สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 6
กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 2 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ 3 หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 4
Slide PowerPoint_สอื่ ประกอบการสอน
บรษิ ัท อักษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จากัด : 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200
Aksorn Charoen Tat ACT. Co., Ltd: 142 Tanao Rd. Pranakorn Bangkok 10200 Thailand
โทร./แฟกซ์ : 0 2622 2999 (อตั โนมตั ิ 20 คสู่ าย) [email protected]/www.aksorn.com
1หน่วยการเรียนรู้ที่
ศาสนากบั การดาเนนิ ชีวิต
ตวั ชวี้ ัด
• วิเคราะห์ความสาคญั ของพระพุทธศาสนาในฐานะเป็นศาสนาประจาชาติ หรือความสาคัญของศาสนาท่ีตนนบั ถือ
• สรปุ พทุ ธประวตั ติ ั้งแต่ปลงอายุสังขารจนถึงสังเวชนียสถาน หรอื ประวัติศาสดาท่ีตนนบั ถือตามที่กาหนด
• วิเคราะห์ความสาคญั และเคารพพระรตั นตรัย ปฏิบัตติ ามไตรสกิ ขาและหลกั ธรรมโอวาท 3 ในพระพทุ ธศาสนา หรือหลักธรรมของศาสนาทตี่ นนบั ถอื ตามทีก่ าหนด
• ปฏิบัตติ นตามหลกั ธรรมของศาสนาท่ตี นนบั ถือเพือ่ แกป้ ัญหาอบายมุขและสิ่งเสพตดิ
• อธิบายหลักธรรมสาคัญของศาสนาอ่ืน ๆ โดยสงั เขป
• เหน็ คุณคา่ และประพฤตติ นตามแบบอย่างการดาเนินชวี ติ และข้อคิดจากประวตั สิ าวก ชาดก เรื่องเล่า และศาสนิกชนตวั อย่างตามท่ีกาหนด
1หนว่ ยการเรยี นรู้ที่
ศาสนากบั การดาเนินชวี ิต
ตัวชว้ี ัด
• ช่นื ชมการทาความดีของบุคคลในประเทศตามหลักศาสนา พร้อมท้งั บอกแนวปฏิบตั ิในการดาเนนิ ชวี ติ
• เหน็ คุณคา่ และสวดมนต์ แผเ่ มตตาและบรหิ ารจิตเจริญปัญญา มีสตทิ ่เี ป็นพนื้ ฐานของสมาธิในพระพุทธศาสนา
หรอื การพฒั นาจติ ตามแนวทางของศาสนาที่ตนนบั ถือตามทก่ี าหนด
• อธิบายลกั ษณะสาคญั ของศาสนพิธี พิธกี รรมของศาสนาอน่ื ๆ และปฏิบตั ิตนได้อยา่ งเหมาะสมเมื่อต้องเข้ารว่ มพิธี
• อธิบายความรูเ้ ก่ยี วกับสถานท่ีตา่ งๆ ในศาสนสถาน และปฏบิ ตั ิตนได้อยา่ งเหมาะสม
• มีมรรยาทของความเป็นศาสนกิ ชนท่ีดี ตามทก่ี าหนด
• อธบิ ายประโยชน์ของการเขา้ ร่วมในศาสนพิธี พิธกี รรม และกิจกรรมในวนั สาคญั ทางศาสนา ตามที่กาหนด และปฏิบัตติ นไดถ้ ูกตอ้ ง
• แสดงตนเปน็ พทุ ธมามกะ หรอื แสดงตนเปน็ ศาสนกิ ชนของศาสนาทีต่ นนับถอื
คนเรานับถอื ศาสนาเพราะอะไร
ศาสนากบั การดาเนนิ ชวี ติ
พระพุทธศาสนา หลักธรรมนาความสุข เรียนรู้สง่ิ ทด่ี ี
ความสาคญั ของ พุทธประวัติ พระพทุ ธศาสนา ศาสนาครสิ ต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาฮนิ ดู แบบอย่าง การพฒั นาจติ และ
พระพทุ ธศาสนา การทาความดี เจริญปญั ญา
พระรตั นตรัย หลกั ความรกั หลกั ศรัทธา 6 หลักธรรม 10
หลกั ตรีเอกานภุ าพ หลกั ปฏบิ ตั ิ 5 หลักอาศรม 4
ไตรสิกขา บญั ญตั ิ 10 ประการ
โอวาท 3
หลกั ธรรมเพ่ือ
แก้ปัญหาอบายมขุ
และส่ิงเสพติด
พทุ ธศาสนสภุ าษติ
ศาสนิกชนที่ดีและศาสนพธิ นี ่ารู้
ศาสนสถาน มรรยาทของ พธิ กี รรมสาคัญ พิธกี รรมสาคัญ พธิ กี รรมสาคญั พิธกี รรมสาคญั
