกเห็นใจต่อเพื่อนมนุษย์
มากขึ้น ซึ่งคุณลักษณะนี้จะติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิต เมื่อพวกเขามีลูกหลานเขาก็จะส่งต่อคุณลักษณะแบบนี้ไป
อีก ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่โลกนี้อยู่ได้ เพราะมีการส่งต่อเรื่องดีๆ ต่อกัน มีน้ำใจระหว่างเพื่อนมนุษย์ด้วยกันอย่างไม่มีท่ี
สิ้นสดุ และทำให้รู้สึกมคี ณุ คา่ ในตวั เองมากขน้ึ ด้วย
5. ความกา้ วหน้าในตำแหน่ง ความก้าวหน้าในการทำงาน เปน็ ส่งิ ที่หนุนเสรมิ ให้ อพม. ปฏิบัติงาน
ต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งความก้าวหน้าสำหรับ อพม. นั้น มีหลายรูปแบบ เนื่องจาก อพม. ทำงาน
อาสาสมัครด้วยความสมัครใจ และไม่มีค่าตอบแทน ความก้าวหน้าสำหรับ อพม. คือ การได้รับการยอมรับจาก
อพม. ในพื้นที่ รวมถึงเครือข่ายผู้นำชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และได้รับมอบหมาย หรือคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่ง
ท่ีสำคัญ มคี วามกา้ วหน้าในการปฏิบัติงาน ได้รบั คดั เลือกจาก อพม. ระดบั ภาค และประธาน อพม. ระดับประเทศ
6. การมีส่วนร่วมของภาคีในชุมชน ในการทำงานมีปัจจัยหนุนเสริมจากการร่วมปฏิบัติงานกับ
หน่วยงาน ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปฏิบัติงานมีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เช่น ผู้นำชุมชน
กำนนั ผู้ใหญ่บา้ น อาสาสมคั รสาธารณสขุ ประจำหม่บู ้าน (อสม.) อาสาสมคั รดา้ นอืน่ ๆ เปน็ ต้น
16
ภาพรวมการปฏิบัติงานของ อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สรุปได้ว่า
อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นกลไกในระดับพื้นที่ ในการเข้าไปค้นหา ชี้เป้า เฝ้าระวัง
สำรวจข้อมูล เสนอรายชื่อผู้ประสบปัญหาทางสังคม ให้กับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษย์พิจารณาวางแผนให้การช่วยเหลือ ซึ่งการปฏิบัติงานของอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์ จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน โดยอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จะ
เข้าไปบรรเทาปัญหาในเบื้องต้น การเข้าไปสอบถามความเป็นอยู่ พูดคุยให้คำปรึกษาแนะนำ เยี่ยมเยียน และการ
ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สาธารณสุข
จังหวัด ศึกษาธกิ ารจังหวดั เปน็ ต้น เขา้ มาชว่ ยเหลือผทู้ ่ีประสบปญั หาความเดือดร้อนในชมุ ชนใหไ้ ดร้ ับการชว่ ยเหลือ
ส่วนที่ 2 แนวทางในการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
ตามบทบาทหนา้ ทท่ี ่ีได้รับมอบหมาย
จากผลการศึกษาการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.)
ตามบทบาทหน้าท่ีทไี่ ด้รับมอบหมาย ดงั น้ี
1. การพัฒนาศกั ยภาพ อพม. ในเชงิ ปฏิบัติ
(1) การมีส่วนร่วมตามบทบาทหน้าที่ เจ้าหน้าที่ ผู้นำท้องถิ่น และหน่วยงานราชการที่
เกี่ยวข้อง ควรเปิดโอกาสให้ อพม. ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้งแนะนำตัว อพม. ให้หน่วยงานอ่ืน
หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต่างๆ ได้รู้จัก และทราบบทบาทหน้าที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง
และผู้นำทอ้ งถิน่ ท่ีมีภารกิจตอ้ งเช่อื มประสานงาน หรือปฏิบัติงานในพน้ื ท่ีระดับ หมู่บา้ น ตำบล ไดป้ ระสานงาน และ
ช่วยเหลือสนับสนุนในการทำงานของ อพม. ตามบทบาทหน้าที่มากยิ่งขึ้น โดยการที่องค์กรเน้นการบริหารแบบ
มสี ่วนรว่ มย่อมจะสง่ ผลและช่วยสนบั สนนุ ให้การทำงานสมั ฤทธผ์ิ ลมากย่ิงขึน้
(2) การฝึกอบรมและพัฒนา จัดฝึกอบรม ศึกษาดูงาน เพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจและ
