The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

อธิบายเกี่ยวกับพันธะโคเวเลนต์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Marco Oechi, 2022-09-20 10:01:43

พันธะโคเวเลนต์

อธิบายเกี่ยวกับพันธะโคเวเลนต์

คำนำ

หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็น
เอกสารประกอบการเรียนการศึกษา
ในรายวิชาเคมีทำ E-BOOKขึ้นมา
เพื่อนำเสนอรูปเเบบที่น่าสนใจ

ค ณ ะ ผู้ จั ด ทำ
ห วั ง ว่ า E - B O O K จ ะ เ ป็ น

ป ร ะ โ ย ช น์ ต่ อ ทุ ก ท่ า น

พั น ธ ะ โ ค เ ว เ ล น ต์

การเขียนสูตร

1. สูตรโมเลกุล โดยทั่วไปเขียนสัญลักษณ์ของธาตุที่เป็นองค์ประกอบ เรียง
ตามลำดับของธาตุ และค่าอิเล็กโทรเนกาติวิตี ( เรียงลำดับ ก่อนหลังดังนี้ B, Si,

C,P,H,S, I, Br, Cl, O และ F ) แล้วระบุ จำนวนอะตอมของธาตุที่เป็นองค์
ประกอบของโมเลกุล เช่น CO2, HC1. NH3, PC13, NO3 ฯลฯ แรงยึดเหนี่ยว
ระหว่างโม เลกุลโคเวเลนต์ แผนผังเว็บไซต์ 2. สูตรโครงสร้าง คือสูตรที่แสดงให้
ทราบว่า 1 โมเลกุลของ สารประกอบด้วยธาตุใดบ้าง อย่างละกี่อะตอม และอะตอม
ของ ธาตุเหล่านั้นมีการจัดเรียงตัวหรือเกาะเกี่ยวกันด้วยพันธะอย่างไร ซึ่งแบบเป็น

2. แบบคือ • สูตรโครงสร้างแบบจุด คือสูตรโครงสร้างที่แสดงถึงการจัด
อิเล็กตรอนวงนอกสุดให้ครบออกเตต ในสารประกอบนั้น โดยใช้ จุด ( . ) แทน
อิเล็กตรอน 1 ตัว • สูตรโครงสร้างแบบเส้น คือสูตรโครงสร้างที่แสดงถึงพันธะ
เคมีใน สารประกอบนั้นว่าพันธะใดบ้าง โดยใช้เส้น ( - ) แทนพันธะเคมี เส้น 1 เส้น

แทนอิเล็กตรอนที่ใช้ร่วมกัน 1 คู่

การเรียกชื่อสารประกอบโคเวเลนต์

1.อ่านชื่อธาตุที่อยู่ด้านหน้าก่อนตามด้วยธาตุที่อยู่ด้านหลังโดย
เปลี่ยนเสียงพยางค์ท้ายเป็นไ-ด์(ide
2.อ่านระบุจำนวนอะตอมของธาตุด้วยเลขจำนวนในภาษากรีก
3 .ถ้าธาตุแรกมีอะตอมเดียว ไม่ต้องอ่านระบุจำนวนอะตอมของ
ธาตุนั้นแต่ถ้าธาตุหลังมีเพียงหนึ่งอะตอมก็ต้องระบุจำนวน
อะตอมด้วยเสมอ ตัวอย่างการอ่านชื่อ CO2 อ่านว่า
คาร์บอนไดออกไซด์

ตัวเลขกรีก

กรดออกซี

พันธะโคออร์ดิเนตโคเวเลนต์

เป็นพันธะโคเวเลนต์ที่เกิดจากอะตอมของธาตุชนิดหนึ่งให้อะตอมของ
ธาตุอีกชนิดหนึ่งใช้คู่อิเล็กตรอนวงนอกสุดของตัวเองทั้ง 2 ตัว ใช้

สัญลักษณ์ในสูตรโครงสร้างแบบเส้นเป็นลูกศร ซึ่งพันธะนี้เรียกชื่ออีก
อย่างว่า พันธะเดทีฟ (Dative Bond) ซึ่งพบในสารประกอบหลายชนิด