และการปฏิบตั ิตน ศาสนิกชน ของพระพทุ ธศาสนา ของศาสนาคริสต์ ของศาสนาอิสลาม ของศาสนาฮินดู
การอาราธนาศีล พิธศี ลี ล้างบาป การละหมาด กฎสาหรับวรรณะ
อาราธนาธรรม พิธศี ลี กาลงั พิธีถือศีลอด พิธีสัมสการ
และอาราธนาพระปรติ ร พิธศี ลี แก้บาป พธิ ฮี จั ญ์ พิธีศราทธ์
การบวช พธิ ีบชู าเทวดา
พธิ ีทอดผ้าปุา พธิ ีศลี มหาสนิท
พิธีทอดกฐนิ พธิ ศี ลี เจมิ คนไข้
การแสดงตนเป็น พธิ ศี ลี บวช
พุทธมามกะ พิธศี ลี สมรส
การทาบุญในงานอวมงคล
วันสาคัญทางพระพทุ ธศาสนา
พระพทุ ธศาสนา พระพทุ ธศาสนา พระพุทธศาสนาเป็นหลกั
มีความสาคัญอย่างไร เปน็ เอกลักษณ์ของชาติ ในการพัฒนาชาตไิ ทย
พระพุทธศาสนาเป็นรากฐาน พระพุทธศาสนา
และมรดกทางวัฒนธรรมไทย เป็นศูนย์รวมจิตใจ
VDO
ประสตู ิ ตรสั รู้ ปจั ฉมิ สาวก สุภัททปรพิ าชกทราบข่าววา่
ก่อนพุทธศักราช 80 ปี พรรษาที่ 35 กอ่ นปรนิ ิพพาน 1 วนั พระพทุ ธเจ้าเสด็จมาที่เมอื ง
กุสนิ าจึงรบี เขา้ เฝาู เพอ่ื ถาม
ข้อสงสยั บางประการ เม่ือได้ฟงั
ข้อเฉลย เกิดความเลอ่ื มใส
จงึ ขออปุ สมบทเป็นปจั ฉิมสาวก
ของพระพุทธเจ้า
ออกผนวช ปลงพระชนมายุสงั ขาร หลังจากพระพทุ ธเจา้ ประกาศศาสนามาเปน็
พรรษาท่ี 29 ก่อนปรินิพพาน 3 เดือน เวลา 45 ปี พระพุทธเจ้าทรงประชวรหนกั
และในวันข้นึ 15 ค่า เดือน 3 ทรงปลง
พระชนมายสุ ังขารว่า พระองค์จะปรินิพพาน
ในอกี 3 เดอื นขา้ งหน้า
ปรนิ พิ พาน พระพทุ ธเจ้าปรินพิ พาน แจกพระบรมสารีริกธาตุ เจา้ ผู้ครองนครทั้งหลาย
พรรษาที่ 80 ในวนั ขนึ้ 15 คา่ เดอื น 6 หลงั พิธถี วายพระเพลิง ได้ส่งทตู านุทตู มาขอสว่ นแบ่ง
ก่อนพทุ ธศกั ราช 1 ปี ขณะ พระบรมสารีริกธาตุ เพื่อนาไป
พระชนมายุได้ 80 พรรษา สกั การบูชาที่บ้านเมอื งของตน
โดยโทณพราหมณท์ าหนา้ ท่ี
เป็นผแู้ บง่ พระบรมสารรี กิ ธาตุ
ถวายพระเพลิง พธิ ถี วายพระเพลิงพระพุทธสรรี ะ
หลังปรินิพพาน 8 วนั จดั ทาข้นึ ท่ีมกุฏพันธนเจดีย์ เมอื ง
กสุ นิ ารา ในวันแรม 8 ค่า เดอื น 6
หลังจากพระพทุ ธเจ้าปรนิ พิ พาน
ได้ 8 วัน
สงั เวชนียสถาน
สถานท่ีทท่ี าใหพ้ ทุ ธศาสนกิ ชนเกดิ ความระลึกถึงพระพุทธเจ้า มี 4 แห่ง
สถานที่ประสูติ สถานท่ีตรัสรู้
เนปาล
ลมุ พนิ วี นั แควน้ อธู อนิ เดีย พทุ ธคยา รฐั พิหาร
ประเทศเนปาล ประเทศอินเดีย
สถานทปี่ รินพิ พาน สถานท่ีแสดงปฐมเทศนา
กุสนิ ารา รัฐอุตตรประเทศ สารนาถ รฐั อุตตรประเทศ
ประเทศอินเดีย ประเทศอินเดีย
พระรัตนตรยั
ไตรสกิ ขา
โอวาท 3
การปฏบิ ตั ติ นตามหลักธรรมของศาสนา
เพือ่ แกป้ ัญหาอบายมขุ และส่งิ เสพติด
พุทธศาสนสภุ าษิต
เชื่อวา่ กรรมมอี ยู่จริง เช่ือวา่ ผลของกรรมมจี ริง
ศรัทธา
เชื่อวา่ สัตว์โลกมีกรรมเปน็ ของตน เชอ่ื ในพระปญั ญาและการตรสั รู้ของ
พระพุทธเจา้ วา่ เปน็ ความจริง
พระรัตนตรยั (แก้วอนั ประเสรฐิ 3 ประการ)
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์
สมเด็จพระสัมมาสมั พทุ ธเจา้ คาส่งั สอนขององค์สมเด็จพระสมั มา สาวกของสมเดจ็ พระสมั มาสัมพุทธเจ้า
ผคู้ ้นพบหลักธรรม ท่ีช่วยดับ สมั พุทธเจา้ เพอ่ื ความดับทุกข์ ผู้ศกึ ษาและปฏบิ ตั ติ ามหลกั ธรรม
ความทุกข์แก่มนษุ ย์ แล้วนามาสง่ั สอนพทุ ธศาสนกิ ชน
อรยิ สัจ 4