ทักษะในการปฏิบัติงานให้แก่ อาสาสมัคร อพม. อย่างสม่ำเสมอ โดยการฝึกอบรม การเรียนรู้ และการพัฒนาถือ
เป็นองค์ประกอบที่สำคัญของการสร้างความได้เปรียบให้แก่กระบวนการทำงานที่ส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของขีด
ความสามารถของผลสัมฤทธข์ิ องงาน
(3) การประชาสัมพันธ์ เพิ่มการประชาสัมพันธ์ในบทบาท และหน้าที่ของอาสาสมัคร
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ไปยังสื่อต่างๆ ให้มากยิ่งขึ้น โดยการใช้สื่อต่างๆ เพื่อการประชาสัมพันธ์
จะมีส่วนเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่ หน่วยงาน องค์กร สถาบัน ทำให้ผู้รับข่าวสารเกิดความนิยม เลื่อมใส
ศรทั ธาตอ่ หน่วยงาน
(4) การสร้างแรงจงู ใจ ควรสร้างแรงจูงใจให้แก่ อพม. เพื่อเสริมสร้างขวัญและกำลังใจใน
การปฏิบัติงาน เช่น เพิ่มสวัสดิการ หรือสิทธิพิเศษ ให้ อพม. มากขึ้น ประกาศเกียรติคุณแก่ อพม. ที่ทำความดี
สมควรเป็นตัวอย่างแก่บุคคลอื่น โดยการให้กำลังใจ และการชื่นชม รวมถึงการให้ผลประโยชน์เกื้อกูลที่มีความ
17
เหมาะสม และได้รับการยอมรับก็จะช่วยให้องค์กรสามารถสร้างความพึงพอใจ จูงใจ และรักษาคนให้อยู่ทำงาน
ต่อไปได้
(5) การยกระดับการศึกษาให้สูงขึ้น โดยประสานงานกับศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน
ในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนการศึกษาต่อให้กับ อพม. ซึ่งการพัฒนา อพม. โดยการส่งเสริมด้านการศึกษาจะมีส่วนให้
อพม. เกิดการพัฒนาตนเอง การศึกษานอกโรงเรียนเป็นการเปิดโอกาสให้กลุ่มคนที่ขาดโอกาสได้มีการศึกษาอย่าง
เสมอภาค และสามารถเรยี นรู้ไดอ้ ยา่ งต่อเนอ่ื งตลอดชีวิตอยา่ งมคี ุณภาพ
(6) การมีปฏิสัมพันธ์กลุม่ ส่งเสริมให้มีการปฏิสัมพันธ์กันในกลุ่ม อพม. ให้มากขึ้น โดยมี
การพบปะสังสรรค์ในงานรื่นเริงต่างๆ หรือจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันสำคัญต่างๆ เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน
ประสบการณ์ในการทำงาน นอกจากนั้นยังก่อให้เกดความสามัคคีอีกด้วย โดยการส่งเสริมและสนับสนุน
ให้มีกิจกรรมร่วมกนั จะช่วยให้การประสานงาน และการการทำงานรว่ มกันมปี ระสิทธภิ าพมากขน้ึ
(7) การทำงานเป็นทีม มุง่ เน้นการทำงานเปน็ กล่มุ มีการวางแผนแกป้ ัญหาร่วมกันกับผู้นำ
ชมุ ชน หรือกรรมการหมู่บ้าน โดยการส่งเสรมิ ให้เกิดการทำงานเป็นทมี จะชว่ ยใหก้ ารทำงานมีประสทิ ธผิ ลมากยิ่งขน้ึ
2. การพฒั นาศักยภาพ อพม. ในเชงิ นโยบาย
(1) การบรหิ ารจัดการงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการบริหารจดั การงานอาสาสมัคร
เพอ่ื ใหภ้ าครัฐ และเอกชนทมี่ ีอาสาสมัคร มกี ารบริหารจัดการอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ และไม่เกดิ ความซำ้ ซ้อน
(2) ปลกู จิตสำนึกร่วมให้ประชาชนสร้างกระแสกระตนุ้ ให้ประชาชนเกดิ พลังจิตสำนึกร่วม
ในการที่จะป้องกันแก้ไขพัฒนาสังคม โดยการร่วมเป็นอาสาสมัคร หรือเข้าใจ และให้การยอมรับงาน อพม.
มากยง่ิ ขนึ้
(3) จัดตั้งองค์การอาสาสมัครพัฒนาสังคมระดับชาติ โดยให้มีคณะกรรมการซึ่งประกอบ
ไปดว้ ยผู้แทน ภาครฐั และเอกชน เพอ่ื ทำหนา้ ท่กี ำหนดนโยบายสง่ เสริมสนับสนุน ประสานงาน ตดิ ตาม ประเมินผล
งานอาสาสมัคร
(4) จัดตั้งศูนย์อาสาสมัครระดับชาติ ระดับจังหวัด เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยน
ขอ้ มูล ข่าวสาร
(5) จัดให้มีกองทุนอาสาสมัครพัฒนาสังคมระดับชาติ เพื่อสนับสนุนกิจกรรม โครงการ
กองทุน อพม. ระดบั จงั หวดั และเพอ่ื เป็นศนู ยก์ ลางในการแลกเปลี่ยนข้อมูลขา่ วสาร
กลา่ วโดยสรปุ กระบวนการพฒั นาศักยภาพ อพม. เริม่ จากนำข้อมูลมาวเิ คราะห์ร่วมกนั นำเสนอ