พันธะชนิดนี้ไม่แตกต่างจากพันธะโคเวเลนต์ธรรมดาในทางเคมี

กฎออกเต็ต

เป็นกฎที่ว่าด้วยการจัดอิเล็กตรอนของอะตอมท่ีมารวม
เป็นโมเลกุล เพื่อทำให้เวเลนต์ e ครบ 8 หรือ 2 เท่ากับ He ซึ่ง
ทำให้สารประกอบเสถียร

1. โดยการรับ และให้อิเล็กตรอนเเล้วทำให้อะตอมทั้งสอ
งมีเวเลนต์ e ครบ 8 ได้เเก่ สารประกอบไอออนิก เเละเกิน
พันธะไอออนิก

2.โดยการใช้ e ร่วมกันแลเวทำให้อะตอมคู่ที่ใช้ e ร่วมกัน
ครบ 8 ได้เเก่ สารประกอบโคเวเลนต์ และเกิดพันธะโคเวเลนต์

พลังงานพันธะ

คือ พลังงานที่น้อยที่สุดที่สารประกอบ"ดูด"เพื่อ
ใช้"สลาย"พันธะภายในโมเลกุลโคเวเลนต์

การนับพันธะ

อิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะ,โลนแพ

อิเล็กตรอนที่ใช้ในการเกิดพันธะ เขียนแทนโดยใช้เส้น
ตรง “-” โดยที่เส้นตรง 1 เส้น แทน 1 พันธะ อิเล็กตรอนคู่
ร่วมพันธะ (bond pair electrons) อิเล็กตรอนคู่โดด
เดี่ยว (lone pair electrons) ประเภทของพันธะเคมี
พันธะไอออนิก (Ionic bond)

โลนแพร เวเลนซ์อิเล็กตรอนคู่ใดคู่หนึ่งของอะตอมซึ่ง
ไม่ได้มีส่วนในการสร้างพันธะ แต่มีความสำคัญในการทำให้
อะตอมนั้น ๆ มีจำนวนอิเล็กตรอนครบตามกฎออกเทต

รปร่างโมเลกุล

รูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์ขึ้นอยู่กับ ทิศทางของพันธะโคเวเลนต์ ,
ความยาวพันธะ , และมุมระหว่างพันธะโคเวเลนต์รอบอะตอมกลาง

ทิศทางของพันธะขึ้นอยู่กับ
- แรงผลักระหว่างพันธะรอบอะตอมกลาง เพื่อให้ห่างกันมากที่สุด
-แรงผลักของอิเล็กตรอนคู่อิสระของอะตอมกลางที่มีต่อพันธะรอบ

อะตอมกลางแรงนี้มีค่ามากกว่าแรงที่พันธะผลักกันเอง
รูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์ที่ควรรู้จัก
1.รูปร่างเส้นตรง(Limear)
2. รูปร่างสามเหลี่ยมแบนราบ
3. รูปร่างทรงสี่หน้า
4. รูปร่างพีระมิดฐานสามเหลี่ยม
5. ทรงแปดหน้า
6. รูปร่างพีระมิดฐานสามเหลี่ยม
7. รูปร่างมุมงอ

การเปรียบเทียบมุมพันธะ

มุมระหว่างพันธะของโมเลกุลโคเวเลนต์ โดยทั่วไปขึ้นอยู่กับจำนวนอิเล็กตรอนคู่

โดดเดี่ยวรอบอะตอมกลางเป็นเกณฑ์ นอกจากนั้นยังขึ้นอยู่กับรูปร่างโมเลกุล

จำนวนพันธะรอบอะตอมกลางในโมเลกุล จำนวนอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะ และค่าอิ

เล็กโตรเนกาติวิตีของธาตุ

หลักการพิจารณามุมระหว่างพันธะของโมเลกุลโคเวเลนต์

1. โมเลกุลโคเวเลนต์ใด ๆ ถ้าอะตอมกลางมีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวไม่เท่ากัน

โมเลกุลใดอะตอมกลางมีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวมาก จะผลักกันมากทำให้มุม