พทุ ธกิจ 5 เวลา ความสาคญั ของพระสงฆ์
หลักกรรม
พระรตั นตรัย 1 ชว่ งเช้า 2 ชว่ งเย็น
ทรงออกบิณฑบาต โปรดสตั ว์
พระพทุ ธ และสนทนาธรรมกับผู้ทีท่ รง เสดจ็ ออกไปแสดงธรรม
เล็งเหน็ ว่าส่งั สอนได้ แกป่ ระชาชนในทอ้ งถ่ินนั้น
พุทธกิจของสมเด็จ
พระสมั มาสมั พทุ ธเจ้า 5 ชว่ งใกล้รุง่ บาเพ็ญพุทธกิจ 3 ชว่ งค่า
ทรงพจิ ารณาเลอื ก
บุคคลท่จี ะเสด็จ 5 เวลา ทรงประทานโอวาท
ไปโปรดในตอนเช้า แกเ่ หลา่ ภกิ ษุสงฆ์
4 ช่วงเท่ยี งคืน
ทรงตอบปญั หาธรรม
และแสดงธรรมแกเ่ ทวดา
พระรัตนตรัย สภาวะที่
ทนไดย้ าก
พระธรรม
ทุกข์
ข้อปฏบิ ัติใหถ้ ึง
ความดับทุกข์ มรรค อรยิ สัจ สมทุ ยั สาเหตุ
มี 8 ประการ ทท่ี าให้
เกดิ ทกุ ข์
นโิ รธ
ความดบั ทกุ ข์
พระรัตนตรยั สมั มาทฏิ ฐิ : เหน็ ชอบ สัมมาอาชีวะ : เลย้ี งชีพชอบ
สมั มาวายามะ : พยายามชอบ
พระธรรม
สัมมาสติ : ระลกึ ชอบ
สมั มาสังกปั ปะ : ดารชิ อบ สมั มาสมาธิ : ตัง้ จิตมัน่ ชอบ
มรรค 8
สัมมาวาจา : เจรจาชอบ
สมั มากมั มนั ตะ : กระทาชอบ
พระรตั นตรยั หลกั กรรม ไมฆ่ า่ สัตว์ พดู สิง่ ดงี าม
พระธรรม การกระทาโดยเจตนา ไม่โลภ ไม่นาของผูอ้ น่ื
มาเปน็ ของตน
กุศลกรรม
กรรม กายกรรม การกระทาทางกาย (ทา) (ทาดี)
เรียกตามทางที่เกิด วจกี รรม การกระทาทางวาจา (พูด)
มโนกรรม การกระทาทางจิต (คิด) อกุศลกรรม
(ทาชั่ว)
โลภ อยากได้
พระพุทธเจา้ ทรงสอนหลกั กรรมไวด้ ว้ ยเหตุผล สิ่งของของผู้อ่ืน
ทาลายความเช่อื เร่อื งวรรณะ ฆา่ สตั ว์
ให้ตง้ั ตนในความไม่ประมาท พูดเท็จ
สอนให้มนุษย์มคี วามเพยี ร ชว่ ยเหลือตนเอง
ให้เปน็ คนเช่อื มน่ั ในเหตแุ ละผล
พระรตั นตรัย ความสาคัญของพระสงฆ์
พระสงฆ์ เป็นผ้ปู ระพฤติดี ปฏิบัตชิ อบ
เป็นผู้สืบทอดอายุพระพุทธศาสนา
เรียนร้พู ระธรรมแล้วนามาเผยแพร่ เป็นแบบอยา่ งท่ดี ที างศีลธรรม
เป็นแบบอยา่ งใหผ้ อู้ ่ืนทาตาม
หลักคาสอนสาคัญของพระพุทธศาสนา
ไตรสิกขา (ข้อปฏบิ ตั ิทตี่ อ้ งศกึ ษา 3 อยา่ ง)
ศลี สมาธิ ปญั ญา
• ไม่เบยี ดเบียนผู้อน่ื ท้งั ทางกาย • การสารวมจิตใจให้แน่วแน่ • ความฉลาดรอบรู้ในเหตแุ ละผล
และวาจา • ทาจิตใจใหจ้ ดจ่ออยูก่ ับส่งิ ใดสง่ิ หนง่ึ • ปัญญาจะเกิดเม่ือจติ ตั้งมนั่
• การรักษาศลี เปน็ พ้นื ฐาน
• เมอ่ื จติ เป็นสมาธิจะทาให้เกดิ ปญั ญา
ทก่ี ่อใหเ้ กดิ คณุ ธรรม
สัมมาทิฏฐิ เห็นชอบ
สัมมาสังกัปปะ ดาริชอบ ปญั ญา
ศลี
สมั มาวาจา เจรจาชอบ
ไตรสกิ ขา
มรรค 8 สมั มากัมมนั ตะ กระทาชอบ
กบั สมาธิ
สมั มาอาชวี ะ เล้ยี งชีพชอบ
ไตรสกิ ขา
สมั มาวายามะ พยายามชอบ
สมั มาสติ ระลกึ ชอบ
สมั มาสมาธิ ตงั้ จติ มน่ั ชอบ
หลกั คาสอนสาคญั ของพระพทุ ธศาสนา
โอวาท
(โอวาทปาตโิ มกข์ ถอื เป็นหวั ใจสาคญั ของพระพทุ ธศาสนา มี 3 ประการ)
การไม่ทาความช่วั ท้ังปวง การทาแตค่ วามดี การทาจติ ของตนใหผ้ อ่ งใสบริสุทธ์ิ
หลกั ธรรมท่สี นบั สนนุ
หลกั ธรรมท่สี นบั สนุน หลักธรรมท่ีสนับสนุน
เบญจศลี เบญจธรรม การบริหารจติ และเจรญิ ปัญญา
อบายมุข 6 กศุ ลมลู 3
อกศุ ลมูล 3 พละ 4
คารวะ 6
กตญั ญูกตเวทตี ่อพระมหากษตั ริย์
มงคล 38
โอวาท 3 เบญจศีล หรือศีล ไม่ฆ่าสัตว์
ไม่ลักขโมย
การไม่ทาความชว่ั ทั้งปวง ช่วยคุ้มครองตน ไม่ประพฤติผิดในกาม