คืนข้อมูลแก่ อพม. และผู้ร่วมดำเนินการ เพื่อให้ อพม. ตระหนักรู้ถึงสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน
จนไดแ้ นวทางการพฒั นาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ (อพม.) เพอ่ื การพัฒนาชุมชน
พบว่าอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) เมื่อได้รับมอบหมายงานจากหน่วยงานในสังกัด
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรืองานตามบทบาทหน้าที่ จะมีการสำรวจข้อมูล รวบรวม
ข้อมูลกลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหาทางสังคม ข้อมูลด้านสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชน แล้วลงเยี่ยมบ้าน
สอบข้อเท็จจริงของกลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหาทางสังคม เพื่อประเมินปัญหาและความต้องการของผู้ประสบ
18
ปัญหาเบือ้ งตน้ และใหค้ ำปรึกษาเบือ้ งต้น ไดแ้ ก่ การใหค้ ำปรึกษาแนะนำ การใหข้ ้อมลู การเข้าถึงสทิ ธแิ ละสวัสดิการ
เช่น เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด แนะนำการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการที่พึงจะได้รับ กรณีคนพิการ และ
ผู้สูงอายุ แนะนำการทำบัตรประจำตัวคนพิการ เพื่อจะได้รับเบี้ยความพิการ หรือเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จากนั้นจะ
ดำเนินการประสานสง่ ต่อหน่วยงาน และองคก์ ารในพนื้ ที่ เพื่อพจิ ารณาให้ความชว่ ยเหลือแก่ผ้ปู ระสบปัญหา รวมถึง
จดบันทึก เขียนรายงาน สรปุ ผลการปฏบิ ัตงิ าน และช้แี จงใหเ้ ครอื ขา่ ยได้ทราบผลการปฏิบตั ิงาน นอกจากนี้ยังมีการ
ประชาสมั พนั ธ์เกีย่ วกับภารกจิ ของ อพม. ในพนื้ ที่ ให้ประชาชน และผทู้ เี่ กีย่ วข้องได้รบั ทราบ
จะเหน็ ไดว้ ่า บทบาทภารกจิ ของ อพม. นั้นมคี วามหลากหลาย เร่มิ ตง้ั แต่กระบวนการสำรวจ การ
ป้องกัน การแก้ไข และการพัฒนา ผู้ประปัญหาทางสังคมให้เขาสามารถช่วยเหลือตนเองได้ ทั้งน้ี ผลการศึกษา
พบปัญหาที่เป็นจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้การปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ของ อพม. ไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจาก
อพม. ขาดทกั ษะในการปฏิบัติงาน ได้แก่ ทักษะการเย่ียมบ้าน สอบขอ้ เท็จจริงผปู้ ระสบปญั หาทางสงั คม เพื่อขอรับ
การช่วยเหลือจากหน่วยงานสงั กดั กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษย์ ซึ่งเป็นขัน้ ตอนสำคัญท่ที ำ
ใหผ้ ู้ประสบปัญหาทางสังคมได้รับการพิจารณาช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องและรวดเรว็ แกไ้ ขปัญหาความล่าช้าอันเกิด
จากความผิดพลาดของแบบสอบข้อเท็จจริงผู้ประสบปัญหาทางสังคม และเอกสารหลักฐานท่เี กยี่ วข้องประกอบการ
พิจารณาให้การช่วยเหลือ ดังนั้น สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10 (สสว.10) จึงได้ใช้การสอนงานใน
ระบบพ่เี ล้ยี ง โดยใหเ้ จา้ หนา้ ทจ่ี ากสำนกั งานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10 เป็นพีเ่ ล้ียงให้คำปรึกษาแนะนำ จับคู่
กบั อพม. แบบตวั ต่อตัว ในการการลงเยี่ยมบา้ นสอบข้อเทจ็ จริงผู้ประสบปัญหาทางสงั คม เพื่อขอรับการช่วยเหลือ
จากหน่วยงานสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในพื้นที่เทศบาลตำบลวัดประดู่
อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 3 คน ในระยะเวลา 1 เดอื น มขี ้ันตอนการดำเนนิ งานดงั น้ี
1. เมื่อทาง อพม. ไดร้ บั แจ้งหรอื พบว่ามีผู้ประสบปญั หาทางสังคมในพนื้ ที่ ก็จะประสานไปยังฝ่ายสวัสดิการ
สงั คม เทศบาลตำบลวดั ประดู่