ระหว่างพันธะแคบ

2. โมเลกุลโคเวเลนต์ใดมีจำนวนพันธะมากมุมจะแคบกว่าโมเลกุลที่มีจำนวนพันธะ

น้อย

3. โมเลกุลโคเวเลนต์ใด ๆ ที่มีรูปร่างเหมือนกัน แต่เป็นสารต่างชนิดกัน และอะตอม

กลางไม่มีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวเหลือ มีพันธะรอบอะตอมกลางในโมเลกุลเดียวกัน

เหมือนกันหมด โมเลกุลของสารเหล่านั้นจะมีมุมระหว่างพันธะเท่ากันเสมอ เช่น

โมเลกุล CH4, CCl4, และ SiCl4

4. โมเลกุลโคเวเลนต์ที่มีรูปร่างเหมือนกัน แต่สารต่างชนิดกัน และอะตอมกลาง

ต่างเหลืออิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยวเท่ากัน โมเลกุลของสารเหล่านั้นจะมีมุมระหว่าง

พันธะต่างกันเสมอ แต่มุมระหว่างพันธะในแต่ละโมเลกุลจะกางเท่าไรนั้นขึ้นอยู่กับ

อิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะว่าอยู่ห่างจากอะตอมกลางแค่ไหน อย่างไรก็ตามการ

พิจารณาว่าอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะอยู่ใกล้ไกลอะตอมกลางแค่ไหนนั้นจำเป็นต้องใช้

ค่าอิเล็กโตรเนกาติวิตีของธาตุเป็นเกณฑ์

โมเลกุลโคเวเลนต์ที่มีรูปร่างเหมือนกัน และอะตอมกลางมีอิเล็กตรอนคู่โดดเดี่ยว

เท่ากัน จะมีมุมระหว่างพันธะต่างกัน พิจารณาได้ดังนี้ สรุปคือมุมระหว่างพันธะ

พิจารณาที่ระยะห่างของอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะเป็นเกณฑ์ กล่าวคือ ถ้าอิเล็กตรอน

คู่ร่วมพันธะอยู่ห่างอะตอมมากมุมแคบ และอิเล็กตรอนคู่ร่วมพันธะอยู่ใกล้อะตอม

กลางมุมกว้าง -มุมระหว่างพันธะเปลี่ยนแปลงตามค่า EN ของอะตอมกลางของ

ธาตุที่ต่างกัน แต่ละอะตอมที่ล้อมรอบอะตอมกลางเหมือนกัน -มุมระหว่างพันธะ

เปลี่ยนกลับกับค่า EN ของอะตอมที่ล้อมรอบอะตอมกลางที่ต่างกัน แต่อะตอม

กลางเหมือนกัน

สภาพขั้ว

สภาพขั้วพันธะโคเวเลนต์ : ขึ้นอยู่กับค่าEN, มวลเเละรูปร่างของ
โมเลกุล

ขั้วพันธะ
• พันธะมีขั้ว - ธาตุต่างกัน
• พันธะไม่มีขั้ว - ธาตุเหหมือนกัน เช่น ( Cl2, O2)

ขั้วโมเลกุล
• โมเลกุลมีขั้ว
• โมเลกุลไม่มีขั้ว - เป็นพันธะไม่มีขั้ว

- สารประกอบ H , C
- Eo กับ E3 ตัวล้อมรอบต้องเป็นธาตุเดียวกัน

จบการนำเสนอ

ส ม า ชิ ก ก ลุ่ ม
1 . น า ย พิ พั ฒ น์ พิ นิ จ ส กุ ล 4 / 4 เ ล ข ที่ 3
2 . น า ย ส ร ศั ก ดิ์ ไ พ บู ล ย์ 4 / 4 เ ล ข ที่ 6
3 . น า ง ส า ว จิ รั ช ย า รุ่ ง เ รื อ ง 4 / 4 เ ล ข ที่ 1 2
4 . น า ง ส า ว ช น ก เ น ต ร สุ ว ร ร ณ รั ต น์ 4 / 4 เ ล ข ที่ 1 4
5 . น า ง ส า ว สุ ฐิ ต า เ รื อ ง น้ อ ย 4 / 4 เ ล ข ที่ 3 3
6 . น า ง ส า ว อ า นั ญ ช า เ พ็ ช ร สุ ด 4 / 4 เ ล ข ที่ 3 8


Click to View FlipBook Version