ไม่ใหท้ าความชัว่ ไม่พดู ปด
ไมด่ มื่ สุราและเสพสงิ่ เสพติด
5 ประการ
ดืม่ สุรา เสพส่งิ เสพตดิ เท่ียวกลางคืน เทยี่ วดกู ารละเลน่
อบายมุข
ทางไปสูค่ วามเสอื่ มทีเ่ ปน็ อบายมขุ มี 6 อยา่ ง
เล่นการพนัน คบคนชัว่ เปน็ มิตร เกยี จครา้ นทางาน
โอวาท 3
การไม่ทาความชัว่ ทัง้ ปวง
อกุศลมูล ตน้ เหตแุ หง่ ความช่วั มี 3 อยา่ ง
โลภะ – ความโลภ อยากไดส้ งิ่ ของต่างๆ ทาทจุ ริต ลักทรพั ย์ ฉ้อโกง อื่นๆ
โทสะ – ความโกรธ คิดร้ายตอ่ ผูอ้ น่ื กระทาสงิ่ ไมด่ ี สร้างความเดอื ดร้อนใหผ้ ู้อื่น
โมหะ – ความหลง ไม่ร้จู ริง กระทาสิ่งไมด่ ี เกิดความเดือดรอ้ นตอ่ ตนเองและผ้อู นื่
โอวาท 3 เบญจธรรม หรอื ธรรม
ขอ้ พงึ ปฏบิ ตั ิ เพื่อใหช้ วี ติ เจริญรุ่งเรือง มี 5 ประการ
การทาแต่ความดี
มีเมตตากรณุ า
มีความสารวมในกาม มสี ัมมาอาชีวะ
มีสัจจะ
มีสตสิ ัมปชัญญะ
กศุ ลมลู ตน้ เหตุแหง่ ความดี ผู้ท่ีมีหลักธรรมน้ีจะขจดั อกศุ ลมูลได้
อโลภะ – ความไม่โลภ อโทสะ – ความไม่โกรธ อโมหะ – ความไม่หลง
โอวาท 3 พละ ปญั ญาพละ – กาลงั ปัญญา การทาสิ่งตา่ งๆ ดว้ ยปัญญา
ธรรมอันเป็นพลัง วริ ยิ พละ – กาลงั ความเพยี ร การพยายามทาส่ิงตา่ งๆ จนสาเร็จ
การทาแต่ความดี อนวัชชพละ – กาลังคือการกระทาท่ีไมม่ ีโทษ การทาส่งิ ตา่ งๆ ด้วยความสุจรติ
สงั คหพละ – กาลงั การสงเคราะห์ การชว่ ยเหลือเกอ้ื กลู ผ้อู ่นื
คารวะ การประพฤตติ นให้เป็นประโยชนต์ ่อสงั คม
มีความเคารพและตระหนัก คารวะในพระพุทธเจ้า
ในการปฏิบตั ิตน คารวะในพระธรรม
คารวะในพระสงฆ์
ตอ่ สิ่งสาคัญ 6 ประการ คารวะในการศึกษา
คารวะในความไม่ประมาท
คารวะในการต้อนรับ
โอวาท 3 มงคล
ธรรมอนั เปน็ เหตุทาใหเ้ กิดความสุข
การทาแต่ความดี ความเจริญกา้ วหน้าในการดาเนนิ ชีวิต
มี 38 ประการ (ชั้น ป.6 ศึกษาเพยี ง 3 ประการ)
กตัญญูกตเวทีตอ่ พระมหากษตั ริย์
มวี นิ ัย อย่ใู นระเบียบ แบบแผน ขอ้ บังคบั
สานึกในพระมหากรุณาธคิ ณุ
นาพระบรมราโชวาทมาเปน็ แนวทางในการดาเนนิ ชวี ิต การงานไมม่ โี ทษ ทางานท่ไี มผ่ ดิ กฎหมาย ไม่ผดิ ศีลธรรม
ปฏิบัติตนเปน็ พลเมอื งดี
ไมป่ ระมาทในธรรม มสี ติรอบคอบ คอยเตือนตนให้ทาความดี ละเว้นความชั่ว
โอวาท 3 สวดมนตไ์ หว้พระ
ปฏิบตั ิสมาธิ
การทาจิตของตนให้ผ่องใสบริสุทธ์ิ
เราสามารถทาจติ ใจ
ใหผ้ ่องใสบรสิ ุทธ์ิได้
ดว้ ยการหม่ันบริหารจิต
และเจริญปญั ญา
การปฏิบตั ติ นเพื่อแก้ปัญหาอบายมุขและสงิ่ เสพตดิ
การปฏบิ ัติตนตามหลักธรรมที่ศกึ ษา
อรยิ สจั 4 หลักกรรม ไตรสิกขา โอวาท 3
เบญจศีล เบญธรรม อบายมุข 6 อกุศลมูล 3
กศุ ลมูล 3 พละ 4 คารวะ 6 มงคล 38
พุทธศาสนสภุ าษิต
สจฺเจน กติ ตฺ ˚ิ ปปฺโปติ ยถาวาที ตถาการี
(สดั -เจ-นะ กดิ -ตงิ ปบั -โป-ติ) (ยะ-ถา-วา-ที ตะ-ถา-กา-ร)ี
คนจะได้เกยี รติดว้ ยสจั จะ
พูดเช่นไร ทาเช่นน้นั
การรกั ษาคาพดู การรักษาสจั จะ ทาให้ผอู้ ่นื ยอมรบั เชื่อมั่น สร้างความนิยม นับถอื
เนน้ เพือ่
พูดคาไหนคานน้ั พูดอะไรไป ปฏบิ ัตไิ ดต้ ามทีพ่ ูด ทาใหเ้ กดิ ความไวว้ างใจ ได้รบั การยกยอ่ งจากผอู้ น่ื
หลกั ธรรมสาคญั ของศาสนาคริสต์
หลกั ความรกั