2. นักพัฒนาชุมชน เทศบาลตำบลวัดประดู่ ประสานขอความช่วยเหลือไปยังเจ้าหน้าที่สำนักงานส่งเสริม
และสนับสนุนวิชาการ 10 (สสว.10) ทั้งทางหนังสือราชการ และทางช่องทางการสื่อสารอื่น ๆ เช่น ทางไลน์ ทาง
โทรศัพท์ เป็นต้น
3. เจ้าหนา้ ท่สี ำนักงานสง่ เสรมิ และสนบั สนุนวชิ าการ 10 (สสว.10) กำหนดลงพน้ื เย่ียมบา้ นสอบข้อเท็จจริง
รว่ มกบั นกั พฒั นาชุมชน เทศบาลตำบลวดั ประดู่ หรือผูน้ ำชุมชนทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย และ อพม. ในพน้ื ที่
4. เจ้าหน้าที่ สสว.10 จะจับคู่กับ อพม. เป็นพี่เลี้ยงในการเยี่ยมบ้านและสอบข้อเท็จจริงผู้ประสบปัญหา
ทางสังคม ตามแบบขอรับความช่วยเหลอื ผู้ประสบปัญหาทางสังคม ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคง
ของมนุษย์ โดยในครัง้ แรกไดส้ รา้ งสัมพนั ธภาพที่ดตี ่อกัน ใหค้ วามเปน็ กันเอง เจา้ หนา้ ที่ สสว.10 จะสัมภาษณ์เก็บ
ข้อมลู ผู้ประสบปัญหาทางสงั คม การวางพกิ ดั GPS การถา่ ยภาพ และรวบรวมเอกสารประกอบการพจิ ารณาขอรับ
ความช่วยเหลอื รวมถงึ การตอบขอ้ ซักถามของ ผู้ประสบปญั หาทางสงั คม และให้ อพม.เขา้ ไปร่วมสงั เกตการณ์อย่าง
ใกลช้ ดิ มีรายละเอยี ด ดังน้ี
19
4.1 เอกสารประกอบการพจิ ารณาขอรบั ความช่วยเหลือ ไดแ้ ก่
- สำเนาบตั รประชาชน จำนวน 1 ฉบับ
- สำเนาทะเบยี นบา้ น จำนวน 1 ฉบับ
- สำเนาหน้าบัญชี จำนวน 1 ฉบบั
ทั้งนี้ ผู้ประสบปัญหาทางสังคม รับรองลายมือชื่อด้วยตนเอง และทุกจุดที่รับรอง ต้องลงลายมือชื่อให้เหมือนกัน
ทุกจุด ถ้าใส่คำนำหน้านาม ต้องใส่คำนำหน้านามทุกจุดที่มีการลงลายมือชื่อ หากไม่สามารถรับรองลายมือชื่อได้
ให้ผู้ประสบปัญหาทางสังคม พมิ พ์ลายนิ้วหัวแมม่ อื ข้างขวา พรอ้ มทัง้ ให้ผูล้ งเย่ยี มบ้านรับรองการพิมพล์ ายนิ้วมือนั้น
4.2 การถา่ ยภาพประกอบ จำนวน 5 ภาพ
- ภาพผปู้ ระสบปญั หาทางสงั คมถา่ ยคกู่ ับทอ่ี ยู่อาศัย
- ภาพภายในทอ่ี ยู่อาศยั
- ภาพภายนอกบรเิ วณที่อยู่อาศยั
- ภาพขณะผปู้ ระสบปัญหาทางสงั คม เซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
- ภาพรวมผู้ท่ีลงเยี่ยมบ้านพร้อมผู้ประสบปัญหาทางสังคม โดยใส่ชื่อ-สกุล ตำแหน่ง
เบอร์โทรศัพท์
4.3 การลงลายมือช่ือในแบบคำขอรบั ความช่วยเหลอื
- หน้า 6 ผูข้ อรับความช่วยเหลือ ผู้ประสบปญั หาทางสงั คมเปน็ ผ้ลู งลายมือช่อื
- หน้า 6 เจา้ หน้าท่ีรับคำขอ เจ้าหนา้ ที่ พมจ.สฎ. เปน็ ผูล้ งลายมือชอื่
- หน้า 7 ผเู้ ยี่ยมบ้าน เจ้าหนา้ ที่ หรอื อพม. ทเ่ี ยีย่ มบา้ น เป็นผู้ลงลายมือชื่อ
- หน้า 8 ผู้วนิ ิจฉัยในการช่วยเหลอื เจ้าหนา้ ท่ี พมจ.สฎ. เป็นผลู้ งลายมือชื่อ
- ผมู้ ีสิทธ์ิรับเงนิ ในแบบแจ้งข้อมูลการรบั เงินโอนฯ ผปู้ ระสบปญั หาทางสังคม เป็นผลู้ งลายมอื ชอ่ื
5. ในการเยี่ยมบ้านสอบข้อเท็จจริงครั้งที่ 2 เจ้าหน้าที่ สสว.10 ให้ อพม. เป็นผู้สัมภาษณ์เก็บข้อมูล
ผู้ประสบปัญหาทางสังคม การวางพิกัด GPS การถ่ายภาพ และรวบรวมเอกสารประกอบการพิจารณาขอรับ
ความชว่ ยเหลอื โดยมีเจา้ หนา้ ที่ สสว.10 ใหค้ ำปรึกษาแนะนำต้ังแตเ่ ริ่มต้นจนเสร็จส้ินกระบวนการ รวมถึงการตอบ
ขอ้ ซกั ถามของผปู้ ระสบปัญหาทางสังคม ใหไ้ ดข้ ้อมูลทถ่ี ูกต้อง ครบถว้ น สมบูรณ์ พรอ้ มนำสง่ ใหก้ ับหน่วยงานสังกัด
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป
6. เจ้าหน้าที่ สสว.10 ได้ลงพื้นที่เป็นพี่เลี้ยง สอนงาน ให้คำปรึกษาแนะนำในการเยี่ยมบ้านและสอบ
ข้อเท็จจริงผู้ประสบปัญหาทางสังคม ให้กับ อพม. เทศบาลตำบลวัดประดู่ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี อีก
หลายครั้ง รวมถึงการให้คำแนะนำปรึกษาทางช่องทางอื่นๆ เช่น ทางโทรศัพท์ ทางไลน์ เป็นต้น เพื่อให้ อพม .