ความรัก ความปรารถนาใหผ้ ู้อนื่ มคี วามสุข มนุษย์ ความรัก พระเจ้า
มคี วามเมตตากรุณา มนษุ ย์ ความรัก มนษุ ย์
ให้อภยั ซงึ่ กนั และกัน
หลกั ธรรมสาคัญของศาสนาคริสต์ พระบิดา
หลักตรีเอกานภุ าพ
การนับถอื พระเจ้าเพียงองคเ์ ดียว
แต่มี 3 สภาวะ
พระเจ้า พระจิต
พระบุตร
หลกั ธรรมสาคญั ของศาสนาครสิ ต์ ข้อปฏิบตั ิ 10 ข้อ ท่พี ระเจา้ ทรงประทานให้ครสิ ต์ศาสนิกชน
บญั ญัติ 10 ประการ 6 อย่าผิดประเวณี
7 อยา่ ลกั ขโมย
1 จงนมสั การพระเจ้าพระองค์เดียว 8 อย่าพูดเทจ็
2 อยา่ ออกนามพระเจา้ โดยไม่มเี หตุผล 9 อย่าคดิ มชิ อบ
3 จงถอื วันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สทิ ธ์ิ 10 อย่ามีความโลภในทรพั ย์สนิ ของผูอ้ นื่
4 จงนับถือบิดามารดา
5 อยา่ ฆา่ คน
หลกั ธรรมสาคญั ของศาสนาอิสลาม
หลักศรทั ธา 6 ประการ หลักคาสอนทีเ่ ปน็ ความจรงิ แท้แน่นอนและตอ้ งยดึ ถอื ปฏิบตั ิ
ศรทั ธาตอ่ อัลลอฮ์ ศรัทธาต่อศาสนทตู ศรัทธาตอ่ เทวทูตของอัลลอฮ์
เปน็ พระเจ้าเพยี งพระองค์เดียว ศาสนทูต (เราะซลู ) จะนาคาส่งั สอน เทวทตู จะทาหนา้ ท่สี ่อื สารกบั
ของอัลลอฮ์มาเผยแผแ่ กม่ นุษย์ ศาสนทตู (เราะซูล)
ศรทั ธาในวนั พิพากษาโลก ศรทั ธาต่อพระคัมภรี ท์ ้ังหลาย ศรัทธาในลิขิตของอัลลอฮ์
มสุ ลมิ ต้องเชือ่ วา่ โลกมีวนั แตกดบั เป็นคมั ภรี ์ทีอ่ ัลลอฮ์ประทานมาให้ มุสลิมต้องเชื่อวา่ อัลลอฮ์เป็นผลู้ ิขติ
มนุษย์ตอ้ งทาความดี เพอื่ เผยแผ่มายังมนษุ ย์ ชวี ิตมนษุ ย์ สิ่งตา่ งๆ ท่ีเกดิ ล้วนเปน็
ความประสงค์ของอัลลอฮ์
หลกั ธรรมสาคัญของศาสนาอสิ ลาม
หลกั ปฏบิ ัติ 5 ประการ หลักพ้นื ฐานท่มี สุ ลิมตอ้ งปฏิบัติ
การปฏญิ าณตน มสุ ลมิ ตอ้ งกล่าวคาปฏญิ าณว่า “ขา้ พเจ้าขอปฏญิ าณว่า ไม่มพี ระเจา้ อื่นใด
นอกจากอลั ลอฮ์ และนบีมุฮมั มดั คอื ศาสนทูตของพระองค์”
การละหมาด มสุ ลิมต้องปฏิบตั ิละหมาดวนั ละ 5 เวลา (ย่ารุ่ง บ่าย เยน็ พลบค่า กลางคนื )
การบริจาค บริจาคทรพั ย์ อาหาร สง่ิ ของ ใหท้ านแกค่ นทีเ่ หมาะสมตามศาสนบญั ญัติ
ซะกาต
ในเดอื นเราะมะฎอน ตามปฏิทินของอิสลาม โดยละเว้นการกนิ ดม่ื เสพ
การถอื ศีลอด การปฏิบตั ิท่ีไม่ถกู ต้อง ตง้ั แตด่ วงอาทิตยข์ ้ึนจนถงึ ดวงอาทิตย์ตก
มสุ ลิมตอ้ งหาโอกาสไปประกอบพิธีฮจั ญ์ที่นครเมกกะ ประเทศซาอดุ อี าระเบยี
การประกอบ อย่างน้อย 1 คร้ังในชีวิต
พิธีฮัจญ์
หลกั ธรรมสาคญั ของศาสนาฮนิ ดู
หลกั ธรรม 10 ประการ ลักษณะของธรรมะ 10 ประการ
1. ธฤติ 2. กษมา 3. ทมะ 4. อัสเตยะ 5. เศาจะ
ความพอใจ ความกลา้ ความอดทน การข่มจติ ใจ มีสติ การไมล่ กั ขโมย การทาตนให้บริสุทธ์ิ
ความมั่นคง ความเพยี รพยายาม ทัง้ กายใจ
6. อินทรยี นคิ รหะ 7. ธี 8. วทิ ยา 9. สตั ยา 10. อโกธะ
หมนั่ ตรวจสอบ มปี ัญญา มีสติ ความรูท้ างปรชั ญา ความจรงิ ใจ ความไม่โกรธ
อนิ ทรยี ท์ งั้ 10 ประการ ความซื่อสัตย์
หลกั ธรรมสาคญั ของศาสนาฮินดู 1. พรหมจารี
วยั ท่ีต้องศึกษาเลา่ เรยี น
4. สันนยาสี อายตุ ั้งแต่ 1 ปี – 25 ปี 2. คฤหสั ถ์
วัยแห่งการออกบวช บาเพ็ญเพียร วัยแหง่ การครองเรอื น
โดยมศี รทั ธา เสยี สละทุกอยา่ ง หลกั อาศรม 4
อายุ 26 ปี – 50 ปี
อายุ 76 ปี – 100 ปี ข้นั ตอนการดาเนนิ ชีวติ ของมนุษย์
ตามหลักธรรมของศาสนาฮนิ ดู
3. วานปรสั ถ์
แยกตัวออกจากบา้ น
ไปปฏบิ ตั ธิ รรม
อายุ 51 ปี – 75 ปี
แบบอย่างการทาความดี การพัฒนาจติ ตามแนวทางของศาสนา
พระราธะ การสวดมนตไ์ หว้พระสรรเสรญิ คุณพระรตั นตรัย
ทฆี ีติโกสลชาดก การแผเ่ มตตา
สพั พทาฐิชาดก สตสิ มั ปชัญญะ สมาธิ และปญั ญา
พ่อขนุ รามคาแหงมหาราช วิธีบริหารจิตและเจริญปญั ญา
สมเดจ็ พระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชโิ นรส ประโยชนข์ องการบรหิ ารจติ และเจรญิ ปญั ญา
พระราชวิสทุ ธปิ ระชานาถ วธิ ีฝกึ การยืน การเดิน การน่ัง และการนอนอย่างมสี ต
พระราธะ หากนกั เรียนปฏิบัตติ นเปน็ คน
ว่านอนสอนงา่ ย จะส่งผลดอี ยา่ งไร
แต่เดมิ พระราธะเปน็ พราหมณ์ อาศยั อยู่ในกรุงราชคฤห์ เมื่อแก่ตวั ลงถกู ลูกทอดทิ้ง
จงึ ไปอาศัยอยทู่ ่ีวดั
ท่านมีความประสงค์ตอ้ งการบวช แตไ่ มม่ ใี ครบวชให้ ในเวลาตอ่ มาพระพทุ ธเจ้า
ได้พบกบั ราธพราหมณ์และทรงอนุญาตใหพ้ ระสารบี ุตรบวชให้ราธพราหมณ์
เมอื่ บวชแล้ว พระราธะไดจ้ าริกไปกบั พระสารีบุตรและเรยี นรู้ ฝกึ ฝน ปฏบิ ตั ิตน
ดว้ ยความตง้ั ใจ ต่อมากไ็ ด้สาเร็จเป็นพระอรหนั ต์
พระพุทธเจ้าทรงยกย่องพระราธะว่า เป็นผู้เลิศกว่าภกิ ษทุ ้งั หลายในการรู้แจ่มแจง้
ในพระธรรมเทศนา
คุณธรรมทเี่ ป็นแบบอยา่ ง
การเปน็ ผวู้ ่านอนสอนงา่ ย เชื่อฟัง ปฏบิ ตั ติ าม และมคี วามเคารพตอ่ ผใู้ หก้ ารอบรมสง่ั สอน
การมีความกตัญญกู ตเวทตี อ่ ผมู้ ีพระคณุ ตอ่ เรา
หากนกั เรยี นรจู้ กั ให้อภัย ทีฆีตโิ กสลชาดก
แก่คนรอบข้าง จะสง่ ผลดีอย่างไร
ทฆี าวุกุมารเปน็ พระราชโอรสของพระเจา้ ทีฆตี ิโกสล ในเวลาต่อมา
คุณธรรมทเ่ี ปน็ แบบอยา่ ง พระเจา้ พรหมทัตไดเ้ ขา้ มาทาศึกแลว้ ได้รับชัยชนะ
การยดึ มนั่ ในคาสง่ั สอนของพ่อแม่ พระเจา้ พรหมทัตได้ฆา่ พระเจา้ ทฆี ตี ิโกสลและพระมเหสี แต่ทีฆาวุกุมารหลบหนีไปได้
การเปน็ ผ้ไู ม่จองเวรและรู้จักใหอ้ ภัย ในเวลาต่อมาทฆี าวุกุมารเตบิ โตขึน้ และมีโอกาสไดเ้ ปน็ ทหารรับใชค้ นสนิท
ของพระเจา้ พรหมทัต
วันหนง่ึ ทฆี าวุกมุ ารมโี อกาสทจ่ี ะฆ่าพระเจา้ พรหมทัต แต่ไดร้ ะลกึ ถงึ โอวาทของ
พระบิดาและพระมารดาที่วา่ “เวรยอ่ มระงบั ดว้ ยการไม่จองเวร” ทีฆาวุกมุ าร
จึงล้มเลกิ ความตงั้ ใจท่ีจะฆ่าพระเจ้าพรหมทตั
สพั พทาฐิชาดก ผู้ท่ีใชอ้ านาจในทางท่ไี ม่ถูกต้อง
จะส่งผลอย่างไร
สุนขั จ้ิงจอกตวั หนง่ึ นามวา่ สพั พทาฐิ มีความสามารถพเิ ศษในการร่ายมนต์วิเศษ
สพั พทาฐิจึงร่ายมนต์บังคบั สตั ว์ทั้งหลายใหอ้ ยู่ในอานาจ แลว้ ตั้งตนเปน็ ใหญ่
สพั พทาฐิหลงในอานาจ คดิ จะชิงราชสมบัติจากพระเจ้าพรหมทตั แหง่ กรงุ พาราณสี
สพั พทาฐิวางแผนให้ราชสีห์คารามเพื่อให้ชาวเมอื งพาราณสีแก้วหูแตกและเสยี ชีวติ
แตป่ โุ รหิตของพระเจ้าพรหมทตั ออกอบุ ายใหช้ าวเมอื งเอาแปงู มาอุดหไู ว้
เม่ือราชสหี ์คาราม ชาวเมืองพาราณสจี ึงไมไ่ ดย้ ินเสียง แตบ่ รรดาสัตวบ์ รวิ าร
ของสัพพทาฐิไดย้ ินเสียง และแตกตื่นวิ่งหนี
ชา้ ง 2 ตัว ซ่งึ เปน็ บรวิ ารของสพั พทาฐิ เกดิ ความตกใจและเหยียบสพั พทาฐิจนเสยี ชวี ิต
คติธรรม