มีความมั่นใจ สามารถเยี่ยมบ้านสอบข้อเท็จจริงผู้ประสบปัญหาทางสังคม และรวบรวมเอกสารประกอบการ
พิจารณาได้อยา่ งถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ จนนำไปสกู่ ารที่ผปู้ ระสบปัญหาทางสังคมไดร้ ับความช่วยเหลอื
20
ผลการสอนงานในระบบพี่เลี้ยง โดยให้คำปรึกษาแนะนำ เพื่อพัฒนาทักษะการเยี่ยมบ้านและสอบ
ข้อเท็จจริงผู้ประสบปัญหาทางสังคม ตามแบบขอรับความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม ของกระทรวงการ
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของ อพม. เทศบาลตำบลวัดประดู่ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี
จำนวน 3 คน จากการสัมภาษณ์ พบว่า อพม. มีความรู้สึกดีที่ได้เข้าร่วมระบบพี่เลี้ยง การมีพี่เลี้ยงในการให้
คำแนะนำปรกึ ษาทำให้มนั่ ใจ มีกำลงั ใจในการทำงาน เม่อื มปี ญั หาสามารถสอบถามเจ้าหนา้ ท่แี ละเจ้าหน้าที่สามารถ
ให้คำตอบที่ถูกตอ้ งชัดเจนไดใ้ นทนั ที เจ้าหน้าท่ีสามารถถ่ายทอดความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ตรง ในการเยี่ยมบา้ น
สอบข้อเท็จจริงได้อย่างเป็นกันเองและถูกต้องแม่นยำ ลดขั้นตอนการติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่ มักล่าช้า
ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เกิดความรู้ ความเข้าใจและทักษะที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้การเยี่ยมบ้านสอบข้อเท็จจริง
เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมสามารถทำได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน รวดเร็วทันต่อปัญหาความเดือดร้อน
ไม่ต้องลองผดิ ลองถูก ลดความผิดพลาดของการท่ีต้องส่งเอกสารกลับไปแก้ไขหลายคร้ัง ซึ่งส่งผลทำให้ อพม. และ
ผู้ประสบปญั หาทางสังคมเกดิ ความเบ่ือหนา่ ยและไม่ต้องการขอรบั ความชว่ ยเหลือจากภาครัฐ อีกท้ัง ระบบพ่ีเล้ียง
ยังเป็นการเพิ่มสัมพันธภาพที่ดีระหว่างเจ้าหน้าที่ สสว.10 กับ อพม. และกับผู้ประสบปัญหาทางสังคมอีกด้วย
อพม. และผู้ประสบปญั หาทางสังคม มที ศั นคติทางบวกตอ่ การปฏิบัตงิ านกับเจ้าหน้าทภี่ าครัฐเพ่มิ ข้นึ
นอกจากนี้ ได้ทำการสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด
สุราษฎร์ธานี (พมจ. สุราษฎร์ธานี) ซึ่งรับผิดชอบเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม พบว่า
จากเดิม อพม. ทั้ง 3 ราย ได้ส่งแบบขอรับความช่วยเหลือประสบปัญหาทางสังคม ของกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ ให้กับทาง พมจ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีความผิดพลาดของแบบขอรับความช่วยเหลือและ
เอกสารประกอบในหลายประเดน็ ไดแ้ ก่
- การลงลายมือชื่อของผู้ประสบปัญหาทางสังคม ในแบบขอรับความช่วยเหลือ และเอกสารประกอบ
ลงลายมือชอ่ื ไมเ่ หมือนกัน
- การบันทึกข้อมูลในแบบขอรับความช่วยเหลือ ไม่ครบถ้วนเพียงพอที่จะนำมาประกอบการพิจารณาให้
ความช่วยเหลอื ได้
- การลงลายมือชื่อของผู้ประสบปัญหาทางสังคม และเจ้าหน้าที่เยี่ยมบ้าน ลงลายมือชื่อไม่ตรงตามที่แบบ
ขอรบั ความชว่ ยเหลือกำหนด
- เอกสารประกอบ รวบรวมไม่ครบและบางครั้งบัตรประชาชนหมดอายุไม่สามารถนำมาใช้ขอรับความ
ช่วยเหลอื ได้
- ภาพถ่ายประกอบการพจิ ารณา จำนวน 5 ภาพ องคป์ ระกอบไมค่ รบถว้ นสมบูรณ์
เมื่อแบบขอรบั ความช่วยเหลือประสบปัญหาทางสังคม ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์และเอกสารประกอบแบบขอรับความช่วยเหลือประสบปัญหาทางสังคมเกิดความผิดพลาด ไม่ถูกต้อง
ครบถ้วน ทางเจ้าหน้าที่ พมจ.สุราษฎร์ธานี จึงได้ประสานให้ทาง อพม. นำกลับไปแก้ไขหลายครั้ง ใช้ระยะเวลา
แก้ไขค่อนข้างนาน กว่าที่ อพม. จะส่งเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วนให้กับทางเจ้าหน้าที่ นำไปเข้ารับการพิจารณาใน
21
ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมต่อไปได้ ทำให้ผู้ประสบปัญหาทาง
สังคมเสยี สทิ ธิ และโอกาสท่จี ะไดร้ บั ความช่วยเหลืออย่างรวดเรว็ จากทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมนั่ คงของมนุษย์
แต่หลังจากที่ เจ้าหน้าที่สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 10 ได้ใช้การสอนงานในระบบพี่เลี้ยง
ให้คำปรึกษาแนะนำ เพื่อพัฒนาทักษะการเยี่ยมบ้านและสอบข้อเท็จจริงผู้ประสบปัญหาทางสังคม ตามแบบขอรับ
ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นเวลา
1 เดือน พบว่า อพม. ทั้ง 3 ราย สามารถ สอบข้อเท็จจริง สัมภาษณ์เก็บข้อมูลผู้ประสบปัญหาทางสังคม และ
รวบรวมเอกสารประกอบการพิจารณาได้อยา่ งถกู ตอ้ ง ครบถ้วน สมบรู ณ์ และนำส่งให้ พมจ.สุราษฎรธ์ านี ไดถ้ ูกต้อง
ไม่ตอ้ งนำกลับไปแกไ้ ขซำ้ ทำให้ผู้ประสบปญั หาทางสังคมไดร้ บั ความชว่ ยเหลอื อย่างรวดเร็วอกี ด้วย
22
สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ
อาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นกลไกสำคัญระดับพื้นท่ี ตั้งแต่ระดับตำบล
ระดบั อำเภอ และระดบั จงั หวัด รวมทง้ั เป็นตัวแทนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการ
ลงพื้นที่ช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมาย ต่างๆ เช่น คนพิการ ผู้สูงอายุ เป็นต้น ที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก หรือไม่สามารถ
ช่วยเหลือตนเองได้ โดยการมอบเงินสงเคราะห์ การมอบถุงยังชีพ การจัดหาเครื่องมือ และเงินทุนประกอบอาชีพ
รวมถึงการประสานสง่ ตอ่ หนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวข้อง เพื่อให้กลมุ่ เปา้ หมาย ตา่ งๆ ไดร้ บั การพฒั นาคุณภาพชวี ติ ท่ีดขี น้ึ
สรุปผลการวจิ ยั
การวจิ ยั เรอื่ ง แนวทางการพัฒนาศกั ยภาพอาสาสมัครพฒั นาสงั คมและความมน่ั คงของมนษุ ย์
(อพม.) เพื่อการพัฒนาชุมชน มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาสภาพการปฏิบัติงานในปัจจุบัน ปัญหาและอุปสรรค
แรงบันดาลใจในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ได้รับรางวัลดีเด่นพิเศษ
และดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2564 และเพื่อนำเสนอแนวทางในการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสงั คมและความ
มั่นคงของมนุษย์เพื่อการพัฒนาชุมชน เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยศึกษาจากเอกสาร และการสัมภาษณ์เชิงลึก
อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคง ในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน ที่ได้รับรางวัลอาสาสมัครพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ดีเด่นพิเศษ และดีเด่น ประจำปี พ.ศ. 2564 รวมจำนวน 9 คน โดยนำข้อมูลมาศึกษา
ตีความร่วมกับการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง จากนั้นนำแนวทางที่ได้มาพัฒนาศักยภาพอาสาสมัคร
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เทศบาลตำบลวัดประดู่ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 3 คน
ผลการศึกษา พบว่า
1. สภาพการปฏิบัติงานในปัจจุบัน ปัญหาและอุปสรรค แรงบันดาลใจในการปฏิบัติงานของ
อาสาสมคั รพฒั นาสังคมและความมนั่ คงของมนุษย์ ท่ีไดร้ บั รางวลั ดีเดน่ พเิ ศษและดเี ด่น ประจำปี พ.ศ. 2564 พบว่า
อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ยังเป็นกลไกสำคัญระดับพื้นที่ ตั้งแต่ระดับตำบล ระดับอำเภอ
และระดับจังหวัด รวมทั้งเป็นตัวแทนของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในการช่วยเหลือ
กลุ่มเป้าหมายที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริการ โดยการประสานส่งต่อและการให้ข้อมูลสิทธิ์ที่ควรได้รับ เพื่อพัฒนา
คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนต่อไป จากผลการวิเคราะห์ SWOT ทำให้ทราบถึงอุปสรรคในการปฏิบัติงานของ
อพม. อันได้แก่ ปัญหา อพม. ขาดทักษะการเยี่ยมบ้านสอบข้อเท็จจริงผู้ประสบปัญหาทางสังคม และ อพม. มี
อาชีพที่ตอ้ งรบั ผดิ ชอบครอบครวั ทำให้มีเวลาในการปฏบิ ัตงิ านน้อย นอกจากนี้ อพม. ยังขาดการยอมรับจากชุมชน
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำหรับแรงบันดาลใจในการทำงานของ อพม. ได้แก่ มีความภาคภูมิใจที่ได้ปฏิบัติงาน
ช่วยเหลือผู้ที่อยูใ่ นสภาวะยากลำบาก เป็นการสรา้ งคุณค่าให้กบั ตนเอง เป็นโอกาสที่ดีในการพัฒนาทักษะ ความรู้
ความสามารถของตนเอง รวมถึงส่งต่อความรัก ความเมตตาให้กับคนอื่น เป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้อื่น ให้มี
ความเหน็ อกเห็นใจต่อเพ่ือนมนุษย์มากขึน้ หากทำอย่างต่อเนือ่ ง สม่ำเสมอ ให้เกิดผลงานที่ชัดเจน จะสามารถได้รับ
การยอมรบั จากกลุม่ อพม. ผู้นำท้องถ่ิน คนในชมุ ชน และหนว่ ยงานต่างๆทเ่ี ก่ียวข้องได้ ทำให้มคี วามกา้ วหนา้ ในงาน
ทปี่ ฏบิ ัตติ ่อไป
23
อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามระเบียบกระทรวงการพัฒนาสังคมและ
ความมนั่ คงของมนุษย์ว่าดว้ ยอาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ พ.ศ. 2564 พบว่า อพม. สามารถ
ปฏิบัติหน้าที่ได้ตามบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบ ได้แก่ 1) ปฏิบัติตามนโยบายของทุกหน่วยงานในสังกัด
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ 2) คน้ หา ชเ้ี ป้า เฝา้ ระวัง สำรวจข้อมูล เสนอรายชื่อผู้ประสบ
ปัญหาทางสังคม ใหก้ บั หน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์พิจารณา เพ่ือขอรับ
การช่วยเหลือตามภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 3) ให้คำแนะนะปรึกษาปัญหา
ทางสังคม ประสาน ติดตาม เสนอแนะแนวทางการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อน ให้บริการ และ
ดำเนินงาน เพือ่ พทิ ักษ์คุ้มครองสิทธิกลุ่มเปา้ หมาย ตามภารกิจของทุกหนว่ ยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ หรือตามกฎหมาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง 4) ส่งเสริมการจัดสวัสดิการ
สังคมทุกระดับ และจัดกิจกรรมด้านการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกัน แก้ไข
และฟื้นฟูคุณภาพชีวิต โดยสอดคล้องกับสถานการณ์ของพื้นที่นั้นๆ 5) เสริมสร้างการมีส่วนร่วมทางสังคมและ