ผ้ยู ิ่งใหญแ่ ละมอี านาจ ถา้ หลงใหลในอานาจ จะทาใหพ้ บกบั ความพินาศ
ทรงเป็นพระมหากษตั รยิ พ์ ระองค์ท่ี 3 แหง่ กรงุ สุโขทยั ทรงขึ้นครองราชย์ พ่อขนุ รามคาแหงมหาราช
เมอ่ื พ.ศ. 1822 และทรงเปน็ พระมหากษัตริย์ทีเ่ ป็นมหาราชองค์แรกของไทย
ลายสอื ไทยท่ีบันทึกอย่บู นศิลาจารกึ
พระราชกรณยี กิจ พอ่ ขุนรามคาแหง ซึ่งเปน็ ตวั อักษร
ท่พี อ่ ขุนรามคาแหงทรงคดิ ประดษิ ฐ์ขน้ึ
ทรงปกครองประเทศแบบพอ่ ปกครองลูก
ทรงนาพระพทุ ธศาสนาลทั ธิลงั กาวงศ์จากเมอื งนครศรีธรรมราช
มาประดษิ ฐานในกรงุ สุโขทัย
ทรงประดษิ ฐ์อักษรไทยท่ีเรยี กวา่ ลายสอื ไทย
ศลิ าจารกึ พอ่ ขนุ รามคาแหง หลกั ที่ 1 ปจั จบุ นั
เกบ็ รักษาอยทู่ ี่ พิพธิ ภัณฑสถานแหง่ ชาติ พระนคร
สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานชุ ติ ชิโนรส
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรสทรงเปน็ พระราชโอรสในพระบาทสมเดจ็ พระพุทธยอดฟาู จุฬาโลกมหาราช
ทรงมพี ระนามเดมิ ว่า พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจา้ วาสุกรี เมอื่ พระชนมายุ 12 พรรษา ไดบ้ รรพชาเป็นสามเณรและตอ่ มาได้ทรงผนวช
เปน็ พระภกิ ษุ เมอ่ื พ.ศ. 2357 ทรงดารงตาแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระเชตพุ นวิมลมังคลารามราชวรมหาวหิ าร พระองค์ทรงมพี ระปรีชา
สามารถในทางกวี ทรงนิพนธ์วรรณคดีตา่ ง ๆ ไวม้ าก เชน่ ลิลิตตะเลงพา่ ย รา่ ยยาวมหาเวสสันดรชาดก
ยเู นสโกไดป้ ระกาศยกย่องพระองคใ์ นฐานะปูชนยี บคุ คลผ้มู ผี ลงานดเี ดน่ ทางดา้ นวฒั นธรรมระดบั โลก เมอ่ื พ.ศ. 2533
พระราชวสิ ุทธปิ ระชานาถ
พระราชวสิ ทุ ธิประชานาถ ท่านเป็นเจา้ อาวาสวัดพระบาทน้าพุ อาเภอเมืองฯ
จงั หวัดลพบุรี
ท่านทุม่ เทให้ความชว่ ยเหลอื และดูแลผ้ตู ิดเช้ือเอดส์ โดยใชว้ ดั พระบาทนา้ พุ
เปน็ สถานดูแล พักฟ้ืน และรกั ษาผปู้ วุ ยโรคเอดส์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2535
ทา่ นเปน็ ผ้ใู ห้ความร้เู ร่ืองโรคเอดสแ์ ก่ชาวบ้านและหนว่ ยงานต่างๆ นอกจากนี้
ท่านได้ต้งั ศนู ย์สงเคราะห์ประชาชน เพอื่ แจกจ่ายขา้ วสารอาหารแหง้ และสิ่งของจาเป็น
แกผ่ ูย้ ากไร้
การพฒั นาจติ ตามแนวทางของศาสนา
สวดมนตไ์ หว้พระ แผเ่ มตตา การบริหารจติ และเจรญิ ปญั ญา
สรรเสรญิ คณุ พระรัตนตรยั
ส่งความปรารถนาดแี ละเมตตา กอ่ นปฏิบตั ิ เตรียมความพรอ้ มร่างกาย
ใหก้ ับมนษุ ยแ์ ละสรรพสตั ว์ ขณะปฏิบตั ิ เลือกสถานท่ที ส่ี งบ
ใหม้ นุษย์และสรรพสตั ว์ หลังปฏบิ ัติ
อยูร่ ่วมกันอย่างผาสกุ กาหนดลมหายใจเข้า - ออก
ไมเ่ บยี ดเบยี นกนั ควบคุมจติ ใจไม่ให้ฟุูงซา่ น
ใช้เวลาปฏิบตั ิ 10 นาที
แผ่เมตตา
กรวดน้า
การพฒั นาจติ ตามแนวทางของศาสนา
สตกิ บั ร่างกาย ฝกึ กาหนดความรสู้ ึก ฝกึ ให้มสี มาธิ
กาหนด ใจ ตา การฟัง ตั้งใจฟัง มจี ิตใจจดจ่อกบั เรื่องทฟ่ี งั
ยืนอยา่ งมีสติ ยืนอยู่ทใี่ ด กาย อายตนะท้งั 6 หู
ยืนเวลาใด
กาหนดลมหายใจเข้า - ออก ลิ้น จมูก การอา่ น ตง้ั ใจอา่ น ไม่คิดฟูุงซ่าน
สัมผัส นอกเหนอื เรือ่ งทอ่ี า่ น
เดินอย่างมสี ติ เดินเป็นจังหวะ ไม่ชา้ ไมเ่ รว็ สิง่ เรา้ ภายนอก การคิด นาสง่ิ ท่ไี ด้ฟงั อา่ น มาคดิ
ร้ยู า่ งก้าว วา่ เปน็ เท้าซา้ ย
หรอื เท้าขวา ความรสู้ ึก พิจารณาหาเหตผุ ล
นง่ั อยา่ งมสี ติ นั่งอย่ทู ่ีใด การถาม ซักถามในประเด็นท่ียงั ไมเ่ ขา้ ใจ
นัง่ อยเู่ วลาใด หลงั จากคดิ แลว้
กาหนดลมหายใจเขา้ - ออก
การเขยี น นาเรื่องทไ่ี ด้ฟัง อา่ น คดิ และถาม
นอนอย่างมีสติ กาลงั นอนอยู่ มาสรปุ มาเรียบเรยี งเขยี นใหม่
กาหนดลมหายใจเขา้ – ออก – เกิดกิเลส – จิตใจสงบ ตามความเขา้ ใจของตน
– หลงใหล – ไม่ฟงุู ซ่าน
ใช้ทา่ นอนตะแคงขวา – เกดิ ความอยาก
ศาสนสถานและ พธิ ีกรรมสาคัญของ พธิ กี รรมสาคัญของ
การปฏิบตั ิตนทีเ่ หมาะสม พระพทุ ธศาสนา ศาสนาอสิ ลาม
เมอื่ อยใู่ นศาสนสถาน
มารยาทของศาสนิกชน พิธกี รรมสาคญั ของ พธิ ีกรรมสาคัญของ
ศาสนาครสิ ต์ ศาสนาฮินดู
สวมใส่กระโปรงยาวคลุมเข่า ใสเ่ ส้ือสีสภุ าพ แขนสนั้ หรือแขนยาว
ไม่นุ่งกระโปรงสน้ั เกนิ ไป ไม่ใสเ่ สอ้ื แขนกดุ หรือเส้ือรดั รปู
สวมกางเกงสภุ าพ ไม่รัดรูปเกินไป
สวมกระโปรงหรอื กางเกงยาวคลมุ เขา่
ไม่สวมกางเกงขาสั้น
นักเรยี นปฏิบตั ติ นอย่างไร
สวมกางเกงขายาว เมื่อไปวดั
หรอื กางเกงขายาวเลยเข่า
สวมกางเกงทไ่ี ม่รัดรูป
สวมชดุ สภุ าพ
สารวมกริ ิยาวาจา
ไม่สง่ เสียงดังรบกวนผู้อ่ืน
ต้ังใจรับศลี มสี มาธิ ไม่คิดฟ้งุ ซ่าน
พธิ ีอุปสมบท ผู้ท่จี ะบวช เรียกวา่ นาค
คอื การบวชเปน็ พระภิกษใุ นพระพุทธศาสนา
เพ่ือการแสวงหาความหมายของชวี ิต (หลดุ พ้นจาก พระผู้เข้ารว่ มในพธิ บี วช
ความทุกข์) ผู้ทีจ่ ะอปุ สมบทได้ ตอ้ งเปน็ ชายท่มี ีอายุ เรียกวา่ พระอนั ดบั
ต้งั แต่ 20 ปี ข้นึ ไป
พระผู้สวดในพิธบี วช ผ้าไตรจีวร
คุณสมบัติของผบู้ วช เรยี กวา่ พระกรรมวาจาจารย์
ไม่เปน็ โรคติดตอ่
ไม่เปน็ ผ้มู ีอวยั วะบกพรอ่ งหรือพิการ
ไม่เป็นคนตดิ สุรายาเสพติด
ไมเ่ ปน็ คนมีพันธะ
ไมเ่ ปน็ ผตู้ อ้ งหาหนีคดีความ
พระเถระผู้เปน็ ประธานในพิธีบวช
เรียกวา่ พระอปุ ชั ฌาย์
พธิ ที อดกฐนิ
คอื พิธถี วายผา้ กฐินแก่พระภิกษุ เพอ่ื สงเคราะห์พระภิกษุทอี่ ยูจ่ าพรรษาครบ 3 เดือน
ชาวพทุ ธทม่ี ศี รัทธาต้องการจะถวายกฐนิ ต้องจองกฐนิ (แจ้งความประสงค์) ณ วัดใด
วดั หนึง่ จากนั้นจงึ เตรยี มเครอ่ื งกฐินและนาไปทอดที่วดั ตามวนั และเวลาทแี่ จ้งไว้
ซ่ึงจะอยู่ในช่วงตงั้ แตว่ นั แรม 1 ค่า เดือน 11 จนถงึ กลางเดอื น 12 เป็นเวลา 1 เดอื น
องค์กฐนิ คอื ผา้ กฐินหรอื ผ้าผืนทถ่ี วายสงฆ์
เพ่อื กรานกฐิน ส่วนของอ่นื ๆ เรยี กว่า
บรวิ ารกฐนิ
ทาไมแตล่ ะวัดจึงทอดกฐินได้
ปลี ะ 1 ครัง้ เทา่ น้ัน
พธิ ศี ลี ลา้ งบาป พธิ ีศลี กาลงั
คือพธิ ีล้างบาปหรือมลทินทีต่ ิดตวั มาตง้ั แตก่ าเนิด คอื พิธเี จิมน้ามันสาหรับคริสตชนท่มี วี ฒุ ิภาวะ
เพ่ือเริม่ ต้นการเป็นครสิ ต์ศาสนิกชน เพื่อยืนยันการนบั ถอื ศาสนาครสิ ตโ์ ดยสมบูรณ์
มกั กระทาทารกแรกเกิดและกบั ผู้ใหญ่ทส่ี มคั รใจเปน็ คริสต์ศาสนกิ ชน ครสิ ตศ์ าสนิกชนท่มี วี ฒุ ิภาวะทางความคดิ เข้ารับศีลกาลัง
ด้วยการเทน้าบนศีรษะของผรู้ ับศีลพร้อมคากลา่ ว เป็นเครื่องหมาย จากพระสังฆราชด้วยการปกมือหรือเจิมน้ามันคริสมาบนหนา้ ผาก
ของการลา้ งบาป เปน็ พธิ ีทีท่ าเพียงครั้งเดียวในชีวติ