เสริมสร้างเครอื ข่ายด้านการพัฒนาสังคม 6) ประสานและสนับสนุนการดำเนนิ งานขององค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่
ในภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการจัดสวัสดิการสังคมและการพัฒนาสังคม 7) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ จัดการรณรงค์ ให้
ความรู้ข้อมูลข่าวสารด้านการพัฒนาสังคม และส่งเสรมิ การเขา้ ถงึ สิทธิของประชาชนกลุ่มเปา้ หมายตามภารกจิ ของ
กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมัน่ คงของมนษุ ย์ 8) ศกึ ษา พฒั นาตนเอง เขา้ รว่ มกิจกรรมทจ่ี ัดโดยหน่วยงานใน
สังกดั กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ และหรอื ส่งเสริมสนับสนนุ การดำเนนิ งาน
2. แนวทางในการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เพื่อการ
พัฒนาชุมชน จากผลการวิเคราะห์ SWOT พบว่า อพม. มีจุดอ่อน ได้แก่ ขาดทักษะในการปฏิบัติงาน ดังน้ัน
จึงนำไปสแู่ นวทางการพัฒนา อพม. ได้แก่ ประการแรก กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมัน่ คงของมนุษย์ควรมี
การกำหนดบทบาทหน้าที่ และแนวทางการทำงานของ อพม. ที่ชัดเจน ประการที่สอง การอบรมเพื่อเพิ่มทักษะ
ให้กับ อพม. โดยสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด ควรจัดอบรมทักษะที่จำเป็นสำหรับ
อพม. ในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ประการที่สาม การสนับสนุนเครื่องมือ
และงบประมาณในการปฏิบัตงิ าน ประการทีส่ ี่ การสรา้ งการยอมรับและความร่วมมือในการปฏบิ ัติงานให้กับ อพม.
โดยอาศัยภาคีเครือขา่ ยเข้ามามีสว่ นร่วม โดยเฉพาะสำนักงานส่งเสรมิ และสนบั สนนุ วชิ าการ 10 ซง่ึ ได้ขับเคลื่อนการ
ทำงานรว่ มกบั อพม. ในรปู แบบของระบบพี่เลี้ยง
3. การนำระบบพี่เลี้ยงมาใช้ในการสอนงาน โดยมีเจ้าหน้าที่ สำนักงานส่งเสริมและสนับสนุน
วิชาการ 10 ซึ่งเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ในการเยี่ยมบ้านสอบข้อเท็จจริงผู้ประสบปัญหาทางสังคม ดูแล
สอนงาน และเป็นที่ปรึกษา เป็นการการเตรียมความพรอ้ มด้านความรู้ ทักษะ เทคนิค วิธีการ ด้านกระบวนการให้
ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีของกลุ่มเป้าหมาย
รวมถึงเป็นการสรา้ งเครือข่ายอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับหน่วยงาน กระทรวง พม.
ในพน้ื ท่ี
24
อภิปรายผล
อพม. เป็นคนในพื้นที่ที่มีจิตอาสาช่วยเหลือผู้อื่น มีบทบาทในการชี้เป้า เฝ้าระวัง โดยการสำรวจ
รวบรวมขอ้ มูล และนำเสนอขอ้ มูลเกี่ยวกับกลุ่มเป้าหมายท่ีประสบปัญหา ข้อมูลด้านสถานการณ์ปัญหาที่เกิดขึ้นใน
ชุมชน เพื่อนำไปสู่การดำเนินงาน เพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาของชุมชน และนอกชุมชน ทั้งภาครัฐ และเอกชน
และการจัดทำแผนชุมชน โดยการเป็นผู้ผลักดัน หรือกระตุ้นให้ชุมชนร่วมมือ ร่วมใจกันระดมความคิด เพื่อจัดทำ
แผนชุมชน ซึ่งจะทำให้ชุมชนทราบถึงสภาพปัญหา และความต้องการในพื้นที่ สามารถพึ่งตนเองได้ ซึ่งจะส่งผลต่อ
การพัฒนาคุณภาพชวี ิตของคนในพื้นที่ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ควรมีการกำหนด
บทบาท หน้าท่ี และแนวทางการทำงาน ของ อพม. ทีช่ ัดเจน และสำนกั งานพฒั นาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
จังหวัด ควรจัดอบรมทักษะที่จำเป็นสำหรับ อพม. สนับสนุนเครื่องมือ และงบประมาณในการปฏิบัติงาน รวมทั้ง
สรา้ งการยอมรับและความรว่ มมอื ในการปฏบิ ตั งิ าน
การพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการใช้ระบบพี่เลี้ยง
เป็นกระบวนการถ่ายทอดความรู้แบบตัวต่อตัวแบบระยะยาวจากข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ของสำนักงานส่งเสริม
และสนับสนนุ วิชาการ 10 ที่มีความรู้ประสบการณ์ และความเขา้ ใจในแบบขอรบั ความช่วยเหลือประสบปัญหาทาง
สังคม ให้กับอาสาสมคั รพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ ระบบพี่เลีย้ งอาจจะถือเป็นการฝกึ งานรูปแบบหนงึ่
เนื่องจากเป็นกระบวนการการพัฒนาเชิงสนับสนุน และให้กำลงั ใจ ระบบพี่เลีย้ งจะใชเ้ วลาในการสร้างความค้นุ เคย
สร้างความสัมพันธ์ และความเข้าใจซึ่งกันและกัน นอกจากนี้พี่เลี้ยงยังเป็นที่ปรึกษาให้แก่อาสาสมัครพัฒนาสังคม
และความมนั่ คงของมนุษยเ์ มอื่ มปี ัญหาหรอื เกดิ ความสบั สน
ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะระดบั ปฏบิ ัติ
1. สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ควรมีการฝึกอบรม และมีระบบพี่เลี้ยง เพ่ือ
เพ่มิ ความรู้ ความสามารถ และพฒั นาทักษะท่ีเหมาะสมในการปฏบิ ตั ิงาน
2. คมู่ ือการปฏิบตั งิ านตามบทบาทภารกจิ ให้สอดรับกับ นโยบาย และแนวทางการปฏบิ ตั ิงานของ
กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมัน่ คงของมนุษย์
3. สนบั สนุนเครอ่ื งมอื และงบประมาณในการปฏิบตั งิ าน เชน่ คา่ น้ำมันรถ เปน็ ต้น
4. การสรา้ งขวญั และกำลังใจในการปฏิบัตงิ าน
5. สำนักงานพัฒนาสงั คมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นหนว่ ยงานเผยแพรก่ ารทำงาน ของ อพม.
เพ่อื สร้างการยอมรับให้เกิดขน้ึ อยา่ งเป็นรูปธรรม
25
ขอ้ เสนอแนะระดับนโยบาย
1. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ควรมีการสร้างเสถียรภาพในการ
ปฏิบัติงาน ของ อพม. โดยมีหลักเกณฑ์ และระเบียบการเบิกจ่ายในการปฏิบัติงาน ของ อพม. และมีการกำหนด
บทบาท หน้าที่ และแนวทางการทำงานของ อพม. ท่ชี ัดเจน
2. สรา้ งการยอมรบั และความรว่ มมอื จากหนว่ ยงานภาครฐั และภาคเอกชน ในการปฏบิ ัตงิ าน
26
บรรณานุกรม
กระทรวงการพฒั นาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย์ (2557) เอกสารประกอบการฝึกอบรมแกนนำอาสาสมัคร
พัฒนาสงั คมและความม่ันคงของมนุษย์ระดบั จงั หวดั ปี 2558 กรุงเทพฯ : สำนักมาตรฐานการพัฒนา
สงั คมและความม่นั คงของมนุษย์
จรยิ า แดงวนั สี (2556) บทบาทหน้าทตี่ ามภารกจิ ของอาสาสมัครพฒั นาสังคมและความมนั่ คงของมนุษย์
(อพม.) ของสำนักงานพฒั นาสงั คมและความมั่นคงของมนุษยจ์ งั หวัดกาฬสนิ ธ์ุ วิทยานพิ นธส์ ังคม
สงเคราะหศ์ าสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
ปิยากร หวังมหาพร (2556) พัฒนาการเชงิ นโยบายอาสาสมัครไทย : จากความมน่ั คงสกู่ ารพัฒนาสังคม
วารสารวิชาการศรปี ทมุ ชลบรุ ี 10 (2), 15 – 26
มินตรา สาระรักษ์ (2553) การเสริมสร้างศักยภาพอาสาสมคั รสาธารณสุขประจำหมูบ่ ้าน (อสม.)
วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี 12(2), 39 – 47
รติกร เนือ่ งชมพู (2557) การเสริมสรา้ งแรงจูงใจในการปฏิบตั ิงานของอาสาสมัครช่วยปฏบิ ตั ิงานในศูนย์
เยาวชน สงั กัดกองนนั ทนาการ สำนักวัฒนธรรม กฬี า และการท่องเที่ยวกรงุ เทพมหานคร
วิทยานพิ พนธส์ ังคมสงเคราะหศ์ าสตรมหาบัณฑิต, มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
ธยานี ศรีโรจนกุล (2557) แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมบู่ ้าน พื้นท่ีศึกษา
อำเภอแมเ่ มาะ จังหวดั ลำปาง สารนิพนธ์สังคมสงเคราะหศ์ าสตรมหาบณั ฑิต,
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
27
บุคลานกุ รม
นางกญั ญาภคั เดชยศดี, สัมภาษณว์ นั ที่ 8 มนี าคม 2565. จังหวัดพงั งา
นางจิตรา ศริ วิ ชิ ัย, สัมภาษณว์ ันที่ 8 มีนาคม 2565. จังหวัดพงั งา
นางสาวจิตรดา เชือ้ หาญ, สมั ภาษณว์ ันที่ 15 มนี าคม 2565. จงั หวดั ระนอง
นางเตอื นใจ แสงปลอด, สมั ภาษณว์ ันที่ 11 มนี าคม 2565. จังหวัดนครศรธี รรมราช
นางนติ ยา สนั ตเตโช, สัมภาษณ์วันท่ี 14 มนี าคม 2565. จงั หวัดภูเกต็
นางประทปี ศรีอมั พร, สัมภาษณว์ นั ที่ สัมภาษณว์ นั ที่ 7 มีนาคม 2565. จงั หวัดชมุ พร
นางสรวงสุดา ชพี เจรญิ วงศ์, สัมภาษณ์วันที่ 16 มนี าคม 2565. จังหวัดกระบ่ี
นางสาคร พฒั แกว้ , สมั ภาษณว์ นั ท่ี 16 มนี าคม 2565. จังหวดั กระบ่ี
นายสมศกั ด์ิ ปาลคะเชนทร์, สัมภาษณว์ ันที่ 17 มีนาคม 2565. จงั หวดั สรุ าษฎรธ์ านี